
เมื่อเวลา 01.00 วันที่ 23 กันยายน 2569 พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.จอหอ สั่งการให้ พ.ต.ท.สมโชค คัดสูงเนิน รอง ผกก.สส.สภ.จอหอ และ พ.ต.ท.ขัตติยะ เขียวอุตสา สว.สส.สภ.จอหอ ร.ต.อ.เมธี ปะวิโน รอง สว.สส.สภ.จอหอ
พร้อมกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่เร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในพื้นที่รับผิดชอบ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายพรศักดิ์ หรือเอ็กซ์ โพธิ์แก้ว อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามคดีลักทรัพย์ หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์จำนวน 2 คดี ในพื้นที่ตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลาง 1.ไอแพด พร้อมปากกา จำนวน 2 เครื่อง 2.หมวกกันน็อค ยี่ห้อ AVEX รุ่น boco สีเหลือง ด้านข้างมีหมายเลข 8 จำนวน 1 ใบ

3.พัดลมพกพา สีขาว ยี่ห้อ JisuLife จำนวน 1 ตัว
4.พัดลมพกพา สีเทา ยี่ห้อ JisuLife จำนวน 1 ตัว
5.สายชาร์จ+หัวชาร์จ Xiaomi จำนวน 1 ชุด
6.สายชาร์จ+หัวชาร์จ Apple Lightning จำนวน 1 ชุด
7.เสื้อกีฬาแขนสั้นคอปก สีน้ำเงิน จำนวน 1 ตัว
8.โน๊ตบุ้ค ยี่ห้อ Lenovo พร้อมกระเป๋า+สายชาร์จ+เม้าส์ จำนวน 1 ชุด9.เสื้อเชิ้ตแขนยาวคอปก สีขาว-ดำ จำนวน 1 ตัว
10.กางเกงยีนส์ขายาว สีดำ จำนวน 1 ตัว
11.รองเท้าแตะ ยี่ห้อ CROCS สีขาว จำนวน 1 คู่
12.กระเป๋าสะพายข้าง ยี่ห้อ L-ATTENTION สีเขียว จำนวน 1 ใบ 13.ตัวสกัดปูน สีส้ม (ด้ามจับเป็นยาง) จำนวน 1 อัน

คดีนี้สืบเนื่องจากเกิดเหตุลักทรัพย์ในเคหสถานหลายครั้งในพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์ จนพบเบาะแสเชื่อมโยงไปถึงนายพรศักดิ์จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์ในเคหสถานมาแล้วหลายครั้ง โดยก่อนหน้านี้เคยต้องโทษจำคุกเป็นเวลานานถึง 10 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียงไม่กี่เดือน ก่อนจะกลับมาก่อเหตุลักทรัพย์อีกครั้ง โดยประวัติที่ผ่านมาเคยก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วมากกว่า 20 ครั้ง
เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและรับของโจร”ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ. นครราชสีมา

สาวโคราชร้องตำรวจ ถูกหญิงรู้จักกันนำหินและเต่ามงคลมาขาย อ้างขโมยพ่อแม่มา ก่อนเรียกเงินรวมกว่า 2 แสนบาท เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีรับของโจร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นางก้อย นามสมมุติ อายุ 44 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา หลังได้รับความเสียหายจากกรณีซื้อหินมงคลจากหญิงรายหนึ่งชื่อน้ำ ก่อนถูกเรียกเงินเพิ่มเติม โดยอ้างว่าหินดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ขโมยมาจากพ่อแม่ของผู้ขาย เหตุเกิดบริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถนนจอมสุรางค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา

ผู้เสียหาย ระบุว่า รู้จักหญิงรายดังกล่าว ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า น.ส.น้ำ โดยช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 น.ส.น้ำ ได้นำหินมงคลมาเสนอขายให้ผู้เสียหายที่บ้าน โดยระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน 2569 มีการซื้อขายหินมงคลรวม 7 ชิ้น รวมเต่ามงคล 2 ตัวคิดเป็นเงิน 13,970 บาท พร้อมมีหินแถมเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง

ต่อมา น.ส.น้ำ แจ้งกับผู้เสียหายว่า หินมงคลที่นำมาขายนั้นขโมยมาจากพ่อและแม่ของตนเอง พร้อมอ้างว่าครอบครัวจะดำเนินคดีกับผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลกลัวจะถูกดำเนินคดี และมีการจ่ายเงินให้ น.ส.น้ำ อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดี

ผู้เสียหายระบุว่า ได้จ่ายเงินไปแล้วรวมทั้งสิ้น 212,483 บาท โดยมีสลิปโอนเงินชัดเจน ก่อนจะไม่มีเงินจ่ายเพิ่มเติม ต่อมา น.ส.น้ำ แจ้งว่าสามารถผ่อนชำระเป็นรายวันได้ ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายเหมือนถูกคุกคาม จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.น้ำ และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย
ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

