เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานกาชาด รวมของดี เมืองชุมแพ ครั้งที่ 23 15-22 มีนาคม 2569 นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่า จ.ขอนแก่น ประธานเปิดงาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ 17 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น.เจ้าพระยาครองเมืองพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (นายอำเภอแหวนเพชร)ให้เกียรติเป็นประธาน”

งานประเพณีกาชาดประจำปีรวมของดีเมืองชุมแพ” ครั้งที่ 23 ประจำปี2569และเยี่ยมชมนิทรรศการออกร้านผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์สินค้า otop และพืชผักผลไม้นานาพันธุ์ โดยมีนางเอกสาวสุดเซกซี่อ้อยใจ คำบุญเรือง

นายอำเภอชุมแพ พร้อมด้วยพระเอกหนุ่มนัยตาโศกจากเมืองสกลนคร พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายแพทย์ธนนิตย์ สังคมกำแหง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ

นายวิศรุต ปู่เพ็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต6 ขอนแก่น แสดงเป็นลูกชาวนา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมแพ อัยการจังหวัดชุมแพ คหบดีเมืองชุมแพ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น

หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใญ่บ้านและประชาชนชาวชุมแพให้การต้อนรับ นับเป็นครั้งแรกในรอบ83 ปีการก่อตั้งเมืองชุมแพ ที่ ผู้บริหารการปกครองสูงสุด

ตำแหน่งผู้นำหน่วยถอดหัวโขนวางไว้แล้วใส่ชุดหมอลำเปิดงานวันของดีเมืองชุมพ นับว่าแปลกหูแปลกตาแก่ผู้ชมเป็นจำนวนมาก ณ.ลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ตำแหน่งผู้นำหน่วยถอดหัวโขนวางไว้แล้วใส่ชุดหมอลำเปิดงานวันของดีเมืองชุมพ นับว่าแปลกหูแปลกตาแก่ผู้ชมเป็นจำนวนมาก ณ.ลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกล.สุรศักดิ์มนตรี จับมือ “สื่อบึงกาฬ” สร้างเครือข่ายข่าวสารทันสมัย รวดเร็ว ถูกต้อง

แชร์เนื้อหานี้

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เดินหน้าบูรณาการด้านการประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรม “พบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปี 2569” ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เสริมสร้างเครือข่ายข่าวสารให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และถูกต้อง

โดย พล.ต.มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้ พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช เสนาธิการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทนหน่วย พร้อมด้วย พ.อ.อุดมการณ์ ศรีแขไตร รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 2 ร่วมจัดกิจกรรมกับส่วนราชการและสื่อมวลชนในพื้นที่

กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานความมั่นคงกับสื่อมวลชน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ทั้งการพบปะพูดคุย แนะนำภารกิจ และการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างหน่วยงานและสื่อมวลชน ณ สนามกีฬาอินเตอร์บึงกาฬนาบุญมา อำเภอเมืองบึงกาฬ

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นาย นคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และ ดร.บุญมา พันดวง ประธานกรรมการบริษัท พีบี อินเตอร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารช่องบุญมาทีวี (ช่อง 67) ร่วมเป็นประธาน พร้อมด้วยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ

ชมรมสื่อมวลชนจังหวัดบึงกาฬ สมาคมนักจัดรายการวิทยุจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงโอกาสนี้ ผู้แทนหน่วยได้มอบกระเป๋าเป้เป็นของที่ระลึก เพื่อขอบคุณเครือข่ายสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานด้านการสื่อสารของพื้นที่ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เกษตร อ.สันติสุข จัดการที่ดินยั่งยืน มุ่งเป้าลดจุดความร้อน (Hotspot) และแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม /” เกษตรน่าน ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านก่อก๋วง”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายนพดล อุปถัมภ์ เกษตรอำเภอสันติสุข พร้อมด้วยนางสาวปรียานุช โนทนะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน บ้านศรีบุญเรือง ตำบลพงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่านร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการบริหารจัดการ PM 2.5 ณ โรงแรมน่านกรีนเลควิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

(วว.) เป็นผู้ดำเนินโครงการภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานวิจัยและร่วมกันกำหนดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมยั่งยืน มุ่งเน้นการลดจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) จากแหล่งกำเนิดการเผาในที่โล่งในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดเชียงใหม่ น่าน และแพร่ ให้มีจำนวนไม่เกิน 2,000 จุดต่อปี เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ในการนี้ คณะผู้แทนจากอำเภอสันติสุขได้ร่วมกิจกรรมระดมความคิดเห็นในรูปแบบ Policy Co-Creation Workshop เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของนโยบายในบริบทพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานโยบาย 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน พันธะสัญญาเกษตรปลอดการเผา การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และวนเกษตร รวมถึงการพัฒนาตลาดวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

ทั้งนี้ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาโครงการระยะเร่งด่วน (Quick Win) และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริหารจัดการ PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยมุ่งเน้นการสร้างกลไกที่เกษตรกรสามารถยอมรับและนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างยั่งยืนสืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เกษตรน่าน ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านก่อก๋วง”
วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหว้ดน่าน มอบหมายให้นางสาวพัชราภรณ์ บุญมา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางสาวนฤมล อำพร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

พร้อมด้วยนางวชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน นายวิรัช จันทรโรทัย ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ความก้าวหน้าการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว

การพัฒนาแปลงเรียนรู้ด้านการผลิตพืชผักปลอดภัย การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งวิสาหกิจชุมชน มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยว อาทิ การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับ

การท่องเที่ยว การพัฒนากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการ

พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวตามหลัก BCG Model ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตพืชผักบ้านก่อก๋วง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศึก “NAN CHAMPION CUP 2026” ฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด ชิงถ้วยพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านเดินหน้าส่งเสริมเยาวชนห่างไกลยาเสพติด จัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี “NAN CHAMPION CUP 2026” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทาน เพื่อสร้างสุขภาพและความสามัคคีในกลุ่มเยาวชน

นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลศึกชิงแชมป์ฟุตบอล 7 คน เยาวชนจังหวัดน่าน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ต้านภัยยาเสพติด “NAN CHAMPION CUP 2026” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทาน โดยมี

พันเอกทศพล ผ่องศรีสุข รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเยาวชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมกับสมาคมกีฬาจังหวัดน่าน และคณะกรรมการหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร (พคบ.) จังหวัดน่าน รุ่นที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–22 มีนาคม 2569 โดยมีทีมเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 24 ทีม

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด ปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา ความมีระเบียบวินัย และเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม อันจะนำไปสู่ความรัก ความสามัคคี และลดปัญหาความขัดแย้งในสังคม

นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาฟุตบอลของเยาวชนจังหวัดน่าน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในระดับภาค ระดับประเทศ และต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต

สำหรับรางวัลการแข่งขัน ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และเกียรติบัตร ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท อันดับ 2 รับ 5,000 บาท และอันดับ 3 รับ 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร นอกจากนี้ยังมีรางวัลดาวซัลโว และรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม เพื่อยกย่อง

ความสามารถและจิตวิญญาณนักกีฬาอีกด้วยการแข่งขัน “NAN CHAMPION CUP 2026” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการใช้กีฬาเป็นสื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน ห่างไกลยาเสพติด และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบหัวจ่าย “อู๊ด แป็ะกง” นายอำเภอกระทุ่มแบน นำลูกทีมฝ่ายปกครองลุยจับขณะกำลังนอนขายยาบ้าอย่างสบายใจในสวน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ภายใต้นโยบานของ นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้มอบหมายให้ นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน,นายณัฐพล บุญทวี ปลัดอาวุโสอำเภอกระทุ่มแบน และ นายศักดาพจน์ จันทร์ภิวัฒน์ ปลัดอำเภอ เดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเวพติดให้สิ้นซาก

นายพิรุณโรจน์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าฝ่ายปกครองกระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่า มีชายต้องสงสัยแอบลักลอบขายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นอยู่ในสวนพื้นที่ ตำบลตลาดกระทุ่มแบน

นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มเเบน จึงได้นำทีมฝ่ายความมั่นคงอำเภอกระทุ่มแบน ร่วมกับ ฝ่ายปกครองตำบลสวนหลวง ฝ่ายปกครองตำบลดอนไก่ดี เจ้าหน้าที่ ชรบ.และสมาชิก อส. วางแผนเพื่อที่จะเข้าดำเนินการจับกุมผู้ที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

โดยได้นำกำลังไปซุ่มอยู่ที่บริเวณดังกล่าวพบชายต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้งจึงรอจังหวะเพื่อเข้าทำการจับกุม เป็นจังหวะที่คนร้ายไหวตัวทันเหลือบมาเห็นเจ้าหน้าที่ จีงได้พยายามที่จะขี่รถมอเตอร์ไซด์หลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่จึงบุกเข้าชาร์จและสามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้เป็นขาใหญ่ในพื้นที่มีฉายา “อู้ด แป๊ะกง”พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า จำนวนมาก

เบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพและยอมรับว่า ตนได้เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน และควบคุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบน จะได้ติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่องให้สิ่นซากต่อไป
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “สนามบินแห่งการเรียนรู้”ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เปิดพื้นที่เพื่อการศึกษาดูงาน

แชร์เนื้อหานี้

และเรียนรู้การดำเนินงานของท่าอากาศยานจากสถานที่จริง สะท้อนบทบาทของสนามบินในฐานะ “สนามบินแห่งการเรียนรู้” ที่มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการสนามบินเพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณชน

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของ ทสภ. นอกจากการเป็นท่าอากาศยานที่เปิดให้บริการด้านการคมนาคมทางอากาศเป็นสำคัญแล้ว ทสภ. ยังได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ท่าอากาศยานอื่นๆ

รวมถึงคณะนักเรียนและนักศึกษา ที่มีความสนใจในกิจการท่าอากาศยานได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ระบบการดำเนินงานด้านงานบริการท่าอากาศยาน เทคโนโลยีที่ใช้ในการบริหารจัดการสนามบิน อาทิเช่น

การใช้เครื่อง CUSS (Common Use Self Service) ระบบลงทะเบียนแบบ Biometric การโหลดสัมภาระด้วยตนเอง CUBD (Common Use Bag Drop) มาใช้เพื่อลดระยะเวลากระบวนการการเช็คอินของผู้โดยสาร ณ บริเวณพื้นที่ให้บริการสาธารณะของอาคาร

ผู้โดยสารหลัก รวมถึงเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าศึกษาแนวทางการบริหารจัดการ ด้านสิ่งแวดล้อมของท่าอากาศยาน อาทิ ระบบสุขาภิบาลภายในอาคารผู้โดยสาร ระบบบำบัดน้ำเสีย และการจัดการขยะ ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐานสากลเพื่อควบคุมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานของสนามบินจากสถานที่การทำงานจริง

เพื่อเป็นองค์ความรู้ สำหรับนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของตน และเพื่อการพัฒนาตนเองในอนาคตของเหล่านิสิต นักศึกษาต่อไปนอกจากนี้ ทสภ. ยังมีพิพิธภัณฑ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 6 ของอาคารจอดรถโซน 3 ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ ทสภ. และประวัติกิจการการบินของประเทศไทย รวมถึงโครงสร้าง

โดยทั่วไปของท่าอากาศยานแห่งนี้ โดยเน้นเชิญชวนให้สถาบันการศึกษา หน่วยงานต่างๆ และผู้ที่สนใจเข้าศึกษาดูงานได้เข้ามาเรียนรู้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นประโยชน์ และเป็นการต่อยอดการศึกษาของหน่วยงาน สถาบันการศึกษาต่างๆ

ทั้งนี้ สถาบันการศึกษา หน่วยงาน และผู้ที่สนใจเข้าศึกษาดูงาน เพื่อเรียนรู้การดำเนินงานของสนามบิน จากประสบการณ์จริง สามารถประสานงานเพื่อขอเข้าศึกษาดูงานได้ที่ฝ่ายกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลาทำการ หมายเลขโทรศัพท์ 062 593 9996


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.สกัดเข้มชายแดนแม่โขง ยึด!เรือขนข้าวสารเหนียวและกระเทียมเถื่อน ผู้กระทำผิดทิ้งเรือของกลางหลบหนี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 11:00 น ณ สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ แถลงข่าวผลการตรวจยึดเรือหางยาวเหล็กขนข้าวสารเหนียวยี่ห้อดังลักลอบนำเข้าจากสปป.ลาวและกระเทียมเถื่อน

สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 23.00 น. ที่ 17 มีนาคม เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหารตรวจยึดข้าวสารเหนียวประมาณ 150 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 7.5 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 412,500 บาท

พร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ 1 ลำ มูลค่าประมาณ 250,000–300,000 บาท บริเวณบ้านชุมชนนาโป อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้กระทำผิดได้หลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 03.00 น.เช้ามืดวันที่ 18 มีนาคม เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหาร ตรวจพบกระเทียมแห้ง จำนวน 72 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 1.44 ตัน บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านชุมชนศรีมงคลเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 129,600 บาท

ในส่วนเฉพาะสินค้าประเภทข้าวสารและกระเทียม มีมูลค่ารวมประมาณ 542,100 บาท หรือประมาณ 540,000 บาท และเมื่อรวมมูลค่าเรือของกลางในคดีข้าวสาร ส่งผลให้ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและ

ผู้ประกอบการภายในประเทศรวมประมาณ 800,000 บาท ทั้งนี้ นรข. ได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้หน่วยงานศุลกากรในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เอ-ไชยา” ควง “แป้ง-มิตรชัย” นั่งแท่นพิธีกรประกบ “เอ๋-ดาเรศ” ในรายการวาไรตี้สุดคิวท์“PET PLANET รักนี้มีหาง” ทางช่อง 3HD

แชร์เนื้อหานี้

ช่อง 3HD เตรียมผุดรายการใหม่สุดคิวท์ เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ รายการวาไรตี้อารมณ์ดีอบอุ่นและสร้างความเข้าใจในการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องในรายการ “PET PLANET รักนี้มีหาง”รายการ “PET PLANET รักนี้มีหาง” ผลิตโดย บริษัท เทล ทู เทล จำกัด ได้ฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวง เอาฤกษ์เบิกชัย เมื่อเวลา 09.39 น. วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 โดยได้รับเกียรติจาก คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการสำนักกิจการและสื่อสารองค์กรสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3, คุณปุ๊กกี้-สินีนารถ เองตระกูล, คุณธัญญาเรศ เองตระกูล, คุณสมบูรณ์ พัฒนรัตน์เจริญ และคุณดาเรศ พัฒนรัตน์เจริญ ให้ เกียรติเข้าร่วมพิธีบวงสรวง

วาไรตี้มีหาง พร้อมสะบัดเต็มสูบ รับความ CUTE ของสัตว์เลี้ยงเหล่าดารา, เซเลบคนดัง ทั้งคลิปฮาประสาสัตว์เลี้ยงจากผู้ชมทางบ้าน อีกทั้งเคล็ดลับเพื่อดูแลและสังเกตพฤติกรรม “เพื่อนรักมีหาง”พร้อมทั้งแชร์สถานที่ดูแลช่วยเหลือสัตว์ร่วมโลกมีหางแสนน่ารักอีกด้วย รายการ “PET PLANET รักนี้มีหาง” วางกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ วัยทำงาน อายุระหว่าง 20-55 ปี กลุ่มคนเมืองใหญ่รวมถึงกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง

ส่วนกลุ่มเป้าหมายรองจะเน้นไปที่กลุ่มผู้สูงอายุ และเด็กพร้อมผู้ปกครอง เป็นรายการที่ดูแล้วสบายใจ ดูแล้วฮีลใจ เหมือนได้พักจากการเสพข่าว และเรื่องดราม่าต่างๆ รายการ “PET PLANET รักนี้มีหาง” ได้สองพ่อลูกอารมณ์ดี “เอ ไชยา” และ “แป้ง มิตรชัย” มาทำหน้าที่ พิธีกรดำเนินรายการ ร่วมกับผู้บริหารสาวคนเก่ง “เอ๋’ดาเรศ” ซึ่งทั้งสามคนจะเป็นตัวแทนความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง แล้วคุณจะเข้าใจว่า ทำไมเราต้องใช้เสียงสอง กับเหล่าบรรดาสัตว์เลี้ยงผู้น่ารัก

รายการ “PET PLANET รักนี้มีหาง” แบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดย Break 1-2 ช่วง “เปิดประตูดูหาง” เหล่าพิธีกรชวนบุกบ้านดารา เซเลบ เพลิดเพลินและยิ้มไปกับความสัมพันธ์แสนอบอุ่นและน่าประทับใจของสัตว์เลี้ยงมีหางสุดคิวท์ของพวกเขา ทั้งต้องทึ่งไปกับความซนความน่ารัก หรือ พฤติกรรมแปลกแต่ฮา พร้อมเกมทดสอบสร้างรอยยิ้ม สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าของและสัตว์เลี้ยงว่า “รักนี้มีหาง” จริงหรือไม่ พร้อมสาระความรู้จากสัตวแพทย์ในช่วง “Pet Tips เลี้ยงให้เลิฟ” ส่วน Break 3 ช่วง “แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง” เพลิดพลินกับคลิปความน่ารักของเหล่าสัตว์เลี้ยงจากคุณผู้ชมทางบ้านที่ผ่านการคัดเลือกประจำสัปดาห์

สามพิธีกรเผยความรู้สึกถึงการทำงานในรายการนี้ ไชยา มิตรชัย พิธีกร กล่าวว่า “ผมเลี้ยงนกและสุนัข เขาแสดงออกถึงความรัก โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูด ทุกครั้งที่อยู่ใกล้รู้สึกว่าคลายเครียด และเติมเต็มความสุขทางใจ สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกของครอบครัวที่ให้ความรักความผูกพันสร้างบรรยากาศที่น่ารักและเกิดความสุขภายในบ้าน ผมดีใจมากที่คุณเอ๋ ดาเรศ ชวนมาร่วมเป็นพิธีกร ในรายการ “PET PLANETรักนี้มีหาง” โดยส่วนตัวเรารู้จักและร่วมงานกันมาหลายปีแล้ว เป็นน้องสาวที่น่ารักเสมอมา”

แป้ง มิตรชัย พิธีกร กล่าวว่า “ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่มีมุมมองต่อสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนลูก แถมยังมองว่าตนเองไม่ใช่เจ้านาย แต่เป็นพ่อหรือแม่ของสัตว์เลี้ยง ทุ่มเทเอาใจใส่น้องทั้งการใช้ชีวิต การกินและดูแลสุขภาพ ไม่ต่างจากการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีสาเหตุหลักๆ ที่คนสนใจเลี้ยงสัตว์ ส่วนหนึ่งด้วยหน้าตาสุดน่ารักและนิสัยแสนขี้อ้อนที่ทำให้เหล่าทาสรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ใกล้ชิด เป็นเหมือนเพื่อนเล่นคลายเหงาและช่วยเยียวยาจิตใจให้กับเจ้าของไปในตัว”

คุณเอ๋-ดาเรศ พัฒนรัตน์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทล ทู เทล จำกัดและพิธีกร กล่าวว่า “Pet Planet รักนี้มีหาง” เริ่มต้นจากความเชื่อที่ว่า สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์ แต่คือสมาชิกสำคัญในครอบครัว จึงตั้งใจสร้างสรรค์พื้นที่แห่งความสุขที่รวมทั้งรอยยิ้มและให้สาระ เพื่อให้ทุกหัวใจทั้งคนและเพื่อนมีหางได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่สุด อีกทั้งเล็งเห็นว่าการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจึงเล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ รวมถึงกิจกรรม เพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่ยากไร้ในอนาคต”

ติดตามชมรายการน่ารักๆ จาก 3 พิธีกรอารมณ์ดี เอ ไชยา, แป้ง มิตรชัย และ เอ๋ ดาเรศ ที่จะมาเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงได้ในรายการ “PET PLANET รักนี้มีหาง” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.30 น. ทางช่อง 3HD เริ่มวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 และติดตามชมทางออนไลน์ได้ทาง youtube:Pet Planet รักนี้มีหาง , IG: petplanetonline.th , Facebook: Pet Planet รักนี้มีหาง , TikTok: รักนี้มีหาง
แอป : ch3plus.com

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอบางเลนตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่อำเภอบางเลน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน พร้อมด้วย นายอำนาจ ทองดอนสังข์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายนนท์ ศรีวัฒนตระกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และสมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองอำเภอบางเลน

ร่วมกับพานิชย์จังหวัดนครปฐม พลังงานจังหวัดนครปฐม ตรวจสอบสถานบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอบางเลน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันให้เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ปริมาณน้ำมันต้องถูกต้องครบถ้วน

คุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ราคาน้ำมันของแต่ละสถานีบริการ อาจมีความแตกต่างกัน

เนื่องจากต้นทุนการจัดซื้อที่ต่างกัน ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ทำเลที่ตั้ง และการแข่งขัน ทางการค้าซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐสำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีความผันผวนในช่วงนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง

ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนด้านพลังงานและราคาสินค้า ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม หรือสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.บางเลน ต้อนรับ สส.สุขชาติ สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและพัฒนาระบบสาธารณสุข

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569ณ ห้องประชุมเพชรไพลิน ชั้น 4 โรงพยาบาลบางเลนนพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร

ให้การต้อนรับ พันเอก สุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม ในโอกาสเข้าเยี่ยมเยียนและร่วมหารือแนวทางการพัฒนางานด้านสาธารณสุข ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุชา มหานิล สาธารณสุขอำเภอบางเลน, รพ.สต.

ในพื้นที่, สจ.วิสิทธิ์ วันสีแก้ว นายกสมาคม อสม. อำเภอบางเลน และเครือข่ายสาธารณสุขเข้าร่วมประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลปัญหาและข้อเสนอแนะในการยกระดับการบริการสุขภาพแก่พี่น้องประชาชนชาวบางเลนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างยั่งยืน

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวโครงการ “Rainbow of Equality (ROE)” ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรม แล ะความเท่าเทียมระดับนานาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

default

(18 มีนาคม 2569) – สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Cultural Encouragement Council) ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์

ในการจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่หลากหลายและเท่าเทียม ภายใต้ชื่อ ““2026 Rainbow of Equality Pride Season (ROE)”

โดยมี บริษัท เฟนาโซล่า ไทยแลนด์ จำกัด (FENAZOLA THAILAND CO., LTD.) และภาคีเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์นานาชาติเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก

วิสัยทัศน์แห่งสายรุ้ง: Together Under The Thai Sky
งานแถลงข่าวเปิดตัวกลยุทธ์ระดับโลกนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องบอลรูม

โรงแรมฮิลตัน แกรนด์ อโศก กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอแนวคิด “Diversity, Equity & Inclusion (DEI)” ผ่านคำขวัญ “Together Under The Thai Sky; One World, One Love”

ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยี วัฒนธรรม และพลังของชุมชน เชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกันในพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคน

โดยเฉพาะชุมชน LGBTQ+ ทั่วโลกผนึกกำลังภาครัฐและนโยบายระดับประเทศโครงการนี้ได้รับเกียรติและการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากตัวแทนระดับนโยบายและอุตสาหกรรม

default

นำโดย:ฝ่ายนโยบาย: ร้อยตรี ดร.ปรพล อดิเรกสาร (คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา), นายปิยะศักดิ์ พงศ์อัมพรศักดา

และนางสาวปวีณ์พร กรุดทองกุลฝ่ายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว: สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำโดย พลเรือเอก ชัยโรจน์ เพ็ชร์รัตน์

default

และนายยุพราช วงศ์ดาวกูล น.ส.ยุวฉัตรสุดา สุภาษร ร่วมกับคณะกรรมการการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก เครือข่ายพันธมิตรระดับสากลและพลังสื่อยุคใหม่

default

ภายในงานได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง บริษัท เฟนาโซล่า ไทยแลนด์ จำกัด กับพันธมิตรระดับโลก อาทิ

Blue Bros. (青初于蓝), Jicco, Clue, Aloha, และกลุ่มเซตเทอร์ บราเธอร์ส เพื่อยกระดับการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับสากล

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงสากล นำโดย อาจารย์จุฑามาศ ณ สงขลา และ สมาคมเน็ตไอดอลไทย ในการแต่งตั้ง “ทูตท่องเที่ยวสานสัมพันธ์นานาชาติ “ทูตส่งเสริมภาพลักษณ์สากล”

(Global Promotion Ambassador) เพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารภาพลักษณ์ความงดงามของวัฒนธรรมไทยและความเท่าเทียมให้กึกก้องไปทั่วโลกสู่การเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

และ“ทูตท่องเที่ยวสานสัมพันธ์นานาชาติ” (International Culture Tourism Ambassador)บุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญใน

การขับเคลื่อนประเทศไทยไฮไลท์กิจกรรม: มหกรรมวัฒนธรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์โครงการ ROE ถูกกำหนดให้เป็นเทศกาลประจำปี

โดยจะเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ในช่วง เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลระดับโลกสำคัญของไทย กิจกรรมประกอบด้วย:การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย

และนานาชาติในรูปแบบร่วมสมัยเวทีนำเสนออัตลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมการประชุมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวนานาชาติ

บทสรุปสู่อนาคตที่ยั่งยืนดร.ประกาย ณ สงขลา พร้อมด้วยคณะผู้จัดงาน นายชรินทร์ ฟามฟู และนายว่าน เจียง มุ่งหวังให้ “RAINBOW OF EQUALITY”

เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยใหม่ของประเทศไทย ที่ก้าวขึ้นสู่เวทีโลกด้วยพลังของความแตกต่างที่ลงตัว พร้อมประกาศจุดยืนว่าไทยคือดินแดนแห่งโอกาสและความเท่าเทียมที่พร้อมต้อนรับผู้คนจากทุกมุมโลกอย่างสง่างาม

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ สมาชิกกรุงเทพฯ ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “เปิดบ้านสานสัมพันธ์ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์กรสมาชิกกรุงเทพมหานคร”

ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสมาชิกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โอกาสนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้กล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมแถลง ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประจำปี 2569

โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ การยกระดับการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์สังคมปัจจุบัน ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทขององค์กรภาคประชาสังคมในการร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ขณะเดียวกัน ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้บรรยายแนวทาง การมีส่วนร่วมขององค์กรสมาชิกกับกิจกรรมและโครงการสำคัญของ

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรเครือข่ายเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนงานสาธารณประโยชน์และงานสังคมสงเคราะห์ร่วมกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นอกจากนี้ ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ยังได้บรรยายในหัวข้อ สิทธิประโยชน์ขององค์กรสมาชิก ที่จะได้รับจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาองค์กรสมาชิกให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย ดร.ณกรณ์ ไกรรณภูมิ ประธานกรรมการประสานงานกรุงเทพมหานคร สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ซึ่งได้จัดให้มี Relationship Building Workshop เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างองค์กรสมาชิก โดยทีม

วิทยากร Rocket Mind (RM) รวมถึงกิจกรรม ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียงกันของเครือข่ายองค์กรสมาชิกกรุงเทพมหานคร

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบฯ ชาวบ้านและสวนในพื้นที่ ทับสะแก เร่งนำรถมาเติมน้ำมัน ดีเซล หมดภายใน 1 ชม.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ ของ หจก.ธ.ทองปิโตเลียม ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ ช่วงหลัก กม.ที่ 359-360 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ได้เปิดให้บริการเติมนำมันดีเซล หลังทางปั้มเปิดให้บริการให้ชาวบ้าน และชาวสวนรวมถึงรถบรรทุกที่วิ่งลงสู่ภาคใต้เข้ามาให้บริการเติมน้ำมันดีเซล โดยชาวสวนได้นำรถที่ใช้สวนตัว และใช้ขนพืชพลทางการเกษตรเข้ามาต่อคิวเติมน้ำมันจำนวนมาก

โดยทางปั้มได้ให้รถที่เข้ามาเติมน้ำมัน สามารถเติมน้ำมันดีเซลได้เพียงคันละ 500 บาท ต่อครั้ง ต่อวัน เพื่อลูกค้าจะได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง และเปิดให้บริการ 06.00 น. – 18.00 น. ของทุกวัน

ในส่วนน้ำมัน เบนซิน 95 หรือ E 20 และ LPG ก็ยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ โดยหลังเปิดให้บริการน้ำมันดีเซล ได้ไม่ถึง 1 ชม.ก็ต้องปิดให้บริการดีเซล เนื่องจากน้ำมันหมด และสามารถมาใช้บริการได้วันถัดไป

///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รับโล่รางวัล ผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่น ส่งเสริมสุขภาพ ดูแลผู้สูงอายุ อนามัย สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 18

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางดรุณี โพธิ์ศรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม
ร่วมเป็นเกียรติรับโล่เชิดชูเกียรติ

ด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 Building Sustainable Wellness under Climate Change “สร้างสุขภาวะยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก” ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค 69

โดยมี นายวิโรจน์ ทองเกลี้ยง หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพและผู้เกี่ยวข้อง
นำผู้มีผลงานดีเด่นเข้ารับโล่รางวัลผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ได้แก่ 1.)นางศมานันท์ ศรีพัฒนพร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม ได้รับรางวัล ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager : CM) ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 และ นางเพชรน้ำหนึ่ง แก้วศรีงาม โรง

พยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน ได้รับรางวัล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver : CG)” ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 โดยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลฯ

ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) คืนที่ 89 วัดรางหมัน

แชร์เนื้อหานี้

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยพร้อมศิษยานุศิษย์และประชาชนและคณะกรรมการวัดประชาราษฎร์บำรุง(วัดรางหมัน)

ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)คืนที่ 89 ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมันนางสาวจันทร์ลาภา สุบรรณ ณ อยุธยา ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ผู้ประสานงานในราชสกุล สุบรรณ ได้มอบให้ นายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีหญิงธัญธิตา เผ่าสุวรรณ ที่

ปรึกษาองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะกรรมการวัดประชาราษฎร์บำรุง(วัดรางหมัน) ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)คืนที่ 89

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมันทางวัดขออนุโมทนาบุญและขอขอบคุณเจ้าภาพที่ได้เมตตามาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม
ด้วยจิตศรัทธาอันเปี่ยมด้วยกุศลเจตนาในครั้งนี้และทางคณะเจ้าภาพ ได้นำการแสดงถวายหลวงปู่แผ้ว ปวโรแลขอบพระคุณ

Em’s baby model and organizer บ้านรำ ปัญจนาสย์สงวนศิลป์ การแสดง หนุมานน้อยเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง ทั้งหมด 8 ชุด ชุดที่1 หนุมานน้อยเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง
การแสดงชุดที่ 2 ฟ้อนล่องแม่ปิง การแสดงชุดที่ 3 ฉุยฉายทศกัณฐ์ การแสดง ชุดที่ 4 คนเชิดหนุมาน

การแสดงชุดที่ 5 สุโขทัยการแสดงชุดที่ 6 ศรีวิขัย การแสดงชุดที่ 7 คนเชิดโนราห์ การแสดงชุดที่ 8 ยกรบ สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของ

พุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสนซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่ออุทิศถวายเป็นกุศลแด่พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)
ด้วยความเคารพเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐมฃ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลังงานประจวบฯ ยืนยัน! น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แค่รอรอบขนส่งใหม่ หลังคนแห่เติมก่อนขึ้นราคา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นางสาวลดาวรรณ จันทรัตน์ วิศวกรชำนาญการ สำนักงานพลังงานจังหวัดประจวบฯ และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดฯ ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ

เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนการปรับขึ้นราคาน้ำ จากการตรวจสอบพบว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่ติดกับถนนเพชรเกษมมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อการให้บริการ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

ประกอบกับปริมาณน้ำมันที่ได้รับจากคลังน้ำมันมีน้อยกว่าช่วงสถานการณ์ปกติ ส่งผลให้บางสถานีต้องรอการจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติม และบางสถานีต้องปิดสถานีบริการน้ำมันชั่วคราว โดยในด้านของราคาน้ำมันยังคงเป็นราคาปกติ และเมื่อตรวจสอบหัวจ่าย

น้ำมันพบว่ามีความถูกต้องเที่ยงตรงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ไม่พบการกักตุนหรือการปฏิเสธการจำหน่าย พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯได้กำชับไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อน และเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่

นางสาวลดาวรรณ จันทรัตน์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดประจวบฯอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พบว่าน้ำมันบางชนิดเริ่มจำหน่ายหมดในบางสถานี โดยส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95 เมื่อประชาชนได้รับทราบข่าวว่าจะมีการปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดจึงทยอยเดินทางมาใช้บริการเติมน้ำมันจำนวนมาก ส่งผลให้บางสถานีมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ

ต่อความต้องการในระยะสั้น ทางคลังน้ำมันได้แจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติมไปยังสถานีบริการต่าง ๆ แต่เนื่องจากสถานีบางแห่งไม่มีรถขนส่งน้ำมันเป็นของตนเอง จึงต้องรอการจัดสรรจากคลัง ทำให้การเติมน้ำมันอาจล่าช้าไป ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน แต่สำนักงานพลังงานจังหวัดฯ ยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นการกักตุนและการปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมัน ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดในพื้นที่

“ปัจจุบันยังคงมีน้ำมัน E20 และน้ำมันเบนซินจำหน่ายตามปกติ ส่วนดีเซลหมดชั่วคราว เนื่องจากปกติรถบรรทุกน้ำมันจะมาเติมให้สถานีครั้งหนึ่งสามารถจำหน่ายได้ประมาณ 5 วัน แต่จากสถานการณ์ที่ประชาชนแห่มาเติมน้ำมันมากกว่าปกติทำให้น้ำมันหมดเร็วกว่ากำหนด และทางพนักงานยืนยันว่า สถานีบริการ

น้ำมันไม่ได้มีการกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด และกำลังรอรถขนส่งน้ำมันจากคลังเพื่อเติมให้บริการตามปกติ ผู้ใช้รถยนต์ที่เติมน้ำมัน E20 รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และยังสามารถมาใช้บริการเติมน้ำมันได้ตามปกติ” นางสาวลดาวรรณ กล่าวตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา จัดทริป “ทำบุญ 9 วัด เมืองขุนแผน” เสริมบารมี

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ภายใต้การบริหารโดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา ได้จัดกิจกรรมทำบุญ 9 วัด จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนำเอาคณะผู้บริหารสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมฯ ร่วมกิจกรรมเสริมความสัมพันธ์ในหมู่คณะ

สำหรับกิจกรรมทำบุญ 9 วัด จังหวัดชลบุสุพรรณบุรี โดยสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาในครั้งนี้ ได้เดินทางไปทำบุญเสริมบารมีและความเป็นสิริมงคลตามวัดวาต่างๆ ใน

จังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบด้วย 1.วัดทับกระดาน 2.วัดดอนมะนาว 3.วัดใหม่นพรัตน์ 4.วัดใหม่พิบูลย์ผล 5.วัดท่าเจดีย์ 6.วัดบางสาม 7.วัดสำเภาทอง 8.วัดบางสะแก และ 9.วัดไผ่โรงวัว

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา เผยด้วยว่า กิจกรรมทำบุญ 9 วัดเมืองสุพรรณบุรี ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความสามัคคีในพี่น้องสมาคมฯ ได้ร่วมกลุ่มกันทำ

กิจกรรมดีๆ โดยไปทำบุญตามวัดโบราณในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการทำบุญเสริมโชค เสริมบารมี เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับมาทำธุรกิจในเมืองพัทยาต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระยองจัดใหญ่ ! “สงกรานต์ถนนทุเรียน 2026” ขนทัพศิลปิน–ดีเจดัง สาดความมันส์ 6 เวที 13–14 เม.ย. นี้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มีนาคม 2569 ณ ห้องจันสุดา โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายประสานต์ พนฤกษาชาติ รองนายกองค์การบริหารสวนจังหวัดระยอง, นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง, นายวรวุฒิ ค่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง, นายทินกร ลาวัณย์เสถียร ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง และนายชาญวิทย์ จารุสมบัติ กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ด้านสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “สงกรานต์ถนนทุเรียน จังหวัดระยอง 2026 ครั้งที่ 2 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชน เข้าร่วม

จังหวัดระยอง ร่วมกับ สมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง วัฒนธรรมจังหวัดระยอง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 13–14 เมษายน 2569 เวลา 15.00–24.00 น. บริเวณ ถนนทุเรียน (สตาร์สาย 4) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองให้ความสำคัญกับการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นกิจกรรมสำคัญของจังหวัด ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างการเดินทางท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้จังหวัดระยองในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

สำหรับไฮไลต์ของงานปีนี้ จัดเต็มความสนุกกับ “6 เวที” พร้อมการแสดงดนตรีและดีเจตลอดสองวัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Songkran Experience ที่ผสานความสนุก ความปลอดภัย และเอกลักษณ์ของระยองไว้ด้วยกัน ควบคู่กับกิจกรรมตามแบบวิถีไทย อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 109 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย และ พิธีสรงน้ำพระเกจิดังจาก 8 อำเภอของจังหวัดระยอง ที่จะอัญเชิญมาประดิษฐานให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล

ด้าน นายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายกองค์การบริหารสวนจังหวัดระยอง ระบุว่า อบจ.ระยองพร้อมสนับสนุนการจัดงานทั้งในด้านพื้นที่ งบประมาณ และการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น การจัดระเบียบพื้นที่ จุดบริการประชาชน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยและการจัดการหน้างานอย่างเป็นระบบ

ขณะที่ นางวันดี เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง กล่าวว่า งาน “สงกรานต์ถนนทุเรียน” ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวในวงกว้าง พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมภายในงานกับเส้นทางท่องเที่ยวและกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในจังหวัด เพื่อกระตุ้นการเดินทางแบบพักค้างคืน เพิ่มการใช้จ่าย และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

ในส่วนของ นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง กล่าวว่า สมาคมฯ ในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้ร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัด เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลด้านการเดินทาง ที่พัก และการบริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อร่วมกันสร้าง “Ecosystem การท่องเที่ยวระยอง” ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ภายในงานยังจัด คอนเสิร์ตเข้าชมฟรี โดย วันที่ 13 เมษายน 2569 พบกับ Rock Dance / Peter Cat พร้อมทีมดีเจชื่อดัง วันที่ 14 เมษายน 2569 พบกับ ก็อต สุทธิรักษ์ / อาร์ท แมค Tokyo Music พร้อมทีมดีเจชื่อดัง อาทิ DJ Sordarsyle
นอกจากนี้ยังมีเวทีดีเจและกิจกรรมความบันเทิงอีก 5 เวที สร้างบรรยากาศความสนุกตลอดเส้นทาง เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดระยองเต็มไปด้วยความสุข ความมันส์ และความทรงจำที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมทรัพยากรน้ำ ที่ 1 ตรวจติดตาม โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อยฯ ระยะ 2 จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ

มอบหมายให้นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ

พร้อมด้วยนายสัณห์ เข็มประสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอนุรักษ์ พัฒนา และฟื้นฟูแหล่งน้ำ

นายประสิทธิ์ พัวทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารจัดการน้ำ และคณะทำงาน

ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ระยะที่ 2 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางสาวสุพัดสอน สีมืด ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1

พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและช่างควบคุมงาน รายงานผลการดำเนินโครงการ พร้อมนำคณะลงพื้นที่ตรวจ

ติดตามการดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ ของโครงการ ปัจจุบันมีความก้าวหน้าการดำเนินงานร้อยละ 97

เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถกักเก็บน้ำได้มากกว่า 1,000,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับสนับสนุนโครงการสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และบ้านแม่เหียะใน รวมทั้งเป็นแหล่ง

น้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ จำนวน 60 ครัวเรือน และสนับสนุนพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ประมาณ 450 ไร่

ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้กำชับให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 เร่งดำเนินงานตามแบบแปลนให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย

ที่กำหนด ตลอดจนให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพงานและการดูแลรักษาความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำและระบบส่งน้ำอย่างเคร่งครัด…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สทท.ระดมสมองเตรียมจัดโครงการการท่องเที่ยววัฒนธรรมหลากหลายระดับโลก RAINBOW OF EQUALITY

แชร์เนื้อหานี้

นายยุพราช วงศ์ดาวกูล ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุมหารือโครงการการท่องเที่ยววัฒนธรรมหลากหลายระดับโลก RAINBOW OF EQUALITY ที่ห้องประชุมสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมี นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมหารือ

สำหรับโครงการเทศกาลการท่องเที่ยววัฒนธรรมหลากหลายระดับโลก RAINBOW OF EQUALITY และมหกรรมกิจกรรมต่อเนื่อง เป็นโครงการเทศกาลการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ที่มุ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความหลากหลายทางสังคม โดยเชื่อมโยงกิจกรรมทางวัฒนธรรม ศิลปะ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

การจัดงานครั้งนี้จัดโดย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ โดยมีสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียนร่วมเป็นภาคีในโครงการ เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงเครือข่ายด้านวัฒนธรรม ศิลปะ และความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนร่วมผลักดันกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

การจัดงานกำหนดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเพณีสำคัญและเป็นช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาในประเทศจำนวนมาก โดยภายในงานจะประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การนำเสนอวัฒนธรรมและประเพณีไทย, การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและนานาชาติ, การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, กิจกรรมสร้างสรรค์และมหกรรมเทศกาลที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้มีส่วนร่วมโดยโครงการ RAINBOW OF EQUALITY จึงเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับสากล พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -แห่เติมน้ำมันทั้งเมือง! รถต่อคิวยาว ดีเซล 6,000 ลิตรหมดใน 2 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หลังพบว่าประชาชน นักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด รวมถึงรถที่เดินทางข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ต่างพากันเข้าคิวเติมน้ำมันจำนวนมาก ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งในพื้นที่เริ่มประสบปัญหาน้ำมันหมดชั่วคราว

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ปั๊มน้ำมัน PT ในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีรถยนต์จำนวนมากต่อคิวรอเข้าเติมน้ำมัน โดยพนักงานปั๊มเปิดเผยว่า ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะ “น้ำมันดีเซล” ที่ทางปั๊มเพิ่งได้รับการเติมเข้ามาใหม่จำนวน 6,000 ลิตร แต่กลับถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

พนักงานหญิงรายหนึ่งเปิดเผยว่า ปกติแล้วน้ำมันดีเซลจำนวน 6,000 ลิตร จะสามารถจำหน่ายได้ประมาณ 2 วัน แต่ในช่วงนี้กลับขายหมดอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ทั้งคนในพื้นที่และผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ขณะที่น้ำมันเบนซินบางชนิดก็เริ่มทยอยหมดเช่นกัน โดยขณะนี้เหลือเพียงน้ำมัน E20 ที่ยังพอมีให้บริการ

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีรถยนต์จาก สปป.ลาว เข้ามาใช้บริการบ้าง แต่มีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวไทยที่เดินทางข้ามไปมาระหว่างสองประเทศ โดยทางปั๊มได้ติดป้ายประกาศขออภัยในความไม่สะดวก พร้อมระบุว่าน้ำมันกำลังอยู่ระหว่างการจัดส่ง และคาดว่าจะกลับมามีบริการน้ำมันดีเซลตามปกติอีกครั้งในช่วงวันพุธที่จะถึงนี้

สำหรับมาตรการการจำหน่ายน้ำมัน ทางปั๊มระบุว่า หากเป็นการเติมใส่ถังรถยนต์โดยตรงจะยังไม่มีการจำกัดปริมาณ สามารถเติมได้เต็มถังตามปกติ แต่หากเป็นการนำถังภายนอกมาบรรจุน้ำมัน จะจำกัดปริมาณไม่เกินรายละ 100-200 ลิตร เพื่อให้มีการกระจายน้ำมันอย่างทั่วถึง

ขณะที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. (PTT Station) สาขาตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ก็พบสถานการณ์คล้ายกัน โดยมีรถยนต์ทั้งจากภายในประเทศและจาก สปป.ลาว ต่อคิวรอเติมน้ำมันจำนวนมาก จนแถวรถล้นออกมานอกพื้นที่จ่ายน้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลได้หมดลงชั่วคราว พนักงานจึงต้องติดป้ายประกาศที่หัวจ่ายว่า “น้ำมันอยู่ระหว่างขนส่งมาเติม” พร้อมทั้งใช้มาตรการจำกัดปริมาณการเติม เนื่องจากปริมาณน้ำมันมีจำกัด แต่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากกว่าปกติ

ทั้งนี้ ทางปั๊มได้กำหนดเกณฑ์การเติมน้ำมัน โดยรถยนต์เก๋งและรถกระบะ สามารถเติมได้ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน ส่วนรถบรรทุกหรือรถขนาดใหญ่ จำกัดไม่เกิน 50 ลิตรต่อคันสำหรับกรณีการเติมน้ำมันใส่ถังเพื่อนำไปใช้กับเครื่องจักรทางการเกษตร เช่น รถไถ หรือรถแม็คโคร ทางปั๊มจะพิจารณาเป็นกรณีไป โดยต้องได้รับการอนุมัติจากผู้จัดการปั๊มก่อนทุกครั้ง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้กำลังเร่งประสานการขนส่งน้ำมันเข้ามาเติมในพื้นที่ เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาย

ข่าวด่วน#มุกดาหาร#น้ำมันหมด#ต่อคิวเติมน้ำมัน#สถานการณ์น้ำมัน#ข่าววันนี้#ข่าวสังคม#CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว การจับกุม ขยายผลยาเสพติด รายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงใหม่, ภ.จว.พะเยา, ภ.จว.เชียงราย,บก.สส.ภ.5 และ ภ.จว.ลำปาง

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการมแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลยาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงใหม่, ภ.จว.พะเยา, ภ.จว.เชียงราย,บก.สส.ภ.5 และ ภ.จว.ลำปาง จำนวน 4 คดี ดังนี้

  1. คดี ยาบ้า 14 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 7 คน พื้นที่ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตรวจยึดรถยนต์ 11 คัน เงินสด 3.95 ล้านบาท อายัดบ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง
  2. คดี ไอซ์ 597 กก. พื้นที่ สภ.เชียงคำ จ.พะเยา ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 1 คน
  3. คดี ยาบ้า 2 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 1 คน พื้นที่ สภ.พาน จ.เชียงราย ตรวจยึดรถยนต์ 1 คัน
  4. คดี ยาบ้า 1.5 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 2 คน พื้นที่ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน

รวมของกลางยาบ้า 17.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 597 กก. ผู้ต้องหา 12 คน ตรวจยึดอายัดทรัพย์สินรถยนต์รวม 14 คัน เงินสด 4 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง อายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท

โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, นายดนุชา ไชยวงค์ ผุ้แทน ปปส.ภาค 5, พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ รอง ผบก.สส.ภ.5,

พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พ.อ.เอกวุฒิ สุขรส รองผู้ช่วยเลขาธิการ นบ.ยส.35, พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง, พ.อ.ไพโรจน์ ยะวิญชาญ เลขาธิการ นบ.ยส.35, พ.อ.พิทยา โกมลแมน หัวหน้าศูนย์ข่าวยาเสพติด ฝ่ายข่าวศปก.ทบ. และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.68 – 15 มี.ค.69จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 13,506 คดี – คดียาเสพติดรายสำคัญ 163 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติด

  • ยาบ้า จำนวน 240 เม็ดเศษ
  • ไอซ์ จำนวน 5,430 กิโลกรัมเศษ
  • เฮโรอีน จำนวน 72 กิโลกรัมเศษ
  • เคตามีน จำนวน 567 กิโลกรัมเศษ
  • ฝิ่น จำนวน 187 กิโลกรัมเศษ
  • ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด
  • มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 508 ล้านบาทเศษ..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักปกป้องสิทธิ์ แฉพิรุธ “ไฟสั่งได้” หวังจ่อฮุบ ป่าสงวนดงบังอี่ กว่า 383 ไร่ ระดมนักกฎหมายยับยั้ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร กลุ่มอนุรักษ์ป่าภูยูง นำโดยนายวณัฐ โคสาสุ และตัวแทนชาวบ้านหมู่ 13 ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวน หลังเกิดเหตุไฟป่าปริศนาลุกไหม้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่ แปลงที่ 1 เมื่อวันที่ 1 และ 8 มีนาคมที่ผ่านมา จนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

กลุ่มอนุรักษ์ฯ ระบุว่าไฟที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่เป็น “การจงใจวางเพลิง” เนื่องจากสภาพพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ แต่ปัจจุบันกำลังมีกรณีพิพาทกับบริษัท ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่กว่า 383 ไร่

เพื่อทำโครงการกังหันลม โดยชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้อาจเป็นความพยายามปรับสภาพพื้นที่ให้เข้าข่าย “ป่าเสื่อมโทรม” ตามระเบียบของกรมป่าไม้ เพื่อให้ง่ายต่อการขออนุญาตและทำไม้ออกลัดขั้นตอน

แหล่งข่าวจากชุมชนเผยว่า ก่อนเกิดไฟไหม้ครั้งล่าสุด มีผู้พบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ และก่อนหน้านี้ในวันที่ 27 มกราคม ยังพบเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาถากต้นไม้และประทับตัวเลข ซึ่งเป็นการกระทำที่ข้ามขั้นตอนกฎหมายในขณะที่โครงการยังไม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างถูกต้อง

นายวณัฐ โคสาสุ ทนายความระบุว่า “หลังจากนี้จะนำเรื่องเข้าหารือกับผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อหาทางยับยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและปกป้องผืนป่าไม่ให้ถูกรุกรานไปมากกว่านี้”

ขณะที่กลุ่มชาวบ้านประกาศจัดเวรยามเฝ้าระวังไฟป่าตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรักษาป่าผืนสุดท้ายของชุมชนไว้
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

อนุรักษ์ป่าภูยูง #เซฟป่ามุกดาหาร #ป่าดงบังอี่ #หยุดฟอกป่าเสื่อมโทรม #กังหันลมรุกป่า #ทนายความ #นักปกป้องสิทธิมนุษยชน #ข่าวสิ่งแวดล้อม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 7 รวบโจรควงปืนชิงทองห้างนครปฐม ทอง 23 เส้น หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีกบดาน ย่านบ้านแพ้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก. สส.ภ.7 พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดม ผกก.กก.1 บก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.บก.กค.ภ.7

พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก. สส.สภ.เมืองนครปฐม,ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวนกก.สส.ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทอง

ภายในห้างดังนครปฐม คือนายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ที่อยู่ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.278/2569โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลา กลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการ ใด ๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมพร้อมของกลางใน

คดี อาวุธปืน แบลงค์กัน ยี่ห้อ โซรากิ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกล่องใส่อาวุธปืน หมวกกันน็อก แบบเต็มใบ สีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค สีดำ คันหมายเลขทะเบียน ขลน 428 ราชบุรี เสื้อผ้า-เครื่องแต่งกาย ที่ผู้ต้องหาใช้ในวันก่อเหตุ สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น มูลค่า 3,680,000 บาท โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.27 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 1 คน ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างดังนครปฐม โดยคนร้ายได้ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าและแต่งกายเพื่ออำพรางตัว ก่อนเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งนครปฐม จากนั้นได้ใช้อาวุธปืน ยิงข่มขู่พนักงานร้านทอง แล้วปีนเข้าไปทุบกระจกตู้แสดงสินค้า ก่อน นำเอาสร้อยคอทองคำ น้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น น้ำหนักรวม 46 บาท มูลค่าประมาณ 3,680,000 บาท แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ภายหลังจากก่อเหตุ คนร้ายได้ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนี ออกจากบริเวณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี นครปฐม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานสอบสวนจึง ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อ ศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อขออนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมี คำสั่ง ออกหมายจับเลขที่ จ.278/2569 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2569

ทางชุดสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุ อยู่ภายในบ้านพักหลัง ดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ทราบ ก่อนทำการจับกุมตัวจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุได้มาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุ 1วันเพื่อหาจังหวะลงมือก่อเหตุ และ

หลังก่อเหตุ ระหว่างหลบหนีได้เปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดเส้นทาง และขี่รถจยย.วนไปวนมาเพื่อหลอกเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่สืบสวนออกหาเบาะแสจนสามารถจับกุมตัวได้ในชั้นจับกุม ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายเซฟเฮาส์ยานรก! ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด มูลค่า 120 ล้าน ขยายผลคดีไอซ์สกลนคร รวบ 3 ผู้ต้องหาคาขบวนรถขนส่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เย็นจิต ผบก.ตชด.ภาค 2, พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 และสนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคง (นสร.กร., กอ.รมน., ป.ป.ส., DSI และตำรวจน้ำ) ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดของกลางยาบ้าจำนวน 4,029,900 เม็ด รถยนต์ 3 คัน และผู้ต้องหา 3 ราย

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมคดีไอซ์ 316 กิโลกรัม ที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 โดยชุดสืบสวน บก.ตชด.ภาค 2 พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายเดิมที่ยังคงลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ จ.มุกดาหาร และ จ.นครพนม จึงเฝ้าติดตามจนทราบว่าจะมีการลำเลียงล็อตใหญ่ในวันที่ 10 มีนาคม โดยใช้บ้านเช่าเลขที่ 32/3 ใน อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นแหล่งพักยา

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม เวลา 14.10 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์เป้าหมาย 3 คัน ขับตามกันมาเป็นขบวนเข้าสู่บ้านเช่าดังกล่าว ก่อนจะวางกำลังปิดล้อมและเข้าจับกุมในเวลา 15.40 น. โดยสามารถระบุตัวผู้ต้องหาและพาหนะได้คือ

รถอีซูซุ สีขาว ทะเบียน 9กฉ 8074 กทม. มีนายสมัญญา หรือปอน หัวหน้าเครือข่าย (อายุ 30 ปี ชาวนครราชสีมา) เป็นคนขับ รถขนยาโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ขธ 4939 ชลบุรี มี นายประพฤกษ์ หรือปลา (อายุ 31 ปี ชาวสระบุรี) เป็นคนขับ และรถนำเส้นทาง: อีซูซุ สีแดง ทะเบียน จข 9417 ชลบุรี มี นายรัศมิ์ธวิทย์ หรือเตอร์ (อายุ 32 ปี ชาวสระบุรี) เป็นคนขับ

จากการตรวจค้นชั้น 2 ของบ้านเช่า พบยาบ้าบรรจุในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมกว่า 4 ล้านเม็ด นายปลา (คนขับฟอร์จูนเนอร์) ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากนายปอนให้ขนยาจากริมฝั่งโขงมาพักไว้ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 40,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐอย่างรุนแรง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลเพื่อยึดทรัพย์และทลายเครือข่ายผู้บงการที่เหลือตามนโยบายกวาดล้างยาเสพติดให้สิ้นซากต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬจัดแข่งขัน “วู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์” ครั้งที่ 1 เชื่อมสัมพันธ์ 4 จังหวัดอีสานตอนบน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่สนามวู้ดบอลบึงกาฬ(หนองโง้ง) ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับชมรมกีฬาวู้ดบอล 4 จังหวัด จัดการแข่งขันกีฬา “วู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างความสามัคคี และเชื่อมความสัมพันธ์ของนักกีฬาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ และประธานชมรมกีฬาวู้ดบอล 4 จังหวัดอีสานตอนบน ร่วมในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

นายเฉลิมเกียรติ วงษ์หาบุศย์ ประธานชมรมกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานว่า การแข่งขันครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของชมรมกีฬาวู้ดบอลจาก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม และจังหวัดบึงกาฬ ที่มีมติร่วมกันจัดการแข่งขันขึ้น เพื่อให้กีฬาวู้ดบอลเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดี เกิดความรักความสามัคคี และเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีระหว่างนักกีฬาสำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ประเภทบุคคลชาย–หญิง อายุ 55 ปีขึ้นไป ประเภทบุคคลชาย–หญิง อายุไม่เกิน 54 ปี และประเภททีมผสม ชาย–หญิง จังหวัดละ 6 คน อายุ 55 ปีขึ้นไป โดยคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนดีที่สุด 4 คนของแต่ละจังหวัดมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 108 คน ประกอบด้วย จังหวัดมุกดาหาร 16 คน จังหวัดสกลนคร 22 คน จังหวัดนครพนม 37 คน และจังหวัดบึงกาฬ 33 คน บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยมิตรภาพของนักกีฬาทั้ง 4 จังหวัด

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาวู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์ครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมที่ดีในการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง อีกทั้งยังเป็นเวทีที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักกีฬาจากจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคอีสานตอนบน พร้อมทั้งช่วยกระชับความร่วมมือและมิตรภาพระหว่างเครือข่ายกีฬาของแต่ละจังหวัดให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจังหวัดบึงกาฬพร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมกีฬาที่เป็นประโยชน์

ต่อสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่องการจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ โดยนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และนักกีฬาที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงผู้มีจิตศรัทธาและบุคคลทั่วไปที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรม เพื่อร่วมกันผลักดันกีฬาวู้ดบอลให้เติบโตและเป็นกิจกรรมสร้างสุขภาพและความสามัคคีของประชาชนในภูมิภาคต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ “Nan Craft Festival for All District” เทศกาลหัตถกรรมริมน้ำน่าน ชูซอฟต์พาวเวอร์งานคราฟต์ 6 สาขาอัตลักษณ์

แชร์เนื้อหานี้

​[จังหวัดน่าน – 13 มีนาคม 2569] –นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน “Nan Craft Festival for All District คราฟต์ดีวิถีน่าน”

ณ สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำน่าน โดยมี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นยกระดับงานหัตศิลป์พื้นถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์งานคราฟต์จากภูมิปัญญาคนน่าน ตั้งแต่วันที่ 13-15 มีนาคม 2569

​พิธีเปิดเริ่มต้นอย่างตระการตาด้วยการแสดงพื้นเมืองร่วมสมัยชุด “ฟ้อนวิจิตรหัตถกรรมน่านนันทบุรี” โดยนักเรียนจากโรงเรียนตาลชุมพิทยาคม ซึ่งผสมผสานศิลปะการร่ายรำเข้ากับอัตลักษณ์งานฝีมือของคนน่านได้อย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำน่านที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวเมืองน่านที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยและชุดพื้นเมือง

​ในโอกาสนี้ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและหัตถกรรมน่าน ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชน เพื่อผลักดันงานหัตถศิลป์น่านสู่ตลาดสากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้กับศิลปินและครูช่างผู้สืบสานภูมิปัญญางานทำมือของคนน่าน

​ภายในงาน ชูจุดเด่น “คราฟต์ดีวิถีน่าน” เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของศิลปิน ครูช่าง และผู้ประกอบการงานคราฟต์ทั่วจังหวัดน่าน โดยนำเสนอผ่าน 6 สาขาอัตลักษณ์ ได้แก่ ผ้าทอพื้นเมือง สวยงามตระการตากับลวดลายกลุ่มชาติพันธุ์และดีไซน์ร่วมสมัย เครื่องเงิน งานฝีมืออันละเอียดอ่อนที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดน่าน จักสาน งานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ แกะสลักไม้ สะท้อนทักษะเชิงช่างชั้นสูง เช่น การแกะสลักหัวเรือน่าน งานปั้น ศิลปะจากดินที่ผสานความเชื่อและวิถีชุมชน และจิตรกรรมฝาผนังสกุลช่างน่าน การประยุกต์ลวดลายสกุลช่างน่านสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

​นอกจากโซน Craft Market กว่า 40 ร้าน และโซนอาหารชุมชนรสเลิศแล้ว งานนี้ยังเปิดพื้นที่การเรียนรู้ผ่าน Workshop ฟรี โดยครูช่างผู้เชี่ยวชาญ (13.30 – 16.30 น.) อาทิ การแกะสลักหัวเรือ อัตลักษณ์น่านแท้ๆ โดยบ้านม่วงตึ๊ด การลงยาจี้เงิน โดยดอยซิลเวอร์ เรียนรู้การทำมัดย้อมชิโบริ โดย อ.เทิดศักดิ์ อินแสง สานดอกไม้ โดย แม่รัชนี สานศิลป์ แกะไม้ด้วยมีดคัตเตอร์ โดยศิลปิน คุณชนาธิป ชื่นบำรุง เป็นต้น ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ https://forms.gle/y2kmbNCNAomuxLbu9

​ดื่มด่ำกับบรรยากาศรื่นรมย์ยามเย็นริมน้ำน่าน เพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีสด ชมฟรีทุกวัน จากศิลปินท้องถิ่นและศิลปินชื่อดัง “หญิง ธิติกานต์” ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในเย็นวันที่ 15 มีนาคมนี้ ส่วนในวันที่ 13 มีนาคมพบกับการแสดงจากวง Sun Der ในวันที่ 14 มีนาคม ชิลล์กับวง “ชายชื่อกานต์” วงดนตรีในน่าน (วงโฮะ) การแสดง Cover Dance และการแสดงจากวง Cha Harmo & Friends ปิดท้ายเย็นวันที่ 15 มีนาคม นอกจาก “หญิง ธิติกานต์” แล้ว ยังมีการแสดงมากมายจากวง RibbindaSky วงชมพูสิริน และวง PATi x Nipon

​“งาน Nan Craft Festival for All District ไม่เพียงแต่เป็นการโชว์ความสวยงามของผลิตภัณฑ์ แต่คือการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของต้นทุนทางวัฒนธรรมน่าน ที่สามารถเติบโตควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว” นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวปิดท้ายในช่วงพิธีเปิดงาน

​สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ขอเชิญชวนทุกท่านแต่งกายด้วยชุดผ้าไทย ชุดพื้นเมือง หรือชุดไทยร่วมสมัยมาเที่ยวชมงาน สัมผัสวิถีคราฟต์ริมแม่น้ำน่าน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์น่าน ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำน่าน (ตำบลในเวียง) อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

NanCraftFestival2569 #คราฟต์ดีวิถีน่าน #CraftNan #NanForAllDistrict #เที่ยวน่านอย่างมีความหมายสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน #AmazingThailand #ทกจ./บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน 081-0342455

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง ปีการศึกษา 2567

แชร์เนื้อหานี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประจำปีการศึกษา 2567

ณ หอประชุมสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569

เวลา 09.30 นาฬิการถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินถึงหอประชุม ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี มีศาสตราจารย์พิเศษวันชัย ศิริชนะ

นายกสภามหาวิทยาลัย และผู้ช่วยศาสตราจารย์มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี พร้อมด้วยผู้แทนผู้บริหาร คณาจารย์ พนักงาน และนักศึกษา

รวมทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 และรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

ในโอกาสนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร พระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ

จำนวน 3 ราย ได้แก่ พระไพศาล วิสาโล ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ

นายแพทย์อุดม คชินทร ปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทาน 2 ท่าน

ได้แก่ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ และศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร

นอกจากนี้ ยังพระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรติ “ตุงทองคำ” แก่นายนคร พงษ์น้อย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม ในฐานะผู้อำนวยการอุทยานศิลปวัฒนธรรม

ไร่แม่ฟ้าหลวง ผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งในการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา รวมทั้งมีส่วนสำคัญในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมาอย่างต่อเนื่อง

และพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาและระดับปริญญาตรี รวมทั้งสิ้น 2,765 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษา

ต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 ทั้งสิ้น 174 คน จาก 23 ประเทศทั่วโลก และมีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ 106 คน

จากประเทศต่าง ๆ อาทิ เมียนมา จีน ภูฏาน ศรีลังกา ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีผู้สำเร็จการศึกษาที่มีความพิการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้อีก 6 คน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ นครปฐม นำทีมตรวจสถานีบริการน้ำมัน สร้างความมั่นใจ ประชาชนด้านราคาและคุณภาพพลังงาน“

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม สำนักงานชั่งตวงวัด เขต ๐-๓ นครปฐม

สำนักงานพลังงานจังหวัดนครปฐมกอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอ

นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ทั้งสถานีบริการน้ำมันแบรนด์หลัก สถานีบริการน้ำมันรายย่อย และตรวจสอบข้อร้องเรียน เพื่อกำกับดูแลราคาจำหน่ายให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ ที่กำชับให้ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านราคาให้กับประชาชน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันให้เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ปริมาณน้ำมันต้องถูกต้องครบถ้วน คุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งป้องกัน

การฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ราคาน้ำมันของแต่ละสถานีบริการ อาจมีความแตกต่างกัน

เนื่องจากต้นทุนการจัดซื้อที่ต่างกัน ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ทำเลที่ตั้ง และการแข่งขัน ทางการค้าซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐสำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มี

ความผันผวนในช่วงนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนด้านพลังงานและราคาสินค้า

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนครปฐมให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรม ด้านราคา รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบด้านค่าครองชีพทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม หรือสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24ชั่วโมง

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม ประชุมมอบนโยบาย วางแนวทางการปฏิบัติราชการ เน้นย้ำการทำงานเชิงรุก และ แก้ไขปัญหายาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่อาคารสิริวรปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในการประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครปฐม เพื่อมอบนโยบายและวางแนวทางการปฏิบัติราชการ เน้นย้ำการทำงานเชิงรุกและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม และนายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี

นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยานายอำเภอเมืองนครปฐมพร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงผู้ว่าราชการจังหวัดได้เน้นย้ำถึงภารกิจสำคัญของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในฐานะกลไกหลักที่ใกล้ชิดประชาชน โดยร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายระดับจังหวัดบูรณาการร่วมกันระหว่างจังหวัดและท้องถิ่นเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนขอความร่วมมือท้องถิ่นทุกแห่งรวมกันมีบทบาทในการแก้ไขปัญหายาเสพติด บำบัดรักษา เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงแนวทางปฏิบัติจากหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนา สำนักงานสถิติจังหวัด และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจและกระชับความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหารระดับจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่พี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญในการทำงานภายใต้แนวคิด “ปัญหายังอยากแก้ ความดีที่อยากทำ” “ปัญหายังอยากแก้” จากการรวบรวมความคิดเห็นของพี่น้องชาวนครปฐมกว่า 3,301 คน พบว่าประเด็นเร่งด่วนที่ประชาชนต้องการให้แก้ไขมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ปัญหาถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนดับ และปัญหาเด็กและเยาวชนติดบุหรี่ไฟฟ้า

ซึ่งสอดคล้องกับ “ความดีที่อยากทำ” ที่ประชาชนอยากเห็น คือการมีไฟฟ้าส่องสว่างทั่วถึง มีกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้นเพื่อความปลอดภัย บ้านเมืองสะอาดปลอดภัย และไม่มีคนติดยาเสพติด
เพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม จังหวัดนครปฐมได้อนุมัติโครงการปรับปรุงถนนและไฟฟ้าแสงสว่างประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมทั้งสิ้น 118 โครงการ งบประมาณกว่า 1,115 ล้านบาท ครอบคลุมระยะทางกว่า 414 กิโลเมตร และติดตั้งเสาไฟฟ้าแสงสว่างเพิ่มอีก 1,328 ต้น

โดยในจำนวนนี้เป็นงบอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถึง 45 โครงการ “เราจะร่วมสร้าง ร่วมพัฒนา ร่วมแก้ไขปัญหาให้นครปฐม โดยขับเคลื่อนทั้งงาน งบ ระบบ และคน อย่างเรียบง่ายแต่ได้สาระ ภายใต้ 3 เงื่อนไขหลัก คือ ต้องถูกต้อง เป็นธรรม และยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ” นางสาวอโรชา กล่าวทิ้งท้ายสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ /ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่ เทศกาลสาดสี Holi Festival Pattaya 2026 นทท.คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Holi Festival Pattaya 2026 เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4 โดยมีนายสุขราช กาลา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคึกคัก ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี

เมืองพัทยาได้ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างสีสันกิจกรรมท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ภายในงานมีกิจกรรมสาดสีตามวัฒนธรรมอินเดีย เวทีดนตรีและความบันเทิง คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของประเทศอินเดีย รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ และโซนอาหารหลากหลายเมนู ท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาด เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

การจัดงานครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ที่เปิดกว้างและอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจและการเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

สำหรับ Holi Festival Pattaya 2026 หรือเทศกาลสาดสี ถือเป็นเทศกาลสำคัญของประเทศอินเดียที่สะท้อนถึงความสุข ความหวัง การเริ่มต้นใหม่ และความสามัคคีของผู้คน การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอันงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากหลากหลายเชื้อชาติได้ร่วมแบ่งปันความสุขและมิตรภาพร่วมกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ห้ามปั้มกักตุนน้ำมัน ฝ่าฝืนจำคุก7 ปี ปรับแสนสี่ ปจ.สมุทรสาคร ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีน้ำมัน พระราม 2 กำชับผู้ประกอบการ ขายในราคาเป็นธรรม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่13 มีนาคม 2569 นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันแนวถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่มีประชาชนและรถบรรทุกใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบการแสดงราคาน้ำมัน ความถูกต้องของมาตรวัดหัวจ่าย รวมถึงปริมาณน้ำมันสำรองของแต่ละสถานีบริการ โดยมีนายอำพร วายลม พลังงานจังหวัด นายพงศ์สุธี สุขศิริ พาณิชย์จังหวัด ป้องกันจังหวัด ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมตรวจสถานีบริการน้ำมัน

พบว่า สถานีบริการน้ำมันในพื้นที่มีปริมาณน้ำมันค่อยข้างที่จะน้อย โดยบางปั๊ม น้ำมันดีเซลหมด น้ำมัน E20 หมด น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 มีปริมาณคงเหลือน้อย ซึ่งทางปั๊มก็มีการประสานคลังน้ำมันเพื่อไปรับน้ำมันเพื่อสามารถบริหารจัดการเติมน้ำมันได้ บางปั๊มน้ำมันที่มีการจำกัดการเติมน้ำมันอยู่ที่คันละไม่เกิน 1,000 บาท

แต่ละปั้มมีการน้ำป้ายมาติดที่ต่อหัวจ่ายว่า น้ำมันหมด, รอรับน้ำมันจากคลัง , ขออภัยในความไม่สะดวกน้ำมันอยู่ในระหว่างการจัดส่ง เป็นต้น ทั้งนี้ ปั๊มน้ำมันยังมีการพิจารณาเป็นรายๆ ไปในการเติมน้ำมันที่ใส่แกลลอน หรือกรณีที่ลูกค้ามีความต้องการน้ำมันในปริมาณที่มาก ซึ่งจะเป็นลูกค้าประจำ ที่นำไปใช้ทางการเกษตร ก่อสร้าง และเรือประมง ทั้งก็เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาครได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการดูเรื่องปริมาณน้ำมันสำรองให้เพียงพอ พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการถือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยต้องติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าให้ชัดเจนและเปิดเผย

ห้ามกักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หากตรวจพบการกระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อรักษาความเป็นธรรมทางการค้าและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ซึ่งทางจังหวัดสมุทรสาครจะมีการเดินหน้าลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ใช้บริการบนเส้นทางถนนพระราม 2

และประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้ฝากถึงพี่น้องประชาชนถ้าพบเห็นปัญหาการกักตุน ราคาไม่เป็นธรรม สามารถโทรแจ้งได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร และศูนย์ดำรงธรรมทั้ง 3 อำเภอของจังหวัดสมุทรสาคร ได้ทันที
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนส่งสิงห์บุรี จัดใหญ่! “สนามจราจรเยาวชน” รุ่นที่ 1 ปูพื้นฐานวินัยจราจร สร้างความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 มีนาคม 2569 สิงห์บุรี เวลา 10.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุชผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี เปิดโครงการ “สนามจราจรเยาวชนเสริมสร้างจิตสำนึกความ

ปลอดภัย และมีวินัยจราจร” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 โดยมีนายณรงค์พันธ์ แจ่มจันทร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี

หัวหน้าส่วนราชการ ครู และนักเรียนร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนอนุบาลบางระจัน ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน จังหวัดโดยนางสาวเยาวมาศ เที่ยวทอง ขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี จัดโครงการนี้มี

วัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้แก่เยาวชน โดยเน้นการวางรากฐานวินัยจราจรเบื้องต้นผ่านการเรียนรู้ที่สอดคล้อ

กับชีวิตประจำวัน กิจกรรมแบ่งออกเป็นภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือการให้เด็กๆได้ฝึกทักษะใน

“สนามจราจรจำลอง” เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนได้จริงในอนาคต

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 ในเขตจังหวัดสิงห์บุรี โดยกำหนดจัดงานทั้งสิ้น 7 รุ่น รุ่นละ 100 คน รวมเยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 700 คน ซึ่ง

การดำเนินงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ซึ่งเป็นรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวยของกรมการขนส่งทางบก

ทั้งนี้ สำนักงานขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี มุ่งหวังว่าเยาวชนที่ผ่านการอบรมจะเป็นแบบอย่างที่ดี มีจิตสำนึกความปลอดภัย และมีส่วนสำคัญในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดสิงห์บุรีให้ลดลงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมเขี้ยวเล็บ ตร.สายตรวจ!!ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร มอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ 125 คัน พร้อมหมวกและกล้อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่บริเวณหน้าอาคารศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ประจำรถ ให้แก่สถานีตำรวจภูธรในสังกัดทั้ง 5 แห่ง เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ โดยมี พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.อ.ทินกร รังรื่น ผกก.ฝอ.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป.สภ.กระทุ่มแบน,พ.ต.ท.สุพจน์ จันทร์หอม รอง

ผกก.ป.สภ.บ้านแพ้ว,พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.ป.สภ.โคกขาม,พ.ต.ท.อภิวิทย์ แจ่มแจ้ง รอง ผกก.สภ.บางโทรัด,พ.ต.ท.สำเริง ศรีนามบุรี สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ในการนี้ ผู้บังคับการฯ และคณะ ก็ได้ร่วมกันมอบหมวกกันนิรภัยให้แก่สายตรวจ ก่อนที่จะทำการปล่อยรถจักรยานยนต์สายตรวจของแต่ละสถานีฯพล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) และ พล.ต.ท.พิสิฐ ตัน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) ที่ต้องการจัดสรรยานพาหนะและอุปกรณ์สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครได้รับการจัดสรรรถจักรยานยนต์สายตรวจ ทดแทนจำนวนทั้งสิ้น 125 คัน พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ได้แก่ หมวกนิรภัย

กล้องบันทึกภาพ และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งจำแนกเป็น 1. สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 50 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 100 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 100 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง, 2. สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 34 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 68 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 68 ชุด และ อุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,3.สถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 14 คัน

หมวกนิรภัย จำนวน 28 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 28 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,4.สถานีตำรวจภูธรโคกขาม ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 15 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 30 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 30 ชุด และ อุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,5.สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 12 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 24 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 24 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง

พล.ต.ต.ธีระเดช กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า การมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการออกตรวจพื้นที่ การเข้าถึงเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครยังคงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่เร่งรัดติดตามคดีชิงทรัพย์ในร้านทองจ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทอง ในร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า จ.นครปฐม ย้ำตำรวจพื้นที่เร่งจับกุมคนร้าย้โดยเร็ว เพื่อ สร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดกลัวของประชาชน ต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนแบลงก์กันชิงทองคำเส้นละ 2 บาท จำนวน 20 เส้น ในร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7), พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, และ

พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7, พ.ต.อ อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สภ.เมืองนครปฐม จากนั้นได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบติดตามคดี

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ สั่งการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย และเร่งติดตามจับกุม รวมทั้งทบทวนแผนก้าวสกัดจับ ให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ ได้กำชับให้เน้นย้ำการป้องกันตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตต์รัฐ พันธ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

โดนเน้นย้ำการสร้างความร่วมมือในการป้องกันกับผู้ประกอบการร้านทอง รวมทั้งห้างสรรพสินค้า และนำระบบการประกันภัยมาใช้ในการ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยในร้านทอง พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ย้ำกับทาง ตำรวจพื้นที่ให้รีบเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพื่อ สร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดกลัวของประชาชน และต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าวจ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นโยบาย Green Gain Hub พลิกโฉมวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มุ่งเป้าเกษตรกรมีรายได้ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

แชร์เนื้อหานี้

ภายใต้การอำนวยการของนางสาว อโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นาย

อำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ สร้างมูลค่าเพิ่มวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ในกิจกรรมย่อย จัดตั้ง “Green Gain Hup” ระดับจังหวัด เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้รับรับ

ซื้อวัสดุชีวมวลและผู้ผลิตพลังงานสร้างการรับรู้เกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ณ ศาลาอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระชับ ตำบลท่ากระชับ อำเภอนครชัยศรี

โดยมี นางสาวเอื้องพร นพคุณ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม นางพลัศริญญาอมรพันธุ์ศักดิ์ เกษตรจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระชับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลท่ากระชับ และเกษตรกร ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตร เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่และวัสดุเหลือใช้

ทางการเกษตรที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์และการสร้างรายได้จากเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อทดแทนการเผา รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ซึ่งนับว่าเป็นกำลังสำคัญในการที่จะช่วยดูแล

รักษาสภาพแวดล้อมร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และแลกเปลี่ยนข้อมูล เทคนิค วิธีการจัดการให้ถูกต้องในการจัดการเศษวัสดุเพื่อลดปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร ตลอดจนเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุด

มุ่งเป้าเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรสู่ตลาดพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนและร่วมกันสร้างสรรค์ให้ “ นครปฐม หยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตที่ปลอดภัย”

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ทล. ให้ข้าราชการตำรวจ หมั่นฝึกฝนอาวุธและยุทธวิธี อย่างสม่ำเสมอ

แชร์เนื้อหานี้

เพราะความปลอดภัยของประชาชน เริ่มต้นที่ความพร้อม
​ ตามนโยบายของ ผบก.ทล. ที่เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจหมั่นฝึกฝนอาวุธและยุทธวิธีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มทักษะและความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่

พ.ต.ท. ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. นำทีมข้าราชการตำรวจในสังกัด ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เข้ารับการฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืน แบบฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และยุทธวิธีตำรวจทางหลวง ณ ลานหน้าสถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม

โดยมี จ.ส.ต.จักรกฤษณ์ ยินดี และ ส.ต.ท.นันทวัฒน์ สมบูรณ์บดีบุตร ร่วมเป็นครูฝึกถ่ายทอดทักษะในครั้งนี้ ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ช็อกมุกดาหาร! ทลายขบวนการค้ามนุษย์ – ปิดเกมแม่เล้าวัยใสใช้ X โพสต์ รับงานมุกดาหารหาแขก ช่วยเหลือ 5 ราย น้อยสุดวัยเพียง 15 เร่งขยายผล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมแก้วกินรี ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงผลการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามการค้ามนุษย์ ภายใต้ปฏิบัติการ “พิทักษ์มุกดานารี”

สืบเนื่องจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เดินหน้าจัดระเบียบสังคมและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, รณรงค์

ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง และ สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่สืบสวนเครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัด มุกดาหาร หลังได้รับเบาะแสว่ามีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาแสวงหาประโยชน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ พบว่าขบวนการดังกล่าวใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ในแอปพลิเคชัน X โพสต์ข้อความเชิญชวนลูกค้าในลักษณะ “รับงานมุกดาหาร” ก่อนให้ผู้สนใจติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการ จากนั้นจึงนัดหมายสถานที่พบลูกค้าตามโรงแรมหรือรีสอร์ตในพื้นที่

การตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และบางรายมีอายุเพียง 15 ปี โดยขบวนการมีลักษณะทำงานเป็นเครือข่าย มีการชักชวนเพื่อนเข้ามาร่วมกระทำความผิด และมีเยาวชนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานติดต่อจัดหาลูกค้าและรับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า สถานที่ที่ใช้ในการกระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นโรงแรมและรีสอร์ตในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการจากลูกค้าประมาณครั้งละ 1,500 บาท และมีการหักค่าหัวคิวจากเด็กประมาณ 500 บาท ส่วนเงินที่เหลือมีการโอนผ่านบัญชีธนาคารเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร สถานีตำรวจภูธรมุกดาหาร และองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ “พิทักษ์มุกดานารี” เข้าตรวจสอบบางรักรีสอร์ท และโรงแรมในเขตพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร

ผลการดำเนินการสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ได้ 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี กล่าวโทษผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์อีก 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี จับกุมผู้กระทำความผิดฐานค้าประเวณี 1 ราย เป็นหญิงอายุ 21 ปีนอกจากนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15–17 ปี พร้อมตรวจพบพยานหลักฐานสำคัญ รวมถึงข้อมูลการติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการดำเนินการของเครือข่าย

สำหรับเด็กและเยาวชน 5 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือจะเข้าสู่กระบวนการ กลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อคัดกรองและคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยทีมสหวิชาชีพ ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ดำเนินการคุ้มครองและฟื้นฟูต่อไป

ทั้งนี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลตรวจสอบผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงินของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.บึงกาฬ จัดกิจกรรม “กกต.พบสื่อมวลชน” เสริมความร่วมมือการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรม “กกต.พบสื่อมวลชน” เพื่อสร้างความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชนในพื้นที่เกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และการดำเนินงานด้านการเลือกตั้ง

โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดกิจกรรม นายไพรัช คัณทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ และ นายสมหวัง อารีเอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทั้ง 3 เขต และคณะอนุกรรมการฯ ร่วมพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชน

ภายในกิจกรรมมีการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวสารด้านการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นกลาง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง กกต. และสื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่าง สุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ภารกิจของจังหวัดน่านในฐานะเมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานขับเคลื่อนน่านสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative City

Network : UCCN) ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน คณะกรรมการและคณะทำงานฯในหลายภาคส่วน ร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานและขับเคลื่อนภารกิจของจังหวัดน่านในฐานะเมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

การที่จังหวัดน่านได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Craft and Folk Art)” เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดน่านในการยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงานหัตถศิลป์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับเมืองสมาชิกทั่วโลก

พร้อมกันนี้ ในที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งจังหวัดน่าน เรื่องการแต่งตั้งคณะผู้แทนเมืองน่านสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลัก พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงาน “น่านเมืองสร้างสรรค์” เพื่อเป็นกลไกหลักในการติดต่อประสานงานกับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การปรับเปลี่ยนคณะผู้แทนเมืองน่านในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก การกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การใช้โลโก้สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ รวมถึงการจัดทำแผนงานและกิจกรรมในช่วงปี 2569 – 2570 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง

สร้างสรรค์ของจังหวัดน่านให้เป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานสำคัญร่วมเสนอแนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน วิทยาลัยชุมชนน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เน้นย้ำถึงพันธกิจและแผนงาน สิ่งที่จังหวัดน่านจะต้องดำเนินการในฐานะสมาขิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ( UNESCO Creative City Network : UCCN) เพื่อสื่อสารกับเมืองสมาชิกเครือข่ายจากทั่วโลก พร้อมการบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจผ่านคณะกรรมการและคณะทำงานทั้ง 5 คณะ โดยมอบหมายภารกิจ อบจ.น่าน เป็นหน่วยประสานงานหลักและจัดตั้งศูนย์ประสานงาน

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกำหนดทิศทางและกลไกการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อน “น่านเมืองสร้างสรรค์” ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานหัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้าน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดน่าน พร้อมยกระดับสู่เวทีนานาชาติในฐานะสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก.

ภาพ/ข่าว – สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน