สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สาธารณสุข ผนึก ทหาร – ตำรวจ บูรณาการร่วมกันพร้อมองค์กรต่างๆ ยกระดับโคราช ทูบี นัมเบอร์ วัน โคราช

รองนายแพทย์สาธารณสุข ปลุกระดม ทหาร-ตำรวจ และองค์กรต่างๆในโคราชให้มาบูรณาการร่วมกันยกระดับโคราช “ทูบี นัมเบอร์ วัน โคราช” ของจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ เน้นไปที่การสร้างกิจกรรมทางการกีฬา การร้องเพลง ดนตรี เพื่อให้เยาวชนของนครราชสีมาห่างไกลจากยาเสพติด ตั้งงบปี 2568 กว่า 7 ล้านบาท

นายชวิศ เมธาบุตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า ตนในฐานะประธานการประชุมบูรณาการทุกหน่วยงานของจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดประชุมการจัดกิจกรรม “ทูบี นัมเบอร์ วัน ” เพื่อต่อต้านยาเสพติดประจำปี 2568 โดยมีทุกภาคส่วนของจังหวัด อาทิ ตำรวจ ทหาร สาธารณสุขทุกอำเภอ โรงเรียน โรงพยาบาล เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาประชุมเพื่อแนวทางในการจัดกิจกรรมส่งเสริมโครงการ ทูบีนัมเบอร์วัน ของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปีนี้ได้รับงบประมาณจากจังหวัดประมาณ 7 ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมปี 2568 นี้ โดยเน้นกิจกรรมไปที่เด็ก และเยาวชน เพื่อต่อต้านยาเสพติด อาทิ กิจกรรมการออกกำลังกาย กิจกรรมทางดนตรี กิจกรรมเน็ตไอดอล เพื่อให้เด็กมีผลงานเข้ามาประกวดและแข่งขัน และต่อยอดในกิจกรรมนั้นๆและยังเป็นการเพิ่มจำนวนเด็กและเยาวชนให้เพิ่มมากขึ้น และเป็นการเซ็ทติ้งสถานศึกษา เรือนจำและสถานประกอบอื่นๆอีกด้วย และปีนี้เราได้ทางตำรวจและกองทัพภาคที่ 2 หน่วยงานราชการเข้ามาร่วมเซ็ทติ้งกับเราในปีนี้ด้วย

รองนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมากล่าวต่อไปอีกว่า ทำอย่างไรเด็กและเยาวชนจะมีความเข้มแข็งต่อตนเองไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า น้ำกระท่อม ต้องได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว ต้องหากิจกรรมให้เขาเหล่านั้น ต้องมีความฝันให้เด็กๆ มีความฝันที่อยากจะเป็นนักกีฬา นักดนตรี หรือเน็ตไอดอลเขาจะได้ห่างไกลจากยาเสพติด โครงการ “ทูบี นัมเบอร์ วัน ” ก็จะมุ่งเน้นจุดเริ่มต้นของเด็กๆหากิจกรรมให้เขาเหล่านั้นได้ร่วมและขยายวงไปยังเครือข่ายต่างๆ ของน้องๆ และเยาวชนให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสถานศึกษา และสถานประกอบการต่างๆ ก็จะเชื่อได้ว่าเด็กจะหวนคืนสู่สังคมได้อย่างแน่นอน
ทางด้าน พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

กล่าวว่า เข้าร่วมสนับสนุนเพื่อของ ทูบี นัมเบอร์วัน เน็ตไอดอล ตามพื้นที่อำเภอต่างๆ พร้อมทั้งกวดล้านขบวนการผู้ค้ายาเสพติดและขบวนการ พร้อมทั้งดูแลผู้เสพเพื่อให้เขากลับคืนสู่สังคม กิจกรรม ทูบี นัมเบอร์วัน เป็นกิจกรรมที่ดี ทางตำรวจพร้อมให้การสนับสนุนทุกๆกิจกรรม เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
ด้านพันเอกจีราชัย มุสิกะพุกก์ รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที 21 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนมองว่าอนาคตของประเทศชาติเริ่มต้นที่เด็กและเยาวชน เราสามารถทำให้เด็กๆห่างไกลจากยาเสพติดได้ ทางตนพร้อมให้การสนับสนุน กิจกรรมของเด็กและเยาวชนให้ดีต่อประเทศชาติต่อไปและโครงการที่ดีอย่าง “ทูบี นัมเบอร์ วัน” ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเยาวชนสามารถห่างไกลจากยาเสพติดได้ด้วย กิจกรรมต่างๆของโครงการนี้

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อภิมหาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ก้าวสำคัญสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก

​โครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Aviation City) ถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยมีเป้าหมายในการยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติหลักแห่งที่ 3 ของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการบินหรือ Aviation Hub ที่สำคัญในภูมิภาค

​สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้นพบว่าจะมีการเซ็นสัญญาก่อสร้างและการลงทุนอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ ซึ่งเป็นกานรลงนามระหว่างบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ที่เตรียมจะเซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 โดยไม่รอการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และอยู่ระหว่างการเจรจาสิทธิประโยชน์พื้นที่ปลอดอากรเมืองการบินอู่ตะเภา

​ขณะที่แผนการพัฒนาโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น โครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภามีแผนดำเนินการครอบคลุมในพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยมีการวางแผนพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางการบินและธุรกิจต่อเนื่อง รวมถึงการเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ ทางบก และทางรางแบบไร้รอยต่อ

​มีรายงานเพิ่มเติมว่าโครงการนี้มีการสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือกับเอกชน โดยรัฐบาลได้อนุมัติการแก้ไขสัญญาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยเพิ่มเงินลงทุนเป็น 40,000 ล้านบาท และจัดหาแหล่งเงินกู้เงื่อนไขพิเศษ . นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติให้สถานบริการในเขตเมืองการบินภาคตะวันออกสามารถเปิดบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ ที่จะให้มีการเปิดบริการโครงการได้ในเฟสแรกภายในในปี 2571 โดยมีการวางแผนขยายขีดความสามารถสนามบินและพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่ “มหานครการบินอู่ตะเภา” . ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกของประเทศไทย

​สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก และส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกเป็นอย่างดี

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่า.กทม. จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ประสบภัย และผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ ตึกสตง. ถล่ม

(13 พ.ค.68) ณ อาคารจอดรถ ตึกสตง. เขตจตุจักร เวลา 07.00 น. : นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ในพิธีทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เขตจตุจักร

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน โดยมีเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถระสมาคม

เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 89 รูป เพื่อรับบิณฑบาต

️จากนั้น เวลา 08:00 น. พระสงฆ์จำนวน 109 รูป ได้ทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต และในเวลา 09.45 น. ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจากทุกหน่วยงาน ร่วมยืนไว้อาลัยให้กับผู้ประสบภัย

เพื่อเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ในการไว้อาลัยให้ผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย ณ บริเวณชั้นล่าง อาคารจอดรถ ตึกสตง. เขตจตุจักร

️ในการนี้ นายมลเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.)

นางสาวภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตจตุจักร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชาชนในพื้นที่เขตจตุจักร

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ด่านศุลกากรมุกดาหารเข้ม จับคนขับรถบรรทุกลักลอบนำยาบ้าข้ามสะพานมิตรภาพ 2 / ​จนท.กรมควบคุมโรค ตรวจร้านแพเจ้าสำราญ ปฏิบัติตามกฎหมายยาสูบและแอลกอฮอล์

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สืบเนื่องจากนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนาวสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 มีนโยบายให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระท่าความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักรจึงได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผู้อํานวยการ ส่วนควบคุมทางศุลกากร และนายปริญญา ผลมั่ง หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ร่วมกับ ร้อยทหารพรานที่ 2105 ฉก.ทพ.21 ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร และ ตชด.234 ทำการตรวจค้นรถบรรทุกต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1187 / 70-1188 นครพนม ขณะแล่นมาจอดที่บริเวณช่องขาเข้าด่านพรมแดนมุกดาหาร

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต )พบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกซุกซ่อนบริเวณที่ใส่ของด้านขวาข้างประตูผู้ขับขี่ รวมจำนวน 372 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายปองคุณ แซ่หว่อง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 หมู่ที่ 5 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ผู้ขับขี่ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ลักลอบนำเข้ายาบ้าสะพานมิตรภาพ2 #ด่านพรมแดนมุกดาหาร #ด่านศุลกากรมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​จนท.กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ร้านแพเจ้าสำราญ ตรวจเข้มการปฏิบัติตามกฎหมายยาสูบและแอลกอฮอล์

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เจ้าหน้าที่ติดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าทำการตรวจสอบร้านอาหารแพเจ้าสำราญ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ว่าทางร้านได้มีการปฏิบัติให้เป็น

ไปตามกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ อาทิ การติดแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ การห้ามโฆษณา/สื่อสารการตลาด ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และการติดป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งในครั้งนี้เมื่อพบการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเจ้าหน้าที่จะได้ทำบันทึกแจ้งเตือนให้ทางร้านดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กฎหมายภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงตรวจร้านแพเจ้าสำราญ #คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้า #โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ #แพเจ้าสำราญ #จังหวัดมุกดาหาร #กรมควบคุมโรค #กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อ น้องแพน เผย ไม่เคยฟ้องยึดเงินบริจาค 4.8 ล้านบาท ไม่เคยทอดทิ้งลูก

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายเพิน วงค์กระโซ่ พ่อของน้องแพน ผู้ป่วยป่วยเป็นมะเร็งปากเสียชีวิต โดยมีทรัพย์มรดกที่ยังคงเหลือจากการได้รับบริจาคเป็นเงินประมาณ 4.8 ล้านบาท และกลายเป็นประเด็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายยาย กับ พ่อของน้องแพน ในเรื่องการแบ่งปันเงินจำนวนดังกล่าว เปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าวว่า ตามที่มีข่าวปรากฏอยูในสื่อต่างๆ ว่า พ่อฟ้องศาล ขอยึดเงินบริจาค 4.8 ล้าน หลังลูกเป็นมะเร็งเสียชีวิต นั้น ไม่เป็นความจริง โดยตนไม่เคยยื่นฟ้องขอยึดเงินบริจาคและไม่เคยยื่นฟ้องคดีใดๆ ต่อศาลเกี่ยวกับเงินบริจาคเลย

“ผมรู้สึกเสียใจที่มีข่าวซึ่งไม่เป็นเรื่องจริงถูกนำเสนอเผยแพร่ออกไปจนทำให้ประชาชนและสังคมเกิดความเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง และรู้สึกไม่ดีเกิดดราม่าเคียดแค้นว่าพ่อน้องแพนจะยึดเงินบริจาคทั้งหมด อยากวิงวอนให้สื่อและสังคมเปิดใจรับฟังอย่างปราศจากอคติ ให้เวลาทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสชี้แจงพูดคุยอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่ฟันธงล่วงหน้า ไม่เหยียด ไม่ดร่ามา อยากให้มีคนกลางเข้ามาช่วยให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาใช้ชีวิตอย่างครอบครัวเดียวกั มีความรักใคร่ผูกพันกันเหมือนเดิม อยากวิงวอนขอร้องว่าไม่ควรสร้างกระแสทำให้คนที่เคยอยู่ร่วมกันเกิดความเข้าใจผิดต่อกัน ต้องแตกแยก รังเกียจกัน ไม่มองหน้ากัน จ้องแต่จะหาเรื่องแจ้งความดำเนินคดีกัน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม” นายเพลินกล่าว

นายเพิน กล่าวว่า อยากฝากไปถึงยายแจ๋วและน้าเตี้ยว่าทางพ่อไม่เคยคิดอะไรที่เป็นทางไม่ดีหรือมีอคติด้วยเลย มีอะไรที่ไม่เข้าใจอยากให้คุยกันโดยตรงเหมือนกับที่เป็นครอบครัวเดียวกันเคยอยู่ร่วมกันเช่นเดิม ไม่อยากให้ฟังความจากคนอื่นที่ไม่เป็นเรื่องจริงแล้วเอามาใส่ร้ายปักปรำให้เกิดความเข้าใจผิดกันโกรธกัน บางครั้งถ้าผมพูดอะไรผิดไปก็ต้องขอโทษด้วย แต่ในใจผมไม่ได้คิดอะไร แต่เนื่องจากคำพูดที่ว่าพ่อไม่เคยมาดูแลอะไรน้องแพนเลย มันเหมือนกับเป็นคำกล่าวหาที่ทำให้ผมทั้งน้อยใจและโกรธ ซึ่งความจริงยายแจ๋วและน้าเตี้ยก็รู้ดีอยู่แล้วว่าผมก็เลี้ยงดูแลน้องแทนอยู่เช่นกัน เพียงแต่ผมต้องทำงานหาเงินเพราะเรามีฐานะยากจนก็เป็นเรื่องปกติที่จะไม่ได้มีเวลามาดูน้องแพนได้มากนัก อีกทั้งน้องแพนก็เป็นผู้หญิง อายุก็มากแล้วไม่ใช่เด็กหญิงการที่ยายแจ๋วและน้าเตี้ยเป็นผู้ดูแลจึงเป็นเรื่องที่จะสะดวกมากที่สุด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกก็ยังมีเช่นเดิมเหมือนครอบครัวปกติทั่วไป
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ที่พึ่งทางใจ พบต้นโพธิ์ใบสีขาวบริสุทธิ์ งอกใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ที่ศรีสัชนาลัย ให้เลขเด็จ 872

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าที่วัดวังค่า ตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีต้นโพธิ์ประหลาดซึ่งมีใบสีขาวบริสุทธิ์ โผล่งอกขึ้นมาอยู่ที่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่มากกว่า 4 คนโอบ สูงเกือบ 30 เมตร

อายุหลายร้อยปี ยืนต้นอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำยม ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังวัดดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบ พระชะนะ ฐานวโร พระลูกวัดวังค่ากำลังกวาดลานวัดอยู่

ผู้สื่อข่าวจึงเดินไปกราบนมัสการและให้ท่านเล่าถึงต้นโพธิ์ที่มีใบสีขาวให้ฟัง พระชะนะ ฐานวโร เล่าว่าไม่รู้ว่าใบโพธิ์สีชาวนี้เกิดขึ้นเมื่อใดแต่ที่อาตมาเห็นใบโพธิ์สีขาวนี้มาก็ประมาณ4ปีแล้วแต่ก็ไม่มีการแตกกิ่งก้านขยายมากกว่านี้ตนเองรู้สึกว่าแปลกมากคิดว่าสิ่งศักดิ์ศิษย์ลงมาจุติ

เผื่อให้ชาวบ้านนั้นมากราบไว้เคารพบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลกับครอบครัวและชุมชนหลังจากนี้ทางวัดจะสร้างศาลให้กับต้นโพธิ์ต้นนี้โดยใช้ชื่อว่า โพธิ์สวรรค์ ให้เป็นที่สักการะเคารพที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน ก่อนหน้านี้อาตมาเคยเด็ดใบโพธิ์สีขาวไปเก็บไว้ได้สามสี่วันใบโพธิ์ที่เก็บไปนั้นกลายเป็นสีเขียว

อาตมารู้สึกแปลกมากคิดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จุติมาจากสวรรค์แน่นอนและจะคอยเก็บใบโพธิ์สีขาวที่ร่วงมารวบรวมไว้เพื่อเวลามีการพระนาคบวชพระจะเอาไปใส่ในบาตรและสวดยัดแล้วนำมาให้ญาติโยมได้บูชาเพื่อเป็นพุทธบูชา ส่วนเรื่องการเสี่ยงโชคนั้นก็มีชาวบ้านเข้ามาดูเลขขอพรกันอยู่เรื่อยๆมีถูกหวยกันไปหลายคนแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

ทางด้านนางเรียน เที่ยงตรง อายุ 55 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เล่าให้ฟังว่าตนรู้สึกดีใจมากที่มีโพธิ์สีขาวงอกออกมาที่กลางต้นโพธิ์แห่งนี้ในหมู่บ้านนี้ถือว่าเป็นนิมิตรใหม่อันดีกับหมู่บ้าน ส่วนเรื่องการเสี่ยงโชคนั้นตนเป็นคนไม่ถนัดเรื่องนี้ แต่ก็เห็นมีคนเข้ามาขอหวยขอเลขขอโชคกันบ่อยๆ และในวันนี้ก็ได้มีกลุ่มคนเข้ามาขอโชคจากต้นโพธิ์หลายคน มีที่รู้จักชื่อน้องน้ำพริก บอกเห็นเลข 8,7,2 ตุ่นก็จะนำเลขนี้ไปเสี่ยงโชคต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ออกมาโต้แล้ว!! พ่อน้องแพนยันไม่ได้บุกรุก-ลักทรัพย์ ตามที่ถูกยายแจ๋วแจ้งความ “เอาเสื้อผ้าเครื่องใช้ของลูกกลับมาทำบุญให้จากบ้านที่ตนและลูกอยู่อาศัยก็เป็นความผิดหรืออย่างไร?”

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายเพิน วงค์กระโซ่ พ่อของน้องแพน ผู้ป่วยป่วยเป็นมะเร็งปากเสียชีวิต เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏอยูในสื่อต่างๆ ว่า มีทนายความคนหนึ่งได้พานางแจ๋ว หรือยายแจ๋ว ขวัญม่วง ยายของน้องแพน ไปแจ้งความดำเนินคดีตนกับพวกรวม 7 คน

ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยกล่าวหาว่าบุกรุกบ้านและลักทรัพย์ ในบ้านที่น้องแพนอาศัยอยู่ก่อนเสียชีวิตนั้น นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะบ้านหลังดังกล่าวตนกับนางสาวจิดาภา เดิมชื่อสุกัลยา หรือ น้องแพน วงศ์กระโซ่ นายวิชิต วงค์กระโซ่ และ ด.ญ.กนกกาญจน์ หรือน้องต้นข้าว วงค์กระโซ่ ลูกของนายวิชิต ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกและหลานของตน ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวมานานหลายปีตั้งแต่เกิด

ซึ่งน้องแพนขณะเสียชีวิตก็อายุ 34 ปี แล้ว ทรัพย์สินภายในบ้านก็เป็นของตนและลูกที่อยู่อาศัยกันภายในบ้านนั้นดังกล่าว ส่วนยายแจ๋ว กับนางสาวสมจิตรหรือน้าเตี้ย ทรัพย์ประเสริฐ ลูกสาว ไม่เคยมาพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันตนและลูกหลานเลย โดยนางแจ๋วและน้าเตี้ยพักอาศัยอยู่ในบ้าน

อีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของบ้านที่ตนกับลูกพักอาศัย ยายแจ๋วและน้าเตี้ยจะเข้ามาบ้านหลังเฉพาะในช่วงเวลาที่จะต้องมาคอยดูแลน้องแพม ตามที่น้องแพมได้จ่ายเงินเป็นค่าดูแลให้กับน้าเตี้ยไว้ในแต่ละเดือน แต่ทั้งยายแจ๋วและน้าเตี้ยไม่เคยมานอนพักเป็นประจำ โดยตอนกลางคืนก็จะกลับไปนอนพักที่บ้านของตัวเอง

ในช่วงวันเกิดเหตุญาติทางจังหวัดมุกดาหารได้เดินทางมาร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล 100 วันให้กับน้องแพน โดยหลังวันงานเสร็จสิ้นก็ได้เดินทางกลับมุกดาหาร และได้นำเอาเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ของน้องแพนกับวิชิตและเสื้อผ้าของน้องต้นข้าว กลับไปด้วย โดยในตู้เสื้อผ้าก็มีแต่เสื้อผ้าของน้องแพนกับน้อวต้นข้าว ตอนที่ขนสิ่งของขึ้นรถเป็นเวลาประมาณ 15.30 น.

ยายแจ๋วกับน้าเตี้ย ก็อยู่ด้วยและเห็นเหตุการณ์โดยตลอด โดยยายแจ๋วยังได้ทักท้วงว่าเป็นคนออกเงินซื้อตู้เสื้อผ้า ขณะที่ตนรับทราบมาว่าน้องแพนเป็นคนซื้อตู้เสื้อผ้า แต่ก็ไม่อยากให้มีปัญหากระทบกระทั่งกันประกอบกับในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อผ้าของน้องแพนและของหลานสาวอยู่ภายใน จึงไม่อยากนำออกจากตู้ เลยสอบถามให้ยายแจ๋วคิดมูลค่าตู้เสื้อผ้าดังกล่าว

ว่าจะต้องจ่ายเงินให้เท่าไหร่จึงจะเอาตู้เสื้อผ้ากลับไปได้ ซึ่งนางแจ๋วก็ตอบว่าต้องจ่ายให้ 3,000 บาท จึงได้มีการจ่ายเงินให้กับนางแจ๋วไป และจากนั้นญาติก็ได้เดินทางกลับมุกดาหาร โดยไม่ได้มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นอีก จนกระทั่งเวลาผ่านมานานร่วม 5 เดือน จึงได้มีทนายความพายายแจ๋วไปแจ้งความดำเนินคดีตนกับพวกดังกล่าว

ทั้งนี้ ตนและลูกหลานญาติพี่น้องอยากจะฝากความในใจไปถึงยายแจ๋วและน้าเตี้ย ว่า พวกเรายังคงรักและเคารพยายและน้าฉันญาติผู้ใหญ่เหมือนเดิม อยากให้กลับมารักใคร่ผูกพันกันเช่นเดิม ไม่อยากให้ไปเชื่อคนที่มายุแหย่ให้พวกเราผิดใจกัน โกรธเคืองกัน ฟ้องร้องกัน

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยายและน้าจะรู้เรื่องดีที่สุดว่าที่จริงแล้วไม่ได้มีการบุกรุกและไม่ได้มีการลักเอาทรัพย์สินของยายกับน้าเตี้ยไปแต่อย่างใด เป็นเพียงเอาทรัพย์สินของน้องแพนกลับมาเพื่อระลึกถึงเป็นการเตือนความทรงจำ และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่น้องแพนเท่านั้น ส่วนเรื่องทรัพย์มรดกของน้องแพนก็อยากให้มีการพูดคุยกันในวงญาติเพื่อจะได้จบเรื่องดังกล่าวด้วยดีต่อกัน นายเพินกล่าว

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเปิดตัวงานเทศกาลประติมากรรมแห่งศรัทธา “ วิถีคล้า วิถีคน” กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า เล่าขานตำนานพญานาค

สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “สะพานกะปอม” ณ ชุมชนคุณธรรมบ้านบุ่งคล้า กลายเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะ ความศรัทธา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568 ที่บริเวณสะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว (สะพานกะปอม) ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าวเปิดตัวงานเทศกาลประติมากรรมแห่งศรัทธา “ วิถีคล้า วิถีคน” กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า

เล่าขานตำนานพญานาค สู่อัตลักษณ์ท่องเที่ยวบึงกาฬ” ภายใต้โครงการส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี,

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ, นายณรงค์ ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ, อาจารย์สัติยะพันธ์ คชมิตร รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี,

นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ, นายคมกฤต บุญกอง นายอำเภอบุ่งคล้า และน.ส.กนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ,

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, ผู้บริหารจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมในงาน ที่พร้อมใจกันขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนโครงการ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ,

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ และพื้นที่อำเภอบุ่งคล้า ที่ร่วมกันบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านวิชาการ ศิลปวัฒนธรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการสร้างเศรษฐกิจฐานราก สู่กิจกรรมที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่

กิจกรรมไฮไลต์ของโครงการ คือการจัด ประกวดประติมากรรมแห่งศรัทธา “วิถีคล้า วิถีคน” ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน ชุมชน และผู้มีใจรักในงานหัตถศิลป์จากต้นคล้า ส่งผลงานเข้าร่วม โดยผลงานต้องมีขนาด 2 x 2 เมตร และจัดทีมประกวดไม่เกิน 10 คนต่อกลุ่ม เพื่อชิงรางวัล แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท รองชนะเลิศ 6,000 และ 5,000 บาท พร้อมรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท

นอกจากจะเป็นเวทีแสดงพลังสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่แล้ว โครงการยังถือเป็นการบ่มเพาะความรู้ ความภาคภูมิใจใน “ต้นคล้า” ซึ่งเป็นทั้งทรัพยากรธรรมชาติ

และมรดกทางวัฒนธรรมของบึงกาฬ ที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางศิลปะที่ผูกโยงกับ “ความเชื่อ ความศรัทธา” อันลึกซึ้งของชาวริมโขง

ภายในงานยังมีการแสดงศิลปะร่วมสมัย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของคนในพื้นที่ และนิทรรศการ “Soft Power บึงกาฬ” ที่เปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อิงตำนาน และใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด “นี่ไม่ใช่แค่งานแถลงข่าว แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังท้องถิ่นด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่จับต้องได้”

โครงการนี้สะท้อนถึงการบูรณาการระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้น “คุณค่าและความยั่งยืน” จากตำนานสู่ศิลป์ จากศิลป์สู่สินค้า และจากสินค้า สู่โลก—บึงกาฬกำลังใช้ “ต้นคล้า” และ “ความเชื่อ” เป็นสะพานแห่ง Soft Power ที่ก้าวไกลกว่าที่เคย
ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์”จำลองสถานที่สำคัญในรัสเซียให้เป็นจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร / เปิดภาพ First look ธี่หยด3 ครั้งแรก ที่ เมืองคานส์ปักหมุดเข้าฉาย 1 ตุลาคมนี้

ไม่เพียงแต่จะชู CGI ของอสุรกายคราเคน ให้เป็นตัวเอกของเรื่องแล้ว “Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” ยังได้ที่ปรึกษาเป็นถึง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเรือรัสเซีย ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทุกอย่างของเรือดำน้ำพลังปรมาณูที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง และมีความถูกต้องสมบูรณ์ทั้งในเรื่องเครื่องแบบของบรรดานักแสดงและโครงร่างของตัวเรือ “ผมรู้สึกอิจฉาคนดูหนังเรื่องนี้ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับความสมจริงภายใต้เรื่องราวการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นและยิ่งใหญ่” อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ นักแสดงผู้รับบทตัวเอกของเรื่องกล่าว

บทภาพยนตร์เขียนโดย “อเล็กเซย์ ซิโดรอฟ” ถูกกำหนดให้เรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยที่โซเวียตครองอำนาจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นเรื่องราวที่ร่วมสมัยขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในยุคปัจจุบัน “เนื้อหาของเรื่องจะบอกเล่าถึงปฏิบัติการของเรือดำน้ำบนความซับซ้อนระหว่างตัวละครในเรื่อง โดยตัวละครหลาย ๆ ตัวที่แรก ๆ จะดูเหมือนเป็นคนที่ตรงไปตรงมา แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปพวกเขากลับค่อย ๆ มีความซับซ้อนในตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะตัวเอกของหนังคือผู้บัญชาการ วิกเตอร์ โวโรนิน ที่แม้จะมีบุคลิกที่เด็ดเดี่ยวเป็นผู้นำอยู่แล้ว แต่คราวนี้เขายังจะต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งกว่าทุกปฏิบัติการที่ผ่านมา เพราะบัดนี้เขารู้แล้วว่า กำลังเผชิญหน้ากับอสูรยักษ์คราเคนที่ไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อน” ผู้กำกับฯ นิโคไล เลเบเดฟ กล่าว

อีกความพิเศษอย่างหนึ่งของ “kraken – เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” ที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือ การถ่ายทำฉากใต้น้ำ “เราถ่ายทำกันที่เมืองมูร์มัสค์และที่ฐานทัพเรือเรด แบนเนอร์ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ เซเวโรมอร์ส และซาโอเซอร์ส ที่ถูกจำลองให้เป็นจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร แล้วก็ต้องทำให้ทั้งศาลาน้ำท่วมจนมิดหัวนักแสดงและทีมงานเพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาดูสมจริง รวมทั้งยังทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของน้ำในมหาสมุทรในระหว่างที่ลูกเรือทุกนายกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่” นิกิต้า มิคาลคอฟ โปรดิวเซอร์ของเรื่องกล่าวทิ้งท้าย

เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อพบกับอสูรกายในตำนานของชาวเรือใน “Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นพี่ยักษ์คัมแบ็กพร้อมลุย!!!
เปิดภาพ First look ธี่หยด3 ครั้งแรก ที่ เมืองคานส์
ปักหมุดเข้าฉาย 1 ตุลาคมนี้

สิ้นสุดการรอคอย!!!! กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เสียงเพรียกแห่งความหลอน #ธี่หยด3 จาก M Studio และ ช่อง 3 กับ กับภาพ First look สุดเดือดของ พี่ยักษ์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่กลับมาพร้อมกับ จ่าประพันธ์ “แฉะ องอาจ เจียมเจริญพรกุล”
โดยเป็นการเปิดภาพแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 78 (Cannes Film Festival 2025) เตรียมพบกับการเดินทางล่าผีครั้งสำคัญ ที่จะนำไปสู่จุดเริ่มต้น และจุดจบของความสยอง จากฝีมือการกำกับภาพยนตร์โดย แป๊ป ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ และ ต้อม ธนเดช ประดิษฐ์ ที่ยังครบถ้วนไปด้วยครอบครัวตัว “ย” ที่ยังมีชีวิตอยู่ จูเนียร์-กาจบัณฑิต ใจดี, เฟรนด์-พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ, เดนิส-เจลีลชา คัปปุน, และ นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน โดยปักหมุดวันฉาย 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ, IMAX และ DOLBY ATMOS

Cannes2025ธีหยด3#TEEYOD3DeathWhisperer3ธี่หยด #ธี่หยด2

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฬุรา จันทร์ศรี สุดปลื้ม!เข้ารับรางวัล “พิฆเนศวร” สาขา “นักแสดงดาวรุ่งดีเด่น” / นก-พงศกร และ บอสนุ-พานิชพล แตกสาขา เปิดตัววงใหม่ “หมอลำอลังการโชว์” ดัน “ไออ้อน กลวัชร” ขึ้นแท่นพระเอกใหม่

ฬุรา จันทร์ศรี สุดปลื้ม! เข้ารับรางวัล “พิฆเนศวร” สาขา “นักแสดงดาวรุ่งดีเด่น”
​แม้จะเพิ่งเข้าวงการบันเทิงได้ไม่นาน แต่สำหรับนักแสดงสาวหน้าหวาน ฬุรา จันทร์ศรี สาวน้อยที่มีผลงานด้านต่างๆ มากมาย ทั้งภาพยนตร์, ละคร, ซีรีย์, หนังสั้น, หนังโฆษณา และอื่นๆ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็น “ดาวดวงใหม่” ที่เจิดจรัสแสงในวงการบันเทิงได้อย่างดียิ่งทีเดียว

ล่าสุด สาวฬุรา ออกอาการเป็นปลื้มสุดๆ เมื่อได้รับเกียรติจาก สมัชชานักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) ให้เข้ารับรางวัลในงานประทานรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ-ภาพยนตร์แห่งชาติ รางวัล “พิฆเนศวร” ประจำปี ๒๕๖๘ ซึ่งจัดขึ้นเป็น ครั้งที่ ๑๓ เป็นรางวัลประทาน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อร่วมเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสร้างมาตรฐานและความเชื่อถือให้เกิดขึ้นต่อคุณภาพของวิทยุโทรทัศน์ และภาพยนตร์ไทย ในสายตานานาประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นบุคลากรทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง ผู้ผลิตสื่อรายการสถานีวิทยุโทรทัศน์ และการผลิตภาพยนตร์ต่างๆ แก่บุคคลและองค์กรเพื่อเป็นเกียรติและกำลังใจสำหรับตัวเองและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

โดย สาวฬุรา ได้เข้ารับรางวัลในสาขา “นักแสดงดาวรุ่งดีเด่น” จากภาพยนตร์เรื่อง “มนต์ดำสั่งตาย” ของค่ายไรท์บิยอนด์ และละคร “นางนาคพระโขนง” ช่อง 3HD โดยมีพิธีรับรางวัล ณ ห้อง Phenix Auditorium ชั้น ๑ โครงการฟีนิกซ์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ สาวฬุรา เผยความรู้สึกว่า “ขอขอบคุณรางวัลพระพิฆเนศวร ที่ทำให้หนูได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ รางวัลนี้จะทำให้หนูพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ขอฝากผลงานซีรีย์ที่จะเปิดกล้องในเร็วๆ นี้ด้วยนะคะ”

Profile ชื่อ: นางสาว ฬุรา จันทร์ศรี ชื่อเล่น: ฬุรา สูง: 172เซนติเมตร น้ำหนัก: 45 กิโลกรัม อายุ: 24 ปี สัดส่วน: 32-23-35 ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะนิเทศศาสตร์ สาขาศิลปะการแสดง ความสามารถพิเศษ : แอคติ้ง เล่นบทได้ เดินแบบ ถ่ายแบบ นักกีฬาเทควันโด้(สายน้ำตาล), ว่ายน้ำได้,ขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้ดี
ช่องทางการติดต่อ IG : https://instagram.com/t.luraa?igshid=MXBucTRpMGdma25ncA%3D%3D&utm_source=qr

นก-พงศกร และ บอสนุ-พานิชพล แตกสาขา เปิดตัววงใหม่ “หมอลำอลังการโชว์” ดัน “ไออ้อน กลวัชร” ขึ้นแท่นพระเอกใหม่

แค่ชื่อวงก็ร้องว้าวแล้วจ้า!!! กับ “หมอลำอลังการโชว์” วงหมอลำน้องใหม่แกะกล่องล่าสุด หรือเสียงวิหค สาขา 2 ที่บริหารโดย บอสนุ-พานิชพล ภาวะโคตร และบอสนก พงศกร กับการแตกแขนงวงย่อยที่คุณภาพคับแก้ว วงใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยผู้จัดการใหญ่ ผนึกกำลัง 3 บอส เปิดตัวพระเอกหมอลำ “ไออ้อน กลวัชร” เตรียมเข้าสู่สังเวียนหมอลำ เอาใจพ่อยกแม่ยกกันในฤดูกาลหน้า กับสเกลที่แตกต่าง และจุดขายที่เอาใจทั้งผู้ชมและผู้จ้างแบบสุดๆ

บอสนุ-พานิชพล เผยว่า “วงนี้ถือว่าเป็นวงที่ 2 ของเราคือหมอลำอลังการโชว์ เรามีประสบการณ์ จากวงแรกมาแล้ว เราสร้างความแตกต่าง ทั้งเรื่องราคาที่ถูกกว่า และ จุดขายที่เน้นการเต้ยมากกว่าการร้องลำครับ พระเอกใหม่แกะกล่อง ชื่อ ไออ้อน กลวัชร น้องเป็นหมอลำ เป็นคนรุ่นใหม่ ที่อยู่ในจุดที่ลำเก่ง ร้องเก่ง แสดงเก่ง ซึ่งมองเห็นในความสามารถในตัวของน้อง บอสนุจึงได้ชวนน้องมาเป็นพระเอกของวง หมอลำ อลังการโชว์ครับ“

พระเอก “ไออ้อน กลวัชร” กล่าวเสริมว่า ”ตอนนี้เป็นช่วงที่ได้รับโอกาสจากพี่ๆทั้ง 2 ดีใจ ที่พี่นุ และบอสนกทำให้ผมมีไฟอยากกลับมาเป็นหมอลำอีกครั้ง ประกอบกับความเชื่อมั่น เชื่อใจที่พี่ๆคนทำวงหมอลำเสียงวิหค ประสบความสำเร็จมาแล้ว 200 กว่างาน ในทุกปี ผมเลยเชื่อว่า ถึงหมอลำอลังการโชว์จะเป็นหมอลำวงใหม่ แต่เรามีโอกาสที่จะไปถึงจุดนั้นเช่นกัน

ผมเชื่อในวิสัยทัศน์ของการบริหารงานของคนรุ่นใหม่ครับ ขอฝากแฟนๆติดตามพระเอกน้องใหม่ ไออ้อน กลวัชร วงหมอลำอลังการโชว์ ภายใต้การบริหารงานของบอสนก พงศกร บอสนุ และผู้จัดการใหญ่ ด้วยนะครับ ขอให้แฟนๆ ให้โอกาสผมไออ้อน อีกซักคนด้วยนะครับ และฝากติดตามผมบนเวทีหมอลำอลังการโชว์ ต้องอาศัยแรงเชียร์แรงใจจากแฟนๆ ทุกๆคนทั่วประเทศและคนไทยที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก คอยสนับสนุนนะครับ ขอบคุณครับ“

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านเร่งผลักดันดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมให้ปลอดภัย ใช้ 7 ตำบลในอ.ภูเพียงนำร่อง

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่13-14 พ.ค.2568 ณ โรงแรมดิอิมเพรสน่าน “สภาผู้บริโภค ผลักดันนโยบายการจัดระเบียบสายสี่คมนาคมให้ปลอดภัย พื้นที่นำร่อง อำเภอภูเพียง จ.น่าน สู่ Nan-Model การจัดระเบียบสายสื่อสารมิตรและปลอดภัย จับมือทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค

สถานการณ์ปัญหาสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาไฟฟ้ารกรุงรัง ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นปัญหาซ้ำซาก ที่สะสมมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีระเบียบ กฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ตาม จากสภาพสายสื่อสารที่ไม่ได้รับการจัดการ ระเบียบนี้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหสัดน่านและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว

สภาผู้บริโภคจังหวัดน่าน Kick Off โครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร นำร่องอำเภอภูเพียงสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค “Nan-Model” ต้นแบบเมืองสวยงาม ปลอดภัย โดยมี นายประจักร์จังหวัดน่าน เป็นประธาน และกล่าวต้อนรับชี้แจงวัตถุประสงค์ โดย นางสาวบุญยืน สิริธรรม ประธานสภาองค์กรผู้บริโภค ในการประชุม ครั้งนี้มีหน่วยงานจากทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง , หน่วยงานประจำจังหวัดภาคเหนือ ,จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ สภาผู้บริโภค , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประกอบไปด้วย

สำนักงาน กสทช.34(เชียงราย) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต2(พิษณุโลก) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน , บ.โทรคมนาคมแห่งชาติสาขาน่าน , สนง.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจ.น่าน , สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดน่าน , สภาทนายความจังหวัดน่าน ท้องถิ่นอำเภอภูเพียง ,ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอภูเพียง,ศูนย์ดำรงธรรรมอำเภอเมืองน่าน,สถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน , สถานีตำรวจภูธรเวียงสา , สภาองค์กรของผู้บริโภค ,ตัวแทนนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , ตัวแทนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสายสื่อสาร , สมาชิกองค์กรผู้บริโภค ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน

หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภ จากการเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ปัญหาสายสื่อสารในพื้นที่จังหวัดน่าน ของ นายวุฒิกร พุทธิกุลหัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค พบว่า 70เปอร์เซ็นต์ เป็นสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้การแล้ว แต่ไม่ได้ถูกรื้อถอนออก ในขณะที่สายสื่อสารแบบใหม่ก็มีการพาดสายอย่างไร้ระเบียบ ส่วนหนึ่ง เกิดจาก บริษัทที่มารับเหมาช่วงต่อของการเดินสายให้กับบริษัทเจ้าของสัญญาณ ไม่ได้ใส่

ในขณะเดียวกันบริษัทโทรคนาคมเจ้าของสัญญาณก็ไม่ได้มีการใส่ใจในการพาดสายให้ถูกต้องตามระเบียบ ในขณะเดียวกันบริษัทโทรคมนาคมเจ้าของสัญญานก็ไม่ได้มีการ ตรวจสอบ ว่าสายที่บริษัทรับเหมาได้ดำเนินการนั้นถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ (ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน ก็ไม่ทราบว่าจะไปไล่เบี้ยกับบริษัทใด จุดสำคัญในการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดน่าน คือ การลงนามตกลงความร่วมมือ MOU การจัดระเบียบสายสื่อสารที่เป็นมิตรและปลอดภัยอำเภอภูเพียง โดยมีทุกภาคส่วนเป็นภาคีเครือข่าย อาทิ กสทช., กฟภ., สถานีตำรวจ, อบต. ทั้ง 7 ตำบล และผู้ให้บริการโทรคม

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้การจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยเป้าหมายหลักมุ่งรื้อถอนสายที่ไม่ได้ใช้งาน จัดระบบสายให้เป็นระเบียบ เพิ่มความความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างภาพลักษณ์เมืองน่านให้สวยงามส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมจากชุมชน เช่นการนำสายที่

รื้อถอนมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โครงการนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของจังหวัดน่านในการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างเมืองที่ “ปลอดภัย มีระเบียบ และน่าอยู่ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาวในการขับเคลื่อนต่อไป/ข่าว/ ณัฐชานันท์ สิริธัญโรจน์ /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร (อย่างไม่เป็นทางการ)​ ภูมินทร์ ล้มแชมป์เก่าบ้านใหญ่เพื่อไทย

วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานผลคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีประชากรประมาณ 32,999 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 23,729 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 16,930 คน

คิดเป็นร้อยละ 71.62 จำนวนบัตรเสีย 737 คิดเป็นร้อยละ 4.35 จำนวนบัตรดี 15,258 คน คิดเป็นร้อยละ 90.12 จำนวนบัตรไม่เลือกผู้สมัครใด 935 คน คิดเป็นร้อยละ 5.25 แบ่งเป็น 3 เขตเลือกตั้ง สท. เขตละ 6 คน รวม 18 คน

มีผู้สมัครนายก 4 คน รวม 34 ชุมชน 44 หน่วย แบ่งเป็น 3 เขต เลือกตั้ง ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศบาลเมืองมุกดาหาร ปี 2568 (อย่างไม่เป็นทางการ) ลำดับ ที่ 1 นายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ ได้คะแนน 8,521 คะแนน

ลำดับที่ 2 นายอุดม เที่ยงโยธา ได้คะแนน 4,218 คะแนน ลำดับที่ 3 นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ (แชมป์เก่าบ้านใหญ่เพื่อไทย) ได้คะแนน 2,918 คะแนน และลำดับที่ 4 นายศักดิ์ชัย เจริญวุฒิมากร ได้คะแนน 480 คะแนน

ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร ทีมนายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต เขตที่ 1 ได้รับเลือกเข้ามา 5 คน เขตที่ 2 เข้ามา 6 คน เขตที่ 3 เข้ามา 5 คน สท.ในทีมที่ได้รับการเลือกตั้งทั้ง 3 เขต รวม 16 คน ทีมนายอุดม เที่ยงโยธา ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต

ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา 1 คน ทีมนางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต ได้รับการเลือกตั้งเข้ามารวม 1 คน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มพัฒนามุกดาหาร

โดยนายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ คนรุ่นใหม่ที่วางตัวในเวทีการเมืองท้องถิ่นมานานหลายปี นับเป็นผลงานที่ได้เตรียมทีมและวางตัวผู้สมัครของกลุ่ม ในศึกเลือกตั้งเทศบาลเมืองมุกดาหารครั้งนี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเท้ง” ผู้สมัครนายกเล็ก เทศบาลบ้านกรูด ชนะขาดคู่แข่ง นำทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด เข้าสภาเป็น สมัยที่ 2 เกือบยกทีม / สนามเลือกตั้ง ทต.ทับสะแก “นายกเดียร์” ที่ไร้คู่แข่ง นำทีม กลุ่มรักทับสะแก เข้าสภาได้ 9 ที่นั่ง โดยมีอิสระเสียบมา 3 ที่นั่ง

วันที่ 11 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังปิดหีบเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มนับคะแนน นายกฯเทศมนตรี และ สมาชิกสภาเทศบาล ไปพร้อมๆ กัน โดยผลการนับคะแนนของ นายกเทศมนตรี อย่างไม่เป็นทางการ นายอิศรา กาญจนรัตน์ ผู้สมัครนายก หมายเลข 1 ทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ได้คะแนน 1,600 คะแนน ทิ้งห่าง นายณรงค์ พุกจันทร์ อดีต สท.หลายสมัย ผู้สมัคร หมายเลข 2 ในนามกลุ่มรักบ้านกรูด ได้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 545 คะแนน ในส่วนสมาชิกสภาเทศบาล กลุ่มพัฒนาบ้านกรูดได้เข้าสภาเกือบยกทีม โดยมีเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 ผู้สมัครอิสระ แทรกเข้ามาได้ 1 คน กลังจากนี้ก็รอ กกต.รับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการ โดยนายอิศรา กาญจนรัตน์ หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ก็ได้ออกมาขอบคุณ ทีมงาน และชาวบ้านกรูด ที่ไว้วางใจให้ทีมกลุ่มพัฒนาบ้านกรูด เข้ามาทำหน้าที่ต่อไปอีก สำหรับเทศบาลบ้านกรูด มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 3,334 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 2,239 คน คนเป็นร้อยล่ะ 67.16 %

////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

ประจวบคีรีขันธ์ _ สนามเลือกตั้ง ทต.ทับสะแก “นายกเดียร์” ที่ไร้คู่แข่ง นำทีม กลุ่มรักทับสะแก เข้าสภาได้ 9 ที่นั่ง โดยมีอิสระเสียบมา 3 ที่นั่ง

วันที่ 11 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังการปิดหีบเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มนับคะแนน นายกเทศมนตรี และ สมาชิกสภาเทศบาล ไปพร้อมๆ กัน โดยผลการนับคะแนนของ นายกเทศมนตรี อย่างไม่เป็นทางการ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ผู้สมัครนายกเทศมนตรี หมายเลข 1 กลุ่มรักทับสะแก ที่ไร้คู่แข่ง ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ได้ 1,870 คะแนน

ในส่วนผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล กลุ่มรักทับสะแก สามารถผ่านเข้าสภาได้เพียง 9 คน โดยมีผู้สมัครอิสระ สามารถสอบเข้าสนามนี้ได้ 3 คน หลังจากนี้ก็รอ กกต.ประกาศรับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

//////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเก่านครเจ้าพระยาฯ เอาอยู่ ชนะเลือกตั้งเทศบาล

รายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จ.ชลบุรี อันดับ 1 คือ นายอาคมเจตน์ พันเฉลิมชัยโชค หรือนายกฮุ้น จากกลุ่มลูกเจ้าพระยา อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ให้เป็นนายกเทศมนตรีอีกสมัย ส่วนสมาชิกจาก 24 ที่นั่ง พลาดไป 7 เก้าอี้ ให้พรรคประชาชน

โดยนายกฮุ้น สามารถเอาชนะคู่แข่ง ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 18,008 คะแนน
เอาชนะนายอภิชัย พิทยานุรักษกุล จากพรรคประชาชน ไป 1,614 เสียง ทั้งนี้ ดร.ติ๊ด อภิชัย อดีต หัวหน้าฝ่ายแบบแผน และก่อสร้าง เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนไปได้ถึง 16,394 คะแนน

โดยที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้นำดาวเด่นของพรรค ลงพื้นที่เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ต่อเนื่อง ส่งแกนนำพรรคมาช่วยหาเสียงหลายราย อาทิ หัวหน้าพรรคประชาชน เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ช่อ พรรณิการ์ วานิช, วิโรจน์ ลักคณาอดิศร, เจี๊ยบ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ และเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ

ทั้งยังปิดท้ายด้วยคลิปเชิญชวนเลือกตั้งของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เรียกว่าขนมาหมดแม้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง และยังมีการขึ้นรถตระเวนหาเสียงทั่วพื้นที่อย่างไม่ลดละ นับเป็นความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ของพรรคประชาชนที่ต้องการครองพื้นที่ท้องถิ่นอย่างเทศบาลนคร แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะใจและเสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนไปได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่าน-เลือกตั้งนายกเล็กเมืองน่านนายกตี๋เบอร์ 2 รักษาแชมป์ไว้ได้หวุดหวิด พร้อมนำ สท.เข้าวิน14 คน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันอาทิตย์ 11 พฤษภาคม 2568 หลังจากปิดหีบเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองน่านและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน เจ้าหน้าที่ก็เริ่มนับคะแนนในเวลาประมาณ17.30 น.ท่ามกลางความสนในของกองเชียร์ของผู้สมัครและประชาชนในเขตเลือกตั้ง เข้ามารับชมการนับคะแนนในแต่ละหน่วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลเมืองน่านมีผู้สมัครนายกเทศมนตรี 3 รายประกอบด้วยนายเอกชัย อินทะนัน หรือดอน เบอร์1 กลุ่มเขตเมืองพัฒนา นายสุรพล เธียรสูตร หรือนายกตี๋ แชมป์เก่ากลุ่มเมืองน่านน่าอยู่ พร้อมนำทีม สท.เข้าวิน14 คน

โดยผลการนับคะแนนนั้นพบว่า นายเอกชัยอินทะนันท์ เบอร์ 1 ได้ 3934 คะแนน นายสุรพลเธียรสูตร แชมป์เก่า ได้ 4075 คะแนน นายเศรษฐพงษ์ ธีรภาพวิเศษพงษ์ ได้ 635 คะแนน ขณะผลการเลือกตั้งสมาชิกสภานั้น กลุ่มเมืองน่านน่าอยู่ ได้มา 14 คน กลุ่มเขตเมืองพัฒนา 3 คน และอิสระ 1 คน

ขณะที่มีรายงานว่าผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดู่ไต้ โกหนำ สุรวัฒน์ เลิศชัยพิทักษ์ สามารถล้มแชมป์เก่านายทรงพล อัชวากุล เอ๋ ได้ ด้วยคะแนน 2,269 คะแนน ทรงพลได้ 2,161 คะแนน ขณะที่เทศบาลตำบลกองควาย ร.ต.อ.ชัยเดช โรงคำได้ 1,898 คะแนน นายธงชัย ปันคำได้ 1,242 คะแนน ส่วนเทศบาลตำบลเวียงสา นายพงษ์นรินทร์ สุทธารักษ์ ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ด้วยคะแนน 903 คะแน

นายพิชิต โมกศรี 619 คะแนน เทศบาลตำบลเชียงกลางนายมนตรี เชี่ยวสุวรรณ ได้ รับเลือกตั้ง ด้วยคะแนน 2,408 คะแนน นายอาณัติ จริยะโกมล ได้,064 คะแนน นายธนกฤต จิตตรง ได้1 ,692 คะแนน เทศบาลตำบลขึ่ง นายสกล ทรัพย์โพธิ์ทอง ได้ 1,106 คะแนน

นางบำเพ็ญ บริบูรณ์ ได้ 1,093 คะแนน นายจรัญ ต่างใจ อดีตนายกคนล่าสุดได้ 258 คะแนน เทศบาลตำบลกลางเวียง นายปฏิวัส ธนะไพศาล 2,246 คะแนน นายสมาน ทิพย์สกุลปัญญา ได้ 2,100 คะแนน นายกิตติกร กุมมาละ ได้ 395 คะแนน

ที่เหลือขอสรุปผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกประกอบด้วย เทศบาลตำบลพระพุทธบาทเชียงคาน นายดนุพัฒน์ กันภัย เทศบาลตำบลหนองแดง นายสามารถ วงศ์เลียบ เทศบาลตำบลทุ่งช้าง นายนายวินัย พนาขวา เทศบาลตำบลงอบ นายจักรภัทร คำรังษี เทศบาลตำบลศรีสะเกษ นายเรืองชัย ด่านพาณิชย์ เทศบาลตำบลบ่อแก้ว นายพายับ สารเถื่อนแก้ว เทศบาลตำบลบ่อเกลือไต้ นายประสิทธิ์ อุปจักร
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวี ลงใต้ เปิดมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่น อ.ศรีสาคร เยี่ยมเยียนกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง หนุนรายได้ ให้พี่น้องประชาชน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีพลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 นายกูพ่า รอเซ็ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต ตลอดจนตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมมหกรรมในครั้งนี้

สำหรับโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสสัมพันธ์ สู่ความเป็น เลิศประจำปีงบประมาณ 2568 นี้ เป็นโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาคร ซึ่งประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสาคร องค์การบริหารส่วนตำบลกาหลง องค์การบริหาร ส่วนตำบลเชิงคีรี องค์การบริหารส่วนตำบลตะมะยูง องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ เทศบาลตำบลศรีสาคร และชมรมตาดีการะดับอำเภอ ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับในปีนี้องค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ

ทั้งนี้ด้วยโรงเรียนตาดีกาเป็นองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทต่อสังคม โดยเฉพาะ ในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเด็กๆในพื้นที่ต้องเรียนในวันเสาร์ – อาทิตย์ ปัจจุบันมีการรวมตัวจัดตั้งเป็นชมรมขึ้น ทั้งในระดับอำเภอและจังหวัด มีการจัดกิจกรรมต่างๆทุกปี ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือและยกระดับโรงเรียนตาดีกาให้มีการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเสริมสร้างจริยธรรมอิสลาม เพื่อปลูกฝังให้ทุกคนถือปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งใช้กีฬาและกิจกรรมต่างๆ เป็นสื่อกลางในการป้องกัน ให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากปัญหายาเสพติด ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการเล่นกีฬาและทักษะทางวิชาการแก่เด็กและเยาวชน ส่งเสริมกิจกรรมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กและเยาวชน และเพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบไปด้วยโรงเรียนตาดีกาในเขตอำเภอศรีสาคร และมีนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการต่างๆ โดยการจัดงานในครั้งนี้มีหลากหลายกิจกรรม อาทิเช่น การประกวดขบวนพาเหรด การแข่งขันกีฬา การประกวดกิจกรรมบนเวที และการประกวดภาควิชาการ เป็นต้น

ด้านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าวันนี้ต้องขอชมเชยคณะกรรมการจัดโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา นักเรียนตาดีกา และพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและการเล่นกีฬา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีๆให้ลูกหลานของเราได้แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง โครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ ในวันนี้ถือเป็นโครงการหนึ่งที่สามารถสร้างความสมัครสมานสามัคคี ของคนในพื้นที่ ทุกกลุ่มวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของพ่อบ้าน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มของเด็กและเยาวชน ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มของเยาวชน เชื่อว่าเยาวชนมีบทบาทอย่างมากที่ช่วยทำให้โครงการนี้สำเร็จได้ลุล่วง ซึ่งในปัจจุบันเราต้องช่วยกันดูแลเอาใจใส่เยาวชน อย่างจริงจัง และกิจกรรมใน ลักษณะนี้ก็สามารถช่วยได้อีกทางหนึ่ง และใหทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลต่อสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่ อาจจะเกิดขึ้นในชุมชน ทุกคนก็มีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างสังคมให้น่าอยู่ ปลอดจากอบายมุขเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะน้องๆเยาวชนในวันนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน ตำบล และประเทศชาติต่อไป

จากนั้นพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางไปยังวัดกาหลงคีรีธรรมาราม หมู่ที่ 1 ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ตรวจเยี่ยมการทำผ้าทอพื้นเมือง เพื่อหาแนวทางให้กับชาวบ้านที่ทอผ้า หาตลาดเพื่อกระจายสินค้าให้กลุ่มทอผ้า รวมถึงงบประมาณเพื่อทำนุบำรุงอาคารลานทอผ้า อันเป็นการมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไทยพุทธและมุสลิม เพื่อที่จะได้นำกลับไปหาทางเพื่อแก้ไขปัญหา สำหรับการมาพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในครั้งนี้มีความรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างยิ่งสำหรับการต้อนรับเป็นอย่างดี
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สอนทำกระเป๋า ด้วยเส้นหวายเทียม หนัง ที่ตลาดจตุจักร มีนบุรี ตอนที่ 2

อ.น้อง สอนทำกระเป๋า ด้วยเส้นหวายเทียม หนัง ที่ตลาดจตุจักร มีนบุรี ตอนที่ 2 ในโครงการ.การพัฒนารูปแบบการสอน วิชาการงานอาชีพ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ศจ.ดร.อัญชลี มีมุข ประธานโครงการฯ อ.วรพร อุดมพันธ์ ผู้อำนวยการสอน ทำกระเป๋าหวายเทียม คุณรัชนี ศรีพล ผู้อำนวยการโฆษณา การตลาด สื่อสารมวลชล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สะเทือนฟ้าดิน! บารมีแผ่ไพศาล! มหาพิธียกฉัตรพระประธาน มงคลสูงส่ง บวงสรวงพระแม่ธรณี เบิกเนตรพระพิฆเนศ หนุนนำชีวิต! เปิดขุมทรัพย์แห่งความสำเร็จ!

เครื่องบวงสรวงยิ่งใหญ่อลังการตั้งตระหง่านในวันดีศรีพญาวัน 10 พฤษภาคม 2568 ณ วัดชมภูเวก นนทบุรี มูลนิธิพุทฑภูมิธรรม นำมหาชนผู้มีจิตศรัทธาหลั่งไหลหลายพันคน หลายๆท่านตั้งใจเดินทางมาจากภาคต่างๆ เพื่รวมพลังร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ #ยกฉัตรพระประธาน #สมโภชพระแม่ธรณี #เบิกเนตรพระพิฆเนศ #ถวายเครื่องไทยธรรมและสังฆทาน ราวเทพประทานพร เมฆมงคลบดบังสุริยา ให้บรรยากาศร่มเย็น ผู้ร่วมงานดื่มด่ำความสงบในการประกอบพิธี เสียงสวดมนต์และอธิษฐานจิตทรงพลังก้องกังวาน สะเทือนทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ

🙏ภาพฉัตรสง่างามในพระอุโบาถสูงสง่างามเหนือองค์พระประธาน เพื่อเป็นพุทธบูชา เปล่งประกาย ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ก่อให้เกิดความรู้สึกอิ่มเอมในบุญกุศลอย่างลึกซึ้ง 🙏การสมโภชพระแม่ธรณีสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และมั่นคงแห่งแผ่นดิน 🙏และเบิกเนตรพระพิฆเนศเทพขจัดอุปสรรค เสริมสิริมงคล

ท่ามกลางศรัทธา ทุกการกระทำคือ “ทำบุญถวายแผ่นดินสยาม” อานิสงส์นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง สุข สิริมงคล พลังสามัคคีและความเลื่อมใส เป็นเกราะแก้วคุ้มครอง นำสู่ความสงบสุข ความสำเร็จอันงดงาม มิได้วัดเพียงจำนวน แต่จากปีติสุขในใจ เป็นพลังศรัทธาเชื่อมโยง สร้างสิ่งดีงามแก่พระศาสนาและแผ่นดิน ขออนุโมทนาบุญในความสำเร็จอันน่าซาบซึ้งใจ

อานิสงส์การถวายฉัตรพระประธาน เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระพุทธเจ้าและพระธรรมคำสอน เชื่อกันว่าจะได้รับอานิสงส์มากมาย อาทิ

  • ความร่มเย็นเป็นสุข: ดุจดั่งฉัตรที่กางกั้นความร้อนจากแสงอาทิตย์ ผู้ถวายจะได้รับความร่มเย็นในจิตใจ ปราศจากความทุกข์ร้อน
  • ความสง่างามและความเป็นผู้นำ: การถวายสิ่งที่สูงค่าเป็นการเสริมบารมี ให้เป็นผู้มีสง่าราศี เป็นที่เคารพยำเกรง และอาจส่งผลให้มีความเป็นผู้นำ
  • ความเจริญรุ่งเรือง: เหมือนฉัตรที่ยกสูงขึ้น เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงาน
  • การคุ้มครอง: เสมือนฉัตรที่ปกป้องพระพุทธรูป จะส่งผลให้ผู้ถวายแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ

อานิสงส์การถวายเครื่องไทยธรรมและสังฆทาน

  • ความอุดมสมบูรณ์: การถวายปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นแก่พระสงฆ์ จะส่งผลให้ผู้ถวายมีความอุดมสมบูรณ์ในทรัพย์สินและสิ่งของต่างๆ
  • สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาว: การให้ทานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์จะส่งผลให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน
  • สติปัญญาเฉลียวฉลาด: การถวายสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการปฏิบัติธรรม จะส่งผลให้มีสติปัญญาผ่องใส
  • ความสุขและความเจริญ: การให้ทานเป็นเหตุแห่งความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต และนำมาซึ่งความเจริญในชีวิต
  • การสืบทอดพระพุทธศาสนา: การบำรุงพระสงฆ์เป็นการช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่สืบไป
  • #บวงสรวงสมโภชพระแม่ธรณี: อุดมสมบูรณ์ มั่นคง ร่มเย็น ปลอดภัยดุจแม่ธรณีดูแล
  • #เบิกเนตรพระพิฆเนศ: เจริญก้าวหน้า สำเร็จ ขจัดอุปสรรค มีสติปัญญา

ที่สำคัญ รายชื่อร่วมห้าพันชื่อ ได้พริ้นท์และนำขึ้นสู่โต๊ะบวงสรวง อัดพลังบุญเปิดทางชีวิตให้บริบูรณ์ด้วย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ อริยสมบัติ และนิพพานสมบัติ จงทุกประการเทอญ
สาธุๆๆอนุโมทามิฯ🙏😊

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจ สนง.กกต. เขต. 8 ลงเยี่ยม วังหินโมเดล แห่งเดียวในประเทศ เป็นพื้นที่เลือกตั้งสีขาว ปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 68 ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้ตรวจการ เขตตรวจที่ 8 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อม นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ และคณะ เดินทางมาตรวจความพร้อม และเยี่ยมให้กำลังกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ และในเขตเทศบาลตำบลวังหิน ที่เดินทางมารับอุปกรณ์การเลือกตั้งในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการทำสัญญาและทำประชาคมกับชาวบ้านในเขต อำเภอวังหิน เป็นโครงการโมเดล ให้เป็นเขตพื้นที่เลือกตั้งสีขาวปลอดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

***ด้าน ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้ตรวจการ เขตตรวจที่ 8 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ที่เดินทางมาวันนี้เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้ง และมาตรวจดู “วังหินโมเดล” ที่ประชาชนชาวตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ และผู้สมัครได้มีการทำสัญญาณกันว่าจะมีการเลือกตั้งสีขาว ปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง จนเป็น วังหินโมเดล ซึ่งถือเป็นแห่งแรกที่เกิดขึ้นจริงๆในประเทศไทย โดยถือเป็นการแก้ไขปัญหาในการซื้อสิทธิขายเสียงที่เกิดขึ้น ด้วยความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ และทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยหลังจากเลือกตั้งครั้งนี้แล้วทาง กกต. จะมีการประเมินผลอีกครั้งว่า “วังหินโมเดล” ทำได้จริงหรือไหม ซึ่งถือเป็นไปถามที่ตกลงกันได้จริงๆทาง กกต. ก็จะมีการขยายผลนำไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรมทั้งประเทศต่อไป

***ร.ต.อ.มนูญ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามที่อบรมไว้อย่างเข้มงวด และลดปัญหาบัตรเสียให้ได้น้อยที่สุด ร่วมถึงให้ประชาชนเข้ามาใช้สิทธิให้ได้มากที่สุด และได้ให้ชุดเคลื่อนที่เร็วจับตาทุกพื้นที่ที่มีปัญหาไว้อย่างใกล้ชิด แต่ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งแต่อย่างใด

***ทั้งนี้วันพรุ่งนี้ (10 พ.ค. 68) ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนอกมาใช้สิทธิ ออกมาเลือกตั้ง ได้ตั้งแต่ เวลา 08.00 น. ถึง เวลา17.00 น. และอย่าลืมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และรักษาสิทธิของท่าน ซึ่งการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ สุจริต หรือ เที่ยงธรรม ได้ต้องเป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนที่ต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน ไม่ใช้หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 65536;weatherinfo: null;temperature: 35;

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แก๊งค้าของเถื่อน ล้วงคองูเห่า ขนกระเทียมเถื่อน ปลายจมูก นรข.มุกดาหาร รวบ 4 คน / ด่านศุลกากรมุกดาหารร่วมสถานีเรือ ตรวจสอบโกดังกระเทียมใต้สะพานมิตรภาพ 2

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.)ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี(กระเทียมแห้ง)

จากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงมาขึ้นฝั่งที่บริเวณใกล้กับเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ห่างจากสถานีเรือมุกดาหารประมาณ 1 กิโลเมตร

จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกซุ่มบริเวณพื้นที่ ที่ได้รับแจ้งดังกล่าว กระทั่งเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือต้องสงสัยจำนวน 1 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งประเทศไทย

จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าไปช่วยกันยกกระสอบกระเทียมแห้งขึ้นมาจากลำเรือและนำเข้าไปไว้ในบ้านเลขที่ 5/4 ถนนสำราญชายโขงใต้ ริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่

จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ และสามารถควบคุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวไว้ได้ 4 คน ส่วนคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้ขับเรือแล่นกลับไปฝั่ง สปป.ลาว

จากการตรวจสอบพบกระเทียมแห้งอยู่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขงจำนวน 6 กระสอบ ในบ้านเลขที่ 5/4 จำนวน 3 กระสอบ รถจักรยานยนต์ของกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย ฮอนด้า เวฟ 125 i

หมายเลขทะเบียน 1 กด 8545 มุกดาหาร และยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง วิทยุรับส่ง 2 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แก๊งค้ากระเทียมเถื่อนมุกดาหารล้วงของงูเห่า #สถานีเรือมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

-​ด่านศุลกากรมุกดาหารร่วมสถานีเรือ ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังกระเทียมใต้สะพานมิตรภาพ 2

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม สืบเนื่องจาก นโยบายของ นายรีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุษศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ. ศภ.2 ที่กําชับให้เข้มงวดในการตรอจสอบการกระทําความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผอ. ส่วนควบคุมทางศุลกากร และนายชวลิต จิระชนากุล ผอ. ส่วนบริการศุลกากร ดําเนินการตาม นโยบายอย่างเข้มงวด โดยได้สั่งการให้นางสาวศิรินันท์ จันทจวง นักวิษาการศุลกากรซํานาญการ นำเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังกระเทียมบริเวณใต้สะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว แห่งที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารเรือ สถานีเรือมุกดาหาร สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้มีการตรวจยึดกระเทียมแห้งได้ที่บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อขยายผล

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารและแหล่งที่มาของกระเทียมในโกดัง รวมทั้งตรวจนับปริมาณ สินค้าคงคลัง เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการนําเข้าผลปรากฏว่ามีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามถึงแม้ในการตรวจสอบจะไม่พบการกระทำความผิด แต่ก็ถือเป็นการดําเนินการเชิงธุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนําเข้ากระเทียมจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้าโขง ซึ่งมักเป็นพื้นที่มีการลักลอบนําเข้าสินค้า

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร กล่าวว่า ที่ผ่านมาด่านศุลกากรมุกดาหารได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เพื่อตรวจสอบ และติดตามสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบนําเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยการดําเนินการครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาการลักลอบนําเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเป็นธรรมทางการค้า

ด่านศุลกากรมุกดาหารลงพื้นที่ตรวจโกดังกระเทียม #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /งานเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 3 วันที่ 10-11 พ.ค. 68 ( KITE FESTIVEL2025 ) เพื่อเป็นสีสันในการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน อ.ทับสะแก จ.ประจวบ

ช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค. 2568 ที่บริเวณลานทรายเขื่อนบ้านทุ่งประดู่ ชายหาดทับสะแก หมู่ที่ 2 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายทวีวิทย์ รัตนวิจิตร ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสุ โชคกิจการ นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขต อำเภอทับสะแก นายวิบูลย์ เทียนทอง นายกอบต.ทับสะแก นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก และนายสุทิน ตั้งเขาทอง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ (พิธีกร) พร้อมคณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ( kite festivai 2025 )

โดยภายในงานมีการแข่งขัน ประดิษฐ์ว่าวแฟนตาซี ประชาชนทั่วไปไม่จำกัดอายุ ประเภททีม 3 คน สามารถประดิษฐ์ว่าวมาจากบ้านได้ โดยเป็นว่าวชนิดใดก็ได้แต่ต้องประดิษฐ์ขึ้นจากทีมงาน โดยมีภาพถ่ายยืนยันขณะปฏิบัติการประดิษฐ์ ให้ผู้แข่งขันตั้งชื่อว่าวและอธิบายแนวความคิดให้คณะกรรมการทราบ โครงว่าว ตัวว่าว และวัสดุตกแต่งจะทำจากวัสดุใดๆก็ได้ โดยไม่จำกัดขนาดของว่าวและความยาวของเชือกชัก

นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า ชุมชนบ้านทุ่งประดู่เป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน จากอดีตที่ผ่านมาช่วงฤดูกาลหน้ามรสุม หรือหน้าว่าว ตั้งแต่เดือน ธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ ชาวบ้านก็ต่างออกมาทำว่าวเล่นไม่ว่าจะเป็นว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ว่าวแฟนตาซีต่างๆ ขึ้นมาเล่นกัน แต่ทุกวันนี้กีฬาชนิดนี้เริ่มสูญหายไป เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้จักการผลิตว่าว

ในฐานะตนเองเป็นประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแกได้ตระหนักถึงเรื่องการอนุรักษ์ว่าว อนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ ที่มีมาในอดีต โดยในปีนี้จึงได้จัดเทศกาลว่าวนานาชาติขึ้นมาเป็นครั้งที่ 3 มีการแข่งขันประดิษฐ์ว่าว การวาดภาพระดับเยาวชน โดยมีถ้วยรางวัล งานจะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 10-11 พ.ค. 68 เวลา 11.00 น.- 23.00 น. ส่วนภาคกลางคืนจะมีอาหารพื้นบ้านมาจำหน่ายและมีดนตรีให้ชมกันตลอดงาน ( สามารถนำเก้าอี้สนาม แคมป์ปิ้ง มานั่งได้เลย )

//////////////////////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมงกุฎราชกุมาร

วันที่ 8 พ.ค.68 ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดเขาบ้านกลาง หมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร

โดยมี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกรียติมาร่วมงาน พร้อมมี นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดฯ นายจามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดฯ นายอำนาจ เขม่นกิจ สปก จังหวัดฯ นางสาวพัชรี ทิพยาภรณ์ ตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดฯ

นางสาวลัดดาวัลย์ วรรณวิไลย สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดฯ นายเชาร์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ผู้แทนจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ประชาชนชาวเกษตรกรอำเภอทับสะแก ร่วมงาน

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและอย่างทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกัน ระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมพัฒนาพื้นฟูเกษตรกร ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี และฝึกอบรมการเกษตรเพิ่มเติม ควบคู่กันไปด้วย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยกำหนดจัดงานตามรายไตรมาส ปีละ 4 ครั้ง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำนวน 13 คลินิก

ได้แก่ คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกส่งเสริมการเกษตร คลินิกยางพารา คลินิกเกษตรและสหกรณ์ และคลินิกพืชอาหารสัตว์ และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีเกษตรกรมาร่วมงาน และเข้ารับบริการทางการเกษตร ไม่น้อยกว่า 300 คน

///////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวปากช่อง “ค้านเหมืองแร่ดิน”หวั่นมลพิษ-สิ่งแวดล้อมเสียสมดุล

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ชาวบ้านตำบลหนองน้ำแดง-ตำบลปากช่อง หมู่2และหมู่14ร่วมฟังประชาพิจารย์ รับฟังความคิดเห็น สัมปะทานบัตร เหมืองแร่ดิน ของบริษัทปูนซิเมนต์ นครหลวง จัดโดยอำเภอปากช่องและอุตสาหกรรมจังหวัดด้านชาวบ้าน รวมตัวออกมาคัดค้านการก่อสร้าง เหมืองแร่ดินดังกล่าวหวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตทางการเกษตร ผลไม้และทำลายแหล่งการท่องเที่ยวชุมชนอีก

ทั้งโครงการดังกล่าวสร้างกลางชุมชนหวั่นมลพิษและการสัญจรของเยาวชน-ประชาชนจะได้รับอันตราย เมื่อวันที่8 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาทางอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาร่วมกับอำเภอปากช่อง ผู้นำชุมชนและตัวแทนจาก บริษัทปูนซิเมนต์ นครหลวง จำกัด(มหาชน) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านหมู่ที่2และหมู่ที่14ขึ้นภายในหมู่บ้านบริเวณศาลาประชาคมเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการต่อประธานบัตรก่อสร้างเหมืองแร่ดินของบริษัทปูน ซิเมนต์ นครหลวง จำกัด บริเวณพื้นที่ 105ไร่ 1งาน 86ตารางวา ตั้งอยู่หมู่ที่2 ตำบลน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

โดยเป็นการขอประธานบัตรทับพื้นที่ประธานบัตรเดิมเลขที่28811/15999 ที่เคยได้รับอนุญาตและปัจจุบันสิ้นอายุแล้ว แล้วพื้นที่ขอประธานบัตรที่2/2567ทั้งแปลง อยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของ บริษัท ได้แก่ โฉนดเลขที่ 20455 เลขที่ดิน7ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยโครงการทำเหมืองแร่ดินอุตสาหกรรม ชนิดดินซิเมนต์ ของบริษัท ปูนซิเมนต์ นครหลวง จำกัด(มหาชน)จะทำ โดยวิธีเหมืองเปิด (open pit) ตลอดอายุโครงการ 5ปี และได้ยื่นขอต่อประธาน การทำเหมืองต่ออุตสาหกรรมจังหวัด

เป็นที่มาของการนำเสนอข้อมูลประชาพิจารณ์ให้กับชาวบ้านในครั้งนี้ ทางด้านกลุ่มชาวบ้าน ประกอบด้วย นายวิรัตน์ กล้าหาญ นายมนตรี สุดโต นางสาว สาววิต ศรีมงคล แล้วนาย สวิล คงแคลง ชาวบ้านตำบลหนองน้ำแดง หมู่2 ได้ออกมาให้ความเห็นว่าพื้นที่ก่อสร้างเหมืองแร่ดินดังกล่าวอยู่ติดกับวัดและกลางชุมชนที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่หนาแน่นกว่า 500 ครัวเรือนแล้วมีการปลูกพืช อาทิ แก้วมังกร ทุเรียน อโวคาโด้ น้อยหน่า เป็นจำนวนมากอีกทั้งบริเวณโดยรอบเหมืองยังมีการลงทุนของนักลงทุนทำธุระกิจการท่องเที่ยวโรงแรมและรีสอร์ทจำนวนมากเป็นชุมชนเกษตร และการท่องเที่ยว

หากเหมืองแร่มาทำการก่อสร้างจะทำให้เกิดมลภาวะด้วยสิ่งแวดล้อมอาทิ ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณรัศมี 5กิโลเมตรการสัญจรจะยากลำบากเพราะมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกวันละเกือบ100เที่ยว/วัน อีกทั้งมลพิษจากฝุ่นจะทำให้เกิดผลเสียต่อพืชผลทางการเกษตร น้ำบาดาลใต้ดินที่ทางบริษัทปูนซิเมนต์จะเจาะลึกลงไป15-20เมตร จะส่งผลต่อน้ำใต้ดินของชาวบ้านทิศทางน้ำอาจจะเปลี่ยนได้ ดังนั้นชาวบ้านส่วนไหญ๋จึงไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างเหมืองแร่ดินของบริษัทในครั้งนี้และวิงวอนขอให้บริษัทหยุดก่อสร้างโครงการดังกล่าวเพื่อเก็บป่าพื้นนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปทางด้าน ดร.เรืองเกียรติ สุวรรโณภาส อ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ณ หมู่บ้านแห่งนี้ได้ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกับชาวบ้านร่วมกันคัดค้านโครงการนี้ตั้งแตเดือนมกราคม 2568

ได้นำชาวบ้านไปยื่นหนังสือต่อผูว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาทนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ที่ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานอุตสาหดรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อคัดค้านโครงการดังกล่าว และเป็นที่มาการเสนอโครงการทำประชาพิจารณ์ในครั้งนี้ซึ่งตนได้ทำการยื่นหนังสือการคัดค้านต่อปลัดอำเภอปากช่อง และนายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานสิทธิมนุษยชน พื้นที่ภาคคะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล ว่าชาวบ้านไม่สนับสนุนโครงการนี้ เพราะจะให้โทษมากกว่าผลดีต่อขุมชนโดยรอบและตนจะยื่นหนังสือต่อ สส.และกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม ต่อไป.

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กยศ. เปิดทางปรับลดยอดหักเงินเดือน พ.ค.-มิ.ย.68

CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v62), quality = 100

         กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดทางช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบจากการหักเงินเดือนเป็นการชั่วคราว โดยให้นายจ้างสามารถลดจำนวนการหักเงินเดือนให้กับผู้กู้ยืมในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 หรือสามารถขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มผ่อนชำระใหม่เป็นรายเดือนในอัตราที่ลดลง ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “จากการที่กยศ. ได้มีการหักเงินเดือนเพิ่มเติม 3,000 บาท กับผู้กู้ยืมที่มียอดค้างชำระ ซึ่งก่อนหน้า กยศ. ได้มีการติดตามหนี้ครอบคลุมผู้กู้ยืมทุกคน รวมถึงผู้ที่ถูกหักเงินเดือน ให้ไปชำระยอดค้างส่วนนี้ด้วยตนเอง แต่เนื่องจากผู้กู้ยืมส่วนหนึ่งไม่ชำระยอดที่ค้าง ทำให้ กยศ. จำเป็นต้องเพิ่มวงเงินหักรายเดือนอีก 3,000 บาทต่อบัญชี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568

       โดย กยศ.ได้มีการแจ้งทั้งผู้กู้และนายจ้างแล้วนั้น ทั้งนี้ หากผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถให้หักเงินเดือนได้ตามที่ กยศ.แจ้ง ให้ติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มต้นการผ่อนชำระใหม่ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายเดือนในอัตราที่ลดลง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้กู้ยืมเงินดังกล่าวได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. แล้วกว่า 200,000 ราย สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังคงมียอดค้างชำระ และยังไม่ได้ติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ยังคงต้องแจ้งให้หักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาทต่อบัญชี ในเดือนพฤษภาคม 2568 และเดือนต่อไปจนกว่าจะไม่มียอดค้างชำระ

ดังนั้น กยศ. ขอให้ผู้กู้ยืมชำระยอดหนี้ที่ค้างหรือติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์โดยเร็ว ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดชำระของงวดปี 2568 ทั้งนี้ ในระหว่างรอการปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ได้เพิ่มเงื่อนไขการปรับลดการหักและนำส่งเงินของนายจ้างชั่วคราว โดยให้นายจ้างสามารถลดจำนวนการหักเงินเดือนให้กับผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบด้านการดำรงชีพในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 ได้เท่านั้น กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมทุกท่านที่ชำระเงินคืนกยศ. อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมรุ่นน้องต่อไป”
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประตูสู่ล้านนานายอำเภอทุ่งเสลี่ยมนำปลูกต้นไม้วันพืชมงคล.


ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย โดยนายปพน สอนธรรม นายอำเภอทุ่งเสลี่ยม

เป็นประธานเปิดโครงการ “ขยับกาย ปลูกต้นไม้ ลดโลกร้อน” ปลูกต้นไม้เนื่องในวันพืชมงคล รณรงค์

สร้างกระแสให้ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่มีส่วนร่วในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพิ่มทรัพยากรป่าไม้ ลดโลกร้อนและฝุ่น PM 2.5

กิจกรรมในวันนี้ เป็นการปั่นจักรยานลัดเลาะชมธรรมชาติ ลดโรค เพิ่มพลังชีวิต และปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว คนละ 1 ต้น ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดเชิงผา กลุ่มเป้าหมายร่วมกิจกรรม 200 คน และมอบกล้าไม้ให้ตัวแทน อสม แต่ละตำบล เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่อำเภอทุ่งเสลี่ยม

โดยมี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งเสลี่ยม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประชาชนอำเภอทุ่งเสลี่ยมได้เข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่รักษ์โลกปลูกต้นไม้เพื่อให้ความชุ่มชื้นบนพื้นดินและพื้นป่าสร้างอากาศที่ดีเพิ่มออกซิเจนให้มากขึ้นในชั้นบรรยากาศโลกด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.น่าน จัดงาน”ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้าน อ.ภูเพียงจ.น่าน”และ”งานเทศกาลผลไม้ ของดีตำบล เมืองจัง 2568″

ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2568ณ สนามกีฬาโรงเรียนศรีนครน่าน
ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านนายพล ผัดผล นายก อบต.เมืองจังกล่าวรายงานต่อ นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอภูเพียง ประธานในพิธีเปิดงาน
“ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” และ”งานเทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปี พ.ศ.
2568″

โดยมีนายทรงยศ รามสูต ส.ส.น่าน เขต 1 พรรคเพื่อไทย ดร.เชาวฤทธิ์ ขจพงศ์ กีรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม นาย รุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายก อบต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน นางสิรินทร รามสูต อดีต ส.ส.น่าน นางพวงแก้ว พรมมิ สอบจ.เขตอำเภอภูเพียง นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน

และนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นายศรีลัย ติ๊บแก้ว นายก อบต.นาปัง ผู้บริหาร ปลัดอปท.ในพื้นที่อำเภอเพียง ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาร่วมออกบูธ สำนักงานพาณิชจังหวัดน่าน มาจำหน่ายสินค้าราคาถูก ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นในเขตตำบลเมืองจัง พี่น้องเกษตรตำบลเมืองจัง หน่วยงานราชการร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยกิจกรรมจัดขึ้น

ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2568อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์และหลากหลายทั้งการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อาทิเช่นวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง กิจกรรมท่องเที่ยวทางน้ำแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแม่น้ำน่านบ้านหาดผาขน แม่น้ำยาวหาดสบยาว การเก็บและแปรรูปสาหร่ายไก นอกจากนี้
ยังมีสินค้าการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

ที่ได้ความนิยม เช่น การปลูกและแปรรูปมะม่วงหิมพานต์ ผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจกลุ่มแปรรูปมะไฟจีนบ้านกอก ผลิตตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน ผลิตภัณฑ์บ้านโคมคำตำบลม่วงตี๊ด ประกอบกับตำบลเมืองจังเป็นพื้นที่ปลูกผักและผลไม้แหล่งใหญ่ในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะมะม่วง ลิ้นจี่แลถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของตำบลเมืองจังและของจังหวัดน่าน โดยในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนจำนวนมาก

สำหรับการจัดงาน “ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้าน
อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” และ”งานเทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปีพ.ศ.2568″ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์จากชุนทั้ง7 ตำบลในเขตอำเภอภูเพียง และเป็นการเปิดฤดูกาลใม้ผลของตำบลเมืองที่ออกสู่ตลาดจำหน่าย โดยเฉพาะมะม่วงและลิ้นจี่ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ภายในงานประกอบกิจกรรมต่างๆดังนี้

1 กิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการและการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
และผลิตภัณฑ์ชุมชนของเกษตรกรและกลุ่มวิสาทกิจของทั้ง 7 ตำบลในอำเภอภูเภอภูเพียง 2) กิจกรรมการประกวดและแข่งขันของทั้ง 7 ตำบลในในอำนอำนกอภูเพียง ประกอบด้วย การประกวศร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การประกวดจัดกระเช้าผลิตภัณภัณฑ์ทางทางการภาษตร การแข่งขันกินลิ้นจี่ การประกวดเมนูซูเอกลักษณ์วัตถุดิบท้องถิ่น (ลาบปลาข้น)เป็นต้น

3) การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น 11 หมู่บ้าน ตำบลเมืองจัง
4) การแข่งขันตำมะม่วง (เมือง) ลีลา 5) การประกวดผลผลิตมะม่วง 4 สายพันธุ์ได้แก่ พันธุ์เขียวเสวย พันธุ์น้ำดอกไม้ เบอร์ 4 พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง พันธุ์โชคอนันต์ และการประกวดผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ค่อม 6) การแข่งขันกีฬาเปตอง
7) การประกวดหนูน้อยผลไม้ 8) การออกบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ
9) การแสดงดนตรีของวงดนตรีร่วมสมัย

การจัดงาน “ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอ
ภูเพียง จังหวัดน่าน” และ “เทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปี พ.ศ.ศ.2568” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ การประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์ทางการและ ผลิตภัณฑ์ชุมชน ของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและ ผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอภูเพียง และกระตุ้นการตลาด การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น

มีการพัฒนาคุณภาพผลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด อันจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ต่อไปและการจัดงานในวันนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากอบจ.น่าน จำนวน 100,000 บาท และอบต.เมืองจัง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬรวมเป็นหนึ่ง Buengkan Zero Dropout จะไม่ทิ้งเด็กคนไหนไว้ข้างหลัง

จังหวัดบึงกาฬ ประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนโครงการ “Buengkan Zero Dropout” และพิธีมอบวุฒิบัตรผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับโครงการสนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุนวันที่(9 พฤษภาคม 2568) ที่หอประชุมศรีบึงกาฬ โรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ตำบลต้นแบบ การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา

เพื่อให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ตามโครงการ (Buengkan Zero Dropout) ภายใต้โครงการขับเคลื่อนข้อเสนอการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการด้านการศึกษาในภูมิภาค ระดับตำบโดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบวุฒิบัตร พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ดร.กษมา ป้องกัน ผอ.สพม.บึงกาฬ นายนรภัทร สิทธิจักร รองผอ.สพม.บึงกาฬ ดร.ชวนะ ทวีอุทิศ ผอ.โรงเรียนบึงกาฬ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมกว่า 120 คน

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนแนวทางในการลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน และให้การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกการศึกษาหรือเด็กตกหล่นได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา สร้างโอกาสความเสมอภาคความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย เพื่อให้ชวัญและกำลังใจและเชิดชูผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นพื้นฐานที่มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบชุมชนในการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ จากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า จังหวัดบึงกาฬ มีเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 3–18 ปี ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษากว่า 4,371 คน โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา มีตำบลต้นแบบ Zero Dropout ในจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 1 แห่ง
คือ ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กตกหล่นและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง จนกระทั่งส่งผลให้นักเรียนได้สำเร็จการศึกษา

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า “การศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน จังหวัดบึงกาฬ ให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้เข้าถึงการศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มที่หลุดจากระบบการศึกษา เราจะไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การประชุมในวันนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังร่วมในระดับตำบล ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนในอนาคต”

นางรินทิพย์ วารี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ โดยยึดพื้นที่เป็นฐานการทำงาน ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยมุ่งหวังให้ทุกตำบลในจังหวัดเป็นพื้นที่ปลอดเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ เราไม่ได้มองเพียงการนำเด็กกลับมาเรียนเท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาให้เด็กแต่ละคนได้เรียนรู้ตามศักยภาพ และสามารถเชื่อมโยงสู่การมีอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”

โครงการ “Buengkan Zero Dropout” มุ่งขับเคลื่อนกลไกการค้นหา ติดตาม ฟื้นฟู และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ระดับตำบล โดยคาดหวังให้จังหวัดบึงกาฬเป็นต้นแบบของการดำเนินงานเชิงพื้นที่ด้านการศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ยึดมั่นในหลักการ “ให้การศึกษาที่เท่าเทียมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” กระทรวงศึกษาธิการต้องการเห็นเด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้อย่างเสมอภาคและเติบโตในสังคมอย่างมีความสุข ตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข”

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ผลตรวจเลือด” โคกลุ่มเสี่ยงที่มดลูกทะลักตาย ไม่พบเชื้อเกี่ยวกับโรคแอนแทรกซ์

วันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในจังหวัดมุกดาหารว่า จากการที่พบมีโคที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดอาการมดลูกทะลักตายจำนวน 1 ตัว ในหมู่บ้านโคกสว่าง

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ได้มีการเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องแลปไปแล้วนั้น ปรากฏว่าสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารได้แจ้งรายงานยืนยันผลตรวจที่ออกมาแล้วว่า ไม่พบเชื้อที่เกี่ยวกับโรคแอนแทรกซ์แต่อย่างใด

ส่วนมาตรการในสัตว์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกักฝูงโคที่เสียง 123 ตัว ในเกษตรกร 21 คน ที่สงสัยว่าเป็นต้นเหตุการติดเชื้อในคน โดยได้ฉีดยาปฏิชีวนะ Penicllin 7 วัน และกักสังเกตอาการอย่างน้อย 20 วัน ห้ามไม่ให้มีการนําวัวไปเลี้ยง

ในพื้นที่แปลงหญ้า หรือแหล่งน้ำในบริเวณที่มีความเสี่ยงการปนเปื้อนเชื้อ และได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ในโค กระบือ ที่เลี้ยง ในพื้นที่เสี่ยง
ตลอดจนได้ทําลายเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงด้วยโซดาไฟ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่สําคัญ เช่น ที่เือด สิ่งแวดล้อม

โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สื่สโมสรฟุตบอลเยาวชนช้างศรีสุขสวัสดิ์ ความสำเร็จChampions รายการ Thailand Youth Cup 2025 รุ่นU14พ่วงด้วย 2รางวัล

สโมสรฟุตบอลเยาวชนช้างศรีสุขสวัสดิ์ ขอกราบขอบพระคุณ ผู้ใหญ่ใจดีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จChampions รายการ Thailand Youth Cup 2025 รุ่นU14
พ่วงด้วย 2รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ของ ด.ช.ธนชล สาระพงษ์ (แมนยู)ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ของ ด.ช.ภวินท์ พันธ์จันทร์ (วิน) และโอกาสในการไปทดสอบฝีเท้า จาก CIMON โดยการคัดเลือกของ โค้ชปุ๋ย

  • แมนยู 54 ธนชล สาระพงษ์
  • กาย 54 ธนกร แย้มบู่
  • ราม 55 นรภัทร ไก่แก้ว
  • ข้าวกล้อง55 จักรวุฒิ จูงวงศ์
    เมื่อวันที่ 4เมษายน2568
    ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ

ขอบพระคุณ ท่านรองมานะพันธ์ อังคสกุลเกียรติ รองนายก อบจ.ศรีสะเกษ สนับสนุนชุดแข่งขันสำหรับลูกช้างพร้อมกองเชียร์ทุกรุ่นอายุ
ขอขอบพระคุณ ผู้เอื้อเฟื้อและผู้ประสานความอนุเคราะห์ต่างๆ ทั้ง ที่พัก อาหาร การเดินทาง


ขอบพระคุณ ความเมตตา จาก ท่าน ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ
ขอบพระคุณ ท่านรอง ผู้กำกับเสือ สภ.เมืองชัยภูมิ
นมัสการขอบคุณ หลวงพี่ตุ๋ม ผช.จอ.วัดชัยภูมิวนาราม
พร้อมด้วย คณะเพื่อนฝูงกัลยาณมิตร ของ หมวดอ็อด ร.ต.ต.สราวุธ จูงวงศ์
ที่ได้มาต้อนรับ ดูแล สนับสนุนน้ำท่าอาหาร ตลอดการแข่งขัน จนกระทั่งเดินทางกลับ
ภาพ/ข่าว วนิดา คัลณา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว เที่ยวสวนส้มโอศรีสะเกษ ที่บ้านตาด อ.เมืองจันทร์ ทิปทัวร์สวน 450 ไร่ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 จังหวัดศรีสะเกษ ภูมิใจนำเสนอ สวนส้มโอบ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ ( ภาพมุมสูง โดรน ) ในการนำทัวร์สวนส้มโอ กว่า 450 ไร่ และกำลังปลูกเพิ่ม ขยายเพิ่ม ตามความต้องการของตลาด โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้แหล่งชุมชนท่องเที่ยวบ้านตาด อำเภอเมืองจันทร์ ที่ผลิตส้มโอ ของจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 3,000 ไร่

เป็นการส่งเสริมวิสาหกิจของชุมชน ตามตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผลผลิตตามความต้องการของตลาด จากที่เกษตรกรไปเที่ยวภาคกลาง แล้วซื้อส้มโอมาเพาะ มาทดลองปลูก 1 ต้น ก่อนที่พัฒนาแยกสายพันธุ์ จนปัจจุบันนี้ มีส้มโอที่บ้านตาด จำนวน 7 สายพันธุ์ คือ พันธ์ขาวน้ำผึ้ง, พันธ์ทับทิมสยาม, พันธุ์ทองดี, พันธุ์ขาวแตงกวา, พันธุ์ขาวใหญ่ และพันธุ์แดงเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งวันนี้เกษตรกรรวมตัวกัน

เตรียมจัดงาน วันส้มโอศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.บริเวณสวนแห่งนี้ โดยในงานจะมี การแสดงของกลุ่มแม่บ้าน ต้อนรับนักท่องเที่ยว ในสวนส้มโอ ที่กำลังออกลูกเต็มต้น การทำเมนูจากส้มโอ ที่แซบที่สุดนั้นก็คือ ยำส้มโอสด ซึ่งเครื่องก็จะประกอบด้วย ส้มโอ ในทุกสายพันธ์ กะทิ, มะพร้าวคั่ว, ถั่วลิลงคั่ว, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์, กระเทียมทอด, หอมแดงศรีสะเกษเจียว, น้ำพริกเผาสูตรบ้านตาด และน้ำปรุงรสสูตรบ้านตาด นำมาคลุกเคล้าตามสูตร

ก็จะได้ยำส้มโอที่สุดอร่อย สุดแซบแบบไทยๆ ไม่เผ็ด แต่กลมกล่อมพอดี นอกนั้นยังมีผลิตภัณฑ์จากส้มโอ อธิ ขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้ง วันนี้นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่าของเปลือกส้มโอ นับเป็นแห่งแรกของศรีสะเกษ และของไทย ที่นำเปลือกมาพัฒนาต่อยอด ด้วย

นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายแท่ง สุระ นายก อบต.ตาโกน เจ้าของพื้นที่ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกขยายผลผลิตส้มโอบ้านตาด พร้อมด้วยหอการค้าจังหวัด, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวศรีสะเกษ, เกษตรจังหวัด, นายณัฎฐพงษ์ บุดดี เจ้าของสวนส้มโอรายแรก และนายอำเภอเมืองจันทร์ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว แก่สื่อมวลชน พร้อมนำทำเมนู ยำส้มโอศรีสะเกษ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้งเปลือกเป็นขยะ

วันนี้นำเปลือกส้มโอ ทั้งหมด มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่า วันนี้สวนส้มโอพร้อมแล้ว จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาเที่ยวงาน “ส้มโอศรีสะเกษ” ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ถึงวันนี้ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.สวนส้มส้มโอ บ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นี้ กับพาทัวร์สวนส้มโอ ครั้งของของศรีสะเกษ ด้วย
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 การแข่งขัน บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) งบประมาณ 2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) เข้าร่วมแข่งขัน 27 ทีม

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานนะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ที่ควบคุมงาน ฝอ.5 บก.อก.ภ.่่(งานประชาสัมพันธ์และงานแถลงข่าว) ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า

วันที่ 8 พ.ค.68 เวลา 14.30 น.
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ให้โอวาทแก่ ทีมปราบไพรีอริศัตรูพ่ายทั้ง 2 ทีม ที่เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการฝึกทบทวนและเตรียมความพร้อมการแข่งขันหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับ บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) สถานีข้ามสิ่งกีดขวาง มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 27 ทีม ผลการแข่งขัน

– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 13
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 21
การแข่งขันเสร็จสิ้น ผลรวม จำนวน 5 Stage ดังนี้
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 5
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 12

โดยมี พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1, พ.ต.ท.กฤษณพงษ์ ชูตระกูล รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.ชยากร บุญมา รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.สมพร ลอยกระโทก สว.ฯ, ร.ต.อ.ศุภร ภาวมิ่งมงคล รอง สว.ฯ ส่วนควบคุม และ จนท.ส่วนปฏิบัติ จำนวน 2 ทีม พร้อมผู้สังเกตการณ์ ร่วมขอบคุณและรับโอวาทจากผู้บังคับบัญชา ณ ตำรวจภูธรภาค 1

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา.น่าน กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ และ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตร

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ลงพื้นที่ อำเภอเวียงสา เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

1.กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผู้เลี้ยงสัตว์ บ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ชื่อโครงการ”จัดซื้อวัวแม่พันธุ์ลูกผสมบราห์มันให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

2.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านชื่นใหม่ ชื่อโครงการ”จัดชื้อแม่พันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านชื่นใหม่ หมู่ 5 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ นายอุไร สารถ้อย และนายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากรบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดการลักลอบเติมน้ำมันเขียว

วันนี้ 8 พฤษภาคม 2568 นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายวิศิษฐ วชิรวิรุฬห์ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7 ผู้แทนจากกรมสรรพสามิต และ ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรพงษ์ ดีนุช สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 6 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมสังเกตการณ์วิธีปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (โครงการน้ำมันเขียว) และเข้าตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันในเขตต่อเนื่อง (Tanker) ณ สถานีบริการ วีนัส 10 ของ บริษัท ไทยแหลมทองค้าน้ำมันประมง จำกัด เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วม โครงการน้ำมันเขียว

นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ออกประกาศกรมศุลกากรที่ 210/2567 เรื่อง พิธีการศุลกากรว่าด้วยการนำน้ำมันดีเซลออกไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยประกาศกรมศุลกากรฉบับดังกล่าว เป็นการปรับปรุงแก้ไขประกาศกรมศุลกากร ที่ 68/2561 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับประกาศกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการจัดทำประกาศกรมศุลกากรฉบับล่าสุด เป็นผลจากการหารือร่วมกันของผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ค้าน้ำมันในเขตต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาวประมง
และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในด้านการป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

อธิบดีกรมศุลกากร ยังกล่าวอีกว่า สำหรับโครงการน้ำมันเขียวจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในการลดต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในกิจการประมง อันจะเป็นการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนอีกทางหนึ่ง ทั้งสามหน่วยงานจึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นที่มาของการตรวจเยี่ยมในวันนี้ หลังจากนี้ ทั้งสามหน่วยงานจะบูรณาการ การทำงานร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติตามโครงการดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของโครงการฯ เกิดประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ ในส่วนของกรมศุลกากร จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการขนถ่ายน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายให้กับเรือประมงในเขตต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย มิให้มีการกระทำความผิดทางศุลกากรเกิดขึ้น
////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสายท / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรอ. มน.สุโขทัยลงช่วยเหลือประชาชนจากพายุฤดูร้อน. / สทนช.ภาค1จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยมครั้งที่2/2568

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 68 เวลา 1100 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท) พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. บูรณาการความร่วมมือ นายชูชีพ จันทร์หอม นายก อบต.ท่าฉนวน และจนท.อบต.ท่าฉนวน ลงพื้น

ที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย ในพื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จว.ส.ท. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชน สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย และครอบครัว พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่

ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ และสำรวจความเสียหายในพื้นที่ฯ ในการประสานการฟื้นฟูในลำดับถัดไปอย่างรวดเร็วทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าเวลา 09.30น. พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท)

พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. บูรณาการความร่วมมือ นายชูชีพ จันทร์หอม นายก อบต.ท่าฉนวน และจนท.อบต.ท่าฉนวน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในพื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จว.ส.ท.

เพื่อขับเคลื่อนด้านความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาสังคม มุ่งเน้นการดูแล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สทนช.ภาค1จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยมครั้งที่2/2568
เมื่อเวลา09.30น.ของวันที่8พฤษภาคม2568ณ.ห้องประชุมจดหมายเหตุ ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดแพร่

โดยมีนาย คุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานจัดการประชุม พร้อมนาย อนันต์ เพชร์หนู ผอ.สทนช 1ทั้งนี้ได้มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและประชุมทางออนไลน์

โดยมีนาง วชิรญาณ์ สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำยม สทนช.1เลขานุการฯการประชุมได้กล่าววาระการประชุมทั้ง6วาระอนึ่งการประชุมครั้งนี้ได้มีวาระสำคัญคือความก้าวหน้า

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี2568และการจัดการทำแผนบริหารจัดการน้ำหลากที่จะมาถึงโดยทั้งนี้ได้จัดการประชุมตามระเบียบวาระจนถึงเวลา12.00น
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สือรัฐนิวส์ / ผบ.ทบ.ประชุมหน่วยงานความมั่นคง นราธิวาส ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงหลายครั้ง ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีพลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อหารือปรับแผนยุทธวิธีการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เน้นการทำงานเชิงรุกและบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ความมั่นคงของประชาชน คือหัวใจสำคัญของภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจภายใต้ความเสี่ยงสูง พร้อมเน้นย้ำทุกภารกิจต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางซึ่งตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ยืนหยัด มุ่งมั่น และปรับใช้ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกทางสังคมได้ โดยสนับสนุนกิจกรรมที่สะท้อนการต่อต้านความรุนแรง และการประณามผู้ก่อเหตุ รวมถึงการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย และความสามัคคีระหว่างพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิม ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อการทำงานของภาครัฐ
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุทยานแห่งชาติน้ำตก ห้วยยางบุกจับผู้ต้องหาลักลอบล่าสัตว์ป่า คุ้มครองในพื้นที่ป่าสงวน หลังพบหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายหลายข้อหา

นายนพพร ประทุมเหง่า ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ หย.2 (น้ำตกขาอ่อน) ได้ออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่ป่าบ้านหนองโปร่ง (ช่องหนองบอน) และจับกุม นายชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 464 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

เจ้าหน้าที่พบซากลิงกัง 1 ซาก พร้อมของกลางอื่นๆ ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองเดี่ยว 1 กระบอก กระสุน 9 นัด มีดพก 1 ด้าม หนังสติ๊ก 1 อัน ไฟคาดหัว 3 อัน กระสอบปุ๋ยสีขาว 1 ใบ และเปลนอน 1 ผืน ณ จุดเกิดเหตุในป่าหนองโปร่ง บ้านหนองโปร่ง หมู่ที่ 9 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายจิรายุ พูลทวี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง กล่าวว่า ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงหลายข้อ ทั้งตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ฐานเก็บหาของป่าและกระทำการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานล่าและครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฐานนำออกและทำอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์และอาวุธเข้าไปในเขตอุทยาน และยิงปืนภายในอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังถูกร้องขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนอีกด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีภูธรธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ​การดำเนินงานตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเข้มงวดตรวจตราเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. ประธาน วันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบ72 ปี รับโล่รางวัล กก.ตชด.23 ปรามยาเสพติดดีเด่น

เมื่อวันที่ 6 สมาคม 2568​ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 เป็นประธานเป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณกองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23) ให้แก่หน่วยงาน, ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ขับเคลื่อนงานด้านยาเสพติด

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการใช้หลัก “การลดความต้องการการใช้ยาเสพติด และลดปริมาณยาเสพติดรวมทั้งดำเนินการกับ ผู้ค้ายาเสพติด อย่างเด็ดขาด” ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรต่าง ๆ และภาคประชาชน จึงต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเต็มกำลัง

จึงมีนโยบายเน้นหนักด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกมิติอย่างเป็นระบบ ด้านการป้องกันยาเสพติด ได้ดำเนินการนําผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในสถานพยาบาล และการบำบัดด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน การเสริมสร้างให้ประชาชนและชุมชนเข้าใจ

และรับรู้ปัญหายาเสพติดที่มีผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัวชุมชน ส่วนด้านการปราบปรามยาเสพติด

ได้ดำเนินการจับผู้ค้ารายย่อยในชุมชน การขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ค้าทุกระดับ เพื่อทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดรวมทั้งการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ

อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่ได้รับรางวัลผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด​ กก.ตชด.23 ได้รับโล่รางวัลการปราบปรามยาเสพติดดีเด่น เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรวัฒน์ รางสาตร์ ผบ.ร้อย ตชด.236 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 รับมอบโล่รางวัลจาก พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
🏆 กองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
🏆 กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23)


🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.236)
🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 2 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.234)การปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนตำรวจตระเวนชายแดนตชด23สกลนครตชด236นครพนมตชด234มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

ผบ.ตร. ประธานพิธีวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72


.
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) เป็นประธานีพิธีสดุดีและวางพวงมาลัยสักการะอนุสาวรีย์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ก่อตั้งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

โดยมี พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) อดีต ผบ.ตร อดีต ผบช.ตชด. อดีตข้าราชการตำรวจ ตชด. แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจ ร่วมพิธีฯ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ Royalthaipolice เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Movie Copyright (Thailand) คอหนังเตรียมรับมือ ความกลัวของอสุรกาย ภาพยนตร์แอ็คชั่น-ระทึกขวัญ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“

ที่ผ่านมาคอหนังอาจเคยได้ยินชื่อของ “คราเคน” (Kraken) กันมาบ้าง นั่นก็เพราะ ”คราเคน“ ก็คือ “สัตว์ทะเลในตำนาน” ที่มีลำตัวขนาดมหึมา โดยอสูรร้ายตนนี้เคยปรากฏตัวให้เห็นมาบ้างแล้วในภาพยนตร์หลายเรื่องอาทิเช่น Clash of the Titans และ Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest ปีนี้อสุรกายใต้ทะเลลึกจะมาปรากฏกายให้คนดูหนังได้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของมันอีกครั้งในผลงานของผู้กำกับฯ ชาวรัสเซีย นิโคไล เลเบเดฟ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือดำน้ำขีปนาวุธของรัสเซียหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างปฏิบัติภารกิจลับในทะเลกรีนแลนด์ เรืออีกลำหนึ่งจึงถูกส่งออกไปเพื่อค้นหาตัวของกัปตันซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือดำน้ำลำที่หายไป และเพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธลับสุดยอดตกไปอยู่ในมือของศัตรู ในขณะเดียวกัน ปฏิบัติการค้นคว้าทางธรณีวิทยาที่ขั้วโลกเหนือก็ปลุกให้ ”คราเคน“ สัตว์ประหลาดใต้น้ำขนาดยักษ์ที่มีความสามารถในการพรางตัวและสติปัญญาอันน่าเหลือเชื่อให้ตื่นขึ้นมา และเมื่อนั้นพวกเขาก็ได้ประจักษ์ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบนอกจากในฝันร้ายเท่านั้น…

”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ นำแสดงโดย อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ, ไดอาน่า โพซาร์สกายา, อเล็กเซย์ กุสคอฟ และ วิกเตอร์ โดบรอนราฟอฟเตรียมรับมืออสุรกายในตำนาน ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นที่ผ่านมาคอหนังอาจเคยได้ยินชื่อของ “คราเคน” (Kraken) กันมาบ้าง นั่นก็เพราะ ”คราเคน“ ก็คือ “สัตว์ทะเลในตำนาน” ที่มีลำตัวขนาดมหึมา โดยอสูรร้ายตนนี้เคยปรากฏตัวให้เห็นมาบ้างแล้วในภาพยนตร์หลายเรื่องอาทิเช่น Clash of the Titans และ Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest

ปีนี้อสุรกายใต้ทะเลลึกจะมาปรากฏกายให้คนดูหนังได้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของมันอีกครั้งในผลงานของผู้กำกับฯ ชาวรัสเซีย นิโคไล เลเบเดฟ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือดำน้ำขีปนาวุธของรัสเซียหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างปฏิบัติภารกิจลับในทะเลกรีนแลนด์ เรืออีกลำหนึ่งจึงถูกส่งออกไปเพื่อค้นหาตัวของกัปตันซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือดำน้ำลำที่หายไป และเพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธลับสุดยอดตกไปอยู่ในมือของศัตรู ในขณะเดียวกัน ปฏิบัติการค้นคว้าทางธรณีวิทยาที่ขั้วโลกเหนือก็ปลุกให้ ”คราเคน“ สัตว์ประหลาดใต้น้ำขนาดยักษ์ที่มีความสามารถในการพรางตัวและสติปัญญาอันน่าเหลือเชื่อให้ตื่นขึ้นมา และเมื่อนั้นพวกเขาก็ได้ประจักษ์ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบนอกจากในฝันร้ายเท่านั้น… ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ นำแสดงโดย อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ, ไดอาน่า โพซาร์สกายา, อเล็กเซย์ กุสคอฟ และ วิกเตอร์ โดบรอนราฟอฟเตรียมรับมืออสุรกายในตำนาน ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านเครียด! จนท. – ปศุสัตว์ บุกเก็บสิ่งของส่งตรวจหาเชื้อแอนแทรกซ์ แต่กลับปกปิดไม่แจ้งผลการตรวจ / พบติดติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 1 ราย จนท.ขึงรั้วตาข่ายกั้นพื้นที่จุดชำแหละซากวัว

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า ในวันนี้ได้มีการนำดินมาถมบริเวณที่มีการชำแหละวัวในบริเวณสวนยาง บ้านโคกสว่าง หมู่ 6 ตำบลเหล่าหมีอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

จนเป็นเหตุให้มีผู้ติดเชื้อแอนแทรกซ์เสียชีวิต 1 ราย และเป็นผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 2 ราย เพื่อป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์แพร่กระจายออกไป โดยได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอดอนตาล นำโซดาไฟมาผสมน้ำแล้วใส่ฝักบัวไปเทราดลงพื้นดินทั่วทั้งบริเวณที่มีการชำแหละวัว ก่อนที่จะให้รถขนดินนำดินมาถมแล้วใช้รถไถบดอัดจนได้ระดับความสูงระดับเหนือพื้นดินเดิม 50 เซนติเมตร

นายทัศนเทพ รักพิทักษ์กุล ผู้ใหญ่บ้านโคกสว่าง ม.6 ตำบลเหล่าหมี กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมานับตั้งแต่มีข่าวผู้เข้ามาชำแหละวัวในสวนยางบ้านโคกสว่างเสียชีวิต 1 คน และป่วยอีก 2 คน ด้วยโรคแอนแทรกซ์ จากนั้นก็ได้มีส่วนราชการจากหลายหน่วยงานเข้ามาในหมู่บ้านทั้งสาธารณสุข

ฝ่ายปกครอง และปศุสัตว์ ในตอนแรกชาวบ้านก็รู้สึกดีใจเพราะเห็นหลายหน่วยงานเข้าทำให้มีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ ขึ้นในตอนแรกทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ก็ได้มานำดินจากบริเวณจุดที่มีการชำแหละวัว และขอเนื้อวัวซึ่งได้มาจากการชำแหละวัวในวันที่ 28 เมษายน ที่ชาวบ้านแช่ไว้ในตู้เย็น

เพื่อส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยมีข่าวว่าจะรู้ผลประมาณตรวจวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม แต่จนถึงวันนี้ซึ่งมีทั้งปศุสัตว์เขต 4 ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสุขภาพสัตว์และบำบัดโรคสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านโคกสว่าง แต่กลับไม่มีผู้ใดหรือหน่วยงานใดแจ้งให้ชาวบ้านทราบถึงผลการตรวจดินบริเวณจุดชำแหละ

ตลอดจนสิ่งของที่เอาไปจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก อาทิ เนื้อวัวและเครื่องในวัวจากการชำแหละเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาที่ชาวบ้านเก็บไว้ในตู้เย็น เขียงและมีด ที่ใช้หั่นเนื้อ ว่าผลการตรวจเป็นอย่างไรบ้าง

โดยมีแต่เจ้าหน้าที่เข้ามาสั่งห้ามไม่ให้บริโภคของที่อยู่ในตู้เย็นโดยต้องเอาทิ้งและทำความสะอาดตู้เย็นให้ปลอดเชื้อ แต่กลับไม่บอกว่าสิ่งที่เอาไปติดเชื้อหรือไม่อย่างไร และสิ่งของที่ถูกเอาไปแม้กระทั่งเขียงและมีดจนถึงบัดนี้ก็ไม่ได้มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบคืนใหเ้แก่ชาวบ้านแต่อย่างใด

การที่หน่วยราชการโดยเฉพาะปศุสัตว์แจ้งผลใดๆให้ชาวบ้านทราบ ทำให้ชาวบ้านต่างยิ่งต่างพากันวิตกกังวลและเกิดความเครียดซ้ำหนักขึ้นไปอีก ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับชีวิตและสุขภาพอนามัยของตัวชาวบ้าน จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านควรจะได้รับทราบข่าว

สารของทางราชการแต่กลับถูกปิดบังอำพรางดังกล่าว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกรมปศุสัตว์ ช่วยสั่งการแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อน ความเดือดเนื้อร้อนใจและความเครียดของชาวบ้านในเรื่องดังกล่าวด้วย

ชาวบ้านเครียดหน่วยงานรัฐปกปิดไม่แจ้งผลการตรวจเชื้อแอนแทรกซ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข #กรมปศุสัตว์ #จังหวัดมุกดาหาร #โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

พบติดติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 1 ราย จนท.ขึงรั้วตาข่ายกั้นพื้นที่จุดชำแหละซากวัว

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารในวันนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้รายงานว่สพบผู้ป่วยยืนยันเป็นโรคแอนแทรกซ์เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย

ทำให้มียอดผู้ป่วยที่ยืนยันผลการตรวจแล้วทั้งสิ้น 4 ราย โดยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร 2 ราย ที่โรงพยาบาลดอนตาล 1 ราย และเสียชีวิตแล้ว 1 ราย และมีผู้ป่วยที่อยู่ในระยะการเฝ้าระวังโรคทางผิวหนังและโรคทางเดินอาหารจำนวน 98 ราย

ส่วนในพื้นที่บ้านโคกสว่างหมู่ 6 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยทั้ง 4 ราย

ที่เป็นโรคแอนแทรกซ์เคยใช้เป็นจุดชำแหละซากวัว เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ฝักบัวนำไปรดทั่วบริเวณโดยรอบ และทำการขึงรั้วตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่อย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางไปยังบริเวณริมลำห้วยบางทราย บ้านโคกสว่าง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ชำแหละซากวัวเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาได้นำเอาเศษซากวัวที่เหลือ

จากการชำแหละแล้วแบ่งปันให้กับคนในหมู่บ้านไปทิ้ง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ฝักบัวนำไปรดทั่วบริเวณที่เคยใช้ทิ้งซากวัวดังกล่าว ส่วนซากวัวเจ้าหน้าที่ได้นำไปฝังกลบในที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​บุญบั้งไฟดอนตาลเป็นเหตุ ทหารพรานจ่อหัวยิงน้องเมียปางตาย

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ต.ต.เสกสรร คุณาวัน สว.(สอบสวน) สภ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตุยิงกันอยู่ที่บ้านบ้านเลขที่ 222 หมู่ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปยังที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ชื่อนายสุธิวัฒน์ ทานะเวช 27 ปี พักอาศัยอยู่บ้านที่เกิดเหตุ ถูกยิงที่บริเวณศีรษะ 1 นัดและที่แขวนขวาอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอนตาลและถูกส่งต่อไปโรงพยาบาลมุกดาหาร

ส่วนผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงนายสุทธิวัฒน์ ชื่อ นายธวัชชัย พาลี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 11 ตำบลวังหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เป็นทหารพรานอยู่กรมทหารพราน 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีศักดิ์เป็นพี่เขยของผู้ถูกยิง ซึ่งหลังก่อเหตุไม่หนีไปไหน อยู่รอมอบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมของกลางอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอกและกระสุนอยู่ในรังเพลิง 1 นัด

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ก่อเหตุพร้มของกลางอาวุธปืนมาดำเนินคดีที่ สภ.ดอนตาล โดยผู้ก่อเหตุให้การยอมรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงน้องเมียจริง เนื่องจากตนกับกับน้องเมียไม่ค่อยลงรอยกันโดยมีสาเหตุทะเลาะกันเป็นประจำล่าสุดไปงานประเพณีบุญบั้งไฟที่อำเภอดอนตาล เมื่อกลับมาบ้านแล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะจึงได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงนายสุธิวัฒน์ ดังกล่าว

บุญบั้งไฟดอนตาลเป็นเหตุทหารพรานจ่อหัวยิงน้องเมียปางตาย #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน เปิดเวที “NAN CREATOR” จุดประกาย Soft Power วิถีน่าน สู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ให้เกียรติเป็นประธานเปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เชื่อมโยงวัฒนธรรม ผ่าน Soft Power วิถีน่าน สู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ผ่านสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (NAN CREATOR)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ อิมเพรส จังหวัดน่าน โดยมีครูและนักเรียนในสังกัดเข้าร่วมจำนวน 135 คน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน, วิทยากรจากกลุ่ม ออริจิน่าน

และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาทักษะอาชีพแห่งอนาคต สู่การสร้างรายได้ระหว่างเรียน ภายใต้แนวคิด “SPARK 3 วิ เชิงลุก (LOOK)” พร้อมผลักดัน “น่านเมืองสร้างสรรค์ (Nan Creative City of Crafts and Folk Arts)” ให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านพลังของครูและเยาวชนรุ่นใหม่



วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2568

  1. บรรยายเชิงปฏิบัติการ เรื่อง นำตั๋วเมือง เรียนรู้สู่วิถีน่าน โดยวิทยากร นายบุญโชติ สลีอ่อน
  2. บรรยายเชิงปฏิบัติการ การสร้างแรงบันดาลใจ เทคนิคการเล่าเรื่องการถ่ายภาพ และการถ่ายคลิปวิดีโอ และ Workshop การออกแบบการจัดการเรียนรู้
    2.1) เทคนิค และการเขียนเล่าเรื่อง สู่การนำเสนอเรื่องราวเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์จากวัฒนธรรมวิถีน่าน โดยกิจกรรมกลุ่ม
    2.2) การสร้างแรงบันดาลใจ สู่การลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างรายได้ผ่านรูปแบบออนไลน์
    วิทยากร คุณนันทวัฒน์ ศักยะธนาสิทธิ์ เจ้าของเพจ บาสทิ้งกรุงเข้าป่า
  3. กิจกรรมแบ่งกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้
    3.1) นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ต่อยอดผลิตภัณฑ์
    3.2 )การทำงานร่วมกับชุมชนหัตกรรมจังหวัดน่าน
    3.3) การลงมือทำ และประสบการณ์การสร้างสรรค์ผลงานจากอัตลักษณ์ศิลปะพื้นบ้านเมืองน่าน
  1. การสร้างแรงบันดาลใจการนำอัตลักษณ์น่านสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์
  2. การแบ่งปันประสบการณ์การสร้างสรรค์สินค้าประเภท Art Toy การผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมกับของเล่น
    วิทยากรโดย คุณณัฐกร เงินวงค์นัย ประธานกรรมการ หจก. เดอะทรีซัคเซส และ คุณพงศกร บูรณเทศ เจ้าของแบรนด์ Yak Kiku Studio (Art toy)

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568
1.แบ่งกลุ่มอภิปราย ประเด็น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปให้พร้อมสำหรับการออกสู่ตลาด

  1. การแบ่งปันประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การขายสินค้าออนไลน์ และออนไซด์ (บ้านถั่วลิสง)
  2. แนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและตลาดสินค้าชุมชน โดยวิทยากร จำนวน 2 คน นายธีรยุทธ จันทร์คล้าย ประธานคลัสเตอร์เกษตรแปรรูปน่านอะโกร และนางสาวอารีย์ เพ็ชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการบ้านถั่วลิสง จำกัด
  1. กิจกรรมแบ่งกลุ่ม สัมภาษณ์/เก็บข้อมูล / ประเมินความพร้อม และพัฒนา ผลิตภัณฑ์ของโรงเรียนเป็นฐานการเรียนรู้ วิทยากรโดย กลุ่มผู้ประกอบการ ออริจิน่าน
    ฐานที่ 1 ผลิตสื่อนำเสนอสินค้าอย่างสร้างสรรค์
    ฐานที่ 2 สร้างผลิตภัณฑ์สร้างแบรนด์ให้ทันสมัย
    ฐานที่ 3 เพิ่มมูลค่าสินค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. เชื่อมโยงพหุปัญญาวิถีน่าน สู่การบูรณาการจัดการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้นำสู่ การปฏิบัติ ในสถานศึกษา โดย คณะผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พิธิปิดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง