สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ทลายยานรกข้ามโขง! รวบ 2 หนุ่มลาว ยึดยาบ้า 5.4 แสนเม็ด/ นรข.มุกดาหาร จับรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สถานีเรือมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.)

น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหารแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาบ้าจำนวน 540,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย

น.ท.โอรส เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดในพื้นที่ ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ชุดลาดตระเวนทางบกเข้าซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณบ้านดอนตาล

ผาสุก จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. พบชายต้องสงสัย 3 คน นั่งเฝ้ากระสอบวัตถุต้องสงสัยอยู่ริมถนนหมายเลข 2034 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่กวดและควบคุมตัวไว้ได้ 2 ราย ทราบชื่อคือ ท้าวเตียงคำ พมโสพา อายุ 27 ปี

และ ท้าวบุนเลิด พมโสพา อายุ 33 ปี ทั้งคู่เป็นราษฎรบ้านนาพาน เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนรายที่ 3 อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบกระสอบจำนวน 3 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 540,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้

เป็นของกลางพี้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้

เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”ก่อนนำตัวผู้ต้องหา

พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร -เปิดเกมรุกปราบค้าเถื่อน! นรข.มุกดาหาร สกัดรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน เร่งขยายผลถึงเครือข่าย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ด่านศุลกากรมุกดาหาร สำนักการข่าว กอ.รมน. ร้อย ตชด.234 และตำรวจน้ำมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการตรวจยึดข้าวไรซ์เบอร์รี่ลักลอบนำเข้า จำนวนประมาณ 300 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 50 กิโลกรัม รวม 15,000 กิโลกรัม พร้อมรถบรรทุก 12 ล้อและผู้ควบคุมรถ

สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 07.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นำโดย นายสุริโย พรมสวัสดิ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีเรือมุกดาหาร (นรข. เขตนครพนม) และหน่วยงานความมั่นคง ตั้งจุดตรวจตามข้อมูลสายลับที่แจ้งว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าประเภทข้าวสาร ซึ่งยังมิได้เสียค่าภาษีอากร เพื่อนำไปจำหน่ายยังจังหวัดต่าง ๆ ภายในราชอาณาจักร

กระทั่งตรวจพบรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ ISUZU สีขาว ทะเบียน 70-46872 ร้อยเอ็ด มีลักษณะต้องสงสัย บริเวณหน้าวัดสว่าง บ้านแก้ง ตำบลนาโสก อำเภอเมือง มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น จากการตรวจสอบ พบข้าวไรซ์เบอร์รี่บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาวจำนวนมาก ระบุแหล่งกำเนิดต่างประเทศ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง

ผู้ควบคุมรถคือ นายชำนาญพร เย็นศิริ อายุ 55 ปี ชาว ร้อยเอ็ด ให้การว่า มีอาชีพขับรถรับจ้างขนส่งสินค้า ได้รับการว่าจ้างจากนายสุรชัย นาสอ้าน ให้มารับข้าวไรซ์เบอรี่จำนวน 300 กระสอบ ที่บริเวณบ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งยังจังหวัดสุรินทร์ โดยมีบุคคลนำทางไปรับสินค้าจากรถกระบะอีกทอดหนึ่ง พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ดังกล่าว คาดว่าเป็นสินค้าต่างประเทศที่ลักลอบนำเข้าผ่านทางแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนลำเลียงข้ามแดนเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อกระจายต่อไปยังพื้นที่ปลายทางในภาคอีสานตอนล่าง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมอยู่ระหว่างเร่งขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง เครือข่ายลำเลียง และเส้นทางการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้อนรับตรุษจีน มอบของที่ระลึกส่งต่อคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนอย่างอบอุ่น

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรมต้อนรับผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 เพื่อส่งมอบความสุข ความอบอุ่นและสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารชาวจีนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

โดยมี นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้

บริหาร ทสภ. ร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึก พร้อมคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนแก่ผู้โดยสาร บริเวณซุ้มถ่ายภาพกิจกรรมตรุษจีนที่สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11 – 12 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.

พร้อมกันนี้ยังได้จัดการแสดงชุด “มิตรภาพไทย – จีน” เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศอันเป็นสิริมงคล สร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย และตอกย้ำความตั้งใจของ ทสภ.ในการมอบประสบการณ์ต้อนรับที่น่าจดจำในเทศกาลสำคัญ

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ระหว่าง วันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 AOT ได้คาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ทสภ. โดยคาดว่าจะมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 11,374 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 8,546 เที่ยวบิน เฉลี่ย 855 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินภายในประเทศ 2,828 เที่ยวบิน เฉลี่ย 283 เที่ยวบินต่อวัน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.3 และมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 1,971,050 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1,620,957 คน

และผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 350,093 คน เฉลี่ยวันละ197,105 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 สำหรับเส้นทางการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 444,255 คนเฉลี่ยวันละ 44,426 คน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.2 และมีเที่ยวบินประมาณ 2,889 เที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 289 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 นอกจากนี้ ยังมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Extra & Charter Flight)

รวมจำนวน 362 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 123 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 239 เที่ยวบิน สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการเดินทางทางอากาศ และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทสภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ในการเดินทาง โดย ทสภ.

ได้จัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในจุดต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานให้บริการรถเข็นกระเป๋า เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด

เจ้าหน้าที่จุดตรวจค้นสัมภาระ เจ้าหน้าที่ Airport Ambassador ประสานผู้ให้บริการภาคพื้นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และอุปกรณ์ในการให้บริการให้เพียงพอในช่วงชั่วโมงคับคั่ง(Peak Hour)

รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำผู้โดยสารในด้านต่างๆอย่างใกล้ชิดรวมถึงประสานผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารจัดทำข้อความภาษาจีน

เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารชาวจีน ทสภ. ยืนยันความพร้อมในการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การนครปฐม ! จัดกิจกรรมโครงการ “ ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” รวมพลัง แบ่งปันน้ำใจ มอบสิ่งของให้ รร.ตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทอง สวนผึ้ง ราชบุรี

วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย คุณ ปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้าน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พร้อมคณะจัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์

ดำเนินโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” นำสิ่งของอุปกรณ์การเรียน การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภค บริโภค จำพวก ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำส้มสายชู และอื่นๆอีกจำนวนมาก พร้อมได้จัดทำอาหารกลางวัน เลี้ยง คณะครู และนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทองจำนวน 250 คน และได้เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษที่ทางนักเรียนปลูกไว้บริโภค

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า การทำจัดโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อแบ่งปันความรัก ความห่วงใย และสนับสนุน โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารที่ห่างไกลเพื่อส่งเสริมให้เยาวชน เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

โดย โรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดนตะโกปิดทองตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2521 โดยได้รับบริจาคที่ดินจากบริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยเนื่องจากบุตร – หลาน ของคนงาน บริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยไม่มีสถานที่เรียน ทางบริษัทจึงได้มอบที่ดิน จำนวน 30 ไร่ 2 งาน และสร้างอาคารเรียนจ๋านวน 1 หลัง

พร้อมทั้งประสานกับกองกำกับการดำรววจดระเวนชายแดน เขด 7 (กองกำกับการดำรดำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ปัจจุบัน ) เพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดนไทย พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับปฐมศึกษา

ในเบื้องต้นมีครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน โดยมีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน 250 คนและจะมีนักเรียนประมาณ 70 คน จะพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเป็นประจำ ซึ่งทางโรงเรียนจะต้องทำอาหารเลี้ยงทั้ง 3 มื้อ ส่วนที่กลับบ้านจะได้รับประทานอาหารกรณีมาเรียนจะได้รับประทานอาหารมื้อกล่างวัน 1 มื้อ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนกว่าร้อยละ 90 เป็น ชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ และ พม่า ทำให้การสื่อสารและการสอนเป็นภาษาไทย เด็กๆจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวต่อว่าทางโรงเรียนแห่งนี้ ได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ ตามพระราชดำริ ทั้ง 8 โครงการอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม การดำเนินงานโครงการพระราชดำริ ฯ ซึ่งทางคณะครู อาจารย์ นั้นมีวิชาการ และเพิ่มเติมหลักสูตรความรู้ด้านทางการเกษตร ดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน

โดยการบูรณาการงานโครงการเข้ากับการเรียนรู้ของนักเรียน เน้นการปฏิบัติจริง เช่น การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไข่ ไก่ไข่ การเพาะเห็ด และการหมักปุ๋ยอินทรีย์ เด็กๆ ทุกคนจะได้เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเกษตร ให้กับนักเรียนเพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการส่งต่อให้ กับครอบครัวและคน

ในชุมชนให้ต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต และทางโรงเรียนยังมีการเรียนการสอนด้านวิชาสหกรณ์ โรงเรียนมีสหกรณ์นักเรียน ดำเนินการโดยคณะกรรมการสหกรณ์นักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมออมทรัพย์กิจกรรมร้านค้า กิจกรรมส่งเสริมการผลิตขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชนอีกด้วยสำหรับ กิจกรรม

โครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและวางรากฐานที่มั่นคงให้เยาวชนเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บ้านวิชาการ เปิดลานสมรรถนะอาชีพ” สร้างโอกาส สร้างทักษะ สร้างอนาคต/จัดกิจกรรมพิธีมอบห่วงอลูมิเนียม “โครงการรวมพลัง อลูมิเนียม เพื่อพลังบุญ”

📅 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “โครงการบ้านวิชาการ เปิดลานสมรรถนะอาชีพ” ประจำปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จังหวัด นครปฐม

ภายในงานได้เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เน้น “ทักษะจริง ประสบการณ์จริง และอาชีพจริง” เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทางวิชาการ ควบคู่กับการพัฒนาสมรรถนะด้านอาชีพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคสังคม ในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ คุณธรรม และทักษะที่ตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจและภาคภูมินับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์ด้านการศึกษา ที่มุ่ง “สร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” ให้กับเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

12 กุมภาพันธ์ 2569 : 15.00-16.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,นางจิรภา รัตนศิลา ทรัพย์ศิริ

หัวหน้าสำนักงานสมาคมคนพิการฯ,พล.ท.เชฏฐพันธุ์ อุชุปาละนันท์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ,นางสกาวรัตน์ พัฒนเจริญ ประธานกรรมการชมรมภริยาข้าราชการกรมพระธรรมนูญ และคณะ,พ.อ.ณัฐวุฒิ พรหมศร อัยการศาลทหารกรุงเทพ และนางนภาภรณ์ พรหมศร

รองประธานกรรมการชมรมภริยาข้าราชการกรมพระธรรมนูญ ผู้ประสานงาน : ร่วมจัดกิจกรรมพิธีมอบห่วงอลูมิเนียม “โครงการรวมพลัง อลูมิเนียม เพื่อพลังบุญ” และบรรยายพิเศษเรื่อง ความภาคภูมิใจและความเสียสละในการรับใช้ประเทศชาติ ให้กับนายทหารนักเรียนเหล่าพระธรรมนูญ

ซึ่งมี พล.ท.พัฒนชัย พัฒนเจริญ หัวหน้าสำนักงานตุลาการทหาร และตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีส่งมอบ ณ ห้องบรรยายโรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญ ชั้น 6 อาคารเทิดราชา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถ.ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพัทยาเปิดเวที Tantrarak Show แสดงศักยภาพนักเรียนตันตรารักษ์

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา โรงเรียนตันตรารักษ์ จัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของนักเรียน ภายใต้ชื่อ “Tantrarak Show” เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และทักษะทางภาษา ต่อสาธารณชนและนักท่องเที่ยว ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ พร้อมด้วย คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน เข้าร่วม

สำหร้บการแสดงผสมผสานศิลปะและทักษะรอบด้าน เป็นกิจกรรมครั้งนี้รวบรวมการแสดงที่หลากหลาย ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินชมภายในศูนย์การค้า ซึ่งไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สืบสานศิลปวัฒนธรรม การแสดงเชิดสิงโตและระบำจีน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ถ่ายทอดความอ่อนช้อย ความพร้อมเพรียง และความสามัคคีของนักเรียนได้อย่างงดงาม

ทักษะด้านสันทนาการและกีฬา การแสดงเชียร์ลีดเดอร์จากนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา สร้างความประทับใจด้วยความสดใส คล่องแคล่ว และความมั่นใจบนเวที และอัจฉริยภาพทางดนตรีการแสดงเมโลเดียนจากนักเรียนระดับชั้นอนุบาล แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมพัฒนาการด้านสมาธิ ประสาทสัมผัส และพื้นฐานดนตรีตั้งแต่วัยเยาว์

และในช่วงท้ายของงาน นักเรียนได้ร่วมกันกล่าวคำอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน และกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติเป็นภาษาจีน ทั้งนี้กิจกรรม “Tantrarak Show” ไม่เพียงเป็นเวทีการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยเสริมสร้างความกล้าแสดงออก ความเชื่อมั่นในตนเอง และพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของเมืองพัทยาและสังคมในอนาคตต่อไป

ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เนื่องด้วยช่วงนี้ทางห้างเซ็นทรัลพัทยามีการจัดงานเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทางโรงเรียนตันตรารักษ์มีนักเรียนที่มีความสามารถด้านภาษาจีน โดยนักเรียนของเรามีการพูดภาษาจีนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งในกิจกรรมมีการแสดงภาษจีนต่างๆ มากมาย และถือเป็นโอกาสดีที่ทางห้างเซ็นทรัลพัทยาได้ให้โรงเรียนตันตรารักษ์ได้นำนักเรียนมาแสดงสามารถในครั้งนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นมื่นวาเลนไทน์ 12 คู่รัก จดทะเบียนสมรสบน “หินสามวาฬ” นักวิ่งกว่า 1,000 คน ร่วมกิจกรรม “วิ่งขึ้นภูดูหินสามวาฬ”

บึงกาฬ – วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศวันแห่งความรักที่ป่านันทนาการหินสามวาฬ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ เต็มไปด้วยความอบอวล เมื่อคู่บ่าว–สาวจำนวน 12 คู่ เข้าร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสท่ามกลางสายหมอกและอากาศเย็นสบาย โดยมีธรรมชาติอันงดงามของภูสิงห์เป็นสักขีพยานรัก

ในพิธีเปิดกิจกรรม ได้รับเกียรติจากสยาม สิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และภริยา ร่วมเป็นสักขีพยาน นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ นานวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

โอกาสนี้ นายบัวพันธ์ วงศ์จันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลโคกก่อง ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยระบุว่า กิจกรรม “วิ่งขึ้นภูดูหินสามวาฬ” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

กิจกรรมวิ่งขึ้นภูในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ร่วมวิ่งท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับคู่สมรสทั้ง 12 คู่ โดยมีนางสาวปุญญาดา แสงทองอร่าม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นนายทะเบียนจดทะเบียนสมรส ซึ่งทุกคู่ได้รับของที่ระลึกพิเศษเป็นหินสามวาฬจำลอง สื่อความหมายถึงความรักที่มั่นคง ยืนหยัดเคียงคู่กันดุจหินสามวาฬที่ผ่านกาลเวลายาวนานนับล้านปี

หินสามวาฬ ถือเป็นจุดชมวิวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน เรียงตัวคล้ายครอบครัววาฬ ตั้งตระหง่านบนหน้าผาสูงในเขตภูสิงห์ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงาม สามารถมองเห็นผืนป่า ภูเขา และทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันจังหวัดบึงกาฬสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม สร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องเหมย กัญญารัตน์ สาวงามเผ่าเมี่ยน คว้ามงกุฎธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เวทีกลาง งานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 จังหวัดน่าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่าที่อยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งจัดประกวด 4 ชนเผ่า คือ ถิ่น/ลัวะ ม้ง เมี่ยน และขมุ โดยปีนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวด 22 คน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ร่วมมอบรางวัล

สำหรับผลการประกวดธิดาดอยในปีนี้ สาวงามชนเผ่าเมี่ยน หมายเลข 5 นางสาวกัญญารัตน์ เชียวชาญ โรงแรมม่านฟ้าส่งเข้าประกวด คว้ามงกุฎธิดาดอยประจำปีนี้ไปครอง ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมที่ Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า โล่รางวัล และสายสะพาย รางวัลรองชนะเลิศธิดาดอย อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 9 นางสาววรวรรณ เกิดม่วง อำเภอเวียงสา ส่งเข้าประกวด

ได้รับเงินสด15,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอย อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวธิติกานต์ ปันหน้อย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 12,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอยอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 7 นางสาวปพิชญา ทนะขว้าง อำเภอภูเพียง

ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 10,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลขวัญใจชาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 6 นางสาวศศินา เลิศวรายุทธ์ ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และโล่รางวัลและสายสะพาย และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 18 นางสาวปริณดา อภิวัฒน์สกุล อำเภอปัวส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 3,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ส่วนรางวัลธิดาประจำชนเผ่า ธิดาชนเผ่าเมี้ยนได้แก่ หมายเลข 5 นางสาวกัญญารัตน์ เชียวชาญ

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่ลางวัลและสายสะพาย ธิดาชนเผ่าม้งได้แก่ หมายเลข 11 นางสาวซี แซ่ว่าง ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย ธิดาชนเผ่าถิ่น/ลัวะได้แก่หมายเลข 7 นางสาวปพิชญา ทนะขว้าง

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย และธิดาชนเผ่าขมุได้แก่ หมายเลข 2 นางสาวบุษบา อินต๊ะนาได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย/บุญยงค์ สอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังกวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ส่งรักปันสุข” ชาวประจวบฯ ยิ้มแก้มปริ รับดอกไม้-น้ำดื่ม แทนความห่วงใยในวันแห่งความรัก

บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ สำหรับกิจกรรมส่งต่อความปรารถนาดีเนื่องในเทศกาลแห่งความรัก โดยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ก้าวแรกแห่งความห่วงใย @รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 น้ำดื่มมินิม่อน โดย น้องหญิง – ศิริวรรณ คีรีนิล และ คุณเจี้ยบ – พรชนก นาควงศ์ จาก ร้านโบนัส ซัก อบ รีด ได้ร่วมกับ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมมอบดอกไม้และน้ำดื่มเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความห่วงใย ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและประชาชนที่มาใช้บริการ ณ บริเวณชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนอก ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย น.ส.บุณยรัตน์ สุขบาง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก) และ น.ส.ปฤศนา พฤศชนะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา) ร่วมให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกอย่างอบอุ่น ส่งต่อความรักสู่หัวใจผู้ป่วยและคนทำงาน

ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ (14 กุมภาพันธ์) น้องหญิง ได้ส่ง คุณเจี้ยบ เป็นตัวแทนนำดอกไม้และน้ำดื่มไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ณ ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันไม่เพียงเท่านั้น ทีมงานยังได้เดินทางไปมอบกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึง “พนักงานกวาดถนน” ผู้อยู่เบื้องหลังความสะอาดของเมือง ซึ่งหลายท่านถึงกับกลั้นความดีใจไว้ไม่ไม่อยู่ พร้อมเผยความรู้สึกสุดประทับใจว่า “นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับมอบดอกไม้แบบนี้” สร้างความซึ้งใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน “รักและศรัทธา” สุดอบอุ่น ศิลปิน–อินฟลูเอนเซอร์ร่วมงานคับคั่ง เสริมพลังใจรับปีแห่งความสำเร็จ

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและแรงศรัทธาในงาน “รักและศรัทธา” ซึ่งจัดโดย คุณผ่องสิริ วงศ์เจริญชัยชนะ หรือ คุณหน่อย ประธานกรรมการบริหารบริษัท คเณชาแกลอรี่ จำกัด ณ ศูนย์อาหารไลฟ์พาร์คพันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร ซึ่งจะเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ของเมืองสมุทรสาคร เพราะเป็นที่ประดิษฐาน “องค์พ่อพิฆเนศ คเณชา มรรคา” ซึ่งคาดว่าจะมีผู้คนหลั่งใหลเข้ามากราบสักการะกันเป็นจำนวนมาก

โดยได้รับเกียรติจาก นายนิรุจน์ แก้วนิล รองนายกเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์ แขกผู้มีเกียรติ ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักพิธีเปิดเริ่มขึ้นอย่างเป็น ทางการ พร้อมคำกล่าวต้อนรับจากผู้บริหารถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ที่ต้องการส่งต่อพลังบวก ความรัก ความสามัคคี และสร้างกำลังใจให้ทุกคนก้าวสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าศิลปินและนักแสดงจากซีรีส์ “ปานดวงใจ Signature” ได้แก่ เล้ง ณัฐพล, แสตมป์ พรวศิน , พรีเมียร์ ศรัญญา, ปิ๊งปิ๊ง รภัทร, ออย เพชลดา จาก “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” ช่อง 7HD และ ฟองเบียร์ ศศิธร พิธีกรคนเก่ง รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์และแขกรับเชิญจากหลากหลายวงการ มาร่วมพบปะทักทายแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจตลอดทั้งงาน

นอกจากนี้ยังได้รับได้เกียรติจาก อาจารย์ทัตตะ ขันติชนะบำเพ็ญ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และการทำนายไพ่พิฆเนศร์ ที่ได้มาทำพิธีบวงสรวง “องค์พ่อพิฆเนศ คเณชา มรรคา” องค์ประธาน และองค์ปฐมฤกษ์ เนื่องดาวราหูทับพระเสาร์ ที่เรียกได้ว่าเข้มขลังที่สุดถึง 38 องค์ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเป็นเจ้าของได้ที่ คเณชาแกลอรี่ ได้เลย

ไฮไลท์สำคัญอีกช่วงคือกิจกรรมดูดวงและทำนายไพ่ยิบซี โดย “แม่หมอกระแต” ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้รับคำแนะนำในการเสริมสิริมงคลด้านการงาน การเงิน และชีวิต สอดคล้องกับแนวคิดของงานที่มุ่งหวังให้ทุกคนเริ่มต้นสิ่งดีๆ ไปพร้อมกัน และถ้าใครสนใจดูไพ่กะ “แม่หมอกระแต” ก็สามารถติดต่อจองคิวได้ที่ คเณชาแกลอรี่ เช่นกัน

ตบท้ายด้วยการบรรเลงเพลงเพราะๆ จาก 3 อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรี ได้แก่ อาจารย์ณัฐพัชร์ วรวงศ์จิตติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอสไซน เรย์ มิวสิค กรุ๊ป จำกัด, อาจารย์จักรกฤษ วิบูลเจริญ อาจารย์ภาควิชาเปียโน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล และอาจารย์วิรุณ ทัศน์ทอง อาจารย์ภาควิชากีตาร์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

งาน “รักและศรัทธา” ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมมงคล แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งรอยยิ้ม ความหวัง และการรวมพลังของผู้คนที่เชื่อในความดีและความสำเร็จร่วมกัน ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยบรรยากาศแห่งความประทับใจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / MBK Center เปิดการแสดงสุดตระการตา “The Empire of Fire Horses” ฉลองตรุษจีนยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง

4 ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ส่งแคมเปญ “Chinese New Year 2026” ต้อนรับปีม้ามหาเฮง ถึง 22 ก.พ.นี้ ตรุษจีนปีนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง MBK Center CHINESE NEW YEAR 2026 CELEBRATION เปิดศักราชใหม่ด้วยโชว์สุดตระการตา “The Empire of Fire Horses” สื่อถึงพลังแห่งความยิ่งใหญ่และการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในปีม้าไฟ ณ SKYWALK ชั้น 2 ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ซึ่งบรรยากาศโดยรอบตกแต่งในโทนสีแดง สีส้ม และ สีทอง เสริมสิริมงคลกับไฮไลท์ “ม้ามงคล” 8 ตัว สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง กล่องส้มมงคล และ อักษรภาษาจีน “ฟู๋” ที่หมายถึงความโชคดี ปีนี้เพิ่มความพิเศษด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของ “ส้ม” ผลไม้มงคลที่อบอวลทั่วบริเวณ สร้างความสดชื่นและผ่อนคลายให้แก่ผู้มาเยือน พร้อมเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอินรับพลังบวก

พิธีเปิดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยแสง สี เสียง โดยมีผู้บริหารบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK นำโดย คุณสมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า คุณพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด คุณอภิชาติ กมลธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายกฎหมาย และ คุณ

สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมด้วย คุณบริพันธ์ ชัยภูมิ ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด พร้อมนักแสดงดาวรุ่งจากช่อง 7HD ชอน ชวิศการ วรโรจน์โยธิน และ ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง ร่วมสร้างสีสันภายในงาน

นอกจากโชว์สุดยิ่งใหญ่ตระการตา “The Empire of Fire Horses” ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย ฉลองเทศกาลตรุษจีน CHINESE NEW YEAR 2026 ระหว่างวันนี้ – วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป ณ ลาน Skywalk ชั้น 2 ได้แก่

  • 14 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดง Asian Random Dance
  • 15 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงสิงโตเสาดอกเหมย มหาโชคดีตลอดปี
  • 16 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงงิ้วเสฉวนเปลี่ยนหน้ากาก
  • 17 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงเชิดสิงโตและมังกรมหาเฮง

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ทั้ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ จัดกิจกรรมในงาน “Chinese New Year 2026” เฉลิมฉลองปีม้ามหาเฮง ชวนเสี่ยงเซียมซีรับพลังบวก งานดี เงินดี ชีวิตปัง ทั้งเรื่องรัก เรื่องเงินทอง เรื่องสุขภาพ และ เช็คปีชงปฏิทินเทียบอายุจีน จากศาลเจ้าพ่อกวนอู (ตลาดเก่าเยาวราช) ตั้งแต่วันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

พิเศษ! สมาชิก MBK PLUS ที่มีใบเสร็จช้อปในศูนย์ฯ ไม่จำกัดมูลค่า รับป้ายคำพยากรณ์นักษัตรจากซินแสฮวงจุ้ย สาขาครูโหราศาสตร์ต้นแบบแห่งปี เฉพาะ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค วันที่ 14 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 เพียงแสดงใบเสร็จ 300 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ร่วม Workshop เขียนคำอวยพรด้วยพู่กันจีนฟรี โดยเหล่าซือ “วสุ แซ่บ่าง” (จำกัดรวม 100 สิทธิ์ / วัน)

พร้อมโปรโมชัน “ม้าหาเฮง ช้อปรับโชค” ลุ้นรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ – 1 มีนาคมนี้ ทั้งลุ้นทองคำแท่ง บัตรกำนัลศูนย์การค้าฯ ของสมนาคุณพิเศษ และ เครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ดังนี้ต่อที่ 1 ช้อปนี้….มีลุ้น : กดรับสิทธิ์และสะสมยอดใบเสร็จช้อปหรืออิ่มภายในศูนย์ฯ ผ่าน line @mbkplus ครบทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นโชค ดังนี้ รางวัลที่ 1 ทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 1 บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่ารางวัลละ 2,000 บาท จำนวน 5 รางวัล

ต่อที่ 2 ช้อปครบ…รับเลย : สะสมยอดใบเสร็จจากการช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด และกดรับสิทธิ์ผ่าน MBK PLUS รับฟรี บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 100 บาท เมื่อสะสมใบเสร็จครบ 5,500 บาทขึ้นไป เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 450 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 850 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 250 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ รับฟรีบัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 500 บาท เมื่อสะสมใบเสร็จครบ 25,000 บาทขึ้นไป เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 100 สิทธิ์/ ตลอดรายการ)

พิเศษ วันนี้ – 17 กุมภาพันธ์ 2569 รับเพิ่มซองอั่งเปาเสริมโชค 1 เซต (จำนวน 4 ซอง) มูลค่า 150 บาท เมื่อสะสมยอด ช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ครบทุก 1,000 บาท เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 1,500 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 3000 สิทธิ์/ ตลอดรายการ)ต่อที่ 3 สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ : แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18 %*

จากบัตรเครดิต Cardx-SCB บัตรเครดิต GSB บัตรเครดิต KTC และ บัตรเครดิต ttbสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อสะสมยอดช้อปขั้นต่ำ 3,000 บาท ที่ MBK Center รับ Tourist Welcome Pack และ MBK Shopping Bag พร้อมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยยอดนิยม โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น G ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ผ่านทาง Facebook Page : MBK CENTER PARADISE PARK THE NINE CENTER RAMA 9 และ THE NINE CENTER TIWANON

MBKCenter #ChineseNewYear2026 #พาราไดซ์พาร์ค #เดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม9 #เดอะไนน์เซ็นเตอร์ติวานนท์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรีและภริยาสวมชุดไทย เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ปี 2569

เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 14 ก.พ. ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ที่เวทีกลาง

ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช. คมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมงานฯ

โดยจุดแรกที่บริเวณลานหน้าศาลพระกาฬ ปรางสามยอด นายกฯ และคณะ นั่งชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้น นายกฯและคณะ ได้สักการะศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ลพบุรี เพื่อความสิริมงคล
จากนั้นนายกฯ และคณะเดินเยี่ยมชมบูธของทุกอำเภอ

และนายเจตพง์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้เชิญชวนสื่อมวลชนแวะชมของดีอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าหลวง ซึ้งมีของพื้นบ้านท้องถิ่นแต่ละอำเภอมาโชว์ให้ได้ชม รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าหลวง ทั้งสองอำเภอมีแหล่งเรียนรู้หลายๆอย่างไม่แพ้กันเลย

จากนั้นนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได่กล่าวรายงาน ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยเน้นการแต่งกายชุดไทยย้อนยุค

วัตถุประสงค์และรายละเอียดสำคัญ. เทิดพระเกียรติ: เชิดชูพระเกียรติคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงวางรากฐานความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองลพบุรี น้อมรำลึกฯ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ธีม “อัตลักษณ์ละโว้ธานี เทิดสดุดีพระนารายณ์มหาราช พระพันปีหลวงปวงไทย” ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรีและอนุรักษ์วิถีไทยผ่านการแต่งชุดไทยดั้งเดิม ปรับรูปแบบให้เหมาะสม เนื่องด้วยเป็นช่วงบรรยากาศแห่งความอาลัย จึงเน้นความสำรวม

สมพระเกียรติ ลดความรื่นเริงและแสงสีเสียงไฮไลท์กิจกรรม มีการจัดขบวนพาเหรดชุดไทยดั้งเดิม การออกร้านย้อนยุค และการแสดงประวัติศาสตร์ งานจัดขึ้น 10 วัน 10 คืน โดยเชิญชวนประชาชนร่วม “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานที่มาต้อนรับและร่วมงานฯ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สืบภาค 1 ขยายผล เจอจุดรับซื้อช่อดอกกัญชา ที่ถูกปล้นตำรวจสืบสวนภาค 1 /สุดคึกคัก วันจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน 69 ที่ตลาดปากน้ำ

สืบภาค 1 ขยายผลจากผู้ต้องหาจนเจอจุดรับซื้อช่อดอกกัญชาที่ถูกปล้น
ตำรวจสืบสวนภาค 1 แกะรอยจากคดีปล้นช่อดอกกัญชากลางวันแสก ๆ ในพื้นที่ปทุมธานี ก่อนขยายผลตามเส้นทางจำหน่าย กระทั่งเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านแพรกษาใหม่ พบของกลางจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย เร่งสอบสวนเชื่อมโยงเครือข่ายเพิ่มเติม

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.ปรัชญ์ อุปริกชาติพงษ์ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.ดนัยพร หาญกร รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู นำโดย พ.ต.อ.วัชระ เทพเสน ผกก.สภ.บางปู , พ.ต.ท.ตุลชัย สมใจ รอง ผกก.สส.สภ.บางปู , พ.ต.ท.พิษณุศักดิ์ เติมเต็ม สว.สส.สภ.บางปู

ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ดังนี้ 1.นายวชิรวิทย์ คารมหวาน อายุ 26 ปี และ 2.นายวรากร คารมหวาน อายุ 31 ปี พร้อมด้วยของกลางจำนวน 174 รายการ เป็นช่อดอกกัญชาน้ำหนักทั้งหมด 157.66 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด 2 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกัน จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต” อันเป็นความผิดตามมาตรา 46 และมีโทษตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542″ โดยจับกุมได้คาบ้านพัก ใน ม.5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

สำหรับการขยายผลเข้าจับกุมและยึดดอกกัญชาจำนวนมากรายนี้นั้น มาจาก ด้วยเมื่อ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. คนร้ายจำนวน 10 คนได้ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย ในหมู่บ้าน ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ความเสียหายเงินสดประมาณ 800,000 บาท ช่อดอกกัญชาประมาณ 100 กิโลกรัมความเสียหายมูลค่าประมาณ 2.5 – 3 ล้านบาท
จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหา

ได้นำของกลางทั้งหมดมาขายให้ นายวชิรวิทย์ คารมหวาน อายุ 26 ปี และ นายวรากร คารมหวาน อายุ 31 ปี จึงได้ทำการขอหมายค้นที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ หมายค้นที่ ค.105/2569 ลง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อทำการล่อซื้อและเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่หลังดังกล่าว จึงได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบ นายวชิรวิทย์ฯ , นายวรากรฯ อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ทำการจับกุมพร้อมด้วยของกลางดังกล่าวข้างต้น โดยรับซื้อมา กิโลกรัมละ 4,600 บาท จำนวน 156 กก. เป็นเงินทั้งสิ้น 720,000 บาท


เมื่อช่วงบ่าย วันนี้ ( 15 กุมภาพันธ์ 69 ) ที่ ตลาดปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ บรรยากาศการจับจ่ายชื้อของไหว้บรรพบุรุษของคนไทย เชื้อสายจีน ที่ตลาดปากน้ำเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านจนมาถึงช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็ยังมีประชาชนทยอยเดินมาจับจ่ายซื้อของอยู่ ซึ่งแต่ละร้านขายของ ทั้ง ร้านผลไม้ ขนมที่เกี่ยวกับไหว้บรรพบุรุษ และร้านเครื่องเซ่นไหว้ นั้นมีลูกค้าเข้าร้านกันไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน

โดยวันนี้เป็นวันจ่าย และ ในพรุ่งนี้จะเป็นวันไหว้
โดยจากการสอบถาม แม่ค้าขายเครื่องไหว้ บอกว่า การจับจ่ายซื้อของในปีนี้ค่อนข้างดี ลูกค้าซื้อของง่ายกว่าปีที่ผ่านมา และการจับจ่ายซื้อของนั้นคึกคักมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งคาดว่ายอดขายนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว
ส่วน แม่ค้าร้านขายเป็ดและหัวหมู บอกว่า

ปีนี้ยอดขายไปได้เรื่อย ๆ แต่ก็จะเงียบกว่าปีที่แล้ว เพราะลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มขึ้นมา เพราะว่าห้างใหญ่ ๆ ก็มี เป็ด ไก่ หัวหมู ซึ่งวันนี้เป็นวันอาทิตย์ลูกค้าบ้างคนไม่ชอบอากาศร้อน และเฉอะแฉะ ก็อาจไปซื้อของเซ่นไหว้ที่ห้างซึ่งมีอากาศเย็นสบายกว่า แต่ทางร้านไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไรนัก เนื่องจากยังมีฐานลูกค้าประจำอยู่ที่สั่งซื้อกันอยู่ประจำ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

อภินิหาร !! องค์ท้าวเวส เสกฝาท่ออันใหม่ให้ชาวบ้าน เผย ท่านเป็นทุกอย่างให้กับมนุษย์จริง ๆ ปกติเห็นอยู่บนผนังบ้าน แต่ครั้งนี้มาเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยอยู่บนฝาท่อที่ชำรุด ป้องกันภัยไม่ให้คนตกลงไปได้รับบาดเจ็บ และยังดลใจให้เทศบาลฯมาซ่อมเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากมีชาวบ้านในชุมชนโครงการ 4 แท็งค์น้ำซอย1หรือ ซอยเทศบาลบางปู 91 ถ.สุขุมวิท ต.บางปู อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ ได้ถ่ายคลิปฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดเป็นรูขนาดใหญ่ ซุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายกับคนในชุมชน แต่มีคนนำผ้ายันต์สีแดงของท้าวเวสสุวรรณมาพันกับหัวเสาปักไว้เตือนภัย โดยเสียงในคลิปยังเอ่ยว่า “ ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ ท่านมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ปกติจะเห็นอยู่บนผนังบ้าน แต่ครั้งนี้มาเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยอยู่บนฝาท่อ ป้องกันอันตรายไม่ให้คนตกลงไป ท่านเป็นทุกอย่างให้กับมนุษย์จริง ๆ ”

โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังซอยดังกล่าว พบกับป้าเสาวลักษณ์ อายุ 69 ปี ได้ยืนรอผู้สื่อข่าวและ พาไปดูผ้ายันต์ฯที่ปักไว้ พร้อมให้สัมภาษณ์ กล่าวว่า ตนเป็นภรรยาของประธานชุมชน ซึ่งตอนนี้ป่วยรักษาตัวอยู่ จึงต้องทำหน้าที่แทน ปกติทุกวัน ตนต้องพาสุนัขมาเดินเล่น เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เห็นฝาท่อระบายน้ำจุดนี้แตกชำรุดเป็นรูขนาดใหญ่ กลัวว่าคนในชุมชนจะเดินหรือขับขี่รถ จยย.พลัดตกลงไปได้รับบาดเจ็บ ตน จึงนำผ้าสีแดงในบ้านมาผูกติดกับหัวเสาแล้วนำมาปักไว้เป็นสัญลักษณ์เตือนภัย โดยไม่ทราบว่า

ผ้าสีแดงนั้นเป็นผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ ส่วนการซ่อมถนนและเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่นั้น น่าจะเป็นแผนการทำงานที่เทศบาลฯ มีไว้อยู่ก่อนแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตนก็ต้องยกมือไหว้กราบผ้ายันต์สีแดงท้าวเวสสุวรรณ เสมือนดลใจให้เทศบาลฯ มาซ่อมถนนเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่ได้เร็วกว่าที่คิดไว้ พร้อมทั้งขอบคุณผู้บริหารเทศบาลตำบลบางปู ที่ใส่ใจดูแลชุมชน ทำให้ชาวบ้านได้รับความปลอดภัยในการสัญจรบนถนน ท้าวเวสสุวรรณ ในส่วนเรื่องความเชื่อความศรัทธานั้น ป้าถึงกับยกมือไหว้ บอกนับจากนี้ขอให้โชคดี มีลาภ โดยผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นบนผ้ายันต์มีเลขไทยคล้ายกับเลข ๕ และ ๗ กลับด้าน อีกด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส่องวัฒนธรรมตรุษจีนในไทย คือ เทศกาลขึ้นปีใหม่ของจีน ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งมีรากจีนโบราณกว่า 3,000 ปี

ตรุษจีน (春节) หรือ Chinese New Year คือ เทศกาลขึ้นปีใหม่ของจีน ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อ้างอิงว่ามีรากจากจีนโบราณกว่า 3,000 ปี โดยมีแนวคิดที่เกี่ยวกับฤดูกาลเพาะปลูก การขอพรจากฟ้าดิน และบรรพบุรุษ บนพื้นฐานพิธีกรรมสำคัญ ที่มุ่งเน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ การขอบคุณอดีต การปัดเป่าสิ่งไม่ดี และการขอความรุ่งเรืองปีใหม่ ผ่านพิธีกรรมสำคัญ เช่น การไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ การรวมญาติ ตลอดถึงการให้ “อั่งเปา”

วันตรุษจีน จึงถือเป็นประเพณีนิยมที่มีรากฐานยาวนานของชาวจีน และเนื่องจากจีนกับไทยมีความสัมพันธ์ที่ยาวนาน โดยปรากฏหลักฐานการค้าระหว่างไทยจีนตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งนอกเหนือจากการค้า ยังมีคนจีนที่อพยพมาอยู่ที่สยามด้วย ซึ่งการอพยพครั้งสำคัญๆ หลักฐานที่ชัดเจนมากในสมัยอยุธยา ต่อเนื่องมาถึงสมัยธนบุรี ซึ่งพระเจ้าตากสินมหาราช ก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งตามพงศาวดารระบุว่าทางจีนมีส่วนช่วยพระเจ้าตากสินในการกอบกู้อิสรภาพ และสร้างกรุงธนบุรี และหลังจากนั้นในสมัยต้น และกลางรัตนโกสินทร์ การอพยพของคนจีนเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นมาก จึงเป็นคำอธิบายที่ชัดเจน ถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆของคนจีน รวมทั้งวันตรุษจีน ที่เข้ามาในไทย และดำรงอยู่จนถึงวันนี้

สำหรับกรณีของไทย พบว่า ชาวจีนส่วนใหญ่ มาจากแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน แคะ และไหหลำ ที่เข้ามาทำการค้าขาย ทำเหมือง ค้าข้าว ไปจนถึงด้านแรงงาน ด้วยเหตุนี้จึงมีทั้งเรื่องของภาษา อาหาร ความเชื่อ พิธีกรรม การใช้ชีวิต การแต่งกาย ที่หลากหลายด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นคนจีนเชื้อสายใด สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง ก็คือ วันตรุษจีน ถือเป็น “วันสำคัญของชุมชนจีนในสยาม”จนถึงวันนี้ วันตรุษจีน ยังมีการสืบทอดทางวัฒนธรรมอยู่ในไทยอย่างแนบแน่น จนกล่าวกันว่า เทศกาลตรุษจีน “ฝังราก”ในไทยได้ลึกกว่าในหลายๆประเทศที่แม้จะมีจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่เช่นกัน สอดคล้องกับประโยคสำคัญที่ว่า “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” “ไทย-จีน” ที่มากกว่าการไหว้ : การผสมผสานทางวัฒนธรรมการผสมผสานทางวัฒนธรรมของคนไทยและคนจีน จนเป็นสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เชื่อว่าอยู่บน 4 ปัจจัยหลักๆ ประกอบด้วย

  1. มีการผสมกลมกลืนสูง จากการที่คนจีนในไทยมีการแต่งงานกับคนไทย และได้รับโอกาสที่เปิดกว้างในการรับราชการในไทย มีหลายๆ ตระกูลซึ่งเป็นที่รู้จักในไทย มีบรรพบุรุษที่เป็นคนจีน อย่างเช่น ต้นตระกูล ณ สงขลา บรรพบุรุษ คือ นายเหยี่ยง แซ่เฮา หรือ แซ่หวู เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน มณฑลฝูเจี้ยน อพยพมาอยู่ที่เมืองสงขลา เมื่อพระเจ้าตาก ได้ยกพลมาพักทัพที่สงขลาใน พ.ศ. 2312 มีผู้คนเข้าเฝ้าถวายตัวจำนวนมาก หนึ่งในนั้น คือ นายเหยี่ยง ซึ่งต่อมาพระเจ้าตากได้แต่งตั้งให้เป็น “หลวงอินทคีรีสมบัติ” นายอากรเกาะรังนก และอีก 2 ปีต่อมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็น “หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ” เจ้าเมืองสงขลา และกลายเป็นสกุลที่เป็นเจ้าเมืองสงขลาอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจาก หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ ถึงแก่กรรม ในยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ นายบุญหุ้ย บุตรชายคนโต ของ หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ เป็นเจ้าเมืองสงขลาคนต่อมา และมีความชอบมากจนได้เลื่อนบรรดาศักดิ์สูงชั้นเจ้าพระยา เป็น “เจ้าพระยาอินทคีรี” ซึ่งตระกูล ณ สงขลา ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองสงขลา ต่อเนื่องถึง 8 คน ยาวนานกว่า 120 ปี เป็นตัวอย่างชัดของการได้รับโอกาสเข้ารับราชการและการดำรงชีพในไทย
  2. ไทยไม่กีดกันวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตสไตล์คนจีน ซึ่งจุดนี้จะมีความแตกต่างจากบางประเทศ ที่อาจจะมีข้อห้ามข้อจำกัด ผิดกับ ไทย ที่ไม่ได้มีการห้ามพิธีกรรมจีน ไม่ได้บังคับเลิกภาษา หรือประเพณี คนไทยที่ผ่านมาจึงคุ้นเคยกับภาษาแต้จิ๋ว คุ้นเคยกับประเพณีต่างๆของชาวจีน โดยไม่รู้สึกแตกต่าง ส่งผลให้ชุมชนจีนในไทยสามารถดูแลวัฒนธรรมของจีนได้แม้จะอยู่ในไทย ที่สำคัญในช่วงรัชสมัยของ รัชกาลที่ 5–6 ชุมชนจีนในไทยได้รับการยอมรับว่าเป็น “ฐานพลังทางเศรษฐกิจ” ของไทย
  1. ความเชื่อและประเพณีวัฒนธรรมของจีน สามารถสอดคล้องและเข้ากับพุทธ และพราหมณ์ของไทยได้ อาทิ การไหว้เจ้าของจีน มีความคล้ายการทำบุญของไทย การเคารพบรรพบุรุษของจีน ก็สอดคล้องกับหลักความกตัญญูแบบไทย หรือแม้แต่เรื่องของความเชื่อ อย่าง ฮวงจุ้ย โชคลาง ก็สอดคล้องกลมกลืนกับความเชื่อพื้นบ้านของไทย เมื่อความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม และศาสนา ไม่ขัดแย้งกัน แต่กลับเสริมกัน จึงยิ่งทำให้การผสมผสานทางวัฒนธรรมสามารถดำรงได้อย่างราบรื่นยาวนาน
  2. การผสมผสานทางระบบเศรษฐกิจ ช่วยเกื้อหนุนให้เข้ากันง่ายขึ้น ในลักษณะของการอยู่ร่วมกันแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยบรรยากาศตรุษจีน เป็นเหมือนเทศกาลจับจ่ายที่ทั้งผู้ที่ยังยึดมั่นในประเพณี กับบรรดาพ่อค้า ตลาดธุรกิจและห้างร้านต่างๆ ล้วนได้ประโยชน์ เทศกาลตรุษจีน จึงกลายเป็นวัฒนธรรมเศรษฐกิจไปด้วย

ดังนั้น ตรุษจีนในไทยวันนี้ จึงไม่ใช่“วัฒนธรรมต่างชาติ” แต่กลายได้เป็น “วัฒนธรรมร่วมกัน”ระหว่างคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน และคนจีน ไปแล้วอาหาร ความเชื่อ การแต่งตัว การให้ซองแดง ความกตัญญู และ ครอบครัวแม้ว่า รูปแบบของตรุษจีนในไทยจะไม่ใช่รูปแบบตรุษจีนจีนแท้แบบดั้งเดิม เนื่องจากมีสิ่งที่ “ไทยปรับประยุกต์เอง” เช่น อาหาร ของไหว้บางอย่างเป็นของไทยเข้ามามากขึ้น รูปแบบพิธี และความเชื่อ ได้ปรับให้สอดคล้องกับสังคมไทยที่ความเป็นครอบครัวมากกว่าตระกูลใหญ่ บางบ้านจะมีการไหว้ ทั้ง ไหว้เทพเจ้าแบบจีน การไหว้บรรพบุรุษ การไหว้พระพุทธรูป การไหว้เจ้าที่

ขณะที่การแต่งกาย มีความนิยมในเสื้อผ้าโทนสีแดง แต่รูปแบบไม่ได้จำเพาะว่าต้องเป็นชุดจีน จะเป็นชุดไทย หรือชุดในปัจจุบันก็ได้ แค่มีสีสันแดง สดใส ทำให้แม้คนไทยจำนวนมาก ไม่ใช่คนเชื้อสายจีนโดยตรง ก็ยังร่วมเฉลิมฉลองได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยกการให้ซองแดง ที่เป็นเรื่องความกตัญญู การตอบแทนความรักและความผูกพันในครอบครัว ในตระกูล ซึ่งธรรมเนียมจีนถือเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีที่เคร่งครัด แต่สำหรับในไทยได้ผ่อนคลายกว่าในจีนมาก แม้จะยังคงอยู่บนพื้นฐานของความกตัญญู การตอบแทนความรักและความผูกพัน แต่ก็ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่ปรับให้สอดคล้องกับฐานะ ภาวะธุรกิจ และเศรษฐกิจในแต่ละปี

โดยสรุป “ตรุษจีนแบบจีนสยาม (Sino-Thai Chinese New Year)” ในสังคมไทยปัจจุบัน จึงไม่ได้เป็นแค่“ประเพณีนำเข้า” แต่เป็นผลลัพธ์ของประวัติศาสตร์การอยู่ร่วมกันของคนจีนกับสังคมไทย กว่า 200–300 ปี แล้วนั่นเองดังนั้น ตรุษจีนในประเทศไทย ยังคงมีแนวโน้มไม่จางหายไป แต่จะเปลี่ยนสถานะจากวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ไปเป็นวัฒนธรรมร่วมของสังคมไทยภาพประกอบ
01 – คำบรรยายจากในภาพ : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จสงขลา ร.ศ. ๑๐๙ (พ.ศ ๒๔๓๓) ประทับฉายรูปหมู่ หน้าศาลเจ้าหลักเมืองสงขลา กับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณสงขลา) พระอนันตสมบัติ (เอม) และกรมการเมืองสงขลา
คณะที่ตามเสด็จ : สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ กรมหมื่นสรรพสาตรศุภกิจ พระองค์เจ้าไชยยันตมงคล พระยาชลยุทธโยธิน พระยาเทเวศ

02 – ศาลพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาคนที่ ๔ช ในสายตระกูล ณ สงขลา โดยศาลแห่งนี้ตั้งอยู่ในศาลหลักเมือง จังหวัดสงขลา ในปัจจุบั03 – เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) “ขุนนาง ๕ แผ่นดิน” อดีตเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม และเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยา หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ยังได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา เมื่อพ้นภารกิจทางการเมืองแล้ว ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีและประธานองคมนตรีในรัชกาลที่ ๙ สำหรับในด้านฐานพลังเศรษฐกิจ โดยเมื่อ ปี พ.ศ. 2489 ได้เป็นผู้ก่อตั้ง และประธานคนแรก ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทย ที่ก่อตั้ง และบริหารงานโดยคนไทย และยังคงดำเนินกิจการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

04 – 05 บรรยากาศวันตรุษจีน

06 – อั่งเปา หรือซองแดง

โดย นายภูวนารถ ณ สงขลา
นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ข้าวสารหรือจะสู้ “ยาอี” ! ทพ.มุกดาหาร ตาไว รวบสาว สปป.ลาว คาด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการกวาดล้างยาเสพติดบริเวณชายแดน ภายใต้การอำนวยการของ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร สกัดจับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้คาด่านพรมแดน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ขณะเจ้าหน้าที่ทหารพรานและชุดปฏิบัติการร่วมกำลังตรวจสอบรถโดยสารประจำทางเส้นทางระหว่างประเทศ พบหญิงทราบชื่อภายหลังคือ นางลัตสะไม ทำมะวง ราษฎรชาว สปป.ลาว มีท่าทีพิรุธขณะเจ้าหน้าที่ขอเข้าตรวจค้นสัมภาระ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบกระสอบข้าวสารน้ำหนัก 19 กิโลกรัม เมื่อค้นภายในปรากฏพบแพ็กเกจต้องสงสัยทรงสี่เหลี่ยมคล้ายซองกาแฟและคอลลาเจน ยี่ห้อหรู (Rolls-Royce และ Ferrari) จำนวน 10 ซอง ปะปนอยู่กับข้าวสาร เมื่อนำสารสีขาวลักษณะผงภายในซองมาทดสอบด้วยชุดตรวจเบื้องต้น ยืนยันว่าเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์สตาซี หรือยาอี) น้ำหนักรวมประมาณ 800 กรัม

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยาอี 10 ซอง, โทรศัพท์มือถือ, เงินสด (ไทย-ลาว-ดอลลาร์สหรัฐ), ข้าวสาร และหนังสือเดินทาง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ให้ผู้ต้องทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #สกัดยาเสพติด #ทหารพราน21 #ด่านสะพานมิตรภาพ2 #จับยาอี #ข่าวด่วนมุกดาหาร #ความมั่นคงชายแดน #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThaila

มุกดาหาร -นาทีชีวิต! ช่างก่อสร้างมุกดาหารดวงสุดแข็ง เจอ “ลูกปืนคอ” ปนมากับถังปูน หยิบออกมาทุบเล่นหวังเช็กดู โชคดีไม่บึ้ม

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ผึ่งแดด พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) รุดตรวจสอบบ้านพักกำลังก่อสร้างในบ้านหนองบัว ต.บ้านโคก อ.เมือง จ.มุกดาหาร หลังได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด

ในที่เกิดเหตุพบ ลูกปืนคอ ขนาด 82 มม. จำนวน 1 ลูก สภาพเก่ามีสนิมเขรอะ แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ยังมีสภาพสมบูรณ์และพร้อมระเบิดได้ตลอดเวลา มีอานุภาพทำลายล้างสูง

นายแสงจันทร์ ศรีราฤทธิ์ อายุ 56 ปี ช่างก่อสร้างผู้พบเห็น เล่าเหตุการณ์สุดระทึกว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะกำลังเทพื้นบ้าน สังเกตเห็นวัตถุขนาดใหญ่ปนมากับปูนที่ผสมเสร็จแล้ว จึงหยิบออกมา ด้วยความสงสัยตนจึงลองนำไปทุบกับเหล็กดู ก่อนจะส่งให้เจ้าของบ้านเก็บไว้ จนกระทั่งผ่านมา 3 วัน ถึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ EOD ได้ดำเนินการเก็บกู้วัตถุดังกล่าวไปทำลายทิ้งในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเตือนประชาชนหากพบวัตถุต้องสงสัย ห้ามแตะต้องหรือกระแทกเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ระเบิดปนปูน #ลูกปืนคอ #มุกดาหาร #อีโอดี #EOD #ข่าววันนี้ #นาทีระทึก #ช่างก่อสร้างดวงแข็ง #เตือนภัย #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “วันนี้ก็รัก พรุ่งนี้ก็รัก วันต่อๆไปก็รัก นานแค่ไหนก็รัก”ทะเบียนอำเภอ ถูกเนรมิตเป็นดินแดนแห่งความรัก ด้วยซุ้มดอกไม้ Happy Valentines Day มุม Check in ถ่ายภาพคู่สวยๆ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569“รัก ณ นครชัยศรี Happy Valentines Day”เริ่มต้นชีวิตคู่ในวันพิเศษ กับสถานที่แห่งความรัก สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี ❤️ วันแห่งความรัก วาเลนไทน์นี้ สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี เปิดประตูคู่รัก 🖊️ จดทะเบียนสมรส

โดย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ขอมอบความสุขให้กับทุกคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรส และมอบของขวัญเป็นที่ระลึก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดี และเป็นสักขีพยาน

วันนี้ไม่ใช่แค่การจดทะเบียนเพื่อเก็บกระดาษใบเดียว แต่คือการได้รับสิทธิ์ในการดูแลกันและกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย “วันนี้ก็รัก พรุ่งนี้ก็รัก วันต่อๆไปก็รัก นานแค่ไหนก็รัก”

ภายในสำนักทะเบียนอำเภอ ถูกเนรมิตเป็นดินแดนแห่งความรัก ด้วยซุ้มดอกไม้ Happy Valentines Day มุม Check in ถ่ายภาพคู่สวยๆ อำนวยความสะดวกโดย ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่อำเภอนครชัยศรี

พร้อมดูแลให้บริการด้วยรอยยิ้ม ณ สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไฟไหม้รับตรุษจีน เรือยอร์ชกว่า 40 ล้าน วอด เป็นเรือชาวต่างชาติ สิงค์โป เรือยอร์ช 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง

เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วินัย รายละเอียด สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ ไฟลุกไหม้อู่ต่อเรือ ยอร์ช ริมชายหาด บ้านทุ่งประดู่ หมู่ที่ 3 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จึงประสาน อาสามูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน และ รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลทับสะแก และ อบต. ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ประมาณ 10 คัน ไปร่วมระงับ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว

บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นโรงงานต่อ เรือ ซึ่ง ดำเนิน กิจการ ต่อเรือยอร์ช ขนาด 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ถูกเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกใหม้เรือ และโครงสร้างเหล็กอาคารหลังคาแมนชั่นชีทอย่างเร่งด่วน

ซึ่งอาคารดังกล่าวได้ทรุดตัวลงมา พร้อมตู้คอนเทรนเนอร์อีกประมาณ 10 ตู้ ถูกไฟโหมใหม้เสียหายไปด้วย หลังเกิดเหตุ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก รุดอำนวยการและตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ พระสุพจน์ ซึ่งธุดงนั่งประฎิบัติธรรมใกล้ที่เกิดเหตุ ทราบว่า ขณะตนเองนั่งปฏิบัติธรรมอยู่กับพระอีกรูป ก็เห็นควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาจึงออกไปดู

พบเพลิงกำลังลุกใหม้อยู่ใต้ท้องเรือจึงน้ำน้ำใส่ถังไปดับ แต่ลมกระโชกแรงไม่สามารถดับได้ และไฟได้โหมลุกขึ้นเข้าไหม้เรือยอร์ชลำดังกล่าว ด้านนายจรัญ ศรีชะเอม ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งประดู่ กล่าวว่า ตนเอง

กำลังซ่อมเรือประมงอยู่ที่ปากคลองเห็นควันไฟขนาดใหญ่พวยขึ้นท้องฟ้า จึงวิ่งมาดูพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำรถดับเพลิงมาระงับเหตุ ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า เรือยอร์ชลำดังกล่าว มี บริษัท ซี แมน ยอร์ช เป็นผู้ต่อเรือ ซึ่งเป็นเรือของชาวต่างชาติสิงค์โป เป็นแบบ เรือยอร์ช 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ราคาผลิตประมาณกว่า 40 ล้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ให้ พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจหาสาเหตุ เพลิงไหม้ ครั้งนี้ให้ละเอียดอีกต่อไป

////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุ สามพราน นครปฐม

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ประธานสภา, รองประธานสภา, สมาชิกสภา, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม ณ สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จ.นครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างทักษะอาชีพ เพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฮือฮา!! วัดจุฬามณี จัดพิธีใหญ่บวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ ๘ ทิศ พร้อมจุดธูปเสี่ยงทายเลข ขอเลขเด็ดใกล้วันหวยออก

วันนี้ (7 ก.พ.69) ที่ วัดจุฬามณี ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม อาจารย์ฤทธิชัย มุ้ยแก้ว ได้จัดพิธีกรรมบวงสรวงใหญ่ องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ 8 ทิศ วาระที่ 1 เพื่อเปิดทิศเปิดทางเปิดโชคเปิดลาถเปิดเงินเปิดทองไหลมาเทมาเปิดอำนาจบารมี โดยมี อาจารย์ฤทธิชัยโอม เวทย์ เฮง ปัง ดัง รวย เป็นพราหมณ์โหราเจ้าพิธีและ (ผู้จัดพิธี) ในการบวงสรวงองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ ในบริเวณลานบุญ วัดจุฬามณี มีพิธีกรทั้งหล่อและสวย คุณศิริวรรณ สองนาค และ อ.กรณ์รักษ์ จิรัชภาบริรักษ์

ภายในพิธียังมีคณะโหราอาจารย์มาเกือบ 40 ชีวิต เช่น..อ.แม่ เฮงปังดังรวย ,อ.สุรศักดิ์ เวทไชยยันต์ตรี ,อ.เณรแอร์ จอมขมังเวทย์ ,อ.เอส มหานิยม ,อ.โอม มนต์ขลัง ,อ.ประสิทธิ์ ลิ้นทอง , อ.ชาญชัย อ่านจิตทายชีวิต ,อ.มโหภส ,อ.นัจฑินี พลสินพยัคฆ์ ,อ.ณัฐศมล สุวรรณประภา ,อ.อุบล มงคล ,อ.ธนดล (อ.ไก่) ,อ.ย่าเดือน เฮงปังดังรวย ,อ.เจ บ้านพยากรณ์ศรีราชา ,อ.ธนังกร สุมามาลย์ ,อ.ประสิทธิ์ กุรเวชเวชสุวรรณ ,อ.สมชาย นิลบลย์ ,อ.กนกอร แสงไกร ,อ.พรหมปกรณ์ ไวยจรี ,อ.วัชระพงษ์ ทิพย์สมบัติ ,อ.บุญยิ่ง ผมพันธ์ ,อ.สายชล สุมมาตย์(คุณฝนสักคิ้วเศรษฐี 159)

,อ.วรินทร บำรุงกิจ(อ.อุ๊ ฤกษ์มหาเศรษฐี) ,อ.พิไลวรรณ โรจนะ(อ.เชียร์ฤกษ์มหาเศรษฐี) ,อ.พรวรินทร์ พันธ์สมศรี ,อ.พงษ์สิทธิ์ ปู่เจ้าสมิงพราย ,อ.อิน บ้านยุพราพ ,อ.เบนซ์ จิตสัมผัสญาณ ,อ.กัญญาโหรานาคาพยากรณ์ ,อ.สุวัฒน์ ธวัชชัยวัตร ,อ.นิด จิตรอาสา ,อ.ปู่ฤาษีโยคีเทพรัญจวนมงคลเทวะ ,อ.ปู่ฤาษีพยัคฆ์เมฆาบรมครูแห่งสรรพวิชา ,อ.บรรจง ,อ.นุ่น ,อ.โช๊ค ลูกพ่อแก่ พร้อมด้วย คณะศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศมาเข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก

ภายในงานได้จัดให้มีการบวงสรวงองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ จากนั้นเป็นเป็นการรำถวาย องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณและมีการ แสดงคณะสิงห์โต-มังกรทอง ศิษย์หลวงปู่อ๋อยวัดไทร และโปรยดอกไม้ลงบนสิ่งของที่นำมาบวงสรวงไหว้องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ

จากนั้นเป็นการจุดธูปเสี่ยงเลข เพื่อขอเลขเด็ดองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุววณที่ทุกคนรอคอย ได้เลข ( ๓ ๙ ๑ ) เพื่อนำไปเสี่ยงดวงรับโชครับทรัพย์ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นี้ วาระที่ 2 จัดขึ้นที่ วัดเขาช่องลม ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เป็นวาระที่ 2 ที่ จ.ชลบุรี อย่าลืมไปมูเตลูกันเพื่อ ความเป็นสิริมงคลต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

นครราชสีมา – วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดพิธีเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

ในงานมี นายกิติทัศ เรืองดิษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหารองค์กร) การประปาส่วนภูมิภาค, นายภาษิต พันลำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 (ฝ่ายวิชาการ), นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาโชคชัย, นายอำเภอโชคชัย รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายกิติทัศ เรืองดิษฐ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยในปี 2567 กปภ. เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง ปี 2568 เพิ่มอีก 4 แห่ง และปี 2569 เปิดเพิ่ม 36 แห่ง รวมทั้งสิ้น 54 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับ Mini Station ใช้เทคโนโลยีกรองน้ำระบบ RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV สามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึง 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมียอดให้บริการน้ำดื่มสะอาดสะสมกว่า 1.6 ล้านลิตร หรือเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร กว่า 2.6 ล้านขวด

นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการน้ำดื่มสะอาดเป็นความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชน โดยเปิดให้บริการน้ำดื่มฟรี วันละ 20 ลิตรต่อคน โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ประชาชนสามารถมารับน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระบบผลิตน้ำมีกำลังการให้บริการประมาณ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถรองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ น้ำที่ให้บริการเป็นระบบกรองแบบอาร์โอ (RO) และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) มั่นใจได้ว่าสะอาดและปลอดภัย สามารถดื่มได้ทันที

ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำสะอาดฟรีอย่างทั่วถึง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้บริการได้ตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการน้ำดื่มสะอาดว่า ภายหลังได้ทดลองดื่มแล้วพบว่ามีรสชาติดี สะอาด และมีคุณภาพ โดยการประปาส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์คุณภาพเรียบร้อย และมีแผนขยายโครงการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องซื้อน้ำดื่มเป็นประจำ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การประปานครหลวงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ยืนยันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กปภ. ตั้งเป้าขยายสถานีผลิตน้ำดื่มสะอาดให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ฟื้นฟูพื้นที่รอบหลุมฝังกลบกว่า 159 ไร่ พัฒนาเป็นแหล่งน้ำสะอาด ควบคู่ลดคาร์บอน–คุมคุณภาพอากาศ

อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมฟื้นฟูพื้นที่รอบหลุมฝังกว่า 159 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสะอาดเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการเกษตรควบคู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และควบคุมฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศตามมาตรฐาน จังหวัดสมุทรปราการ — บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (“Eastern Energy Plus” “EEP”) เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ผ่านการนำเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมขั้นสูงมาใช้ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสถานที่ฝังกลบขยะกว่า 159 ไร่ จนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งน้ำสะอาดที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
นับตั้งแต่ปี 2562 ภายหลังการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการแต่งตั้งทีมผู้บริหารชุดใหม่ บริษัทได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบได้อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินกิจการ

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการติดตั้งระบบตรวจวัดกลิ่นอัจฉริยะ E-Nose (Electronic Nose) ซึ่งทำงานอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง และมีการขยายจุดตรวจวัดให้ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบทั้ง 4 ทิศทาง ตามทิศทางลมประจำฤดูกาลของจังหวัดสมุทรปราการ ระบบดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถติดตาม วิเคราะห์ และคาดการณ์ผลกระทบด้านกลิ่นได้อย่างแม่นยำ รวมถึงนำข้อมูลไปใช้ปรับกระบวนการดำเนินงานและแผนการทำงานในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนส่งผลให้ความเข้มข้นของกลิ่นลดลง จนอยู่ในระดับที่ดีกว่ามาตรฐาน

ควบคู่กันนี้บริษัท ได้ลงทุนในระบบบำบัดน้ำชะขยะด้วยเทคโนโลยี Ultra Filter Membrane และกระบวนการบำบัดทางชีวภาพ ส่งผลให้น้ำที่ผ่านการบำบัดมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่ปฏิบัติงานได้ โดยตะกอนจากกระบวนการบำบัดถูกนำไปแปรรูปเป็นวัสดุปรับปรุงดินเพื่อใช้ในการดูแลพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ของโครงการ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มุ่งลดของเสียและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในด้านการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ บริษัทดำเนินมาตรการควบคุมฝุ่น ควัน และกลิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการติดตามค่าฝุ่นละออง PM2.5 อย่างใกล้ชิดให้อยู่ภายในเกณฑ์มาตรฐานทางกฎหมาย พร้อมระบบตรวจวัดสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการดำเนินงาน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการแปรรูปขยะเป็นพลังงานของ อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ยังมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าได้มากกว่า 49,000 ตันต่อปี และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากระบบฝังกลบแบบวิศวกรรมได้มากกว่า 25% ต่อปี เมื่อเทียบกับการฝังกลบแบบทั่วไป สะท้อนถึงบทบาทของบริษัทในการสนับสนุนเป้าหมายด้านการลดการปล่อยคาร์บอนและการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนโดยรอบศูนย์บริหารจัดการขยะแพรกษาใหม่ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจยึดสัตว์มีชีวิต จำนวนกว่า 400 ตัว

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ตามที่ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนา

ระบบควบคุมทางศุลกากร สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดการลักลอบนำเข้า – ส่งออก ซากสัตว์ หรือการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างจริงจัง สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ดำเนินการ อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร บูรณาการความร่วมมือกับด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้โดยสารชาย สัญชาติเกาหลี ซึ่งเดินทางจากเมืองมอมบาซา สาธารณรัฐเคนยา

ผ่านกรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทยผลการตรวจค้นพบ สัตว์มีชีวิตจำพวก แมงมุมทารันทูล่า แมงป่อง ตะขาบ และจิ้งจกแคระ จำนวนกว่า 400 ตัว มูลค่า

เบื้องต้นประมาณ 75,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบกจับมือกลุ่มทุนปรัชญาฯ ลงพื้นที่บึงกาฬ ขับเคลื่อนหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดน มอบทุน 15 ทุน หนุนพัฒนาอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แทนจาก กองทัพบก ร่วมกับกลุ่มทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย–ลาว ควบคู่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่

ช่วงเช้า คณะได้ประชุมหารือ ณ ห้องประชุม ศปก.ตม.บึงกาฬ โดยมี พ.อ. วาริส ทรวงโพธิ์ หน.สนผ.ฝกร.ศปก.ทบ. เป็นประธานการประชุม มีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วม

รวมถึงผู้แทนหอการค้าจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว และสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ “People to People Connectivity” มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน เสริมความเข้มแข็งของชุมชนชายแดนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านห้วยเชื่อมเหนือ ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนการศึกษา จำนวน 15 ทุน เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนและครอบครัว

ในช่วงบ่าย คณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หลัก ตำบลโคกก่อง ติดตามการดำเนินงานตามแผนหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน โดยส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน ก่อนปิดภารกิจด้วยการเยี่ยมชมกิจการชุมชนในพื้นที่ตำบลชัยพร

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือบูรณาการของภาครัฐและเอกชน ในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย–ลาว ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเดียร์” พงษ์พันธ์ ว่าที่ สส.หน้าใหม่ป้ายแดง พรรคภูมิใจไทย เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ เปิดบ้านต้อนรับ แฟนคลับ ร่วมแสดงความยินดี

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังทราบผลการนับคะแนนเสร็จ อย่างไม่เป็นทางการ ได้ชัยชนะอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และอำเภอเมือง เฉพาะตำบลห้วยทราบ ด้วยคะแนนเสียง 33,839 คะแนน

นายพงษ์พันธ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกกำลังใจ และทุกรอยยิ้มจากพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันแรกของการลงพื้นที่หาเสียง จนถึงวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า ความไว้วางใจที่ได้รับถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์

“ผมไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่าคำว่าขอบคุณจากใจ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องช่วยกันทำ เพื่อให้บ้านของเรา เขต 3 ดีขึ้น ผมขอชวนพี่น้องประชาชนร่วมเดินทางครั้งใหม่ไปด้วยกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้เขต 3 ของเราดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังยืนยันความมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ และทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ” นายพงษ์พันธ์ กล่าว ขอบคุณผ่านในโลกโซเชียล

นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน หรือที่ชาวบ้านรู้จัก “นายกเดียร์” อดีต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก กว่า 13 ปี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 7 ว่าที่ สส.คนใหม่ป้ายแดง มีเพื่อนๆ แฟนคลับ เข้ามาแสดงความยินดีจำนวนมาก
/////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขับเคลื่อน ระบบอาหารปลอดภัย เชื่อมเกษตรกร–ตลาดสีเขียว–ผู้บริโภค ลงนาม MOU ภายใต้แนวคิด “บอกรักด้วยผักผลไม้”

จังหวัดเชียงราย โดยโครงการบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายดำเนินการโดยบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีเชียงราย (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยการสนับสนุนจาก สสส จัดกิจกรรม “บอกรักด้วยผักผลไม้”พร้อมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

ว่าด้วยการขับเคลื่อนร ะบบอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569้วลาประมาณ 09.0น.นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อนสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โครงการ ณ ตลาดสีเขียว ตลาดเกษตรกรเชียงราย (สามแยกดอยตอง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
การจัดงานในครั้งนี้

มีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตอาหารปลอดภัย ที่ได้มาตรฐาน GAP, PGS และเกษตรอินทรีย์ ผ่านกลางน้ำ คือ ตลาดสีเขียว ผู้ประกอบการร้านอาหาร และโรงแรม ที่ได้มาตรฐาน SAN, SAN Plus และ Q Restaurant ไปสู่ปลายน้ำ คือ ผู้บริโภค
เพื่อให้เกิดการผลิต

การจำหน่าย และการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ตลาดสีเขียวภายในงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็น กลไกกลางในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับและเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร

โครงการได้มีการนำ แพลตฟอร์ม “กิ๊ฟแอนด์กีฟ (Gift&Give)”มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ในรูปแบบสหกรณ์ดิจิทัลผ่านระบบคูปองหรือคะแนนสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาฐานข้อมูลและแผนที่ห่วงโซ่อาหารของจังหวัดเชียงรายเพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบอาหารอย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีพิธี ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)ซึ่งเป็นการแสด เจตนารมณ์ร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการทำงานแบบบูรณาการ
เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังห่วงโซ่อาหารที่ปลอดภัยตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การกระจายสินค้าไปจนถึงการบริโภค อันจะนำไปสู่การ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวเชียงราย

นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งหวังให้เกิด การกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับมิติสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย “Chiang Rai Wellness City”
ในการพัฒนาเชียงรายสู่เมืองแห่งสุขภาวะและการเติบโตอย่างยั่งยืน

บอกรักด้วยผักผลไม้อาหารปลอดภัยตลาดสีเขียเชียงรายChiangRaiWellnessCityเกษตรปลอดภัยเศรษฐกิจชุมชน GiftAndGive

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สร้างประวัติศาสตร์! วู้ดบอลชายคู่คว้าเหรียญเงิน “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ครั้งที่ 45

นักเรียนโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก สร้างผลงานระดับชาติ คว้าเหรียญเงิน รองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันกีฬาวู้ดบอล ประเภทนับจำนวนประตู ชายคู่ ในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ณ จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นเหรียญแรกของกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬในมหกรรมระดับประเทศ

การแข่งขันจัดขึ้น ณ สนามกีฬาโรงเรียนภัทรบพิตร โดยเขตการแข่งขันกีฬาที่ 4 ส่งตัวแทนจากจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ นายธนพนธ์ สมสนุก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก จับคู่กับ นายอธิวัตร ศรีโย จากจังหวัดขอนแก่น ลงสนามอย่างมุ่งมั่นและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

รอบชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างเข้มข้น สูสีทุกจังหวะ ก่อนพ่ายให้กับทีมจากเขตการแข่งขันกีฬาที่ 10 กรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน ท่ามกลางความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศได้อย่างสง่างาม และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ในการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางกีฬา

ทั้งนี้ มีนายจิรศักดิ์ แก้ววันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย นายธีรนันท์ วัฒนะการกุล และ นายศุภัคษร มูลมี เป็นผู้ฝึกสอน ร่วมผลักดันนักกีฬาจนประสบความสำเร็จบนเวทีระดับชาติอย่างภาคภูมิ.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! มุกดาหารเปิดศึกแข้ง “Connection Cup 2026”ิ เชื่อมสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ-เอกชน เสริมแกร่งเครือข่ายจังหวัด

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “Mukdahan Connection Cup 2026”

โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นผู้กล่าวรายงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่านักกีฬาและบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงาน

การแข่งขันในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการ “สร้างเครือข่ายความร่วมมือ” (Connection) เพื่อให้การประสานราชการและการทำงานร่วมกันในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 17 มีนาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจาก 12 หน่วยงาน ส่งทีมเข้าร่วมชิงชัยทั้งประเภทชายและหญิง อาทิ ทีมตำรวจมุกดาหาร, ทีมสา’สุข มุก, ทีมเทศบาลเมืองมุกดาหาร และทีมหอการค้ามุกดาหาร เป็นต้น

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเน้นย้ำในพิธีเปิดว่า “คำว่า Connection คือหัวใจหลักของการทำงานในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จของจังหวัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่เกิดจากการประสานสอดคล้องและเครือข่ายที่เข้มแข็ง”

พร้อมฝากให้นักกีฬาทุกคนแข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

MukdahanConnectionCup2026 #มุกดาหาร #ฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ #ออกกำลังกาย #สร้างเครือข่าย #SmileSoccer #กีฬาจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มอบสิ่งของพระราชทาน ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่พระประโทน เมืองนครปฐม

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

มอบให้แก่นางระเบียบ สุขดี และนายภาณพัช สุขดี ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ณ บ้านเลขที่ 67 และ 67/5 หมู่ที่ 3 ณ อาคารศูนย์ฝึกอาชีพ องค์การบริหารส่วนตำบลพระประโทน หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.45 น. สาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้บ้านเรือนที่พักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 2 หลัง อีกทั้งสูญเสียทรัพย์สิน อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม ร่วมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ให้แก่นางระเบียบ สุขดี และนายภาณพัช สุขดี พร้อมเงินช่วยเหลือ รายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

อีกทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบเงินสงเคราะผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน อีกรายละ 3,000 บาท โดยมีรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ฐ.(ท.)พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลพระประโทน ร่วมให้กำลังใจ พร้อมหารือแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป

สำหรับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนผู้ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนจากเหตุสาธารณภัยต่างๆ อย่างทันท่วงที ตลอดจนสงเคราะห์ด้านการศึกษาด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย และเด็กที่เรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยึดถือพระราชดำริมาปฏิบัติเป็นเวลา 61 ปี ดังพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิไว้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ทรงห่วงใยผู้ประสบสาธารณภัย และทรงรับสั่งให้นำการช่วยเหลือ ส่งกลับประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยอย่างรวดเร็วและทั้วถึง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมประกวด โครงการพัฒนายกระดับการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุม โรงเรียนสามพรานวิทยา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมประกวดผลงานจังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด

ตามโครงการพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ โรงเรียนสามพรานวิทยา และชมรม TO BE NUMBER ONE ในจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกผลงานชมรม

เพื่อคัดเลือกผลงานชมรม TO BE NUMBER ONE เข้าประกวดในระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569 อีกทั้งเพื่อพัฒนาทักษะ ความสามามารถ ในการนำเสนอผลงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตามเกณฑ์ตัวชี้วัด ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความภาคภูมิใจ

และมีความมั่นใจ มากยิ่งขึ้น โดยมีนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย คณะกรรมการและสมาชิก TO BE NUMBER ONE เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบุกปาร์ตี้ยา รวบ 15 มั่วสุมเสพเค–ยาอี กลางหมู่บ้านเมืองโคราช

คืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 จ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีไม่ประสงค์ออกนามว่า ในพื้นที่ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองนครราชสีมา มีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเปิดเพลงเสียงดังต่อเนื่อง จึงได้บูรณาการกำลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับเจ้าพนักงาน ปปส.ภาค 3 เข้าตรวจสอบ

จากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบกลุ่มชาย หญิง กำลังจัดปาร์ตี้และเสพสารเสพติดอยู่ภายในห้องสันทนาการเบื้องต้นผู้ที่อยู่ภายในยอมรับว่าได้เสพยาเคตามีนและยาอี เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นเพิ่มเติมพบยาเคตามีน ยาอี และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนหนึ่ง ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดมาตรวจปัสสาวะ พบสารเสพติดปะปนทั้งเคตามีน ยาอี และเมทแอมเฟตามีน รวม 15 คน แยกเป็นชาย 9 คน หญิง 6 คน

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ในข้อหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) โดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 246 กรณีช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งของที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ได้แก่ บุหรี่ไฟฟ้า

ต่อมาเวลา 22.00 น. ที่ห้องประชุมไทรทอง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าซักถามข้อมูลและติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตนเอง พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หลังสามารถจับกุมผู้ร่วมปาร์ตี้มั่วสุมยาเสพติดได้รวม 15 ราย.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าวจ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ค้าเซ็ง! เจอแบงก์ 100 ปลอมอาละวาดหนัก ว่อนตลาดมุกดาหาร แม่ค้าเฒ่าโชว์สูตรเด็ด “จุ่มน้ำสีละลาย” เตือนภัยร้านค้าอย่าชะล่าใจ

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความเดือดร้อนจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ จ.มุกดาหาร หลังพบธนบัตรปลอมฉบับละ 100 บาท ระบาดหนักในตลาดสดคำอาฮวน ต.คำอาฮวน อ.เมือง จนต้องออกมาเตือนภัยให้ระวังมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบลูกค้า

นางบุญ โสภาพัฒน์ อายุ 70 ปี แม่ค้าขายผัก ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนได้รับธนบัตรฉบับละ 100 บาทที่คาดว่าเป็นของปลอมมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าได้รับมาจากลูกค้ารายใดเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีคนมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก จนกระทั่งมานับเงินตรวจสอบภายหลังจึงพบความผิดปกติ เนื่องจากผิวสัมผัสและสีสันดูแปลกตาต่างจากธนบัตรฉบับอื่น

เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นชัดเจน นางบุญได้ทำการทดสอบต่อหน้าผู้สื่อข่าวโดยนำธนบัตรฉบับดังกล่าวไปแช่ในน้ำ ปรากฏว่าเพียงครู่เดียวสีแดงจากธนบัตรเริ่มละลายหลุดออกมาทำให้น้ำเปลี่ยนสี และตัวธนบัตรมีสภาพซีดจางลงทันที ซึ่งผิดจากธนบัตรจริงที่จะมีความคงทนต่อการเปียกน้ำ

นางบุญยังได้ฝากเตือนไปยังเพื่อนร่วมอาชีพว่า “ช่วงนี้ให้ตรวจเช็กเงินให้ดีก่อนรับ ทางที่ดีเตรียมน้ำใส่แก้ววางไว้หน้าร้านเลย ถ้าไม่แน่ใจให้เอามือจุ่มน้ำแล้วลูบที่แบงก์ดู ถ้ามีสีติดมือหรือสีละลายออกมา แสดงว่าเป็นของปลอมแน่นอน”ทั้งนี้ มิจฉาชีพจะเลือกสบโอกาสในช่วงที่แม่ค้ากำลังยุ่ง หรือช่วงโพล้เพล้ที่แสงสว่างไม่เพียงพอในการใช้ธนบัตรปลอมแลกเปลี่ยนสินค้า จึงขอให้ประชาชนสังเกตสัญลักษณ์และแถบฟอยล์สะท้อนแสงบนธนบัตรอย่างละเอียดก่อนรับเงินทุกครั้ง
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ปี 2569

จังหวัดน่านจัดประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569 เพื่อสืบสานประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัด

การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมี พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน การอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และการจัดกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

สำหรับงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 ณ วัดพระธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง พระอารามหลวง และพื้นที่ใกล้เคียง ภายในงานประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ อาทิ พิธีบวงสรวง พิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง สวดมนต์ตั้นฉบับเมืองน่าน พิธีเวียนเทียน และพิธีทำบุญตักบาตร

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างหลากหลาย อาทิ การประกวดประดิษฐ์ตุง 12 ราศี การประกวดโคม การประกวดบายศรี ต้นกุ่มต้นดอก การประกวดอาหารพื้นบ้านและศิลปหัตถกรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากทั้ง 15 อำเภอ การจัดพื้นที่สร้างสรรค์ “ขัวศิลปหัตถกรรมละอ่อนน่าน” และกาดมั้วคัวฮอมถนนคนเดิน

ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การแสดงแสง สี เสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์เมืองน่านอย่างงดงาม พร้อมขบวนแห่คัวตาน ขบวนเครื่องราชสักการะ พิธีถวายน้ำสรงพระราชทานแด่องค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง รวมถึง การแข่งขันเรือ 12 ฝีพาย ณ บริเวณหนองน้ำครก ตำบลม่วงตื๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

จังหวัดน่านจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีสำคัญ เพื่อร่วมสืบสานศรัทธา เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และสัมผัสเสน่ห์เมืองน่านอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงการจัดงาน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ฐกำภู พุ่มทิพย์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารจัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร/ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี

โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ภายในพิธีมีการอ่านสารของผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน และประกอบพิธีถวายราชสักการะ เพื่อรำลึกถึงภารกิจและบทบาทของกองอาสารักษาดินแดนในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และการช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น เวลา 09.30 น. ได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดนและผู้เข้าร่วมพิธีทุกนาย ต่อด้วยพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่กำลังพลอาสารักษาดินแดนที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น

นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้แก่บุตรของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 5 ทุน และมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จำนวน 72 ทุน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาแก่บุตรหลานของกำลังพล

โอกาสนี้ ประธานในพิธีได้กล่าวแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจแก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดนทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน และยึดมั่นในอุดมการณ์การรับใช้ประเทศชาติและประชาชน

พร้อมเน้นย้ำให้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยอย่างเข้มแข็ง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารต่อไป
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จ.นครปฐมลงพื้นที่ กรณีราษฎรกว่า 150 คน ยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ว่าฯให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กอ.รมน.ภาค 1 โดย กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รองผอ.รมน.จังหวัดนครปฐม(ท.)ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม กรณีมีราษฎรยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 69 มีราษฎร ต.สระพัฒนา จำนวนประมาณ 40 คน นำหนังสือคัดค้านให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
1.บริษัท เวฬา ก่อสร้าง จำกัด ประกอบกิจการ ทำผลิตภัณฑ์ แอสฟัลท์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย)

บริษัท ตือแมท จำกัด ประกอบกิจการฉีดขึ้นรูปพลาสติก
ซึ่งบริษัท เวฬา ก่อสร้าง จำกัด ประกอบกิจการ ทำผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ติกคอนกรีต/อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม ได้พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่ และบริษัท ตือแมท จำกัด ประกอบกิจการฉีดขึ้นรูปพลาสติก ปัจจุบันอยู่ระหว่างประกาศรับฟังความคิดเห็น โดยราษฎรมีความกังวลในด้านมลพิษจากการประกอบกิจการโรงงาน

ต่อมาเวลา 14.00 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ/ข้อเท็จจริง ให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน ในขณะตรวจสอบพื้นที่พบนายก ผู้ร้องและราษฎรจำนวนประมาณ 150 คน อยู่ในพื้นที่บริเวณก่อสร้างโรงงาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ จึงดำเนินการพูดคุย/ชี้แจงเบื้องต้น กับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้มีข้อสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ สรุปดังนี้

.สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม ให้ตรวจสอบการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ว่าได้ดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอนซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือไม่
2.อำเภอกำแพงแสน ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงการปฎิบัติตามขั้นตอนตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การจัดรับฟังความเห็นประชาชน

ในพื้นที่ก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม หากพบการดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่ระเบียบกฎหมายกำหนด ให้ประสานอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาในพื้นที่ตำบลสระพัฒนาเป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส และเป็นธรรม รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ รวมทั้งวิถีชีวิตของชุมชนในระยะยาว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

    วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิด

    “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 พื้นที่หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 4 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ” ของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี

    โดยมี พระครูประภัศร์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดโคกพระเจดีย์ พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอําเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำ

    ปีงบประมาณ 2569 และมีการร่วมลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงร่วมกันจากภาคีเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันตำบลโคกพระเจดีย์ ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้นำชุมชน จนท.สาธารณสุข อสม. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดนอแรด มูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท

    วันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2569) นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ตามนโยบายและข้อสั่งการของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า – ส่งออกซากสัตว์ และการค้าสัตว์ป่าอย่างจริงจัง สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

    โดยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ได้บูรณาการความร่วมมือกับด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการจับกุมผู้โดยสารชาย สัญชาติเวียดนาม ซึ่งเดินทางมาจากเมืองลูบูมบาชี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

    ผ่านประเทศไทย เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จากการตรวจค้นสัมภาระ พบของกลางเป็นนอแรด จำนวน 6 นอ น้ำหนักรวมประมาณ 11 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นซากสัตว์ป่าควบคุม ห้ามนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

    การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป สำนักงานศุลกากรยืนยันจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและซากสัตว์ อันเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐนิวส์ * สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯจ.นครปฐม ผู้บังคับการ กองอาสารักษาดินแดน จ.นครปฐม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2569

    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ร่วมกล่าวคำปฏิญาณตน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี ประจำปี 2569

    พร้อมมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยแก่บุตรของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ

    บริเวณกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดนครปฐม ในฐานะรองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน

    จังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2569 เพื่อระลึกถึงวีรกรรม และคุณงามความดีของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วย

    ความวิริยะ อุตสาหะ ลำบากตรากตรำ และบางครั้งได้เสียสละแม้กระทั่งชีวิต ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาโดยตลอด สำหรับกองอาสารักษาดินแดน ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497

    เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 เป็นต้นมา จนถึงวันนี้ รวม 72 ปี โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

    โอกาสนี้ นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และมอบทุนการศึกษามูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ มอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

    ในส่วนของกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ได้เริ่มมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ประจำการในจังหวัดนครปฐม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 รวมเป็นเวลา 51 ปี มีกำลังพลรวมทั้งสิ้น 108 นาย โดยภารกิจหน้าที่ของเหล่าสมาชิกอาสารักษาดินแดน ได้แก่

    ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งด้านปราบปราม การบำบัดรักษา และการป้องกันภัยยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน อีกทั้งด้านการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ ร่วมกับฝ่ายปกครอง และตำรวจ ออกตรวจสถานบริการ สถานบันเทิงและแหล่งมั่วสุมต่างๆ ตลอดจนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกำลัง

    สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนนโยบายที่สำคัญของรัฐ และหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการปฏิบัติงานด้านการข่าว

    ด้านมวลชน การเสริมสร้างหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็ง และการช่วยเหลือเหล่ากาชาดจังหวัดในด้านต่างๆ
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบช.ภ.3 เป็นประธานเปิดป้าย “สภ.คง” มอบโล่–ใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุน

    เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรคง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

    เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสถานีตำรวจภูธรคง ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อยและอบอุ่น

    ภายในงาน พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ อนันต์ดิลกฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคง พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ก่อนเข้าสู่พิธีการตามลำดับขั้นตอน อาทิ การกล่าวรายงาน

    การเปิดป้ายสถานี และพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีอุปการคุณและภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการจัดทำป้ายสถานีตำรวจ อาทิ คุณกุสุมาวดี อัดทวีคูณ”ประธานกรรมการ บริษัท อินฟินิตี้ดีไซน์ จำกัด และ ชมรมมิตรภาพ 44

    การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความพร้อมและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหน่วยงาน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่

    รวมทั้งเป็นการขอบคุณภาคเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของพื้นที่อีกด้วย.

    ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงปิดทององค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์จริง เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี

    พิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์องค์จริง เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี
    พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร (องค์จริง) เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว

    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. ที่พระวิหารพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานฝ่ายฆราวาส

    พร้อมด้วย พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร (องค์จริง)

    เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี โดยมี รองผู้ว่าชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ปิดทองตั้งแต่บัดนี้ จนถึงเดือนเมษายน 2570

    พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครปฐม และเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปมาช้านาน เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

    ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระยุพราชนั้น ในช่วงปี 2451 ได้เสด็จประพาสหัวเมืองภาคเหนือ ทรงพบพระพุทธรูปที่ประกอบด้วยพุทธลักษณะที่งดงาม เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยองค์หนึ่งที่เมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

    โดยองค์พระพุทธรูปนั้นชำรุดมากเหลือแต่พระเศียรกับพระหัตถ์ข้างหนึ่งและพระบาท จึงโปรดเกล้าให้อัญเชิญลงมากรุงเทพมหานคร ครั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ จึงโปรดเกล้าให้ทำการปั้นหุ่นขึ้นให้บริบูรณ์เต็มองค์พระพุทธรูป แล้วเททองหล่อทำพิธีสถาปนาพระพุทธรูป

    เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2456 ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร และในปี 2457 โปรดเกล้าให้อัญเชิญพระพุทธรูปมาไว้ที่องค์พระปฐมเจดีย์ พร้อมกับจัดการประกอบองค์ขึ้นประดิษฐานและตกแต่งแล้วเสร็จเป็นพระพุทธรูปประทับยืนเมื่อ

    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2458 ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารด้านทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2466 ได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอิน

    ทราทิตย์ธรรโมภาสมหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร” จึงได้กำหนดให้วันที่ 2 พฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นวันเกิดของพระร่วงโรจนฤทธิ์ นับตั้งแต่ปี 2458 เป็นต้นมา

    จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เชิดชูวีรบุรุษชายแดน! เปิดอนุสาวรีย์ ‘พลตรี ธวัชชัย บุสภา’ ผู้สละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ครอบครัวสุดตื้นตันสืบสานปณิธานทหารกล้า

    เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนบ้านโนนสังข์ศรี ต.บ้านซ่ง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร พลเอกบุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิดอนุสาวรีย์และหอเกียรติยศ พลตรี ธวัชชัย บุสภา (จ่าโต๋) วีรบุรุษผู้สละชีพในเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีครอบครัวและข้าราชการเข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ

    โดยมีนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร นายนราวิชญ์ มณีฤทธิ์ นายอำเภอคำชะอี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัวบุ นำโดย นายเฉลิมชัย บุสภา (บิดา) และ นางวิไล บุสภา (มารดา)

    นางสาวรจรินทร์ ภรรยาของจ่าโต๋ ซึ่งปัจจุบันได้รับบรรจุเข้ารับราชการทหารในยศ ส.อ.หญิง รจรินทร์ เพื่อสานต่อหน้าที่รับใช้ชาติทดแทนสามีที่ล่วงลับ และบุตรชายของจ่าโต๋ ร่วมอยู่ในบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจด้วย

    พลเอกบุญสิน พาดกลาง ได้กล่าวสดุดีวีรกรรมว่า “เกียรติยศไม่ได้เกิดจากการร้องขอ หากแต่เกิดจากการกระทำที่เสียสละเพื่อส่วนรวม” พร้อมย้ำว่าการป้องกันประเทศและราชบัลลังก์คือเจตนารมณ์สูงสุดของทหารไทยที่ต้องยืนหยัดด้วยชีวิตและจิตวิญญาณ อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนถึงคุณค่าของคำว่า “วีรบุรุษ” ของประชาชนอย่างแท้จริง และจะเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรักชาติสืบไป

    นายธราวิชญ์ มณีฤทธิ์ นายอำเภอคำชะอี กล่าวว่า การจัดสร้างอนุสาวรีย์นี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วยงบประมาณกว่า 250,000 บาท เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดี และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของทหารไทย

    เหตุการณ์ประวัติศาสตร์วีรกรรม “จ่าโต๋” ผู้กล้าแห่งสัตตะโสม เกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2554 ขณะนั้น จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจการณ์หน้า ณ จุดตรวจการณ์สัตตะโสม ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น จ.ศรีสะเกษ

    ในช่วงวิกฤตที่มีการระดมยิงอย่างหนัก จ่าโต๋ได้ตัดสินใจฝ่าอันตรายยอมเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อทำหน้าที่ตรวจการณ์และร้องขอการยิงสนับสนุนให้กองกำลังฝ่ายไทย จนสามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้สำเร็จ แต่ตนเองต้องเสียชีวิตในหน้าที่จากการถูกยิงด้วยอาวุธสนับสนุนจากฝ่ายตรงข้าม

    จากวีรกรรมความกล้าหาญ กองทัพบกจึงได้มีคำสั่งปูนบำเหน็จพิเศษ เลื่อนชั้นยศเป็น “พลตรี ธวัชชัย บุสภา” และได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสูงสุดแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลสืบไป
    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    พลตรีธวัชชัยบุสภา #วีรบุรุษทหารกล้า #จ่าโต๋ #ปกป้องแผ่นดินไทย #เหรียญกล้าหาญ #อำเภอคำชะอี #มุกดาหาร #ครอบครัวทหารกล้า #สดุดีวีรบุรุษไทย #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand

    สำนักข่าวCIAประเทศไทย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นับคะแนนไม่เป็นทางการ เขต 8 ชลบุรี โต้ง-เชาวลิตร ภท. เข้าวิน ส่วนเขต 9 พรรคส้มได้เหมือนเดิม

    ค่ำวันที่ 8 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยาการการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 ซึ่งพบว่าในครั้งนี้ประชาชนทั่วประเทศต่างทยอยออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนอย่างคึกคักเป็นอย่างม่ก เนื่องด้วยการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการกำหนดลงประชามติด้วยนั้น

    ข่าวรายงานว่า ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 8 และ 9 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองดังส่งตัวแทนชิงชัยการเลือกตั้งกันแทบทุกพรรคการเมือง เพื่อขอคะแนนเสียงเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร

    ทั้งนี้ ผลการรับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า เขตเลือกตั้งที่ 8 อันดับ 1 ได้แก่ นายเชาวลิตร แสงอุทัย จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเสียงรวม 37, 041 เสียง, อันดับ 2 น.ส.มนัสวิน จันทร์เจริญ พรรคประชาชน ได้ 32,489 เสียง และที่ 3 นายชาญยุทธ เฮงตระกูล พรรคเพื่อไทย ได้ 4,245 เสียง

    ในส่วนของเขตเลือกตั้งที่ 9 อันดับ 1 ได้แก่ นายยอดชาย พึ่งพร พรรคประชาชน ได้ 25,289 เสียง, อันดับ 2 นายแมน อินทร์พิทักษ์ พรรคภูมิใจไทย ได้ 23,019 เสียง และอันดับ 3 นายรัฐกิจ เฮงตระกูล พรรคเพื่อไทย ได้ 5,266 เสียง

    มีรายงานด้วยในการนับคะแนนเสียงในครั้งนี้ มีแฟนคลับและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมส่งแรงใจให้ทีมพรรคภูมิใจไทยชลบุรี พร้อทเตรียมดอกไม้และพวงมาลัยดอกดาวเรืองร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งสองคนด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง

    ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ขึ้นเวทีกล่าวให้กำลังใจและแสดงความยินดีกับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่สมหวังและผิดหวัง โดยบอกว่า ทุกคนทำเต็มที่แล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ ขอเป็นแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเลือกตั้งทที่ได้คะแนนสูงสุดอย่างไม่เป็นทาง ขอให้มีการขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวต่อไปจากนี้ด้วยเช่นกัน

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง