สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่รอด! หนุ่ม 25 ค้าบ้า 507 เม็ด จนท.รวบตัวทันควัน /ตชด.235 ซุ่มจับ “แป มุกดาหาร” ขนยาบ้า 126,000 เม็ด รับงานจากท้าวป้อม สปป.ลาว

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ และ พ.ต.ท.ต่อฤทธิ์ ศิลาคุปต์ รอง ผกก.สส.ฯ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.ฯ

พร้อมด้วย ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ คำศรีระภาพ รองสว.สส.สภ.หว้านใหญ่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หว้านใหญ่ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร กกล.สุรศักดิ์มนตรี, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, ชุด ตชด.2342 และตำรวจน้ำมุกดาหาร ลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

จากการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา คือนายวรพัฒน์ หรือ “ท็อป” พุทธษาวงษ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 9 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหารพร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 507 เม็ด
โทรศัพท์มือถือซัมซุง Galaxy A05s สีขาว

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าจำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำเข้าลักษณะเพื่อการค้าและแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหารวมทั้งของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปหว้านใหญ่ #มุกดาหาร #ยาเสพติด #จับกุมผู้ต้องหา #ยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #ตำรวจไทย #กกลสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ตชด.235 ซุ่มจับ “แป มุกดาหาร” ขนยาบ้า 126,000 เม็ด รับงานจากท้าวป้อม สปป.ลาว รับสารภาพทั้งเสพ-ส่งต่อ เตรียมขยายผลล่าผู้บงการ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ได้รับรายงานข่าวเชิงลึกว่า ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 – 21.00 น. จะมีการลำเลียงส่งมอบยาเสพติดบริเวณศาลาริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 หมู่

ที่ 3 บ้านดอนสวรรค์ ตำบลอุ่มเหม้า อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานกับตำรวจน้ำธาตุพนมเพื่อร่วมกันวางแผนจับกุม กระจายกำลังเข้าดักซุ่มโดยรอบพื้นที่เป้าหมาย

จนกระทั่งเวลา 20.20 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบชายต้องสงสัย อายุราว 35-40 ปี กำลังนั่งอยู่ริมทางใกล้เพิงพัก โดยมีกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบตั้งอยู่ข้างตัว ลักษณะมีพิรุธคล้ายผู้เสพยาเสพติดหรือ

พกพาสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พยายามวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว แต่ถูกสกัดจับได้ในทันที

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องหา คือ นายวัชรินทร์ ว่องไว หรือ “แป” อายุ 35 ปี บ้านอยู่ ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ตรวจค้นในกระเป๋าพบ ยาบ้า 3 ห่อ จำนวนรวม 126,000 เม็ด จึงนำตัวพร้อมของกลางกลับมาทำการตรวจนับที่ กองร้อย ตชด.235เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในหมู่ประชาชน กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเป็นบวก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง และ

รับว่าเป็นผู้รับจ้างขนยาบ้ามาจาก “ท้าวป้อม” ชาว สปป.ลาว เพื่อนำมาส่งให้ลูกค้าตามนัดหมายในจุดเกิดเหตุจากนั้นชุดจับกุมได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม จังหวัดนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ยาบ้า #จับยาเสพติด #ธาตุพนม #ตชด235 #นครพนม #มุกดาหาร #ฝั่งโขง #ยาเสพติดข้ามชาติ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บ เหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลฯ

ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 ที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา

ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังพลทั้ง 4 นาย ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

  1. จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีแผลฉีกขาดที่ขาซ้ายและมือขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดแล้ว 3 ครั้ง และยังคงทำแผลเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาแก้ปวดบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง
  2. พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลฉีกขาดที่ขาขวา ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
  1. พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย และที่ตาซ้าย ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
  2. พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาทั้งสองข้าง ปัจจุบันได้รับการล้างตา หยอดตาเป็นประจำ และยาบรรเทาอาการปวด

กำลังพลทั้ง 4 นายยังคงอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้กำลังใจและยกย่องในความเสียสละของทุกนายที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิสวัสดิการและครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งยังได้ตรวจสภาพความเป็นอยู่ในโรงนอน พื้นที่การฝึก ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ

ในหน่วยฝึก ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบการฝึกของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดห้วงระยะเวลาการฝึก

เดวิท โชคชัย รายงาน

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.22 ย้ำผู้บังคับบัญชาดูแลทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ ครอบครัว พร้อมเร่งเสริมทักษะอาชีพ กำชับฝึกเข้มทหารใหม่ ปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิ

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 โดยมีทหารใหม่ผลัดล่าสุดจำนวน 432 นาย พร้อมรับฟังการรายงานด้านการบริหารการฝึก การเตรียมกำลังป้องกันชายแดน และแผนเผชิญเหตุของกองทัพบกในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้

บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับฟังข้อมูลด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพทหารใหม่จากโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสภาพร่างกาย จิตใจ ความเป็นอยู่ และบริบทครอบครัว เพื่อให้ทหาร กองประจำการได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

ต่อจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะได้ลงพื้นที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 6 ตรวจการฝึกทฤษฎี การปฏิบัติในท่าอาวุธ รวมถึงตรวจโรงนอน อาคารสถานที่ที่ใช้ในการฝึก พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามหลักเกณฑ์ของกองทัพบกและกรมยุทธศึกษา

ทหารบกอย่างเคร่งครัด ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ย้ำชัดว่า การฝึกต้องมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และต้องไม่มีการลงโทษผิดระเบียบทุกรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาททหารอาชีพในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องมีความอดทน เสียสละ มีวินัย และพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ มอบน้ำดื่ม 1,200 ขวด ส่งต่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.เสนา อยุธยา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล

ประธานชมรมโฮปฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันมอบน้ำดื่มขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 100 แพ็ก รวม 1,200 ขวด ให้แก่ตัวแทนชมรมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเมืองแพรกษาใหม่ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้มอบน้ำไปร่วมกับชมรมอาสาสมัครบรรเทาภัย เมืองแพรกษาใหม่ เพื่อไปช่วยน้ำท่วมที่ อ.เสนา จังหวัดอยุธยา ทางชมรมอยากเป็นสะพานบุญร่วมช่วยเหลือเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เพราะระดับน้ำ

ที่นั่นสูงเกือบ 3 เมตร และได้ยินว่าขาดแคลนน้ำดื่ม ทางชมรมจึงมีความยินดีที่ได้เป็นสะพานบุญ ช่วยเหลือน้ำดื่ม แก่พ่อแม่พี่น้องที่จังหวัดอยุธยาในครั้งนี้การมอบสิ่งของช่วยเหลือดังกล่าว

สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างชมรมโฮปฯ และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่สมุทรปราการ เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดยิ่งใหญ่เทศกาลงานสักนานาชาติพัทยา Marina International Tattoo Festival 2025

เย็นวันที่ 15 พ.ย.68 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ชื่องาน Marina International Tattoo Festival 2025 โดยมี นายบรรจง บัณฑูรย์ประยุกต์ นายจิรวัฒน์ ปลุกใจ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายกวิน สินเสรีกุล ผช.ผจก.ศูนย์การค้าฯ และนายปราโมทย์ แก้วหล้า นายกสมาคมช่างสักพัทยา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

งาน Marina International Tattoo Festival 2025 กำหนดจัดขึ้นวันที่ 15-16 พ.ย.68 ที่ Marina Walk ศูนย์การค้าฯ ฝั่งชายหาด เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยเรื่องราวของศาสตร์และศิลปะบนผิวหนังที่นิยมกันทั่วโลก เหมือนเมืองพัทยาเป็นเวทีที่พบปะสังสรรค์คนในวงการงานสักจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว

กิจกรรมได้รับความร่วมมือจากเมืองพัทยา ททท.สำนักงานพัทยา ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา และสมาคมช่างสักพัทยา จัดขึ้นโดบรวบรวมช่างสักนานาชาติ ทั่งจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม พม่า และไทย กว่า 100 ชีวิต มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ในเทศกาลงานสักที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก

นอกจากจะมีการออกร้าสักชื่อดังรวมกว่า 40 บูท ยังมีการประกวดรอยสักกว่า 22 ประเภท ชิงถ้วยเกียรติยศ การแสดงวัฒนธรรมไทย การรำไทย และอื่นๆ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบรอยสักให้มาพักผ่อนยังเมืองพัทยาอีกทางหนึ่งด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกโต้ง เล็งพัฒนาเส้นทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกสีเสียด มาบอำมฤต/รวบมิจฉาชีพแอบอ้างเป็น “หัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง–จนท.กอ.รมน.” ต้มเหยื่อสูญกว่า 4.8 หมื่นบาท

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 พ.ย.68 ที่น้ำตกสีเสียด หมู่ 13 ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (นายกโต้ง) นายอภิชาติ มากยอด นายปรีชา งามผิว นายอติชาต วรรณณีต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เขตอำเภอปะทิว ได้เดินทางไป

พบปะกับผู้นำท้องที่นำโดย นายศราวุธ ทองเหลือ กำนันตำบลดอนยาง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย แพทย์ สารวัตร ผู้นำท้องถิ่น นำโดย นายกฤษณ์ สุขแก้ว นายก อบต.ดอนยาง สมาชิกสภา อบต.นายณพล เอื้องเรืองโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลมาบอำมฤต สมาชิกสภาฯ กลุ่มพลังสตรี อำเภอเมืองรอบนอก ตำบลสะพลี ทรัพย์อนันต์ ปากคลอง ดอนยาง ชุมโค และประชาชนในพื้นที่

นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (นายกโต้ง) เปิดเผยว่า ต้องการมาพบปะกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เพื่อมารับฟังปัญหาในการพัฒนาพื้นที่ เพราะองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร มีงบประมาณที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับ เทศบาล และ อบต.ได้หากได้รับการร้องขอ เช่นถนนเส้นทางที่จะเข้ามาเที่ยวน้ำตกสีเสียด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามร่มรื่น แต่ปัจจุบันถนนทางเข้าชำรุดเป็นหลุมหลายแห่ง

เท่าที่ทราบเป็นเขตติดต่อทั้ง อบต.ดอนยางและเทศบาลตำบลมาบอำมฤต อีกทั้งในพื้นที่น้ำตกยังเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ในเบื้องต้นจากการประชุม ท้องถิ่น ต้องการให้ อบจ.เข้ามาร่วมพัฒนาเส้นทาง ดังนั้น จะส่งเครื่องจักรกล หนักเข้ามาช่วยพัฒนาปรับปรุงเส้นทางเบื้องต้นก่อน และหากเทศบาล หรือ อบต.ได้จัดทำแผนโครงการไว้ สามารถที่จะส่งโครงการเข้าไปขอรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเข้ามาพัฒนาเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวได้ต่อไป

นอกจากนี้ยังได้พบปะพูดคุยประเด็นปัญหาต่างๆในการพัฒนา แนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และได้เปิดตัว นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ รองนายก อบจ.ชุมพร ที่จะส่งลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยในครั้งต่อไปด้วย

ด้านนายอนวัช สุคนธฉายา อดีต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 หรือผู้ใหญ่ติ๊ก ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวที่น้ำตกสีเสียดซึ่งสามารถที่จะเข้ามา กางเต็นท์ หรือพาบุตรหลานมาเล่นน้ำ ถ้ามาเป็นหมู่คณะสามารถ โทรหาผู้ใหญ่ติ๊กได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0921654595
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

รวบมิจฉาชีพแอบอ้างเป็น “หัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง–จนท.กอ.รมน.” ต้มเหยื่อหวังฝากเข้าทำงาน สูญกว่า 4.8 หมื่นบาท ก่อนนัดรับเงินงวดสุดท้ายไม่รอดถูกล่อซื้อคาวัด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 081-892-3514 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร เปิดปฏิบัติการจับกุมชายวัย 42 ปี หลังแอบอ้างตำแหน่งใหญ่โตระดับ “หัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง” ควบ “เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.” หลอกลวงชาวบ้านว่าสามารถฝากเข้าทำงานราชการได้ แลกกับเงินก้อนโตรวมหลายครั้ง รวมมูลค่ากว่า 48,000 บาท ก่อนถูกวางแผนล่อซื้อขณะนัดรับเงินรอบสุดท้ายที่ศาลาวัด

เหตุจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัว นายจิระศักดิ์ หรือหนุ่ม (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ภายในศาลาวัดท่ายางกลาง (วัดพิชัยยาราม) ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมของกลางธนบัตรล่อซื้อ 15,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ และเอกสารส่วนตัวของผู้เสียหายหลายรายการ นอกจากนี้ยังพบชุดสีกากีติดป้ายชื่อปลอม อ้างตำแหน่ง “หัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง” เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง

ผู้เสียหาย นายอภิชาตฯ อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ถูกผู้ต้องหาหลอกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยอ้างว่าสามารถฝากให้ไปขับรถประจำหน่วยงานของ กอ.รมน. เป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว ดูแลเหตุอุทกภัยและงานชลประทานในพื้นที่จังหวัดชุมพร อีกทั้งอ้างว่าจะให้ไปรายงานตัวที่ค่ายวิภาวดีรังสิต พร้อมส่งข้อมูลปลอมว่าตนมีภารกิจจับยาเสพติด ประชุมต่างจังหวัด ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อสนิทใจ

แรกเริ่ม ผู้ต้องหาเรียกเก็บเงิน 100,000 บาท อ้างว่าเป็น “ค่าดำเนินการเข้าทำงาน” ก่อนจะต่อรองเองเหลือ 63,000 บาท โดยให้หักส่วนที่เหลือจากเงินเดือนในอนาคต ผู้เสียหายจึงนำเงินสด 48,000 บาท พร้อมเอกสารสำคัญต่าง ๆ ส่งมอบให้ตามนัดหมาย

แต่ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ต้องหายังนัดขอเงินเพิ่มอีก 15,000 บาท อ้างเป็นค่าชุดปฏิบัติการและอุปกรณ์ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อ และสามารถจับกุมได้ทันทีหลังรับเงินและซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง

ต่อเนื่องจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ตรวจค้นห้องพักรายวันของผู้ต้องหาในโรงแรมแห่งหนึ่ง พบชุดเครื่องแบบสีกากีปลอม ป้ายชื่อปลอม และเอกสารสำคัญของผู้เสียหายจำนวนมากวางกองอยู่ในห้องพัก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา อ้างตกงาน มีปัญหาการเงิน จึงซื้อเครื่องแบบและเครื่องหมายมาหลอกชาวบ้านเพื่อหาเงินใช้

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ฉ้อโกง” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมรายงานเรื่องต่อสำนักงานอัยการจังหวัดชุมพรทันที หน่วยงานรัฐและหน่วยงานด้านความมั่นคง ไม่มีนโยบายรับเงินหรือเอกสารส่วนตัวเพื่อแลกกับการบรรจุเข้าทำงานเด็ดขาด หากพบการติดต่อในลักษณะนี้ให้ปฏิเสธทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพประเภทนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จัดพิธีต้อนรับทหารใหม่สุดยิ่งใหญ่ จุดประกายความภาคภูมิใจชายชาติไทย รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2

ข่าว ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีต้อนรับและเปิดการฝึกทหารใหม่

รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความฮึกเหิมของกำลังพล โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ และทหารกองประจำการร่วมเป็นสักขีพยาน ในปีนี้มีทหารใหม่เข้ารับการฝึกจาก 3 หน่วยฝึก รวมทั้งสิ้น 299 นาย ประกอบด้วย มณฑลทหารบกที่ 44 จำนวน 116 นาย

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 25 จำนวน 118 นาย
กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 จำนวน 65 นาย
การฝึกทหารใหม่เป็นไปตามหลักสูตรของกรมยุทธศึกษาทหารบก มุ่งพัฒนาทหารใหม่ให้มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ปลูกฝังวินัย ความเสียสละ และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมถึงการเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์

ภายในพิธี พลฯ อมตะ ทองเหลือง ตัวแทนทหารกองประจำการปีที่ 2 กล่าวต้อนรับน้องใหม่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สะท้อนความภูมิใจในหน้าที่ “การได้เข้ามาเป็นทหาร คือการได้ทำหน้าที่อันทรงเกียรติ ปกป้องแผ่นดินที่บรรพบุรุษรักษาไว้ด้วยเลือดเนื้อ” เขากล่าว พร้อมให้กำลังใจทหารใหม่มุ่งมั่นรับการฝึกด้วยความอดทน

ด้านตัวแทนทหารใหม่ พลฯ จักรกฤษณ์ เหรัญญะ ได้กล่าวคำปฏิญาณ สะท้อนถึงความตั้งใจเต็มร้อยของชายไทยเลือดรักชาติ “ข้าพเจ้าจะตั้งใจรับการฝึก ปฏิบัติตามคำสั่ง และรักษาเกียรติศักดิ์ศรีแห่งทหารกองประจำการอย่างสุดกำลัง” เสียงปฏิญาณดังดุจประกาศก้องถึงความมุ่งมั่นพร้อมรับใช้ประเทศ

ปิดท้ายด้วยโอวาทจาก พล.ต.สมคิด ชูเผือก ซึ่งกล่าวชื่นชมความเสียสละของทหารใหม่ พร้อมย้ำว่ากองทัพบกจะเป็นบ้านหลังที่สองที่อยู่ด้วยความอบอุ่น สามัคคี และมุ่งพัฒนาทุกนายให้เป็นกำลังสำคัญของชาติ พร้อมขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ทหารใหม่ทุกนายปลอดภัย แข็งแรง และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสง่างาม

พิธีครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเริ่มต้นเส้นทางชีวิตทหารของชายไทยกว่า 200 ชีวิต แต่ยังเป็นภาพสะท้อนความรักชาติ ความเสียสละ และหัวใจที่มุ่งมั่นของเหล่าทหารใหม่ ผู้พร้อมยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยตราบเท่าชีวิตจะหาไม่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทสภ. จัดซ้อมแผนฉุกเฉินระบบลำเลียงกระเป๋า จำลองแผ่นดินไหว–รังสีรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยสร้างความมั่นใจผู้โดยสาร

ทสภ. จัดซ้อมแผนฉุกเฉินระบบลำเลียงกระเป๋า จำลองแผ่นดินไหว–รังสีรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยสร้างความมั่นใจผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ กรณีอพยพเจ้าหน้าที่เหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงสถานการณ์เพิ่มเติมกรณีการเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสาร สายการบิน และผู้ประกอบการ พร้อมรับมือฟื้นฟูการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายสืบพงษ์ คำโฮงค์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายบำรุงรักษา) เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Contingency Plan) ระดับ 3 แบบเต็มรูปแบบ (Full – Scale) ประจำปีงบประมาณ 2569 (Baggage Handling Emergency Exercise 2025 : BHEMEX-25) กรณีอพยพเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงสถานการณ์เพิ่มเติมกรณีการเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด

เพื่อให้พนักงาน ผู้ประกอบการในพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้ร่วมฝึกซ้อมเพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยของระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตลอดจนการฟื้นคืนระบบฯ ให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยการฝึกซ้อมฯ มีนายอดิศักดิ์ ทูลสูงเนิน รองผู้อำนวยการท่าอากาศยาน (สายปฏิบัติการ 1) ผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์ ณ ศูนย์อาหารฝั่งตะวันออก ชั้น 2 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT – 1)

นายสืบพงษ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมฯ ดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายใน ทสภ. อาทิ ฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล ฝ่ายสนามบินและอาคาร ฝ่ายการแพทย์ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด บริษัท แอโร่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทให้บริการภาคพื้น (GHA) คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) และสายการบิน เข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนลดความเสี่ยงต่อการให้บริการ โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมฯ ได้เพิ่มเติมสถานการณ์ กรณีเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด ที่บริเวณ Sorting Area ชั้น G เพื่อให้การฝึกเป็นไปตามกฎกระทรวงที่กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 (ข้อ 18) ซึ่งระบุให้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเกี่ยวกับรังสีเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุจริงการฝึกซ้อมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ทสภ. ในการยกระดับมาตรฐาความปลอดภัยสู่ระดับสากล สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน สายการบิน และผู้ใช้บริการ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกิจของ ทสภ. ในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Regional Aviation Hub) อย่างมั่นคงและยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทพ.2105 – ปค.มุกดาหาร บุกรวบแม่ค้ายาบ้า หลังชาวบ้านสุดทนขายเม็ดละ 40 บาท ให้วัยรุ่น / ยาบ้า 8 แสนเม็ดซุกป่าคำชะอี หลังคดียึด 3.2 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ร้องขอความช่วยเหลือหลังทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมของขบวนการค้ายาบ้าในพื้นที่ ที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในราคาต่ำเพียง เม็ดละ 40 บาท ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและสร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก

ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งเบาะแสและบูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงในอำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดก่อนกระจายสู่ชุมชน

เจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 215 หมู่ 8 ตำบลคำอาฮวน โดยใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลข 6702245 ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นจุดจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่น

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบ นางสมเพียร พิมพ์เครื่อง อายุ 54 ปี อยู่ภายในบ้าน จึงแสดงตนก่อนทำการตรวจค้นอย่างโปร่งใส ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้าหลายซองบรรจุในถุงพลาสติกซ่อนอยู่ในถุงเท้า ซึ่งถูกยัดไว้ในกระสอบเสื้อผ้าเก่าข้างตู้เสื้อผ้า และพบ เงินสดจากการจำหน่ายจำนวนนึง อยู่ในกระเป๋าสะพายสีขาวของผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบของกลาง พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 61 เม็ด, เงินสด 9,460 บาท, และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเสียงตลอดกระบวนการจับกุม

ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไปยัง กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 เพื่อตรวจสอบและขยายผล ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #ทหารพราน2105 #ยาบ้า40บาท #ปราบปรามยาเสพติด #QuickBigWin #ยาเสพติด #คำอาฮวน #ทหารพราน21 #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวภาคอีสาน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ด่วน! พบเพิ่มอีกยาบ้า 8 แสนเม็ดซุกป่าคำชะอี หลังคดียึด 3.2 ล้านเม็ด เชื่อชุดเดียวกับล็อตใหญ่

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจยึด ยาบ้า 3,232,000 เม็ด (8 กระสอบ) เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ในพื้นที่เชิงเขาบ้านตาเปอะ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี

จังหวัดมุกดาหาร ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญ หลังการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่ายาบ้าล็อตเดียวกันนี้ ถูกลำเลียงมาจำนวน 10 กระสอบ

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว (ชปข.) ร้อย.ฉก.ตชด.234 จัดกำลังเข้าพื้นที่ทำการลาดตระเวน

ขยายผล จากจุดตรวจยึดเดิมบริเวณเชิงเขาบ้านตาเปอะ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจสอบรอบพื้นที่เชิงเขา

กระทั่งเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่พบกระสอบสีขาวต้องสงสัย ลักษณะเดียวกับที่เคยบรรจุยาบ้า วางซุกซ่อนอยู่ในป่าหญ้ารก ห่างจากจุดตรวจยึดครั้งแรกไปทางทิศเหนือประมาณ 300 เมตร

เมื่อเปิดตรวจสอบ พบเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2 กระสอบ รวมประมาณ 808,000 เม็ด รวมยาบ้าที่ยึดได้ทั้งหมดจากปฏิบัติการครั้งนี้ 4,040,000 เม็ด

จับยาบ้า #ยาเสพติดมุกดาหาร #ตชด234 #กกลสุรศักดิ์มนตรี #คำชะอี #ข่าวมุกดาหาร #ปราบยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เก๋งแม่ – ลูก เสียหลักชนต้นไม้ริมทาง เจ็บสาหัส 4 ราย คาดหลับใน

เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.วันที่ 11 พ.ย.68 พ.ต.ท.สุขาติ รุ่งเรือง รอง สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน อำเภอทับสะแก เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาลงใต้ ช่วงระหว่างหลักกมที่ 361-362 หมู่ที่ 3 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงพร้อมด้วยอาสา กู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองฯ กู้ชีพโรงพยาบาลทับสะแก กู้ชีพเทศบาลตำบลทับสะแก กู้ภัยตร.ทางหลวง นำรถพยาบาล และรถอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างไปตาวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์เก๋งสีแดง ยี่ฮ้อ นิสสัน มาร์ช สภาพด้านหน้าชนอัดติดกับต้นไม้ ตัวถังอัดติดเข้าอัดกับห้องโดยสาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นสุภาพสตรี 4 ราย ติดภายใน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 4 ราย ออกมาอย่างทุลักทุเล พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวทั้ง 4 ราย ส่งรักษายัง รพ.ทับสะแก

ทราบชื่อ 1.น.ส.จินดา เหมทานท์ อายุ 51 ปี ที่อยู่ 155/57 หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา , 2.น.ส.พิชชาภา วิบูรณ์ธนโชติ อายุ
22 ปี ที่อยู่ 11/26 หมู่ 3 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป๋า จ.พังงา , 3.น.ส.พิชชาภรณ์
วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 22 ปี ที่อยู่ 11/26 หมู่ 3 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และ 4.นางเพ็ญศิริ วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 54 ปี สัญชาติ ไทย ที่อยู่ 155/57 หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป้า จ.
พังงา

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับอยู่เลนขวาและจู่ๆ ก็เสียหลักแฉลบลงข้างทางซ้าย ชนต้นไม้อย่างแรงโดยไม่ได้เฉี่ยวรถคันอื่นจนได้รับความเสียหาย และได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าวตนเองก็รีบจอดรถและลงเข้ามาช่วยเหลือกันและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ จากการสอบถามคนขับ ทราบว่ากำลังกลับจากชลบุรี ไปบ้านที่พังงาและได้มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

/////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคโอกาสใหม่ ประชุมวิสามัญ เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค สรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ อยุธยา

วันนี้ (12พ.ย.68) พรรคโอกาสใหม่ ประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2568 โดยมีวาระสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขข้อบังคับพรรค การแก้ไขสัญลักษณ์พรรค การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลง และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยพรรคโอกาสใหม่ มีมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค 27 คน โดยเลือกให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค และ นายธงชัย ลืออดุลย์ เป็นเลขาธิการพรรค

ขณะที่ นายจตุพร ประกาศพร้อมนำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ภายใต้สโลแกน “โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” โดยยืนยันว่า พรรคจะเป็นทางเลือกใหม่ที่เน้นการรวมตัวของคนทุกเจเนอเรชัน เพื่อผลักดันประเทศไทยให้กลับมามีศักยภาพบนเวทีโลกอีกครั้ง

พรรคโอกาสใหม่เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยใช้ประสบการณ์จากการทำงานภาครัฐที่เข้าใจระบบราชการอย่างลึกซึ้ง ผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ที่มองโลกในมุมใหม่ เพื่อออกแบบนโยบายที่ “ทำได้จริง และเห็นผลจริง”

สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคโอกาสใหม่ มีดังนี้
1.นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค

  • อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    2.นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1
  • อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี
    3.นายวีระชัย นาคมาศ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2
  • อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    4.ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3
  • อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
    5.นายประยูร อินสกุล,รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4
  • อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    6.นายธงชัย ลืออดุลย์ เลขาธิการพรรค
  • อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดนครราชสีมา
    7.นายโสภณ ทองดี เหรัญญิกพรรค
  • อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
    8.นายรวินท์ ชอบใช้ นายทะเบียนสมาชิกพรรค
  • นักธุรกิจและเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
    9.นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง โฆษกพรรค
  • พิธีกร ผู้ดำเนินรายการวิทยุและโทรทัศน์
    10.นางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจพลังงานและอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม
    11.ดร.วัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    12.นายหมวดตรีสุธนพจน์ กิจธนาภิรักษ์ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์
    13.นางสาวภัทรานันท์ ทองประพาฬ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    14.นายอรรถพล จันทร์ศรี กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    15.นายธนเมธ วัฒนโกเมร กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    16.นางสาวโชติกาญจน์ บุญพรม กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    17.นายอิทธิเดช ธเนศวัฒนะ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    18.นางสาวริกาณ์ ปุญทริกา กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    19.นางสาวรังรอง เข็มทอง กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    20.นายสิรวิทย์ ช่วงเสน กรรมการบริหารพรรค
  • นักสิทธิมนุษยชน
    21.นายกิตติพงษ์ เหล่านิพนธ์ กรรมการบริหารพรรค
  • อดีตที่ปรึกษาวิชาการแรงงาน กระทรวงแรงงาน
    22.นายสุธน อาณากุล กรรมการบริหารพรรค
  • อดีตผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร
    23.นายวัชรวิชย์ สุขวัฒนาภิรมย์ กรรมการบริหารพรรค
  • อดีตผู้อำนวยการกองกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
    24.นายธนพนธ์ สิงหพันธุ์ กรรมการบริหารพรรค
  • เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
    25.นายธันวา พานิช กรรมการบริหารพรรค
  • เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
    26.นางสาวไตรลดา มั่งคั่ง กรรมการบริหารพรรค
  • เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
    27.นายณพวุฒิ จุลไสย, กรรมการบริหารพรรค
  • ครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัย

โอกาสใหม่ | โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน

พรรคโอกาสใหม่ #โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดน ตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา/ มือยิงเจาะกะโหลกหนุ่มมุกดาหารดับคาบ้าน หลังหนีข้ามน้ำโขง

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของกำลังพลในพื้นที่กองกำลังสุรนารี เพื่อประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เน้นย้ำให้

หน่วยในพื้นที่เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ การวิเคราะห์ข่าวกรอง และการปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมยกระดับความพร้อมรบของกำลังพล เพื่อป้องกันเหตุร้ายและรักษาเสถียรภาพพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญ ต่อการปกป้องชีวิตกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดโดยแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ได้เดินตรวจเยี่ยมการพัฒนาเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่ การปรับปรุงฐานที่มั่นให้มีความมั่นคงแข็งแรง และสอบถามสารทุกข์สุกดิบต่อกำลังพล ช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน

ในพื้นที่ชายแดนให้มีกำลังใจในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้ให้แนวทางการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน มีระเบียบวินัย และให้มีความพร้อมรบอยู่เสมอ สร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้า เพื่อดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

รวบแล้ว! มือยิงเจาะกะโหลกหนุ่มมุกดาหารดับคาบ้าน หลังหนีข้ามน้ำโขง – ตำรวจคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร, พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่น

โดยสามารถจับกุมตัว นายเทพพิทักษ์ ทองเภา อายุไม่ระบุ อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 6 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ผู้ต้องหาตาม หมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.274/2568 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สืบสวนแกะรอยและกดดันผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถติดตามจับได้ภายหลังจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเทพพิทักษ์ไป ชี้จุดเกิดเหตุ จุดที่นำอาวุธปืนไปทิ้ง และจุดที่นำรถยนต์ที่ใช้ในการหลบหนีไปจอดทิ้งไว้ เพื่อประกอบคำรับสารภาพ จากนั้น ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับแล้วมือยิงหนุ่มมุกดาหาร #ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา #สภเมืองมุกดาหาร #คดีฆ่ามุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯสมุทรปราการ ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา วางแผนรับมือน้ำเหนือ–น้ำทะเลหนุน /“แนนซี่” ประธานชมรมโฮปฯ เยี่ยมน้องจูจิ ผู้ป่วย หลังอาการทรุด-สมองฝ่อ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ / น.ส.ดวงสมร พรช่วยกอบกุล ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการแทนนายอำเภอพระประแดง / นายพิศิษฐ์ รุ่งเรือง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง / ดร.สรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองปู่เจ้าสมิงพราย /

นายฉัตรชัย เวชสาร ผู้อำนวยการเจ้าท่าจังหวัดสมุทรปราการ / พ.อ.ธนิวรรธณ์ คำกรุนันทกานต์ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.จังหวัดสมุทรปราการ / และ พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.4 บก.รน.ตำรวจน้ำจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดสำคัญของ

ท่าเรือข้ามฝากและแพขนานยนต์ ที่ให้บริการประชาชนจากฝั่งอำเภอพระประแดงไปยังฝั่งถนนปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งในช่วงนี้มีระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน ประกอบกับมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมาสมทบและฝนตกในพื้นที่คณะผู้บริหารจังหวัดได้ร่วมลงเรือสำรวจแนวแม่น้ำ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

ได้ออกแนวทางปฏิบัติ 7 ข้อสำคัญ ได้แก่ 1.ให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสาร จากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด / 2.เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยา และอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า / 3.วางแผนเส้นทางเดินทาง

ให้รอบคอบก่อนออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย / 4.กำชับผู้ประกอบการเรือและแพขนานยนต์ ให้ตรวจสอบความปลอดภัย มีเสื้อชูชีพเพียงพอ และดูแลความมั่นคงของโป๊ะเทียบเรือ / 5.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร / 6.เตือนผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความระมัดระวังขณะสัญจรในพื้นที่น้ำท่วมขัง / 7.หากได้รับความเดือดร้อน ให้ติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งสายด่วน 1784 (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) และ 192 (ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า “สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ปากอ่าว จึงได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน น้ำเหนือที่ไหลลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงฝนตกตามฤดูกาล ซึ่งทั้งหมดส่งผลต่อระดับน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา”ผู้ว่าฯ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พบว่าคันกั้นน้ำบางส่วนชำรุดหรือไม่สมบูรณ์ ทางจังหวัดได้ประสานศูนย์ป้องกันภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำและแก้ไขจุดเสี่ยงโดยด่วนด้าน ดร.สรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองปู่เจ้าสมิงพราย กล่าวว่า“การป้องกันน้ำท่วมเป็นเรื่องยากเพราะเป็นภัยธรรมชาติ แต่ทางเทศบาลมีทีมงานพร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ เช่น เครื่องสูบน้ำที่ต้องซ่อมแซมเร่งด่วนเมื่อชำรุดกะทันหัน แต่เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

“แนนซี่” ประธานชมรมโฮปฯ ลงพื้นที่เยี่ยมน้องจูจิ ผู้ป่วยชักไม่ทราบสาเหตุ หลังอาการทรุด-สมองฝ่อ

เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมด้วย นายวสุ เผ่าตำรวจ รองประธานชมรมฯ และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ได้เดินทางไปเยี่ยม น้องจูจิ ผู้ป่วยโรคชักที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

ณ บ้านพักของครอบครัว ภายในซอยหลังธนาคารกรุงเทพ ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) หลักกิโลเมตรที่ 14 หมู่ 4 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้กำลังใจและมอบสิ่งของยังชีพ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง ขนม น้ำดื่ม และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ได้ไปลงเคสบ้านน้องจูจิ เคยดูแลน้องมาเกือบสองปี มีช่วงนึงที่น้องดีขึ้นและสามารถไปโรงเรียนได้ แต่ช่วงนี้กลับมามีอาการชักเกือบทุกวัน ทางคุณพ่อคุณแม่น้องแจ้งว่าน้องมีอาการสมองฝ่อ จะต้องย้ายโรงพยาบาลไปรักษาต่อในกรุงเทพ ทางชมรมได้ดูแลอย่างต่อเนื่องโดยนำข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมกับเงินช่วยเหลือ มาช่วยน้อง เพื่อได้แบ่งเบาภาระปัญหาทางครอบครัว เพราะน้องน่าสงสารมาก

ได้ไปเรียนแค่ปีที่แล้วที่อาการดีขึ้น แต่ตอนนี้ต้องหยุดเรียนอีกแล้วเพราะน้องมีอาการชักและน้องยังเด็กมาก ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ ยื่นยันว่า ทางชมรมโฮปฯ จะยังคงดูแลน้องจูจิอย่างต่อเนื่อง ไม่ทอดทิ้ง และจะคอยเป็นกำลังใจให้ครอบครัวก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
ทั้งนี้ “น้องจูจิ” เป็นหนึ่งในหลายครอบครัวที่ทางชมรมโฮปฯ ให้การช่วยเหลือใน ด้านอาหาร สิ่งของ และเงินช่วยเหลือ โดยชมรมยังคงเดินหน้าภารกิจ “สะพานบุญแห่งความหวัง” เพื่อส่งต่อโอกาสและความเมตตาแก่ผู้ป่วยยากไร้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ตม.สตูล ร่วมหน่วยงานมั่นคงในพื้นที่ออกสืบสวนจับกุมหนุ่มรัสเซียวีซ่าขาด หมายจับ ตร.สากลทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศแฟนสาวอย่างโหดร้าย”

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องพ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล

ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.สส.ภ.จว.สตูล, ส.รน.3 กก.9 บก.รน., ตชด.436 และฝ่ายปกครอง จังหวัดสตูล ตรวจสอบคนต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายหรือมีประวัติทำผิดกฎหมายและหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

โดยวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สตูล ร่วมกับทุกฝ่ายได้ออกตรวจสอบคนต่างด้าวบริเวณตลาดนัดวังประจัน ม.4 ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งมีเบาะแสทราบว่าจะมีผู้ร้ายชาวรัสเซียที่มีหมายจับของตำรวจสากลเดินทางมาเพื่อเตรียมตัวออกนอกประเทศไทย ต่อมาได้พบชายชาวรัสเซีย คือนายทีโมทีฟ ทิโทฟ อายุ 41 ปี สัญชาติรัสเซีย เดินอยู่บริเวณหน้าตลาดนัดวังประจัน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบและพบว่าชายคนดังกล่าวได้อยู่ในประเทศไทยโดยที่วีซ่าขาดแล้ว และตั้งใจจะเดินทางออกนอกประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และได้แจ้งสิทธิให้ทราบโดยขณะทำบันทึกควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการตรวจสอบประวัติของผู้ถูกจับในระบบสารสนเทศ สตม. เพื่อตรวจสอบข้อมูลบุคคลต้องห้าม บุคคลมีหมายจับ และการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ผลการตรวจสอบพบว่า นายทีโมทีฟ ทิโทฟ เป็นบุคคลตามหมายจับขององค์กรตำรวจสากล ประกาศหมายแดง (RED NOTICE) ซึ่งได้กระทำความผิดโดยทำร้ายร่างกายในลักษณะที่ทารุณอย่างร้ายแรงและล่วงละเมิดทางเพศแฟน

สาวชาวรัสเซียของตนเองอย่างรุนแรง และมีการใช้อาวุธขู่และทำร้ายแฟนสาว หรือขู่จะทำร้ายครอบครัว ซึ่งต่อมาภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้รับโทษจำคุก 2 ปี รอลงอาญา และบริการสังคม จำนวน 160 ชั่วโมง นายทีโมทีฟ ทิโทฟ ได้หลบหนีออกนอกประเทศขณะที่ถูกแฟนสาวอุทธรณ์ในชั้นศาล เมื่อทราบดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่ง พงส.สภ.ควนโดน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และจะได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานทูตรัสเซียเพื่อส่งตัว นายทีโมทีฟ ทิโทฟ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วต่อไป

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวหรือชาวต่างชาติในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / APEX เปิดตัว “OligioX” นวัตกรรมยกกระชับจากเกาหลี ผู้นำเทรนด์ความงามระดับโลก ที่แรกในประเทศไทย

APEX Hospital & Clinics ศูนย์ความงามและศัลยกรรมตกแต่งอันดับหนึ่งของเอเชีย ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกจัดงาน “APEX Deal of The Year” เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจจากลูกค้าที่ทำให้ APEX ก้าวสู่เครือข่ายกว่า 60 สาขาทั่วประเทศภายในงานยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ APEX ในการคัดสรรนวัตกรรมความงามที่มีศักยภาพสูงจากทั่วโลก มามอบให้กับลูกค้าชาวไทยก่อนใคร ด้วยมาตรฐานความงามระดับสากลที่ APEX ยึดมั่นมาโดยตลอด ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญจาก พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) APEX Hospital & Clinics

พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศเกาหลี “OligioX” โปรแกรมยกกระชับใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เย็น ยก ยุบ นาน” ที่ตอบโจทย์การยกกระชับผิวอย่างปลอดภัย เห็นผล และมีประสิทธิภาพสูงโดยไม่ต้องพักฟื้นงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ลาน Promotion Zone B ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 โดยภายในงานได้รับความสนใจจากทั้งสื่อมวลชน แขกผู้มีเกียรติ รวมถึงผู้ที่รักความงามอย่างคับคั่งทั้งชาวไทยและต่างชาติ

พิธีเปิดงานเริ่มต้นด้วยแฟชั่นโชว์สุดพิเศษจากเหล่านางแบบ–นายแบบเวที THAI FACE TOP MODEL Organized by LettersAround ที่มาร่วมถ่ายทอดความงามในมิติใหม่ ก่อนเข้าสู่ช่วงเสวนาพิเศษ โดยได้รับเกียรติจากดร.พลอย พชรพร พิจารณากุล Brand Director, APEX Hospital & Clinics
Mr. ไอแซค จาง (Isaac Zhang) General Manager, บริษัท วอนเทค เอเชียคุณรัตมา กำธรเจริญ Business Director, บริษัท วอนเทค เอเชีย และคุณหมอโอ พ.ญ.จิรา คุณากรวงศ์ (ว. 41082)

ตัวแทนทีมแพทย์จาก APEX Hospital & Clinics
ร่วมพูดคุยถึงแนวคิดด้านเทรนด์ความงามที่สอดคล้องกับกระแสโลกในเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งยกระดับเทคโนโลยี RF (Radio Frequency) สู่มิติใหม่ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสบายระหว่างทำ และความปลอดภัยสูงสุด ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า APEX ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ปลอดภัย โดยไม่ต้องพักฟื้น ภายใต้คอนเซ็ปท์ “APEX สวยไม่เสี่ยง” อย่างแท้จริง
พร้อมเผยโฉมเทคโนโลยีความงามจากประเทศเกาหลีโปรแกรม “OligioX” — นวัตกรรมยกกระชับแห่งยุคที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั่วเอเชีย โดย APEX Hospital & Clinics ได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำในการเปิดตัว First Launch ในประเทศไทย และเตรียมพร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการทั่วประเทศในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นี้

บรรยากาศภายในงานยังอบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากสองนักแสดงหนุ่มชื่อดัง “อั๋น – อัครพรรฒ บุนนาค” จากซีรีส์ Dangerous Queen คนโปรดของควีน ทางช่อง 7HD และ “นีฟ – รัฐนันท์ สุขอุบล” จากซีรีส์ คุณยมทูต ทางช่อง 3HD ที่มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมเผยถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวและเทคโนโลยีความงามที่ทั้งสองให้ความสนใจจาก APEX อีกด้วย
APEX Hospital & Clinics ยังคงตอกย้ำจุดยืนในฐานะ “ศูนย์ความงามครบวงจร” ที่ผสานศาสตร์แห่งความงามและสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน ครอบคลุมบริการตั้งแต่นวัตกรรมยกกระชับ ฉีดผิว และปรับรูปหน้า

โปรแกรมเลเซอร์งานผิว ดูแลปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิวเลเซอร์กำจัดขนการดูแลรูปร่างและกระชับสัดส่วน ด้วยเทคโนโลยีลดไขมันมาตรฐานสากลโปรแกรมเวชศาสตร์ชะลอวัย (Wellness & Longevity) ฟื้นสมดุลสุขภาพจากภายใน
ศัลยกรรมตกแต่งโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ครอบคลุมการดึงหน้า เสริมหน้าอก ดูดไขมัน และหัตถการเฉพาะด้าน

โดยทุกบริการอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ และเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลก
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือรับสิทธิพิเศษในแคมเปญ “Deal of The Year 2025” ได้ที่ APEX Hospital & Clinics ทุกสาขาทั่วประเทศหรือ LINE Official: @apexbeauty หรือ https://www.apexmedicalcenter.co.th/

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”หนูน้อยต้นอ้อ“ ฟุตซอล อปท.ครั้งที่ 40 ตากสินระยองเกมส์ / “CPR on the Beach” ยกระดับท่องเที่ยว/วิริยะประกันภัย มอบหมวกนิรภัยให้นักเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล

มีรายงานการแข่งขันกีฬาฟุตซอล ในการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก “ตากสินระยองเกมส์” จัดโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เจ้าภาพจัดการแข่งขันที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง เป็นการแข่งขันฟุตซอลนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี ทีมฟุตซอลเทศบาลเมืองหนองปรือ พบกับทีมฟุตซอล อบจ.ระยอง แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ครึ่งๆ ละ 15 นาที

สุดท้ายจบการแข่งขันไปสุดสนุก ทีมเทศบาลเมืองหนองปรือเอาชนะทีม อบจ.ระยองไป 1-0 ด้วยการยิงของหนูน้อยต้นอ้อ รวิ หอมชื่น สไตรค์เกอร์ตัวความหวังของทีม ทำให้เก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จก่อนแข่งขันกับทีมเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายในครั้งต่อไป

พัทยาจับมือภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าว “CPR on the Beach” ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยว

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี ดร.พิเรษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, พญ.ปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา, นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และ ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา ร่วมงานแถลงข่าวโครงการอบรมจิตอาสากู้ชีพฉุกเฉิน “CPR on the Beach” ร่วมแถลงข่าวโครงการดังกล่าว ซึ่งมี ร.ต.อ.หญิงพรพนา โชคไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ร่วมกับโรงพยาบาลเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว ประชาสัมประสัมพันธ์โครงการอบรมจิตอาสากู้ชีพฉุกเฉิน “CPR on the Beach” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 – 19.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา เพื่อสร้างจิตอาสาด้านการช่วยชีวิตเบื้องต้นในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจเฉียบพลัน ซึ่งการทำ CPR จะช่วยรักษาการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังสมองและอวัยวะสำคัญได้อย่างทันท่วงที

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 2,000 คน จากหลากหลายกลุ่มอาชีพ รวมถึงนักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้มีทักษะและความเข้าใจในการปฏิบัติจริง สามารถช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทันเวลา เสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ “อุ่นใจ ปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง”

วิริยะประกันภัย มอบหมวกนิรภัยให้นักเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ส่งเสริมวินัยการใส่หมวกกันน็อคทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองปลาไหล จ.ชลบุรี นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ ผู้แทนจากบริษัท วิริยะประกันภัย นำโดย นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 ที่ในวันนี้นำคณะจากบริษัท วิริยะประกันภัย ร่วมกิจกรรม

ตามที่อุบัติเหตุจราจรประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ปัจจัยสำคัญเกิดจากพฤติกรรมของคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรม เมาแล้วขับ และ พฤติกรรมการขับขี่ หรือ ซ้อนรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมใส่หมวกนิรภัย ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการสูญเสีย โดยจากการสำรวจพบว่าปัจจุบันอัตราการสวมหมวกกันน็อคในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีเพียงร้อยละ 7

ซึ่งมีสาเหตุมากจา 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1. พ่อแม่ผู้ปกครองเลยไม่ใส่ใจ มีความเชื่อที่ว่าการนำลูกนั่งรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกนิรภัยเป็นสิ่งที่ไม่อันตรายอะไร 2.การบังคับใช้กฎหมายกับเด็กและเยาวชนที่ไม่สวมใส่หมวกนิรภัยเป็นเรื่องที่ยากในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และในทางปฏิบัติหวั่นเกรงเกิดปัญหากับภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้บังคับใช้กฎหมายและกระแสต่อต้านจากสังคม เพื่อเป็นการต่อยอดการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนมูลนิธิเมาไม่ขับจึงได้ร่วมกับ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จัดโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสวมหมวกนิรภัย 100% ส่งเสริมการรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนขึ้น

โดยในวันนี้ทางบริษัทวิริยะประกันภัยได้นำหมวกนิรภัย กว่า 150 ใบมามอบให้กับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลเพื่อนำไปใช้ในการใส่มาโรงเรียนเพื่อเสริมความปลอดภัยในการเดินทางมาโรงเรียนอีกด้วย สำหรับโครงการดังกล่าวทาง บริษัทวิริยะประกันภัย และ มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการขึ้นมากว่า 30 ปีแล้วด้วยกัน

สืบภาค 2 จับมือ สสจ.ชลบุรี บุกจับคลินิกเถื่อนกลางพัทยาสุดอันตราย

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 และ นพ.กฤษณ์ สกุลแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ที่สั่งกวาดล้างสถานพยาบาลและคลินิกเถื่อนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะในเขตเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ซึ่งอาจก่ออันตรายถึงชีวิตหากได้รับการรักษาโดยผู้ไม่มีใบอนุญาต

ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 พร้อม นายจิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต เภสัชกรชำนาญการพิเศษ นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบ เซ็นเตอร์ พัทยา คลินิกเวชกรรม เลขที่ 202/109 ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และมี “หมอเถื่อน” เป็นผู้ทำการรักษา

ชุดสืบสวนวางแผนส่งตำรวจปลอมตัวเป็นผู้ป่วยเข้ารักษาอาการปวดท้อง แต่หมอภายในคลินิกมีท่าทีระแวงและปฏิเสธการรักษาโดยอ้างว่า “หมอไม่อยู่” เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนใหม่ ส่งสายลับหญิงปลอมตัวเป็นสาวทำงานกลางคืนเข้ารักษาอีกครั้ง คราวนี้เมื่อสายลับส่งสัญญาณ ทีมตำรวจที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่หมอเถื่อนไหวตัวทัน ถอดเสื้อกาวน์ ถอดรองเท้าคัชชู วิ่งหนีออกหลังร้าน ก่อนขับรถยนต์เผ่นหนีอย่างรวดเร็ว

จากการตรวจค้นภายใน พบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ชั้นล่างถูกดัดแปลงเป็นคลินิกเวชกรรม มีเคาน์เตอร์พยาบาล ห้องตรวจโรค และป้ายแสดงราคาค่ารักษา เหมือนคลินิกทั่วไป โดยตำรวจตรวจยึดยาอันตราย ยากล่อมประสาท และเครื่องมือแพทย์จำนวนมาก รวมถึงปฏิทินตั้งโต๊ะที่จดบันทึกรายรับรายวัน-รายเดือน ยอดรวมต่อเดือนสูงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

สอบสวนพบว่า คลินิกดังกล่าวเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และหมอที่ทำการรักษาเป็น “หมอเถื่อน” ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ขณะเดียวกัน เจ้าของตึกให้การว่า มีชายคนหนึ่งมาเช่าชั้นล่างเปิดคลินิก รู้เพียงว่าเป็นหมอ แต่ไม่ทราบว่าเป็นหมอปลอม จนกระทั่งตำรวจบุกจับถึงรู้ความจริง

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า เคยมารักษาอาการท่อปัสสาวะอักเสบที่คลินิกแห่งนี้ถึง 4 ครั้ง หมอทำการฉีดยา ตรวจเลือดและปัสสาวะ พร้อมจ่ายยากลับไปกิน โดยคิดค่ารักษากว่า 6,000 บาท แต่กลับไม่หาย จึงนำผลตรวจไปให้แพทย์โรงพยาบาลดู ก่อนถูกชี้ว่า “ผลตรวจมั่วมาก” จึงสงสัยและมาทราบภายหลังว่าคลินิกนี้เปิดโดยหมอเถื่อน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องสงสัยคือ นายพรหมเทพ อายุ 46 ปี เป็นผู้ลักลอบเปิดคลินิกและแอบอ้างเป็นแพทย์ โดยคลินิกจะเปิดให้บริการช่วงบ่ายถึงเย็น กลุ่มลูกค้าหลักคือสาวทำงานกลางคืนและชาวต่างชาติ ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พร้อมฝากเตือนประชาชน หากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในคลินิก ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และแพทย์ผู้รักษามีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง โดยสามารถตรวจดูได้จากป้ายรายชื่อแพทย์ที่ติดอยู่หน้าห้องตรวจ และหากพบเบาะแสคลินิกเถื่อน สามารถแจ้งได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ในวันและเวลาราชการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลโท บุญสิน พาดกลาง บรรยาย “ทหารกล้า รักษาอธิปไตย” ที่พิชัยรัตนาคาร – ภาคเอกชนร่วม 2 ล้าน / จับแรงงานเมียนมาลอบเข้าเมือง 77 คน เตือนนายจ้างอย่าฝ่าฝืน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่อาคารโรงคลุม โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร อำเภอเมืองระนอง ได้จัดกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจปลุกจิตสำนึกรักชาติให้แก่นักเรียนและเยาวชน ภายใต้แนวคิด “เรื่องเล่าทหารกล้า รักษาอธิปไตย เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน” โดยได้รับเกียรติจาก พลโท บุญสิน พาดกลาง ขึ้นบรรยายพิเศษ ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตจริงของทหารผู้ปกป้องแผ่นดิน เพื่อปลูกฝังคุณธรรม ความเสียสละ และความภาคภูมิใจในความเป็นไทยก่อนเริ่มการบรรยาย นักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้พร้อมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เวลา 08.00 น. บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบและภาคภูมิใจในความเป็นไทย

ในโอกาสนี้ ภาคเอกชนจังหวัดชุมพรได้ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดย คุณนายหน่อย ณัฐวรรณ ฉายะบุตร (ผู้มีอุปการคุณเลขที่ 209 สภากาชาดไทย) มอบ พระครูบาศรีวิชัย รุ่นสร้าง 9 ธ.ค. 2536 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแด่พลโท บุญสิน ขณะที่ ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ได้กล่าวแสดงความชื่นชมในแนวทางการสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนสิ่งที่สร้างความประทับใจในงาน คือการที่ คุณนายหน่อย ณัฐวรรณ ฉายะบุตร ได้ประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนเมื่อมีการจัดตั้งมูลนิธิของพลโท บุญสิน พาดกลาง แล้วเสร็จ จะมอบเงินสนับสนุนจำนวน 2 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเบื้องต้น 1 ล้านบาท และอีก 1 ล้านบาทเพิ่มเติม หากมีการดำเนินภารกิจสำคัญเพื่อการ “คืนผืนแผ่นดินไทย”

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ปลุกเจ็ดสำนึกเยาวชนรักชาติไทย” ซึ่งมุ่งสร้างความเข้าใจในหน้าที่พลเมือง ความเสียสละ ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในสถาบันหลักของชาติ อันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย“ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่คือชีวิตและหัวใจของคนไทยทุกคน” – พลโท บุญสิน พาดกลาง

สนธิกำลังบุกตรวจโรงงาน พบแรงงานเมียนมาลอบเข้าเมือง 77 คน เตือนนายจ้างอย่าฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานต่างด้าว

ธนากรโกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (ฝ่ายทหาร) มอบหมายให้ พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ รมน.403 (ชุมพร) พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดชุมพร ฝ่ายปกครองจังหวัดชุมพร ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร เข้าตรวจสอบ บริษัท บีเอส เวิลด์ ฟูด จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 299 หมู่ 12 ตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวนมากอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงบริษัทฯ จนก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญผลการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 77 คน แบ่งเป็นชาย 35 คน หญิง 42 คน หลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต และซ่อนอยู่ภายในพื้นที่ของบริษัทฯเจ้าหน้าที่จึงดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแรงงานทั้งหมดในความผิดฐาน“เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต การอนุญาตสิ้นสุด หรือถูกเพิกถอน” ตามมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522

พร้อมกันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ บริษัท บีเอส เวิลด์ ฟูด จำกัด ในข้อหา “ร่วมกันให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ในหูต อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ประเมินว่าการหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมายังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากความไม่สงบภายในประเทศต้นทาง ทำให้แรงงานจำนวนมากพยายามลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทย

สำนักงานจัดหางานจังหวัดชุมพรขอเตือนนายจ้างและสถานประกอบการ ห้ามรับหรือให้ที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน เพราะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหากพบการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาแรงงานผิดกฎหมายและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชุมพร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิเคราะห์การเมืองนราธิวาส เขต 1 “สจ.โป่ง” ขยับแรง จับตาแรงสั่นสะเทือนตระกูล “ยาวอหะซัน”ชี้ชัด

วิเคราะห์การเมืองนราธิวาส เขต 1 “สจ.โป่ง” ขยับแรง จับตาแรงสั่นสะเทือนตระกูล “ยาวอหะซัน”ชี้ชัด : การเมืองยุคใหม่ ประชาชนคือศูนย์กลางพื้นที่การเมืองนราธิวาส เขต 1 กำลังถูกจับตามองถึงการแข่งขันที่อาจจะเข้มข้นขึ้นในอนาคต หลังการปรากฏตัวของ นายปารมี พิมานแมน (สจ.โป่ง) อดีต ส.อบจ. และเลขานุการสภา อบจ.นราธิวาส

ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าพร้อมลงสนาม ส.ส. ด้วยการศึกษาข้อมูลและสอบถามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยเชื่อว่าการเมืองยุคใหม่ที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายผ่านโซเชียลมีเดีย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้งการเมือง ซึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มขยับเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะใน เขต 1 จังหวัดนราธิวาส ที่ถือเป็น “สนามหลัก” ของตระกูลการเมืองใหญ่ “ยาวอหะซัน” ซึ่งครองพื้นที่มายาวนานหลายสมัย

ล่าสุดชื่อของ นายปารมี พิมานแมน หรือ ‘สจ.โป่ง’ อดีตเลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส และสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังมีกระแสข่าวว่าเจ้าตัวเตรียม “ขยับสนาม” จากท้องถิ่นสู่เวทีการเมืองระดับประเทศ โดยระบุความพร้อม “เกือบ 90%” ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 1 นราธิวาส

ชื่อของ “สจ.โป่ง” นายปารมี พิมานแมน จึงถูกมองว่าเป็น “ตัวแปรใหม่” ที่น่าสนใจในสมการนี้ เพราะไม่ได้มาจากสายตระกูลการเมือง หากแต่เติบโตจาก “ระบบราชการท้องถิ่น” และ “เครือข่ายภาคแรงงาน–เอกชน–การทูต”ซึ่งการมีบทบาททั้งในภาคธุรกิจแรงงานระหว่างประเทศ และการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ “สจ.โป่ง” มีจุดแข็งด้าน ความเข้าใจเชิงนโยบาย และการเข้าถึงคนทำงานจริงในพื้นที่

สำหรับ นายปารมี พิมานแมน โปรไฟล์แน่น เครือข่ายหลากหลาย แม้ “สจ.โป่ง” จะมาจากเส้นทางการเมืองท้องถิ่น แต่เส้นสายและเครือข่ายของเขากลับโยงกว้างกว่าที่หลายคนคิด ทั้งด้านแรงงาน การศึกษา และการทูต

  • ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสมาคมการค้าพัฒนาแรงงาน
  • ที่ปรึกษาบริษัทเอ็นเอส สยาม จำกัด บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ
  • กรรมาธิการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนราธิวาส
  • คณะกรรมการระดับสุขภาพพื้นที่ อบจ.นราธิวาส
  • และที่น่าสนใจคือบทบาท ที่ปรึกษาเอกอัครราชทูตบังคลาเทศ ประจำประเทศไทย ด้านแรงงานต่างด้าว (ตั้งแต่ปี 2568 ถึงปัจจุบัน)

นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่ง เลขาสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนราธิวาส สะท้อนภาพ “คนทำงานภาคสนาม” ที่มีสายสัมพันธ์กับทั้งภาคแรงงานและกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ทั้งนี้คู่แข่งตัวจริง “วัชระ ยาวอหะซัน” – แชมป์เก่า 3 สมัย อีกฟากหนึ่งของสนามคือ นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส. 3 สมัย ปัจจุบันสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นลูกชายของ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ซึ่งถือเป็นตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลในพื้นที่มายาวนาน

โดยในรอบหลายปีที่ผ่านมา เขต 1 นราธิวาสแทบจะเป็น “ฐานเสียงเหนียวแน่น” ของบ้านยาวอหะซัน ทว่าในยุคที่สังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาท และประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจึงเริ่มเห็นได้ชัดอย่างไรก็ตา “สจ.โป่ง” ชี้ชัด : การเมืองยุคใหม่ ประชาชนคือศูนย์กลาง

ซึ่งจากบทสัมภาษณ์เชิงลึกของ “สจ.โป่ง” สะท้อนแนวคิดทางการเมืองที่เน้น “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” มากกว่าเกมอำนาจ เขาระบุว่า “ประชาชนสมัยนี้รับรู้ข่าวสารเร็ว ไม่ว่าจะอยู่เชียงใหม่หรือมาเลเซีย ก็รู้ว่าพื้นที่นราธิวาสเกิดอะไรขึ้น… การตัดสินใจของประชาชนจะเป็นคำตอบทั้งหมด”

เขายังทิ้งประโยคสำคัญที่สะท้อนแนวทางทางการเมืองของตัวเองว่า “เราไม่มองแพ้หรือชนะ แต่ถามว่าประชาชนได้อะไร ถ้าได้ เราก็พร้อมลง”โดยน้ำเสียงดังกล่าวสะท้อนถึงการพยายามสร้างภาพลักษณ์ “นักการเมืองรุ่นใหม่” ที่ไม่ยึดติดกลุ่มอิทธิพล แต่เน้นนโยบายที่จับต้องได้ในระดับท้องถิ่นแม้ยังไม่มีการประกาศพรรคการเมืองที่จะสังกัดอย่างเป็นทางการ แต่จากถ้อยคำของ “สจ.โป่ง” ที่ระบุว่า “อยู่ที่ว่าเคมีตรงกัน” ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า เจ้าตัวอาจกำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับหลายพรรคในส่วนกลาง

แหล่งข่าวทางการเมืองท้องถิ่นระบุว่า หาก “สจ.โป่ง” ตัดสินใจลงสมัครจริง เขต 1 จะกลายเป็นสนามแข่งขันที่ “น่าจับตาที่สุด” ของจังหวัด เพราะเป็นการท้าทายอำนาจของตระกูลการเมืองใหญ่ที่ครองพื้นที่มายาวนานสำหรับสนามเลือกตั้งนราธิวาส เขต 1 จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงการชิงเก้าอี้ ส.ส. อีกครั้ง แต่คือ บททดสอบระหว่าง “การเมืองสายตระกูล” กับ “การเมืองสายประชาชน”ทั้งนี้“สจ.โป่ง” จะสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนในฐานะผู้ท้าชิงหน้าใหม่ได้หรือไม่?หรือ “วัชระ ยาวอหะซัน” จะยังคงรักษาฐานเสียงของตระกูลได้ต่อไป?คำตอบสุดท้ายคงต้องรอฟังจาก “ประชาชนในพื้นที่” ที่วันนี้ดูจะพร้อมตัดสินด้วยข้อมูล มากกว่าอิทธิพลแบบเดิม
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดชายแดน /”มุกดาหาร” แถลงยึดยาบ้า 3.23 ล้านเม็ด กลางป่าคำชะอี

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมอาการและให้กำลังใจกำลังพล

ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 4 นาย ได้แก่

จ่าสิบเอก เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บ ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาดพลทหาร วชิระ พันธนา ได้รับบาดเจ็บ จากแรงอัดจากระเบิด มีอาการแน่นหน้าอกพลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย ได้รับบาดเจ็บ โดนสะเก็ดระเบิด บริเวณขาขวาท่อนล่างพลทหาร อนุชา สุจารี ได้รับบาดเจ็บ โดนสะเก็ดระเบิด ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ถนัด

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบเงินบำรุงขวัญจากกองทัพบก และมอบเงินบำรุงขวัญในนามกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจแก่กำลังพลและครัว

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมดูแลกำลังพลและครอบครัวอย่างดีที่สุด พร้อมย้ำชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้วิธีการที่ไร้มนุษยธรรม ไม่สนใจข้อตกลงที่ให้ไว้ และได้สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง และเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2 เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

“มุกดาหาร” แถลงยึดยาบ้า 3.23 ล้านเม็ด กลางป่าคำชะอี เครือข่ายขนข้ามชาติทิ้งรถหนี — เร่งขยายผลล่าผู้ร่วมขบวนการ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 (ร้อย ตชด.234) จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานแถลงข่าวผลการตรวจยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์ถึง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผู้บังคับกองร้อย ตชด.234

โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 3,232,000 เม็ด พร้อมของกลางประกอบด้วย รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน 9608 อุดรธานี, แม็กกาซีนปืน 1 ชิ้น และเครื่องกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 13 นัด

สืบเนื่องจาก กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองทัพภาคที่ 2 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวเชื่อถือได้ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่จากพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่รอยต่อจังหวัดมุกดาหารและอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อส่งต่อเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ

จากการตรวจสอบข้อมูลข่าวกรอง พบว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าวใช้ รถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน 9608 อุดรธานี เป็นพาหนะลำเลียง โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์รถไม่ใช่คนในพื้นที่และมีประวัติเคยต้องหาคดียาเสพติดมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบรถต้องสงสัยคันดังกล่าวเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่ บ้านตาเปอะ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.วิชาญ ตนุมาตร หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปข.) ร้อย ตชด.234 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนชุดด้านการข่าวและ มว.ตชด.2341 ออกลาดตระเวนพิสูจน์ทราบในพื้นที่

กระทั่งเวลา 12.00 น. ชุดปฏิบัติการพบรถกระบะต้องสงสัยจอดทิ้งอยู่บริเวณเชิงเขา ใกล้ แก่งกกขาม บ้านตาเปอะ จึงวางกำลังซุ่มเฝ้ารอผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว แต่จนถึงเวลา 16.00 น. ก็ไม่พบผู้ใดมาปรากฏตัว

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบกระสอบสีขาวจำนวน 8 กระสอบ วางเรียงอยู่ในห้องโดยสารด้านหลัง จากการเปิดตรวจสอบพบภายในบรรจุวัตถุก้อนสี่เหลี่ยมสีเหลือง มีตัวอักษร “Y1” ปรากฏอยู่ห่อ รวมเป็นยาบ้าทั้งสิ้นจำนวน 3,232,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดและนำส่งกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่ลำเลียงมาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติชายแดนมุกดาหาร โดยนำมาพักไว้บริเวณป่าบ้านตาเปอะ เพื่อเตรียมส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดล็อตนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยาบ้า3ล้านเม็ด #ตชด234 #มุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #จับยาเสพติด #เครือข่ายข้ามชาติ #สุรศักดิ์มนตรี #ตำรวจตระเวนชายแดน #ข่าวอาชญากรรม #ปราบยาเสพติด #คำชะอี #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุกทลายศูนย์ซิมบ็อกซ์กลาง บขส.มุกดาหาร แฉเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์/ยิงดับคาบ้าน! หนุ่มมุกดาหารถูกยิงกลางศีรษะดับ/ลูกชายหลอนยาบ้า ทำร้ายพ่อแม่เลือดอาบกลางดึก

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รองผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และ พ.ต.อ.นุติ ศักดิ์สุภาพ ผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวน ภ.4 สนธิกำลังร่วมกับ

พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร, พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร, พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยนายชยพัทธ์ มะแม้น. ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. เขต 25 รวมกันเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร เลขที่ 33/127 ถนนชยางกูร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับรายงานว่าเป็นจุดติดตั้งอุปกรณ์ “ซิมบ็อกซ์ (Simbox)” ของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จากการตรวจค้นภายในอาคาร โดยเฉพาะบริเวณชั้น 2 เจ้าหน้าที่พบเครื่องซิมบ็อกซ์จำนวน 4 เครื่อง วางอยู่บนถังน้ำพลาสติกสีดำซึ่งตั้งอยู่บนโครงไม้เตียงนอน อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถบรรจุซิมการ์ดได้ถึงเครื่องละ 32 ซิม ใช้สำหรับแปลงสัญญาณโทรศัพท์ให้สามารถโทรผ่านอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ผ่านระบบของผู้ให้บริการหลัก ซึ่งเป็นเทคนิคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้ในการปกปิดแหล่งต้นทางของการโทรหลอกลวง

จากการสอบถามเจ้าของอาคารพาณิชย์ทราบว่า มีหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวจังหวัดหนองคายมาเช่าพื้นที่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในราคาค่าเช่าปีละ 54,000 บาท โดยไม่ทราบว่าผู้เช่าใช้สถานที่ประกอบกิจการผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อตรวจพิสูจน์และขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว ธวัชชัย-เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

-ยิงดับคาบ้าน! หนุ่มมุกดาหารถูกยิงกลางศีรษะดับ ตำรวจรู้ตัวคนร้าย เร่งล่าตัวมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ร.ต.อ.อลงกรณ์ แวงวรรณ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารว่ามีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต ภายในบ้านปูนชั้นเดียว บ้านท่าไค้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด เข้าที่ บริเวณศีรษะ 1 นัด นอนจมกองเลือดอยู่ภายในบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลนาสีนวนเป็นผู้แจ้งเหตุ

ต่อมา พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร และชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมเก็บพยานหลักฐานในพื้นที่จากการสืบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยิงดับคาบ้าน #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #สภเมืองมุกดาหาร #ตำรวจรู้ตัวคนร้าย #ข่าวภูมิภาค #ข่าววันนี้ ภาพ/ข่าว ธวัชชัย-เดวิดโชคชัย มุกดาหาร รายงาน

-สุดสลด! ลูกชายหลอนยาบ้า ทำร้ายพ่อแม่เลือดอาบกลางดึก ญาติช่วยพาหนีตายก่อนแจ้งตร.รวบทันควัน

เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.วันที่ 11 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบ้านคำอาฮวน ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เข้าจับกุมชายอายุ 38 ปี ทราบชื่อภายหลังคือนายกึ่ม หรือ นายสุโขทัย นามดี หลังจากก่อเหตุทำร้ายร่างกายพ่อแท้ ๆ ของตนเองคือนายอ่อนครี อายุ 62 ปี จนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และยังทำร้ายแม่วัย 60 ปี ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังผู้ก่อเหตุมีอาการหลอนจากการเสพยาบ้า ใช้ของแข็งตีพ่อจนเลือดอาบ ก่อนหันไปทำร้ายแม่ จากนั้นเดินกลับไปนอนอยู่ในกระท่อมภายในสวนยางพาราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ชาวบ้านและญาติซึ่งเห็นเหตุการณ์ได้ช่วยนำพ่อแม่ผู้บาดเจ็บออกไปพักที่บ้านญาติ พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าจับกุม

นางสมคิด วงษ์สีทา อายุ 60 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ลูกชายติดยาบ้ามานาน ไม่ทำงาน และเริ่มมีอาการหลอน เหม่อพูดคนเดียว ตะโกนโวยวายเป็นประจำ “วันนี้เขาโวยวายแล้วก็เดินมาหาพ่อ ตีหัวพ่อจนเลือดไหล ฉันเข้าไปห้ามก็โดนตีด้วย จากนั้นเขาก็กลับไปนอนในกระท่อม เหมือนไม่รู้สึกผิด ฉันทนไม่ไหวเลยแจ้งตำรวจจับ เพราะกลัวจะกลับมาทำร้ายอีก”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายกึ่ม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คลั่งยาบ้า #ทำร้ายพ่อแม่ #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจภ4 #ยาเสพติด #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีตลอดทั้งเดือน

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. ที่ศาลาวัดแก้วจันทราราม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

ประธานพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.เสริญราษฎร์ แก้วปนทอง สว.อก.ฯ พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.ฯ,พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส)ฯ
พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง และ นายณัฏฐพงษ์ อารยางค์กูร ประธาน

กรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง นำคณะ (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) ร่วมพิธีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดอภิธรรมกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทั้งนี้อำเภอโคกสำโรงได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ ประสานการจัดเตรียม สถานที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม และให้การต้อนรับผู้ที่เดินทางมาร่วมพิธีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตลอดทุกวัน และได้จัดหน่วยงานต่างๆภายในอำเภอโคกสำโรง หมุนเวียนเพื่อร่วมงานพิธีให้ครบทุกหน่วยงานตลอดทั้งเดือน

อาทิเช่น หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ ทุกส่วนราชการ , ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง , ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเพนียด , ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง , ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอโคกสำโรง , หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ,

นายกเทศมนตรีตำบลโคกสำโรง , นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทุกแห่ง และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน ได้มอบหมายหน่วยงานเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ฯ เพื่อถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

และคณะสงฆ์ในเขตุปกครองสงฆ์อำเภอโคกสำโรง หมุนเวียนมาร่วมพิธีฯ พร้อม ข้าราชการ ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิไดประธานในพิธีได้นำผู้ร่วมพิธีร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีและแสดงความอาลัย สำรวมจิตตภาวนา ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเวลา 93 วินาที

จากนั้นได้ประกอบพิธี บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระธรรม และถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาราธนาศีล พระให้ศีล และพระสวดบทพระอภิธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จากนั้น ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ทอดผ้าไตรถวาย และกรวดน้ำอุทิศถวายพระราชกุศล แสดงความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่า

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “Fix it – อาชีวะจิตอาสา” ซ่อมบ้าน ซ่อมใจ จากพลังฝีมือ เป็นพลังใจ สร้างสังคมแห่งการให้ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 — นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Fix it – อาชีวะจิตอาสา” ส่งมอบบ้านเรือนที่ได้รับการซ่อมแซมให้แก่ผู้ประสบเหตุจากความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมมอบถุงยังชีพและอาหารให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลเสาธงชัย ณ ศาลากลางประชาคมหมู่บ้าน บ้านภูมิซรอลใหม่ หมู่ 12 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยมีนายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายภาครัฐ และเอกชน ผู้บริหารสังกัดสำนักงานอาขีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งภาครัฐและเอกชน ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม

นายยศพล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบชีวิตความเป็นอยู่และบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีความห่วงใย มอบหมาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ และมอบหมายต่อให้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัด Fix it – อาชีวะจิตอาสา เข้าช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น และซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมา สอศ. ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในสถานศึกษา จัดครัวอาชีวะบริการอาหาร น้ำดื่ม และซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดย สอศ. บูรณาการการดำเนินงานระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ และสถานศึกษาในพื้นใกล้เคียง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

นายยศพล กล่าวต่อว่า วันนี้ สอศ. ได้ดำเนินกิจกรรม Fix it – อาชีวะจิตอาสา เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งมอบบ้านเรือนที่ซ่อมแซมแล้ว 24 หลัง พร้อมมอบถุงยังชีพ 570 ชุด ที่เป็นเครื่องอุปโภค บริโภค และอาหารกล่องพร้อมเครื่องดื่ม 500 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งจัดครู นักเรียน นักศึกษาอาชีวะให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลการเกษตร และยานพาหนะ มอบพันธ์ุไม้-สอนตอนกิ่ง และฝึกอาชีพระยะสั้นให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเหล่ากาชาดศรีสะเกษ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยอื่นๆ เป็นค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและนอกพื้นที่

นายยศพล กล่าวปิดท้ายว่า กิจกรรม Fix it – อาชีวะจิตอาสา ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งสร้างความมั่นคงในชีวิต และอาชีพของประชาชน Fix it – อาชีวะจิตอาสา คือ Soft Power อาชีวะ ที่แสดงพลังของน้องๆ นักเรียนอาชีวะ พร้อมเสียสละ นำความรู้และทักษะช่วยเหลือสังคม และมั่นใจได้ว่าฝีมือนักเรียน นักศึกษา ได้มาตรฐานวิชาชีพทางด้านช่าง มีคุณภาพ 100 % และเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ สอศ. ที่มุ่งสร้างสังคมแห่งการให้ ที่ไม่เพียงสร้างช่างฝีมือ แต่ยังสร้างพลังอาชีวะจิตอาสาเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
///////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวพาณิชย์พิศาล จัดพิธีทำบุญวันคล้ายวันเกิด “อัครนันท์–ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล”/ชมรมโฮปฯ มอบโลงร้อยใบ แก่ พุทธสมาคมฯเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีแชเกาะ พร้อมรับมอบรถใช้ในภารกิจสาธารณกุศล

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ที่วัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ครอบครัวพิศาล นำโดย คุณแม่ธัญยธรณ์ พานิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมโฮป

จัดพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์ จำนวน 34 รูป เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันเกิดคุณพ่ออัครนันท์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮป

และ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสมุทรวชิรธรรม (สราวุฒิ โรจนธมฺโม) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ภายในงานครอบครัวพานิชย์พิศาล คหบดีผู้ใจบุญ ยังได้ถวายเครื่องซักผ้า ให้กับวัดมหาวงษ์ จำนวน 3 เครื่อง เพื่อใช้ประโยชน์ภายในวัดภาย

ในงานมีนายธนิตพงษ์-นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ เพื่อนผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน แขกผู้มีเกียรติ ญาติพี่น้องครอบครัวพาณิชย์พิศาล ตลอดจนคณะกรรมการ อาสาสมัครชมรมโฮปฯ

และสมาคมกู้ภัยจังหวัดสมุทรปราการ นำกระเช้าของขวัญมาร่วมอวรพร คุณพ่ออัครนันท์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ และ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กันอย่างคึกคัก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ชมรมโฮปฯ มอบโลงร้อยใบ แก่ พุทธสมาคมฯเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีแชเกาะ พร้อมรับมอบรถใช้ในภารกิจสาธารณกุศล

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. ที่ บริเวณชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ

พร้อมด้วย นายอัครนันท์ / นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ ครอบครัวเกษมสิริชูวงศ์ และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ได้ร่วมกันมอบหีบศพ จำนวน 100 ใบ ให้กับ พุทธสมาคมฯเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีแชเกาะ จังหวัดขอนแก่น

ต่อมา คุณกุลภัสสรณ์ เกษมสิริชูวงศ์ และครอบครัว ได้มอบรถยนต์แวน ยี่ห้อ โตโยต้า วิช สีดำ ทะเบียน 6 ขฐ 2746 กรุงเทพมหานคร ให้แก่ทางชมรมโฮปฯ เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมสาธารณกุศล เช่น

การช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ การขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ และภารกิจด้านจิตอาสาต่าง ๆ โดยมี ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมฯ พร้อม นายอัครนันท์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ เป็นผู้รับมอบอย่างเป็นทางการ

โดยบรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเรียบง่าย ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้ร่วมงานที่มาด้วยจิตศรัทธา การมอบหีบศพและรถยนต์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ ของชมรมโฮปฯ ที่มุ่งเน้นการสร้าง “สะพานบุญ” เพื่อช่วยเหลือสังคมและส่งต่อความหวังแก่ผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้จัดฉลองวันเกิดคุณพ่ออัครนันท์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ของทางชมรมฯ ครบรอบ 72 ปี

ได้จัดทำบุญถวายพระเพลและกินเลี้ยง และได้มอบโรงไปที่ พุทธสมาคมฯเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีแชเกาะ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 100 ใบ และมีการรับมอบ รถ โตโยต้า วิช จากคุณกุลภัสสรณ์ เกษมสิริชูวงศ์ และครอบครัว เพื่อไว้ให้ชมรมโฮปฯ ใช้ในการสาธารณะประโยชน์


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดการแสดงโขน /น้ำทะเลหนุนสูงต่อเนื่อง วันที่ 3 ทำน้ำท่วม ตลาดปากน้ำ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงของชาติ “โขน” มหากาพย์รามเกียรติ์ ตอน “นางลอย – ยกรบ” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อันเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินการแสดงจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคารผู้โดยสารหลัก และ

อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ถ่ายทอดความงดงาม วิจิตร และทรงพลังของศิลปะแห่งโขน พร้อมนำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทย

ให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัสความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด

ทสภ.มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ World Class Hospitality พร้อมผลักดันให้ท่าอากาศยานร่วมเป็นพื้นที่เผยแพร่วัฒนธรรมที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่านศิลปะการแสดงอันงดงามที่แตกต่างอย่างไม่เหมือนใคร


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

น้ำทะเลหนุนสูงต่อเนื่อง วันที่ 3 ทำน้ำท่วม ตลาดปากน้ำ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานภาพบรรยากาศภายใน ตลาดปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ หลังระดับน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงสาย ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมภายในตลาดสด ระดับ 5-10 เซนติเมตร ประมาณข้อเท้า พ่อค้าแม่ค้าต้องลุยน้ำขายของ ขณะที่ลูกค้ายังคงเดินเลือกซื้อสินค้าท่ามกลางน้ำที่ท่วมพื้นตลาด

แม้น้ำจะท่วมแต่บรรยากาศยังคงคึกคัก แม่ค้าบอกว่า “ชินแล้ว” เพราะช่วงปลายปีแบบนี้มักเกิดน้ำหนุนสูงเป็นประจำ เดี่ยวมันก็ลด ประมาณครึ่งชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมง สถานการณ์ก็กลับมาเป็นปกติ

โดยเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ได้มีประกาศเตือน จาก ปภ.แจ้งสถานการณ์น้ำ ผ่าน sms ระบบโทรศัพท์มือถือ เกี่ยวกับ น้ำเหนือ เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำ 2,800 ลบ.ม./วินาที และ น้ำทะเลหนุน ถึง วันที่ 14 พฤศจิกายน 68 ทำให้มีผลกระทบในพื้น อำเภอเมือง และ อำเภออื่น ๆ ในจังหวัดสมุทรปราการ

จากการสอบถามแม่ค้าที่ ให้ข้อมูลว่า กรณีที่น้ำท่วมตลาดนั้นก็มีผลกระทบกับยอดขายบ้าง เพราะลูกค้าบ้างคนเห็นน้ำท่วมแล้วเขาก็ไม่เข้ามาแต่ก็ยังมีขาประจำที่เข้ามาซื้ออยู่ ส่วนการปรับตัวระหว่างที่น้ำขึ้นเราก็ต้องเอาของหนีหลบน้ำหน่อย

เดียวสักพักน้ำก็ลงแป๊บเดียวโดยน้ำท่วมนั้นก็ไม่นาน บ้างที่ก็ครึ่งชั่วโมงบ้าง 1 ชั่วโมงบ้าง 2 ชั่วโมงบ้างแล้วแต่ระดับน้ำ เป็นอย่างนี้ประจำ ช่วงฤดูน้ำทะเลหนุน แต่ก็ไม่ได้เป็นทั้งปี


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัว “ประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย

วันที่ 10 พย. 68 ผู้สื่อข่าวปัตตานีได้มีโอกาสพบคนการเมืองจากภรรคภูมิใจไทย จึงแสดงบัตรนักข่าว และแนะนำำตัวเองว่า
เป็นนักข่าวในพื้นที่ปัตตานี เป็นผู้สื่อข่าวพิเศษของสำนักข่าวไทย ประจำ จ.ปัตตานี จึงขออนุญาต สัมภาษณ์ นายสิระภพ ดวงสอดศรี ผช.รมต กระทรวงยุติธรรม และะเป็นผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทยด้วยเลยขอท่านสัมภาษณ์ ภายในร้านอาหาร แห่งหนึ่งในย่านเศรษฐกิจ ผู้คนพลุกพล่าน ตรง ถนนสาย มอ.ปัตตานี

จากกรณีเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2568 ที่ผ่านมานั้น ท่ามกลางกระแสการเมืองร้อนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ ทางด้านพรรคภูมิใจไทย ได้ขยับหมากรุกตัวสำคัญอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “นายประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ” ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต 1 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามากที่สุดในเวทีเลือกตั้งรอบนี้

สวัสดีครับท่าน ก่อนขอแสดงงความยินดีที่ท่านได้รับตำแหน่งงทางการเใหเมืองให้เให้ป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ที่มาเจอกันโดยบังเอิญ ท่านให้เกียรติสัมภาษณ์ผมขอขอบพระคุณท่านมากๆครับ ถึงเรื่องของการเปิดตัว คนมั่งคั่งเจ้าสัวใน จ.ยะลา คือ “ประสิทธิ์ชัย” ลงชิงชัยเก้าอี้ ส.ส.เขต 1 จ.ยะลา
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงตั้งคำถามแรก‘ ท่านมาอยู่ในตำแหน่งงทางการเมืองมาจากความตั้งใจ จริง หรือ…ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง ?

นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเลือก “ประสิทธิ์ชัย” มาเป็นตัวแทนพรรคในเขต 1 จังหวัดยะลา ไม่ได้เกิดจากโควต้า ไม่ได้เลือกจากศาสนา ไม่ได้ตั้งใจจะเน้นว่าเป็น “ไทยพุทธ” คนเดียวในสนาม แต่เลือกเพราะ “หัวใจ” และ “ความสามารถ” ที่จะทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนของประชาชนทุกศาสนา ทุกชุมชน”“เราไม่ได้เลือกเขาเพราะเขาเป็นไทยพุทธ หรือเพื่อความแตกต่างทางศาสนา แต่เลือกเพราะเขาเป็นคนที่ฟังพี่น้องประชาชนได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะพุทธ มุสลิม หรือศาสนาใดก็ตาม”

@พื้นฐานที่แข็งแรง…จากรุ่นสู่รุ่นประสิทธิ์ชัย มาจากครอบครัวนักการเมืองที่คนในพื้นที่รู้จักกันดี — พี่ชายของเขาคือ นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ อดีต ส.ส.ยะลา 6 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองน้ำดีที่ทำงานช่วยเหลือชาวบ้านมายาวนาน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าภูมิหลังคือ “การลงมือทำงานที่ต่อเนื่อง” – หากจะมองตระกูลนี้ มีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ยากไร้คน ที่ยากไร้ พวกเค้ามักส่งเสริมการสร้างอาชีพในชุมชน และให้โอกาสกับกลุ่มเปราะบาง มานานกว่าทศวรรษ โดยไม่ต้องรอถึงช่วงเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวเลยถามเลยงัดต่อเนื่อง ถึงประเด็น เหตุผลหลักที่พรรคภูมิใจไทย เลือกนายประสิทธิ์ ทางด้าน นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และ เป็นผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ตอนนึงในบทสัมภาษณ์ราว2 ชม. ระบุว่า ในการพิจารณาว่าที่ผู้สมัครสส. ของพรรคภูมิใจไทย แต่ละเขตการเลือกตั้ง โดยพรรคมีความเหให้็นพ้องว่า เราให้ความสำคัญกับคุณสมบัติ ความตั้งใจ และความสามารถจริง ไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์ หรืออิทธิพลแฝง หรือแม้แต่กระแสชั่วคราวอย่างโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดีย์ ถ้าถามว่าดีไหม “ดีสิ” แต่โซเชียลมีเดียร์นั้นมันจะเป็นดาบสองรมทันทีหากนักการเมืองทุกคนนำมาใช้เป็นเครื่องมือในทางที่ผิดและไร้จรรยาบรรณ ซึ่งมารยาททางการเมืองเค้าไม่ใช้กันวิถีอย่างนี้ ”ผอ.พรรคภูมิใจไทยกล่าว“

“นายประสิทธิ์ชัย เป็นคนที่เรามองว่า ไม่เพียงแต่เข้าใจความต้องการของคนในพื้นที่ แต่ยังสามารถเป็นสะพานเชื่อมใจคนในชุมชนพุทธและมุสลิมได้อย่างแท้จริง”แต่นี่ไม่ใช่ .. แค่ลงเลือกตั้ง แต่เรามาพร้อมทีมงานเข้มแข็ง ทำด้วยใจจริง และพรรคสนับสนุนให้เป็นจริง สิ่งนี้คือ เบื้องหลังการเปิดตัวครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากระดับผู้บริหารพรรค โดยนายทพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ให้การสนับสนุนโดยตรง พร้อมด้วยผู้ใหญ่ในพื้นที่และทีมงานคุณภาพที่พร้อมสนับสนุนการทำงานทั้งในและนอกสภา

ผู้สื่อข่าวได้ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ The Stringer Today เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568ซึ่งกระทู้ดังกล่าว ผู้ติดตามก็ว่า 2 แสนคนโดยผมจะเจาะรายระเอียดสำคัญๆมา เนื่องจากในกระทู้นั้นโดนบล็อกภายหลังจากตั้งกระทู้ถามีถึงชาวจ.ยะลา ว่าทำไมต้องเลือก “ประสิทธิ์ชัย”?

  • ทำไมต้องเลือก “ประสิทธิ์ชัย”?
  • เป็นผู้สมัครที่ “ไม่ได้มาเพื่อแข่งขัน” แต่ “มาเพื่อรับใช้”
  • เข้าใจพื้นที่ รู้จักปัญหาทุกซอกทุกมุมของเขต 1
  • เชื่อมโยงได้ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม
  • มีประสบการณ์ครอบครัวด้านการเมืองที่ไม่ทิ้งประชาชน
  • ได้รับการสนับสนุนจากพรรคและทีมผู้บริหารระดับชาติ
  • ภายหลังจากนั้น ก็จบการสนทนาสั้นๆกับทาง ผอ.พรรคภูมิใจไทย

บทสรุปจาก “พี่ใหญ่”
“เรามั่นใจว่าเขาคือคนที่ดีที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นใคร แต่ว่าเพราะเขาทำอะไรให้พี่น้องประชาชนมาตลอด และเราก็มั่นใจว่าถ้าได้โอกาสครั้งนี้ เขาจะทำได้มากกว่าที่เคย” บทสรุปจาก “พี่ใหญ่”“เรามั่นใจว่าเขาคือคนที่ดีที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นใคร แต่ว่าเพราะเขาทำอะไรให้พี่น้องประชาชนมาตลอด และเราก็มั่นใจว่าถ้าได้โอกาสครั้งนี้ เขาจะทำได้มากกว่าที่เคย” ต่อมา ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าเพิ่มเติม ของนายสิรภพอีกว่านอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าหากประชาชนในจังหวัดยะลา (เขต1) กำลังมองหา “ตัวแทนของชาวบ้าน ที่เข้าใจปัญหาในพื้นที่จริง และะลงพื้นที่จริง จิตใจดี เมตตา มีหัวใจเพื่อส่วนรวม ที่สำคัญเลยคือ ไม่แบ่งแยกศาสนา และกล้าที่จะพูดแทนประชาชน”

พรรคภูมิใจไทยได้เลือก “นายประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ” มาเป็นทางเลือกให้พี่น้องประชาชน ที่พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองในเวทีการเมืองระดับชาติ ด้วยผลงานและเจตนาที่ชัดเจน ถึงเวลาแล้ววที่ต้องตัดสินใจด้วยตัวของท่านเองให้เข้าไปมีบทบาท มาเป็นกระบอกเสียงให้ชาวยะลาเขต1 เป็นตัวแทนของพลังงานร่วมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีอย่างยาวนานในพื้นที่ที่เรียกได้ว่า เป็นระเบียงแห่งงเมทองมักกะหฺ์ ประชาชนทุกคนจะได้เห็นภาพ กลิ่นอายความจริงที่ชาวบ้านมึเงินสำหรับใช้จ่ายในครัวเรือน จุนเจือพ่อแม่ เพราะมั่นใจได้เลยว่า เศษฐกิจที่ซบเซาในเมืองจ.ยะลา กลับมายุคเฟื้องฟูอีกครั้ง เลือก นายประสิทธิ์ ยะลาเขต1 คนใหม่ ที่ใครๆ ทุกศาสนาเข้าถึงได้ ด้วยสโลแกนว่า “เสียงจากประชาชน ต้องมีคนจริงใจ เป็นกระบอกเสียงแทน”

ตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าว TOPNEWS รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /โรงพยาบาลสลุยจัด “จิบน้ำชาการกุศล” หาทุนซื้ออุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ส.ส.ลูกหมี – นายกโต้ง – รองกิต ร่วมมอบเตียงผู้ป่วยและถังออกซิเจน สนับสนุนการดูแลสุขภาพชุมชน เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นายสิทธิ์ชัย ชูจีน สาธารณสุขอำเภอท่าแซะ

เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เลี้ยงน้ำชาการกุศล” จัดโดยชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ร่วมกับ รพ.สต.สลุย เพื่อระดมทุนจัดหากายอุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยในพื้นที่แบบองค์รวม
ภายในงานมีบุคลากรทางสาธารณสุข หมอ อสม.จาก รพ.สต.ต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนมาก รวมทั้งนายอนิรุท พลราม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสลุย

นางจิราพร หนูชนะภัย กำนันตำบลสลุย นายชาญณรงค์ เสนเผือก อดีตกำนันตำบลสองพี่น้อง นายสายัณห์ สุธานินท์ อดีตกำนันตำบลสองพี่น้อง ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก ก่อนเริ่มงาน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่ง 1 นาที

เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นางสาวพรรณพิศ ภูนิคม ประธาน อสม.รพ.สต.สลุย กล่าวว่า

การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถือเป็นพลังแห่งความเมตตาและความสามัคคีของคนในชุมชน เงินและสิ่งของที่ได้รับบริจาคจะนำไปใช้ในการจัดหากายอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้สูงอายุในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นผู้แทน นายชุมพล จุลใส (ส.ส.ลูกหมี) และ นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

มอบเตียงผู้ป่วยจำนวน 2 เตียง และถังออกซิเจน 3 ถัง ให้กับ รพ.สต.สลุย เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ พร้อมระบุว่า จะส่งมอบเตียงผู้ป่วยเพิ่มเติมอีก 2 เตียง และถังออกซิเจนจำนวนหนึ่งให้กับ รพ.สต.บ้านพันวาลในโอกาสต่อไป

ด้าน นายชัยยุทธ ไชโย ผู้อำนวยการ รพ.สต.สลุย กล่าวว่า ภายในงานได้จัด “ตลาดนัดสุขภาพ” ให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุน พร้อมเลือกซื้อสินค้าชุมชนและเครื่องดื่มสุขภาพจากเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนอำเภอท่าแซะ เช่น กาแฟกูเสือเต้น, ปับพันวาล (ผาเปิดใจ), แนนฟาร์มม้า

(ไร่พอเพียงฟาร์ม), กาแฟโรสิยาห์, ชาใบมิ้นและหญ้าหวานจาก “พรผู้สร้าง” รวมถึงกาแฟพัฒนะจากตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว
กิจกรรมครั้งนี้นอกจากเป็นการส่งเสริมสุขภาพและสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนแล้ว ยังสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือในการพัฒนางานสาธารณสุขระดับพื้นที่อย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์เมืองมุกบูรณาการเข้มกับ ฉก.ทพ..2105 สกัดยาเสพติดถึงรังหนุ่มคอนสาย ยึดยาบ้าคาห้องนอน

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร สั่งการให้ มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง

พร้อม ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก) และสมาชิก อาสาสมัครรักษาดินแดน ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 บูรณาการร่วมกับ

ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ออกตรวจสอบกรณีมีการร้องเรียนผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ หมู่ 11 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

จากการเข้าตรวจสอบพบผู้เสพยาเสพติด 1 ราย และขยายผลจากแหล่งข่าวจนสามารถจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายยาบ้าเพิ่มอีก 1 ราย ทราบชื่อ นายศาสตราวุธ

แข็งแรง อายุ 23 ปี ชาวบ้าน บ้านคอนสาย ม.5 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร ตรวจค้นภายในบ้านพบของกลาง ยาบ้า 168 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายแขวนริมหน้าต่างห้องนอน

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิด โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 เร่งสร้างหลุมบุคคลคู่–หลุมหลบภัยกว่า 250 แห่ง เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนแนวชายแดน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง “ที่มั่นกำบัง (หลุมบุคคลคู่)” ภายใต้โครงการ กองทุนหทัยทิพย์ ของมูลนิธิจุฬาภรณ์ ณ ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี หลังเกิดสถานการณ์การปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมา กำลังพลต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีที่กำบังจากการโจมตีของโดรนจากฝั่งกัมพูชาโครงการดังกล่าวดำเนินการโดย กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับกองกำลังสุรนารี และกองพลพัฒนาที่ 2 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพลและประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน

โดยปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้าง หลุมบุคคลคู่ 256 แห่ง และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน 7 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ แม่ทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำว่า การสร้างที่มั่นกำบังเป็นภารกิจสำคัญในการปกป้องชีวิตของกำลังพล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความห่วงใยของทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนโครงการกองทุนหทัยทิพย์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าทำงานได้อย่างปลอดภัย“ไทยนี้รักสงบ แต่หากจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย เราก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวตอนหนึ่งโครงการก่อสร้างที่มั่นกำบังและหลุมหลบภัยยังคงดำเนินต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมและความปลอดภัยสูงสุดให้กับทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบึงกาฬ ทลายขบวนการค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า 1.59 ล้านเม็ด

วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2568) เวลา 17.00 น. ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ได้มีการแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ

โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับ พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย และการสั่งการของ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สืบสวนฯ มอบหมายให้ พ.ต.ท.กำพล บัวจันทร์ สว.กก.สืบสวนฯ นำกำลังลงพื้นที่สกัดจับ

หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของจังหวัด
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 9 จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบชายผู้ต้องหามีท่าทีพิรุธและพยายามหลบหนี ก่อนถูกควบคุมตัวไว้ได้

จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 5 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวม 1,594,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมรถยนต์คันดังกล่าว
ผู้ต้องหาทราบชื่อภายหลังคือ นายสิทธิเดช หรือป้อบ (สงวนนามสกุล)

ให้การรับสารภาพว่าได้รับยาบ้ามาจากพื้นที่บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมนำไปส่งต่อยังพื้นที่ตอนในเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลถึงเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย.น่าน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 และทำบุญถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สาขาสมาคมสภาผู้สูงแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีและทำบุญถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ ณ ศาลาหลวง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง

อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านโดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายแพทย์คณิต ตันติศิริวิทย์ ที่ปรึกษาสาขาสมาคมฯ เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมี นายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสภาสาขาฯ กล่าวรายงานต่อที่ประชุม

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ประกอบด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน สาธารณสุขจังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน, อดีตประธานสภาสาขาฯ, นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

ยายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขาสมาคมฯรวมถึงประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการสภาผู้สูงอายุทั้ง 15 อำเภอ และเทศบาลต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าและผลผลิตจากชุมชน อาทิ ผักสด เครื่องจักสาน เสื้อผ้า และผลไม้ ซึ่งจัดเป็น 3 โซนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่

ช่วงเช้ามีพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพล ถวายปัจจัย และถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ โดยมี ท่านเจ้าคุณพระราชนันทวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และแสดงสัมโมทนียกถาแก่ผู้เข้าร่วมงานจากนั้นมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากตัวแทนผู้สูงอายุทั้ง 3 โซน คือ โซนเหนือ โซนกลาง และโซนใต้ โซนละ 1 รายการ สร้างความรื่นเริงและอบอุ่นแก่ผู้เข้าร่วมงาน

มีการมอบเกียรติบัตรแก่ ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็ง และ คณะกรรมการที่หมดวาระจำนวน 32 ท่าน พร้อมการเลือกตั้งประธานสาขาสมาคมฯ คนใหม่ เนื่องจากประธานคนเดิมหมดวาระ ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายเกตุ สมบัติแก้ว ได้รับเลือกเป็นประธานสาขาฯ คนใหม่ โดยมีการส่งมอบงานและกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการ

พิธีปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ดำเนินการโดย นายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสาขาฯ คนปัจจุบัน จากนั้นผู้ร่วมงานรับประทานอาหารร่วมกันก่อนแยกย้ายกลับโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/
วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านจัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก : สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อมโยง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบูรณาการการท่อง

เที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 พัฒนาเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์คุณภาพสูงบนฐานวัฒนธรรมและความยั่งยืน
โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

พร้อมด้วย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน นายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ นักวิ่ง นักท่องเที่ยว และประชาชนชาวจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง
นางวิไลวรรณ บุดาสา กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในกลุ่ม

จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นในฐานะ “เมืองเก่าที่มีชีวิต” เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนา ผสมผสานกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนที่อบอุ่นและเป็นมิตร อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย เช่น วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดมิ่งเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน บ้านนาก๋างโต้ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติดอยภูคา และอุทยานแห่งชาตินันทบุรี

กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียงน่าน” ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 782 คน โดยแบ่งเป็นชาวไทย 777 คน และชาวต่างชาติ 5 คน จากประเทศเคนยา ฟิลิปปินส์ ซิมบับเว สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย
เส้นทางวิ่งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

Kilo Run 2.5 กิโลเมตร Fun Run 5 กิโลเมตร Half Marathon 21 กิโลเมตรMarathon 42 กิโลเมตรจุด Start – Finish ตั้งอยู่ ณ ข่วงเมืองน่าน นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าน่าน เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความมีไมตรีของชาวเมืองตลอดเส้นทาง
กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” จัดขึ้นทั้งหมด 4 สนาม ได้แก่

สนามที่ 1 : วิ่งเลาะเวียงแพร่ จังหวัดแพร่ (25–26 ตุลาคม 2568)
สนามที่ 2 : วิ่งเลาะเวียงน่าน จังหวัดน่าน (8–9 พฤศจิกายน 2568)โดยจะจัดต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในกลุ่มล้านนาตะวันออกกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างกระแสการออกกำลังกายเพื่อ

สุขภาพ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 ให้เติบโตอย่างยั่งยืนดำเนินงานโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยาติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แฟร์เท็กซ์” จุดไฟศึกกลาง MEGA BANGNA เปิดเวที ‘SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest’ รวมคนธรรมดาสายสู้ ขึ้นชกจริง พิสูจน์หัวใจนักสู้

ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ณ ลาน FOODWALK PLAZA ศูนย์การค้าเมกาบางนา บริษัท แฟร์เท็กซ์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬามวยไทยและศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของประเทศไทย จัดมหกรรมมวยไทยสมัครเล่น “Fairtex SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest” สานต่อกิจกรรม Fairtex Smoker ที่จัดต่อเนื่องมายาวนาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกอาชีพได้สัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีมวยระดับมืออาชีพ

โดยมี คุณเปรม บุษราบวรวงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Fairtex Equipment, MD Fairtex Training Center และ CEO Fairtex Fight กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณพันธมิตรและผู้สนับสนุนที่ร่วมผลักดันให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ร.ต.นิธิโรจน์ บัวศรีธรานนท์ หรือ “กำไลเพชร อโยธยาไฟท์ยิม” อดีตนักมวยไทยชื่อดัง ร่วมแสดงรำไหว้ครูและศิลปะแม่ไม้มวยไทย ก่อนเข้าสู่การแข่งขันของเหล่านักชกสมัครเล่นจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งพยาบาล ครู ทนาย ช่างตัดผม นักเรียน และพนักงานออฟฟิศ ที่ต่างมาร่วมพิสูจน์หัวใจนักสู้บนสังเวียนจริง

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ศึกคนดัง ระหว่าง “แทค พงศกร” นักแสดงจากค่าย Idol Factory ดวลหมัดกับ โหงวเฮ้ง หรือ อัครพงษ์ศักดิ์ พงษสุวรรณ ลูกชายคนโตของพี่เท่ง เถิดเทิง ซึ่งเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมแน่นลานเมกาบางนา โดยมี คุณบรรจง บุษราคัมวงษ์ เจ้าของค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เดินทางมาร่วมเชียร์ให้กำลังใจผู้แข่งขันทุกท่านแบบเกาะติดขอบสนาม

ภายในงานยังมีกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 3 วันเต็ม วันที่ 7 พ.ย. พบกับโชว์จาก “ตุ้ม ปริญญา” และเวิร์กช็อปมวยไทยโดย “ยอดไก่แก้ว แฟร์เท็กซ์” แชมป์ Max Stadium, วันที่ 8 พ.ย. พิธีเปิดงานและแมตช์พิเศษแทค–โหงวเฮ้ง และวันที่ 9 พ.ย. กิจกรรมสาธิตศิลปะการต่อสู้จาก Family BJJ Gym และอดีตฮีโร่โอลิมปิก “วรพจน์ เพชรขุ้ม” พร้อมเวิร์กช็อปมวยไทยและกิจกรรมพิเศษจากสองนักชกระดับโลก “ก้องธรณี ส.สมหมาย” และ “เจ้าเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” รวมถึงช่วง Meet & Greet แจกลายเซ็นและพูดคุยกับแฟนมวยอย่างใกล้ชิด

กิจกรรม Fairtex Smoker ถือเป็นส่วนสำคัญของวงการมวยไทย ที่เปิดโอกาสให้นักสู้รุ่นใหม่ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบนเวทีจริง อีกทั้งเป็นพื้นที่แสดงพลังของชุมชนมวยไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากพัฒนาการของนักชกและการจัดงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นในทุกปีซึ่งงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำ

ในวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ ONE Championship, น้ำมันมวย, G-Shock, กระทิงแดง, Royal Enfield และ Matter Makers“เวทีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับนักมวยอาชีพเท่านั้น แต่สำหรับคนธรรมดาที่กล้าฝัน กล้าสู้ และกล้าพิสูจน์ตัวเอง” แต่นี่คือจิตวิญญาณของ Fairtex SMOKER11: Cyber Santa Mega Fight Fest ที่แฟร์เท็กซ์ตั้งใจส่งต่อ เพราะบนสังเวียนนี้ ‘ความกล้า สำคัญกว่าชื่ออาชีพมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมช.มหาดไทย เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.68 นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เป็นประธานพิธีเปิด โครงการ “OTOP สร้างสุขสู่ชุ่มชน” จุดดำเนินการที่ 5 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ที่บริเวณลานกิจกรรม 25 ไร่ หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ

โดยมี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชมชน, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ, แพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ / ประธานแม่บ้านมหาดไทย จ.ประจวบฯ ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน, หัวหน้าส่วนราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง,ผู้แทนภาคีเครือข่าย แขกผู้มีเกียรติและผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยก่อนเริ่มพิธีเปิดงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เชิญผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่ออนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์ของไทย

ผ่านการจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าต่างๆ และสาธิตทำเมนู “ยำปลาอินทรีเค็ม” แจกจ่ายผู้คนที่มาร่วมงานและสื่อมวลชนได้ลองทานอย่างเอร็ดอร่อยนางสาวศศิธร กิตติธรกุล กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้จัดทำโครงการ “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ขึ้นเพื่อส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP เพิ่มศักยภาพการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาคธุรกิจ ตลอดจนยกระดับรายได้ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ให้มีความมั่นคงยั่งยืน

สำหรับโครงการ “OTOP สร้างสูงสู่ชุมชน” กำหนดจัดขึ้นหมุนเวียนในพื้นที่ 18 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระหว่างเดือนตุลาคม 68 – มีนาคม 69 โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นจุดดำเนินการที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 พ.ย.68 รวมระยะเวลา 7 วัน
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ได้แก่การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 1-5 ดาว และ OTOP

ชวนชิมจากทั่วประเทศกว่า 200 บูธ การสาธิตผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเลือกซื้อสินค้า การจัดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชนชน” ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไก

สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชน และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เชื่อมโยงกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสร้างความยั่งยืนในอนาคต.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / NCAPS ส่งภาพ​ตรงจากพื้นที่​ เจ้าหน้าที่ อช.ศรีลานา จับกุมลักลอบทำไม้ชิงชันมีค่า ยึดไม้แปรรูป 75 ชิ้น

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.40 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบทำไม้มีค่าได้ 1 ราย พร้อมยึดไม้ชิงชันแปรรูปจำนวน 75 เหลี่ยม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐกว่า 498,000 บาท

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อสั่งการของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดในการออกตรวจลาดตระเวนป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ และการลักลอบทำไม้มีค่าในพื้นที่

นายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการอุทยานแห่งชาติศรีลานนา รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังจากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย สายตรวจอุทยานแห่งชาติ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ที่ ศล.2 (ปางมะเยา), ศล.3 (บ้านออน), ศล.6 (ห้วยกุ่ม), ศล.7 (ห้วยปุย) ทหารกองบังคับการควบคุมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 1 กองกำลังผาเมือง และสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว ร่วมกันออกตรวจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ บริเวณป่าห้วยถ่ำม่วง หมู่ที่ 9 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้รูปแบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ SMART PATROL

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการติดตามสืบสวน หลังจากวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 คณะเจ้าหน้าที่พบร่องรอยการลักลอบทำไม้หลายจุด และร่องรอยการชักลากไม้ในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้นำกล้อง SHARED CAMERAS (N-CAP) รหัส 05 มาติดตั้งเพื่อดักถ่ายการกระทำผิด จนกระทั่งวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.38 น. พบกลุ่มบุคคลมีการเคลื่อนไหวนำอุปกรณ์ เครื่องชั่ง และมีการชักลากไม้ผ่านหน้ากล้อง

คณะเจ้าหน้าที่จึงจัดชุดกำลังเข้าดักซุ่ม ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.40 น. จึงพบชายตามภาพดักถ่ายจากกล้อง N-CAP เข้ามาในพื้นที่บริเวณกองไม้ที่เตรียมเคลื่อนย้าย คณะเจ้าหน้าที่จึงแสดงตนและตรวจสอบ ทราบในภายหลังว่าเป็นนายอาทิตย์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 11 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่จากการสอบถาม นายอาทิตย์ให้การว่า ตนเองเข้ามาตรวจสอบไม้เพื่อทำการชักลากออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ไฟฉายคาดหัวสีเขียว 1 อัน ตะปูขนาด 3 นิ้ว จำนวน 8 ตัว และมีด 1 เล่ม จากนั้นได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบไม้ชิงชันแปรรูปกองกระจัดกระจายรอบบริเวณป่า

ทั้งนี้ ของกลางและอุปกรณ์ที่ตรวจยึด ประกอบด้วย ไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 75 เหลี่ยม/ชิ้น ปริมาตร 1.66 ลูกบาศก์เมตร คิดมูลค่าความเสียหายของรัฐ 498,000 บาท, มีด 1 เล่ม, ตะปู จำนวน 8 ตัว, ไฟฉายคาดหัวสีเขียว จำนวน 1 อันคณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้แก่ผู้ต้องหา และได้จัดทำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายกริชสยาม กล่าวย้ำว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ยืนยันที่จะเดินหน้าปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นต่อเนื่องในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยใช้เทคโนโลยีและการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำผิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด.

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทสภ. ยืนยันระบบตรวจสัมภาระได้มาตรฐานสากล แจงกรณีพบเครื่องกระสุนปืนที่สนามบินภูเก็ตเกิดภายหลังนักท่องเที่ยวอิสราเอลเดินทางในไทยกว่าสัปดาห์

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลผู้โดยสารชาวอิสราเอลถูกตรวจพบเครื่องกระสุนปืนในกระเป๋าสัมภาระที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้โดยสารรายนี้เคยเดินทางเข้าประเทศผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 และสัมภาระผ่านระบบตรวจสอบได้อย่างไรนั้นจากการตรวจสอบของ ทสภ. พบว่าผู้โดยสารรายดังกล่าวเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 และได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ตในวันเดียวกัน

ก่อนท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ เช่น เกาะพีพี และภูเก็ต จนกระทั่งเกิดเหตุที่สนามบินภูเก็ตในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเข้าประเทศมากว่าสัปดาห์แล้ว
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่าในช่วงที่ผู้โดยสารเดินทางออกจาก ทสภ.

ไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต สัมภาระผู้โดยสารได้ผ่านการตรวจค้นโดยระบบตรวจสอบวัตถุระเบิด (Explosive Detection System : EDS) และไม่พบสารระเบิดหรือวัตถุต้องสงสัยใด ๆ จึงผ่านขั้นตอนการตรวจสอบตามปกติ ทั้งนี้ หากระบบตรวจพบวัตถุระเบิดหรือวัตถุต้องสงสัยใด ๆ จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนและเจ้าหน้าที่จะนำสัมภาระออกมาตรวจสอบซ้ำตามขั้นตอนทันที

ทสภ. ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน โดยใช้ระบบตรวจสอบสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง (Hold Baggage Screening System) ที่ออกแบบตามมาตรฐานของหน่วยงานบริหารการรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐอเมริกา (TSA) และ European Civil Aviation Conference (ECAC) ของสหภาพยุโรป ซึ่งผ่านการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) รวมทั้งผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบทั้งในและนอกประเทศ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินภูเก็ตเป็นเหตุภายหลังจากผู้โดยสารได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยหลายวันแล้ว และขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ทสภ. ยังคงดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและอากาศยาน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อช่วงเย็น วันที่ ( 7 พ.ย. 2568) เวลา 17.00 น. ที่วัดอ่างสุวรรณ ( หนองหอย) ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส (จพง.ปค.ชำนาญการพิเศษ)

ปฏิบัติหน้าที่ รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เจ้าอาวาสวัดหนองหอย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก

พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ทับสะแก สภ.ห้วยยาง ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู พนักงานราชการ

ลูกจ้างชั่วคราว สมาชิก อส.อ.ทับสะแก ที่ 6 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

///////////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์วิจัยฯ ทางทะเลติดตามอนุบาลปะการังเกาะง่ามใหญ่ พบปะการังรอดกว่า 90% เตรียมต่อยอดฟื้นฟูแนวปะการังสร้างสมดุลระบบนิเวศ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมรกต โจวรรณถะ หัวหน้าศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ลงพื้นที่ดำเนินโครงการสำรวจ ติดตาม และประเมินสถานภาพทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล ประจำปี 2568

โดยมีกิจกรรมสำรวจสถานภาพพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพรสำหรับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร)

มีภารกิจสำรวจ ศึกษา วิจัย และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ครอบคลุมพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล 7 แห่ง ได้แก่

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
อุทยานแห่งชาติหาดวนกร
อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (อยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้ง)
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง
อุทยานแห่งชาติแหลมสน
อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี

โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้ลงพื้นที่เกาะง่ามใหญ่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เพื่อติดตามวัดขนาดการเจริญเติบโตของปะการังในแปลงอนุบาลปะการัง (Coral Nurseries)

ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยการฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการัง ผลการติดตามเบื้องต้นพบว่า แปลงอนุบาลปะการังยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ปะการังมีอัตราการรอดสูงถึงร้อยละ 90 และมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1–2 เซนติเมตร
นายมรกตกล่าวว่า

ปรากฏการณ์น้ำทะเลอุณหภูมิสูงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้แนวปะการังหลายแห่งเกิดภาวะฟอกขาวและได้รับความเสียหาย การดำเนินโครงการอนุบาลปะการังจึงเป็นแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรแนวปะการังให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ตอนบน นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของแนวปะการัง ปลาทะเลสีสันสวยงาม และธรรมชาติทางทะเลที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี
คำแนะนำประชาชน:

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปดำน้ำหรือท่องเที่ยวทางทะเล ควรช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเหยียบปะการัง ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง เพื่อร่วมรักษาความงดงามของท้องทะเลชุมพรให้คงอยู่คู่กับชุมชนและคนรุ่นต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิบ้านนกขมิ้นร่วมกับเทศบาลตำบลกองควาย ส่งมอบบ้านใหม่ให้น้องคชา หลังประสบภัยน้ำท่วมใหญ่จังหวัดน่าน

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 บ้านน้ำครกเก่า ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ภายใต้ โครงการกองทุนที่อยู่อาศัย ร่วมกับ เทศบาลตำบลกองควาย จังหวัดน่าน ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ เด็กหญิงคชาภรณ์ ส่างกอง และครอบครัว ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนั้นสร้างความเสียหายรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะบ้านของน้องคชา ที่ถูกน้ำท่วมสูงจนมิดหลังคาเป็นเวลากว่าสองวัน ทำให้โครงสร้างไม้เดิมชำรุด หลังคาเก่าเป็นรูและพื้นไม้ผุพังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย ครอบครัวต้องอาศัยอยู่อย่างระแวดระวังจากฝนและสัตว์มีพิษในบ้าน

จากสถานการณ์ดังกล่าว มูลนิธิบ้านนกขมิ้นซึ่งเคยจัดตั้ง “โรงครัวนกขมิ้น” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลกองควาย จึงได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของครอบครัวน้องคชา และได้ดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ภายใต้ “โครงการกองทุนที่อยู่อาศัย” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการซ่อมแซมหรือสร้างบ้านให้กับเด็กยากจนและผู้ยากไร้ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย

การส่งมอบบ้านในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่านเป็นประธานในพิธี นายสุรชัย สุขเขียวอ่อน ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิบ้านนกขมิ้น นายสุรชัย แสนมี่ ผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น และทีมงาน รวมถึงคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกองควาย

นำโดย ร้อยตำรวจเอกไชยเดช โรงคำ นายกเทศมนตรีตำบลกองควาย นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ผู้นำท้องที่ และพี่น้องชาวตำบลกองควายร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบบ้านหลังใหม่อย่างอบอุ่น นายกเทศมนตรีตำบลกองควาย กล่าวถึงความประทับใจว่า

“วันที่ขึ้นเสา ปูพื้นบ้าน น้องคชากลับมาจากโรงเรียน พ่อเห็นแววตาน้องมีความสุขจนเต็มล้น พอถามว่า ‘รู้สึกยังไงลูก’ น้องตอบว่า ‘หนูมีความสุขค่ะ’ เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีบ้านใหม่ที่ดีขนาดนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณมูลนิธิบ้านนกขมิ้นมากครับ ถือเป็นบุญอย่างยิ่งที่ได้เห็นรอยยิ้มของครอบครัวนี้อีกครั้ง”
ด้านน้องคชา กล่าวในพิธีด้วยรอยยิ้มว่า

“หนูขอขอบคุณมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี และเทศบาลตำบลกองควายค่ะ ที่ทำให้หนูได้มีบ้านใหม่ที่แข็งแรงและปลอดภัย หนูดีใจที่ไม่ต้องกลัวว่าน้ำฝนจะหยดเวลานอน หรือกลัวแมลงมีพิษจากพื้นบ้านอีกแล้วค่ะ”การส่งมอบบ้านในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ที่เชื่อมั่นว่า “เด็กจะเติบโตได้ดี เมื่อมีบ้านและครอบครัวที่มั่นคง”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
มูลนิธิบ้านนกขมิ้น
โทร. 02-375-6497
Facebook: มูลนิธิบ้านนกขมิ้น – Baan Nokkamin Foundation
เว็บไซต์: www.bannokkamin.org/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เลขารัฐมนตรีว่ามหาดไทย..สถานการณ์น้ำท่วมเมืองสุโขทัยเมื่อเวลา17.20น. 8 พย. 2568

เลขารัฐมาตรีมหาดไทยพร้อมพ่อเมืองสุโขทัยลงพิ้นที่แก้ไขและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเมืองสุโขทัยเมื่อเวลา17.20น.ของวันที่8พย.2568

นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมรักษ์ ยกน้อยวงค์รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยและนายอำเภอเมืองสุโขทัยหัวหน้าส่วนงานราชการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ตำบลปากแคว ตำบลบ้านกล้วย โรงพยาบาล
สุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัย พร้อมทั้งเร่งระดมเครื่องสูบน้ำเครื่องสูบน้ำระยะไกล จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร และเขต9 พิษณุโลก เครื่องสูบน้ำนวัตกรรม เขต 9 พิษณุโลก

สูบน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่แม่น้ำยมที่ยังมีระดับไม่สูงมากพอรับมวลน้ำได้และ คราดว่าภายใน 2 วัน น้ำน่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง.ทั้งนี้เนื่องจากพายุฝน พายุดีเปรสชัน “คัลแมกี” (KALMAEGI) ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดสุโขทัยทำให้มีฝนตกปริมาณน้ำฝนมากตกลงมา

ในพื้นที่พร้อมมวลน้ำทที่ล้นสปริงเวย์จากอ่างเก็บน้ำแม่ท่าแพ อ่างเก็บน้ำแม่ท่าแพ อ่านเก็บน้ำแม่รำพันทีอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมืองสุโขทัยทำให้มีมวลน้ำมากไหลลงสู่ตัวเมืองจึงทำให้มวลล้นคลองส่งน้ำไหลเอ่อท่วมตัวเมืองดังกล่าว.
กิตติ(ถาวร) พรดวงจันทร์ สุโขทัย 0821632939

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สุโขทัยรับขบวนแห่ไฟพระฤกษ์ และพระประทีปพระราชทานไปประดิษฐาน ณ ตระพังตระกวน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2568) เวลา 11.00 น. ณ ตระพังตระกวน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์และพระประทีปพระราชทานไปประดิษฐาน ณ แท่นที่จัดเตรียมไว้ ในการนี้ นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ศาล ทหาร ตำรวจ อัยการ หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการร่วม

ในพิธีโดยขบวนแห่ไฟพระฤกษ์ และพระประทีปพระราชทานผ่านศาลปู่ผาดำ ตลาดสดเทศบาลตำบลเมืองเก่า เข้าสู่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ผ่านพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มายังตระพังตระกวน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการ ตั้งแถวรอรับขบวนแห่ไฟพระฤกษ์ และพระประทีปพระราชทาน วงโยธวาทิตโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม

บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี กองเกียรติยศ จากมณฑลทหารบกที่ 39 ตั้งขบวน พร้อมทำความเคารพ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยรับไฟพระฤกษ์จากผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ แท่นที่จัดเตรียมไว้ กำลังพลจาก กองทัพภาคที่ 3 อัญเชิญพระประทีปพระราชทานทั้ง 11 พระองค์ ไปประดิษฐาน ณ แท่นที่จัดเตรียมไว้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นผู้รับไปประดิษฐานจนครบทุกพระองค์

จังหวัดสุโขทัยกำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และได้ขอพระราชทานพระประทีป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระประทีป สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูล สิริวิบูลยราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เพื่อเชิญไปลอยเป็นปฐมฤกษ์ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รมว.กลาโหม” ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ตรวจความพร้อมฐานปฏิบัติการ และให้กำลังใจทหารแนวหน้า

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยสวมชุดสนามและเสื้อกั๊ก MoD ลงพื้นที่ตรวจแนวชายแดน พร้อมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานปฏิบัติการสำคัญ ได้แก่ ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ ฐานปฏิบัติการพลาญยาว และฐานปฏิบัติการป้อมปูน ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี

การลงพื้นที่ครั้งนี้ พลเอก ณัฐพล ได้รับการรายงานสถานการณ์จาก พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ซึ่งได้นำตรวจพื้นที่และสรุปภาพรวมการปฏิบัติการ รวมถึงแนวทางการเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวสอบถามความเป็นอยู่ของกำลังพล พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับทหารประจำฐานปฏิบัติการ และมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อใช้สนับสนุนภารกิจ

พลเอก ณัฐพล ได้เน้นย้ำให้หน่วยกำลังรบให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการ ขวัญ และกำลังใจของกำลังพลในทุกระดับ รวมถึงให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงตามแนวชายแดนต่อไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง