สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 จัดกิจกรรมจิตอาสาประกอบเลี้ยงอาหารและขนมให้กับเด็กนักเรียนและบุคลากร รร.สอนคนตาบอดภาคเหนือ

20 มิถุนายน 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5 นำคณะข้าราชการตำรวจจิตอาสา ประกอบด้วย พ.ต.อ.ฐาปนพงษ์ ชัยรังษี รอง ผบก.อก.ภ.5 , พ.ต.อ.หญิงสุธิดา สมิทธิไกร ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ภ.5 และข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.อก.ภ.5 จำนวน 20 นาย

พร้อมด้วยภาคเอกชน ประกอบด้วย คุณภัทรวัลย์​ อวดตัว​, คุณจินดารัตน์ นันตัง ,คุณอารีย์ ศรีวิชัย และ มูลนิธิสายใยความหวัง โดยคุณนาธาน อึนบิน คิม, คุณโจอัน คิยงฮวา ลี, คุณโจแช คิม ได้ร่วมกันกิจกรรมจิตอาสาประกอบเลี้ยงอาหารและขนมให้กับเด็กนักเรียนและบุคลากร รร.สอนคนตาบอดภาคเหนือ เพื่อเทิดพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

โดยมี คุณสุวิทย์ สุทาลา
ผอ.โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ และบุคลากรในสังกัดร่วมให้การต้อนรับและร่วมจัดทำขนม Frence Toast เสิร์ฟพร้อมผลไม้ นม ไอศกรีม ยาคูลย์ และขนมขบเคี้ยว ให้กับเด็กนักเรียน รวมจำนวน 50 คน และมอบสลัดผักสด ให้กับบุคลากรของโรงเรียน จำนวน 60 กล่อง โดยการประกอบการจัดทำขนมเมนูดังกล่าว เป็นการต่อยอดของโครงการส่งเสริมการฝึกอาชีพของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภาค 5

ซึ่งข้าราชการตำรวจและครอบครัว ตลอดจนสมาชิกและประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ทุกวันพุธของทุกสัปดาห์ เวลา 11.30 – 13.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ ห้องชมรม English Corner@Police 5 ทั้งนี้การจัดกิจกรรมจิตอาสาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อเทิดพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568////

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมว.ยุติธรรมลงพื้นที่เวทีประชาจิตอาสารับฟังเสียงสะท้อนปัญหายาเสพติดในพื้นที่ อ.ตากใบ 1 ใน 11 อำเภอของ จ.นราธิวาส 150 ชุมชน

ใน จชต. ที่อาคารเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมเวทีประชาจิตอาสา เอาชนะยาเสพติด เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับการบำบัดรักษายาเสพติดในพื้นที่ ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมีพล.อ.วิชาญ สุขสง ประธานยุทธศาสตร์การแก้ปัญหายาเสพติดภาคประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายแพทย์เอกวิทย์ จินดาเพ็ชร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นายแพทย์ภุชงค์ วงศ์หิรัญรัชต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตากใบ นายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมเวทีประชาจิตอาสาในครั้งนี้

สำหรับเสียงสะท้อนปัญหาจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการบำบัดรักษายาเสพติดนั้น  1. สถานที่บำบัดรักษาของรัฐไม่เพียงพอ โดยปัจจุบันหอผู้ป่วยมินิธัญญารักษ์บ้านแสงอรุณ ณ โรงพยาบาลตากใบ สามารถรองรับผู้ป่วยยาเสพติดตั้งแต่ระยะ Acute Care จำนวน 5 เตียงและการบำบัดรักษาแบบระยะกลาง Inter-mediate Care (IMC) จำนวน 15 เตียง รวมทั้งสิ้น 20 เตียง ซึ่งครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรักษา  2. สถานบำบัดเอกชนมีค่าใช้จ่าย ทำให้ครอบครัวผู้บำบัดเดือดร้อน หลายครอบครัวไม่มีเงินพอที่จะเข้ารับการบำบัด ทำให้ไม่สามารถส่งผู้ติดยาเสพติดเข้านับบำบัดได้

ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับ  สส.จ.นราธิวาส โดย รพ.ตากใบได้แจ้งความประสงค์ขอใช้และปรับปรุงพื้นที่ และสถานที่เพื่อการควบคุมตัวและสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์ เรือนจำชั่วคราวโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นจังหวัดนำร่องเร่งรัดการบำบัดรักษาฟื้นฟูสภาพทางสังคม ป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด และเพื่อให้โรงพยาบาลตากใบใช้เป็นอาคารมินิธัญญารักษ์ สำหรับบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด ซึ่งมีเนื้อที่ 9 ไร่ รองรับผู้บำบัดจำนวน 140 เตียง เป็นสถานที่บำบัดรักษา  โดยปัจจุบันได้รับอนุญาตจากราชทัณฑ์ ให้ใช้พื้นที่แล้ว ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นชอบที่ให้มีสถานบำบัดรักษา ซึ่งเป็นสถานที่ปลอดภัยเพื่อรองรับผู้เข้ารับการบำบัด และพร้อมสนับสนุนภาคประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัดรักษา และจะผลักดันให้มีนโยบายบำบัดรักษาฟรี 

ด้านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าสำหรับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ได้มียุทธการที่จะแก้ปัญหาร่วมกันก็คือเป็นเรื่องของพลังของจิตอาสา ตั้งแต่ประชาชน ชุมชน ข้าราชการเพื่อเอาชนะยาเสพติด และที่สำคัญที่สุดพอไปสำรวจจริงๆก็คือสถานที่บำบัด เพราะเรามีทั้งยาเสพติดที่เป็นจากเคมีสังเคราะห์ เช่น ยาบ้า และเรามีทั้งยาเสพติดที่เป็นพืช เช่นพืชกระท่อม และกัญชา ที่พบว่าปริมาณผู้ใช้และผู้เสพเยอะ ซึ่งเรายังขาดศูนย์บำบัด ซึ่งในความเข้าใจเรื่องการบำบัดหรือการฟื้นฟูระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ราชการ กับประชาชนหรือคนทั่วไป ซึ่งคนทั่วไปเข้าใจว่าการบำบัดคือการเอาตัวออกจากชุมชนแล้วไปอยู่ที่กักตัวไว้หรืออยู่ในที่ที่ไม่สามารถกลับไปในหมู่บ้านได้ประมาณ 4 เดือน โดยในระบบสาธารณสุขมีเตียงไม่พอ ซึ่งถ้าไม่มีอาการรุนแรง ทางโรงบาลก็ให้กลับไปอยู่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เราไม่ได้

เตรียมการหมู่บ้านไว้เพราะในหมู่บ้านเองทุกคนก็ต้องไปทำงานเลย แล้วก็ผู้ที่เข้าไปเมื่อต้องการใช้ยาขึ้นมาก็จะเป็นปัญหา ก็เลยอยากจะมีสถานที่ปลอดภัยสำหรับให้คนไปอยู่แล้วก็ได้รับการดูแล ได้รับการถอนยา ได้รับการฟื้นฟู ซึ่งตอนนี้ก็อยากได้สถานที่บำบัด ในที่นี้ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ริเริ่มก็คือพลังของจิตอาสาที่ลุกขึ้นถามว่าที่ดินที่โคกยามูที่เป็นเรือนจำเก่า โครงสร้างถ้ามาบูรณะยังสามารถที่จะเอาเป็นสถานที่บำบัดได้ เลยขอขึ้นมาโดยฝ่ายสาธารณสุขจะได้มีแพทย์ไป ซึ่งตอนทางกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้แล้วก็เลยมาบอกประชาชน เพราะจากการติดตามของจิตอาสา 1 ตำบลมี 10 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 100 คนก็ 1,000 คน อย่างน้อยสถานที่แห่งนี้ก็จะได้เป็นที่พักการรักษาและการฟื้นฟู ซึ่งเป็นไปได้ว่าในเนื้อที่ 9 ไร่ สามารถสร้างอาชีพ สร้างการศึกษาให้กับผู้ติดยาเสพติดได้ ก็เป็นรูปแบบหนึ่งเป็นโมเดลหนึ่ง อยากให้ทำเป็นโมเดล ซึ่งถ้าโมเดลนี้ทำได้ ต่อไปก็อยากได้เป็นโรงเรียนร้าง เป็นเหมือนศูนย์พักคอยระหว่างจะไปหาหมอ และระหว่างที่จะส่งกลับเข้าหมู่บ้าน แล้วถ้าเป็นจิตเวชก็พักไว้ที่นี่ก่อน

จากบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งอันนี้ก็เป็นรูปธรรมอันหนึ่งถือว่าเป็นการจับต้องได้ และในพลังจิตอาสาเพื่อเอาชนะยาเสพติดนั้น พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็น ประธานมีแนวโน้มที่จะพัฒนาค่อนข้างเยอะ และในเรื่องผู้ที่บำบัดแล้วกลับมาเสพซ้ำนั้น เรามีปริมาณค่อนข้างเยอะในต่างประเทศเกือบ 50 % ส่วนในประเทศไทยนั้นมี 20% ซึ่งถ้าเขาไม่มีอาชีพรองรับ ไม่มีคุณค่าในสังคม ไม่มีการศึกษา ไม่มีมีงานรองรับ เขาก็จะหวนกลับไปอีก โดยรัฐบาลต้องให้เขามีอาชีพมีงานทำ ซึ่งเราต้องมาร่วมกันเพราะว่า การสร้างอาชีพ โดยเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสเป็นพื้นที่ชายแดน เราต้องพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยว ต้องมีการจ้างงานให้เยอะขึ้น ซึ่งผู้บำบัดจะต้องมีการฝึกอาชีพระหว่างบำบัดด้วย ซึ่งเราต้องทำควบคู่กันไปด้วย

ในส่วนของผู้ค้านั้นเรามีความเข้มข้น โดยเฉพาะผู้ค้าที่เข้าใจว่าตัวเองไม่รู้เรื่องเพราะว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ขนยาเสพติด แต่ว่าเขาเป็นผู้บงการจ้างวาน ซึ่งเราจะมีมาตรการเรื่องการฟอกเงินการติดตามเรื่องทรัพย์สินเพราะเงินหรือทรัพย์สินเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้ายาเสพติด ถ้าเราตัดเส้นเลือดใหญ่แล้วเขาจะหยุดและโทษก็รุนแรง โทษถึงจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ซึางการติดตามเรื่องการฟอกเงินหรือการดำเนินการพวกนี้เราไม่มีการกลั่นแกล้ง เพราะมันเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แล้วหลายคนก็เปลี่ยนแทนที่จะเอาเงินไปฝากก็เป็นทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ก็มีการดำเนินการอย่างเข้มข้น แล้วเราเองก็จับมือกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งก็น่าจะมีกิจกรรมมีผลงานดำเนินคดีให้เห็น
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาว LGBTQ+ ร่วมแสดงพลังรณรงค์เฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ พร้อม ให้กำลังใจแม่ทัพ และเหล่าทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา

***เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 68 ที่บริเวณหน้าโรงแรมพรหมพิมาณ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกันร่วมเดินขบวนรำลึกและฉลอง จากจุดเริ่มต้น สู่ชัยชนะแห่ง Pride ไปด้วยกัน ศรีสะเกษไพรด์พาเหรด 2025 เพื่อเป็นการร่วมกันแสดงภาคภูมิใจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ร่วมกันเฉลิมฉลอง และจะมีการประดับธงสีรุ้ง ที่เป็นสัญลักษณ์ โดยสีทั้งหมดจะมีความหมาย คือ สีแดง ได้แก่ การต่อสู้ หรือ ชีวิต ,สีส้ม คือ การเยียวยา ,สีเหลือง เป็น พระอาทิตย์ ,สีเขียว คือ ธรรมชาติ ,สีฟ้า สีคราม เป็น ศิลปะ ความผสานกลมกลืน และ สีม่วง จะบอกถึง จิตวิญญาณของ LGBTQ

***นายอวิรุทธ์ อรรคบุตร แกนนำเปิดเผยว่า กิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้คนที่มีความหลากลหายทางเพศได้เข้ามาร่วมรณรงค์ และร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศร่วมกัน โดยกิจกรรมในวันนี้จะมีการเดินขบวนพาเหรด ซึ่งเรียกว่า ไพรด์ พาเหรด (Pride Parade) เพื่อสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของกลุ่ม LGBTQ+ การเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น ฟังเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากผู้คนหลากหลาย การแข่งขัน Equality Speech เวทีสำหรับทุกคนที่จะมาแสดงพลังแห่งความเท่าเทียม นอกจากนี้ยังมรการร่วมสนุกสุดเหวี่ยงไปกับดนตรีและความบันเทิงเต็มรูปแบบ ซึ่งทุกๆคนสามารถมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์และเฉลิมฉลองความหลากหลายไปด้วยกัน

***ด้าน ชาว LGBTQ+ รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว วันนี้ตนมีความภาคภูมิใจมากที่สังคมทุกวันนี้ยอมรับ และสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งวันนี้ตนแต่งตัวมาในชุดทหารสาวเพื่อมาร่วมกิจกรรมและขบวนแห่ และให้เข้ากับสถานการณ์ทุกวันนี้ โดยส่วนตัวไม่อยากให้มีความรุนแรง อยากให้สถานการณ์ชายแดนสงบสุข ไม่อยากจะให้มีการปะทะกัน นอกจากนี้ก็อยากจะให้กำลังใจท่านแม่ทัพ ภาค 2 ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และอยากให้ท่านแม่ทัพ ภาค 2 และทหารกล้าทุกท่านที่ปฎิบัติหน้าอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงข้างหลัง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การผลิตทุเรียนคุณภาพ ชุมพร มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร Chumphon Durian Expo 2025 (Chumphon DE 2025) / จัดกิจกรรม มหาดไทยสีขาว เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดจังหวัดสีขาว

จังหวัดชุมพร ร่วม เอกชน และชุมชนท้องถิ่น เดินหน้าจัดงาน “มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร 2025” (Chumphon Durian Expo 2025) เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ผู้ผลิตทุเรียนคุณภาพสูง ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม หวังเพิ่มมูลค่าการผลิต พร้อมตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางทุเรียนภาคใต้ ที่มีผลผลิตเป็นอันดับสองของประเทศ ระหว่างวันที่ 26 – 28 มิ.ย. นี้

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรมีนโยบายในการพัฒนาการผลิตทุเรียน และไม้ผลอื่นๆ ที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ด้วยการยกระดับคุณภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ส่งเสริมการผลิตสินค้ามาตรฐานส่งออก โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่ง

เสริม สนับสนุนทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันจังหวัดชุมพร เป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญของประเทศ โดยมีพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตทุเรียนเป็นอันดับสองของไทย โดยมีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 327,793 ไร่ ปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดกว่า 236,574 ตัน ถือเป็นตลาดรองรับการส่งออกใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ในปีที่ผ่านมามีมูลค่าการส่งออกทุเรียนชุมพรประมาณ 33,257 ล้านบาท ทั้งนี้จังหวัดชุมพร

มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการปลูกทุเรียน เนื่องจากดินน้ำอุดมสมบูรณ์ และสภาพภูมิอากาศขนาบด้วยลมมรสุมทะเล จึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ทุเรียนชุมพรสร้างงานให้กับแรงงานในภาคเกษตรกรรมมีรายได้อย่างมั่งคง
“การจัดกิจกรรม “มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร 2025” (Chumphon Durian Expo 2025)

ถือเป็นการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการผลิตทุเรียนชุมพร นำเสนอองค์ความรู้นวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสร้างแรงกระตุ้นให้เกษตรกรรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าของตนเอง และยกระดับคุณภาพของผลผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับกระแสความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ” นายเธียรชัย กล่าว

นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร-Chumphon Durian Expo 2025” จัดขึ้นเพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จ พร้อมรักษามาตราฐานคุณภาพทุเรียนชุมพร ด้วยการนำเทคโนโลยี

ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ในกระบวนการผลิตของเกษตรกร และเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศว่าทุเรียนชุมพรเป็นผลไม้คุณภาพสูงและปลอดภัย
ภายในงานประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่

      ๑.การเสวนาเชิงวิชาการเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต เพื่อให้ทุเรียนผลสดเป็นไปตามมาตราฐานสินค้าเกษตร เพื่อการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ ประกอบด้วย การเสวนาหัวข้อ: -การจัดการสวนทุเรียนหลังเก็บผลผลิต โดยคุณกิตติพงษ์ ช่วยเมือง (พงษ์ เกษตรทันใจ) นักวิชาการอิสระ เจ้าของช่องยูทูปเกษตรทันใจ น้ำคือชีวิต
- การเสวนาหัวข้อ: การให้น้ำเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านการเจริญเติบโตของทุเรียน โดยคุณหลุยส์ รัตนราช โพธิ์มณี เจ้าของบริษัทระบบน้ำอินฟินิตี้ วอเตอร์ เทค ซิสเต็ม จำกัด

-.การเสวนาหัวข้อ: การปรับตัวของเกษตรกรจังหวัดชุมพรในการผลิตทุเรียน (สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ราคา และตลาดปลายทาง)สู่การพึ่งพาตนเองแนวใหม่ โดย ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร
-.การเสวนาหัวข้อ: การดูแลเรื่องโรคในทุเรียนและจัดการแมลงในทุเรียน โดยดร.ปฏิมาพร ปลอดภัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานวัตกรรมการเกษตรและการจัดการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ คุณวศินี อินศฤงคาร นักศึกษาปริญญาเอก
๒.การจัดประกวดผลผลิตทุเรียนหมอนทอง ทุเรียนเบญจพรรณ และมังคุล ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเงินสด พร้อมประกาศนียบัตร  ๓.การแข่งขันกินทุเรียน แข่งขันวิ่งผลัดหาบทุเรียน ชิงรางวัล
๔.กิจกรรม ชิม แชร์ การซื้อสินค้าราคาพิเศษช่วงกิจกรรมนาทีทอง
๕.การแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับทุเรียนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยมีทั้งหน่วยงานราชการและบริษัท นำความรู้มาร่วมแสดง เช่น ความรู้ในเรื่องการเพิ่มธาตุอาหารให้ดิน ระบบน้ำ เครื่องจักรที่ทันสมัย การส่งออกทุเรียน การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทุเรียนด้วยการแช่แข็ง บริษัทส่งออกและรับซื้อผลผลิตทุเรียน การตรวจสารตกค้างในทุเรียน บริษัทตัวแทนรับผลผลิตเพื่อไปตรวจสารตกค้าง
๖.ยามค่ำคืนยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

นางสาวยุพาพร สวัสดี พาณิชย์จังหวัดชุมพร กล่าวถึงมาตรการด้านการตลาดและการช่วยสนับสนุน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรจังหวัดชุมพร โดยได้นำสินค้าไปร่วมจำหน่าย ในห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และ จังหวัดอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีการจัดเจรจาธุรกิจ ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ซื้อทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการสร้างแบรนด์สินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกร และเกษตรกรรายย่อยเพื่อทำการตลาดออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีมาตรการในการตรวจสอบคุณภาพสินค้า และเครื่องชั่งให้ตรงตามมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคอีกด้วย นางสาวยุพาพร กล่าว

ด้านนายจาฏพจน์ ไกรมาก ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร กล่าวว่า “งานในปีนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจและเกษตรกรได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ความสามารถและจุดแข็งของจังหวัดชุมพรในด้านการเกษตรผลไม้ในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ”

นอกจากนี้ นายสุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม เจ้าของเพจชุมพรฟ้าใหม่ “ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานและกิจกรรมเสริมในพื้นที่ว่างาน มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร 2025 (Chumphon Durian Expo 2025) เปิด

โอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศงาน ชิมผลไม้สดใหม่ หารายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกและการแปรรูปทุเรียน รวมทั้งการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร ซึ่งมีทั้งธรรมชาติอันงดงาม วัฒนธรรมพื้นบ้าน และอาหารพื้นเมืองที่อร่อยไม่แพ้ใคร”

เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมชมงาน “มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร 2025” (Chumphon Durian Expo 2025) ระหว่างวันที่ ถึง 26- 28 มิถุนายน 2568 เวลา13 .00 -23 .00 น. ที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุพร จังหวัดชุมพร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

จัดกิจกรรม มหาดไทยสีขาว เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดจังหวัดสีขาวอย่างเป็นรูปธรรม และป้องกันมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 09.30 - 15.00 น.   นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายอภิชาติ สาราบรรณ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์  ปลัดจังหวัดชุมพร น.ส.ปานนภา สุภาพรเหมินทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชุมพร   โดยการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายของบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในระดับจังหวัด และส่วนราชการทุกส่วนราชการ      จำนวน 462 ราย ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร  กระทรวงมหาดไทย  ได้มีข้อสั่งการ ให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการทุกส่วนราชการ บุคลากรของหน่วยงานรัฐ ต้องปลอดยาเสพติด 100% ภายใต้โครงการการขับเคลื่อนมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (Safe Zone No Drugs)   โดยการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายของบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในระดับจังหวัด และส่วนราชการทุกส่วนราชการ ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร  กิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดจังหวัดสีขาวอย่างเป็นรูปธรรม และป้องกันมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกรูปแบบ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธา
นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้นำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด  พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์  ปลัดจังหวัดชุมพร ส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชทุกส่วนราชการ เข้ารับการตรวจ  ซึ่งผลตรวจทั้งหมด จำนวน 462 ราย ไม่พบสารเสพติด แต่อย่างใด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จุดยืน “ลูกหมี” นำทัพ สส.- ชาวบ้าน ร่วมหมื่น แสดงจุดยืน / จัดการสัมมนา “การพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 ณ โรงเรียนบ้านบางไม้แก้วประชาสามัคคี ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นายสันต์ แซ่ตั้ง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการจัดการสัมมนา “การพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” และร่วมการสัมมนา กับ

นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดีกรมป่าไม้ นางสาวสายสุด ชุนเชาวฤทธิ์ ผอ. ทสจ.ชุมพร (ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร) นายธนานันต์ พุทธนวล นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เสด็จในกรมกรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ นายลิขิต สุขเยาว์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายสามารถ เจียวยี่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชุมพร นายกฤษ แก้วรักษ์ รองนายก อบจ.ชุมพร มีประชาชนเข้าร่วม 700คนในวันนี้

นายอวยพร มีเพียร อดีต นายก อบต.รับร่อ กล่าวต้อนรับและรายงานการสัมมนาในนามคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาแขกผู้มีเกียรติ และวิทยากรทุกท่านที่มาเข้าร่วมการสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ณ โรงเรียนบ้านบางไม้แก้วประชาสามัคคี ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในวันนี้

เนื่องจาก คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบถึงปัญหาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชุมพร ที่เกิดขึ้นในหลายประเด็นเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านที่ดิน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการ อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพของประชาชนเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้สังคมและประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองสืบไป คณะกรรมาธิการจึงได้จัดการสัมมนาครั้งนี้ขึ้น

นายสันต์ แซ่ตั้ง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนา แขกผู้มีเกียรติ และวิทยากรทุกท่านที่มาเข้าร่วมการสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ณ โรงเรียนบ้านบางไม้แก้ว ประชาสามัคคี ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในวันนี้ เนื่องจาก คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชุมพร ให้เกิดความยั่งยืนและมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่ดินอยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาในหลาย พื้นที่มาอย่างยาวนาน จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและทันท่วงที ดังนั้น คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัด การสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งเสริมให้เกิดความรู้และความเข้าใจของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา

ด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและ การพัฒนาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถเป็นสื่อกลางในการนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่ให้กับชุมชนและสังคมต่อไป ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน

และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริงกระผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การสัมมนาในวันนี้จะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

แถลงการณ์จุดยืน “ลูกหมี” นำทัพ สส.- ชาวบ้าน ร่วมหมื่น แสดงจุดยืน รัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้กำลังใจแม่ทัพภาค 2 เหล่าทหารกล้าแนวหน้า ลั่น “นายกฯไม่ออกเราออก” ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ที่สนามหน้าพระบรมรูป ร.5 หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.ชุมพร และว่าที่การอำเภอเมืองชุมพร นายชุมพล จุลใส “ลูกหมี” อดีต สส.ชุมพร หลายสมัย พร้อมด้วย 3 สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.เขต 1 ,นายสันต์ แซ่ตั้ง เขต 2 , นายชุมพล จุลใส เขต 3 ,นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร พร้อมด้วยกลุ่มพลังมวลชนร่วมหมื่นคน ที่นัดหมายกันมาทางช่องทางสื่อออนไลน์ เพื่อมารวมตัวกันแสดงจุดยืน ต่อกรณีที่มีคลิปหลุดการพูดคุยกันระหว่าง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานองคณะมนตรี แห่งประเทศกัมพูชา ที่มีการพูดด้อยค่า แม่ทัพภาคที่ 4 และเอาใจผู้นำประเทศกัมพูชา ตามที่เป็นข่าวนั้น

โดย “ลูกหมี” นายชุมพล จุลใส ได้กล่าวกับกลุ่มมวลชนที่ร่วมแสดงจุดยืนว่า ตนมาวันนี้มาในฐานประชาชนผู้รักชาติ ไม่ได้มาปลุกระดมแต่อย่างใด ทุกคนนัดหมายกันทางสื่อ ออนไลน์ เพื่อมาให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ถูกนายกรัฐมนตรีด้วยค่าและบอกว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกัน ขณะเดียวกันกลับพูดเอาใจผู้นำประเทศกัมพูชา คนไทยได้ฟังคลิปนี้จะรู้สึกว่า ประเทศไทยเสียเกียรติภูมิอย่างมาก ที่มีผู้นำแบบนี้ จึงเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก

ในช่วงท้ายของการปราศรัย “ลูกหมี” กล่าวว่า ถ้าเขาไม่ออก พวกราก็จะออกเอง เพราะพวกเราจะไม่ทรยศต่อคะแนนเสียงที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชานชาวชุมพร จากนั้นได้เชิญ พ.อ.โชติ ยิกุสังข์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 / รองผอ.กอ.รมน.ชุมพร เป็นผู้แทนขึ้นรับช่อดอกไม้ เพื่อเป็นกำลังใจส่งผ่านไปยังแม่ทัพภาคที่ 2

ต่อมา นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร ได้ขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์และจุดยืนถึงกรณีดังกล่าว และมอบแถลงการณ์ให้ สส.ชุมพร ทั้ง 3 คน ผ่านไปถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ สส.ชุมพร ทั้ง 3 คนสังกัดอยู่

โดย นายนพพร ได้อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า แถลงการณ์ข้อเรียกร้องของประชาชนชาวจังหวัดชุมพร นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์พิพาทบริเวณแนวชายแดนไทย -กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 และพฤติการณ์ของผู้นำรัฐบาลที่แสดงออกถึงการด้อยความสามารถ ขาดวุฒิภาวะผู้นำ ข้าพเจ้าและประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ผู้เคารพและเทิดทูนไว้สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 14.30 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกมา แถลงยอมรับว่า คลิปเสียงที่เผยแพร่ออกมานั้น เป็นคลิปเสียงของตนสนทนากับสมเด็จฮุนเซนจริง โดยมีเนื้อหาพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน พาดกลาง ว่า “เป็นคนของฝ่ายตรงข้าม” รวมทั้งเป็นการด้อยค่า ไม่ให้เกียรติทหาร และกองทัพ ที่ทำหน้าที่รักษาอธิปไตย

อีกทั้งการสนทนาเป็นลักษณะการยินยอมอ่อนข้อและอ่อนน้อม โดยได้แสดงท่าที ที่พร้อมจะตอบสนองความต้องการ ที่สมเด็จฮุนเซนเรียกร้อง เรารู้สึกผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของผู้นำประเทศ ที่ขาดจิตสำนึก การกระทำของผู้นำรัฐบาลเช่นนี้ ทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างใหญ่หลวง และประชาชนคนไทย หมดความเชื่อถือ ศรัทธา

จากพฤติกรรมดังกล่าวของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บัดนี้ ความอดทนของคนในชาติ ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ข้าพเจ้าและประชาชนชาวจังหวัดชุมพร จึงขอส่งกำลังใจให้ แม่ทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน พาดกลาง พร้อมด้วยทหารทุกนาย ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย พวกเราชาวจังหวัดชุมพร จึงมีข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

  1. ให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  2. ขอให้พรรครวมไทยสร้างชาติ ทบทวนการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

กระผมนายนพพร อุสิทธิ์ และประชาชนชาวจังหวัดชุมพร พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจน ผมไม่ได้ออกมาในนามนักการเมือง หรือทีม พลังชุมพร แต่ในฐานะประชาชน ขอแสดงออกเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพวกผมขอย้ำกับทุกคนว่า “เราจะไม่ยอมสูญเสียแผ่นดินไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียวให้กับประเทศใด”

ภายหลังการรวมพลังแสดงจุดยืน นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.เขต 1 ,นายสันต์ แซ่ตั้ง เขต 2 , นายชุมพล จุลใส เขต 3 ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ทางกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรค ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนแล้วว่า ขอให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชองด้วยการลาออก ต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งจุดยืนก็ตรงกับความต้องการของประชาชนชาวชุมพรอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทีวา เวนเจอร์ จับมือ นิฮอน เอ็มแอนด์เอ.แห่งญี่ปุ่นยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอี.(SMEs)ไทยพร้อมแข่งขันในเวทีโลก

บริษัท ทีวา เวนเจอร์ จำกัด (TVA Venture) และบริษัท นิฮอน เอ็มแอนด์เอ เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Nihon M&A Center (Thailand)) ได้ลงนามใน MOU เพื่อร่วมมือกันสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีเป้าหมายในการขยายกิจการ ควบรวม หรือแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งในประเทศและระดับสากล

ทีวา เวนเจอร์ เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการควบรวมกิจการ การระดมทุน การปรับโครงสร้างธุรกิจและการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “Respect, Trust & Collaboration (RT&C) นาย ชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานบริษัท ทีวา เวนเจอร์ กล่าวว่า
“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเชื่อมโยงระหว่างไทยกับญี่ปุ่น แต่คือการสร้างโครงสร้างสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดทางทุนและโอกาส ความเชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ผสานกับความเข้าใจเชิงลึกของ ทีวา เวนเจอร์ ต่อบริบทธุรกิจไทย จะช่วยผลักดัน SMEs ให้กลายเป็นกิจการที่นักลงทุนต่างชาติพร้อมร่วมมือในระยะยาว”

ในโอกาสนี้ยังมีการเปิดตัวพันธมิตรด้านการลงทุนจากญี่ปุ่น “A to G Capital” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเข้าลงทุนในกิจการกลุ่มประเทศ ASEAN ที่มีศักยภาพ โดยจะเข้าถือหุ้น ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างมีระบบ ก่อนส่งต่อให้กับนักลงทุนรายใหญ่ในระยะต่อไป ซึ่งถือเป็นเครื่องมือเร่งการเติบโตของกิจการไทยให้เข้าสู่ระดับสากลได้เร็วและมั่นคงยิ่งขึ้น

นางสาว รมนต์อร บุญเรือง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวา เวนเจอร์ เเละเลขาธิการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอีไทย) กล่าวว่า “ผู้ประกอบการ SMEs ไทยจำนวนมากมีสินค้าที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีนวัตกรรมที่แข่งขันได้ และทีมผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนหรือการจับมือกับพันธมิตรระดับสากล ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูสำคัญให้กับธุรกิจเหล่านี้สามารถเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างแท้จริง และจากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับภาคธุรกิจ SME มาโดยตลอด พบว่าหลายกิจการมีศักยภาพอย่างชัดเจน สิ่งที่ต้องการมากที่สุดในวันนี้ คือเครื่องมือที่สามารถแปลงศักยภาพนั้นให้กลายเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน ซึ่งโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มในจุดนั้นได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรม”

นิฮอน เอ็มแอนด์เอ เซ็นเตอร์ เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการควบรวมและซื้อกิจการจากประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2534 และมีประสบการณ์ดำเนินธุรกรรม M&A มากกว่า 10,000 รายทั่วญี่ปุ่น โดยในช่วงปี 2564–2567 ยังได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็นบริษัทที่ให้บริการที่ปรึกษา M&A สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากที่สุดในโลก นาย ทากะโนะซุเกะ คิกาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิฮอน เอ็มแอนด์เอ เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า
“การทำ M&A ไม่ใช่เพียงการจับคู่ธุรกิจ แต่คือการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งการเงิน กลยุทธ์ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้กิจการสามารถเติบโตได้จริง ความร่วมมือกับทีวา เวนเจอร์ จะทำให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงความเชี่ยวชาญและเครือข่ายจากนักลงทุนทั้งญี่ปุ่นและยุโรปได้อย่างเป็นระบบ”

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงนักลงทุนกับกิจการไทย แต่ยังถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง และยกระดับศักยภาพของ SMEs ไทยให้พร้อมแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การอบรมเชิงลึก และกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในปี 2568 เพื่อร่วมยกระดับศักยภาพของ SMEs ไทยให้เตรียมความพร้อมสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ทีวาเวนเจอร์ #รมนต์อร #MA&P #ที่ปรึกษาการลงทุน #เอสเอ็มอี #สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย #นิฮอนเอ็มแอนด์เอ #NihonM&A

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมชาวอีสานพัทยา จัดงาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” สร้างความกลมเกลียวพี่น้องที่ราบสูง

ค่ำวันที่ 21 มิ.ย.68 สมาคมชาวอีสานพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดปัจจุบัน ได้จัดงาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” ที่ลานปิติ THE BAY ชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ด้วยสมาคมชาวอีสานพัทยา ซึ่งเป็นสมาคมที่ดำเนินกิจกรรมทางด้านการกุศลและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาโดยตลอด ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนอีสานที่มาประกอบกิจการหรือมาทำงานในเขตเมืองพัทยาและสมาชิกทั่วไป

กิจกรรมดังกล่าวจึงเกิดความร่วมมือกันจัดขึ้นเพื่อเป็นการ เปิดโอกาสให้สมาชิก คณะกรรมการ ที่ปรึกษา และแขกผู้มีเกียรติ ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ ภายใต้ชื่องาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” ขึ้น โดยพบว่าบรรยากาศของกิจกรรมเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนาน

ช่างสักกว่า 27 ประเทศ เตรียมกระหึ่มร่วมงานประกวดรอยสักนานาชาติ “TATTOO AMAZING FEST PATTAYA 2025”

มีรายงานว่า นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรมศวร์ งามพิเชษฐ์  นายกเมืองพัทยา, นางสาวสุนิสา ลี ผู้จัดงานฯ, พล.ต.ต.เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล​ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนภาคกลางและภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) TCEB และ นายนิติกร นิลศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้า รอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา ร่วมแถลงข่าว “International Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025“ ครั้งที่ 2  ภายใต้แนวคิดใหม่ "THE RISE OF EASTERN"  โดยมี กลุ่มช่างสักลายในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งที่บริเวณลานน้ำพุ ชั้น G ศูนย์การค้า รอยัลการ์เด้น พลาซ่า พัทยา จ.ชลบุรี  เมืองพัทยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้นพลาช่า พัทยา และ กลุ่มช่างสักลายในพื้นที่เมืองพัทยา เตรียม จัดงานประกวดรอยสัก Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025 ภายใต้แนวคิดใหม่ "THE RISE OF EASTERN" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่น พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองพัทยาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง อีกทั้งเพื่อเป็นเวทีสำคัญในการผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีนานาชาติ และเป็นการพัฒนาทักษะการ สักลาย ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งการจัดงานประกวดรอยสัก “International Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025“ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิดใหม่ “THE RISE OF EASTERN” ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การค้า รอยัลการ์เด้น พลาซ่า พัทยา จะเป็นการรวบรวมช่างสักที่มีฝีมือระดับนานาชาติ มากกว่า 27 ประเทศ ซึ่งภายในงานจะ มีกิจกรรมประกอบด้วย การประกวดรอยสัก การออกบูธกิจกรรม การแลกเปลี่ยนเทคนิคความรู้เกี่ยวกับรอยสัก นับว่าเป็นการสร้างกระแสของกลุ่ม Tattoo ต่อไป

มวลมิตรร่วมงานสุขสันต์วันคล้ายวันเกิด “ลิซ่า” นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา อบอุ่นและครื้นเครง

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้จัดเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 50 ปีบริบูรณ์ ที่ร้านกาฬเวลา ถนนเฉลิมพระเกียรติ พัทยาสายสาม

โดยภายในงานมีแขกเหรื่อยร่วมแสดงความยินดีและอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของคุณลิซ่ากันอย่างคับคั่ง ทั้งตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน นักธุรกิจ นักการเมือง ตลอดจนข้าราชการ และมิตรสหาย เข้าร่วมสังสรรค์กันอย่างอบอุ่นและครื้นเครง

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ถือเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ทำงานอย่างหนักเพื่อปากเสียงของพี่น้องธุรกิจท่องเที่ยว มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการแสดงจุดยืนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองพัทยามาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นคนใจบุญที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคมบ่อยครั้งจนเป็นที่รู้จักอย่างดีในเมืองพัทยา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ดร.เฉลิมชัย” นำทัพ ทช. ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่งและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล สู่การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดประชุมความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของชุมชนชายฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ครั้งที่ 3 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุม พร้อมมอบเข็ม “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” ให้แก่ผู้ที่ประกอบคุณงามความดีที่เป็นประโยชน์ต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มอบเงินอุดหนุน และอุปกรณ์จัดเก็บขยะให้กับผู้แทนชุมชนชายฝั่งที่เข้าร่วม

โครงการกับกรม ทช. และมอบบัตรประจำตัวให้แก่สมาชิกอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (อสทล.) ในการนี้มี นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวง ทส. นายเผด็จ ลายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด

กรม ทช. ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชนชายฝั่ง อาสาสมัครพิทักษ์ทะเลที่ทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และประชาชนในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมประชุม ณ โรงเรียนประจวบวิทยาลัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. กล่าวว่า “ชุมชนชายฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิด และได้รับผลกระทบโดยตรง สามารถให้ข้อมูล ติดตาม ตรวจสอบ หรือแจ้งเหตุผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ

ทรัพยากรของประเทศร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การสร้างความเข้าใจร่วมกันในบทบาทหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู ป้องกัน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ในวันนี้ต้องขอขอบคุณทุกความร่วมมือในการทำงานของพี่น้องเครือข่ายทุกท่าน ที่ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศต่อไป“

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรม ทช. กล่าวว่า “กรมฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของ รมว.ทส. ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจให้พี่น้องเครือข่ายฯ ในการดูแลอนุรักษ์และป้องกันการทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมาอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงเป็นช่องทางในการติดต่อ

ประสานงาน สร้างความเข้าใจ รวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แก้ไขปัญหา ทำให้เกิดความร่วมมือเป็นเครือข่าย อสทล. จนเกิดเป็นความเข้มแข็ง มีการทำงานอย่างเป็นรูปแบบและรูปธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งปัจจุบันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชุมชนที่ขึ้นทะเบียนจดแจ้งกลุ่มกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจำนวน 17 กลุ่ม และมีอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล จำนวน 954 คน

ที่เข้ามาร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ ทั้งนี้ กรม ทช. ยังเปิดช่องทางสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362 สำหรับรับแจ้งเหตุเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายากหรือการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเล เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที“

//////////////////////

ข่าว ณีฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 064964644

นักวิ่งกันดุ๊ กว่า 3,500 คน ลงสนาม “RUN KHAN DO #2/6 ที่ สนามบางสะพาน

ช่วงเย็นวันที่ 18 พ.ค.68 ที่ชายหาดบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do II “วิ่งกันดุ๊ 2” Track 2 (สนามที่ 6 ) อำเภอบางสะพาน โดยมี นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักวิ่งและนักท่องเที่ยวกว่า 3,500 คน เข้าร่วมกิจกรรม

ตามที่ จ.ประจวบฯ ได้กำหนดกิจกรรมวิ่ง Run Khan Do II “วิ่งกันดุ๊ 2” ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ และระดับจังหวัด รวม 9 ครั้ง โดยได้กำหนดให้อำเภอปราณบุรีจัดกิจกรรม Run Khan Do II “วิ่งกันดุ๊ 2” เป็นที่แรก และในวันนี้เป็นสนามที่ 6 ของอำเภอบางสะพาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดประจวบฯ รักษ์สุขภาพ ให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี มีร่างกายแข็งแรง และเพื่อส่งเสริม เศรษฐกิจสุขภาพ ( Economy) ในระดับอำเภอ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” รวมทั้งจังหวัดรักษ์สุขภาพที่จะนำไปสู่การสร้าง ”สุขภาพที่ดี วิถีคนประจวบ” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสร้าง

สุขภาพโดยการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างเครือข่ายสุขภาพในระดับชุมชน อำเภอ และจังหวัด และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ในระดับอำเภอ ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง ระยะทาง 5 กิโลเมตร มีการออกร้านขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 9 แห่ง ร่วมทั้งชมรมกำนัน

ผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางสะพาน และร้านค้าชุมชน บริษัทและเครือข่ายต่างๆ นำของกิน อาหาร เครื่องดื่มมาบริการ กว่า 30 ร้าน หลังจากจบการแข่งขันได้มีการมอบรางวัล และมอบธงกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do II “วิ่งกันดุ๊ 3” ให้กับอำเภอกุยบุรี มี นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และนักวิ่งชาวกุยบุรี มาร่วมรับธง ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมในสนามต่อไป

ทั้งนี้กิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do II “วิ่ง กัน ดุ๊ 2” จะจัดขึ้นทุกวันพุธของสัปดาห์ ทั้งหมด 9 ครั้ง แบ่งออกเป็นระดับอำเภอ 8 ครั้ง และวิ่งระดับจังหวัด 1 ครั้ง สนามแรกที่ อ.ปราณบุรี วันที่ 14 พ.ค.68 / สนาม 2 อ.ทับสะแก วันที่ 21 พ.ค.68 / สนาม 3 อ.หัวหิน วันที่ 28 พ.ค.68 / สนาม 4 อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 4 มิ.ย.68 / สนาม 5 อ.สามร้อยยอด วันที่ 11 มิ.ย.68 / สนาม 6 อ.บางสะพาน วันที่ 18 มิ.ย.68 / สนาม 7 อ.กุยบุรี วันที่ 25 มิ.ย.68 / สนาม 8 อ.บางสะพานน้อย วันที่ 2 ก.ค.68 และสนามระดับจังหวัดฯ อ.เมืองประจวบฯ วันที่ 9 ก.ค.68

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พัทลุงรับไม้ต่อ “โคราชเกมส์” เตรียมจัด “โนราห์เกมส์” เจ้าภาพการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 18 ปีหน้า

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมนกยูง 1–2 ชั้น 4 โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมานายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา และคณะผู้แทนจากจังหวัดพัทลุง ร่วมแถลงข่าวรับมอบเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “โนราห์เกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ปีหน้า ณ จังหวัดพัทลุง


หลังจากการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 “โคราชเกมส์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–21 มิถุนายน 2568 สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ จังหวัดพัทลุงก็ได้รับการประกาศเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการสำหรับการจัดการแข่งขันครั้งต่อไป นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า จังหวัดพัทลุงแม้จะเป็นจังหวัดขนาดเล็ก แต่มีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้าน ทั้งประสบการณ์การจัดการแข่งขันกีฬาใหญ่ระดับชาติ สนามกีฬามาตรฐาน ที่พักสะดวกเพียงพอ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน และที่สำคัญคือความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่พร้อมผลักดันให้การแข่งขันในปีหน้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประทับใจ


“พัทลุงคือเมืองแห่ง ‘เขาป่านาเล’ ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันงดงาม ทั้งป่า เขา น้ำตก ทะเลน้อย และวิถีชีวิตชุมชนที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง เราพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี และขอเชิญชวนนักกีฬาทุกจังหวัด รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ มาเยือนพัทลุงทั้งเพื่อร่วมแข่งขัน ร่วมเชียร์ และท่องเที่ยวไปพร้อมกัน” ผู้ว่าฯ พัทลุงกล่าว


นอกจากนี้ พัทลุงยังมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ล่องแก่งชมคลอง ขับรถ ATV ผจญภัยในธรรมชาติ ล่องเรือทะเลน้อยชมดอกบัวและนกนานาชนิด เที่ยวตลาดชุมชน พร้อมทั้งกราบไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเกจิดังในพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนความงดงามของพัทลุงในทุกมิติ


การแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 18 “โนราห์เกมส์” จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งพลังของผู้สูงอายุจากทั่วประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสทองในการสัมผัสเสน่ห์เมืองพัทลุงอย่างแท้จริง

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

กลุ่ม บ.น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 กลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฉลองวาระครบรอบ 60 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ โดยให้การสนับสนุนเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานคอนเสิร์ตหมอลำมหาชนระดับประเทศจากคณะระเบียบวาทะศิลป์ ณ ลานจอดรถบรรทุกอ้อย โรงงานน้ำตาลครบุรี ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะบริจาคเข้าสมทบกองผ้าป่าสามัคคีเพื่อพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนบ้านคลองยาง (มูลบนอุปถัมภ์) ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลในครั้งนี้ได้

รับการสนับสนุนจากคณะผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารโรงเรียน และพี่น้องประชาชนจำนวนมากทั้งในพื้นที่อำเภอครบุรีและต่างพื้นที่เข้าร่วมงานและร่วมบริจาคเงินสมทบเข้ากองผ้าป่าสามัคคีเพื่อพัฒนาการศึกษา

ของโรงเรียนบ้านคลองยาง (มูลบนอุปถัมภ์) ประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดงานที่ตั้งไว้ นับเป็นประวัติการณ์งานกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ยกระดับความปลอดภัยตู้ทำน้ำดื่มในโรงเรียน สังกัด สพฐ.

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ตรวจสอบและปรับปรุงระบบไฟฟ้า ตู้ทำน้ำดื่ม ให้กับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. จังหวัดนครปฐม ภายใต้โครงการชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA ประจำปี 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. นายพานุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 3 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีการส่งมอบโครงการตรวจสอบและปรับปรุงตู้น้ำดื่มโรงเรียนในสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายใต้โครงการ "ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA"  ณ โรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน ตำบลกำแพงแสน  อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายรณภพ เวียงสิมมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นางพัชรี เรือนอินทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม นางสาวฉันทนา ภุมมา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน ผู้บริหาร กฝก.3 และคณะทำงาน ในการนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน   พร้อมด้วยปลัดอำเภอกำแพงแสน ผู้แทนส่วนราชการ นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน  นายสมเกียรติ  อ.สงวน  ผู้จัดการไฟฟ้าสวนภูมิภาค  อำเภอกำแพงแสน

ได้เป็นเกียรติร่วมพิธีการส่งมอบโครงการดังกล่าว และติดสติกเกอร์ “ผ่านการตรวจสอบโดย PEA” บริเวณตู้น้ำดื่มและร่วมกดน้ำเพื่อประชาสัมพันธ์ถึงความเชื่อมั่นในการใช้ตู้น้ำดื่มที่มีความปลอดภัย กิจกรรมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้งานระบบไฟฟ้า,การทำ CPR การใช้งานตู้น้ำดื่ม และข้อควรระวัง (สำหรับนักเรียน) และสอนวิธีการตรวจสอบ RCBO เบื้องต้น (สำหรับครู/เจ้าหน้าที่โรงเรียน)
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน ปากคาดเกษตรเฟสติวัล ชูทุเรียนหมอนทอง “ทุเรียนราคา” ของดีบึงกาฬ

ดูเรื่องนี้

จังหวัดบึงกาฬเตรียมจัดงานปากคาดเกษตรเฟสติวัล เพื่อโปรโมทผลไม้ในท้องถิ่น ในชื่อทุเรียนหมอนทองของบึงกาฬ ทุเรียนนาคา เพื่อเป็นอัตลักษณ์และจำชื่อได้ง่าย ชูรสชาติหวานหอม กรอบอร่อย และเปลือกบางด้วย

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 ณ สวนพูนทรัพย์ บ้านห้วยไม้ซอด ม.9 ต.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน ปากคาดเกษตรเฟสติวัล ครั้งที่ 4 ประจำปี 2568 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปากคาด ร่วมกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 มิ.ย.นี้ พร้อมชูทุเรียน ของอำเภอปากคาด เพื่อเป็นอัตลักษณ์และจำชื่อได้ง่าย ซึ่งส่วนมากชาวสวนมักนิยมปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองกันมาก มีรสชาติหวานหอม กรอบอร่อย และเปลือกบางด้วย โดยมี นายบุญเหลือ ราชภักดี นายก อบต.ปากคาด คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อบต.และชาวสวนผลไม้ในอำเภอปากคาด ร่วมในงานแถลงข่าวด้วย

จากนั้น นายจตุรพร ผานาค นักสื่อสารมวลชนปฏิบัติการ สวท.บึงกาฬ ได้เป็นผู้ดำเนินรายการเปิดการเสวนา มีผู้ร่วมรายการประกอบด้วย 10 คน 1.นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ 2.นายไตรภพ รำเพยพล รองนายก อบจ.บึงกาฬ 3.นายบุญเหลือ ราชภักดี นายก อบต.ปากคาด 4.นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด 5.นายสัมรวย มีจินดา เกษตร อ.ปากคาด 6.นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬา จ.บึงกาฬ 7.รองผอ.ททท.สำนักงานอุดรธานี 8.นายประจักษ์ แสนสุภา เจ้าของสวนผลไม้พูนทรัพย์ 9.นายธีรวัฒน์ สนิทชน ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ 10.ผู้แทนเกษตรจังหวัดบึงกาฬ

นายบุญเหลือ ราชภักดี นายก อบต.ปากคาด กล่าวว่า ในการจัดงานปีที่ผ่านมา มีชาวบ้านสนใจและรู้จักผลไม้อำเภอปากคาด มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ การจัดงาน “ปากคาดเกษตรเฟสติวัล” จึงเป็นการเปิดตลาดให้ผู้นิยมชมชอบผลไม้ไทยได้มาซื้อมาไปรับประทาน เป็นการเปิดตลาดการเกษตรเชิงท่องเที่ยวไปในตัวด้วย แต่ปีนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าปีที่แล้ว นอกจากการแข่งขันการกินผลไม้แล้ว ยังมีการโชว์ “ควายงาม” การแข่งส้มตำลีลา ซึ่งเป็นกิจกรรมสนุกสนาน การแสดงสินค้ากลุ่ม OTOP ทั่วทั้งจังหวัดกว่า 50 กลุ่ม ช่วงกลางคืนก็จะมีการประกวดนางงามผลไม้ การแข่งกินผลไม้ ซึ่งจัดเป็นปีแรก มีทั้งประเภทชาย และหญิง

นายก อบต.ปากคาด กล่าวอีกว่า นอกจากนี้มีการเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชการเกษตร ประกวดแต่งชุดแฟนซีผลไม้ การจัดงานในครั้งนี้เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะส่งเสริมช่องทางในการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือ และสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอีกด้วย จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของอำเภอปากคาดและจังหวัดบึงกาฬ ด้วย

ด้าน นายสัมรวย มีจินดา เกษตร อ.ปากคาด กล่าวว่า การจัดงานปากคาดเกษตรเฟสติวัล ในครั้งนี้ เป็นการจัดงานที่รวมคนหลายสาขาอาชีพ ทั้งจากชาวสวนที่เป็นเกษตรกรต้นแบบที่มีองค์ความรู้มีประสบการณ์ ส่วนผู้คนที่มาเที่ยวชมงาน ซึ่งประกอบอาชีพสาขาวิชาอาชีพอื่น ก็ได้มาพบปะกับแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชาวสวนผลไม้ตัวจริง ซึ่งถือว่าอำเภอปากคาดเป็นแหล่งที่ท้าทาย เพราะมีการปลูกพืชหลากหลายทั้งยางพารา และก็พืชผลไม้หลากหลายชนิด ที่ปากคาดจึงเป็นแหล่งที่มีศักยภาพมาก ที่ผ่านมายุทธศาสตร์การเกษตรมีการปลูกยางพารากันมาก แต่เนื่องจากว่ายางพาราราคาตกต่ำ จึงมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงปลูกพืชผลไม้มาทดแทนยางพารา ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยว.

จังหวัดบึงกาฬ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมงาน เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์ของชุมชนเกษตร พร้อมสนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่ตลาดที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล ผู้สื่อข่าวบึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรนาน้อย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกมะขาม ในพื้นที่ต.เชียงของ อ.นาน้อย จ.น่าน

สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกมะขาม ในพื้นที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เพื่อให้คำแนะนำตามหลักการทางวิชาการ เกี่ยวกับการดูแลรักษาไม้ผล

เช่น มะขาม เนื่องด้วยสถานการณ์สภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงนี้ อาจส่งผลต่อการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชในมะขาม ทั้งนี้ผลผลิต มะขามส่วนใหญ่อยู่ในระยะสำคัญคือช่วง

กำลังออกดอกและเริ่มติดฝักอ่อน (ระยะฝักดาบ) จึงได้เน้นย้ำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลง และเฝ้าระวังการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชที่อาจเข้าทำลายผลผลิตในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

เรื่องและเรียบเรียง /นางสาวบัณฑิตา เผือทะนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย
/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงานมหัศจรรย์ทุเรียนเมืองพระยาพิชัย ระหว่างวันที่ 20-22 มิ.ย นี้

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจิรญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานมหัศจรรย์ทุเรียนเมืองพระยาพิชัย

พร้อมด้วยนางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศสำนักงาน แพร่-อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานในครั้งนึ้

ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวว่า จากความพิเศษของทุเรียน GI หลง หลิน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งปัจจุบันสามารถปลูกได้หลายอำเภอมากขึ้นทั้ง อำเภอลับแล อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอท่าปลา

และอีกหลายพื้นที่ของจังหวัด สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปีละ 2 พันกว่าล้านบาทและผู้คนทุกภูมิภาคได้กล่าวถึงความอร่อยว่ารสชาติไม่เหมือนที่อื่น แม้จะนำไปปลูกภาคตะวันออก หรือภาคกลาง ความเป็นที่หนึ่ง

ของเนื้อและรสชาติ ยังเป็นของจังหวัดอุตรดิตถ์ดังนั้นเราต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และช่วยกันเปิดพื้นที่ ดังเช่นการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร รวมทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจ

เข้ามาสัมผัสบรรยากาศงาน มาชิม มาฟิน ทุเรียน หลง หลิน ของจังหวัดอุตรดิตถ์ และสินค้า อาหารผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย ในช่วงวันที่ 20 – 22 มิถุนายน 2568 นี้ โดยในวันนี้มีกิจกรรมนาทีทองลดราคาทุเรียนกิโลกรัมละ 50 บาท มีจำนวนจำกัด 100 กิโลกรัมเท่านั้นซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์ อุตรดิตถ์
.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษเปิดงานทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2568 เชิญชวนให้มา ลิ้มรส “ทุเรียนภูเขาไฟ หอมหวานละมุนลิ้นกลิ่นไม่ฉุน

เชิญเที่ยวชม ลิ้มรส “ทุเรียนภูเขาไฟ หวานมัน เนียนนุ่ม” ไม่เหมือนใคร กับเต็นท์ติดแอร์ขนาดใหญ่ บรรยากาศที่เย็นฉ่ำ กับเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มิถุนายน 2568 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
***เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มิถุนายน 2568 เพื่อประชาสัมพันธ์ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณภาพ เพิ่มช่องทางการการตลาด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษด้วย มี นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานฯ ในครั้งนี้

***นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษถือได้ว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของอีสานใต้ เพราะนอกจากเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ หอมแดง กระเทียม ที่มีคุณภาพมาตรฐานจนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งปลูกผลไม้คุณภาพดี โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เนื่องจากปลูกในพื้นที่ที่มีดินอุดมสมบูรณ์จากดินลาวา และความชุ่มชื้นแนวป่าเทือกเขาพนมดงรัก ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ และศรีรัตนะ ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทุเรียนภูเขาไฟจึงเปรียบเสมือนหัวรถจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนภาคการเกษตร รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและการบริการ เช่น ที่พัก ร้านอาหาร และอื่นๆ ให้ได้รับประโยชน์ไปด้วย โดยในปี 2568 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 20,550 ตัน มูลค่าผลผลิต 2,856,450,000 ล้านบาท จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดจัดงานเพื่อประชาสัมพันธ์ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณภาพ เพิ่มช่องทางการการตลาด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษอีกด้วย

***นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้ขับเคลื่อนวาระจังหวัดเพื่อเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน บรรลุวิสัยทัศน์ “ดินแดนเกษตรปลอดภัย การค้า การท่องเที่ยวครบวงจร” ซึ่งจังหวัดได้ให้ความสำคัญกับสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะทุเรียนภูเขาไฟจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผลไม้ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่มีรสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมปานกลาง เนื้อละเอียด เนียนนุ่ม แห้ง สีเนื้อเหลืองสม่ำเสมอทั้งผล ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ให้กับเกษตรกร และทุกภาคส่วนในจังหวัดอย่างทั่วถึง

***สำหรับกิจกรรม ภายในงานประกอบด้วย การจำหน่ายผลผลิต ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีคุณภาพและมาตรฐาน จากเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ กลุ่ม OTOP วิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer และกลุ่มองค์กรเกษตรกร นำมาจำหน่ายโดยตรงให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร อาหารจากทุเรียน และสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากทุเรียนและสิ่งเหลือใช้จากทุเรียน และจุดที่สำคัญคือ ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนจัดในปีนี้ ทางจังหวัดได้มีการจัดเต็นท์ขนาดใหญ่ ติดแอร์ ดั่งให้นักท่องเที่ยวทุกท่าน ได้เที่ยว ชม ชิมทุเรียนภูเขาไฟ ในห้างสรรพสินค้า แอร์ที่เย็นฉ่ำ สัมผัสกลิ่นอายของชาวศรีสะเกษ ผ่านสินค้าโอท็อป งานนี้พลาดไม่ได้
/////////////////////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่”ยกระดับ” พลังความร่วมมือแนวทาง CSR / “หมอรุ่ง” ณัฐ วังกาวรรณ นายกทต.สวนเขื่อนแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนเข้ารับตำแหน่งฯ

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ปฏิบัติการวิชาชีพแก้วกาสะลอง วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้ นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีรับมอบศูนย์การเรียนรู้ “ยกระดับพลังความร่วมมือกับบริษัท 21

ซันแพชชั่น (Partnership college)” และมอบนโยบายด้านการศึกษาและแนวทาง CSR ร่วมกัน โดยมี นายอนรรฆ ชนาธินาถพงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ พร้อมคณะผู้บริหารฯ ครู-อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ให้การต้อนรับ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นายบุญธรรม เกี้ยวฝั้น ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 2 คณะกรรมการการศึกษาร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

โดยกิจกรรมดังกล่าว วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ได้ดำเนินการจัดทำบันทึกความร่วมมือกับบริษัท 21 ซันแพชชั่น เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนนโยบาย “ยกระดับพลังความร่วมมือกับบริษัท 21 ซันแพชชั่น (Partnership college)” ภายใต้แนวทางการทำงานที่เน้น “เรียนดี มีความสุข” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการร่วม

พัฒนา และสนับสนุนสถานศึกษารวมถึงการพัฒนาคุณภาพและรังสรรค์นวัตกรรมการบริหารจัดการของสถานศึกษาเพื่อให้สถานศึกษาได้รับโอกาสในการพัฒนาอย่างทั่วถึง นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่สร้างความสุขให้ผู้เรียน โดยได้รับสนับสนุน 5 ด้าน ได้แก่ 1.สนับสนุนทุนการศึกษา 2.พัฒนาห้องเรียนต้นแบบช่วยจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยี 3.ส่งบุคลากรจากสถานประกอบการร่วมสอน 4.ออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดแรงงาน และ 5.สร้างเส้นทางอาชีพ ฝึกงาน – จ้างงานจริง

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

“หมอรุ่ง” ณัฐ วังกาวรรณ นายกทต.สวนเขื่อนแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนเข้ารับตำแหน่งฯ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2568 เทศบาลตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ได้จัดการประชุมสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปีพ.ศ.2568 ครั้งที่ 1 ณ.ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ซึ่งมี นางชลดา หม้อกรอง ประธานสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน นางสาวนงเยาว์ สวนสง่า เลขานุการ และสมาชิกสภาทั้ง 2 เขต นางยุพิน ทองเทพ ปลัดเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ผู้อำนวยการ กองต่างๆ เข้าร่วม

ทั้งนี้ “หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน พร้อมคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย ร.ต.อ.สมฤทธิ์ เขื่อนแก้ว รองนายกเทศ
มนตรี (คนที่ 1) นายธีรภพ เขื่อนสี่ รองนายกเทศมนตรี (คนที่ 2) นายเสถียร เขื่อนเก้า เลขานุการนายกเทศมนตรี นางกัญฐณา สิริกรวัฒนกุล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เข้าร่วมการประชุมด้วย

ในการนี้ “หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน 7 ด้านฯ เพื่อทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนตำบลสวนเขื่อน

“หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน กล่าวว่า 4 ปี หรือ 48 เดือน ต่อจากจากนี้ไปผมพร้อมผู้บริหารจะทำหน้าที่ตามระเบียบของทางราชการ คงจะไม่ตามใจพี่น้องประชาชนอย่างที่ผ่านมา เพราะว่า 4 ปีก็จะครบ 2 วาระของผม กลังจากนั้น ผมต้องวางมือจากการเมือง ผมมีความตั้งใจจะทำหน้าที่ผู้บริหารเทศบาลตำบลสวนเขื่อนเต็มความสามารถ ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากสมาชิกสภา ฝ่ายข้าราชการฯ เทศบาลตำบลสวนเขื่อน ฝ่ายปกครองในตำบลสวนเขื่อน

ในโอกาสนี้ นางยุพิน ทองเทพ ปลัดเทศบาลตำบลสวนเขื่อนได้มอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีแด่ นายณัฐ วังกาวรรณ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ร่วมแสดงความยินดีด้วย และทางฝ่ายสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน
นำโดย นางชลดา หม้อกรอง ประธานสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน พร้อมสมาชิกสภาได้มอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีแด่ นายณัฐ วังกาวรรณ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อนด้วย

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

เมียสุดทน ผัวหึงไม่รู้สาเหตุ จึงคว้ามีแทง ร้อนถึงตำรวจมาไกล่เกลี่ย ลงท้ายด้วยการหอมแก้ม

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ศูนย์วิทยุ “เวียงโกศัย” สภ.เมืองแพร่ ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาท เมียแทงผัว เหตุเกิดที่ข้างโรงสี ม.7 บ้านดอนดี ต.กาญจนา อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ หลังรับแจ้งทางร.ต.ท.พีรศักดิ์ กองรัตน์ ร้อยเวร 20 สภ.เมืองแพร่ ร่วมกับสายตรวจ ต.กาญจนา ออกตรวจสอบเหตุตามที่ได้รับแจ้ง ร่วมศูนย์กู้ชีพ เทศบาลตำบลสวนเขื่อน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียว มีนายสุรินทร์ ยวงแก้ว อายุ 57 ปี บ้านหมู่ 7 ต.กาญจนา อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่แคร่ใต้เพิงหน้าบ้านด้วยอาการเมา พร้อมชี้บาดแผลที่ถูก นางสุรีรัตน์ ไกยสวน อายุ 46 ปี ภรรยา แทงที่บริเวณ ข้างเท้าด้านในขาซ้าย มีรอยเลือดเล็กน้อย จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ต.สวนเขื่อน ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ระหว่างนั้น นายสุรินทร์ฯเปรยกับเจ้าหน้าที่ว่า สู้เมียไม่ได้เลย บ้านอื่นเมืองอื่น มีแต่ ผัวตีเมีย บ้านนี้ เมียตีผัว มีเรื่องกันครั้งใด แพ้ตลอด จนทำให้ตนเองกลัวหมด ไม่กล้าหือ วันนี้ก่อนเกิดเหตุ ทะเลาะกัน เมียได้ขึ้นไปเอามีดจากบนบ้านมา มาขึ้นคล่มตีจนตนเองโดนแทงเข้าที่เท้า จึงได้บอกพี่ชาย และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางด้าน นางสุรีรัตน์ฯ ภรรยา เผยว่า วันนี้น้องสาวจากบ้านเวียงทองพาแฟนมาเที่ยวหา จึงตั้งวงกันตั้งแต่เช้า เมื่อต่างคนต่างเมา นายสุรินทร์ฯ จึงมีอาการหึงหวงตนเองกับแฟนน้องสาว พูดอย่างนั้นอย่างนี้ ตนเองทนไม่ไหว จึงได้มีเรื่องกัน และตนเองเอามีดมาขู่ เพื่อให้สามีหยุดการหึงหวง แต่พลาดไปโดยเท้า เข้านิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยพูดคุยให้ทั้ง สองคนดีกัน เพราะเป็นคู่กันแล้ว อย่าให้มีเรื่องมีราวกัน อยู่กันอย่างสันติ รักกัน ก่อนที่จะให้ทั้ง 2 คน มาแสดงความรัก ด้วยการหอมแก้มให้อภัยกัน จบความบาดหมางหึงหวงในวงเหล้า ก่อนจะออกบ้านเกิดเหตุ ทั้งคู่ ได้ ยกมือไหว้ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ที่มาช่วยเหลือ และไกล่เกลี่ยให้รักกันเหมือนเดิม

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ​แม่ทัพภาค 2 นำคณะ พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2 เยี่ยมทหารบาดเจ็บเหตุ ฮ.ตก พร้อมมอบกระเช้าและเงินเป็นกำลังใจ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2568 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 (พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2) เดินทางเข้าเยี่ยมมอบกระเช้าผลไม้ และเงินเพื่อให้กำลังใจนายทหาร 8 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เฮลิคอปเตอร์ตกกระแทก

พื้น ขณะปฏิบัติภารกิจผลัดเปลี่ยนกำลังพลและส่งเสบียงยังฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 22 อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ มารอมอบดอกไม้และถ่ายเซลฟี่กับแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นจำนวนมาก

โดยผู้บาดเจ็บประกอบด้วยทหารพรานจาก กรมทหารพรานที่ 23 จำนวน 5 นาย, นักบิน 2 นาย และช่างเครื่องอีก 1 นาย และในโอกาสเดียวกัน นางสาวธนชนก

สุริยเดชสกุล ผู้แทนนักศึกษา พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2 ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนเพื่อเป็นกำลังใจแก่ทหารผู้บาดเจ็บ พร้อมกล่าวให้กำลังใจและชื่นชมในความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติด้วย

ทั้งนี้ ทหารที่ได้รับบัตรเจ็บขณะนี้มีอาการปลอดภัยทั้งหมด โดยมีเพียงทหารพราน 1 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่านายอื่น เนื่องจากขาซ้ายหักและแพทย์ผู้รักษาได้การผ่าตัดใส่เครื่องยึดให้เป็นเรียบร้อยแล้ว

พลโท บุญสิน ได้กล่าวให้กําลังใจนายทหารที่บาดเจ็บและครอบครัวที่มาเฝ้า โดยได้สอบถามถึงอาการทหารที่ได้รับบาดเจ็บแต่ละคนด้วยความห่วงใยว่าเป็น

อย่างไรบ้าง โดยมีแพทย์ผู้ให้การรักษาได้อธิบายถึงขั้นตอนการรักษาผู้บาดเจ็บแต่ละรายว่าได้ให้การรักษาอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีอาการบาดเจ็บเนื่องจากการถูกกระแทกอย่างแรงบริเวณแขนขาและชายโครง โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้

กล่าวอวยพรให้ทหารทุกนายหายจากอาการบาดเจ็บเป็นปกติโดยเร็ววันบุญสินพาดกลาง #แม่ทัพภาคที่2 #เยี่ยมทหารบาดเจ็บ #เฮลิคอปเตอร์ตก #โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ #วารินชำราบ #อุบลราชธานี #ศาลโลก

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #ทหารกัมพูชา #ทหารเขมร #ข่าวด่วน #ความมั่นคงชายแดน #ข่าวสุรินทร์ #ชายแดนไทยกัมพูชา #พนมดงรัก #สุรินทร์

#ปะทะชายแดน #ThaiArmy #BorderConflict #ปราสาทตาเมือนธม #ปราสาทตาควาย #ปราสาทตาเมือนโต๊ด #ช่องบก #สามเหลี่ยมมรกต #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัว “นากรักมาก ม๊ากมาก” ฮาสนั่น “เท่ง-โหน่ง” รวมตัวแกง “หม่ำ” ชุดใหญ่“ญดา-คริส” นำทีมสร้างตำนานรักม๊ากมาก ตลกม๊ากมาก

บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก”

ที่จะมาสร้างตำนานรักบทใหม่โรแมนติกม๊ากมาก คอมเมดี้ม๊ากมาก ให้สมกับที่สามตลกตัวพ่อ หม่ำ จ๊กมก, เท่ง เถิดเทิง และ โหน่ง ชะชะช่า กลับมาร่วมแสดงภาพยนตร์ร่วมกันอีกครั้งในรอบ 15 ปี ซึ่งโปรเจกต์ครั้งนี้พิเศษสุด ๆ เพราะ โหน่ง ชะชะช่า นั่งแท่นกำกับหนังเต็มตัวครั้งแรก เริ่มงานด้วยพิธีกร พัน พลุแตก กล่าวต้อนรับแผู้มเกียรติและสื่อมวลชนภายในงานและได้เปิดตัวอย่างเต็มของ

ภาพยนตร์ให้แขกในงานได้รับชมพร้อมกันเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็เรียกเสียงฮาตั้งแต่เริ่มงาน เมื่อพิธีกร พัน พลุแตกและเท่ง,โหน่ง รวมตัวแกงหม่ำหนักมาก เริ่มตั้งแต่กล่าวเชิญ โหน่ง ชะชะช่า ที่ควบบทบาทผู้กำกับและนักแสดง ต่อด้วยเท่ง เถิดเทิง ขึ้นมาบนเวที และเปิดตัว “นางนาก-พี่มาก” เวอร์ชั่นล่าสุดอย่าง ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร, คริส-พีรวัส แสงโพธิรัตน์ ร่วมด้วยนาย เดอะ คอมเมเดี้ยน และ ฟอร์ม ชลพิพรรธน์

แต่กลับข้ามชื่อ หม่ำ จ๊กมก นักแสดงรุ่นพี่คนสำคัญไปเฉย ๆ ทั้งที่เจ้าตัวก็รอตั้งแต่ชื่อแรก พอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เรียกหม่ำ ก็ดันไปเชิญแขกพิเศษหน้าเหมือนอย่าง หมวดหม่ำ ขึ้นเวทีแทน งานนี้ทำเอาพี่หม่ำหวิดวางมวยกันเลยทีเดียว เรียกเสียงฮาลั่นกันทั้งงานก่อนจะนำเข้าสู่การแถลงข่าวพูดถึงการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างสนุกสนาน นี่ขนาดงานแถลงข่าวยังแกล้งพี่หม่ำขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเป็นแผนของพี่โหน่งผู้กำกับหรือไม่

ต้องรอดูเลยว่าในหนังจะจัดหนักขนาดไหน ตำนานรักบทใหม่ของ “นากรักมาก ม๊ากมาก” เล่าเรื่องราวของ ปื๊ด (โหน่ง ชะชะช่า) ผู้กำกับหน้าเก่าไฟแร๊ง ร่วมมือกับ อังเคิล (เท่ง เถิดเทิง) ผู้ช่วยผู้กำกับคู่มือคู่เท้า ลุยสร้างหนังรีเมคจากตำนานรักอมตะ “นางนาก” หวังเขย่าวงการให้สะเทือน! แต่เรื่องกลับหลุดบทไปไกล เมื่อ “นางนากตัวจริง” (ญดา นริลญา) โผล่มาเล่นเอง! พร้อมภารกิจตามหารักแท้ที่กลับชาติมาเกิดเป็น คริส (คริส พีรวัส)

นักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง! เมื่อกองถ่ายหนังผีดันมีผีจริงร่วมจอ โปรเจกต์นี้จะปังจนเป็นตำนาน หรือพังจนเป็นตำนานกันแน่!?ปิดท้ายด้วยเรียนเชิญผู้บริหารจากบริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ, คุณอรอร อัครเศรณี กรรรมการผู้จัดการ The Nation, คุณชยานนท์ อุลิศ กรรมการบริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด และ คุณขจรชัย วชิรพิศุทธ์โศภิน

โปรดิวเซอร์บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด ถ่ายภาพร่วมกันกับทีมผู้กำกับและนักแสดงเป็นที่ระลึก ก่อนจะไปพบกับภาพยนตร์โรแมนติกม๊ากมาก คอมเมดี้ม๊ากมาก “นากรักมาก ม๊ากมาก” ในโรงภาพยนตร์ วันที่ 24 กรกฏาคมนี้ แฟนๆ สามารถชมตัวอย่างภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” ได้แล้วทาง YouTube Black Dragon Entertainment :
https://youtu.be/pU3gYnZq7Ug?si=0RLaC18dJrEwHTSs

25 มิถุนายนนี้ร่วมเป็น 100 คนแรกใน ”รอบพิเศษ“ ของ “มหัศจรรย์แห่งรัก”ร่วมย้อนความทรงจำเป็น 100 คนแรกในโอกาสการกลับมาในรอบ 30 ปีของภาพยนตร์ไทยเจ้าของ 6 รางวัลตุ๊กตาทอง ประจำปี 2538 “มหัศจรรย์แห่งรัก” วันพุธที่ 25 มิถุนายนนี้ ณ โรงภาพยนตร์ Major Cineplex รัชโยธิน โรงที่ 14ในงานพบกับ สินจัย เปล่งพานิช, นุสบา ปุณณกันต์, สันติสุข พรหมศิริ, เล็ก ไอศูรย์, วราพรรณ หงุ่ยตระกูล, อังคณา ทิมดี และ มณฑานี ตันติสุข พร้อมฟังอมตะเพลงประกอบภาพยนตร์จากเสียงร้องของ “รัดเกล้า อามระดิษ“จำหน่ายบัตรรอบพิเศษล่วงหน้าพร้อมกันตั้งแต่วันนี้ทางแอพพลิเคชั่นของโรงภาพยนตร์ในเครือ Major Cineplex ซื้อบัตรรอบพิเศษทุกที่นั่ง “แถมฟรี” โปสเตอร์ขนาดใหญ่ บัตรมีจำนวนจำกัดเพียง 100 ที่นั่งเท่านั้น….ห้ามพลาด!!!

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร​ร้อยเอ็ด​ รวบแสงจันทร์​ผู้ต้องหาฆ่าชิงทองจากสุรินทร์ หนีมามุกดาหาร เตรียมข้ามลาวแต่ไม่สำเร็จ

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อนายแสงจันทร์ กิ่งก้านนาค ก่อเหตุฆ่าชิงทองคำนายประทีป คงทวี อายุ 63 ปี โดยใช้มีดแทงบริเวณลำคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักเลขที่ 58 หมู่ 14 ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่โดยจะข้ามแม่น้ำโขงไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ทางจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่สามารถหาทางข้ามได้จึงย้อนกลับมาที่จังหวัดร้อยเอ็ด และถูกจับกุมได้ในที่สุด

พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ร่วมตรวจสอบและสอบสวนการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของ สภ.เมืองสุรินทร์ โดยตำรวจชุดสืบสวน “สุรสีห์” สามารถจับกุมตัวได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดร้อยเอ็ด ขณะผู้ต้องหากำลังจะลงจากรถเพื่อเดินทางต่อกลับจังหวัดสุรินทร์ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนตั้งใจจะไปยืมเงินผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ให้ยืมพร้อมกับดุด่า ต่างๆ นานา ด้วยความโกรธก็เลยกลับออกมา โดยไม่ยืมเงิน แต่พอออกมาก็ได้มาพบกับนายบอม รู้จักแต่ชื่อเล่น เป็นชาวกัมพูชาที่รู้จักกัน ชวนตนเข้าไปในบ้านผู้ตายใหม่

จากนั้นรายบอมได้เอาปืนจี้บังคับให้ตนเอามีดแทงที่ลำคอด้านขวาของจนเสียชีวิต แล้วนายบอม ก็เข้าไปค้นในห้องผู้ตาย ซึ่งเปิดประตูอยู่ พบว่ามีทองใส่อยู่ในกล่อง จึงนำออกมาแบ่งให้ตนส่วนหนึ่ง แยกย้ายกันหลบหนีไปโดยคาดว่านายบอมจะกลับไปกัมพูชาส่วนตนเอง กลัวความผิด จึงตั้งใจจะหนีข้ามฝั่งไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยใช้เส้นทางจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่สามารถข้ามไปได้ เนื่องจากหาเรือรับจ้างไม่ได้ โดยตนไม่โดยสารรถยนต์ข้ามทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เนื่องจากกลัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ จึงตั้งใจที่จะจ้างเรือพายหนีข้ามแม่น้ำโขงไป สปป.ลาว แทน แต่ปรากฏว่าเจ้วของเรือไม่กล้าพาไป เนื่องจากกระแสน้ำในแม่น้ำโขงไหลเชี่ยวมาก จึงได้ตัดสินใจเดินทางกลับ โดยนั่งรถโดยสารมาลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจะต่อรถกลับบ้านที่สุรินทร์ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ ดังกล่าว ทั้งนี้ มีทองรูปพรรณที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาขณะที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และพระเลี่ยมทอง น้ำหนักรวมประมาณ 13 บาท หรือราว 200 กรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบให้กับตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ข่าวอาชญากรรม #จับฆ่าชิงทอง #สุรินทร์ #ร้อยเอ็ด #มุกดาหาร #จะหนีข้ามโขงแต่ไม่รอด #มีดแทงคอฆ่าชิงทอง #ตำรวจ #ประทีปคงทวี #แสงจันทร์กิ่งก้านนาค #ข่าววันนี้

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเนินผลกระทบสิ่งแวดอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน

วันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสองแคว จังหวัดน่าน นายพรมงคล ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2ผู้แทนกรมชลประทาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธีเปิดการประชุมนิเทศโครงการ

ศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำน้ำยาว
(ตะวันตก) จังหวัดน่านโดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สังกัดกรมชลประทาน และประชาชนเข้าร่วมประชุมจำนวนมาก

ตามที่กรมชลประทาน ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและ
ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสองแคว หมู่ที่ 5 ตำบลนาไร่พลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ซึ่งมีพื้ นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1A ดังนั้น จึงต้องเตรียมความพร้อม

จัดทำรายงานความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการ ขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการนี้ได้มีการศึกษาและจัดทำแผนหลักฯควบคู่ไปด้วย เพื่อที่จะทราบถึงปัญหา เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำและแนวทางในการแก้ไขในภาพรวมของทั้งอำเภอ และพื้นที่

ใกล้เคียง รวมทั้งศึกษาลงรายละเอียดเฉพาะถึงความเหมาะสมและผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมทั้งทางบวกและทางลบ รวมทั้งมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน
การประชุมปฐมนิเทศโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น
ของโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) ตลอดจนแนวทาง

และแผนการดำเนินงาน การศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินงาน ตลอดจนสภาพ

ปัญหา ข้อห่วงกังวลต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบการศึกษา ซึ่งจะดำเนินการเป็น
ระยะเวลา 18 เดือน โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ถึง กรกฎาคม 2569/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน 081-0342455

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มีดแรกของฤดูกาลตัดทุเรียนชุมพร ผู้ว่าฯ ชุมพร เปิดงานวันเก็บเกี่ยวทุเรียนคึกคัก กงสุลจีนร่วมยินดี

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์ หมู่ที่ 1 อำเภอเมืองชุมพร ได้มีการจัด “งานวันเปิดฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด

งานนี้ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี นายคลองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร มาร่วมเป็นเกียรติในงาน และที่สำคัญคือได้รับเกียรติจาก นายวัง จื้อเจียง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ที่ได้เดินทางมาร่วมงานและพบปะกับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุเรียนชุมพรในตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะตลาดจีน การจัดงานในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดชุมพร พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคักอีกด้วย นายปรีชา เสนแก้ว ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ ในนามพี่น้องเกษตรกร ชาวบ้านควนจำปา ตำบลถ้ำสิงห์

มีความยินดีอย่างยิ่งที่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ท่านกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ท่านหัวหน้าส่วนราชการ และท่านผู้มีเกียรติ ที่ได้ให้เกียรติ มาเยี่ยมเยือนตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร ในวันนี้ครับ วันนี้เป็นวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ของ จังหวัดชุมพร ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญยิ่งต่อชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ของเรา

ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น ถือเป็นผลแห่งความอุตสาหะ ความขยันหมั่นเพียร
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ชาวสวนทุกท่าน ได้ดูแลการผลิตทุเรียนด้วยความเอาใจใส่ตั้งแต่การเตรียมดิน การใส่ปุ๋ย การรดน้ำ การป้องกันศัตรูพืช จนกระทั่งให้ผลผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด และถึงมือผู้บริโภค

ทุเรียนถ้ำสิงห์ของเราได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ รสชาติหวานหอม เนื้อเหลือง และส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่นี้ที่มีดินดี และสภาพอากาศเหมาะสม ผลผลิตของเราไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น แต่ยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ และสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย และความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งชาวสวน สถาบันเกษตรกร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และเอกชน ที่ได้ทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้เกิด

ห่วงโซ่มูลค่าของทุเรียนที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตำบลถ้ำสิงห์ และตำบลวังใหม่ได้รวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ทุเรียนขึ้น ในปี 2567 ในนาม แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ โดยมีกระผมเป็นประธานของกลุ่ม

ปัจจุบันมีสมาชิก 53 คน พื้นที่รวมกว่า 730 ไร่ โดยมีเป้าหมายมุ่งเน้นพัฒนาด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและการบริหารจัดการด้านการตลาดร่วมกัน สมาชิกมีการผลิตทุเรียนตามมาตรฐานเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทุเรียนทุกผล มีอายุการเก็บเกี่ยวที่ 120 วัน หลังดอกบาน ทำให้มั่นใจได้ว่า เป็นทุเรียนแก่จัด มีคุณภาพ หวาน มัน เหมาะแก่การบริโภค

นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร ยินดีและเป็นเกียรติ
อย่างยิ่ง ที่ท่านได้กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน วันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 จังหวัดชุมพรนับเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญของประเทศไทย มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของผลไม้ในเขตเมืองร้อน

เนื่องมาจากดินอุดมสมบูรณ์ และสภาพภูมิอากาศ เหมาะสมในการผลิตทุเรียน จึงทำให้ปัจจุบันจังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งผลิตไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งเกษตรกรมีประสบการณ์ในการผลิตทุเรียน และมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนจังหวัดชุมพรเป็นที่รู้จักในด้านรสชาติและคุณภาพ นอกจากนี้ จังหวัดชุมพรยังเป็น
แหล่งรวบรวมผลผลิตที่สำคัญสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศและในประเทศอีกด้วย


การผลิตทุเรียนของจังหวัดชุมพร มีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 มีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นจากการปลูกทดแทนพืชชนิดอื่น และจากความต้องการบริโภคทุเรียนของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ คือ สาธารณรัฐประชาชน

จีน ซึ่งนำเข้าทุเรียนผลสดจากประเทศไทยมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยปัจจุบันจังหวัดชุมพร มีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 334,576 ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตแล้ว 240,775 ไร่ และคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด 302,739 ตัน ซึ่งให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม และกระจายถึงเดือนธันวาคม ส่วนช่วงที่ผลผลิตออกมากคือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชุมพรมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท

เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการผลิต และประชาสัมพันธ์คุณภาพของผลผลิตทุเรียนจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นไม้ผล อัตลักษณ์ที่สำคัญ รวมถึงเป็นมาตรการในการควบคุมป้องกัน แก้ไขปัญหาการตัดทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด เพื่อให้ทุเรียนที่ออกจาก สวนเกษตรกร ได้คุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ได้รับประทานทุเรียนที่อร่อย และพึงพอใจต่อสินค้าทุเรียนของ จังหวัดชุมพร

จึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม การเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน (ตัดทุเรียนลูกแรก) การชิมทุเรียนและผลิตภัณฑ์จากทุเรียน นอกจากนี้ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนตำบลถ้ำสิงห์

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ จังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพที่สำคัญของภาคใต้และของประเทศไทย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนชุมพรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสชาติหวานมัน เนื้อละเอียด และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนมีการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทุเรียน มีกระบวนการส่งออกที่รักษาคุณภาพจนถึงผู้บริโภค และมีมาตรการป้องกันควบคุม ป้องกัน แก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ จนได้รับการยอมรับให้เป็นสินค้าเกษตรที่เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

จังหวัดชุมพรจึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดชุมพร ได้รับทราบถึงการเริ่มฤดูกาลทุเรียนของจังหวัดชุมพร และเป็นการสร้างมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ว่า จังหวัดชุมพรของเราผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ มีรสชาติหวานมัน กรอบอร่อย ท้ายที่สุดนี้ กระผมขอขอบคุณคณะผู้จัดทุกคน และขออวยพรให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สส. อนุชา สะสมทรัพย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด

นครปฐม(กลุ่มชาวบ้าน) และผู้นำส่วนท้องถิ่น ได้เข้าเยี่ยมโรงพยาบาลนครชัยศรี เพื่อร่วมกันหารือในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบโรงพยาบาล พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาฯ

พร้อมกันนี้ กลุ่มคนรักอนุชา ทีมงานคุณหนิงชัยศรี และ สจ. บรรทูล สนน้อย ( สจ.จั้น) ได้ร่วมกันนำอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล ซึ่งมีจำนวนมาก

และขอขอบคุณโรงพยาบาลนครชัยศรี ที่อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม และขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนครับ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัฒนธรรมน่าน จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25688

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่อาคารสิริเมตตาธรรม ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานวัฒธรรมจังหวัดน่าน จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวด

ซึ่งมีพระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน เจ้าอาวาสวัดดอนมูล พระพระภิกษุสามเณรเมตาร่วมพิธีเปิด นางภัทราภรณ ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวพบปะให้กำลังใจแก่เด็กนักเรียน นักศึกษา โดยมีนายจิรศักดิ์ เพชรสุทธิ์ ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์และและเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมกล่าวรายงาน มีคณะครู นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม

ด้วยจังหวัดน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน เพื่อเป็นแนวทางและเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

หลักปฏิบัติ เรื่องมารยาทไทย และมารยาทในสังคม รวมทั้งการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การไหว้เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทการทักทายและการแสดงความเคารพแบบไทย รวมทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยการปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม

จังหวัดน่าน มีนักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 98 คน แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา (ป.1 – ป.6)จำนวน 19 ทีมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) จำนวน 10 ทีม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 9 ทีม และระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) จำนวน 1 ทีม ผลการประกวดเยาวชนต้นแบบมารยาทไทยและมารยาทสังคม ประจำปี 2568 ระดับประถมศึกษา ชนะเลิศได้แก่โรงเรียนบ้านเป้า รองชะ

เลิศอันดับ 1 โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ เทศบาลเมืองน่าน(บ้านภูมินทร์)รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านนาราบ(จุลเกษตรศึกษานาคาร )ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ชนะเลิศได้แก่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนน่านนคร รองชนะเลิศอันดับ 2

โรงเรียนบ้านปางเป๋ย มัธยมศึกษาตอนปลาย ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนสตรีศรีน่าน รองชนะเลิศอับดับ1โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร รองชะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนน่านนคร และระดับอุดมศึกษา(ปวส.) ชนะเลิศไดเแก่ มหาวิทยาลัยรภัฏอุตรดิตถ์
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก. ภ. จว.ลพบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมมอบทุนฯ

17 มิ.ย.2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมด้วย รอง ผบก. ในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี, ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด สภ.โคกสำโรง สภ.หนองม่วง สภ.เพนียด, สภ.บ้านหมี่ สภ.โคกเจริญ สภ. สระ

โบสถ์ และคณะ กต.ตร.ภ.จว.ลพบุรี คณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร-ธิดา ของข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ

การร่วมมอบทุนการศึกษาใน “โครงการทุนการศึกษา บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ สังกัด ภ.จว.ลพบุรี ประจำปี 2568” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการศึกษา ลดภาระค่าใช้จ่าย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจที่มีความประพฤติดีและมีผลการเรียนดี

โดยมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต การสนับสนุน

ด้านการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ เพราะการศึกษาคือกุญแจสู่ความสำเร็จและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สันติบาล จัดโครงการสร้างจิตสำนึก” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2568 ณ รร.ยางชุมวิทยา ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

วันนี้ (18 มิ.ย. 2568) เวลา 08.30 น. ร.ต.อ.กฤษฎา จิณะไชย รองสารวัตร กก.4 บก.ส.1 และหัวหน้าสถานีตำรวจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดกิจกรรมอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึก” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2568

ณ โรงเรียนยางชุมวิทยา ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โดยมี นายนพพล เสียงกล่อม ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายก อบต.หาดขาม, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

เข้าร่วมกิจกรรม มีนักเรียนเข้าร่วมอบรมจำนวน 120 คน เนื้อหาการอบรมเน้นให้เยาวชนรู้จักหน้าที่ มีวินัย และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เคลื่อนที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาชน และกิจกรรมปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

วันที่( 18 มิ.ย.68 ) เวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนบ้านนาดง ตำบลนาดง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ ปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด ฝ่ายปกครองอำเภอปากคาด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากคาด เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ได้รวมพลังกล่าวคำปฏิญาณถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดบึงกาฬ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัติยราชนารี ให้เป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 54 ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จังหวัดบึงกาฬ

จึงได้จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ณ โรงเรียนบ้านนาดง ตำบลนาดง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เพื่อให้ความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัย รวมถึงการนำบริการต่าง ๆ

จากภาครัฐและภาคเอกชน ไปให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ได้รับบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และทั่วถึง โดยมีกิจกรรม เช่น การมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การออกหน่วยบริการแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยบริการของส่วนราชการ/หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน การออกเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและฐานะยากจนในพื้นที่

นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ในนามของหัวหน้าชุดหน่วยแพทย์ พอ.สว. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ในวันนี้ เป็นการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อให้บริการประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ห่างไกลสถานบริการสาธารณสุข ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยให้บริการ ด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค บริการทันตกรรม และการแพทย์แผนไทย การเข้าถึงบริการสาธารณสุข

ประชาชนในพื้นที่ตำบลดงบัง และหมู่บ้านใกล้เคียงเมื่อมีการเจ็บป่วย จะเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลปากคาด และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาดง ปัญหาด้านสุขภาพส่วนใหญ่ของประชาชน พบว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไข้หวัด โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ปัญหาสุขภาพช่องปาก และฟัน เป็นต้น ซึ่งการออกปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนสนใจรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 17 ราย บริการทันตกรรม 23 ราย บริการแพทย์แผนไทย 27 ราย และกายภาพบำบัด 25 ราย

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก(self test) 10 ราย บริการคัดกรองภาวะซึมเศร้าและให้คำปรึกษา 9 ราย และรับผู้ป่วยเข้าเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 1 ราย รวมผู้รับบริการทั้งหมด 111 ราย และมีเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย ประชาชนทุกคน มีความซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาให้ปวงประชามีสุขภาพดี ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎร โดยทรงจัดให้มีหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปบำบัดความทุกข์จากโรคภัยและดูแลสุขภาพของประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานราชการออกบูธประชาสัมพันธ์และการจำหน่าย สินค้า OTOP สินค้าการเกษตรจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรมอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล ผู้สื่อข่าวบึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจ PCT ภาค 5 บุกจับ “3หนุ่มจีนเทา” คาบ้านพักหรูย่านสันทราย เนียนเข้าไทยใช้วีซ่านักเรียน แอบกบดานทำเว็บพนันออนไลน์ ปั่นรายได้ฉ่ำ 5 ล้านบาท

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.๕, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าตำรวจชุด

จับกุมได้รับแจ้งว่ามีคนจีนการลักลอบพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จนเจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.๕ สืบทราบว่ามีการเช่าบ้านในโครงการแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ จึงได้รวบรวมพยาน
หลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 แลพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พร้อมชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโยโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวผลการตรวจค้นพบ

  1. นายกง สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 30 ปี
  2. นายวู สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 30 ปี
  3. นายหวัง สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 34 ปี
    กำลังนั่งทำงานอยู่บริเวณห้องนอนชั้น2 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมหมายค้น ทั้ง 3 คนรับยอมรับว่าทำหน้าที่เป็นแอดมินตอบคำถามแก้ไขปัญหาลูกค้าที่เข้าเล่นเว็บไซต์พนันออนไลน์จึงควบคุมตัว แล้วแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า
    “ร่วมจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดย ทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับ อนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๒”และนำตัวส่งพงส. สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
    จากการสอบถามทั้ง 3 คน ให้การว่าเป็นชาวเมืองเจ้อเจียง ประเทศจีน ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย จากนั้นสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก่อนได้วีซ่านักศึกษาแล้วมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวตั้งเป็นสำนักงานทำเว็บพนันให้ลูกค้าชาวจีน โดยได้ค่าจ้างคนละ 50,000 บาทต่อเดือนโดยมีสมาชิกกว่า 4,000 คน โดยจะกลับไปรับเงินเดือนกับบอสชาวจีน 6เดือนต่อครั้งแล้วกลับมาทำงานใหม่ ยอมรับว่าทำมาประมาณ 1 ปี มีเงินเดือนหมุนเวียนหลายสิบล้านต่อเดือน

ตำรวจภาค5 #PCTภาค5 #จับกุม #พนันออนไลน์…สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองประจวบฯ รณรงค์ให้คนไทยดื่มนมเพิ่มขึ้นในวันดื่มนมโลก 2568/ ตร.สันติบาลจัดโครงการ ปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.68 ที่ลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์บริโภคนมประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2568

เนื่องในวันดื่มนมโลก ( World Milk Day 2025) เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่าประโยชน์ของการบริโภคนมและมีการบริโภคมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทางด้านสุขภาพของประชาชน และช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมี นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ

นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดฯ พร้อมด้วย สหกรณ์โคนมภายในจังหวัดจำนวน 6 สหกรณ์ อาทิ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่จำกัด / สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คประจวบคีรีขันธ์ จำกัด /สหกรณ์โคนมกุยบุรี จำกัด/ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด /

สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์คบ้านเนินดินแดง จำกัด และสหกรณ์โคนมบางสะพาน จำกัด องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.ภาคใต้ ปราณบุรี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งรูปแบบการจัดกิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นมไทยก้าวไกล มีคุณค่า ดื่มง่าย สุขภาพดี เริ่มที่ประจวบส่งถึงทุกครอบครัว Next Move Prachuap นมโคประจวบต้องไปต่อ”

ภายในงานมีการแจกนมให้กับเด็กนักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ดื่มฟรี และมีบูธจำหน่ายนมและผลิตภัณฑ์นมราคาถูกจากสหกรณ์โคนมในจังหวัดประจวบฯ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันดื่มนมโลก ( World Milk Day) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบฯ

จึงได้ร่วมกับสหกรณ์โคนมภายในจังหวัดจำนวน 6 สหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค. ภาคใต้ ปราณบุรี) คณะครู นักเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม เนื่องในวันดื่มนมโลก ประจำปี 2568 ขึ้น

เพื่อรณรงค์ให้คนประจวบฯและประชาชนคนไทยทั่วประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดื่มนม เกิดการรับรู้และเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของนมอันส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย อีกทั้งเป็นส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีความมั่นคงทางด้านอาชีพอีกทางหนึ่งด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.สันติบาลจัดโครงการ ปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 พ.ต.อ.วีรชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 พร้อมข้าราชการตำรวจสันติบาลจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสงคราม

ร่วมกับข้าราชการครู อาจารย์ และนักเรียน กว่า100รายณ.โรงเรียนคุณหญิงเนื่องบุรี จัดกิจกรรมปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง โดยมีการสร้างเยาวชนสู่อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)

ประกวดสื่อโซเชียลสร้างสรรค์ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ในกิจกรรมมีนักเรียนจัดทำวิโอสั้นในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์ วิดีโอสั้น

การทำความดีเพื่อสังคม และมีการมอบรางวัลให้วิดิโอสั้น จำนวน 4 รางวัล และรางวัล รางวัล Popular Vote อีก 1 รางวัล
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดธรรมถาวร จ.ชุมพร มียอดเงินเหลือ 89 ล้านบาท ชี้แจงชาวบ้าน กรรมการ บริหารเงินวัด

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 13.30 น พระเทพสิริวชิรเวที เจ้าคณะภาค16 ธรรมยุต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับ พระครูถาวรสีลาจาร เจ้าคณะจังหวัดชุมพรธรรมยุต

พระครูถาวรธรรมนิเทศ เจ้าคณะอำเภอละแม ,ทุ่งตะโก พระครูวิสุทธิ์ธรรมโฆษิต เจ้าคณะตำบลทุ่งตะไคร ธรรมยุต พระครูจันทปัญโญภาส เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุสวี

ประชุม รับฟังจากคณะกรรมการเฉพาะกิจวัดธรรมถาวร ถึงแนวทางการบริหารจัดการ ดำเนินงาน ด้านการเงินและส่วนที่เกี่ยงข้อง ในวัดให้ไปตามระเบียบ ทีมีหน้าที่กำกับ ดูแลบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินของวัดธรรมถาวร

จนกว่าจะมีการแต่งตั้งเจ้าอาวาส และคณะกรรมการวัดชุดใหม่ โดยมี 1พระครูวิสุทธิ์ธรรมโมชิต ประธาน 2.นายธวัช เกษแก้ว กรรมการ 3.นายชุมพล เยาวละออง กรรมการ 4นายญานุวัตร สุวรรณวิหค กรรมการ 5.นายคงคา คงทอง กรรมการ 6นายพรหมาตย์ อิฐกอกรรมการ 7

นายเจียมรัตน์ บุญเกิด กรรมการ 8นายธวัชชัย อรุณโรจน์ กรรมการ 9.นายณรงค์ คงทอง กรรมการ 10.นายศุภชัย เกษแก้ว กรรมการ 11นายวิรัช คงทอง กรรมการ 12.นายกู้ชาติ จินาห้อง กรรมการ 13นางทิพวรรณ เนตรกลัด กรรมการ 14.นางสาวธัญทิพย์ สุขอาจ กรรมการ 15นางวรชยา อินทรักษ์ กรรมการ/เลยานุการ

นายกฤษณะ จารุประพาฬ และ ญานุวัฒน์ สุวรรณวิหค ชีแจ้งการทำงานคณะกรรมการ เฉพาะกิจ ได้ดำเนินการด้านการเงินและทรัพย์สินของวัดโดยจัดทำบัญชีที่มีรายชื่อเป็นของเจ้าอาวาสองค์ก่อนให้มาเป็นบัญชีของวัด และจัดการให้มีการเบิกถอนโดน

ให้มีชื่อเจ้าคณะจังหวัดชุมพร และกรรมการ อีก 3 ราย ในยอดที่มากกว่า 1แสนขี้น ไป และมีรายชื่อ เจ้าอาวาสรักษาการ และกรรมการ 3 รายในวงเงิน ไม่เกิน 1 แสนบาท รวมยอดเงินที่เป็นทรัพย์สินของวัดในปัจจุบันมียอด 89,256,750.80 บาท

พระเทพสิริวชิรเวที เจ้าคณะภาค16ธรรมยุต ให้แนวทางบริหารจัดการในวัดโดยสรุปทรัพย์สินของวัดก็ได้ดำเนินการไปในแนวทางที่ดีแล้วโดยจัดการให้เป็นทรัพย์สินของวัดธรรมถาวรให้คณะกรรมการและพี่น้องช่วยกันบริหารจัดการเพื่อที่จะซ่อมสร้างศาลาและสิ่งปลูกสร้างที่ยังค้างอยู่เช่นตึกสงฆ์

จึงขอให้ร่วมมือร่วมใจในการจัดสร้างและคณะกรรมการก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสรักษาการดำเนินการจัดตั้งแต่งตั้งคณะกรรมการของวัดส่วนกรรมการ

จัดสร้างอาคารสงก็ให้คณะกรรมการที่ดำเนินการอยู่ดำเนินการต่อไปจะได้ไม่เกิดการสะดุดส่วนคณะกรรมการที่ต้องแต่งตั้งใหม่ก็ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสรักษาการต่อไป

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ในโค กระบือ แพะ พื้นที่เสี่ยง

ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ให้แก่ โค กระบือ และแพะ ของเกษตรกรในหมู่บ้านชายแดนของ 4 อำเภอ แล้ว 2,152 ตัว

นายสัตวแพทย์ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าตามที่มีข่าวผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคแอนแทรกซ์ในจังหวัดมุกดาหาร กรมปศุสัตว์จึงสั่งการให้จังหวัดชายแดนได้เข้มงวดดำเนินการป้องกันโรคในสัตว์ เนื่องจากโรคแอนแทรกซ์เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

ที่ทำให้สัตว์ป่วยและตายกระทันหัน ซากจะนิ่ม เน่าอืดเร็ว โดยจะเริ่มแสดงอาการหายใจลำบาก เดินโซเซ กล้ามเนื้อสั่น และอาจจะเห็นมีเลือดออกทางปาก จมูก และทวาร ซึ่งเลือดจะมีกลิ่นเหม็นและไม่แข็งตัว โดยโรคนี้จะสามารถติดต่อได้จาก การหายใจเอาสปอร์ของเชื้อโรค การกินหญ้าที่มีสปอร์ของเชื้อโรค หรือการสัมผัสเชื้อโรคทางบาดแผล หรือผิวหนังเยื่ออ่อน

ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ พื้นที่ชายแดนทั้ง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอบุ่งคล้า และอำเภอบึงโขงหลง ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ให้แก่ โค กระบือ และแพะ ของเกษตรกรในหมู่บ้านชายแดน

ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อป้องกันการเกิดโรคแอนแทรกซ์ในสัตว์ ซึ่งได้ฉีดวัคซีนให้แก่ โค กระบือ และแพะ ยอดสะสม ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2568 จำนวน 2,152 ตัว คิดเป็นร้อยละ 71.73 ของเป้าหมาย 3,000 ตัว โดยเป็นโคเนื้อ จำนวน 1,309 ตัว กระบือ จำนวน 821 ตัว และ แพะ จำนวน 22 ตัว และจะเร่งดำเนินการให้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดโดยเร็ว เพื่อให้เกิดภูมิกันฝูงที่สามารถป้องกันโรคในสัตว์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคแอนแทรกซ์เป็นโรคสัตว์ติดคน แต่ไม่เคยมีรายงานการเกิดโรคในสัตว์ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มข้นและอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันก็ไม่พบการเกิดโรคในสัตว์แต่อย่างใด เพื่อความปลอดภัย จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ

หากพบสัตว์ป่วยที่มีอาการดังกล่าวข้างต้นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยด่วน และขอให้บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีการฆ่าในโรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาต ผ่านการตรวจจากพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำโรงฆ่าสัตว์แล้ว และสถานที่จำหน่ายสะอาดหรือได้รับการรับรองปศุสัตว์โอเค (ปศุสัตว์ OK) และบริโภคเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกเท่านั้น

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดแล้ว! น้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ เล่นสไลเดอร์ธรรมชาติสนุก บรรยากาศดี สัมผัสธรรมชาติสีเขียว เล่นน้ำตกเย็น ๆ ถ่ายรูปชิค ๆ ได้หลายมุม

ชวนเที่ยวบึงกาฬจะพลาดน้ำตกถ้ำพระไม่ได้เลย โดยเฉพาะใครที่ยังไม่เคยมาที่นี่ แนะนำเลย อยากให้มาสัมผัสธรรมชาติที่นี่สักครั้ง มานั่งเล่นก็ได้ มาถ่ายรูปหรือจะมาเล่นน้ำตก อ้ายฉิงมาเที่ยวน้ำตกถ้ำพระเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกก็นานมากแล้ว เลยมาเยือนอีกครั้งกับคุณเพื่อนสนิทเช่นเดิม

พร้อมกับเก็บภาพบรรยากาศเล็ก ๆ น้อย ๆ มารีวิวให้ทุกท่านได้ตามรอยกัน ความโดดเด่นของน้ำตกนี้คือมีสไลเดอร์ธรรมชาติด้วย เล่นได้จริง สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ว่าที่อ้ายฉิงไปล่าสุดมันก็ต้นหนาวแล้ว น้ำค่อนข้างน้อยแต่ยังสวยอยู่

การมาเที่ยวน้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ จะไม่สามารถขับรถไปถึงได้เลย จะต้องนั่งเรือเข้าไป ซึ่งจะต้องไปขึ้นเรือตามท่าเรือต่าง ๆ จะมีท่าเรือ 1 ท่าเรือ 2 จะขึ้นท่าไหนก็ได้ตามสะดวกเลย ในบริเวณท่าเรือจะมีที่จอดรถฟรี มีบริการห้องน้ำฟรี และถ้าหิวก็มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม กินก่อนค่อยนั่งเรือเข้าน้ำตกก็ได้

สำหรับครั้งนี้บ่าวบึงกสฬขึ้นที่ท่าเรือ 2 จะมีค่าขึ้นเรือ คนละ 50 บาท จะไม่รวมกับค่าเข้าอุทยาน ฯ นะ จะต้องไปจ่ายอีกรอบเมื่อเข้าสู่เขตอุทยาน ฯ

เนื่องจากน้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ มีอีกชื่อคือน้ำตกถ้ำพระภูวัว ตั้งอยู่ในเขตของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว นั่นเอง ค่าเข้าก็ไม่แพงอะไร เด็ก 20 บาท/คน ผู้ใหญ่ 30 บาท/คน เด็กชาวต่างชาติ 200 บาท/คน และ ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 400 บาท/คน ตามป้ายเลย

การเตรียมตัวเที่ยวน้ำตกถ้ำพระ จ.บึงกาฬ หาข้อมูล ณ วันที่จะไปก่อนว่าน้ำตกเปิดให้เข้าเที่ยวชมได้หรือไม่ เพราะอาจมีบางช่วงเวลาที่ทางอุทยานปิดเพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูธรรมชาติ เตรียมงบค่าใช้จ่าย เช่น ค่านั่งเรือ ค่าเข้าอุทยาน ฯ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ วางแผนให้พร้อม

หากจะเล่นน้ำตก ควรเตรียมชุดให้พร้อมและเล่นในจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาตเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย อยากจะมีภาพความประทับใจกลับไป ก็หามุมถ่ายภาพได้ตามสะดวกเลย ควรปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของอุทยาน ฯ ให้ดี ห้ามอะไรก็ไม่ควรทำ เช่น ห้ามก่อไฟ ห้ามพกอาวุธ ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง ห้ามเข้าเที่ยวหลังเวลากำหนด ฯ เป็นต้น

กินข้าวให้อิ่มท้องก่อนเข้าไป ในน้ำตกไม่มีร้านขาย แต่พกน้ำเข้าไปด้วย เวลาหิวจะได้จิบได้ บางวันแดดร้อนมาก ๆ ทากันแดดให้เพียงพอ เพราะแดดแรงไม่เบาเหมือนกัน และใช้กันแดดที่ไม่เป็นภัยต่อธรรมชาติด้วยจะดีมาก
หากมีขยะติดตัวเข้าไปในน้ำตกควรถือติดตัวออกมาทิ้งข้างนอกที่ถังขยะทุกครั้ง

การเดินทางมาเที่ยวน้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ เวลาจะมาเที่ยวปักหมุดท่าเรือก็ได้ เพราะถ้าหากปักหมุดน้ำตกเลย รถก็เข้าไปไม่ถึงอยู่ มันจะต้องนั่งเรือก่อน เดี๋ยวบ่าวบึงกาฬจะปักหมุดท่าเรือไว้ให้ด้วย เผื่อใครจะตามรอยจะได้ไม่ยากเลย วิ่งตาม GPS ไปเลย ถึงแน่นอน ไม่มีหลงทาง

GPS น้ำตก: https://maps.app.goo.gl/SRMkMcC1g2MUPVoTAGPS ท่าเรือ: https://maps.app.goo.gl/wNDu6Ew1id8xT9u4Aเวลาทำการ : 08.00 – 17.00 น.ที่ตั้ง : อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ.ถ้ำพระ ต.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬสอบถามข้อมูล ท่าเรือ 2
– คุณน้อย 087-9511717
– คุณจิ๋ว 098-6468808

ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภิบาลน่าน ลงพื้นที่สอดส่องโครงการอย่างไม่เป็นทางการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 15.00 น. ณ สำนักงานพลังงานจังหวัดน่าน ต.ถืมตอง อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่16 ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่านมอบหมาย

ให้พันจ่าอากาศเอก สินธ์ สนนา รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่านพร้อมด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่านประกอบด้วย นายบุญยงค์ สดสอาด นายอนุรักษ์ ไชยโย นายปรีชา รอดเพชร นายนิยม ขอคำ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และประชุมติดตามและสอดส่อง

โครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ณ ห้องประชุมสำนักงานพลังงานจังหวัดน่าน โดยได้ติดตาม สอดส่อง รับทราบปัญหาอุปสรรค ตลอดจนให้คำแนะนำ ในการดำเนินโครงบูรณาการสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย กิจกรรมหลัก ปลูกจิตสำนึกและสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 กิจกรรมย่อยที่ 2

การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีพลังงาน (เตาเผาถ่านไบโอชาร์) เพื่อลดปัญหาหมอกควันและเพิ่มประสิทธิภาพอาสาสมัครพลังงานชุมชน เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีพลังงานชุมชน ซึ่งเป็นโครงการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้สำนักงานพลังงานจังหวัดน่าน เป็นผู้รับผิดชอบ และดำเนินการ ประกอบไปด้วย กิจกรรมย่อยที่ 2.1 การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีพลังงาน (เตาเผาถ่านไบโอชาร์)

เพื่อลดปัญหาหมอกควัน งบประมาณ 306,000 บาท (จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ 15 รุ่น) (ดำเนินการแล้วเสร็จ 8 รุ่น และอยู่ระหว่างดำเนินการ 7 รุ่น) กิจกรรมย่อยที่ 2.2 การเพิ่มประสิทธิภาพอาสาสมัครพลังงานชุมชน เพื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีพลังงานชุมชน งบประมาณ 217,500 บาท (จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ 15 รุ่น) (ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ) รวมงบประมาณทั้งสิ้น 523,500 บาท (เบิกจ่ายไปแล้ว 164,200 บาท หรือ 31.37%)

ในที่ประชุม นายสุกิตติ เจดีย์วุฒิ พลังงานจังหวัดน่าน ได้นำเสนอผลการดำเนินงาน บรรยายถึงรูปแบบของกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ และปัญหาของการจัดทำโครงการ อาทิ การได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบบน 2 จัดสรรมาในช่วงเดือน พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน มีอุปสรรในการจัดอบรมในภาคปฏิบัติ จึงทำให้มีการเบิกจ่ายล่าช้า ส่วนทางด้าน พันจ่าอากาศเอก สินธ์ สนนา และคณะ ได้ให้ข้อแนะนำสำหรับโครงการฯ

เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รวมทั้งส่งเสริมตามหลักคุณธรรม จริยธรรม หลักธรรมาภิบาล และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานพลังงานจังหวัดน่าน ในการปฏิบัติหน้าที่ส่งเสริมการขับเคลื่อนด้านพลังงานแก่ชุมชน เกษตรกร และชาวบ้านที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการพัฒนาโครงการของรัฐ

โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ขอแสดงความยินดีกับ
น.ส.ธวัลรัตน์ อุตมีมั่ง น.ร. ม.4/10 ที่ได้รับการคัดเลือกรับรางวัลความประพฤติดี ระดับชาติ รับเข็มเชิดชูเกียรติ พร้อมรับเกียรติบัตร เป็นผู้ “มีความประพฤติดีดำรงตนตามหลักธรรมนูญชีวิต”จากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรม

ราชูปถัมภ์ ที่มอบให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั่วราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ.2568 จากศาสตราจารย์พิเศษ อรรถนิติ ดิฐอำนาจ องคมนตรี ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เขตพญาไทย กรุงเทพมหานคร 14 มิ.ย.2568
โดยมีนางอิษฎาภรณ์ คุชบิล หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ครูที่ปรึกษา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จักรวาลโคราช หนองคาย มุกดาหาร ทำถึงมาก!!มงลง ‘MISS UNIVERSE’ นครราชสีมา-หนองคาย-มุกดาหาร ปี2025 เริ่ดทั้ง 3 มง ปาย MUT หนองคาย , แอมมี่ MUTมุกดาหาร ,ตุ๊กตา MUT นครราชสีมา

วันที่ 15 มิถุนายน 2568 บรรยากาศการประกวด Miss Universe จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดหนองคาย และจังหวัดมุกดาหาร 2025 ณ โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ เทอมินอล 21 โคราช ห้อง Centre Point Ballroom ชั้น 4 คึกคัก และน่าสนใจมากจากเหล่าสาวงามที่เข้าชิงมง และแขกผู้มีเกียรติ พร้อมด้วยเหล่าผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน บรรดาด้อม กองเชียร์ ทำให้ห้อง Centre Point Ballroom แน่นขึ้นถนัดตา

ด้วยความปังพลังเยอะมากๆของ คุณเอมมี่โกะ – ดร.วงศ์ฉัตรอมต คงพรรณศิริ ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์ส 3 จังหวัด นครราชสีมา หนองคาย มุกดาหาร 2025 พร้อด้วยสาวงามชื่อดัง โกโก้ อารยะ ศุภฤกษ์ ทำให้ค่ำคืนนี้สร้างสีสันแห่งจักรวาล โดยมี ม.ร.ว.ปณิธาน จรูญโรจน์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กองประกวด ฯขึ้นบนเวทีกล่าวเปิดงาน และเปิดตัวกรรมการตัดสิน ซึ่งมีสปอนเซอร์ โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ ,เทอมินอล 21,World Star Thailand และ อีกหลายแบรนด์ชั้นนำที่ให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้

การประกวด Miss Universe จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดหนองคาย และจังหวัดมุกดาหาร 2025 เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้สาวงามได้แสดงความสามารถและศักยภาพของตนเอง เพื่อคัดเลือกตัวแทนสาวงามระดับจังหวัด เข้าสู่การประกวดในระดับประเทศ คือ การประกวด Miss Universe Thailand ซึ่งผู้ชนะการประกวด จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดเวทีMiss Universe ในระดับนานาชาติ ต่อไป

สำหรับการประกวด Miss Universe จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดหนองคาย และจังหวัดมุกดาหาร 2025 มีการจัดประกวดรอบชุดว่ายน้ำ การประกวดรอบชุดราตรี นอกจากนี้ การประกวดครั้งนี้ได้สร้างความสนุกสนานและตื่นเต้นให้กับผู้ชม ผู้เชียร์ที่ส่งกำลังใจให้สาวงามบนเวที ร่วมลุ้นกันไปตั้งแต่ต้น จนถึงวินาที มงลง โดยเฉพาะรอบตอบคำถามที่สะท้อนถึงความงามและความสามารถแนวคิดพิสูจน์กึ๋นสาวงามแต่ละคน !

ตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สหนองคาย 2025 ปาย ปรียากร จีนดอน
ตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร 2025 แอมมี่ สุนีพร เจริญชัย
ตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สนครราชสีมา 2025 ตุ๊กตา จุฬาลักษณ์ พลเรือง
รองอันดับ1 มิสยูนิเวิร์สหนองคาย 2025 หงส์ ณัชชา ไชยชาติ
รองอันดับ1 มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร 2025 พิมพลอย ภัณฑิลา หวังชิวกลาง
รองอันดับ1 มิสยูนิเวิร์สนครราชสีมา 2025 เบล พลอยนภัส ปพรวพรรณนภาช์
ขอแสดงความยินดีกับมิสยูนิเวิร์สทั้ง 3 จังหวัด ซึ่งต้องเตรียมความงามให้พร้อม ผู้สนับสนุนให้เพียบ เพื่อไปประชันการประกวดในระดับประเทศ Miss Universe Thailand 2025

ผลการประกวดครั้งนี้ ได้สะท้อนถึงความเป็นสาวงามยุคใหม่ที่มีคุณสมบัติ หุ่นสวย หน้าสวย สมองดีมีวิสัยทัศน์ ขายของเก่ง
มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์ ปาย MUT หนองคาย , แอมมี่ MUTมุกดาหาร ,ตุ๊กตา MUT นครราชสีมา ให้เข้ารอบลึก ไปต่อ เต็งมงใหญ่กัน!!

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลสามง่าม ประชุมสภาสามัญ สมัยที่ 2 พร้อมแถลงนโยบาย

การประชุมแถลงนโยบาย ของนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ต่อสภาเทศบาลตำบลสามง่าม (การประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปีพ.ศ. 2568 )

สภาเทศบาลตำบลสามง่าม จัดการประชุมสภาเทศบาล สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปีพ.ศ.2568 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลสามง่าม ชั้น 3

โดยมี นายจิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล พร้อมด้วย นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม คณะผู้บริหาร ผศ.ดร.

อภิชา พรเจริญกิจกุล รองนายกเทศมนตรี นายสกุล บุญขจาย ที่ปรึกษานายกฯ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุม

โดยพร้อมเพียงกัน เพื่อพิจารณาและขออนุมัติในญัตติ การแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม

โดยในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาลงมติตามญัตติที่เสนอในวาระต่างๆ โดยยึด

หลักเพื่อให้เกิดประดยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในท้องถิ่นเป็นสำคัญ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.เมืองมุกดาหาร ตรวจเข้มสถานบันเทิง ตามมาตรการจัดระเบียบสังคม – ยาเสพติด! /นรข.มุกดาหาร โชว์ผลงานจับเรือขนหมูเถื่อนขณะลักลอบข้ามโขงส่งลาว ยึด 11 ตัว

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร มอบหมายให้ นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี และนายเจริญ ครองยุติ ปลัดอำเภอ

พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.เมืองมุกดาหาร ที่ 2 บูรณาการร่วมกับ นายจิรวัฒน์ ใจสำราญ ผู้บังคับกองร้อย อส.จังหวัดมุกดาหาร สมาชิก อส.จังหวัดมุกดาหาร ที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร, กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ออกตรวจตราสถานบริการและพื้นที่เสี่ยงในเขตเมือง

การตรวจครั้งนี้ครอบคลุมสถานประกอบการชื่อดังในพื้นที่ ได้แก่ ตะวันแดงมุกดาหาร, โฟล์คพระนครมุกดาหาร, นิยมเล่า 90s รวมถึงบริเวณถนนมุกสุวรรณรักษ์ (วงแหวนรอบใน) เพื่อป้องกันการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ และป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานบริการตามนโยบายของรัฐบาล

การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการจัดระเบียบสังคมและเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร #ตรวจสถานบันเทิง #ต่อต้านยาเสพติด #อสเมืองมุกดาหาร #ตะวันแดงมุกดาหาร #โฟล์คพระนคร #นิยมเล่า90s #มุกดาหาร #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วนมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นรข.มุกดาหาร โชว์ผลงานจับเรือขนหมูเถื่อนขณะลักลอบข้ามโขงส่งลาว ยึด 11 ตัว

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ออกลาดตระเวนบริเวณบ้านหว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร กระทั่งเวลา 05.30 น.

ตรวจพบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ลำหนึ่ง ล่องมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าจอดริมตลิ่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพบชายฉกรรจ์ประมาณ 5 คน กำลังลำเลียงกรงเหล็กบรรจุสุกรมีชีวิต 7 กรง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว กลุ่มชายดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งหลบหนีไปเข้าทางแนวป่าริมแม่น้ำโขง

จากการตรวจสอบพบสุกรมีชีวิตรวม 11 ตัว (สุกรดำ 9 ตัว สุกรขาว 2 ตัว) บรรจุในกรงเหล็ก 7 กรง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางพร้อมกับเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ 1 ลำ และประสานงานกับ ด่านศุลกากรมุกดาหาร และ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สถานีเรือมุกดาหาร #นรข #ขนสุกรเถื่อน #ลักลอบข้ามโขง #ความมั่นคงชายแดน #ข่าวด่วนมุกดาหาร #หมูเถื่อน #แม่น้ำโขง #ชายแดนไทยลาว

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ประกอบการรถโดยสาร 2 ชั้น แถลงการณ์จุดยืนอารยะขัดขืน หลังขนส่งสั่งห้ามวิ่งรถในจุดเสี่ยง

*วันนี้วันที่ 16 มิถุนายน 68 ทางกลุ่มผู้ประกอบการโดยสาร 2 ชั้น ไทย ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคอีสาน จำนวนรถ 150 กว่าคัน ได้นำรถมารวมตัวกันที่เส้นทางหลางหมายเลข 304 กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี – วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา บริเวณจุดพักรถทางหลวง ในพื้นที่ ม.4 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้รวมตัวแสดงจุดยืนแสดงพลังคัดค้านใน 7 เส้นทางเสี่ยง จัดกิจกรรม “อารยะขัดขืน” ได้มีการแถลงการณ์แสดงจุดยืนอารยะขัดขืนตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้ออกคำสั่งห้ามเดินรถโดยสารสองชั้น 7 เส้นทางที่ถูกจัดว่าเป็น “เส้นทางเสี่ยง” โดยไม่มีหลักฐานทางวิศวกรรมหรือข้อมูลวิจัยที่มีมาตรฐานใดมารองรับ คำสั่งดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการทั่วประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสิทธิในการประกอบอาชีพโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ

*จากการประชุมวิสามัญเร่งด่วนของสมาคมฯ มีมติร่วมกันว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาของกระทรวงคมนาคมจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริง และกลับเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการ ทั้งในด้านต้นทุนการปรับปรุงรถและเงื่อนไขที่ขาดความชัดเจน สมาคมฯ เห็นว่า สาเหตุหลักของอุบัติเหตุในเส้นทางที่ถูกอ้างว่าเสี่ยง มิได้เกิดจากตัวรถโดยสารสองชั้น แต่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ควบคุมรถ การมุ่งเป้าห้ามเฉพาะตัวรถจึงเป็นแนวทางที่คลาดเคลื่อนและไม่ตรงจุด การยกระดับมาตรฐานคนขับและการควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ จึงเป็นวิธีที่ถูกต้องและยั่งยืนกว่าการสั่งห้ามทั้งระบบ

*นอกจากนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันของหน่วยงาน 4 ฝ่าย ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง สภาวิศวกร และสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย (สปส.) ณ จังหวัดตรัง พบว่า เส้นทางที่ถูกรัฐประกาศห้ามเดินรถ ไม่เข้าเกณฑ์ตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนดไว้เอง กล่าวคือ ไม่มีช่วงความชันต่อเนื่องที่มากกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ และยาวติดต่อกัน 5 กิโลเมตร ข้อเท็จจริงนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายในเชิงกระบวนการ หากแต่ยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ทางเทคนิคที่กระทรวงตั้งขึ้นเอง จึงไม่มีความชอบธรรมทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการห้ามรถโดยสารสองชั้นเดินรถในเส้นทางดังกล่าว

*และเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา นายก สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย (สปส) ดร.สุริยะ แกล้วทนงค์ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ทบทวนคำสั่งใหม่ของคณะกรรมการกรมการขนส่งทางบกกลาง เกี่ยวกับมาตรการกำหนดเส้นทางวิ่งรถโดยสารสองชั้น(ไม่ประจำทาง) ใน 7 เส้นทางเสี่ยง ที่ประกาศออกมาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 11 เมษายน 2568 ซึ้งทางกลุ่มผปก.รถสองชั้นทั่วไทย มองว่าการออกคำสั่งมาไม่เป็นธรรม และ ผปก.ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจำนวนมาก

*ดังนั้นสมาคมฯจึงมีมติให้ดำเนินการ “#อารยะขัดขืน” โดยเปิดเดินรถในเส้นทางที่ถูกรัฐประกาศห้าม พร้อมบรรทุกผู้โดยสารตามปกติ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อแสดงให้เห็นว่า รถโดยสารสองชั้นสามารถเดินรถได้อย่างปลอดภัย หากมีการควบคุมและกำกับดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ สมาคมฯ จะเริ่มดำเนินการยกระดับการอารยะขัดขืนอย่างเป็นทางการ โดยให้ สมาชิกสามัญทั่วประเทศเริ่มเดินรถในเส้นทางที่ถูกห้ามพร้อมกัน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะได้รับข้อยุติที่เป็นธรรม และมีเหตุผลทางวิชาการรองรับ

มาตรการความปลอดภัยระหว่างการเดินรถผ่านเส้นทางที่ถูกรัฐจำกัดมีดังนี้

  1. จำกัดความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตลอดเส้นทางเสี่ยง
  2. ใช้เกียร์ต่ำตลอดทางลาดชัน ห้ามเปลี่ยนเกียร์
  3. ขออนุญาตสมาคมล่วงหน้าก่อนวิ่งเส้นทางเสี่ยง
  4. เอกสารของรถต้องครบถ้วน ได้แก่ ภาษี, พ.ร.บ., ประกันภัย, GPS, ทะเบียนรถ และทะเบียนประกอบการ
  5. อุปกรณ์ความปลอดภัยต้องครบถ้วน ได้แก่ ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก และเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
  6. ติดตั้งกล้องหน้ารถ (Dash Cam) เพื่อบันทึกภาพและเสียงตลอดการเดินทาง
  7. แจ้งให้ผู้โดยสารนั่งประจำที่ คาดเข็มขัดนิรภัย และงดเปิดเพลงในช่วงเสี่ยง
  8. หากเกิดเหตุผิดปกติ เช่น อุบัติเหตุหรือถูกรถอื่นเฉี่ยวชน ให้บันทึกวิดีโอและส่งข้อมูลให้ศูนย์สมาคมทันที
  9. เข้าจุดตรวจหรือ Check Point (ถ้ามี) และรูดบัตรพนักงานขับรถก่อนเข้าสู่ช่วงเสี่ยง
  10. รถต้องพร้อมให้ตรวจสอบ และอาจถูกสุ่มตรวจโดยกรรมการสมาคม
  11. หากฝ่าฝืนข้อใดแล้วเกิดอุบัติเหตุ ให้ถือเป็นความผิดส่วนบุคคล สมาคมจะไม่รับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญา

*การดำเนินการของสมาคมในครั้งนี้ไม่ใช่การท้าทาอำนาจรัฐ แต่เป็นการยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ และการคัดค้านคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม โดยสงบ สันติ และมีเหตุผล สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยุติการใช้อำนาจโดยปราศจากข้อมูลทางเทคนิคที่โปร่งใส และเปิดเวทีให้มีการพิจารณาทบทวนคำสั่งดังกล่าวโดยเร่งด่วน โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมในกระบวนการอย่างเท่าเทียม ด้วยจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมและความปลอดภัยของผู้โดยสาร สมาคมฯ จะดำเนินการด้วยความมีสติ และไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรรม

*สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กรมการขนส่งทางบกต้อง มาตรการการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาประมาณ 03.20 น. เกิดอุบัติเหตุ รถบัสคณะดูงานจากเทศบาลพรเจริญ จ.บึงกาฬ พลิกคว่ำบริเวณถนนสาย 304 ทางลงเขาศาลปู่โทน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 17ราย และบาดเจ็บกว่า30ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 68 รถบัสนำเที่ยวปรับอากาศ 2 ชั้น เสียหลักชนท้าย รถบรรทุกพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ บริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จนเกิดไฟลุกไหม้ ตรวจสอบพบมีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

*ทางคมนาคมได้กำหนด 7 เส้นทางเสี่ยงห้ามรถโดยสาร 2 ชั้น ใช้ ซึ่งเบื้องต้นจะกำหนด 7 จุดเสี่ยง คือ 1. จังหวัดปราจีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 304 สี่แยกกบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว 2. จังหวัดพัทลุง ทางหลวงหมายเลข 4 เขาพับผ้า-พัทลุง 3. จังหวัดแพร่ ทางหลวงหมายเลข 103 แม่ยางฮ่อ – แม่ตีบ 4. จังหวัดเชียงใหม่ ทางหลวงหมายเลข 118 เชียงใหม่-ดอยนางแก้ว 5. จังหวัดเลย ทางหลวงหมายเลข 2013 บ่อโพธิ์-โคกงาม 6. จังหวัดเพชรบูรณ์ ทางหลวงหมายเลข 2331 โจ๊ะโหวะ – อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 7. จังหวัดน่าน ทางหลวงหมายเลข 1256 ปัว-อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

*โดยกรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบผ่านระบบจีพีเอส เมื่อพบรถโดยสารไม่ประจำทางฝ่าฝืนเข้าเส้นทางดังกล่าว จะดำเนินการออกหนังสือเรียกตัว แจ้งการกระทำผิด กับผู้ประกอบการและพนักงานขับรถ ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นบาท*ช่วงเวลา 12.00 น.ได้มีการตัดริบบิ้นเปิดพิธี และปล่อยแถวขบวนรถบัสวิ่งขึ้นเขาปักธงชัยพร้อมกัน และได้ขับรถบัสลงมาช่วงบริเวณถนน 304 จุดเขาศาลโทน ซึ่งเป็นจุดที่เกิดโศกนาฏกรรมรถบัส 2 ชั้นเสียหลักลงข้างทางจนมีผู้เสียชีวิต 18 ราย และอุบัติเหตุอื่นๆมาแล้ว เพื่อทดสอบสมรรถภาพการขึ้นลงเขารถบัส

*ทางด้าน ดร.สุริยะ แกล้วทนงค์ นายก สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองขั้น
ไทย (สปส) กล่าวว่า วันนี้เป็นการชุมนุมครั้งที่ 2 ของเราเป็นการยกระดับขึ้นมาอีกขั้น ครั้งที่ 1 เราไปที่ จ. ตรัง วันนี้เรามาชุมนุมที่ จ. ปราจีนบุรี วันนี้เป็นพิธีเปิดอารยะขัดขืน กิจกรรมในวันนี้มาแสดงพลังเสียงว่าพวกเรามีความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก หลังจากนี้เราจะโชว์ให้ประชาชนเห็นว่ารถของเราสามารถขึ้นเขาลงเขาในทางชันได้ ที่ผ่านมาเราโดนมองภาพลบทั้งที่รถของเรามีสถิติเกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุดของรถ 2 ชั้น ทางเราได้มีการฟ้องศาลปกครองซึ่งทางเรากำลังขอการคุ้มครองชั่วคราวอยู่ อยากฝากไปถึงกระทรวงและกรมเราต้องการเรียกร้องสิ่งที่พวกเราต้องการ ตอนนี้พวกเราลำบากกันมากรถก็ไม่ได้ผ่อน อยากให้มีการพิจารณาใหม่ ทางเรามีความยินดีให้ความร่วมมือในด้านความปลอดภัย เพราะระยะเวลา 15 ปี พวกเราให้ความร่วมมือมาโดยตลอด โปรดเห็นใจพวกเราด้วยเรามาเรียกร้องโดยสันติ

*ทางด้านนายวิทวัส ดุลพินิจพัฒนา อุปนายกสมาคม 1 กล่าว่านิยามคำว่าอารยะขัดขืน คือเราต้องการความเป็นธรรม เนื่องจากกฏเกณท์ต่างๆ ที่ได้ออกมามันส่งผลกระทบทั้งทางด้านการท่องเที่ยว โรงแรม บริษัททัวร์ รถ 2 ชั้นก็ไม่ใช่สาเหตุหลักในสิ่งที่ท่านกำลังแก้ปัญหาอยู่ อยากให้ภาครัฐมองเห็นความสัมพันธ์ของประชาชนมันเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง เราจะทำโดยสันติวิธีเพื่อให้เข้ามาเจรจาพูดคุยกับเรา ให้แก้ปัญหาให้เร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบความเดือดร้อนทั้งระบบไม่ใช่แค่รถบัส 2 ชั้น อย่างเดียว

*จากการสอบถาม ทางด้านนายวิพงษ์ศักดิ์ มงคลบุตร อุปนายกนายกสมาคม 2 ได้กล่าวว่าทางกลุ่มผู้ประกอบการโดยสมาคมได้มีการต่อสู้โดยมีการทำเป็นขั้นเป็นตอน ทำงานเป็นระบบโดยมีการเข้าไปเจรจากับทางกระทรวงและทางกรม เพื่อที่จะขอเปิดเส้นทางการเดินรถทั้ง 7 เส้นทางเสี่ยง โดยได้มีการยื่นขอเสนอมาตรการให้กับทางกรมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรและไม่กระทบกับภาคการท่องเที่ยว และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั่วประเทศ แต่ว่าหลังจากที่เข้าไปเจรจาและยื่นข้อเสนอให้กับทางกรมกลับไม่เป็นผล แต่ทางกระทรวงและกรมการขนส่งทางบกกลับไม่มีคำตอบให้กับทางผู้ประกอบการได้ ฉนั้นหลังจากวันนี้แนวทางการต่อสู้จะมีการยกระดับการชุมนุมใหญ่ รวมพลผู้ประกอบการทั่วประเทศ ไปชุมนุมที่หน้ากระทรวงคมนาคม และอยากจะฝากถึงเจ้ากระทรวงคมนาคม และอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ท่านยังมีเวลาอีก 1 อาทิตย์ในการที่จะยกเลิกข้อบังคับทั้ง 7 ข้อ ยังไม่ยกเลิกหรือไม่เห็นใจผู้ประกอบการในครั้งนี้ก็คงมีการยกขบวนไปชุมนุมที่หน้ากระทรวง

*จากการสอบถามนายพัชรากร ธนะถิรุยุธ อายุ 66 ปี เจ้าของรถไม้เอกเมืองแกลงทัวร์ กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนภาคตะวันออกที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่จะขึ้นภาคอีสานและอีสานใต้ ตนต้องอ้อมไปทางตะโกเขตของตาพระยา ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่อันตรายในตอนนี้ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา จุดที่มีปัญหาในตรงนี้ตนใช้เส้นทางมาตลอดชีวิต ถ้าเราทำด้วยความระมัดระวังทำด้วยจรรยาบรรณของคนขับมันไม่มีอะไรเลย ใช้ความเร็วแค่ 20 30 สบายเบรคไม่ต้องเหยียบลงได้สบายถ้าไม่ประมาท ทุกปีจะต้องขึ้นภาคอีสานนำประชาชนไปทำบุญ ตอนนี้ขึ้นไม่ได้จะต้องอ้อมใช้ระยะทางและความเสี่ยง ช่องตะโกที่เขาบอกว่าปลอดภัยมันอันตรายมาก ทั้งรถใหญ่รถเล็กแย่งกันขึ้นมันมีแค่เลนซ้ายเลนขวา รถบัส 2 ชั้นมีความปลอดภัยถ้าเราไม่ประมาทมันอยู่ที่คนขับ ผู้ประกอบการมีการดูแลรถของตนเองเป็นอย่างดี จากการที่มีประกาศบังคับใช้กฎหมายในตรงนี้ทางผู้ประกอบการมีความอึดอัดมาก บังคับใช้โดยที่ไม่บอกและไม่กล่าวล่วงหน้า ไม่มีการทำประชาวิจารณ์ ไม่ทำความเข้าใจกับประชาชน อยู่ๆเมื่อวันที่ 11 เมษายน ห้าม ทั้งๆที่พวกตนได้รับงานไว้แล้ว ได้รับผลกระทบถูกบอกยกเลิกเป็นส่วนมาก และลูกค้าไม่มีความเชื่อมั่นเขากลัว เราได้ใช้เส้นทางนี้มาก 20 กว่าปี /////////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านเปิดบ้านต้อนรับคาราวานตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ

น่าน–วันที่ 15 มิถุนายน 2568 เวลา 18.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเทวราช จังหวัดน่าน ได้มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะ “คาราวานตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ” โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการกล่าวต้อนรับและเป็นตัวแทนจากนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, หัวหน้าส่วนราชการ, นายสาธิต บุญทอง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน, คณะคาราวาน และสื่อมวลชนจากหลายพื้นที่

นางวิไลวรรณ กล่าวต้อนรับด้วยความยินดี พร้อมแนะนำจังหวัดน่านว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีเสน่ห์จากธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเรียบง่าย โดยเฉพาะในช่วง Green Season ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติที่เขียวชอุ่มและงดงามทั้งนี้ จังหวัดน่านยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองสร้างสรรค์ เมืองเก่าที่มีชีวิต สู่การเป็นเมืองมรดกโลก และยังได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ เช่น Green Destination Gold Award 2024 และ Best Tourism Village 2024


รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้กล่าวปิดท้ายด้วยความหวังว่าผู้ร่วมคาราวานจะได้รับความประทับใจจากการเดินทางครั้งนี้ และจะกลับมาเยือนเมืองน่านอีกในอนาคต บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของชาวน่านในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศคณะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจังหวัดน่าน

ครั้งนี้ได้มาที่วัดภูมินทร์ซึ่งเป็นตำนานของปู่ม่านย่าม่านกระซิบรักบันลือโลก ทุกคนมาจะต้องามถ่ายรูปกับภาพของปู่ม่านย่าม่านกระซิบรัก พร้อมกับนั่งรถรางชมเมืองยามค่ำคืนที่มีสีสันยามค่ำคืนที่สวยงามและเยี่ยมชมสินค้า OTOP โรงงานผลิตเครื่องเงินดอยซิลเวอร์ที่อำเภอปัว ที่เป็นโรงงานผลิตเครื่องเงินที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่านเป็นศูนย์เรียนรู้การผลิตเครื่องเงินและเป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศสร้างรายได้อีกด้วย/ข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา กระทุ้งรัฐบาลเปิดอภิปรายทั่วไปถกปัญหาไทย-กัมพูชา ลั่นไม่ยอมเสียดินแดนในศาลโลกครั้งที่ 3 / “วิ่งกันให้วุ่น! หนุ่มใหญ่ทิ้งรถ โกยแนบ

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สว.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดยพลเอกสวัสดิ์ ทัศนา ประธาน กมธ. พร้อมด้วยพลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี สว.ออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา” โดยสรุปว่า จากเหตุการณ์กระทบกระทั่งบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 ซึ่ง กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ประณามการกระทำที่ขาดความจริงใจ ไร้ความเป็นมิตรเยี่ยงประเทศเพื่อนบ้านพึงมีต่อกันของฝ่ายกัมพูชา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 ไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 9 และ 10 มิ.ย. 2568 กมธ.

ได้เดินทางเข้าพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้เห็นภูมิประเทศจริงและรับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ใช้โอกาสนี้พบปะเยี่ยมเยียนเพื่อแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่พิพาท รวมทั้งกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติตามแนวชายแดนด้วยความเข้มแข็ง

ตร.ทล. ชุมพร “วิ่งกันให้วุ่น! หนุ่มใหญ่ทิ้งรถ โกยแนบ วิ่งหนีไม่ คิดชีวิต ตร.ทล.ชุมพรโชว์ไหวพริบ ขี่รถคนร้ำยไล่ล่า

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ว่าที่ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้ สั่งการให้ ตำรวจทางหลวง ส.ทล. กก. บก.ทล.(ชุมพร)ตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบ นำโดย ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.กิตติชัย ช่วยเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ส.ต.อ.มาตุภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บกออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พบ ชายต้องสงสัย ขับขี่ รถจักรยานยนต์ แซงรถตำรวจทางด้านซ้ายด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตเห็น แสดงอาการ พิรุธ จึงเรียกให้จอดและขอทำการตรวจค้นตัว และแล้วก็เจอ

ถุงซิปลักษณะคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นยาบ้า ถูกซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายของชายคนดังกล่าวชายต้อง สงสัยกลับกระโจนวิ่งหนีจากจุดเกิดเหตุอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้บนถนน แล้ววิ่งหนีไป คาดจะลง ข้างทางมุ่งหน้าสู่ป่าใกล้เคียง ด้วยไหวพริบและสัญชาตญาณของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายหนึ่งรีบวิ่งไล่ติดตาม ในทันที ขณะที่อีกนายควบจักรยานยนต์ของคนร้ายเข้าไล่บี แบบประชิด งานนี้ ไม่ใช่แค่วิ่ง แต่คือการไล่ล่า ทุลักทุเล ตำรวจเหนื่อย คนร้ายก็หอบ วิ่งกันเหงื่อโชกกลางดึกแม้ผู้ต้องหาพยายามวิ่งเข้าป่าหลบหนี

แต่ตำรวจ ทางหลวงชุมพรก็ไม่ละความพยายาม ไล่ตามอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งสามารถรวบตัวไว้ได้ในที่สุดห่างจากจุดที่ พบตัวหลบหนีไปไกลกว่า 1 กิโลเมตร ปฏิบัติการครั้งนี้ จับกุมตัว 1.นายจีระศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาว ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ด ลักษณะกลมแบน ประทับอักษร WY สีส้ม จำนวน 452 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ชนิดกดปิด-ดึงเปิด 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ด ลักษณะกลมแบน ประทับอักษร WY สีเขียว จำนวน 4 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ชนิดกดปิด-ดึงเปิด 3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อเรียลมี สีทอง 1 เครื่อง

จากสอบถามผู้ต้องหาเล่าว่าตนเองติดต่อซื้อยาเสพติดผ่านแอพพลิเคชั่น Facebook เมื่อช่วงคำของวันที่ 15มิ.ย.68 ในราคา 6,000 บาทและได้นัดหมายวางยาบ้าบริเวณหลักกิโลเมตรก่อนถึงสี่ แยกปฐมพรและตนเองได้เสพยาเสพติดมาแล้วจำนวน4เม็ด

เจ้าหน้าที่ ตร.ทล.ชุมพรจึงได้ จัดทำบันทึกการจับกุมและได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ ฐานความผิด “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,เป็นผู้ขับขี่รถและเสพยาเสพติดให้โทษประประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับ อนุญาตและเป็นผู้ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีมอบนโยบายและกล่าวมอบโอวาทเพื่อให้กำลังใจแก่นักกีฬาก่อนไปแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 “โคราชเกมส์”

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 11.30 น. ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬโดย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

มีนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีมอบนโยบายและกล่าวมอบโอวาทเพื่อให้กำลังใจแก่นักกีฬาก่อนไปแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 “โคราชเกมส์”

ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 23 มิถุนายน 2568 โดยจัดการแข่งขัน ณ จังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ โดยนายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นางกชพรรณ วิชิตธนบดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าร่วมส่งกำลังใจแก่นักกีฬา

จังหวัดบึงกาฬส่งตัวแทนนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 8 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา กอล์ฟ แบดมินตัน วู้ดบอล หมากรุกไทย เปตอง ประกวดคาราโอเกะ และตะกร้อวงเตะทน นักกีฬาตัวแทนจังหวัดบึงกาฬเข้าร่วมแข่งขัน ทั้งหมด 57 คน แบ่งเป็น นักกีฬา 48 คน เจ้าหน้าที่ทีม 9 คน

โดยมี สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่ชมรมกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุจังหวัดบึงกาฬ

ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยุทธการป้องปรามการระบาดบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด ยกระดับสถานศึกษาปลอดภัย

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.68 ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นางกันยมาส ชูจีน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 ร่วมพิธีเปิดความร่วมมือและปฏิบัติการตรวจร่วมนักเรียนปลอดภัย ห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด จ.ประจวบฯ โดยมี ตำรวจ สภ.ทั้ง 16 สถานีในสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ ฝ่ายปกครอง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ และหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดฯ

ได้แก่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดฯ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 และเขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดฯ สถานศึกษาทุกแห่ง และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม เพื่อบูรณาการการทำงานในการดูแลคุ้มครอง ช่วยเหลือ และเฝ้าระวังพฤติกรรมนักเรียนทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาในการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด

รวมถึงการออกตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ยกระดับการเฝ้าระวังเหตุและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียนเชิงรุก ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่เหมาะสม สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ปกครอง โดยมีการจัดทำแผนการออกตรวจร่วมเฝ้าระวังเหตุในพื้นที่จุดเสี่ยงตามที่ได้มีการประชุมวางแผนร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดทุกรูปแบบไม่ให้แพร่ระบาดเข้าสู่สถานศึกษา และป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย และอนาคตของนักเรียน

พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีข้อสั่งการไปยัง สภ.ทั้ง 16 สถานี ให้กวดขันจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าชื่นชม ปัจจุบันเรียกได้ว่าแทบจะหาไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องทางอื่น ๆ ที่เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ เช่น การซื้อขายผ่านระบบออนไลน์

ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องเข้าถึงเด็กเพื่อให้ปัญหานี้หมดไป หากไม่รีบดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการศึกษา เพื่อเปิดปฏิบัติการตรวจร่วมให้เด็กและเยาวขนปลอดภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด นำไปสู่การยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมคณะ นำพวงมาลัยสักการะ หลวงพ่อเต๋ คงทอง เพื่อเป็นสิริมงคล

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 09.09 น. เนื่องในโอกาส เข้ารับตำแหน่งวันแรก หลังจาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสามง่าม นายสมรัก มีใจดี

นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมด้วย นาย จิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเทศบาลสามง่ามพร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล นำพวงมาลัยมา

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม และมณฑปหลวงพ่อเต๋ คงทอง บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอดอนตูม เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันแรก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง