สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / นรข.เขตหนองคาย สน.เรือบึงกาฬ ตรวจยึดยาบ้าล้านเม็ด ริมฝั่งโขงบ้านห้วยดอกไม้

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 19.30 น. หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตหนองคาย (นรข.) สน.เรือบึงกาฬ ภายใต้การอำนวยการของ นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าหน่วยเรือบึงกาฬ

ได้สนธิกำลังออกปฏิบัติการตรวจสอบและสกัดกั้นยาเสพติด หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บริเวณบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

จากการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เจ้าหน้าที่พบเรือต้องสงสัยพายเลาะตามริมแม่น้ำโขง เข้ามาในเขตพื้นที่ ก่อนจะแล่นกลับออกไปยังฝั่ง สปป.ลาว ในช่วงเวลาเดียวกันพบชายหนึ่งคนลำเลียงวัตถุต้องสงสัยขึ้นจากริมฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อมเพื่อจับกุม แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน กระโดดน้ำว่ายหลบหนีไปในความมืด

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบลังกระดาษห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 5 ลัง ภายในบรรจุ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด พร้อมตรวจยึด รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 1 คัน ที่ใช้ในการลำเลียงของกลาง ทิ้งไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังป่าช้าบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สน.เรือบึงกาฬ เพื่อทำการตรวจสอบโดยละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.มุกดาหารเตือน! นำรถออกนอกประเทศต้องมีเอกสารครบ-ถูกต้อง หากไม่นำรถกลับเข้าภายในกำหนด จะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง

พันตำรวจเอก พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงเพจกรณีมีเฟซบุ๊กชื่อดังด้านอู่ซ่อมรถและประดับยนต์ใน สปป.ลาว ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 100,000 คน ได้โพสต์ข้อความเสนอ “บริการรับจ้างนำรถยนต์จากประเทศไทยเข้าลาว” โดยคิดค่าบริการ ครั้งละ 160,000 บาท ว่า การนำรถออกไปนอกราชอาณาจักรต้องผ่านขั้นตอนการตรวจอนุญาตที่ถูกต้อง โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ตัวจริง), เอกสารการเสียภาษี, สำเนาบัตรประชาชนผู้ถือกรรมสิทธิ์ รวมทั้งเอกสารการมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์ ในกรณีที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้เดินทางด้วยตนเอง

สำหรับขั้นตอนการตรวจอนุญาต ผู้ประสงค์จะนำรถออกนอกประเทศต้องนำรถยนต์พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเอกสารการเดินทาง (พาสปอร์ต หรือบอร์เดอร์พาส) ไปยื่นขออนุญาตที่ช่องตรวจรถยนต์ขาออก โดยต้องกรอกแบบฟอร์ม ตม.2, ตม.3, ตม.4 และ ตม.53 ก่อนยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประทับตราอนุญาต

พันตำรวจเอกพิทักษ์พงษ์ กล่าวต่อว่า ทาง ตม.มุกดาหาร มีมาตรการตรวจสอบเข้ม โดยเน้นการตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องตรงกับรถยนต์ที่ขออนุญาต พร้อมทั้งเก็บสถิติรถยนต์ที่ออกไปแต่ไม่ได้นำกลับเข้ามาฝั่งไทย ซึ่งหากผู้ใดไม่นำรถกลับภายในเวลาที่กำหนด จะถูกบันทึกชื่อเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” เพื่อพิจารณาอย่างเข้มงวดในการขออนุญาตครั้งต่อไปทั้งนี้ ทางการ สปป.ลาว ได้มีมาตรการใหม่ ลดระยะเวลาการอนุญาตให้นำรถยนต์ไปใช้ชั่วคราว จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะนำรถไปใช้งานในฝั่งลาวควรปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา#ตมมุกดาหาร #รถข้ามแดน #ตรวจเข้มชายแดน #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #คำม่วน #ข่าวด่วน #เตือนภัยชายแดน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / มทร.รัตนโกสินทร์ สร้างฮีโร่ครั้งใหญ่จัดอบรมนักศึกษาช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานหากเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการ “BDMS

อบรมการช่วยชีวิต” Big Campaign รวมพลังสร้างฮีโร่ครั้งใหญ่ เนื่องในวันมหิดล โดยมี นางศศิเพ็ญ ปิยสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และโรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรี นายเชษฐพล มณีฉาย ผู้จัดการแผนกการตลาดและสื่อสารองค์กร

โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน พร้อมด้วย คณะครูอาจารย์มหาวิทยาลัยฯ นักศึกษาจากสโมสรโรทาแรคท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล จำนวน 2 รุ่น ทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย กว่า 200 คน เข้ารับการอบรม ผศ.นภาพร นาคทิม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

มงคลรัตนโกสินทร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตอย่างถูกวิธี จึงได้ร่วมกับทางโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินจัดกิจกรรมนี้ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ที่ถูกต้อง และมีความมั่นใจในการรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น หากพบเจอก็สามารถให้การช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้เพื่อนมนุษย์

นางศศิเพ็ญ ปิยสุทธิ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จัดการอบรมนี้ตามนโยบายของของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) หรือ BDMS มาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าการอบรมจะมีความรู้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยเบื้องต้น (Basic Life Support) เมื่อ

เกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนได้อย่างถูกวิธีก่อนส่งถึงมือแพทย์ การอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR) ที่ถูกวิธี การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED)

และการช่วยเหลือผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และภาคีเครือข่าย อาทิ เทศบาลนครหัวหิน มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน และมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน มาเป็นวิทยากรให้ความรู้

ตามแนวคิดที่ว่า แม้ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ หากเรามีองค์ความรู้และมีความมั่นใจ ผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติจริง โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้หลักการที่เป็นสากล.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.ทท.ประจวบฯ จัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครฯ พร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว “สะดวก-ปลอดภัย-เป็นธรรม”

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ตามศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (ศปทท.ตร.) พ.ต.อ.ประภาวิน ฉายโฉมเลิศ รอง ผบก.ทท.3, พ.ต.ท.วรพรต ผลานิสงค์ รอง ผกก.1 ทท.3, พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 (ประจวบคีรีขันธ์), พ.ต.ต.ชโนวิทก์ สีเนหะ สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 และตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พร้อมผู้เข้ารับการอบรมอาสาสมัคร จำนวน 100 คน

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

ร่วมในพิธีเปิดการอบรม “โครงการอบรมอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแกนักท่องเที่ยว” ของศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี โดยมี พ.ต.อ.สุพมาส บัวลาด รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็นประธานเปิดการอบรม ระหว่างวันที่ 22-23 ก.ย.68 ณ ห้องประชุมบ้านพิงภูแพรว รีสอร์ท อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้กำหนดให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลัก “สะดวก-ปลอดภัย-เป็นธรรม” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการระดับสากล โดยได้ดำเนินการจัดทำโครงการอบรมโครงการอบรมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว พ.ศ.2568

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

เพื่อให้อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ถูกต้อง เหมาะสมในการให้บริการ และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ โดยให้หน่วยในสังกัดจัดอบรมบรรยายเน้นบทบาทอาสาสมัครใน 3 มิติ ตามยุทธศาสตร์กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว คือ – สะดวก (Convenience) ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงตำรวจได้ง่ายและทันสมัย เช่น ศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 แปดภาษา, TTP Application,

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

และเครือข่ายสถานทูต – ปลอดภัย (Safety) ประเทศไทยต้องเป็น Safe Destination โดยอาสาสมัครคือ “หูตา” ของตำรวจ และ “เกราะใจ” ของสังคม ที่ช่วยป้องกันเหตุร้ายตั้งแต่ยังไม่เกิด – เป็นธรรม (Fairness) นักท่องเที่ยวได้รับความยุติธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่น การจัดการทัวร์เถื่อน, Taxi หลอกลวง และอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งคาดว่าหลังจบการอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ ความเข้าใจ เพื่อนำไปต่อยอดในการเป็นอาสาสมัครดำเนินงานเกี่ยวกับที่ได้รับอบรมมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี-ประจวบฯ ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

ส.ส.ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนเขากะลาวิทยาคม

วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนเขากะลาวิทยาคม ตำบลเขากะลา 
อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมรัฐสภา  คณะฯ ได้เข้าชมห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับฟังข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกระบวนการประชุมสภา และได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดีให้แก่นักเรียน 

สส.ทรงศักดิ์ ยังกล่าวชื่นชมคณะครูที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใกล้ชิดการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร และขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ นักเรียนทุกคนเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของจังหวัด

นครสวรรค์และของประเทศต่อไปแป๊ะยิ้มคอนหวัน #ทรงศักดิ์ส่งเสริมอุดมชัย #สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครสวรรค์เขต2พรรคเพื่อไทย #อําเภอเมืองนครสวรรค์ #พยุหะคีรี #โกรกพระ #นครสวรรค์บ้านเรา

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สำนักศิลปากร 12 แจ้งความเอาผิดคนลักลอบขุดเขาสามแก้ว

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 24 กันยายน 2568 นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช พร้อมนางสาวกาญจนา สากระแสร์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร และเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยการลักลอบขุดค้นหาโบราณวัตถุ บริเวณแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร หลังจากได้รับทราบจากสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีบุคคลโพสต์ Facebook ระบุว่า มีการลักลอบขุดค้นในพื้นที่ดังกล่าว

จากการตรวจสอบในพื้นที่ พบว่ามีหลุมร่องรอยการขุดหลายจุด ซึ่งเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดลอยนวล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 จึงได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองชุมพร เพื่อแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สหชาติ สังข์สม พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองชุมพร ขอให้สืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การลักลอบขุดค้นโบราณวัตถุมีโทษร้ายแรงตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 700,000 บาท และหากผู้ใดซ่อนเร้น จําหน่าย หรือรับซื้อ รับจํานํา หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุอันได้มาโดยการกระทําความผิด ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

“สำนักศิลปากรที่ 12 ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมเฝ้าระวังและอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ หากพบเห็นการลักลอบขุดค้น ครอบครอง ซื้อ ขาย หรือรับซื้อโบราณวัตถุ โปรดรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสำนักศิลปากรใกล้เคียงทันที เพื่อร่วมกันปกป้องสมบัติอันล้ำค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป ซึ่งสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช สามารถโทร.แจ้งได้ที่หมายเลข 075-356458 หรือที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร โทร.077-630758” นายภัทรพงษ์ กล่าว

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / เปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568

วันที่ 23 กันยายน 2568 นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน
ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีประจำปีการศึกษา 2568 ร่วมกับ

นายประชา วิโรจน์ทินกร ในฐานะ ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียน

ฝวาหมินกงลิ ดร. มยุรีย์ ทิพย์ญาณ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหารโรงเรียน นักกีฬา กองเชียร์ที่รักทุกคน

นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ กล่าว โรงเรียนฝวาหมินกงลิ การจัดการแข่งขันกีฬาสีทางโรงเรียนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อส่ง

เสริมให้นักกีฬา มีทักษะด้านกีฬาพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคี ปลูกฝังให้นักกีฬาเล่นกีฬาด้วยน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้

ชนะ รู้อภัย ห่างไกลยาเสพติด ดังคำขวัญที่ว่า เสียเหงื่อให้กับการกีฬาดีกว่าเสียน้ำตาให้กับยาเสพติด ในการแข่งขันกีฬา แบ่ง

นักกีฬา กองเชียร์ออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง และ สีชมพู โดยมีนักกีฬาและกองเชียร์เข้าร่วมทั้งหมด 1,600 คน

โรงเรียนได้รับการสนับสนุนวงดุริยางค์ 1. วงโยธวาทิตมณฑลทหารบกที่ 44 2. วงโยธวาทิตโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา 3. วงโย

ธวาทิตโรงเรียนนิรมลชุมพร 4. วงโยธวาทิต โรงเรียนสวีวิทยา 5. วงโยธวาทิต โรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก ได้รับการสนับสนุน เจ้า

หน้าที่จราจร การให้ความสะดวกปลอดภัยกับนักกีฬากองเชียร์ รับสนับสนุนรถพยาบาลจากมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์และ

คณะผู้ปกครองทุกท่านในการ จัดริ้วขบวนกีฬาสีเป็นอย่างดี ทางโรงเรียนจึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้


นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์  ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568 ในครั้งนี้ ผมได้เห็นถึงความสามัคคีในการทำงานและได้เห็นถึงการปลูกฝังให้นักกีฬา กองเชียร์ มีน้ำใจนักกีฬา และมีทักษะในการเล่นกีฬาเสมอมา สี่สีที่แบ่งออกเพื่อความสะดวกในการ แข่งขันขอให้เด็กๆจำไว้ว่า สุดท้ายแล้วเราจะกลับมาเป็นสีเดียวกันคือขาวแดง ผมได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาหลายครั้ง เห็นถึงความพร้อมเพรียง ความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคี พัฒนาขึ้นทุกปี เป็นที่น่าชื่นชมยินดีนัก ขอให้นักกีฬา กองเชียร์เล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬา สนุกสนานและปลอดภัยกันทุกคน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ อาจารย์อีฟ จินณ์ตวรรณ” เบอร์ 2 ภูมิใจไทย ลุยหาเสียงขุนหาญ ชูนโยบายเกษตร ชายแดน พูดแล้วทำ

การเมืองเขต 5 ศรีสะเกษคึกคัก “อาจารย์อีฟ” จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 ลงพื้นที่อำเภอขุนหาญ เดินเคาะประตูบ้าน พบปะชาวบ้านอย่างถึงพริกถึงขิง ชูนโยบายช่วยเกษตรกร ลดต้นทุนค่าปุ๋ย–แก้ราคาพืชผลตกต่ำ พร้อมควบคู่แก้ปัญหาชายแดน ย้ำจุดยืนพรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ” ไม่ซ้ำรอยการเมืองแบบเดิม บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น โดยอาจารย์อีฟเผยว่า จากการลงพื้นที่ทำให้ทราบถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หลังเลือกผู้แทนพรรคเดิมต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี แต่ไม่เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงวาทกรรมการเมืองซ้ำ ๆ

“พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ เราจะทำตามที่บอกกับพี่น้อง ประชาชนไม่อยากได้การเมืองแบบเก่า ๆ อีกต่อไป” อาจารย์อีฟกล่าว พร้อมย้ำถึงแนวทางการหาเสียงที่มุ่งตรงสู่ความต้องการของพื้นที่จริง ไม่ใช่คำสัญญาลอย ๆสำหรับนโยบายหลัก พรรคภูมิใจไทยเตรียมแก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ ทั้งข้าวและมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากต้องเป็นหนี้ค่าปุ๋ย พรรคได้วางโรดแมปชัดเจน โดยเริ่มแก้ปัญหามันสำปะหลังก่อน จากนั้นจะขยายไปสู่ราคาข้าว และดำเนินมาตรการลดต้นทุนการผลิตควบคู่กัน

ในด้านความมั่นคงชายแดน อาจารย์อีฟระบุว่า แม้อำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์จะไม่ใช่พื้นที่กระสุนตกโดยตรง แต่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการอพยพหนีภัย รวมถึงปัญหาเงินเยียวยาผู้ประสบภัยโดยตรงและสัตว์เลี้ยงที่เสียหายจำนวนมาก จึงต้องเร่งเข้ามาจัดการอีกทั้งยังมีปัญหาหมุดแดนบริเวณช่องสะงำจากบันทึกความเข้าใจ (MOU 43) ที่ทำให้เกิดการรุกล้ำพื้นที่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญความเสี่ยง พรรคภูมิใจไทยประกาศจะผลักดันให้มีการเจรจาและหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคงให้พี่น้องประชาชนชายแดน/////

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกฯอนุทิน ลงพื้นที่ กับผู้ว่าฯ เหตุดินทรุดตัวหน้า รพ.วชิระ ถ.สามเสน กำชับตรวจสอบสาเหตุ ป้องกันดินสไลด์เพิ่ม และเคลียร์พื้นที่ ด้าน ปภ. จัดทีมปฏิบัติการ สนับสนุน กทม. ตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ (24 ก.ย. 68) เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายกาจผจญ อุดม

ธรรมภักดี ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามเหตุดินทรุด หน้าโรงพยาบาลวชิระ ถนนสามเสน กรุงเทพฯ เผยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมกันทำงานเพื่อควบคุม สถานการณ์ – ด้านผู้ว่า กทม. อพยพคนจากจุดเสี่ยงเรียบร้อย รฟม. เร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมปรับปรุงพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและเดินทางสัญจรได้ตามปกติโดยเร็ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทว กล่าวว่า จุดที่ดินทรุดเป็นโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งจะมีโครงสร้างรองรับอยู่แล้ว ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการทำงานเพื่อควบคุมสถานการณ์แล้ว ได้

เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 1-2 วันนี้ เบื้องต้นได้ประสานว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมในการประสานความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครเพื่อรองรับและให้บริการผู้ป่วยและคนไข้ได้ตามปกติ ซึ่งเบื้องต้น คาดว่าไม่มีอุปสรรคในการรักษา ส่งต่อ และดูแลคนไข้

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า กทม. ได้มีการ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง รฟม. กฟน. กปน. สปภ.กทม. วชิรพยาบาล และหน่วยอื่น ๆ เพื่อแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ โดยเบื้องต้นต้องเร่งหยุดและป้องกันไม่ให้เกิดดินสไลด์ต่อเนื่อง ตอนนี้ทางกรมโยธาฯ ได้มีการประมวลสถานการณ์โดยรอบโรงพยาบาล ในส่วนของโรง

พยาบาลไม่มีข้อกังวลเพราะมีกำแพงกั้นดินอยู่ แต่เพื่อความปลอดภัยได้หยุดให้บริการผู้ป่วยนอกเพื่อลดการเดินทางของประชาชนเข้ามาในพื้นที่แล้ว ในส่วนของถนนฝั่งตรงข้ามที่เป็นสำนักงานตำรวจถือว่าเป็นเขตอันตราย ได้มีการควบคุมการเดินทางและกั้นไม่ให้ประชาชนเข้ามาในพื้นที่รัศมีประมาณ 100 เมตรจากจุดเกิดเหตุ ตอนนี้สิ่งที่เป็นห่วงคือฝนที่อาจจะตกลงมา ซึ่งอาจทำให้ดินสไลด์มากขึ้น จึงได้มีการประสานเตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่

ด้านผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เส้นทางที่เกิดเหตุเป็นสายสีม่วงใต้ เป็นอุโมงค์รถไฟใต้ดิน 2 ชั้น ตอนนี้ต้องเร่งตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์ขึ้น เบื้องต้นคาดเกิด

จากการเคลื่อนตัวของน้ำใต้ดินกับดินที่การเคลื่อนตัวทางอุโมงค์ชั้นล่างทำให้ตัวรอยต่อระหว่างอุโมงค์ทั้งสองชั้นมีการสไลด์ ทำให้ดินบางส่วนพร้อมกับน้ำไหลเข้าไป ซึ่งตอนนี้ได้เร่งทำงานเพื่อคืนสภาพพื้นที่ให้เร็วที่สุด

“ตอนนี้ต้องตรวจสอบว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ใครต้องทำงานส่วนไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งบูรณาการทำงาน อาจจะต้องกลับใช้โมเดลการทำงานตอนที่ตึก สตง. ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างถล่ม และมุ่งเน้นการเคลียร์พื้นที่ ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว“ นายอนุทิน เน้นย้ำ

เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กทม. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ปภ. ประจำ ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command Post: ICP) ปฏิบัติงานเป็นวงรอบ เพื่อติดตามข้อมูล ประสานการปฎิบัติงาน และสนับสนุนความช่วยเหลือให้กับ กทม. ตลอด 24 ชั่วโมง ////////

#ปภ#ข่าว#อนุทิน#ดินถล่ม#วชิรพยาบาล

ลงพื้นที่ติดตามเหตุดินทรุดตัวหน้า รพ.วชิระ ถ.สามเสน ส่งทีมปฏิบัติการพิเศษ USAR Thailand พร้อมอุปกรณ์กล้องจับความความเคลื่อนไหวของโครงสร้างอาคาร เข้าช่วย กทม.

วันนี้ (24 ก.ย.68) เวลา 09.30 น.นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้มอบหมายให้นายสหรัฐวงศ์ สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการติดตามสถานการณ์เหตุดินทรุดตัวบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลวชิระ ถนนสามเสน กรุงเทพฯ

ในเบื้องต้นสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอรับการสนับสนุนทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ (USAR) พร้อมอุปกรณ์กล้องส่องความเคลื่อนไหวของโครงสร้างอาคาร เพื่อสนับสนุนภารกิจในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดย

เฉพาะการตรวจสอบความทรุดตัวของอาคาร เพื่อความปลอดภัยในการเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต่อไป ซึ่ง ปภ.ได้จัดส่งทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ หรือ USAR พร้อมอุปกรณ์พร้อมอุปกรณ์ชุดค้นหาพิเศษเข้าสนับสนุน กทม. ในเวลา 10:00 น.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คนเชียงกลาง จังหวัดน่านร่วมใจถวายผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 09.39 น. ณ หอประชุมอำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน นายโชดก ทองหาร นายอำเภอเชียงกลาง เป็นประธานในการถวายผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10 โดยคณะกรรมการกองทุนคนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน นำโดยนายทัตพงศ์ นันทะน้อย ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเชียงกลาง,
,นายอนันต์ บุญเทอม ประธานอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอเชียงกลาง,นายประทุม นิลคง กำนันตำบลเชียงคาน,นายสังวาล สุโรพันธ์

กำนันตำบลพระพุทธบาท,นายสมเดช สายน้ำน่าน กำนันตำบลพระธาตุ,นายพงษกร ค่าคาม กำนันตำบลพญาแก้ว,นางสาวชนสกานต์ สุโรพันธ์ กำนันตำบลเปือ ร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯ ชมรม อสม. ภาคเอกชน ร้านค้า และประชาชน ผู้มีจิตศรัทธา กำหนดจัดผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ สนับช่วยเหลือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่มีฐานะยากจน ช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัด และช่วยเหลืองานสุขภาพ ต่างๆที่พบว่าเป็นปัญหา โดยประชาชนพื้นที่อำเภอเชียงกลาง

ร่วมเป็นเจ้าภาพทุกหลังคาเรือน มีคณะสงฆ์ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมสนับสนุนอย่างเต็มที่ , โดยได้ยอดรวมผ้าป่าทั้งหมด 731,729(เจ็ดแสนสามหมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าบาทถ้วน) มีผู้เข้าร่วมถวายผ้าป่า อาทิ นายแพทย์อนุชิต สถาวรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงกลาง/นายกิตติเดช เกียรติมหาชัย เลขานุการ ส.ส.น่าน เขต 3/นายเมธี มะลิลม ผู้แทนเกษตรอำเภอ/นางพรมาลี ธาราทิพย์ พัฒนาการอำเภอเชียงกลาง/นางอุไร เปียงใจ

ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเชียงกลาง/ผู้แทนนายก อปท.ทุกแห่ง/ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย สารวัตร แพทย์ ทุกคน/อาสาสมัครรักษาดินแดน กองร้อยที่ 10 อำเภอเชียงกลาง/ ข้าราชการ ตำรวจ สภ.เชียงกลาง,กองร้อย ตชด.ที่ 325/ตัวแทน อสม.และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเชียงกลาง
ภาพข่าว ชาตรี ทำงาม สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ให้ความรู้เรื่องสิทธิ คนพิการ มอบชุดเยี่ยม/รถวีลแชร์/ผ้าอ้อมสำเร็จรูป คนพิการ 12 ราย วัดศรีสุวรรณรัตนาราม [วัดดงแก้ว] ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

23 กันยายน 2568 : 13.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคน

พิการทางการเคลื่อนไหวสากล ร่วมกับ นางสุพิชชญา สาคร นายกสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะ,พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หส.ผศ.ล.บ. และคณะ,ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง และคณะ,รอง นายก อบต.วังขอนขว้าง,จิตอาสา รุ่น 8/25

เหล่าทหารปืนใหญ่,ผญบ.,อสม.,พ.ต.เฉลิม อินจำปา รองประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยม/รถวีลแชร์/ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้คนพิการ จำนวน 12 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์ วัดศรีสุวรรณรัตนาราม [วัดดงแก้ว] ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

*** ขอขอบคุณผู้บริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ : บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 7 ชุด/ผ้าอ้อมสำเร็จรูปนางศิริกาญจน์ เขื่อนเพชร : บริจาครถวีลแชร์ 1 คันนางสุพมณฑน์ คลังบุญครอง : บริจาคผ้าอ้อมสำเร็จรูป และแผ่นรองซับโรงแรม CENTARA : บริจาคแปรงสีฟัน ยาสีฟัน

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว

สากลสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรีเครือข่ายทหารผ่านศึกอำเภอโคกสำโรงองค์การบริหารส่วนตำบลวังขอนขว้างทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่2ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ป้องกัน ลดยอดอัตราป่วยและเสียชีวิต Non-Communicable Diseases (NCDs)

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สาธารณสุขระดมหมอ แกนนำ อสม.ทั้งจังหวัด ติวเข้มขับเคลื่อนดูแลสุขภาพประชาชนป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)ลดยอดอัตราป่วยและเสียชีวิต Non-Communicable Diseases หรือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรค และไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้

แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยและพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และความเครียด. กลุ่มโรคนี้มีลักษณะดำเนินโรคอย่างช้าๆ ค่อยๆ สะสมอาการ และมักเป็นเรื้อรัง. ตัวอย่างโรค NCDs ที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด, เบาหวาน, โรคไตเรื้อรัง, โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง และมะเร็ง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 ก.ย.68 ที่โรงแรมมรกตทวิน อ.เมือง จ.ชุมพร นางเดือนเพ็ญ เคี่ยนบุ้น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธาธารณสุขและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมปีองกันโรค NCDs จังหวัดชุมพร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมนายแพทย์สาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลทุกแห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลคณะกรรมการชมรมอสม. หน่วยบริการสาธารณสุขทุกแห่ง และ อสม 320 คน

นางสาวสุดารัตน์ วงศ์นัฏจิรา หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาคุณภาพและรูปแบบบริการ สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดชุมพร กล่าวรายงานว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมป้องกันโรค NCDs จังหวัดชุมพร ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) เล็งเห็นว่ากลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ถือเป็น
ปัญหาใหญ่ที่กำลังทวีความรุนแรง

จากสถิติติผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ในปี พ.ศ.2562 พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกทั้งหมดมีถึง 63% ที่เกิดจากกลุ่มโรค NEDs สำหรับประเทศไทยสถิติล่าสุดพบว่า 14 ล้านคน พบในกลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของประชากรทั้งประเทศ โดยจากสถิติปี พ.ศ.2562 พบว่ามีประชากร
เสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs มากกว่า 300,000 คน หรือคิดเป็น 73% ของการเสียชีวิตของประชากรไทยทั้งหมด มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกลุ่มโรค NCDs ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคถุงลมโป้งพอง และโรคอ้วนลงพุง

กระทรวงสาธารณสุขจึงหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนให้ อสม.มีส่วนร่วม เพื่อให้คนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) ได้ด้วยกลไก อสม.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร มีความตระหนักและเห็นความของปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs

จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพบุคลากรสารณสุขและภาคีเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บุคลากรและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนมีความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อมงานป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และเพื่อลดปัญหาโรค

NCDs เพื่อให้บุคลากรและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs ในสถานบริการสาธารณสุขให้ครบทุกแห่ง การจัดตั้งสถานีสุขภาพในทุกหมู่บ้านของจังหวัดชุมพร Hulth station เพื่อให้บุคลากรและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนได้แลกเปลี่ยนและขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพภาคประชาชนร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดชุมพร

สำหรับวิทยากร ที่ให้ความรู้ประกอบด้วย นายแพทย์ภัคพล ปัญจจิตติ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ นายชาตรี เบญญาพันธุ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสอ.เหนือคลอง และนางสาววรุญยุภา ยุติมิตร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.บ้านบางผึ้ง จังหวัดกระบี นายบุญสิงห์ แก้วสุข อสม.ดีเด่นระดับชาติ สาชา NCD ปี 2566 จังหวัดกระบี่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาชน อ.พานเตรียมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ต้านโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะ จี้รัฐยกเลิก MOU

วันที่ 26 กันยายน 2568นี้ มวลชนต้านโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอำเภอพาน นัดรวมพลครั้งใหญ่แสดง. ยืนกรานไม่เอาโรงไฟฟ้า พลังงานขยะ จี้องค์กรณ์รัฐยกเลิก MOU อปท.ท้องที่เกี่ยวกับโครงการกำจัดขยะความคืบหน้าล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า

ประชาชนชาวอำเภอพาน 4 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลทานตะวัน ตำบลแม่เย็น ตำบลหัวง้ม ตำบลม่วงคำ ได้ออกมาเคลื่อนไหวจัดเวทีแสดงความคิดเห็นโดยมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเวทีแสดงความคิดเห็น และรวมพลังแนวร่วมแต่ละหมู่บ้านร่วมแสดงแนวคิดเห็นผลข้อได้เสีย การสร้างโรงงาน

ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่4 ตำบล ได้แสดงความคิดเห็นอันเป็นแนวทางอันเดียวกันว่าไม่เอาโรงงานไฟฟ้าจากพลังงานขยะฯโดยล่าสุดเมื่อวันที่4กันยายนที่ผ่านมาตัวแทนประชาชนในพื้นที่ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ประธานคณะกรรมการจัดการ จัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย จังหวัดเชียงราย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นการยื่นหนังสือถึงหน่วยงานของรัฐเนื่องจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีผลกระทบต่อห้วย หนอง คลอง บึงแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่และมลพิษทางอากาศ จึงได้มีการเรียกร้องให้ยกเลิกMOU เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

อยู่ระหว่างองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่และเรียกร้องประชาชนสี4ตำบล จะนัดรวมพลครั้งใหญ่ซึ่งจะมีพลังมวลชนเกือบ 1,000 คน โดยนัดรวมพลที่ โรงเรียนบ้านปูแกงโดยจะมีการปราศรัยใหญ่และเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทาง ในพื้นตำบล ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอพาน วกกลับเส้นทางถนนพหลโยธิน เพื่อแสดงถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เอาโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะในพื้นที่อำเภอพานและการเรียกร้องให้มีการยกเลิกMOUโดยเร็วที่สุดความคืบหน้าจะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดงาน “SPARK 3วิ สู่น่านเมืองสร้างสรรค์” ขับเคลื่อน Soft Power วิถีน่าน สู่อนาคตที่ยั่งยืน

วันที่ 23 กันยายน 2568 ณ ลานข่วงเมืองน่าน (ข่วงใหญ่) อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดงาน “SPARK 3วิ สู่น่านเมืองสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการ “เสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา สู่ Soft Power วิถีน่าน” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกและการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนครบทุกมิติ

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับ และ นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางโสภา ชวนวัน และ นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 520 คน

🪄วัตถุประสงค์การจัดงาน

  1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา เชื่อมโยง Soft Power วิถีน่าน มุ่งสู่น่านเมืองสร้างสรรค์
  2. จัดเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำเสนอผลงานในรูปแบบนิทรรศการ ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านวิชาชีพ และด้านวิชาชีวิตตามหลักพุทธธรรม ด้วยกระบวนการ SPARK โดยมีการนำเสนอจากโรงเรียน 4 สหวิทยาเขต ได้แก่ 1) สหวิทยาเขตวรนคร 2) สหวิทยาเขตศิลาทอง 3) สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง 4) สหวิทยาเขตเวียงป้อ รวมทั้งโรงเรียนภาคีเครือข่าย
  3. ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน

⭐️ไฮไลต์กิจกรรม

การจัดแสดงนิทรรศการและผลงานจากโรงเรียนในสังกัดและเครือข่ายรวม 30 โรงเรียนการแสดงศักยภาพผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิตตามหลักพุทธธรรมการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

🎊การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน “องค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่บนฐานพหุ

ปัญญา เสริมสร้างทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ระหว่างเรียน ตลอดจนยกระดับสู่การเป็น Soft Power ของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์” อย่างมั่นคงและยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปัตตานี – เลขาฯ ป.ป.ส เปิดงาน ยุวสิงห์มหาดไทย รวมพลังต่อต้านยาเสพติด ชมดนตรีในสวน มาลีฮวนน่า สร้างมูลค่าทางเศษฐกิจในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน วันที่ 22 กันยายน 2568 20.30 น. ที่ สวนสาธารณะพรุจงเปือย หมู่ที่ 4 ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จัดกิจกรรม “ยุวสิงห์มหาดไทย รวมพลังทำ ความดี ต่อต้านยาเสพติด มีการชมดนตรีในสวนมาลีฮวนน่า โดยมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 200 คน

โอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก นางสาว อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคอซีย์ มามุ ส.ส.ปัตตานี (เขต2ปัตตานี) นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และนางรอมละห์ มามุ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาประดู่ โดยมี นายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ นายอำเภอโคกโพธิ์ ได้มาเป็นผู้กล่าวรายงานในพิธีเปิดกิจกรรมในครั้งนี้

ซึ่งภายในงานมีการเปิดบูทขายสินค้าต่างๆ กิจกรรมรวม กลุ่มสันทนาการ การเรียนรู้วิธีปฏิเสธยาเสพติด และ การเลือกคบเพื่อนที่ดี การดำเนินชีวิตตามหลักศาสนา และการอยู่ร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรม ความรู้ด้านกฎจราจร และการขับขี่ปลอดภัยจากสถานีตำรวจภูธรนาประดู่ และสถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ มีกิจกรรม แรลลี่เยี่ยมชม โครงการสร้างบ้านกาชาดและกลุ่มผู้เปราะบาง ที่ บ้านห้วยเงาะ ตำบลทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ ปัตตานี

นอกจากนี้แล้ว ไฮไลท์ที่ประชาชนให้ความสนใจ การแสดง ดนตรีในสวนจากวง “มาลีฮวนน่า” วงดนตรีเพื่อชีวิตในตำนาน มาทำการแสดง เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข และเสริมสร้างพลังอันเกิดจากความสามัคคีของคนในชุมชน นอกจากนี้การที่ชาวบ้านได้มีการเปิดบูทร้านค้าขายสินค้าในพื้นที่ยังก่อให้เกิดการกระตุ้นเม็ดเงินหลายล้านบาทเเละเศรษฐกิจที่กำลังก้าวไปข้างหน้าซึ่งกิจกรรม

ในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ ได้รับความร่วมมือจาก นายคอซีย์ มามุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ปัตตานี เขต 2 ปัตตานี องค์การบริหาร ส่วนตำบลนาประดู่ ในการเอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดงาน มีการเปิดวีดิทัศน์สรุปกิจกรรม ประธานยุวชนสิงห์ ได้นำกล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์ ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส.

ด้าน นางสาว อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า การจัดกิจกรรม ยุวสิงห์มหาดไทยรวมพลังทำความดี ต่อต้านยาเสพติดครั้งนี้ ก็เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และ สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่เยาวชนในพื้นที่

โดย กิจกรรมในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล ในการป้องกัน และปราบปราม ยาเสพติดในเชิงรุก เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และการสร้างเครือข่าย เยาวชนในระดับพื้นที่ เพื่อป้องกัน การเข้าถึงยาเสพติดใน กลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อีกด้วย

ตอริก สหสันติวรกุล
ผอ.กองบรรณาธิการข่าว
(ศูนย์ข่าวภาคใต้ จ.ปัตตานี)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ช. ชี้มูลทุจริต! จนท.พัสดุ สพป.มุกดาหาร–เอกชน พัวพันสมคบฮั้วประมูล จัดจ้างปรับปรุงอาคารเรียน 3 แห่งในพื้นที่ อ.คำชะอี – ผอ.ร.ร.หลุดอาญาแต่เจอวินัยร้ายแรง

นายนิรุท สุขพ่อค้า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำวินิจฉัยในคดีหมายเลขดำที่ 67-1-1427/2565 และคดีหมายเลขแดงที่ 1114-1-50/2567 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียน 3 แห่ง ในอำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่พัสดุของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร (สพป.มุกดาหาร) ว่ามีการจัดจ้างปรับปรุงอาคารเรียนโดยวิธีพิเศษ ไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อีกทั้งยังมีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์แก่เอกชน

การสอบสวนพบว่าในปี 2557 น.ส.ทองม้วน สุทธิคุณ ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ได้โน้มน้าวให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง คือ นายวิษุวัต วิมลเศรษฐ ร.ร.บ้านดงยาง 1 นางภัทร์สิริ ไชยธงยศ ร.ร.บ้านกกไฮโนนน้ำคำ และนายวิรัตน์ บุตรดีวงศ์ ร.ร.บ้านน้ำเที่ยงวันครู 2501 จัดจ้างโดยวิธีพิเศษ อ้างว่าหากล่าช้า งบประมาณจะถูกตัด ซึ่งไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ น.ส.ทองม้วน เป็นผู้จัดหาผู้รับจ้างและคู่เทียบเอง ทำให้การจัดจ้างไม่มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม โดยมีโครงการที่เกี่ยวข้อง 3 รายการ ได้แก่
ปรับปรุงอาคารเรียน ร.ร.บ้านดงยาง 1 งบประมาณ 735,000 บาท ปรับปรุงอาคารเรียน ร.ร.บ้านกกไฮโนนน้ำคำ งบประมาณ 1,160,000 บาท และปรับปรุงอาคารเรียน ร.ร.บ้านน้ำเที่ยงวันครู 2501 งบประมาณ 200,000 บาทต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 107/2567 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 มีมติ คือ
ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง พ้นมูลความผิดอาญา แต่มีมูลผิด วินัยร้ายแรง ฐานละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบจนทำให้ราชการเสียหาย น.ส.ทองม้วน สุทธิคุณ เจ้าหน้าที่พัสดุ มีมูลผิดอาญาหลายฐาน ทั้งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) สมคบเสนอราคา (พ.ร.บ.ฮั้วประมูล 2542) และผิดตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. รวมทั้งผิด วินัยร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่

นางนภาพร แสนโสม และนางจรรยพร วังคะฮาต มีมูลผิดวินัยร้ายแรง ฐานลงนามเอกสารจัดจ้างทั้งที่ไม่มีการเสนอราคาจริง นายจุบรรณ บรรจง และนางจิรภา พรหมพิบูลย์ ไม่มีมูลผิดอาญา แต่มีมูลผิดวินัยไม่ร้ายแรงส่วนภาคเอกชน นางอรัญญา คูสกุลวัฒน, นายอภิเดช ปัททุม, หจก.กลางประพันธ์ก่อสร้าง และนายแดนศักดิ์ ทิพนัส มีมูลผิดอาญา ฐานสมคบเสนอราคาและสนับสนุนเจ้าพนักงานทุจริต น.ส.ผาณิตา บุตรดีวงศ์ และหจก.ซีเอ็นเอส คณาทรัพย์ มีมูลผิดอาญาในลักษณะเดียวกัน ส่วนนางนันธิตา แสนโสม และหจก.สุทธิดา การโยธา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล

โดย ป.ป.ช.มีมติให้ส่งสำนวนและพยานหลักฐานไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อฟ้องผู้เกี่ยวข้องในคดีอาญา ได้แก่ น.ส.ทองม้วน สุทธิคุณ, นางอรัญญา คูสกุลวัฒน, นายอภิเดช ปัททุม, หจก.กลางประพันธ์ก่อสร้าง, น.ส.ผาณิตา บุตรดีวงศ์, หจก.ซีเอ็นเอส คณาทรัพย์ และนายแดนศักดิ์ ทิพนัสนอกจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปยัง ผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหารดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย และส่งข้อมูลเอกชนที่เกี่ยวข้องให้กรมบัญชีกลางขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ทิ้งงานต่อไป

ทั้งนี้ ยังพบว่าจังหวัดมุกดาหารได้ประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2567 โดยมีชื่อนางอรัญญา คูสกุลวัฒน สารวัตรกำนันตำบลน้ำเที่ยง อำเภอคำชะอี ได้รับรางวัลขั้นที่ 2 ของสารวัตรกำนัน ด้วย

ปปช #ปปชมุกดาหาร #ทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง #ข่าวการศึกษา #ปราบโกง #มุกดาหาร #ฮั้วประมูล #สพป #สพปมุกดาหาร #โรงเรียนบ้านดงยาง1 #โรงเรียนบ้านกกไฮโนนน้ำคำ #โรงเรียนบ้านน้ำเที่ยงวันครู2501 #คำชะอี #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดกุดสมิง นำปลอกลูกกระสุนปืนใหญ่ไทย เพื่อเป็นมวลสาร หล่อพระกรุตสมิงชัยมงคล รุ่น ปิตุภูมิพิทักษ์ มอบทหารกล้า – ตชด.ตามแนวชายแดน

วันที่ 23 กันยายน 2568 ที่ วัดป่ากุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบ็ญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ญาติ โยม ประชาชน รู้จักกันว่าเป็นวัดป่าที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ บนพื้นที่ 362 ไร่ เป็นป่าธรรมชาติ ด้านหลังวัด มีอ่างเก็บน้ำกุดสมิง โดยมีญาติโยมมาสร้างองค์พญานาค 5 ตระกูล และองค์พระพุทธรูป พระประธาน และปู่สมิง ที่สวมชุดทหารกล้า ไว้นานแล้ว

เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน มากราบไหว้ขอพร ผู้ที่มีศรัทธา มาขอพรแล้วเป็นจริง จึงทำให้มีญาติโยม ประชาชนมาขอพรมิได้ขาด โดยเฉพาะ กับพระอาจารย์ สมนึก ปิยสิโล หรือ พระครูปิยวนารักษ์ ญาติโยมสายมู เคารพ เชื่อมั่น ศรัทธา ในวันที่เกิดการยิงปะทะของกองกำลังชายแดน ได้มีญาติโยม อพยพมาพักอาศัยที่วัด วันนี้ได้มีนายทหาร นำปลอกกระสุน ลูกปืนใหญ่ ที่ทหารไทยยิงสู้รบกับกองกำลังต่างชาติ

จนชนะ นำมาถวายให้กับทางพระอาจารย์ ที่มีแนวคิดที่จะเทหล่อ พระพุทธรูปกรุตสมิงชัยมงคล ขนาด 30 นิ้ว 5 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานที่ชายแดน จังหวัดบุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี พร้อมที่วัดอีก 1 องค์ และยังมีหัวสบู่เลือด สมุนไพรไทย จากภูเขาสูง หายาก อายุ 100 ปี จะได้มีหัวใหญ่ขนาดนี้ นำมาร่วมกับลูกกระสุนดังกล่าว มาทำเป็นมวลสาร หล่อพระผงกรุตสมิงชัยมงคล รูปสีธงชาติไทย และสีลายทหาร รุ่น ปิตุภูมิพิทักษ์2568 ใน 4 รูปแบบ ต่อ 1 ชุด เพื่อนำไปมอบให้ทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา คุ้มครองให้ทหารแคล้วคลาด ปลอดภัย เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของไทย ไว้ให้ลูกหลาน

พระครูปิยวนารักษ์ กล่าวเชิญชวนญาติโยม ว่า เจริญพรญาติโยมทุกคน ในวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ วัดป่ากุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบ็ญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จะมีพิธีเททองหล่อ พระพุทธรูปกรุตสมิงชัยมงคล เพื่อเป็นสิริมงคล เพื่อนำไปประดิษฐาน ไว้ตามแนวชายแดน และอีกส่วนหนึ่ง ก็ได้รับการถวายลูกกระสุนปืนใหญ่ ปืนเล็ก เอ็ม16 มาประกอบพิธีพลีมวลสาร เป็นพระผงกรุตสมิงชัยมงคล

รุ่น ปิตุภูมิพิทักษ์ เพื่อนำไปมอบให้ เป็นขวัญกำลังใจกับทหารกล้าตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ทั้ง 4 จังหวัด พร้อมกับญาติโยม ทั้งหลายที่สนใจ ศรัทธา จึงขอเชิญชวนญาติ – โยม ทุกท่าน มาร่วมเททองหล่อพระ ด้วยกัน วันเสาร์ที่ 27 กันยายน เริ่มเวลา 09.09 น.กับพิธีบวงสรวง พิธีเททองหล่อพระ รำถวายองค์พญานาค ปล่อยปลาลงกุดสมิง แจกทานข้าวสาร และมอบโลงศพให้มูลนิธิกู้ภัยฯ ตำบลจานใหญ่ เพื่อมอบต่อให้กับศพไร้ญาติต่อไป


ขณะที่นายเมฆ ปะวาโร ลูกศิษย์วัดกุดสมิง เปิดเผยว่า วันนี้ผมมาขอเชิญชวนพี่ๆ เพื่อนๆ มาเข้าร่วมพิธี ในวันที่ 27 กันยายน 2568 นี้ จะมีพิธีบวงสรวง ท้าวเวสสุวรรณ จะมีพี่น้ำ ระพีพัฒน์ มาร่วมแจกทานข้าวสาร จำนวน 2 ตัน กับญาติโยมที่มาร่วมงาน ร่วมพิธีเททองหล่อพระกรุตสมิง หน้าตัก 30 นิ้ว สูง 30 นิ้ว ทั้งหมด 5 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานที่แนวชายแดน 4 จังหวัดๆ ละองค์ คือที่ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และไว้ที่วัดกุดสมิง อีก 1 องค์

โดย พระอาจารย์ สมนึก ปิยสิโล เจ้าอาวาสวัดป่ากุดสมิง มีเจตนาที่จะดูแล สร้างขวัญ กำลังใจ ให้กับพี่น้องทหาร และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ ตามแนวชายแดน ทั้งบ้านเรือน – ครอบครัวประชาชน, วัด, โรงเรียน และรพ.สต.ดังกล่าว
//////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / “บึงกาฬ พร้อมแล้ว! ไทย–ลาว ดันท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก”

วันที่ 22 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นผู้แทนจังหวัด กล่าวต้อนรับคณะทำงานจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน ภายใต้แนวคิด “Two Countries, One Destination” มุ่งยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมกันของสองประเทศ

ให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนในระดับภูมิภาค โดยจังหวัดบึงกาฬในฐานะพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และประเพณี พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของลุ่มน้ำโขงตอนบน

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็น “Mission ด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ” ซึ่งจะสร้างประโยชน์ต่อประชาชนบึงกาฬในระยะยาว โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ เนื่องจากที่ประชุมมีความเห็นพ้องร่วม

กันในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงผ่าน สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นประตูสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ยังเชื่อมต่อไปยังเวียดนาม จีน และออกสู่ทะเล ทำให้บึงกาฬกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในระดับนานาชาติ

สำหรับการประชุมครั้งที่ 1 ในปี 2568 นี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการความร่วมมือไทย–ลาวอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมช่วงปี 2569–2571 (2026–2028) โดยได้กำหนดให้การประชุมครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในปีถัดไป ซึ่งฝ่ายลาวจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ

บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยมิตรไมตรีและความมุ่งมั่นจากทั้งสองฝ่าย ต่างมองไปสู่อนาคตที่สดใสของการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อยกระดับพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว สู่เวทีการท่องเที่ยวระดับโลก
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลงพื้นที่เดินหน้าให้ความรู้ “พืชผักสมุนไพร หนึ่งหลุมหนึ่งเมนู” สร้างเสริมสุขภาพผู้สูงวัย ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายชุมชนการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot spot) และฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดน่าน” โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านกิจกรรม

“พืชผักสมุนไพร หนึ่งหลุมหนึ่งเมนู สร้างเสริมสุขภาพผู้สูงวัยปลอดภัยจากฝุ่นละออง PM2.5” ณ พื้นที่ตำบลแม่สาคร อำเภอเวียงสา จังหวัดน่านการดำเนินงานในครั้งนี้นำโดย นางสาวแพรวพรรณ คำศิลา พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาคร และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้า

โครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน พร้อมด้วย นายไชยวัฒน์ น้ำเย็น ผู้อำนวยการ รพ.สต.แม่สาคร และ นางบัณฑิตา ถึงสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สาคร ร่วมลงพื้นที่ให้ความรู้และสาธิตแนวทางการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพแก่ อสม. และเกษตรกรในพื้นที่รวม 65 ราย จาก 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านสาคร หมู่ที่ 2 บ้านท่ามงคล หมู่ที่ 3 บ้านจะเข้ภูหอม หมู่ที่ 4 บ้านป่างิ้ว หมู่ที่ 5 บ้านไพรอุดม และ หมู่ที่ 6 บ้านป่าคา

กิจกรรมสาธิต “หนึ่งหลุมหนึ่งเมนู” จัดขึ้นที่บ้านของ อสม. แกนนำในแต่ละหมู่บ้าน เพื่อเป็นตัวอย่างการปลูกพืชผักสมุนไพรร่วมกับการใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่ เพื่อที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงจากโรคระบบทางเดินหายใจ และส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5

นอกจากการส่งเสริมสุขภาพแล้ว กิจกรรมยังมีเป้าหมายในการลดจุดความร้อนจากการเผาวัสดุการเกษตร โดยเน้นการสร้างความรู้เรื่องการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมทั้งวางแผนความร่วมมือกับเกษตรกรต้นแบบและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “สังคมคาร์บอนต่ำ” และการบริโภคอย่างยั่งยืน ไปสู่เป้าหมายการลดฝุ่น PM2.5 และความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในระยะยาว/เครดิต/สรรเพชญ์ ปุละ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “จากฟาร์มถึงช้อน สะท้อนนวัตกรรมอาหารไทย “จัดยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัลโคราช

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) (TCEB) เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ2 พาณิชจังหวัดนครราชสีมา เกษตรจังหวัดนครราชสีมา อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 และ องค์กรภาครัฐและเอกชน จัดงานแสดงสินค้า เตรียมจัดงาน Agro FEX 2025 (ฟู้ดเด้อ Fooder) ภายใต้แนวคิด ” จากฟาร์มถึงช้อน สะท้อนนวัตกรรมอาหารไทย” งานแสดงสินค้าและ นวัตกรรม ด้านการเกษตร และอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช

นางธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เปืดเผยว่าการจัดงานในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารเกษตรและแปรรูปอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยมีกิจกรรมงานที่หลากหลาย อาทิกิจกรรม Business.Matching เชื่อมโยงการค้าระหว่างผู้ประกอบการ Exhibitor จาก ทั่วประเทศ และ Visitor ที่เป็นนักธุรกิจทั้งในประเทศ ผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึง คู่ค้าจากกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้พิเศษ คือ เราจะนำสินค้าเครื่องดื่มที่เป็นท้องถิ่น เช่นสุราท้องถิ่น เบียร์ คราฟ มาจัดแสดง และจัดเบียร์ทอร์ค และ.เบียร์ เทสติ้ง เพื่อคนที่สนใจต่อยอดธุรกิจ

นางธิดารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานAgro FEX 2025 ไม่เพียงเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี แต่ยังเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการในการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสที่ประชาชน จะได้สัมผัสสินค้าคุณภาพและเรียนรู้วิถีอาหารปลอดภัย ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าภายในงานกว่า.1,550 ล้านบาททางด้านนายสุวัชชัย นิมมานเทวินทร์ ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นหนึ่งในจังหวัดเมืองไมซ์ซิตี้ ที่มีศักยภาพความพร้อมในการรองรับการจัดงานแสดงสินค้า อย่างมีมาตรฐาน งาน AgroFex 2025 จะยิ่งเสริมเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและต่อยอดทางธุรกิจ การค้าการลงทุน และองค์ความรู้ระยะยาว โดย เฉพาะอุตสาหกรรมการเกษตรอาหาร และอุตสาหดรรมต่อเนื่อง โดยปีนี้ งาน AgroFex เชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบาย และ วาระแห่งชาติ หลายด้าน


” ทีเส็บ (TCEB) ได้ทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้งานแสดงสินค้า อย่าง AgroFex เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงธุรกิจเกษตรไทยกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยสนับสนุนงานภายใต้โครงการที่ชื่อว่า Empower Thailand Exhibition (EMTEX) ที่มุ่งยกระดับงานแสดงสินค้าที่มีศักยภาพ ขึ้นระดับภูมิภาค โดยใช้กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดเป็นตัวนำ และเป็นที่ปรึกษาร่วมวางกลยุทธ การขายตลาด สนับสนุนให้เกิดการเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) สร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการให้มากที่สุด เพื่อให้งานแสดงสินค้านี้ เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย ของภูมืภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต นายสุวัชชัย กล่าวทิ้งท้าย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรไลออนส์ชุมแพพิธีสถาปนาคณะกรรมการฯบริหารและรับสมาชิกใหม่ ปีบริหาร 2568-2569

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2568 ณ ห้องชีวินญาดา โรงแรมเดอะชีวินโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ไลออน อัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ ปี บริหาร 2568-2569 กล่าวขอบพระคุณมวลสมาชิกสโมสรไลออนส์ชุมแพที่อุทิศแรงกายแรงใจ เสียสละทั้งเวลา และทุนทรัพย์

เพื่อให้กิจกรรมในปีบริหารที่เพิ่งผ่านพ้น สำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณภาคเอกชน ภาครัฐ ที่สนับสนุนเกื้อหนุนทุกกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของสโมสรด้วยดีเสมอมา และขอบพระคุณ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารและรับสมาชิกใหม่

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ กล่าวในนามของอำเภอชุมแพ กล่าวแสดงความยินดี วาระใหม่อันทรงเกียรตินี้ การได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพ ความสามารถ และความมุ่งมั่นทุ่มเท

ในการทำงานเพื่อสังคมของท่านอย่างแท้จริง ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของท่านสโมสรไลออนส์ชุมแพ จะยิ่งเจริญก้าวหน้า และสามารถสร้างประโยชน์สุข แก่พี่น้องประชาชนในอำเภอชุมแพ และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง

ไลออน เทพวรรณ ม้าประเสริฐ ประธานมูลนิธิไลออนส์ในประเทศไทย ปีบริหาร 2565-2568 กล่าวสโมสรไลออนส์ชุมแพ เป็นสโมสรที่มีศักยภาพสูงสุดสโมสรหนึ่งในภาค 310 อี การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณในความเสียสละ ของคณะกรรมการบริหารและสมาชิก

ไลออน เกษสุรีย์ ชีพธรรมคุณ ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 เพิ่งผ่านพ้น ปี2567-2568 กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกับ ไลออน อัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ

ไลออน ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ เพิ่งผ่านพ้น กล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมา ด้วยหัวใจแห่งการ “บำเพ็ญประโยชน์” อันมั่นคง และขยายคุณความดีไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง

รายนามคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์ชุมแพ ประจำปีบริหาร 2568-2569
นายกสโมสร ไลออนอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์

นายกผ่านผ้น ไลออน ดร.ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์
อุปนายกคนที่1 ไลออนพูนทรัพย์ วงศ์พวก
อุปนายกคนที่2 ไลออนทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ
เลขาธิการ ไลออน ผศ ดร.ไพฑูรย์ มาเมือง
เหรัญญิก ไลออนปกิตตา ฤทธีตานนท์

ประธานฝ่ายสมาชิกภาพ ไลออนว่าทีร้อยตรี เนวิน ชายชีวินลิขิต
ผู้ประสานงาน LCIF ไลออน ดร.ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์
ประธานกรรมการฝ่ายกิจกรรมบริหาร ไลอนธัญพร พรภู่พุทธคุณ
ประธานฝ่ายสื่อสารการตลาด ไลออนยุทธ เตียงสุขสวัสดิ์
ประธานฝ่ายพัฒนาผู้นำ ไลออน ผศ ดร เกรียงไกร ปัญญาประเสริฐกุล

ไลออน ทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ อุปนายกคนที่2 กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารและรับสมาชิกใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ผ.ศ.ดร.พรเทพ โฆษิตวรวุฒิ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอชุมแพ พร้อมสมาชิก, นายเกรียงไกร วิริยะอาชา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ

วินสื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จัดประชุมวิชาการนานาชาติ “International Cardiology Conference 2025”

ที่ห้องประชุม Seaboard Ballroom ชั้น 17 โรงแรม Hilton Pattaya จ.ชลบุรี โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดประชุมวิชาการนานาชาติ “International Cardiology Conference 2025” พันธมิตรระดับโลก Mayo Clinic ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมขับเคลื่อนความรู้หัวใจในทุกมิติ – ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู แบบ 360°

     การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ของศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ในการเป็นผู้นำด้านโรคหัวใจในภูมิภาค ด้วยแนวคิด “Heart Care 360°” ที่ให้ความสำคัญกับทุกมิติของการดูแลหัวใจ ทั้งการป้องกันโรค (Preventive), การรักษาด้วยหัตถการขั้นสูง (Interventional), การดูแลหลังการรักษา (Rehabilitation) รวมถึงการดูแลเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

     โดยการประชุมแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. Preventive Cardiology มุ่งเน้นการป้องกันโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น แนวทางการลดความเสี่ยงด้วยการประเมินแบบ Personalized Risk Score การใช้อัลกอริทึมในการวางแผนการดูแลหัวใจ แนวโน้มอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจ Cardiac

Rehabilitation เชิงดิจิทัล และ 2.Interventional Cardiology เจาะลึกเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดในการรักษา เช่น หัตถการเปิดหลอดเลือดในกรณี Chronic Total Occlusion (CTO) การรักษาโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบด้วย TAVI การดูแลภาวะ STEMI และ MINOCA การประยุกต์ใช้ Imaging และ AI ในการวินิจฉัยโรคหัวใจ

     หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Mayo Clinic, Rochester, Minnesota, USA สถาบันการแพทย์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านโรคหัวใจอันดับต้น ๆ ของโลก นำโดย Dr. Francisco Lopez-Jimenez, MD, FACC – ผู้เชี่ยวชาญด้าน Preventive Cardiology, Dr. Rajiv Gulati, MD, PhD, FACC – ผู้เชี่ยวชาญด้าน Interventional Cardiology

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สารทเดือนสิบ ประเพณีส่งตายายตามสายน้ำ ณ วัดเนินทอง ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ร่วมแห่ร่วมประเพณีคับคั่ง

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 นายกโต้ง เปิดงานประเพณี ส่งตายายทางสายน้ำ สาทรเดือนสิบ วัดเนินทอง พุทธศาสนิกชนแผ่ร่วมแห่ร่วมประเพณีคับคั่ง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ก.ย.68 นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน

ประเพณีส่งตายายตามสายน้ำ(สารทเดือนสิบ) ณ วัดเนินทอง หมู่ที่ 6 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยมีพันเอกโชค ยิกุสัง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (รอง ผอ.กอ.รมน.จว.ชพ.) นางจุฑารัตน์ แพวงษ์จีน ผอ.กลุ่มส่งเสริมศิลปะศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมทั้งฝ่ายปกครองท้องที่ปกครองท้องถิ่น พี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

สำหรับงานประเพณีส่งตายายตามสายน้ำหรืองานสัตว์เดือน 10 วัดเนินทองนั้น เป็นประเพณีสำคัญปฏิบัติสืบต่อกันมาของท้องถิ่นภาคใต้ โดยชาวบ้านได้นำข้าว ปลา อาหารสิ่งของต่างๆมาทำบุญที่วัด ให้กับปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งล่วงลับไปแล้ว

นายอนิรุท พลราม นายก อบต.สลุย กล่าวว่า ชาวบ้านได้ช่วยกันตัดไม้ไผ่ต่อแพเพื่อน่า ข้าวปลา อาหารและของใช้ ใส่แพลอยไปตามแม่น้ำ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาของท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นสร้างความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ เสริมสร้างและปลูกฝัง กล่อมเกลาจิตใจแก่บุคคลในสังคมให้มีคุณธรรมซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชุมชน

ในที่ตำบล สลุย และตำบลใกล้เคียง เพื่อเป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่คนรุ่นหลังสืบไป อบต.สลุย จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการวัดเนินทอง จัดทำโครงการประเพณีส่งตา – ยาย ทางสายน้ำ ที่จัดสืบทอดกันมาทุกปีขึ้น ณ วัดเนินทอง เพื่อให้ประชาชน ได้ร่วมประเพณีส่งตา – ยาย สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่กับท้องถิ่นสืบไป

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร กล่าวว่า ประเพณีส่งตายายทางสายน้ำ หรือ สารทเดือนสิบเป็นประเพณีของภาคใต้ และจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะที่วัดเนินทองแห่งนี้ได้มีประเพณีติดต่อกันมานาน และเป็นเรื่องที่ดีที่ อบต.สลุยได้บรรจุเข้าไว้ในแผนของ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ในเรื่องของการส่งเสริมประเพณีอันดีงาม จึงต้องการให้ พี่น้องชาวใต้ ร่วมงานประเพณีกันแบบนี้ทุกปี เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามตลอดไป

สำหรับวัดเนินทอง เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมานับร้อยปี โดยมีผู้ใหญ่น้อย เผือกจันทร์ อุทิศที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นที่พักสงฆ์ โดยมีหลวงพ่อจาบ เป็นเจ้าอาวาสที่พักสงฆ์รูปแรกได้มีการพัฒนาก่อสร้างศาสนาสถานประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่จัดงานประเพณีประจำปีส่งตายายตามสายน้ำ เป็นสถานที่อบรมให้แก่พุทธศาสนิกชน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นวัดเนินทอง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ได้รับการบรรจุ อยู่ในโครงการ OTOP Village ของจังหวัดชุมพร

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ช.ฟัน 3 ข้าราชการ อบจ.มุกดาหาร จัด”ทัวร์ผี! เบิกค่าเดินทาง–ที่พัก คนไม่ไปจริง จัดอบรมลงชื่อซ้ำโกงงบหลวง

นายนิรุท สุขพ่อค้า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 มีมติชี้มูลความผิดกรณีเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มุกดาหาร ทุจริตงบประมาณโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานประจำปี 2556

โดยการไต่สวนพบว่า การอบรมที่โรงแรมริเวอร์ซิตี้ จ.มุกดาหาร ระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2556 มีการลงชื่อผู้เข้าร่วมไม่ตรงข้อเท็จจริง พบรายชื่อซ้ำซ้อน 38 คน ทำให้มีการเบิกค่าอาหารเกินจริง 14,600 บาท ขณะที่การเดินทางไปศึกษาดูงาน จ.ระนอง และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 23–26 พฤษภาคม 2556 มีผู้เข้าร่วมจริงเพียง 77 คน แต่กลับมีการเบิกค่าใช้จ่ายในนาม 157 คน รวมถึงค่าอาหารและค่าที่พักอันเป็นเท็จ ทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารได้รับความเสียหาย

จากการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลว่านายรณรงค์ สินทรัพย์ หัวหน้าสำนักปลัด อบจ.มุกดาหาร ในขณะนั้น และนางบัวพันธ์ กอดแก้ว รองปลัด อบจ.มุกดาหาร ปฏิบัติราชการแทนปลัด อบจ.มุกดาหาร มีมูลความผิดทางอาญาในฐานะเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162, 264 และ 268 รวมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์มิชอบ

สำหรับนางอภิวราภัคณ์ เกิดจันทึก ผู้อำนวยการกองคลัง อบจ.มุกดาหาร มีมูลความผิดทางอาญาในฐานะเจ้าหน้าที่การเงินที่จัดทำและรับรองเอกสารการเบิกจ่ายซึ่งมีข้อความอันเป็นเท็จ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 162 และมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง ฐานจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของทางราชการเกี่ยวกับการเงินการคลัง ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย

ขณะที่ ส.ต.ต.หญิง เพชรรัตน์ แสนวิเศษ แม้พยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดทางอาญา แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีก 10 ราย ประกอบด้วย นางมลัยรัก ทองผา, บริษัท มุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนลการท่องเที่ยว จำกัด, นางพนิดา กุญชร กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ , นางณฤชาฎา เดชพิพัตร, นางอุมาพร สินธุเสก, นางซิน ทองคำกัลยา, นางชาริณี คูณทวี หรือมานะกิจสมบูรณ์, นางสาวกิติญาณี เลิศชนะเกียรติกุล, นายสมชาย รัชตะสาคร และนายบรรจง ประทุมสุวรรณ ป.ป.ช. มีมติว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญากับนายรณรงค์ สินทรัพย์ นางบัวพันธ์ กอดแก้ว และนางอภิวราภัคณ์ เกิดจันทึก พร้อมทั้งส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับทั้ง 3 ราย รวมถึง ส.ต.ต.หญิง เพชรรัตน์ แสนวิเศษ และให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารเร่งดำเนินการเรียกค่าเสียหายคืนแก่ทางราชการต่อไป

องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร #ทุจริตจัดทัวร์ผี #โกงงบอบรม #อบจมุกดาหาร #ปปชฟันไม่เลี้ยง #ภาษีประชาชน #ทุจริตไม่รอด #มุกดาหาร #ปปช #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ศอ.บต.ขับเคลื่อนนโยบาย “120 วัน พืชกระท่อม” เห็นผลเป็นรูปธรรม สังคม-ชุมชนลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนนราเปี่ยมสุข ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง

เป็นประธานเปิดโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ต่อต้านพืชกระท่อม สร้างสังคมเข้มแข็งปลอดยาเสพติด” ประจำปีการศึกษา 2568 พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่นักเรียนผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมครั้งนี้

สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนวาระ 120 วันพืชกระท่อม ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมีนักเรียนและเครือข่ายเยาวชนจากโรงเรียนอัต

ตัรกียะห์อิสลามียะห์ เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปราศจากยาเสพติด

นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง เปิดเผยว่า การดำเนินการตามวาระ 120 วันพืชกระท่อม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา และจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน 2568

ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายมิติ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และชุมชน โดยพบว่ามีพลังจากกลุ่มผู้นำตามธรรมชาติ ผู้ปกครอง และประชาชนที่ลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้าพืชกระท่อม ขณะเดียวกันปรากฏชัดว่าการค้าขายตามเส้นทางหลักในพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมถือเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนพลังและมุมมองใหม่ๆในการแก้ไขปัญหา ต่างจากเดิมที่การขับเคลื่อนแก้ปัญหายาเสพติดใช้กลไกภาครัฐเป็นหลัก ภาย

ใต้การนำของพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ผลักดันให้เยาวชนคิดและลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งโครงการในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการบ่มเพาะพลังคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมเข้มแข็ง ปลอดภัย และปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ท่องเที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี วิถีชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี ชุมพร นั่งเรือชมวิวข้ามฟากแม่น้ำตะเภา ชมน้ำพุกลางโบสถ์เกาะแก้วมัตโพน

ทดลองเที่ยว เที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี ชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 21 กันยายน 2568 One Day Trip จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชุมพร-ระนอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ทดลองเที่ยว เที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี ชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี ท่องเที่ยววิถีชุมชนปานน้ำชุมพร นั่งเรืออจวชมวิวข้ามฟากแม่น้ำตะเภา เดินชนภาพศิลปะ Street Art ชุมชนปากน้ำเก่า ชมน้ำพุกลางโบสถ์เกาะแก้วมัตโพน ไหว้ศาลเจ้าพญางูขาว

ไหว้ศาลเจ้ารักศิลธรรม One Day Trip ขึ้นรถเดินไปท่องเทียวได้ที่ ศาลหลักเมืองชุมพร ในเวลา 09.00 น โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นอาหารกลางวัน จำนวน 150 บาท ต่อ คน นักท่องเที่ยวเข้าร่วม มากว่า 600 คน

ดร.อนัน รามพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กล่าว ในวันนี้เป็นการจัดกิจกรรมเทสทัวร์หรือทดลองท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรในวันนี้มีนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประมาณ 500 ถึง 600 คนจุดแรก

จะเดินทางไปปากน้ำเก่าชุมพรเที่ยววัดเกาะแก้ว หรือวัดปากน้ำ ของจังหวัดชุมพรเสร็จแล้วก็จะเดินทางไปที่ Street Art เนื่องจากพื้นที่ที่เราจะเดินทางไปท่องเที่ยวนี้มันแออัดคับแคบก็จะแบ่งเป็น3กรุ๊ปอีกกรุ๊ปหนึ่งก็จะขึ้นไปเขามัทรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรที่สามารถมองเห็นได้ 360 องศา และอีกชุดหนึ่งก็จะเดินทางไปไหว้กรมหลวงชุมพร

ที่ศาลกรมหลวงชุมพรหรือเสด็จเตี่ย ของชาวชุมพรอีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ 3หรือสามกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 200 คน และทั้งสามกลุ่มก็จะวิ่งวนทั้งสามจุดเพื่อที่จะท่องเที่ยวได้ครบทั้งสามจุดคาดว่าเงินก็จะสะพัดในจังหวัดชุมพรก็มีจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 บาท ก็เป็นการเปิดโลกกระทัศน์ให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้ามาท่องเที่ยว

ในจังหวัดชุมพรถึงแม้ว่าลมแรงฝนตกสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรก็สามารถท่องเที่ยวได้บนบกมีหลายหลายที่น่าสนใจและท่องเที่ยวอย่างสุขกายสบายใจของจังหวัดชุมพรในหนึ่งวันหรือวันเดย์ทริป

ในบรรทัดฐานในการท่องเที่ยวครั้งนี้เราจะมีรถมารับที่ศาลหลักเมือง จังหวัดชุมพรช่วง 09.00น แล้วก็กลับมาส่งที่ศาลหลักเมืองเช่นเดิมเวลา 14:00 น. ของทุกๆวันก็จะสะดวกสบายแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ

ที่จะมาท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆภายในจังหวัดชุมพรหรือวันเดย์ทริปโดยจัดกิจกรรมครั้งนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองจังหวัดชุมพรที่มาอำนวยความสะดวก และยังมีตำรวจท่องเที่ยวแล้วก็ร่วมกับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองพร้อมสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพรในนามสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรการท่องเที่ยวทุกมิติในจังหวัดชุมพรพร ซิกเนเจอร์ในการท่องเที่ยววันเดย์ทริป ของจังหวัดชุมพร

ในครั้งนี้ก็คือรถไม้ที่จะพานักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดชุมพรครับและในโอกาสนี้ก็จะประชาสัมพันธ์ให้กับอำเภอเมืองจังหวัดชุมพรต่อไปก็จะเป็นอำเภอต่างๆภายในจังหวัดชุมพรต่อไปครับ

ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษมประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ที่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร เผย จุดเด่นหรือซิกเนเจอร์ในการท่องเที่ยวในครั้งนี้จังหวัดชุมพรได้จัดรถไม้โบราณมารับนักท่องเที่ยวซึ่งมีความคลาสสิกมากซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะมีการถ่ายรูปกับรถไม้ที่เป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัดชุมพรเราในช่วงนี้รถไม้ก็เริ่มจะสูญหายไปเรื่อยเรื่อย

เพราะว่าส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางมากันเองตอนนี้เราก็จะรณรงค์ให้มีการใช้รถไม้เพื่อที่จะเป็นซิกเนเจอร์ในการดำเนินการท่องเที่ยวที่จังหวัดชุมพร ครับในวันนี้ก็เดินทางมาท่องเที่ยวที่ปากน้ำชุมพรก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังฮอตมากเพราะขณะนี้มี Street Art ที่รอนักท่องเที่ยวมาเดินทางชมอยู่ 32 จุด ซึ่งมีซึ่งมีการโฆษณาผ่านโดย YouTube

เปอร์มาทำการโฆษณารูปภาพและเช็คอินออกไปปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลยอยากจะมาเที่ยวชมถนนที่มีการวาดภาพหรือ Street Art ซึ่งนักท่องเที่ยววันนี้เดินทางมาเยอะมากเดินทางมาทั้งรถบัสรถตู้รถทัวร์และรถไม้มาสู่ปากน้ำเก่าที่เป็นชุมชน 100 ปี ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรที่ผลักดันให้มีการท่องเที่ยว วันเดย์ทริป ขึ้นในครั้งนี้ซึ่งในวันนี้ก็ได้พามาเที่ยวที่เขาเป็นจุดหนึ่งเป็นพลังมังกรห้าทิศเป็นส่วนของลำตัวแล้วก็จะลงไปที่โรงเจ Luxe ธรรม เป็นพลังมังกรห้าทิศส่วนของท้องของมังกรซึ่งใครมากราบไหว้ขอพรก็จะเปลี่ยนเป็นพลังร้ายให้กลายเป็นดีหลังจากนั้นเราก็จะเดินชม Street Art

ทั้งหมดสอง. จะมีรถสามล้อมีรถสองแถวแล้วก็มีไกด์ท้องถิ่นมีเทศบาลปากน้ำชุมพรเค้าจะเข้ามาเป็นไกด์นำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในวันนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาชมจุดนี้แล้วก็ถูกใจมากและจะเดินทางไปยังโบสถ์ที่มีน้ำผุดขึ้นมากลางโบสถ์ไปรับน้ำมนต์กันยังไงก็เชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวปากน้ำชุมพรด้วยกันครับ

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / “หัวหิน” จัดระเบียบขอทาน-คนเร่ร่อน ป้องกันอาชญากรรมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเมืองท่องเที่ยว

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 7

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.68 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานปล่อยแถวการจัดระเบียบคนขอทานและคนไร้ที่พึ่ง ที่หน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 27

ร่วมกับ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ หน่วยงานสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และภาคีเครือข่าย กองสวัสดิการสังคม เจ้าหน้าที่เทศกิจ ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน สภ.หัวหิน เพื่อสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559

พระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ.2557 และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2556 รวมถึงสร้างความเข้าใจในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำการขอทาน คนเร่ร่อน และคนไร้ที่พึ่งในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อป้องกันอาชญากรรมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีเมืองท่องเที่ยวระดับโลกนายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า ภายหลังปล่อยแถวเจ้าหน้าที่แล้ว

ได้ลงพื้นที่สำรวจภายในตลาดโต้รุ่งหัวหิน และถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลฯ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนนักท่องเที่ยวว่าพบเห็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักษณะคล้ายคลึงกับผู้ป่วยจิตเวช คนไร้ที่พึ่ง เร่ร่อน หลายรายออกมาพักอาศัยอยู่ในที่สาธารณะตามริมถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดทำประวัติพร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 11

ให้คำแนะนำปรึกษาและช่วยเหลือเบื้องต้น เราเน้นการให้ความช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อนำไปสู่กระบวนการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้หากใครพบเห็นคนเร่ร่อน คนขอทาน กระบวนการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่งานรักษาความสงบ (เทศกิจ) ให้ดำเนินการได้ทันที หรือแจ้งที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 2

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 14

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมพร้อมจัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 / เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ/ หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (19 ก.ย. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุมเตรียมการสนับสนุนการจัดทำผลงานศิลปะ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร

โดยที่ประชุมได้พิจารณาพื้นที่จัดทำผลงานศิลปะ Street Art ซึ่งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) อนุญาตให้ใช้พื้นที่ผนังด้านหน้าอาคาร ศูนย์ส่งสัญญาณ ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร

เป็นสถานที่สร้างสรรค์งานศิลปะ สำหรับโครงการฯดังกล่าว มูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ ร่วมกับศิลปินนำโดย นายประสิทธิ์ เพ็ชรจร (ครูเล็ก) โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร จัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

เพื่อเทิดพระเกียรติ และสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านงานศิลปะสาธารณะ ซึ่งจะมีการสร้างสรรค์ผลงานระหว่างวันที่ 1–12 ตุลาคม 2568 และจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ตุลาคม 2568

โครงการ Street Art King Bhumibol ไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงคุณค่า แต่ยังเป็นเวทีสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อสังคม เชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วน และสร้างความภาคภูมิใจแก่ประชาชนชาวชุมพร

ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับศิลปิน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จังหวัดชุมพรจัดขึ้น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และร่วมกันสานต่อที่พ่อทำผ่านพลังแห่งศิลปะที่ยิ่งใหญ่และงดงาม

เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 15.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุมีคนฆ่าตัวตายภายในรถ จึงรายงาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เหตุเกิดบริเวณ ปากซอย สำนักงาน ททท.ชุมพร ถนนทวีสินค้า ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร พบรถยนตเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซิสตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต3–6 ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องทุบกระจกเพื่อเปิดประตูรถ ภายในรถ ที่เบาะคนขับพบตัว น.ส.ภรณ์ทิวา นามสมมุติ อายุ 35 ปี ชาว ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เบาะข้างกันยังพบยากันยุง มีขี้เถ้าจำนวนมาก

ยังพบว่ามีกลิ่นควันตลบอบอวนทั่วรถ เจ้าหน้าที่ เห็นยังหายใจอยู่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายตัวออกจากตัวรถ ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการช่วยชีวิตต่อไปได้รับรายงานจากกู้ภัยสายชล 426 น้องโชคทีมกู้ชีพกู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือแจ้งว่า เป็นเจ้าหน้าที่เภสัช ของโรงพยาบาลชื่อดังของชุมพร

ขณะนี้อาการผู้ป่วยดีขึ้นและได้นำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิรัชศิลป์เพื่อที่จะเข้าเครื่อง Hyperbaric Chamber คือ อุโมงค์ซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง หรือออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% รักษาตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี เบื้องต้นยังไม่ทรายรายละเอียดในการก่อเหตุในครั้งนี้ หลังจากที่ให้กู้ชีพกู้ภัยนำตัวรักที่โรงพยาบาลแล้วจึงตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว จะได้ติดต่อไปยังญาติ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุในการคิดสั้นครั้งนี้ต่อไป

หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 05.25 น วันที่ 20 กันยายน 2568 ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถนนสายเอเชียขาล่องใต้ หมู่ 1 ตำบลขุมกระทิง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงรายงาน

พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณไหล่ทางเยื้องทางเข้าร้าน 69 ล้อแม็กซ์ชุมพร พบรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวรถ 70—00 สงขลา ลูกพ่วง หมายเลขทะเบียน 71- –18 สงขลา เป็นของนาย มานพ (สงวนนามสกุลป อายุ 45 ปี

ขับมาจอดนอนอยู่ไหล่ทางซ้ายสุด มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สี บรอนเงิน หมายเลขทะเบียน ลม 2–9 กทม. วิ่งมาชนท้ายรถเทเลอร์ ที่จอดอยู่ ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและแก้มซ้ายของรถ พังยับ มีเด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่นั่งหน้าข้างคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่มีแม่นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล)อายุ 55 ปี อุ้มอยู่ได้รับบาดเจ็บบริเวณปากและคอ นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล) มีอาการเจ็บที่หน้าอกมาก ส่วนคนขับรถเก๋ง ชื่อนาย ชัยยันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบถามนาย มานพ ฯ เล่าว่า ได้ขับรถเทเลอร์ออกมาจากจังหวัดสมุทรสาคร จะนำสินค้าเบ็ดเตล็ดหลายรายการไปลงที่จังหวัด สงขลาอำเภอหาดใหญ่ เดินทางออกมาเมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 19 กันยายน 2568 และได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุในช่วงตีสี่ของ วันนี้เพราะมีอาการง่วงก็เลยนำรถจอดนอนริมทางนอนได้ชั่วโมงเศษเศษก็ได้ยินเสียงรถมาชนท้ายดังโครมก็เลยลงมาตรวจสอบและได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นาย ชัยยันต์ ฯ เดินทางออกจากกรุงเทพจะไปนคร ศรีธรรมราชเพื่อจะพาครอบครัวไปทำบุญวันสารทเดือน 10 และได้เดินทางมารับประทานอาหารที่ครัวคุณสาหร่ายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ได้ขับรถออกเดินทางเพื่อที่จะไปนครศรีธรรมราช มาถึงที่เกิดเหตุก็มองไม่เห็นว่ามีรถจอดอยู่ริมทางหักหลบไม่ทันเพราะไม่มีสัญญาณก็เลยเกิดอุบัติเหตุขึ้นในครั้งนี้เดินมามากับครอบครัว

รวมทั้งหมดสี่คน ลูกสาว 11 ขวบได้รับบัตรเจ็บสาหัส และลูกคนเล็กอายุ 6 ขวบส่วนภรรยาก็อายุ 55 ปีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยครับ
เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ได้รวบรวมหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอโคกสำโรง ลงพื้นที่ตรวจตราสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 10.30 น.นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรงและนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม

ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ปริมาณน้ำในพื้นอำเภอโคกสำโรง โดยได้เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ผลการปฏิบัติงานดังนี้

เวลา 10.30 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองได้ลงพื้นที่ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลหนองแขม

เพื่อตรวจสอบพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากบริเวณบ้านหลังที่ได้รับผลกระทบเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นทางผ่านของน้ำ จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังซึ่งเป็นน้ำรอระบาย

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้ปรึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแขมเพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

เวลา 14.30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรงและนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองได้เดินทางไปยังถนนเส้น ทช.1008 ตำบลหลุมข้าว ร่วมกับ สภ.โคกสำโรง และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลหลุมข้าว

ตามที่ได้มีการลงสื่อโซเชียลกรณีมีชาวบ้านมาเล่นน้ำบริเวณถนนเส้นดังกล่าว จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว นายอำเภอโคกสำโรงพร้อมองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าวลงพื้นที่ตรวจตราบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมาเล่นน้ำและมีร้านค้าตั้งขายของ

โดยนายอำเภอโคกสำโรงได้กำชับองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าวให้ติดตั้งป้ายเตือนและติดตั้งกรวย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และจัดเวรยามเฝ้าระวังความปลอดภัยให้แก่ผู้มาท่องเที่ยวในพื้นที่ในช่วงนี้ต่อไป

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ดนตรีที่ปัตตานี เล่าเรื่องปตตานี ผ่านเสียงดนตรี” โครงการดนตรีประจำชาติ บนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

    วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี/ผอ.ศปก.อ.เมืองปัตตานี ร่วมเป็นเกียรติชมการแสดงดนตรี “ดนตรีที่ปัตตานี

    เล่าเรื่องปตตานี ผ่านเสียงดนตรี” โครงการดนตรีประจำชาติ บนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยมี นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์

    ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา แขกผู้มีเกียรติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ในการนี้ได้มี แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เข้าร่วมชมฯ ณ หอประชุมชูเกียรติ

    สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

    ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานี

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เยี่ยมแค้มป์นักเตะอนุบาลหนองปรือ ตักศิลาหมากแข้งชลบุรี สถานที่ปลุกปั้น ’หนูน้อยต้นอ้อ‘ แข้งจิ๋วมหัศจรรย์

    มีรายงานว่า ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เรียกตัวนักกีฬาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมเพื่อร่วมชิงชัยการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (ระดับภาคตะวันออก) ครั้งที่ 40 ประจำปี 2568 รายการตากสินระยองเกมส์ 2025

    โดยในประเภททีมเยาวชนหญิง นักกีฬาทั้งหมดต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกันตามระบบฝึกซ้อมที่เคร่งครัดและจริงจัง โดยในเวลา 05.00 น. จะเป็นเวลาตื่นนอนของนักกีฬา ในเวลา 05.15 น. จะมีการวิ่งและฝึกซ้อมประมาณ 1 ชม.กว่าๆ ก่อนเวลา 06.30 น. จะอาบน้ำแต่งตัว และรับประทานข้าวเช้าที่โรงเรียนจัดหามาให้ในเวลา 07.00 น.

    ในเวลา 08.00 น. จะเข้าเรียนตามปกติตามรายวิชาประจำวัน เมื่อเลิกเรียนเวลา 16.00 น. ก็จะฝึกซ้อมบอลต่อในเวลา 16.30 น. เวลาประมาณ 2 ชม. ก่อนทางผู้ฝึกสอนจะอนุญาตให้ทางบ้านมารับไปรับประทานอาหารเย็นในเวลา 18.30 น. โดยมีเวลาอยู่กับครอบครัว ประมาณ 2 ชม. ก่อนเวลา 20.30 น. ต้องกลับแค้มป์นักกีฬา เพื่อประชุมทีมในเวลา 20.50 น. และเข้านอนในเวลา 21.30 น. โดนห้ามนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียนโดยเด็ดขาด

    จากการพูดคุยกับ ด.ญ.รวิ หอมชื่น หรือ น้องต้นอ้อ อายุ 12 ปี นักเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ในฐานะนักฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ของโรงเรียน ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หรือ สไตรเกอร์ (Striker) ของทีม เผยว่า ได้มาอยู่กับเพื่อนนักฟุตบอลที่โรงเรียนเพื่อฝึกซ้อมเตรียมตัวแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. ที่ระยอง ในเดือนวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้

    โดยนักกีฬาทุกคนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเพื่อให้ได้รู้จักกัน ได้ฝึกซ้อมร่วมกันตามแผนการเล่นของโค้ชเพื่อสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ซึ่งทุกคนก็สนุกสนานที่ได้มาอยู่ด้วยกัน เพราะในแต่ละวันต้องทำกิจกรรมฝึกซ้อมหลายอย่าง ซึ่งคุณครูผู้ฝึกสอนก็ได้สอนในเรื่องการใช้ชีวิตที่สมถะ อยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง กินง่ายอยู่ง่าย แต่ถึงเวลาเราต้องฝึกซ้อมก็ต้องซ้อมแบบจริงจัง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษสุดคึกคัก เปิดงาน “รำลึกพระยาไกรภักดี แซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี 2568”

    ขบวนแห่ 24 ขบวนอลังการ ช้าง 7 เชือกนำขบวน แสงสีเสียงนักแสดงท้องถิ่นกว่า 500 ชีวิต ฮือฮา จุดธูปเลขขอโชคลาภได้ “738” เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ลานอนุสาวรีย์พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนหลั่งไหลมาร่วมชมพิธีเปิดงาน “รำลึกพระยาไกรภักดี แซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี ประจำปี 2568” กันอย่างเนืองแน่น

    โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และชาวบ้านจากทุกตำบลในอำเภอขุขันธ์เข้าร่วมอย่างคับคั่งสำหรับงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของ ประเพณีแซนโฎนตา ซึ่งเป็นพิธีรำลึกบรรพบุรุษตามความเชื่อของชาวเขมร และเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่คู่ท้องถิ่น

    ซึ่งในช่วงก่อนพิธีเปิด ได้มีขบวนแห่จาก 23 ตำบล รวม 24 ขบวน ที่ถูกจัดขึ้นอย่างสวยงามยิ่งใหญ่ แต่ละขบวนได้นำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งขบวนพระ ขบวนจำลองสถานที่สำคัญ และการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หาชมได้ยากโดยขบวนสุดท้าย เป็นขบวนช้าง 7 เชือก ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ประชาชน โดยมี นายพงษ์ธร จันทร์สวัสดิ์ นายอำเภอขุขันธ์ พร้อมภรรยา นั่งนำขบวน และหัวหน้าส่วนราชการหลายหน่วยงานร่วมขบวนมาด้วย

    นอกจากความงดงามอลังการแล้ว ยังมีการจัด ขบวนล้อเลียนกระแสสังคม เช่น ขบวนล้อเลียนข่าวพระกับสีกา ซึ่งคณะผู้จัดงานยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาลบหลู่พระพุทธศาสนา แต่ต้องการสะท้อนปัญหาสังคมให้เห็นอย่างตรงไปตรงมา และสร้างจิตสำนึกให้พระสงฆ์และญาติโยม โดยขบวนดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของงานที่เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชนผู้ร่วมชมได้อย่างมาก

    หลังพิธีเปิด มีการประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามประเพณี โดยแต่ละตำบลจัดเตรียม พานบายศรี เครื่องเซ่น เครื่องบูชา มาร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ ตำบลปราสาท ได้ทำการจุดธูปเลขเพื่อขอโชคลาภกับบรรพบุรุษ โดยตัวเลขที่ได้คือ 738 สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน

    ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า งานดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน และจะมีไปจนถึงวันที่ 23 กันยายน 2568 รวมระยะเวลา 9 วันเต็ม ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น มหกรรมสินค้า OTOP “อะไรก็ดีที่ศรีสะเกษ” รวบรวมสินค้าพื้นบ้านให้เลือกซื้อ การประกวด กล้วยงามเมืองขุขันธ์, ผ้าไหม, เสื้อแส่ว และการแสดงสารคดีประวัติศาสตร์ แสง–สี–เสียงสุดตระการตา เรื่อง “ขุขันธ์ เป็นเมืองเป็นชาติ ด้วยรอยบาทพระราชา ฝากคมศาตรา ขับล้างอดิราชแผ่นดิน” ซึ่งใช้นักแสดงท้องถิ่นกว่า 500 คน

    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 4 โครงการ

    วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 9/2568

    โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น 6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

    โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
    1.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 4 โครงการ

    2.พิจารณาการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม 2568 – 19 กันยายน 2568 จำนวน 36 ราย จำนวน 106 บัญชี มูลหนี้ 15,857,742.33 บาท (สิบห้าล้านแปดแสนห้าหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยสี่สิบสองบาทสามสิบสามสตางค์)

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนง.กกต.จว.มุกดาหาร​ ตรวจติดตามและนิเทศสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมุกดาหาร​ ประจำปี 2568

    เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 10.00​ นาฬิกา นายจักรินทร์​ ชาลีพุทธ​าพงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร​ มอบหมายให้

    นายพิเชฐ สุภัคชูกุล หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง พร้อมด้วย นางสาวมยุรี วงศ์ศรีธนกุล พนักงานการเลือกตั้งชํานาญการ​ และบุคลากรช่วยปฏิบัติงานตามโครงการตรวจติดตามฯ

    ดำเนินการตรวจติดตามการดำเนินกิจกรรมและนิเทศสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ประจำปี 2568 ณ สำนักงานสาขาพรรคเสรีรวมไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประจำจังหวัดมุกดาหาร เขต 1 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร​ จังหวัด​มุกดาหาร​

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สํารวจข้อมูล สาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด​ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร​ ในการดําเนินกิจกรรม ทางการเมืองให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของกรรมการสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด​ เพื่อให้การดำเนินการทางการเมืองเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย


    โดยมี​ ร.ต.​ต.สุ​เทียน​ ทอง​โสม​ หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะกรรมการสาขา ให้การต้อนรับและชี้แจงการดำเนินกิจกรรม ซึ่งผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทัพนักกีฬาภาคอีสาน” ย่าโมโคราชเกมส์”1.8หมื่นคนบุกโคราช คาดเงินสะพัด 60 ล้าน

    กองทัพนักกีฬาจาก อปท.ภาคอีสาน 1.8หมื่นคน เตรียมบุกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อแข่งขันกีฬา” นักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” แห่งประเทศไทย รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโมโคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคม 2568

    นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะพ่อเมืองโคราช กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬานักเรียน.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยรอบคัดเลือก ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่

    40 ว่า จังหวัด นครราชสีมา เรามีความพร้อมมาก ในการรองรับนักกีฬากว่า 1.8หมื่นคน ที่จะเดินทางมา 20 จังหวัด ภาคอีสาน เพื่อที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียน อปท.ถาคอีสานในครั้งนี้ โดยเฉพาะจังหวัดเรามีห้องพักเพียงพอรองรับ มีห้างสรรพ

    สินค้า ขนาดใหญ่ ถึง 3 ห้าง มีร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่บริการมากมาย มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว 3 มรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง สถานที่ท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว จุดเช็คอิน เขายายเที่ยง

    กังหันลมยักษ์ และอื่นๆอีกมากมาย จ.นครราชสีมา เรามีความพร้อมอย่างมาก ในการต้อนรับและเป็นเจ้าภาพที่ดี จึงขอเรียนเชิญ ทัพนักกีฬา อปท.ทั้ง 20 จังหวัด เดินทางมาอย่าง สะดวกสะบาย ไม่ต้องกังวลถึงการ เป็นเจ้าบ้าน ของโคราช ในครั้งนี้

    ด้าน ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าบ้านเตรียมต้อนรับ ทั้งสนามการแข่งขัน พิธีเปิดและดูแลผู้ที่ร่วมเดินทางมาร่วมการแข่งขัน กีฬา อปท.ภาคอีสาน 20 จังหวัดในครั้งนี้ ทาง อบจ.ได้เตรียมงบประมาณกว่า 35 ล้านบาท เอาไว้จัดการแข่งขันในครั้งนี้ อีกทั้งเตรียมสนามการแข่งขัน ที่มีมาตรฐานกว่า 20 สนาม

    รองรับ 16 ชนิดกีฬา ที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ และการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการเปิดบ้าน เปิดเมือง เพื่อต้อนรับ บรรดานักกีฬา พร้อมผู้ติดตามกว่า 1.8 หมื่น คนที่จะเข้ามา กิน เที่ยว และ พัก กว่า 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 – 30 ตุลาคม คาดว่าเงินสะพัดกว่า 60 ล้านบาท พร้อมเตรียมไฮไลท์ พิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ อลังการ สมเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน ดร.ยลดา กล่าว

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหา 15 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 1 ราย เหตุทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีด ฟันหญิงวัยรุ่นพื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่

    วันศุกร์ที่ 19 #กันยายน 2568 เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในการแถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหา 15 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 1 ราย เหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด ฟันหญิงวัยรุ่นใน พื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ กรณีเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 มีเหตุวัยรุ่น

    ทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณภายในร้าน “สะดวกซัก 24 ชม.” ถ.เชียงใหม่ – สันกำแพง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย

    โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา

    แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, รอง ผบก.ฯ, ผกก.สส. และ ผกก.สภ.พื้นที่ เข้าร่วมแถลงข่าว

    ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 5 (ศปก.ภ.5) ชั้น 2 อาคารที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่////

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน NAN COFFEE THE CREATORS ยกระดับผู้ประกอบการ กาแฟน่าน สร้างมูลค่าอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟน่าน

    จังหวัดน่าน โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ขนผู้ประกอบการกาแฟน่านกว่า 24 ร้านกาแฟดังทั่วจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเครือข่ายผู้ประกอบการ จังหวัดน่าน รวมกว่า 36 ราย โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเชื่อมโยงตลาด จำนวน 15 ราย นำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ร่วมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

    โดยนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญ มีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม กับทั้งเพาะปลูกได้ทั้งกาแฟสายพันธ์อาราบิก้า และโรบัสต้าที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์โดดเด่นในเรื่องรสชาติและความหอม ทำให้เมล็ดกาแฟน่านได้รับรางวัลจากการประกวดในเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่าน และการจัดงานแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน

    พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน NAN COFFEE THE CREATORS ภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมหลัก การแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม กิจกรรมย่อยการพัฒนาขีดความสามารถการผลิตและการแปรรูปกาแฟน่านสู่ตลาดสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 หวังให้ผู้ประกอบการผู้ผลิตและจำหน่ายที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟ สร้างมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟน่านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ สร้างมูลค่าสูงขึ้นต่อไป

    ด้าน นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการกาแฟน่านในการพัฒนากระบวนการผลิตกระบวนการบริหารจัดการสถานประกอบการให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดเป้าหมาย พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกาแฟน่าน และสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกาแฟน่านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องให้มีมูลค่าสูงขึ้น โครงการดังกล่าวประกอบไปด้วย กิจกรรมการพัฒนาและเสริมองค์

    ความรู้ด้านการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคนิคการแปรรูปกาแฟน่าน และการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ กิจกรรมการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์กาแฟน่าน เพื่อเชื่อมโยงตลาดประกอบด้วยการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงและเสริมสร้างทักษะด้านการคั่วกาแฟ เพื่อยกระดับกาแฟน่าน ณ สถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับด้านธุรกิจกาแฟ และกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับการยกระดับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์กาแฟน่าน และกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการตลาดกาแฟน่าน เพื่อทดสอบตลาด ดำเนินการจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน

    พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน NAN COFFEE THE CREATORS ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2568 กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน เพื่อทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน, กิจกรรมการสาธิตการคั่วกาแฟ , กิจกรรมการสาธิตการ Cupping กาแฟน่าน , กิจกรรมสาธิตการดริปกาแฟ , กิจกรรมนาทีทอง , การแข่งขันการคั่วกาแฟในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568และ การแข่งขัน Nan Signature Coffee

    ในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 , เพลิดเพลินกับดนตรีสดทุกวัน , รับคูปองส่วนลด 50 บาท เพื่อแลกซื้อสินค้าภายในงานและโปรโมชั่นสุดพิเศษกับสินค้านาทีทอง จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดน่านและต่างจังหวัดมาเที่ยวช้อป ชม ชิม กับงาน NAN COFFEE THE CREATORS/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ ราชการ ปกครอง ส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ครั้งที่ 4

    วันที่ 17 ก.ย.68 ที่ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละแมะนา อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานปิดการแข่งขัน “กีฬาสานสัมพันธ์ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอทุ่งยางแดง ครั้งที่ 4 ประจำปี 2568 มี

    นายมงคล สินยัง นายอำเภอทุ่งยางแดง หัวหน้าส่วนราชการ ประธานชมรม นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ

    ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ บุคลากรทางการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ชมรมตาดีกา ภาคีเครือข่าย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    และประชาชน เข้าร่วม เป็นจำนวนมาก สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรักความสามัคคี ระหว่างส่วน

    ราชการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สร้างบรรยากาศความผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดจากการทำงานและสถานการณ์ความรุนแรงในปัจจุบัน

    และเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬา โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้าง

    ความสัมพันธ์ โดยมี ประเภท ประกอบด้วย กีฬาฟุตซอล การแข่งขัน วิ่งผลัดโดยใส่ชุดเครื่องแบบของแต่ละหน่วยงาน และกีฬาพื้นบ้าน

    นายไชยพร นิยมแก็ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า กิจกรรมนี้ได้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

    ของอำเภอทุ่งยางแดง รวมทั้งประชาชนที่มีส่วนร่วม มีความตั้งใจ และทุ่มเทในการสนับสนุนการ

    จัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เป็นอย่างดี ได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน

    ผู้ใหญ่บ้าน การแข่งขันกีฬานอกจากจะทำให้ผู้ที่เล่นกีฬามีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง

    มีสุขภาพจิต ที่เข้มแข็ง และมีน้ำใจ เป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยแล้ว ยังเสริมสร้างให้เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะอีกด้วย

    ตอริก สหสันติวรกุล
    ผอ.บรรณาธิการข่าว /
    ศูนย์ข่าวภาคใต้ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.นบ.ยส.24 โชว์ผลงานรอบ 1 ปี ยึดยาบ้า 150 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 8,516 กิโลกรัม เฮโรอีน 151 กก.,เคตามีน 796 กิโลกรัม มูลค่า1 หมื่นล้านบาทเศษ

    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 เวลา 1100 น. ที่โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม อำเภอเมืองนครพนม​ จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) เป็นประธาน การประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 (ทบทวนหลังปฏิบัติงาน ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) และการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ระดับจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2569 ห้วงวันที่ 16 – 17 กันยายน 2568 โดยมีหน่วยงาน ส่วนราชการในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน จำนวน 95 หน่วย

    ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน​ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าร่วมประชุม เพื่อระดมความคิดวิเคราะห์ ทบทวนสถานการณ์ในแต่ละมาตรการ, ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา, ปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินงานในพื้นที่ และกำหนดประเด็นการพัฒนา ตามบริบทในพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค ในการปฏิบัติงานร่วมกัน และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา

    ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน มุ่งสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยในวันนี้ มทภ.2/ ผบ.นบ.ยส.24 กรุณารับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานและผลการทบทวนหลังการปฏิบัติในภาพรวมของหน่วย ประจำปีงบประมาณ 2568 จาก รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 และกรุณามอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น จำนวน 10 หน่วย และมอบรางวัลให้แก่หน่วยที่มีผลการตรวจยึดและจับกุมดีเด่น จำนวน 40 หน่วย พร้อมทั้งกล่าวปิดการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานและทบทวนหลังการปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ 2568

    สถานการณ์ด้านยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งรัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอ และมอบให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 ขึ้นโดยมี แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24)
    ภารกิจในวางแผน บูรณาการ อำนวยการ ประสานงาน

    ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า-ส่งออก ยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์, ปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติด, บำบัดผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด, จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด, ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้านอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดนของจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และ อุบลราชธานี เพื่อให้พื้นที่รับผิดชอบปลอดจากการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ไม่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆ ได้รับการแก้ไข ประชาชนเกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืนและได้ยึดถือกรอบแนวทางการปฏิบัติของ ป.ป.ส. ใน 6 มาตรการหลัก คือ มาตรการสกัดกั้น, มาตรการปราบปราม, มาตรการป้องกัน, มาตรการบำบัด, มาตรการบูรณาการ และมาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน ในทุกมาตรการ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    การปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ร่วมกับกองกำลังป้องกันชายแดนในการซีลแนวชายแดน ประกอบด้วย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองกำลังสุรนารี และพื้นที่ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอ มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ

    ในเขตพื้นที่ตอนในดำเนินการ โดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจังหวัด (กอ.รมน.จังหวัด) ทั้ง 20 จังหวัดบูรณาการกับส่วนราชการในจังหวัด ร่วมกันดำเนินการ ผลจากการดำเนินงานด้านยาเสพติดตั้งแต่ โดยสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ (ตั้งแต่ 1 ต.ค 67 – 31 ส.ค. 68) ในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.24 สามารถจับกุม จำนวน 1,084 ครั้ง, ผู้ต้องหา 1,453 ราย ของกลาง ยาบ้าหนึ่งร้อยห้าสิบล้านเม็ดเศษ (150,594,083 เม็ด),ไอซ์ 8,516 กิโลกรัมเฮโรอีน 151 กก.,เคตามีน 796 กิโลกรัมและอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง หนึ่งหมื่นล้านบาทเศษ (10,712,934,283 บาท)


    การตรวจยึดจับกุมที่สำคัญ ได้แก่ การตรวจยึดยาบ้าหลักล้านเม็ดขึ้นไป จำนวน 47 ครั้ง ยาบ้าหลักแสนเม็ดขึ้นไป จำนวน 110 ครั้ง โดยตรวจยึดได้มากที่สุดในพื้นที่จังหวัดนครพนม (32,694,472 เม็ด) รองลงมา คือ จังหวัดหนองคาย (30,043,699 เม็ด) และ จังหวัดมุกดาหาร (29,757,591 เม็ด)การตรวจยึด และไอซ์ หลัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป จำนวน 24 ครั้ง โดยพื้นที่ที่มีการตรวจยึดจับกุม มากที่สุด คือ จังหวัดเลย (3,032 กก.) และรองลงมา คือ จังหวัดนครพนม (2,736 กก.)

    ภาพ​/ข่าว​ พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย–สหรัฐฯ เยือนน่านต่อเนื่องปีที่ 3 มอบเงิน 2 แสนบาทช่วยผู้ประสบภัยพายุ “วิภา” หนุนท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน

    จังหวัดน่านยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล่าสุด คณะนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยือนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเข้าพักนานถึง 10 วัน เลือกพักที่ “น่านบูติคโฮเทล” โรงแรมรางวัล ASEAN Sustainability Award ในฐานะโรงแรมสีเขียวระดับอาเซียน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน

    ปีนี้ แม้การเดินทางเดือนสิงหาคมถูกยกเลิกเพราะผลกระทบจากพายุ “วิภา” แต่คณะนักท่องเที่ยวเกือบ 40 คนจากออสเตรเลียยังคงแสดงน้ำใจ ด้วยการ ระดมทุน 200,000 บาท มอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดน่าน แบ่งเป็น มอบให้นักเรียนโรงเรียนบ้านดอนศรีเสริมกสิกร 50 คน , มอบให้โรงพยาบาลน่าน เพื่อใช้ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการช่วยเหลือครั้งนี้เกิดจากการผลักดันของ นางดวงพร เต็งไตรรัตน์ ชาวน่านที่ไปใช้ชีวิตในออสเตรเลียกว่า 60 ปี แต่ยังคงกลับมาเยือนบ้านเกิดทุกปี

    พร้อมพาเพื่อนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น ภายใต้ความร่วมมือกับทีมงาน “Nan Dream Team” ที่จัดกิจกรรม เช่น เยี่ยมชมฟาร์ม ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร่วมทำกิจกรรมในชุมชนในโอกาสนี้ นายโยธิน ทับทิมทอง ผอ.ททท.สำนักงานน่าน ได้มอบของที่ระลึกเพื่อขอบคุณคณะฯ ที่ร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน

    จากนั้น คณะนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ฐานปฏิบัติการแสงเพ็ญ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง โดยมี พลเอกวิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา และ พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ให้การต้อนรับ พร้อมนำชมการดำเนินงาน และร่วมทำกิจกรรมทำอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ไก่ประดู่หางดำ ผักเชียงดา กบ และไข่ ซึ่งสร้างความประทับใจแก่คณะนักท่องเที่ยวอย่างมาก

    ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน ภาพ-ข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการตรวจเยี่ยมบ้านคนพิการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมมอบชุดยังชีพแก่ทหารผ่านศึก คนพิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 40 ราย

    วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 10.00 – 11.00 น.
    สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล
    คณะจิตอาสาพระราชทาน 904 นายนครินทร์ เทพรักษ์ รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเลย และคณะ

    นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการส่วนภูมิภาค ภาค 10 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ นางศรัณยา สุวรรณพรหม รองประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 10/ประธานผู้ประสานงานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

    ประจำจังหวัดหนองบัวลำภูพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภู ร.ต.อ.ชาญชัย วรรณโรจน์ คณะกรรมการผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สัสดีอำเภอนาวัง

    ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวังปลาป้อมวิทยศึกษา และคณะครู
    • นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์
    • น.ส.ชญาภา เทียมเมฆ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดบุรีรัมย์
    • ชมรมช่วยเหลือสังคม
    • นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ
    • กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.

    ร่วมกันจัดกิจกรรม “โครงการตรวจเยี่ยมบ้านคนพิการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมมอบชุดยังชีพแก่ทหารผ่านศึก คนพิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 40 ราย

    โดยมี พันเอกอาร์ม ยศสุนทร รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีมอบ ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนชุมชนวังปลาป้อมวิทยศึกษา ตำบลวังปลาป้อม อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู

    ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาคมา ณ โอกาสนี้ 🙏สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : ชุดยังชีพ 20 ชุดนางศรัณยา สุวรรณพรหม : ชุดยังชีพ 20 ชุด และน้ำดื่ม 40 โหลโรงแรมเซ็นธารา : แปรงสีฟันและยาสีฟัน 10 ลัง

    ⸻สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเลยสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภูองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภูชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อพท.สุโขทัย สร้างสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดสุโขทัยจัดประชุมรวมพลังเครือข่ายสื่อสารมวลชน ประจำปี พ.ศ. 2568

    วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา16:30 น. พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย และนายสิทธิพันธ์ แสงสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏฺิบัติการ อพท.สุโขทัย และเจ้าหน้าที่ อพท.สุโขทัย สร้างสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดสุโขทัย จัดประชุมรวมพลังเครือข่ายสื่อสารมวลชน ประจำปี พ.ศ. 2568
    โดยมี ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุญยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย นางเบญจภัทร หมวกทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย สมาคมสื่อสารมวลชนสุโขทัย ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ผู้สื่อข่าวช่อง ๓ สถานีวิทยุ อสมท จังหวัดสุโขทัย สถานีวิทยุ สวท.จังหวัดสุโขทัย เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายสื่อมวลชนในจังหวัดสุโขทัยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน และ ส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัดสุโขทัยในฐานะเมืองท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เข้าร่วมรับทราบผลและแผนการกำเนินงานของ อพท.สุโขทัย พร้อมพี่น้องสื่อมวลชน

    พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เครือข่าย สื่อมวลชนทุกท่านให้ความสําคัญและเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ อพท.สุโขทัยได้ขับเคลื่อนมิติการท่องเที่ยวยั่งยืน ผ่านโครงการหลัก 3 โครงการ ได้แก่

    1. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม(UCCN)
    2. โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนประจําปีงบประมาณ2568
    3. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน พื้นที่ชุมชนเป้าหมาย 9 แห่ง ได้แก่ (1) ชุมชนเมืองเก่า(2)ชุมชนท่าชัย-ศรีสัชนาลัย (3)ชุมชนบ้านนาต้นจั่น (4)ชุมชนไทยชนะศึก (5)ชุมชนเมืองด้ง (6)ชุมชน ทุ่งหลวง (7)ชุมชนนาเชิงคีรี (8)ชุมชนหาดเสี้ยว และ(9)ชุมชนวิถีเมืองบางขลัง

    สร้างรายได้ชุมชนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 29,866,899 บาท เพิ่มขึ้น 62.64% จากปีฐาน 2567 จำนวนนักท่องเที่ยว 121,284 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.73% จากปีฐาน 2567 พร้อมพุ่งเป้าหมายแผนการพัฒนาปี 2569 เพิ่มขึ้น 3% จากปีฐาน 2568

    ผลงานเด่น: รางวัลระดับชาติและนานาชาติ
    จากการดําเนินงานร่วมกับชุมชน อพท.สุโขทัย สามารถผลักดันให้เกิดผลงานเชิงประจักษ์และได้รับ รางวัลสําคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ

    1. รางวัลนานาชาติ
    • PATA Grand Award 2025 จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Pacific Asia Travel Association: PATA) มอบให้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น อ.ศรีสัชนา ลัย จ.สุโขทัย จากผลงาน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน (Sustainable Cultural Heritage Preservation of the Ban Na Ton Chan Homestay Community Enterprise) โดดเด่นที่สุดด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม
    1. รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 (Thailand Tourism Awards 2025)
    • วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น ได้รับรางวัล Hall of Fame, รางวัลยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Excellence Awards) และรางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards)
    • ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย ได้รับรางวัลแห่งความยั่งยืน
    • ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านทุ่งหลวง ได้รับรางวัลแห่งความยั่งยืน
    1. รางวัลระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม
    • Green Destinations Top 100 Stories 2025 ชุมชนท่าชัย – ศรีสัชนาลัย ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก และจะเข้ารับรางวัลอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้
    1. รางวัลสถานประกอบการและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    • โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) จํานวน 1 แห่ง
    • ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Restaurant) จํานวน 2 แห่ง
    • ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) จํานวน 4 แห่ง
      รวมทั้งหมด 7 รางวัล
    1. รางวัลด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (LESS)
    • ชุมชนบ้านนาต้นจั่นได้รับประกาศเกียรติคุณโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) จากการบูรณาการร่วมกับ อพท.สุโขทัย ธ.ก.ส. จังหวัดสุโขทยั ศูนย์ป่าไม้ และ (อบก.)องค์การบริหาร
      จัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
    • ผลการพัฒนาระบบ BCG Model ด้านคาร์บอนเครดิต พบว่าพื้นที่ป่าชุมชน 1,058 ไร่ สามารถกัก เก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 33,097 ตัน CO2 เทียบเท่า ถือเป็นต้นแบบสําคัญของการ ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

    ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุญยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ขอขอบคุณ อพท.สุโขทัย ในการบูรณาการร่วมกันในการขับเคลื่อนชุมชนเกิดผลงานเชิงประจักษ์มากมาย ถือว่าเป็นเครือข่ายสำคัญ แรงผลักดันหลักในการสร้างผลงานอย่างเเท้จริง

    นางเบญจภัทร หมวกทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน และ อพท.สุโขทัย ที่สร้างส่งเสริม สนับสนุน ชุมขนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ในนามประชาสัมพันธ์จักนำข้อมูลทั้งหมดไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ต่อไปให้นักท่องเที่ยว และบุคคลภายนอกได้ทราบถึงความสำเร็จของชุมชนจากการได้ รางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างการรับรู้ให้คนมาท่องเที่ยวสุโขทัยเพิ่มมากขึ้นต่อไป

    พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “อพท.สุโขทัย เล็งเห็นถึง ความสําคัญของเครือข่ายสื่อมวลชนในฐานะพันธมิตรสําคัญที่จะช่วยเผยแพร่เรื่องราวของชุมชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า และเส้นทางการท่องเที่ยวต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การประชุมในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสําคัญในการบูรณาการทํางานร่วมกัน เพื่อให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสุโขทัยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน”

    การจัดประชุมครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สําคัญของการสร้างเครือข่ายการสื่อสารด้านการ ท่องเที่ยว เพื่อให้จังหวัดสุโขทัยสามารถก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวยั่งยืนที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้อย่าง มั่นคง

    กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง