#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “เพื่อนกันมันส์โนแอล” U-18 บึงกาฬ ปิดฤดูกาล ศรีวิไลวิทยาคว้าแชมป์ ใช้กีฬาสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – ปิดฉากการแข่งขัน BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE 2026 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ โดย โรงเรียนศรีวิไลวิทยา คว้าแชมป์ประจำฤดูกาล ขณะที่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ได้รองชนะเลิศ และ โรงเรียนบุ่งคล้านคร ได้อันดับ 3 พร้อมรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม

พิธีปิดและมอบถ้วยรางวัลจัดขึ้น ณ ห้องประชุมนาคกี้ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ฝึกสอน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม

การแข่งขันเริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ โดยมี ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ของสถานศึกษาทั้ง 8 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด ภายใต้แนวคิด “ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน”

โครงการมีสถานศึกษาเข้าร่วม 8 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ โรงเรียนหนองเข็งวิทยาคม โรงเรียนศรีวิไลวิทยา โรงเรียนบุ่งคล้านคร โรงเรียนศรีชมภูวิทยา โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม โดยหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพตลอดฤดูกาล

นอกจากการแข่งขัน ยังมีกิจกรรมพัฒนาความรอบรู้เยาวชนเกี่ยวกับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า อุบัติเหตุ และปัจจัยเสี่ยง ควบคู่กับการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทัน คิดเป็น และสามารถป้องกันตนเองได้ โดยสนามสุดท้ายมีการจัดกิจกรรม 2 รอบ ณ ห้องประชุมนาคกี้

สำหรับรางวัลบุคคล นายวุฒิพงษ์ นนทะภา โรงเรียนศรีวิไลวิทยา ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP), นายพีรพัฒน์ โยธะชัยสาร โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ผู้ทำประตูสูงสุด, นายรชต อังคนา โรงเรียนศรีวิไลวิทยา ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม และรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้แก่ นายยุทธนา กันยาตี และนางสาวกรรณิกา โพธิ์ธง โรงเรียนศรีวิไลวิทยา

โครงการ “เพื่อนกันมันส์โนแอล” มุ่งใช้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนได้ออกกำลังกาย ฝึกวินัย การทำงานเป็นทีม และการเคารพกติกา ควบคู่การเรียนรู้เพื่อรับมือปัจจัยเสี่ยง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะของเด็กและเยาวชนในจังหวัดบึงกาฬ “เพื่อนกันมันส์โนแอล – ใช้พลังกีฬา สร้างพลังบวก รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช ภ 3 คนใหม่ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองโคราช ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเริ่มต้น

ภารกิจในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ท่ามกลางการจับตามองถึงแนวทางการบริหารงานตำรวจในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

โดยได้ถือฤกษ์ เวลา 10.09 น พล.ต.ท อาทิชา เข้าสักการะศาลหลักเมืองนครราชสีมา เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยังบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และต่อด้วย กราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม เพื่อถวายสักการะความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้ พล.ต.ท อาทิชา หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มีพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทั้งด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การดูแลความปลอดภัยประชาชน รวมถึงการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่

สำหรับการเริ่มต้นภารกิจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 คนใหม่ ยังคงต้องติดตามแนวทางการขับเคลื่อนงานตำรวจในพื้นที่

โดยเฉพาะการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมรูปแบบต่างๆ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 8 จังหวัด

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ ข่าว กันตินันท์ เรื่องประโคน จ. นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สกัดกลางด่านมุกดาหาร! รวบหนุ่มลาว “แซม สะหวันนะเขต” พร้อมแฮปปี้วอเตอร์ผสมยาอี 9.65 กก. ซุกกล่องมากับรถโดยสาร

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และนางกนกวรรณ สุขศิริ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายผ่านด่านพรมแดนมุกดาหาร

โดยด่านศุลกากรมุกดาหาร ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. ตม.จว.มุกดาหาร ร้อย ตชด.234 จังหวัดมุกดาหาร ร้อย.ฉก.ทพ.2103

ด่านอาหารและยามุกดาหาร และด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านพรมแดนมุกดาหาร ได้ร่วมกันตรวจสัมภาระผู้โดยสารขาเข้าที่เดินทางมากับรถโดยสารระหว่างประเทศจากนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2

ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบพัสดุต้องสงสัยจำนวน 2 กล่อง วางอยู่บริเวณชั้นล่างของรถโดยสาร ภายในบรรจุซองอาหารเสริมและกาแฟ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนเปิดตรวจพบผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็นแฮปปี้วอเตอร์ ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีส่วนผสมของยาอี(Ecstasy) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 บรรจุอยู่ภายใน

ของกลางทั้งหมดรวม 119 ซอง น้ำหนักประมาณ 9.65 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 250,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าพัสดุดังกล่าวเป็นของนายสัดตุไซ หรือแซม จะเลินพอน อายุ 30 ปี ชาวเมืองไกรสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งยอมรับว่าเป็นเจ้าของกล่องพัสดุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า นำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แฮปปี้วอเตอร์) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประกอบพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีและตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #ศุลกากรมุกดาหาร #ยาเสพติด #HappyWater #ยาอี #สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่2 #ชายแดนไทยลาว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” เปิดฉายรอบกาล่าพรีเมียร์ 30 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

แชร์เนื้อหานี้

M STUDIO และ ช่อง 3 จัดงานกาล่าพรีเมียร์สุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ณ River Park ชั้น G, ICONSIAM พร้อมพาผู้ชมเข้าสู่ภารกิจครั้งใหม่ของ “พี่ยักษ์” ที่รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ กับการย้อนกลับไปพบเรื่องราวการพบกันครั้งแรกกับ “จ่าปพันธ์” รับบทโดย แฉะ–องอาจ เจียมเจริญพรกุล ก่อนทั้งคู่และทีมจะต้องออกเดินทางสู่ภารกิจเสี่ยงตายในป่าเขาขวาง ที่เต็มไปด้วยปริศนา อันตราย และความสยองที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน

นำโดย คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์, คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ. บีอีซี เวิลด์ และ คุณปิ่นกมล มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ พร้อมด้วย 3 ผู้กำกับภาพยนตร์ แป๊ป–ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, ต้อม–ธนเดช ประดิษฐ์ และ เต้ย–ชาลิต ไกรเลิศมงคล ร่วมเปิดตัวภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ

บรรยากาศภายในงานคึกคักตั้งแต่ช่วง Red Carpet ที่รวบรวมนักแสดงและแขกคนพิเศษมาร่วมสร้างสีสันอย่างคับคั่ง อาทิ ลีน่า–ลลินา ชูเอ็ทท์, อุ้ม–อิษยา ฮอสุวรรณ, แบม–สราลี ประสิทธิ์ดำรง, แทน–ดวงแก้ว ปิยะอุย, หยู่ยู้–อรณิชา องค์ศรีตระกูล, เอนจอย–ธิดารัตน์ ปรือทอง, พีพี–ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ พร้อมด้วย “ครอบครัวตัว ย” นำโดย นีน่า–ณัฐชา เจสซิกา พาโดวัน, เดนิส–เจลีลชา คัปปุน, เฟรนด์–พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ และ จูเนียร์–กาจบัณฑิต ใจดี นอกจากนั้นยังมีดารานักแสดงมาร่วมงานอีกคับคั่ง อาทิ แจ็ค The Ghost Radio,ไก่ วรายุฑ, หมวย อริสยา, เบิ้ล ปทุมราช และ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

ต่อด้วยทัพนักแสดงจากภาพยนตร์ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ได้แก่ แฉะ–องอาจ เจียมเจริญพรกุล, ไบเบิ้ล–วิชญ์ภาส สุเมตติกุล, แบงค์–ปวริศร์ มงคลพิสิฐ, โจ๊ก–อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ, ปู–สหจักร บุญธนกิจ, เดี่ยว–ชูพงษ์ ช่างปรุง, แวน–ชนินทร จิตปรีดา, เบิร์ธ–ณัฐชัย สิรินันทโชติ และปิดท้าย Red Carpet ด้วยสองนักแสดงนำ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ โบว์–เมลดา สุศรี เรียกเสียงต้อนรับจากแฟน ๆ และสื่อมวลชน ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของงาน

จากนั้นพิธีกรเชิญทีมผู้บริหาร ผู้กำกับ และนักแสดงขึ้นเวที ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานและความพิเศษของ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” พร้อมรับชมตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชันล่าสุด ก่อนตื่นตาไปกับโชว์สุดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก และร่วมชมภาพยนตร์รอบกาล่าพรีเมียร์ และปิดท้ายเซอร์ไพรส์พิเศษจาก อาเล็ก ธีรเดช ที่หอบดอกไม้ช่อโตมาเซอร์ไพรส์ โบว์ เมลดา ถึงบนเวที

“ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ถ่ายทอดเรื่องราวการพบกันครั้งแรกของ “ยักษ์” และ “จ่าปพันธ์” ในภารกิจเสี่ยงตายตามหาคนหาย ที่นำพาทั้งคู่ไล่ล่าฝ่าดงมรณะ ก่อนต้องเผชิญหน้ากับ “ไอ้โหง” ผีร้ายในกายสัตว์ เสือสมิงกินคนแห่งเขาขวางที่สามารถจำแลงร่างได้สารพัด ท่ามกลางป่าดิบที่เต็มไปด้วยอันตราย ยักษ์และจ่าปพันธ์ต้องร่วมมือกันต่อสู้ เอาชีวิตรอด และค้นหาความจริง ก่อนที่พวกเขาจะตกเป็นเหยื่อของมัน!เตรียมออกเดินทางเข้าสู่ป่าเขาขวาง พร้อม “พี่ยักษ์” “จ่าปพันธ์” และทีม ร่วมภารกิจเสี่ยงตาย ฝ่าดงมรณะ และเผชิญหน้ากับความสยองครั้งใหม่แบบเต็มตา “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” 30 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ บนจอยักษ์ IMAX®, 4DX, Dolby Atmos และครั้งแรกของภาพยนตร์ไทยในระบบ SCREENX

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “บุญเลิศ ผลอุดม” คว้ารางวัลชมเชยเครือข่ายคุณภาพ ประจำปี 2569 จากกรมประชาสัมพันธ์

แชร์เนื้อหานี้

​สิงห์บุรี – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี (ส.ปชส.สิงห์บุรี) ได้ส่งมอบเกียรติบัตรจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้แก่ นายบุญเลิศ ผลอุดม ตัวแทนเครือข่ายฯ ที่สามารถคว้ารางวัลชมเชย “เครือข่ายคุณภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569” (PRD Active Networking) เพื่อเชิดชูเกียรติและตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นสะพานเชื่อมข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว โดยมี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน การจัดงานครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ “เครือข่ายคนข่าว” เบื้องหลังความสำเร็จ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันท่วงทีสู่ประชาชนทั่วประเทศ

​จากการคัดเลือกเครือข่ายคุณภาพจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ นายบุญเลิศ ผลอุดม ตัวแทนเครือข่าย ส.ปชส.สิงห์บุรี ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัลในระดับ “ชมเชย” ซึ่งรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเท เสียสละ และการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ในโอกาสแห่งความภาคภูมิใจนี้ นายบุญเลิศ ได้กล่าวขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์ที่เล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน โดยระบุว่า. ​”ขอขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์เป็นอย่างมากครับที่ให้กำลังใจ และเปิดโอกาสให้พวกเราได้มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายคุณภาพจาก 77 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รางวัลนี้ถือเป็นขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ในการปฏิบัติงานและขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่อไป”ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันว่า เครือข่ายสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนในพื้นที่อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีคุณภาพสูงสุดต่อไป

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ทัพเจ้าตาก ปะทะ ขบวนลำเลียงยาเสพติดยึด 16 กระสอบ 272 กิโลกรัม กลุ่มขบวนการ เสียชีวิต 9 ศพ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

กองทัพบก โดยการอำนวยการของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก, พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่3/ผู้อำนวยการ

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพภาคที่ ๓ ได้มอบหมายนโยบาย/สั่งการให้หน่วยป้องกันชายแดนสกัดกั้นยาเสพติดให้ได้ตั้งแต่พื้นที่แนวชายแดนนั้น พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้หน่วยในความรับผิดชอบของกองกำลังผาเมือง ปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

โดยในห้วงที่ผ่านมา ตามภาพข่าวของกองกำลังผาเมือง พบว่ากลุ่มขบวนการ ค้ายาเสพติด มีความพยายามที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายัง ประเทศไทย ในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศต่อไป หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก (กรมทหารม้าที่ 2) กองกำลังผาเมือง ได้จัดกำลัง เฝ้าตรวจตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 20.10 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง จัดดกำลังพล จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวพิเศษ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด พุทธศักราช 2564

ณ บริเวณบ้านปางมะหัน หมู่ 8 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 15 – 17 คน เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ พร้อมสะพายกระสอบดัดแปลงต้องสงสัย หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะ ประมาณ 10 นาที ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย จากนั้นหน่วยได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่ เกิดเหตุไว้

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 06.45 นาฬิกา หน่วยได้ทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่ปะทะโดยรอบตรวจพบพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เสียชีวิต จำนวน 9 ศพ กระสอบดัดแปลง จำนวน 16 กระสอบ ภายในบรรจุ กระสอบละ ประมาณ 17 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก จำนวนประมาณ 272 กิโลกรัมและเมื่อ เวลา 13.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ด่านศุลกากร จัดงานมุทิตาจิตสุดอบอุ่น อำลาชีวิตราชการ 2 ข้าราชการหญิงผู้ทรงคุณค่า พร้อมร่วมซับน้ำตาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อค่ำวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ ห้องสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นายธิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดงานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2569 ให้แก่ข้าราชการระดับบริหารและบุคลากรทรงคุณค่า 2 ท่าน

ได้แก่ นางสุปราณี ปานใยสมบูรณ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร และ นางสาวสุขตา มะลิวัลย์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ซึ่งจะครบกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและขอบคุณที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาอย่างยาวนาน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและไมตรีจิต โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานพันธมิตรที่ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเข้าร่วมยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ หน่วยทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (ตชด.14), ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

พิธีเริ่มต้นด้วยการรับชมวีทัศน์ (VTR) ถ่ายทอดชีวประวัติ ผลงาน และความประทับใจตลอดชีวิตการทำงานของ นางสุปราณี ปานใยสมบูรณ์ และ นางสาวสุขตา มะลิวัลย์ สร้างความซาบซึ้งใจให้แก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก จากนั้น นายธิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์

ได้ขึ้นกล่าวแสดงมุทิตาจิตและขอบคุณผู้เกษียณอายุราชการทั้ง 2 ท่าน ที่ได้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ มุ่งมั่นพัฒนาองค์กร และสร้างคุณประโยชน์ให้แก่กรมศุลกากรและประเทศชาติมาโดยตลอด พร้อมมอบดอกไม้และของกิมมิกแทนใจ ก่อนที่ผู้ร่วมงานจะพร้อมใจกันร่วมมอบดอกไม้เพื่อร่วมอวยพรด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเอง

หลังจากพิธีการเสร็จสิ้น เข้าสู่ช่วงเลี้ยงสังสรรค์ในบรรยากาศผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความสุข สนุกสนานไปกับเสียงเพลงจากศิลปินคุณภาพ เบล AF10 และนักร้องสาว ตอง ภัครมัย ที่มาร่วมสร้างสีสันและรอยยิ้ม ซึ่งนายด่านศุลกากรและผู้ร่วมงานทุกคนได้ร่วมสนุกสนานอย่างเป็นกันเอง
นอกจากความบันเทิงและความอบอุ่นแล้ว ในช่วงของการแสดงคอนเสิร์ต ทางผู้จัดงานยังได้จัดกิจกรรมการกุศล เปิดจำหน่ายดอกกุหลาบในราคาดอกละ 100 บาท

เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมทำบุญ โดยรายได้และยอดเงินบริจาคทั้งหมดจากการจำหน่ายดอกไม้จะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมือและความร่วมใจจากผู้ร่วมงานทุกคนเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นภาพความประทับใจและความทรงจำอันแสนงดงาม ทั้งในมิติของการอำลาชีวิตราชการด้วยความซาบซึ้ง และการร่วมแบ่งปันน้ำใจสู่สังคมของผู้เกษียณราชการและผู้เข้าร่วมงานทุกคน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 090994478

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ผู้บริหารสาธารณสุข จังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม สาธารณสุขอำเภอ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ประเมินผลกระทบด้านการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมมอบยาสามัญประจำบ้าน และยาแก้น้ำกัดเท้าให้กับผู้บริหารหน่วยบริการสาธารณสุข ได้แก่ รพ.สต. บางแก้วฟ้า รพ.ห้วยพลู และ รพ.สต.วัดไทยาวาส เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย และสร้างขวัญและกำลังใจกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ คณะสงฆ์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอดอนตูม

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านตะโกสูง ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม คณะสงฆ์ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ พร้อมมอบ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสิ้น 45 ครัวเรือน
นำโดย พระครูปฐมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะตำบลสามง่าม เจ้าอาวาสวัดทุ่งสีหลง
พร้อมด้วย พระปลัดอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม และคณะทีมงานผู้ร่วมช่วยเหลือทุกท่าน ได้ร่วมกันลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือถึงพี่น้องประชาชน พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อน ในยามทุกข์ยาก น้ำใจและความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน คือพลังสำคัญที่ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน ขออนุโมทนาบุญกับคณะสงฆ์ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาและทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ และขอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายโดยเร็ว ทุกครอบครัวปลอดภัยและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในเร็ววัน
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอดอนตูม วัดสามง่าม วัดทุ่งสีหลง และ คณะสงฆ์ตำบลสามง่าม นครปฐม น้ำใจในยามทุกข์ร่วมด้วยช่วยกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า มอบปัํมน้ำให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านห้วยไฮ จำนวน 67 เครื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ณ บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม อดีตเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ โนทะ

สส.น่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู สส.ลำปาง เขต 4 พรรคกล้าธรรม นางสาววัชรี พรมทอง อดีตประธานหอหารค้าจังหวัดน่าน ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 1 พรรคกล้าธรรม นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานอาวุโส หอการค้าจังหวัดน่าน ประธานพรรคกล้าธรรมจังหวัดน่าน นางสาวปภินพิทย์ พงศ์ศิริเมธี

ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 3 พรรคกล้าธรรมได้เป็นผู้แทนมูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า นายอัครา พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม มอบปั๊มน้ำ ให้ผู้ประสบอุทกภัย ให้ราษฏรบ้านห้วยไฮ และโรงเรียนบ้านห้วยไฮ จำนวน 67 เครื่อง โดยมีนายวรายุุทธ เขียวปัญญา กำนันตำบลฝายแก้ว

นายอดุลย์ สิทธิยศ นายก อบต.ฝายแก้ว คณะบริหารเจ้าหน้าที่ อบต.ฝายแก้ว นางสาวนัทยา ปันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น คณะครูนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยไฮ และพี่น้องประชาชนบ้านห้วยไฮ รับมอบและร่วมให้การต้อนรับ ทางด้านดร.ธนกฤติ จิตอารีรัตน์ นายประสิทธิ์ โนทะ นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู พูดคุย นางสาววัชรี พรมทอง นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ได้พบปะพูดคุยและให้กำลังใจ

แก่ผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นพี่น้องชาวบ้านห้วยไฮได้พร้อมใจกันทำพิธีสู่ขวัญเพื่อเป็นการขอบคุณคณะมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้มามอบเครื่องปั๊มน้ำ และก่อนหน้านั้นทางมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ได้นำรถแมคโฮ จำนวน 2 คัน รถแท็กเตอร์ จำนวน 2 คัน รถ 6 ล้อ จำนวน 2 คัน เพื่อปรับพื้นที่ ดินโคลน ออกจากพื้นที่อุทกภัย พร้อมกับนำดินมาถมคอสะพาน

นอกจากนี้ยังได้มอบที่นอน ถังน้ำ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ถุงน้ำใจ จำนวน 109 ครัวเรือนและได้สูบส้วมให้อีก 67 ครัวเรือนในช่วงเวลาที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญกับความเดือดร้อน มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ และพร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องชาวบ้านห้วยไฮเพื่อร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน

#ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องบ้านห้วยไฮทุกท่าน ขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี#มูลนิธิิธรรมนัส พรหมเผ่า #ช่วยเหลือพี่น้องบ้านห้วยไฮ #อุทกภัย2569 #น้ำท่วมจังหวัดน่าน#วัชรี พรมทองว่าที่ผู้สมัครสส.น่าน เขต1 #พรรคกล้าธรรม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มุกดาหารสกัดทัน! ลอบขนเครื่องในสัตว์จาก สปป.ลาว ข้ามโขง ยึด 62 กล่อง พร้อมไฟแช็ก 8 ลัง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – ช่วงกลางดึกวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 ภายใต้ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังเฝ้าตรวจบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ้านคอนสาย หมู่ 5 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าจาก สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งไทยโดยไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร

เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่พบเรือเหล็กบรรทุกสิ่งของต้องสงสัยแล่นมาตามแม่น้ำโขง ก่อนเข้าจอดบริเวณฝั่งไทย จากนั้นพบชายประมาณ 15–20 คน กำลังลำเลียงกล่องกระดาษจากเรือขึ้นฝั่งและนำขึ้นรถกระบะตู้ทึบ เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเจ้าหน้าที่ จึงทิ้งสิ่งของและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่พยายามติดตามแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้

จากการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบ เครื่องในสัตว์ หรือสะใบนาง/ผ้าขี้ริ้ว จำนวน 62 กล่อง น้ำหนักประมาณ 860 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 172,000 บาท นอกจากนี้ยังพบ ไฟแช็ก 8 ลัง รวม 160 กล่อง หรือประมาณ 8,000 ชิ้น

คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 48,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายของรัฐจากสินค้าทั้งสองรายการประมาณ 220,000 บาท
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึด รถยนต์กระบะตู้ทึบ Toyota Revo สีขาว ทะเบียน 3 ฒจ 2977 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ในการขนย้ายสินค้าไว้เป็นของกลาง โดยไม่มีผู้ต้องหาถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ

ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้ประสาน กรมปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมตรวจสอบและจัดทำเอกสารหลักฐาน ก่อนส่งมอบของกลางและเอกสารให้ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าสินค้าและการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558.

ทิ้งรถหนีความผิด! กระบะพลิกคว่ำพบไม้พะยูง 279 ท่อน ไร้เอกสาร คนขับเผ่นหนี

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.50 น. ร.ต.ท.ธรรมปพน ภูนาฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวร รับแจ้งเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบริเวณ บ้านโค้งสำราญ ถนนชยางกูร 212 สายอุบลราชธานี–มุกดาหาร ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จึงรายงาน พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บท 6541 มุกดาหาร พลิกคว่ำอยู่ริมถนน ภายในรถพบไม้แปรรูปและท่อนไม้จำนวนมาก แต่ ไม่พบตัวผู้ขับขี่ หรือผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ

เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้มุกดาหารเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ระบุว่าไม้ที่บรรทุกมาเป็น ไม้พะยูง และจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ประทับบริเวณหน้าตัดไม้ รวมทั้งไม่พบเอกสารหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้

จึงตรวจยึดรถและไม้ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำไปตรวจนับที่ หน่วยป้องกันรักษาป่ามุกดาหาร 4 พบไม้พะยูงรวมทั้งสิ้น 279 ท่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ครอบครองและผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

พบชายวัย 47 ปี เสียชีวิตปริศนาในกระท่อมริมลำห้วยมุกดาหารพบแผลบริเวณแขนคล้ายถูกยิง ญาติเผยได้ยินเสียงปืนก่อนพบศพ ตำรวจเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุชายเสียชีวิตภายในกระท่อมริมลำห้วย บริเวณบ้านเหล่าป่าเป้ ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากญาติที่เดินทางมาพบศพ

ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายสมศักดิ์ นาโศก อายุประมาณ 47 ปี เบื้องต้นพบร่างอยู่ภายในกระท่อมยกสูง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ลำห้วยและสวนยาง ห่างจากชุมชนประมาณ 3 กิโลเมตร และอยู่ใกล้วัดป่าสวนป่าสันติธรรม โดยพบ บาดแผลบริเวณแขน 1 แห่ง มีลักษณะคล้ายถูกยิง ขณะที่สภาพศพเริ่มขึ้นอืด ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุและช่วงเวลาการเสียชีวิตที่แน่ชัด ต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากแพทย์

ปริศนาเสียงปืนก่อนพบศพ ข้อมูลจากพระภายในวัดที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 14.00 น. ได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นจากบริเวณดังกล่าว แต่ในขณะนั้นเข้าใจว่าอาจเป็นเสียงคนยิงสัตว์ จึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ กระทั่งช่วงสายของวันที่ 30 กันยายน จึงทราบว่ามีชายเสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยัง ไม่ยืนยันว่าเสียงปืนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ลูกชายมาพบศพ ขณะเตรียมทำอาหารให้พ่อ นายวันชัย นาโศก อายุ 51 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันเกิดเหตุ นายธนากร อายุ 28 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เดินทางมายังกระท่อมเพื่อทำอาหารให้พ่อ แต่กลับพบว่าพ่อนอนเสียชีวิตอยู่ภายใน

จึงรีบแจ้งญาติและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบนายวันชัยระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 09.00 น. ยังเห็นน้องชายเข้าไปทำธุระในหมู่บ้าน จึงคาดว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตแยกทางกับภรรยาและพักอาศัยอยู่ตามลำพังมาหลายปี ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวและเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาเชื่อมโยงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้

ตำรวจเร่งคลี่ปม ตรวจหลักฐานทุกประเด็น หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบกระท่อมและพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำญาติ พระ และบุคคลที่อาจทราบเหตุการณ์ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตจากสาเหตุใด และบาดแผลที่พบเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนหรือไม่

เจ้าหน้าที่เตรียมนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้แพทย์ตรวจบาดแผลและหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ก่อนนำผลไปประกอบการสอบสวนต่อไปขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเหตุยิงหรือการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น เจ้าหน้าที่จะเร่งคลี่คลายข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานและผลชันสูตรต่อไป.

ช้าจนได้เรื่อง-ผลาญความเชื่อมั่น! การไฟฟ้ามุกดาหารดองเรื่องเปลี่ยนหม้อไฟเดือนกว่าเรื่องไม่เดิน เปิดช่องข้อมูลรั่วคอลเซ็นเตอร์โผล่สวมรอยเป๊ะ

มุกดาหาร – เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บริการ ณ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร หลังพบประชาชนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์เข้าสวมรอยฉวยโอกาสจากความล่าช้าของเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร (ขอสงวนนาม) เปิดเผยว่า ตนเองได้เดินทางไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนหม้อไฟที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเวลาล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือน เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ก็ยังไม่ได้เข้าดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ให้แต่อย่างใด

กระทั่งล่าสุด ได้มีมิจฉาชีพใช้หมายเลขโทรศัพท์ 081-854-4227 โทรศัพท์เข้ามาอ้างชื่อ “นายพงษ์ธวัช” โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่าจะเข้าดำเนินการเปลี่ยนหม้อไฟมิเตอร์ไฟฟ้าให้ พร้อมอ้างเรื่องการคืนเงินค่าประกันหม้อไฟตัวเก่า จากนั้นมิจฉาชีพได้บอกหมายเลขไอดีไลน์เพื่อให้แอดเพิ่มเพื่อน เพื่อหลอกลวงให้ส่งเอกสาร ข้อมูลส่วนบุคคล และบัญชีเงินฝากผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE

ความล่าช้าในการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหารที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาเกือบเดือน ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่ยังกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าสวมรอยได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ การที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรเข้าหมายเลขผู้เสียหายได้ตรงกับช่วงเวลาที่ผู้เสียหายกำลังรอคอยการเปลี่ยนหม้อไฟ จึงทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างหนักว่า ระบบฐานข้อมูลผู้ใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร มีการรั่วไหลออกไปสู่มือกลุ่มมิจฉาชีพหรือไม่

ทั้งนี้ ประชาชนจึงเรียกร้องให้ผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งตรวจสอบทั้งประเด็นความล่าช้าในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงเร่งตรวจสอบระบบความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กรโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากช่องโหว่การทำงานของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน #เตือนภัยเบอร์0818544227 #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #การไฟฟ้ามุกดาหาร #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #ทำงานล่าช้า #ข้อมูลรั่วไหล #หลอกเปลี่ยนหม้อไฟ #ภัยออนไลน์