#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ม.นราธิวาสฯเปิดเวที SELATAN CREATIVE TRADE พลิก “ทุนวัฒนธรรมชายแดนใต้” สู่สินค้าแห่งอนาคต โชว์ 60 ผลงานสร้างสรรค์

ข่าว/กรียา/นราธิวาส/0896579170 ม.นราธิวาสฯเปิดเวที SELATAN CREATIVE TRADE พลิก “ทุนวัฒนธรรมชายแดนใต้” สู่สินค้าแห่งอนาคต โชว์ 60 ผลงานสร้างสรรค์ เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดจริง พร้อมปั้นโอกาสทางธุรกิจและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน จุดประกายพลังสร้างสรรค์ชายแดนใต้! จังหวัดนราธิวาสเปิดเวที SELATAN CREATIVE TRADE: Local Wisdom, New Markets ภายใต้แนวคิด “การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สู่สินค้าและโอกาสทางธุรกิจ” ระดมพลังภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ด้านการออกแบบ ยกระดับอัตลักษณ์ปัตตานี–นราธิวาส–ยะลา สู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ตลาด พร้อมจัดแสดง 60 ผลงานสร้างสรรค์จากผู้ผ่านการอบรม Upskills & Reskills กว่า 1,600 คน เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดผลงานสู่โอกาสทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงขยายโอกาสพัฒนาทักษะอาชีพแก่ผู้ต้องขังหญิง เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพและเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า

วันที่23ต.ค.69 ณ ห้องนราทัศน์ โรงแรมดิอิมพีเรียล นราธิวาส ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดงาน SELATAN CREATIVE TRADE: Local Wisdom, New Markets โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรสิริณัฐ โรจนวรรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เข้าร่วมงาน

สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดผลสำเร็จจากโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบภาคใต้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมรวมทั้งสิ้น 1,600 คน ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา โดยมุ่งพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถนำภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น มาผสานกับองค์ความรู้ด้านการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ มีความร่วมสมัย และสามารถแข่งขันในตลาดได้

อีกหนึ่งมิติสำคัญของโครงการ คือการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำหญิงนราธิวาส เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับคืนสู่สังคม สะท้อนให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้ด้านการออกแบบมาเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คนในพื้นที่อย่างทั่วถึง ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 60 ผลงาน จาก 3 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 10 ผลงาน สาขาเครื่องประดับ จำนวน 25 ผลงาน และสาขาหัตถอุตสาหกรรม จำนวน 25 ผลงาน ซึ่งแต่ละผลงานสะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาสินค้าของพื้นที่

นอกจากการจัดแสดงผลงานแล้ว งาน SELATAN CREATIVE TRADE ยังมุ่งสร้างพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างนักออกแบบ ผู้เรียน และผู้ประกอบการ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของผลงานได้นำเสนอแนวคิด รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจ ตลอดจนแสวงหาแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อก้าวข้ามจากผลงานการเรียนรู้ไปสู่สินค้าและโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้จริง

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ นิทรรศการแสดงผลงานสร้างสรรค์ที่ผ่านการคัดเลือก พื้นที่เจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกับเจ้าของผลงาน เวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่สินค้าในตลาดจริง” และบูธจัดแสดงพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมชมผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และค้นหาโอกาสในการสร้างความร่วมมือ
ทั้งนี้งานดังกล่าวยังเป็นเวทีนำเสนอผลสำเร็จและปิดโครงการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบ พร้อมผลักดันให้ผลลัพธ์จากการอบรมได้รับการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์กับภาคธุรกิจและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางการตลาด และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนในระยะยาว
นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา มีภูมิปัญญาและความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า การนำทุนเหล่านี้มาผสานกับทักษะด้านการออกแบบและความเข้าใจตลาด จะช่วยสร้างสรรค์

สินค้าที่มีเอกลักษณ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Upskills & Reskills ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรม 1,600 คน รวมถึงการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำหญิงนราธิวาส ถือเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพและสร้างพื้นฐานสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต ขณะที่ผลงานทั้ง 60 ผลงานที่นำมาจัดแสดงในวันนี้ จะเป็นโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ได้พบปะผู้ประกอบการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับข้อเสนอแนะ และแสวงหาแนวทางพัฒนาสินค้าร่วมกัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเวทีแห่งนี้จะช่วยเชื่อมโยงผลงานจากการอบรมเข้าสู่ตลาดจริง ก่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่สนับสนุนผู้สร้างสรรค์ให้สามารถสร้างอาชีพและรายได้ ควบคู่กับการสืบสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพื้นที่ให้คงอยู่และได้รับการต่อยอดอย่างมีคุณค่า

อย่างไรก็ตามการจัดงาน SELATAN CREATIVE TRADE: Local Wisdom, New Markets จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงผลงาน แต่เป็นเวทีเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมการออกแบบ และโอกาสทางการตลาด เพื่อผลักดันทุนทางวัฒนธรรมของชายแดนใต้ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ สร้างอาชีพและรายได้แก่คนในชุมชน และเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างยั่งยืน
/////////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีถวายพวงมาลาสักการะ คล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 “วันปิยมหาราช”

วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 07.30 น. ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรีนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ข้าราชการ พนักงาน

หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน องค์กรภาครัฐ เอกชน ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและถวายราชสดุดี เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช

ทั้งนี้เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจที่สำคัญแก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มี “การเลิกทาส” การป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและจักรวรรดิอังกฤษ การประกาศให้มีการนับถือศาสนาโดยอิสระในประเทศ

โดยบุคคลศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างอิสระ การนำระบบจากทางยุโรปมาใช้ในประเทศไทย ได้แก่ ระบบการใช้ธนบัตรและเหรียญบาท และการใช้ระบบเขตการปกครองใหม่ เช่น มณฑลเทศาภิบาล จังหวัดและอำเภอ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 11 แรม 4 ค่ำ ปีจอ ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช”

หรือพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งมีความหมายว่า พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช”

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สกัดระทึกกลางแยกไฟแดงนิคมคำสร้อย! ยิงยางสกัดรถต้องสงสัย รวบ 4 ราย คาดขนยาบ้าล็อตใหญ่ 2–2.4 ล้านเม็ด

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร สกัดจับรถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีบรอนซ์เงิน ต้องสงสัยลำเลียงยาเสพติด บนถนนชยางกูร เส้นทางมุกดาหาร–

อำนาจเจริญ บริเวณสามแยกไฟแดงหน้าจุดบริการประชาชน ตู้ยามจราจร สภ.นิคมคำสร้อย หลังพบรถจอดติดสัญญาณไฟแดง ก่อนพยายามขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์เพื่อหยุดรถ ก่อนเข้าควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ

จากการตรวจค้นรถยนต์ พบถุงดำบรรจุกระสอบจำนวน 6 กระสอบ แบ่งเป็นบริเวณเบาะหลังคนขับ 4 กระสอบ และห้องเก็บสัมภาระท้ายรถอีก 2 กระสอบ เบื้องต้นคาดว่าเป็นยาบ้าจำนวนประมาณ 2–2.4 ล้านเม็ด โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจนับและตรวจสอบของกลางอย่างละเอียด

ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 4 ราย ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลถึงแหล่งที่มาของยาเสพติด เส้นทางการลำเลียง ผู้ว่าจ้าง และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน

สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยจำนวนยาเสพติดที่แน่ชัดและรายละเอียดทางคดีต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าวมุกดาหาร #ข่าวด่วน #นิคมคำสร้อย #จับยาบ้า #ยาเสพติด #ตำรวจมุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ปราบปรามยาเสพติด

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ศุลกากรประจวบฯ แถลงผลงาน ปี 69 การค้า 3 .17 หมื่นล้านบาท รายได้ 2,150.65 ล้านบาท บุหรี่หนีภาษี 12 ล้านมวน 80.3 ล้านบาท

ตามนโยบายเร่งด่วนของกรมศุลกากรในการใช้มาตรการทางศุลกากรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า (Trade Enable) การปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) และการจัดเก็บรายได้อย่างเป็นธรรม(Revenue Collector) โดย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากรพร้อมด้วย นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และ นางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัดนายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยผการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – กันยายน 2569) ที่สะท้อนถึงการดำเนินการครอบคลุมตามนโยบายเร่งด่วนทุกด้านและพร้อมเป็นกลไกสนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่และการปกป้องสังคม ดังนี้

1. ด้านมาตรการทางศุลกากรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า (Trade Enable) หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบฝั่งเมียนมาเริ่มคลี่คลาย ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ผลักดันให้มีการนำเข้า-ส่งออก ผ่านศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรองรับการค้าชายแดนด่านสิงขรให้กลับสู่ภาวะปกติ อีกทั้งด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ได้ผลักดันเส้นทางการขนส่งเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือประจวบและท่าเรือแหลมฉบังร่วมกับผู้ประกอบการท่าเรือ เพื่อเป็นการยกระดับระบบโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางการขนส่งทางน้ำให้เกิดความเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการ ลดความแออัดของการจราจรทางบกด้วย

2. ด้านการจัดเก็บรายได้อย่างเป็นธรรม (Revenue Collector) การจัดเก็บภาษีอากรถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้ครอบคลุมและเท่าเทียม ในปีงบประมาณ 2569 มีมูลค่าการนำเข้ารวม 30,491 ล้านบาท จัดเก็บอากร 0.507 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 2,145.98 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่น 4.163 ล้านบาท รวมรายได้กว่า 2,150.65 ล้านบาท โดยมีสินค้ากลุ่มเหล็กเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อน ขณะที่ด้านการส่งออก มีมูลค่ารวม 1,209 ล้านบาท โดยมีสินค้าสำคัญเป็นกลุ่มเหล็กและน้ำมันปาล์มดิบ ทั้งนี้ สามารถจัดเก็บอากร ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่น สูงกว่าประมาณการที่กำหนด คิดเป็นร้อยละ 241.37

3. ด้านการปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protector)ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์   ศูนย์ป้องกันและปราบปรามของศุลกากรปราณบุรี ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14) หน่วยหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9) ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์) ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์   สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์ และพนักงานฝ่ายปกครองได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นและเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางรถไฟและทางไปรษณีย์ตามแนวนโยบายในการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ทำลายระบบเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชน โดยมีผลการจับกุมดำเนินคดีรวม 383 คดี มูลค่าของกลางรวมกว่า 80.3 ล้านบาท อาทิ บุหรี่ จำนวน 12,545,852 มวน บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 42,690 ชิ้น และเมล็ดกาแฟ น้ำหนัก 9.6 ตัน ทั้งนี้ จำนวนแฟ้มจับกุมผู้กระทำความผิดทางศุลกากรสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด คิดเป็นร้อยละ 188

ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนภารกิจอย่างสมดุลและครบวงจรในทุกมิติ ทั้งในฐานะผู้กระตุ้นและส่งเสริมการค้า (Trade Enabler) ผ่านการฟื้นฟูเศรษฐกิจชายแดนด่านสิงขรและยกระดับโครงข่ายโลจิสติกส์ทางน้ำเชื่อมโยงสู่แหลมฉบัง และด่านระนอง การเป็นผู้จัดเก็บรายได้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส (Revenue Collector) เพื่อจัดเก็บรายได้เข้าสู่รัฐควบคู่กับการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศ และการทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องสังคม (Social Protector) ที่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามสินค้าหนีภาษี ยาสูบ และสิ่งผิดกฎหมายทุกช่องทาง ทั้งนี้ ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์จะยังคงเดินหน้ารักษามาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ เพื่อร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ยูนิไทย-ซียูอีแอลจับมือชุมชน สอนทำขนมปังเนยเกลือสไตล์ญี่ปุ่น เสริมทักษะอาชีพ สร้างรายได้เพิ่ม

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 บริษัท ยูนิไทยชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ร่วมกับ บริษัท ซียูอีแอล จำกัด เปิด “โครงการสร้างอาชีพใหม่ให้ชุมชน ประจำปี 2569” สอนวิธีการทำขนมปังเนยเกลือสไตล์ญี่ปุ่น โดยมี นายอภิเชษฐ์ บุญเผื่อน ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด เป็นประธานในพิธีเปิด

พร้อมด้วย นายวิบูรณ์ คะงุ่ย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายปฏิบัติการ นางการะเกด หาเรือนมิตร ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท ซียูอีแอล จำกัด, ทีมงานฝ่ายพัฒนาชุมชน เทศบาลนครแหลมฉบัง, นายไพบูลย์ เสริมสาตร์ นายกสมาคมสื่อมวลชนศรีราชา รวมทั้งตัวแทนจาก 11 ชุมชนในพื้นที่ และพนักงานบริษัทฯ เข้าร่วม

สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ เทศบาลนครแหลมฉบัง และผู้นำชุมชนทั้ง 11 แห่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการฝึกอบรม เพิ่มพูนทักษะอาชีพ และสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปต่อยอดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับครอบครัว

สำหรับปีนี้ เป็นการจัดโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 มีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมจำนวน 37 คน ในหลักสูตร “Shiopan ขนมปังเนยเกลือสไตส์ญี่ปุ่น” ถ่ายทอดความรู้โดย “ครูน้ำตาล” นางสาวสุจินันท์ ภาคนะภา เจ้าของและครูผู้สอน โรงเรียนสอนเบเกอรี่ Namtarn Baking Studio และเจ้าของร้าน Komugi House & Bakery มาเป็นวิทยากรให้ความรู้

ทั้งนี้ บริษัท ยูนิไทยชิปยาร์ดฯ และบริษัท ซียูอีแอล จำกัด ยังคงมุ่งมั่นร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมตามเจตนารมณ์ขององค์กร โดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน 4 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายกอบต.ห้วยยาง ติดตามความคืบหน้า หลังทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งขุดบ่อบาดาล ห้วยยาง–ห้วยทราย รับมือภัยแล้งในระยะยาว

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขุดเจาะบ่อบาดาล ของสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลภาค 8 (ราชบุรี) ภายในพื้นที่ตำบลห้วยยาง และตำบลห้วยทรายการดำเนินงานนี้สืบเนื่องมา

จาก นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบน้ำอุปโภค-บริโภค และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ภัยแล้ง

นายธวัชชัย แดงฉ่ำ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน อบต.ห้วยยาง จึงร่วมมือกับ ท่านมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และ ท่านพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบฯ ประสานสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลภาค 8 เร่งขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อจัดหาแหล่งน้ำสำรองให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและทันท่วงที

การขุดเจาะบ่อบาดาลครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน และเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชน โดย อบต.ห้วยยาง จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีน้ำใช้อย่างทั่วถึงและเพียงพอทุกครัวเรือน

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เหิมเกริมประชิดฐาน! หนุ่มลาวขับเรือขนของหนีภาษีขึ้นฝั่งตลาดอินโดจีน ห่างสถานีเรือมุกดาหารแค่ 1.6 กม. ทั้งที่ริมโขงติดไฟสว่างเตรียมจัดงานบุญส่วงเฮือ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม โดย ร.อ.ไกรยศ รินทอง นำกำลังเจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหาร บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการ 2 บ้านนาโปน้อย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เข้าจับกุมการลักลอบนำสินค้าข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว

หลังตรวจพบชายชาวลาวขับเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ท้ายเรือ บรรทุกสินค้าต้องสงสัยเข้าจอดบริเวณริมตลิ่งตลาดอินโดจีนมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อขนถ่ายสินค้าขึ้นฝั่งเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวท้าวเพด ชาวแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมตรวจยึดเรือเหล็กติดตั้งเครื่องยนต์ท้ายเรือ 1 ลำ และสินค้าของกลาง ประกอบด้วยเครื่องในสัตว์แช่แข็ง หรือสะไบนาง จำนวน 29 กล่อง และบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 10 ห่อ รวม 200 ซอง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ท้าวเพดเป็นผู้ขับขี่เรือเหล็กติดเครื่องยนต์ท้ายเรือ บรรทุกสินค้าดังกล่าวข้ามแม่น้ำโขงมาจากเมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต ก่อนนำเรือเข้าเทียบบริเวณริมตลิ่งตลาดอินโดจีนมุกดาหาร เพื่อขนถ่ายสินค้าขึ้นฝั่ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจพบเสียก่อน จึงเข้าควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดเรือและสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง

จุดที่ตรวจพบการลักลอบนำสินค้าขึ้นฝั่งอยู่ห่างจากสถานีเรือมุกดาหารเพียงประมาณ 1.6 กิโลเมตร นับเป็นระยะทางที่ไม่ไกลจากหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง โดยพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ริมตลิ่งที่มีการสัญจรและเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร

อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บริเวณริมตลิ่งตลาดอินโดจีนมุกดาหาร ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงานบุญส่วงเฮือ หรือประเพณีแข่งเรือออกพรรษามุกดาหาร ประจำปี 2569 โดยมีการติดตั้งระบบไฟแสงสีและไฟส่องสว่างจำนวนมาก เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับกิจกรรมและประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงาน อย่างไรก็ตาม

แม้บริเวณดังกล่าวจะอยู่ระหว่างการจัดเตรียมสถานที่และมีการติดตั้งไฟส่องสว่าง แต่ยังตรวจพบการลักลอบนำเรือบรรทุกสินค้าข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาเทียบท่าเพื่อขนถ่ายสินค้าขึ้นฝั่ง ทั้งที่จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานีเรือมุกดาหารเพียงประมาณ 1.6 กิโลเมตรภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา เรือ และสินค้าของกลางกลับไปยังสถานีเรือมุกดาหาร เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและจัดทำบันทึกการจับกุม ก่อนนำส่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัยมุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รองผู้ว่าฯ มุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจเข้มจัดระเบียบเรือริมโขง เดินหน้าแผน SEAL ชายแดน สกัดลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมาย

มุกดาหาร – วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการจัดระเบียบเรือตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง ณ จุดรวมเรือบ้านสองคอน หมู่ที่ 2 และ 3 ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน “ปฏิบัติการ SEAL ชายแดน ตามแผนพิทักษ์มุกดา” เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและดูแลความมั่นคงตลอดแนวชายแดนแม่น้ำโขงระยะทาง 72 กิโลเมตร ป้องกันการลักลอบนำเข้าสิ่งของและการขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย

ที่ผ่านมา อำเภอหว้านใหญ่ได้ดำเนินการกำหนดพื้นที่จอดเรือให้เป็นสัดส่วน พร้อมระบุพิกัดและติดตั้งป้ายแสดงจุดจอดเรือให้ชัดเจน รวมถึงจัดทำทะเบียนเรือที่สามารถตรวจสอบข้อมูลเรือและเจ้าของเรือได้ ตลอดจนส่งเสริมการติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดบริเวณจุดจอดเรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและเฝ้าระวัง

นายชลิตได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำป้ายทะเบียนเรือและรายละเอียดข้อมูลผู้ครอบครองเรือให้ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมการใช้เรือตามแนวชายแดนให้รัดกุมยิ่งขึ้น

จังหวัดมุกดาหารเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงาน เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเสริมความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ องคมนตรีเยือนมุกดาหาร! เป็นประธานมอบอนุปริญญาบัตร วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ประจำปีการศึกษา 2567–2568

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ องคมนตรี พร้อมคณะ

ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีประสาทอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ประจำปีการศึกษา 2567–2568พิธีจัดขึ้น ณ ห้องประชุมช้างน้าว วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบอนุปริญญาบัตรและแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิต พร้อมเป็นขวัญกำลังใจให้บัณฑิตนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ พัฒนาตนเอง และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การเข้าร่วมให้การต้อนรับของตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงความร่วมมือในการสนับสนุนภารกิจสำคัญของจังหวัด และการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#องคมนตรี #วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร #พิธีประสาทอนุปริญญาบัตร #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กตป. เปิดเวทีชลบุรี ฟังเสียงประชาชนประเมินทีวีไทยยุคออนไลน์ มุ่งยกระดับคุณภาพสื่อและคุ้มครองผู้ชม

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมอมารี บางแสน จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ภายใต้โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลในประเด็นที่สำคัญด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2569 โดยมี ดร.พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านกิจการโทรทัศน์ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงาน กสทช. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการโทรทัศน์ สื่อมวลชน นักวิชาการ ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ ภาคประชาสังคม และประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังความคิดเห็นใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อประเมินประสิทธิผลของนโยบายการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้ชมที่หันไปรับชมรายการผ่านโทรศัพท์มือถือและแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น รวมถึงประเมินคุณภาพเนื้อหา การเข้าถึงบริการโทรทัศน์อย่างทั่วถึง และบทบาทของสื่อในการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่สำคัญด้านอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภาคตะวันออก มีประชาชนจากหลากหลายอาชีพและกลุ่มสังคม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยมองว่าการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ จะช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลได้รับทราบทั้งปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและผู้ใช้สื่อโดยตรง เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับประเด็นสำคัญในการรับฟังความคิดเห็น ครอบคลุมทั้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข่าวสาร

การคุ้มครองผู้บริโภคจากโฆษณาเกินจริงและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การส่งเสริมรายการสำหรับเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง การเข้าถึงบริการของผู้สูงอายุและผู้พิการ ตลอดจนประสิทธิภาพของระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านโทรทัศน์ ซึ่งต้องสามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง
นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ ทั้งผ่านระบบทีวีดิจิทัล แพลตฟอร์มสตรีมมิง และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงความคิดเห็นต่อการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ผลิตเนื้อหา ความโปร่งใสในการแจ้งให้ผู้ชมทราบเกี่ยวกับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ตลอดจนแนวทางรองรับการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลในช่วงปี 2569–2572

ทั้งนี้ ข้อมูลความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนำไปประกอบการศึกษา ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายของ กสทช. เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ชมในยุคดิจิทัล คำนึงถึงสิทธิของประชาชน และส่งเสริมการเข้าถึงสื่อที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกจัด “เชฟอาสาสัญจร” ฉลองวันเชฟโลก 2026 เติมรอยยิ้มให้เด็กๆ บ้านครูจา

วันที่ 20 ต.ค.69 สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมเฉลิมฉลองวันเชฟโลก ประจำปี 2569 จัดกิจกรรม “เชฟอาสาสัญจร เนรมิตมื้ออร่อย เติมรอยยิ้มให้น้อง” ที่มูลนิธิบ้านครูจา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำทีมเชฟมืออาชีพปรุงอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ และผู้ด้อยโอกาส สร้างความสุขผ่านมื้ออาหารที่เปี่ยมด้วยความรักและความใส่ใจ
ภายในงานได้รับเกียรติจากนายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีเชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ พร้อมทีมเชฟร่วมกันปรุงเมนูอาหารยอดนิยม ทั้งสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ไส้กรอกทอด และน้ำผลไม้ ให้เด็ก ๆ ได้อิ่มอร่อยท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนพลังจิตอาสาของคนในแวดวงอาหาร ที่นำความรู้และทักษะวิชาชีพมาสร้างประโยชน์ให้สังคม พร้อมส่งต่อกำลังใจและเติมเต็มรอยยิ้มให้เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส เนื่องในโอกาสวันเชฟโลก 2026 ที่แสดงออกถึงน้ำใจจากพี่น้องเชฟทั่วโลก

นวราตรี 2569 ปิดฉากสวยงาม! คืนสุดท้ายบูชาพระแม่สิทธิธาตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานนวราตรี ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 ที่เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี พัทยา จ.ชลบุรี โดย แม่น้อย รานี อำพร แก้วแสง ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-19 ตุลาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืนเต็ม ปิดฉากลงไปอย่างสวยงาม ท่ามกลางความคึกคักขอสาธุชนเข้าร่วมกันกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับค่ำคืนวันที่ 19 ตุลาคม 2569 วันที่ 9 เป็นคืนสุดท้ายสำหรับการจัดงาน โดยผู้เข้าร่วมพิธีพากันใส่เสื้อผ้าโทนสีแดงในคืนที่ 9 เพื่อบูชาและสักการะองค์พระแม่สิทธิธาตรี ผู้ประทานความสำเร็จและอิทธิฤทธิ์แก่ผู้บูชา ปางสุดท้ายของพระแม่ทุรคาทั้งเก้าปาง ทรงเป็นเทวีผู้ประทานสิทธิหรือความสามารถวิเศษ และความรู้ทางจิตวิญญาณ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ ปัญญา และพลังศักดิ์สิทธิ์

สำหรับงานนวราตรี ประจำปี 2569 ถือเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-อินเดียใจกลางเมืองพัทยา ที่เทวาลัยฯได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าสักการะพระแม่ทุรคาและองค์เทพ โดยบรรยากาศตลอดการจัดงาน 9 วัน 9 คืน ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างยิ่ง

รพ.กรุงเทพพัทยา-รพ.จอมเทียน ร่วมกับ Sabina จัดกิจกรรม “เย็บเต้านมเทียม” เติมพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลจอมเทียน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้หญิง ร่วมกับ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ Sabina จัดกิจกรรมจิตอาสา “เย็บเต้านมเทียม” ภายใต้โครงการ Pinktober : Fighting Breast Cancer

เพื่อส่งมอบให้กับโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ โดยมีการส่งมอบเต้านมเทียม โดยมี พญ.ชนิศา อินณชิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลและแพทย์ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ และคณะผู้บริหาร พยาบาล ศูนย์เตานม ส่งมอบให้กับ นพ.วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวนการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ให้เกียรติรับมอบ สำหรับส่งความห่วงใยและคืนความมั่นใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ผ่านการผ่าตัดได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคณะแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนทั่วไป และจิตอาสาในพื้นที่พัทยาและใกล้เคียง เข้าร่วมเย็บเต้านมเทียม (Sewing Cup Heart) อย่างอบอุ่น โดยเต้านมเทียมที่ผลิตสำเร็จทั้งหมดจะนำไปส่งมอบให้กับ โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อกระจายและมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดแคลนหรือมีความต้องการนำไปใช้งาน

นอกจากกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมแล้ว ภายในแคมเปญ Pinktober ตลอดเดือนตุลาคมนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลจอมเทียน ยังได้จัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพจิตเมื่อเผชิญโรคร้าย โดยนักจิตวิทยาและนักดนตรีบำบัด พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม (Digital Mammogram & Ultrasound) ในราคาพิเศษ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายแพ็กเกจ จะนำไปสมทบทุนมอบโอกาสในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่สตรี ณ ศูนย์ธารชีวิตเพื่อสตรี พัทยา เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงการแพทย์ที่เท่าเทียมในชุมชน

ทั้งนี้ มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในสตรีไทยและทั่วโลก แต่หากได้รับการตรวจคัดกรองและพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะมีโอกาสรักษาหายขาดได้สูง โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลจอมเทียน จึงขอเชิญชวนผู้หญิงทุกคนหันมาใส่ใจตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นประจำทุกปีสำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการตรวจคัดกรองเต้านม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา โทร. 0 3825 9999 หรือ โรงพยาบาลจอมเทียน โทร. 0 3312 5999

พัทยาเทิดพระเกียรติ “สมเด็จย่า” เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2569

ค่ำวันที่ 21 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ ประธานที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา เป็นผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมพิธีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2569”

โดยมีนายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี และนายแพทย์วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้มีนางมนต์พัทธนันท์ ปิจนันท์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และคณะแพทย์-พยาบาล เข้าร่วมในพิธี ณ บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ

วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็น “วันพยาบาลแห่งชาติ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการพยาบาล และอุทิศพระชนม์ชีพในการพัฒนาสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด พระกรณียกิจอันเปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตา จึงเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลทั่วประเทศ

สำหรับบรรยากาศภายในงาน โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พร้อมมอบของขวัญแก่พยาบาลวิชาชีพทุกคน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกย่องคุณค่าของวิชาชีพพยาบาล ซึ่งถือเป็นบุคลากรสำคัญด่านหน้าในการดูแลสุขภาพของประชาชนด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีแล้ว ยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท สมดังคำกล่าวที่ว่า “พยาบาลของพระราชา” ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพและบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน เพื่อประโยชน์สุขของสังคมส่วนรวมอย่างยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผกก.สภ.ห้วยยาง จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร มอบทุนการศึกษา และเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ให้โรงพัก

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ณ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมสร้างขวัญกำลังใจ และรักษาวัฒนธรรมอันดีงามของไทย

โดยมี พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รองผกก.ป.สภ.ห้วยยาง
พ.ต.ท.ธีระ สูงยิ่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยยาง พ.ต.ต.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ธัญญะ จิตรจารุวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.ห้วยยาง

พร้อมด้วย นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ห้วยยาง และผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง และครอบครัว ร่วมพิธีดังกล่าว

ในโอกาสเดียวกัน ได้จัดพิธีมอบ ทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจในสังกัด จำนวน 32 ทุน เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมการเรียนรู้ของบุตรหลาน พร้อมด้วยมอบ โล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือ สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้กับการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้วยดีเสมอมา

//////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / งาน “วันพยาบาลแห่งชาติ” เชิดชูคุณค่าและเติมกำลังใจให้บุคลากรผู้เป็น “หัวใจ” ของการดูแลสุขภาพประชาชน

เมื่อวันที่ 21 ต.ค.69 ที่ห้องประชุมคีรีขันธ์ ชั้น 5 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความซาบซึ้ง และความภาคภูมิใจ ในพิธีถวายราชสักการะเนื่องใน “วันพยาบาลแห่งชาติ” (21 ตุลาคม) เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) พระผู้ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละและเมตตาธรรม

งานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับผู้แทนสภาการพยาบาลประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ สมาชิก พอ.สว. ทันตแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมงานกันอย่างพร้อมพรั่ง

ภายในงานมีการประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ พิธีถวายราชสักการะ วางพานพุ่มดอกไม้ การประชุมวิชาการ และพิธีมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติแก่ “พยาบาลดีเด่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” เพื่อเติมพลังใจและเชิดชูคุณงามความดีของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทคำขวัญวันพยาบาลแห่งชาติประจำปีนี้คือ:“การพยาบาลก้าวไกล เพราะน้ำใจเหล่าพยาบาล เสียสละและบริการ ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนี”

นางสาวภรณี แก้วแดง ผู้แทนสภาการพยาบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กล่าวรายงานและเน้นย้ำถึงพระราชปณิธานของสมเด็จย่า ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสและผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผ่านหน่วยแพทย์อาสา พอ.สว. ซึ่งถือเป็นดวงประทีปส่องทางให้เหล่าพยาบาลและบุคลากรสาธารณสุขทุกคน ได้ยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจที่เกินร้อย

งานในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ส่งต่อพลังบวก สร้างความรัก ความสามัคคี และเติมกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่เหล่าพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ผู้ซึ่งยอมเสียสละหยาดเหงื่อและเวลาส่วนตัว เพื่อเป็นปราการด่านหน้าในการดูแลสุขภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวประจวบคีรีขันธ์ทุกคนตลอดมา
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ตชด.234-235 สกัดเครือข่ายยานรกข้ามชาติ! ยึดยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด มูลค่า 60 ล้าน รถเก๋งไร้ป้ายหนีซุกมุมมืดธาตุพนม

มุกดาหาร – เปิดปฏิบัติการสกัดเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 และ 235 บูรณาการกำลังสกัดเส้นทางลำเลียงยาบ้าข้ามจังหวัด หลังสืบทราบขบวนการเตรียมขนยาเข้าประเทศไทย ก่อนพบรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับมีพิรุธและพยายามหลบหนี สุดท้ายคนขับทิ้งรถเผ่นหายไปกับความมืด ตรวจค้นพบยาบ้า 3 กระสอบ จำนวนประมาณ 1,200,000 เม็ด มูลค่าประเมิน 60 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณหน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 และ ร.อ.ไกรยศ รินทอง ผู้ควบคุมเรือตรวจการณ์ลำน้ำ สถานีเรือมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการตรวจยึดยาบ้า 3 กระสอบ จำนวนประมาณ 1,200,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติด จำนวน 1 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบสวนติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและจังหวัดใกล้เคียง จนทราบข้อมูลว่าขบวนการดังกล่าวเตรียมลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ในคืนวันที่ 20 ต่อเนื่องวันที่ 21 ตุลาคม 2569

ชุดปฏิบัติการด้านการข่าว กองร้อย ตชด.234 จึงรายงานข้อมูลต่อ พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รองผู้กำกับการ หัวหน้ากองร้อย ตชด.234 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผู้บังคับกองร้อย ตชด.234 ก่อนสั่งการให้ ร.ต.อ.วิชาญ ตนุมาตร หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รวม 14 นาย วางแผนลาดตระเวนและซุ่มตรวจตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่อำเภอหว้านใหญ่ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศ

กระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าเครือข่ายดังกล่าวอาจทราบถึงความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ที่เข้าวางกำลังเฝ้าระวัง จึงอาจเปลี่ยนจุดลำเลียงไปยังพื้นที่บ้านธาตุน้อย อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ชุดปฏิบัติการด้านการข่าว ตชด.234 จึงประสานชุดปฏิบัติการด้านการข่าว ตชด.235 และหน่วยงานข้างเคียง ร่วมวางแผนตรวจสอบเส้นทางต้องสงสัย

ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. ชุดจับกุมเดินทางถึงบริเวณบ้านหลักศิลา อำเภอธาตุพนม พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า โคโรลล่า สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขับมาด้วยความเร็วสูง โดยมีลักษณะคล้ายบรรทุกสิ่งของน้ำหนักมาก เจ้าหน้าที่จึงติดตามตรวจสอบ เมื่อแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถคันดังกล่าวกลับเร่งความเร็วหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตามไปตามเส้นทาง

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้บริเวณด้านหลังสถานีขนส่งธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นบริเวณมุมมืดติดกับป่าหญ้า ส่วนผู้ขับขี่อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังค้นหาผู้หลบหนีอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 23.30 น. แต่ยังไม่พบตัว ก่อนเข้าตรวจสอบภายในรถยนต์อย่างละเอียด พบถุงดำขนาดใหญ่จำนวน 3 ถุง ภายในเป็นกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 1,200,000 เม็ด คิดเป็นมูลค่าประเมินประมาณ 60 ล้านบาท วางไว้ที่เบาะนั่งด้านหลังรถยนต์

เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดพร้อมรถยนต์เก๋งไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขยายผลสืบสวนติดตามตัวผู้ขับขี่ที่หลบหนี และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่อยู่เบื้องหลังการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พช.บึงกาฬ ชวนจิตอาสาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ณ โลตัสบึงกาฬ ถวายความอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บึงกาฬ – สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ขยายผลกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเปิดจุดถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชนร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ณ ห้างสรรพสินค้าโลตัส จังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–15.00 น.

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในระดับพื้นที่ โดยผนึกกำลังองค์กรสตรี จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ด้วยความประณีต เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความอาลัย

ในการนี้ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอเมืองบึงกาฬ นางสาวณิชาทิพย์ อุบลบาลไชโรจน์ พัฒนาการอำเภอเมืองบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ร่วมดำเนินกิจกรรมต่อยอดจากพิธี Kick Off รวมพลังสตรีและจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ของจังหวัด โดยส่งเสริมเครือข่ายพัฒนาชุมชน กลุ่มสตรี และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ให้มีส่วนร่วมถ่ายทอดความรู้และร่วมจัดทำดอกไม้จันทน์สำหรับใช้ในพิธีถวายดอกไม้จันทน์

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองบึงกาฬ ร่วมกับห้างสรรพสินค้าโลตัส จังหวัดบึงกาฬ เปิดจุดถ่ายทอดความรู้และเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–15.00 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดี

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬแถลงจับยาบ้าล็อตใหญ่ 1.77 ล้านเม็ด รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดรถ 2 คัน ขยายผลถึงศรีวิไล

บึงกาฬ – ผู้ว่าฯ บึงกาฬนำฝ่ายความมั่นคงแถลงผลจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ หลังตำรวจสนธิกำลังสกัดรถต้องสงสัยลำเลียงยาบ้าจากพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 4 ราย ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 1,779,800 เม็ด และรถยนต์ 2 คัน ย้ำเดินหน้าบูรณาการตามนโยบายรัฐบาลและแนวทาง ONE TEAM บึงกาฬ ปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่บริเวณด้านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานแถลงข่าวผลการจับกุมยาเสพติด โดยมี พล.ต.ต.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก พ.ต.อ.พีระวุฒิ สุวรรณประสิทธิ์ และ

พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ พรมมีเดช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ตลอดจน พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ และ พ.ต.อ.เสกสรรค์ บาอุ้ย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีวิไลพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายปกครอง ทหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนบน บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) นบ.ยส.24 และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแถลงข่าว

สกัดจับรถต้องสงสัย พบยาบ้า 5 กระสอบการจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ภายหลังเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ในเขตอำเภอเมืองบึงกาฬ เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อวางแผนสกัดกั้น ก่อนออกลาดตระเวนตรวจสอบและพบรถยนต์ต้องสงสัยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง เมื่อส่งสัญญาณเรียกตรวจ รถยนต์คันดังกล่าวพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงใช้รถยนต์เข้าสกัดกั้นจนสามารถหยุดรถไว้ได้จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยาบ้าบรรจุในกระสอบจำนวน 5 กระสอบ โดยผู้ต้องหาให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าจะนำยาเสพติดไปส่งมอบให้ผู้รับในพื้นที่อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ

ขยายผลถึงศรีวิไล รวบเพิ่มอีก 2 รายเจ้าหน้าที่จึงสืบสวนขยายผลไปยังพื้นที่เป้าหมายในอำเภอศรีวิไล ก่อนเข้าตรวจสอบรีสอร์ตแห่งหนึ่งและจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีก 2 ราย พร้อมตรวจยึดรถยนต์เพิ่มอีก 1 คันผลการตรวจนับยาเสพติดของกลางพบยาบ้ารวมประมาณ 1,779,800 เม็ด รวมผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทั้งสิ้น 4 ราย และรถยนต์ของกลาง 2 คัน

สถานที่ตรวจยึดของกลางอยู่บริเวณริมทางหลวงชนบทหมายเลข บก.3016 ด้านทิศเหนือของบ้านโคกก่องใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ และมีการขยายผลต่อเนื่องไปยังพื้นที่ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามรายละเอียดในบันทึกการจับกุม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายต่อไป

บูรณาการ ONE TEAM บึงกาฬ เดินหน้าปราบยาเสพติดผลการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ภายใต้แนวทาง ONE TEAM บึงกาฬ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานการปฏิบัติ และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ช่างก่อสร้างสาวร่ำไห้ร้องตำรวจภาค3! แฉผู้รับเหมาทิ้งงาน-เบี้ยวค่าแรง ทีมช่างเดือดร้อนหนัก ผู้เสียหายรวมกว่า 80 ราย!

นครราชสีมา – วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผู้เสียหายและทีมงานช่างก่อสร้างจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน รวมตัวนำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 3 อ. เมือง จ. นครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนจากผู้รับเหมารายหนึ่งในพื้นที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น รวมทั้ง เจ้าของบ้านที่จ่ายเงินแล้วแต่ผู้รับเหมาไม่นำเงินไปซื้อวัสดุตามงวดงาน และเจ้าของบ้านที่ผู้รับเหมาสร้าง ยัง ไม่เสร็จตามสัญญา รวมถึงทีมช่างก่อสร้างที่ ร่วม ลงทุนค่าวัสดุและค่าแรงที่ทำงานเสร็จแต่ยังไม่ได้รับค่าจ้างครบตามจำนวน โดยบางหลังค้างงานนานเกือบ 2 ปี ขณะที่ผู้เสียหายรวมตัวกันแล้วกว่า 80 ราย

นางมณีรัตน์ ประวันเนาว์ อายุ 30 ปี ทีมช่างผู้เสียหายจาก จ.ชัยภูมิ เปิดเผยทั้งน้ำตา ว่า ผู้รับเหมารายนี้ติดค้างค่าแรงและค่าวัสดุกว่าแสนบาท ต้องหยุดทำงานเพราะไม่มีทุนไปต่อ ต้องแบกรับทั้งหนี้สินและค่าใช้จ่ายในการทำงาน บางครั้งยังต้องสำรองเงินค่าน้ำมันและค่าวัสดุเอง ติดตามค่าแรงมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 จนต้องแจ้งเพจรับร้องเรียนช่วยเหลือ จนได้คืนมาบางส่วน วอนตำรวจเร่งติดตามค่าแรงให้ทีมช่าง และช่วยเหลือเจ้าของบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยืนยันว่าหากไม่เดือดร้อนหนักจริง คงไม่รวมตัวออกมาร้องเรียน

ด้าน นางขนิฐา แย้มทัศน์ อายุ 40 ปี ผู้เสียหายจาก จ.อุดรธานี ระบุว่า ต้องการให้ผู้รับเหมารับผิดชอบจ่ายค่าจ้างช่างและค่าทาสี พร้อมเผยว่าหลังเรื่องราวเริ่มเป็นข่าว ก็มีผู้เสียหายทยอยติดต่อเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่ นายไชโย มณีใหม่ หรือช่างโย อายุ 41 ปี ผู้เสียหายจาก จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า รับงานทาสีบ้านจนเสร็จหลายหลัง แต่กลับไม่ได้รับค่าจ้าง รวมความเสียหายเกือบ 80,000 บาท โดยงานหลังสุดอยู่ที่ จ.อุดรธานี เมื่อทวงถามเจ้าของบ้านจึงทราบว่าเจ้าของบ้านจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาแล้ว ทำให้สงสัยว่าตนเองถูกเบี้ยวค่าจ้าง พร้อมฝากข้อความถึงผู้รับเหมาว่า

“มาคุยกันแบบลูกผู้ชายเลยครับ ไม่ต้องมาออกลูกนักเลง เก่งแต่ในโซเชียล แต่เงินไม่จ่าย”ผู้เสียหายบางรายยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับงานผ่าน Facebook โดยใช้ปกเพจเฟสบุ้คชื่อ”บริษัท สหรัฐ ก่อสร้าง จำกัด” ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลบริษัทตามที่กล่าวถึง จึงตัดสินใจรวมตัวนำหลักฐานเข้าร้องเรียน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ด้านเจ้าของเพจห้วยแถลงที่ถูกนายเมืองแมน และนางสาวอังศุมาลย์กล่าวพาดพิง ให้ข้อมูลว่า วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนมาก จึงโพสลงเพจ นายเมืองแมนและนางสาวอังศุมาลย์ จึง ติดต่อมาขอให้ลบโพส ตนจึงขอให้คืนเงินกับผู้เสียหายโดยโอนตรงเข้าบัญชีผู้เสียหาย จากนั้นได้ติดตามทวงถามให้หลายสิบราย ได้คืนเป็นจำนวนเงินกว่า 4 แสนบาท กระทั่งต้นเดือนสิงหาคม ทั้งสองบอกจ่ายไม่ไหว ข้อมูลหลายเรื่องที่นายเมืองแมนและนางสาวอังศุมาลย์พูดไม่เป็นจริง พร้อมให้ดูหลักฐาน!

ส่วนผู้ถูกกล่าวหา คือ นายเมืองแมน จำมั่น หรือช่างแมน และนางสาวอังศุมาลย์ จำมั่น หรือแอม ภรรยา ช่างรับเหมาชาวอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ออกมาโต้ข่าว หลังเผชิญข้อกล่าวหา ทิ้งงานและหลอกลูกค้า ยอมรับว่ามีความล่าช้าจริง บางช่วงเงินทุนหมด คนงานลดลง ถึงขั้นต้องกลับไปพักและทำงานอยู่หน้างานเอง แต่ยืนยันว่ายังต้องการสร้างบ้านให้ลูกค้าจนเสร็จ

เจ้าตัวระบุว่าข่าวที่เกิดขึ้นกระทบความเชื่อมั่นจนลูกค้ายกเลิกเกือบ 20 หลัง คืนเงินไปแล้วประมาณ 4 ล้านบาท และประเมินความเสียหายใกล้ 10 ล้านบาทแม้สถานการณ์หนัก เจ้าตัวยืนยันจะไม่ปิดเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือเพจหนี พร้อมกลับไปทำงานเดิมหากเจ้าของบ้านยังรอและให้โอกาส ขณะเดียวกันขอให้สังคมรับฟังข้อมูลและหลักฐานจากทุกฝ่ายก่อนตัดสิน

ภาพ นายสันติ วงษาเกษ
ข่าว นายกันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ. นครราชสีมา

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /พัฒนาการประจวบฯ ร่วมกับ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทั้ง 8 อำเภอ ส่งมอบดอกไม้จันทน์ 50,000 ดอก พร้อม ช่อดอกเกตุประจำจังหวัด 9 ช่อ ถวายเป็นราชสักการะ

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานรับมอบดอกไม้จันทน์

โดยมี นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำคณะสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และคณะกรรมการพัฒนาสตรีทั้ง 8 อำเภอ ส่งมอบดอกไม้จันทน์จำนวนทั้งสิ้น 50,000 ดอก พร้อมด้วย ช่อดอกเกตุประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 9 ช่อ

ดอกไม้จันทน์ทั้งหมดจะนำไปใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีพันปีหลวง เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นการรวมใจพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแสดงความเคารพอย่างพร้อมเพรียง

/////////////////

ข่าว: ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /อดีต รมช.เกษตรฯ พร้อม สส.เดียร์ ลงพื้นที่ห้วยยาง–ห้วยทราย เตรียมขุดบ่อบาดาล ช่วยประชาชนรับมือภัยแล้ง

วันที่ 18 ตุลาคม 2569 นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมใน ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก และตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

เพื่อเตรียมการขุดเจาะบ่อบาดาล สร้างแหล่งน้ำสำรองให้พี่น้องประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ บรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง โดยมีนายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พร้อมคณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำพื้นที่ และชาวบ้าน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้สำรวจและพิจารณาพื้นที่เหมาะสม รวมถึงความเป็นไปได้ เพื่อให้บ่อบาดาลที่จะขุดเจาะสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง เป็นแหล่งน้ำที่มั่นคง ทั้งสำหรับการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร ลดผลกระทบและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในช่วงแล้งนี้อย่างเป็นรูปธรรม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายอำเภอเมืองนครปฐม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ตำบลสนามจันทร์

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พร้อมด้วยนางจันทรา ภูศรี ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ) พร้อมด้วยพนักงานส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ ได้ลงพื้นที่ เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ในพื้นที่ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม กรณีมีบุคคลร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนรำคาญและถูกละเมิดสิทธิ จากการที่มี “ศาลเจ้าและต้นมะขามใหญ่” ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรบุกรุกอยู่บนที่ดินสาธารณะประโยชน์ บริเวณหน้าแปลงที่ดินของตน ส่งผลกระทบทำให้บดบังหน้ากว้างและปิดกั้นทางเข้าออกที่ดินสว่นบุคคล จนไม่สามารถใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินได้อย่างเต็มที่
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม

นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่อำเภอดอนตูม โดยมีผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลตำบลสามง่าม จำนวน 171

ในการประชุมครั้งนี้ นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนางสาวพรศรี สันติภาพชัย หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลและแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผนึกกำลังจัด Roadshow “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” ชวนเที่ยว ชิม ช้อป ชม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ณ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กทม.

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยววิถีชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้งาน “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” (CHARMS OF THE CHAO PHRAYA) โดยมีนางสาวลฎาภา ช่วยพิทักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร

ภายในพิธีมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนเข้าร่วม ได้แก่ นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางอำไพ ศักดานกุลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี ดร.จีราริวัฒน์ มะโนวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี และนางสาวอนุชิดา อ้วนสกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี: นายวิจิตร เลิศไพบูลย์วงศ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดสิงห์บุรี: นางอรพรรณ รักถนอม. ร่วมขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด ทั้ง 6 จังหวัด

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน โดยจังหวัดอ่างทองผ่านสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง ดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เชิงนิเวศ สุขภาพ และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน บนพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนทั้ง 6 จังหวัด ได้แกพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี มีความโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาหาร และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน

การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม อาหาร และสินค้าของดีชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้พบปะผู้บริโภคโดยตรง

ภายในงานนำเสนออัตลักษณ์ของทั้ง 6 จังหวัด ภายใต้แนวคิด “1 สายน้ำ หลากหลายเรื่องราว” สะท้อนความเชื่อมโยงของผู้คน วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่เติบโตคู่กับสายน้ำเจ้าพระยา พร้อมเชื่อมโยงจุดเด่นของแต่ละจังหวัดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 3 วัน มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 60 บูธ นำสินค้า อาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม ของฝาก และของที่ระลึกมาจัดแสดงและจำหน่าย พร้อมกิจกรรมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางการเดินทาง การแสดงศิลปวัฒนธรรม การเสวนาด้านการท่องเที่ยว เกมส่งเสริมการขาย และการแสดงจากศิลปินรับเชิญ ได้แก่ วันที่ 19 ตุลาคม พบกับ กานดา อาร์สยาม เวลา 19.00 น.วันที่ 20 ตุลาคม พบกับ เอมปวีร์ แกรมมี่โกลด์ เวลาประมาณ 18.30 น. และวันที่ 21 ตุลาคม พบกับ ปาร์ค ภัทรพงศ์ GMM MUSIC เวลาประมาณ 18.30 น.

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของ 6 จังหวัด ในงาน “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” (CHARMS OF THE CHAO PHRAYA) ระหว่างวันที่ 19–21 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ร่วมเที่ยว ชิม ช้อป ชม เลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากชุมชน และสัมผัสวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคกลางตอนบน เพื่อร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน.

ภาพข่าว / บุญเลิศ ผลอุดม ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ”รองบอย-แม่น้อย รานี“ รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “พลเมืองดีช่วยราชการตำรวจ” เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2569 จาก ผบช.ภ.2

ตามที่วันตำรวจไทย กำหนดให้ตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงความเสียสละของข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ดูแลความสงบเรียบร้อยและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน โดยในปี พ.ศ. 2560 พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงวันตำรวจจากวันที่ 13 ตุลาคม มาเป็นวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปีนั้น

มีรายงานว่า ตำรวจภูธรภาค 2 ได้จัดพิธีมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณให้กับประชาชนชนผู้ปฏิบัติตัวเป็นพลเมืองดีช่วยราชการตำรวจ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2569 โดยมี พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นประธานในพิธี ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ผู้ทรงคุณวุฒิในเมืองพัทยาที่มีบทบาทช่วยเหลือสังคมและสนับสนุนงานตำรวจดีเด่นได้รับรางวัลดังกล่าว คือ นางอำพร แก้วแสง หรือแม่น้อย รานี ประธานกต.ตร.สภ.เมืองพัทยา และนายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา และ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ได้รับคัดเลือกเข้ารับและใบประกาศเกียรติคุณให้กับประชาชนชนผู้ปฏิบัติตัวเป็นพลเมืองดีช่วยราชการตำรวจ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2569 จาก ผบช.ภ.2 ด้วยเช่นกัน

นางอำพร แก้วแสง หรือแม่น้อย รานี ประธานกต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ได้รับรางวัลดังกล่าว 2 ปีซ้อน ถือเป็นความภาคภูมิใจของคณะ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ที่มุ่งมั่นทำงานช่วยเหลืองานตำรวจมาอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยมีผลงานเด่นชัดเป็นประจักษ์ต่อสังคมเมืองพัทยา และได้รับรางวัลทางสังคมจากตำรวจภูธรภาค 2 ในครั้งนี้

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ บึงกาฬ นำทีม ONE TEAM แถลงจับยาบ้า 9.54 แสนเม็ด หลังโรงเรียน ตชด.บ้านห้วยดอกไม้

บึงกาฬ – วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่หน้ากองบังคับตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬบูรณาการกำลังฝ่ายความมั่นคง ภายใต้นโยบาย ONE TEAM บึงกาฬ เดินหน้าป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมตรวจยึดยาบ้า 954,000 เม็ด และรถยนต์ 1 คัน บริเวณป่าละเมาะด้านหลังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลวิศิษฐ์

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ พรมมีเดช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.ญาณะธัช ชัยพชรโชติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.อ.เรวัต ธรรมจิรเดช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 13 พ.อ.สุขสันต์ พลหล้า รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบึงกาฬ (ฝ่ายทหาร)

พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแถลงข่าวจังหวัดบึงกาฬดำเนินนโยบาย ONE TEAM บึงกาฬ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อประสานการทำงานและปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเป็นระบบ

ที่ผ่านมา จังหวัดบึงกาฬได้ร่วมปฏิบัติการ Operation 90 Days หรือยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด โดยผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดและตรวจยึดยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง แม้ปฏิบัติการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ความร่วมมือของทุกหน่วยงานยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มแข็ง ภายใต้แนวทาง ONE TEAM บึงกาฬ

สำหรับผลการปฏิบัติการครั้งนี้ เมื่อกลางดึกวันที่ 18 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 954,000 เม็ด และรถยนต์ 1 คัน บริเวณป่าละเมาะด้านหลังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลวิศิษฐ์ โดยเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้กระจายไปสู่เครือข่ายผู้ค้าและผู้เสพ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีและการขยายผลเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

ปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การป้องกันและปราบปรามจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและประชาชน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง สกัดกั้น และแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

จังหวัดบึงกาฬยืนยันเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง มุ่งปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด สกัดกั้นการลักลอบนำเข้า และขยายผลการสืบสวนตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนปลอดยาเสพติดและความปลอดภัยให้แก่ลูกหลานและประชาชนชาวบึงกาฬอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ งานทำบุญเทกระจาด ณ วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

ในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. ทางวัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีการจัดงานบุญ เทกระจาด เทศกาลถือศีลกิน เจ งานประเพณี “ทิ้งกระจาด”

โดยมีเจ้าอาวาส พระครูยติธรรมานุยุต (หลวงพ่อแป๊ะ) เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ เป็นประธานในครั้งนี้ พร้อมกันนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลขุนแก้ว ร่วมทำบุญเทกระจาด ณ วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ทางวัดได้เตรียมสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ อื่นๆ จำนวน 500 ชุด เพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้และผู้สูงอายุในพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนตามเจตมณรมย์ของหลวงพ่อแป๊ะ ที่มุ่งมั่นช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด

พระครูยติธรรมานุยุต (หลวงพ่อแป๊ะ)ได้กล่าวให้พรแก่ผู้มาร่วมงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแบ่งปัน การทำบุญสร้างกุศล และการเกื้อกูลซึ่งกันและกันในยามยาก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.ท่าหลวง ทอดผ้าป่าปรับปรุงห้องกายภาพบำบัด รพ.ท่าหลวง เพื่อรองรับการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชนฯ

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม2569 เวลา 09.30 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง เป็นเกียรติร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานห้องกายภาพบำบัด โรงพยาบาลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง

จากการที่ นายแพทย์วรากร คำน้อย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี/อดีตผู้อำนวยการ และแพทย์หญิงเก็จกานต์ จันทร์วิเศษ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าหลวง ต้องการพัฒนางานบริการประชาชนของโรงพยาบาลท่าหลวง

โดยจัดทอดผ้าป่าสามัคคีขึ้นครั้งนี้ มี พระครูประโชติธรรมทัต เจ้าคณะตำบลท่าหลวง/เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต 4 ให้เกียรติเป็นประธานฝ่ายฆารวาส ในการนี้ภาคเอกชนประกอบด้วย คุณประกายเพชร หวังศุภกิจโกศล

บริษัท ลพบุรีเอ็นเนจี จำกัด คุณประสิทธิ์ ภู่สี บริษัท ท่าหลวงแทคเตอร์ จำกัด คุณพหล วรปัญญา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณกันต์ภวัต งามเจริญ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการผู้นำชุมชน สมาคมชาวไร่อ้อยลพบุรี และผู้มีจิตศัทธาอำเภอท่าหลวง

เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญในโอกาสนี้สำหรับการทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาทุนสำหรับปรับปรุงห้องกายภาพบำบัด โรงพยาบาลท่าหลวง เพื่อรองรับการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชนชาวอำเภอท่าหลวง ไม่ต้องเดินทางไกลไปใช้บริการที่ตัวเมือง

ซึ่งอยู่ห่างไกลจากอำเภอท่าหลวง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้เล็งเห็น เห็นถึงความจำเป็นของประชาชน เพื่อให้ทางโรงพยาบาลได้ให้บริการแก่ประชาชนอย่างเต็มที่และความสามารถ จึงได้สบทบร่วมทอดผ้าป่าในครั้งนี้กับกำนัน นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดทั่งประชาชนทั่วไปให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ ประสงค์ต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ศุลกากรประจวบฯ ผนึกกำลังเปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” สกัด “สงครามส่งด่วน” ทลายเครือข่ายพัสดุเถื่อน ยึด 40 ล้านบาท

ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงเต็มรูปแบบ เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” เดินหน้าสกัดกั้นและกวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายหลบเลี่ยงภาษีอย่างเข้มข้น เพื่อคุ้มครองระบบเศรษฐกิจและสังคม ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการคลังและกรมศุลกากร นำโดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายความมั่นคง อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 (DSI), สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14), หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ด่านกักกันสัตว์, สำนักงานประมงจังหวัด, ด่านตรวจพืช, สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, สภ.ห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่า ร่วมปูพรมตรวจตั้งจุดสกัดบนเส้นทางยุทธศาสตร์ถนนเพชรเกษมและเข้าตรวจค้นบริษัทขนส่งเอกชน เพื่อปิดเส้นทางลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายจากภาคใต้เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง

จากการปฏิบัติการอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวมทั้งสิ้น 19 คดี ตรวจยึดของกลางสำคัญได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศจำนวน 17,259 แท่ง (3,451,800 มวน) มูลค่ารวมค่าภาษีอากร 39,438,713 บาท, บุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยา 502 ชิ้น มูลค่า 260,357.40 บาท, สุราต่างประเทศ 12 ขวด มูลค่า 9,400 บาท และกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม 23 ใบ มูลค่า 132,894 บาท รวมมูลค่าของกลางและค่าภาษีอากรสะสมทั้งสิ้นสูงถึง 39,937,507.60 บาท

สำหรับผลการจับกุมล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย พบสินค้าลักลอบหนีภาษีหลายรายการ ได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศ 9,650 ซอง (193,000 มวน) มูลค่ารวมภาษี 2,180,900 บาท, บุหรี่ไฟฟ้า 63 ชิ้น, อินทผลัมบรรจุกล่องรวม 27 กล่อง, สุราต่างประเทศ 2 ขวด ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคต่างประเทศ เช่น ชา แป้งตอติญ่า แครกเกอร์ และซีเรียล รวมมูลค่าของกลางและค่าภาษีอากรในการจับกุมครั้งนี้ 2,221,896 บาท โดยไม่พบเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรแต่อย่างใด

นายฐิติพงศ์ คำผุย เผยถึงยุทธวิธีของขบวนการค้าของเถื่อนในปัจจุบันว่า ได้เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ หันมาใช้ยุทธวิธี “สงครามส่งด่วน” กระจายสินค้าแบบกองทัพมดผ่านระบบขนส่งพัสดุเอกชน มีการใช้ชื่อปลอมหรือบัญชีม้าอำพรางข้อมูล จ่าหน้ากล่องเป็นของใช้ในบ้านหรืออะไหล่ยนต์ ปะปนกับพัสดุของประชาชนเพื่อส่งถึงปลายทางทั่วประเทศภายใน 24–48 ชั่วโมง ควบคู่กับการซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดียกลุ่มปิด ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายต่อรายได้การคลังของประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาทแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อออกหมายเรียกบริษัทขนส่ง ผู้ส่งสินค้า และผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังทุกเส้นทางขนส่ง เพื่อปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน รักษ์ป่าน่าน สืบสสานประเพณีถวายทานสลากภัต วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ครั้งที่ 2

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ มณฑลพิธีริมแม่น้ำน่าน บ้านแสงดาว ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จังหวัดน่าน โดยวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ภาคีการพัฒนาจังหวัดน่านและหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จัดการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน รักษ์ป่าน่าน ครั้งที่ 2 สืบสานประเพณีถวายทานสลากภัตวัดพระธาตุแช่แห้ง

พระอารามหลวง ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และยกระดับงานประเพณีแข่งขันเรือยาวจังหวัดน่านที่มีมาอย่างยาวนานให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศ ต่างประเทศ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน โดยมีพระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนางสาวอรนันท์ อังคณาวิศัลย์ อัยการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน นายอำเภอภูเพียง หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมพิธี
การแข่งขันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569

เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีการแข่งเรือ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวน่าน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ สำหรับการแข่งเรือประเพณีเมืองน่าน ในอดีต จะจัดการแข่งขันในงานประเพณีถวายทานสลากภัต หรือ ตานก๋วยสลาก คณะศรัทธาหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ

ที่มีเรือแข่ง จะนำเรือแข่งบรรทุกก๋วยสลากพร้อมชาวบ้านและพระภิกษุ สามเณร ที่รับกิจนิมนต์เดินทางไปยังวัดที่มีงานประเพณีตานก๋วยสลาก เนื่องจากต้องใช้เรือในการสัญจรในลำน้ำน่าน ในขณะที่พายเรือไปก็จะเล่นดนตรี เป็นทำนองเพลงล่องน่าน และฟ้อนรำซึ่งเป็นที่มาของท่าฟ้อน “ล่องน่าน” ที่มีเอกลักษณ์รูปแบบการฟ้อนเฉพาะตัว

เมื่อเสร็จพิธีในช่วงบ่ายก็จะนำเรือแข่งมาแข่งกันอย่างสนุกสนาน โดยในปีนี้มีเรือเข้าร่วมการแข่งขัน 4 ประเภท ได้แก่ประเภทเรือเล็ก 30 ฝีพาย โอเพ่น ( ทั่วประเทศและสปป.ลาว ) เรือกลาง 40 ฝีพาย ( ย้อนยุคน่าน )เรือใหญ่ 55 ฝีพาย ( ย้อนยุคน่าน ) และการแข่งขันเรือใหญ่ 55 ฝีพาย ( อนุรักษ์น่าน )

เข้าร่วมแข่งขัน พร้อมกิจกรรมการประกวดกองเชียร์จากชุมชนในจังหวัดน่าน 14 ชุมชน และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นน่าน สร้างความยิ่งใหญ่และคึกคักให้กับงานประเพณีถวายทานสลากภัต วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวงในปีนี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อใวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายอำเภอเมืองนครปฐม นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ขับเคลื่อน Operation 90 Days

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครปฐม บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ออกตรวจตรา เข้มงวด กวดขัน สถานบริการ, สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 7 แห่ง

ดังนี้ 1.อภิรมย์ 2.50CAFE50BAR 3. เพลินดี 4.พีพี พาณิชย์
5.FLY CLUB 6.พาริณณ์ 7. One two three ผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ได้กำชับเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมาตรการของทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ดังนี้ ห้ามมิให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เข้าใช้บริการ ห้ามจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ การเปิด – ปิด สถานประกอบการตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด

ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการพกพาอาวุธ /ยาเสพติด /สิ่งผิดกฎหมาย เข้ามาในสถานประกอบการ รวมถึงการกระทำความผิดตามกฎหมายในเรื่องการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี และการพนัน
ให้มีพื้นที่จอดรถไว้รองรับการให้บริการลูกค้า และประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาใช้บริการจอดรถในที่ที่จัดเตรียมไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านการจราจร ห้ามมิให้ใช้เสียงดังเกินความจำเป็น เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญทางเสียงแก่ผู้อื่น

ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมใช้งานและมีจำนวนที่เพียงพอ และให้มีช่องทางหนีไฟโดยมีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายบ่งบอกให้ชัดเจน ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการ มิให้มีความหนาแน่นของผู้ใช้บริการภายในอาคาร สถานที่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เบียดกันของคนจำนวนมาก เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นตามนโยบาย และข้อสั่งการขับเคลื่อน Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ พิฆาตยาเสพติด ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รพ.เพชรบูรณ์ ต้อนรับ เพื่อติดตามการจัดการเรียน การสอน รับฟัง ความคิดเห็น ของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 และชั้นปีที่ 7 (Extern) และแพทย์เพิ่มพูนทักษะ

การเยี่ยมติดตาม การจัดการเรียน การสอน นักศึกษาแพทย์ แพทย์เพิ่มพูนทักษะ ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต โรงพยาบาลเพชรบูรณ์นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานการประชุม การติดตามการจัดการเรียนการสอนระดับชั้นคลินิก โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย คณะอาจารย์ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และอาจารย์แพทย์จาก

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลนครปฐม โดย นพ. กอบชัย จิรชาญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และอาจารย์แพทย์ จากโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับ เพื่อติดตามการจัดการเรียน การสอน รับฟัง ความคิดเห็น ของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 และชั้นปีที่ 7 (Extern) และแพทย์เพิ่มพูนทักษะปีที่ 1 ณ ห้องประชุมแสงจันทร์ ชั้น 4 อาคารอำนวยการและผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลเพชรบูรณ์
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวด้วย เตาเผาขยะลดมลพิษ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ปัญหาขยะในประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤต ขยะ ล้นเมือง โดยมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นมหาศาลทุกปีควบคู่ไปกับข้อจำกัด ด้านการบริหารจัดการและการคัดแยกจากต้นทาง สถานการณ์ขยะในประเทศไทย ปริมาณขยะรวม ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นหลาย สิบ ล้านตัน ต่อปี หรือเฉลี่ยคนไทยสร้างขยะปริมาณ 1.2 กิ โลกรัม ต่อคนต่อวัน มีปริมาณขยะ ที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ การกำจัดถูกต้องและไม่ถูกต้องซึ่งสัดส่วนองค์ประกอบ

ขยะมีทั้งขยะ อินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป ขยะอันตราย และขยะอิเล็กทรอนิกส์ พื้นที่วิกฤต จังหวัดที่มีขยะสูงสุดได้แก่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี นครราชสีมา และนนทบุรี การจัดการที่ไม่ถูกต้อง ขยะจำนวนมาก ยังต้องพึ่งพาการเทกอง และฝังกลบ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหล ลงสู่แหล่งน้ำ ดิน ส่งผลต่อระบบนิเวศน์ โดยเฉพาะ ในช่วงเกิดอุทกภัย หรือภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทัน ตั้งตัว คุณจักริน ลดขุนทด กรรมการผู้จัดการ บริษัทเจที เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลายจำกัด บริษัท คินเชอิ ซังเกียว (ประเทศไทย ) จำกัด บริษัทจักรเจริญ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานของผมมากว่า 20 ปี ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นได้ร่วมงานกับภาคเอกชน ภาครัฐ และระดับนานาชาติ

ได้แก่ JICA องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น และ UNEDO องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ
บริษัทของเรายังได้ส่งมอบเตาเผาขยะไปมากกว่า 2,000 เตา ทั้งที่ประเทศญี่ปุ่นและในต่างประเทศ อื่นๆ อาทิเช่น จีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ไต้หวัน กัมพูชา เคนย่า รวมถึงในประเทศไทยของเราด้วย โดยเทคโนโลยีที่เราใช้เป็นเทคโนโลยี Dry Distillation Gasification Combustion ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเผาไหม้แบบแปรสภาพเป็นแก๊สด้วยกรรมวิธีการกลั่นแห้ง เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ขยะหรืออินทรียวัตถุสลายตัวด้วยความร้อนและควบคุมการเกิดแก๊สที่สามารถติดไฟได้

นอกจากนี้บริษัทเรายังเป็นผู้ถือสิทธิบัตรสากลของเทคโนโลยีนี้ และเทคโนโลยีนี้จะช่วยสามารถใช้พลังงานที่มีอยู่ในขยะหรืออินทรียวัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถช่วยให้บรรลุ SDGs (Sustainable Development Goals) คือ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) มีทั้งหมด 17 ข้อ คือในข้อที่ 7 เรื่องพลังงานสะอาดในราคาที่ซื้อได้, ข้อ 9 เรื่องอุตสาหกรรมนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน, ข้อ 11 เรื่องนครและชุมชนยั่งยืน, ข้อ 12 เรื่องการบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ, ข้อ 13 เรื่องการปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ และข้อ 14 เรื่องการใช้ทรัพยากรในมหาสมุทรอย่างยั่งยืน

เราตระหนักถึงการมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงโลก กำจัดโรคติดเชื้อ ลดการทิ้งขยะแบบผิดกฎหมาย ลดก๊าซเรือนกระจก สามารถกำจัดไมโครพลาสติกในทะลได้ และส่งเสริมอุตสาหกรรมผ่านการส่งต่อเทคโนโลยีนี้ครับและหากท่านใดที่มีความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม สถานศึกษา มหาวิทยาลัย

หรือผู้ประกอบการ ที่กำลังมองหาหรือวางแผนธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดขยะ จัดทำโครงการเตาเผาขยะที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล ไร้กลิ่น ไร้ควัน ลดมลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งขยะชุมชนทั่วไป ขยะอุตสาหกรรม และขยะมูลฝอยติดเชื้อ หรือต้องการข้อมูลเจาะจงเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 091-892-8892, 061-525-8892 หรือสายด่วน 098-569-8892 เรายินดีบริการให้คำปรึกษาและแนะนำครับ

นายกันตินันท์ เรืองประโคน จ. นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ตร.มุกดาหาร จัดพิธีวันตำรวจ 2569 รำลึกเกียรติยศผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

มุกดาหาร – วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 07.30 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

พร้อมด้วยคุณปาริชาติ ไทยพุทรา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร รองผู้บังคับการ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมประกอบพิธีเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2569 ณ ที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ภายในงานมีพิธีไหว้พระและสักการะพระภูมิเจ้าที่ พิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและอุดมคติตำรวจ เพื่อย้ำเตือนถึงความซื่อสัตย์สุจริต การรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพ ตลอดจนพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ

แก่ข้าราชการตำรวจดีเด่นและผู้สนับสนุนงานราชการตำรวจ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานนอกจากนี้ ยังมีพิธีสงฆ์และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ล่วงลับ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและความเสียสละของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

การจัดพิธีในครั้งนี้สะท้อนถึงความสามัคคีและความภาคภูมิใจในวิชาชีพตำรวจ พร้อมมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในอุดมการณ์ และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย

เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#วันตำรวจ2569 #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #ตำรวจมุกดาหาร #ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

https://www.facebook.com/share/v/1EzbNv1Xwd/

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นักวิ่งใจบุญเตรียมระเบิดผืนทราย งานวิ่งการกุศล Ray Run Pattaya 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ร่วมกับเมืองพัทยา เตรียมจัดงานวิ่งการกุศล Ray Run Pattaya 2026 (ปีที่ 2) ภายใต้แนวคิด “Run for All, Race for Hope” ในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2569 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรีกิจกรรมการกุศลดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิคุณพ่อเรย์ เมืองพัทยา และภาคีเครือข่าย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กกำร้า ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในความดูแลของมูลนิธิฯ

โดยรายละเอียดระยะทางและประเภทการแข่งขัน การวิ่งจะแบ่งออกเป็นประเภทวิ่งบนถนนและวิ่งบนพื้นทรายชายหาด ประกอบด้วย ประเภทวีลแชร์ (บนถนน) ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร, ประเภทวิ่งบนชายหาด: ระยะทาง 1 กิโลเมตร, 3 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตรอัตราค่าสมัครประเภทเดี่ยว (Individual) 800 บาท (สำหรับระยะ 5K / 3K / 1K), ประเภทคู่ (Duo – นักวิ่งทั่วไป 1 ท่าน + ผู้พิการ 1 ท่าน) 1,000 บาท ได้สิทธิ์วิ่งทั้งคู่ (รวมถึงประเภทวีลแชร์ คนนั่ง + คนเข็น),

ประเภทไม่ร่วมวิ่ง (Non-running) 500 บาท (รับเสื้อที่ระลึกจัดส่งถึงบ้าน) และประเภท VIP: 10,000 บาท (ได้รับสิทธิ์ 10 ท่าน และสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้)กำหนดการในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 วันรับเสื้อและบิบ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ที่ศูนย์ประชุมมหาไถ่พัทยา ภายในงานจะมีนิทรรศการ เปิดให้ชมโบสถ์คุณพ่อเรย์สถาปัตยกรรมไทย บูธกิจกรรม และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน

และในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2569 วันแข่งขัน ที่ชายหาดพัทยากลาง โดยในเวลา 05.30 น. เริ่มปล่อยตัวประเภทวีลแชร์ 2.5 KM. และในเวลา 06.30 น. เป็นต้นไป ทยอยปล่อยตัวนักวิ่งชายหาดระยะ 5K, 3K และ 1K ตามลำดับสำหรับผู้ที่สนใจร่วมส่งต่อโอกาสและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ทางการ Ray Run Pattaya หรือติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Ray Run Pattaya Page

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตร.บ้านบึง เปิดปฏิบัติการสกัดนอมินี บุกตรวจบริษัทต้องสงสัยใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน-ตำรวจโดนน้ำท่วมต่อเนื่อง

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ภายใต้สายการบังคับบัญชาของ พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 โดยมี พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ และ พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กำกับดูแลการปฏิบัติงานในระดับจังหวัด

พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผกก.สภ.บ้านบึง นำกำลังตำรวจร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านบึง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตำบลมาบไผ่ เข้าตรวจค้นบริษัท ซุง เปา เฮา (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 128/1 หมู่ 4 ต.มาบไผ่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ตามหมายค้นศาลจังหวัดชลบุรี ที่ ค.216/2569

ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเอกสารสำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา นายโค จง เจี๋ย (MR. KO CHUNG CHIEH) และนางสาวยุวดี วิริยะวารี ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และการประกอบธุรกิจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนนำตัวทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารที่ตรวจยึดเพิ่มเติม

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐในการตรวจสอบธุรกิจที่อาจใช้โครงสร้างผู้ถือหุ้นอำพราง เพื่อให้การประกอบธุรกิจในประเทศไทยเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกติกา

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน-ตำรวจโดนน้ำท่วมต่อเนื่อง

มีรายงานว่า พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรากร เลิศพรเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา

พ.ต.อ วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 หัวหน้า สนง.ผบช.ภ.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่น้ำท่วมในเขตความรับผิดชอบที่ได้รับผลกระทบคือจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อทำการช่วยเหลือเร่งด่วน

อีกทั้งยังเป็นการติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.บางขนาก และ สภ.คลองเขื่อน รวมถึงครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

ตอกจากนี้ทางคณะผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธร ภาค 2 ยังได้ไปตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัย ที่โรงเรียนปากคลองบางขนาก และได้มอบถุงยังชีพและอาหารกล่องแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

ตลอดจนประชาชนและครอบครัวข้าราชการตำรวจในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจในยามวิกฤต ในวันที่ประชาชนเดือดร้อน ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมเคียงข้างไม่ทอดทิ้งกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ พรรคเสรีรวมไทยจัดประชุมสมาชิกภาคอีสาน เลือกคณะกรรมการสาขาชุดใหม่แทนชุดเดิมที่ครบวาระ

มุกดาหาร – เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบหมายให้ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมคณะกรรมการสาขา จัดโครงการประชุมสมาชิกพรรค ณ วัดนาสะเม็ง ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม่แทนคณะกรรมการชุดเดิมที่ครบวาระ พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง โดยมีนายพิเชฐ สุภัคชูกุล หัวหน้างานสืบสวนสอบสวน กกต.มุกดาหาร เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้ความรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่สมาชิกพรรคที่เข้าร่วมประชุม

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของสาขาพรรคเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยมุ่งส่งเสริมให้สมาชิกพรรคและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ โครงการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิกพรรคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 120 คน โดยตั้งเป้าให้มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน เพื่อดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม่ตามวาระ สำหรับการดำเนินโครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ประจำปี 2569 จำนวน 30,000 บาท เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด

โดยที่ประชุมมีมติเลือกกรรมการชุดใหม่ดังรายชื่อ กรรมการสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 1.ร.ต.ต. สุเทียน ทองโสม เป็น หัวหน้าสาขา 2.นายเดวิท โชคชัย เป็นรองหัวหน้าสาขา 3.นายนธิป กัลยาพันธุ์ เป็นเลขานุการสาขา 4.นส.ธัญญลักษณ์ โสดา เป็นเหรัญญิกสาขา 5.นส.มณีการ คำมุงคุณ

เป็นนายทะเบียนสมาชิกสาขา 6.นส.แจ่มจันทร์ ราษฎรดี เป็นกรรมการสาขา 7.ร.ต.อ.วิชิต กองอุดม เป็นกรรมการสาขา 8.นายประสิทธิภรณ์ ศรีเจริญพัฒนา เป็นกรรมการสาขา 9.นายสงวน ธรรมสร้างกูร เป็นกรรมการสาขา 10.นาวาตรี เจริญพร น้อยเจริญ เป็นกรรมการสาขา และ 11. นายวีรพนธ์ นนทะนำ เป็นกรรมการสาขา

การจัดประชุมครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมกิจกรรมภายในพรรคการเมือง เพื่อเปิดพื้นที่ให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสริมสร้างความเข้าใจทางการเมือง และร่วมกันพัฒนาการทำงานของพรรคให้มีความเข้มแข็งและเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ล๊อตใหญ่ ! ตร.แพร่ รวบแก๊งขบวนการขนยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ซุกยาในกล่องโฟมสับปะรดแช่เย็น หวังเพื่อตบตา จนท.

สารพัดกลยุทธ์ที่ขบวนการแก๊งยาเสพติด ใช้ในการขนยาเสพติดจากต้นทางถึงปลายทางเพื่อแลกกับอำนาจเงินตรา ที่หอมหวลเพื่อแลกกับความเสี่ยง ​ล่าสุดตามเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2569 อำนวยการและปฏิบัติงานโดย​ พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผบก.ภ.จว.แพร่

​พ.ต.ท.ทัตเทพ โชติเดโชชัย สวญ.สภ.ห้วยไร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ได้สกัดจับรถกระบะตู้คอกต้องสงสัย ทะเบียน 4ฒญ 2436 กทม. ที่มีพฤติกรรมอำพรางซุกซ่อนยาบ้ามาในกล่องโฟมบรรจุสับปะรดแช่เย็น รวมทั้วหมด 18 กล่อง

จากการตรวจนับของเจ้าหน้าที่ พบกลางยาบ้า (ตรา Y1 และ 999) ได้กว่า 3 ล้านเม็ด และมีการขยายผลจับกุมรถนำในแก๊งขบวนการยาเสพติดได้อีก 2 คัน (ทะเบียน ฒค 7794 กทม. จับได้ที่พื้นที่และอีก 1 คัน สกัดจับได้ที่ด่านตากฟ้า จ.นครสวรรค์) ผู้ต้องหาให้สารภาพว่า รับยาบ้ามาจาก จ.เชียงราย เตรียมมุ่งหน้าส่งกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผบก.ภ.จว.แพร่ ​กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดด่านตรวจ 24 ชม. แลในช่วง 10 กว่านี้สามารถสกัดจับยาเสพติดรายใหญ่ได้แล้วกว่า 10 ล้านเม็ด ภาพ/ข่าว #ธีรพงษ์ #ธงออน/,#แพร่รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีเนื่องในวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำบุญโรงพัก สภ.โคกสำโรง ภจว.ลพบุรี

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง จัดพิธีเนื่องในวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำบุญสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง โดยมี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ทุกนาย คณะกรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) ร่วมกิจกรรม ในวันสำคัญนี้

โดยพิธีได้เริ่มขึ้นในช่วงเช้า ร่วมกันเคารพธงชาติ การรับฟังสารจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ การร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตนและกล่าวอุดมคติตำรวจ นอกจากนี้ยังได้มีพิธีมอบใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติและเสื้อคลุมให้กับข้าราชการตำรวจ

ที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในปีที่ผ่านมา รวมทั้งมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร ธิดา ของข้าราชการตำรวจที่เรียนดี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเยาวชน และได้มีพิธีมอบโล่เกียรติคุณให้กับคณะกรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง พร้อมคณะที่ปรึกษา (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) อีกด้วย

จากนั้นได้ประกอบพิธีทางศาสนาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตในการปฏิบัติ และเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการตำรวจทุกนายในสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง

ทั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก พระครูภัทรปัญญาวุธ (หลวงพ่อเภก) และคณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง ทั้ง 9 รูปร่วมประกอบพิธีเพื่อเป็น สิริมงคล แก่ห้องประชุมที่ได้ปรับปรุงซ่อมแซมพึ่งแล้วเสร็จอีกด้วย

รวมทั้งมีกิจกรรมสันทนาการเพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีความรักและความสามัคคีในหน่วยงาน ข้าราชการตำรวจทุกนาย ที่ได้ทุ่มเทกำลัง สติปัญญา ความสามารถในปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละอดทน

เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สามารถนำความสงบสุขมาสู่สังคม รับใช้ประชาชนบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และให้ข้าราชการตำรวจร่วมกันกระทำความดีให้เป็นที่ยกย่องเชิดชูเกียรติ

“วันตำรวจไทย” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2458 โดยเป็นวันประกาศรวม “กรมพลตระเวน” กับ “กรมตำรวจภูธร” เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า “กรมตำรวจ” ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็น

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ซึ่งมีการโอนกรมตำรวจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2541 อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.นครชัยศรี ประชุมเตรียมความพร้อมจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชน เนื่องในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ อาคารอเนกประสงค์วัดสำโรง ตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมี พระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดสำโรง พร้อมด้วย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชน

ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เนื่องในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ปลัดอำเภอ กำนันทุกตำบล หน่วยงาน ภาคเอกชน บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท บูโอโน่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),

บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด, ผู้จัดการ บริษัท เคพีฟู้ดส์ จำกัด, ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย, และอุปนายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม , ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ร่วมเป็นคณะทำงานและเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการการทำงานให้การจัดพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

ซึ่งอำเภอนครชัยศรี ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและบูรณาการการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน รวมทั้งจัดทำแผนเผชิญเหตุ ติดตามและประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัย โดยมีนายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานศูนย์ฯ พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมเป็นที่ปรึกษา และหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน ภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กร

ชมรมร่วมเป็นคณะทำงานฯสำหรับสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์อำเภอนครชัยศรี ได้กำหนดจัดพิธีในวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2569 (พร้อมกันทั่วประเทศ) ณ บริเวณวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทรงดอกบัว แบ่งเป็น 2 รอบเวลา รอบที่ 1 เวลา 09.00 น. และรอบที่ 2 เวลา 18.30 น.ในส่วนพิธีเผาดอกไม้จันทน์จะจัดขึ้น ณ เมรุวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี โดยดำเนินการภายหลังเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จริงแล้ว เวลา 22.00 น.

และพิธีบําเพ็ญกุศลเถ้าดอกไม้จันทน์และจัดพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์ กำหนดจัดขึ้นวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ สถานที่เผาดอกไม้จันทน์ที่กำหนดนอกจากนี้ อำเภอนครชัยศรี ได้มอบหมายภารกิจให้คณะทำงาน 11 ฝ่าย เพื่อดูแลการจัดพิธีและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ประกอบด้วย คณะที่ปรึกษา

คณะกรรมการอำนวยการและประสานงานกลางระดับอำเภอ
คณะทำงานฝ่ายพิธีการการถวายดอกไม้จันทน์
คณะทำงานฝ่ายสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ และปรับภูมิทัศน์ประกอบซุ้มถวายดอกไม้จันทร์คณะทำงานจัดทำและแจกจ่ายดอกไม้จันทน์คณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะทำงานฝ่ายรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
คณะทำงานฝ่ายรักษาพยาบาล

คณะทำงานฝ่ายการจัดการแสดงมหรสพสมโภช แ ละจัดนิทรรศการคณะทำงานฝ่ายต้อนรับและการบริการประชาชน
คณะทำงานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ขอเชิญชวนประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสาร ความคืบหน้า และกำหนดการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์อย่างละเอียด ผ่านช่องทางเพจเฟสบุ๊ค

ที่ทำการปกครองอำเภอนครชัยศรี และช่องทางการประสัมพันธ์ต่างๆ ของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรีนครปฐม เพื่อเตรียมความพร้อมและเข้าร่วมพิธีตามวัน เวลา และสถานที่ที่อำเภอนครชัยศรีจะแจ้งให้ทราบต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ยกทัพสินค้า GI และ BCG บุกกรุงเทพฯ เปิดงาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น.นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดงาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีนางอัจฉนา ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี

นายชัยรัตน์ ชื่นเจริญ พาณิชย์จังหวัดสระบุรี นางสุภารัตน์ วิวัฒนานนท์ พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง นายสมโภช นาคสุวรรณ พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมผู้แทนพาณิชย์จังหวัดลพบุรีและจังหวัดชัยนาท ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นางสาววีรวรรณ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานเมื่อวันที่ 4–8 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ซึ่งสร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 6.7 ล้านบาท กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

จึงมุ่งใช้เวทีดังกล่าวส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้า BCG สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้าเกษตรปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างโอกาสทางการค้า และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของผู้ประกอบการจาก 6 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี และชัยนาท รวมกว่า 40 ร้านค้า โดยนำสินค้าเกษตรคุณภาพ สินค้า GI และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีเอกลักษณ์มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงได้เลือกซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ประกอบการในท้องถิ่น

ทั้งนี้ งาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้า GI และผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีจาก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน.

ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม
#หัวหน้าผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี. #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เทศบาล ต.สามง่าม ร่วมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อ.ดอนตูมจ.นครปฐม

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม พันเอกสุขชาต สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพ

เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยมีนายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมพิธี

ในการนี้ เทศบาลตำบลสามง่าม นำโดยนายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ได้เข้าร่วมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ตลอดจนผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอดอนตูม

เทศบาลตำบลสามง่าม ขอขอบคุณ พันเอกสุขชาต สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดนครปฐม ที่ได้ประสานความร่วมมือกับ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนถุงยังชีพ จำนวน 100 ถุง

เพื่อนำมามอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอดอนตูม ซึ่งนับเป็นความร่วมมืออันดียิ่งในการส่งต่อความห่วงใยและความช่วยเหลือสู่พี่น้องประชาชน อันจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายวราวุธ รมว.อุตสาหกรรม ลุยตรวจสถานการณ์น้ำ-อุทกภัยลุ่มน้ำท่าจีน จ.นครปฐม

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 2 ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี กล่าวต้อนรับ นายกเทศมนตรีตำบลงิ้วราย นายสมัชชา ทองสิมา กล่าวรายงาน (จำนวนผู้ได้รับผลกระทบและสภาพพื้นที่ตำบลงิ้วรายโดยรวม)

พร้อมกันนี้ นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 1 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการในระดับจังหวัดและอำเภอให้การต้อนรับในการลงพื้นที่

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะ กล่าวทักทาย พบปะให้กำลังใจผู้ประสบภัย และมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัย ณ ศาลาเอนกประสงค์หมู่ที่ 2 พร้อมกับหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้ติดตามร่วมมอบถุงยังชีพผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 300 ถุง และมอบถุงยังชีพผู้ประสบอุทกภัยที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 3

ราเวลาต่อมานายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังถนนสายพุทธมณฑลสาย 8 งิ้วราย - สัมปทวน บริเวณก่อนขึ้นสะพาน ข้ามแม่น้ำนครชัยศรี ซึ่งประสบปัญหา น้ำท่วมสูงซ้ำซากและถนนคับแคบ (พร้อมรับฟังบรรยายสรุป) และร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่อไปและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย (ทางเรือ) จำนวน 5 ราย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง