สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวนทุเรียนและมังคุด ชุมพร เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร แจ้งเตือนชาวสวนทุเรียนและมังคุด เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลง แม้ปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หน่วยงานได้วางแผนป้องกันและช่วยเหลือเกษตรกรไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร และอาสาสมัครฝนหลวง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีหากเกิดภัยแล้ง โดยที่ผ่านมา สวนทุเรียนและมังคุดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากที่สุด

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จังหวัดได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาทั้งการทำฝนหลวง การจัดหาแหล่งน้ำ แนะเกษตรกรการขุดเจาะบ่อบาดาล และการสร้างฝายชะลอน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรตรวจสอบระบบส่งน้ำและเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน คาดว่าภัยแล้งปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2566–2567 และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเผาในพื้นที่เกษตร เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ หากตรวจพบจะถูกงดการสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านการเกษตรจนถึงปี 2577 แนะนำให้ใช้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยการย่อยสลายหรือทำปุ๋ยอินทรีย์แทน

หากเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตร ประมง ปศุสัตว์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร ซึ่งพร้อมให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง
…………………………………………………..
/////เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ทำการปกครอง อ.ท่าหลวงจ.ลพบุรี ร่วมต้อนรับ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอคนใหม่

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. นางสาวประคอง สุระเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอท่าหลวงได้นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอท่าหลวง เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีแด่ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ที่ย้ายมาดำรงค์ตำแหน่งท่านใหม่เนื่องในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง “นายอำเภอท่าหลวง” จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้มี นายเจตน์พงษ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมด้วย นายณัฏฐพงษ์ อารยางค์กูร ประธานกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง นำคณะ (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และที่ปรึกษา กต.ตร. สภ.โคกสำรง ที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี และข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง ร่วมเดินทางส่งนายเภอท่าหลวง ท่านใหม่ และร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายอำเภอท่าหลวง

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เดินทางมาส่ง และมาต้อนรับในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี และยังกล่าวด้วยว่าจะตั้งใจทำงานทุ่มเทให้กับอำเภอท่าหลวง จะใช้ความรู้ความสามารถของตนเองที่มีอยู่รวมถึงประสบการณ์การ การทำงานได้มาพัฒนาเสริมสร้าง อำเภอท่าหลวง ให้ดียิ่งๆขึ้น

หากแม้ว่าหน่วยงานข้าราชการ ประชาชนอำเภอท่าหลวง มีความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ขอคำแนะนำปรึกษาได้ทันที โดยจะทำงานเชิงรุก และหวังว่าคงได้รับความร่วมมือจากข้าราชการทุกท่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดทั้งประชาชนอำเภอท่าหลวง ได้ให้ความร่วมมือในการทำงาน ในโอกาสข้างหน้านี้ให้สำเร็จสมความตั้งใจของพี่น้องอำเภอท่าหลวงต่อไป

โดยคำขวัญ อำเภอท่าหลวงนามกระเดื่อง แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกวังก้านเหลือง ลือเลื่องป่าจำปีสินธร นครโบราณซับจำปา
ข้อมูลทั่วไป 1.ประวัติความเป็นมา เมื่อหลายสิบปีก่อน บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้หนาทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอย่เป็นจำนวนมาก ผู้คนจากฝั่งตะวันตกของ

แม่น้ำป่าสักจะข้ามมาล่าสัตว์และตัดฟืนเป็นประจำ และโดยที่บริเวณป่าทึบเป็นเขตป่าสงวน ชาวบ้านจึงมักเรียกว่า “ป่าหลวง” หมายถึงเป็นป่าของหลวงที่สงวนไว้ ประกอบกับชาวบ้านที่ข้ามมาจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำป่าสักต้องอาศัยเรือแพข้ามมา บริเวณที่ชาวบ้านใช้เรือแพข้ามมาเป็นประจำจึงกลายเป็นท่าข้ามเรือของชาวบ้านไปในที่สุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านในปัจจุบัน จึงเรียกสถานที่นี้ว่า “ท่าหลวง”

ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2520 ได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอขึ้นที่บ้านท่าหลวง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหลวง และได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอท่าหลวงขึ้นเป็นอำเภอท่าหลวง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2532 2.เนื้อที่/พื้นที่ 375 ตร.กม. 3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนจัด ฤดูหนาวมีลมแรง ส่วนฤดูฝนจะมีพายุลมแรงอยู่เสมอ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,119 มม. ต่อปี หมายเลขโทรศัพท์ 036-497087
หมายเลขโทรสาร 036-497087

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ผนึกกำลังตรวจยึด จับกุม ขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) โดยกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักฯ มอบหมายให้ นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.3 (ลำปาง) 1, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.17 (แม่มอกตอนขุน), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.จังหวัดลำปาง,

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก, สภ.เถิน, เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ฯ อ.เถิน จ.ลำปางและเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ ร่วมตรวจยึด จับกุมขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย ดังนี้

1.ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 45 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.11 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 933,000 บาท พร้อมรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

  1. ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ลักลอบขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 49 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.22 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 966,000 บาท
    พร้อมยึดรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 ล้านบาท โดยการผนึกกำลัง การบูรณาการร่วมกันตรวจยึด จับกุมไม้มีค่าในครั้งนี้ เป็นการสกัดกั้นกระบวนการไม้ข้ามขาติ การแก้ไขปัญหาการทำลายป่าไม้และการค้าไม้ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

และเป็นการสนองนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลต่อไป..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิสังคมสุขใจ “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10” ชูแนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” 13 – 15 กพ.2569 ณ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เปิดเข้างานฟรี!!

วันที่ 18 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA ผู้แทนจากจังหวัดนครปฐม สสปน. ททท. กลุ่มเซ็นทรัล PTTGC และตัวแทนเกษตรกรอินทรีย์ แถลงข่าวเตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 | 10th Annual Sookjai Organic Fest” พร้อมเสวนาในหัวข้อ “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ภายใต้แนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก”

ซึ่งมูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน., การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท., กลุ่มเซ็นทรัล, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, Thai Koon , ปฐมออร์แกนิกลีฟวิ่ง, สวนสามพราน, สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก., หน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ เพื่อผลักดันการสร้างเครือข่ายสังคมอินทรีย์ให้เข้มแข็ง ครอบคลุมทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนการสร้างอาชีพและนวัตกรรมทางสังคม

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 นี้ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม เชิญชวนคนทั้งห่วงโซ่อินทรีย์หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมเครือข่ายได้มาพบกันอีกครั้ง วัตถุประสงค์การจัดงานมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบอาหารอินทรีย์เพื่อยกระดับเกษตรกรในประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การดูแลตัวเอง ใส่ใจผู้อื่น การดูแลสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวยั่งยืน และเศรษฐกิจฐานราก อย่างสมดุลและยั่งยืนด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ผู้ประกอบการ กลางน้ำ

ไปจนถึงผู้บริโภคและองค์กรภาคีปลายน้ำ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับบุคคล ชุมชน และสังคมโดยรวม สอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy Model และทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจภายในงาน อาทิโซนช้อปสินค้าอินทรีย์ของกินของใช้ จากเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการ งาน Art & Craft ทั่วประเทศกว่า 200 บูธนิทรรศการองค์ความรู้ ด้านเกษตรอินทรีย์, สิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ (Mental Health)กิจกรรม Zero Food Waste to Landfill ถ่ายทอดแนวคิดและการจัดการขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรมแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กับ ททท. และ TEATAกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

พบกับสินค้าและบริการยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน โดย สสปน. และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐมนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนครปฐม เป็นเมืองเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ครบครันทั้งข้าว ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง เป็นแหล่งวัตถุดิบแห่งใหญ่ ใกล้กรุงเทพฯ ยุทธศาสตร์ของจังหวัดการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเกษตร และอาหารปลอดภัยเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง และมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัยให้สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนาระบบการทำเกษตรสู่ระบบเกษตรอินทรีย์จะช่วยเกื้อกูลทั้งระบบอาหาร

ตัวอย่างเช่น ตลาดสุขใจ สวนสามพราน แหล่งจำหน่ายสินค้าและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ที่มีผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมาเลือกซื้อ เลือกรับประทาน หากสามารถขยายฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้นเชื่อมผู้ซื้อกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และโมเดิร์นเทรด ผู้บริโภคก็มีแหล่งสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น จะช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มขึ้นทางจังหวัด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมออกบูธวิชาการให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผู้ที่สนใจสามารถมาเรียนรู้ได้ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมส่งเสริมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชิญชวนผู้ซื้อในจังหวัดและประสานสำนักงานพาณิชย์ในจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจ

งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สามารถจอดรถได้ที่ โลตัส สาขาสามพราน มีบริการรถรับ-ส่งเข้างานฟรี ตลอดทั้ง 3 วัน ข้อมูลการเดินทางสอบถามได้ที่ โทร 034 322 588 หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook : งานสังคมสุขใจ สวนสามพราน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.นครปฐม ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำคณะผู้บริหาร สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด นักเรียนทุนพระราชทาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั้ง 7 อำเภอ ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 17 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นำนักเรียนทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.), ทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ

เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ตลอดจนนักศึกษาจากวิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ประชาชนจากทั้ง 7 อำเภอ กว่า 750 คน

ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวอันทรงคุณค่าของผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่น ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันหลวง

ที่ทรงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ มีการจัดแสดงผ้าไทยจากหลากหลายภูมิภาค เครื่องแต่งกายที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงสวมใส่ในโอกาสต่างๆ รวมถึงนิทรรศการเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้กระบวนการทอผ้าและศิลปะการออกแบบในรูปแบบ

ร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น เวิร์กช็อปการย้อมผ้าธรรมชาติ การสาธิตการทอผ้า และมุมจำหน่ายของที่ระลึกจากโครงการในพระราชดำริ ที่ผสมผสานความงดงามของผ้าไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย

โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาสัมผัสความงดงามของผลงานและเรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าไทยด้วยตนเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ค่ายสุริยพงษ์ จังหวัดน่าน พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าศาล อัยการ ตำรวจ ส่วนราชการพลเรือน ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ และสมาคมแม่บ้านทหารบก เข้าร่วมในพิธี เพื่อ

ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย ตลอดจนบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ และเหล่าบรรพบุรุษผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทย

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้กำลังพลตระหนักถึงภารกิจหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อให้แผ่นดินไทยดำรงอยู่เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไป

ภายในงานมีกำลังพลเข้าร่วมสวนสนามจำนวน 2 กองพัน พร้อมการแสดงก่อนพิธีจำนวน 2 ชุด ได้แก่ การแสดงจากหมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงวงโยธวาทิตจากโรงเรียนนาน้อย และกรมทหารพรานที่ 32

โดยมีข้าราชการ ทหาร ครอบครัวกำลังพล นักศึกษาวิชาทหาร และประชาชนจังหวัดน่าน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / HBD บก.นก เนชั่น ครบ 62 ปี มวลมิตรร่วมฉลองข่าวเด็ดออนไลน์ก้าวสู่ปีที่ 29

ค่ำวันที่ 18 ม.ค.69 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิด บก.นก กิตติคม ธีวรางกูล บรรณาธิการบริหารข่าวเด็ดออนไลน์ และผู้สื่อข่าวเนชั่นภาคตะวันออก อายุครบ 62 ปีบริบูรณ์ โดยได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมฉลองในโอกาสก้าวย่างสู่ปีที่ 29 “ข่าวเด็ดออนไลน์”ที่ร้านอาหารมุมอร่อย นาเกลือ พัทยา จ.ชลบุรี

โดยในพิธีได้รับเกียรติจากนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นประธานกล่าวอวยพรและแสดงความยินดี ท่ามกลางมวลมิตรแทบทุกสาขาอาชีพในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ทั้งภาคข้าราชการ ภาคเอกชน กลุ่มการเมือง และสื่อมวลชน อาทิ

นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ หรือ เสี่ยสม ผู้บริหารโครงการเอสพีกรุ๊ป พัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีต สส.ชลบุรี

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นายบันลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา คณอนา วงศ์สิงห์ ผู้บริหารโครงการ The Bay

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ว่าที่ร้อยตรี ชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ป๋าสัก สีชัง สุรศักดิ์ ทุมมานนท์ บก.นสพ.สยาม ป๋าทัศน์ สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวอาวุโสไทยรัฐ กลุ่มวิหค

สายฟ้า ป๋าเนี้ยว อนันต์ กิ่งสร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวช่อง 3 ภาคตะวันออก นาวบุณรดา เศรษฐา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมขาวอีสานพัทยา ดร.ดิโอ้ กูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” จัดเลี้ยงอาหารคนชรา มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส ฉลองวันเกิด 48 ปี

ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” ร่วมทำบุญใหญ่ จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบขนมและเงินแก่ผู้สูงอายุในมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 2 ปี การก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล”

นำโดย นายอัครนันท์ – นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบขนมปังปี๊บ และเงินให้คนชรา

ภายในมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ผู้ให้การสนับสนุนชมรมโฮป

สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร และฉลองครบรอบ 2 ปี ในการก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร นำโดย ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร

โดยมี นายธนิตพงษ์ – นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ นางกุลภัสสรณ์ เกษมสิริชูวงศ์ นายไพฑูรย์ เรืองวานิช รองประธานมูลนิธิร่วมกุศล สมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ สมาชิกชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา คณะสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ

ร่วมมอบกระเช้าอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล และวันครบรอบ 2 ปี ในการก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร โดยคนที่ไปร่วมงานต่างก็มีความสุข ทั้งผู้รับและผู้ให้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย ณ เจดีย์ชนะศึก อ.แม่สาย จ.เชียงราย

พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย

เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

วีรกษัตริย์นักรบผู้ทรงกอบกู้เอกราชและวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ชาติไทย วันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2569

พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ เจดีย์ชนะศึก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมี นายวรายุทธ ค่อมบุญ

นายอำเภอแม่สาย ทหาร ตำรวจ เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และหน่วยข้าราชการ ในพื้นที่แม่สาย

เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และร่วมกันสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของกองทัพขอบคุณภาพ ทต.เวียงพางคำ
ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เมืองงาช้างดำ เปิดการแข่งขัน “กีฬาสหกรณ์สัมพันธ์ครั้งที่ ๑๙”วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน

นายทศพล ตาคำ ประธานสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดน่าน กล่าวรายงานต่อนางวิไลวรรณ บุดาสาประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน “กีฬาสหกรณ์สัมพันธ์ครั้งที่ ๑๙”ซึ่งการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ของขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดน่านมีวัตถุประสงค์ดังนี้

๑. เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดน่าน ทั้งภาคการมกษตร บอกภาคการเกษตร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง๒. เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรของขบวนการสหกรณ์ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีพลานามัยสมบูรณ์

๓. เพื่อร่วมรณรงค์การกีฬาต่อต้านยาเสพติดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและคืนความสุขให้แก่บุคลากรของขบวนการสหกรณ์ในจันจังหวัดน่านนการแข่งขันกีฬาครั้งนี้มีขบวนการสหกรณ์เข้าร่วมแข่งขัน จำนวน ๒๔ สหกรณ์ส่วนราชการจำนวน ๒ หน่วยงาน ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน ๖๙๘ ราย แบ่งทีมการแข่งขันเป็น ๒ ทีม ดังนี้
ทีมสิงห์เหนือ ประกอบด้วย

๑. สหกรณ์การเกษตรทุ่งช้าง จำกัด๒. สหกรณ์การเกษตรเชียง จำกัด๓. สหกรณ์การเกษตรปัว จำกัด๔. สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด๕. สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด๖. สหกรณ์การเกษตรสองแคว จำกัด๗. สหกรณ์การเกษตรยอดดอย จำกัดCS munuthu CamScame

๘. สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.น่าน จำกัด๙. สหกรณ์ออมทรัพย์สุริยพงษ์ จำกัด๑๐. สหกรณ์ออมทรัพย์กองพันทหารม้าที่ ๑๐ จำกัด๑๑. สหกรณ์ออมทรัพย์กองพันทหารม้าที่ ๑๕ จำกัด๑๒. สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจน่าน จำกัด๑๓. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด๑๔. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์น่าน ทีมเสือใต้ ประกอบด้วย

๑. สหกรณ์การเกษตรนาหมื่น จำกัด๒. สหกรณ์การเกษตรนาน้อย จำกัด๓. สหกรณ์การเกษตรเวียงสา จำกัด๔. สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด๕. สหกรณ์การเกษตรสันติสุข จำกัด๖. สหกรณ์การเกษตรแม่จริม จำกัด๗. สหกรณ์การเกษตรบ้านหลวง จำกัด
๘. สหกรณ์ออมทรัพย์เจ้าหน้าที่สหกรณ์น่าน จำกัด๙. สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน จำกัด

๑๐. สหกรณ์ออมทรัพย์กำนันผู้ใหญ่บ้านและสมาชิก อส.บ้านหลวง จำกัด๑๑. สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลน่าน จำกัด๑๒. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดน่านในการจัดการแข่งขันกีฬาสำพันธ์สหกรณ์สัมพันธ์ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดน่าน/หนุ่มน่านเจ้าสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้ำตาซึม ชมรมโฮปฯ นิมนต์พระทำบุญวันเกิดให้ผู้ป่วยติดเตียง สุดช็อกพบแผลกดทับเน่ารีบนำส่งโรงพยาบาล

สะเทือนใจทีมช่วยเหลือ ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา เข้าเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง นำสิ่งของจำเป็นและสังฆทานมาให้กำลังใจ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด แต่กลับพบแผลกดทับลุกลาม เน่า และมีหนอง ก่อนเร่งประสานกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 มกราคม 2568 นางสาวปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมด้วย นายนายวสุ เผ่าตำรวจ รองประธานชมรมโฮปฯ และทีมงาน เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในโครงการของชมรม ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม มาม่า และ ปลากระป๋อง

พร้อมกันนี้ ได้นิมนต์พระสงฆ์ มารับสังฆทาน และผ้าไตรจีวร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของผู้ป่วยซึ่งพักอาศัยอยู่คนเดียว และเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถออกไปไหนได้ และทางชมรมโฮปฯ ได้ช่วยทำความสะอาดห้องและเช็ดตัวให้กับผู้ป่วยซึ่งก็พบว่ามีแผลกดทับมีหนองและเริ่มเน่า จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป

นางสาวปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมผู้ป่วยที่ดูแลอยู่ในโครงการ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่คนเดียว และมีแผลกดทับ ซึ่งตอนนี้เป็นเยอะมาก เป็นเกือบทั้งหลังเลย เริ่มมีกลิ่นและมีหนอง ซึ่งเมื่อวานได้มาดูเห็นว่ามีหนอนขึ้นจำนวนมาก หลังจากที่เมื่อวานทำแผลไปวันนี้มาดูหนองออกมาเยอะมาก วันนี้จึงจำเป็นต้องนำส่งโรงพยาบาลให้ดูแลแผลต่อ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“เพื่อไทย” ระเบิดศึกมุกดาหาร! กางโรดแมปถอนรากความจน “จุลพันธ์-สุทิน-มนพร” ผนึกกำลังอุ้ม “นนทภูมิ” เบอร์ 3 ประกาศกร้าวทวงคืนแชมป์เขต 1 ยกจังหวัด

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองมุกดาหาร (หนองนาบึง) พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่สะเทือนเมืองภายใต้หัวข้อ “มุกดาหารทำได้” ขนทัพแกนนำระดับรัฐมนตรีบุกพื้นที่เพื่อประกาศสงครามกับความยากจน และช่วยหาเสียงให้แก่ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร เบอร์ 3 ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากมวลชนที่มาร่วมฟังปราศรัยอย่างล้นหลาม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดฉากปราศรัยด้วยการชูนวัตกรรมนโยบายที่ทำเอาเกษตรกรทั้งจังหวัดต้องหูผึ่ง ด้วยระบบ “ประกันกำไรสินค้าเกษตรที่ 30%” โดยยืนยันว่าพรรคจะดูแลให้เกษตรกรมีกำไรเหลือติดกระเป๋าแน่นอนแม้ต้นทุนการผลิตจะพุ่งสูงเพียงใด

นอกจากนี้ยังตอกย้ำความตั้งใจด้วยนโยบาย “คนไทยไร้จน” หากครอบครัวใดมีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน รัฐจะโอนเงินอุดหนุนส่วนต่างให้ถึงเกณฑ์ทันที พร้อมแนะนำ นายเชน ยศชะนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 นักวิชาการสายเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนอนาคตชาติ

นายสุทิน คลังแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีด้วยภาษาท้องถิ่นสุดกินใจ อาสาเป็นแม่ทัพพาพี่น้องชาวมุกดาหารและดอนตาลหลุดพ้นจากวงจรหนี้สิน นายสุทินระบุว่า ภารกิจของเพื่อไทยคือการทำให้ประชาชน “เบิดหนี้เบิดสิน กินอิ่ม นอนอุ่น”“พรรคอื่นเขาบอกมีเราไม่มีเทา แต่เพื่อไทยยืนยัน มีเราไม่มีหนี้ อันไหนถูกใจกว่ากัน!” นายสุทินกล่าวทิ้งท้ายกลางเสียงปรบมือถูกใจของมวลชน

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศชัดบนเวทีถึงความพร้อมในการ “ทวงคืนที่นั่ง สส. มุกดาหารทั้ง 2 เขต” กลับมาเป็นของเพื่อไทยอีกครั้ง โดยเน้นย้ำถึงนโยบายกินดีอยู่ดีที่จะเปลี่ยนชีวิตคนมุกดาหารให้ดีกว่าเดิม พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนทีมงานคุณภาพเพื่อพิสูจน์ว่าเพื่อไทยทำได้จริง

นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์คนรุ่นใหม่ที่ผ่านการทำงานในสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายนนทภูมิประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ยาเสพติด และโครงการยักษ์ “ถนนนาคาวิถี” เส้นทางเศรษฐกิจเลียบน้ำโขงเชื่อมมุกดาหาร-นครพนม เพื่อดึงเม็ดเงินเข้ากระเป๋าพี่น้องในพื้นที่

พรรคเพื่อไทย #มุกดาหารทำได้ #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #สุทินคลังแสง #นนทภูมิเบอร์3 #ประกันกำไรเกษตรกร #คนไทยไร้จน #ถนนนาคาวิถี #แลนด์สไลด์มุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ บึงกาฬ เป็นประธานปล่อยคาราวานท่องเที่ยว “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว Bueng Kan One Day Trip” ครั้งที่ 1

จังหวัดบึงกาฬเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “8 ดี” อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ดีที่ 1 ท่องเที่ยวดี เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่หน้าลานพระบรมอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว Bueng Kan One Day Trip” ครั้งที่ 1

โดยมี สุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานปล่อยคาราวานนักท่องเที่ยว พร้อมด้วย นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และนักท่องเที่ยว ร่วมขบวนคาราวาน พร้อมเพรียงกัน

กิจกรรมดังกล่าวพานักท่องเที่ยวเดินทางสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอบึงโขงหลง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา (ถ้ำนาคา) และ ตำหนักปู่อือลือนาคราช

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวศักยภาพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

จังหวัดบึงกาฬมุ่งผลักดันพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพของลุ่มน้ำโขง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “มาจังหวัดบึงกาฬ พบพานแต่เรื่องดี” ตลอดทั้งปี
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกษาใน จ.นครปฐม จัดงานเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนครปฐม จัดงานเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เทิดพระเกียรติสมเด็จ

พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ร่วมพิธีเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนครปฐม จัด

ขึ้นเพื่อประกอบพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน รวมถึงส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี

หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน ในครั้ง นี้ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และ นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภรรยา, นายวีรวิชญ์ สะสมทรัพย์ และนายฐิรวิชญ์

สะสมทรัพย์ บุตรชาย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ.2569 และพร้อมด้วย ผู้บริหารทางการศึกษา ครู อาจารย์ และคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาเข้าร่วมพิธี จำนวนมาก

วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า”คุรุสภา”

มีสถานะเป็นนิติบุคคลและให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู ในขณะเดียวกันก็ทำให้ความเห็นในเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการจัดสวสัดิการให้แก่ครูและครอบครัว

ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู ในปี พ.ศ. 2499 ที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย

“วันครู” ควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณ ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ยศชนัน” ลั่นขอเหมา ส.ส.สมุทรปราการยกจังหวัด ชี้นโยบายเพื่อไทยตอบโจทย์ ปชช.พร้อมกลับมาเลือกเบอร์ 9

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดสำโรง ประกาศเป้าหมายขอคว้า ส.ส.สมุทรปราการทั้ง 8 เขต เผยกระแสตอบรับดี ชาวบ้านชื่นชอบนโยบาย เชื่อหากนโยบายตอบโจทย์ ประชาชนพร้อมเทคะแนนให้เพื่อไทยอีกครั้ง
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 16 มกราคม 2569

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย / นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขต.3 จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทีมงาน ได้ลงหาเสียงบริเวณ ตลาดสำโรง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะข้ามสะพานลอยมาไหว้ศาลพระพรหม ที่บริเวณหน้าห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะได้ ส.ส.สมุทรปราการยกจังหวัด ว่า รอบนี้ขอเหมา 8 เขต เราลงพื้นที่มาโดยตลอด ก็เป็นคนที่รู้ปัญหาจริง วันนี้เรามองเห็นปัญหา 2-3 ประเด็นทั้งเรื่องเกี่ยวกับน้ำทะเลหนุน การท่องเที่ยวต่างๆ และการค้าขาย ราคาสินค้า ซึ่งพร้อมที่จะมาสานต่อทันที นอกจากนี้ จ.สมุทรปราการ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับรถไฟฟ้าและฟีดเดอร์ ซึ่งเป็นไปในแนวทางที่ประชาชนรออยู่

เมื่อถามว่า 8 เขต ยากหรือไม่เพราะขณะนี้เป็นสีส้มทั้งจังหวัด นายยศชนัน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ขณะนี้ทุกคนชื่นชอบในนโยบายของผู้สมัคร หลายคนบอกว่าผู้สมัครของเราไม่เคยทิ้งพื้นที่ และทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประชาชนเปิดรับที่จะให้โอกาส
ต่อข้อถามว่า มองว่าตนเองมีผลต่อความนิยมหรือไม่ เพราะจากการลงพื้นที่ก็มีประชาชนเรียกนายกรัฐมนตรีไปแล้ว นายยศชนัน กล่าวว่า ต้องน้อมรับและถือเป็นกำลังใจ ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์กับการพิสูจน์ตัวเองให้มากขึ้นด้วย

ฉะนั้น ในส่วนนี้เราพยายามที่จะพูดคุยกับสส.ว่าความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดของพรรคการเมืองคือเรื่องนโยบาย การที่เราส่งมอบนโยบายหรืออธิบายออกไปให้กับพี่น้องประชาชน ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อถามถึง กรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.ตาก ของพรรคประชาชนถอนตัว มองว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสที่จะได้ ส.ส.มากขึ้นหรือไม่

นายยศชนัน กล่าวว่า มีโอกาสเพิ่มขึ้นมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือวันนี้เราต้องเดินหน้าและพูดคุยกัน ซึ่ง จ.ตาก เรามีหลายนโยบาย ในความเป็นจริงแล้วเรามีความจำเป็นต้องดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนมีนโยบายที่เข้าถึงและต้องสื่อสารให้ชัดเจน ส่วนกรณีของผู้สมัครแต่ละพรรคก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการและเป็นไปตามกฎหมาย

ถามย้ำว่า มองว่าคะแนนที่จะให้พรรคประชาชนจะถูกเทมาให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่ หรือจะกระจายไปพรรคอื่นๆ นายยศชนัน กล่าวว่า มีความหวังสูง วันนี้หากแนวนโยบายของเราตอบโจทย์ประชาชน เขาก็พร้อมที่จะกลับมาเลือกพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามถึง กรณีที่มีรายงานว่าในรายชื่อ 10 ผู้สมัคร สส.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเปิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา 1 ในนั้นมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย

ในส่วนนี้มีความกังวลหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่กังวล สำคัญที่สุดคือต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย เพราะหน้าที่ของพรรคการเมืองเราวันนี้คือการมุ่งหน้าเพื่อที่จะนำนโยบายและรับฟังเสียงประชาชน นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องดำเนินการขนานกันไป ถามย้ำว่า มั่นใจในกระบวนการตรวจสอบก่อนที่จะส่งลงสมัครแล้วใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า พวกเราตรวจสอบมาเป็นอย่างดี


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าโคราช นำพสกนิกรวางพุ่มดอกไม้ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 พร้อมนำประชาชนจิตอาสาปฏิบัติงานทางด้านจิตอาสา

​เมื่อวันที่(17 มค.69) เวลา 08.30 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย และทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งในด้านการปกครอง การเศรษฐกิจ และศาสนา อันเป็นรากฐานสำคัญของชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน

​ในโอกาสนี้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาเป็นเงินจำนวน 83,000 บาท ให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 11 นครราชสีมาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

​นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การส่งเสริมการศึกษาคือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องการความดูแลและโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อให้เขาสามารถเติบโตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นายอนุพงศ์ กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามมาตรการ ” Quick Big Win ” จับกุมผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด

วันที่ 16 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ

เข้าปิดล้อมตรวจค้นปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และตามข้อสั่งการของจังหวัดขอนแก่น ตามคำร้องเรียนผ่านสายด่วนยาเสพติด warroom อำเภอชุมแพ

ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นตามตามบัญชีเป้าหมายในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่มจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 2 ราย นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดจำนวน 8 ราย

1)นายอาทิตย์ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ชาวตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้าจำนวน 259 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อุปกรณ์เสพยาบ้า และผลตรวจปัสสาวะจำนวน 1 ชุด ข้อกล่าวหาฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดต่อกฎหมาย”

2) นายเซเว่น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ของกลางยาบ้าจำนวน 51 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด ข้อหาฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย”

3)ได้ควบคุมตัวผู้เสพยาบ้า ในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่ม (รายใหม่) รวมจำนวน 8 ราย ซึ่งยินยอมและสมัครใจเข้าสู่ขบวนการบำบัด ที่โรงพยาบาลชุมแพ และได้ส่งตัวไปที่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมอำเภอชุมแพ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง มาทำบันทึกจับกุมแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกไฟไหม้ ท่อยางระบายน้ำ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

ระทึกไฟไหม้ท่อยางระบายน้ำตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ไฟลุกไหม้ใต้ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย เพลิงลามติดท่อยางระบายน้ำสูงกว่า 50 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงนับสิบคัน ใช้เวลาควบคุมสถานการณ์กว่า 1 ชั่วโมง ก่อนยืนยันไม่กระทบโครงสร้างสะพาน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณเสาตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และใกล้เคียง รวมกว่า 10 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้จากบริเวณฐานตอม่อสะพาน ก่อนจะลุกลามขึ้นไปติดท่อยางพีอี (PE) สำหรับระบายน้ำของโครงสร้างสะพาน ทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้เป็นแนวยาวในระดับเดียวกับเสาตอม่อ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำจากด้านล่าง แต่ไม่สามารถส่งน้ำขึ้นไปถึงจุดเพลิงไหม้บริเวณใต้คานสะพาน ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตร จึงต้องประสานรถดับเพลิงชนิดกระเช้าเข้าช่วยเหลือ

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรบนสะพาน 1 ช่องทาง เพื่อให้สามารถฉีดน้ำจากด้านบนลงไปยังจุดเกิดเหตุได้ ต่อมารถดับเพลิงแบบกระเช้าเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้กางขากระเช้าและยกกระเช้าพานักดับเพลิงขึ้นฉีดน้ำควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าท่อยางพีอีสำหรับระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร ได้รับความเสียหายตลอดแนวความสูงกว่า 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของสะพานแต่อย่างใด

ต่อมา นายเรวัฒน์น์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าสะพานยังใช้งานได้ปกติไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างแต่อย่างใด จึงเปิดให้รถสัญจรผ่านทางกันตามปกติ และในวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. นาย เรวัฒน์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสากรรม จะนำทีมวิศวกรสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุในการเกิดเหตุในครั้งนี้ สันนิฐานว่า เปลวไฟน่าจะลุกไหม้จากกองขยะที่อยู่ตรงฐานของเสาตอม่อ และเกิดลุกลามขึ้นไป เพราะระบบท่อระบายน้ำไม่มีกระแสไฟในระบบ

จากการสอบถาม นางสาวพิมพา เจ๊งใจบุญ อายุ 61 ปี สท.เมืองปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ไฟลุกตรงโคนเสา ไม่เยอะนิดเดียวและเราก็วิ่งออกไปดู เห็นเป็นมุมกว้างนิดนึง แล้วก็วิ่งเข้าไปบนเสาตรงท่อ ขึ้นไปเลย คราวนี้ก็ขึ้นไป เรื่อยๆ ขึ้นไวมาก แล้วเราแจ้ง ทางเทศบาลให้ นำรถมา มีหลายสาเหตุ มีหญ้าแห้ง และประตูเปิดไว้ ถ้ามีคนเข้าไปอาจจะมีขี้บุหรี่ อาจจะลุกขึ้นมา หรือเด็กเล่นกัน อยู่ๆไม่น่าจะลุกขึ้นมาได้ ตรงโคนเสาจะมีประตูคนก็เข้าไปได้เล็กๆเข้าไปได้ ไม่เห็นใครนะตอนเกิดเพลิงไหม้ น่าจะไหม้หญ้า

ขณะที่ นาย เรวัตน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดวงแหวนอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น ซึ่งพบว่าเกิดประกายไฟจากกองขยะที่อยู่ฐานของเสาตอม่อ ซึ่งสาเหตุที่แน่ชัดจะต้องรอตรวจสอบ ส่วนความปลอดภัยของตัวโครงสร้างนั้นจากการประเมินด้วยสายตาพบว่าไม่ได้รับผลกระทบถึงตัวโครงสร้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะต้องประสานผู้เชี่ยวชาญของโครงสร้างสะพานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้

ด้าน นายเรวัฒน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบทวงแหวนอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ทางเราได้รับรายงาน เกิดเหตุ เพลิงไหม้บริเวณใต้สะพาน ซึ่ง เป็นบริเวณตอม่อ อยู่ฝั่งปู่เจ้าสมิง พราย ภายหลังจากที่ได้รับรายงาน ได้ประสานกับท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลเมืองปู่เจ้า เทศบาลลัดหลวง อบต.บางโปรง และ เทศบาลด่านสำโรง เข้ามาช่วยเหลือกันในวันนี้ ลักษณะเหตุที่เกิดมีประกายไฟ ไหม้บริเวณซึ่งเป็นตัวท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นที่รับ น้ำจากบนสะพานภูมิพลลงมาข้าง ล่าง สันนิษฐานอาจจะเกิดประกายไฟขึ้นข้างล่าง ไหม้ขึ้นไปด้านบนจนถึงท้องใต้สะพาน

ซึ่ง ในการระงับเหตุ เกิดขึ้นประมาณ 19.00 น. ระงับเหตุได้ประมาณ 20.40 น. ในเบื้องต้นจากการร่วม มือของท้องถิ่น เป็นหน่วยหลักที่ มาช่วยในงานนี้ ก็ทำให้เพลิงสงบโดยเร็ว จากการประเมินผล ตัว สะพานในเบื้องต้น ก็ขอยืนยันกับ ทุกท่านว่ามีความปลอดภัย ยังสามารถใช้สะพานได้อย่างปกติซึ่งภายหลังจากนี้ในวันพรุ่งนี้ สำหรับกรมทางหลวงชนบท ซึ่ง เป็นหน่วยงานที่ดูแลสะพาน ก็จะ นำทีมตรวจสอบ ซึ่งมีความเชี่ยว ชาญเฉพาะ เข้ามาตรวจสอบ แล้ว หาคำตอบอีกที แล้วดูแลรักษาและแก้ไข ป้องกันในอนาคตถัดไป ท่อ พีอี ขนาด เท่า ไหร่

ขนาด ก็ ประมาณศูนย์กลาง 30 เซน ส่วนความสูงที่ไหม้อยู่ที่ประมาณ 50 เซน ยืนยันไม่มีผล กระทบต่อโครงสร้างสะพานแต่ อย่างใด ดูข้อมูลในเบื้องต้นบริเวณดังกล่าวไม่มีส่วนของไฟฟ้าอยู่บริเวณนี้ เพราะฉะนั้นใน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น คงมีคล้าย ๆ ไฟ แต่ว่าส่วนของจะเกิดจาก เหตุการณ์ใด อันนี้ต้องอยู่ในการ สอบ ส่วนค่าเสียหายอาจจะ ประเมินไม่ได้ตอนนี้ ถ้าเสียหาย หลักก็จะเป็นในส่วนของทรัพย์ สิน ซึ่งเป็นตัวท่อ แต่ส่วนของตัว โครงสร้างสะพาน ต้องรอส่วน ของเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ มาดูอีกทีนึง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยตลาดบางปูแลนด์ “ยศชนัน” นำทีมชูนโยบายแก้หนี้ อ้อนขอแลนด์สไลด์ปักธงยกจังหวัด 8 เขตเมื่อช่วงเย็น

วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่สนามตลาดบางปูแลนด์ ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยระดมขุนพลลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พบปะพี่น้องประชาชน เปิดเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 8 เขต ได้แก่ เขต 1 นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เบอร์ 3 /

เขต 2 ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร เบอร์ 8 / เขต 3 นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เบอร์ 3 / เขต 4 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ เบอร์ 7 / เขต 5 นายปิยะพงษ์ เหมมะ เบอร์ 9 / เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์ เบอร์ 8 / เขต 7 นายประชา ประสบดี เบอร์ 7 / เขต 8 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ เบอร์ 7

การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ นำทีมโดยแกนนำคนสำคัญ ได้แก่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังมีนายสุนทร ปานแสงทอง นายกอบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมสังเกตการณ์ฟังการปราศรัยบนเวทีจากผู้สมัคร สส. ทั้ง 8 เขต และแกนนำพรรคเพื่อไทย

โดยในช่วงเวลา 17.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึงผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ทั้ง 8 เขต ได้เปิดเวทีปราศรัยที่หน้าตลาดบางปูแลนด์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่เดินทาง

มาร่วมฟังการปราศรัยนับหมื่นคน ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกใจมวลชนขอเลือกคนสมุทรปราการปากน้ำคือบ้านของเรา พร้อมส่งเสียงความคิดถึงไปยัง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกเสียงเฮสนั่นจากกลุ่มมวลชน

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยชูนโยบายแก้หนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทำให้สมุทรปราการบ้านของเราเป็นเมืองที่น่าอยู่ พร้อมอ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ทั้ง 8 เขต

และพร้อมที่จะเข้าไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศต่อไป ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรอบเวทีปราศรัยเต็มไปด้วยความอบอุ่น ประชาชนเนืองแน่นต่างนำป้ายเชียร์หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย และป้ายเชียร์ผู้สมัคร ส.ส.เขต ทั้ง 8 เขต พรรคเพื่อไทย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -บช.ปส.รวบ 2 นักบินมุกดาหาร ยึดของกลางยาบ้ากว่า 2.8 แสนเม็ด กลางลานจอดรถโลตัส

เมื่อเวลาประมาณ 20.40 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (กก.3 บก.ปส.3) นำโดย พ.ต.อ.วสุภัทร คำมี ผู้กำกับการ 3 บก.ปส.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ ชื่นวงศ์ รองผู้กำกับการ และ ว่าที่ พ.ต.ต.เอกมล จันทบุรี สารวัตร กก.3 บก.ปส.3 หัวหน้าหน่วย นปส.พิษณุโลก ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก

ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายจักรพันธุ์ พงษ์วรรณา อายุ 35 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และนายเฉลิมชัย บัวผัน อายุ 39 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 141 มัด รวมประมาณ 282,000 เม็ด รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน”

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปส.3 ทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จึงวางแผนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัสมุกดาหาร ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร ขณะเดียวกันสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และตรวจยึดยาเสพติดของกลางได้บริเวณหลักกิโลเมตรป้ายทางไปบ้านหนองสระพัง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อยหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #บชปส #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ยาเสพติด #282000เม็ด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

Bangkok, Friday, 9 January 2026

Saudi‑Thai Business Council and Thai SME Federation Sign Strategic MoU to Strengthen Bilateral Trade and Investment Cooperation

Today, the Saudi‑Thai Business Council, a key platform under the Federation of Saudi Chambers of Commerce, and the Thai SME Federation signed a landmark Memorandum of Understanding (MoU) in Bangkok, Kingdom of Thailand. This strategic cooperation marks a new chapter in economic collaboration between the Kingdom of Saudi Arabia and the Kingdom of Thailand, highlighting mutual commitment to empowering small and medium enterprises (SMEs) and fostering sustainable trade and investment growth.

The signing ceremony was attended by senior representatives from both sides, including the President and Vice‑President of the Thai SME Federation, members of its executive team, and senior delegates from the Saudi‑Thai Business Council.

Osama Kokandy, Chairman of the Saudi‑Thai Business Council, commented: “It is with great pride and optimism that we sign this strategic MoU with the Thai SME Federation today. This moment represents not just a formal agreement, but the beginning of a long‑term partnership grounded in respect, shared goals, and mutual ambition to enhance economic ties between our two kingdoms.

He continued: “Thailand holds a uniquely important place in our bilateral relationship. Thai businesses are known for their exceptional standards of quality, strong work ethics, and flexibility — attributes that make them ideal partners in global trade. It is our great pleasure to work closely with Thai entities to unlock new opportunities for entrepreneurs on both sides.”

The Saudi‑Thai Business Council represents the business interests of the Federation of Saudi Chambers of Commerce, which comprises more than 750,000 companies across small, medium, and large enterprises. The Council has been instrumental in creating platforms that empower business communities, facilitate market entry, and drive cross‑border collaborations.

The strategic cooperation established through this MoU will deliver a range of tangible benefits for members of both parties, including but not limited to:

  • Enhanced market access: Providing Thai SMEs with direct access to the vast Saudi market and Saudi companies with opportunities in Thailand.
  • Business matching and networking: Facilitating high‑level B2B engagements, trade missions, and matchmaking events between Thai and Saudi enterprises.
  • Regulatory and operational support: Helping members navigate legal, regulatory, and procedural requirements in both countries.
  • Knowledge and capability building: Promoting joint training programs, workshops, and exchange of best practices for SMEs to scale sustainably.
  • Strategic investment opportunities: Encouraging collaboration in priority sectors including food and beverages, health and wellness, logistics, manufacturing, digital services, and tourism.

Mr. Kokandy added: “Our vision is aligned with Saudi Arabia’s Vision 2030 and Thailand’s economic priorities. By bringing our business communities closer, we deepen not only commercial relations but also cultural understanding and shared prosperity.”

Both parties expressed their strong commitment to implementing the framework of cooperation and to engaging their extensive networks to achieve meaningful impact in the short and long term.

The signing of this MoU reinforces the role of the Saudi‑Thai Business Council and the Thai SME Federation as catalysts for economic connectivity, supporting SMEs as engines of innovation and job creation across both economies.

clusterSIE #SaudiThai BusinessCouncil #Thai SME Federation

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 จัดกิจกรรมเนื่องในวันครู

วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายอรรภวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ เนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ประจำปี 2569 โดย ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 กล่าวว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ร่วมกับ ร่วมกับกลุ่มโรงเรียนในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

เพจอีจัน และครูจากโรงเรียนต่างๆ กว่า 2,000 คน จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกทั้งเพื่อระลึกถึงคุณครูของบูรพาจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูและประชาชน ตลอดจนส่งเสริม ยกย่อง เชิดชูเกียรติให้กับผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ทำคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนและเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันครู ประจำปี 2569 ประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 93 รูป, พิธีแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์, พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที, พิธีน้อมรำลึกบูรพาจารย์, พิธีบูรพาจารย์รำลึกถึงบุญคุณ และพิธีมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครู โดยมี โรงเรียนวัดหนองปลาไหล ผอ.ชุติสรา หาดแมน ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ผู้อำนวยการสถานศึกษาดีเด่น

คุณครูน้ำฝน ทองสายใหญ่ ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นคุณครูพรรณทิภา สุวรรณเจริญ ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นคุณครูวาทินี ปรีสำเนียง ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นเนื่ิองในวันครูแห่งชาติครั้งที่70 และยังมีบุคลากรทางกางการศึกษาดีเด่น และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ ด้านการศึกษา อีกด้วย

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำเดือน มกราคม 2569

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

อำเภอนครชัยศรี ประจำเดือนมกราคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและติดตามผลการดำเนินงานยุทธศาสตร์สุขภาพอำเภอนครชัยศรี และนโยบายข้อสั่งการ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

การประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60 คน ประกอบด้วย สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรีและหัวหน้างานสำนักงาน

สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง

ทั้งนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ได้พบปะพูดคุย รวมทั้งมอบแนวทางในการดำเนินงานอำเภอนครชัยศรี การขับเคลื่อนโครงการ “TO BE NUMBER ONE” และขอบคุณเจ้าหน้าที่รพ.สต. และอสม.

ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ/จุดบริการ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (7วัน อันตราย) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และการบูรณาการ การป้องกัน คัดกรอง บำบัดรักษา และติดตามผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สจ.โป่ง” ปลุกกระแสพลังเงียบในใจประชาชน เขต 1 นราธิวาส

วันนี้ (15 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปารมี พิมานแมน หรือ “สจ.โป่ง” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอยี่งอ) พรรค รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 5 ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อย บริเวณหาดนราทัศน์และชุมชนริมทะเล เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้านปากท้องและเศรษฐกิจฐานรากอย่างใกล้ชิด

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่ “เข้าใจ เข้าถึง และพร้อมแก้ปัญหา” โดยนายปารมีให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่จริง ไม่เน้นพิธีการ แต่เปิดพื้นที่พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่ประชาชนให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดใจ

แหล่งข่าวในพื้นที่ลุ่มน้ำบางนราระบุว่า นายปารมี หรือ “สจ.โป่ง” ถูกมองว่าเป็นนักการเมืองคุณภาพ มีวิสัยทัศน์ ทำงานหนัก และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในช่วงดำรงตำแหน่ง สจ. ส่งผลให้กระแส “พลังเงียบ” ในเขต 1 เริ่มขยับตัว หลังประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มเบื่อหน่ายการเมืองระบบบ้านใหญ่ และมองหาทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคตพื้นที่

ชาวบ้านหลายระดับชั้นให้ความเห็นตรงกันว่า นายปารมีเป็นนักการเมืองที่เข้าถึงง่าย พูดจริง ทำจริง และมีคุณสมบัติพร้อม ทั้งด้านประสบการณ์ ต้นทุนทางสังคม และความเข้าใจพื้นที่ ส่งผลให้ชื่อของ “สจ.โป่ง” เริ่มเข้าไปอยู่ในใจประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นผู้สมัครที่มีโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่น่าจับตาในสนามเลือกตั้งเขต 1

ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอยี่งอ กำลังเข้าสู่ช่วงเข้มข้น โดยประชาชนต่างเฝ้าติดตามท่าทีและผลงานของผู้สมัครอย่างใกล้ชิด นายปารมี พิมานแมน (สจ.โป่ง) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 นราธิวาส พรรค รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 5
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ร้อยเอก อำนาจ คงคาชัย ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4905 (ผบ.ร้อย.ทพ.4905) มอบหมายให้ จ่าสิบเอก ประเสริฐ โกมุทกลาง หัวหน้าส่วนการเมือง พร้อมด้วยกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.)

ลงพื้นที่สร้างความสุขร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา และผู้ปกครอง ในกิจกรรมงานวันขึ้นปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ณ โรงเรียนร่วมจิตต์ประชา บ้านไอร์ซือเร๊ะ หมู่ที่ 3 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้เพื่อให้วันเด็กในปีนี้เต็มไปด้วยความหมาย ทางหน่วยได้ร่วมกับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความกล้าคิด กล้าแสดงออก พร้อมทั้งได้ สนับสนุนของรางวัลพิเศษ (รถจักรยาน) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการปลูกฝังให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติบ้านเมือง ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งคณะครูและนักเรียน โดยทางโรงเรียนได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /กู้ภัยระทึกช่วยสาวท้องแก่ส่งโรงพยาบาลแต่สุดท้ายอั้นไม่ไหวคลอดเองบนรถกู้ภัย

เหตุการณ์นี้สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเจ้าหน้าทีกู้ภัยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเมืองใหม่ เมื่อพวกเขาได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการกู้ชีพปราการ ว่ามีหญิงเจ็บครรภ์ใกล้คลอดขอความช่วยเหลือพาเธอส่งโรงพยาบาล

โดยเธอนั่งรถมาในรถบรรทุกพ่วง ขณะเดินทางไประยอง และเกิดการเจ็บครรภ์ใกล้คลอดจึงโทรขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ช่วยพาเธอส่งโรงพยาบาล โดยจอดรถรออยู่ริมถนนสายเทพรัตน ขา ออก กม 25 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 15 มกราคม 69

ทันทีที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งเหตุ ก็รีบนำกำลังเดินทางไปไปตรวจสอบ พอไปถึงก็พบกับ สายชล อายุ 26 ปี รอคอยความช่วยเหลืออยู่ กู้ภัยจึงประคองเธอเดินขึ้นมาบนรถพยาบาล เพื่อจะนำส่งโรงพยาบาลบางบ่อ ระหว่างทางที่กำลังจะไปโรงพยาบาลบางบ่อนั้น ปรากฏว่า เธอได้คลอดบุตรสาวออกมากลางรถกู้ภัยในระหว่างทาง

เจ้าหน้าที่จึงรีบประสานกลับไปยังโรงพยาบาลบางบ่อเพื่อจัดเตรียมทีมแพทย์และพยาบาลรอรับทั้งแม่และเด็ก ซึ่งพอเดินทางถึงโรงพยาบาล พบว่าทารกเพศหญิง รายนี้ปลอดภัยดี แข็งแรง ร้องดัง แถมยังมีน้ำหนักตัวถึง 2620 กรัม ซึ่งสร้างความดีใจทั้งคุณแม่และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นอย่างมาก รวมถึงคุณพ่อที่เป็นคนขับรถบรรทุกอีกด้วย

จากการสอบถามนางสาว สายชล คุณแม่ของทารกเพศหญิงรายนี้ บอกว่า บุตรสาวคนนี้เป็นบัตรคนที่สี่ของครอบครัวแล้ว โดยเธอได้ฝากครรภ์ไว้ที่โรงพยาบาลระยอง และมีกำหนดคลอดวันที่ 26 มกราคม 2569 นี้ แต่ยังไม่ทันครบกำหนดคลอด ก็รู้สึกปวดครรภ์คล้ายจะคลอด

จึงรีบโทรขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ ส่วนที่เธอต้องนั่งรถมากลับสามีนั้น เพราะสามีเป็นห่วงจึงขอให้นั่งมาด้วยหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินสามีจะได้อยู่เคียงข้างและช่วยเหลือได้ทัน กระทั่งมาคลอดลูกสาวในวันนี้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม เทศกาลหนังค่ายหนุมานฟิล์ม สถานที่จัดงาน โรงภาพยนตร์เซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัย เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ค่ายหนุมานฟิล์ม นำทีมโดย ผู้กำกับภาพยนตร์ วิวัฒน์ กองนาวี (เอ หนุมาน) จัดกิจกรรม เทศกาลหนังค่ายหนุมานฟิล์ม สถานที่จัดงาน โรงภาพยนตร์เซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัย เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

โดยปล่อยตัวอย่างหนังในค่าย และเปิดตัวภาพยนตร์ของค่าย 2 เรื่อง ขุมทรัพย์จันทบูรณ์ เป็นภาพยนตร์แนวผจญภัย แนวส่งเสริมการท่องเที่ยว และ ภาพยนตร์ชุด สแกมเมอร์ เพื่อเตือนภัยในสังคม โดยมีรายนามนักแสดงและผู้อยู่เบื้องหลังดังนี้

-ขุมทรัพย์ จันทบูรณ์-กำกับโดย วิวัฒน์ กองนาวีโปรดิวเซอร์ ดารณี มีชนะประสานงาน ชุติมา บุญสวากำกับภาพ ณวพร สัมพัดทองลำดับภาพ ณวพร สัมพัดทองผู้ช่วยกล้อง ธนพล ฟักประไพ
เสียง ชาคริต หลวงอุดรควบคุมการผลิต หนุมานฟิล์ม อุปกรณ์ บริษัทหนุมานฟิล์ม จำกัด

รายชื่อนักแสดง ธณัญชน ทองเล็ก(แอล) พาขวัญ สุคนธ์ จิรัชยา คูนาดี ด.ญ.ศิวาพัชญ์ เบญจไตรพัฒน์ ด.ญ.นภัค คุณคงคาพันธ์ ด.ช.คู่บุญ คุณคงคาพันธ์ ธนโชติ พรมสวัสดิ์ (ดิว) ดช.ปภังกร น้ำใจตรง (เนม) ด.ญ.ศิรประภา กุลรัตน์ (โฟกัส) ด.ญ.ศุภิสรา เงื่อนกลาง ด.ญ.กมลชญา ชื่นบุบผา ด.ญ.ไอศิกา บริบูรณ์ทรัพย์

นักแสดง -สแกมเมอร์- 1.นางสาว อิงค์ฟ้า รบเมือง Miss. Inkfa Ropmuang 2.นายชยธร นิ่มนวล Mr.Chayatron N imnual
3.ด.ญ แก้วตา ตระกูลโพธิ์ Miss.Kaewta Takulpo 4.น.ส กฤตพร สุวรรณเศียร

Miss.Krittapron Suwansian 5.นาย กันตชาติ รุกขชาติ Mr.Kantachat Rukkhachat 6.นาย ภานุพงษ์ เป้งไชยโม Mr.Phanuphong Pengchaimo 7.นาย ยงยศ แก้วนุ้ย
Mr.Yongyos Kaewnui 8.นาย ธนกร แก้วนุ้ย Mr.Thanakorn Kaewnui

  1. นางสาว ดนิตา ฟีบิก Miss. Danita Fiebig
  2. นาย สรธร สอดสูงเนิน Mr. Soraton Sodsoongnoer 11.นาย ณัฐภูมิ นุชเพนียด Mr.Nattaphum Nuchpaniad

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สุจริต” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ”

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 นายสุจริต ปัจฉิมนันท์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.มาย ไชยนิตย์

อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ อายุ 80 ปี สามี นางจำเนียร ไชยนิตย์ อดีตประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง ณ เมรุ วัดบุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้อาลัย จำนวนหลายท่าน อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสุกุมล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดชลบุรี

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยา

นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่

นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือพร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล ประธานชมรมคนดีศรีเมืองชล นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล

นายแพทย์วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ นายนคร ผลลูกอินทร์ นายวรพต พงษ์พาลี สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ

ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา นายเชาวลิตร แสงอุทัย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคภูมิใจไทย

นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล

ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

พร้อมด้วยผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน พร้อมด้วยญาติพี่น้องผู้วายชนม์ และครอบครัวไชยนิตย์ ร่วมแสดงความอาลัยพร้อมเพรียง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม จัดการประชุม คณะกรรมการบริหาร และมอประกาศนียบัตร ให้กับแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่ไปช่วยอุทกภัยภาคใต้

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. โรงพยาบาลนครปฐม จัดการประชุม คณะกรรมการบริหารครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานพร้อมด้วย แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ นายแพทย์ณัฐพงศ์ กาญจนะโกมล รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เข้าร่วมประชุม เพื่อมอบนโยบาย และติดตามการดำเนินงาน ต่างๆ ในปีงบประมาณ 2569 พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตร ให้กับ ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ที่เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่หาดใหญ่ ประกอบด้วย ทีม Mini Mert ทีมปฏิบัติการนิติเวช และทีมช่าง ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 โรงพยาบาลนครปฐม
น.ส. ลาวัลย์ แสงสว่าง ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มอบทุนการศึกษา โล่เกียรติคุณ และกระเป๋านักเรียนพระราชทาน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์มอบทุนการศึกษา โล่เกียรติคุณ และกระเป๋านักเรียนพระราชทาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙

วันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐ น.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์
เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีมอบทุนการศึกษา โล่เกียรติคุณ และกระเป๋านักเรียนพระราชทาน

แก่นักเรียนดีเด่น และครอบครัวส่งเสริมคุณธรรมในวัยเด็ก ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศ โดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน ๔๒ ราย และผู้แทนนักเรียนผู้พิการทางสายตา จำนวน ๑ ราย

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙ณ ห้องประชุม ชั้น ๓ ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

การจัดพิธีในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการศึกษา การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และการพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติสืบไป

ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ นำคณะเข้าพบอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ สวัสดีปีใหม่ 2569

วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น.ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมด้วยดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการ

สภาสังคมสงเคราะห์ฯคุณนันทิยา วงศ์วานิชย์ รองเลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯและ คุณวรัญญู วอทอง กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯได้เข้าพบเพื่อ สวัสดีปีใหม่ ประจำปี 2569
แก่ คุณสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

โดยมีคุณพรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
คุณศุภพงษ์ เชาวน์แล่น รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
คุณชัยวัฒน์ บุญชวลิต รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
และ คุณจิรนันท์ สุทธรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนช่วยอำนวยการและประสานราชการ กรมประชาสัมพันธ์

ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ ห้องรับรอง ชั้น 1 อาคารกรมประชาสัมพันธ์ การเข้าพบในครั้งนี้ เป็นการแสดงความปรารถนาดีเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านสังคม และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกเทศมนตรี กำแพงแสน ร่วมยินดีกับผอ.รร.อุบาลกำแพงแสน ที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน (ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน) พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ (คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน) และนายเกรียงไกร ชูศิลป์กุล ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เทศบาลตำบลกำแพงแสน เข้าร่วมแสดงความยินดี แก่ นางพิศมัย ถิ่นน้อย เนื่องในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน ณ โรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพป. น่าน เขต 1 โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม ในศตวรรษที่ 21

วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ ดร.วิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาครูผู้สอน ตามโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม

นำวิถีใหม่และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มีทักษะการเรียนรู้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ว PA ข้าราชการครู โดยมีนายธวัชชัย ยวงคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 กล่าวรายงาน การดำเนินการอบรมในวันที่มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 80 คน

มีวิทยากรในการอบรมประกอบด้วย ดร.กฤติยา ขัติยะ ดร.นภัทร เครือผดุงสกุล นายพุฒิพงศ์ วงศ์นันท์ ศึกษานิเทศก์ โดยมีศึกษานิเทศก์ทุกคน พร้อมด้วย นางกิติยาภรณ์ เวงศ์วรรธน์ และนางเจทินี จันต๊ะโมก ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนราชานุบาล เป็นวิทยากรพี่เลี้ยง ดร.วิเชียร วาพัดไทย เน้นย้ำว่า ครูผู้สอนมีความสำคัญในการพัฒนาองค์กร มีหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอน มีความจำเป็นที่ควรได้รับการพัฒนา

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ เพื่อให้รักเรียนเกิดความรู้ มีความสุขในการเรียน และเพื่อพัฒนาวิชาชีพสู่การขอมีและขอเลื่อนวิทยฐานะ ให้ได้รับการพัฒนามีความมั่นคงก้าวหน้าในวิชาชีพ ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สานความร่วมมือคืนคนดีสู่สังคมฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง เรือนจำกลางนครปฐม

นครปฐม – สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม สานความร่วมมือ เรือนจำกลางนครปฐม และ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน

ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อม ดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ให้แก่ผู้ต้องขังในสถานประกอบการนอกเรือนจำ

วันที่ 12 มกราคม 2569 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย-นครปฐม ดร.ศิริพงษ์ สีใสไพร กรรมการผู้จัดการ บริษัทรีโว่เมด กรุ๊ป จำกัด คุณรุ่งนภา แก้วศรีพันธุ์ รองประธานคณะทำงานฯ พันตำรวจโทสุธี ชื่นจิตต์ รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเพ จ.ระยอง

ในฐานะเลขาโครงการฯ และคณะทำงานทั้ง 3 ฝ่าย ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม ได้สานความร่วมมือกับ เรือนจำกลางนครปฐม และ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน

ดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ให้แก่ผู้ต้องขังในสถานประกอบการนอกเรือนจำ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ต้องขัง ได้มีโอกาสในการออกไปฝึกทักษะอาชีพมีสมรรถนะในระบบอุตสาหกรรมภายนอกเรือนจำ รวมทั้งฝึกฝนและเรียนรู้ทักษะการทำงาน จากการปฏิบัติงานจริง (On The Job Training)

ทำให้เกิดความชำนาญ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตภายหลังพ้นโทษ และพัฒนาการฝึกทักษะด้านอาชีพให้ตรงกับตลาดแรงงาน สามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ผู้ต้องขังยังได้รับเงินปันผลจากการฝึกวิชาชีพ สามารถนำไปชำระค่าใช้จ่ายและเก็บสะสมเป็นเงินทุนตั้งต้นภายหลังพ้นโทษได้อีกด้วย

ทั้งนี้ เรือนจำกลางนครปฐม จะดำเนินการคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี จำนวน 10 คน เพื่อฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ณ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน ซึ่งเป็นบริษัทรับผลิตครีม เครื่องสำอาง อาหารเสริม OEM โดยมีนางสาววาสนา อินทะแสง เป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตภาค 3 ผนึกตำรวจ-ไปรษณีย์ ลุยตรวจของกลาง “บุหรี่เถื่อน” โคราช ยึดเพิ่ม 24,740 ซอง พัสดุต้องสงสัยอีก 29 กล่อง

เมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน สรรพสามิตภาคที่ 3 มีการบูรณาการตรวจสอบของกลาง “บุหรี่ที่มิชอบด้วยกฎหมาย” โดยจับมือร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงานหลัก ทั้งฝ่ายสรรพสามิต ตำรวจ และไปรษณีย์ไทย เพื่อสกัดกั้นการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนที่กำลังแพร่กระจายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และป้องกันผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงสุขภาพของประชาชน การตรวจสอบครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมครบถ้วน นำโดยนายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3,

นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา,นายยงยุทธ อดิราชวชิรภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานไปรษณีย์เขต 3,นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม,พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา,และ นายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา ร่วมตรวจดูของกลางอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการจับตาของเจ้าหน้าที่ในสายปฏิบัติการ แสดงรายละเอียดการตรวจค้น การตรวจยึด และแนวทางการขยายผลดำเนินคดีแบบครบวงจร

แหล่งข่าวจากการตรวจสอบเปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้อง รวมถึงการปกป้องสังคมด้านสุขภาพจากการบริโภคสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อร่วมกันตรวจสอบสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายในระบบขนส่งพัสดุ พร้อมบูรณาการการสืบสวนปราบปรามร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและภาคีเครือข่ายก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตภาค 3 และสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา เคยตรวจยึดกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่พบว่าบรรจุบุหรี่เถื่อน จำนวน 1,269 กล่อง ตรวจพบเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 92,637 ซอง คิดเป็นค่าปรับโดยประมาณ 87,264,054 บาท และอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดี

ด้านความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาและเจ้าพนักงานสรรพสามิต ได้ร่วมกันสืบสวนตามข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีมีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ก่อนพบเป้าหมายเป็นร้านค้าตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองไผ่ล้อม จึงขอหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย และพบการกระทำความผิดจริงเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อเนื่อง สามารถจับกุมเครือข่ายส่งดำเนินคดีได้ 5 ราย พร้อมตรวจค้นสถานที่เก็บสินค้าเพิ่มอีก 2 แห่ง พบของกลางบุหรี่ผิดกฎหมายหลายยี่ห้อ รวม 24,740 ซอง ประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 21,462,991.50 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ขยายผลตรวจสอบบริเวณ ศูนย์นำจ่ายพัสดุไปรษณีย์ โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานไปรษณีย์ไทยในการตรวจพัสดุต้องสงสัย จนสามารถตรวจพบกล่องพัสดุต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 29 กล่อง เมื่อตรวจพิสูจน์ทราบพบเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 14,460 ซอง ประมาณการค่าปรับ 9,165,827.25 บาท จึงตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ จะเข้าสู่กระบวนการทำลายของกลางตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมเตรียมประสานสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการทำลายในโอกาสต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯ ประจวบฯ สั่งลุย เร่งแกะรอย ไล่ล่ามือปา “ไปป์บอมบ์” ถล่มบ้านนักข่าวท็อปนิวส์ / ตร.ประจวบฯ ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”

จากกรณีคนร้ายบุกปาระเบิดข่มขู่ผู้สื่อข่าว ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวน สั่งปูพรมตรวจค้นจุดต้องสงสัย เก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหาเส้นทางหลบหนี มั่นใจคดีคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกกันคนร้ายไหวตัว ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 สภ.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทองผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้วัตถุระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ปาเข้าใส่บ้านพักของผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Top News ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการข่มขู่เพื่อไม่ให้นำเสนอข่าวธุรกิจสีเทาบางอย่าง ที่อาจมีส่วนพัวพันกับผู้มีอิทธิพลในหลายพื้นหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.อาทร เปิดเผยว่า ในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวบุคคลที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้วหลายราย

โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นถือว่ามีประโยชน์และทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก สำหรับประเด็นการก่อเหตุ ตำรวจยังคงให้น้ำหนักไปในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือ การทำหน้าที่สื่อมวลชน” ในการนำเสนอข่าวเชิงลึกซึ่งไปกระทบกับผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม โดยยืนยันว่าจะไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนนอกจากนี้ ผู้การฯ ประจวบฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลัง กลับ ชุดสืบสวน สภ. อ่าวน้อย และสภ. เมือง เข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยในพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นจุดกบดานหรือจุดเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมกำชับให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งจากภาครัฐและเอกชนตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เข้ามาก่อเหตุและใช้หลบหนีอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงของยานพาหนะและรูปพรรณสันฐานของคนร้าย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อาทร ย้ำว่าข้อมูลในส่วนของงานสืบสวนสอบสวนบางประการยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้เนื่องจากเกรงจะเสียรูปคดี”ข้อมูลบางอย่างเราต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะหากคนร้ายทราบความเคลื่อนไหวของตำรวจ จะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบากและอาจทำให้คนร้ายไหวตัวทัน แต่ยืนยันว่าเราทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อกดดันและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตำรวจประจวบฯ โชว์ความโปร่งใส! ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”


เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (13 ม.ค. 69) ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเข้าแถวเคารพธงชาติและกล่าวคำปฏิญาณตน พร้อมด้วยรองผู้บังคับการฯ, ผู้กำกับการสืบสวน, ผู้กำกับการสอบสวน, ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ และข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการหน้าเสาธง พล.ต.ต.อาทร ได้เปิดปฏิบัติการตาม “โครงการตำรวจสีขาว” โดยสั่งการให้มีการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของข้าราชการตำรวจทุกนายในสังกัดทันที โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการพร้อมกันทั้งจังหวัด นำโดยหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรทั้ง 16 สถานี

ณ ที่ทำการของทุกหน่วยสำหรับการตรวจค้นหาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตำรวจที่ต้อง “ใสสะอาด” และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาดจากการตรวจปัสสาวะข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,053

นาย ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด (ผลเป็นลบครบ 100%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระเบียบวินัยและความเข้มแข็งของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พาทีมผู้สมัคร สส.เขตสมุทรปราการลงพื้นที่ขอคะแนนชาวปากน้ำ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ เขต 1 สมุทรปราการ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เขต 2 สมุทรปราการ

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร เขต 3 สมุทรปราการ ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เขต 4 สมุทรปราการ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ เขต 5 สมุทรปราการ นายปิยะพงษ์ เหมะ เขต 6 สมุทรปราการ นางนฤมล ธารดำรงค์ เขต 7 สมุทรปราการ ดร.ประชา ประสพดี เขต 8 สมุทรปราการ สลิลทิพย์ สุขวัฒน์

และแบบบัญชีรายชื่อ ประกอบไปด้วย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม นายธนประเสริฐ จันทรักษรังษี นายจาตุรนต์ นกขมิ้น ร่วมลงพื้นที่ อำเภอเมือง เขต 1 สมุทรปราการ และผู้ช่วยหาเสียง เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลังเมือง สิ่งสักสิทธิ์คู้บ้านคู้เมืองของชาวปากน้ำ

ก่อนลงพื้นที่ภายในตลาดปากน้ำ ช่วยนายอัครวัฒน์ อัศวเหม หาเสียง แจกแผ่นพลับชูนโยบายหลัก ปัญหาคนปากน้ำ สู่นโยบายระดับชาติ ภายใต้สโลแกน “เพื่อไทยทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค


ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ ระบุว่า สำหรับพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ เขตการเลือกตั้งทั้ง 8 เขต เป็นอีกจังหวัดที่ทางพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายจะได้สสทั้ง8 เขต ยกจังหวัด

ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยที่เคยกวาด สส.ในพื้นที่มาแล้วในอดีต ซึ่งที่ผ่านมาตัวผู้สมัครเองลงพื้นที่กับประชาชนมาโดยตลอด จนเกิดเสียงตอบรับที่ดีในพื้นที่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะมีแพนการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่บางปูแลนด์

ในวันที่ 16 ม.ค. นี้ ส่วนประเด็นที่ทางกัมพูชา ได้ประกาศว่าให้เลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ไม่ให้เลือกพรรคภูมิใจไทย จะทำให้เกิดสงครามครั้งที่ 3 ทางหัวหน้าพรรคบอกว่ามันไม่เป็นการดีกับพรรค และ เป็นการแทรกแซงการเมืองในประเทศไทย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาจัดกิจกรรม Thank You Party ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

ค่ำวันที่ 13 ม.ค.69 ที่ลานซันเคน ศูนย์การค้าเซ็นทรัชพัทยา จ.ชลบุรี สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา (PNBA) โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดปัจจุบันได้จัดกิจกรรม PBN Thank You Party เพื่อขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนภารกิจขอบสมาคมฯ ส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานพร้อมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทุกภาคส่วนในเมืองพัทยาและใกล้เคียง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มการเมือง ธุรกิจการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

อาทิ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นายประมวล ทองใบ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงค์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) จังหวัดชลบุรี และอื่นๆ

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันส่งเสริมภารกิจของสมาคมตลอดรอบปีที่ผ่านมา ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองพัทยาแม้ผ่านวิกฤตต่างๆ ก็สามารถผ่านมาได้ด้วยดี และทางสมาคมสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาจะได้ดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาท่องเที่ยวเมืองพัทยาในทุกรูปแบบเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ประกอบการเมืองพัทยาต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ดร.ยงยุทธ อดีต สส.เขต 2 ลงพื้นที่บางปู หาเสียงขอทวงเก้าอี้คืน ชูนโยบายเพื่อไทยยกระดับชีวิตประชาชน

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านย่านบางปู รับการต้อนรับอบอุ่นจากชาวบ้าน เด็ก ๆ แห่ช่วยเชียร์ ชูนโยบายแก้หนี้ เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกกลุ่ม

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2569 ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 พร้อมทีมงาน ได้ลงพื้นที่หาเสียง ภายในซอยเทศบาลบางปู 93 (รสทิพย์) ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ และ ซอยหมู่บ้านบางปูแลนด์ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้รับการตอนรับเป็นอย่างดี มีชาวบ้านมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ เข้าสวมกอด และมีเด็ก ๆ มาช่วยตะโกนเลขของผู้สมัคร

พรรคเพื่อไทย ได้มีนโยบาย ดังนี้ 1.ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30% – รัฐช่วยประกันสำหรับข้าว , ยางพารา , ข้าวโพด , มันสำปะหลัง เป้าหมายดันราคา ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน , ข้าวขาว/ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน , ยางพารา 70 บาท/กก. , ข้าวโพด 7.25 บาท/กก. , มันสำปะหลัง 3 บาท /กก. – // 2.เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยความรู้และเทคโนโลยี – ต่อยอดสิค้าเกษตรด้วยอุตสาหกรรมอาหาร – //

3.คืนที่ดินให้ประชาชน – สปก.เป็นโฉนดแบบมีเงื่อนไข , คืนความเป็นธรรม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคนโดนป่าทับ – // 4.คูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ – ปลูกถูกพันธุ์-ใส่ปุ๋ยถูกสูตร คือ รัฐแจกคูปองดิจิทัลซื้อปุ๋ยถูกสูตรไม่เกิน 250 กก./ราย , คูปองดิจิทัลซื้อเมล็ดพันธุ์-กล้าพันธุ์คุณภาพไม่เกิน 150 กก./ราย , ตรวจดินก่อนใส่ปุ๋ย ดินดี ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด – // 5.กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน SML – คืนอำนาจใช้งบประมาณให้ชุมชน คือ เล็ก : 200,000 บาท , กลาง : 300,000 บาท , ใหญ่ : 400,000 บาท // 6.พร้อมสานต่อ หวยเกษียน // 7.

พร้อมสานต่อ ยกเครื่อง 30 บาทด้วย AI // 8.บ้านเพื่อคนไทย – คนไทยเข้าถึงบ้านราคาเหมาะสม มีคุณภาพ ผ่อนเพียง 4,000 บาท/เดือน ไม่ต้องดาวน์ ทุกยูนิตแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ // 9.เคลื่อนไทยด้วย AI และเทคโนโลยี AI for All – ทุกคนเรียนหลักสูตร AI ฟรี เรียนจบให้เครดิต เพื่อใช้ AI แพลตฟอร์มต่าง ๆ ฟรี , ยก

ระดับเกสรกรด้วย AI , กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ลดอาชญากรรม จัดการจราจร ลดอุบัติเหตุ , อินเตอร์เน็ตราคาประหยัด เข้าถึงทุกพื้นที่ใน 5 ปี , ทนาย AI ฟรี เพื่อคนไทย // 10.พร้อมสานต่อ ปราบยาเสพติด ปราบสแกมเมอร์ ไม่จบ ไม่เลิก // 11.พร้อมสานต่อ รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย-รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท // 12.พร้อมสานต่อ THACCA –

ยกระดับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 14 ด้าน ให้โดดเด่นบนเวทีโลก สร้างงาน-สร้างรายได้ พัฒนาคนไทยให้มีทักษะสูง ให้หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง // 13.ล้างหนี้ประชาชน – หนี้สินต่ำกว่า 200,000 บาท จ่าย 10% ปิดจบล้างหนี้ , พักหนี้เกษตรกร , ล้างหนี้วัยเกษีรณ , ล้างหนี้นอกระบบ , ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด // 14.เรียนได้งบ จบได้งาน คือ ทุน 100,000 บาท ปีละ 1 ล้านคน ต่อเนื่อง 4 ปี เพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่ พร้อมหางานให้พร้อม

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 เบอร์ 8 กล่าวว่า สมัคร สส.เบอร์ 8 ในนามตัวแทนพรรคเพื่อไทย ได้มาเดินหาเสียงในซอยรสทิพย์ ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างดี ขอขอบคุณอย่างสูง วันที่ 8 ทุกคนยินดีที่จะออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียง กาเบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย นโยบายช่วยเหลือยกระดับให้หลุดพ้นจากความยากจน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน เปิดงาน “ท่าวังผาวิชาการ ครั้งที่ 23” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผสานนวัตกรรม Generative AI ยกระดับการศึกษา

วันที่ 12 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม จังหวัดน่าน
นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ ท่าวังผาวิชาการ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ครั้งที่ 23 ประจำปีการศึกษา 2568

ภายใต้หัวข้อ “สืบฮีตวิถีถิ่น ยลศิลป์เมืองสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ท่าวังผาวิชาการ สานปณิธานแม่ของแผ่นดิน” โดยมี ว่าที่ ร.อ. จิรภัทร มหาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

✨ไฮไลต์พิธีเปิดและความโดดเด่นทางวัฒนธรรม ต้อนรับ 6 ภาษา: ตัวแทนนักเรียนกล่าวต้อนรับและแนะนำกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษ, ญี่ปุ่น, ไทยลื้อ, จีน, เกาหลี และไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ความเป็นสากล
✨เชิดชูเกียรติคนเก่ง: ประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตรแก่โรงเรียน ครู และนักเรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ดีเยี่ยม ประจำปีการศึกษา 2567

✨การแสดงอัตลักษณ์น่าน: รับชมการตีกลองปูจาโดย นายเกรียงไกร คำวัง แชมป์ตีกลองปูจาระดับจังหวัด พร้อมการแสดง “ตีฆ้องร้อยหน่วย” และนาฏศิลป์ชุด “จินตลีลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์” และ “ฟ้อนสาวน้อยสิบสองปันนา”

🚀 นิทรรศการ 9 กลุ่มสาระฯ: จากภูมิปัญญาสู่อนาคต ภายหลังพิธีเปิด คณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมทางวิชาการที่น่าสนใจ อาทิภูมิปัญญาท้องถิ่น เรียนรู้อัตลักษณ์ “หัวเรือน่าน” โดยช่างมนูญ ประระมะนวัตกรรมดิจิทัล การแข่งขัน Generative AI ในหัวข้อ “เที่ยวท่าวังผาม่วนใจ่ ด้วยพลัง AI & Imagination”ทักษะอาชีพ สาธิตการทำข้าวจี่ ข้าวหลาม งานจักสาน และโครงงานอาหารสู่อาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการปลูกพืชไร้ดินศิลปะและดนตรี การประกวดขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งและการแสดงโฟล์คซอง

การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยคณะครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งพร้อมใจกัน แต่งกายด้วยชุดผ้าไทยหรือชุดพื้นเมืองแบบไว้ทุกข์ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ กิจกรรมนี้นับเป็นเวทีสำคัญที่ให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ขอแสดงความยินดี
นักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่าน ได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ และเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี นักเรียนที่เข้ารับรางวัลประกอบด้วย

  1. นางสาวพิมพ์พิศา แสงแก้วสันติสุข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.1
  2. นางสาวพอฤทัย วิชัยยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.1
  3. นายปัญญากร คิดดี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
  4. นางสาวอภิรญา ดีปินตา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6.2
  5. นางสาวธัญชนน ลิ้มประยูร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6.3

ครูผู้ฝึกสอน นางปุณณดา ปราบริปู นายอัศวิน ธะนะปัด ครูผู้ควบคุมนักเรียนเข้ารับรางวัลนางสาวณลีกาญจน์ ทาคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรับทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้เชิญผ้าไตร น้ำสรง พุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน ไปถวายแด่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ วัดพระครูบาบุญชุ่ม (วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) เชียงแสน จ.เชียงราย

วันนี้ 9 มกราคม พ.ศ.2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทานถวายแด่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อรัญวาสีภิกขุ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคลครบรอบ 62 ปี 42 พรรษา

ณ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานอัญเชิญผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน โดยได้มีการจัดขบวนเชิญน้ำสรงพระราชทาน อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางประชาชนจาก 4 ประเทศ ไทย-พม่า-ลาว-จีน โดยเฉพาะศรัทธากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น

พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2508 ที่บ้านแม่คำหนองบัว ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีชื่อเดิมว่า บุญชุ่ม ทาแกง เป็นบุตรของพ่อคำหล้า แม่แสงหล้า ทาแกง เมื่ออายุได้ 11 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญยืน ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง เจ้าคณะอำเภอเชียงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดช่วงเวลาที่เป็นสามเณร ได้สร้างธรรมนุสรณ์ที่เกิดจากจิตศรัทธาของพุทธศาสนิกชนหลายแห่ง ทั้งพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระธาตุเงา พระธาตุดอยดอกคำ พระธาตุจอมสวรรค์บ้านโปร่ง ประเทศพม่า พระธาตุจอมยอง ประเทศพม่า และอีกหลายๆ แห่ง เคยธุดงค์ไปอยู่ที่ถ้ำผาไทย อ.งาว จ.ลำปาง

โดยมีศรัทธาชาวบ้านแวะเวียนมากราบไหว้ท่านมาก มีชาวบ้านเคยเรียนท่านว่ามีอีกถ้ำหนึ่งมีน้ำไหลผ่าน ท่านจึงเสาะหาจนเจอถ้ำราชคฤห์และได้บำเพ็ญเพียร
ปี 2529 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้จาริกไปตามที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือของไทย พม่า เนปาล อินเดีย ภูฏาน

โดยเฉพาะตอนท่านเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศเนปาล ท่านได้พบพุทธศาสนิกชนในต่างแดนท่านก็ได้แผ่เมตตาและแนะนำให้ปฏิบัติธรรมเพื่อให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่นจึงทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนหลายแผ่นดิน รวมไปถึงสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏาน ในปี 2560 ท่านเดินทางไปที่เมืองสาด รัฐฉาน

เพื่อปฏิบัติธรรมกรรมฐานที่ถ้ำเมืองแกส ห่างจากเมืองสาดไปประมาณ 5 กิโลเมตร ตลอดช่วงพรรษา โดยก่อนเข้าถ้ำก็มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมารอกราบไหว้เป็นจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติธรรมกรรมฐานนั้นท่านจะปิดวาจา ปัจจุบันท่านเป็นประธานสงฆ์ วัดพระครูบาบุญชุ่ม ( วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้ หลังจากได้รับผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อรัญวาสีภิกขุ ได้กล่าวเจริญพรขออนุโมทนา ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนชาวไทยไปตลอดกาลยิ่งนานเท่านาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง