เรื่องทั้งหมดโดย admin

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /”นาตาลี” ปักธงเป็นนายกเทศบาลทับสะแก ตามความคาดหมาย ชนะคู่แข่งขาดลอย พร้อมดูแลพี่น้องชาวทับสะแก/สภ.ห้วยยาง จัดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่า จากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแกแทน นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ที่ลาออกไปลงสมัคร

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดย ได้ภรรยาคือ น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค บุตรสาว ท่านมนัญญา ไทย
เศรษฐ์ อดีต รมช.กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้มาร่วมเป็นกำลังใจบุตรสาวในครั้งนี้ด้วย

ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก (อย่างไม่เป็นทางการ) ผลปรากฎว่า น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค ผู้สมครนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก หมายเลข 1 ได้คะแนน 2,181 นายวิมลศักดิ์ ตันเจริญ ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้คะแนน 1,102

สำหรับ น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค ว่าที่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก คนใหม่ เป็นภรรยา นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ว่าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวทับสะแกทุกท่านที่ออกมาใช้สิทธิ์ และขอบคุณทุกท่านที่มอบความไว้วางใจ โดยตนเองจะเข้าไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

สภ.ห้วยยาง จัดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ 2569ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายมนต์ชัย หนูสายนายอำเภอทับสะเเกเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ 2569โดยมี พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงศ์เวียงจันทร์รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยางนางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก ผู้แทนผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะเเก

นางรัตนากร ศรวัฒนาพัฒนาการอำเภอทับสะเเก นางสาวอุษณีย์ ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา เเดงฉ่ำผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ห้วยยาง นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ร.ต.เอนก รูปโคมชุด ฉก.จงอางศึก

นางสาวทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการเเทน ผอ.รพ.สต.สภ.ห้วยยาง นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พร้อมทั้งชาวบ้าน ทั้ง 2 ชุมชน คือบ้านทุ่งยาว ม.3 เเละ บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะเเก เข้าร่วมกิจกรรม

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า การดำเนินงาน“โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569” สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ได้กำหนดชุมชนเป้าหมาย 2 ชุมชน คือ บ้านทุ่งยาว ม.3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในชุมชน โดยการ x-ray คนในชุมชนอายุเป้าหมาย 12-65 ปี เพื่อนำมาบำบัดรักษาในชุมชนด้วยกระบวนการ CBTx เพื่อ ลด-ละ-เลิกยาเสพติด

โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสนับสนุนในโครงการ อาทิ สาธารณสุข ปกครอง ท้องถิ่น และตำรวจ ถือเป็น 4 เสาหลักของโครงการ และมีท่านนายอำเภอทับสะแก เป็นเสาเอกของโครงการ ช่วยกำกับดูแลหน่วยงานในปกครองอย่างดี ทั้งนี้

โครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ได้ ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนที่สำคัญ คณะกรรมการคุ้มทุกคน จะเป็นผู้ช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าว

//////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องน้ำผึ้ง ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา คว้ามงกุฎนางสาวน่าน ประจำปี 2569 ไปครอง ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณเวทีกลาง งานของดีเมืองน่าน บริเวณริมน้ำน่านเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการและผู้สนับสนุนการประกวด ร่วมมอบมงกุฎ ของรางวัลและสายสะพายพร้อมเงินรางวัลให้แก่นางสาวน่าน และรองนางสาวน่าน ในการประกวดนางสาวน่าน ประจำปี 2569

ด้วยจังหวัดน่านได้กำหนดให้มีการจัดการประกวดนางสาวน่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งนางสาวน่านประจำปี 2569 และเป็นตัวแทนในการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของจังหวัดน่าน โดยมีสาวงามสมัครเข้าร่วมชิงชัยมงกุฎนางสาวน่านประจำปี 2569 จำนวน 26 คน ซึ่งดำเนินการจัดการประกวดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง

โดยผลการประกวดนางสาวน่าน งานประจำปีและของดีเมืองน่าน 256รางวัลชนะเลิศนางสาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, ตำแหน่ง Biovech Ambassador 2026 พร้อมเงินประจำตำแหน่ง 120,000 บาท, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 40,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 ปี, สิทธิ์เข้าพัก ชีววิถีเฮิร์บ เวลเนส สเตย์ ฟรี ภายใน 1 ปี จำนวน 3 ครั้ง, บัตรโดยสารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทางภายในประเทศ (น่าน-ดอนเมือง) ไปกลับ 2 ที่นั่ง, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🥈รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 23 นางสาวนันทัชพร ไชยเกิด น้องแมงปอ นาน้อยรีสอร์ตและห้วยแก้วรีสอร์ต โดยคุณสุนทรีย์ โนทะ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 30,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 3 เดือน, สิทธิ์เข้าพัก ชีววิถีเฮิร์บ เวลเนส สเตย์ ฟรี ภายใน 1 ปี จำนวน 1 ครั้ง, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🥉รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 21 นางสาวปริญทิพย์ คำแสน น้องบีม อำเภอท่าวังผาส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 20,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🏅รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวรุ่งลาวัลย์ ใชแล น้องริด้า ร้านนครน่านเวดดิ้ง&สตูดิโอ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 10,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, และขันน้ำพานรอง

🏅รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวณัฐริวรรณ นันไชย น้องเนย เทศบาลเมืองน่าน เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 8,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, และขันน้ำพานรอง

🤎รางวัล People’s Choice ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

❤️รางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาทพร้อมสายสะพาย

🧡รางวัลแม่ญิงน่าน นุ่งซิ่นงาม ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

💛รางวัลนางงามผมสวย by Biovech ได้แก่ หมายเลข 26 นางสาวเปมิกา นิธิโชติยานันท์ น้องเฟิร์น องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

💙รางวัลนางงามหุ่นสวย by Flamingo Fitness ได้แก่ หมายเลข 13 นางสาวจินตพร แซ่จ๋าว น้องมาย อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย และสมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 ปี

🩵รางวัลนางงามผิวสวย by GeeGee’ ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวรุ่งลาวัลย์ ใชแล น้องริด้า นครน่านเวดดิ้ง&สตูดิโอ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย และผลิตภัณฑ์มูลค่า 10,000 บาท

💚รางวัล BOV Starts Talents (TIKTOK) ได้แก่ หมายเลข 23 นางสาวนันทัชพร ไชยเชิด น้องแมงปอ นาน้อยรีสอร์ตและห้วยแก้วรีสอร์ต โดยคุณสุนทรีย์ โนทะ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย และ Trophy

💜รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

🩶รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย

🩷รางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ หมายเลข 20 นางสาววิชญาดา งามอุดม น้องแพทตี้ อำเภอนาหมื่น เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมสายสะพาย

ขอขอบคุณภาพ/ข่าว : ส.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ฝ้าย พีรญา” นำทัพบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ “BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก” ประเดิมความฟินคู่ “อะตอม ปริยะ” ครั้งแรก

แชร์เนื้อหานี้

เรียกว่ากระแสดีตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในโซเชียลกันเลยทีเดียว เมื่อ Fabel Entertainment ที่นำทีมโดยนักแสดงสาว “ฝ้าย พีรญา มะลิซ้อน” เผยโฉมหน้า

นักแสดงน้องใหม่ในสังกัดอย่าง “อะตอม ปริยะ ปิยะพันธ์โอภาส” เมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุดได้ฤกษ์งามยามดีลั่นฆ้องจัดงานบวงสรวงซีรีส์ “BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก” ซีรีส์เกิร์ลเลิฟเอาใจสายแซฟฟิกเรื่องแรกของ Fabel

Entertainment ที่จะเป็นการประกบคู่ร่วมงานกันเป็นครั้งแรกของ ฝ้ายและอะตอม ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่าง ญารินดา บุนนาค และ คานธี วสุวิชย์กิต มาร่วมสร้างสีสัน โดยงานจัดขึ้น ณ ศาลพระตรีมูรติ บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซีรีส์ “BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก” เป็นเรื่องราวของ “อริสา” หญิงสาวผู้เพียบพร้อม แต่มีปมในใจกับการกลับมาแก้แค้นและต่อสู้กับอำนาจมืด

ก่อนที่จะพบกับ “ลลิน หรือ ไลลา” นักเปียโนสาวในบาร์แจ๊ส ที่ทำให้อริสาเหมือนได้พบกับแสงสว่างในชีวิต โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด ‘เมื่อคนที่เรารัก กลายเป็นลูกของศัตรูที่เราเกลียดที่สุด’

โดยจะเดินหน้าถ่ายทำปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และได้รับชมกันปลายเดือนมีนาคม ผ่านช่องทาง YouTube ของ Fabel Entertainment

Keyword : FAYE ATOM BLESSING CEREMONY
Hashtag หลัก : #BrokenOfLoveTheSeries

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ, ท้องถิ่น อ.ชุมแพ ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด.ครั้งแรก

แชร์เนื้อหานี้

ในวันศุกร์ ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา๑๐.๐๐ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมครั้งแรก ประจำปี 2569 นายอดิศักดิ์ สละ ท้องถิ่นอำเภอชุมแพ

ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม โดยพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่นฯ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพประธานในพิธี กล่าวเปิดการประชุมสภาอย่างเป็นทางการ จากนั้น
นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ทำหน้าที่ เลขานุการสภาชั่วคราว อ่านประกาศเรื่องเรียก

ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก และให้สมาชิกเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว ที่ประชุมเลือก นายสมพร โสกันทัต ผู้อาวุโสสูงสุดของสภา ทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ดังนี้-นายสุรศักดิ์ บุญเฮ้า ส.อบต.หมู่ 1-นายสมาน แก้วดวงตา ส.อบต.หมู่2-นายสวาท อ่อนอภัย ส.อบต.หมู่3-นายพิศิษฐ์ สีแก้ว ส.อบต หมู่ 4
-นายยุทธการณ์ ปาสาตัง ส.อบต.หมู่ 5-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ส.อบต.หมู่6-นายเนียม บุดดาดวง ส.อบต.หมู่ 7-นายธีรภัทร ทานาม ส.อบต.หมู่ 8-นายสมพร โสกันทัต ส.อบต.หมู่ 9
-นายตรี ลุนอุดม ส.อบต.หมู่ 10

กล่าวคำปฏิญาณตนในที่ประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ลงมติเสนอชื่อ-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นายตรี ลุนอุดม รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

จากนั้นนายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ได้กำหนดวันประชุมสภา ครั้งต่อไป
ให้อยู่ในห้วงวันที่ 2 มีนาคม พ .ศ.2569 เพื่อให้การดำเนินงานของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดเป็นไปอย่างมีระเบียบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายฯ

โดยคณะผู้บริหารชุดใหม่ นำโดย นายสำราญ ลุนอุดม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด จะได้แถลงนโยบายต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในสมัยใหม่ของสภา ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2569 วินฅนชนข่าวสื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกฯ อนุทิน และ คู่สมรส” รัฐมนตรี นุ่งโจงห่มสไบ เปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (21 ก.พ. 69) เวลา 17.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” ณ บริเวณ

อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี และเวทีกลาง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี คณะรัฐมนตรี คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบุรี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการผู้จัดงานฯ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมากร่วมในงานอย่างคึกคัก

โอกาสนี้ นายอนุทิน พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นำคณะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้น รับชมการแสดงพิธีเปิดชุด “ตามรอยเสด็จเพชรบุรี สมเด็จพระพันปี ชาวเพชรบุรีน้อมรำลึก” โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และรับชมการจุดพลุเฉลิมฉลอง 1,350 นัด ก่อนเดินเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการพระราชดำริฯ และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ OTOP

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้มาพบพี่น้องชาวเพชรบุรีด้วยความตื่นเต้นและดีใจ และเชื่อว่าทุกท่านก็คงไม่ผิดหวังที่ได้มาเห็นความสวยงามของจังหวัดเพชรบุรีมองไปด้านซ้ายมือเห็น “เขาวัง” ที่มีความสวยงามมากเลย ยิ่งมีการประดับไฟยิ่งมีความสวยงามอลังการ

ทั้งยังได้มีความใกล้ชิดกับชาวเพชรบุรี ได้เห็นรอยยิ้มการทักทายได้รับการต้อนรับเราสามารถรู้สึกได้ งานวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ที่งดงามของเมืองเพชรบุรี ถือเป็นวัฒนธรรมที่สืบสานมาจากรุ่นสู่รุ่น

“จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดสู่ภาคใต้ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มีความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อเสียงด้านอาหารถิ่นรสเลิศ มาแล้วต้องลืมคำว่าเบาหวาน โดยเฉพาะ “ขนมเมืองเพชร”

ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการอาหารในประเทศไทยให้ความสำคัญและห่วงใยกับสุขภาพของประชาชน ได้มีมาตรการลดความหวานลดน้ำตาลลงไป แต่ก็ยังคงความหอมความอร่อยอยู่

ตนจึงเชื่อว่าเพชรบุรีจะยังเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารถิ่นรสเลิศ UNESCO และองค์การที่เกี่ยวข้องในระดับสหประชาชาติ ได้ยกให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีครบ

ไม่ว่าจะเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่ล้ำค่าอย่าง “ผืนป่าแก่งกระจาน” แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานนี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่เพียงแค่พวกเราชาวเพชรบุรี แต่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศนะให้ความสนใจในการมาเที่ยวเพชรบุรีในช่วงนี้ซึ่งก็จะมีการเสริมสร้างรายได้

ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และยังเป็นเวทีแห่งการอนุรักษ์และสืบสานมรดกท้องถิ่นด้วยความภาคภูมิใจ ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างพร้อมเพรียง

ในโอกาสนี้ ขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรีที่ได้ร่วมกันจัดงานครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติและเป็นที่ภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชน ขอบคุณชาวเมืองเพชร ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศโดยการแต่งกายด้วยชุดไทยอย่างงดงามเป็นที่น่าชื่นชม ขอให้การจัดงานครั้งนี้พบแต่ความสำเร็จเป็นอย่างดี เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพื้นที่อื่น ๆ ในการพัฒนากิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป

นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้ายว่า ช่วงนี้ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศพากันหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย เพราะเขามีความมั่นใจในประเทศของเรา เขาเชื่อว่ามาที่นี่มีความปลอดภัย ได้รับการต้อนรับที่ดีจากประชาชนคนไทย ได้พบกับสิ่งที่เขาต้องการ บ้านเรามีทั้งน้ำแม่น้ำ ทะเล ภูเขา อาหารที่อร่อย

และมีคนท้องถิ่นที่มีจิตใจงดงาม สิ่งเหล่านี้คือการที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ดังนั้นในฐานะรัฐบาลขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าพวกเราจะทำอย่างสุดความสามารถที่จะนำความผาสุก ความอยู่ดีกินดี ความมั่นคงความปลอดภัย มอบให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทุกคน

ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า พระนครคีรี (เขาวัง) เป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2402 ซึ่งเป็นวังแห่งแรกที่สร้างขึ้นบนภูเขา จึงเป็นพระบรมราชานุสรณ์ที่ทรงคุณค่าในพระราชวงศ์จักรีและเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ จังหวัดเพชรบุรีจึงได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลององพระนครคีรีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในปีนี้เป็นครั้งที่ 39 กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 จำนวน 10 วัน 10 คืน มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อปวงชนชาวไทยและชาวเพชรบุรีอีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรีให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี ภาพ/ข่าว โดย.กองสารนิเทศ สป.มท.ครั้งที่ 164/2569 วันที่ 21 ก.พ. 69

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่ทำการปกครองอำเภอนครชัยศรี ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7 จังหวัด

นครปฐม สำนักงานเกษตรอำเภอนครชัยศรี สำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2569

โดยกรมการปกครอง ได้มีนโยบายในการปฏิบัติงานด้านการบริการประชาชนบนหลักความเสมอภาคและเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนกรมการปกครอง ประจำปี พ.ศ 2569 ภายใต้แนวคิด “อำเภอพึ่งได้”

(DOPA) 2026 : Better Together และภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดย

นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานในพิธี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี กล่าวต้อนรับ

สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ โดยออกบริการประชาชนจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ (Mobile Unit)

ให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการในพื้นที่ตำบลวัดสำโรงและพื้นที่ตำบลใกล้เคียง นายณัทกร ตุ้มทองคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง

กล่าวรายงานสรุปพื้นที่ พร้อมด้วยนางพลัศริญญา อมรพันธุ์ศักดิ์ เกษตรจังหวัดนครปฐม นางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี และ

นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี พร้อมคณะทำงานสำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม เกษตรอำเภอทุกอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนครชัยศรีและเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอ

ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ

สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานภาคี ร่วมให้บริการความรู้ทางวิชาการและสนับสนุนปัจจัยการ

ผลิตต่างๆ แก่เกษตรกรแบบครบวงจร รวมถึงการออกร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดและบูทกิจกรรมที่น่าสนใจจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ และภาคเอกชน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านพิธีเปิดนิทรรศการ “นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026”

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณช่วงน้อย นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธี
เปิดงานนิทรรศการ “นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026″โดยมีนางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรีบนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

กล่าวรายงาน มีนายเสรี พิมพ์มาศ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาจังหวัดน่าน รักษาการณ์ศึกษาธิการจังหวัดน่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ผู้บริหารสถานศึกษา สพม.น่าน ผู้บริหารสถานศึกษา สปพ.น่าน เขต 1 พันเอกวัฒนา จันทร์ไพจิตต์

ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดน่าน พัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน นายพรเทพ เสนนันตา ผอ.โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร นางสาวพิมลพรรณ สกิดรัม ผอ.วิทยาลัยชุมชนน่าน นายอนุชา ธนะเพทย์ ผญบ.ปางค่า เครือข่าวยธุรกิจแผนก

เพื่อชุมชมชน CBMC ประชาชนบ้านปางค่า คณะครูบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ร่วมพิธีเปิดด้วยโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้องกับมาตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนโยบายของ

กระทรวงศึกษาธิการ และการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงได้จัดนิทรรศการ”นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026″ ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ผลงานของผู้เรียน
ครู และสถานศึกษา ด้วยความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย


ทางการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดนิทรรศการ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา บนพื้นฐานพหุปัญญา เชื่อมโยงกับซอฟท์พาวเวอร์วิถีน่าน สู่น่านเมืองสร้างสรรค์
  2. เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อทุนวัฒนธรรม สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
  1. เพื่อให้นักเรียนได้มีเวทีแสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนจังหวัดน่านสู่เมือง
    แห่งความสุข/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สี่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพเป็นประธานฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 10.45 นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานฯการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนบลโนนหันเป็นครั้งแรกตามบทบัญญัติและการปฏิบัติหน้าที่ในการบริหาร

เพื่อความสงบสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อแสดงความยินดีและเป็นกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ สืบเนื่องมาจากเมื่อ 11 มกราคม 2569ได้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ ผลปรากฎว่านายคำพอง ยะวร

ได้รัการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหันอีกสมัย และสมาชิกอีกจำนวน 7 ท่าน 7 หมู่บ้าน คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความราบรื่นตามข้อบังคับได้จัดการเปิดประชุมเป็นครั้งแรกใน 20 กพ.2569 หลังจากมีการรับรองผลการเลือกตั้ง

ส่วนของสภาฯเปิดให้มีการเลือกตั้งประธานสภาฯและรองประธาน ผลการเลือกตั้งประองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกเป็นเอกฉันท์ไร้คู่แข่งยกมือให้นายณรงค์ ตุ้มทอง เป็นประธาน

โดยมีผู้เสนอชื่อและผู้รับรองครบถูกต้องตามจำนวน ต่อมาได้มีนายวิศรุต ปู่เพ็ง ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 ขอนแก่น ร่วมแสดงความยินดีกับนายคำพอง ยะวร ที่ได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหันด้วย ณ.องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ภาพข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์ ปภ.เขต 7 สกลนคร นำจิตอาสาพัฒนาหนองหาร ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

แชร์เนื้อหานี้

ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งหนองหาร เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ณ บริเวณดอนลังกา ริมฝั่งหนองหาร ตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร นายวิชาญ แท่นหิน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา

เนื่องในสำคัญของชาติ “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย โดยมีปลัดจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน และผู้แทนจากภาคเอกชนเข้าร่วมกิจกรรม

นายวิชาญ แท่นหิน ประธานในพิธี ได้ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะ

และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นประธานและผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” 3 ครั้ง เพื่อแสดงพลังความสามัคคีในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม

โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย การพัฒนาแหล่งน้ำ ร่วมกันกำจัดวัชพืช พืชน้ำ ผักตบชวา และจอกแหนที่ปกคลุมพื้นที่ริมฝั่งหนองหาร เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบนิเวศ พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหาร

โดยร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่หนองหาร เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชนในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากวัชพืชและผักตบชวา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้ปุ๋ยเคมีและนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างประโยชน์ในครัวเรือน

สำหรับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งด้านการปกครอง และด้านศิลป

วัฒนธรรม จนยุคของพระองค์ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ยุคทองของวรรณคดี” ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็น “วันศิลปินแห่งชาติ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านสืบไป

  • สราวุต อ่อนทรวง ข่าวภูมิภาค 01 รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดเปิดงาน “Pattaya Squid Fair 2026“ ริมหาดจอมเทียน นักท่องเที่ยวตรึม

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 20 ก.พ. 2569 นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เกียรติจาก ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Pattaya Squid Fair 2026 ภายใต้ธีม Fisherman’s Fantasy Village บริเวณริมชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ก่อนจะมีการสาธิตปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษเพื่อเป็นไฮไลต์เปิดงานอย่างเป็นทางการ

นางสาวชุติมา จิระมงคล นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการงาน Pattaya Squid Fair 2026 ในปีนี้ กำหนดจัดระหว่างวันที่ 20–21 ก.พ. 2569 ในธีม Fisherman’s Fantasy Village บริเวณริมทะเลจอมเทียน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้ชุมชนประมงในพื้นที่ และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกคน

โดยภายในงานมีโซนบูธร้านค้า อาหารทะเล และกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะจากวิสาหกิจชุมชนเกาะล้าน พร้อมการนำเสนอเรื่องเล่าประมงพื้นบ้านผ่านงานศิลป์ การแสดงเรือใบจากสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และสมาคมเรือใบพัทยา การแสดงดนตรีโฟล์กซองจากเยาวชน รวมถึงกิจกรรมสันทนาการ Sea Fun Challenge ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวร่วมงานอย่างคับคั่ง

Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ ชลบุรี – นายกเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

มีรายงานว่า คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

ในการเข้าพบครั้งนี้ นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”, นายภูวสิษฐ์ ฐิติธนภานุพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา / บายพาส ชลบุรี”, นายวีรยุทธ หว่างวงษ์แก้ว ผู้จัดการฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา”, และนายธีรภัทร์ เกตุแก้ว ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี“ พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก

น้ำใจครอบครัวนักธุรกิจเกาหลี ส่งต่อพวงหรีดของใช้งานศพให้องค์กรการกุศลเมืองพัทยา หลังเจ้าตัวลาโลก

มีรายงานว่า ทางครอบครัวของนายจอง วอนฮอน หรือ แดนนี่ จอง นักธุรกิจชาวเกาหลีที่เป็นที่รักใครของคนรู้จักที่ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ได้นำเอาของใช้ต่างๆ ที่ได้จากการจัดงานพิธีทางศาสนาให้ผู้วายชนม์ โดยมีแขกเหรื่อจำนวนมากนำเป็นหรีดมามอบให้นั้น ไปมอบให้องค์กรการกุศลต่างๆ ในเมืองพัทยา

ทั้งนี้ ทางครอบครัวได้ส่งต่อของใช้ดังกล่าวจำนวนมาก ทั้ง พัดลม อุปกรณ์ไฟฟ้า ข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งจำเป็น ซึ่งจัดทำเป็นพวงหรีดเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด โดยนำไปมอบให้กับมูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา, มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา และมูลนิธิบ้านจริงใจ

โดยครอบครัวเปิดเผยว่า เป็นสิ่งที่ผู้วายชนม์ได้มีความประสงค์ครั้งยังมีชีวิต คือการช่วยเหลือและให้การสนับสนุนแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ผู้เสียชีวิตจะไม่อยู่แล้ว แต่มีเพื่อนๆ นักธุรกิจ ที่มาร่วมงานฌาปนกิจได้สานต่อเจตนารมย์ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งผู้วายชนม์ได้ทำมาตลอดจนเป็นที่รักใคร่ต่อมิตรสหายและคนรู้จัก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุตสาหกรรมน่าน จับมือภาคีเครือข่าย คลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 เชื่อมโยงตลาด ท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน จับมือภาคีเครือข่าย แถลงข่าวจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 ซึ่งได้จัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ เป็นประธานการแถลงข่าว นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ นายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และนางวราภณ์ ลำจวน

ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เครื่องเงินและผ้าทอน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้น

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีผลิตภัณฑ์เครื่องเงินและผ้าทอที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย เป็นที่ยอมรับของคนไทยและชาวต่างประเทศ ปัจจุบันมีการประยุกต์โดยการนำลวดลายต่างๆ พัฒนารูปแบบเครื่องประดับเงินและผ้าทอให้เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นสินค้าที่มีดีไซน์ทันสมัย ปรับเปลี่ยนตามทิศทางแฟชั่นและเป็นสากล เพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าให้แก่ผู้บริโภคสามารถซื้อและเลือกใช้หรือสวมใส่ เนื่องในโอกาสใดๆ ได้ตลอดทั้งปี

รวมถึงยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานแนวคิด “ต่อยอดอดีต” “ปรับปัจจุบัน” และ “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” จึงมอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่านจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 ขึ้น ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 256๙ ณ ข่วงเมืองน่าน(ข่วงน้อย) อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ตั้งแต่เวลา 09.00–21.00 น.

นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่าน่านมีทุนที่ล้ำค่า ทั้งธรรมชาติ และภูมิปัญญา ที่ส่งต่อกันมา ที่ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ มีภูมิปัญญาในการรังสรรค์งานหัตถศิลป์ที่สวยงาม เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากมายที่แสดงถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งผ้าทอ เครื่องเงิน ของที่ระลึกของใช้ต่างๆ สินค้าเมืองน่านไม่ใช่แค่ของที่ระลึก แต่คือ “Soft Power ที่มีมูลค่าสูง” ที่เชื่อมโยง “อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต”

การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอน่าน ครั้งที่ 10 เป็นการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่าเป็น “ทศวรรษแห่งความสำเร็จ” โดยการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการจัดภายใต้แนวคิดที่ต้องการโชว์ให้เห็นว่า เครื่องเงินและผ้าทอน่าน “ไม่ได้มีดีแค่ความดั้งเดิม แต่มีความร่วมสมัย” (Contemporary) ที่คนทั่วโลกสวมใส่และใช้งานได้จริง ในชีวิตประจำวัน” บนพื้นฐานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นอายของเมืองน่าน (NAN Silver & Textile Signature) ในงานจะประกอบด้วย นิทรรศการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ //

นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง// แฟชั่นโชว์ โดยคุณกานต์ ชนนิกานต์ (Miss Thailand 2023) พร้อมกับเหล่านายแบบ นางแบบ มืออาชีพ กว่า 20 คน การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ผ้าทอจำนวน 60 คูหา กิจกรรม Workshop ที่เกี่ยวกับเครื่องเงินและผ้าทอ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ผู้แทนการค้า Buyers และ Trader

ที่มีเครือข่ายด้านการตลาดทั้งใน และต่างประเทศซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการที่จะได้ “ยกระดับสินค้าชุมชนสู่ห้างหรูและตลาดโลก” กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมคืนกำไรที่จัดหนักกว่าทุกปี โดยเฉพาะรางวัลทองคำแท่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน และผ้าทอ ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท กิจกรรมบันเทิงบนเวที พบกับศิลปิน บิว กัลยาณี อาร์สยาม 1 มีนาคม 2569 เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ 2 มีนาคม 2569 และการแสดงดนตรี และศิลปวัฒนธรรมเป็นประจำทุกวัน

ด้านนายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงิน และนางและนางวราภณ์ ลำจวน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ได้กล่าวสนับสนุนการจัดงาน โดย คลัสเตอร์เครื่องเงินได้จัดช่างทำการสาธิตการทำเครื่องเงิน การตอก การสร้างลาย กิจกรรม Workshop เช่นการลงสีในเครื่องเงิน และบริการขัดล้างเครื่องเงินฟรี เป็นประจำทุกวัน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอ ได้

สนับสนุนการจัดนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้าทอภายในงาน รวมถึงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดแสดง ชุดไทยราชนิยม จำนวน 8 แบบ ตัดเย็บโดยใช้ผ้าทอเมืองน่าน กิจกรรม Workshop โดยการจัดทำพวงกุญแจผ้าเป็นของที่ระลึก พร้อมแจกแก่ผู้ที่รวมกิจกรรม เป็นประจำทุกวัน รวมถึงจัดหาช่างเย็บผ้า เพื่อให้บริการแก้ไขขนาดของผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่จำหน่ายภายในงาน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ทั้งนี้คลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ให้ความเห็นพ้องกันว่า การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดของทางกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ที่จะสามารถรวมกลุ่มกันจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงินและผ้าทอในงานนี้ ซึ่ง

เป็นการง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานรับรองจากทั่วจังหวัดน่านได้ ณจุดเดียวในงานนี้ และยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้น
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทาน ปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา

จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2567 ณ อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อำเภอ

เมือง จังหวัดนครปฐม โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงนครปฐม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รองนายกเหล่า

กาชาดจังหวัดนครปฐม รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการศูนย์/สถาบัน/สำนัก อาจารย์ ข้าราชการ ประธานสภานักศึกษา นักศึกษา ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้แทนนักเรียนโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ปริญญามหาบัณฑิต และปริญญาบัณฑิต จากคณะมัณฑนศิลป์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร

คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะโบราณคดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะอักษรศาสตร์ และคณะดุริยางคศาสตร์ รวม 3294 คน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาท ความตอนหนึ่งว่า “บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแล้ว ถือได้ว่าเป็นผู้รู้ ผู้มีความสามารถเพียงพอที่จะออกไปประกอบอาชีพการงาน เพื่อสร้างความสำเร็จแก่ตนเองและส่วนรวม

ในการทำงานสร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญนั้น นอกจากจะต้องมุ่งกระทำแต่เฉพาะการงานที่สุจริตและเป็นประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดโทษเสียหาย ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นแล้ว บัณฑิตควรตระหนักด้วยว่า คนเราแม้จะมีความรู้ความสามารถสูง

แต่ก็ไม่อาจสร้างความสำเร็จทุกสิ่งได้โดยลำพัง หากต้องได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากผู้อื่นฝ่ายอื่นอย่างพร้อมเพรียงด้วย บัณฑิตจึงต้องมีความเฉลียวฉลาดในการประสานสามัคคี ประสานประโยชน์กับผู้ร่วมงานทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กิจการ

งานที่ทำจะได้ดำเนินลุล่วง และสำเร็จผลเป็นประโยชน์ที่แท้ คือเป็นความเจริญมั่นคงแก่ตัวบัณฑิตเอง แก่งานที่ปฏิบัติและแก่ประเทศชาติของเรา” สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายโรงเชือดรถกลางสวนยาง! ตชด.-ทพ.-ฝ่ายปกครองดอนตาล ตรวจยึดซาก ‘รีโว่’ กลางป่าสวนยาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.อิทธิพงษ์ ลานขามป้อม ผบ.มว.ตชด.2343 จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ตชด.2343 ได้สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบสวนยางพาราในพื้นที่บ้านนาโพธิ์ หลังสายลับแจ้งเบาะแสพบกลุ่มคนต้องสงสัยนำรถยนต์มาแยกชิ้นส่วน เตรียมส่งขายตลาดมืด พบซากรถกระบะโตโยต้า รีโว่ 2 คันถูกหั่นเละ พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ-ยโสธร เร่งขยายผลหาเจ้าของและกลุ่มขบวนการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อิทธิพงษ์ ลานขามป้อม ผบ.มว.ตชด.2343 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมชำแหละรถยนต์บริเวณสวนยางพารา หมู่ 5 บ้านนาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอดอนตาล นำโดย นายภานุพงศ์ ห้องแซง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2105 (ร้อย ฉก.ทพ.2105) เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นโรงชำแหละชั่วคราวกลางสวนยาง จากการตรวจสอบพบซากรถยนต์และชิ้นส่วนสำคัญหลายรายการ

ประกอบด้วย โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน บบ 3291 ยโสธร พร้อมโครงรถและกุญแจ โตโยต้า รีโว่ สีเทา ทะเบียน 2ขส 4182 กรุงเทพฯ สภาพถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็น กระบะท้าย ท่อไอเสีย และอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์เพื่อตรวจสอบประวัติการครอบครองว่าถูกโจรกรรมมาหรือเป็นรถหนีไฟแนนซ์หรือไม่ ก่อนจะทำการตรวจยึดของกลาง

ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้มาดำเนินคดีต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับรถเถื่อน​ #ชำแหละรถ​ #ดอนตาล​ #มุกดาหาร​ #ตชด234​ #ฝ่ายปกครอง​ #ข่าวอาชญากรรม​ #ตำรวจตระเวนชายแดน​ #ข่าววันนี้​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาชน และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ร่วมบริจาคโลหิต ณ หอประชุมที่ว่าการ อ.นครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าน ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจ กับเหล่ากาชาด และ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี และผู้มาร่วมบริจาคโลหิต กับสภากาชาดไทย

ทั้งนี้นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวก ดูแล ต้อนรับประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ/ รัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข

ที่มาบริจาคโลหิต ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 13.00 น.มีผู้ประสงค์มาบริจาคโลหิต จำนวน 114 ราย บริจาคโลหิตได้ จำนวน 103 ราย พร้อมกันนี้ ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม/

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางศิริลักษณ์ พึ่งเนียม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่อำเภอนครชัยศรี เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ผู้ที่มาร่วมกันบริจาคโลหิต พร้อมเชิญชวนประชาสัมพันธ์ ในการร่วมทำบุญบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทย

โดยภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4 จ.ราชบุรี เป็นหน่วยบริการที่มารับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ และได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในการลงทะเบียนตรวจคัดกรองฯ

ทั้งนี้ กลุ่มบ้านใหญ่ใจดีโดยการนำของ ท่าน สส.อนุชา สะสมทรัพย์ และบริษัทห้างร้านภาคเอกชนในพื้นที่ ร่วมสนับสนุนอาหาร และน้ำดื่ม ให้กับผู้ที่มาให้บริการบริจาคโลหิต พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร น่านทลายขบวนการลำเลียงยาบ้า4แสนเม็ด #รวบ2ผู้ต้องหากลางพื้นที่เมืองน่าน / เด็กรร.ปัวเจ๋ง คว้าชนะเลิศที่ 1 แข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ พื้นพิภพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.น่าน ร่วมกับ สภ.เรือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ

ในพื้นที่จังหวัดน่าน สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่จังหวัดน่าน ผ่านเส้นทางอำเภอสองแคว มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จึงได้วางแผนสกัดจับ กระทั่งสามารถหยุดรถยนต์ต้องสงสัยได้บริเวณฐานปฏิบัติการ ตชด.324 (เดิม) ท้ายหมู่บ้านสองแคว ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน

จากการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 400,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์กระบะที่ใช้ลำเลียง โดยผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย ทำหน้าที่แบ่งกันขับรถนำสำรวจเส้นทางและรถลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดน่าน และตำรวจภูธรจังหวัดน่าน จะยังคงเดินหน้าสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง หากประชาชนพบเบาะแสยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Police Care, สายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. 1386 หรือศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง/#เครดิตภาพข่าวทีมงานตำรวจภูธจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เด็กรร.ปัวเจ๋ง คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 แข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ ระดับมัธยม ผู้ร่วมแข่งขัน 40 ทีมทั่วประเทศ

น่าทึ่ง…ตัวแทนจากโรงเรียนปัวคว้ารางวัลและเงินรางวัล
การแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลายครั้งที่ 5 ประจำปี 2569วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประเภททีม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่1 และเงินรางวัล 5,000 บาทมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั่วประเทศจำนวน 40 ทีมครูผู้ควบคุม นางรัชนี บูรณพันธ์ ผู้เข้าแข่งขันนางสาวธัญญ์ฐิตา ศิริเศรษฐ์เดโช ม. 5/1นายวรปรัชญ์ จันทร์เพ็ญศรี ม. 5/3นางสาวจิรัชญา นาชัยเวียง ม. 4/1

สร้างความภาคภูมิใจกับคณะครูและผู้ปกครองนักเรียน รวมถึงศิษย์เก่าโรงเรียนปัวโรงเรียนจากอำเภอรอบนอกของน่าน อำเภอปัว เดินทางเข้าร่วมแข่งขันที่กรุงเทพมหานครมุ่งหวังสร้างประสบการณ์ สร้างโอกาส ความมั่นใจ และเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ผลออกมาเกินคาด สามารถตอบคำถาม ผ่านรอบคัดเลือกสู่รอบ 5 ทีมสุดท้ายคว้าถ้วยรางวัลและเงินรางวัลมาได้

สร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองที่มีบุตรหลานที่กำลังเรียนระดับประถมศึกษาที่กำลังมองหาที่เรียนในระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนปัว เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีคุณภาพขอแสดงความยินดีกับตัวแทนจากโรงเรียนปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน
สุดยอดประสบการณ์อันล้ำค่า สุดยอดความภาคภูมิใจของโรงเรียนปัว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เผยเบื้องหลังการตัดต้นไม้ทำถนนในเขตป่าอนุรักษ์ ลักลอบทำไม้และขนของเถื่อนตามชายแดนเสาหินตัดผ่านเข้าสู่ จ.เชียงใหม

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 17 แหล่งข่าวด้านชายแดน แฉเบื้องหลังการลักลอบตัดถนนขึ้นมาใหม่ เผยว่า มีกลุ่มนักลงทุนชายแดนร่วมกันทำถนนลัดเลาะตามสันเขาเพื่อมาเชื่อมต่อกับถนนเดิมระหว่างบ้านห้วยกองเป๊าะไปยังหย่อมบ้านแม่สำเพ็งเหนือ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย ไปหมู่บ้านแม่สอง ที่บ้านเสาหิน ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง

เป็นกลุ่มขบวนการซื้อขายสินค้าชายแดนในพื้นที่ ที่ต้องการลักลอบนำเข้าแร่ โค/กระบือและยาเสพติด รวมไปถึงไม้สักทอง และไม้ประดู่ จากชายแดนบ้านเสาหิน เพื่อหลบเลี่ยงเส้นทางเดิม เสาหิน-แม่สะเรียง มาทะลุที่ อ.แม่ลาน้อย ก่อนส่งสินค้าไปยังเชียงใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมจาก เจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีด่านตรวจจำนวน 2 ด่าน**

กลุ่มขบวนการดังกล่าว ประกอบด้วย อดีตนายก อบต.ในพื้นที่ร่วมมือกับ ผู้รับเหมารายใหญ่ในพื้นที่ ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านอีก 2 หมู่บ้าน ในพื้นที่เช่นเดียวกัน วิธีการก่อนหน้าที่จะมีการตัดถนน ได้มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า นำไม้ประดู่และไม้สักทองในพื้นที่ อ.แม่ลาน้อย ลอบส่งออกไปขายในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง และในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นประจำ หลายคนรู้จักดี เพราะโลดแล่นอยู่วงการค้าขายในชายแดนแถบนี้มานาน*

วิธีการคือ ให้ชาวบ้านลักลอบตัดและแปรรูปไม้ จากนั้นจะลำเลียงไม้เถื่อนส่วนหนึ่ง จะนำมาพักไว้ในวัดแห่งหนึ่ง ในตำบลแม่ลาหลวง โดยอ้างกับชาวบ้านว่านำไม้มาสร้างวัด แต่ข้อเท็จจริงเป็นการนำไม้มาพักรอก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายไม้ โดยใช้

เส้นทาง จากบ้านแม่ลาหลวง ไปยัง จ.เชียงใหม่ และอีกเส้นทางหนึ่งคือ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย – อ.แม่สะเรียง ซึ่งเส้นทางที่ตัดใหม่ดังกล่าวฯ ผ่านแต่ป่าเขา ไม่มีด่านตรวจใดๆคอยสกัดกั้นตรวจสอบ มีสินค้า โค กระบือ และแร่ ผ่านเข้ามาเส้นทางนี้

สำหรับเส้นทางลำเลียง นี้ จาก อ.แม่ลาน้อย – บ้านละอูบ – บ้านห้วยห้อม – ดูลาเปอร์ – แม่ตีคี – รองเหนือ – แม่แฮ – ห้วยหินฝน – เลี้ยวขวาไป ทะลุเขต อ.แม่แจ่ม ที่บ้านป่าเทอ เข้า อ.แม่แจ่ม ผ่านวงเวียน เลี้ยวขวา ไปดอยอินทนนท์ไปทะลุออก อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยจาก อ.แม่ลาน้อย – อ.แม่แจ่ม ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ร่นระยะเวลามาก จากการวิ่งเส้นเดิม แม่ลาน้อย-แม่สะเรียง-ฮอด-เชียงใหม่

ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงโดยห้วงก่อนหน้านั้น กลุ่มขบวนการดังกล่าว ได้ใช้เส้นทางที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ในการลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายออกไปเป็นจำนวนมาก โดยที่หน่วยงานรัฐในพื้นที่ ไม่ทราบ จึงทำให้ไม่มีการจับกุมแต่อย่างใด ปล่อยให้กลุ่มขบวนการดังกล่าวเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ สกลนคร เยี่ยมให้กำลังใจเด็ก ป.4 หลังถูกรุ่นพี่แกล้ง จนต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้าง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เยี่ยมให้กำลังใจเด็ก ป.4 หลังถูกรุ่นพี่แกล้ง จนต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้าง พร้อมกำชับหน่วยงานเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งและใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. ณ บ้านเลขที่ 227 หมู่ 10 บ้านพาน ตำบลขมิ้น อำเภอเมืองสกลนคร นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยทีมแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมอาการและให้กำลังใจนักเรียนชายชั้น ป.4 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ถูกรุ่นพี่แกล้งภายในค่ายลูกเสือ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ต้องรับการผ่าตัดเอาอัณฑะออก 1 ข้าง

นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อมาให้กำลังใจและดูแนวทางช่วยเหลือในทุกมิติ ทั้งสภาพจิตใจและการดูแลของทางโรงเรียน โดยได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัด เพื่อนำเงินจากกองทุนยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัด,

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), บ้านพักเด็กและครอบครัว และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เข้ามาดูแลครอบครัวน้องอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังขอให้คุณแม่พยายามลดความกังวล เพื่อร่วมกันโฟกัสไปที่การดูแลสภาพจิตใจของน้องให้กลับมาเข้มแข็งและใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบอาการล่าสุด ทีมแพทย์ระบุว่าน้องนักเรียนมีความเข้มแข็งและอดทนสูงมาก เนื่องจากมีพื้นฐานเป็นนักกีฬาฟุตบอล อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางการแพทย์ได้มีการชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้างว่า เกิดจากภาวะ “อัณฑะบิดหมุนอย่างรุนแรง” (Testicular Torsion)

จนเกิดอาการขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่เนื่องจากน้องไม่ได้บอกใครในตอนแรก ทำให้แผลลุกลามจนเกินเยียวยา ทั้งนี้ ทีมแพทย์ยืนยันว่าจะให้การดูแลฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่ต่อเนื่อง

ทางด้านนางสาวปรียะนันท์ ศรีรักษา มารดาของเด็กชายวัย 10 ขวบ ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและกังวลถึงอนาคตของบุตรชาย โดยคุณแม่ระบุว่าอยากให้ลูกย้ายโรงเรียนเนื่องจากที่ผ่านมาลูกมักจะถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเป็นประจำทุกปี และรู้สึกว่ายังไม่

ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ตัวน้องนักเรียนเองกลับยืนยันกับผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ว่า “ไม่อยากย้ายโรงเรียน” โดยให้เหตุผลว่ายังรักโรงเรียนและมีเพื่อนสนิทที่รักน้องอยู่ น้องมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเล่นกันที่แรงเกินไปในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น หน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามอบเงินเยียวยาและสวัสดิการคุ้มครอง โดยเฉพาะจากกองทุนยุติธรรมจังหวัดที่จะเข้ามาดูแลในส่วนของคดีความและการชดเชย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้โรงเรียนและหน่วยงานทางการศึกษาดูแลความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

-สราวุต อ่อนทรวง ข่าวภูมิภาค 01 รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ซักซ้อมแผนเผชิญใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส

เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ได้เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

อำเภอกำแพงแสนตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน จึงกำหนดจัดการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และทางด้าน พันตำรวจเอก ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน

พร้อมด้วย พันตำรวจโท ยศพงศ์ พันธุ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ได้ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุภจีฯ รมว.พาณิชย์ เดินทางมาสักการะและปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาสักการะและปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ บูชา

พระพุทธรูปปางประสูติ,บูชาพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์, ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 6,

พระสรีรางคารพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ จ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภา

พัณณวดี และพระพุทธรูปสำคัญภายองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

โดยมี นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

และนางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม และประชาชนร่วมต้อนรับ

โอกาสนี้ พระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้มอบเหรียญพระร่วงโรจนฤทธิ์เป็นที่ระลึก

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้ากราบนมัสการพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐม

เจดีย์ ราชวรมหาวิหาร และรับมอบพระพุทธรูปบูชา พระร่วงโรจนฤทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศรีสะเกษ” นอภ.วังหิน ชวนเที่ยวชมงาน “เทศกาลหอมแดงบ้านขุมคำ” ครั้งที่ 39 ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่บริเวณวัดบ้านขุมคำ ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “เทศกาลหอมแดง ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 โดยมี นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงและชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมด้วย

นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน กล่าวว่า จ.ศรีสะเกษ เป็นแหล่งเพาะปลูกหอมแดงขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งภาค โดยเฉพาะ อ.วังหิน ถือว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพ จำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,300 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3,900 ตัน โดย หอมแดง อ.วังหิน มีลักษณะเด่น คือ “ใหญ่ แห้ง แดง มัน และคอเล็ก” เก็บไว้บริโภคได้นานสำหรับ ต.บุสูง มีพื้นที่การเพาะปลูกหอมแดง ประมาณ 200 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปี ไม่ต่ำกว่า 600 ตัน

สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เฉลี่ยปีละประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งราคาหอมแดงในแต่ละปี ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยกลไกตลาดและคุณภาพของหอมแดง หอมแดงเป็นพืชที่เจริญงอกงามและชอบสภาพอากาศที่หนาวเย็น ปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างเย็น ทำให้การปลูกหอมแดงได้ผลผลิตดี และราคาค่อนข้างดีพอสมควร ส่วนใหญ่พ่อค้า จะมาติดต่อซื้อขายกับเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรงแต่ถึงอย่างไร จ.ศรีสะเกษ ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาทอมแดง โดยการแต่งตั้งคณะทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาผลผลิต ดำเนินการจดทะเบียนผู้ปลูกหอมแดง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มและรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตหอมแดงให้ได้คุณภาพ รวมทั้งได้จัดงานเทศกาลหอมแดง เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิต ดังกล่าว

ด้าน นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลหอมแดง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 39 โดยกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตหอมแดงและสร้างการตลาด โดยภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การออกร้าน การจำหน่ายสินค้า ของส่วนราชการ เอกชนและเกษตรกรจากหมู่บ้านชุมชนต่างๆ มีการจัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ การจัดประกวดหอมแดง กระเทียม พริก มะเขือ และแตงกวา การประกวดการจัดซุ้มหอมแดง และการประกวดธิดาน้อยหอมแดง เป็นต้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนทั่วไป ร่วมเที่ยวชมงานได้ในวันและเวลาดังกล่าว.

ภาพ/ข่าว วนิดา/ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โชคชัยจัดใหญ่ เปิดงานฉลองย่าโม 2569 สืบสานวีรกรรม–กระตุ้นเศรษฐกิจ มอบทุนการศึกษา 133 ทุน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี องค์ประจำ อำเภอโชคชัย ได้มีพิธีเปิดงานฉลองประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมลั่นฆ้องชัยเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของพี่น้องประชาชน

นาย พิชาญ ตราผักแว่น นายอำเภอโชคชัย กล่าวรายงานว่า งานฉลองอนุสาวรีย์ย่าโมของอำเภอจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 นับตั้งแต่ชาวโชคชัยร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์เมื่อปี 2545 เพื่อเทิดทูนวีรกรรมอันกล้าหาญของย่าโม ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งพิธีบวงสรวงและรำบวงสรวงดวงวิญญาณท้าวสุรนารี การแสดงแสง สี เสียง ถ่ายทอดวีรกรรม การแสดงพื้นบ้าน การประกวดและการแข่งขันสร้างสรรค์ ตลอดจนการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 133 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท รวม 133,000 บาท ราย

ได้จากการจัดงานจะนำสมทบกองทุนการกุศลย่าโมอำเภอโชคชัย เพื่อนำไปบำรุงรักษาอนุสาวรีย์และสาธารณประโยชน์ พร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตประชาชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อร้ฐนิวส์ / จัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) 24 – 25 กพ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

การจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 และชมรมโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน

กำหนดจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ ปี 4” (The 4th Nan Youth : Creative Works, Sustaining Careers) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ภายใต้โครงการนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์คนดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในระหว่างวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม สนับสนุนงานอาชีพ และเสริมสร้างศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่โลกอาชีพในศตวรรษที่ 21

ผ่านกิจกรรมการเสริมสร้างทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills) และการมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) ของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน ซึ่งรูปแบบของการจัดงานจะมีการออกร้านจำหน่ายผลงานผลิตภัณฑ์ สินค้า งานฝีมือ และบริการที่เป็นผลผลิตจากงานฝีมือของนักเรียน รวมถึงจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน โดยนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รวมไปถึงผู้สนใจเข้าร่วมงาน จำนวน 64 โรงเรียน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงงานอาชีพในสถานศึกษาสู่ตลาดชุมชน
และเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ที่สามารถพัฒนาสินค้าและอาชีพในท้องถิ่น มีทักษะอาชีพ มีความรู้ในการบริหารจัดการด้านการผลิตสินค้า การจำหน่ายสินค้าและการบริการ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะงานอาชีพที่สนองตอบความต้องการของผู้เรียน มีประสบการณ์ตรงในการสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์งานอาชีพ

เตรียมพบกับมหกรรมความเก่งที่ใหญ่ที่สุดของเด็กน่าน! กับงาน “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” ครั้งที่ 4 (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) เวทีปล่อยของที่เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นตลาดนัดสุดคูล! งานนี้ไม่ได้มีแค่ขายของ แต่คือการโชว์ศักยภาพ Future Skills และ Learn to Earn ที่เด็กน่านทำได้จริง หาเงินได้จริง!การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือของนักเรียน ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภทมากครับ เช่นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม : มีทั้งกาแฟสด ชา น้ำผลไม้ ขนมเบเกอรี่ ไอศกรีม และอาหารพื้นเมืองแปรรูปต่าง ๆกลุ่มงานฝีมือ : ผ้าปัก เครื่องประดับ งานไม้ ของที่ระลึก และงานศิลปะวาดภาพ
กลุ่มพืชผลทางการเกษตร : ผักผลไม้สดๆ จากโรงเรียนบนไฮไลท์คือ “บูธสินค้า” ปีนี้เรามีโรงเรียนขยายโอกาสฯ เข้าร่วมกว่า 64 โรงเรียน สินค้ามีความหลากหลาย ขอแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ให้เห็นภาพดังนี้

กลุ่มแรก สายกินห้ามพลาด:คอกาแฟ ต้องแวะไปชิม กาแฟสด ชา และน้ำผลไม้ ฝีมือน้อง ๆ จาก โรงเรียนบ้านน้ำงาว และ โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ครับถ้าชอบเบเกอรี่ ขนมปังและไอศกรีม ต้องไปที่บูธ โรงเรียนบ้านตอง และ โรงเรียนบ้านห้วยมอญส่วนอาหารแปรรูปและสมุนไพร ก็มีจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านบ่อหอย ครับกลุ่มที่สอง สายงานฝีมือและของที่ระลึก:เรามี งานไม้แปรรูป สวยๆ จาก โรงเรียนบ้านท่ามงคล และ โรงเรียนไตรราษฎร์สามัคคีงานผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้า เครื่องประดับ และผ้าปัก ฝีมือละเอียดจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาหรือจะเป็น งานศิลปะภาพวาด จาก โรงเรียนบ้านแม่ขะนิง ก็มีความสวย งดงามมากกลุ่มที่สาม ผลผลิต

ทางการเกษตร:มี พืช ผัก ผลไม้สดๆ ปลอดสารพิษ จากหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน และ โรงเรียนบ้านร่มเกล้า จากบนดอยมาจำหน่ายโอ้โห! ครบทั้งของกิน ของใช้ งานศิลปะ ครบเลย ชวน ชม ชิม ช้อป แช้ะ กันเลยชวนนุ่งผ้าเมือง แต่งชุดพื้นถิ่น มาเดินกาด ถ่ายรูปสวย ๆ ชมกาดละอ่อนน่าน
มาช่วยกันอุดหนุน เป็นกำลังใจให้เด็กน่าน ได้ฝึกทักษะอาชีพ (Learn to Earn) และสร้างรายได้ระหว่างเรียนกันเยอะๆ ปักหมุด: 24 -25 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 20.00 น. 📍
พิกัด: ข่วงเมืองน่าน และข่วงน้อยกาดละอ่อนน่าน #NanYouthMarket #น่านเนิบๆ #เที่ยวเมืองน่าน #SupportNanKids เด็กดอยปล่อยของSoftPowerNanกำหนดการจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

วัน เดือน ปีกิจกรรมวนที่ 24 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 09.00 น.
ลงทะเบียนสถานศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม09.00 – 12.00 น.
สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 10.00 น. การแสดงชุด “Nan The Heart Of Thailand” โรงเรียนบ้านทุ่งน้อยเวลา 10.20 น. การแสดง วงดนตรีลูกทุ่ง “ช่อนางแลว” โรงเรียนป่าแลวหลวงวิทยาเวลา 11.00 น. การแสดง วงดนตรีสากล “วงไกยี” โรงเรียนบ้านหาดเค็ด12.00 – 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวัน13.00 – 16.30 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้เวลา 14.00 น. การแสดงชุด “ฟ้อนแง้น” โรงเรียนบ้านไชยสถานเวลา 14.30 น. การแสดงชุด “วิถีชีวิตชนเผ่า” โรงเรียนบ้านสองแควเวลา 15.00 น. การแสดงดนตรีโพล์คซอง “วง SK Band” โรงเรียนบ้านสองแคว

เวลา 15.30 น. การแสดงชุด “สุนทรีถิ่นลั๊วะ” โรงเรียนบ้านน้ำช้างพัฒนา16.30 – 20.00 น.มหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รายละเอียดดังนี้
เวลา 16.30 น. – ประธานในพิธีเดินทางมาถึงยังบริเวณงาน และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่านเวลา 18.00 น.-เคารพธงชาติ พิธีไว้อาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สมเด็จพระพันปีหลวง)การแสดงชุดที่ 1 “นันทบุรีศรีนครา มนตรากระซิบรัก ฮักเมืองน่าน”ประกอบด้วยเพลงโหมโรงวงซิมโฟนี เครื่องสาย (โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)ฟ้อนล่องน่าน ประกอบการบรรเลงเพลง ซอล่องน่านออเคสตร้าร่วมสมัย (โรงเรียนราชานุบาล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การแสดงประกอบการบรรเลงเพลง ภาพม่านกระซิบรัก(โรงเรียนน่านปัญญานุกูล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การบรรเลงเพลง นันทบุรีศรีนครน่าน วงซิมโฟนีเครื่องสาย(โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)เวลา 18.15 น. – กล่าวต้อนรับ

โดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวรายงาน โดย ดร.วิเชียร วาพัดไทยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา น่านเขต 1- กล่าวเปิด โดย ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นประธานในพิธี “ลั่นฆ้อง 3 ครั้ง”พร้อมด้วย “ตีกลองปูจา” เพื่อความเป็นสิริมงคลโดย โรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร(เทศบาลบ้านพระเนตร)เวลา 18.30 น. – มอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุน และทีมการแสดงเวลา 19.00 น. – ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้แทนมอบของที่ระลึกให้ท่านประธานในพิธีการบันทึก

ภาพลำดับที่ 1 แขกผู้มีเกียรติทุกท่านลำดับที่ 2 โรงเรียนบูธที่ 1 – 16ลำดับที่ 3 โรงเรียนบูธที่ 17 – 32ลำดับที่ 4 โรงเรียนบูธที่ 33 – 48ลำดับที่ 5 โรงเรียนบูธที่ 49 – 64(โดยทุกบูธนำเกียรติบัตรขึ้นเวทีพร้อมถ่ายภาพ)เวลา 19.30 น. – การแสดงชื่อชุด “นาฏยคีตกวี” ฟ้อนซอของดีเมืองน่าน(โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง)เสร็จสิ้นพิธีการวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 12.00 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย)กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 09.30 น. – การแสดงชุด “รำถาด” โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาเวลา 10.00 น. – การแสดงชุด “รักสองแผ่นดิน” โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน/ภาพข่าว/ทีมปชส.คณะทำงาน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวผู้จัดป้ายแดง แพรทอง โคชะดา ( น้องมาแตร์ )ทายาท ฮ.นกเอี้ยงตาโต

แชร์เนื้อหานี้

เปิดตัวผู้จัดละครโทรทัศน์ และ ผู้กำกับการแสดง ละคร
เรื่องฮีโร่ฟันน้ำนม ละครส่งเสริมสถาบันครอบครัว เด็ก และ เยาวชน

สถานีโทรทัศน์MV TV ค่ายกองละครกฏแห่งกรรมคืนพระจันทร์ดับ ควบคุมการผลิต เกตน์ศิรณี บุญมา ( ฮ.นกเอี้ยงตาโต) จะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำบันทึกเทป EP1ตอนกำเนิดฮีโร่ฟันน้ำนม

ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 และตอนนี้ได้นำภาพเบื้องหลังการอัดเสียงเพลงประกอบละครเรื่องฮีโร่ฟันน้ำนมโดยเหล่านักแสดงดังต่อไปนี้

  1. ด.ญ. วริษฐา เหวรรณ (น้องพอดี) พลังแปลงร่าง
  2. ด.ช. สพลดนัย ทองบุ
    (น้องเตโช)พลังล่องหน
  3. ด.ญ กนกฉัตร จันทร์เกษม
    (น้องมีนา) พลังแห่งการรักษา
  1. ด.ญ. ธีรตา เหล่าสืบสกุล (น้องเฌอเบลล์)พลังไฟ
  2. ด.ญ. กุลสิริพัชร หาญณรงค์ศักดิ์ (น้องวาวา) พลังตาทิพย์

6.ด.ญ.จิรัชญา บัวคำ (ลัคกี้) พลังน้ำ

7.ด.ญ.กชสร เตียเจริญ ( ซูกัส ) รับบท พลังแห่งจอมกำลังติดตามรับชมและให้กำลังใจเด็กน้องได้ทางสถานีโทรทัศน์MV TV


สนใจติดต่ออบรมนักแสดง โทร 0863791138 อัพเดตช่องทางการรับชม ช่อง MVTV ท้องถิ่นไทย กดเลข 75


. 📡 ระบบดาวเทียม: C-Band KU-Band
. 🖥️TV Stick แค่เสียบก็สนุก
. 📱แอพลิเคชั่น : MVTV
. 🌐เวปไซต์ : mvtv.co.th
. 🔵ติดตามข่าวสาร Facebook : MVTV Channel
. 🔴ชมย้อนหลัง YouTube : MVTV Online
. ⚫คลิปรายการ TikTok : MVTV Online

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ทลายยานรกข้ามโขง! รวบ 2 หนุ่มลาว ยึดยาบ้า 5.4 แสนเม็ด/ นรข.มุกดาหาร จับรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สถานีเรือมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.)

น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหารแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาบ้าจำนวน 540,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย

น.ท.โอรส เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดในพื้นที่ ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ชุดลาดตระเวนทางบกเข้าซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณบ้านดอนตาล

ผาสุก จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. พบชายต้องสงสัย 3 คน นั่งเฝ้ากระสอบวัตถุต้องสงสัยอยู่ริมถนนหมายเลข 2034 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่กวดและควบคุมตัวไว้ได้ 2 ราย ทราบชื่อคือ ท้าวเตียงคำ พมโสพา อายุ 27 ปี

และ ท้าวบุนเลิด พมโสพา อายุ 33 ปี ทั้งคู่เป็นราษฎรบ้านนาพาน เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนรายที่ 3 อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบกระสอบจำนวน 3 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 540,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้

เป็นของกลางพี้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้

เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”ก่อนนำตัวผู้ต้องหา

พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร -เปิดเกมรุกปราบค้าเถื่อน! นรข.มุกดาหาร สกัดรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน เร่งขยายผลถึงเครือข่าย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ด่านศุลกากรมุกดาหาร สำนักการข่าว กอ.รมน. ร้อย ตชด.234 และตำรวจน้ำมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการตรวจยึดข้าวไรซ์เบอร์รี่ลักลอบนำเข้า จำนวนประมาณ 300 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 50 กิโลกรัม รวม 15,000 กิโลกรัม พร้อมรถบรรทุก 12 ล้อและผู้ควบคุมรถ

สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 07.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นำโดย นายสุริโย พรมสวัสดิ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีเรือมุกดาหาร (นรข. เขตนครพนม) และหน่วยงานความมั่นคง ตั้งจุดตรวจตามข้อมูลสายลับที่แจ้งว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าประเภทข้าวสาร ซึ่งยังมิได้เสียค่าภาษีอากร เพื่อนำไปจำหน่ายยังจังหวัดต่าง ๆ ภายในราชอาณาจักร

กระทั่งตรวจพบรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ ISUZU สีขาว ทะเบียน 70-46872 ร้อยเอ็ด มีลักษณะต้องสงสัย บริเวณหน้าวัดสว่าง บ้านแก้ง ตำบลนาโสก อำเภอเมือง มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น จากการตรวจสอบ พบข้าวไรซ์เบอร์รี่บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาวจำนวนมาก ระบุแหล่งกำเนิดต่างประเทศ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง

ผู้ควบคุมรถคือ นายชำนาญพร เย็นศิริ อายุ 55 ปี ชาว ร้อยเอ็ด ให้การว่า มีอาชีพขับรถรับจ้างขนส่งสินค้า ได้รับการว่าจ้างจากนายสุรชัย นาสอ้าน ให้มารับข้าวไรซ์เบอรี่จำนวน 300 กระสอบ ที่บริเวณบ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งยังจังหวัดสุรินทร์ โดยมีบุคคลนำทางไปรับสินค้าจากรถกระบะอีกทอดหนึ่ง พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ดังกล่าว คาดว่าเป็นสินค้าต่างประเทศที่ลักลอบนำเข้าผ่านทางแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนลำเลียงข้ามแดนเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อกระจายต่อไปยังพื้นที่ปลายทางในภาคอีสานตอนล่าง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมอยู่ระหว่างเร่งขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง เครือข่ายลำเลียง และเส้นทางการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้อนรับตรุษจีน มอบของที่ระลึกส่งต่อคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนอย่างอบอุ่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรมต้อนรับผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 เพื่อส่งมอบความสุข ความอบอุ่นและสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารชาวจีนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

โดยมี นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้

บริหาร ทสภ. ร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึก พร้อมคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนแก่ผู้โดยสาร บริเวณซุ้มถ่ายภาพกิจกรรมตรุษจีนที่สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11 – 12 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.

พร้อมกันนี้ยังได้จัดการแสดงชุด “มิตรภาพไทย – จีน” เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศอันเป็นสิริมงคล สร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย และตอกย้ำความตั้งใจของ ทสภ.ในการมอบประสบการณ์ต้อนรับที่น่าจดจำในเทศกาลสำคัญ

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ระหว่าง วันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 AOT ได้คาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ทสภ. โดยคาดว่าจะมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 11,374 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 8,546 เที่ยวบิน เฉลี่ย 855 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินภายในประเทศ 2,828 เที่ยวบิน เฉลี่ย 283 เที่ยวบินต่อวัน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.3 และมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 1,971,050 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1,620,957 คน

และผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 350,093 คน เฉลี่ยวันละ197,105 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 สำหรับเส้นทางการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 444,255 คนเฉลี่ยวันละ 44,426 คน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.2 และมีเที่ยวบินประมาณ 2,889 เที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 289 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 นอกจากนี้ ยังมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Extra & Charter Flight)

รวมจำนวน 362 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 123 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 239 เที่ยวบิน สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการเดินทางทางอากาศ และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทสภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ในการเดินทาง โดย ทสภ.

ได้จัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในจุดต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานให้บริการรถเข็นกระเป๋า เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด

เจ้าหน้าที่จุดตรวจค้นสัมภาระ เจ้าหน้าที่ Airport Ambassador ประสานผู้ให้บริการภาคพื้นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และอุปกรณ์ในการให้บริการให้เพียงพอในช่วงชั่วโมงคับคั่ง(Peak Hour)

รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำผู้โดยสารในด้านต่างๆอย่างใกล้ชิดรวมถึงประสานผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารจัดทำข้อความภาษาจีน

เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารชาวจีน ทสภ. ยืนยันความพร้อมในการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การนครปฐม ! จัดกิจกรรมโครงการ “ ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” รวมพลัง แบ่งปันน้ำใจ มอบสิ่งของให้ รร.ตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทอง สวนผึ้ง ราชบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย คุณ ปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้าน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พร้อมคณะจัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์

ดำเนินโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” นำสิ่งของอุปกรณ์การเรียน การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภค บริโภค จำพวก ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำส้มสายชู และอื่นๆอีกจำนวนมาก พร้อมได้จัดทำอาหารกลางวัน เลี้ยง คณะครู และนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทองจำนวน 250 คน และได้เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษที่ทางนักเรียนปลูกไว้บริโภค

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า การทำจัดโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อแบ่งปันความรัก ความห่วงใย และสนับสนุน โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารที่ห่างไกลเพื่อส่งเสริมให้เยาวชน เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

โดย โรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดนตะโกปิดทองตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2521 โดยได้รับบริจาคที่ดินจากบริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยเนื่องจากบุตร – หลาน ของคนงาน บริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยไม่มีสถานที่เรียน ทางบริษัทจึงได้มอบที่ดิน จำนวน 30 ไร่ 2 งาน และสร้างอาคารเรียนจ๋านวน 1 หลัง

พร้อมทั้งประสานกับกองกำกับการดำรววจดระเวนชายแดน เขด 7 (กองกำกับการดำรดำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ปัจจุบัน ) เพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดนไทย พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับปฐมศึกษา

ในเบื้องต้นมีครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน โดยมีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน 250 คนและจะมีนักเรียนประมาณ 70 คน จะพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเป็นประจำ ซึ่งทางโรงเรียนจะต้องทำอาหารเลี้ยงทั้ง 3 มื้อ ส่วนที่กลับบ้านจะได้รับประทานอาหารกรณีมาเรียนจะได้รับประทานอาหารมื้อกล่างวัน 1 มื้อ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนกว่าร้อยละ 90 เป็น ชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ และ พม่า ทำให้การสื่อสารและการสอนเป็นภาษาไทย เด็กๆจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวต่อว่าทางโรงเรียนแห่งนี้ ได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ ตามพระราชดำริ ทั้ง 8 โครงการอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม การดำเนินงานโครงการพระราชดำริ ฯ ซึ่งทางคณะครู อาจารย์ นั้นมีวิชาการ และเพิ่มเติมหลักสูตรความรู้ด้านทางการเกษตร ดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน

โดยการบูรณาการงานโครงการเข้ากับการเรียนรู้ของนักเรียน เน้นการปฏิบัติจริง เช่น การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไข่ ไก่ไข่ การเพาะเห็ด และการหมักปุ๋ยอินทรีย์ เด็กๆ ทุกคนจะได้เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเกษตร ให้กับนักเรียนเพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการส่งต่อให้ กับครอบครัวและคน

ในชุมชนให้ต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต และทางโรงเรียนยังมีการเรียนการสอนด้านวิชาสหกรณ์ โรงเรียนมีสหกรณ์นักเรียน ดำเนินการโดยคณะกรรมการสหกรณ์นักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมออมทรัพย์กิจกรรมร้านค้า กิจกรรมส่งเสริมการผลิตขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชนอีกด้วยสำหรับ กิจกรรม

โครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและวางรากฐานที่มั่นคงให้เยาวชนเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บ้านวิชาการ เปิดลานสมรรถนะอาชีพ” สร้างโอกาส สร้างทักษะ สร้างอนาคต/จัดกิจกรรมพิธีมอบห่วงอลูมิเนียม “โครงการรวมพลัง อลูมิเนียม เพื่อพลังบุญ”

แชร์เนื้อหานี้

📅 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “โครงการบ้านวิชาการ เปิดลานสมรรถนะอาชีพ” ประจำปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จังหวัด นครปฐม

ภายในงานได้เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เน้น “ทักษะจริง ประสบการณ์จริง และอาชีพจริง” เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทางวิชาการ ควบคู่กับการพัฒนาสมรรถนะด้านอาชีพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคสังคม ในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ คุณธรรม และทักษะที่ตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจและภาคภูมินับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์ด้านการศึกษา ที่มุ่ง “สร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” ให้กับเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

12 กุมภาพันธ์ 2569 : 15.00-16.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,นางจิรภา รัตนศิลา ทรัพย์ศิริ

หัวหน้าสำนักงานสมาคมคนพิการฯ,พล.ท.เชฏฐพันธุ์ อุชุปาละนันท์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ,นางสกาวรัตน์ พัฒนเจริญ ประธานกรรมการชมรมภริยาข้าราชการกรมพระธรรมนูญ และคณะ,พ.อ.ณัฐวุฒิ พรหมศร อัยการศาลทหารกรุงเทพ และนางนภาภรณ์ พรหมศร

รองประธานกรรมการชมรมภริยาข้าราชการกรมพระธรรมนูญ ผู้ประสานงาน : ร่วมจัดกิจกรรมพิธีมอบห่วงอลูมิเนียม “โครงการรวมพลัง อลูมิเนียม เพื่อพลังบุญ” และบรรยายพิเศษเรื่อง ความภาคภูมิใจและความเสียสละในการรับใช้ประเทศชาติ ให้กับนายทหารนักเรียนเหล่าพระธรรมนูญ

ซึ่งมี พล.ท.พัฒนชัย พัฒนเจริญ หัวหน้าสำนักงานตุลาการทหาร และตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีส่งมอบ ณ ห้องบรรยายโรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญ ชั้น 6 อาคารเทิดราชา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถ.ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพัทยาเปิดเวที Tantrarak Show แสดงศักยภาพนักเรียนตันตรารักษ์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา โรงเรียนตันตรารักษ์ จัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของนักเรียน ภายใต้ชื่อ “Tantrarak Show” เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และทักษะทางภาษา ต่อสาธารณชนและนักท่องเที่ยว ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ พร้อมด้วย คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน เข้าร่วม

สำหร้บการแสดงผสมผสานศิลปะและทักษะรอบด้าน เป็นกิจกรรมครั้งนี้รวบรวมการแสดงที่หลากหลาย ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินชมภายในศูนย์การค้า ซึ่งไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สืบสานศิลปวัฒนธรรม การแสดงเชิดสิงโตและระบำจีน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ถ่ายทอดความอ่อนช้อย ความพร้อมเพรียง และความสามัคคีของนักเรียนได้อย่างงดงาม

ทักษะด้านสันทนาการและกีฬา การแสดงเชียร์ลีดเดอร์จากนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา สร้างความประทับใจด้วยความสดใส คล่องแคล่ว และความมั่นใจบนเวที และอัจฉริยภาพทางดนตรีการแสดงเมโลเดียนจากนักเรียนระดับชั้นอนุบาล แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมพัฒนาการด้านสมาธิ ประสาทสัมผัส และพื้นฐานดนตรีตั้งแต่วัยเยาว์

และในช่วงท้ายของงาน นักเรียนได้ร่วมกันกล่าวคำอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน และกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติเป็นภาษาจีน ทั้งนี้กิจกรรม “Tantrarak Show” ไม่เพียงเป็นเวทีการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยเสริมสร้างความกล้าแสดงออก ความเชื่อมั่นในตนเอง และพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของเมืองพัทยาและสังคมในอนาคตต่อไป

ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เนื่องด้วยช่วงนี้ทางห้างเซ็นทรัลพัทยามีการจัดงานเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทางโรงเรียนตันตรารักษ์มีนักเรียนที่มีความสามารถด้านภาษาจีน โดยนักเรียนของเรามีการพูดภาษาจีนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งในกิจกรรมมีการแสดงภาษจีนต่างๆ มากมาย และถือเป็นโอกาสดีที่ทางห้างเซ็นทรัลพัทยาได้ให้โรงเรียนตันตรารักษ์ได้นำนักเรียนมาแสดงสามารถในครั้งนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นมื่นวาเลนไทน์ 12 คู่รัก จดทะเบียนสมรสบน “หินสามวาฬ” นักวิ่งกว่า 1,000 คน ร่วมกิจกรรม “วิ่งขึ้นภูดูหินสามวาฬ”

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศวันแห่งความรักที่ป่านันทนาการหินสามวาฬ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ เต็มไปด้วยความอบอวล เมื่อคู่บ่าว–สาวจำนวน 12 คู่ เข้าร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสท่ามกลางสายหมอกและอากาศเย็นสบาย โดยมีธรรมชาติอันงดงามของภูสิงห์เป็นสักขีพยานรัก

ในพิธีเปิดกิจกรรม ได้รับเกียรติจากสยาม สิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และภริยา ร่วมเป็นสักขีพยาน นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ นานวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

โอกาสนี้ นายบัวพันธ์ วงศ์จันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลโคกก่อง ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยระบุว่า กิจกรรม “วิ่งขึ้นภูดูหินสามวาฬ” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

กิจกรรมวิ่งขึ้นภูในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ร่วมวิ่งท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับคู่สมรสทั้ง 12 คู่ โดยมีนางสาวปุญญาดา แสงทองอร่าม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นนายทะเบียนจดทะเบียนสมรส ซึ่งทุกคู่ได้รับของที่ระลึกพิเศษเป็นหินสามวาฬจำลอง สื่อความหมายถึงความรักที่มั่นคง ยืนหยัดเคียงคู่กันดุจหินสามวาฬที่ผ่านกาลเวลายาวนานนับล้านปี

หินสามวาฬ ถือเป็นจุดชมวิวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน เรียงตัวคล้ายครอบครัววาฬ ตั้งตระหง่านบนหน้าผาสูงในเขตภูสิงห์ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงาม สามารถมองเห็นผืนป่า ภูเขา และทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันจังหวัดบึงกาฬสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม สร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องเหมย กัญญารัตน์ สาวงามเผ่าเมี่ยน คว้ามงกุฎธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เวทีกลาง งานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 จังหวัดน่าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่าที่อยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งจัดประกวด 4 ชนเผ่า คือ ถิ่น/ลัวะ ม้ง เมี่ยน และขมุ โดยปีนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวด 22 คน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ร่วมมอบรางวัล

สำหรับผลการประกวดธิดาดอยในปีนี้ สาวงามชนเผ่าเมี่ยน หมายเลข 5 นางสาวกัญญารัตน์ เชียวชาญ โรงแรมม่านฟ้าส่งเข้าประกวด คว้ามงกุฎธิดาดอยประจำปีนี้ไปครอง ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมที่ Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า โล่รางวัล และสายสะพาย รางวัลรองชนะเลิศธิดาดอย อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 9 นางสาววรวรรณ เกิดม่วง อำเภอเวียงสา ส่งเข้าประกวด

ได้รับเงินสด15,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอย อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวธิติกานต์ ปันหน้อย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 12,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอยอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 7 นางสาวปพิชญา ทนะขว้าง อำเภอภูเพียง

ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 10,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลขวัญใจชาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 6 นางสาวศศินา เลิศวรายุทธ์ ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และโล่รางวัลและสายสะพาย และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 18 นางสาวปริณดา อภิวัฒน์สกุล อำเภอปัวส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 3,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ส่วนรางวัลธิดาประจำชนเผ่า ธิดาชนเผ่าเมี้ยนได้แก่ หมายเลข 5 นางสาวกัญญารัตน์ เชียวชาญ

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่ลางวัลและสายสะพาย ธิดาชนเผ่าม้งได้แก่ หมายเลข 11 นางสาวซี แซ่ว่าง ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย ธิดาชนเผ่าถิ่น/ลัวะได้แก่หมายเลข 7 นางสาวปพิชญา ทนะขว้าง

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย และธิดาชนเผ่าขมุได้แก่ หมายเลข 2 นางสาวบุษบา อินต๊ะนาได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย/บุญยงค์ สอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังกวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ส่งรักปันสุข” ชาวประจวบฯ ยิ้มแก้มปริ รับดอกไม้-น้ำดื่ม แทนความห่วงใยในวันแห่งความรัก

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ สำหรับกิจกรรมส่งต่อความปรารถนาดีเนื่องในเทศกาลแห่งความรัก โดยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ก้าวแรกแห่งความห่วงใย @รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 น้ำดื่มมินิม่อน โดย น้องหญิง – ศิริวรรณ คีรีนิล และ คุณเจี้ยบ – พรชนก นาควงศ์ จาก ร้านโบนัส ซัก อบ รีด ได้ร่วมกับ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมมอบดอกไม้และน้ำดื่มเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความห่วงใย ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและประชาชนที่มาใช้บริการ ณ บริเวณชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนอก ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย น.ส.บุณยรัตน์ สุขบาง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก) และ น.ส.ปฤศนา พฤศชนะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา) ร่วมให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกอย่างอบอุ่น ส่งต่อความรักสู่หัวใจผู้ป่วยและคนทำงาน

ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ (14 กุมภาพันธ์) น้องหญิง ได้ส่ง คุณเจี้ยบ เป็นตัวแทนนำดอกไม้และน้ำดื่มไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ณ ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันไม่เพียงเท่านั้น ทีมงานยังได้เดินทางไปมอบกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึง “พนักงานกวาดถนน” ผู้อยู่เบื้องหลังความสะอาดของเมือง ซึ่งหลายท่านถึงกับกลั้นความดีใจไว้ไม่ไม่อยู่ พร้อมเผยความรู้สึกสุดประทับใจว่า “นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับมอบดอกไม้แบบนี้” สร้างความซึ้งใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน “รักและศรัทธา” สุดอบอุ่น ศิลปิน–อินฟลูเอนเซอร์ร่วมงานคับคั่ง เสริมพลังใจรับปีแห่งความสำเร็จ

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและแรงศรัทธาในงาน “รักและศรัทธา” ซึ่งจัดโดย คุณผ่องสิริ วงศ์เจริญชัยชนะ หรือ คุณหน่อย ประธานกรรมการบริหารบริษัท คเณชาแกลอรี่ จำกัด ณ ศูนย์อาหารไลฟ์พาร์คพันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร ซึ่งจะเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ของเมืองสมุทรสาคร เพราะเป็นที่ประดิษฐาน “องค์พ่อพิฆเนศ คเณชา มรรคา” ซึ่งคาดว่าจะมีผู้คนหลั่งใหลเข้ามากราบสักการะกันเป็นจำนวนมาก

โดยได้รับเกียรติจาก นายนิรุจน์ แก้วนิล รองนายกเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์ แขกผู้มีเกียรติ ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักพิธีเปิดเริ่มขึ้นอย่างเป็น ทางการ พร้อมคำกล่าวต้อนรับจากผู้บริหารถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ที่ต้องการส่งต่อพลังบวก ความรัก ความสามัคคี และสร้างกำลังใจให้ทุกคนก้าวสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าศิลปินและนักแสดงจากซีรีส์ “ปานดวงใจ Signature” ได้แก่ เล้ง ณัฐพล, แสตมป์ พรวศิน , พรีเมียร์ ศรัญญา, ปิ๊งปิ๊ง รภัทร, ออย เพชลดา จาก “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” ช่อง 7HD และ ฟองเบียร์ ศศิธร พิธีกรคนเก่ง รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์และแขกรับเชิญจากหลากหลายวงการ มาร่วมพบปะทักทายแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจตลอดทั้งงาน

นอกจากนี้ยังได้รับได้เกียรติจาก อาจารย์ทัตตะ ขันติชนะบำเพ็ญ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และการทำนายไพ่พิฆเนศร์ ที่ได้มาทำพิธีบวงสรวง “องค์พ่อพิฆเนศ คเณชา มรรคา” องค์ประธาน และองค์ปฐมฤกษ์ เนื่องดาวราหูทับพระเสาร์ ที่เรียกได้ว่าเข้มขลังที่สุดถึง 38 องค์ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเป็นเจ้าของได้ที่ คเณชาแกลอรี่ ได้เลย

ไฮไลท์สำคัญอีกช่วงคือกิจกรรมดูดวงและทำนายไพ่ยิบซี โดย “แม่หมอกระแต” ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้รับคำแนะนำในการเสริมสิริมงคลด้านการงาน การเงิน และชีวิต สอดคล้องกับแนวคิดของงานที่มุ่งหวังให้ทุกคนเริ่มต้นสิ่งดีๆ ไปพร้อมกัน และถ้าใครสนใจดูไพ่กะ “แม่หมอกระแต” ก็สามารถติดต่อจองคิวได้ที่ คเณชาแกลอรี่ เช่นกัน

ตบท้ายด้วยการบรรเลงเพลงเพราะๆ จาก 3 อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรี ได้แก่ อาจารย์ณัฐพัชร์ วรวงศ์จิตติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอสไซน เรย์ มิวสิค กรุ๊ป จำกัด, อาจารย์จักรกฤษ วิบูลเจริญ อาจารย์ภาควิชาเปียโน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล และอาจารย์วิรุณ ทัศน์ทอง อาจารย์ภาควิชากีตาร์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

งาน “รักและศรัทธา” ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมมงคล แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งรอยยิ้ม ความหวัง และการรวมพลังของผู้คนที่เชื่อในความดีและความสำเร็จร่วมกัน ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยบรรยากาศแห่งความประทับใจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / MBK Center เปิดการแสดงสุดตระการตา “The Empire of Fire Horses” ฉลองตรุษจีนยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง

แชร์เนื้อหานี้

4 ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ส่งแคมเปญ “Chinese New Year 2026” ต้อนรับปีม้ามหาเฮง ถึง 22 ก.พ.นี้ ตรุษจีนปีนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง MBK Center CHINESE NEW YEAR 2026 CELEBRATION เปิดศักราชใหม่ด้วยโชว์สุดตระการตา “The Empire of Fire Horses” สื่อถึงพลังแห่งความยิ่งใหญ่และการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในปีม้าไฟ ณ SKYWALK ชั้น 2 ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ซึ่งบรรยากาศโดยรอบตกแต่งในโทนสีแดง สีส้ม และ สีทอง เสริมสิริมงคลกับไฮไลท์ “ม้ามงคล” 8 ตัว สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง กล่องส้มมงคล และ อักษรภาษาจีน “ฟู๋” ที่หมายถึงความโชคดี ปีนี้เพิ่มความพิเศษด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของ “ส้ม” ผลไม้มงคลที่อบอวลทั่วบริเวณ สร้างความสดชื่นและผ่อนคลายให้แก่ผู้มาเยือน พร้อมเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอินรับพลังบวก

พิธีเปิดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยแสง สี เสียง โดยมีผู้บริหารบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK นำโดย คุณสมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า คุณพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด คุณอภิชาติ กมลธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายกฎหมาย และ คุณ

สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมด้วย คุณบริพันธ์ ชัยภูมิ ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด พร้อมนักแสดงดาวรุ่งจากช่อง 7HD ชอน ชวิศการ วรโรจน์โยธิน และ ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง ร่วมสร้างสีสันภายในงาน

นอกจากโชว์สุดยิ่งใหญ่ตระการตา “The Empire of Fire Horses” ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย ฉลองเทศกาลตรุษจีน CHINESE NEW YEAR 2026 ระหว่างวันนี้ – วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป ณ ลาน Skywalk ชั้น 2 ได้แก่

  • 14 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดง Asian Random Dance
  • 15 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงสิงโตเสาดอกเหมย มหาโชคดีตลอดปี
  • 16 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงงิ้วเสฉวนเปลี่ยนหน้ากาก
  • 17 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงเชิดสิงโตและมังกรมหาเฮง

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ทั้ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ จัดกิจกรรมในงาน “Chinese New Year 2026” เฉลิมฉลองปีม้ามหาเฮง ชวนเสี่ยงเซียมซีรับพลังบวก งานดี เงินดี ชีวิตปัง ทั้งเรื่องรัก เรื่องเงินทอง เรื่องสุขภาพ และ เช็คปีชงปฏิทินเทียบอายุจีน จากศาลเจ้าพ่อกวนอู (ตลาดเก่าเยาวราช) ตั้งแต่วันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

พิเศษ! สมาชิก MBK PLUS ที่มีใบเสร็จช้อปในศูนย์ฯ ไม่จำกัดมูลค่า รับป้ายคำพยากรณ์นักษัตรจากซินแสฮวงจุ้ย สาขาครูโหราศาสตร์ต้นแบบแห่งปี เฉพาะ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค วันที่ 14 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 เพียงแสดงใบเสร็จ 300 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ร่วม Workshop เขียนคำอวยพรด้วยพู่กันจีนฟรี โดยเหล่าซือ “วสุ แซ่บ่าง” (จำกัดรวม 100 สิทธิ์ / วัน)

พร้อมโปรโมชัน “ม้าหาเฮง ช้อปรับโชค” ลุ้นรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ – 1 มีนาคมนี้ ทั้งลุ้นทองคำแท่ง บัตรกำนัลศูนย์การค้าฯ ของสมนาคุณพิเศษ และ เครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ดังนี้ต่อที่ 1 ช้อปนี้….มีลุ้น : กดรับสิทธิ์และสะสมยอดใบเสร็จช้อปหรืออิ่มภายในศูนย์ฯ ผ่าน line @mbkplus ครบทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นโชค ดังนี้ รางวัลที่ 1 ทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 1 บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่ารางวัลละ 2,000 บาท จำนวน 5 รางวัล

ต่อที่ 2 ช้อปครบ…รับเลย : สะสมยอดใบเสร็จจากการช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด และกดรับสิทธิ์ผ่าน MBK PLUS รับฟรี บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 100 บาท เมื่อสะสมใบเสร็จครบ 5,500 บาทขึ้นไป เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 450 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 850 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 250 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ รับฟรีบัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 500 บาท เมื่อสะสมใบเสร็จครบ 25,000 บาทขึ้นไป เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 100 สิทธิ์/ ตลอดรายการ)

พิเศษ วันนี้ – 17 กุมภาพันธ์ 2569 รับเพิ่มซองอั่งเปาเสริมโชค 1 เซต (จำนวน 4 ซอง) มูลค่า 150 บาท เมื่อสะสมยอด ช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ครบทุก 1,000 บาท เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 1,500 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 3000 สิทธิ์/ ตลอดรายการ)ต่อที่ 3 สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ : แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18 %*

จากบัตรเครดิต Cardx-SCB บัตรเครดิต GSB บัตรเครดิต KTC และ บัตรเครดิต ttbสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อสะสมยอดช้อปขั้นต่ำ 3,000 บาท ที่ MBK Center รับ Tourist Welcome Pack และ MBK Shopping Bag พร้อมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยยอดนิยม โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น G ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ผ่านทาง Facebook Page : MBK CENTER PARADISE PARK THE NINE CENTER RAMA 9 และ THE NINE CENTER TIWANON

MBKCenter #ChineseNewYear2026 #พาราไดซ์พาร์ค #เดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม9 #เดอะไนน์เซ็นเตอร์ติวานนท์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรีและภริยาสวมชุดไทย เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 14 ก.พ. ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ที่เวทีกลาง

ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช. คมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมงานฯ

โดยจุดแรกที่บริเวณลานหน้าศาลพระกาฬ ปรางสามยอด นายกฯ และคณะ นั่งชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้น นายกฯและคณะ ได้สักการะศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ลพบุรี เพื่อความสิริมงคล
จากนั้นนายกฯ และคณะเดินเยี่ยมชมบูธของทุกอำเภอ

และนายเจตพง์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้เชิญชวนสื่อมวลชนแวะชมของดีอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าหลวง ซึ้งมีของพื้นบ้านท้องถิ่นแต่ละอำเภอมาโชว์ให้ได้ชม รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าหลวง ทั้งสองอำเภอมีแหล่งเรียนรู้หลายๆอย่างไม่แพ้กันเลย

จากนั้นนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได่กล่าวรายงาน ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยเน้นการแต่งกายชุดไทยย้อนยุค

วัตถุประสงค์และรายละเอียดสำคัญ. เทิดพระเกียรติ: เชิดชูพระเกียรติคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงวางรากฐานความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองลพบุรี น้อมรำลึกฯ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ธีม “อัตลักษณ์ละโว้ธานี เทิดสดุดีพระนารายณ์มหาราช พระพันปีหลวงปวงไทย” ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรีและอนุรักษ์วิถีไทยผ่านการแต่งชุดไทยดั้งเดิม ปรับรูปแบบให้เหมาะสม เนื่องด้วยเป็นช่วงบรรยากาศแห่งความอาลัย จึงเน้นความสำรวม

สมพระเกียรติ ลดความรื่นเริงและแสงสีเสียงไฮไลท์กิจกรรม มีการจัดขบวนพาเหรดชุดไทยดั้งเดิม การออกร้านย้อนยุค และการแสดงประวัติศาสตร์ งานจัดขึ้น 10 วัน 10 คืน โดยเชิญชวนประชาชนร่วม “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานที่มาต้อนรับและร่วมงานฯ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สืบภาค 1 ขยายผล เจอจุดรับซื้อช่อดอกกัญชา ที่ถูกปล้นตำรวจสืบสวนภาค 1 /สุดคึกคัก วันจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน 69 ที่ตลาดปากน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

สืบภาค 1 ขยายผลจากผู้ต้องหาจนเจอจุดรับซื้อช่อดอกกัญชาที่ถูกปล้น
ตำรวจสืบสวนภาค 1 แกะรอยจากคดีปล้นช่อดอกกัญชากลางวันแสก ๆ ในพื้นที่ปทุมธานี ก่อนขยายผลตามเส้นทางจำหน่าย กระทั่งเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านแพรกษาใหม่ พบของกลางจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย เร่งสอบสวนเชื่อมโยงเครือข่ายเพิ่มเติม

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.ปรัชญ์ อุปริกชาติพงษ์ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.ดนัยพร หาญกร รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู นำโดย พ.ต.อ.วัชระ เทพเสน ผกก.สภ.บางปู , พ.ต.ท.ตุลชัย สมใจ รอง ผกก.สส.สภ.บางปู , พ.ต.ท.พิษณุศักดิ์ เติมเต็ม สว.สส.สภ.บางปู

ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ดังนี้ 1.นายวชิรวิทย์ คารมหวาน อายุ 26 ปี และ 2.นายวรากร คารมหวาน อายุ 31 ปี พร้อมด้วยของกลางจำนวน 174 รายการ เป็นช่อดอกกัญชาน้ำหนักทั้งหมด 157.66 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด 2 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกัน จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต” อันเป็นความผิดตามมาตรา 46 และมีโทษตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542″ โดยจับกุมได้คาบ้านพัก ใน ม.5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

สำหรับการขยายผลเข้าจับกุมและยึดดอกกัญชาจำนวนมากรายนี้นั้น มาจาก ด้วยเมื่อ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. คนร้ายจำนวน 10 คนได้ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย ในหมู่บ้าน ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ความเสียหายเงินสดประมาณ 800,000 บาท ช่อดอกกัญชาประมาณ 100 กิโลกรัมความเสียหายมูลค่าประมาณ 2.5 – 3 ล้านบาท
จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหา

ได้นำของกลางทั้งหมดมาขายให้ นายวชิรวิทย์ คารมหวาน อายุ 26 ปี และ นายวรากร คารมหวาน อายุ 31 ปี จึงได้ทำการขอหมายค้นที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ หมายค้นที่ ค.105/2569 ลง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อทำการล่อซื้อและเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่หลังดังกล่าว จึงได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบ นายวชิรวิทย์ฯ , นายวรากรฯ อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ทำการจับกุมพร้อมด้วยของกลางดังกล่าวข้างต้น โดยรับซื้อมา กิโลกรัมละ 4,600 บาท จำนวน 156 กก. เป็นเงินทั้งสิ้น 720,000 บาท


เมื่อช่วงบ่าย วันนี้ ( 15 กุมภาพันธ์ 69 ) ที่ ตลาดปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ บรรยากาศการจับจ่ายชื้อของไหว้บรรพบุรุษของคนไทย เชื้อสายจีน ที่ตลาดปากน้ำเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านจนมาถึงช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็ยังมีประชาชนทยอยเดินมาจับจ่ายซื้อของอยู่ ซึ่งแต่ละร้านขายของ ทั้ง ร้านผลไม้ ขนมที่เกี่ยวกับไหว้บรรพบุรุษ และร้านเครื่องเซ่นไหว้ นั้นมีลูกค้าเข้าร้านกันไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน

โดยวันนี้เป็นวันจ่าย และ ในพรุ่งนี้จะเป็นวันไหว้
โดยจากการสอบถาม แม่ค้าขายเครื่องไหว้ บอกว่า การจับจ่ายซื้อของในปีนี้ค่อนข้างดี ลูกค้าซื้อของง่ายกว่าปีที่ผ่านมา และการจับจ่ายซื้อของนั้นคึกคักมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งคาดว่ายอดขายนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว
ส่วน แม่ค้าร้านขายเป็ดและหัวหมู บอกว่า

ปีนี้ยอดขายไปได้เรื่อย ๆ แต่ก็จะเงียบกว่าปีที่แล้ว เพราะลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มขึ้นมา เพราะว่าห้างใหญ่ ๆ ก็มี เป็ด ไก่ หัวหมู ซึ่งวันนี้เป็นวันอาทิตย์ลูกค้าบ้างคนไม่ชอบอากาศร้อน และเฉอะแฉะ ก็อาจไปซื้อของเซ่นไหว้ที่ห้างซึ่งมีอากาศเย็นสบายกว่า แต่ทางร้านไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไรนัก เนื่องจากยังมีฐานลูกค้าประจำอยู่ที่สั่งซื้อกันอยู่ประจำ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

อภินิหาร !! องค์ท้าวเวส เสกฝาท่ออันใหม่ให้ชาวบ้าน เผย ท่านเป็นทุกอย่างให้กับมนุษย์จริง ๆ ปกติเห็นอยู่บนผนังบ้าน แต่ครั้งนี้มาเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยอยู่บนฝาท่อที่ชำรุด ป้องกันภัยไม่ให้คนตกลงไปได้รับบาดเจ็บ และยังดลใจให้เทศบาลฯมาซ่อมเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากมีชาวบ้านในชุมชนโครงการ 4 แท็งค์น้ำซอย1หรือ ซอยเทศบาลบางปู 91 ถ.สุขุมวิท ต.บางปู อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ ได้ถ่ายคลิปฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดเป็นรูขนาดใหญ่ ซุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายกับคนในชุมชน แต่มีคนนำผ้ายันต์สีแดงของท้าวเวสสุวรรณมาพันกับหัวเสาปักไว้เตือนภัย โดยเสียงในคลิปยังเอ่ยว่า “ ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ ท่านมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ปกติจะเห็นอยู่บนผนังบ้าน แต่ครั้งนี้มาเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยอยู่บนฝาท่อ ป้องกันอันตรายไม่ให้คนตกลงไป ท่านเป็นทุกอย่างให้กับมนุษย์จริง ๆ ”

โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังซอยดังกล่าว พบกับป้าเสาวลักษณ์ อายุ 69 ปี ได้ยืนรอผู้สื่อข่าวและ พาไปดูผ้ายันต์ฯที่ปักไว้ พร้อมให้สัมภาษณ์ กล่าวว่า ตนเป็นภรรยาของประธานชุมชน ซึ่งตอนนี้ป่วยรักษาตัวอยู่ จึงต้องทำหน้าที่แทน ปกติทุกวัน ตนต้องพาสุนัขมาเดินเล่น เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เห็นฝาท่อระบายน้ำจุดนี้แตกชำรุดเป็นรูขนาดใหญ่ กลัวว่าคนในชุมชนจะเดินหรือขับขี่รถ จยย.พลัดตกลงไปได้รับบาดเจ็บ ตน จึงนำผ้าสีแดงในบ้านมาผูกติดกับหัวเสาแล้วนำมาปักไว้เป็นสัญลักษณ์เตือนภัย โดยไม่ทราบว่า

ผ้าสีแดงนั้นเป็นผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ ส่วนการซ่อมถนนและเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่นั้น น่าจะเป็นแผนการทำงานที่เทศบาลฯ มีไว้อยู่ก่อนแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตนก็ต้องยกมือไหว้กราบผ้ายันต์สีแดงท้าวเวสสุวรรณ เสมือนดลใจให้เทศบาลฯ มาซ่อมถนนเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่ได้เร็วกว่าที่คิดไว้ พร้อมทั้งขอบคุณผู้บริหารเทศบาลตำบลบางปู ที่ใส่ใจดูแลชุมชน ทำให้ชาวบ้านได้รับความปลอดภัยในการสัญจรบนถนน ท้าวเวสสุวรรณ ในส่วนเรื่องความเชื่อความศรัทธานั้น ป้าถึงกับยกมือไหว้ บอกนับจากนี้ขอให้โชคดี มีลาภ โดยผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นบนผ้ายันต์มีเลขไทยคล้ายกับเลข ๕ และ ๗ กลับด้าน อีกด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส่องวัฒนธรรมตรุษจีนในไทย คือ เทศกาลขึ้นปีใหม่ของจีน ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งมีรากจีนโบราณกว่า 3,000 ปี

แชร์เนื้อหานี้

ตรุษจีน (春节) หรือ Chinese New Year คือ เทศกาลขึ้นปีใหม่ของจีน ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อ้างอิงว่ามีรากจากจีนโบราณกว่า 3,000 ปี โดยมีแนวคิดที่เกี่ยวกับฤดูกาลเพาะปลูก การขอพรจากฟ้าดิน และบรรพบุรุษ บนพื้นฐานพิธีกรรมสำคัญ ที่มุ่งเน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ การขอบคุณอดีต การปัดเป่าสิ่งไม่ดี และการขอความรุ่งเรืองปีใหม่ ผ่านพิธีกรรมสำคัญ เช่น การไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ การรวมญาติ ตลอดถึงการให้ “อั่งเปา”

วันตรุษจีน จึงถือเป็นประเพณีนิยมที่มีรากฐานยาวนานของชาวจีน และเนื่องจากจีนกับไทยมีความสัมพันธ์ที่ยาวนาน โดยปรากฏหลักฐานการค้าระหว่างไทยจีนตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งนอกเหนือจากการค้า ยังมีคนจีนที่อพยพมาอยู่ที่สยามด้วย ซึ่งการอพยพครั้งสำคัญๆ หลักฐานที่ชัดเจนมากในสมัยอยุธยา ต่อเนื่องมาถึงสมัยธนบุรี ซึ่งพระเจ้าตากสินมหาราช ก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งตามพงศาวดารระบุว่าทางจีนมีส่วนช่วยพระเจ้าตากสินในการกอบกู้อิสรภาพ และสร้างกรุงธนบุรี และหลังจากนั้นในสมัยต้น และกลางรัตนโกสินทร์ การอพยพของคนจีนเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นมาก จึงเป็นคำอธิบายที่ชัดเจน ถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆของคนจีน รวมทั้งวันตรุษจีน ที่เข้ามาในไทย และดำรงอยู่จนถึงวันนี้

สำหรับกรณีของไทย พบว่า ชาวจีนส่วนใหญ่ มาจากแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน แคะ และไหหลำ ที่เข้ามาทำการค้าขาย ทำเหมือง ค้าข้าว ไปจนถึงด้านแรงงาน ด้วยเหตุนี้จึงมีทั้งเรื่องของภาษา อาหาร ความเชื่อ พิธีกรรม การใช้ชีวิต การแต่งกาย ที่หลากหลายด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นคนจีนเชื้อสายใด สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง ก็คือ วันตรุษจีน ถือเป็น “วันสำคัญของชุมชนจีนในสยาม”จนถึงวันนี้ วันตรุษจีน ยังมีการสืบทอดทางวัฒนธรรมอยู่ในไทยอย่างแนบแน่น จนกล่าวกันว่า เทศกาลตรุษจีน “ฝังราก”ในไทยได้ลึกกว่าในหลายๆประเทศที่แม้จะมีจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่เช่นกัน สอดคล้องกับประโยคสำคัญที่ว่า “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” “ไทย-จีน” ที่มากกว่าการไหว้ : การผสมผสานทางวัฒนธรรมการผสมผสานทางวัฒนธรรมของคนไทยและคนจีน จนเป็นสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เชื่อว่าอยู่บน 4 ปัจจัยหลักๆ ประกอบด้วย

  1. มีการผสมกลมกลืนสูง จากการที่คนจีนในไทยมีการแต่งงานกับคนไทย และได้รับโอกาสที่เปิดกว้างในการรับราชการในไทย มีหลายๆ ตระกูลซึ่งเป็นที่รู้จักในไทย มีบรรพบุรุษที่เป็นคนจีน อย่างเช่น ต้นตระกูล ณ สงขลา บรรพบุรุษ คือ นายเหยี่ยง แซ่เฮา หรือ แซ่หวู เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน มณฑลฝูเจี้ยน อพยพมาอยู่ที่เมืองสงขลา เมื่อพระเจ้าตาก ได้ยกพลมาพักทัพที่สงขลาใน พ.ศ. 2312 มีผู้คนเข้าเฝ้าถวายตัวจำนวนมาก หนึ่งในนั้น คือ นายเหยี่ยง ซึ่งต่อมาพระเจ้าตากได้แต่งตั้งให้เป็น “หลวงอินทคีรีสมบัติ” นายอากรเกาะรังนก และอีก 2 ปีต่อมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็น “หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ” เจ้าเมืองสงขลา และกลายเป็นสกุลที่เป็นเจ้าเมืองสงขลาอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจาก หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ ถึงแก่กรรม ในยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ นายบุญหุ้ย บุตรชายคนโต ของ หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ เป็นเจ้าเมืองสงขลาคนต่อมา และมีความชอบมากจนได้เลื่อนบรรดาศักดิ์สูงชั้นเจ้าพระยา เป็น “เจ้าพระยาอินทคีรี” ซึ่งตระกูล ณ สงขลา ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองสงขลา ต่อเนื่องถึง 8 คน ยาวนานกว่า 120 ปี เป็นตัวอย่างชัดของการได้รับโอกาสเข้ารับราชการและการดำรงชีพในไทย
  2. ไทยไม่กีดกันวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตสไตล์คนจีน ซึ่งจุดนี้จะมีความแตกต่างจากบางประเทศ ที่อาจจะมีข้อห้ามข้อจำกัด ผิดกับ ไทย ที่ไม่ได้มีการห้ามพิธีกรรมจีน ไม่ได้บังคับเลิกภาษา หรือประเพณี คนไทยที่ผ่านมาจึงคุ้นเคยกับภาษาแต้จิ๋ว คุ้นเคยกับประเพณีต่างๆของชาวจีน โดยไม่รู้สึกแตกต่าง ส่งผลให้ชุมชนจีนในไทยสามารถดูแลวัฒนธรรมของจีนได้แม้จะอยู่ในไทย ที่สำคัญในช่วงรัชสมัยของ รัชกาลที่ 5–6 ชุมชนจีนในไทยได้รับการยอมรับว่าเป็น “ฐานพลังทางเศรษฐกิจ” ของไทย
  1. ความเชื่อและประเพณีวัฒนธรรมของจีน สามารถสอดคล้องและเข้ากับพุทธ และพราหมณ์ของไทยได้ อาทิ การไหว้เจ้าของจีน มีความคล้ายการทำบุญของไทย การเคารพบรรพบุรุษของจีน ก็สอดคล้องกับหลักความกตัญญูแบบไทย หรือแม้แต่เรื่องของความเชื่อ อย่าง ฮวงจุ้ย โชคลาง ก็สอดคล้องกลมกลืนกับความเชื่อพื้นบ้านของไทย เมื่อความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม และศาสนา ไม่ขัดแย้งกัน แต่กลับเสริมกัน จึงยิ่งทำให้การผสมผสานทางวัฒนธรรมสามารถดำรงได้อย่างราบรื่นยาวนาน
  2. การผสมผสานทางระบบเศรษฐกิจ ช่วยเกื้อหนุนให้เข้ากันง่ายขึ้น ในลักษณะของการอยู่ร่วมกันแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยบรรยากาศตรุษจีน เป็นเหมือนเทศกาลจับจ่ายที่ทั้งผู้ที่ยังยึดมั่นในประเพณี กับบรรดาพ่อค้า ตลาดธุรกิจและห้างร้านต่างๆ ล้วนได้ประโยชน์ เทศกาลตรุษจีน จึงกลายเป็นวัฒนธรรมเศรษฐกิจไปด้วย

ดังนั้น ตรุษจีนในไทยวันนี้ จึงไม่ใช่“วัฒนธรรมต่างชาติ” แต่กลายได้เป็น “วัฒนธรรมร่วมกัน”ระหว่างคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน และคนจีน ไปแล้วอาหาร ความเชื่อ การแต่งตัว การให้ซองแดง ความกตัญญู และ ครอบครัวแม้ว่า รูปแบบของตรุษจีนในไทยจะไม่ใช่รูปแบบตรุษจีนจีนแท้แบบดั้งเดิม เนื่องจากมีสิ่งที่ “ไทยปรับประยุกต์เอง” เช่น อาหาร ของไหว้บางอย่างเป็นของไทยเข้ามามากขึ้น รูปแบบพิธี และความเชื่อ ได้ปรับให้สอดคล้องกับสังคมไทยที่ความเป็นครอบครัวมากกว่าตระกูลใหญ่ บางบ้านจะมีการไหว้ ทั้ง ไหว้เทพเจ้าแบบจีน การไหว้บรรพบุรุษ การไหว้พระพุทธรูป การไหว้เจ้าที่

ขณะที่การแต่งกาย มีความนิยมในเสื้อผ้าโทนสีแดง แต่รูปแบบไม่ได้จำเพาะว่าต้องเป็นชุดจีน จะเป็นชุดไทย หรือชุดในปัจจุบันก็ได้ แค่มีสีสันแดง สดใส ทำให้แม้คนไทยจำนวนมาก ไม่ใช่คนเชื้อสายจีนโดยตรง ก็ยังร่วมเฉลิมฉลองได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยกการให้ซองแดง ที่เป็นเรื่องความกตัญญู การตอบแทนความรักและความผูกพันในครอบครัว ในตระกูล ซึ่งธรรมเนียมจีนถือเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีที่เคร่งครัด แต่สำหรับในไทยได้ผ่อนคลายกว่าในจีนมาก แม้จะยังคงอยู่บนพื้นฐานของความกตัญญู การตอบแทนความรักและความผูกพัน แต่ก็ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่ปรับให้สอดคล้องกับฐานะ ภาวะธุรกิจ และเศรษฐกิจในแต่ละปี

โดยสรุป “ตรุษจีนแบบจีนสยาม (Sino-Thai Chinese New Year)” ในสังคมไทยปัจจุบัน จึงไม่ได้เป็นแค่“ประเพณีนำเข้า” แต่เป็นผลลัพธ์ของประวัติศาสตร์การอยู่ร่วมกันของคนจีนกับสังคมไทย กว่า 200–300 ปี แล้วนั่นเองดังนั้น ตรุษจีนในประเทศไทย ยังคงมีแนวโน้มไม่จางหายไป แต่จะเปลี่ยนสถานะจากวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ไปเป็นวัฒนธรรมร่วมของสังคมไทยภาพประกอบ
01 – คำบรรยายจากในภาพ : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จสงขลา ร.ศ. ๑๐๙ (พ.ศ ๒๔๓๓) ประทับฉายรูปหมู่ หน้าศาลเจ้าหลักเมืองสงขลา กับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณสงขลา) พระอนันตสมบัติ (เอม) และกรมการเมืองสงขลา
คณะที่ตามเสด็จ : สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ กรมหมื่นสรรพสาตรศุภกิจ พระองค์เจ้าไชยยันตมงคล พระยาชลยุทธโยธิน พระยาเทเวศ

02 – ศาลพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาคนที่ ๔ช ในสายตระกูล ณ สงขลา โดยศาลแห่งนี้ตั้งอยู่ในศาลหลักเมือง จังหวัดสงขลา ในปัจจุบั03 – เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) “ขุนนาง ๕ แผ่นดิน” อดีตเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม และเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยา หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ยังได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา เมื่อพ้นภารกิจทางการเมืองแล้ว ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีและประธานองคมนตรีในรัชกาลที่ ๙ สำหรับในด้านฐานพลังเศรษฐกิจ โดยเมื่อ ปี พ.ศ. 2489 ได้เป็นผู้ก่อตั้ง และประธานคนแรก ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทย ที่ก่อตั้ง และบริหารงานโดยคนไทย และยังคงดำเนินกิจการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

04 – 05 บรรยากาศวันตรุษจีน

06 – อั่งเปา หรือซองแดง

โดย นายภูวนารถ ณ สงขลา
นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ข้าวสารหรือจะสู้ “ยาอี” ! ทพ.มุกดาหาร ตาไว รวบสาว สปป.ลาว คาด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการกวาดล้างยาเสพติดบริเวณชายแดน ภายใต้การอำนวยการของ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร สกัดจับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้คาด่านพรมแดน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ขณะเจ้าหน้าที่ทหารพรานและชุดปฏิบัติการร่วมกำลังตรวจสอบรถโดยสารประจำทางเส้นทางระหว่างประเทศ พบหญิงทราบชื่อภายหลังคือ นางลัตสะไม ทำมะวง ราษฎรชาว สปป.ลาว มีท่าทีพิรุธขณะเจ้าหน้าที่ขอเข้าตรวจค้นสัมภาระ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบกระสอบข้าวสารน้ำหนัก 19 กิโลกรัม เมื่อค้นภายในปรากฏพบแพ็กเกจต้องสงสัยทรงสี่เหลี่ยมคล้ายซองกาแฟและคอลลาเจน ยี่ห้อหรู (Rolls-Royce และ Ferrari) จำนวน 10 ซอง ปะปนอยู่กับข้าวสาร เมื่อนำสารสีขาวลักษณะผงภายในซองมาทดสอบด้วยชุดตรวจเบื้องต้น ยืนยันว่าเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์สตาซี หรือยาอี) น้ำหนักรวมประมาณ 800 กรัม

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยาอี 10 ซอง, โทรศัพท์มือถือ, เงินสด (ไทย-ลาว-ดอลลาร์สหรัฐ), ข้าวสาร และหนังสือเดินทาง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ให้ผู้ต้องทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #สกัดยาเสพติด #ทหารพราน21 #ด่านสะพานมิตรภาพ2 #จับยาอี #ข่าวด่วนมุกดาหาร #ความมั่นคงชายแดน #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThaila

มุกดาหาร -นาทีชีวิต! ช่างก่อสร้างมุกดาหารดวงสุดแข็ง เจอ “ลูกปืนคอ” ปนมากับถังปูน หยิบออกมาทุบเล่นหวังเช็กดู โชคดีไม่บึ้ม

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ผึ่งแดด พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) รุดตรวจสอบบ้านพักกำลังก่อสร้างในบ้านหนองบัว ต.บ้านโคก อ.เมือง จ.มุกดาหาร หลังได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด

ในที่เกิดเหตุพบ ลูกปืนคอ ขนาด 82 มม. จำนวน 1 ลูก สภาพเก่ามีสนิมเขรอะ แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ยังมีสภาพสมบูรณ์และพร้อมระเบิดได้ตลอดเวลา มีอานุภาพทำลายล้างสูง

นายแสงจันทร์ ศรีราฤทธิ์ อายุ 56 ปี ช่างก่อสร้างผู้พบเห็น เล่าเหตุการณ์สุดระทึกว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะกำลังเทพื้นบ้าน สังเกตเห็นวัตถุขนาดใหญ่ปนมากับปูนที่ผสมเสร็จแล้ว จึงหยิบออกมา ด้วยความสงสัยตนจึงลองนำไปทุบกับเหล็กดู ก่อนจะส่งให้เจ้าของบ้านเก็บไว้ จนกระทั่งผ่านมา 3 วัน ถึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ EOD ได้ดำเนินการเก็บกู้วัตถุดังกล่าวไปทำลายทิ้งในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเตือนประชาชนหากพบวัตถุต้องสงสัย ห้ามแตะต้องหรือกระแทกเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ระเบิดปนปูน #ลูกปืนคอ #มุกดาหาร #อีโอดี #EOD #ข่าววันนี้ #นาทีระทึก #ช่างก่อสร้างดวงแข็ง #เตือนภัย #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “วันนี้ก็รัก พรุ่งนี้ก็รัก วันต่อๆไปก็รัก นานแค่ไหนก็รัก”ทะเบียนอำเภอ ถูกเนรมิตเป็นดินแดนแห่งความรัก ด้วยซุ้มดอกไม้ Happy Valentines Day มุม Check in ถ่ายภาพคู่สวยๆ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569“รัก ณ นครชัยศรี Happy Valentines Day”เริ่มต้นชีวิตคู่ในวันพิเศษ กับสถานที่แห่งความรัก สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี ❤️ วันแห่งความรัก วาเลนไทน์นี้ สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี เปิดประตูคู่รัก 🖊️ จดทะเบียนสมรส

โดย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ขอมอบความสุขให้กับทุกคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรส และมอบของขวัญเป็นที่ระลึก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดี และเป็นสักขีพยาน

วันนี้ไม่ใช่แค่การจดทะเบียนเพื่อเก็บกระดาษใบเดียว แต่คือการได้รับสิทธิ์ในการดูแลกันและกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย “วันนี้ก็รัก พรุ่งนี้ก็รัก วันต่อๆไปก็รัก นานแค่ไหนก็รัก”

ภายในสำนักทะเบียนอำเภอ ถูกเนรมิตเป็นดินแดนแห่งความรัก ด้วยซุ้มดอกไม้ Happy Valentines Day มุม Check in ถ่ายภาพคู่สวยๆ อำนวยความสะดวกโดย ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่อำเภอนครชัยศรี

พร้อมดูแลให้บริการด้วยรอยยิ้ม ณ สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไฟไหม้รับตรุษจีน เรือยอร์ชกว่า 40 ล้าน วอด เป็นเรือชาวต่างชาติ สิงค์โป เรือยอร์ช 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วินัย รายละเอียด สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ ไฟลุกไหม้อู่ต่อเรือ ยอร์ช ริมชายหาด บ้านทุ่งประดู่ หมู่ที่ 3 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จึงประสาน อาสามูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน และ รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลทับสะแก และ อบต. ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ประมาณ 10 คัน ไปร่วมระงับ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว

บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นโรงงานต่อ เรือ ซึ่ง ดำเนิน กิจการ ต่อเรือยอร์ช ขนาด 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ถูกเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกใหม้เรือ และโครงสร้างเหล็กอาคารหลังคาแมนชั่นชีทอย่างเร่งด่วน

ซึ่งอาคารดังกล่าวได้ทรุดตัวลงมา พร้อมตู้คอนเทรนเนอร์อีกประมาณ 10 ตู้ ถูกไฟโหมใหม้เสียหายไปด้วย หลังเกิดเหตุ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก รุดอำนวยการและตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ พระสุพจน์ ซึ่งธุดงนั่งประฎิบัติธรรมใกล้ที่เกิดเหตุ ทราบว่า ขณะตนเองนั่งปฏิบัติธรรมอยู่กับพระอีกรูป ก็เห็นควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาจึงออกไปดู

พบเพลิงกำลังลุกใหม้อยู่ใต้ท้องเรือจึงน้ำน้ำใส่ถังไปดับ แต่ลมกระโชกแรงไม่สามารถดับได้ และไฟได้โหมลุกขึ้นเข้าไหม้เรือยอร์ชลำดังกล่าว ด้านนายจรัญ ศรีชะเอม ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งประดู่ กล่าวว่า ตนเอง

กำลังซ่อมเรือประมงอยู่ที่ปากคลองเห็นควันไฟขนาดใหญ่พวยขึ้นท้องฟ้า จึงวิ่งมาดูพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำรถดับเพลิงมาระงับเหตุ ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า เรือยอร์ชลำดังกล่าว มี บริษัท ซี แมน ยอร์ช เป็นผู้ต่อเรือ ซึ่งเป็นเรือของชาวต่างชาติสิงค์โป เป็นแบบ เรือยอร์ช 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ราคาผลิตประมาณกว่า 40 ล้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ให้ พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจหาสาเหตุ เพลิงไหม้ ครั้งนี้ให้ละเอียดอีกต่อไป

////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุ สามพราน นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ประธานสภา, รองประธานสภา, สมาชิกสภา, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม ณ สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จ.นครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างทักษะอาชีพ เพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม