​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ทพ.2105 จับ 2 นักค้า พร้อมยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด ล่า “ไอ้พล”ต่อ หลังถูก M-16 ยิงจนรถพรุนแต่ยังหนีไปได้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม​ 2568​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 (ร้อย.ฉก.ทพ.2105) มุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช. ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าว เจ้าหน้าที่ทหารพรานจับขบวนการค้ายาเสพติด ตรวจยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน และผู้ต้องหา 2 คน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.อ.อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์กระบะบรรทุกจะเข้ามารับยาเสพติดในพื้นที่บ้านท่าไค้ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ พ.ต.คำรณ คุ้มเขต​ ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.ที่2105​ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมชุดปฏิบัติการข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

พบรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถกระบะบรรทุกอีซูซุ 4 ประตู ๆสีขาว หมายเลขทะเบียน ขฉ 3269 สุราษฏร์ธานี วิ่งนำหน้าโดยมีรถกระบะบรรทุกโตโยต้าหมายทะเบียน บฉ 6208 นครพนม ซึ่งบรรทุกยาบ้าแล่นตาม โดยเจ้าหน้าที่สามารถขับรถเข้าสกัดกั้นรถกระบะบรรทุกอีซูซุซึ่งเป็นรถนำทางไว้ได้ 1 คัน มีนายจิรายุทธ หรือ หนุ่ม สุพร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 ม.4 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร เป็นคนขับ

โดยมี น.ส.ปัทมา หรือ หมิว สาธุชาติ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.10 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร นั่งโดยสารมาด้วย ส่วนรถกระบะบรรทุกโตโยต้าที่บรรทุกยาบ้าได้พุ่งชนรถเจ้าหน้าที่เพื่อขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดเพื่อให้รถหยุดแต่รถคันดังกล่าวก็ยังคงสามารถวิ่งฝ่าออกไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามไปถึงถนนบ้านสงเปือย ม.5 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร คนขับรถซึ่งเป็นผู้ชายก็ได้เปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านจนสามารถหลบหนีไปได้

โดยทราบชื่อต่อมาภายหลังว่า คือ นายวีระพล หรือ พล ภูมลา อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี จากการตรวจค้นรถยนต์กระบะบรรทุกโตโยต้า พบกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 6 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้ากระสอบละ 200,000 เม็ด รวมเป็นยาบ้าทั้งหมดจำนวน 1,200,000เม็ด จึงได้ทำการควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดพร้อมรถยนต์กระบะบรรทุก 2 คัน ไว้เป็นของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหารพราน2105มุกดาหารจับยาบ้า

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / มอบตัวแล้วไอ้เขื่อน ปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพ ทนอดอยากในป่าไม่ไหว / ททท.ประจวบฯ จับมือพันธมิตรจัดแคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” กับ Gift Voucher สุดพิเศษตลอด ม.ค.- เม.ย. นี้ 


มอบตัวแล้วไอ้เขื่อนปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพคารถจักรยานยนต์ หลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันปิดล้อมต่อเนื่องนาน 15 วัน ทั้งตั้งรางวัลนำจับ โดรนบินสำรวจต่อเนื่อง ทนหิวลำบากในป่าไม่ไหว ดอดพบญาติพาเข้ามอบตัวกลางดึกวันที่ 7 มกราคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ดักยิงนายปิติกร จันทรวิจิตร อายุ 40 ปี สามีปัจจุบันของนางธัลศิตา สายเส็ง อายุ 30 ปี และนายธงชัย สุขสมัย อายุ 38 ปี เพื่อนของนายปิติกรเสียชีวิต ขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน รวม 2 ศพ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 19 ธันวาคม 67 ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายชนบท หมู่บ้านย่านซื่อ-โปร่งแดง หมู่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าปิดล้อมตรวจค้นหาตัวผู้ก่อเหตุ ตามบ้านญาติ ป่าสวนยางพารา และป่าแนวเทือกเขาตะนาวศรี เขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่สำหรับหลบซ่อนตัว โดยใช้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ(นปภ.) ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจค้นควานหาตัวพร้อมใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก. สภ.อ่าวน้อยได้ขอความร่วมมือฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ขณะประชุมประจำเดือน

ให้ช่วยสำรวจตรวจตา พร้อมตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวได้โดยคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 5 ม.ค.68 ที่ผ่านมา นายเขื่อน หรือนายไพศาล คณา ผู้ต้องหายิงดับ 2 ศพได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย โดยประสานผ่านญาติ เนื่องจากถูกกดดันไม่ไหว ลงมาหาเสบียงอาหารไม่ได้ ใช้ชีวิตอยู่ในป่าชายแดนด้วยความยากลำบาก ปัจจุบัน ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวน้อย เจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมรวบรวมพยานหลักฐาน นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดประจวบไปแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังจากทุกหน่วย และยุทโธปกรณ์ต่างๆทั้ง โดรนบินสำรวจ สุนัขดมกลิ่น ตำรวจ ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจตรวจค้นและกดดันในพื้นที่ทุกช่องทาง เนื่องจากผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณในป่าเขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา อย่างต่อเนื่องนานถึง 15-16 วัน และช่วงกลางดึกของวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา นายเขื่อนผู้ก่อเหตุได้แอบลงจากภูเขามาพบญาติเพื่อขอประสานเข้ามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และส่งฝากขังที่ศาลไปแล้ว ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพผู้ต้องหาประสงค์ที่จะไม่ยินยอมทำแผนเนื่องจากหวั่นเกรงญาติผู้เสียชีวิตรุมประชาทัณฑ์ และเมื่อญาติผู้เสียชีวิตทราบว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้วได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจจำนวนหลายคน เพื่อมาติดตามความคืบหน้าของคดี

โดยผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นคนก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยิงจริง และได้ทิ้งอาวุธปืนไว้ในป่าไปแล้ว และจำไม่ได้ว่าทิ้งไว้จุดไหน ซึ่งทางตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานถึงแม้ไม่มีหลักฐานเป็นอาวุธปืนก็มั่นใจว่าเอาผิดได้ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาให้การว่ามาจากปัญหาเรื่องส่วนตัวกับผู้ตายที่เป็นผัวใหม่และหึงหวง ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาการทำธุรกิจเถื่อนชายแดน ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 รายก็เป็นเพื่อนสนิทกับผู้ก่อเหตุ แต่จำไม่ได้เนื่องจากกลางคืนมืดมองไม่รู้ว่าเป็นใคร ถ้ารู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทคงไม่ยิง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ก่อนส่งฝากขังที่ศาลรอการพิจารณาต่อไป

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781


ททท.ประจวบฯ จับมือพันธมิตรจัดแคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” กับ Gift Voucher สุดพิเศษตลอด ม.ค.- เม.ย. นี้ 

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.68 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท (ฝั่งบลูพอร์ต) จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว แคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” ร่วมกับ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ, นางสาวฤดีพรรณ เต็มชื่น ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายการตลาด Trip.com, นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และนางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนจำนวนมาก
ททท.สำนักงานประจวบฯ ร่วมกับจังหวัดประจวบฯ, ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจรของเมืองไทย Trip.com, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และบลูพอร์ต หัวหิน จับมือกันผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องหลังเทศกาลปีใหม่ 2568 กับแคมเปญ “Amazing Coast Town” ประจวบคีรีขันธ์เมืองตากอากาศของประเทศไทย โดยจุดมุ่งหมายของโครงการนี้จัดทำขึ้นส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ พร้อมประชาสัมพันธ์แคมเปญท่องเที่ยวไทย ปี 2568 “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวและมหกรรมกีฬาให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลกและสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน

แคมเปญ “Amazing Coast Town” ประจวบคีรีขันธ์เมืองตากอากาศของประเทศไทย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯกับข้อเสนอพิเศษ เมื่อจองโรงแรมที่พักผ่าน Trip.com ช่วงระหว่างวันที่ 13-27 ม.ค.นี้ สำหรับการเข้าพัก 2 คืนขึ้นไปในโรงแรมจังหวัดประจวบฯที่เข้าร่วมโครงการ ผู้เข้าพักจะได้รับสิทธิ์บัตรของขวัญฟรีจากพันธมิตรโครงการ ได้แก่ บัตรเข้าสวนน้ำวานานาวา หัวหิน ฟรี 100 ใบ, บัตรเข้าชมซาฟารีหัวหิน ฟรี 100 ใบ สำหรับ 200 ท่าน (1ใบต่อ2ท่าน) และ บัตรเข้าใช้บริการอินฟราเรดซาวน่าและแช่น้ำแข็ง (ice bath) จาก เฮ้าส์ออฟคูณ 100 ใบ โอกาสนี้ ททท.สำนักงานประจวบฯ ขอส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ตลอดเดือนมกราคม-เมษายน นี้ จองกันได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางของ Trip.com จองก่อนรับสิทธิ์ใช้ประสบการณ์ความสุขก่อนใคร สุขทันทีที่เที่ยวประจวบคีรีขันธ์…สุขทันใจที่จองผ่าน Trip.com ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจร ซึ่งให้บริการครอบคลุม 24 ภาษา ใน 39 ประเทศ ฝ่ายบริการลูกค้าระดับโลกของ Trip.com ให้บริการในหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อ ‘สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด’ ให้กับลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลก สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Trip.com และเฟซบุ๊ค ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า โครงการนี้ ททท. ร่วมกับ Trip.com ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดประจวบฯ ไปสู่อำเภออื่นๆ นอกเหนือจาก อ.หัวหินของเรา คราวนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักมากกว่า 2 คืน จะได้รับ Gift Voucher พิเศษที่เราร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างมากกว่า 2 คืนในพื้นที่ จะเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มวันพักขึ้นจากเดิมจะเป็นการส่งเสริมและเพิ่มรายได้ในพื้นที่ประจวบฯ ขณะนี้ จะมองเห็นว่าการเดินทางเป็นกลุ่มที่เป็นครอบครัว young generation ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวหิน จะเห็นได้ว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ประจวบฯ สามารถสร้างรายได้มากกว่า 400 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักแต่ละโรงแรมที่เป็น 4 ดาว 5 ดาว มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แทบทุกแห่ง

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในปี 2025 เราเล็งเห็นแล้วว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาแต่ว่าจะทำยังไงให้เขา spending มากขึ้นแล้วก็อยู่ใน long stay marketing มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นโจทย์พวกนี้มันเป็นโจทย์ที่เราค่อนข้างวางไว้อยู่แล้วทางธุรกิจในเครือเราด้วย เพราะฉะนั้นตัว trip.com มาช่วยเราพอสมควรแล้วเราก็เสริมกันไปเพราะว่ามีตัวช่วยผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ประชาสัมพันธ์มากยิ่งขึ้นก็จะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า friendly มากขึ้น การจองโฟลว์ขึ้นไม่ว่าจะในส่วนของการหาข้อมูลหรือการดูเรื่องราคาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของที่พัก เครื่องบินต่างๆ ที่จะมาที่หัวหินหรือมาที่กรุงเทพแล้วก็ต่อรถมาที่หัวหินเลย คิดว่ามันมันเป็นการเอื้อกันมากกว่า พอมาตรงจุดนี้เราก็เลยเริ่มเสริมในเรื่องของประชาสัมพันธ์ในส่วนที่เรามีอยู่ไม่ว่าในส่วนของบลูพอร์ต หัวหิน, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน, สวนน้ำวานา นาวา หรือว่าจะเป็นอารีน่าหัวหินเองเราก็ช่วยผลักดันในส่วนนี้ร่วมกับ trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ครั้งแรกของหัวหิน จดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025”


จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศ และนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน โดยการเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วประเทศ
นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานฯ กล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน ยังจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน 68 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”
จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติก
พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหิน พร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยคู่รัก LGBTQIAN+ ที่สนใจสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScMTuij8dqrJWlL3tO2gLsYE30YCxa4-qU3lw9yzLjQtdFRSg/viewform หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport

ครั้งแรกของหัวหิน จดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025”

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศ และนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน โดยการเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วประเทศ
นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานฯ กล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน ยังจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน 68 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”
จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติก
พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหิน พร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยคู่รัก LGBTQIAN+ ที่สนใจสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScMTuij8dqrJWlL3tO2gLsYE30YCxa4-qU3lw9yzLjQtdFRSg/viewform หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม ส.ส. โหน่งพร้อมภรรยา มอบวิลแชร์ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม 2568 นายสุรศักดิ์ กิตติวิริยะการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง พร้อม รองนายก /ประธานสภา /กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยตำบลทุ่งขวาง

ร่วมต้อนรับ ส.ส.พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์และดร.ชุตินันท์ สะสมทรัพย์ มอบวิลแชร์ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว นายณัฐกิจ เกลียดภูมิธีรธนา หมู่ที่ 8 บ้านหลักเมตรใหม่ ต. ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ขอขอบคุณ .ท่านส.ส.ดร.พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ดร.ชุตินันท์ สะสมทรัพย์ และสโมสรฟุตบอลนครปฐมยูไนเต็ด เป็นอย่างสูง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พัทยาสร้างนักกีฬาท้องถิ่น จัดแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย / ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย

ช่วงบ่ายวันที่ 6 ม.ค.67 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) หนึ่งในกิจกรรมโครงการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมืองพัทยา ประจำปี 2567 เมืองพัทยา โดยสำนักการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมืองพัทยา ประจำปี 2567 ซึ่งกำหนดจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) ระหว่างวันที่ 18 – 19 มกราคม 2568 ที่บริเวณลานกีฬาทางน้ำชายหาดจอมเทียน

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันทุกระดับอย่างต่อเนื่อง สร้างเสริมพลานามัยที่ดีแก่เยาวชน และประชาชนทั่วไปด้วยการออกกำลังกาย รวมถึงการได้มีโอกาสที่จะก้าวเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคตได้อีกทางหนึ่ง โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.ประเภท Long Distance Open 16 กม.ชาย-หญิง 2.ประเภท Sprint 200 เมตร แบ่งเป็น รุ่นอายุไม่กิน 15 ปี ชาย-หญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชาย-หญิง และรุ่น Open ชาย-หญิง 3.ประเภท Technical แบ่งเป็น รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่น Beginner 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่น Open 6 กม. ชาย-หญิง, รุ่นไม่ต่ำกว่า 40 ปี 6 กม. ชาย-หญิง และรุ่นไม่ต่ำกว่า 50 ปี 6 กม. ชาย-หญิง และ 4.ประเภท Special Race แบ่งเป็น รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 10 ปี, การแต่งกายสนุกสนาน, ชุดบิกีนี่ และบานาน่าโบ้ท

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า กีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความสนใจ และมีแนวโน้มที่จะเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้รับการบรรจุในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอนาคต ซึ่งตรงกับนโยบายนายกเมืองพัทยาที่ต้องการผลักดันให้กีฬายืนพาย (SUP BOARD) ก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็น 1 ใน 3 จังหวัดที่เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันอีกด้วย

อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมอาลัยการสูญเสีย คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและความชราภาพ

วันที่ 6 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวแหวนประดับ โดย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยภิญโญ อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและความชราภาพ

ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากทั้งกลุ่มข้าราชการตำรวจ กลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มสื่อมวลชน และญาติสนิทมิตร นำพวงหรีดเข้าร่วมแสดงความเสียกับทางเจ้าภาพที่สูญเสียผู้อันเป็นที่รักกันเป็นจำนวนมาก ก่อนช่วงค่ำจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม

กำหนดการสวดพระอภิธรรมและพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ โดยพิธีสวดพระอภิธรรมกำหนดจัดขึ้นวันอังคารที่ 7- 10 มกราคม 2568 เวลา 19.00 น. และในวันเสาร์ 11 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพตามลำดับกำหนดการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย

มีรายงานว่า นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมในพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธรรมยุต) และร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายกุศลแด่พระเดชพระคุณพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) ที่ศาลาเมฆิยเถระ (ศาลาทำบุญ) วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ตำบลบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี  

โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นองค์ประธานในพิธีฯ ในการนี้มีพระเดชพระคุณพระธรรมวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดบางพระวรวิหาร พระโสภณคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี(ธ) เจ้าอาวาสวัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร และคณะสงฆ์จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

 ด้วยพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธรรมยุต) ได้ละสังขารมรณภาพ เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 4 มกราคม 2568 ด้วยอาการสงบ ณ วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง สิริอายุ 89 ปี 9 เดือน พรรษาที่ 62 สำหรับพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) เป็นพระเถระที่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพ และเป็นกำลังสำคัญในการทำนุบำรุงและปรับปรุงฟื้นฟูวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ให้มีความเจริญรุ่งเรือง เพื่อพระพุทธศาสนาดำรงอยู่และยังประโยชน์ให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้เข้ามาปฏิบัติธรรมสืบต่อไป

เมืองพัทยาพร้อมรับเด็กๆ ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เตรียมแจกรางวัล 2.5 พันชิ้น

ด้วยวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีตรงกับวันเด็กแห่งชาติ และในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ได้เปิดเผยว่า เมืองพัทยาเตรียมพร้อมจัดกิจกรรมสนุกสนานสร้างสรรค์เพื่อนต้อนรับเด็กๆ และเยาวชนที่จะมาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยในปีนี้เมืองพัทยาได้จัดเตรียมของรางวัลมากมายรวมจำนวน 2,500 ชิ้น พร้อมกิจกรรมซุ้มเกมการละเล่น และการจัดแสดงให้ความรู้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน อาทิ สวนไดโนเสาร์พัทยาที่จะนำเอาไดโนเสาร์จำลองมาจัดแสดงให้เด็กๆ ได้รับชมอย่างใกล้ชิด อย่างไรตาม ขอเชิญชวนผู้ปกครองนำบุตรหลาน รวมทั้งน้องๆ หนูๆ เด็กๆ และเยาวชน เข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยกิจกรรมต่างๆ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงรายดุเดือดทักษิณ หนุน สลักจฤฎดิ์สุดขั่ว ล้ม”นก”อทิตาธร หลุดเก้าอี้ พื้นเศรษฐกิจเชียงราย เกณฑ์คนนับหมื่นฟัง

หลังจากกกต.เชียงรายคัดกรองคุณสมบัติผูัสมัครรนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และได้ประกาศรับรองเบอร์ผู้มัครนายกฯทั้ง3 คน เบอร์ 1 นางอธิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร์ 2 นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์ 3 นางจิราพร หมื่นไชยวงศ์ ส่วนสมาชิกสภา ทั้งหมด36เขตเลือกตั้ง ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ จำนวน 103 ราย ตามสถ/ผถ.หรือ 4/4-4/5 ซึ่งผู้สมัครที่ทางสำนักคณะกรรมการเลือกตั้ง จังหวัดเชียงรายได้ลงนามรับรองให้ใช้เบอร์ลำดับหาเสียงเลือกตั้งได้

สำหรับความเคลื่อนไหวทางการเมืองในส่วนของการเลือกตั้งนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่5ธันวาคม68 ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตรผู้ช่วยหาเสียงนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2ซึ่งเป็นภรรยานายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตเลขาธิการพรรคและผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อไทยร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่3เวที ในพื้นที่ฐานที่มั่น นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ลูกเสี่ยโป้ย หรือนายสมบูรณ์ วันไชยธนวงค์ ผู้มีเบื้องหลังคือพรรคภูมิใจไทยหนุนหลัง ซึ่งเป็นผู้ครองฐานคะแนนในพื้นที่อำเภอเทิง จ.เชียงราย

มีทายาทเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และระดับชาติ ที่โรงเรียนบ้านปล้องวิทยาคม อย่างดุเดือดเข้มข้น ต่อด้วยเวทีเชียงของวิทยาคม และปิดท้ายด้วยเวทีโรงเรียนแม่จันวิทยาคม พื้นที่ฐานที่มั่นนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ในแต่ละเวทีมีการเกณฑ์คนมาฟังปราศรัยเวทีละหมื่นคนโดยมาจากหมู่บ้านละ10คน บรรยากาศการปราศัยเป็นไปอย่างดุเดือดนายทักษิณได้ปราศัยเป็นภาษาคำเมืองอ้อนคะแนนโดยเนื้อหาการปราศัยมุ่งเน้นอวดสักยภาพรัฐบาลลูกสาวคนเล็กว่าทำได้แน่นอน โดยจะปรับลดค่าไฟฟ้า3.70บาท/หน่วย และจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุกระตุ้นเศรษฐกิจต้นปี68 ในวันที่ 29 มกราคม แน่นอน

นายทักษิณกล่าวในที่ปราศรัยว่าตนห่างพื้นที่เชียงรายมากว่า20ปีอยากจะให้คนเชียงรายเลือกเบอร์2นางสลักจฤฎดิ์ เนื่องจากจะสามารถทำงานกับรัฐบาลได้ และที่สำคัญนายยงยุทธเป็นประธานสภาและเลขาธิการและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคตอนต้น จึงเชียร์เต็มที่ ในฐานนะเป็นพ่ออุ้งอิ้ง ก็ต้องเชียร์พรรคเพื่อไทยเลือตั้งสส.สมัยหน้าต้องคืนสส.พรรคเพื่อไทยให้ได้200คน เพราะระบบที่แก้ไว้มันเสียหาย เดิมที่เดียวตนบ่สนใจเรื่องท้องถิ่น แต่มาบัดนี้เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ 17-18ปีที่ตนไม่ได้อยู่ระบบมันเสียหาย อยากเห็นต่างจังหวัดเศรษฐกิจดี ประชาชนชนบทยากจนอีกหน่อยจะมีกินมีใช้

นายทักษิณยังพูดถึงคนที่เล่นติ๊กต๊อก ที่ด่ารัฐบาลทุกเช้าทุกเย็นมีไม่กี่คนอยากจะบอกว่าเหลือคนที่ด่าสุดก็คือพ่อแม่ น่าสมเพชอยากจะโยนเชือกให้แควนคอตาย คนพวกนี้เหมือนแตงไม่ขึ้นค้าง มีหลักก็ไม่ขึ้น มีแต่เลื้อยบนดิน ดังนั้นเรามาทำให้คนไทยขึ้นค้างกันจะได้เจริญ ในการปราศัยนายทักษิณพูดขอคะแนนให้สส.เพื่อไทยสมัยหน้าครบเต็มเหมือนเดิม เพราะจะได้ทำงานง่ายขึ้นจุดสำคัญนำพรรคเพื่อไทยมาจุดประเด็นว่ามีสส.น้อยลำบากต้องมีสส.เยอะจึงจะทำได้ขอให้พี่น้องเชียงรายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย สนับสนุนนางสลักจฤฎดิ์ ได้เป็นนายกอบจ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าในเวทีหาเสียงที่อำเภอเชียงของและอำเภอแม่จันก็เหมือนลักณะเดียวกันนายทักษิณใช้คำพูดเป็นภาษาพื้นเมืองบางครั้งก็สบถคำด่า หยาบๆ ว่าเป็นควาย คู่ต่อสู้ทางการเมือง ที่เป็นนักการเมืองรุ่นเก่าไม่กี่คน ที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2544 แค้นตนมาถึงทุกวันนี้กล่าวหาตตนสร้างความวุ่นวายบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวหลังได้ติดตามการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยแล้วยังได้ติดตามการหาเสียงของขั้วนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร์ 1 ที่ยังเดินหน้าหาเสียงด้วยรถตู้ออกหาเสียงตั้งแต่ไก่โห่ยันดึกทุกวันในคราวที่การจัดงานรำลึกพ่อหลวงรัชกาลที่9บ้านซาเจ๊ะหมู่บ้านชาติพันธุ์อาข่า หมูที่ 6ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งมีคะแนนมาก และเป็นฐานที่มั่นนางสลักจฤฎดิ์ ท่ามกลางเสียงให้การต้อนรับเนืองแน่น แต่นางอทิตาธรและทีมงาน ได้ยกมือไหว้พี่น้องอาข่าขอแรงสนับสนุน ร่วมพิธีจุดเทียนถวายในหลวงรัชกาลที่9แต่ไม่ได้ขึ้นจับไมค์พูดหาเสียงแต่ประการใด

นางอทิตาธรยังมั่นใจถึงการดูแลประชาชนและเชื่อมั่นว่าจะกลับมาเป็นนายกเหมือนเดิมว่าถึงแม้ไม่สังกัดพรรคการเมืองก็ทำหน้าที่ได้หรือนกทำได้อันเป็นวลีการเมืองหาเสียง ส่วนการปราศัยในเวทีใหญ่นั้นฝ่ายยุทธศาสตร์การหาเสียงยังไม่เปิดเผยแต่แง้มๆเป็นในๆว่าจะมีขึ้นอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันในระยะโค้งแรกผู้สมัครเริ่มติดป้ายหาเสียงตามจุดต่างๆมีให้เห็นตามถนนสายหลักส่วนรถแห่หาเสียงมีแต่ผู้สมัครส.อบจ.บางเบอร์ที่ออกมาคาดว่านับจากนี้อีกหนึ่งอาทิตย์จะออกมาแก่ป้ายหาเสียงตามแผนอย่างแน่นอน.
ธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ – พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)เร่งรัดติดตามในคดี “ชิงทรัพย์ และกระทำชำเราหญิงวัยสูงอายุ“ จ.นครราชสีมา

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 6 ม.ค.68) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร.พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส) มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

เดินทางไปเร่งรัดติดตามผลความคืบหน้าคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและเป็นที่น่าสนใจของประชาชนในคดี “ชิงทรัพย์ และกระทำชำเราหญิงวัยสูงอายุ“ ในพื้นที่ สภ.บัวใหญ่, สภ.แก้งสนามนาง, สภ.โนนแดง, สภ.บ้านเหลือม และ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

โดยมีพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีนผบช.ภ.3พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์รอง ผบช.ภ.3พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา
พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชรผบก.สส.ภ.3ผกก., รอง ผกก.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ศพฐ.3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยมีข้อสั่งการดังนี้ 1.ให้ความสำคัญกับข้อมูลสืบสวนก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ต้องดำเนินการรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกมิติ ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม กล้องวงจรปิด และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวม ปรับปรุง พัฒนาฐานข้อมูลอาชญากรรมในพื้นที่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นปัจจุบัน ต้องสามารถสืบค้น และประสานข้อมูล ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และเกื้อกูลข้อมูลต่อกันเป็นอย่างดี
ใช้กำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษในการปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์ และคดีสำคัญ หรือปรากฏตัวในพื้นที่สุ่มเสี่ยง เพื่อกดดันมิให้เกิดการกระทำความผิด

พึงระมัดระวังการให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน หรือบุคคลภายนอก ต้องอย่าให้กระทบต่อพยานหลักฐาน ตลอดจนไม่ควรเปิดเผยถึงแนวทาง เทคนิค หรือวิธีการสืบสวน 5.กำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ภายในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้ทำความเข้าใจหลักกฎหมาย วิธีการ ขั้นตอนการปฏิบัติตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด 6.ให้เร่งรัดสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องในคดี และเร่งรัดส่งดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยตรวจและเร่งรัดผลตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอจากทางพิสูจน์หลักฐาน

สืบสวน ภ.จว. และสืบ สภ. ทำไทม์ไลน์กล้องรายละเอียดเหตุการณ์ในคดี สืบภาคให้ตรวจสอบข้อมูลภาคอากาศ 8.กำชับให้มีมาตราการป้องกันเหตุ อย่าให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก 9.การสืนสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาให้ยึดหลักยุทธวิธี ความปลอดภัยต้องมาก่อน อย่าให้เกิดความสูญเสีย
10.กำชับการให้ทำงานกันเป็นทีม บูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” และ “ขยัน อดทน ดำรงตนอย่างมีเกียรติ” ณ ห้องประชุมไทรทอง ภ.จว.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 6 ม.ค.68) เวลา 13.00 น.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร.พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์รอง ผบ.ตร.(สส)มอบหมายให้พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)พร้อมด้วยพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีนผบช.ภ.3พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์รอง ผบช.ภ.3พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณผบก.ภ.จว.นครราชสีมาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฃ

    ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เป็นที่สนใจแก่ประชาชนและสื่อมวลชน ที่เกิดในพื้นที่ สภ.ปากช่อง ซึ่งผู้เสียหายได้ไปร้องเรียนกับเพจ “สายไหมต้องรอด” คือ นายสมคิด ทับเปีย อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ 1/2568 ลงวันที่ 6 มกราคม 2568 โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น”

    ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ทำงานโดยยึดหลักกฎหมายและรอบคอบตามหลักยุทธวิธีตำรวจที่ได้ฝึกทบทวนมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวพี่น้องข้าราชการตำรวจ ตามที่ ผบ.ตร. ได้ฝากข้อห่วงใยซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชน

    ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากถึงผู้เสียหายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย โดยจะรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาปราศจากข้อสงสัยจากทุกฝ่าย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป

    ณ ศปก. ภ.จว.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

    สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / นักกีฬานับพันร่วมวิ่งเทรลครั้งแรกของหัวหิน “The Legendary Trail Series HUAHIN50”

    การแข่งขันวิ่งเทรลครั้งแรกของหัวหิน “The Legendary Trail Series HUAHIN50” ในปี 2024 ได้ปิดฉากลงอย่างน่าประทับใจ โดยสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานและตอกย้ำให้สนามนี้เป็นหนึ่งในสนามเทรลที่โดดเด่นในปฏิทินงานวิ่งเทรลของประเทศไทย โดยมีนักวิ่งจากทั่วประเทศได้เดินทางมาที่หัวหินเพื่อร่วมแข่งขันในระยะทาง 3 กิโลเมตร, 11 กิโลเมตร, 25 กิโลเมตร และ 50 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอันน่าตื่นเต้นของการเปิดตัวการแข่งขันเป็นครั้งแรกของสนามนี้ผู้เข้าร่วมงานต่างชื่นชมในด้านการจัดการที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะมาตรการดูแลเรื่องความปลอดภัย เส้นทางที่มีเครื่องหมายและป้ายบอกทางชัดเจน จุดบริการน้ำและอาหารที่มากมาย อาสาสมัครและทีมงานที่ดูแลและให้กำลังใจตลอดเส้นทางและทุกจุดเช็คพอยท์

    The Legendary Trail Series 2024 HUAHIN50 ได้ต้อนรับนักวิ่งราว 1,000 คน ร่วมผจญภัยบนเส้นทางธรรมชาติอันงดงามรอบเมืองหัวหิน โดยไฮไลท์ของงานได้แก่ทิวทัศน์อันตระการตาบน 3 ภูเขา รอบเมือง ได้แก่ เขาหินเหล็กไฟ, เขาหินเทิน และเขาใหญ่ (เขาบันยัน) เริ่มต้นด้วยการวิ่ง Family Fun Run ระยะ 3 กิโลเมตร ที่สวนสาธารณะบ้านทับใต้ งานนี้มีนักวิ่งทุกเพศทุกวัยมาร่วมสนุกสนาน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันหลักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มิตรภาพ และการผจญภัย โดยกิจกรรมตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รักการเดินป่าชมธรรมชาติ หรือผู้เข้าแข่งขันวิ่งระยะไกลระดับมืออาชีพ

    นักวิ่งต่างชื่นชมเส้นทางที่สวยงาม โดยหลายได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในการเดินป่าและวิ่งเทรลที่หัวหิน งานนี้ยังช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงให้หัวหินเป็นมากกว่าแค่เมืองท่องเที่ยวชายหาดและทะเล แต่ยังเป็นจุดหมายของคนรักกิจกรรมกลางแจ้งและเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา “นี่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคนที่ได้มาร่วมวิ่งในสนามนี้ และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเส้นทางเทรลอันน่าทึ่งในหัวหินให้กับนักวิ่งได้รู้จัก เรารอคอยที่จะได้ต้อนรับนักวิ่งเทรลจากทั่วประเทศและทั่วโลกอีกครั้งในปีหน้า” เซิร์จ เฮนเก็นส์ ผู้จัดการแข่งขันกล่าว

    สำหรับผลการแข่งขัน อันดับ 1 ระยะทาง 11 กม. มิสเตอร์ อเล็กซานเดอร์ เมลนิก / อันดับ 1 ระยะทาง 25 กม. มิสเตอร์ ดุยาคาร์ บาฮาร์ ดูว์ / อันดับ 1 ระยะทาง 50 กม. นายสัญญา คานชัย งานวิ่งเทรล สนามหัวหิน 50 ครั้งนี้ได้ตั้งมาตรฐานใหม่สำหรับงานวิ่งเทรลในประเทศไทย และเราเริ่มวางแผนสำหรับการแข่งขันปี 2025 ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม อย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติม แล้วพบกันบนเส้นทางวิ่งในปีหน้า! ได้ที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/TheLegendaryTrailSeries/ 

    โจ๋17 ห้าวฟันแขนอดีตพ่อเลี้ยงขาดแม่เผยด่าพ่อบังเกิดเกล้า

    5 ม.ค.68 คลิปเหตุการณ์จากกล้องวีดีโอมือถือในร้านขายของชำแห่งหนึ่ง บันทึกเหตุการณ์ขณะชายวัยกลางคนจำนวนสองคนกำลังมีปากเสียกับคู่กรณีอยู่บริเวณด้านหน้าร้านแห่งหนึ่ง ก่อนที่อีกคนจะถูกคู่กรณีฟันเข้าอย่างจังไปที่ต้นแขนซ้ายจนขาดกระเด็นตกลงอยู่บนพื้นกลางถนน โดยในคลิปจะมีเสียงโวยวายตะโกนว่า”มึงว่าพ่อกูเรื่องไร” จากนั้นชายวัยกลางคนที่ถูกคู่กรณีฟันจนแขนขาดก็เดินวนไปมาก่อนจะล้มตัวนั่งลงบริเวณหน้าร้านชำ เหตุเกิดบริเวณริมถนนเทศบาลเมือง ถ.ประจวบศิริ อเมือง จ.ประจวบฯ

    จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามเจ้าของร้านขายของชำกรณีตามคลิปหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เกิดเหตุ โดยบริเวณฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุเป็นตึกสองชั้น ภายในเปิดเป็นร้านอาหารชื่อร้าน”หนุงหนิง จิ้มจุ่ม” ขณะที่เจ้าของร้านชำชื่อ คุณป้าเล็กเล่าว่า เหตุการณ์ก่อนหน้าขณะนั้นได้ยินเสียงชายวัยกลางคนทั้งสองราย กำลังนั่งดื่มสุราพูดจาเสียดังอยู่บริเวณร้านฝั่งตรงข้าม จากนั้นตนเดินเข้าไปหลังบ้านก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายคล้ายเสียงทะเลาะวิวาทกัน กลับออกมาอีกทีก็เห็นเหตุการณ์ขณะลูกชายเจ้าของร้านกำลังใช้มืดไร่ฟัน ส่วนคนที่ถูกฟันตนไม่ทราบชื่อ หลังจากนั้นชายวัยกลางคนที่ถูกฟันก็เดินโซซัดโซเซมาล้มลงอยู่บริเวณภายในร้านของตน มีรอยถูกฟันต้นแขนข้างซ้ายขาดหายเลือดนองเต็มพื้น ตนตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้จึงโทรเรียกรถพยาบาลก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     ด้านคุณหนิง อายุ 47 ปี เจ้าของร้าน”หนุงหนิง จิ้มจุ่ม”เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ผู้ก่อเหตุใช้มีดตัดสับปะรดฟันแขนขาดเป็นลูกชายตนเองชื่อน้องต๊ะ อายุ 18 ปี ส่วนคนที่ถูกฟันจนแขนขาดกระเด็นเป็นอดีตสามีเก่าที่เลิกกันไปนานแล้ว โดยคุณหนิงเล่าต่อไปว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณสองโมงเช้า อดีตสามีเก่าที่เลิกกันไปนานแล้ว มานั่งดื่มสุราอยู่บริเวณโต๊ะด้านหน้าร้านกับเพื่อนรวมสองคน ขณะนั้นตนกำลังจะออกไปจ่ายตลาด เมื่อเห็นตนเขาจึงขอเข้าไปนั่งโต๊ะดื่มต่อภายในร้าน ระหว่างนั้นตนยังไม่เปิดให้บริการ แต่เห็นว่าเป็นลูกค้าเคยมานั่งดื่ม จึงอนุญาตให้เข้าไปนั่งดื่มต่อภานในร้าน หลังจากนั้นเมื่อตนกลับมาก็เห็นลูกชายมีเรื่อง

    โดยตนก็ยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไร จากนั้นลูกชายเดินมาหาแล้วบอกกับตนว่า”แม่ผมขอโทษ”ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังว่า ระหว่างที่เขานั่งดื่มสุรากันอยู่พูดคุยเสียงดังมาก ขณะนั้นต๊ะ(ลูกชาย)นอนอยู่บนชั้นสอง มาบอกให้ใช้เสียงเบ่าๆหน่อย แต่เขากลับด่าทอยั่วยุว่าร้ายเสียหายแก่บิดาของต๊ะ ก่อนจะมีปากเสียงท้าทายระหว่างกัน เป็นเหตุให้น้องต๊ะสุดทนบันดาลโทสะคว้าเอามีดตัดสับปะรด ฟันไปที่แขนจนขาดกระเด็นตกลงพื้นกลางถนน  หลังทราบเหตุการณ์ตนจึงพาลูกชายซ้อนมอเตอร์ไซด์พร้อมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองโดยเล่าเหตุการณ์ให้ร้อยเวรทราบก่อนจะควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำต่อ

    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพอากาศ จัดพิธีทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ ประจำปี 2568

    วันนี้ (วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2568) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ คุณมนทิรา พัฒนกุล นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ประจำปี 2568

    ณ ลานอเนกประสงค์ สโมสรทหารอากาศชั้นประทวน เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในปี 2568 โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ นักเรียนทหาร และครอบครัว เข้าร่วมพิธี

    ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อกำลังพล พร้อมทั้งอวยพรปีใหม่ โดยเน้นถึงความสามัคคีและความเสียสละของบุคลากรทุกระดับในกองทัพอากาศ ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของภารกิจต่าง ๆ ความว่า “ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้

    พร้อมใจกันมาร่วมทำบุญตักบาตรในวันนี้ และอำนวยพรให้ผมและครอบครัว ผมรู้สึกอบอุ่นใจและขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีที่ทุกท่านมอบให้ พร้อมทั้งขอฝากความระลึกถึงและความปรารถนาดีไปยังพี่น้องข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ นักเรียนทหาร และทหารกองประจำการที่ไม่ได้อยู่

    ณ ที่นี้ด้วย ขอให้ทุกท่านทราบว่า ผู้บังคับบัญชามีความห่วงใย และพร้อมดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการ เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ผมยืนยันเจตนารมณ์ที่จะอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับทุกท่านด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต และนำพาความเจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพอากาศและประเทศชาติสืบไป”

    พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 45 รูป จากวัดชูจิตธรรมาราม และพิธีเจริญพระพุทธมนต์จากพระสงฆ์ จำนวน 9 รูป จากวัดดอนเมือง (พระอารามหลวง) เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสุข ความสงบ และความเป็นสิริมงคล รวมทั้งเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของประชาชนชาวไทย

    กองทัพอากาศ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คนไทย 151 คน เมียนมาจับกุม ตั้งแต่ 2567 ตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ของ เมียนมา ได้รับการปล่อยตัว กลับไทยแล้ว

    วันที่ 4 มกราคม 2568 ที่ด่านถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

    เพื่อเตรียมการรับการปล่อยตัวคนไทยจากทางการเมียนมาจำนวน 151 คน แยกเป็นชาย 74 คน และหญิง 77 คน ซึ่งได้รับการอภัยโทษเนื่องในวันชาติเมียนมา 4 มกราคม ของทุกปี โดยคนไทยทั้ง 151 คนที่ถูกส่งตัวกลับมา เป็นคนที่ถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาจับกุมใน จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อช่วงต้นปี 2567

    ตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ของทางการเมียนมา ซึ่งครั้งนั้นถูกจับกุมจำนวน 154 คน โดยมีผู้ที่เป็นเยาวชนได้รับการปล่อยตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือถูกดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและบ่อนการพนันผิดกฎหมาย

    ศาลเมียนมาตัดสินให้ต้องโทษจำคุกประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมาทางการไทยได้ประสานงานเพื่อขอให้ปล่อยตัวคนไทยมาโดยตลอด และเนื่องในวันชาติเมียนมาทางการเมียนมาจึงได้ปล่อยตัวและส่งกลับมายังประเทศไทย และเมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. คนไทยทั้ง 151 คน

    จึงได้เดินทางมาถึง ด่านถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยนายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะบุคคล, คัดกรองโรค, ประเมินสภาพจิตใจ

    จากนั้นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย สอบปากคำเบื้องต้นว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์หรือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หรือไม่ หากพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะส่งตัวให้กับญาติ

    ที่มารอรับเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในภูมิลำเนาของแต่ละคนต่อไป ส่วนผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์หรือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

    พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา จัดทำบุญตักบาตรพระ 8 รูป รับปีงูทอง 68 พร้อมเป่าเค้กครบ 81 ปี วันคล้ายวันเกิด “ป๋าสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล”/เจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย มรณภาพ ชาวชลบุรีร่วมไว้อาลัย

    วันที่ 5 ม.ค.67 ที่บริเวณลานจอดรถโรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา จ.ชลบุรี คาบาเร่ต์โชว์ชื่อดังระดับตำนาน ได้จัดทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเนื่องในวันปีใหม่ 2568 ให้กลุ่มพนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้บริหารได้ร่วมทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2568 โดยมีพระเถรานุเถระจำนวน 8 รูป จากวัดโพธิสัมพันธ์ ร่วมเดินบิณฑบาต

    ในงานได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันเกิดวันคล้ายวันเกิดนายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล หรือ “ป๋าสัมพันธ์” ผู้บริหารโรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา ที่มีอายุครบ 81 ปีบริบูรณ์ในปีนี้ ด้วยบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

    พบว่าในงาน มีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วม อาทิ คณะผู้บริหารเมืองพัทยา คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา กลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจ และตัวแทนห้างร้านและองค์กรต่างๆ ร่วทมอบกระเช้าอวยพร ก่อนทีการถ่ายภาพที่ระลึกตามลำดับ

    อนึ่ง นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล หรือ “ป๋าสมพันธ์” ผู้บริหาร “โรงละครอัลคาซ่าร์พัทยา” คาบาเร่ต์โชว์ชื่อดังระดับตำนานที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจการท่องเที่ยวด้วยการแสดงของสาวประเภทสองให้มีพื้นที่ของตัวเองได้แสดงความสามารถและได้ทำมาหากินจนกลายเป็นบริบทสำคัญในอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาเติบโตมาจนปัจจุบัน

    ท่าเทียบเรือพัทยาคึกคักส่งท้ายเทศกาลปีใหม่

    วันที่ 5 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงส่งท้ายเทศกาลปีใหม่ของเมืองพัทยา พบว่าที่ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวแหลมบาลีฮาย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพักผ่อนยังเกาะล้านทยอยเดินทางกลับกันอย่างต่อเนื่อง

    สอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา เล่าว่า ช่วง 2-3 วันมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางข้ามฝั่งไปพักผ่อนที่เกาะล้านกันอย่างคึกคักแต่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวรัสเซียและชาวไทยผสมกันมากกว่าชาติอื่นๆ

    ด้าน นักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เล่าบรรยากาศว่า บนเกาะล้านคึกคักเป็นอย่างมากและสภาพแวดล้อมของเกาะล้านยังคงงดงาม ทั้งนี้ยังพบด้วยว่าบนเกาะล้านมีโครงการพัฒนาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าในอนาคตเกาะล้านจะเพรียบพร้อมด้านการท่องเที่ยวขึ้นเป็นอย่างมาก

    เจ้าอาวาสวัดเขาบางทรายมรณภาพ ชาวชลบุรีร่วมไว้อาลัยในโซเซียลกันอย่างมากมาย

    เมื่อวันที่ 4 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) เจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธ) ได้มรณภาพช่วงเวลา 04.00 น.วันที่ 4 มกราคม ด้วยอาการสงบ สิริอายุ 89 ปี 9 เดือน พรรษาที่ 62

    จากการสอบถามผู้ใกล้ชิดได้ความว่า ช่วงเช้าได้มีคนเอาภัตตาหารไปถวายที่กุฏิ และเรียกให้เปิดประตู แต่ไม่มีเสียงตอบรับภายในกุฏิ จึงได้เปิดเข้าไปพบว่า พระเทพสุทธาจารย์ได้มรณภาพไปแล้ว คาดว่าเป็นช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.พระเทพสุทธาจารย์ ประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้ให้ความเคารพนับถือกันอย่างมากมาย การมรณภาพในครั้งนี้ กระแสโซเชียลได้โพสต์ไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก..

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย ปิดการแข่งขันจักรยานปั้นขึ้นดอย กอย 4 มุมเมืองล้านนาตะวันออกเชียงราย-พะเยา-แพร่-น่าน มอบรางวัลใหญ่ หน้าด่านพรมแดน อ.แม่สาย

    บ่ายวันที่ 30ธันวาคม67ก่อนสิ้นปีเก่าต้อนรับปีใหม่นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและทำการปิดสนามการแข่งขัน Tour of Lana 2024 ที่หน้าด่านพรมแดนอำเภอแม่สาย โดยมีนายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย

    นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีแม่สาย พร้อมด้วยตัวแทนนายอำเภอแม่สาย หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ได้ทำการมอบรางวัลทุกประเภท ทุกรายการแข่งขัน อันมีมูลค่ากว่า 1,147,000 บาท

    โดยมีนักกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขันเป็นการแข่งขัน ท่องเที่ยวเชิงกีฬา Sport TOurism เพื่อส่งเสริมให้กับเด็กและเยาวชน และผู้เข้าร่วมหลายรุ่น ทั้งสุภาพสตรีและบุรุษ เข้าแข่งขัน8สนามภาคเหนือ ที่ผ่านมาและเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันที่ได้ประโยชน์สูงสุด หลังจากเปิดมหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ

    ซึ่งบรรยากาศแข่งขันครั้งนี้เป็นสร้างสีสันการท่องเที่ยวอำเภอแม่สายกลับมาคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวแอ่วเหนือ แอ่วหนาวชายแดนแม่สายโดยผู้เข้าการแข่งขันได้ถ่ายรูปกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียง และการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย

    และการท่องเที่ยวและกีฬาผู้ร่วมจัดเป็นที่ระลึกเป็นภาพประวัติศาสตร์ชายแดนแม่สายอีกด้วย
    พิชานันท์ วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกูวาเอล ยาวอหะซัน ได้นายกสมาคมกีฬาทางน้ำฯ คนใหม่ วาระระหว่างปี 2568-2572

    ด้านนายกูวาเอล ยาวอหะซัน กล่าวว่าทั้งนี้นโยบายหลักๆที่จะมาทำโดยจะสานต่อนโยบายของ”นายกอาร์ม”ในเรื่องของสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาสที่ยังสร้างไม่เสร็จ เราก็จะมาผลักดันในส่วนนี้ ซึ่งเห็นว่างบประมาณได้ลงมาแล้ว ซึ่งคาดว่าปลายปีนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ และในส่วนของการพัฒนาทางด้านกีฬาในจังหวัดนราธิวาสนั้น เราจะมีการสนับสนุนทุกประเภทกีฬา แต่เราจะมีการเน้นในเรื่องของฟุตบอลปัญจมวย ซึ่งจะให้เป็นกีฬาทำเหรียญให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะไม่ลืมกีฬาที่เพิ่งเริ่มต้น

    โดยจะผลักดันและส่งเสริม รวมถึงกีฬาคนพิการด้วย รวมถึงสนับสนุนเยาวชน ซึ่งในจังหวัดนราธิวาสของเราในส่วนของนักกีฬามีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตนักกีฬา แต่ด้วยความที่ว่าทางเราไม่มีงบประมาณเพียงพอ ทำให้จังหวัดอื่นซื้อตัวนักกีฬาเพื่อไปเล่นของจังหวัดนั้น กลายเป็นว่าสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอื่น แต่ในปีนี้เราจะมีการดึงตัวนักกีฬาจังหวัดนราธิวาส กลับมาสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดนราธิวาสของเรา อย่างไรก็ตามพร้อมที่จะสนับสนุนกีฬาประเภทใหม่ๆ และพร้อมที่จะรับข้อเสนอกีฬาใหม่ๆต่างๆมาเข้าชมรมเพื่อพัฒนากีฬาของจังหวัดนราธิวาสต่อไป

    ขณะที่นายวัชระ ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 1 เผยว่าต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ได้เลือกนายกูวาแอล ยาวอหะซัน ซึ่งตัวผมเองก็อยู่ที่นี่มาหลาย 10 ปีแล้ว โดยเฉพาะกีฬาอาชีพซึ่งเป็นกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาอาชีพที่เป็นเลิศของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่มีงบประมาณเข้ามายังสมาคม ซึ่งในวันนี้นายกูวาแอล ยาวอหะซัน เองนั้นได้อยู่กับวงการกีฬามาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ซึ่งเขาเองรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำทีม ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็แล้วแต่สิ่งสำคัญคือต้องใช้งบประมาณ

    ซึ่งพอมาอยู่ตรงจุดนี้ความได้เปรียบของนายกูวาแอล คือได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาสก่อนหน้านี้ว่าจะมีการผลักดันงบประมาณขึ้นมา เพราะสมาคมฯต้องใช้งบประมาณเยอะ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่างบประมาณที่สนับสนุนสมาคมมีน้อย โดยเฉพาะตัวผมเองก็เป็น สส.ด้วยแล้ว เราจะพยายามหาเม็ดเงินเข้ามาสนับสนุนมาให้ได้ ซึ่งรับประกันได้ว่าวงการกีฬาจะเป็นนิมิตใหม่ในการพัฒนาสู่กีฬาอาชีพต่อไป
    //////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เปิดสวนองุ่นนิลน่าน-ควีนนิน่าน หวังสร้างเส้นทางท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้การเกษตรของจังหวัดน่าน

    ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กำลังเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น และได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรไทย โดยที่สวนองุ่นฮักฮิมห้วย ที่บ้านก็อดแก้ว ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน ของ นายวีระศักดิ์ แก้วใส อายุ 39 ปี หลังลาออกจากอาชีพครู แล้วผันตัวเองมาทำการเกษตรตามความฝัน ล้มลุกคลุกคลาน ขาดทุนจากการเลี้ยงหมูด้วยโรคระบาด กว่า 2 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนพื้นที่2งาน ปลูกองุ่นหลายสายพันธุ์

    ซึ่งช่วงนี้มีอากาศเย็น ทำให้องุ่นออกพวงสวยงามเต็มสวน และได้เปิดสวนให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชม เก็บผลองุ่นสดๆ จากต้น ได้เรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลองุ่นอย่างถูกวิธี ทำให้ผู้คนที่เห็นต่างมาถ่ายรูป และแชร์ผ่านโซเชียลกันมากมาย อีกทั้งยังมีการเขียนชื่อเบอร์โทรจององุ่นกันไว้อีกด้วย โดยเจ้าของสวนองุ่นตั้งใจจะผลักดันสวนองุ่นแห่งนี้ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดน่านอีกจุดหนึ่ง

    นายวีระศักดิ์ แก้วใส เจ้าของสวนองุ่นฮักฮิมห้วย เล่าว่า หลังลาออกจากงานประจำ มาทำการเกษตร ก็ขาดทุนมาค่อนข้างมาก แต่ด้วยความรักในธรรมชาติและความชื่นชอบในรสชาติขององุ่น ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกองุ่นอย่างจริงจัง และลงมือพัฒนาพื้นที่สวนรกร้าง ฟาร์มเลี้ยงหมูเก่า ให้กลายเป็นสวนองุ่น แบบปลอดภัยขนาดย่อม โดยทำการศึกษาทดลองพัฒนาสายพันธุ์มานานกว่า 5 ปี จนได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตลูกใหญ่ รสชาติกรอบ หวานอร่อย ถูกใจ จึงตัดสินใจขยายปลูกสายพันธุ์นี้ และตั้งชื่อว่า สายพันธุ์นิลน่าน และควีนนิลน่าน

    เพื่ออยากสื่อถึงความเป็นน่าน ปลูกที่จังหวัดน่าน อีกทั้งยังดูแลอย่างพิถีพิถัน ในโรงเรือนปิด ควบคุมคุณภาพน้ำและปุ๋ย ส่งให้ผลผลิตองุ่นมีคุณภาพสูง ประกอบกับปลูกแบบปลอดภัย เว้นการให้ปุ๋ยในช่วงก่อนตัดขาย ทำให้สามารถมั่นใจความปลอดภัยสารเคมี เก็บผลองุ่นสดๆจากต้นทานได้ทันที โดยทางสวนเปิดให้เลือกซื้อได้ในราคาย่อมเยาว์ เพียงกิโลกรัมละ 150 บาท ทั้งนี้เพื่อต้องการให้คนน่าน และนักท่องเที่ยวได้กินองุ่นคุณภาพ อร่อย ปลอดภัย ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีผลองุ่นออกขายให้ได้ชิม

    จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ กว่า 1,500 กก. อย่างไรก็ตามเจ้าของสวนยังเตรียมต่อยอดผลักดันสวนองุ่นแห่งนี้ สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน รวมทั้งเตรียมปรับปรุงพื้นที่เพิ่ม เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชน นำพืชผักทางเกษตร สินค้าชุมชนมาวางขาย เพื่อสร้างรายได้ และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรซึ่งกันอีกด้วย

    ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชม ชิม สวนองุ่นฮักฮิมห้วย หรือผู้สนใจทำเกษตรกรรมยุคใหม่ ที่ผสมผสานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การตลาด และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน สามารถไปได้ที่สวนองุ่นฮักฮิมห้วย (หลัง อบต.นาปัง) ที่บ้านก้อดแก้ว ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 084-950-9780 และ เฟสบุ๊ก สวนองุ่นฮักฮิมห้วยน่าน/ภาพข่าว/รพีพรรณ เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับผู้ว่าฯ จ.ประจวบฯ คนใหม่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน และ สวัสดีปีใหม่ 2568

    เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 โดยหนึ่งในนั้น มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 33 ราย

    เมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 ที่หน้าอาคารศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดฯ นางสาวจีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมแสดงความยินดีมอบพวงมาลัยดอกมะลิและสวัสดีปีใหม่แก่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน

    ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ คนที่ 56 และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกด้วยบรรยากาศเป็นกันเองและอบอุ่น พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้กล่าวขอบคุณรองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ให้การต้อนรับตั้งแต่มาดำรงตำแหน่งที่นี่ โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติงานและดำเนินกิจกรรมต่างๆ จนสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี

    ซึ่งตนรู้สึกปลาบปลื้มและดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของชาวประจวบฯ ในการมาร่วมพัฒนาให้จังหวัดเจริญรุ่งเรือง ด้วยความตั้งใจที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน ให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีความก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน จากนี้ตนพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขให้ประชาชนชาวประจวบฯ ต่อไป.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ท่ารถโดยสารพัทยาคึกคัก ประชาชน-นทท.ทยอยเดินทางกลับหลังปีใหม่ / หนุ่มหัวใสดัดแปลงรถตุ๊กๆ หน้ากบ เป็นรถขายกาแฟ

    หลังจากผ่านพ้นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 มาแล้ว ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเองในต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลได้ทยอยเดินทางกลับในพื้นที่ที่ตนเองทำงานเพื่อเตรียมตัวในการทำงานของปี 2568 กันอย่างต่อเนื่อง

    วันที่ 3 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามบรรยากาศที่บริเวณท่ารถโดยสารพัทยาเหนือ พบว่า รถบัสขนส่งผู้โดยสารคึกคักทั้งขาเข้าและขาออก มีผู้คนจำนวนมากนำสิ่งของสำภาระจากบ้านเกิดเดินทางกลับเมืองพัทยาเพื่อที่เริ่มทำงาน และบางส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวพัทยาแล้วเดินทางกลับ

    อย่างไรก็ตาม นอกจากสถานีรถบัสโดยสารที่มีความคึกคักแล้ว สภาพการจราจรขาเข้าเมืองพัทยาก็หนาแน่นไปด้วยยวดยานพาหนะจำนวนมากทยอยเข้าพื้นที่ ทั้งในส่วนผู้ที่เดินทางกลับมาเพื่อทำงาน และผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์นี้

    หนุ่มหัวใสดัดแปลงรถตุ๊กๆ หน้ากบ เป็นรถขายกาแฟสดริมหาดจอมเทียน สร้างรายได้ประทังชีวิต

    ขณะที่ผู้สื่อข่าวผ่านไปยังถนนเลียบชายหาดจอมเทียนไปจนถึงเกือบสุดหาด ได้พบกับรถตุ๊กๆ หน้ากบ หรือรถสามล้อเครื่องหน้ากบ สีเหลืองสะดุดตา จอดเป็นร้านจำหน่ายกาแฟสดริมชายหาดจึงได้พูดคุยสอบถามข้อมูลกับทางเจ้าของร้าน

    ทราบชื่อต่อมาคือนายจักรพงศ์ คำล่า อายุ 35 ปี พ่อค้ากาแฟหัวใส ที่ได้นำรถตุ๊กๆ หน้ากบ มาดัดแปลงเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มให้บริการริมชายหาดจอมเทียน โดยมีบริการเก้าอี้นั่งให้ลูกค้าที่ต้องการรับชมบรรยากาศชายทะเล ซึ่งจะเปิดจำหน่ายในช่วงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น

    นายจักรพงศ์ คำล่า เผยว่า ได้ทำรถจำหน่ายกาแฟสดชื่อ “ร้าน Rich เดช กาแฟ” ให้บริการลูกค้าที่ชื่นชอบกาแฟ โดยใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟจากดอยเทพเสด็จ จ.เชียงใหม่ ที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์

    ทั้งนี้ อดีตเคยทำงานเป็นพนักงานเอกชนทั่วไปและได้ออกมาจำหน่ายกาแฟสด โดยเอารถตุ๊กๆ หน้ากบ หรือรถสามล้อเครื่อง หน้ากบ มาจากจังหวัดตรัง มาดัดแปลงเป็นรถกาแฟสดสีสันสดใสเพื่อดึงดูดลูกค้าซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้มีรายได้จากตรงนี้

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตม.นครนายก ลุยเข้มในพื้นที่ฯ ช่วงปีใหม่ 2568 ตรวจสอบสถานที่เสี่ยง , ช่วยเหลือประชาชน , จับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย เป็นของขวัญปีใหม่

    🎉 🎊ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 🎉(Celebrate)พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.ตม.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.พศิน หลาวทอง ตม.จว.นครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด

    • ตรวจสอบบุคคลต่างด้าวซึ่งอาจจะมีการลักลอบกระทำผิดในช่วงเทศกาล
    • ตรวจสอบสถานที่เสี่ยงต่างๆ อาทิ สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ทำงาน ฯลฯ
    • ร่วมกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือบุคคลต่างด้าว และ คนไทยที่อยู่ในการคุ้มครองฯ ในพื้นที่

    จับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ประชาสัมพันธ์พี่น้อง ประชาชนที่ใช้แรงงานต่างด้าว ร่วมช่วยเหลือประชาชนในการเดินทางไป-กลับ ภูมิลำเนา ณ จุดบริการฯ ทั้งนี้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากมีข้อมูลเบาะแสกระทำผิด หรือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว ในพื้นที่ฯ สามารถติดต่อ ตม.จว.นครนายก หรือ ☎️สายด่วน โทร.1178

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุรถบรรทุกเฉี่ยวชนรถปิคอัพกลับจากวัดหลวงปู่ศิลา ถนน12 (กาฬสินธุ์-มุกดาหาร) จนพลิกคว่ำทั้งคู่ บาดเจ็บสาหัส 3 ราย

    ​เมื่อวันที่ 3 มกราคม​ 2568​ ร.ต.อ.ฐากฤช ตาลศรี ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองสูง จังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันบนทางหลวงหมายเลข 12 (กาฬสินธุ์-มุกดาหาร) กิโลเมตรที่ 714 บ้านคำพอก ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จึงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ 70-5195 มหาสารคาม เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถกระบะแคป เชฟโรเล็ต โคโลราโด หมายเลขทะเบียน1ฒอ 1837 กรุงเทพมหานคร จนทำให้รถบรรทุก 6 ล้อ พลิกตะแคงอยู่กลางถนน ส่วนรถปิคอัพพลิกคว่ำตกลงไปบริเวณร่องกลางถนน

    นายยุทธชัย เจริญการ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่16 ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย คนขับรถบรรทุกซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยให้การว่าขับรถบรรทุกหกล้อวิ่งมาจากจังหวัดมหาสารคาม จะไปรับสินค้าที่อำเภอเมืองมุกดาหาร เมื่อวิ่งมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนลาดยางมะตอยมีรอยปะและเป็นคลื่นขนาดใหญ่ทำให้รถซึ่งตนกลับมาเสียหลักพลิกตะแคงลงบนถนนซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถยนต์ปิคอัพขับตามหลังมาติดๆ และเกิดเฉี่ยวชนกันจนพลิกคว่ำตกลงไปในร่องข้างทางดังกล่าว

    ส่วนคนขับรถปิคอัพทราบชื่อต่อมาว่า คือ นายณัฐพล คำหาญพล อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 61หมู่ที่ 5 ตำบลกระเบื้องนอก อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา ให้การว่า ขับยนต์กลับมาจากธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าจะไปอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม โดยมีนางปัดทุมมา สิงนวน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 2 ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และเด็กหญิงฐานิกา ลีลา อายุ12 ปี นั่งโดยสารมาด้วย โดยทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลหนองสูงและโรงพยาบาลมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    ​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกต.มุกดาหาร นำผู้สมัครนายกและสมาชิก อบจ.มุกดาหาร เข้าโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริต เพื่อลดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง/ผวา! ยิงปืนฉลองปีใหม่กระสุนตกทะลุหลังคาลงห้องนอน ข้างที่นอนลูกสาววัย 2 ขวบ

    เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมให้ความรู้แก่ผู้สมัครนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ตามโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริตบนฐานของการเลือกตั้ง กิจกรรมให้ความรู้ที่เท่าทันในการกระทําผิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ห้องพลอยบอลรูม โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้กล่าวรายงาน

    นายจักรินทร์ กล่าวว่า ด้วยสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เล็งเห็นว่าการเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนจะสัมฤทธิ์ผลโดยบรรลุเป้าหมายแห่งเจตนารมณ์ได้นั้น การเลือกตั้งจะต้องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรมและขอบด้วยกฎหมายโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ประกอบด้วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่กระทำการอันเป็นการละเมิด ต่อกฎหมาย

    โดยที่ผ่านมามีการเข้าใจผิดในสาระสำคัญของข้อกฎหมายในหลายประเด็น ทำให้เกิดเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก มีการซื้อสิทธิขายเสียง และผู้สมัครมีการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกตั้ง

    ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สังเกตการณ์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มี ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อลดปัญหาเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อันเกิดจากความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ของกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหารจึงได้ดำเนินการจัดการอบรมครั้งนี้ขึ้น

    “ทั้งนี้ ผู้ผ่านการอบรมนอกจากจะมีความรู้ฝความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ในการเลือกตั้งแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างการยอมรับเรื่องการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี การรักษา ความเป็นมิตรก่อนหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งเพื่อลดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อีกด้วย ” นายจักรินทร์ กล่าว ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    ​​

    ผวา! ยิงปืนฉลองปีใหม่กระสุนตกทะลุหลังคาลงห้องนอน ข้างที่นอนลูกสาววัย 2 ขวบ

    เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568​ นายถนัด คำฟ้อง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 6 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัด มุกดาหาร เดินทางเข้าพบกับ ร.ต.อ.ศุภชัย บุญที รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.05 น.

    ของวันที่ 1 มกราคม ขณะผู้แจ้งนอนพักอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 9 ชอยแสงอรุณ ชุมชนอรุณรังษี ต.มุกดาหาร ปรากฏว่าได้มีหัวกระสุนไม่ทราบขนาดตกลงมาบนหลังคาบ้านและทะลุลงมาในห้องนอนของผู้แจ้ง เบื้องต้นไม่ทราบว่าหัวกระสุนมาจากที่ใด สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากบุคคลที่ยิงปืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2538 ผู้แจ้งจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป

    นายถนัด กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกับภรรยาและลูกชาย ลูกสาวอายุ 2 ขวบ กำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องนอน ได้ยินเสียงวัตถุตกทะลุหลังคาเสียงดังปุ๊ เมื่อมองลงไปที่พื้นห้องนอนเห็นหัวกระสุนปืนลักษณะเป็นตะกั่วตกลงมาบนแผ่นพรมปูพื้นแล้วกระดอนขึ้นมาตกลงบนที่นอนของลูกสาวกับลูกชาย

    โชคดีที่หัวกระสุนดังกล่าวไม่ตกลงมาถูกลูก มิฉะนั้นก็อาจทำให้ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้นำหัวกระสุนปืนมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้กระทำผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ยิงปืนฉลองปีใหม่ #กระสุนปืนทะลุหลังคา #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ ​เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยมหากุศล ต้านภัยยาเสพติด ในงานพิธีฉลองหนังสือแต่งตั้งวัดและตราตั้งเจ้าอาวาสวัดเนินกระบก

    วันที่ 1 มกราคม 2568 ศึกมวยไทยมหากุศล ต้านภัยยาเสพติด ในงานพิธีฉลองหนังสือแต่งตั้งวัดและลับตาตั้งเจ้าอาวาสวัดเนินกระบก ประธานพิธีเปิดงาน นายบุญมี บัวรุ่ง รองนายก อบต.ท่าตะเกียบกล่าวเปิดงานและให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย

    รายชื่อผู้สนับสนุนและให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัย นาย ผลปรางมาศ เลขานายก อบต.ท่าตะเกียบ และนาย ฐิติโชติ สาธุชาติ รองนายก อบต.ท่าตะเกียบ
    นาย ภานุวัฒน์ อาจรักษา ปลัดอำเภอ นายายอาม จ.จันทบุรี คุณสามารถ ทะบาง
    เสี่ยแม็ก รถตู้ท่าตะเกียบ โขง สนามชัย ครูเจี๊ยบ

    ไฟต์ เรซซิ่งช็อป คุณวิศวะ กัอ่ำ (เสี่ยเบิร์ด) คุณศิริพงษ์ รัศมี (อดีตส.สเขต หนองจอก) ได้ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัย และคาดเข็มขัดแชมป์ให้กับนักมวยและขาดไม่ได้บุคคลนี้ คุณไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา

    ประกบคู่มวย และผู้ใหญ่แพง ศรีมณี คุณเอ๋ โชคปรีชา งานนี้คุณไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา จัดมวย 2 เวทีให้ชมฟรีกันอย่างสุขใจ
    เอ.คนข่าวรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯชลบุรี เป็นประธานสวดมนต์ข้ามปี วัดชัยมงคล พระอารามหลวง พัทยา/นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา

     เวลา 22.39 น. วันที่ 31 ธ.ค.67 ที่วัดชัยมงคล พระอารามหลวง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2568 เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลและเกิดความสุขสงบในจิตใจของพุทธศาสนิกชนที่ร่วมพิธี 

    โดยได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณพระเทพวชิรปัญญาภรณ์ (อนันต์ ธมฺมโชโต) รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี รูปที่ 1 เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนี้มี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี น.ส.คนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอบางละมุง หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

    นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา คาดสะพัดพันล้าน

    ช่วงระหว่างคืนวันที่ 31 ธ.ค.66 เข้าวันที่ 1 ม.ค.67 มีรายงานว่า ชายหาดพัทยาเต็มไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนเข้าร่วมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

    ในกิจกรรมวันส่งท้ายปี เมืองพัทยา กำหนดจัดงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 บริเวณริมหาดพัทยากลาง พร้อมงาน KOH LAN COUNTDOWN 2025 ที่ท่าหน้าบ้านเกาะล้าน โดยร่วมกันนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 กันอย่างคึกคัก

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า กิจกรรมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 ในครั้งนี้ ถือว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานตลอด 3 วันเฉลี่ยวันละ 1 แสนคน คาดว่าเม็ดเงินท่องเที่ยวจะสะพัดในงานนีเไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการการทำงานให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขออวยพรให้ปีใหม่นี้ทุกท่านมีความสุขกันถ้วนหน้า

    บรรยากาศการท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่าเมืองพัทยา การจราจรหนาแน่น

    วันที่ 31 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจราจรบนถนนสุขุมวิททั้งเข้าและขาออกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก ปริมาณยวดยานพาหนะของนักท่องเที่ยวต่างถิ่นจำนวนมากหลั่งไหลเข้าพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

    ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการจราจรบนถนนสุขุมวิทพัทยา พบปริมาณรถยนต์ รถโดยสาร และรถบัสขนส่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากทยอยเข้ามายังเมืองพัทยาตลอดทั้งวัน ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะ ท่ามกลางการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา

    อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการจัดงานพัทยาเคานต์ดาวน์ 2025 ที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ซึ่งมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินมากมายมาร่วมส่งความสุข

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวดมนต์ข้ามปี อาเซียน ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ณ.วัดศรีโสภณธรรมทาน จ.บึงกาฬ

    เมื่อวันที่ ( 31ธันวาคม 2567) ณ วัดศรีโสภณธรรมทาน ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พระครูวิสุทธิโพธารักษ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดศรีโสภณธรรมทาน ประธานฝ่ายสงฆ์ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานฆราวาส

    ในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 และสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รอง ผวจ.นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายสมหวัง อารีย์เอื้อ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ.เมืองบึงกาฬ นายอภิชัย จำปานิล หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬ

    oplus_0

    นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ นางสาวรุงอรุณ ธิมาชัย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบึงกาฬ นายชินท์ณภัทร ก้อนคำ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีในงานจำนวนมาก ท่ามกลางอากาศหนาวและลมเย็น ประมาณ 13 องศาเซลเซียส
    โดยงานเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายสี่โมงเย็น นิทรรศการสวดมนต์ข้ามปี อาเซียน และองค์ความรู้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โบราณ“พระพุทธโสภณ หลวงพ่อพระสุก”

    ต่อด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียน โรงเรียนบึงกาฬ และการแสดง “หมอลำกลอนพื้นบ้าน” อำเภอโซ่พิสัย โดย สภาวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ และพิธีสักการะขอพร พระพุทธโสภณ (องค์หลวงพ่อพระสุก) พระพุทธรูปเก่าแก่สมัยล้านช้าง ปางมารวิชัยเนื้อทองสำริด การจัดแสดง และจำแหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT “นาคกี้” ของขวัญจากแม่น้ำโขง

    วัดศรีสามัคคีธรรม อำเภอศรีวิไล และสุดท้ายพิธีสวดมนต์ข้ามปี ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสริมสิริมงคล เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ภายหลังสวนมนต์ข้ามปีจบ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.ได้ลั่นฆ้องชัยแสดงว่าขึ้นศักราชปีใหม่ของไทยแล้ว พระสงฆ์สวดชยันโตพร้อมกับพรมน้ำมนต์ให้รับเอาโชคเอาชัยในวันขึ้นปีใหม่ 2568 ถ้วนทั่วทุกคน
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยวแน่นขึ้นห่มพระเขาช่องกระจก ขอพรวันปีใหม่

    DCIM\100MEDIA\DJI_0794.JPG


    เมื่อวันที่ 1 ม.ค.68 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในกิจกรรม “ขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพร ประจำปีพุทธศักราช 2568” มี นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมกันเขียนชื่อของตนเองและคนในครอบครัวลงบนผืนผ้าเหลือง

    พร้อมอัญเชิญผืนผ้าขึ้นสู่เขาช่องกระจก อ.เมืองประจวบฯ ผ่านบันได 396 ขั้น ห่มองค์พระเจดีย์ที่ประดิษฐานบนยอดเขา และกราบสักการะขอพรพระพุทธมงคลคีรีขันธ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวในวันขึ้นปีใหม่
    สำหรับกิจกรรม “ขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพรปีใหม่” เทศบาลเมืองประจวบฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ครั้งแรกในปี พ.ศ.2548 โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 19 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้บรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของ จ.ประจวบฯ

    เพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จพระราชดำเนินบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก พร้อมส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเมืองประจวบฯ สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

    ได้ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาช่องกระจก ได้สัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของเมืองสามอ่าว ตลอดจนเพื่อปลูกจิตสำนึกในการบำรุงพระพุทธศาสนาในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีการห่มผ้าพระบรมสารีริกธาตุให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯน่าน พร้อมพี่น้องชาวน่าน ร่วมทำบุญตักบาตรในวันปีใหม่ เสริมสิริมงคลรับวันแรกของปี 2568

    วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่ข่วงเมืองน่าน อ.เมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน พร้อมด้วยศาล ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนชาวจังหวัดน่าน และนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2568 เพื่อความเป็นสิริมงคล

    โดยพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู พระอารามหลวงได้กล่าวสัมโมทนียกถาอวยพรปีใหม่ ในโอกาสเดียวกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับประชาชนชาวจังหวัดน่าน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้นำพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักรบาตร ถือเป็นการเริ่มต้นทำสิ่งที่ดี เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว และยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในแบบวิถีไทย

    ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวอวยพร เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 ในนามของจังหวัดน่าน ขออำนวยอวยพร ให้ทุกท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้น ขอให้มีความสุขต่อตนเอง และครอบครัว ตลอดปี 2568 และตลอดไป
    /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธุ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศการ อันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย

    เพื่อตอบรับต่อความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และปฏิบัติตามแนวคิดการทูตที่เป็นมิตรและเอื้ออาทรต่อประเทศเพื่อนบ้าน สืบทอดประเพณีอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนจีนและไทย เพิ่มพูนมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเพื่อให้พุทธศาสนาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างอารยธรรม วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567  สมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ร่วมกันจัดงาน “พิธีฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศกาลอันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย” ณ อาคารหอการค้าไทย-จีน โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการค้าไทย-จีน และเศรษฐกิจเอเชีย ศูนย์ประสานงานการค้าและการลงทุนอาเซียน และสมาคมวิญญูชนไทย-จีน พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร  พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ วัฒนธรรม และชุมชนชาวจีน รวมถึงบุคคลสำคัญอีกกว่า 600 ท่าน ได้เข้าร่วมพิธี ในครั้งนี้ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย แห่งพุทธวัชรยาน จงหัวถังมี่ เป็นประธานในพิธี และได้เจริญพุทธมนต์ขอพรให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความเจริญรุ่งเรือง มนุษยชาติมีความสุข และโลกมีความสงบสุข

    เพื่อตอบรับต่อความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และปฏิบัติตามแนวคิดการทูตที่เป็นมิตรและเอื้ออาทรต่อประเทศเพื่อนบ้าน สืบทอดประเพณีอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนจีนและไทย เพิ่มพูนมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเพื่อให้พุทธศาสนาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างอารยธรรม วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567  สมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ร่วมกันจัดงาน “พิธีฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศกาลอันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย” ณ อาคารหอการค้าไทย-จีน โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการค้าไทย-จีน และเศรษฐกิจเอเชีย ศูนย์ประสานงานการค้าและการลงทุนอาเซียน และสมาคมวิญญูชนไทย-จีน พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร  พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ วัฒนธรรม และชุมชนชาวจีน รวมถึงบุคคลสำคัญอีกกว่า 600 ท่าน ได้เข้าร่วมพิธี ในครั้งนี้ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย แห่งพุทธวัชรยาน จงหัวถังมี่ เป็นประธานในพิธี และได้เจริญพุทธมนต์ขอพรให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความเจริญรุ่งเรือง มนุษยชาติมีความสุข และโลกมีความสงบสุข

    ณ ห้องกวางฮวา อาคารหอการค้าไทย-จีนได้จัดแสดงผลงานศิลปะและวัฒนธรรมมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่กว่าร้อยชิ้นซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์อันประณีตของพระอาจารย์จินเคอสวนเหลย และคณะศิษย์ ประกอบด้วย ภาพวาด จิตรกรรม ประติมากรรม และเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งได้รับการยกย่องชื่นชมเป็นอย่างสูง ในงานนี้ยังได้จัดแสดงภาพวาดศิลปะมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ ขนาดใหญ่ 3 ภาพ ได้แก่ “โลกเป็นหนึ่ง สันติสุขทั่วโลก” “มิตรภาพไทย-จีน สืบสานตลอดกาล” และ “เสียงแห่งอิสระ” ซึ่งแสดงถึงความปรารถนาดีที่มีต่อมิตรภาพระหว่างจีนและไทย ตลอดจนสันติสุขของโลก เมื่อภาพวาดทั้งสามถูกเปิดเผยออกมานั้น ได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้เข้าร่วมงาน และต่างพากันเข้ามาถ่ายภาพร่วมกับพระอาจารย์และเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ณ บริเวณภาพวาด

    “ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเดียวกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันดั่งภูเขาและทะเล ก็ไม่อาจขวางกั้นได้” ตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ และวัฒนธรรมทั่วโลกได้มารวมตัวกันในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและไทย ในด้านศาสนา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ โดยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือเกี่ยวกับโอกาสในการร่วมมือ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีและความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างประชาชนชาวจีนและนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพ มิตรภาพ และความเมตตาต่อกัน

    ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเคยกล่าวไว้ว่า: “เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาสันติภาพและส่งเสริมการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ ชาวจีนสืบทอดแนวคิดเรื่องสันติภาพ ความสามัคคี และความกลมเกลียว… ” ท่านเน้นย้ำว่า: ” แนวร่วมเป็นเครื่องมือสำคัญของพรรคในการเอาชนะศัตรูและปกครองประเทศ เป็นเครื่องมือสำคัญในการรวมชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อบรรลุการฟื้นฟูชาติที่ยิ่งใหญ่ของจีน ซึ่งต้องยึดมั่นในระยะยาว ……ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคการเมือง ชาติพันธุ์ ศาสนา และชนชั้น รวมถึงชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความสามัคคีและร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าและแข็งแกร่ง เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่เข้มแข็งและฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชาติจีน

    เพื่อตอบสนองต่อคำเรียกร้องของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พระอาจารย์จินเคอสวนเหลยได้อุทิศตนในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมที่หลากหลายในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค และสืบทอดมรดกอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พระอาจารย์มีความปรารถนาที่จะนำพาศิษย์ นักธุรกิจ และชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกันสร้างแท่นพิธีขอพรเพื่อสันติภาพโลกแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้โลกได้รู้จักภูมิภาคนี้มากขึ้น และร่วมกันเผยแผ่หลักธรรมแห่งความเมตตาและการให้ โดยหวังว่าจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขแก่ประชาชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสันติสุขทั่วโลก

    เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมจีนในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล พระอาจารย์ได้เดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวจีนโพ้นทะเลให้เข้าร่วมในสังคมท้องถิ่น และสืบทอดคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามของชาวจีน เพื่อให้วัฒนธรรมจีนได้รับการยอมรับและเคารพในระดับสากล นอกจากนี้ พระอาจารย์ยังให้คำแนะนำและกำลังใจแก่ชาวจีนโพ้นทะเลในด้านชีวิต การงาน และความเชื่อ นายเฉิน เว่ยผิง ประธานกรรมการสมาคมมิตรภาพชาวจีนโพ้นทะเล ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมจื่อเซียวตู้ชิ่นแห่งอเมริกา รองประธานและเลขาธิการสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ได้กล่าวว่า“50 ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน” เป็นแบบอย่างแห่งสันติภาพ และเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ การจัดงานครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกได้ร่วมกันส่งเสริมหลักธรรมแห่งเมตตาและปัญญาของพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างสรรค์ความสามัคคีของมนุษย์ชาติ โดยก้าวข้ามขอบเขตทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเป็นการเปิดฉากใหม่แห่งสันติภาพและมิตรภาพ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้เน้นย้ำว่า สันติภาพและการพัฒนาคือหัวข้อสำคัญของยุคสมัย การฟื้นฟูชาติและการรวมประเทศเป็นแนวโน้มทางประวัติศาสตร์ เป็นความปรารถนาร่วมกันของลูกหลานชาวจีนทุกคน ภายใต้การนำทางของพระอาจารย์ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเพื่อส่งเสริมอารยธรรมจีนอันดีงามที่จัดโดยสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ ได้แสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของชนชาติจีนที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สร้างความปรองดอง ร่วมมืออย่างฉันมิตร เปิดใจรับฟัง และร่วมมือกันก้าวไปข้างหน้า ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของลูกหลานชาวจีนทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมมือกันสร้างความผาสุกอันยั่งยืนของชนชาติจีน พวกเราหวังว่า ด้วยความสามัคคีและความมุ่งมั่นของลูกหลานชาวจีนทุกคน และการรวมพลังกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ จะร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชาวจีน และนำไปสู่การฟื้นฟูชาติ

    หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย เล่าถึงความผูกพันอันยาวนานกับพระอาจารย์ ท่านยกย่องอุปนิสัยและปฏิภาณของพระอาจารย์ ใช้ปัญญาอันลึกซึ้งและเมตตาอันเปี่ยมล้น เสริมสร้างสัมพันธภาพทางจิตใจระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน เมตตาจิตอันยิ่งใหญ่ของพระอาจารย์ เปรียบเสมือนดวงประทีปที่ส่องสว่าง แผ่รัศมีแห่งปัญญาไปทั่ว เป็นผู้ริเริ่มและนำทางให้เราได้มาพบปะกันในวันอันเป็นมงคลนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองมิตรภาพระหว่างไทยและจีน และความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา

    ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ได้กล่าวขอบคุณพระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ที่ได้นำวัฒนธรรมจีนอันดีงามมาสู่ประเทศไทย และได้อธิษฐานขอพรให้ประชาชนมีความสุขและสันติสุขทั่วโลก ท่านยังได้แสดงความชื่นชมในความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ และได้อวยพรให้กิจกรรมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีนจะร่วมมือกับสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน ให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเพื่อให้จิตวิญญาณของ ครอบครัวไทย-จีน สืบทอดต่อไป และร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใส

    ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวว่า ไทย-จีน มีมิตรภาพและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งมายาวนาน ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองประเทศได้ก้าวไปด้วยกันและมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เฟื่องฟู สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลยได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของถังมี่ มายังประเทศไทย ส่งมอบศิลปวัฒนธรรมมันดาลาถังมี่ อันทรงคุณค่าสำหรับชาวไทย เสริมสร้างความงดงามแห่งศิลปะพระพุทธศาสนา และเผยแพร่ความรู้และความรักอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนา ขอให้ดอกไม้ไฟในงานเฉลิมฉลองศรัทธานี้จุดประกายความหวังของการเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม และเขียนบทใหม่ของมิตรภาพไทย-จีน

    นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงผลสำเร็จของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน โดยระบุว่าประชาชนของทั้งสองประเทศยังคงรักษามิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นอยู่เสมอ ขณะที่ความริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ได้ดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนได้มีโอกาสพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่านยังได้ยกย่องบทบาทเชิงบวกของงานเฉลิมฉลองนี้ที่ช่วยเสริมสร้างมิตรภาพและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ขอบคุณพระอาจารย์ที่ได้แบ่งปันศิลปะวัฒนธรรมของมันดาลาถังมี่ให้กับชาวกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทย-จีนในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยหวังว่าจะมีการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศเพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

    นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน ได้กล่าวปราศรัยในงานนี้ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของหอการค้าไทย-จีน ที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างจีนและไทยในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม ท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของการรวมพลังชาวจีนโพ้นทะเล เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูชาติจีน และการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี เพื่อความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ท่านยังได้กล่าวขอบคุณพระอาจารย์ และชื่นชมในความทุ่มเทของพระอาจารย์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวจีนโพ้นทะเล การส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ และการเสริมสร้างความเชื่อมั่น

    นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย กล่าวว่า เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2562 เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียกับจีน ตามคำเชิญของสภาดูมาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย สมาคมมิตรภาพรัสเซีย-จีน และสมาคมศิลปินรัสเซีย พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้เข้าร่วมใน “พิธีฉลองครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียกับจีน และเวทีฟอรัมทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจรัสเซีย-จีน” ท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำรัสเซีย จางฮั่นฮุย รองประธานคนแรกของสมาคมมิตรภาพรัสเซีย-จีน คูลิโควา และสมาชิกสภาดูมาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย อาดูกิเยฟ บาโต ได้กล่าวชื่นชมและยกย่องพระอาจารย์อย่างสูงต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัสเซียกับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะและวัฒนธรรมมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ที่พระอาจารย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นนั้น ได้ผสมผสานแก่นแท้ของอารยธรรมจากหลายประเทศเข้าด้วยกัน และก้าวข้ามขีดจำกัดของประเทศชาติ ศิลปะและวัฒนธรรมทางศาสนานี้เองที่เป็นสะพานเชื่อมโยงจิตใจระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ ตามแนว “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ชาวจีนโพ้นทะเลท่านหนึ่งกล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในวัฒนธรรมจีนของชาวจีนโพ้นทะเล พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้ให้

    กำลังใจแก่เราชาวจีนโพ้นทะเล ให้จดจำแก่นแท้ของวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสืบทอดคุณธรรมอันดีงามของชาวจีน เช่น ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความเมตตา พระอาจารย์เปรียบเสมือนดวงประทีปที่นำทางชาวจีนโพ้นทะเลทุกคนที่กำลังดิ้นรนในต่างแดน ให้มีกำลังใจและความกล้าหาญในการก้าวเดินต่อไป

    ศาสตราจารย์ลี่เจียนฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชรยานที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ จากมหาวิทยาลัยซื่อชวน ประเทศจีน ศาสตราจารย์หลี่ลี่อัน ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางศาสนา มหาวิทยาลัยซีเป่ย ประเทศจีน และศาสตราจารย์หวังอี้หมิง ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชรยานตะวันออก จากมหาวิทยาลัยครูหัวหนัน ประเทศจีน ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนครั้งนี้ และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน อกจากนี้ ศาสตราจารย์จางเป่าเซิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสันสกฤต จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และศาสตราจารย์หวังจื่อหยวน ที่ปรึกษาสมาคมศาสนวิทยาแห่งประเทศจีน และนักวิจัยจากสถาบันวิจัยศาสนาโลก สังคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน ได้ส่งสาส์นแสดงความยินดีมาด้วย พวกเขาระบุว่าจะยังคงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมพุทธระหว่างจีนและไทย และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของวัฒนธรรมพุทธในทั้งสองประเทศ

    ชาวจีนโพ้นทะเลได้นำเสนอการแสดงร้องเพลงและการเต้นที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของชาวจีน ซึ่งเป็นสีสันที่เพิ่มความงดงามให้กับกิจกรรมในครั้งนี้ การแสดงนางฟ้าที่เต้นอย่างสง่างดงาม และการแสดงเปลี่ยนหน้ากากมันดาลาวัชระได้สร้างสรรค์ภาพที่สวยงามและความหมายอันลึกซึ้งทางจิตวิญญาณ ซึ่งได้มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจและไม่เหมือนใครให้แก่ผู้เข้าร่วมงานและผู้ศรัทธาทุกท่าน

    “50 ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน” นับเป็นผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้หลักการของความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มิตรภาพของไทยและจีนได้กลายเป็นแบบอย่างของสันติภาพและความร่วมมือในระดับนานาชาติ ในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ พระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิ บุคคลสำคัญทางการเมือง และผู้นำทางธุรกิจ ได้มารวมตัวกัน โดยมีเมตตาธรรมเป็นพื้นฐาน และมิตรภาพไทย-จีนเป็นสายใยที่ผูกพัน เพื่อร่วมกันศึกษาถึงบทบาทของพระพุทธศาสนาที่มีต่อการพัฒนาสังคมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสานต่อมิตรภาพอันดีระหว่างทั้งสองประเทศให้ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างสรรค์สันติภาพและความสงบสุขให้แก่โลก

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่เมืองพัทยา กวดขัน ปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลปีใหม่ / Bodyslam ระเบิดความมันส์ Pattaya countdown คืนที่ 2 สุดคึกคัก

    วันที่ 30 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมกำชับและติดตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยมี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

    ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ รอง.ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามมาตรการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ตลอดจนข้อกำชับสั่งการและข้อห่วงใยของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ตลอดจนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และอำนวยความสะดวกการจราจรให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบฯ ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

    จากนั้น พล.ต.อ.ประจวบฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองพัทยา กรมเจ้าท่า หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ พัทยา กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา อส.ตร.สภ.เมืองพัทยา และภาคเอกชนในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์สร้างการตระหนักรู้ในมาตรการป้องกันปราบปรามและระมัดระวังตนเองจากอาชญากรรม ตลอดจนข้อห่วงใยแนะนำประชาชนและนักท่องเที่ยว สร้างการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน ในการบริหารจัดการยกระดับความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ย่านถนนคนเดินพัทยา (Pattaya Walking Street)

    สำหรับพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมพร้อมการปฏิบัติในช่วง 10 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 อย่างมีประสิทธิภาพ มีการตั้งจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 126 จุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 888 นาย , จุดสกัด 99 จุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 456 นาย , ชุดเคลื่อนที่เร็ว 142 ชุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 598 นาย รวมกำลังพลทั้งสิ้น 1,942 นาย พบการปฏิบัติตามมาตรการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    สำหรับการจัดงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 ซึ่งจะมีพื้นที่การจัดงาน บนชายหาดพัทยา จากหน้าโรงแรมฮาร์ดร็อก – แยกนิภาลอดจ์ เนื้อที่ 18,000 ตารางเมตร คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 23,000 คน ได้เตรียมพร้อมกำลังพลหน่วยร่วมปฏิบัติ ประกอบด้วย สภ.เมืองพัทยา, ภ.จว.ชลบุรี, ตำรวจท่องเที่ยว, อำเภอบางละมุง, ฝ่ายเทศกิจ, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และหน่วยงานอื่น ๆ รวม 611 นาย จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ภ.จว.ชลบุรี (ไดนามิก) หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.2 รวม 42 นาย จัดชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ 15 นาย ประจำจุดสูงข่ม 4 นาย และประกอบแผนจุดก้าวสกัดจับ 40 นาย เจ้าหน้าที่ EOD 4 นาย

    เพื่อตรวจพื้นที่จัดงานก่อนเริ่มงาน และประจำกองอำนวยการร่วม จนกว่างานจะเสร็จสิ้น มีการใช้กล้อง CCTV ในพื้นที่จัดงาน 16 ตัว รถโมบาย 1 คัน กล้องชายหาด 48 ตัว รวมกล้อง CCTV ทั้งหมดในพื้นที่ 5,061 ตัว พร้อมด้วยชุด Anti Drone บินโดรนตรวจปริมาณนักท่องเที่ยว การจราจร ตรวจจับโดรนไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง 10 นาย เรือตรวจการรักษาความปลอดภัยทางน้ำ 8 ลำ พร้อมกำลัง 31 นาย นอกจากนี้ ยังมีมาตรการปฏิบัติรองรับเหตุวัตถุต้องสงสัย เหตุระเบิด เหตุอาวุธปืน เพลิงไหม้หรือวางเพลิง บุคคลก่อกวน อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ต้องสงสัย ตลอดจนเหตุไฟฟ้าช็อต หม้อแปลงระเบิด และบุคคลวิกลจริต เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพร้อมปฏิบัติ

    พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ต่างทุ่มเท เสียสละ และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย ลดอุบัติเหตุทางถนนและอำนวยการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสุข ยกระดับความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นของขวัญมอบให้กับประชาชนและสังคมในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    Bodyslam ระเบิดความมันส์ Pattaya countdown คืนที่ 2 สุดคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลักหาดพัทยาอุ่นใจ ตร.ทท.ดูแลความปลอดภัยเต็มที่

    วันที่ 30 ธ.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน Pattaya Countdown 2025 คืนที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาชื่อดังที่ได้รับความนิยม ทุกปีว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาร่วมการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีกันอย่างสนุกสนาน

    โดยในวันนี้มีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง เริ่มด้วย โจอี้ ภูวศิษฐ์, เจ เจตริน, Jeff Satur, Bodyslam และปิดท้ายด้วย UrboyTJ ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวแห่กันมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก

    อย่างไรก็ดี ในกิจกรรมได้รับการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวที่คอยดูแลผู้เข้าร่วมงาน ก่อนในวันที่ 31 ธ.ค.67 จะมีพิธีนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2568 ในช่วงเที่ยงคืนเข้าสู่วันใหม่ด้วย

    ​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตะลึง! จับยา”Happy Water” เครือข่ายเจ๊แอนสะหวันนะเขต ส่งขายปีใหม่ตามสถานบันเทิงมุกดาหาร

    เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม​ 2567​ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ได้ร่วมบูรณาการชี้เป้าให้ชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังปฎิบัติภารกิจติดตามกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติด บริเวณพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ต่อเนื่องกับบริเวณ เลิฟรีสอร์ท บ.นาคำ ม.5 ต.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร และ บ้านเลขที่ 32/2 ซ.ตาดแคน 21 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร

    โดยสืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการรับ-ส่ง ยาเสพติด “Happy Water” ยาเสพติดผสมคอลลาเจน แบบซอง ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน คือ นายชัยกวี ทวีโคตร อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 32/2 ซ.ตาดแคน 21 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมของกลางยาเสพติดผสมคอลลาเจน คละยี่ห้อจำนวน 252 ซอง, ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 40 ซอง/กรัม และรถยนต์กระยะ ยี่ห้อเชฟโรเลต 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กจ 1845 มุกดาหาร จำนวน 1 คัน

    ทั้งนี้ การติดตามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อ 28 ธันวาคม ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มขบวนการยาเสพติดได้ลักลอบนำยาเสพติด HAPPY WATER มาในรูปแบบซองคอลลาเจน เข้ามาจำหน่ายให้แก่กลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษา ในสถานบันเทิงพื้นที่ จ.มุกดาหาร และ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดเครื่องมือพิเศษ (GPS) ในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ต่อมาได้ประสานงานด้านการข่าว กับ ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 และได้ติดตามรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จนกระทั่งมาจับกุมดังกล่าว

    จากการจับกุมเสพติด HAPPY WATER ในรูปแบบซองคอลลาเจน เป็นของกลุ่มเครือข่ายของ เจ๊แอน ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ด้านตรงข้าม บ.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อจะนำส่งให้กับกลุ่มเครือข่ายในพื้น และใกล้เคียง โดยกลุ่มวัยรุ่นมักจะนิยมนำมาเสพติด โดยอ้างสรรพคุณว่าทำให้เกิดอาการมึนเมา และทำให้สนุกได้มากกว่าการเสพยาเสพติดเพียงชนิดเดียว แล้วนำบรรจุลงในซองที่ผลิตขึ้นมาใหม่เพื่อลอกเลียนแบบซองเครื่องดื่มต่าง ๆ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ

    นายชัยกวี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน HAPPY WATER เป็นที่นิยมของวัยรุ่น และนักศึกษาในจังหวัดมุกดาหาร โดยตนได้ซื้อมาจากคนลาวแล้วลักลอบลักลอบนำเข้ามาทางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง บ.บางไทรใหญ่ แล้วนำมาขายให้กลุ่มวัยรุ่น ในราคาซองละประมาณ 1,800-2,300 บาท โดยได้ขายมาแล้วประมาณ 1 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมกองกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    HAPPY WATER เป็นการนำ ยาอี ยาเค หรือ ยาไอซ์ มาบดผสมกับคอลลาเจน แล้วนำไปแพ็กซองขาย เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกกระตุ้นประสาท หลอนประสาท แล้วแต่ว่าผสมสารชนิดใดเป็นหลัก ทำให้มีอาการเคลิบเคลิ้ม สนุกสนาน ตื่นตัว คึกคัก จึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักเที่ยวกลางคืน หรือกลุ่มปาร์ตี้ในพื้นที่ส่วนบุคคล ทำให้ไม่ง่วง เที่ยวได้ทั้งคืน

    HappyWater #ยาอียาเคยาไอซ์ #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #ยาเสพติดผสมคอลลาเจน

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 8 มอบหมายให้ สภ.เคียนซา ร่วม อบต.อปพร กู้ภัย ปกครอง สาธารณสุข ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด่านชุมชน ลดอุบัติเหตุ เทศกาลปีใหม่ 2568

    เรียนผู้บังคับบัญชา ตำรวจภูธรภาค 8 ภ.จว.สุราษฎร์ธานี สภ.เคียนซา วันนี้( 31 ธ.ค.2567 ) เวลา 09.40 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อานุภาพ จันดิถวงค์ ผกก.สภ.เคียนซา, พ.ต.ท.อนุชิต มีพรมแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.เคียนซา และ พ.ต.ท.ปรีชา สมนุ่น สวป.สภ.เคียนซา

    สั่งการให้ ร.ต.ท.สุพจน์ เพชรช่วย รอง สว.(ป)สภ.เคียนซา ร่วม รอง นายก อบต.,จนท. อปพร – กู้ภัย – ปกครอง และจนท.สาธารณสุขร่วมปฏิบัติหน้าที่ด่านชุมชนลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2568 หน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลพ่วงพรมคร ม.1 ต.พ่วงพรมคร อ.เคียนซา จ.สฏ. เหตุการณ์ปกติ
    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

    จิตติพงศ์ จากระโหนด ผอ.ข่าวภูมิภาค ภาคใต้ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โชคชัย จัดชุดชุมชนสัมพันธ์รณรงค์เมาไม่ขับลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    ภายใต้การอำนวยการของพ.ต.อ.จรินทร์ จินตพละ ผกก.สภ.โชคชัย ได้มอบหมายให้พ.ต.ต.คุณากร วรเมธานนท์ สวป.(ชส.)สภ.โชคชัย ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก รองสวป.สภ.โชคชัย ชุดชุมชนสัมพันธ์สภ.โชคชัย และนางรำจิตอาสาสายฮา ร่วมประชาสัมพันธ์รณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาสัมพันธ์เมาไม่ขับ ปฏิบัติตามกฎจราจร ถนน 24 ณ ปั๊มน้ำมันปตท.กอโจด ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

    นักร้องประจำ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ท่านนี้ชื่อ ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก(หมวดน้อย) ประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาล แวะปั๊ม ปตท.แห่งนี้ ก็คงจะรู้สึกหายเหนื่อย และ อบอุ่น กับ เสียงเพลงเพราะๆและ ความเป็นกันเอง ของ หมวดน้อย นักร้องเสียงทองท่านนี้ พร้อมด้วยนางรำจิตอาสา ชุดประชาสัมพันธ์ชุดนี้

    ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมวดน้อยได้ออกมาจับไมค์ออกร้องเพลงรณรงค์กับกิจกรรมในครั้งนี้ หลายกิจกรรมที่ผ่านมา หมวดน้อย ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก นักร้องเสียงทอง กับรถมอไซค์พ่วงคู่ใจ ซึ่งประชาชนในบริเวณ อ.โชคชัย รู้จักกันดี กิจกรรมนี้จัดภายในวันที่ 28-29 ธันวาคม 2567 และวันที่ 1 ธันวาคม 2568 อีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ประชาชนเดินทางกลับ กทม.

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายง

    สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเมืองชล ถวายสักการะเนื่องใน “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ประจำปี 2567 และ ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ บริการ ทางถนน/ทางน้ำ สร้างความมั่นใจ นักท่องเที่ยวเมืองพัทยา

    วันที่ 28 ธ.ค.67 ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดใหญ่อินทาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายสักการะเนื่องใน "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ประจำปี 2567 จังหวัดชลบุรี โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมไก่ฯ นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรี, นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ และนายธนนท์ พรรพีภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธี
    
    วันที่ 28 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2311 เป็นวันสำคัญที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ จนได้สมัญญาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และมีพระราชกรณียกิจทีสำคัญคือการกอบกู้เอกราช พระองค์ทรงใช้เวลา 5 เดือนเศษ ในการรวบรวมไพร่พลแล้ว ทรงยกทัพไปต่อสู้กับพม่า ซึ่งตั้งอยู่ ณ ค่ายโพธิ์สามต้น เข้ากอบกู้เอกราชจนได้รับชัยชนะในที่สุด เป็นการกอบกู้เอกราชของชาติไทยกลับคืนมา หลังจากเสียกรุงแก่พม่าเพียง 7 เดือน อาณาประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพร้อมกันกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้น ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2311
    
    โดยพระองค์มีพระนามว่าพระศรีสรรเพชญ์ หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 แต่เรียกขนานนามพระองค์ ติดปากว่า สมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานี รวมระยะเวลาทรงครองราชย์ 15 ปี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ขององค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทางรัฐบาล อีกทั้งปวงประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพากันถวายพระเกียรติ ประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระองค์ ให้เป็นวันระลึก “วันตากสินมหาราช” ต่อไป
    
     จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนนักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 100 ทุน โดยวัดใหญ่อินทารามได้จัดตั้งกองทุนมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 มีท่านเจ้าคุณพระราชพรหมาจารย์ (จำรัส ภัทโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดใหญ่อินทาราม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษา ให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี ครอบครัวมีฐานะยากจนโดย ทุนการศึกษานี้ ได้จากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ดวง พระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช 28 ธันวาคม เป็นประจำทุกปี
    
    
    ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีนำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนน/ทางน้ำสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวเมืองพัทยา
    วันที่ 29 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนน/ทางน้ำ และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 

    โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี พัทยาใต้ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนทางน้ำ บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย และไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนทางน้ำ บริเวณท่าเรือเกาะล้าน ก่อนจะไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนบริเวณสถานีขนส่งพัทยาเหนือ

    ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแนะให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งจังหวัดชลบุรี เป็นประตูสู่จังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งทางบกและทางน้ำ  ทำให้ปริมาณยานพาหนะบนทางหลวงมีปริมาณสูงขึ้น อาจส่งผลให้มีปัญหาด้านการจราจรติดขัด และเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้
    เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์ของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ จังหวัดชลบุรี ได้ห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม พร้อมมอบสิ่งของให้กับผู้ปฏิบัติงาน ส่วนประชาชนที่เดินทางแล้ว ง่วงนอน เมื่อยล้า ก็สามารถแวะพักจุดบริการต่างๆ ได้

    เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่ Pattaya Countdown 2025

    ค่ำวันที่ 29 ธ.ค.65 ที่บริเวณปะรำพิํีธีชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นางอัจฉรา บัณฑิตยานุรักษ์ รองปลัด อบจ.ชลบุรี ปฏิบัติราชการแทนนายก อบจ.ชลบุรี ร่วมเป็นประธานเปิดงาน Pattaya Countdown 2025 โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

    สำหรับงาน Pattaya Countdown 2025 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ธ.ค.65 โดยตลอด 3 วันการจัดงานมีการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินจำนวนมาก พร้อมการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารต่างๆ มากมาย

    งาน Pattaya Countdown 2025 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาสู่การท่องเที่ยวระดับโลก ตลอดจนสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่น

    อีกทั้งยังถือเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกโดยเมืองพัทยาได้รับความร่วมมือที่ดีจากสถานีโทรทัศน์ช่องโมโนทเวนตี้ไนน์ ดำเนินการจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานปั่นเชื่อมโยง4 จ.เมืองเหนือล้านนาตะวันออก ชิงเงินรางวัลมูลค่า 1,147,000 บาท

    นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมนายเสริฐ ไชยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นายวิภูช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและะกีฬาจังหวัดกระบี่ และนายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงราย นักปั่นจำนวนกว่า200 คนเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน Tour of Lanna 2024Stage ณ จังหวัดเชียงราย

    เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม2567 สนามแข่งขัน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอย่างคึกคักนายนรศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน2เพื่อพัฒนาเศรษฐในกิจในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน2ผ่านกิจกรรมที่เที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นเศรษกิจ

    ในพื้นที่ที่ได้รับจากมหาอุทกภัยใน 4จังหวัด ได้แก่เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ซึ่งเป็นจังหวัดกลุ่มล้านนาตะวันออก กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไดดีขึ้น เป็นการช่วยเหลือฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการน้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง

    สำหรับรูปแบบกิจกรรมครั้งนี้เป็นการแข่งขันจักยานทางไกล Tour of Lanna 2024 ภายใต้กิจกรรมปั่นขึ้นดอยกอย 4เมืองล้านนาตะวันออก ในกลุ่มภาคเหนือตอน2(เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ในวันที่23-30ธันวาคม 2567 จำนวน 8วัน8สนาม ซึ่งการแข่งขันตามกติกามาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ(UIC) รับรองการแข่งขันโดยสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อให้เป็นการแข่งขันตามมาตรฐานสากล

    โดยมีนักปั่นทั่งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขันจำนวนกล่า 200คน
    รูปแบบของการแข่งขันระบบทางไกล จะแบ่งออกสองประเภทคือแบบเซอร์กิตเรซ เป็นการแข่งขันเน้นสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดซึ่งมีระยะทางประมาณ1.5-3กิโลเมตร/รอบและประเภท2 การแข่งขันแบบโรดเรชเป็นแบบทางไกล ซึ่งใช้เส้นทางแต่ละจังหวัดทั้ง4จังหวัดโดยเริ่มจากจังหวัดแพร่ ไปน่านเข้าจ.พะเยา และไปสิ้นสุดอ.แม่สายจ.เชียงราย.
    พิชานันท์ วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ใหญ่ วิชิต ชูลี มอบอุปกรณ์การกีฬาให้รร.บ้านไร่ยาว และรร.บ้านควนคีรีวง

    ผู้ใหญ่ วิชิต ชูลี มอบอุปกรณ์การกีฬาให้กับโรงเรียนบ้านไร่ยาว และโรงเรียนบ้านควนคีรีวง ตำบล พ่วงพรมคร อำเภอ เคียนซา จังหวัด สุราษธานี เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและทำให้เด็กมีความสุขกับการได้ออกกำลังกายครับ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

    สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568

    เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2567 นายภูรินทร์ สูงสว่าง ประธานสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด มอบหมายให้นายบุญยงค์ สดสอาด เลขานุการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด นายชูศักดิ์ อุ่นเรือน ผจก.และเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

    เข้าร่วมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ การเรียนรู้การพัฒนาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงการตลาด ในบูธกิจกรรมที่จัดแสดง

    ในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งประกอบด้วยบูธกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ นิทรรศการพะเยาโมเดล สู่เกษตรมูลค่าสูง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ศูนย์พิรุณราช เวทีเสวนา Young Smart Farmer นิทรรศการโครงการออกโฉนดเพื่อการเกษตร นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่อชีวิต

    นิทรรศการโครงการมาตรฐาน Q restaurant นิทรรศการงานวิจัยและนวัตกรรมของ สวก. นิทรรศการการเกษตรบนพื้นที่สูง นิทรรศการ “น้ำและต้นไม้” ชป. นิทรรศการ “เสริม สร้าง เพิ่ม ยก พัฒนา” กป. นิทรรศการการฝนหลวง Play and Learn นิทรรศการนวัตกรรมการผลิตพืช กวก.

    นิทรรศการนวัตกรรมการยางพารา นิทรรศการนวัตกรรมหม่อนไหม นิทรรศการกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และการอบรม workshop ด้านการเกษตร/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี/งานฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล

    วันเสาร์ ที่ 28 ธ.ค.65 เวลา 13.00 น.นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.เขต 6 จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เดินทางเป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล ณ วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองกุง-โนนรัง ตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จากกรณีลูกชายเสียชีวิตถูกยิงด้วยกระสุนปืน

    ตามที่เป็นข่าว มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายกิตติศักดิ์ นามนัย รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และเพื่อนๆ

    นางกองแก้ว รัสดาดาล มารดา ได้ร้องเรียนผ่าน นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.ขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย จากกรณีคนร้ายยิงลูกชายตนเสียชีวิต

    win สื่อรัฐทีวี ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /หอการค้า จัดแถลงข่าว ผลักดันเศรษฐกิจน่าน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านมาช่วยพัฒนาจังหวัดน่าน

    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน จัดแถลงข่าว ผลการดำเนินงานประจำปี 2567 หอการค้าจังหวัดน่าน นำโดย นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางสาววัชรี พรมทอง รองประธานหอการค้า นายพันธุ์พัฒน์ พิชา รองประธานหอการค้าจังหวัดน่าน และ กัลย์ชฎารัตน์ ปัญญาวงค์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานประจำปี 2567 หอการค้าจังหวัดน่าน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านเศรษฐกิจในจังหวัดน่าน

    หอการค้าจังหวัดน่านได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2527 เป็นหนึ่งในองค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน เป็นองค์กรเพื่อสนับสนุนธุรกิจการค้าในจังหวัดน่าน ช่วยพัฒนาธุรกิจการค้าในจังหวัดและเป็นสถาบันสื่อกลางที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจและประสานงานระหว่างนักธุรกิจ พ่อค้า ภาคเอกชนกับภาครัฐบาลของไทย โดยมีภาระกิจหลักคือการส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นยกระดับศักยภาพการค้าในจังหวัดน่านให้ดียิ่งขึ้น
    สำหรับในปีที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดน่านร่วมขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัด โดยได้ดำเนินกิจกรรมในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

    ด้านการค้าการลงทุน อาทิ การค้าชายแดน การผลักดันการพัฒนาด่านพรมแดนบ้านห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน การผลักดันโครการสะพานข้ามเชื่อสิริกิติ์ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ – อ.นาหมื่น จ.น่าน การผลักดันโครงการถนน (สายสี่แยกพันต้น – อ.สองแคว จ.น่าน) และการผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำ 5 แห่ง (อ่างเก็บน้ำน้ำกิ,น้ำกอน,น้ำยาวตะวันตก,น้ำยาวตะวันออก) เป็นต้น ด้านการเกษตร เช่น การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง(กาแฟ) การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง (สมุนไพร) สำหรับด้านการท่องเที่ยว ได้มีการจัดกิจกรรมและการมีส่วนร่วมใน

    การส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน(โครงการ Nan Music Festival หอการค้าแฟร์,โครงการส่งเสริมด้านการตลาดกาแฟน่าน) รวมถึงด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็ง โดยสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน ศูนย์ให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ SME คลินิก โครงการ YPC โครงการ UTCC Tutor ติวทั่วไทย พิชิต มหาลัยในฝัน ประจำปี2567 โครงการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โครงการผ้าห่มกันหนาว และโครงการสุข(สุขา)

    เพื่อน้อง เป็นต้น ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดน่าน ยังคงมุ่งเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจน่าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลักดันโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อันจะเป็นการสร้างการพัฒนาขับเคลื่อนจังหวัดน่าน ตลอดจนการผลักดันการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ตอนผาเวียง-ปากนาย ผลักดันการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ผลักดันการสร้างด่านชายแดนห้วยโก๋น และการดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านมาช่วยพัฒนาน่าน เพื่อพัฒนาเมืองน่านในทุกมิติและขับเคลื่อนภารกิจด้านเศรษฐกิจในจังหวัดน่านต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / ปปส.ภาค 3 ร่วมบูรณาการจัดทำแผนปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยมี นายศราวุธ สิงห์โนนตาด นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ผอ.ส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน รักษาราชการแทน ผอ.ปปส.ภาค 3 ในนามผู้จัดโครงการแผนปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

    ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ศอ. ปส.จังหวัดนครราชสีมา ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา และ ตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

    นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า ตามที่ท่านผู้แทน ท่าน ปปส.ภาค 3 ได้กล่าวไว้ ก็คงจะมีสองประเด็นคือ การตรวจหาสารเสพติดในผู้ขับขี่รถยนต์ และตรวจค้นหาสิ่งเสพติด ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าพวกเราช่วยกัน ก็จะเป็นการป้องปรามได้

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดต้อนรับปีใหม่ 2568 โรงพยาบาลโคกสำโรง อำนวยความสะดวก แก่ประชาชน จังหวัด ลพบุรี

    วันที่27 ธันวาคม 2567 เวลา 09.19 น. ที่ หน้าบริเวณโรงพยาบาลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธีฯ พร้อมด้วยนายแพทย์ นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง นางสมฤดี ชมญาติ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลโคกสำโรง
    นายเชาว์ งามรัตนกาญจน์ รองประธานฯ นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ รองประธานฯ ข้าราชการ ตำรวจ แพทย์ พยาบาล พ่อค้า ประชาชนร่วมงานพิธีเปิดลานจอดรถโรงพยาบาลโคกสำโรง 200 คน

    ทั้งนี้มีพระครูสุนทร ปรีกิจ (พระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสวัดเขาลังพัฒนา) พระนักพัฒนาได้เมตตาเดินทางมาร่วมพิธีเปิดลานจอดรถ และส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลโคกสำโรง รับใบกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนสร้างลานจอดรถให้กับโรงพยาบาลโคกสำโรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลโคกสำโรง ในการที่ท่านได้คิดริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยชาวอำเภอโคกสำโรง มอบลานจอดรถให้กับโรงพยาบาลโคกสำโรงในครั้งนี้

    วัตถุประสงค์ความเป็นมาของโครงการนี้ เนื่องจากสถานที่จอดรถของประชาชนผู้ที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลโคกสำโรงมีไม่เพียงพอการให้บริการแก่ประชาชนที่มาใช้บริการของโรงพยาบาลโคกสำโรง พระครูสุนทร ปรีชากิจ (พระอาจารย์แดง) ได้มาพบเห็นแล้วท่านจึงริเริ่มมีความคิด จะต้องปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลโคกสำโรง โดยใช้งบประมาณ 1 ล้านบาทเศษ วางท่อกลบถมดินทำเป็นลานจอดรถได้อีกจำนวนหลายคัน และเปิดช่องทางเข้า – ออก เพื่อเหตุเร่งด่วนฉุกเฉินบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนผู้ป่วยได้ เพื่อให้ประชาชนทุกท่านที่มีความจำเป็นเร่งด่วนทั้งผู้ป่วยฉุกเฉิน ร่วมทั้งญาตผู้ป่วย

    เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 จึงได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา ได้นัดปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง และหัวหน้าหมวดการทางที่ 9 พร้อมทีมงานลงดูพื้นที่จริงและได้เริ่มวางแผนออกแบบการก่อสร้างทำงานร่วมกับแขวงทางหลวงที่ 1 ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยได้รวบรวมเงินจากบริจาคจากหลายๆฝ่ายทำจนแล้วเสร็จในระยะเวลา 3 เดือนเปิดใช้งานได้จริงต้อนรับปีใหม่2568นี้ มอบเป็นของขวัญให้ชาวอำเถอโคกสำโรง ทางด้านนายแพทย์นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ
    ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง ยังเปิดเผยต่อไปอีกว่า ปี2568

    ทางโรงพยาบาลโคกสำโรง จะมีการปรับปรุงการให้บริการแกพี่น้องประชาชนทุกท่านที่มาใช้บริการกับโรงพยาบาลอีกหลายอย่าง หากแม้ว่าท่านใดมีขอเสนอแนะที่ดีก็พร้อมที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของทุกๆท่าน เพื่อมาวิเคราะห์นำมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขให้เป็นที่ยอมรับ ประทับใจแก่พี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ที่มาใช้บริการของโรงพยายาบาลโคกสำโรงต่อไป

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ภาพ / ข่าว

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ที่โรงเรียนบ้านนายาง อ.นาหมื่น จ.น่าน

    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ณ โรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เพื่อติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนกองทุนการศึกษา โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายอำเภอนาหมื่น นายอำเภอนาน้อย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครู และผู้ปกครองนักเรียน ให้การต้อนรับ

    ในการนี้ ได้รับฟังการดำเนินงานของโรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2486 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 บนเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ปัจจุบัน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 127 คน ครูและบุคลากร 15 คน มีนายวิโรจน์ ใหม่เทวินทร์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

    โรงเรียนฯ มุ่งพัฒนาการเรียนการสอนตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน สร้างเด็กดีและเด็กเก่ง ที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและชุมชน เน้นสร้างสภาพแวดล้อมและกระบวนการที่เอื้อต่อการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

    โดยสอดแทรกหลักคุณธรรมและจริยธรรมภายในห้องเรียน ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนมีวินัยรวมทั้งการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา

    ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ให้สามารถเข้าถึงทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โอกาสนี้ องคมนตรี เยี่ยมชมห้องเรียน และพบปะพูดคุยกับนักเรียน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมฝากฝังให้นักเรียนมีความซื่อสัตย์ อดทน ขยัน หมั่นเพียร ตั้งใจเล่าเรียนศึกษา รู้รักสามัคคี เพื่อเติบโตไปเป็นบุคลากรในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดโครงการอาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน/จิบกาแฟแลประตูระบายน้ำห้วยกำแพง” จ.บึงกาฬ

    วันที่ 27 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬได้จัดพิธีเปิดโครงการ “อาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน” ภายใต้กิจกรรม “ขนส่ง-อาชีวะ อาสาช่วยประชาชน” เพื่อสนับสนุนการให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง

    กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 09.00 น. – 12.00 น. ณ บริเวณปั๊ม ปตท. หนองคายจารุวงค์บริการ สาขาวัดภูกระแต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งและช่วยเหลือประชาชนที่เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่

    ในพิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งกล่าวเปิดงานและให้กำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

    โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บริการขนส่งและการดูแลความสะดวกสบายให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงวันหยุดยาว นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครจากวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬทำหน้าที่ในการให้บริการด้านต่างๆ เช่น การช่วยเหลือในการขนส่ง การตรวจเช็คสภาพรถ และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางที่ปลอดภัย 🚙🔧นอกจากการให้บริการขนส่งและช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังมีการแจกของที่ระลึกให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ พร้อมทั้งมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางเพื่อให้ทุกคนได้เดินทางอย่างปลอดภัย

    นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ได้ฝากถึงประชาชนให้ระมัดระวังในการเดินทางและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2568 นี้เป็นไปอย่างปลอดภัย
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    จิบกาแฟแลประตูระบายน้ำห้วยกำแพง” จังหวัดบึงกาฬ จัดประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 3 พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน สร้างความสามัคคีภาครัฐและเอกชน

    วันที่ 27 ธันวาคม 2567 เวลา 07.00 น. ที่โครงการชลประทาน(ประตูระบายน้ำห้วยกำแพง) ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้จัดประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมเป็นเกียรติให้โอวาท

    กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านนับถือ อำนวยอวยพร ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง คิดปรารถนาสิ่งใดขอให้สมดั่งใจปรารถนา จากนั้นได้พบปะพูดคุยกับส่วนราชการ และองค์กรเอกชน พร้อมด้วยหัวหน้าศูนย์ราชการต่าง ๆ ร่วมในงาน นอกจากนี้ผู้ร่วมประชุมสภากาแฟยังประกอบด้วย นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายสมหวัง อารีย์เอื้อ หน.สำนักงานจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมงานสภากาแฟ

    ซึ่งในครั้งนี้ นายสรายุทธ ม่วงทอง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบึงกาฬ ได้กล่าวการต้อนรับ พร้อมด้วยนางสาววลีรัตน์ นามปัญญา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นายกฤษฎา พลสิทธิ์ เกษตรจังหวัดบึงกาฬ นายอภิไท มังธานี สหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นางสาวสงกรานต์ ตะนนท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ นายธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ นายพงศ์เทพ จันทรชิต ประมงจังหวัดบึงกาฬ นางจีรสุดา ศรีกุล หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์บึงกาฬ นายพัชรพล คาดบัว ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินบึงกาฬ

    ว่าที่ร้อยตรีพีระวัฒน์ กงบุราณ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ นางสาวสุดคนึง พึ่มชัย ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับ โดยใช้สถานที่โครงการชลประทาน(ประตูระบายน้ำห้วยกำแพง) บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 อำเภอเมืองบึงกาฬ ซึ่งมีวิวทิวทัศน์อันสวยงาม และเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยวและผู้นิยมวิ่ง-ปั่นจักรยานออกกำลังกายด้วย

    การจัดงานสภาพกาแฟจังหวัดบึงกาฬ ทุกส่วนราชการ หน่วยงาน และองค์กรภาคเอกชนร่วมเป็นเจ้าภาพ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกของเดือน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและมีความสมัครสมานสามัคคีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นการประสานงานแบบไม่เป็นทางการในการบูรณาการการทำงาน ร่วมมือกันผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์เป็นการพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ได้มีการมอบป้ายสภากาแฟส่งต่อเจ้าภาพในครั้งถัดไป ครั้งที่ 4 ซึ่งได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ เทศบาลเมืองบึงกาฬ
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326 รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี เปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมดูแลรักษาความปลอดภัย “ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568”

     วันที่ 26 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมดูแลรักษาความปลอดภัย "ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568" และวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานกิจกรรมพัทยากลาง ถนนเลียบชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี
    
    ด้วยศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนได้กำหนดให้ทุกจังหวัดดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยให้ดำเนินการช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2567 ถึง 5 ม.ค. 2568 (จำนวน 10 วัน) เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตทรัพย์สินของประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา และมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ประกอบกับคณะรัฐมนตรี ได้มีมติกำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ
    
     จังหวัดชลบุรี จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ แสดงถึงความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อาสาสมัคร มูลนิธิ ในการส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
    
    นอกจากการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ยังมีอีกกิจกรรม คือการปล่อยขบวนรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ การกวาดล้างอาชญากรรม และดูแลรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 เนื่องจากจังหวัดชลบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองพัทยา ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และอาจมีมิจฉาชีพแฝงเข้ามาก่ออาชญากรรมจำนวนมาก ทั้งยาเสพติด อบายมุข และการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ จึงต้องบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุร้าย อันตรายต่างๆ และรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่พี่น้องประชาชน
    
    การกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การอ่านสารนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 การมอบนโยบาย การปล่อยขบวนรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ และการกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้ง พลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ องค์การสาธารณกุศล จิตอาสาพระราชทาน และภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน2108 แถลงข่าวจับยาบ้า 3.56 แสนเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 คน

    เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 ธ.ค. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2108 อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ภายใต้อำนวยการของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยนายเสนีย์ สุวรรณทอง ปปส.ภาค 4 นายฐิราเชษฐ์ เลื่อมใส ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.บึงโขงหลง พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) พ.อ.สุระชัย มีหอม รองผอ.กอ.รมน.จังหวัด ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 พ.ต.ต.วันชัย เพชรศรีงาม สว.สส.สภ.เหล่าหลวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดบ้า 3.56 แสนเม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 คน

    ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดย ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 (หน่วยงานหลัก)ได้รับทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านช่องทางธรรมชาติโดยใช้เรือกลีบติดเครื่องยนต์ลักษณะคล้ายหาปลา จึงบรูณาการกำลังร่วมกับ นทล.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13.) ,มว.ตชด.2441,จนท.ชุดสืบ สภ.เหล่าหลวง,จนท.กก.3 บก.ป และฝ่ายปกครอง อ.บึงโขงหลง วางแผนจัดกำลังพลซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บริเวณ บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จว.บ.ก. เพื่อป้องกันสกัดกั้น การลักลอบขนย้ายยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายและการกระทำผิดเงื่อนไขตามแนวชายแดน ครั้นเมื่อ 25 ธ.ค.67,1900 ตรวจพบเรือกลีบติดเครื่องยนต์ต้องสงสัยขับมุ่งหน้ามา

    จากริมฝั่งโขง สปป.ลาว และได้ขับมาจอดเทียบฝั่งอยู่ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 100 ม. เวลาต่อมาได้มีชายต้องสงสัย จำนวน 2 คนแบกสิ่งของออกจากเรือ ชุดเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายต้องสงสัยเมื่อพบเป็นเจ้าหน้าที่แสดงอาการตกใจและวิ่งหลบหนี ชุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้ง 2 คน

    ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบ กระสอบปุ๋ยสีแดง จำนวน 2 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก หน่วยฯจึงร่วมกับหน่วยงานความั่นคงในพื้นที่ตรวจยึดยาบ้าพร้อมผู้ต้องหาดังกล่าว และนำมาที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2108 เพื่อตรวจนับอย่างละเอียด จับผู้ต้องหาจำนวน 2 คน ทราบชื่อ นายธนวัฒน์ ลุนอุบล อายุ 19 ปี บ้านเลขที่.28 ม.2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และนายชนกันต์ เมาท่าซวย อายุ 27 ปี บ้านเลขที่.137 ม.2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

    พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ ยาบ้า จำนวน 2 กระสอบ (ยาบ้า ประมาณ 356,000 เม็ด) โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีขาวดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน หน่วยฯร่วมกันถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และทำบันทึกตรวจยึด พร้อมนำของกลางทั้งหมด นำส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ทั้ง 2 คนยังยอมสารภาพรับว่าในการมาขนลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ได้รับค่าจ้างเป็นยาบ้าคนละ 2 มัด เพื่อเอาไปเสพและจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ แต่มาถูกจับได้เสียก่อน .
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง