#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “ซูเปอร์ตุ้ม” เตรียมสร้างสถิติกินเนสส์บุ๊กใหม่ ดิ่งพสุธาธงชาติไทยลงหาดพัทยา

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 รศ.ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม นักกระโดดร่มชาวไทย เจ้าของสถิติโลกจาก Guinness World Records ในฐานะผู้ริเริ่มและเจ้าของโครงการ “One Flag One Nation One World Record” พร้อมคณะ ได้เข้าหารือกับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เพื่อพิจารณาโครงการ “One Flag One Nation One World Record” หารือแนวทางการจัดกิจกรรมสร้างสถิติโลกและความเป็นไปได้ในการที่เมืองพัทยาจะร่วมเป็นเจ้าภาพ ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยได้นำเสนอรายละเอียดรูปแบบการจัดกิจกรรม พร้อมขอรับการสนับสนุนการใช้พื้นที่บริเวณชายหาดเมืองพัทยา รวมถึงสื่อประชาสัมพันธ์ของเมืองพัทยา เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์และการฝึกซ้อมก่อนการจัดงาน โดยร่วมกับ บริษัท ไทยสกายแอดเวนเจอร์ จำกัด มีเป้าหมายจัดกิจกรรมสร้างสถิติโลก (Guinness World Records Attempt) ด้วยการกระโดดร่มพร้อมอัญเชิญธงชาติไทยขนาดใหญ่เหนือท้องฟ้าเมืองพัทยา และลลลลร่อนลงยังจุดหมายบริเวณชายหาดเมืองพัทยา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาติไทย

นอกจากการสร้างสถิติโลกแล้ว โครงการยังมุ่งส่งเสริมความรักชาติ ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมเชิญชวนคนไทยร่วมร้องเพลงชาติไทยพร้อมกัน เพื่อร่วมบันทึกช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของประเทศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในมิติด้านกีฬา การท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติคณะผู้จัดงานเปิดเผยว่า หลังจากพิจารณาพื้นที่หลายแห่งทั่วประเทศ เห็นว่าเมืองพัทยามีศักยภาพ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และประสบการณ์ในการรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติ จึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์นี้ พร้อมเสนอให้เมืองพัทยาร่วมเป็น เจ้าภาพร่วมและพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Host City)

ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานได้ขอความอนุเคราะห์ใช้พื้นที่บริเวณชายหาดเมืองพัทยา เพื่อฝึกซ้อมการกระโดดร่มและเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย การประเมินสภาพแวดล้อม ทิศทางลม และการซักซ้อมแผนปฏิบัติการร่วมกับทุกหน่วยงาน โดยกำหนดฝึกซ้อมทุกวันอังคารและวันพุธ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.00–11.00 น. ก่อนการจัดกิจกรรมจริงในวันที่ 5 ธันวาคม 2569ด้านนายกเมืองพัทยาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดโครงการในทุกมิติ จึงได้มอบหมายส่วนที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการพื้นที่ และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและการท่องเที่ยว เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยาและประเทศไทยบนเวทีระดับโลกต่อไป

อนึ่ง รศ.ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือ “ซูเปอร์ตุ้ม” นักกระโดดร่มชาวไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์และได้รับการบันทึกสถิติโลกจาก Guinness World Records อย่างเป็นทางการในฐานะเจ้าของ 3 สถิติโลก จากการทำภารกิจกระโดดร่มระดับเอ็กซ์ตรีมเพื่อนำธงชาติไทยไปโบกสะบัดในพื้นที่สำคัญต่างๆ รวม 3 สถิติโลกที่ได้รับการรับรองคือ ภารกิจยอดเขาเอเวอเรสต์ กระโดดร่มโรยธงชาติไทยขนาดมหึมาถึง 150 ตารางเมตร เหนือยอดเขาเอเวอเรสต์ ประเทศเนปาล, ภารกิจทวีปแอนตาร์กติกา กระโดดร่มนำธงชาติไทยผืนใหญ่จากจุดที่สูงที่สุดเหนือยอดเขาแอนตาร์กติกา, ภารกิจภูเขาไฟที่สูงที่สุดในโลก กระโดดร่มลงจอดบนยอดภูเขาไฟ โอโฮส เดล ซาลาโด (Ojos del Salado) ประเทศชิลี ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่สูงที่สุดในโลกก่อนหน้านี้ เขายังเป็นคนไทยคนแรกที่ผ่านหลักสูตรการกระโดดร่มขั้นสูงแบบ HALO (High Altitude Low Opening) โดยได้ทำการกระโดดร่มปล่อยธงไตรรงค์เหนือน่านฟ้าแถบสแกนดิเนเวีย (ประเทศเดนมาร์ก) ที่ความสูงกว่า 25,000 ฟุต จนกลายเป็นกระแสฮือฮาและนำไปสู่การทุบสถิติโลกในเวลาต่อมา

แฟร์เท็กซ์จับมือศูนย์การเซ็นทรัลมารีน่า เปิดช็อปเอ้าท์เลทแห่งแรก รับการขยายตัวผู้ชื่นชอบกีฬามวย ลดสูงสุดกว่า 70%

วันที่ 1 ส.ค.69 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่าเอ้าท์เลท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายอริยะวัฏ บุษราบวรวงษ์ ผู้บริหารค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ Fairtex ค่ายมวยไทยและแบรนด์อุปกรณ์กีฬาการต่อสู้ระดับโลก และนายพลวัสน์ อัครนพรักษา ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการแฟร์เท็กซ์ นายณัชวุฒิ ม่วงดี ผู้จัดการฝ่ายร้านค้าแฟร์เท็กซ์ ได้เปิดตัว Fairtex Outlet บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การค้าฯ โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ผู้บริหารค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ Fairtex เปิดเผยว่า เป็นโอกาสอันดีที่แฟร์เท็กซ์ได้ร่วมกับศูนย์การค้าฯ เปิดให้บริการสินค้าและอุปกรณ์ออกกำลังกายในเครือของแฟร์เท็กซ์ เป็นร้านเอ้าท์เลทพื้นที่ให้บริการขนาด 142 ตร.ม. ที่มีสินค้าลดราคาทั้งร้านรวมกว่า 70% ด้วยส่วนลดสูงสุงสุดถึง 70%

ภายในบริการจำหน่ายอุปกรณ์ฝึกซ้อมกีฬามวยอย่างครบวงจรทั้งมวยไทย มวยสากล และ MMA พร้อมด้วยเสื้อแบรนด์รูปแบบเสื้อยืดแฟชั่นต่างๆ มากมาย โดยมุ่งกลุ่มลูกค้าชาวพัทยาและชาวต่างชาติที่ปัจจุบันชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยศิลปะป้องกันตัวมากขึ้น จึงร่วมกันทำเป็นเอ้าท์เลท์แห่งใหม่ ที่อยู่ร่วมกับศูนย์รวมแบรนด์กีฬาต่างๆ และถือเป็นการทำโปรโมชั่นลดราคาครั้งแรกของแฟร์เท็กซ์

สำหรับการเปิดให้บริการของร้าน Fairtex Outlet ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรับมารีน่าเอ้าท์เลทในครั้งนี้ในวันแรก ถือเป็นความร่วมมือที่ดีที่จะสร้างศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์กีฬาขื่อดังจากทั่วโลกมารวมไว้ในจุดเดียวแบบร้านขายสินค้าแบรนด์เนมโดยตรงจากผู้ผลิตในราคาลดพิเศษตลอดทั้งปี ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองพัทยาซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของแฟร์เท็กซ์ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ FAIRTEX OUTLET CENTRAL MARINA PATTAYA เปิดให้บริการทุกวัน ตามเวลาทำการของศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า เอาต์เล็ต ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. โดยตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 โซน Fashion & Sports พร้อมต้อนรับทั้งชาวพัทยา นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่ต้องการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพของแท้จากแฟร์เท็กซ์ในราคาสุดคุ้ม..

ส่งรพ.ด่วน! ’นายกเบียร์‘ สั่ง ’เลขาบอล‘ ช่วยน้องหมาหน้าเน่า ตระเวนทั่วเขาพระตำหนักพัทยา

นายบัญชา กุลละวณิชย์ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือสุนัขจรจัดเพศผู้ สีขาว ไม่ทราบอายุ ตัวหนึ่ง ที่อาศัยอยู่บริเวณเขาพระตำหนัก จุดชมวิว ส.ทร.5 หลังรายงานต่อนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา แล้วได้รับคำสั่งให้ช่วยเหลือในทันที เนื่องจากมีประชาชนร้องขอความช่วยเหลือสุนัขตัวดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเป็นแผลสาหัสมีแผลเน่าทั้งใบหน้า

จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้นำเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาไปตามหาสุนัขตัวที่ได้รับแจ้ง เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์ทำการรักษา ก่อนพบว่าสุนัขตัวดังกล่าวมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณใบหน้าจนเนื้อบางส่วนเริ่มตาย และเริ่มเป็นแผลเน่าเฟะ อยู่ในอาการหวาดกลัว ก่อนเจ้าหน้าที่ทำการหลอกล่อ และใช้เวลาไม่นานจึงสามารถจับตัวส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลสัตว์ในทันที

นายบัญชา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ได้สอบถามข้อมูลจากทาวสัตวแพทย์ผู้ทำการรักษา คาดว่าอาจโดนสุนัขตัวอื่นรุมทำร้าย หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุอย่างรุนแรงจนใบหน้ามีแผลเป็นรูขนาดใหญ่ จากนั้นก็เริ่มติดเชื้อและมีอาการน่าจนมีหนอนบริเวณบาดแผล เบื้องต้นได้ทำการรักษาตามขั้นตอน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งในกรณีที่นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา มีเป็นห่วงทุกชีวิตในเมืองพัทยา ที่ไม่เว้นแม้แต่สัตว์จรจัดที่ตกทุกข์ได้ยาก ทั้งลูกแมวที่ตกกลางถนนเลียบทางรถไฟ และหมาจรจัดติดท่อระบายน้ำ จะมีการสั่งให้ให้ปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในทันที ซึ่งเป็นที่น่าชมเชยถึงความมีจิตใจอารีของนายกเมืองพัทยาคนนี้เป็นอย่างยิ่ง

“เสี่ยบรรจง” ผนึกสนามมวยลุมพินี เปิดตัวคอลเล็กชัน “Fairtex x ลุมพินี”
ต่อยอดอุปกรณ์มวยไทยสู่ตลาดโลก

วันที่ 5 ส.ค.69 นายจงเดชา บุษราบวรวงษ์ ผู้ก่อตั้งค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ (Fairtex) ค่ายมวยไทยครบวงจรชื่อดังระดับโลก และ พล.อ.พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) ได้ลงนามข้อตกลงในการส่งเสริมและต่อยอดกีฬามวยไทยร่วมกันระหว่างค่ายมวยแฟร์เท็กซ์กับสนามมวยลุมพินี ที่ห้องรับรอง VVIP ชั้น 2 ของสำนักงานสนามมวยเวทีลุมพินี

นายจงเดชา บุษราบวรวงษ์ ผู้ก่อตั้งค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เปิดเผยว่า ตนเองได้คุ้นเคยกับสนามมวยลุมพินีมาตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 19-20 ปี และเคยเป็นโปรโมเตอร์มวยที่นี่มามากกว่า 20-30 ปี จนมีความผูกพันกับสนามมวยไทยแห่งนี้ที่ถือเป็นตำนานสนามมวยไทยของประเทศ และดีใจมากที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับลุมพินีทำ

แบรนด์อุปกรณ์มวยไทย ”Fairtex-สนามมวยลุมพินี“ เป็นเสื้อกีฬา และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวยไทยอย่างครบวงจร โดยจะเริ่มจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์คอลเลกชั่นนี้ อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมกันที่ช้อปแฟร์เท็กซ์ยิมทุกสาขา ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก

ด้าน พล.อ.พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) กล่าวเสริมว่า สนามมวยไทยเวทีลุมพินีอยู่คู่มากับประเทศไทยมาอย่างยาวนานจนครบรอบ 69 ปี และค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ก็นับได้ว่าเป็นค่ายมวยไทยที่สร้างตัวเองจนมีชื่อเสียงไปถึงระดับนานาชาติ การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะร่วมส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมศิลปะแม่ไม้มวยไทยซึ่งเป็นสมบัติของชาติให้ต่อยอดต่อไปได้ตราบนานเท่านาน

อย่างไรก็ตาม หลังจากพิธีการเสร็จสิ้นจากนั้นทางคณะแฟร์เท็กซ์และสนามมวยลุมพินี ได้เข้าเยี่ยมชมช้อปแฟร์เท็กซ์ บริเวณด้านหน้าสำนักงานสนามมวยเวทีลุมพินี พร้อมกับได้ทักทายและถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับนักท่องเที่ยวที่สนใจกีฬามวยไทยและเข้ามาดูสินค้าภายในช้อปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ..

ขุนพลสมาพันธ์เชฟ ตอ. ปักหมุดงาน Pattaya Hospitality Show 2026 เวทีแข่งขันให้บริการท่องเที่ยวใหญ่สุดในประเทศไทย

เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันเชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ ประชุมย่อยหารือการดำเนินการของสมาพันธ์ฯ พร้อมติดตามความคืบหน้าและวางแนวทางประชาสัมพันธ์งานของสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก

และในระหว่างวันที่ 17–18 กันยายน 2569 นี้ ขะได้มีการจัดงาน Pattaya Hospitality Show 2026 หรือมหกรรมคนโรงแรม ภายใต้แนวคิด “The Hidden Heroes – Behind Every Great Experience” ที่โรงแรม ⁠Brighton Grand Hotel & Convention Pattaya เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ทางสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้ร่วมงานมาทุกทุกปี และปีนี้ก็จะได้วางแผนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันการทำอาหารและงานบริการในเวทีนี้ด้วย เพราะถือเป็นเวทีการแข่งขันบริการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อรวมพลังคนโรงแรมและธุรกิจการท่องเที่ยวได้เพิ่มขีดความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาชาติ

นอกจากนี้ทางสมาพันธ์เชฟตะวันออกยังได้พูดคุยหารือกิจกรรมตอบแทนสังคมหรือกิจกรรม CSR ของสมาพันธ์ฯ โดยร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ซึ่งได้วางแผนจะจัดงานในช่วงปลายปี 2569 นี้ ส่วนรายละเอียดของกิจกรรมจะต้องมีการประชุมใหญ่เพื่อหารือจากสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกตามวาระต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เกษตรน่าน เดินหน้าจัดกระบวนการโรงเกษตรกร (ข้าวเหนียว สายพันธุ์ กข.6)

สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน เดินหน้าจัดกระบวนการโรงเกษตรกร (ข้าวเหนียว สายพันธุ์ กข.6) ซึ่งข้าวเหนียวถือเป็นพืชสำคัญของของจังหวัดน่าน โดยชาวบ้านในจังหวัดน่านนิยมปลูกเพื่อบริโภคกันภายในครัวเรือน ทั้งยังนำไปจัดจำหน่าย และสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ข้าวแต๋น ข้าวซี่ ข้าวอัดสูญญากาศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร

จึงถือเป็นพืชสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของจังหวัดน่านโดยแท้จริง โดยกิจกรรมที่จัดขึ้น คือการเน้นย้ำ เพื่อฝึกให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง (Lenarning by doing) ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงเปรียบเทียบและทดสอบกับวิธีการดั้งเดิมที่เกษตรกรปฏิบัติอยู่ เพื่อให้เกิดการยอมรับนวัตกรรม/เทคโนโลยีการส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่ เช่น

การฝึกปฏิบัติทำสารชีวภัณฑ์ การใส่ปุ๋ยในนาข้าว การป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยหลักการ IPM โดยร่วมออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ร่วมกันกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอำเภอภูเพียง จำนวน 20 ราย ณ แปลงใหญ่ข้าวตำบลน้ำเกี๋ยน และแปลงใหญ่ข้าวตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดฉาก “Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business Matching 2026” ผลักดันผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ตลาดการค้าเสรีระดับโลก

ประจวบคีรีขันธ์ เปิดฉาก “Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business Matching 2026” ผลักดันผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ตลาดการค้าเสรีระดับโลก
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เปิดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ “Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business Matching 2026” อย่างเป็นทางการ ภายใต้โครงการ

พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายช่องทางการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การค้าระหว่างประเทศ โดยมีพาณิชย์จังหวัด ผู้ซื้อ นักลงทุน คณะผู้แทนทางการค้า และผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งในรูปแบบการร่วมงานในสถานที่จริง และการเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์จากต่างประเทศ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญและมิติใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากเมืองท่องเที่ยวทางผ่านและเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม มุ่งสู่การเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าเชื่อมโยงภูมิภาค” โดยเป็นพื้นที่สร้างโอกาสทางการค้าจริงที่เชื่อมโยงความต้องการของผู้ซื้อ (Demand) และผู้ขาย (Supply)

ได้อย่างตรงจุด หลังจากที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับการบ่มเพาะและยกระดับศักยภาพจากการอบรมเชิงลึกพร้อมคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูง ให้สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของผู้ซื้อและนักลงทุนระดับสากลเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพ นำเสนอจุดเด่น นวัตกรรม และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ต่อผู้ซื้อรายใหญ่ สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ

ซึ่ง นางสาว อภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯได้กล่าวเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าด้วยความมั่นใจ ใช้ทักษะและความรู้ในการเจรจาการค้า พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากผู้ซื้อเพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ โดยคาดหวังว่ากิจกรรมในวันนี้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นำไปสู่การลงนามบันทึกความตกลงซื้อขาย (MOU) การเกิดคำสั่งซื้อสินค้ามูลค่ามหาศาล และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าใหม่ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

เลียงผา สัตว์ป่าสงวนหายาก ปรากฏโชว์ตัวใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่า

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด บันทึกภาพนาทีประวัติศาสตร์ เลียงผา สัตว์ป่าสงวนหายาก เดินอวดโฉมอย่างสง่างามบริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานฯ สร้างความตื่นเต้นและยินดีให้กับเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่พบเห็น

เลียงผา (Capricornis sumatraensis) เป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) ในธรรมชาติ โดยมักอาศัยอยู่ตามภูเขาหินปูนที่สูงชันและเงียบสงบ การปรากฏตัวของเลียงผาในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองที่มีประสิทธิภาพของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เปิดเผยว่า “การได้พบเห็นเลียงผาในระยะใกล้เช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ผืนป่าสามร้อยยอดเป็นบ้านที่ปลอดภัยและสมบูรณ์สำหรับสัตว์ป่าหายากชนิดนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

ชาวบ้านในพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ และนักท่องเที่ยวที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานฯ ทั้งนี้ อุทยานฯ จะยังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามมาตรการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลาดตระเวนเฝ้าระวัง การศึกษาวิจัย และการรณรงค์สร้างจิตสำนึก เพื่อให้เลียงผาและสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ได้อย่างยั่งยืน”

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด ไม่รบกวนสัตว์ป่า ไม่ทิ้งขยะ และช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสการกระทำผิด เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของผืนป่าสามร้อยยอดไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชมต่อไป.

เทศบาลหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเช่าบ่อฝ้าย หลังโซเชียลตั้งข้อสงสัยเรียกเก็บเงินเพิ่ม เจ้าหน้าที่ตรวจพบ มีการระบุในสัญญาเช่า ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน พร้อมด้วย พันจ่าเอกเรื่องเดช สิทธิชัย หัวหน้ากลุ่มงานนิติการ สำนักปลัดเทศบาล นายภูมิรินทร์ สุขประเสริฐ รก.หัวหน้าฝ่ายควบคุมและจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม กอง

สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในฐานะ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ประจำเทศบาลนครหัวหิน ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องพักในชุมชนบ่อฝ้าย หลังมีกระแสข่าวในสื่อออนไลน์ว่า ผู้เช่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมจากค่าเช่ารายเดือน

นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน กล่าวว่า ประเด็นข้อสงสัยในสื่อออนไลน์ดังกล่าว นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน มีความห่วงใยผู้ที่เกี่ยวข้องจึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้คำแนะนำในข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในกรอบอำนาจหน้าที่ของเทศบาลนครหัวหิน

ด้านพันจ่าเอกเรื่องเดช สิทธิชัย หัวหน้ากลุ่มงานนิติการ สำนักปลัดเทศบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ตรวจสอบสัญญาเช่าห้องพัก ซึ่งทางผู้ประกอบการมีเอกสารแสดงทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจ เตือน ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายหอพัก กฎหมายการสาธารณสุข และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

”ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเก็บเงินเพิ่มเติม 300 บาท จากค่าเช่าห้องพักรายเดือน กรณีนำบุคคลภายนอกเข้าพักในห้องพักนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ในสัญญาเช่าห้องพัก มีการระบุรายละเอียดในประเด็นดังกล่าว โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยในห้องพัก โดยมีการทำสัญญากันไว้ระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่า ทั้งนี้ผู้ให้เช่าชี้แจงว่า มีการทำความเข้าใจกับผู้เช่าแล้ว ซึ่งท้ายที่สุดผู้เช่าเข้าใจ และยังพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักตามปกติ“


นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ท่องเที่ยวและกีฬาประจวบฯ ร่วมกับ เทศบาลนครหัวหิน เตรียมจัดงาน ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์”ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์”

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสรายุทธ ไกรเกรอะ หัวหน้ากองจัดการเดินรถเขต 4 การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีแถลงข่าว การจัดงาน โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์”ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ ในระหว่าง วันที่ 10-18 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน

วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัด แหล่งท่องเที่ยว และ กิจกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและ ประชาชนใน

พื้นที่ เพื่อสร้างกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนจากการเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า “ชวนคุณมาย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสเสน่ห์เมืองประจวบฯ กิจกรรมต่างๆ ชมฟรีดลอดงาน! ตระการตากับนิทรรศการ Next Move เล่าเรื่องราวศรีคีรีขันธ์ จาก8 อำเภอ ร่วมชมการแสดงคีตศิลป์นแห่งความภักดี และตระการตากับแฟชั่นโชว์ผ้าถิ่นไทยสุด

อลังการ” ไฟประดับตกแต่ง แบบจัดเต็ม ไฮไลท์ในงาน อาทิ
10 สิงหาคม พิธีเปิด พบกับดนตรี Jazz มิสเตอร์โก๋ แซกแมน และ เก่ง ธชย มาร่วมโชว์ ดนตรี JAZZ ผสมขลุ่ยแบบไทย11 สิงหาคม ศิลปินมีนตรา อินทิรา
12 สิงหาคม กิจกรรมจุดเทียนน้อมรำลึกฯ การแสดงสดอลังการ กิจกรรมรวมพลังจิตอาสาพระราชทาน และ ศิลปิน Moccagarden

15 สิงหาคม คนภัคดี ศรีคีรีขันธ์ ณ Hua Hin Convention center และ ศิลปินแพร ชนา16 สิงหาคม แฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก เส้นด้ายเดินทางครั้งที่ 9
17 สิงหาคม มันส์ให้สุดกับ วงกางเกง18 สิงหาคม เตรียมคู่มาให้พร้อมกับจังหวะดนตรีลีลาศการแสดงแสง สี เสียง 8 อำเภอ ชมฟรีดลอดงาน.! และ จองเที่ยวฟรี กับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เพียง 4 วัน 4 เส้นทาง (วันที่ 13-14,17-18 สิงหาคม) อร่อยกับร้านค้าในงานกว่า 100 ร้าน สอบถามเพิ่มเติม FMO ฟอร์ส แมเนีย ออแกไนเซอร์ 095 018 4555

พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ พัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการ ขยายช่องทางการค้า สู่การค้าระหว่างประเทศ

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน

เปิดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Prachuap Khiri Khan to Global Trada Business Matching 2026 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การค้าระหว่างประเทศปีงบประมาณพ.ศ 2569

โดยมี นางสาวศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.กนกกร เอี่ยมเพชร์ คลังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดประจวบให้การต้อนรับ

น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ “Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business Matching 2026” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายช่องทางการค้าจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ สู่การค้าระหว่างประเทศ

ปึงบประมาณ พ.ศ. 2569″ กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ ถือเป็นหัวใจสำคัญ และเป็นภาพตัวอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังจากที่คณะผู้จัดงาน ได้ดำเนินกิจกรรมอบรมยกระดับ องค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้เราได้เข้าสู่ “เวทีจริง ตลาดจริง” ที่จะเปลี่ยนความรู้ และศักยภาพของผู้ประการให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการซื้อขายจริง

อย่างที่ทราบกันดีว่า สินค้าจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าประมง อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลแห้งแปรรูป
ตลอดจนสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ สปา และสินค้า OTOP อัตลักษณ์ชุมชน ล้วนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานการผลิตที่สูง และมีเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดโอกาสในการเข้าถึง “ช่องทางการตลาด” และการพบปะกับ “ผู้ซื้อรายใหญ่” โดยตรง ทำให้สูญเสียโอกาสในการ
ขยายธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย คณะผู้จัดงานจึงได้ตั้งใจออกแบบ และขับเคลื่อนกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business
Matching 2026″ ในวันนี้ขึ้น

โดยการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจในวันนี้ คณะผู้จัดงานได้ทำการคัดสรรผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และสินค้ามีศักยภาพสูง ของจังหวัดประจวบฯ
เข้าร่วมนำเสนอสินค้า จำนวนกว่า 30 รายการ และได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ซื้อ รายใหญ่ ทั้งจากกลุ่มโมเดิร์นเทรด

ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าจากต่างประเทศเช่น จีน, เวียดนาม, มาเลเซีย, ลาว และตะวันออกกลาง รวมกว่า 30 บริษัท มาร่วมเจรจาการค้าในวันนี้ ซึ่งคณะผู้จัดงานดาดการณ์ว่า จะเกิดการจับคู่สำเร็จไม่น้อยกว่า 30 คู่ และคาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขาย ทั้งใน ระยะสั้น และระยะยาว รวมกันเป็นมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

///////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ตร.ตระเวนชายแดนที่ 14 ประกอบพิธีวันคล้ายวันสถาปนา “ค่ายพระมงกุฎเกล้า” ครบรอบ 39 ปี

วันนี้ 6 ส.ค. 69 เวลา 10.00 น. ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ตำบลห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้บังคับการ ตชด.ภาค 1 พร้อมด้วย นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน

ในพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวิชราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 39 ปี “ค่าย

พระมงกุฎเกล้า” กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 โดยมี พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 พล.ต.ท. ยงเกียรติ มนปราณีต

อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) พล.ต.ท.ประพันธ์ จันทร์เอม อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นาย

มนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกอบต.ห้วยยาง พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ตำรวจ ทหาร ข้าราชการจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โดยในพิธีช่วงเช้า หัวหน้าส่วนราชการและผู้เเทนหน่วยงาน ได้ร่วมวางพวงมาลัยดอกไม้สด ถวายราชสักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เมื่อประธานในพิธีมาถึง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14

กล่าวคำถวายราชสดุดีฯ จากนั้นประธานในพิธี ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่ม และผู้บังคับกองเกียรติยศ สั่งแถวถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์ฯและเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นอันเสร็จพิธี

ด้วยในวันที่ 6 สิงหาคม 2541 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และป้ายชื่อค่ายพระมงกุฎเกล้า

กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 จึงได้กำหนดให้วันที่ 6 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาค่ายพระมงกุฎเกล้า โดยจัดให้มีพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ซิ่งหนีไม่รอด! จับหนังหมูเถื่อน 2.5 ตัน ชนการ์ดเรลกลางมุกดาหาร ศพร.รวบคนขับ ยึดของกลาง 130 กระสอบ ขยายผลถึงเครือข่ายนำเข้า

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนส่งหนังหมูเถื่อนเข้าสู่พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามเป้าหมายอย่างใกล้ชิด

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแม็ก สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บจ 7838 มุกดาหาร มีลักษณะตรงตามข้อมูลที่ได้รับ จึงสะกดรอยติดตามเพื่อตรวจสอบ แต่เมื่อผู้ขับขี่รู้ตัวว่าถูกติดตาม ได้เร่งเครื่องหลบหนีไปตามถนนสายด่านคำ–คำตุนาง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

กระทั่งถึงช่วงทางโค้งบริเวณหน้าสวนน้ำยิ้มแย้ม รถกระบะคันดังกล่าวเกิดเสียหลักพุ่งชนการ์ดเรลข้างทาง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมตัวผู้ขับขี่ไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายพรสุทธิวัฒน์ จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบสีเขียวจำนวน 130 กระสอบ

ภายในบรรจุหนังหมู น้ำหนักรวมประมาณ 2.5 ตัน จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า หนังหมูดังกล่าวมีต้นทางจากประเทศเยอรมนี ลำเลียงผ่านประเทศเวียดนาม ก่อนถูกลักลอบข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเตรียมส่งต่อเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมนำส่งด่านกักกันสัตว์เพื่อดำเนินการฝังกลบและทำลายตามมาตรการป้องกันความเสี่ยงด้านโรคระบาดและความปลอดภัยทางอาหาร ขณะเดียวกันได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลถึงเครือข่ายผู้นำเข้า ผู้ร่วมขบวนการ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมตรวจสอบเส้นทางการลักลอบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอย่างละเอียด

รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร กฎหมายด้านการกักกันสัตว์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านอาหารและอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของประเทศ

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ จ.นครปฐมฐมบูรณาการทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคง ยกระดับการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดนครปฐม และการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมี นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายจรุงวิทย์ วิภาวิน อัยการจังหวัดนครปฐม พันตำรวจเอก วรัญญู กุลดิลก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล และยกระดับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งติดตามผลการดำเนินงานตามแผนขับเคลื่อนด้านความมั่นคงของจังหวัดนครปฐม ซึ่งครอบคลุม 9 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะ การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การตรวจสอบ

ธุรกิจนอมินี การแก้ไขปัญหายาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การจัดการผู้มีอิทธิพล การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคงระหว่างหน่วยงาน โดยกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุนในแต่ละด้าน พร้อมเร่งรัดการจัดทำฐานข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจั

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ได้รับทราบคำสั่งจังหวัดนครปฐมเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะทำงานฯ รวมถึงข้อมูลสถานการณ์ผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้าและการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีในพื้นที่ เพื่อนำมาวิเคราะห์ กำหนดมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนพิจารณาแผนปฏิบัติการระดับจังหวัด โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้แก่ประชาชน การเฝ้าระวังพื้นที่และกลุ่มเสี่ยง การเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด การตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรม การช่วยเหลือผู้เสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคีเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม อำเภอทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการตามภารกิจ พร้อมรายงานผลการจับกุม การประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และผลการดำเนินงานต่อจังหวัดเป็นประจำทุกเดือน

เพื่อให้สามารถติดตาม ประเมินผล และปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกมิติ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยของจังหวัดอย่างยั่งยืน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตามล่าจนพบ! ตำรวจนครปฐมจับกุมคนร้ายภายใน 48 ชั่วโมง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันนี้ 6 ส.ค.69 เวลา 09.00 น. ตามนโยบายรัฐบาล “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษสันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล เพื่อสร้างความปลอดภัย ควาสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน” ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

พล.ต.ต.ชมชวิน ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.บก.กค.ภ.7 ช่วยราชการ ภ.จว.นครปฐม

พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์ ผกก.สภ.พุทธมณฑล พ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอง ว่าที่ พ.ต.อ.สถาพร พาหาผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯ พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 จนท.ชุดสืบสวน สภ.พุทธมณฑลจนท.ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครปฐม และ นปพ.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม

ร่วมแถลงผลการจับกุม นายเด่นพงศ์ คำวิเศษ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 821/2569 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธ (มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร” พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ มีดทำครัวที่ใช้ก่อเหตุ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนี

ได้เกิดเหตุชายสัญชาติเมียนมาถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตในพื้นที่ สภ.พุทธมณฑล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสถานที่เกิดเหตุ สอบปากคำพยาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างต่อเนื่อง จนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน

ต่อมาในวันที่ 5 ส.ค.2569 พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พุทธมณฑล ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.นครปฐม จะเข้าจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดของกลาง แจ้งสิทธิตามกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาณ ห้องประชุม ชั้น 3 สภ.พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จว.นครปฐม สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“เอมี่ ณัฐสินี” ตัวแทนชลบุรี สวยสุดสะดุจตาบนเวที Mrs. Thailand World 2026 วัยทองคำอายุแค่เพียงตัวเลข ใฝ่ฝันเข้าวงการบันเทิง

แม้ผลการประกวดจะจบลง แต่ความประทับใจยังคงอยู่ สำหรับ “เอมี่” น.ส.ณัฐสินี จีระฐานิตกิติกุล ผู้เข้าประกวดหมายเลข 3 ตัวแทนจังหวัดชลบุรี บนเวที Mrs. Thailand World 2026 ที่สามารถคว้าหัวใจผู้ชมและแฟนนางงาม ด้วยบุคลิกที่สง่างาม ความมั่นใจ และเสน่ห์อันโดดเด่น จนได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามตลอดการประกวด

เอมี่เผยว่า การก้าวขึ้นสู่เวที Mrs. Thailand World 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิต ที่ไม่เพียงเป็นการท้าทายตัวเอง แต่ยังเป็นการต่อเติมความฝันในเส้นทางวงการนางงาม พร้อมเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง ทั้งงานในวงการบันเทิง งานเพื่อสังคม และการเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนกล้าที่จะลุกขึ้นทำตามความฝัน

นอกจากนี้ เอมี่ยังถือโอกาสฝากเนื้อฝากตัวและฝากผลงานกับพี่ ๆ สื่อมวลชนทุกแขนง พร้อมหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนและติดตามผลงานในก้าวต่อไป โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลงานที่มีคุณภาพและตอบแทนทุกกำลังใจที่ได้รับ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.กมลพร กัลยาณมิตร คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ร่วมให้กำลังใจผู้เข้าประกวด พร้อมชื่นชมศักยภาพของผู้หญิงไทยที่สามารถนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ชีวิต มาต่อยอดสู่เวทีแห่งแรงบันดาลใจได้อย่างงดงาม

สำหรับ “เอมี่” ในฐานะตัวแทนจังหวัดชลบุรี สามารถสะกดทุกสายตาด้วยลุคที่สง่างาม เปล่งประกายความมั่นใจ และถ่ายทอดเสน่ห์ของผู้หญิงไทยยุคใหม่ได้อย่างลงตัว จนได้รับคำชื่นชมจากผู้ร่วมงาน แฟนนางงาม และสื่อมวลชนจำนวนมาก ถือเป็นอีกหนึ่งผู้เข้าประกวดที่สร้างสีสันและได้รับการจับตามองตลอดการแข่งขัน

ทั้งนี้ รอบตัดสิน (Final) ของการประกวด Mrs. Thailand World 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้การบริหารของ คุณกิจติพร นันท์ตานนท์ ผู้อำนวยการกองประกวด Mrs. Thailand World และ CEO บริษัท ไอซ์เอจ จำกัด ร่วมกับ คุณจิรัฐฏ์ รัตนวงค์ผัน Co-Partner และผู้จัดการกองประกวด

การประกวดปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Rise Up Hope” ถ่ายทอดพลังของผู้หญิงที่สมรสแล้วในการลุกขึ้นสร้างแรงบันดาลใจ สร้างคุณค่าให้กับครอบครัว สังคม และประเทศ พร้อมเฟ้นหาสตรีที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลิกภาพ ความสามารถ และศักยภาพในการเป็นตัวแทนประเทศไทยสู่เวที Mrs. World โดย “เอมี่” น.ส.ณัฐสินี จีระฐานิตกิติกุล คืออีกหนึ่งตัวแทนผู้หญิงไทยที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความงามที่แท้จริง คือความมั่นใจ ความสามารถ และหัวใจที่ไม่หยุดไล่ตามความฝัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายยกนก ลงพื้นที่แม่สายดูสถานการณ์น้ำท่วม ด่านพรมแดนแม่สายและเกาะช้าง

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2569 ระดมสรรพกำลังสู้ภัยน้ำ! “นายก นก” นำทัพ อบจ.เชียงราย ผนึก สส. ท้องถิ่น ลุยแม่สาย-เกาะช้าง จ่อส่งเครื่องจักรกลหนักบรรเทาน้ำท่วมซ้ำซาก เมื่อมวลน้ำสร้างความเดือดร้อนกับปัญหา “น้ำท่วมซ้ำซาก” ในพื้นที่ชายแดนจึงไม่ใช่เรื่องที่จะรอช้าได้ ล่าสุด “นายก นก” นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

ได้ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อสำรวจและประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลแม่สาย และองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่จุดเสี่ยงที่มักได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นประจำทุกปี การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องการเข้าถึงแก่นแท้ของปัญหา และเร่งหาแนวทางแก้ไขวิกฤตที่เรื้อรังมานาน เพื่อคืนรอยยิ้มและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด

การขับเคลื่อนเชิงรุกครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยมี ส.อบจ.เชียงราย อำเภอแม่สาย เขต 1 และเขต 2 พร้อมด้วยปลัด อบจ.เชียงราย นายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย และ ร.ต.อ.เด่นวุฒิ จันต๊ะขัติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะช้าง และทีมบุคลากรจากกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.เชียงราย

เข้าร่วมภารกิจอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังได้รับการผนึกกำลังกับ ทีมงานของ นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต 6 ที่มาร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียด โดย อบจ.เชียงราย ได้วางแผนการปฏิบัติงาน เตรียมระดมสรรพกำลังนำ “เครื่องจักรกลหนัก” ลงพื้นที่ทันทีที่ระดับน้ำลดลง เพื่อทำการจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอก และซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่งซ้ำรอยอีก

ในมุมมองของการทำงานด้านสาธารณภัยและการทำงานระดับท้องถิ่น ภาพการจับมือกันระหว่าง อบจ.เชียงราย และฝ่ายนิติบัญญัติระดับชาติ ถือเป็นมิติใหม่ของการบริหารจัดการวิกฤตที่ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพราะไม่ใช่เพียง

การลงพื้นที่เพื่อสำรวจและเยียวยาเบื้องต้น แต่คือการ “วางแผนแก้ปัญหาที่ต้นตอ” อย่างเป็นรูปธรรม ชาวแม่สายและเกาะช้างจึงมั่นใจได้ว่า หลังวิกฤตน้ำหลากผ่านพ้นไป โครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันภัยพิบัติของพื้นที่จะได้รับการฟื้นฟูและยกระดับให้แข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับฤดูกาลต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / วช. หนุนใช้โดรนอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพกู้ภัย ลดความเสี่ยงเจ้าหน้าที่

วันที่ 2 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และคณะ ลงพื้นที่ศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรน

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติ เพิ่มประสิทธิภาพการสำรวจ ประเมินสถานการณ์ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เสี่ยง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้ติดตามการสาธิตการใช้งานโดรนลาดตระเวนและโดรนสำรวจ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเก็บข้อมูลพื้นที่ประสบภัยแบบเรียลไทม์ ทั้งภาพมุมสูง ระดับน้ำ

เส้นทางคมนาคมที่ถูกตัดขาด รวมถึงการตรวจสอบจุดเสี่ยง จุดที่มีผู้ประสบภัยติดค้าง และสภาพแวดล้อมโดยรอบ พร้อมส่งสัญญาณภาพสดกลับไปยังศูนย์บัญชาการ เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตภารกิจของโดรนลำเลียงสัมภาระ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก เช่น พื้นที่น้ำท่วม พื้นที่ถนนถูกตัดขาด

หรือพื้นที่ที่การเดินทางของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยโดรนสามารถบินอัตโนมัติ ขนส่งยา อาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์กู้ภัย ตลอดจนเครื่องมือทางการแพทย์ไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาและความเสี่ยงในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

เทคโนโลยีโดรนดังกล่าวยังช่วยลดจำนวนเที่ยวบินในการลำเลียงสิ่งของ รองรับการขนส่งสัมภาระได้หลากหลายประเภท และสามารถปฏิบัติงานได้ในหลายสภาพแวดล้อม แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีเส้นทางคมนาคมหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยยานพาหนะทั่วไป

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติในการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้งานจริง เพื่อเสริมศักยภาพการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยกระดับระบบเฝ้าระวัง การบริหารจัดการภัยพิบัติ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ภาคเหนือที่เผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยเป็นประจำ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เวทีแห่งความภาคภูมิใจ! GLOBAL WORLD AWARDS 2026 มอบรางวัลเชิดชูบุคคลต้นแบบระดับโลก

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! “GLOBAL WORLD AWARDS 2026” มอบรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ เชิดชูบุคคลและองค์กรต้นแบบจากหลากหลายสาขากรุงเทพ ฯ – 2 สิงหาคม 2569 ณ คาลิโซ่ เอเชียทีค เดอะรีเวอร์ กรุงเทพฯ ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับงาน GLOBAL WORLD AWARDS 2026 ที่จัดขึ้น ณ Calypso Asiatique The Riverfront

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา เวทีมอบรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเชิดชูบุคคล องค์กร ผู้ประกอบการ อินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ เน็ตไอดอล และผู้มีผลงานโดดเด่นจากหลากหลายสาขา ที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาประเทศ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พ่อหม่อม พลตรีหม่อมหลวงวัยวัฒน์ จักรพันธุ์ ให้เกียรติเป็น ประธานในพิธีมอบรางวัล แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกจากหลากหลายสาขา สร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้รับรางวัลและผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก มีผู้ได้รับการเสนอชื่อและเข้าร่วมรับรางวัลจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว และองค์กรนานาชาติ

การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยความร่วมมือของคณะผู้จัดงาน ประกอบด้วย :คุณกล้ามชาย จีนสวัสดิ์ ประธานโครงการเก้าเสาหลักพิทักษ์แผ่นดิน และประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทยคุณกฤษณา จีนสวัสดิ์ นายกสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทยคุณก๊อต ดราก้อน ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทย

คุณ Serdar Atila ผู้ช่วย Mr. Faruk Alkaya ประธานองค์กร i.O.F.F. ซึ่งร่วมประสานความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติภายในงานได้มีการมอบรางวัลเกียรติยศในหลายสาขา รวมถึง ATTOF Tourism World Award of Excellence 2026 เพื่อยกย่องบุคคลและองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาสังคม ธุรกิจ และการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ

การจัดงาน GLOBAL WORLD AWARDS 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในระดับสากลต่อไป

งานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้จัดงานในการยกระดับเวทีรางวัลของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้บุคคลและองค์กรที่อุทิศตนเพื่อสังคม ได้รับการยอมรับและเชิดชูเกียรติในระดับนานาชาติอย่างสมเกียรติ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / แถลงข่าวยิ่งใหญ่! “โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ปีที่ 14” ส่งโอกาสสู่เด็ก 1,700 คน จ.บึงกาฬ

บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งการแบ่งปัน เมื่อ โครงการ “ร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ปีที่ 14” จัดงานแถลงข่าวและประชุมใหญ่ในวันนี้ (2 สิงหาคม 2569) ณ ห้างบิ๊กซี สาขาสำโรง 2 ชั้น 2

ชมรมเทียนทิพย์โหรา เพื่อประกาศความพร้อมในการดำเนินโครงการ พร้อมเชิญคณะกรรมการ ที่ปรึกษา ผู้สนับสนุน สื่อมวลชน และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสให้แก่เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล การดำเนินงานครั้งนี้

นำโดย เกตน์ศิรณี บุญมา ประธานดำเนินงานโครงการ พร้อมด้วย คุณชัยยุทธ–คุณสุชาดา ทวีปวรเดช ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้แก่ อาจารย์คุณหญิงปารณีย์ ทัดรอง, ดร.วโรดม ศิริสุข, นายชัยสิทธิ์ อู่วิเชียร และนางจิดาภา อู่วิเชียร รวมถึงคณะรองประธานและคณะกรรมการจากหลากหลายภาคส่วน

โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นธุรกันดาร ปีที่14 รองประธาน ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์ ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ สุนทรี คำจุลลา อี๊ดที่รักสตูดิโอ แพรทอง โคชะดา กองเพชร โคชะดา ติณณภพ ครีมสวัสดิภาพ รัตนา บัณฑิตสอน
ดร.นันท์ชญาน์ ตะวันเที่ยง ดร.ศิริกฤช วสุวานิช นาย เกริกวุฒิ

สมอยู่ น.ส.รุ่งอรุณ แวงน้อย ดาด้า / น้ำฝนทวีพร / ลุงก้อง / สกาย / ไอซ์ กรรมการ ด.ญ.ธรรศกร วสุวานิช น้องพอดี / น้องมีนา / น้องเฌอเบลล์ / น้องสุดที่รัก / น้องเตโช / น้องไอเดียร์ / น้องทิวา/ปัทมานันท์ ตาลทอง / น้องผิงผิง / น้องหว่าหวา / น้องลัคกี้/ พี่จิ๋ม ที่ร่วมผนึกกำลังขับเคลื่อนโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชน สำหรับกิจกรรมหลักของ

โครงการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–21 กันยายน 2569 ณ ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หน่วยงานด้านสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายจิตอาสา รวม 23 หน่วยงาน เข้าร่วม เพื่อส่งมอบอุปกรณ์การเรียน เครื่องอุปโภคบริโภค กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชนกว่า 1,700 คน

โครงการได้รับความร่วมมือจาก นายวิทยา ภารจรัส นายกเทศมนตรีตำบลบึงโขงหลง, นายวิกร นาชัย รองนายกเทศมนตรีตำบลบึงโขงหลง และ นางสาวชฎาพร คุณสมบัติ รองปลัดเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ในการประสานงานพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างเรียบร้อยและเกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

การแถลงข่าวในครั้งนี้นับเป็นการประกาศความพร้อมของทุกภาคส่วน ที่จะร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ของโครงการ “ร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร” ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ด้วยความมุ่งหวังที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างโอกาสที่ดีให้แก่เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี พิธีประชุมประจำเดือน การบริหารงานตำรวจ สภ.โคกสำโรง (กต.ตร.) และเปิดใช้สนามเปตอง

วันที่ 3 สิงหาคม 25569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรงนายณัฐพงษ์ อารยางกูร ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง (เป็นประธานประชุม)

โดยมี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ คณะกรรมการ กต.ตร. และที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้การประชุมประจำเดือนได้สรุปงานตำรวจและสถานการณ์อาชญากรรมในพื้นที่ สภ.โคกสำโรง รวมทั้งงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมรายงานผลการปฏิบัติในรอบ 6 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคม

ถึงเดือน มิถุนายน 2569งานสืบสวนรายงานผลการปฏิบัติการจับกุมในรอบ 6 เดือนเช่นเดียวกัน รวมถึงรับฟัง ปัญหาและอุปสรรค ในการปฏิบัติงาน และข้อเสนอแนะต่างๆ ในที่ประชุม

จากนั้นได้มีพิธีเปิดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาเปตองเชื่อมความสามัคคี ระหว่างคณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พบกับทีมผู้บังคับบัญชา สภ.โคกสำโรง อีกด้วย โดยแบ่งเป็นทีมผู้ชนะ ออกเป็น 3 ทีม

จะได้รับรางวัลที่ 1 รางวัลที่ 2 และรางวัลที่ 3 ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธร โคกสำโรง ได้มอบเครื่องทำน้ำเย็น ให้กับทางสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ไว้ใช้ จำนวน 1 เครื่อง

สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ได้จัดสร้างและเปิดใช้งานสนามเปตองแห่งใหม่นี้ ก็เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นสถานที่ออกกำลังกายและพัฒนาทักษะกีฬา ส่งเสริมให้ออกกำลังกายมีสุขภาพที่แข็งแรง พูดคุย

สร้างความคุ้นเคย และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพกติกา โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรงและคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.)

วัตถุประสงค์ที่สำคัญของการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจของข้าราชการตำรวจทุกช่วงวัย อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสามัคคี ความรักใคร่กลมเกลียว และความสัมพันธ์อันดีภายในหน่วยงานอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ” เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว เป็นประธานเปิด “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” และเป็นประธานในพิธีแห่เทียนพรรษา ประจำปี ๒๕๖๙

วันนี้ (30 ก.ค.69) เวลา 10.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรมวังมัจฉา ตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี นำโดย พระครูปลัดปรีดา โชติกโร

หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติธรรมวังมัจฉา (ประธานฝ่ายสงฆ์) พร้อมด้วย ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร (ประธานในพิธี)

นายศุภวัชร ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ใน หม่อมหลวง วรานุชสรณ์ วัชรีวงศ์ (รองประธานในพิธี) นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) (ประธานฝ่ายดำเนินงาน) นายวงศกร ศรีสวัสดิ์

ประธานชมรมอาสาปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) (ประธานฝ่ายจัดกิจกรรม) นายทวีศักดิ์ คำดำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

เขต 3 พร้อมคณะกรรมการ “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” ร่วมพิธีเปิดป้ายที่ทำการสำนักงาน “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” และบวงสรวงตั้งศาลใหม่ ศาลพระภูมิตายายเจ้าที่


ต่อมาเวลา 13.00 น. ประธานในพิธี พร้อมกับ สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) ร่วมกับ ชมรมอาสาปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) นำเทียนพรรษา ถวายเพื่อเป็นพุทธบูชานำทางแสงสว่าง โดยมี คณะ

ศิษย์ยานุศิษย์สายบุญ จากจังหวัดตราด นำผ้าป่าสามัคคีแห่มาร่วมสมทบ และมีคณะนางรำจาก ชมรมศิลปะรำพื้นบ้านไทย

เครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม นำทีมโดย นางฐิติรัตน์ สักนะพรต ประธานชมรม นำทีมนางรำขบวนแห่ในครั้งนี้.

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /รมต.ลงพื้นที่สิงห์บุรี ติดตามสถานการณ์อุทกภัย เร่งขับเคลื่อนโครงการป้องกันน้ำท่วม ย้ำทุกหน่วยงานบูรณาการดูแลประชาชน

วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ตรวจสอบความพร้อมในการรองรับมวลน้ำจากภาคเหนือ และเร่งติดตามความคืบหน้าโครงการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่

โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี นายภานุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา พลตำรวจตรีชัยรพ จุณณวัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี นายณรงค์ศักดิ์ วิงวอน นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสิงห์บุรี กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอพรหมบุรีนายอำเภออินทร์บุรีอำเภอเมืองสิงห์บุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมชลประทาน ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามจุดเสี่ยงและโครงการสำคัญด้านการบริหารจัดการน้ำ 3 แห่ง ประกอบด้วย บริเวณปากคลองกระทุ่มโพรง หมู่ที่ 6 ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี ซึ่งประสบปัญหาตลิ่งทรุดตัวและมีความเสี่ยงจากกระแสน้ำ โดยรับฟังแนวทางแก้ไขและแผนเสริมความมั่นคงของตลิ่งจากโครงการชลประทานสิงห์บุรี

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี เพื่อติดตามแผนก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมระยะทางประมาณ 800 เมตร พร้อมรับฟังความก้าวหน้าของโครงการด้านวิศวกรรม งบประมาณ และแผนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุทกภัยและเสริมความมั่นคงของระบบบริหารจัดการน้ำ

ต่อมา ได้ลงพื้นที่บริเวณแยกศาลหลักเมือง อำเภอเมืองสิงห์บุรี เพื่อติดตามแนวทางการจัดทำแนวป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด รวมถึงติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนสาย 311 ช่วงแยกไกรสรราชสีห์–แยกศาลหลักเมือง และพื้นที่ก่อสร้างสะพานบางระจันแห่งใหม่ โดยโครงการมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 20 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570 พร้อมแผนก่อสร้างวงเวียน ปรับปรุงสะพาน และติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

ในการรายงานสถานการณ์ หน่วยงานด้านชลประทานได้ชี้แจงว่า พื้นที่ทุ่งลุ่มต่ำเชียงรากกว่า 38,300 ไร่ สามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมรายงานเกณฑ์การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยหากมีการระบายน้ำ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ และหากเพิ่มเป็น 2,000–2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำจะเริ่มล้นตลิ่ง นอกจากนี้ยังได้รายงานมาตรการเตรียมความพร้อม ทั้งการเสริมคันดิน วางกระสอบทราย การเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ ระบบแจ้งเตือนภัย การช่วยเหลือประชาชน และแผนฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด

ด้านโครงการระยะยาว ได้มีการติดตามแผนแก้ไขปัญหาตลิ่งพังบริเวณตำบลพระงาม ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันด้วยเสาเข็มลึก 16 เมตร แบ่งดำเนินการ 4 ระยะ วงเงินรวม 180 ล้านบาท บรรจุในแผนงบประมาณปี 2571–2574 รวมถึงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่ออุดช่องว่างแนวป้องกันน้ำหรือ “ฟันหลอ” ระยะทางประมาณ 700–800 เมตร โดยเสนอของบประมาณ 250 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2571 เพื่อป้องกันน้ำหลากเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดสิงห์บุรี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง จัดทำแผนเผชิญเหตุ เตรียมกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติงาน แม้ว่าการคาดการณ์ปริมาณฝนในปี 2569 จะมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่ทุกหน่วยงานต้องไม่ประมาท และต้องพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการเร่งรัดโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบป้องกันน้ำท่วม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดผลกระทบจากอุทกภัยซ้ำซาก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านการป้องกันอุทกภัยของจังหวัดสิงห์บุรีอย่างยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดอบรมขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน มุ่งผลักดันสถานศึกษาทุกแห่งสมัครเป็นสมาชิก อพ.สธ. ภายในปี 2569

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

โดยมีพระพุฒิวงศ์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 นางฐิติมา เร่งประเสริฐ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ตลอดจนผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ และบุคคลากรทางการศึกษาร่วมกิจกรรมการอบรมปฏิบัติการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) เข้าสู่ห้องเรียน

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม และวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมโรงเรียนมานิตวิทยา โรงเรียนเทิงวิทยาคม โรงเรียนเทศบาล 1 (สันติสุข) และโรงเรียนเทศบาล 3 (ศรีทรายมูล)การจัดอบรมครั้งนี้เป็นไปตามมติการประชุมการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จังหวัดเชียงราย ที่กำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานตามโครงการ อพ.สธ.

เพื่อผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาทุกแห่งในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้ครบถ้วนภายในปีงบประมาณ 2569 สอดคล้องกับแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่ 7 (1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2569) อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมบูรณาการองค์ความรู้ด้านทรัพยากรพืชเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนในสถานศึกษา

กลุ่มเป้าหมายของการอบรมประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานทางการศึกษาหรือผู้แทนที่ยังมีสถานศึกษาในสังกัดไม่ได้เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้แทนของโรงเรียนที่อยู่ระหว่างดำเนินการสมัครเป็นสมาชิก รวมถึงรองศึกษาธิการจังหวัดเชียงรายและบุคลากรสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโอกาสนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจาก อาจารย์ ดร.จันทรารักษ์ โตวรานนท์ รักษาการแทนหัวหน้าสถาบันอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากโรงเรียนเทิงวิทยาคม โรงเรียนมานิตวิทยา โรงเรียนเทศบาล 1 (สันติสุข) และโรงเรียนเทศบาล 3 (ศรีทรายมูล ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนแก่ผู้เข้าร่วมอบรม

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวเปิดการอบรม พร้อมมอบแนวคิดและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การปลูกฝัง

จิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่เยาวชน และการบูรณาการองค์ความรู้สู่ห้องเรียน เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เปิดแล้ว “Welcome to Chiang Rai Shop” และ Modaloom Cafe ที่โลตัสแม่สาย ดันสินค้าอัตลักษณ์–กาแฟเชียงราย สู่ตลาดไทยและต่างประเทศ

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด Welcome to Chiang Rai Shop สาขา Lotus’s แม่สาย และ Modaloom Cafe ณ โลตัส สาขาแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมี นายวารายุทธ ค่อมบุญ

นายอำเภอแม่สาย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่สาย นายกสมาคมสื่อมวลชนแบะนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ผู้บริหารบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
นางสาวกนกพร (ผู้แทนบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน พร้อมระบุว่า โลตัสแม่สายมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าสถานที่จับจ่ายใช้สอย แต่เป็นพื้นที่ที่สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย โดยการเปิด Welcome to Chiang Rai Shop ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่

เพื่อรวบรวมสินค้าอัตลักษณ์ ของดี และผลิตภัณฑ์คุณภาพของจังหวัดเชียงรายให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายช่องทางการตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การจัดตั้ง Welcome to Chiang Rai Shop ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงราย ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ในการสร้างศูนย์รวมสินค้าคุณภาพของจังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยว ผู้บริโภค และผู้ที่เดินทางผ่านอำเภอแม่สาย ได้เลือกซื้อสินค้าอัตลักษณ์ ของฝาก และผลิตภัณฑ์ชุมชน

คุณภาพจากผู้ประกอบการจังหวัดเชียงรายในจุดเดียว
นอกจากนี้ การเปิดให้บริการ Modaloom Cafe ยังเป็นการต่อยอดคุณค่าของกาแฟเชียงราย ด้วยการนำเมล็ดกาแฟคุณภาพจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในจังหวัด มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มคุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต สนับสนุนเกษตรกร และผลักดันให้เชียงรายก้าวสู่การเป็นเมืองกาแฟคุณภาพของประเทศไทยและระดับสากล

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดเชียงรายเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการ Welcome to Chiang Rai Shop มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Lotus’s อำเภอเมืองเชียงราย

ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569, Lotus’s หางดง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 15 ธันวาคม 2569 และ Lotus’s รวมโชค จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 21 พฤษภาคม 2570 พร้อมตั้งเป้าขยายสู่เมืองกว่างโจว นครเซี่ยงไฮ้ และกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายในปี 2570 เพื่อผลักดันสินค้าของจังหวัดเชียงรายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวอีกว่า บริษัท Welcome to Chiang Rai (Trader Chiang Rai) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันผลักดันโครงการให้เกิดขึ้น พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว

ร่วมอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย รวมทั้งสัมผัสรสชาติกาแฟคุณภาพจาก Modaloom Cafe เพื่อร่วมกันสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งต่อความภาคภูมิใจของจังหวัดเชียงรายสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /2 ล้านเม็ดไม่ถึงปลายทาง!” ตำรวจมุกดาหารไล่ล่าข้ามจังหวัด ปิดเกมเครือข่ายยานรก รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด พร้อมอายัดของกลางมูลค่า 1.2 ล้านบาท

มุกดาหาร – ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เดินหน้าปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตามแผน “Operation 90 Days” จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ด และรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน หลังสืบสวนติดตามพฤติกรรมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน ก่อนขยายผลจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รายสำคัญ ภายใต้ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ตามนโยบายรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 4 ในแผนยุทธการ “Operation 90 Days 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569 ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด”

คดีดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จิรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายชรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร, พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะรองผู้บังคับการ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

จากการสืบสวนติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน พบว่าขบวนการดังกล่าวใช้เส้นทางลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ไปยังจังหวัดสกลนครและนครพนม โดยใช้รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน 3ขง 5661 กรุงเทพมหานคร เป็นรถลำเลียง

เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว กระทั่งพบรถคันดังกล่าวเดินทางผ่านพื้นที่จังหวัดสกลนคร ก่อนจะไปพบกับรถยนต์เชฟโรเลต ออพตร้า สีเทา ทะเบียน กต 5389 สกลนคร จากนั้นรถทั้งสองคันได้ขับมุ่งหน้าไปยังพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

เวลาประมาณ 21.00 น. รถกระบะได้ขับเข้าไปยังสวนยางพารา บ้านหนองเหนือ หมู่ 5 ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นจุดรับยาเสพติด ก่อนที่รถทั้งสองคันจะมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่อำเภอวรรณานิคม จังหวัดสกลนคร และเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง

ตำรวจจึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบ พบชาย 2 คนภายในห้องพัก ได้แก่ นายพีรดนย์ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดพัทลุง ผู้ขับรถกระบะ และ นายอาภากร อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดกระบี่ ซึ่งรับว่าเป็นผู้นั่งโดยสาร เมื่อตรวจค้นรถกระบะพบกระสอบห่อด้วยถุงดำจำนวน 5 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่บริเวณเบาะโดยสารด้านหลัง ภายในบรรจุยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด

จากการสอบสวน ทั้งสองให้การว่ายังมีรถเก๋งที่ร่วมขบวนจอดอยู่ห่างจากรีสอร์ตประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปตรวจสอบและควบคุมตัว นายศักดิ์ณรงค์ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นผู้ขับรถเก๋งไว้ได้อีก 1 ราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายอาภากร ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ จ.94/2569 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดเพื่อการค้า และได้อายัดรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน 3ขง 5661 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถยนต์เชฟโรเลต ออพตร้า ทะเบียน กต 5389 สกลนคร จำนวน 1 คัน รวมมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านบาท

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายผู้สั่งการที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อตัดวงจรการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ทริป “พ่อเมืองพาเที่ยว” เปิดเส้นทาง 7 Waterfalls Route Trip กระตุ้นท่องเที่ยว Green Season พร้อมชวนร่วมกิจกรรม “7 Waterfalls Challenge”

จังหวัดบึงกาฬเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน (Green Season) ภายใต้โครงการ Mekong Nature & Sport Tourism 2026 โดยผลักดันเส้นทาง 7 Waterfalls 7 Wonders of Buengkan ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและกิจกรรมออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

ก่อนการจัดกิจกรรม จังหวัดบึงกาฬ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้เปิดรับสมัครนักท่องเที่ยวผ่านกิจกรรม “7 Waterfalls Route Trip” เชิญชวนผู้สนใจโพสต์ข้อความหรือ Story บอกเหตุผลที่อยากร่วมเดินทาง พร้อมติดแฮชแท็กที่โครงการกำหนด เพื่อคัดเลือกผู้โชคดีเพียง 20 คน เข้าร่วมทริปพิเศษ โดยผู้ได้รับคัดเลือกได้รับสิทธิ์ที่พัก 1 คืน โปรแกรมท่องเที่ยว พร้อมของที่ระลึกจากโครงการ

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำคณะผู้โชคดีทั้ง 20 คน ออกเดินทางในกิจกรรม “7 Waterfalls Route Trip” หรือ “พ่อเมืองพาเที่ยว” เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติในช่วง Green Season โดยเยี่ยมชม น้ำตกกินรี และ น้ำตกตาดวิมานทิพย์ สองน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอำเภอบึงโขงหลง ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ สายน้ำใส และทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่โดดเด่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่น้ำตกทุกแห่งมีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายประชาสัมพันธ์เส้นทาง 7 Waterfalls 7 Wonders of Buengkan สร้างประสบการณ์ตรงให้นักท่องเที่ยว และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “Buengkan Green Season : ฝนนี้…ที่บึงกาฬมีชีวิต” ซึ่งมุ่งนำเสนอเสน่ห์ของธรรมชาติในฤดูฝน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ยังจัดกิจกรรมออนไลน์ “7 Waterfalls Challenge” เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปถ่ายภาพกับ 1 ใน 7 น้ำตกมหัศจรรย์ของจังหวัด ได้แก่ น้ำตกถ้ำพระ น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกกินรีหินโลมา น้ำตกตาดวิมานทิพย์ น้ำตกถ้ำฝุ่น น้ำตกห้วยถ้ำน้อย และน้ำตกตาดนกเทียน จากนั้นโพสต์ภาพลง Facebook หรือ TikTok พร้อมเล่าความประทับใจ เปิดโพสต์เป็นสาธารณะ และติดแฮชแท็กที่กำหนด เพื่อร่วมลุ้นรับ พวงกุญแจผ้ารูปปลา จำนวน 200 รางวัล โดยสามารถร่วมกิจกรรมได้จนกว่าของรางวัลจะหมด และติดตามประกาศรายชื่อผู้ได้รับของที่ระลึกผ่าน Facebook ของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

การจัดกิจกรรมทั้งในรูปแบบทริปท่องเที่ยวและกิจกรรมออนไลน์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ ผ่านการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวและการสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้จังหวัดเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในช่วงฤดูฝน พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวออกมาสัมผัสความงดงามของ 7 Waterfalls 7 Wonders of Buengkan ภายใต้แนวคิด “ฝนนี้…ที่บึงกาฬมีชีวิต”
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /”บึงกาฬเปิดยิ่งใหญ่! ‘เสน่ห์รสโขง จากเชิงเขา สู่ชายโขง Taste of Mekong’ รวมสุดยอดอาหาร 5 จังหวัดสบายดี กระตุ้นท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง”

จังหวัดบึงกาฬเปิดงาน “เสน่ห์รสโขง : Taste of Mekong” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และยกระดับอาหารพื้นถิ่นของกลุ่ม 5 จังหวัดสบายดี ได้แก่ บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี และหนองบัวลำภู

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.30 น. ณ บริเวณถนนข้าวเม่าริมแม่น้ำโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ได้รับเกียรติจาก นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

ภายในงานมี นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายกล้าณรงค์ คนรู้ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดหนองบัวลำภู นางภควัลรัตน์ มณีสร้อย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองคาย นางสาวรุจาภา วีสเพ็ญ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย นางณัฏฐ์ชุดา นันทนิ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานอย่างพร้อมเรียง

บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก พร้อมร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติจากอาหารพื้นถิ่นและเมนูสร้างสรรค์จาก บูธอาหารมากกว่า 50 ร้านค้า ที่ยกทัพของดีจากทั้ง 5 จังหวัดสบายดีมาให้เลือกชิมในที่เดียว

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมไฮไลต์มากมาย ทั้งการประกวดอาหารพื้นบ้าน การสาธิตการปรุงอาหารจากเชฟและปราชญ์ชุมชน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแสดงดนตรี สร้างสีสันให้กับงานตลอดทั้ง 3 วัน

ผลการประกวดอาหารพื้นบ้าน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ จังหวัดหนองคาย รองชนะเลิศอันดับ 1 จังหวัดเลย รองชนะเลิศอันดับ 2 จังหวัดบึงกาฬ และรองชนะเลิศอันดับ 3 ร่วม ได้แก่ จังหวัดหนองบัวลำภู และ จังหวัดอุดรธานี

งาน “เสน่ห์รสโขง : Taste of Mekong” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569 ณ ถนนข้าวเม่าริมแม่น้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเสน่ห์ของอาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนลุ่มน้ำโขง พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เปิดปริศนาสลด มุกดาหาร! เด็ก 3 ขวบดับฉับพลัน เร่งส่งนิติเวชขอนแก่นตรวจชันสูตร ยายร้องไห้โฮรับไม่ได้

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า เกิดเหตุสลดและมีเงื่อนไขชวนสงสัย คดีเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนา มีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ขณะที่แม่แท้ๆ และพ่อเลี้ยงยังคงให้การปฏิเสธไม่ได้ทำร้าย แต่ตำรวจตรวจพบสารเสพติดในร่างกายทั้งคู่ จึงคุมตัวไว้ดำเนินคดีทันที พร้อมเตรียมส่งศพเด็กตรวจพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์ที่ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงเหตุการณ์เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.32 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ชีพตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งประสานงานจากโรงพยาบาลมุกดาหาร ให้เข้าช่วยเหลือเด็กชายคอปเตอร์ อายุ 3 ขวบ ซึ่งแม่แจ้งว่ามีอาการไข้สูงและป่วยหนัก

นายพงษ์ศักดิ์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพนาโสก เปิดเผยนาทีเข้าช่วยเหลือว่า เมื่อไปถึงบ้านเกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียวในพื้นที่บ้านเหล่าป่าเป้ด แม่ของเด็กได้อุ้มลูกชายขึ้นแบกบนไหล่นำมาส่งให้กู้ชีพ แต่จากการสังเกตพบว่าเด็กมีอาการตัวอ่อน ร่างกายซีดปนเขียว จึงรีบนำขึ้นรถและทำ CPR ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตทันที ทว่ากลับไม่พบสัญญาณชีพแล้ว ก่อนจะนัดส่งมอบตัวเด็กให้รถโรงพยาบาลมุกดาหารในระหว่างทาง ซึ่งต่อมาทางโรงพยาบาลได้โทรศัพท์ยืนยันว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว โดยเบื้องต้นแพทย์พบรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายจุดอย่างน่าสงสัย

ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้นำตัว นางจุ๋ม อายุ 24 ปี (แม่ของเด็ก) และ นายคทาวุธ หรือ “ลูกหิน” อายุ 19 ปี (พ่อเลี้ยง) มาสอบปากคำ โดยทั้งสองให้การอ้างว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรอยฟกช้ำและการเสียชีวิตของน้องคอปเตอร์ แต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ผลปรากฏว่าพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในร่างกายของทั้งคู่ จึงได้แจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” และควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามขั้นตอนทันที

ด้าน พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร (ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 4 ราย และเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบเพิ่มอีก 2-3 ราย ทั้งนี้จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเกิดเหตุ ยังไม่พบร่องรอยของการต่อสู้หรือร่องรอยการถูกทำร้ายภายในบ้าน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ารอยฟกช้ำเกิดจากสาเหตุใด หรือถูกกระแทกด้วยสิ่งใดก่อนหน้านี้หรือไม่ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ประสานเตรียมส่งศพน้องคอปเตอร์ไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดที่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และพิสูจน์ว่าร่องรอยบนร่างกายเกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งต้องรอผลสรุปทางแพทย์ยืนยันอีกครั้ง

ขณะที่ ยายของน้องคอปเตอร์ ซึ่งเดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารและอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก ร้องไห้กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า “รับไม่ได้จริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากพบว่าเป็นการกระทำผิดก็อยากให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลานตัวเล็กนิดเดียว แถมยังผอมขนาดนั้น ถ้าไม่รักหรือไม่เลี้ยงก็ไม่น่าทำกัน” ยายยังเล่าทั้งน้ำตาด้วยว่า ตั้งใจไว้ว่าสิ้นเดือนนี้จะรับน้องคอปเตอร์ลงไปอยู่ด้วย ก่อนหน้านี้ยังโทรศัพท์คุยกัน ถามหลานว่า ‘จะลงมาหายายไหม’ หลานยังพยักหน้าตอบกลับมาอยู่เลย ไม่คิดว่าจะต้องมาสูญเสียหลานชายไปอย่างไม่มีวันกลับเช่นนี้

จำนนหลักฐาน! พ่อเลี้ยงอ้างเมาล้มหัวเข่ากระแทกน้องคอปเตอร์วัย 3 ขวบ ก่อนเสียชีวิต ด้าน ผบก.มุกดาหาร สั่งเร่งสอบพยานเพิ่ม-ส่งศพตรวจนิติเวชขอนแก่น เพื่อให้คดีมีความถูกต้องชัดเจน

คลายปมสลดคดีเด็กชายวัย 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนาภายในบ้านพัก สภาพศพมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ล่าสุด พ่อเลี้ยงจำนนต่อการสอบสวน ยอมรับสารภาพแล้ว อ้างเมาสุราเดินสะดุดล้มจนหัวเข่ากระแทกหน้าท้องเด็กร่างนิ่ง ก่อนอุจจาระราดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร หิ้วตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดมุกดาหาร พร้อมแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดคู่กับแม่เด็ก

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ “น้องคอปเตอร์” เด็กชายวัย 3 ขวบ เหตุเกิดภายในบ้านพักพื้นที่บ้านเหล่าป่าเป้ด ต.นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมที นางสาวจุ๋ม อายุ 24 ปี (แม่แท้ๆ) อ้างว่าลูกชายป่วยมีไข้สูงและหมดสติไป แต่นำส่งโรงพยาบาลไม่ทัน และแพทย์ตรวจพบรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัว นางสาวจุ๋ม และ นายคทาวุธ หรือ “ลูกหิน” อายุ 19 ปี (พ่อเลี้ยง) มาสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดเนื่องจากพบปัสสาวะสีม่วงทั้งคู่

ล่าสุด ในวันนี้ (31 กรกฎาคม) ก่อนที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร จะควบคุมตัว นายลูกหิน พ่อเลี้ยงของน้องคอปเตอร์ ไปทำการฝากขังที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร นายลูกหินได้เปิดปากให้การรับสารภาพว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ นางสาวจุ๋ม ออกไปเติมเงินโทรศัพท์มือถือที่ตู้เติมเงินในหมู่บ้าน ตนได้อยู่กับน้องคอปเตอร์ตามลำพังภายในบ้าน ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ในอาการมึนเมาสุรา และเกิดเดินสะดุดล้ม ทำให้หัวเข่ากระแทกเข้าที่บริเวณหน้าท้องของเด็กอย่างแรงจนน้องคอปเตอร์นอนนิ่งไป

นายลูกหิน ให้การต่ออีกว่า กระทั่งในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น น้องคอปเตอร์มีอาการไม่ดี อุจจาระราดออกมาและยังคงนอนนิ่งไม่ตอบสนอง นางสาวจุ๋มจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพให้มารับตัวเพื่อนำส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร ก่อนจะได้รับแจ้งในเวลาต่อมาว่าน้องคอปเตอร์ได้เสียชีวิตแล้ว

ย้อนไปก่อนหน้านี้ นายไหม นาโสก เพื่อนบ้านที่มีบ้านพักอยู่ติดกัน ได้ให้ข้อมูลสำคัญว่า ที่ผ่านมามักจะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ก้องออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวติดต่อกันหลายวัน และทุกครั้งที่มีเสียงเด็กร้องไห้ มักจะมีเสียงเปิดเพลงดังกระหึ่มขึ้นมาพร้อมๆ กัน คล้ายตั้งใจเปิดเพลงเพื่อกลบเสียงร้องไห้ของเด็ก

ขณะที่ นางเริ่ม นาโสก แม่ของนายลูกหิน (พ่อเลี้ยง) ระบุว่า ตนพักอาศัยอยู่คนละบ้านและต้องออกไปทำไร่ทำนา จึงไม่เห็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย โดยในวันเกิดเหตุตนป่วยมีไข้จึงนอนหลับพักผ่อนอยู่อีกบ้าน ทำให้ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติ อย่างไรก็ตาม นางเริ่มยอมรับว่า นายลูกหิน ลูกชายของตน มีประวัติป่วยทางจิตเวชและต้องรับประทานยารักษามาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ส่วนแม่ของเด็กเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่กินด้วยกันได้ไม่นาน

ทางด้าน พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร (ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร) เปิดเผยถึงแนวทางการสอบสวนว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้วประมาณ 4 ราย และเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพิ่มเติมอีก 2-3 ราย สำหรับผลการตรวจพิสูจน์ร่างเด็กในเบื้องต้น แพทย์ลงความเห็นเรื่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย แต่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าถูกกระแทกหรือเกิดจากสิ่งใด อีกทั้งจากการเข้าตรวจสอบภายในบ้านพักก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือร่องรอยการถูกกระทำทางกายภาพ

ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับแม่และพ่อเลี้ยงของเด็กในข้อหาเสพยาเสพติดไว้แล้ว ส่วนเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตและร่องรอยฟกช้ำทั้งหมด ได้ประสานนำศพของน้องคอปเตอร์ส่งไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดและชันสูตรพลิกศพที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อดูว่าในร่างกายมีผลกระทบอย่างไรบ้าง และเด็กได้รับบาดเจ็บหรือโดนอะไรมาก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตหรือไม่ อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่เพื่อคลี่คลายคดีให้ชัดเจนถึงมูลเหตุแห่งการเสียชีวิต เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างถูกต้องต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เข้าพรรษาคึกคัก! พุทธศาสนิกชนนับร้อยนับพันทะลักเข้า ‘วัดเขาเจดีย์’ โบราณสถานอ.ปะทิว ร่วมถวายเทียนพรรษา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนจำนวนมากจากทั้งอำเภอปะทิว อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมารวมตัวกันอย่างคึกคักที่ วัดเขาเจดีย์ หมู่ 7 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อร่วมทำบุญตักบาตรและนำเทียนพรรษาไปถวายแก่ พระครูสังฆรักษ์ชัยรัตน์ ชนาสโภ (พระอาจารย์เอก) เจ้าอาวาสวัดเขาเจดีย์ ศิษย์เอกผู้สืบทอดพุทธาคมจาก “หลวงพ่อโปร่ง โชติโก” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองชุมพร เนื่องในวันเข้าพรรษาแรกของปี

ทว่า นอกจากการทำบุญเสริมสิริมงคลตามประเพณีแล้ว ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้วัดแทบแตก คือการที่บรรดาผู้ศรัทธาและนักเสี่ยงโชค ต่างพากันมุ่งหน้าไปยัง “ศาลเจ้าแม่สบันงา” ศาลไม้เล็กๆ ที่ซ่อนความศักดิ์สิทธิ์ไว้บริเวณข้างบันไดทางเดินขึ้นยอดเขา เพื่อกราบไหว้ขอพรและโชคลาภ ก่อนถึงวันตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้

สำหรับ “เจ้าแม่สบันงา” นั้น มีตำนานเล่าขานอันน่าอัศจรรย์ ย้อนไปในอดีตมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินทางมาที่วัด และเกิดอภินิหารร่างทรงเข้าสิง โดยได้อัญเชิญดวงวิญญาณของ “เจ้าแม่สบันงา” สถิติต้นตะเคียนโบราณบริเวณทางขึ้นเขา มาเข้าพบพระอาจารย์เอก เพื่อขออนุญาตตั้งศาลไว้ปกป้องคุ้มครองวัดและช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก พร้อมสเกตช์ภาพจำลององค์เจ้าแม่ไว้ภายในศาล หลังจากวัดได้

จัดสร้างศาลตามเจตจำนง เสียงเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ก็กระฉ่อนไปทั่วสารทิศ! ไม่ว่าใครมาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน ความสำเร็จ หรือโชคลาภเงินทอง ต่างสมปรารถนากลับไปอย่างน่าอัศจรรย์ สังเกตได้จาก ชุดไทยสตรีสวยงามจำนวนมากที่ถูกนำมาแขวนแก้บนแน่นขนัดหลังศาล พร้อมกับเครื่องสักการะอย่างน้ำแดงและดอกกุหลาบแดงสด ยืนยันถึงความ “แรง” และ “แม่น” ของเจ้าแม่สบันงาได้เป็นอย่างดี

นอกจากเรื่องราวความลี้ลับแล้ว วัดเขาเจดีย์ ยังเป็นโบราณสถานสำคัญที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา (พ.ศ. 2325) บนยอดเขามี “เจดีย์ปะทิวนิรมาณมงคล” เจดีย์ทรงระฆังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานนามไว้เมื่อปี 2565

ภายในวัดยังมีปูชนียวัตถุสำคัญ อาทิ พระบูรพาบรรพต พระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลกองค์ใหญ่โดดเด่นบนยอดเขา, วิหารประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติอันทรงคุณค่า อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิว 360 องศา ที่รถยนต์สามารถขับขึ้นถึงยอดเขา ให้ประชาชนได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมชมทิวทัศน์เมืองปะทิวและท้องทะเลชุมพรยามเช้าได้อย่างงดงาม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และต้องการเดินทางมาสัมผัสบารมีเจ้าแม่สบันงา รวมถึงกราบไหว้พระบรมธาตุบนยอดเขาเจดีย์ สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน โดยมี นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว ฝ่ายปกครองท้องที่ ท้องถิ่น คอยดูแลรักษาสถานที่ และ อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

////เอกชนะ นวนละมัย  รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/“รองบอย-ดำรงค์เกียรติ” เปิดยิ่งใหญ่ HOPE GAMES 2026 ต้อนรับ 8 พันชีวิตร่วมค่ายเยาวชนและครอบครัว

วันที่ 28 ก.ค.69 ที่อาคารกรีฑาในร่มเมืองพัทยา ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก จ.ชลบุรี นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงาน HOPE GAMES 2026 โครงการค่ายเยาวชนและครอบครัว ประจำปี 2569 โดยมูลนิธิโฮป อะคาเดมี่ และมอบถ้วยรางวัลการแข่งขันฟุตซอลการกุศล โดยมี สมาชิกพี่น้องคริสเตียนในสังกัดมูลนิธิฯ จากทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 8,000 คน

โดยในพิธีได้รับเกียรติจาก นายพีระวัฒณ์ มงคลศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้แทนผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) อาจารย์พรประภา เหล่าทวีกิจ ผู้แทน ดร.พิษณุนาท ศรีทะวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิโฮป อะคาเดมี่ นายอาทิตย์ สุขตน ผู้บริหารโครงการมูลนิธิโฮป อะคาเดมี่ และนายกรณ์ พัฒนสิน ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา เข้าร่วมพิธี

ด้วยมูลนิธิโฮป อะคาเดมี่ ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลไม่แสวงหากำไร มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคนและสังคมในด้านต่างๆ เช่น ดำเนินกิจการด้านสังคมสงเคราะห์เพื่อการสาธารณประโยชน์ ส่งเสริมสุขภาพและสาธารณสุข การพัฒนาศักยภาพให้ความรู้และเสริมสร้างทักษะทางด้านการศึกษา ผ่านกิจกรรมฝึกอบรม นันทนาการและกีฬา แก่เด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ตลอดจนมุ่งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัคร เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนและสังคมจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ

รวมทั้งสนับสนุนการสร้างความสัมพันธ์อันดี ส่งเสริมให้เกิดความผูกพันในสถาบันครอบครัวอย่างทั้มแข็งและยังแลงยืน ในการนี้จึงได้กำหนดจัดกิจกรรม “โครงการค่ายเยาวชนและครอบครัว และการแข่งขัน
การกุศล ประจำปี 2569″ ระหว่างวันที่ 25-28 กรกฎาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม กลุ่มครอบครัว เพื่อสร้าง ความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวอย่างยั่งยืน ปลูกฝังค่านิยมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม และความสามัคคี

กิจกรรมในงานประกอบไปด้วย พิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงพลังความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องโอกานโอกาสวันเผลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และจัดแข่งขันฟุตซอลการกุศล โดยชมรมฟุตชอลเครือข่ายจิตอาสาทุกภูมิภาคและเครือข่ายภาคตะวันออก

การสัมมนาวิชาการ การบรรยายให้ข้อคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเมื่ออยู่ร่วมกันใน
สังคม/ฝากชุมชนและครอบครัว, หลักคิดคุณธรรมจริยธรรมในการดำเนินชีวิต
ในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดชุมชน “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้สอดคล้องกับ
แนวทางวิสัยทัศน์นโยบายของรัฐบาล และแผนขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ
ด้วยโมเดล BCG ตลอดจนข้อคิดที่เป็นประโยชน์ในด้านต่าง ๆ แก่เด็กเยาวชน
ในทุกช่วงวัย

รวมทั้ง กิจกรรมนันทนาการ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม
การพัฒนาศักยภาพของผู้เข้าร่วมโครงการ ค่ายเด็กและเยาวชน เพื่อประโยชน์
ในการสร้างค่านิยมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้มแข็ง มีความเป็นเอกภาพ
สมัครสมานสามัคคี, พิธีมอบทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่เรียนดีมีจิตสาธารณะ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรักชุมชน และอาสาทำประโยชน์ให้สังคมของตนเองจำนวนกว่า
300 ทุน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ว่าฯจ.เชียงราย เชิญผ้าไตรพระราชทานประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รับมอบผ้าไตรพระราชทาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ

กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร จำนวน 1 ไตร และผ้าไตรโดยเสด็จพระราชกุศล จำนวน 9 ไตร รวม 10 ไตร จากสำนักพระราชวัง เพื่อนำไปถวายแด่ประธานสงฆ์และพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พิธีดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.09 น.

ณ อุโบสถบุญชุ่มรัตนบุรี ศรีธรรมราชา วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี

พล.ต.อ.ดร.มนตรี ยิ้มแย้ม ประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ พร้อมผู้เข้าร่วมพิธีพร้อมกัน ณ บริเวณอุโบสถ จากนั้นประธานในพิธีประกอบ

พิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล พระราชวชิรคณี ดร. เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงา

ประธานสงฆ์ให้ศีล และประธานในพิธีจุดเทียนบูชาน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนที่พระสงฆ์ 10 รูป จะเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล ภายหลังการเจริญพระพุทธมนต์ ประธานในพิธีพร้อมด้วยผู้มีเกียรติถวายผ้าไตรพระราชทานและผ้าไตรโดยเสด็จพระราชกุศล

รวมทั้งถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ทั้ง 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกรวดน้ำ รับพร กราบพระรัตนตรัย ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบลาประธานสงฆ์ และบันทึกภาพร่วมกัน

ก่อนเสร็จพิธี การจัดพิธีในครั้งนี้นับเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งร่วมถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ชุ่มฉ่ำกับ ตักบาตรบาตรเป็งปุ๊ด ชาวเชียงแสนแห่ออกมาตักบาตร พระอุปคุตเที่ยงคืน

วันที่ 28 – 29 กรกฎาคม 2569 นางเกศสุดา สังขกร นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเชียงแสน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานเทศบาล

ตำบลเวียงเชียงแสน จัดพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำโขง และแห่อัญเชิญมาตามลำน้ำโขง ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสนไปประดิษฐานไว้ ณ วัดเจดีย์หลวง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา

โดยมี นายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอเชียงแสน เป็นประธานในพิธี และช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน (วันพุธ)ในเวลา 00.01 น. พระภิกษุสงฆ์จำนวน 89 รูป ออกรับบิณฑบาต จากหน้าวัดเจดีย์หลวง ผ่านตลาดเชียงแสน ถึงสามแยก สภ.เชียงแสน

นางเกศสุดา สังขกร นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเชียงแสน พร้อมด้วยคณะบริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสนร่วมประกอบพิธีทางศาสนา พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ร่วมรับฟัง การปาฐกถาธรรมประวัติพระมหาอุปคุต

พร้อมอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบก และร่วมตักบาตรเป็งปุ๊ด (ตักบาตรเที่ยงคืน) มีชาวเชียงแสนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวกิจกรรตักบาตรตอนเที่ยงคืนออกมาตักบาตรกันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ วัดเจดีย์หลวง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จนถึง สถานีตำรวจเชียงแสน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2569 ณ บริเวณหอประชุมอำเภอดอนตูม

นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล  ทั้งนี้ นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการแต่ละกอง/ฝ่าย พนักงานเทศบาลฯ เข้าร่วมพิธี พร้อมกับข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอดอนตูมเอกชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพียงกัน

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /” ยุทธศาสตร์ชาติ “เชียงราย เข้มขับเคลื่อนนโยบาย ด้านยาเสพติด นายอำเภอเมืองเชียงราย

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00 นาฬิกา กองร้อยทหารพรานที่ 3107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ ช่องทางธรรมชาติผาแดง บ้านโป่งไฮ หมู่ที่ 21 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

จนกระทั่ง เมื่อเวลา 21.45 นาฬิกา ได้ตรวจพบลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 5 – 6 คน สะพายสัมภาระไว้ด้านหลัง เดินผ่านเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการยิงปะทะกัน ประมาณ 5 นาที ฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติม จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ เพื่อควบคุมพื้นที่

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 06.00 นาฬิกา หน่วยได้ทำการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว ตรวจพบกลุ่มขบวนการเสียชีวิต จำนวน 3 ศพ กระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 3 เป้

ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เป้ละประมาณ 130,000 เม็ด รวมประมาณ 390,000 เม็ด, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก
และเมื่อเวลา 12.00 นาฬิกา

พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เดินทางเข้าตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนทราบ บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบัน หน่วยได้นำของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


***สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติดในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 446 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 428 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 263,288,207 เม็ด, เฮโรอีน 20 กิโลกรัม, ไอซ์ 6,674.3 กิโลกรัม, ฝิ่น 378.6 กิโลกรัม และ คีตามีน 1,089.5 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 63 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 49 ศพ///

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ลาวส่งคืน 41 คนไทยคดีเว็บพนันออนไลน์ มุกดาหารระดมทุกหน่วยงานตรวจสอบประวัติ-เช็กแบล็กลิสต์ทันที

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร อำนวยการและกำกับการปฏิบัติภารกิจรับตัวคนไทยจำนวน 41 ราย ภายหลังสิ้นสุดกระบวนการดำเนินคดีในแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

การรับตัวในครั้งนี้มี พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เดินทางไปรับมอบตัวจากคณะเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว นำโดย พันเอก วงคำ อินทะบาน รองหัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบแขวงสะหวันนะเขต, พันโท พมมา ดาวเรืองสุลิ หัวหน้าห้องป้องกันความสงบแขวงสะหวันนะเขต และพันโท คำเพียง สาละพูวัน หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองด่านสากลสะพานมิตรภาพ 2 ก่อนนำตัวทั้งหมดเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทย

คนไทยทั้ง 41 ราย แยกเป็นชาย 25 ราย และหญิง 16 ราย ถูกนำตัวมายังอาคารผู้โดยสารขาเข้า จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามกฎหมาย โดยมี พ.ต.ท.จตุพล ยันต์นาวา รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด และสำนักงานอัยการจังหวัด ร่วมดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันเศรษฐกิจ แขวงสะหวันนะเขต สนธิกำลังร่วมกับตำรวจนครไกสอนพมวิหาน อัยการประชาชนแขวง ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในบ้านนาเล่า นครไกสอนพมวิหาน หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติเช่าสถานที่และมีความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง

ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 42 คน เป็นชาวลาว 1 คน และชาวไทย 41 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 16 คน โดยถูกกล่าวหาว่าทำหน้าที่เป็นแอดมินเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์จำนวน 78 เครื่อง และโทรศัพท์มือถืออีก 42 เครื่อง ก่อนทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีและรับโทษตามกฎหมายของ สปป.ลาว จนแล้วเสร็จ และส่งตัวกลับประเทศไทยตามความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้การรับตัวเป็นไปอย่างรัดกุมและถูกต้องตามกฎหมาย หากผลการคัดกรองพบว่าบุคคลใดเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ หรือถูกหลอกลวงให้ไปทำงาน จะได้รับการคุ้มครองตามกลไกของรัฐ และส่งเข้าสู่ความดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร

ส่วนผู้ที่พบพยานหลักฐานว่าเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายไทย หรือมีหมายจับหรือคดีค้างเก่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์หรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

ด้าน พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำคนไทยทั้ง 41 รายอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า การเดินทางไปทำงานในฝั่ง สปป.ลาว เป็นการสมัครใจ ถูกชักชวน หรือเข้าข่ายตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ พร้อมตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หมายจับ และคดีอาญาที่อาจเกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลว่าทั้งหมดเป็นผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงไปทำงานใน สปป.ลาว

ขณะที่ พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คนไทยทั้ง 41 ราย จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจค้นและเอกซเรย์สัมภาระ การตรวจสุขภาพโดยทีมสาธารณสุข การตรวจสอบประวัติการเดินทาง และการซักถามโดยทีมสหวิชาชีพ รวมถึงการตรวจสอบหมายจับ บัญชีดำ (Blacklist) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทางการลาวส่งมอบกลับมา ซึ่งจะใช้เป็นพยานหลักฐานในการขยายผลคดีต่อไป

นอกจากนี้ หากตรวจพบว่าบุคคลใดเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬเปิดฉากศึกวู๊ดบอลนานาชาติ! ไทย–ลาว ร่วมกระชับมิตรภาพ ในการแข่งขัน Woodball Mekong Championship 2026

วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ สนามแข่งขันวู๊ดบอล สวนสาธารณะหนองโง้ว ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน Woodball Mekong Championship 2026 พร้อมกล่าวต้อนรับคณะนักกีฬาและผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

โอกาสนี้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างจังหวัดในลุ่มน้ำโขง

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคกีฬา เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

การแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาวู๊ดบอลจาก 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขงของประเทศไทยเข้าร่วม ได้แก่ จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดบึงกาฬ เจ้าภาพจัดการแข่งขัน

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณะนักกีฬาจากเมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว นำโดย ท่านบัวสัย ลุนนะวงสา ประธานคณะกรรมการปกครองเมืองหาดทรายฟอง เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อร่วมสร้างมิตรภาพและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านกีฬา อันเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

การแข่งขัน Woodball Mekong Championship 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 กรกฎาคม 2569 ณ สนามวู๊ดบอล สวนสาธารณะหนองโง้ว จังหวัดบึงกาฬ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ฯ ออกโรงป้องภาคเกษตรปศุสัตว์หลังจีนยื่นขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกมาไทย ชี้ใครเซ็นอนุญาตคนนั้นขายชาติ เผยกว่าจะกลายเป็นครัวโลก

นายกสมาคมไก่ฯ ออกโรงป้องภาคเกษตรปศุสัตว์หลังจีนยื่นขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกมาไทย ชี้ใครเซ็นอนุญาตคนนั้นขายชาติ เผยกว่าจะกลายเป็นครัวโลก กว่าเนื้อไก่ไทยจะได้รับการยอมรับเรื่องมาตรฐานส่งออกลำบากแค่ไหน นักการเมืองไม่รู้ให้มาถาม ยันระบบผลิตไทยเพียงพอทั้งบริโภคและส่งออก

จากกรณีที่ กรมปศุสัตว์ ได้ออกมายืนยันว่า ประเทศจีน ได้ยื่นคำขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกมายังประเทศไทย พร้อมระบุว่ายังเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นของการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง โดยยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าแต่อย่างใด และต้องผ่านกระบวนการพิจารณาความปลอดภัย รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรอย่างรอบคอบก่อนนั้น

วันนี้ ( 28 ก.ค.69) ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ ได้ออกโรงต้านการเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกให้กับประเทศจีน เผยกว่า 30 ปีที่สมาคมฯ เดินหน้าต่อสู้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตไก่ของไทย ทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกจนสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็น “ครัวของโลก”

ดังนั้น หากรัฐบาลอนุมัติให้มีการนำเข้าไก่จากประเทศจีน จะถือว่าเป็นรัฐบาลที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างมาก เพราะในอดีต เกษตรกรไทย ต้องล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาราคาทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ จนสามารถพัฒนาระบบการเป็นผู้ผลิตเพื่อการส่งออกที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก และยังสามารถช่วยให้คนไทยได้รับประทานเนื้อไก่ที่มีคุณภาพ โดยที่ภาครัฐไม่เคยยื่นมือช่วยเหลือ

แต่ในวันนี้ เมื่อตลาดส่งออกเนื้อไก่ของไทยกำลังไปได้ดีในต่างประเทศ จากการยอมรับเรื่องมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดีจนอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อไก่ในประเทศไทยกลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งทำงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และยังสามารถรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร เพื่อนำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

“ กว่าพวกเราจะมีความมั่นคงอย่างทุกวันนี้ ต้องผ่านความยากลำบากมาอย่างมาก เพิ่งจะมีความสุขได้เพียงไม่กี่ปี หากรัฐบาลไทย อนุมัติให้นำเข้าไก่จากจีน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องโรคที่อาจติดเข้ามา เพราะเรายังไม่ทราบมาตรฐานด้านสุขอนามัย ด้าน Food Safety และความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ ที่อาจมากับสินค้านำเข้า”

ดร.ฉวีวรรณ ยังเผยอีกว่าที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ ทราบดีว่า เกษตรกรไทยถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนมากเพียงใด โดยเฉพาะเรื่องสุขอนามัย ที่หลายครั้งแทบจะรับภาระไม่ไหว แต่สุดท้ายรัฐบาล กลับจะมีการอนุมัติให้นำเข้าไก่จากจีน โดยไม่คำนึถึงเรื่องของสุขอนามัยและผลกระทบรุนแรงที่อาจมีโรคอีกหลายชนิดตามมา จึงอยากถามผู้ที่มีแนวคิดในเรื่องนี้ว่า กำลังจะพาประเทศไทย ไปในทิศทางใด

พร้อมยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทย ผลิตเนื้อไก่ได้เพียงพอต่อความต้องการและมีมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดีที่สุดจนได้รับการยอมรับจากประเทศต่าง ๆ ทั้งในสหภาพยุโรปและอีกหลายประเทศทั่วโลก ยกเว้นสหรัฐอเมริกา ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้ส่งสินค้าประเภทนี้ให้กัน

“ ประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกไก่รายใหญ่ติดอันดับโลก แล้วเหตุใดเราจึงต้องนำเข้าไก่จากจีน หากมีเชื้อโรคติดเข้ามา ลูกค้าต่างประเทศ ที่เคยเชื่อมั่นสินค้าไทยอาจยกเลิกคำสั่งซื้อทั้งหมด ซึ่งก็จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านปศุสัตว์ และเกิดความเสียหายอย่างมหาศาลอีกหลายด้านและตัวอย่างก็มีให้เห็นทั้งเรื่องทุเรียน มะพร้าว และปัญหาสิ่งแวดล้อม

ที่สำคัญยังจะทำให้คนไทยที่จบการศึกษาต้องตกงานอีกมาก เช่นเดียวกับกรณีที่ กรมปศุสัตว์ เผยว่าจะต้องมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรก่อนนั้น ดิฉันมองว่าแค่คิดจะจัดเวทีในประเด็นนี้ก็ผิดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาถกเถียง เพราะกว่าที่ประเทศไทย จะเป็นครัวของโลกที่สะอาดที่สุด เราต้องพัฒนาทั้งด้านสุขอนามัย Food Safety และระบบ Biosecurity มาอย่างหนัก”

ดร.ฉวีวรรณ ยังเผยถึงมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่ของไทยในแต่ละปีว่ามีจำนวนหลายแสนล้านบาท ขณะที่ตลาดภายในประเทศ ก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาทเช่นกัน เพราะไก่และไข่เป็นอาหารโปรตีนคุณภาพดี ราคาย่อมเยา และผู้ประกอบการไทย สามารถควบคุมโรคจนทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจจนกลายเป็นอาหารหลักของคนไทยได้

วันนี้ คนไทย จำเป็นจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของผู้เลี้ยง ผู้ขาย และผู้ส่งออก โดยในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอยืนยันว่าจะไม่ยอม หากรัฐบาลเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาเป็นผู้ส่งออกในประเทศไทย เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมของเรามีความพร้อมทุกด้าน ทั้งบุคลากรที่มีความรู้เรื่องการเลี้ยง การควบคุมสุขอนามัย และการป้องกันโรค

ดังนั้นหาก นักการเมืองรายใด เซ็นยินยอมเปิดตลาดเนื้อไก่ไทยให้จีน ย่อมถือว่าบุคคลนั้น รัฐบาลนั้น คือคนขายชาติและยังเป็นกลุ่มคนที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างมาก เพราะ จีน นอกจากจะเป็นทั้งคู่แข่งในการส่งออกเนื้อไก่กับไทยแล้ว วันนี้ยังมีแน้วโน้มว่าจะใช้เกลไกด้านราคา เข้ามาทุบตลาดเนื้อไก่ไทย และสิ่งที่ภาคเกษตรปศุสัตว์ของไทยควรได้รับจากรัฐบาล และหน่วยงานรัฐคือ เรื่องของการให้กำลังใจและการสนับสนุน ไม่ใช่การกำหนดมาตรการทำลายอุตสาหกรรมของตัวเอง ที่สำคัญในวันนี้ ผู้ประกอบการไทย มีความสามารถในการผลิตอาหารฮาลาน ส่งขายในตลาดตะวันออกกลาง จนได้รับการยอมรับจากชาวมุสลิมทั่วโลก

“ สุดท้ายนี้ ดิฉันอยากเชิญชวนให้คนไทยรับประทานไก่ไทย เพราะเป็นโปรตีนคุณภาพดี มีมาตรฐานด้านสุขอนามัยครบถ้วน ราคาย่อมเยาว์ และการเลือกบริโภคไก่ไทยยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูก ผู้เลี้ยง และผู้ประกอบการของประเทศไทยทั้งระบบ เราไม่จำเป็นต้องไปซื้อสินค้าจากที่อื่น ขอให้สนับสนุนสินค้าไทยของเราเพื่อช่วยคนไทยด้วยกัน” ดร.ฉวีวรรณ กล่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ปิดเกม 2 นักบินมุกดาหาร! ขนยาบ้าเกือบล้านเม็ด ไอซ์ 2 กก. คาอุบลฯ สกัดก่อนทะลักทั่วภาคอีสาน เร่งล่านายทุนใหญ่ต่อ

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เทวฤทธิ์ สุขฉิมมา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.โพธิ์ไทร บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอโพธิ์ไทร ลงพื้นที่สกัดจับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ หลังได้รับข้อมูลว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่เพื่อส่งต่อกระจายจำหน่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามและเข้าตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัย บริเวณถนนหมายเลข 2112 (เขมราฐ–โขงเจียม) หลักกิโลเมตรที่ 39 พื้นที่บ้านจอมปลวกสูง หมู่ 8 ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายเกียรติศักดิ์ อายุ 31 ปี และนายศุภมิตร อายุ 22 ปี ผู้มีลำเนาอยู่ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ได้แก่ ยาบ้าจำนวน 996,000 เม็ด และยาไอซ์ 2 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์ ฮอนด้า แจ๊ส สีเทา ทะเบียน กบ-8424 สระบุรี จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ vivo สีน้ำเงิน 1 เครื่อง ยี่ห้อ Redmi สีน้ำเงิน 1 เครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าใช้ในการติดต่อประสานงานการลำเลียงยาเสพติด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายโดยการมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์ไทร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงติดตามยึดทรัพย์นายทุนรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #ยาเสพติด #ยาบ้า #ยาไอซ์ #อุบลราชธานี #โพธิ์ไทร #มุกดาหาร #สกัดยานรก #ตำรวจไทย #ปราบปรามยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดงาน Food Truck Carnival 2026 @พัทยา เดินหน้าหนุนผู้ประกอบการรายย่อย

วันที่ 25 ก.ค.69 ที่ลานจอดรถศูนย์การค้าเอ้าท์เลตมอลล์ พัทยา จ.ชลบุรี นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Food Truck Carnival 2026 @พัทยา ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 กรกฎาคม 2569 โดยมีตัวแทนศูนย์การค้าและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เลือกเมืองพัทยาจัดงาน Food Truck Carnival 2026 @พัทยา โดยรวมร้านอาหารเคลื่อนที่กว่า 50 ร้าน พร้อมกิจกรรมบันเทิงและโปรโมชั่น หวังกระตุ้นการใช้จ่าย ดึงนักท่องเที่ยว และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้เศรษฐกิจจังหวัดชลบุรีในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า งาน Food Truck Carnival 2026 @พัทยา ซึ่งเป็นมหกรรมรวมร้านอาหารเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของปีมารวบรวมไว้ที่เดียวเพื่อบริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศในเมืองพัทยา

โดยเปิดพื้นที่สร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง มี Food Truck มากกว่า 50 ร้าน มาร่วมบริการ ทั้งอาหารไทย อาหารนานาชาติ อาหารฟิวชัน ของหวาน เครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมความบันเทิง การแสดงดนตรี และกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดทั้ง 5 วัน ซึ่งพบว่าวันแรกบรรยากาศค่อนข้างคึกคักและมีสีสัน

ชิลชีจรรย์ปลุกสีสันการท่องเที่ยว! ตลาดชุมชน-ศิลปะ-คราฟรี-แม่ค้าเป็นกันเอง

วันที่ 25 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ตลาดชิลชีจรรย์ ตลาดชุมชน-ศิลปะ-คราฟ ริมถนนบานเย็น ทางไปเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี ที่เปิดให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น.-20.00 น. ในวันนี้เมีนักท่องเที่ยวแวะชมแวะเที่ยวและเลือกซื้อสินค้ากันอย่างมีสีสัน

ภายในตลาดชิลชีจรรย์เป็นกาคออกร้านของประชานและชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลนาจอมเทียนที่ร่วมกันให้บริการเป็นสถานที่ท่องเที่ยววันหยุดที่รวบรวมความชิลและของอร่อยมารวมไว้ที่เดียวด้วยบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ

โดยมีการออกร้านให้บริการทั้งอสหารพื้นบ้าน ของคาว ของหวาน เครื่องดื่ม สินค้าชุมชนเก๋ๆ งานแฮนด์เมด และงานคราฟท้องถิ่น ตลอดจนองค์พระพิฆเนศองค์ใหญ่ให้สักการะขอพรเสริมความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าผู้ประกอบในตลาดแห่งนี้ต่างได้รับคำชื่นชมเรื่องความเป็นกันเองเป็นอย่างมาก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สภาทนายความลงพื้นที่วังน้ำเขียว เร่งตรวจข้อเท็จจริงปมที่ดินทับซ้อนอุทยานฯ เดินหน้าช่วยชาวบ้านต่อสู้คดี-คุ้มครองสิทธิ

นครราชสีมา – สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งคณะทำงานและทีมทนายความลงพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับแนวเขตอุทยานแห่งชาติ จนถูกดำเนินคดีและได้รับความเดือดร้อนด้านสิทธิในที่ดินทำกิน พร้อมเตรียมวางแนวทางให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ได้มอบหมายให้ผู้แทนคณะทำงานและทีมทนายความ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว โดยมี ดร.ธีระวุฒิ วชิรมโนวาทย์ กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย, ดร.เกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์ รอง

ประธานคณะกรรมการโครงการทนายอาสาประจำสถานีตำรวจ, ทนายนทีนาถ ศรีลมุล รองประธานสภาทนายภาค 3, ทนายลภัสรดา ณัฐอาภาพล รองประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา และทนายคมสันต์ เที่ยงกระโทก กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ร่วมลงพื้นที่

คณะทำงานได้หารือร่วมกับตัวแทนประชาชน พร้อมตรวจสอบเอกสารสิทธิ หลักฐานการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ย้อนหลัง แผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการดำเนินการช่วยเหลือทางกฎหมาย ทั้งในส่วนของการต่อสู้คดีในชั้นศาล การคุ้มครองสิทธิของประชาชน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินทับซ้อนให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า จะเดินหน้าทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางกฎหมายของประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทด้านที่ดิน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและเกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่.

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569
พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ (พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม (ประธานฝ่ายสงฆ์)
นายนรวีร์ ขันธหิรัญนายอำเภอนครชัยศรี(ประธานฝ่ายฆราวาส)
พร้อมด้วย นายปราโมทย์ มลคล้ำสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี
, นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกอบต.นครชัยศรี , กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลนครชัยศรี , นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมกิจกรรม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /รพ.นครปฐมจัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 27 กรกฎาคม 256 เวลา 08.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานใน พิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร และบุคลากร โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมพิธี โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ จากวัดไผ่ล้อม มารับบิณฑบาต จากนั้น มีพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ ผู้กระทำความดี ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.สิงห์บุรี มอบเงินรางวัลและโล่เกียรติยศ เชิดชูทัพนักกีฬาเยาวชนสร้างชื่อเสียงระดับชาติและนานาชาติ ด้านกีฬา

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัล โล่เกียรติยศ และใบประกาศเกียรติคุณแก่เยาวชนนักกีฬาจังหวัดสิงห์บุรีที่สร้างผลงานอันโดดเด่นในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” รวมถึงนักกีฬาเยาวชนสายเลือดสิงห์บุรีที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนากีฬาจังหวัดสิงห์บุรี ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง และนักกีฬา เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง

การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนากีฬาของจังหวัด ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเล่นกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาตนเองสู่การเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนของจังหวัดสิงห์บุรี

จากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–17 พฤษภาคม 2569 จังหวัดสิงห์บุรีได้ส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันรวม 8 ชนิดกีฬา และสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าเหรียญรางวัลรวม 8 เหรียญ ประกอบด้วย 5 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง จบอันดับที่ 40 ของประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

ภายในพิธี มูลนิธิเพื่อการพัฒนากีฬาจังหวัดสิงห์บุรี ได้มอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ จำนวน 3 ชนิดกีฬา ได้แก่กีฬาเปตอง ซึ่งคว้า 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง โดยนายทัณฑ์ฐิ์ ปานโต นายพัฒน์กวินท์ เมฆอรุณ และนายกฤตธี แก้วทุ่ง รับเงินรางวัลรวม 4,500 บาท

กีฬาฟิกเกอร์สเก็ต เด็กหญิงกุลรดา โตสุวรรณถาวร เจ้าของเหรียญทอง รุ่น Junior D Ladies Open อายุ 10–14 ปี รับเงินรางวัล 2,000 บาทและกีฬาเรือพาย ซึ่งทำผลงานคว้า 3 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง โดยนายตรัยรัตน์ ปานทอง นางสาวญาณิศา สินประเสริฐ และนายพิชญุตม์ บุญวัฒน์ รับเงินรางวัลรวม 10,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่เยาวชนนักกีฬาที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย และสร้างผลงานโดดเด่นในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ ประกอบด้วย นางสาวเกศิณี สรมานะ นักกีฬาฮับกิโด โรงเรียนหัวไผ่วิทยาคม เจ้าของเหรียญทอง รุ่นไม่เกิน 55 กิโลกรัมจากการแข่งขัน SOUTH EAST ASIA HAPKIDO CHAMPIONSHIP 2025 ณ ประเทศอินโดนีเซีย นายสหรัฐ อร่ามรส นักกีฬาเปตอง โรงเรียนมัธยมเทศบาล 4 ผู้คว้าเหรียญเงินและเหรียญทองแดงจากการแข่งขันเปตองเยาวชนชิงแชมป์โลก ณ ประเทศสเปน

และเหรียญทองจากการแข่งขัน Asian Petanque Championships 2025 ณ ประเทศมาเลเซีย นายเบญจทิวตถ์ รีพลี นักกีฬาคิกบ็อกซิ่ง เจ้าของเหรียญทองแดง จากการแข่งขัน 2nd Thailand Kickboxing World Cup 2026และนักกีฬาเรือพายทีมชาติไทย ได้แก่ นายตรัยรัตน์ ปานทอง นางสาวพรณภา ศรีใส เด็กหญิงญาณิศา สินประเสริฐ และเด็กหญิงสิริวิภา ดวงดี ซึ่งสามารถคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน 2026 Asian Rowing Beach Sprint Championships ณ ชายหาดจอมเทียน สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวจังหวัดสิงห์บุรีและประเทศไทย

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ ผู้เข้าร่วมงานต่างร่วมแสดงความยินดี ชื่นชม และให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนที่ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักจนประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เพื่อบันทึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จของวงการกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี

โอกาสนี้ นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้กล่าวแสดงความชื่นชมในความมุ่งมั่น ความมีวินัย และความเสียสละของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้เยาวชนก้าวสู่ความสำเร็จ พร้อมย้ำว่าจังหวัดสิงห์บุรีจะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มความสามารถ และก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ รวมถึงสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดและประเทศชาติในเวทีระดับนานาชาติต่อไป

ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม สายข่าว สื่อรัฐทีวี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช.ภ.5 ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น.
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

โดยมี พล.ต.ท.นพดล กรึงไกร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.แสวง เที่ยงใจ ผบก.รพ.ดร., ผบก.ภ.จว.ในสังกัด ภ.5 และ หน.สภ.ในพื้สังกัด ภ.5
เข้าร่วมพิธี โดยพร้อมเพรียงกันณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /รองผู้ว่าฯ นครปฐม เป็นประธานพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่ระลึก ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ณ วัดบางแก้ว อ.นครชัยศรี

นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่ระลึก ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ วัดบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

โดยมี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญา

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว ปลัดอำเภอนครชัยศรี กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลบางแก้ว ตลอดจนประชาชนร่วมพิธีโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ด้านหน้าโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่

ระลึกแด่พระครูปฐมสรคุณ (พร ปภากโร) เจ้าอาวาสวัดบางแก้วประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย กล่าวคำถวายเทียนพรรษาพระราชทาน

พร้อมถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกราบลาพระรัตนตรัย และถ่ายภาพร่วมกันเป็นอันเสร็จพิธี

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีถวายเทียนพรรษาอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่สืบไป.

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ประจวบฯ อ.ทับสะแก รณรงค์แต่งผ้าไทย ร่วมประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2569 อย่างคึกคัก

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาววันชัยนาอ์ วัฒนาวงศาน วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2569

โดยมี นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกอบต.ห้วยยาง นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน นายโชติ เงินแท่ง นายกอบต.ทับสะแก นายภัทรดนัย สมศรี นายกอบต.แสงอรุณ นางสาวทิฆัมพร ยอดใหญ่

นายกอบต.นาหูกวาง นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก พร้อม คณะผู้บริหารท้องถิ่น คณะผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาท้องถิ่น พนักงาน อปท. ผู้นำชุมชน นักเรียน และประชาชนชาวทับสะแก ร่วมเดินขบวนประเพณีแห่เทียนดังกล่าว

นางอวยพร คีรีวิเชียร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก กล่าวว่า สำหรับ วัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และสืบทอดประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา พร้อมยกระดับให้เป็น Soft Power ของไทยที่สามารถสื่อสารถึงสากล เพื่อยกระดับเทศกาลประเพณีท้องถิ่น ให้เป็นงานวัฒนธรรมที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาในระดับจังหวัด

ระดับชาติและต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ ตามนโยบายที่เน้นของกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น และร่วมเป็นพลังในการสืบสาน และสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานรากของอำเภอทับสะแก

โดยในปีนี้ได้เพิ่มจุดเด่นใหม่ คือ การนำเสนอหลากหลายทางวัฒนธรรมด้านอาหาร จากทุกตำบลในอำเภอ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นผ่านมิติอาหาร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เพื่อสร้างความรัก ความผูกพัน และความสามัคคีในชุมชน เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ

ประชาชนทุกกลุ่มในอำเภอทับสะแก การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากคณะสงฆ์อำเภอทับสะแก และงบประมาณจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบ รวมทั้งได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหน่วยงาน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาวัฒนธรรมทุกตำบล ตลอดจนภาคเอกชนและชาวทับสะแกอย่างดียิ่ง

จากนั้น นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก พร้อม นางอวยพร คีรีวิเชียร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก และ นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้านได้มอบต้นเทียนประจำพรรษาให้กับนายโชติ เงินแท่ง นายก อบต.ทับสะแก เพื่อเตรียมนำไปเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมที่ตำบลทับสะแก ในปี 2570 ต่อไป.
///////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน 0623644468

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง