สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ม้าเหล็กขยี้ร่าง ชนชายวัย21ดับสยอง เร่งสอบฆ่าตัวตายหรืออุบัติเหตุ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ ( 6 กรกฎาคม 2568) เวลาประมาณ 09.20 น. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เกิดสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านในหูต ขณะปฏิบัติเวรสอบสวนคดีอาญา-จราจร ได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุ สภ.บ้านในหูต ว่า พบศพบริเวณริมรางรถไฟ แจ้งให้ พ.ต.ท.จเร ชูแก้ว สวญ.สภ.บ้านในหูตผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปที่เกิดเหตุและแพทย์ รพ.หลังสวน เพื่อร่วมชันสูตรพลิกศพจึงเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ เสาโทรเลขที่ 630/12 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร พบ นายวรรธนะ บุษฤดาจันทร์ อายุ 21 ปี ที่อยู่ 4 หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำพุ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี (ทราบชื่อ นามสกุลจริงในภายหลัง) สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ นอนเสียชีวิตบริเวณริมรางรถไฟ เสาโทรเลขที่ 630/12 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สภาพศพพบแผลฉกรรจ์บริเวณใต้คาง และขาทั้งสองข้าง พักอาศัยบ้านเช่าเลขที่ 119 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตรจากการสอบถามนายชัชชัย ยมโชติ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟหลังสวน ทราบว่า ผู้ตายถูกรถไฟขนส่งสินค้า ขบวนที่ 778 ซึ่งได้แล่นออกจากสถานีรถไฟหลังสวน ชนเข้ากับผู้ตายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 20.18 น. จึงได้ให้กู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน นำศพไป รพ.หลังสวน เพื่อทำการชันสูตรร่วมกับแพทย์ ญาติของผู้ตายไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้กับทางญาติไปดำเนินการทางประเพณีทางศาสนาต่อไป

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้าของเถื่อน ลักลอบขนไก่ข้ามแม่น้ำโขง!

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) สถานีเรือมุกดาหาร โดย นาวาโทรุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าหน่วยเรือมุกดาหาร นำกำลังออกลาดตระเวนทางน้ำบริเวณบ้านหว้านน้อย ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

กระทั่งเวลา 05.45 น. ตรวจพบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ต้องสงสัย พร้อมชายฉกรรจ์ 3–4 คน อยู่ที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง แสดงท่าทีมีพิรุธคล้ายรอรับ-ส่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีไป ทิ้งเรือและของกลางไว้

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในเรือ พบ ไก่มีชีวิตกว่า 320 ตัว ถูกบรรจุอยู่ใน ลังพลาสติก 16 ลัง โดยไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการลักลอบขนสัตว์ข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จึงนำของกลางส่งให้ศุลกากรมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นรขมุกดาหาร #ลักลอบขนสัตว์ #ลาดตระเวนลำน้ำโขง #หว้านใหญ่ #ข่าวมุกดาหาร #ไก่ข้ามชาติ #สกัดขบวนการขนของผิดกฎหมาย #ชายแดนไทยลาว #มุกดาหาร #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา บรรเทาทุกข์ให้กับผู้ป่วยยากไร้ รพ.มหาราช

เมื่อวันศุกร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ โรงพยาบาลมาหาราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา จัดทำกิจกรรม “มอบความสุข บรรเทาทุกข์ ให้กับผู้ป่วยยากไร้” โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

โดย นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางแสงเพชร ลำไธสง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา นำทีมรองประธานฯ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา มอบสิ่งของจำเป็นใช้ให้กับผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำนวน 200 ชุด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีฐานะยากจนและขาดแคลนสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต


ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา, ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายชุมชนการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot spot) และฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดน่าน”

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายชุมชนการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot spot) และฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดน่าน”

ได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแนวทางการลด PM2.5 ผ่านการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยหมักจากวัสดุเศษเหลือทางการเกษตร ณ บ้านท่าลี่ ตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 30 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในพื้นที่

กิจกรรมในครั้งนี้นำโดย นายนคร สอนสมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการวิจัย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ทีมงานได้ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตปุ๋ยหมักโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 พด.2 และ พด.3 ซึ่งเป็นนวัตกรรมชีวภาพที่ช่วยเร่งการย่อยสลายเศษพืช เศษฟาง และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ลดระยะเวลาการหมักและเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลาย
นอกจากนี้ยังมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ

เพื่อหลีกเลี่ยงการเผาที่เป็นสาเหตุสำคัญของจุดความร้อน (Hot spot) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุเหล่านี้และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านปุ๋ยอินทรีย์ในระดับครัวเรือนและชุมชน โดยหลังสิ้นสุดการอบรม เกษตรกรผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงในการผสมวัสดุ เศษฟาง ใบไม้แห้ง และเศษข้าวโพดร่วมกับสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 พด.2 และ พด.3 จนได้กองปุ๋ยหมักต้นแบบประจำหมู่บ้าน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลแนวทางการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรแบบ “Zero Burn” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่วิจัย เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับชุมชนในจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน/ เครดิต/สรรเพชญ์ ปุละ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร กอ” การเงินร่ำรวย อำนวยโชคลาภ ” บรรยากาศเป็นด้วยความคึกคัก ยอดประมูลรวมทะลุ 10 ล้านบาท

สำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี เปิดประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร กอ” การเงินร่ำรวย อำนวยโชคลาภ ” บรรยากาศเป็นด้วยความคึกคัก ยอดประมูลรวมทะลุ 10 ล้านบาท โดยรายได้จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ที่ โรงแรมโอทู อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดประมูลทะเบียนรถเลขสวยจังหวัดลพบุรี ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หมวดอักษร กอ

ครั้งที่ 15 “การเงินร่ำรวย อำนวยโชคลาภ” (301 หมายเลข) และเลขเสริม หมวดอักษร กพ กม กย กล กว (12 หมายเลข) โดยมี นางสาวอารีย์ ธัญญเจริญ ขนส่งจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้เข้าร่วมการประมูล เข้าร่วมภายในงานเป็นจำนวนมาก

สำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี ได้มีการนำหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน (รย.1) หมวดอักษร กอ มีความหมายที่ดีคือ ” การเงินร่ำรวย อำนวยโชคลาภ ” จำนวน 301 หมายเลข โดยมีตัวเดียว 1 ถึง 9 , เลขเบิ้ล, เลขตอง, เลข 4 ตัวเหมือนกัน, เลขเรียง โดยในป้ายมีกราฟฟิกเป็นภาพ

ประตูพระนารายณ์นิเวศน์ พระปรางค์สามยอด เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทุ่งดอกทานตะวัน และลิงลพบุรี ซึ่งจะรวมโบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี รวมถึงอัตลักษณ์ที่สำคัญของความเป็นจังหวัดลพบุรีอยู่ภายในป้าย มีการจัดวางตำแหน่งอย่างสวยงาม

สำหรับการประมูลเลขทะเบียนรถสวย ในวันนี้เปิดให้ประมูลได้ 2 ช่องทาง คือ ผ่านระบบออนไลน์ อินเตอร์เน็ต และ ประมูลด้วยวาจาควบคู่กันซึ่งการประมูลใน

ครั้งถือว่าคึกคัก ซึ่งเลขมงคลแต่ละเลขสู้กันอย่างดุเดือดอาทิ เลขทะเบียน กอ 9999 ลพบุรี จบการประมูลที่ 800,000 บาท และ เลขทะเบียน กอ 8888 ลพบุรีจบการประมูลที่ 315,000 บาท สรุปยอดรวมการประมูลในครั้งนี้ 10,271,937 บาท

ซึ่งรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวยจะนำเข้า “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน” (กปถ.) เพื่อนำไปสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและให้ความช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการ

ประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนเป็นเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการฯ ดังนั้น ผู้ที่ประมูลทะเบียนรถเลขสวย นอกจากจะมีโอกาสได้ครอบครองหมายเลขทะเบียนรถที่ตนเองชื่นชอบแล้วยังมีโอกาสได้ร่วมทำบุญกุศลและสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวมอีกทาง หนึ่งด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
/ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท.อุดรธานี เปิดเส้นทางท่องเที่ยว คาราวาน “พืชสวนโลก สบายดี อุดร หนองคาย บึงกาฬ”

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬา จ.บึงกาฬ ให้การต้อนรับและรับมอบธง “งานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569” โดยมี นายสหรัถ พิศาลเศรษฐพงศ์ ประธานหอการค้า จ.บึงกาฬ นายปรีชา ศิริผลา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.บึงกาฬ นายบุญทวี สาลี นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.บึงกาฬ พร้อมหน่วยงานภาค ภาคเอกชนร่วมให้การต้อนรับในครั้งนี้

คาราวานพืชสวนโลก โดยจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานีและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานอุดรธานี จัดกิจกรรม Udon Thani “คาราวาน พืชสวนโลก สบายดี” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 เส้นทางอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ โดยภาคเอกชนจัดเป็น Package เสนอขาย

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569 ตามเส้นทางการท่องเที่ยวกลุ่มสบายดี 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 จัดเป็นครั้งแรกโดยใช้เส้นทาง Naga Route : อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ แสดงถึงความพร้อมในด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเสนอขายเส้นทางท่องเที่ยวช่วงงานมหกรรมพืชสวนโลก มีผู้ร่วมกิจกรรม 70 ท่าน รถ 16 คัน มาจากจังหวัดร้อยเอ็ด สกลนคร ชลบุรี หนองคายและอุดรธานี

แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.หนองคาย คณะคาราวานฯได้เข้ากราบสักการะขอพร “หลวงพ่อพระใส” ณ วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคายแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.บึงกาฬ คณะคาราวานฯสักการะขอพรพระพุทธชินราช ชมวิวของแม่น้ำโขงและขอพรพญานาคในถ้ำพญานิลกาฬนาคราช ณ วัดอาฮงศิลาวาส อ.เมือง จ.บึงกาฬ

ชมความสวยงามของธรรมชาติ ถ่ายภาพกับวิวอันเขียวขจีของป่าเขาบนหินสามวาฬ ณ ภูสิงห์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ร่วมกิจกรรม CSR ชุมชนส่งเสริมการศึกษาและอาหารกลางวันสามเณร ผ่านการสร้างสรรค์ Art Toy นาคกี้ ณ วัดสามัคคีธรรม อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ เรียนรู้วิถีชุมชนผ่านเรื่องราวความผูกพันของคนในชุมชนและ Street Art พญานาค รับประทานอาหารชุมชนที่รังสรรค์โดยฟู้ดสไตลิสต์ระดับโลก ณ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานอุดรธานี กล่าวว่าการจัดกิจกรรมคาราวานฯ ในครั้งนี้ถือเป็นความพร้อมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ประชาชนชาว จ.อุดรธานี และการเชื่อมโยงการเดินทางไปยัง กลุ่มยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจังหวัด “สบายดี” อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ เลยและหนองบัวลำภู

ทั้งนี้ยังเป็นการกระตุ้นและสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวท่ามกลางสายฝนที่ซุ่มฉ่ำเต็มไปด้วยความเขียวขจีของธรรมชาติในพื้นที่แห่งความศรัทธา จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางมาเปิดประสบการณ์ช่วงเวลาที่ธรรมชาติเบ่งบานที่สุด ทุ่งนาเขียวสด ภูเขาห่มหมอกบาง ๆ เสียงฝนตกกระทบใบไม้เบา ๆ อิ่มอร่อยกับร้านอาหารทมิชลิน

เลือกซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นผ้าพื้นเมืองจากชุมชน แล้วพบกันกับพื้นที่ “สบายดี” อุดรธานี หนองคายและบึงกาฬ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานอุดรธานี โทร. 042 325 407 และ Facebook Fanpage ททท.สำนักงานอุดรธานี TAT Udon Thani Office
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22 ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน

วันนี้ (4 ก.ค.68) เวลา 09.00 น. ที่วัดอ่างทอง หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีถวายสดุดีพระเกียรติคุณ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และพิธีเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22

โดยมี นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก

นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก นพ.นพรัตน์ ชัยเจริญวิมลกุล รักษาการ ผอ.รพ.ทับสะแก นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธาน

ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายชลิต เพชรดี กำนัน ต.อ่างทอง
พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาดจังหวัดฯ บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุข อาสาสมัคร พอ.สว. ประจำจังหวัด ประชาชนและนักเรียน เข้าร่วมพิธีฯ

การจัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ

ได้ประกอบพิธีถวายสดุดีแด่พระองค์ และได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ มอบถุงสิ่งของอุปโภคบริโภคจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้แก่ประชาชน และทุนการศึกษามอบให้แก่นักเรียนจำนวน 39 ราย จากนั้นจึงได้เดินเยี่ยมชมและให้กำลังใจแก่บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุขที่มาออกให้บริการแก่ประชาชน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับโรงพยาบาลทับสะแก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทับสะแก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เพื่อเป็นกิจกรรมโดยเสด็จพระราชกุศล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี สืบสานพระปณิธานของพระองค์ท่าน ด้วยการนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการแก่ประชาชน โดยมี

วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ในด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพและการฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการตรวจสุขภาพช่องปาก บริการตรวจหาเชื้อมาลาเรีย บริการแพทย์แผนไทย และตรวจสุขภาพนักเรียน โดยมีหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รับพระราชทานเป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 15 ของประเทศ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2512 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 56 ปีที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ และรถทันตกรรมเคลื่อนที่ให้บริการประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองพระปณิธานในองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของปวงชนชาวไทยในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร

////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งเพื่อสุขภาพ ชมความสวยงามของเมืองชุมพรช่วงกลางคืน “Night Run Chumphon”

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.30 น. ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
นายอภิชาติ สาราบรรณ์ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็น

ประธาน พิธีเปิดและร่วมกิจกรรมการวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon”ร่วมกับ นายนุกูล แก้วสวี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ นักวิ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม และสื่อมวลชน ทุกท่าน

นายนุกูล แก้วสวี กล่าว ในนามของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขอขอบคุณท่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติมาเป็น ในวันนี้ ด้วยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร ร่วมกับชมรมวิ่งจังหวัด ชุมพร จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” เพื่อเป็น การส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ ของจังหวัดชุมพร

โดยกำหนดจัดวิ่งฟันรัน ระยะ ๔.๕ กิโลเมตร มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ ๗๐๐ คน ฝ่ายจัดการแข่งขันฯ หวังเป็นอย่างว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมและ พัฒนากีฬาของจังหวัดชุมพร และส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักวิ่งได้ดื่ม ต่ำธรรมชาติ แสง สี เสียง ความสวยของเมืองชุมพร ในช่วงเวลาค่ำคืน

นายอภิชาติ สาราบรรณ์ กล่าว กระผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธาน พิธีเปิดการจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” ในวันนี้
จากคำกล่าวรายงานจะเห็นได้ว่าฝ่ายจัดการแข่งขันฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการจัดกิจกรรมวิ่ง เพื่อสุขภาพดังกล่าว

โดยมุ่งเน้นให้เยาวชน และประชาชนหันมาสนใจ กีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง สมบูรณ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ตามสโลแกนที่ว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเล่นกีฬา” ประกอบกับปัจจุบัน การออกกำลังกายโดยการเดิน-วิ่ง เป็นที่นิยมกันมากที่สุด

ซึ่งจะเห็นได้ จากสถานที่ออกกำลังกายต่างๆ จะมีประชาชนทุกกลุ่มอายุไปใช้บริการ อาทิเช่น สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร แห่งนี้ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมกีฬา ดังกล่าว ยังส่งผลให้นักกีฬาตัวแทนจังหวัดชุมพร ไม่ว่าจะเป็นกีฬา เยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ หรือกีฬาอาวุโสแห่งชาติ

ได้รับการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำผลงานอยู่ในอันดับต้นๆ ของภาคใต้ และ ที่สำคัญเส้นทางวิ่งล้อมเมือง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของ จังหวัดชุมพร กระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้สู่คนในชุมชนอย่างทั่วถึง

ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณคณะกรรมการจัดงานฯ หน่วยงานท เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ทำให้เกิดกิจกรรมวิ่ง เพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” และขอให้การจัดกิจกรรม ครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานทุกประการ และขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสุขภาพที่แข็งแรงทุกท่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.ธน บุญเกิด บรรยายเกษตรทฤษฎี ใหม่ไม่ใช้ สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพืชและเกษตรกร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น.ถึง 16.30 น. ดร.ธน บุญเกิด บรรยายพิเศษ ณ เพื่อนใจรีสอร์ทจังหวัดชุมพร

หัวข้อการสังเคราะห์แสงของพืชทำทุเรียนไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกันรักษาวัยท็อปเทอร่าป้องกันรักษาใบร่วงยางตายนึ่งป้องกันรักษาเห็ดปาล์มน้ำมันปาล์มทะลายดกป้องกันรักษามะพร้าวและพืชทุกชนิด

เกษตรทฤษฎีใหม่โดยใช้ยิปซัมผลิตจากแร่ธรรมชาติสามชนิดปลอดสาร 100% ยิปซัม ดีที 1 Dr.Thon มีคุณสมบัติ มีแคลเซียมออกซิเจน

กำมะถันช่วยสร้างคลอโรฟิลล์ ช่วยสร้างจุลินทรีย์ ดินและอินทรียวัตถุ ทำให้รากพืชแข็งแรง เร่งการแตก

ยอดของพืช ออกดอกง่าย ติดดอกไว ผลโต ขั้วเหนียว ได้น้ำหนัก บำรุงราก หัว ต้น ใบ ดอก ผล เนื้อหนา รสชาติดี และป้องกันเชื้อราราก

เน่าโคนเน่าไฟท็อปเทอร่า และ ไวรัส พร้อมยังต่อสู้แมลงสตูพืชรบกวน เก็บผลผลิตได้นาน วันนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมรับฟัง เกษตรทฤษฎี ใหม่ จำนวนมาก

ดร.ธน บุญเกิดกล่าว่า ในตอนนี้ผมก็ได้มาสอน แนะนำให้ เกษตรกร คือไม่ให้ใช้ปุ๋ยเคมีไม่ต้องฉีดพ่นทางใบในปัจจุบันนี้เกษตรกรจะเข้าใจผิด

ว่าปุ๋ย NPK เป็นอาหารของพืชจริงๆแล้วมันไม่ใช่ในธรรมชาติของพืชจะใช้ใบสังเคราะห์แสงเป็นสารอาหารเราถูกสอนมาห้า 60 ปีแล้วว่าปุ๋ย NPK ที่ใส่สูตรเสมอ มันเป็นอาหารพืชซึ่งเราใส่ใน

ระยะนานนานจะทำให้ทุเรียนป่วยแล้วก็ตายผมก็เลยคิดค้น ยิปซัม เพื่อช่วยให้ต้นทุเรียนหายป่วยโดยจดสิทธิบัตร ยิปซัมเพื่อช่วย การเกษตรแล้วก็ยับยั้งไม่ให้พืชป่วยในวันนี้ได้มาที่จังหวัดชุมพรเป็นบ้านเกิดของ

ผมอยากมาช่วยแนะนำแล้วก็บอกวิธีการปลูกต้นทุเรียนโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงอย่างไร เพระสิ่งเหล่านี้มีแต่โทษไม่มีประโยชนในระยะยาว จึงอย่างให้เกษตรกรรู้เท่าทันผลร้ายของปุ๋ยเคมี

หลังจากจบบรรยาย ผู้ลงทะเบียน เข้ารับฟังก็ได้รับ ยิปซัมเพื่อการเกษตร Dr.Thon เป็นนวัตกรรม ใหม่ เพื่อพี่น้องเกษตร ไปใช้เพื่อให้พืชสังเคราะห์แสง และช่วยการสร้างอาหารของพืช ฟรี 25 กม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดการเเข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชน PEA – DOMESTIC POWER ครั้งที่ 21

วันที่ 4 ก.ค.68 เวลา 16.00 น. ที่หอประชุมสำราญรมย์ โรงเรียนบึงกาฬ (ยิมโรงเรียนบึงกาฬ) อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย(TVA)

สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดบึงกาฬ (กกท.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬ(PEA) สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดบึงกาฬ(SABK) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชน PEA – DOMESTIC POWER ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 21 (ปีที่ 41)

ประจำปี 2568 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รอบคัดเลือกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน ระหว่างวันที่ 4-11 กรกฏาคม 2568

โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฯ มีนายมนัส มะเส ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงาน

พร้อมด้วย ดร.กษมา ป้องกัน ผอ.สพม.บึงกาฬ นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ดร.ชวนะ ทวีอุทิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงกาฬ ครูผู้ฝึกสอน นักกีฬา และแขกผู้เกียรติร่วมในงานอย่างคับคั่ง

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีนักกีฬาและผู้สนใจก็ฬาวอลเลย์บอลในระดับต้นๆของประเทศ อีกทั้งยังมีศักยภาพ มีความพร้อมทั้งทางด้านสถานที่จัดการแข่งขัน
การคมนาคม มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

และเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจความเป็นอยู่ที่ที่ดีอีกด้วย ซึ่งทีมจากโรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วม แบ่งเป็นประเภททีมชาย จำนวน 36 ทีมประเภททีมหญิง จำนวน 15 ทีม รวมจำนวนทั้งสิ้น 51 ทีม

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดพรหมทินใต้ อ.โคกสำโรง จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีและวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปประดิษฐาน “พระพนัสบดี ศรีทวารวดี” อายุกว่า 1,400 ปี

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 ณ วัดพรหมทินใต้ ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีและวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปจตุรมุข เพื่อประดิษฐาน “พระพนัสบดี ศรีทวารวดี” พระพุทธรูปศิลปะทวารวดี อายุเก่าแก่กว่า 1,400 ปี

ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดลพบุรีและมีคุณค่าทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง พิธีเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 08.09 น. มีพิธีบวงสรวงก่อสร้างมณฑป จากนั้น เวลา 10.09 น. เป็นพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนการก่อสร้าง และในเวลา 13.09 น. มีพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปจตุรมุขอย่างเป็นทางการ

โดยพลโทชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมี พระอธิการสนทร โอกาโส เจ้าอาวาสวัดพรหมทินใต้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

การก่อสร้างมณฑปในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์โบราณวัตถุสำคัญของชาติ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสร้างศาสนสถานเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลพบุรีและผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้จัดงานได้เชิญชวนร่วมอนุโมทนาบุญ โดยอานิสงส์ของการร่วมบุญครั้งนี้ เชื่อกันว่าจะส่งผลให้ชีวิตมั่นคงดั่งฐานพระ เกิดสิริมงคล ปกป้องคุ้มภัย เสริมบารมี และนำพาความเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิตและครอบครัว

“การสร้างศาสนสถาน คือ การวางรากฐานของความดี ความมั่นคง และสันติสุขให้บ้านเมือง”บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในพื้นที่และผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

สนอง แท่นสูงเนินผอ.ศูนย์ข่าวฯ
และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

นายปรัชญา เปปะตัง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีโชว์ลีลาผัดไทย พร้อมร่วมงานโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” ณ ที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้าน จ.บุรีรัมย์ เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมายและชื่นชมโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2568 บริษัท อุตสาหกรรมโคราชจำกัด (โรงงานน้ำตาลพิมาย) โดยคุณประเสริฐ เสถียรถิระกุล ประธานกรรมการ และคุณมงคล เสถียรถิระกุล กรรมการผู้จัดการ มอบหมายให้ นายสมบูรณ์ จาตุรชาต ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอ้อย

พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานโรงงานน้ำตาลพิมาย ให้การต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ชาวหมู่บ้านหนองปล่อง ,หนองหัวลาว,หนองตาเสาร์,โคกขาม,สำโรง,ดอนหวาย,หนองใหญ่,ตาเหล็ง อีกหลายหมู่บ้าน จาก อ.ชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาสังคมของโรงงานน้ำตาลพิมาย

 ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย การควบคุมคุณภาพอากาศ การจัดการของเสีย และการนำทรัพยากรเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ (Zero Waste) โดยเฉพาะการใช้กากอ้อยและเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน  นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่จริง เช่น การจัดการมลพิษทางอากาศที่ระบายออกจากปล่องหม้อไอน้ำ  พื้นที่จัดเก็บกองกากอ้อย  การจัดการผันน้ำของโรงงาน  และชมการพัฒนาชุมชนรอบโรงงานน้ำตาลพิมาย  คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย  ได้แสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นของโรงงานน้ำตาลพิมาย ในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  อันจะส่งผลดีต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบในระยะยาว
หลังจากได้รับทราบข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในจุดต่าง ๆ  คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าโรงงานมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้  และให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การได้รับความไว้วางใจจากผู้เยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงงานน้ำตาลพิมาย  มุ่งมั่นพัฒนาระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นต่อชุมชนและสังคมโดยรอบอย่างมั่น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับคาราวาน “แวะ ชิม ช้อป ชม” ชมแหล่งท่องเที่ยวตามลำน้ำโขง สัมผัสวัฒนธรรม ดูวิถีชีวิต ชุมชนริมโขงตลอดเส้นทาง 5 จังหวัดริมโขง

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ ดารานาคี (กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ) ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

นายธนิต รามัญวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ นายอนุชิต บุญชม ผอ.สวท.บึงกาฬ ผู้แทนพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ผู้บริหารเทศบาลตำบลหอคำ นายสหรัถ พิศาลเศรษฐพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ และสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ ให้การต้อนรับ

โครงการคาราวานรถยนต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเส้นทาง “แวะ ชิม ช็อป ชม” แหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมชุมชนในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) และประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและระดับอาเซียน

กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม 2568 บนเส้นทางเชื่อมโยง 5 จังหวัดริมโขง ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งจากต้นทุนธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเขตลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เกิดราย

ได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี เพื่อยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในเขตลุ่มแม่น้ำโขงให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงกับแนวคิด Soft Power ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ไทย จีน เวียดนาม และ สปป.ลาว เครือข่ายชุมชนท่องเที่ยว จากพื้นที่ 5 จังหวัดในเขตลุ่มแม่น้ำโขง ร่วมเดินทางกับคณะคาราวานในครั้งนี้

สำหรับ “ดารานาคี” สินค้าผ้าคุณภาพดีที่บึงกาฬ ผ้าหมักโคลนแม่น้ำโขง ย้อมสีจากเปลือกไม้ “กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ” ตั้งอยู่เลขที่ เลขที่ 91 หมู่ที่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ มีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเป็นงานผ้าขาวม้าทอมือที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ที่มีในชุมชน แล้วนำไปหมักโคลนแม่น้ำโขงช่วยทำให้ผ้านุ่ม สีเข้มสวย มีความทนทาน กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ

มีแม่สมพรทำหน้าที่ประธานกลุ่ม มีสมาชิกประจำจำนวน 35 คน กับสมาชิกเครือข่ายอีกเป็นจำนวนมากทั่วบึงกาฬ ถ้านับจำนวนทั้งหมดประมาณ 70 กว่ากี่ กลุ่มนี้รวบรวมสาวโรงงานตัดเย็บผ้าที่มีประสบการณ์มายาวนานในโรงงานใหญ่หลายแห่งมาร่วมงานเพื่อต้องการยกระดับการตัดเย็บผ้าให้เป็นมืออาชีพได้มาตรฐาน จนได้รับรางวัลด้านการออกแบบจากกรมพัฒนาชุมชน อีกทั้งยังได้รับมาตรฐาน 5 ดาวทางด้านคุณภาพเนื้อผ้าประจำจังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตลาดด่านสิงขรคึกคัก ชาวไทย-เมียนมา นำสินค้ามาวางขายกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน 2 ประเทศ

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.68 บรรยากาศการเปิดตลาดการค้าด่านสิงขร วันแรก ที่บริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ เริ่มคึกคัก มีบรรดาผู้ค้าทั้งชาวไทยและชาวเมียนมาพากันนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร สินค้าพื้นถิ่นมาวางจำหน่าย โดยครั้งนี้เป็นการนำร่องเปิดตลาด 10 วัน

ตั้งแต่วันที่ 4-13 ก.ค.68 จากนั้นจะมีการเปิดตลาดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านช่องทางด่านสิงขร อีกครั้ง หลังจากทางเมียนมาได้มีการปิดด่านมูด่อง อ.ตะนาวศรี จ.มะริด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับช่องทางสิงขรไปนานตั้งแต่ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องมาถึงการเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในฝั่งเมียนมา

โดยผ่อนปรนให้เฉพาะการขนส่งสินค้าข้ามแดนเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์ฝั่ง จ.มะริด เป็นปกติจึงมีการกลับมาเปิดด่านให้บุคคลสามารถเดินทางข้ามแดนระหว่างกันไดนายวิษณุลักษณ์ คุ้มเดช และ นางสาวอุไร อีคฮูท ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ด่านสิงขร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นด่านสิงขรกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่เงียบเหงาไปนานตั้งแต่ช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดตลาด

ผู้ค้าอาจจะยังไม่มาก ประกอบกับนักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้มากนัก เชื่อว่าถ้าเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ บรรยากาศน่าจะคึกคักมากกว่านี้ โดย จ.ประจวบฯ มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง มาที่นี่แล้วก็สามารถที่จะเดินทางต่อไปเที่ยวที่อื่นได้อีก ส่วนตัวชอบที่ชาวเมียนมามักจะนำต้นไม้แปลก ๆ มาวางขาย อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาที่ด่านสิงขรกันมาก ๆ เพื่อให้มีความคึกคัก มีการจับจ่ายใช้สอยอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ด่านตรงนี้มีความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และหากเป็นไปได้ก็อยากจะเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวที่ฝั่งเมียนมาเช่นกัน

ทั้งนี้ ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ 1/2568 เรื่องการกำหนดมาตรการในการใช้ช่องทางผ่านแดน ณ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงวันที่ 4-13 ก.ค.68 โดยอนุญาตให้บุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถเดินทางเข้ามาในฝั่งไทยได้ตั้งแต่เวลา 06.30 น.และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. โดยใช้หนังสือรับรองบุคคล บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และอนุญาตให้เข้าถึงเฉพาะบริเวณพื้นที่บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น

โดยให้ที่ทำการปกครอง อ.เมืองประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกพื้นที่และตรวจสอบสิ่งของผิดกฎหมายลักลอบนำเข้า จัดรถรับส่งบุคคลและสินค้า เพื่อบริการประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม ขณะเดียวกัน บุคคลสัญชาติไทยสามารถเดินทางออกไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้ ตั้งแต่เวลา 06.30 น.ด้วยการใช้บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. เช่นกัน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าจ.ลพบุรี ร่วมงานโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 06.30 น. ณ บริเวณหน้าอาคารที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลพบุรี ร่วมงาน “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้”

ทั้งนี้มี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ผู้จัดทำโครงการฯ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต4 พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ. โคกสำโรง พ. ต. อ. มาโนช จันเที่ยง ผกก. สภ. เพนียด นางสาวพรพรรณ ศรีเมือง

(คีรีตา รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่) ต.วังเพลิง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, กิ่งกาชาดอำเภอ , ผู้บริหารสถานศึกษา , ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , คณะกรรมการตรวจสอบการติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต. ตร.) สภ. โคกสำโรง. กต.ตร.สภ.เพนียด, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน,องค์กรภาคเอกชน, สถานประกอบการ และประชาชนอำเภอโคกสำโรงทุกท่านร่วมงานฯ

ด้วยโครงการ“ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันนี้ อำเภอโคกสำโรง ร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง จัดทำโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ตลอดจนเพื่อบูรณาการ ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่เกิดความรักสามัคคีเป็นการขับเคลื่อน และสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชุมชน อีกทั้งเป็นพลังเสริมการทำงานตามแนวพระราชดำริ หลัก “บวร” และ “บรม”

การจัดทำโครงการ ฯ ครั้งนี้ ประกอบไปด้วย กิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อนำไปมอบให้แก่ครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง 13 ตำบล 173 หมู่บ้านโดยทั้งนี้มีกิจกรรมจัดแสดงและสาธิตวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น

จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 13 ตำบล และกิจกรรมประกวดแข่งขันผัดไทยลีลา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง แบ่งเป็นชุดละ 5 ทีม แต่ละประเภท โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กิ่งกาชาดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรภาคเอกชน

สถานประกอบการ และภาคประชาชน นำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง มาร่วมทำบุญตักบาตรซึ่งอำเภอโคกสำโรงจักได้รวบรวมสิ่งของที่ได้จากกิจกรรมในวัน

นี้จัดเป็นถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ยากไร้ และผู้พิการในพื้นที่ 13 ตำบล 137 หมู่บ้านอันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง ต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมพัฒนาแรงงานและผู้ประกอบการ ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว ฝึกอบรมมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว (รุ่นที่ 1 – 3)

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ดิ อิมเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง กิจกรรมหลัก พัฒนาแรงงานและผู้ประกอบการ ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว สินค้า และบริการให้ได้มาตรฐานสากล โดยมี นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวรายงานการจัดฝึกอบรมมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว (รุ่นที่ 1-3) พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและผู้นำเที่ยว รวมจำนวน 150 คน

เข้าร่วมกิจกรรม จังหวัดน่าน ได้มอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการท่องเที่ยวน่าน สู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง กิจกรรมหลักการพัฒนาแรงานและผู้ประกอบการ ยกระดับ

มาตรฐานการท่องเที่ยว สินค้า และบริการได้มาตรฐานสากล กิจกรรมย่อยฝึกอบรมมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว (รุ่นที่ 1-3) เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ที่ดีด้านการท่องเที่ยว เสริมสร้างศักยภาพมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่าน ให้สามารถอธิบายเล่าประวัติความเป็นมา ถ่ายทอดองค์ความรู้และอัตลักษณ์ของเมืองน่าน ให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้อง และให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ไปรับใช้ในการบริการนักท่องเที่ยวต่อไป

โดยการพัฒนาศักยภาพของมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยวในจังหวัดน่าน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีคุณค่าอย่างยั่งยืนและการมีส่วนร่วม โดยอาศัยแนวทิตหลัก ได้แก่ การต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน และสร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต โดยแบ่งผู้เข้าร่วมอบรมออกเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 50 คน ได้แก่ รุ่นที่ 1 หลักสูตรการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค

(ภาคเหนือ) รุ่นที่ 2 หลักสูตรการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์เฉพาะจังหวัดน่าน และรุ่นที่ 3 หลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำเที่ยว (Tour Leader Training) พร้อมการจัดเสวนาในหัวข้อ “Next Step ก้าวสู่การเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง” ในประเด็นการพัฒนาแรงงานและผู้ประกอบการ ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว สินค้า และบริการให้ได้มาตรฐานสากล ด้านมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยวอีกด้วยโดยในวันที่ 3 กรกฏาคม2568 ทางผู้จัดงานได้นำผู้เข้าอบรมและะสื่อมวลชนจังหวัดน่านศึกษาดูงานจุดที่ ที่ 1

ณ วัดพระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนีสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่มืองแพร่มานานแต่โบราณ และเป็นพระ ธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีชาล เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองแพร่ และเป็นพระธาตุ ประจำปีขาล ตามตำนานระบุว่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 1879-1881 สมัยพระมหาธรรมราชาธิ ราช (ลิไท) มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ก่ออิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่น ทองเหลือง ลงรักปิดทองเป็นศิลปะเชียงแสน และเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุและพระ บรมสารีริกธาตุส่วนของพระศอกข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน หลวงพ่อช่อแฮ พระประธานศิลปะล้านนาผสมผสานเชียงแสนกับสุโขทัย ส่วนของวิหาร ศิลปะล้านนาประยุกต์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธโลกนารถบพิตร พระปางนาคปรก

รวมทั้ง มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม และยังมีพระเจ้าไม้สัก ที่แกะสลักจากไม้สักทอง เป็นศิลปะ สมัยล้านนา พระเจ้านอน สร้างแบบก่ออิฐถือปูนและลงรักปิดทอง เป็นศิลปะแบบเมียนมา ธรรมาสน์โบราณ เป็นธรรมาสน์ไม้สักที่แกะสลักลวดลายแบบไทยผสมล้านนาพร้อมลงรักปิด ทอง ใกล้กันเป็นที่ตั้งกรุอัฐิครูบาศรีวิชัย จุดที่ 2 ณ คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ คุ้มเจ้าบ้านวงศ์บุรี เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น ซึ่งมีรูปทรงเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หรือทรงขนมปังชิงหลังคามุงด้วยไม้ เรียกว่า “ไม้แป้นเกล็ด” ไม่มีหน้าจั่วเป็นแบบหลังคาเรือนปั้นหยา มีมุขสี่เหลี่ยมยื่นออกมาด้านหน้า ของตัวอาคาร หลังคามุขมีรูปทรงสามเหลี่ยม ทั้งปั้นลมและชายคาน้ำรอบตัวอาคารประดับ

ด้วยไม้แกะฉลุสลักลวดลายอย่างสวยงาม เป็นฝีช่างชาวจีนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ภายใต้ตัว อาคารซึ่งสูงจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร มีห้องสำหรับเก็บข้าวของเงินทองและทรัพย์สมบัติ จำนวน 3 ห้อง ห้องกลางเป็นห้องทึบ ส่วนอีก 2 ห้อง ปีกซ้ายและปีกขวา มีช่องสำหรับใส่ เงิน ซึ่งห้องใต้ดินสำหรับเก็บสมบัตินี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคุกที่คุมขังนักโทษ ส่วนเครื่องจอง จำนักโทษที่จัดแสดงในห้องเพิ่งนำเข้ามาจัดแสดงเมื่อเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ จุดที่ 3 ณ วัดจอมสวรรค์ เป็นวัดไทยใหญ่ สร้างแบบสถาปัตยกรรมหม่า ด้วยความศรัทธาของชาวเงี้ยวที่มี
ถิ่นฐานอยู่ในเมียนมาและเดินทางเข้ามาค้าขายที่เมืองแพร่ ต่อมาได้รับการบูรณะจากชาวไทใหญ่

จึงเป็นวัดไทใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมแบบเมียนมา ภายในวัดมีเรือนไม้สักหลังเดียว ซึ่งเป็นทั้งอุโบสถ วิหาร และกุฏิ มีลักษณะหลังคาช้อนลดหลั่นเป็นชั้น ตกแต่งด้วยลวยฉลุภายในแสดงให้ให้เห็น ฝีมือการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง เพดานและเสาฉลุไม้ ประดับกระจกสีแบบโบราณ ในวัดประดิษ ฐานหลวงพ่อสาน เป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากไม้ไผ่สานลงรักปิดทอง พระพุทธรูปงาช้าง เป็นศิลปะ
แบบเมียนมา คัมภีร์งาช้าง หรือคัมภีร์ปาติโมกข์ ที่นำงาช้างมาบดแล้วอัดเป็นแผ่นบาง ๆ เขียนลง รักแดงจารึกเป็นอักษรเมียนมา และยังมีบุษบกที่มีลวดลายวิจิตรงดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูป หินอ่อน จุดที่ 4 กิจกรรมการท่องที่ยวโดยชุมชนบ้านทุ้งโฮ้ง ต้นแบบของการนำเที่ยวและกิจกรรมสาธิตโดย ผู้เข้าร่วมได้ทำกิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตอัตลักษณ์ของุชมชน เช่น การย้อมผ้าหม้อห้อม เวลา (บ้านป้าเหงี่ยม) เป็นวิถีชุมชนชาวไทยพวนที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตและจำหน่ายผ้าหม้อห้อม โดย มีประวัติความเป็นมาจากการอพยพของชาวไทพวนจากเมืองพวน (แขวงเชียงขวาง สปป.ลาว) เข้า มาตั้งถิ่นฐานในเมืองแพร่ งานนี้ขอชื่นชมนางสาวนพรัตน์ ศตรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่านพร้อมทีมงาน ผู้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ ชื่นชมคณะอาจารย์ทีมวิทยากรทุกๆท่าน ชื่นชมคณะทำงาน ผู้ประสานทุกๆท่าน และทีมไกค์น่าน ที่จัดงานได้อย่างไม่มีที่ติ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แตกตื่น! คนงานวางบ่วงดักหนู แต่ได้เสือดาวกลางสวนริมโขง มุกดาหาร​

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่าคนงานภายในพื้นที่

บ้านสวนปารี อินทผลัมริมโขง บ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบสัตว์ป่าติดกับดักหนูที่วางไว้เพื่อป้องกันพืชผลและลูกไก่ที่ถูกกัดกินบ่อยครั้ง

โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.ของวันนี้ คนงานในสวนเดินตรวจรอบสวนแล้วพบสัตว์ขนาดใหญ่คล้ายแมวป่าถูกบ่วงรัดอยู่ ด้วยความตกใจจึงถ่ายภาพส่งให้ผู้จัดการตรวจสอบ ก่อนจะได้รับคำยืนยันว่าเป็น “เสือดาว” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

ภายหลังจากทราบเรื่อง นายอดุลย์ จึงได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าดำเนินการพร้อมกับประสานไปยังนายสถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร (CITES)

เพื่อให้เข้าดำเนินการช่วยเหลือดูแลเสือตัวดังกล่าว และตรวจสอบว่าเป็นเสือดาวที่มาจากป่าธรรมชาติหรือเป็นสัตว์ป่าที่เอกชนเลี้ยงไว้แล้วหลุดออกมา หรือไม่อย่างไร

เสือดาวริมโขง #นาเวียงแก #นาสีนวน #มุกดาหาร #สัตว์ป่าคุ้มครอง #บ่วงดักหนู #ข่าวสัตว์ป่า #ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #CITESมุกดาหาร #ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร #สวนปารีอินทผลัม​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.อ.ท. จับมือ อย. ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางผลิตภัณฑ์สุขภาพ นวัตกรรมระดับภูมิภาค

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม 2568 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดงานแถลงข่าว “ดัชนีอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม” โดยได้รับเกียรติจากนายโฆษิต สุวินิจจิต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดงาน และนายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ส.อ.ท. พร้อมนายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแถลง เพื่อชี้แจงดัชนีอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมทั้งหารือถึงแนวทางความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร OSSC ชั้น 10 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา การจัดงานแถลงข่าว “ดัชนีอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม” ในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและ ส.อ.ท. โดยหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนและส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย และแก้ไขปัญหาอุปสรรคจากกฎหมาย กฎระเบียบที่มีต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งหารือแนวทาง

การส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ อันนำไปสู่การส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัย พัฒนา และการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรม ผ่านกลไกความร่วมมือ 3 ด้าน คือ การส่งเสริมนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ การสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และการจัดทำดัชนีอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ

นายโฆสิต สุวินิจจิต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม ในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดรับกับนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ที่พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมเหล่านี้ ผ่าน 7 นโยบายด้านเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 6.9 แสนล้านบาทในปี 2568 ส่งผลต่อการเพิ่ม GDP ของประเทศ โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีนวัตกรรม มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จะช่วยเสริมพลังการขับเคลื่อนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพได้เป็นอย่างดี

นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวเสริมว่า ส.อ.ท. ได้จัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ประกอบด้วย 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ยา อาหารและเครื่องดื่ม ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ สมุนไพร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งจะร่วมกันขับเคลื่อนให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพของอาเซียน ผ่านการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตั้งแต่การพัฒนาด้านวัตถุดิบจนถึงผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในปี 2568 การผลิตและการส่งออกของสินค้าในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม จะเติบโตประมาณ 10% ตามการสนับสนุนและยกระดับสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร และศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความต้องการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การแข่งขันในระดับภูมิภาค และข้อจำกัดด้านเงินทุน

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวเสริมว่า อย.พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย Medical Hub ของรัฐบาล เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรม โดยร่วมมือกับ ส.อ.ท. ผ่านกลไกต่างๆ เช่น คณะทำงาน คณะอนุกรรมการ และโครงการ Sandbox โดยเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสินค้ามูลค่าสูง รวมทั้งผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัย พัฒนา และผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรม

ปัจจุบัน อย. ขับเคลื่อนความร่วมมือใน 3 ด้านหลัก คือ

  1. สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ด้วยการจัดตั้ง One Stop Service และยกระดับผู้ประกอบการให้พร้อมขึ้นทะเบียน
  2. เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยส่งเสริมการใช้สถานที่ผลิตร่วมสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
  3. สร้างความเชื่อมั่น ผ่านกลไกรับฟังข้อเสนอแนะและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ อย. ยังได้จัดตั้ง “กองเศรษฐกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพ” เพื่อพัฒนาดัชนีวัดความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมสุขภาพ และเตรียมนำ Big Data และ AI มาจัดการข้อมูล พร้อมพัฒนาระบบ Track and Trace และฉลากดิจิทัล (Digital Labeling) เพื่อเพิ่มความโปร่งใส เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“อย. เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็น Medical Hub อย่างแท้จริง” นายแพทย์สุรโชค กล่าวทิ้งท้าย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House) ผลัดที่ 1 รุ่นปี 2568 ที่ชุมพร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923154 วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 ให้เกียรติมาเป็นประธาน ในพิธีการจัดกิจกรรมเปิดบ้านทหาร

ใหม่ Open House รุ่นปีพุทธศักราช 2568 ผลัดที่ 1 ของมณฑลทหารบกที่ 44 ร่วมกับ รองเสนาธิการ นายทหาร ข้าราชการ ทหารกองประจำการ และญาติของทหารกองประจำการทุกท่าน

หัวหน้ากองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 44 กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม การเปิดบ้านทหารใหม่ (Open House) ผลัดที่ 1 รุ่นปี 2568 พอสังเขปดังนี้ ตามที่มณฑลทหารบกที่ 44 ได้รับทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1 ประจำปีพุทธศักราช 2568 และเข้ารับการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568

จนถึงปัจจุบันนั้น กองทัพบก มีนโยบายให้หน่วย เปิดค่ายต้อนรับผู้ปกครอง เพื่อให้สามารถเข้าเยี่ยมบุตรหลานได้ในวันอาทิตย์ ตั้งแต่สัปดาห์แรก ตลอดระยะ

เวลาของหลักสูตรการฝึก ได้เห็นถึงสถานที่การฝึก และได้ทำความรู้จักผู้บังคับหน่วยทหาร บุคลากรทุกระดับชั้น รวมไปถึงความเป็นอยู่ของบุตรหลาน ก่อให้เกิด ความสบายใจ คลายความวิตกกังวล

ทั้งนี้ กองทัพบกได้กำหนดให้หน่วยฝึกทหารใหม่ทุกหน่วย จัดกิจกรรมเปิดบ้านทหารใหม่ ในวันเสร็จสิ้นการฝึกก่อนมีการ ปล่อยลาพักกลับบ้าน ให้ผู้ปกครอง ได้มีโอกาสรับทราบ

การเปลี่ยนแปลง ของบุตรหลานในระหว่างที่เข้ามารับราชการ เป็นทหารกองประจำการ โดยได้จัดการแสดงของทหารใหม่ ให้ผู้ปกครองและญาติได้รับชมจำนวน 3 ชุด ดังนี้ การแสดงศิลปะต่อสู้ป้องกันตัว มวยไทย การแสดงชุด ดาบปลายปืน การแสดงชุด ยิงปืนฉับพลัน

วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมเปิดบ้านทหารใหม่ของหน่วยมณฑลทหารบกที่ 44 ในวันนี้ 4 เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับทหารใหม่ ในโอกาสผ่านการฝึก โดยมีผู้ปกครองร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความภาคภูมิใจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง

ทหารใหม่ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมหน่วยทหาร เพื่อเสริมสร้างสายใยความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วย กับครอบครัวทหารใหม่ เพื่อประชาสัมพันธ์ การสมัครเป็นทหารกองประจำการในผลัดต่อๆ ไป

พล.ต.สมคิด ชูเผือก เปิดเผยว่า ในนามของข้าราชการมณฑลทหารบกที่ 44 รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ญาติของทหารใหม่ รุ่นปี พุทธศักราช 2568 ผลัดที่ 1 ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมการเปิดบ้านทหารใหม่ ในวันเสร็จสิ้น การฝึก กิจกรรมใน

ครั้งนี้เป็นนโยบายของกองทัพบก เพื่อให้ครอบครัวมีโอกาสร่วมแสดงความยินดี เยี่ยมชมหน่วยทหาร ได้รับรู้ถึงภารกิจ และบทบาทหน้าที่ของทหาร ความเป็นอยู่ในการฝึกทหารใหม่ ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวกับหน่วยทหาร

ผมขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระบารมีแห่งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้โปรด ดลบันดาลพระราชทานพร ให้ผู้เข้าร่วมพิธีทุกท่าน และทหารใหม่ ทุกนาย มีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่มั่นคง และปลอดภัยจากภยันตราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แฟลช เอ็กซ์เพรส เปิด “ศูนย์การเรียนรู้เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษา”

ณ โรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม อำเภอวังน้ำเขียว บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด โดยนางสาว ปรินทร์ทิพย์ อิสริยเมธา ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร และรัฐกิจสัมพันธ์ กลุ่มธุรกิจแฟลช เป็นผู้แทนบริษัทฯเปิด “ศูนย์การเรียนรู้แฟลช เอ็กซ์เพรส

เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษา” ณ โรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา การเปิดศูนย์การเรียนรู้เพื่อการศึกษาดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของ “คุณคมสันต์ ลี” ผู้ก่อตั้งบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่ต้องการสร้างโอกาสทางการศึกษา และลดความไม่เท่าเทียมด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษา

เพราะเชื่อว่าการศึกษาคือจุดเริ่มต้นของโอกาสที่ดีในชีวิต และเป็นต้นทุนในการสร้างอนาคตและพัฒนาประเทศ โดยแฟลช เอ็กซ์เพรส เข้าไปช่วยพัฒนา และจัดทำศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ที่ประกอบไปด้วยการปรับปรุงอาคารเรียน และสร้างห้องการเรียนรู้แห่งใหม่

พร้อมมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม อันเป็นการต่อยอดทางการศึกษานอกห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลความรู้เพิ่มเติมผ่านสื่อต่างๆที่ต้องการได้ด้วยตนเอง

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฝ่ายป้องกัน ทม.มุกดาหาร เข้าระงับเหตุ หลังพบชายเร่ร่อนถือมีดยาวในสวนสุขภาพ / ​ชาวบ้านเดือด! “ต้อม ศรีไท” เสพยาขโมยของ ขี่มอเตอร์ไซค์หนี

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากประชาชนที่มาออกกำลังกายใน สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ กาญจนาภิเษก หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สวนสุขภาพ” ว่ามีชายเร่ร่อนถือมีดยาวเดินไปมาในพื้นที่สวน สร้างความหวาดกลัวและกังวลใจต่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ และเทศกิจ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบชายคนดังกล่าวถือมีดด้ามยาวอยู่จริง จึงเข้าขอความร่วมมือให้วางอาวุธ พร้อมชี้แจงว่า สวนสุขภาพเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการพักผ่อนและออกกำลังกาย ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นที่พักอาศัยหรือถืออาวุธเดินไปมา

จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร มารับตัวชายเร่ร่อนไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปมุกดาหาร #สวนสุขภาพ #เทศกิจ #ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #แจ้งเหตุทันใจ #เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ #ปลอดภัยไว้ก่อน #ความปลอดภัยของประชาชน​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​ชาวบ้านเดือด! “ต้อม ศรีไท” เสพยาขโมยของ ขี่มอเตอร์ไซค์หนี เจ้าของบ้านคว้ามีดพร้าไล่ ชาวบ้านวอนแจ้งความอย่าปล่อยผ่าน!

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ชาวบ้านบ้านหนองแอก หมู่ 5 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร สุดทน! โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด ระบุมีชายคนหนึ่งชื่อ “นายศรีไท” หรือ “ต้อม” อายุ 35 ปี เข้ามาที่บ้านแล้วขอยืมรถจักรยานยนต์ แต่เจ้าของไม่ยอมให้ ก่อนชายคนดังกล่าวจะขี่รถหนีไปหน้าตาเฉย ทำให้เจ้าของบ้านต้องคว้ามีดพร้าด้ามยาววิ่งไล่ตาม กระทั่งเจ้าตัวทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีไป

จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว ทราบจากชาวบ้านและเจ้าของบ้านว่า นายศรีไท หรือ ต้อม มีประวัติเสพยาบ้ามานาน เคยขโมยของ ขโมยขี้ยาง ข่มขู่ญาติพี่น้องหลายราย ชาวบ้านส่วนใหญ่หวาดกลัว จึงไม่กล้าแจ้งความ ทำให้เจ้าตัวยิ่งได้ใจและก่อเหตุซ้ำ

นายเหวี่ยง อุทาวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองแอก เผยว่า ปวดหัวกับพฤติกรรมของชายคนนี้มานาน ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่มีใครกล้าดำเนินคดี เพราะกลัวจะถูกทำร้าย ตอนนี้อยากวิงวอนให้ผู้เสียหายทุกคนรวมตัวกันเข้าแจ้งความ จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปกว่านี้

ใครเคยถูกข่มขู่หรือขโมยของ อย่าเงียบอีกต่อไป แจ้งความเลย! เพื่อความปลอดภัยของทั้งชุมชน
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์คุณธรรม จัดพิธียกย่องเชิดชูเกียรติ ด้วยรางวัล “Thailand Moral Awards 2024” ยกย่องต้นแบบสื้อ บุคคล ชุมชน องค์กร

2 กรกฎาคม 2568 —ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดพิธีมอบรางวัล “Thailand Moral Awards 2024” ครั้งที่ 5 ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัลให้แก่บุคคล ชุมชน องค์กร และสื่อ ที่เป็นต้นแบบแห่งคุณธรรม รวม 166 รางวัล เพื่อส่งเสริมแรงบันดาลใจและยกระดับคุณค่าความดีในสังคมไทย

ในพิธีได้รับเกียรติจากหลายภาคส่วนร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม และ รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม
เข้าร่วมแสดงพลัง

พร้อมเปิดตัว Moral Ambassador ได้แก่ คุณสายสุนีย์ จ๊ะนะ และเรืออากาศตรีหญิง จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง สองนักกีฬาที่ขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังด้านความอดทน มุ่งมั่น ทุ่มเท

พร้อมกันนี้ศูนย์คุณธรรมยังได้มอบรางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษแด่ นางสาวปลื้มจิตร์ ถินขาว และเรืออากาศโทหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อดีตนักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นและคุณธรรมที่สร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนและสังคม

ทั้งนี้รางวัล Thailand Moral AWards 2024 ในปีนี้ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทสื่อ 69 รางวัล ประเภทบุคคล 58 รางวัล และประเภทชุมชนและองค์กร 39 หน่วยงาน รางวัลทั้งหมดผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

และชื่อของผู้ได้รับรางวัลจะถูกจารึกไว้ใน Hall of Fame บนเว็บไซต์ศูนย์คุณธรรม TMA2024 #Thailandmoralawards2024 #Thailandmoralawards #ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรร

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สป้า 62 ร้องผู้ว่าโคราชเชือดกำนันแหนบทองคำ หลอกสวมชื่อที่ดิน สปก. สูญเงิน 2.2 แสน จ่อลงโทษทางวินัย

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางลมหวน คลื่นสูงเนิน อายุ 62 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา พร้อมครอบครัว หอบเอกสารยื่นขอความเป็นธรรมกับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กรณีถูกกำนันรางวัลแหนบทองคำนายหนึ่ง ร่วมขบวนการกับผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นอาจารย์ระดับด๊อกเตอร์ และเจ๊ใหญ่ หลอกลวงเงินรวม 220000 บาท อ้างว่าสามารถทำเรื่องเปลี่ยนชื่อในเอกสารสิทธิ์ สปก. (ใบจริง) เพื่อเป็นเจ้าของที่ดิน สปก. โดยสมบูรณ์ จากนั้นจะสามารถนำใบจริง สปก. ที่เป็นชื่อของป้าลมหวน ไปดำเนินการทำเรื่องลงทะเบียนเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินตามนโยบายรัฐบาลได้ แต่สุดท้ายไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ต้องสูญเสียเงินเปล่า จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีกับกำนัน และผู้ร่วมขบวนการ รวม 3 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง

โดยมีปลัดอาวุโส ปฏิบัติหน้าที่หน้าห้อง รับเรื่องเพื่อเสนอให้ผู้ว่าฯทราบ
เหตุการณ์เริ่มต้นตั้งแต่ นางลมหวน ใช้เงินเก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิต ซื้อที่ดิน 13 ไร่ ต่อจากเจ้าของเดิม ในราคาไร่ละ 90000 บาท รวมเป็นเงิน 1170000 บาท แต่เป็นที่ดินเอกสารสิทธิ์ สปก. ต่อมามีกำนันแหนบทองคำรายหนึ่งมาติดต่ออ้างว่า สามารถทำเรื่องเปลี่ยนชื่อในเอกสารสิทธิ์ สปก. จากชื่อของเจ้าของเดิม เป็นชื่อของนางลมหวนได้ โดยมีผู้ร่วมขบวนการ ทั้งอาจารย์ด๊อกเตอร์และเจ๊ใหญ่ อ้างตัวว่า รู้จักสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ สปก.โคราช ช่วยทำเรื่องให้ แต่มีค่าดำเนินการทำเอกสารใหม่ทั้งหมดเป็นเงิน 120000 บาท จึงตกลงทำพร้อมกับจ่ายเงินก้อนแรก เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2566

ต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม 2566 มีผู้หญิงอ้างว่าเป็นอาจารย์ระดับด๊อกเตอร์ ถือเอกสารใบ สปก.ตัวจริง (ใบแข็ง) ที่ยังเป็นชื่อของเจ้าของเดิม (ยังเปลี่ยนชื่อไม่ได้) มาหานางลมหวน อ้างว่า มีคนนำใบ สปก.ฉบับนี้ เอาไปกู้เงิน 100000 บาท ถ้าอยากได้ใบ สปก.(ใบแข็ง)คืน ก็ให้จ่ายเงินมา 100000 บาท นางลมหวนกลัวว่าจะไม่ได้ใบ สปก.คืน จึงยอมจ่ายเงินให้ เพราะกลัวจะไม่ได้อะไรเลย เพราะลงทุนซื้อที่ดินในราคา 1170000 บาท และจ่ายเงินไปครบแล้ว

สุดท้ายมารู้ว่า กำนันแหนบทองคำ อาจารย์ด๊อกเตอร์ และเจ๊ใหญ่ ผู้ร่วมขบวนการรวม 3 คน มาหลอกเอาเงินรวมทั้งสิ้น 220000 บาท ซ้ำยังไม่สามารถทำเรื่องเปลี่ยนชื่อในใบ สปก.ได้ จึงนำหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง 3 คน ที่ สภ.หนองบุญมาก เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566
ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ตำรวจสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง จนสรุปสำนวนคดีส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้องศาล ขณะที่ทางอำเภอหนองบุญมาก หน่วยงานปกครอง มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดกำนันแหนบทองคำรายนี้ เพราะเป็นตัวการสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน และน่าเชื่อว่าทำกันเป็นขบวนการ มีชาวบ้านหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมาแล้วหลายราย

ก่อนหน้านี้ นายพงษ์เทพ จันทร์นอก นายอำเภอหนองบุญมาก ชี้แจงว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้พบว่า มีมูลความผิด กำนันรายนี้มีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายหลอกลวงชาวบ้านจริง อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ก่อนเสนอเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพิจารณาบทลงโทษตามขั้นตอนแล้ว
ด้าน กำนันรางวัลแหนบทองคำ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว แต่ได้แจ้งทางโทรศัพท์ว่า ขอรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมจะคืนเงินทั้งหมดแก่ นางลมหวน ผู้เสียหาย แต่อยู่ระหว่างการหารวบรวมเงินก่อน.

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ”พัฒนาบรรจุภัณฑ์สุรากลั่น” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ณ หอประชุมบ้านน้ำอูน หมู่ 1 ต.เมืองลี อ.นาหมื่น จ.น่าน

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่

สำนักงาน ลงพื้นที่ อำเภอนาหมื่น เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

1.กลุ่มเมืองลีพัฒนา ชื่อโครงการ”พัฒนาบรรจุภัณฑ์สุรากลั่น” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ณ หอประชุมบ้านน้ำอูน หมู่ 1 ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน

2.กลุ่มเกษตรยั่งยืน ต.ลี ชื่อโครงการ”เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ณ หอประชุมบ้านป่าซาง หมู่ 2 ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน

โดยมี ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ นายอุไร สารถ้อย นายเดช ธิเขียวและนายก้องเกียรติ รอวิลาน นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอนาหมื่น

(ได้รับมอบหมายจากนายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัด อนุกรรมการภาคราชการ) คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สกสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าประจวบฯ ร่วมคัดเลือก ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลนาหูกวาง

ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการคัดสรรพัฒนาชุมชนดีเด่นพร้อมด้วย นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์

พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะกรรมการฯ จากส่วนราชการ ได้แก่ ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ท้องถิ่นจังหวัด, ผู้แทนเกษตรจังหวัด และคณะทำงานจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง

โดยมี นายสิทธิชัย คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก นายสายชล ชนะภัย น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ รองนายกอบต.นาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อม เกษตรอำเภอ

ประมงอำเภอ สาธารสุขอำเภอ สัสดีอำเภอ และภาคีเครือข่ายการพัฒนาทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนตำบลนาหูกวาง ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

การนำเสนอผลงานวันนี้ พระครูวินัยธรเสรี อตฺตสาโร เจ้าคณะตำบลอ่างทอง เขต 2 เจ้าอาวาสวัดเขาบ้านกลาง ร่วมรับฟัง นับเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้นำเสนอ ซึ่งอำเภอทับสะแก มีกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น รวม 5 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

1. ตำบลนาหูกวาง ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองกลางดง หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง
3. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตน้ำมันมะพร้าวบ้านประดู่ลาย
4. นายไพรัช ทองมาก ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ​(ผู้นำ อช.) ชาย
5. นางสาวน้ำฝน คีรีศรี ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ​(ผู้นำ อช.) หญิง

ภายในบริเวณงานมีการจัดนิทรรศการ ซึ่งมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทินิทรรศการจากสำนักงานเกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

พร้อมชมการจัดนิทรรศการแหล่งท่องเที่ยวหาดแหลมกุ่ม ป่าสนเหมืองแร่ การจัดการขยะ การฝึกอาชีพ การทำกระถางปลูกผักใช้น้ำน้อย การทำหมวกเจล การทำไม้กวาด การทำผ้ามัดย้อม และการแสดง ผลิตภัณฑ์ ด้านการ เกษตรจากชาวบ้านเป็นต้น

/////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่นายกฯตำบลมุก หลังพบผู้สมัครทำผิด ก.ม.เลือกตั้ง สั่งระงับสิทธิสมัคร 1 ปี

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกค้าสั่งคณะุกรรมการการเลือตั้ง ที่ 2286/2568 เรื่อง จัดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีต้าบลมุก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ใหม่ตามที่ได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตําบลมุก อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง

ได้พิจารณาสํานวนการไต่สวนการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตําบลมุก อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร กรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏว่า นายอนุชา ศรีโยหะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีตําบลมุก กระทําการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม และมีคําสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายอนุชา ศรีโยหะ ไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาหนึ่งปี

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 17 วรรคสอง มาตรา 106 วรรคสี่ และมาตรา 107 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมีคําสั่งให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตําบลมุก อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ใหม่ ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคําสั่ง

พร้อมกันนี้ กกต. ยังได้ออกประกาศเรื่องการขยายระยะเวลา ย่นระยะเวลา และงดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งในกรณีที่ กกต. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกด้วยกกต #เลือกตั้งใหม่ #นายกเทศมนตรีตำบลมุก #เลือกตั้งท้องถิ่น #มุกดาหาร #การเมืองท้องถิ่น #โปร่งใสสุจริต #ข่าวด่วน #ข่าวมุกดาหาร #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​แก้ไขแล้ว! ‘จุดเสี่ยง’ ราวกันตกตลาดอินโดจีนมุกดาหาร แต่ยังเหลือจุดอันตรายใกล้บันไดที่รอการปรับปรุง”

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร (ก.ธ.จ.มุกดาหาร) พร้อมที่ปรึกษา ได้ลงพื้นที่สอดส่องการก่อสร้างซ่อมแซมและปรับปรุงตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

พบว่า ราวกันตกสแตนเลสบริเวณชั้นบนของตลาด ซึ่งเดิมมีจุดเสี่ยงต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะช่องว่างช่วงปลายและช่วงกลางที่อาจทำให้เด็กเล็กพลัดตกได้นั้น ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยเปลี่ยนวิธีการยึดจากแบบติดผนังเป็นยึดติดพื้นคอนกรีต เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดช่องว่างให้แคบลง ซึ่งทำให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องชื่นชมจังหวัดมุกดาหารที่เอาใจใส่และเข้าแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ยังคงพบราวกันตกอีก 1 จุด ที่บริเวณใกล้บันไดทางลง ซึ่งมีช่องว่างขนาดใหญ่พอที่เด็กเล็กอาจพลัดตกลงมาได้ ถือเป็นจุดเสี่ยงที่ยังรอการแก้ไข ซึ่งคาดว่าจะได้รับการปรับปรุงในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย

โดยรวมของพื้นที่สาธารณะตลาดอินโดจีน #มุกดาหาร #ความปลอดภัยต้องมาก่อน #ธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหารลงพื้นที่ #กธจมุกดาหาร #ราวกันตกไม่ปลอดภัย #สอดส่องงานก่อสร้าง #ข่าวมุกดาหาร #เด็กต้องปลอดภัย #โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร #กรมโยธาธิการและผังเมือง #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับมือกับตลาดจีน เซ็นต์ MOU รับซื้อทุเรียน พรีเมี่ยม ราคานำ ส่งตรงจากสวนเข้าสู่ ประเทศจีน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 2 ก.ค.68 นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ ประธานสภา เกษตรกรจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกเรียนอันดับ 1 ของภาคใต้ โดยปี 2568 มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 334,576 ไร่ เนื้อที่ให้ผล 240,775 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 1,647 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตรวม 300 ,216 ตัน

โดยทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สร้างรายได้ให้จังหวัดชุมพร ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดชุมพรปี 2567มีมูลค่า 130,074 ล้านบาท จุดเด่นที่สำคัญของทุเรียนจังหวัดชุมพร คือ รสชาติหวาน มัน ได้รับการรับรองมาตรฐานที่เข้มงวดในการรับ

ซื้อผลผลิตทุเรียนคุณภาพที่ปลอดโรคและสารเคมีตกค้าง โดยมีใบรับรองการผลิตพืชที่ปลอดภัย GAPของแต่ละแปลง ซึ่งแสดงถึง อัตลักษณ์ของจังหวัดชุมพร เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานทุเรียนในจังหวัดให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเท

จึงได้มีการเจรากับ บริษัท กลอเรีย อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่มีความประสงค์ซื้อทุเรียนที่มีคุณภาพ ระดับพรีเมี่ยมจากเกษตรกร เพื่อส่งจำหน่ายหน่ายยังตลาดต่างประเทศ โดยทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ขึ้น ณ ห้องประชุมเกาะมัตตรา ชั้น 2 ศาลากลาง จังหวัดชุมพรเมื่อวันที่ 30

มิถุนายน พ.ศ.2568 ระหว่าง บริษัท กลอเรีย อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายหลี่ เหวย กรรมการผู้จัดการ กับ นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ ในฐานะตัวแทนเกษรกรชุมพร โดยมีนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ” (MOU) ส่งเสริมการส่งออกทุเรียนคุณภาพจังหวัดชุมพร

เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานทุเรียนในจังหวัดชุมพรให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีความมั่นใจ ในคุณภาพทุเรียนที่มีมาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออกซึ่งทุเรียนที่มีคุณภาพ ระดับพรีเมี่ยม ของจังหวัดชุมพร ไปยังตลาดต่างประเทศ โดยตัวแทนเกษตรกร จะเป็นผู้ประสานกับหน่วยงานของรัฐ

ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณภาพและการรับรองมาตรฐานทุเรียนที่ปลูก และเป็นผู้ประสานกับเกษตรกรในการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพและมีมาตรฐาน โดยบริษัทกลอเรีย มีหน้าที่จะต้องซื้อทุเรียนที่ผ่านการคัดกรองตรวจสอบคุณภาพ

จากตัวแทนเกษตรกรผู้ผลิตทุเรียนพรีเมี่ยมในราคาที่เป็นธรรม ให้เป็นไปตามสัญญาซื้อขายโดยผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องจัดทำสัญญาขึ้นระหว่าง”กลอเรีย” กับเกษตรกรผู้ผลิตทุเรียนพรีเมี่ยม อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายและศาลยุติธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นศาลที่มีอำนาจในการพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าการเซ็นต์ MOU ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาราคาทุเรียนชุมพรตกต่ำ สาเหตุสำคัญมาจากผู้รับซื้อทุเรียน เอาเปรียบเกษตรกร อีกทั้งกดราคาตกต่ำทั้งที่ในประเทศจีนราคาทุเรียน ไทยยังนำเป็นอันดับ 1 ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหา ราคาทุเรียนตกต่ำได้ระดับหนึ่ง สำหรับผู้สนใจที่จะจำหน่ายทุเรียนตรง กับผู้จำหน่าย สามารถติดต่อ กลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่ Premium ในอำเภอต่างๆได้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะทำงานประสานและบูรณาการเพื่อบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน ครั้งที่ 1/25688

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมดอกเสี้ยว 1 โรงแรมน่านตรึงใจ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงานประสานและบูรณาการเพื่อบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน ครั้งที่ 1/2568

เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 แผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

และรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) รวมทั้งการพิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน และตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

ตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria, GSTC) โดยมี พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ อพท.สุโขทัย

ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผู้จัดการ อพท.น่านกล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เด้งแล้ว!! ครูหื่น รร.สังกัดเทศบาล สั่งย้ายช่วยราชการ ทม.สระแก้ว ตั้งกรรมการสอบ ผิดจริงไม่ปล่อย

วันนี้ (2 ก.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ เทศบาลเมืองแก้ว เข้าพบ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระแก้ว ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีเรื่องของครูใน โรงเรียนสังกัดเทศบาล ลวนลามเด็กนักเรียนในชั้นเรียนในเบื้องต้นทราบว่า

รองนายกฯ เล่าว่า..หลังจากทราบข่าวเมื่อเย็นวันนั้นได้มีคำสั่งออกในวันนี้ทันทีให้เข้ามาช่วยราชการ ที่กองการศึกษาของเทศบาลเมือง และด้วยความเป็นธรรมจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนหากพบว่ามีความผิดจริงจะให้ฝ่ายนิติกรดำเนินการตามกฎหมายอีกด้วย

ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนในทางสังคมและที่สำคัญเป็นเรื่องจริยธรรมคุณธรรมของความเป็นครูซึ่งไม่มีประชาชนท่านไหนเนี่ยรับได้หรอกถ้าเป็นลูกเป็นหลานทั้งนั้นเนี่ยจะทำการสอบสวนเพื่อให้เกิดความดำกับท่านรองฝ่ายและตั้งกรรมการสอบสวนในทางลับอีกทีหนึ่ง

รองนายกฯ ยังกล่าวอีกว่า หากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมไม่ต้องกลัวให้นำเรื่องดังกล่าวมาแจ้งกับ ผมได้เลยผมจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม.

ภาพข่าว : เด่นชัย วิสุทธิ์วุฒิพงศ์ – อัมรินทร์ ยี่เฮง – วงศกร ศรีสวัสดิ์ ทีมข่าวจังหวัดสระแก้ว//รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มณฑลทหารบกที่ 46 จัดอบรมให้ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์และกิจการพลเรือนแก่ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2568 / จัดอบรมให้ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์และกิจการพลเรือนแก่ทหารใหม่

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พลตรี ขจรศักดิ์ อินทร์ทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 มอบหมายให้ กองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 46 ดำเนินการจัดอบรมให้ความรู้แก่ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการพลเรือนของกองทัพบก

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นให้ทหารใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของหน่วย การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การประพฤติตนอย่างเหมาะสมทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ

ภายในกิจกรรมยังได้จัดให้มีการ ตอบคำถามแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้น้องทหารใหม่ได้แสดงความคิด เห็น เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม พร้อมทั้งมีการ มอบของรางวัล เพื่อสร้างแรงจูงใจและกำลังใจในการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งเสริมความรู้และทัศนคติที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นทหารของพระราชาและของประชาชน ตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการพัฒนาเยาวชนชายไทยให้เป็นกำลังสำคัญของชาติอย่างมีคุณภาพกองทัพภาคที่4ศูนย์ประชาสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่46

มณฑลทหารบกที่ 46 จัดอบรมให้ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์และกิจการพลเรือนแก่ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2568

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พลตรี ขจรศักดิ์ อินทร์ทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 มอบหมายให้ กองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 46 ดำเนินการจัดอบรมให้ความรู้แก่ทหารใหม่

ผลัดที่ 1/2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการพลเรือนของกองทัพบก

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นให้ทหารใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของหน่วย การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การประพฤติตนอย่าง

เหมาะสมทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ

ภายในกิจกรรมยังได้จัดให้มีการ ตอบคำถามแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้น้องทหารใหม่ได้แสดงความคิด เห็น เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม พร้อมทั้งมีการ มอบของรางวัล เพื่อสร้างแรงจูงใจและกำลังใจในการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งเสริมความรู้และทัศนคติที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นทหารของพระราชาและของประชาชน ตามเจตนารมณ์

ของกองทัพบกในการพัฒนาเยาวชนชายไทยให้เป็นกำลังสำคัญของชาติอย่างมีคุณภาพกองทัพภาคที่4RTศูนย์ประชาสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่46

ตอริก สหสันติวรกุล สำนักข่าวไทยจากปัตตานี รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแกยังไม่จบ ! ชาวบ้านฮือขับไล่และขัดขวางเจ้าอาวาสองค์ใหม่ “วัดโบสถ์เหรียญบาท” ที่จะเข้ามาดูแล ประจันหน้ามวลชนทั้ง 2 ฝ่าย แต่วืดหลังชาวบ้านไม่ให้เข้ากุฏิ ยันไม่ถอยพร้อมปักกรดหน้าอุโบสถ์สู้

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด หรือ วัดโบสถ์เหรียญบาท หมู่ 3 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับพระภิกษุอีกครั้งหลังจากที่ผ่านมามีการรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสองค์ใหม่ จากกรณีมี คำสั่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ที่ ๐๐๕/๒๕๖๘ อนุญาตให้พระประสิทธิ์ สัญจร เข้าอยู่วัดบ้านทุ่งเคล็ด

โดยมีบทบัญญัติแห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2536) ว่าด้วยการผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2535 ในมาตรา 38 ในกรณีที่ไม่มีเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้แต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ให้ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าอาวาส

ล่าสุดที่ผ่านมา เมื่อเย็นวานนี้ (16.00 น.) พระครูประชา พลากร รองเจ้าคณะอำเภอทับสะแก เจ้าอาวาสวัดนาล้อม พร้อมคณะสงฆ์ อำเภอทับสะแก และชาวบ้านผู้สนับสนุน ได้เดินทางไปส่ง พระประสิทธิ์ สัญจร เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ดองค์ใหม่ และนำป้ายไวนิลที่มีหนังสื่อแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสไปติดตั้ง แต่ไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้

เนื่องจากโดนชาวบ้านนับ 100 ขับไล่ และขัดขวางไม่ให้เข้า ขณะที่ทนายความของวัดพยายามแสดงเหตุผลโต้แย้งการแต่งตั้งโดยอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้มีชาวบ้านแสดงความคิดเห็นคัดค้านเจ้าอาวาสองค์ใหม่ ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยจากกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทับสะแก และ เจ้าหน้าที่ อส.รวมถึงฝ่ายปกครอง อำเภอทับสะแก เข้ารักษาความสงบ

และในช่วงเวลา 23.00 น.เศษ เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากเจ้าอาวาสองค์ใหม่พร้อมชาวบ้านได้ปักกลดอยู่บริเวณหน้าอุโบสถ์ แต่คณะกรรมการวัดชุดเจ้าอาวาสองค์เก่า ได้ให้ย้ายออกเนื่องจากเป็นเขตอภัยทานไม่สามารถมานอนพักค้างแรมได้จนได้มีการ กระทบกระทั่งกันอีกรอบ โดยทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็น

ญาติพี่น้องกันและคนในหมู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน และเป็นผู้สนับสนุนพระทั้ง 2 ฝ่าย ได้ประทะคารมกันและได้กระทบกระทั่งกันเล็กน้อยจนเจ้าหน้าที่ได้เข้า แยกย้าย ต่อมาเวลาประมาณ 24.00 น. ว่าที่เจ้าอาวาสองค์ใหม่และชาวบ้านที่สนับสนุนต่างแยกย้ายกับออกจากวัดบ้านทุ่งเคล็ดไป

นายวัฒนา ฉั่วเจริญ อายุ 51 ปี ไวยาวัจกร วัดบ้านทุ่งเคล็ด กล่าวว่า ชาวบ้านบ้านทุ่งเคล็ด ต้องการพระมีคุณสมบัติที่ดีมีความพร้อม หรือต้องเข้ากับชาวบ้านให้ได้ ต้องมีมุทิตา อุเบกขา ซึ่งตนเองไม่ต้องการให้วัดเสียหายมากไปกว่านี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายตรวจสอบคุณสมบัติของเจ้าอาวาสองค์ใหม่ว่าที่ผ่านมาเคยถูกดำเนินคดีทางอาญามาก่อนหรือไม่ จากนั้นจะต้องมีการเจรจากับญาติโยมที่บ้านทุ่งเคล็ด หากพบว่ามีปัญหาชาวบ้านก็ยอมรับไม่ได้

//////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านรวมตัวปิดถนน เพชรเกษมทำให้รถติดยาว 15 กิโลเมตร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น ชาวบ้านรวมตัวร่วม 500 คนปิดถนน เพชรเกษม บริเวณสำนักงานป่า หน่วย

ป้องกันรักษาป่าที่ชุมพร 2 บ้านยายไท พื้นที่ในการปิดถนน ม3 ต หงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ทำให้รถที่เดินทางลงใต้จอดติดเป็นทางยาว ถึง 15 กิโลเมตร จากรณีที่

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าควบคุมตัว ผู้กระทำความผิด จำนวน 12 ราย นายประคองจิตประสงค์ นางสาวอารีย์ พัฒนา นายพะเยาว์ ยุตติมิตร นางสาววารุณีเดชบุญภพ

นายประยูรนวลศรี นายอารมณ์ จันทร์คง นายสมชายโยมรัตน์ ร้อยตำรวจโทวันชัย รัก คลี่ นายชุมพล ทอดสวาสดิ์ นายธนวัฒน์ โพธิสาร นายวัชรศักดิ์นพรัตน์ นาย นายวิฑูรย์กลับดี

เจ้าหน้าที่ป่ไม้ได้แจ้งข้อล่าวหาว่าบุรุกพื้นที่ป่าสงวน รับร่อ สลุย แห่งชาติ จึงได้นำตัวมาบันทึการจับกุมที่สำนักงานป่า หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ชุมพร 2 บ้านยายไท

ต่อมาประชาชนได้มาเรียร้องให้ปล่อยตัวแกนนำทั้ง 12 รายโยระทารปิดถนนและขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรมาให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนที่ไม่ผิด

นายเธียร ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางไปทำบันทึกที่สภ สลุย อ ท่าแซะ จังหวัดชุมพร เพื่อ

ที่จะให้ผู้ต้องหาได้ต่อสู้ตามกระบวนการตามกฏหมายโดยทำการบันทึกและประกันตัวออกมาเพื่อดำเนินการต่อสู้กันทางกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ธรรมาภิบาลมุกดาหาร” ลงสอดส่องงานสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งห้วยแข้ พบอาจไม่ได้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ปรึกษาและกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร (ก.ธ.จ.มุกดาหาร) ได้ลงพื้นที่สอดส่องโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งบริเวณห้วยแข้ ซอยทิพย์นาม เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบข้อสังเกตหลายประการเกี่ยวกับคุณภาพงานที่อาจไม่เป็นไปตามแบบและข้อกำหนดในสัญญาจ้าง

โดยจุดที่พบความผิดปกติ คือ คอนกรีตแตกร้าวหลายแห่ง , ฐานคอนกรีตรองรับเสาราวกันตกซึ่งตามสัญญาระบุชัดเจนว่าต้องมีความสูง 10 เซนติเมตร ใช้น็อตสกรูยาว 18 เซนติเมตร แต่จากการตรวจสอบพบว่าในหลายจุดมีความสูงของคอนกรีตระหว่าง 12-18 เซนติเมตร และใช้น็อตสกรูยาวเกินกว่าที่กำหนด โดยพบว่ามีการใช้น็อตเชื่อมติดกับเหล็กข้ออ้อย ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการและไม่เป็นไปตามแบบแปลนที่กำหนด

โครงการก่อสร้างดังกล่าว หากไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการและไม่ได้มาตรฐานนักวิชาการ อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายในอนาคต เช่น ความไม่มั่นคงของราวกันตก ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน และปัญหาอื่นๆ ดังนั้น คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างและผู้ควบคุมงานจึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน

กรณีดังกล่าวจึงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ทั้งนี้ ที่ปรึกษาและกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหารจะได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและประโยชน์สุขของประชาชนต่อไปมุกดาหาร #คณะกรรมการธรรมาภิบาล

จังหวัด #เขื่อนป้องกันตลิ่งริมห้วยแข้ #เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร #โครงการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน #ราวกันตก #ตรวจสอบความปลอดภัย #สอดส่องภาครัฐ #ประโยชน์สุขของประชาชน #ความปลอดภัยสาธารณะ #ผู้ควบคุมงาน #คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ #สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร #มุกดาหาร #กรมโยธาธิการและผังเมือง #กระทรวงมหาดไทย #ปปท #ปปช #สตง #สำนักนายกรัฐมนตรี #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โน้ต-ชิสนุ” แท็กมือ “เล้งแสตมป์” ร่วมพิธีพุทธาภิเษก “คุณแม่บุญเรือน” ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ศาลาคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม วัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร คุณโน๊ต-ชิสนุ เริงสังข์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพศาลเจริญพฤกษาพรรณไทย จำกัด และเจ้าของ

แบรนด์ “CHISANU” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสกินแคร์ชื่อดัง ได้เดินทางมาร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเต็ม ชุด “เจริญพร ๑๖๘” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในสายวัดปากน้ำสายตรง โดยมีเกจิชื่อดังร่วมปลุกเสกมากมาย

ภายในงาน คุณชิสนุ ได้ชวน “เล้ง – ณัฐพล นิลดอนหวาย” และ “แสตมป์ – พรวศิน เรืองนุกูล” สองนักแสดงนำจากซีรีส์วายย้อนยุคชื่อดัง “ลอยแก้ว First Love” เข้าร่วมกราบไหว้ขอพรคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ซึ่งเป็นสถานที่ที่ คุณโน๊ต เคยมากราบขอพรเมื่อหลายวันก่อน และได้รับผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ จึงกลับมาทำบุญ และขอร่วมบุญในพิธีใหญ่อีกครั้ง

"โน๊ตได้มาไหว้ขอพร คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม และสมหวังที่มาขอพร พอทางวัดมีพิธีใหญ่ โน๊ตก็เลยชวน เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย และ แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล นักแสดงนำ จากซีรีส์วาย ลอยแก้ว กลับมากราบท่านอีกครั้ง และบอกกล่าว สิ่งที่ขอพรไว้ว่า สำเร็จ สมปรารถนาแล้วนะ และในวันนี้ ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกที่ทางวัดจัดขึ้นด้วย แล้วโน๊ตก็จะนำเหรียญคุณแม่บุญเรือนที่ผ่านการปลุกเสกแล้ว ไปแจกให้ลูกค้าของโน๊ตด้วยครับ" 

ร้านชิสนุ วัตถุมงคล ยังเปิดให้บริการทั้งจัดจำหน่ายวัตถุมงคล พระเครื่อง และเครื่องราง มงคลต่าง ๆ ทั้งปลีกและส่ง โดยมีจุดยืนในการคัดสรรวัตถุมงคลแท้ ศักดิ์สิทธิ์ และมีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมศรัทธาอย่างแท้จริง

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของพลังศรัทธา ความเชื่อ และการสืบสานพุทธศิลป์และ Soft Power ของไทยผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม’ พร้อยลุยศึกเทควันโดนานาชาติที่มาเลเซีย 14th RTS Remaja Invitational Taekwondo Championship 2025

ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเตรียมความพร้อมอย่างหนักเพื่อเข้าร่วมทำการแข่งขันเทควันโดรายการ 14th RTS Remaja Invitational Taekwondo Championship 2025 ในวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2568 นี้ ที่เมือง Kepala Batas ประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวถือเป็นรายการแข่งขันที่ใหญ่กว่ารายการที่ผ่านมา เพราะเป็นรายการนานาชาติที่มีนักกีฬาจาก 15 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งตั้งใจจะทำผลงานให้ดีที่สุดเช่นกัน โดยทุกวันจะทำการฝึกซ้อมอย่างหนักในช่วงเย็น มีความกดดันนิดหน่อย เพราะไม่รู้เลยว่าคู่ต่อสู้ที่ต่างประเทศจะเป็นอย่างไร ไม่รู้จะมาในรูปแบบไหน

ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม ยังเผยมุมมองส่วนตัวว่ารายการนี้เป็นรายการที่ทำให้พัฒนาตัวเองขึ้นไปได้อีกขั้นหนึ่ง เพราะเป็นรายการนานาชาติ ได้เจอคู่ต่อสู้ใหม่ๆ และต้องเจอปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เหมือนแข่งในประเทศ ทั้งกังวลเรื่องมุมมองการตัดสินของกรรมการ และความไม่คุ้นชินกับสนาม แต่ตั้งใจอย่างเต็มที่และมั่นใจว่าเอาอยู่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 แสนเม็ดกลางสวนยางพารา ที่บึงกาฬ


เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.เวลาประมาณ 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ นายวงศกร มองเพชร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอโซ่พิสัย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนมาก โดยมียาบ้าชนิดสีแดง 214,000 เม็ด และชนิดสีเขียว 4,040 เม็ด รวมทั้งสิ้น 218,040 เม็ด

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 02.30 น. นายสำรวย หัตถมาศ กำนันตำบลถ้ำเจริญ ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่าพบถุงพลาสติกห่อวัตถุต้องสงสัยวางอยู่บริเวณเถียงนาสวนยางพาราของนายสมัคร อินไชยา หมู่ที่ 10 ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ จึงได้ประสานนายวงศกร มองเพชร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอโซ่พิสัยที่ 5

ร่วมกับฝ่ายปกครองตำบลถ้ำเจริญ เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบห่อถุงพลาสติกสีดำ ภายในมีวัตถุบรรจุหีบห่อเขียนตัวอักษร Y1 จำนวน 35 ห่อ และวัตถุอีก 3 ก้อน ห่อด้วยกระดาษซึ่งมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว A เขียนอยู่ข้างห่อ เมื่อตรวจสอบภายในหีบห่อดังกล่าว พบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงินแบบกดปิดเลื่อนเปิด โดยแบ่งเป็นถุงละ 200 เม็ด และคละสีแดง เขียว และชมพู รวมจำนวน 107 มัด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมัคร อินไชยา เจ้าของเถียงนาและสวนยางพารา ให้การว่าเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตนได้เข้ามาหยอดน้ำกรดยางพารา และสังเกตเห็นห่อถุงพลาสติกสีดำวางอยู่ใต้ถุนเถียงนา จึงเกิดความสงสัยและแกะดูเบื้องต้น พบว่าเป็นยาบ้าที่เคยเห็นจากข่าว จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลถ้ำเจริญ และกำนันตำบลถ้ำเจริญ เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้เข้าดักซุ่มเฝ้ารอผู้ที่อาจจะเข้ามาหยิบยาบ้าดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น.

ไม่พบผู้ต้องสงสัยเข้ามายังจุดเกิดเหตุ จึงได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้ง และนำยาบ้าทั้งหมดไปตรวจนับโดยละเอียด ซึ่งยืนยันว่ายาบ้าทั้งหมดที่ตรวจยึดได้คือชนิดกลมแบน สีแดง จำนวน 214,000 เม็ด และชนิดกลมแบน สีเขียว จำนวน 4,040 เม็ด รวมทั้งสิ้น 218,040 เม็ด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดยาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของกลางทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโซ่พิสัย เพื่อดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดและขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /แสดงความยินดี”แม่ทัพกุ้ง” และ พ.อ.อินทราวุธ​ ทองคำ ผลงานดีเด่น ปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน

พันเอกอินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 เป็นผู้ดำเนินการพัฒนาระบบงานข่าวกรองยาเสพติดเพื่อสนับสนุนระบบการสกัดกั้น ยาเสพติดพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

เพื่อสนับสนุน ภารกิจของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด​ สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.​24)​ รวมทั้งการพัฒนากลไกการข่าวยาเสพติดร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน สามารถประสานความร่วมมือในการสกัดกั้นยาเสพติด

ร่วมกันกับทหารชายแดน สามารถดำเนินการต่อเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศได้หลายเครือข่าย ภายใต้การกำกับดูแลของ พันเอกอินทราวุธ ทองคำ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21

สามารถตรวจยึด/จับกุมยาเสพติดของปีงบประมาณ 2568 ตรวจยึดยาบ้า​ 23,703,313 เม็ด​ เคตามีน 252 กิโลกรัม ไอซ์​ 1,414 กิโลกรัม เฮโรอีน 16 กิโลกรัม ฝิ่น 3.2 กิโลกรัม​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมภริยา ร่วมสมโภชพระธาตุท่าอุเทนอย่างยิ่งใหญ่ ประชาชนแห่มอบดอกไม้-ผูกผ้าขาวม้าให้กำลังใจ


วันที่ 28 มิถุนายน 2568 พุทธศาสนิกชน “ลูกพระธาตุ หลานพระธรรม” และชาวจังหวัดนครพนมหลายพันคนต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันด้วยใจศรัทธา ณ อำเภอท่าอุเทน เพื่อร่วมพิธีสมโภชองค์พระธาตุท่าอุเทนอย่างพร้อมเพรียง หลังจากการบูรณะโบราณสถานที่สำคัญและศูนย์รวมจิตใจแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์ โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

พร้อมภริยา ผศ.สุพางค์พรรณ พาดกลาง ประธานชมรมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีพระครูบริหารบรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน ประธานฝ่ายสงฆ์ และ ว่าที่ ร.ต.รวยรุ่ง ใครบุตร นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รอง ผวจ.นครพนม นายชินวัตร ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน นายกานต์ แก้วมาตย์ นายกเทศมนตรีตำบลท่าอุเทน ข้าราชการและประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมในพิธี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของงานบุญครั้งใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังศรัทธาและเพื่อความเป็นสิริมงคล

พิธีอันศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นขึ้นในเวลา 10.09 น. ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ ก่อนเข้าสู่พิธีสงฆ์ พุทธศาสนิกชนและผู้เข้าร่วมงานได้ชื่นชมการแสดงสุดตระการตาจากนางรำคณะแม่บ้านทหาร (ร.3 พัน.3) และการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานจากนางรำอำเภอท่าอุเทนกว่า 160 ชีวิต ที่ร่วมกันร่ายรำบูชาองค์พระธาตุท่าอุเทนอย่างพร้อมเพรียง สร้างความประทับใจและความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง ยังความปลาบปลื้มใจจากสายฝนและความผูกพันของชาวบ้าน

ภายหลังจากการแสดง พิธีทางศาสนาได้ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ แม่ทัพภาคที่ 2 พิธีได้ร่วมปิดทองโปรยดอกไม้ พระธาตุจำลองและห่มผ้าองค์พระธาตุท่าอุเทน นอกจากนี้ ยังมีการมอบพระธาตุท่าอุเทนจำลองให้กับผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุในครั้งนี้ด้วย สิ่งที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง คือ หลังเสร็จสิ้นพิธี ฝนได้ตกลงมาโปรยปรายราวกับพรมน้ำมนต์ ชโลมให้ทุกท่านที่มาร่วมพิธีได้รับความเย็นฉ่ำและเติมเต็มความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ให้กับบรรยากาศโดยรวม เป็นภาพที่สร้างความประทับใจและเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายอันดี


นอกจากนี้ ตลอดทั้งงาน ชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวการมาเยือนของแม่ทัพภาคที่ 2 ได้มารวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจ และแสดงออกถึงความเคารพรักด้วยการมอบดอกไม้และผูกผ้าขาวม้าให้กับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2 อย่างใกล้ชิด และร่วมถ่ายภาพด้วยสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อท่านอย่างแท้จริง


บทบาทสำคัญของ พลโท บุญสิน พาดกลาง ในการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุท่าอุเทนนั้น เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยท่านพร้อมด้วย ผศ.สุพางค์พรรณ พาดกลาง ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ได้เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อระดมทุน ซึ่งการทอดผ้าป่าครั้งนั้นได้รับยอดเงินบริจาคสูงถึง มากกว่า 2 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทยให้คงอยู่สืบไป


สำหรับการจัดพิธีสมโภชในวันนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการบูรณะองค์พระธาตุท่าอุเทนเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังศรัทธาครั้งยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนิกชน ที่ได้ร่วมกันจารึกประวัติศาสตร์แห่งความร่วมมือและความศรัทธาอันแรงกล้าในการธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาและมรดกอันล้ำค่าของชาติไทย.ช่วงหนึ่ง พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 กล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึง กรณีเกิดการกระทบกระทั่งและมีปากเสียงขึ้นระหว่างกองกำลังทหารไทยและทหารกัมพูชาขณะลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ทับซ้อน เพราะต่างอ้างเป็นพื้นที่ของตน ก่อนจะได้แยกย้ายเว้นระยะห่างต่อกันในที่สุดนั้น ซึ่งทางแม่ทัพภาค 2 กล่าวถึง ไทยยังคงยึดถือแผนที่ 1:50,000 ตร.กม.

ซึ่งทางไทยและกัมพูชายังยึดถือแผนที่เขตแดนคนละฉบับกัน จึงทำให้ต่างก็อ้างดินแดนของตน ซึ่งต่อมาต่างก็เว้นระยะถอยห่างเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะนอกจากนี้ กรณีที่มีข่าวชาวกัมพูชาได้พยายามเดินทางขึ้นไปเยี่ยมชมบริเวณปราสาททั้งสองแห่ง และร้องเพลงและแสดงสัญญาลักษณ์นั้น ได้กล่าวว่า เป็นสิทธิทั้งสองประเทศตามข้อตกลงร่วมกัน แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ของไทยก็ได้เข้าไปอธิบายและป้องปรามไม่ให้กระทำการดังกล่าวที่จะนำไปสู้การขัดแย้ง จนเมื่อเป็นที่เข้าใจต่อกันจึงไม่มีอะไรที่ต้องน่าเป็นห่วง

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่ม บ.น้ำตาลครบุรี โคราช จัดกิจกรรม รวมน้ำใจ สู่ชายแดนตาเมือนธม

น้ำตาลครบุรีผนึกพลังชาวครบุรี รวมพลรถบรรทุกอ้อยขนยางเก่า
รวมน้ำใจสู่ชายแดน”ตาเมือนธม”

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) โดยทีมงานมวลชนสัมพันธ์ได้ดำเนินกิจกรรม ” ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ชาวครบุรี โคราช รวมน้ำใจให้แนวหน้า ระดมยางรถเก่าสร้างบังเกอร์ “ เพื่อร่วมส่งกำลังใจจากแนวหลังให้แก่เหล่าทหารหาญประจำการอยู่แนวหน้า ที่กำลังตั้งมั่นปกป้องอธิปไตยในแถบพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

สำหรับการดำเนินโครงการนี้ประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างเต็มที่จากองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี และคณะจิตอาสาพระราชทานอำเภอครบุรี

จังหวัดนครราชสีมา ร่วมด้วยช่วยกันระดมเสบียง ข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม น้ำตาล ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ เครื่องปั่นไฟสนาม กระสอบปุ๋ย กระสอบน้ำตาล น้ำมันรถบรรทุกสนับสนุนโดยโรงงานน้ำตาลครบุรี ก่อนเคลื่อนคาราวานรวมน้ำใจให้แนวหน้าออกจากลานจอดรถบรรทุกอ้อยของโรงงานน้ำตาลครบุรีนำไปส่งมอบให้แก่กองทัพที่ปราสาทตาเมือนธม

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รังสิมันต์ โรม ลงพื้นที่ ชายแดนไทย – เมียนมา ช่องหินดาด รับร่อ และช่องหินหมู บ้านพันวาล ท่าแซะ ชุมพร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ชายแดนไทย บริเวณอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ติดตามปัญหาผลกระทบด้านความมั่นคงตามแนวชายไทยที่ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร

วันนี้(29 มิ.ย. 68) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรนำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ,

นายปิยรัฐ จงเทพ โฆษกคณะกรรมาธิการ, นายยูนัยดี วาบา โฆษกคณะกรรมาธิการ, นายรอมฎอน ปันจอร์ กรรมาธิการ,นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เลขานุการคณะกรรมาธิการ,นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี

และคณะ ลงพื้นที่ชายแดนไทย บริเวณอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เพื่อศึกษาดูงาน พร้อมติดตามปัญหาผลกระทบด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยที่ส่งผลต่อประชาชน

ในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมีว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร, นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร, นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลในพื้นที่

คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ชายแดน บริเวณช่องทางผ่านแดนไทย – เมียนมา ช่องหินดาด

ตำบลรับร่อ และช่องหินหมู บ้านพันวาล อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยได้ติดตามปัญหาผลกระทบด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยที่ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามสถานการณ์และรับทราบปัญหา

ความมั่นคงชายแดนไทยที่ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร และการบริหารจัดการในพื้นที่ชายแดน จังหวัดชุมพร อาทิ สถานการณ์การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ การลักลอบนำเข้าปาล์มและยางพารา สถานการณ์การหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา

พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการของหน่วยงาน และแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตลอดจนแนวทางผลักดันด่านตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง