เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 3 โครงการจัดทำรายงาน EIA และสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 เมษายน 2568 ที่โรงแรมเดอะวัน อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้จัด การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 3

โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และสำรวจออกแบบ ถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212 อ.เมือง จ.บึงกาฬ

โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมจังหวัดบึงกาฬ ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนที่มีศักยภาพสูง เป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว

ซึ่งส่งผลให้การขยายตัวของเมืองและการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ กรมทางหลวงชนบท จึงได้ดำเนินโครงการออกแบบถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ พร้อมศึกษาส่วนต่อขยายจาก ทล.222 ถึง ทล.212

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการคมนาคม แก้ไขปัญหาการจราจร และ ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับโครงการนี้ อยู่ในรัศมีใกล้แหล่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ จึงต้องจัดทำรายงาน EIA โดยมีบริษัทที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่
• บริษัท เอพซิลอน จำกัด
• บริษัท อาร์มมี่เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เอ็นไวโรนเมนท์ จำกัด
• บริษัท เอเชีย แล็ป แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
นำเสนอผลการศึกษาโครงการในแต่ละด้าน
รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน
นำข้อมูลไปประกอบการศึกษาให้เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

รวมกันพัฒนาเมืองบึงกาฬให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“เสียงของประชาชน คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.ที่4 ตรวจสอบเหตุลอบวางระเบิดและกราดยิงในพื้นที่ จ.นราธิวาส เด็กและประชาชนบาดเจ็บหลายราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่22เม.ย.68 พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดบริเวณสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน และเหตุกราดยิงในพื้นที่บ้านฆอเลาะทูวอ อำเภอแว้ง ส่งผลให้เด็กและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวมหลายรายเหตุการณ์แรกเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.45 น. คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณริมกำแพงหลังแฟลตตำรวจ สภ.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส แรงระเบิดส่งผลให้เด็กและเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 3-13 ปี ซึ่งเป็นบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะกำลังเดินทางไปเรียนอัลกุรอ่าน เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างประกอบระเบิดแสวงเครื่องมาวางไว้บริเวณหลังรั้วแฟลต และหลบหนีไปก่อนก่อเหตุโดยมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ยังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดกราดยิงใส่ประชาชนที่กำลังนั่งรับประทานอาหารหน้าบ้านเลขที่ 229/11 บ้านฆอเลาะทูวอ หมู่ที่ 7 ต.แว้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแว้งและโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อรับการรักษา
ด้านภรรยาของ ดาบตำรวจ อนุชา ศรีสุวรรณ์ หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “เมื่อทราบข่าวว่าสามีของตน

ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิง ตนตกใจและแอบกลัวว่าสามีจะเกิดอันตราย ตนและลูกจึงได้รีบเดินทางมายังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อติดตามอาการของสามี และเมื่อทราบว่าอาการของสามีได้พ้นขีดอันตรายก็รู้สึกโล่งใจ พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้จะยุติลงเสียที โดยอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยปรองดองกัน หยุดความรุนแรง เพราะแม้ว่าเราจะมีวิถีชีวิตหรือความเชื่อที่ต่างกัน แต่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ เพราะเราก็คือคนไทยด้วยกัน

อยากให้รักกัน เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต”อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความรุนแรงที่สร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 จึงได้กำชับและเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้น พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-1732999 หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับประชาชนทุกคน
//////////////////////////////////////////////

ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จเรตำรวจ ฉก.88 ร่วมกับ 32 เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายใน 3 เดือน เน้นใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (21 เมษายน 2568) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ฉก.88) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 , ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล , ผู้บัญชาการสำนักงบประมาณและการเงิน , ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

, ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ , ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย/รอง ผอ.ฉก.88 , นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ฝ่ายความมั่นคง/รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท./รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/ผู้ช่วย ผอ.ฉก.88 , ผู้แทนฝ่ายตำรวจทุกหน่วย และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 32 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2568 เรื่อง การจัดตั้งกลไกอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งตำรวจ ทหาร ภาครัฐ เอกชน ฝ่ายปกครอง โดยตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (คณะกรรมการ ปชด.) มีศูนย์ปฏิบัติเฉพาะกิจ 4 ศูนย์ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) มี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นผู้อำนวยการฯ ทำหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาและประเทศกัมพูชา

ในที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์ภาพรวมของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ตามพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา และแนวชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา และแนวทางการดำเนินการในการป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไทยจะไม่ยอมให้กลุ่มคนไทยที่เดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อถูกจับกุมแล้วอ้างว่าตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

โดยล่าสุดจากปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชามีการกวาดล้าง 2 ครั้ง จับกุมคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่งกลับประเทศรวมจำนวน 175 คน พบว่าทุกคนไม่ใช่เหยื่อการค้ามนุษย์ แต่เป็นคนที่มีส่วนร่วมกับอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกคน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในไทยใน 4 ข้อหาใหญ่พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมทุกหน่วยงานครั้งแรก โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเน้นการใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด ได้แก่

  1. ป้องกันการลักลอบส่งเสา สาย ซิม โดยการตัดสายเคเบิ้ลผิดกฎหมาย ตัดเสาสัญญาณผิดกฎหมาย ปราบปรามซิมผี วิเคราะห์จุดที่ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จาก IP address และที่ตั้งทางกายภาพ
  2. ตรวจสอบป้องกันการใช้บัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี โดยตรวจสอบสาขาของธนาคารที่มีการเปิดบัญชีม้าจำนวนมาก การถอนเงินจากธนาคารและตู้กดเงินสดตามแนวชายแดน การลักลอบขนเงินสดข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติและด่านศุลกากร และการวิเคราะห์เส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี
  3. ป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศไทยของชาวไทยและชาวต่างชาติตามแนวชายแดน เพื่อปิดกันไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยความมั่นคงของชาติรูปแบบใหม่ เรียกว่า Cyber War ที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันทุกหน่วยงาน เชื่อว่าหากทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจกันทำจริง และเด็ดขาดพอ จะทำให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เห็นผลสัมฤทธิ์ภายใน 3 เดือน สมจิตร แสงบัลังก์ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.นิคมคำสร้อย จับยาบ้า 4 แสนเม็ด พร้อม 2 นักบิน มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผกก.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ท.มงคล แวงวรรณ รอง ผกก.ป.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ต.ไพรบูรณ์ เทพนา สวป.สภ.นิคมคำสร้อย มอบหมายให้ ร.ต.อ.ภูเบชร์ แจ่มจันทร์ รอง สวป.ฯ ร.ต.ท.อิทธิฤทธิ์ แซ่ลิ้ม รอง สว.ป.ฯ พร้อมชุดสายตรวจตำบลโชคชัย ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจกวดขันดำเนินตามแผนสกัดกั้น

เพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด อาวุธปืน ผู้มีอิทธิพล และการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมาย ที่หน้าวิทยาลัยการอาชีพนิคมคำสร้อย ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจดังกล่าว พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีเทา ทะเบียน ญฐ 5275 กรุงเทพมหานคร วิ่งเข้ามาจากเส้นทางอำเภอนิคมคำสร้อย เมื่อมาพบด่านตรวจได้เลี้ยวกลับรถอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ขับรถไล่ติดตาม

เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ขับรถไล่ติดตามจึงได้กลับอีกครั้งแต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าสกัดได้ทันและหยุดคนร้ายไว้ได้ เมื่อตรวจผลภายในรถยนต์พบถุงสีดำขนาดใหญ่บรรจุสิ่งของ 3 ถุง วางอยู่บริเวณที่นั่งด้านหลัง เจ้าหน้าที่เปิดถุงดำดังกล่าว พบว่าเป็นห่อยาบ้าจำนวน 67 ก้อน รวมประมาณ 400,000 เม็ด และยาไอซ์ ประมาณ 0.6 กิโลกรัม (6 ขีด) จึงได้ควบคุมตัวนายวัทธิกร ฯ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี อยู่ ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และนายคเนตร (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี อยู่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งนั่งมาในรถและตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีและทำการขยายผลต่อไป

ตำรวจนิคมคำสร้อยจับยาบ้าสี่แสนเม็ดไอซ์หกขีดพร้อมสองนักบิน​ #จังหวัดมุกดาหาร​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุณยาย อายุ 86 ปี คนจังหวัดนครราชสีมา ออกตลาดขายขนม ช่วยเบาภาระครอบครัว

แชร์เนื้อหานี้

คุณยายมีชื่อว่า นางฝ่าย หลุนกระโทก อายุ 86 ปีอีกสี่เดือนจะครบ 87 ปี มีสัมโนครัวที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน คุณยายไม่มีบ้าน ได้ เช่าห้องอยู่ที่ ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา อยู่กับ ลูกสาว 2 คน หลานชาย 1 คน ลูกสาวอายุ 40 กว่าชื่อนาง(ก)นามสมมุติ และอีกคนอายุ 50 กว่าชื่อนาง(ข)นามสมมุติ ส่วนหลานชาย อีก 1 คน อายุ 26 ปี ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีอาชีพติดตัว จึงหาเงินได้น้อย คุณยายเล่าว่า ลูกสาวทำงานเป็นแม่บ้านที่ รพ.มหาราช ลูกสาวอีกคน ช่วยทำขนมที่บ้าน ลูกสาวทั้งสองคนเลิกกับสามีนานแล้ว และลูกสาวทั้งสองคนป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้น ทำงานได้ไม่เต็มร้อย รายได้จึงไม่เพียงพอ

คุณยาย หู ไม่ค่อยได้ยิน และ จะปวดขาบ่อยๆ เพราะเดินมาก บางวันปวดมากทนไม่ไหว ก็นอนลงไปตรงที่นั่งขายของ คุณยายเล่าต่อไปว่า ตัวเองนั้น สมัยยังสาว ทำงานเป็นลูกจ้างที่ กทม. หลังจากนั้น กลับมาอยู่ โคราช เมื่ออายุได้ 30กว่า จากนั้นจึงขายขนมเรื่อยมา จนถึงวันนี้ คุณยายได้ขายขนมมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว ขนมที่คุณยายขายคือ ขนมไทย ใส่ไส้ห่อใบตอง ขนมกล้วย ขนม ตาล สมัยนั้นคุณยายจะเอาขนมใส่ตะกร้าใบใหญ่และหิ้วสองมือ ปัจจุบันใส่ตะกร้าใบเล็กขาย ขนมที่คุณยายขาย จะเป็นขนมที่ทำสำเร็จมาแล้ว เช่น บ๊วย ท๊อฟฟี่ ขนมปังกรอบสอดไส้ ขนมเหล่านี้ หลานสาวคุณยายซึ่งเป็นลูกของนาง(ก)จัดหามาให้ คุณยายได้ขายทุกวันนี้

สถานที่คุณยายขายมีสองที่ คือ ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย (ที่อยู่ปัจจุบัน)และในตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา คุณยายเล่าต่อไปว่า ได้นั่งรถประทาง สาย โชคชัย – นครราชสีมา เข้าไปขายในเมือง บริเวณ กรมที่ดิน เดินต่อไป ธ.ออมสิน เดินต่อไป ศาลากลางจังหวัด และ รพ.มหาราช อาจจะนั่งรถเมย์บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเดิน เพราะได้ขายไปด้วย หากวันไหนขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย(ที่อยู่ปัจจุบัน) คุณยายจะนั่งวินไปขาย บางวันก็เดินไป ระยะทางประมาณ เกือบครึ่งกิโลเมตร จากที่พัก ไปยัง ตลาดไนท์กระโทก ขายขนมเสร็จ เวลา 20.00 น.หากคุณยายไม่มีรถกลับบ้าน หาวินมอไซค์ไม่ได้ ก็จะมีแม่ค้าใจบุญที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย ขับรถมอไซค์พ่วงมาส่งยังที่พัก

ส่วนรายได้จากการขายขนม คุณยายเล่าว่า ขายในเมืองนครราชสีมาโดยเฉลี่ย ได้วันละ 1000 บาท หักค่ารถ และต้นทุน เหลือกำไรวันละ ร้อยกว่า ถึง สองร้อยกว่าบาท หากขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย รายได้โดยเฉลี่ย วันละ 200 บ.รวมต้นทุน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พอ.สว. หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ บำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาชน และกิจกรรมปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 23 เม.ย.68 ) เวลา 09.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ ปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยมีนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายประเสริฐ บินตะคุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอ ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบึงโขงหลง เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ได้รวมพลังกล่าวคำปฏิญาณถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดบึงกาฬ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัติยราชนารี ให้เป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 54 ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จังหวัดบึงกาฬ

จึงได้จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

เพื่อให้ความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัย รวมถึงการนำบริการต่าง ๆ จากภาครัฐและภาคเอกชน ไปให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ได้รับบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และทั่วถึง

โดยมีกิจกรรม เช่น การมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การออกหน่วยบริการแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยบริการของส่วนราชการ/หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน การออกเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและฐานะยากจนในพื้นที่

นายประเสริฐ บินตะคุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ในนามของหัวหน้าชุดหน่วยแพทย์ พอ.สว. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ในวันนี้ เป็นการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อให้บริการประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ห่างไกลสถานบริการสาธารณสุข ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยให้บริการ ด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค บริการทันตกรรม และการแพทย์แผนไทย

การเข้าถึงบริการสาธารณสุข ประชาชนในพื้นที่ตำบลดงบัง และหมู่บ้านใกล้เคียงเมื่อมีการเจ็บป่วย จะเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลบึงโขงหลง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงบัง ปัญหาด้านสุขภาพส่วนใหญ่ของประชาชน พบว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไข้หวัด โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ปัญหาสุขภาพช่องปาก และฟัน เป็นต้น ซึ่งการออกปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนสนใจรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 49 ราย

บริการทันตกรรม 32 ราย บริการแพทย์แผนไทย 24 ราย และกายภาพบำบัด 16 ราย รวมผู้รับบริการทั้งหมด 121 ราย และมีเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย ประชาชนทุกคน มีความซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาให้ปวงประชามีสุขภาพดี ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎร โดยทรงจัดให้มีหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปบำบัดความทุกข์จากโรคภัยและดูแลสุขภาพของประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่าย สินค้า OTOP สินค้าการเกษตรจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรมอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.นครปฐม เข้ารับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นยนต์ตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0”

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 23 เมษายน 2568 พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิด ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0” ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธร ภาค 7 อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยในจังหวัดนครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้อง CCTV ในเขตชุมชน, การต่อต้านปราบปรามเสพยาติด และโครงการอื่นๆ ที่ได้รับการร้องขอ เพื่อจะมาส่งเสริมการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อันจะเป็นการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 4/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 4/2568

โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น 6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 7 มีนาคม 2568 – 22 เมษายน 2568 จำนวน 142 ราย จำนวน 447 บัญชี มูลหนี้ 80,287,422.64 บาท (แปดสิบล้านสองแสนแปดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยยี่สิบสองบาทหกสิบสี่สตางค์)

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (องค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 53 ราย

3.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 2 องค์กร

4.พิจารณาการอุทธรณ์การขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน 2 ราย/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ประจวบฯ รวบผู้ต้องหากระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2568 สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ พร้อมด้วย นายวรวุฒิ ใบแย้ม พนักงานขับรถยนต์ ได้บูรณาการประสานความ

ร่วมมือกับ กองกำกับการตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.อธิธัช นิยมดี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.มานิตย์ ปลอดโปร่ง สว.สส.ภ.จว.จังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ ร.ต.อ.สุเทพ เขียวประชุม ร.ต.อ.ณรงค์ บุญตามทัณฑ์ รอง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ส.ต.รัชตะ กรุดจันทร์ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ประจวบฯ

ได้ประสานความร่วมมือ นำหมายค้นของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ค. 134 / 2568 ลงวันที่ 19 เมษายน 2568 เพื่อค้นบ้านเลขที่ 80 / 3 หมู่ 9 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบ

นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง อายุ 35 ปี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงหมายค้นและหมายจับ ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และได้แสดงหมายจับให้บุคคลดังกล่าวดู ซึ่งรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกลุ่มในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่า

โดยการจับกุมได้ดำเนินจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 314 / 2567 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 คดีอาญาหมายเลขดำที่ ย 449 / 2566 คดีอาญาหมายเลขแดง ที่ ย 495 / 2566 ในความผิดเรื่องต้องหาว่ากระทำผิดฐานมีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน โดยฝ่าฝืนตามกฎหมาย ซึ่ง นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง ผู้ถูกจับกุม ได้กระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ จึงมีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกจับกุมส่ง สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

/////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารยึดยาบ้า 2 กระสอบ !! 330,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ (21เม.ย.68) ที่หมวดสกัดกั้นยาเสพติดที่2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และฝ่ายปกครอง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดย ร.ท.ศุภนิจ อุดมทรัพย์ ผบ.หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2108, มว.ตชด244

ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง, บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) กกล.สุรศักดิ์มนตรี นบ.ยส.24, กก.3 บก.ป, นรข.เขตนครพนม สน.เรือบ้านแพง โดยมีนายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอบึงโขงหลง เป็นประธานการตรวจนับ/ตรวจยึด ยาเสพติดประเภท (ยาบ้า)

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 เม.ย.68 จนท.ได้ทำการขยายผลเพื่อเพื่อกวาดล้างยาเสพติดตามโครงการ SEAL STOP SAFE หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่โดย

ได้รับรายงานจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านและจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่โซนใน จนท.มว.สกัดกั้นฯที่ 2 และหน่วยงานในพื้นที่จึงได้ทำการวางกำลังบริเวณลานซื้อขายยางพารา ตามที่ได้รับแจ้งข่าว ครั้นเมื่อเวลา 2130

ได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 I ไม่ติดแผนป้ายทะเบียน ได้ขับเข้ามาบริเวณลานยางพาราและมีคนเดินเข้ามาบริเวณหลังห้องน้ำ หยิบกระสอบสีขาว 1 กระสอบและสีเหลือง1กระสอบจนท.จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น กลุ่มคนดังกล่าวซึ่งได้ตื่นตกใจและได้ขับรถจักรยายยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบ กระสอบ จำนวน 2 กระสอบ และห่างจากจุดดังกล่าว 200 เมตร พบจักรยานยนต์จอดคว่ำอยู่บริเวณข้างถนน

จนท.ได้ทำการตรวจยึดและนำมาตรวจสอบเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการ มว.สกัดกั้นฯที่ 2 เมื่อวันที่ 21เม.ย.68 หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีและหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้ร่วมทำการตรวจนับของกลาง โดยทำการตรวจสอบของกลางโดยละเอียดแล้วพบ ยาเสพติดประเภท (ยาบ้า)

จำนวน 53 แพ็ค (ใหญ่) 318,000 เม็ด และอีก 3 แพ็ค (เล็ก) จำนวน 12,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 330,000 เม็ด และรถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน จากนั้นได้ร่วมกันบันทึกภาพและวิดีโอพร้อมนำของกลางทั้งหมด นำส่งให้กับ สภ.เหล่าหลวงเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สท.ทต.ทุ่งโฮ้ง “เข้มข้น” วชิรพงศ์ โกสิน”ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ท.กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ/ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ แพร่ เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์

แชร์เนื้อหานี้

เลือกนายกและสท.ทต.ทุ่งโฮ้ง “เข้มข้น” วชิรพงศ์ โกสิน”ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ท.กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ ออกเดินพบปะพี่น้องประชาชนฯตั้งแต่เช้ามืด ได้รับกำลังใจมากมายตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาล ในส่วนจังหวัดแพร่มีการเลือกตั้ง 26 แห่ง

ที่เทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เป็นอีกหนึ่ง ที่มีการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย ทางกลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ นำโดย นายวชิรพงศ์ โกสิน ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 และส.ท. เบอร์ 7-12 ที้งสองเขต ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน

“วันนี้พวกเราทีมผู้สมัครนายกและส.ท. กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ ออกเดินพบปะพี่น้องประชาชนชาวบ้านทุ่งโฮ้งใต้ หมู่ 1 และหมู่ 5 ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงสาย รวมถึงเดินตลาดสดทั้ง 2 แห่ง และเข้ากราบพระที่วัดทุ่งโฮ้งใต้ ได้รับกำลังใจกลับมามากมาย ต้องขอขอบพระคุณจากใจครับ”

ช่วงเย็น พวกเราลุยต่อที่ หมู่ 5 เดินครบทุกซอย พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้อง เพื่อแนะนำตัวผู้สมัคร ขอแรงสนับสนุนในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ด้วยทีมงานคุณภาพโปรดให้โอกาสพวกเราได้เข้าไปทำงาน พวกเรา กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ มีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง ต่อยอด การพัฒนาให้บ้านทุ่งโฮ้งมีความเจริญ เป็นเมืองน่าอยู่พวกเรามีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ ไม่ต้องเสียเวลาศึกษางานใหม่ ทำงานต่อได้ทันที ประสานงานไวใส่ใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวบ้านทุ่งโฮ้ง

ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ขอแรงใจจากพี่น้องทุกท่านเลือก บัตรสีเหลือง เลือกนายก เบอร์ 2 “นายวชิรพงศ์ โกสิน” พร้อมทีมบริหารที่พร้อมลุยงานทันที
เลือก สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) บัตรสีเขียว เลือก ส.ท.ยกทีม เบอร์ 7-12
เขต 1 เบอร์ 7 – จำรัส เสนาธรรม เบอร์ 8 – เรวัต (แม้ว)

หมื่นโฮ้ง เบอร์ 9 – คาร ข้ามหนึ่ง เบอร์ 10 – ชัยวัฒน์ (อ๊อด) วงศ์ศิริ เบอร์ 11 – ศุภกิจ (ตี๋) เสนาธรรม เบอร์ 12 – จรัญ (รัญ) หมื่นโฮ้งเขต 2 เบอร์ 7 – สามารถ วงค์ฉายา เบอร์ 8 – สรณ์สิริ (เบิร์ด) วรินทร์ เบอร์ 9 – ภูบดินทร์ (แก่ง) ยอดเมือง
เบอร์ 10 – อรุโณทัย (ส้ม) จิตรใจ เบอร์ 11 – จุฑาทิพย์ (เบอะ) พลแหลม
เบอร์ 12 – ดำรง (นาท) ทองคำโฮ้ง “กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ” ทำต่อไม่หยุดพัฒนาต่อเนื่อง

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

ชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่ เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์ เพื่อติดตามงานของชมรมฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 เมษายน 2568 ณ.ห้องปฎิบัติธรรมวัดนํ้าบ่อ ตำบลเวียงทอง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่โดยมี นายเจษฎา แก้วศล ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคเหนือ/ผู้จัดการจังหวัดแพร่ นายไพศาล จินดามณี ผู้ช่วยผู้จัดการจังหวัดแพร่ และ น.ส.สุธาสินี ตันศิริ ผู้ช่วยผู้จัดการจังหวัดแพร่ ได้เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่

นายเจษฎา แก้วศล ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคเหนือ/ผู้จัดการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ทางชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่ มีการประชุมฯ เพื่อทำความเข้าใจในการขอรับทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุดที่ 1

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แขวงทางหลวงน่านที่ 1 จัดการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างทางจักรยาน ทางหลวง 1168 ตอน น่าน – น้ำใส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 เมษายน 2568) เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างทางจักรยาน ในทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน – น้ำใส

โดยมี พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และ นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอภูเพียง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ท่านผู้แทนภาคเอกชน

ท่านผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมี นายมงคปิ่นสกุล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงน่านที่ 1 เป็นผู้กล่าวรายงาน

การประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับ การท่องเที่ยว น่านสู่ท่องเที่ยวคุณภาพสูง ในโครงการก่อสร้างทางจักรยาน

ในทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน – น้ำใส รวมระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนสองข้างทาง นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ สามารถมาออกกำลังกาย

ทั้งการปั่นจักรยานและการวิ่งที่ปลอดภัยและใกล้บ้าน ใกล้ที่พัก เป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพของคนน่าน และส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในเขตเมืองน่าน โดยผู้เข้าร่วมการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันนี้ จะช่วยให้ทุกภาคส่วนในท้องถิ่น

ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการฯ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการดำเนินการโครงการฯ และลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด ยายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนน่าน ร่วมพิธีสูมาคารวะ สรงน้ำขอพร เจ้าคณะจังหวัดน่าน และพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ วันสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่วัดพญาภู พระอารามหลวง วัดมิ่งเมือง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง วัดช้างค้ำวรวิหาร อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วยร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม พ.ต.ธนกฤต นันทชัยศรี นางพรรณี ณ น่าน นางรจนา วัวคำ นางปรานอม กุมภา

คณะกรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังวัดน่าน ได้ร่วมสรงน้ำสูมาคารวะ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัด พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน พระวชิราภินันท์ เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำวรวิหาร เพื่อแสดงความเคารพ และขอพรเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์

นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ได้นำกล่าวคำสูมาคารวะปี๋ใหม่เมือง และถวายสักการะแด่พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พร้อมนี้ เจ้าคณะจังหวัดน่าน รองเจ้าคณะตังวัดร่าน เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง กล่าวสัมโมนียกถา

ให้คติเตือนใจในการใช้ชีวิต ประพฤติชอบ อยู่ในศีลธรรม และมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อ เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ อันจะทำให้เกิดความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อากาศร้อนจัด.ตาวัย 88 ควบจักรยานยนต์พ่วงข้างเป็นลม รถคว่ำหมดสติข้างถนน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่21 เมษายน2568นายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอศรีสัชนาลัย พร้อมกับ น.ส.สิริรัตน์ วันทอง(ป.จอย) น.ส.ณัชชา คำพยอม(เสมียนตราอำเภอ)ออกเดินทางลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานราชการในพื้นที่ ระหว่างการเดินทางมาถึงยัง วัดเกาะน้อยตะวันออก ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6ตำบลหนองอ้อ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

นายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอคนได้มองเห็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน สพบ-155 พระนครศรีอยุธยา พ่วงข้างจอดคว่ำอยู่จึงบอกให้คนขับรถจอดอย่างเร่งด่วน เพราะตนมองเห็นชายสูงอายุนอนสลบอยู่ เมื่อรถจอดนิ่งทุกคนต่างรีบลงจากรถเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ ที่สำคัญ นายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอฯ ก็ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและสั่งทีมงานให้หาร่มมากลางหายาดมมาให้คนชายสูงวัยที่ประสพเหตุด้วยความห่วงใยพร้อมโทรประสานแจ้งรถกู้ภัยเทพนิมิตรจุดศรีสัชนาลัยอย่างเร่งด่วนด้วยตนเอง พร้อมนำตัวชายสูงวัยส่งไปยังโรงพยาบาลศรีสัชนาลัยอย่างเร่งด่วนทำการรักษา

จากการสอบถามนายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอ ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอศรีสัชนาลัย กล่าวว่าตนเองพร้อมด้วย ภรรยา และน.ส.สิริรัตน์ วันทอง(ป.จอย) น.ส.ณัชชา คำพยอม(เสมียนตราอำเภอ)มาจากอำเภอออกเดินทางไปลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานราชการในเขตพื้นที่ศรีสัชนาลัย พอมาถึงหน้าวัดเกาะน้อยตะวันออก ตนมองเห็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคว่ำอยู่และใช้สายตามองไปบริเวณที่เกิดเหตุก็รู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นชายสูงอายุ สวมกางเกงขายาวสีเทา สวมเสื้อลายสีขาวม่วง นอนนิ่ง อยู่จึงบอกให้คนขับรถหยุดรถเพื่อดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน เพราะกลัวคุณตาจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้

จากการตรวจสอบทราบว่าคุณตาชื่อนายสำเนียง จันทร์มา อายุ 88 ปี เป็นคนอำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย หลงทางมา ระหว่างทางเป็นลมรถเสียหลักล้มคว่ำ ดีที่ตนเองและทีมงานมาพบช่วยคุณลุงได้ทัน ส่วนตัวนั้นรู้สึกตื่นเต้นและสงสารคุณลุงมาก ดีใจที่สุด ที่ได้ช่วยคุณลุงสูงวัยและขอขอบคุณทีมงานกู้ภัยที่ได้ช่วยคุณลุงส่งถึงมือหมอ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
นายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอกล่าวทิ้งท้าย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์ -เสาทางหลวงมุกดาหารจุดเสี่ยงภัยสุดๆ ใช้เศษปูนยัดรองให้เสาตรง หวั่นเกิดอันตรายเนื่องจากเป็นถนนสายหลักของจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ภายหลังจากที่พบเสาไฟฟ้าแขวงทางหลวงมุกดาหารหักโค่นล้มใส่กลางถนนกลางถนนที่บริเวณโค้งพันล้าน ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา โดยสาเหตุคาดว่าอาจจะเกิดจากการก่อสร้างฐานรองรับเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน นั้น

จากการสำรวจเสาไฟฟ้าที่บริเวณถนนเส้นเดียวกัน ยังพบว่ามีเสาไฟฟ้าที่น่าจะก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานอีกหลายต้น โดยมีทั้งการก่อสร้างฐานเสาที่ไม่ได้ระดับแล้วใช้เพียงเศษปูนยัดใส่เข้าไปในช่องว่างระหว่างเสากับฐานคอนกรีต และบางเสายังเห็นสายไฟโผล่ออกมา อีกทั้งยังพบคอนกรีตแตกร้าวหลายแห่ง จึงกลายเป็นจุดเสี่ยงภัยที่เสาไฟอาจจะโค่นล้มลงมาได้ทุกเวลา ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้ถนนเส้นดังกล่าวจึงมีเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากเป็นถนนสายหลักของจังหวัดมุกดาหารที่เชื่อมต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร นครพนมและสกลนคร เสี่ยงต่อการถูกไฟช็อต ไฟดูด หรือเสาไฟล้มทับ จนเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบงานก่อสร้างดังกล่าวว่ามีการควบคุมงานและตรวจรับงานอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยเร่งด่วนต่อไปด้วย

เสาไฟฟ้าแขวงทางหลวงมุกดาหารหัก #ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน #กรมทางหลวง #จังหวัดมุกดาหาร #ปปช #สตง #กระทรวงคมนาคม​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง มทภ.2 (1)รอง ผบ.นบ.ยส.24 (1) ตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ / โจรแสบรับรถจักรยานยนต์ร้านจินางข้าวเปียก / พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 0945 ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรีวีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รับฟังบรรยายสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง ปัจจุบัน ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติดในห้วงต่อไป แผนการปฏิบัติในห้วงต่อไปของหน่วย พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย

ตามที่รัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ

มีภารกิจวางแผนบูรณาการอำนวยการประสานงานในการสกัดกั้น การลักลอบนำเข้ายาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด บำบัดผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆในพื้นที่ชายแดน โดยได้ดำเนินการตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งมีผลจากการดำเนินงานด้านยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – ปัจจุบัน ในพื้นที่รับผิดชอบ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ จำนวน 666 ครั้ง ผู้ต้องหา 920 ราย ของกลาง ยาบ้า 95,918,351 เม็ด,ไอซ์ 3,786 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม เคตามีน 777 กิโลกรัม และอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง หกพันห้าร้อยล้านบาทเศษ (6,584,787,950 บาท)

จากนั้นรองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล ถือเป็นการขอบคุณและตอบแทนในความทุ่มเท เสียสละในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาโดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับผู้บังคับบัญชาทุกระดับตลอดมา

​โจรแสบตีเนียนลัก จยย. ร้านจินางข้าวเปียก หน้า บขส.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพโจรลักรถจักรยานยนต์ ทำท่าตีเนียนเห็นรถจักรยานยนต์ร้านจิข้าวเปียก สามแยกปากทางเข้า บขส.จังหวัดมุกดาหาร เสียบกุญแจคาไว้อยู่จึงได้เดินทำทีเข้ามานั่งอยู่ที่หน้าร้านข้างรถจักรยานยนต์ เมื่อไม่เห็นมีใครอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงได้เดินไปหยิบหมวกแก๊ปสีดำของสามีเจ้าของร้านขึ้นมาสวม จากนั้นได้เดินไปถอยรถจักรยานยนต์ออกจากร้านแล้วสตาร์ทเครื่องขับขี่หลบหนีไป

โดยต่อมานางนาง เหงียนถิ ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท. พงษ์วิศิษฎ์ สุวรรณไตรย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ารถจักรยานยนด์ ยี่ห้อ YAMAHA สีแดง หมายเลขทะเบียน กตจ 170 มุกดาหาร

ได้ถูกคนร้ายลักเอาไปจึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อติดตามรถจักรยานยนต์และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โจรแสบรับรถจักรยานยนต์ร้านจินางข้าวเปียก #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร หลังคาบ้านปลิวตกกลางถนน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงอย่างมาก พัดถล่มในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะที่ชุมชนแสงอรุณ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีบ้านเรือน

ได้รับผลกระทบหลายหลัง รวมทั้งที่หลังคาปลิวหลุดออกไปจากแรงลมแต่ยังโชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ ในเวลาต่อมานายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมรถกู้ภัยออกให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยและเคลื่อนย้ายหลังคาบ้านที่ถูกแรงลมพัดตกลงมาขวางถนนออกจากถนนเพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ

พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดการท่องเที่ยวสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ณ ศาลหลักเมืองปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่ ในระหว่างวันที่ 18-24 เมษายน 2568 โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ นำหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการอำเภอปรางค์กู่ ผู้บริหาร อปท. ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่ ร่วมให้การต้อนรับและเปิดโครงการในครั้งนี้

นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ กล่าวว่า ศาลหลักเมืองปรางค์กู่ ทำการก่อสร้างเมื่อปี 2559 โดยความเห็นชอบของกรมการอำเภอปรางค์กู่ ได้จัดหางบประมาณในการก่อสร้าง บนที่ดินเนื้อที่ จำนวน 2 งาน 24 ตารางวา บริเวณสามแยกไฟแดงของอำเภอปรางค์กู่ และทำการก่อสร้างสำเร็จเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล ใช้เวลา 4 ปี ในระหว่างการก่อสร้าง ได้มีการประกอบพิธีต่างๆเพื่อความเป็นสิริมงคล ยึดถือตามฤกษ์อันเป็นมงคล และเกิดความอัศจรรย์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งผู้ร่วมพิธี และสาธุขนผู้ผ่านไปมา ได้สัมผัสรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธี ดังนี้ คือวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกเสา ยกเสาโท

วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกช่อฟ้า และวันที่ 19 กรกฎาคม2566 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นประดิษฐาน ซึ่งความอัศจรรย์ดังกล่าว ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่เทวดาฟ้าดินได้รับรู้ถึงความสามัคคีศัทธาของชาวอำเภอปรางค์กู่
นายอำเภอปรางค์กู่ กล่าวต่อไปว่า อำเภอปรางค์กู่ ก่อนปีพุทธศักราช 2481 เป็นเพียงส่วมหนึ่งของอำเภอท้วยเหนือ จังหวัดขุขันธ์ ในเดือนธันวาคม 2502 กระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบให้ตั้งชื่อกิ่งอำเภอปรางค์กู่ โดยเหตุที่มีกู่เป็นโบราณสถานอยู่ที่ตำบลกู่ และอนุมัติให้ตั้งกิ่งอำเภอปรางค์กู่ ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่องยกฐานะตำบลขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2504 เป็นต้นไป ประกอบด้วย ตำลพิมาย ตำบลสมอ ตำบลกู่ และตำบลหนลหนองเชียงทูน มีเนื้อที่สำหรับที่ราชการ ประมาณ 3.32 ตารางกิโลเมตร ต่อมา ได้มีพระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอปรางค์กู่

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2506 และในปีนี้ เป็นปีที่ครบรอบ 62 ปี อำเภอปรางค์กู่ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนอาทิเช่น คณะสงฆ์ ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสถาบันการศึกษา สภาวัฒนธรรมอำเภอ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าชน ชาวอำเภอปรางค์กู่ จึงได้กำหนดจัดงานสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับอำเภอเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft power) ให้เกิดการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับอำเภอ ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าของชุมชน

เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้เกิดสูงสุดและเพื่อสร้างความรักความสามัคคีของชาวอำเภอปรางค์กู่ ซึ่งในงานมีการจัดแสดงบูธนิทรรศการของดีบ้านฉัน การประกวดด้านการปศุสัตว์ ด้านการเกษตร ด้านงานฝีมือ และความสามารถด้านดนตรีและการร้องเพลงของเยาวชน อีกทั้งยังมีการประกวดการทำเมนูอาหารพื้นถิ่น เพื่อรักษาอัตลักษณ์ด้านการทำอาหารแบบดังเดิมให้คงอยู่ต่อไป และอำเภอปรางค์กู่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ปราสาทปรางค์กู่ ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ หมู่ที่ 1 ตำบลกู่ อยู่ห่างจากอำเภอปรางค์กู่ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 5 กิโลเมตร และปราสาททามจาน หรือปราสาททินบ้านสมอ หมู่ที่ 12 ตำบลสมอ อยู่ห่างจากอำเภอไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 8 ก็โลมตร

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; algolist: 0; multi-frame: 0; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (0.71753937, 0.51388377);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 49;

สื่อรัฐทีวี-สื่้อรัฐนิวส์ / ปะทะเดือด!!! ชายแดนฝาง เชียงใหม่วิสามัญ 2 ศพ ยึดยาบ้า 5 เป้ รวมกว่า 5 แสนเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 02.30 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ

ร่วมกับ หมวดสกัดกั้นกองกำลังผาเมือง และ ชุดปฏิบัติการหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมทำลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย

บริเวณเส้นทางบ่อปูนซีเมนต์ บ้านขอบด้ง ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสะพายเป้ ประมาณ 6 – 8 คน

จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันประมาณ 30 นาที สิ้นเสียงอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ปลอดภัย

จากนั้น หน่วยจึงได้จัดกำลังพลเข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่ จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบกลุ่มขบวนการเสียชีวิต จำนวน 2 ราย

ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 5 เป้ รวมทั้งสิ้น 500,000 เม็ด, ลูกระเบิดขว้าง จำนวน 1 ลูก, กระเป๋าสัมภาระ , โทรศัพท์มือถือ และกุญแจรถจักรยานยนต์อีกด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 นาฬิกา พลตรี กิดากร จันทรา ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวย

การศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว และได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้ สภ.ฝาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อีกทั้งยังได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง////

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

 สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /  “ชะอำ” รวบ 2 หนุ่มสาวเอเย่นต์ยาบ้าพร้อมของกลาง กว่า 6 พันเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.68 พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พ.ต.ท.ธีระพงษ์ รักษาเวียง รอง ผกก.สส.สภ.ชะอำ พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายเจษฎาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาว จ.ราชบุรี พร้อมแฟนสาว นางสาวปวีณา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาว อ.ชะอำ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3 มัด รวม 6,059 เม็ด คิดเป็นมูลค่าราว 6 แสนบาท รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กภ 2070 เพชรบุรี 1 คัน

นำตัวมาสอบสวน โดยก่อนหน้านั้นตำรวจสืบทราบว่าจะมีเอเย่นต์นำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าที่บริเวณถนนคันคลองชลประทาน ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี (ขาล่องใต้) อ.ชะอำ จึงนำกำลังดักซุ่ม

จนกระทั่งมีนายเจษฏาพร ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว นางสาวปวีณา นั่งซ้อนท้ายผ่านมา จึงแสดงตนขอตรวจค้น เมื่อเห็นตำรวจทั้งคู่ถึงกลับหน้าซีด ก่อนพบยาบ้าดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ นำตัวทั้ง 2 คน ไปตรวจสารเสพติดที่โรงพยาบาลชะอำ พบฉี่เป็นสีม่วง

เบื้องต้นนายเจษฎาพรให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้มีคนชื่อบอยได้ติดต่อว่าจ้างตนเป็นเงิน 3,000 บาท ให้ไปรับยาบ้าดังกล่าวที่มีคนนำไปวางทิ้งไว้บริเวณเสาไฟฟ้าถนนคันคลองชลประทาน ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ห่างจากปั๊ม PT ประมาณ 2 กม.

จึงชวนแฟนสาวนั่งซ้อนท้ายไปเป็นเพื่อนจนถูกจับกุม ส่วนนางสาวปวีณายังให้การปฏิเสธแต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จึงสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมพรรคพวกที่เหลือ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศาลเจ้าพ่อพระปรง (บ้านหนองผูกเต่า) จัดพิธีเลี้ยงเพลพระฉลองสมโภชศาลฯ งานประจำปี ๒๕๖๘ ปีที่ ๔๙

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (18 เม.ย.68) เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แก้วสุทธิ ประธานศาลฯ จ.ส.อ.ชริน อยู่ถาวร รองประธานฯ จ.ส.อ.สมบัติ แสวงดี กรรมการ นางเบญจาภัทร แก้วเจริญ กรรมการและเหรัญญิก นายพัลลภ บุณยตุลย์ กรรมการ-ผู้ช่วยเลขานุการ นายวงศกร ศรีสวัสดิ์ กรรมการและประชาสัมพันธ์ นางจิญณพัต ทำทรัพย์ กรรมการ พร้อมคณะกรรมการ ร่วมกันจัดพิธีเลี้ยงเพลพระฉลองสมโภชน์ ศาลเจ้าพ่อพระปรง (บ้านหนองผูกเต่า) เนื่องในประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย และครบรอบงานประจำปี “ประเพณีวันไหล สรงน้ำเจ้าพ่อพระปรง” ประจำปี ๒๕๖๘ และในวันที่ 19 เมษายน ทุกๆปี จะเป็นการเฉลิมฉลองสมโภชแห่ “เจ้าพ่อพระปรง” รอบเมืองจังหวัดสระแก้ว โดยมีประชาชนมาร่วมเล่นน้ำกันมากกว่า 30,000 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมพิธีสูมาการวะดำน้ำดำหัวขอพรจาก ผู้ว่าราชการ จ.น่าน ในพิธีสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 เมษายน 2568 จังหวัดน่านได้จัด พิธีสูมาการวะรดน้ำดำหัวขอพรจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568

ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน,

นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ, ทหาร, ตำรวจ,

ตัวแทนภาคเอกชน, พ่อค้า และประชาชนชาวน่าน รวมถึงสื่อมวลชนจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงขับซอจากศิลปินพื้นบ้าน ขบวนกลองยาวจากสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

และกลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่าน การจัดซุ้มอาหารจากหน่วยงานต่าง ๆ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลหุ่นระดับโลก ‘Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025’/สภ.หัวหิน สรงน้ำพระขอพรผู้บังคับบัญชา มอบเกียรติบัตรดีเด่น

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานเทศกาลเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม นี้ พร้อมร่วมแสดงความยินดี ที่ จ.เพชรบุรี ได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival Tangible Heritage ประจำปี 2025 จาก สมาคมเทศกาลและงานอีเวนต์นานาชาติแห่งภูมิภาคเอเชีย IFEA Asia นับว่า เป็นการยกระดับเทศกาล Softpower ของประเทศไทย ตามนโยบายส่งเสริมของรัฐบาล ที่ได้นำเทศกาลอันโดดเด่นของเพชรบุรี สู่การได้รับความยอมรับและประกาศสู่สากล


เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 เกิดขึ้นจากการฟื้นฟูศิลปะหุ่นหนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยศิลปะหนังใหญ่นี้ได้สืบทอดมาและได้เคยจัดแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ณ พระรามราชนิเวศน์ หรือ วังบ้านปืน ที่สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยในปี 2568 นี้ เทศกาลได้รับเกียรติให้จัดขึ้นในรูปแบบของมหรสพหลวง แสดงหนังใหญ่อย่างงามสง่าหน้าพระที่นั่ง

พร้อมด้วยการเชิดชู การแสดงหนังตะลุง ซึ่งเป็นต้นแบบของหนังตะลุงเมืองเพ็ชร และ คณะหนังตะลุงจากบรมครู นายหนังจากภาคใต้ สมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดสงขลา นำโดย 3 ศิลปินดีเด่นจังหวัดสงขลาที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ให้สมกับที่เพชรบุรี เป็น “เมืองหนัง” ที่เป็นศูนย์รวมของหนังใหญ่ และ หนังตะลุง ซึ่งปีนี้มีให้ชมถึง 37 คณะ ตลอด 3 วัน จัดบนถนนดำรงรักษ์ ถนนที่มีความงดงาม กว้างขวาง และสร้างขึ้นเป็นถนนสายศิลปะทีมีภาพเขียน Street Art งดงามโดดเด่นด้วยความทันสมัย

พร้อมต้อนรับการแสดงจากคณะหุ่นจากต่างประเทศซึ่งเป็นหุ่นเงานานาชาติ International Shadow Puppet และหุ่นร่วมสมัย ทั้งสิ้นถึง 12 ประเทศ อาทิ Ty Chean Sbek Thom หนังใหญ่ สแบกธม จาก กัมพูชา, Kohamkulov puppet troupe หุ่นเงาดั้งเดิม จาก คาซัคสถาน, Utervision Company Japan หุ่นเงาร่วมสมัย จากญี่ปุ่น, Theatrical Association of Artists Animating the Shadow TOXOT หุ่นเงาผสมผสานเทคโนโลยี จาก รัสเซีย, Paper Monkey Theatre หุ่นเงาเพื่อการศึกษา จาก สิงคโปร์, Gnayaw Puppets หุ่นเงาแนวศิลปะผสมผสาน ผลงานร่วมสร้างสรรค์ จาก เม็กซิโก-อินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมีการแสดงหุ่นนานาชาติในรูปแบบแปลกใหม่ทันสมัย Viet Lotus Group จาก เวียดนาม, Sky Bird Puppet Group จาก ฮ่องกง, Wanlu and his Puppets จาก ฟิลิปปินส์, การแสดงหุ่นสายร่วมสมัย Nicov botelladearroz จาก โคลัมเบีย, การแสดงผสมผสานระหว่างหุ่นเงาวายัง และนักแสดงระบำพื้นเมือง Sena Wangi (Indonesia National Wayang Secretariat) จาก อินโดนีเซีย นิทรรศการภาพถ่าย A Life In shadow และการ Workshop การถ่ายภาพหุ่นเงา โดย Constantine Korsovitis จาก ออสเตรเลีย ในการจัดงานเทศกาลครั้งนี้ ยังมีการจัดประชุมสัมมนานานาชาติ Unima SoutEast Asia On line อย่างยิ่งใหญ่ในระดับสากล จาก จ.เพชรบุรี โดยความร่วมมือของสมาพันธุ์หุ่นนานาชาติ Unima World


การจัดแสดงบนถนนสายศิลปะที่สวยสดงดงาม ของ จ.เพชรบุรี ถนนดำรงรักษ์ และจัดแสดงมหรสพอันสง่างาม ณ พระรามราชนิเวศน์ ด้วยการจัดแสดงหุ่นที่มุ่งเน้นเรื่องราวจากวรรณกรรมรามเกียรติ์หลากหลายให้ได้ชมกัน โดยตลอดทั้งวัน มีการจัดรถรางนำชมศิลปะสกุลช่างเมืองเพ็ชร งานปูนปั้นรามเกียรติ์ ที่ประดับตลอดเส้นทางของการจัดงานเทศกาล งานนิทรรศการภาพถ่าย พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย วันที่ 2-4 พ.ค.68 ขอเชิญชมความงามแห่งศิลปะหุ่นของไทย และนานาชาติได้ที่ จ.เพชรบุรี ในเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 ร่วมสร้างสรรค์งานเทศกาลหุ่นนานาชาติ ยกระดับ Softpower เทศกาลไทยสู่สากล โดยการรับรองของสมาพันธ์หุ่นนานาชาติ Unima ในความรับรองของ UNESCO ลิขสิทธิ์การจัดเทศกาลหุ่นโลก Harmony Puppet Thailand จาก มูลนิธิหุ่นสายเสมา
จัดโดยจังหวัดเพชรบุรี มณฑลทหารบกที่ 15 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมือง สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี Amazing Thailand การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี YEC เพชรบุรี สมาพันธุ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดเพชรบุรี สานพลังประชารัฐ ชุมชนคลองกระแชง พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดพลับพลาชัย สมาคมช่างภาพเพชรบุรี ส่งเสริมการจัดงาน โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สภ.หัวหิน แต่งธีมสงกรานต์สรงน้ำพระขอพรผู้บังคับบัญชา พร้อมมอบเกียรติบัตรดีเด่นให้กับตำรวจที่มีผลงาน

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 ที่ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน เป็นประธานประชุมประจำเดือนมีนาคมพร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามดีเด่น จำนวน 5 นาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยมี นายวรพจน์ ลิมาคม ประธาน กต.ตร.สภ.หัวหิน

พร้อมคณะ กต.ตร. พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน และตำรวจในสังกัดเกือบ 200 เข้าร่วมประชุมในธีมเสื้อสดใสลายดอกวันสงกรานต์สร้างสีสันและลดความตึงเครียดให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว ตำรวจ สภ.หัวหินได้ร่วมสรงน้ำขอพรพระพุทธรูปเพื่อความเป็นสิริมงคล และรดน้ำขอพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในวันสงกรานต์ เป็นการสานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในหน่วยงานด้วยบรรยากาศชื่นมื่น

พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมประจำเดือนที่เราทำกันทุกเดือนอยู่แล้ว เป็นการมอบนโยบายจากผู้บังคับบัญชา จากนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 7 และกองบังคับการภูธรจังหวัดประจวบฯ ก็ได้มอบนโยบายต่างๆ ทั้งหมด ทั้งการจับกุม การระดมการกวาดล้างต่างๆ ตามผลงานตั้งแต่ก่อนวันสงกรานต์ การทำงานในช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผลการปฏิบัติงาน

มีการถอดบทเรียนให้กับผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร หรือต้องปรับปรุงการแก้ไขอย่างไร ช่วงเทศกาลสงกรานต์หัวหินของเราก็ผ่านไปด้วยดี มีประชาชนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคืนวันที่ 12 และวันที่ 13 เม.ย. เราได้จัดการจัดระเบียบในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของการจราจร มีเรื่องร้องเรียนน้อยมาก และไม่มีเหตุการณ์ร้ายใด ๆ เกิดขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ร่วมกันดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว” ภายใต้โครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (SAVE ZONE NO DRUGS)

แชร์เนื้อหานี้

อ.ศรีสัชนาลัยลุยเข้มตรวจปัสสาวะพระสงฆ์พบสารเสพติด.อนึ่งเป็นการขานรับนโ ยบ ายขับเคลื่อนโครงการ“ศรีสัชนาลัย สีขาว” หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567อำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม”ร่วมปรึกษา ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ นอ.ศรีสัชนาลัยสนธิกำลังจู่โจมตรวจปัสสาวะพระสงฆ์วัดเกาะระเบียง และวัดท่าโพธิ์ ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568 เวลา 13.00 น. อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย โดย นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย มอบหมายปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ปกครอง และ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีสัชนาลัยที่ 6 บูรณาการความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีสัชนาลัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ พร้อมด้วยผู้นำฝ่ายปกครองตำบลแม่สำ ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว”

ภายใต้โครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (SAVE ZONE NO DRUGS) โดยดำเนินการตรวจปัสสาวะหาเสพติดในปัสสาวะพระสงฆ์ จำนวน 2 วัด ได้แก่วัดเกาะระเบียง จำนนวน 3 รูป ผลตรวจปัสสาวะเป็นลบทั้ง3รูป และวัดท่าโพธิ์ จำนวน 2 รูป ผลตรวจปัสสาวะเป็นผลบวก 1 รูป พระสงฆ์ที่มีผลบวกได้ดำเนินการตามขั้นตอนของสงฆ์ต่อไป อนึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันระหว่างนายอำเภอ เจ้าคณะอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่ดำเนินการ

จัดทำพิธีลงนาม MOU แก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้พระสงฆ์ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัดของหน่วยงานและองค์กรภาคีในพื้นที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ในทุกรูปแบบ และเป็นการรวมพลังเชิงสัญลักษณ์ กวาดบ้านตนเอง สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นการแสดงเจตจำนงค์ในการร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์-สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 10.10 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรผลการดำเนินงาน

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และบ้านเกษตรกรต้นแบบ นายพงษ์ไพร ศรีพงค์พยอม ที่ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหนึ่งในศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538

ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการร่วมกัน

เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ พัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม และศิลปาชีพ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 184,000 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้านในตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง 3 หมู่บ้าน 2 ชุมชน

ในตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ภายในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

พร้อมระบบส่งน้ำ แล้วเสร็จจำนวน 7 แห่ง ถือเป็นการดำเนินการตามพระราชปณิธานที่จะพัฒนาป่าไม้ควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ และได้ดำเนินการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนน ไฟฟ้า การจัดอบรม การส่งเสริมให้ความรู้แก่ราษฎรในด้านการบริหารจัดการน้ำ

จัดสรรพื้นที่ให้แก่ราษฎร จัดระเบียบชุมชน และกำหนดแนวทางการพัฒนาอาชีพในด้านต่างๆทางด้านเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ ประมง และการฝึกอบรมอาชีพ เพื่อให้ราษฎรสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วันไหล!!ประเพณีแห่น้ำจั้นทิพย์-ขอขมาคารวะสรงน้ำ”หลวงพ่อพระใหญ่”ปิดท้ายสงกรานต์ จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.49 น. วันที่ 19 เม.ย. 68 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ, นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 3, นายสยาม เพ็งทอง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 1, หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ได้ร่วมกันหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ และขบวนแห่ทางบกและทางน้ำเพื่อนำไปประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และสรงน้ำองค์หลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งประดิษฐาน ณ วัดโพธาราม (หรือ วัดท่าไคร้) ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบึงกาฬทุกหมู่เหล่า ทำพิธีบวงสรวงและแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของบรรพบุรุษ โดยนำเอาน้ำจั้นหรือน้ำจากบ่อซึมที่มีความสูงจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงในหน้าแล้ง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตลอด

ทั้งปีไม่มีเหือดแห้ง ซึ่งน้ำบ่อซึมนี้เมื่อครั้งในอดีตผ่านมาชาวบ้านได้ใช้เป็นแหล่งน้ำดื่มสำหรับคนในตำบลบึงกาฬ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ และทุกๆ ปีหลังจากวันสงกรานต์ จะมีพิธีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งในทางบกและทางน้ำ และเมื่อไปถึงหน้าวัดท่าไคร้หรือวัดโพธารามก็

จะอัญเชิญน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ในอุโบสถ ปีนี้จังหวัดได้จัดขบวนแห่ฟ้อนรำอันสวยงาม มีชาวจังหวัดบึงกาฬจากหลายเชื้อชาติ หลายชนเผ่า จำนวนกว่า 200 คน ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดฟ้อนรำตามขบวนแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ เพื่ออัญเชิญน้ำไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดบึงกาฬ

ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อ.เมืองบึงกาฬ ที่นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวลาว เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำโขงต่างให้ความเคารพศรัทธา มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือหรือไปทำงานในต่างจังหวัดจะต้องกลับมาบ้านบึงกาฬ เพื่อมาเข้าร่วมพิธีนี้ทุกคนและถือปฏิบัติกันมาเป็นประเพณีทุกปี

ในพิธีหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำมาสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ โดยภายในพิธีในพระอุโบสถได้รับเกียรติจากนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ประธานประกอบพิธีฝ่ายฆารวาส มีพระเดชพระคุณ พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติราม(พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายมหานิกาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระเถระและพุทธศาสนิกชนกล่าวนำคารวะขอขมาและร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่

จากนั้น พ่อเมืองบึงกาฬ ประธานพิธีตีฆ้องเปิดงานประเพณีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์สรงน้ำขอพร“หลวงพ่อพระใหญ่” วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ และนำคณะผู้บริหารจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน รดน้ำขอพระคณะสงฆ์พระเถรานุเถระ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์68อีกด้วย

ส่วนประวัติหลวงพ่อพระใหญ่ ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เล่าขานต่อๆ กันว่าราว 200 กว่าปีก่อน ชาวบ้านอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองยศ หรือยโสธร มาปักหลักแผ้วถางบุกเบิกป่าทึบ

ริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วพบหลวงพ่อพระใหญ่ ในสภาพมีเถาวัลย์ปกคลุมรกรุงรังก็พบว่าพระเกศของหลวงพ่อหักเพราะถูกช้างป่ากระชากเถาวัลย์ลงมาเพื่อหากินตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และเห็นเป็นรูปร่างของสถานที่บำเพ็ญบุญ

หรือสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา อีกทั้งยังพบซากเครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ รวมทั้งเครื่องใช้อีกหลายอย่างองค์พระพุทธรูปนั้นตั้งแต่ได้พบมาถึงปัจจุบันจึงช่วยกันบูรณะเสริมพระเกศขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์ และฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสร้างเป็นวัดขึ้น หลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว สูง 3 ศอก 1 คืบ ศิลปะสมัยล้านช้าง แสดงถึงสายสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง

พุทธศาสนิกชนมักไปกราบไหว้บูชาตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอให้ทำสิ่งใดๆ ได้สำเร็จ เช่น การสอบเข้าเรียน การเข้าทำงานหรือแม้การขอมีบุตร เมื่อได้สมหวังตามที่ขอหรือบนบานเอาไว้ ก็จะมาแก้บนด้วยการจุดบั้งไฟเล็กจำนวน 9 ดอกเป็นการถวายบูชาหลวงพ่อพระใหญ่

ณ จุดที่เตรียมไว้ข้างอุโบสถด้านติดแม่น้ำโขง สำหรับพิธีกรรมสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่นั้น ผู้ชายสามารถเข้าไปสรงน้ำได้ภายในอุโบสถ ส่วนผู้หญิงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการเข้าไปในอุโบสถไม่ว่ากรณีใดๆ หรือเวลาไหน

แต่การสรงน้ำพระครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำบันไดเทียบข้างอุโบสถไว้ให้ขึ้นไปสรงน้ำผ่านท่อหรือรางน้ำที่จัดเตรียมไว้ให้ หรือจะสรงน้ำที่องค์หลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลอง ที่ประดิษฐานอยู่นอกอุโบสถก็ได้ ซึ่งในปีนี้การจัดงานได้ทำขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 เม.ย. 2568

โดยให้ถือปฏิบัติในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังสงกรานต์เป็นประเพณีทุกปี และจัดให้มีงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 คืนเป็นงานปิดท้ายวันสงกรานต์ของจังหวัดบึงกาฬนั่นเอง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมนรา ปราศรัยแรกชิงนายกเล็กเมืองนราฯ ชูนโยบายสามารถทำได้จริง ประชาชน ตรวจสอบได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณถนนยะกัง 2 ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส พร้อมด้วยนายสมโชติ เสาร์ศรีอ่อน (พี่อิ๋วร้านฟิล์ม)น.ส.บุษรา เบนอะสาร (ดีเจ นา) นายเจ๊ะอิสมาแอ เบญเจ๊ะอาลี (แบแอ) นายอนันต์ มะมิง (แบยี)

นายพรชัย โต๊ะกะหรีม) บังหมัด ตลอดจน สมาชิกสภาเทศบาลเมืองนราธิวาส ทีมนราโปร่งใส ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ด้านงานบริหาร โดยเวทีนี้เป็นเวทีแรกของ ด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส เบอร์ 1 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนแห่ไปฟังการปราศรัยในครั้งนี้โดยด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ได้ขึ้นปราศรัยแนะนำทีมบริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยอาสารับใช้ประชาชนภายใต้หลักการที่เน้นความ โปร่งใสประชาชนสามารถตรวจสอบได้ พัฒนา แก้ปัญหา เข้าหาได้ง่าย และในส่วนของการขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ ได้พูดถึงแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ หากได้รับการเลือกเข้ามา โดยมีนโยบายที่ชัดเจนประกอบด้วย การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน นราต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว สนับสนุนอุปกรณ์กีฬาชุมชน พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ (ผ่าน อสม.)

สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือ ในการปฏิบัติหน้าที่ของ อสม. ขยะ เศรษฐกิจ และในด้านการศึกษา พัฒนาทักษะด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปรรรมและยั่งยืน พัฒนาและสนับสนุนบุคลากรครูสู่ครูมืออาชีพ โรงเรียนกีฬาเทศบาล รถรับส่งนักเรียน และศูนย์การเรียนรู้อัลกุอ่านกีรออาตี โดยเฉพาะในการบริหารงานจะต้องไม่มีการกู้เงินมาบริหารเพราะจะทำให้เกิดหนี้สินตามมา โดยจะต้องมีการของบประมาณเพื่อมาบริหารให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และจะไม่มีการสนับสนุนการพนันทุกรูปแบบ

ด้านด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส กล่าวว่าหากได้รับการเลือกเข้ามาสิ่งแรกที่อยากทำเลยก็คือในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่จะมาเชื่อมกับเศรษฐกิจ จะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวดีขึ้น เพราะฉะนั้นต้องทำเลย ทีมนราโปร่งใส่สามารถเข้าไปทำได้เลย เรื่องที่ทำโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างเช่น ลานวัฒนธรรมต่างๆ เราก็พร้อมที่จะทำได้เลย และที่สำคัญถ้าเราได้เข้าไป 11 พฤษภาคม กว่าจะรับรองอะไรต่างๆ พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ช่วงนั้นเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือเรื่องของปัญหาน้ำท่วม เราต้องมาดูเรื่องของคูระบายน้ำ เรื่องของการแก้ปัญหาน้ำท่วม ทำอย่างไรให้น้ำไม่ท่วมในปีนี้

ซึ่งเราต้องมาดูตรงนั้นก่อน เรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วมก่อน เพราะว่าพอน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ เช่นบางร้านเขาเสียหายเป็นล้าน เราต้องดูตรงนี้ก่อนเลย ถ้าหากว่าเข้าไปได้ในเรื่องของการศึกษาก็ต้องไปพูดไปคุยกัน มีการวางนโยบายอะไรต่างๆให้ไว้ อาจจะไม่ทำได้ทันที แต่ว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า ให้โอกาสกับทางโรงเรียนได้เตรียมในการที่จะปรับเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการศึกษาให้ได้ในหลาย ๆ ด้านที่ต้องเข้าไปทำ
ด.ต.มโณ วารีวะนิช ยังกล่าวอีกว่าในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวเมืองนราธิวาสมีจุดเด่นๆของเราในวันนี้คือหาดนราทัคน์ซึ่งจริงๆแล้ว เรามีธรรมชาติที่สวยงามเราเป็นเทศบาลที่อยู่ในเมือง โดยที่อื่นเขาไม่ได้มีแบบเรา ซึ่งมูลค่าของหเนี่หาดนราทัศน์มีมากมายมหาศาล แต่วันนี้เราใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่ แล้วจะทำอย่างไรที่เราจะใช้ให้มันเต็มที่ โดยเราจะต้องมีการทำคอนทัวร์ก่อน คือการปรับพื้นที่เราต้องมีการปรับภูมิทัศน์ตัดแต่งต้นไม้ให้มันลงมาก่อน ให้มันลดต่ำให้มันเกิดวัฒนธรรม เกิดที่ละหมาด เกิด ห้องน้ำ เกิดสุขา และอื่นๆ อย่างน้อย 2-3 จุด แล้วหาดนราทัศน์ต้องเปิดตลอดไม่ใช่เปิด-ปิดแค่ตอนเย็น และแสงสว่างตลอดทาง ทำจัดระบบให้ดี และมีที่จอดรถ โดยเฉพาะสินค้ามือสองทำอย่างไร จัดแบ่งเป็นโซนให้เรียบร้อยเพื่อที่มาถ้าจะซื้อสินค้ามือสองต้องไปตรงนี้ และมีการเชื่อมประมงกับการท่องเที่ยวให้ได้เรามีเรือเราก็ต้องมีตลาดที่เป็นของชุมชน

โดยในส่วนของตรงนี้ซึ่งเราก็ทำได้เลยเพราะมองว่ามันไม่ได้ยาก แต่ถ้าเราทำตลาดปลาได้ ก็สามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประมงได้เยอะแยะมากมายเลย และในเรื่องของการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเราก็จะลงไปดูพื้นที่ต่างๆต้องสะอาด ซึ่งถ้าเราได้ความสะอาดนักท่องเที่ยวมาเยอะก็สามารถเดินไปและชมวิถีชีวิตของชาวประมงภายในตัว และเราสามารถมีสินค้ามีอะไรสามารถขายหน้าบ้านตนเองได้เลย ถ้าเราทำการท่องเที่ยวให้คนมาเที่ยวดี แต่ความสะอาดคือสิ่งสำคัญ และความปลอดภัยเรื่องคือเรื่องของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ในเมื่อนักท่องเที่ยวต้องมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่หาดนราทัศน์สำคัญอย่างน้อยกลางค่ำในช่วงกลางคืนถ้าเรามีศูนย์บริการอยู่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และการเข้า-ออกให้สองทางให้ได้สะพานที่มันชำรุดอยู่ต้องมีการซ่อมให้มันเสร็จให้เร็วที่สุดเพื่อจะใช้สัญจรไปมาได้สะดวก ด.ต.มโณ วารีวะนิช กล่าว
////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โชคชัย รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ ป้องกันเหตุอาชญากรรม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 18.00น. ณ ปั๊ม ปตท. ต.กอโจทย์ ถ.24 อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ภายใต้การอำนวยของพ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัยได้มอบหมาย

ให้พ.ต.ต.คุณากร วรเมธานนท์ พร้อมชุดชุมชนสัมพันธ์ รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร เมาไม่ขับ การป้องกันและระมัดระวังเหตุอาชญากรรมในช่วงเทศการสงกรานต์

และอำนวยความสะดวกจราจร และมีประชาชนร่วมมอบอาหารและเครื่องดื่มเป็นกำลังใจให้กับชุดชุมชนสัมพันธ์ ณ ปั๊มปตท. อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ เน้นขับขี่ปลอดภัย ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่16 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมจุดบริการและตรวจความเรียบร้อยในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยมี นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน

นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พ.ต.ท.ธีระพงษ์ วงค์ทาฟั่น สว.จร.สภ.เมืองน่าน นายเอกฉันท์ มูลศรี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ร่วมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับรถตาม Checklist ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ทั้งนี้มีประชาชนมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน เป็นจำนวนมาก

สำหรับการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับ ประกอบด้วย ตรวจสภาพตัวรถทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องครบถ้วน และมีความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ เป็นต้น ด้านพนักงานขับรถ ต้องมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่มีสารเสพติด ชั่วโมงการทำงานขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้ตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 บริเวณจุดตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน ซึ่งจุดนี้จะมีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดของพนักงานขับรถและการเฝ้าระวังการใช้ความเร็ว ในการขับรถ

โดยสารให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางถึงที่หมายโดยสะดวก สบาย ปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ โอกาสรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและคณะ ยังได้มอบของที่ระลึก ให้กับผู้ที่เดินทางมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พร้อมพบปะพูดคุย และอวยพรขอให้เดินทางสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​แรงงานลาวเริ่มเดินทางกลับ แน่น บขส.มุกดาหาร ตรวจเข้มแอลกอฮอล์-สารเสพติด คนขับทุกราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร (บขส.มุกดาหาร)

แน่นขนัดไปด้วยแรงงานชาวลาวและประชาชนจำนวนมากที่มารอต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วโดยสารและรอขึ้นรถยนต์โดยสาร เพื่อจะกลับเข้ากรุงเทพฯและจังหวัดทางภาคตะวันออก ภายหลังจากที่สิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย-ลาว

โดยประชาชนเริ่มทยอยเดินมาตั้งแต่ในช่วงบ่ายและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร นำโดยนางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล

หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารโดยนายอนุชิต พิกุลศรี นางสาวขวัญตา สารธิตย์

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เข้ามาอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารด้วย

นางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางกลับทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด

ได้เตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือ รถเสริม 30 ไว้รองรับการเดินสำหรับการเดินทางเที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ อย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้มีผู้ใดตกค้าง พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัย

ให้กับผู้โดยสารเจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดกับผู้ขับขี่รถโดยสารทุกรายอีกด้วย

แรงงานลาวเริ่มเดินทางกลับแน่นสถานีขนส่งมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชลบุรีเต้น! อนุทิน สั่งตรวจสอบเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวอินเดียที่พัทยา / อ.เมย์ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจาก เกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ปากทางเข้าวอล์คกิ้งสตรีทพัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยาเสียหาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

  ล่าสุด เวลา 13.30 น. วันที่ 15 เมษายน 2568 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการป้องกันเหตุเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีพ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปรามปราม ตำรวจสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา เข้าร่วมประชุมฯ เบื้องต้น ได้เชิญตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มาเปิดเผยรายละเอียดขณะเกิดเหตุให้สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ และยืนยันว่า เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี เป็นมีที่มีความปลอดภัย แต่ในบางครั้งอาจจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันบ้าง เนื่องกันอาการมึนเมาและสื่อสารกันไม่เข้าใจ ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกับชาวไทย ซึ่งทางฝ่ายปกครอง และ สภ.เมืองพัทยา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมจัดระเบียบกับ ผู้ประกอบการวิน จยย.รับจ้าง และรถสองแถว อยู่อย่างต่อเนื่อง หากมีการกระทำผิดจะมีโทษตามกฎหมาย และดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากกระทำผิดซ้ำ

ด้าน นายเอ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้เดินมาสอบถามหารถโดยสาร เพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล หลังจากตกลงราคาเรียบร้อยตนจึงให้ น้องชาย พากลุ่มนักท่องเที่ยวไปส่งที่รถสองแถว แต่ผ่านไปสักพักก็แปลกใจว่า ทำไมยังไม่ไปสักที จึงเดินตามไปกลับพบว่า 1 ในชาวอินเดียกำลังมีปากเสียงกับน้องชาย จากนั้นกลุ่มอินเดียจึงเริ่มด่าทอให้ของลับ และจะเข้ามารุมทำร้าย น้องชายจึงเริ่มถอยหนี ตนจึงเข้าไปห้ามปราม ก่อนจะบานปลายถึงขั้นชกต่อยกันคนละหมัด จากนั้นคนที่อยู่ใกล้เคียงจึงกรูกันเข้ามาห้ามเพื่อให้แยกกัน แต่บุคคลที่ใส่เสื้อวิน ที่ผ่านมาและเข้ามาทำร้ายนักท่องเที่ยวเสริม พวกตนไม่รู้จักแต่อย่างใด สุดท้ายอยากขอโทษสังคมและเมืองพัทยา ซึ่งตนเองไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่เป็นเพราะอารมณ์ที่ถูกด่าทอ และจะถูกรุมทำร้ายก่อน จึงต้องป้องกันตัวเอง

อย่างไรก็ตาม อยากขอแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ใช่เหตุรุนแรง หรือกลุ่มแก๊ง มาเฟียรุมทำร้ายนักท่องเที่ยว ตามที่ข่าวนำเสนอไป เป็นเพียงเหตุกระทบกระทั่งกันส่วนบุคคลซึ่งเกิดจากการสื่อสารไม่เข้าใจ เบื้องต้น จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนชาวไทยทั้ง 2 ราย ว่า หากนักท่องเที่ยวกริยาไม่ดี ก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ไม่ควรชกต่อยหรือตัดสินเอง ส่วนผู้เสียหายชาวอินเดียนั้นเจ้าหน้าที่ยังติดต่อไม่ได้และยังไม่มาแจ้งความในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงได้สั่งการให้จัดประชุมหารือวางมาตรการร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเกิดขึ้นอีก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี ต่อไป

มีรายงานว่า ณ วัดโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2568 ได้มีการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568 ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเนื่องด้วยในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ เด็กๆและเยาวชน ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จาก 30 หมู่บ้าน 4 ตำบล ทั่วอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เข้าร่วม โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน โดยได้รับความเมตตาจากพระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดโคกมน และเจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว ที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของการใช้เวลาช่วงปิดเทอมอย่างมีความหมาย

เด็ก ๆ ได้ฝึกวินัย ฝึกความอดทน ตื่นตีห้าสวดมนต์ เดินบิณฑบาตโดยไม่สวมรองเท้าช่วยกันทำความสะอาดวัด ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีระเบียบ และไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือตลอดระยะเวลา เพื่อฝึกสมาธิอย่างแท้จริง โดยบางคนมาจากครอบครัวที่ไม่มีโอกาส บางคนอยู่กับปู่ย่า บางคนไม่เคยได้กินอาหารดี ๆแต่เมื่อมาบวชกลับมีรอยยิ้ม ได้เพื่อน ได้กำลังใจ ได้สัมผัสความเมตตา และสิ่งดี ๆ จากสังคมเด็กบางคนถึงกับร้องไห้ ไม่อยากสึกเมื่อครบกำหนดเด็กๆหลายคน คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย สนับสนุนให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ในช่วงเวลาปิดเทอมที่วัด มากกว่าปล่อยให้เล่นอยู่ที่บ้าน ติดมือถือ ติดเพื่อน ติดทีวี ติดเกมหรืออาจเสี่ยงในการคบเพื่อนไม่ดี ติดยาเสพติด​ ​

ทั้งนี้ พิธีมอบทุนการศึกษาสามเณรและถวายภัตตาหารแด่ภิกษุ สามเณร 13 เมษายน 2568 ณ วัดโคกมน จุดประสงค์​เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแรงจูงใจให้แก่กับสามเณรน้อยที่ฝึกปฏิบัติตน ด้วยความมานะอดทน เพียรพยายาม ขันติบารมี วิริยะบารมี มาตลอดระยะเวลาในการบรรพชา ภาคฤดูร้อน​

ซึ่งในงานได้รับเกียรติจากอาจารย์​เมย์ ซินแสฮวง​จุ้ยชื่อดัง ประธานโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น” ดร.จินต์วยา เบญญจิ​นดาพิศุทธ์​ นักธุรกิจหญิง​ที่ได้รับรางวัลเกียรติ​คุณนานาชาติ รางวัลคชจักร ประเภทองค์กรเพื่อสังคมดีเด่น เดินทางมาเป็นเจ้าภาพ​ ในการมอบทุนการศึกษา และถวายภัตตาหาร ร่วมกับ คุณวรากุล ภัคธัญญานนท์ อดีตจิตอาสาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในวัดไทย และต่างประเทศที่เคยร่วมงานกับวัดไทยกว่า 848 แห่ง ใน 9 ประเทศทั่วโลก ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะลูกศิษย์​อาจารย์เมย์ กัลยาณมิตร​สายบุญ ร่วมด้วยช่วยกัน สร้างความสุขให้สามเณรน้อย ด้วยความอิ่มใจ

ชลบุรีแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568

 วันที่ 15 เม.ย.68 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ
ด้วยเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จังหวัดชลบุรีได้กำหนดให้มีงานประเพณีวันไหลในหลายพื้นที่ โดยจัดรูปแบบงานการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสร้างความสนุกสนาน เพิ่มสีสันในช่วงเทศกาลวันไหลในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น วันไหลนากลือ วันที่ 18 เมษายน 2568 วันไหลเมืองพัทยา วันที่ 19 เมษายน 2568 วันไหลบ้านบึง วันที่ 20 แมษายน 2568 และวันไหลบางเสร่ วันที่ 20 แงชายน 2568 โดยมีการกำหนดให้ปิดการจราจรในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจากที่ต่างๆ มาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมากในห้วงดังกล่าว เพื่อรักษาความปลอดภัย และอำนวยความละดวกในการจราจร ผู้ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ ผู้ที่มาท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ ในการนี้จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลดังกล่าว






สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย ฝ่าสายฝน ลงตรวจพื้นแม่สรวยแพเปียก สั่งเข้มด่านเป่า เมาขับถูกจับขึ้นศาล

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา14.00น.วันที่ 23เมษายน 2568นายชรินทร์ ทองสุข พร้อมด้วยนางสินีนาฎ ทองสุขนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และป้องกันจังหวัดเชียงราย และคณะ 
ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร บริเวณปากทางเข้าเขื่อนแม่สรวย  ซึ่งเป็นจุดทางเข้าออกการท่องเที่ยวแพเปียกอำเภอแม่สรวยโดยมีนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ อำเภอแม่สรวย และพ.ต.อ. กฤษฎา งามจิตต์ ผกก.สถานีตำรวจอำเภอแม่สรวยให้การต้อนรับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ตรวจแถวและได้กำชับนโยบายเข้มการตั้งด่าน เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชียงราย  ยังได้มอบสิ่งของให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ได้สนธิกำลังระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านตรวจครั้งนี้ด้วยหลังจากมีการตรวจด่านกวดขันวินัยจราจรแล้วยังได้ตรวจเยี่ยมบริเวณจุดล่องแพเปียกที่มีคนเล่นน้ำเป็นจำนวนมากท่ามกลางสายฝน โดยกำชับให้ผู้ประกอบการร้านค้าห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนต่ำกว่า18ปี และขายตามเวลากฎหมายกำหนดเท่านั้น สำหรับการตรวจพื้นที่อำเภอแม่สรวยครั้งนี้เกิดจากภายหลังรัฐบาลมีคำสั่งให้ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นการป้องปรามตามมตรการ7วันอันตราย ที่อยู่ในช่วงสงกรานต์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการตั้งด่านจุดดังกล่าวทำให้มีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ และเดินทางกลับออกจากจุดการล่องแพโดนจับกุมดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก โดยถูกควบคุมตัวไปที่สภ.แม่สรวย และถูกคุมขังเพื่อส่งศาลแขวงจังหวัดเชียงราย บางรายที่สามารถประกันตัวด้วยวงเงิน20,000 บาท ก็จะส่งตัวขึ้นศาลในวันทำการศาลแต่หากวันใดถูกจับก็จะต้องถูกส่งฟ้องศาลวันถัดไป แต่รายใดที่ไม่มีเงินค่าประกันตัวก็จะถูกนอนในห้องควบคุมผู้ต้องหาไปจนกว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถส่งตัวฟ้องศาล หลังจากจ่าวนี้ได้แพร่กระจายตามสื่อโซเซียล ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหวั่นถูกจับกุมดำเนินคดี เนื่องจากได้ดื่มเหล้า เบียร์ ในบริเวณโซนท่องเที่ยวดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลิกจองแพเป็นจำนวนมากอีกด้วย อย่างไรก็ตามจุดการท่องเที่ยวล่องแพเปียกมีการ จำหน่าย เหล้า เบียร์กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็จะนำจากบ้านไปดื่มกิน ในซุ้มอาหาร และบนแพเปียกอย่างสนุกสนาน แต่ละรายมีแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน 50มิลกรัมเปอร์เซ็น ถ้าหากดื่มเบียร์เพียงกระป๋องเดียวก็ตาม ดังนั้นการตั้งด่านเป่าแอลกอฮอล์เข้มมีผลให้นักท่องเที่ยวบางราย ถึงกับยกเลิกและบอกว่าไม่อยากไปแล้ว นั่งดื่มกินที่บ้านดีกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวที่ยังอยากจะไปล่องแพและดื่มกินก็จะยอมจ้างรถตู้และรถโดยสาร เพราะไหนๆก็เสีย ค่าค่าซุ้มนั่ง ค่าล่องแพ รวมทั้งหากเอาอาหารและเครื่องดื่มไปก็จะถูกปรับ รวมรายการเที่ยวก็จะเสียเงินหลายพันบาทแต่ถ้าหากเมาแล้วขับ ถูกจับก็จะเสียเงินเป็นจำนวนมากถือว่าท่องเที่ยวในราคาแพง ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลสภาพภาพผู้ประกอบการมียอดขายอาหารเครื่องดื่มลดลงบางรายยอมถอนตัวสละซุ้มขายของเนื่องจากประกอบการไปแล้วไม่คุ้มทุน ดังนั้นปีต่อไปหากผู้จัดไม่มีมาตรการควบคุมระเบียบการค้าขาย อาจเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวแพเปียกปิดตัวลงเร็วขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ประสพปัญหาหลายด

สงกรานต์เมืองแพร่สนุกฉ่ำทุกเวทีNon-Stop 4 วัน 4 อำเภอยกระดับสู่เมืองหลักสงกรานต์เฟสติวัล จนลืมไปเลยว่าที่นี่คือเมืองรอง!! ” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ”IndigoBlueCity:PhraeSplashFestival 2025″

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เปิดเผยถึง การจัดงานสงกรานต์เมืองแพร่ปี 2568 ว่างาน” สงกรานต์สีสัน
มหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ” Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025″ พร้อมแล้วที่จะปลดล็อคเมืองแพร่ให้กลายเป็นเมืองหลักในการจัดเทศกาลสงกรานต์ ชูจุดเด่นด้วยการนำเสนอเสน่ห์เมืองแพร่กับเรื่องราวความสร้างสรรค์แห่งวัฒนธรรมพลังซอฟต์พาวเวอร์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานความดั้งเดิมและความนำสมัย อันควรค่าต่อการมาเยือนสู่กิจกรรม
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองในรูปแบบเฟสติวัล

สำหรับการจัดงาน” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ ในปีนี้เตรียมมอบประสบการณ์ความสนุกฉ่ำระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน2568 นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์GrandPhrae… GrandMomentนำเสนอเรื่องราวความงดงามของเมืองที่น่าค้นหา 3อำเภอ 3 ธีมได้แก่ ชนเผ่าแห่งขุนเขาอำเภอวังชิ้น เมืองแห่งมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมล้ำค่า (ไทลี้อไทใหญ่)พร้อมขบวนแห่อลังการสะท้อนวิถีชนเผ่าในวันที่ 13 เมษายน2568 ณ.บริเวณหน้าวัดใหม่กลาง มรดกแห่งเส้นใยล้านนา อ.ลองเมืองแห่งผ้าจกโบราณตำนานทอผ้าของชาวลอง

ในวันที่ 15 เมษายน 2568รื่นรมย์กับขบวนแห่พลังแห่งผ้าทอโบราณที่ผ่านการบูรณาการสู่แฟชั่นผ้าพื้นเมืองร่วมสมัยไปตลอดเส้นทางถนนสายเทศบาล 1 เริงระบำคาร์นิวัลอ.เด่นชัยประตูสู่ล้านนา เส้นทางแห่งศิลปะประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความโรแมนติกบริเวณริมถนนสายเด่นชัยพร้อมเวทีคอนเสิร์ตใจกลางเมืองบนถนนสายหลักของการเล่นนำสงกรานต์เมืองเด่นชัยในวันที่ 16 เมษายน 2568 รูปแบบการจัดงานในปีนี้ จึงเป็นความมหัศจรรย์ของเมืองแพร่ ที่เชิญชวนทุกคนได้มาสัมผัสความตระการตาของขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์ชุมชน โดยกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ล้านนา ขบวนแห่มหาสงกรานต์เฟสติวัล

ภายใต้ธีมเมืองแห่งผ้าโบราณ ตำนานล้านนา สู่ศิลปะบนผืนผ้าและแฟชั่นดีไซน์ร่วมสมัยและขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์เริงระบำคาร์นิวัลเปิดประตูสู่ล้านนารวมถึงพลาดไม่ได้กับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตนำโดยSEKLOSOSOPOTATO
กระแตอาร์สยาม เป๊กกี้ศรีธัญญา TG TIGER และยูกิไหทองคำในส่วนการจัดงาน” Indigo BlueCity: Phrae Splash Festival 2025″ ปีนี้ชูแนวคิดการร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นด้วยความหลากหลายของกิบ 9 กรรมพลังแห่ง Soft Power-Food Fashion Festival

พบกับกิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลาย ควบคู่กับความเท่าเทียมกันของกลุ่ม
LGBTQ การเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศเฟสติวัล เปิดเมืองเล่นน้ำสาดความสุขตระการตากับขบวนรถแห่เสน่ห์ไทย คาร์นิวัลโชว์พลังแห่งผ้าไทยแฟชั่น Indigofabricพร้อมด้วยขบวนแห่ LGBTQนอกจากนี้ ยังตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งสีสันเวทีใหญ่กลางแจ้งแลนด์มาร์คสงกรานต์เฟสติวัลที่เต็มไปด้วยดีไซน์ร่วมสมัย เชื่อมโยงเรื่องราวของศิลปะ และผ้าIndigoอัตลักษณ์เมืองแพร่ บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล จัดกันเต็มถึง 2 เวทีใหญ่บริเวณช่วงน้ำคือและวงเวียนประตูชัยพร้อมเสิร์ฟสนุกฉ่ำกับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตโดยศิลปินชั้นชั้นนำ

Fellow Fellow MEAN อม วิทวัล MILLIURBOYTJและยีนส์TheVoice เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เปิดเมืองจัดเฟสติวัลขนาดใหญ่ของจังหวัดที่เปิดโอกาสผู้คนในจังหวัดแพร่ได้มีส่วนร่วมในทุกอำเภอและเปิดเมืองเชื่อมโยงให้นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศเดินทางมาร่วมสนุกกับการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ไทยใน
จ.แพร่ได้อย่างหลากหลายสถานที่สงกรานต์สีส้นมหัศจรรย์เมืองแพร่2568 และ Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025 ภายใต้การสนับสนุนหลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่13-17 เมษายน2568 นี้
นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยจุดประกายส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและตอกย้ำความเป็น’เมืองสร้างสรรค์’ของจังหวัดแพร่ประตูสู่ภาคเหนือของประเทศไทยที่นำเอาต้นทุนทางวัฒนธธรรมพลังแห่งซอฟต์พาวเวอร์มาต่อยอดด้านการท่องเที่ยว ด้วยเป้าหมายในการยกระดับสู่เทศกาลระดับโลก

สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ #PhraeSplashFestival2025

สมจิตรแสงบัลลังก์กินข้าวภาคเหนือ
ธีรพงษ์ ธงออนแพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 ตรวจเยี่ยม อาชีวะ อาสาดูแลประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์จังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ จุดบริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ รวม 3 จุด ประกอบด้วย

จุดบริการหน้าบริษัทอีซูซุ สาขาบึงกาฬ, จุดบริการ “Fix It – อาชีวะขนส่งร่วมใจช่วยประชาชน” และจุดบริการหน้าสถานีตำรวจภูธรศรีวิไล โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนร่วมให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนร่วมกันบูรณาการ

ในการลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน พร้อมเน้นย้ำว่า “ดื่มไม่ขับ ขับไม่เร็ว” และ “สวมหมวกกันน็อก” โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในทุกปี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการผ่อนผัน หากพบผู้กระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

เพื่อให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด”

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้อวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยและชาวจังหวัดบึงกาฬเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ

ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อพระใหญ่ เจ้าแม่สองนาง และหลวงปู่ทองพูล ประทานพรให้ประชาชนประสบแต่ความสุข ความเจริญ สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิด “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นรับ นทท. ช่วงสงกรานต์ และ ชมรมศิษย์เก่า มุกดาหารรุ่น 24 จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ในวันสงกรานต์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568​ จังหวัดมุกดาหารยกระดับ Soft Power เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดมุกดาหารที่ว่า “เมืองการค้าทันสมัย เกษตรคุณภาพสูง ท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงสู่สากล”

ประกอบกับเป็นห้วงเวลาช่วงเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดมุกดาหารจึงได้ขานรับนโยบาย Soft Power ผลักดันอาหาร ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ด้วยการจัดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) และ งานมหาสงกรานต์ 2568 ขึ้นในระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน​นี้

ที่บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (หลังเก่า) อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร รวบรวมร้านค้าร้านอาหารปลอดภัย ของคนเมืองมุก มากกว่า 50 ร้านค้า รวมถึงการแข่งขันประกวด ทำอาหาร รวม 52 ตำบล 52 ทีม

กับการประกวดหมูหัน การประกวดส้มตำลีลา และการประกวด สำรับอาหารจากปลาแม่น้ำโขง รวมเงินรางวัล กว่า 72,000 บาท พร้อมการจัดงานแบบบูรณาการสุดยิ่งใหญ่ ” เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์​ Muk-Savan Fun & Fin Festival “

นายวรญาณ​ บุญณราช เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) ประจำปี 2568 พร้อมขานรับนโยบาย Soft Power หนึ่งในนั้นคือด้านอาหารที่ทางจังหวัดมุกดาหาร มีความหลากหลาย และมีของดีประจำเมืองมากมาย เช่นหมูหันขึ้นชื่อ

สำหรับอาหารปลาน้ำโขง ส้มตำเลิศรส และอื่นๆอีกมากมาย ที่เป็นอัตลักษณ์ประจำเมืองมุกดาหาร อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม รวมทั้งแหล่งรวมศรัทธามนต์ขลังพญานาค 3 พิภพ

ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร เป็นพื้นที่ติดริมแม่น้ำโขงที่มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับพญานาคที่เกี่ยวพันกับแม่น้ำโขงมาอย่างช้านาน ด้วยความพร้อมพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการของจังหวัดมุกดาหาร

จึงผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาค และที่สำคัญได้มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมโยงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

และประเทศเวียดนาม เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ การสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชน ให้มีความอยู่ดีกินดีต่อไป

มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนมุกดาหารรุ่น 24 จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ในวันสงกรานต์

ณ ร้านอาหารริเวอร์วิว นายปรีดา​ ชุติพร ประธานชมรม ศิษย์เก่าโรงเรียนมุกดาหาร รุ่น 24 คณะกรรมการ และ พระอาจารย์ประชุม สำนักสงฆ์ส่างโดน แจกวัตถุมงคลและของดี ผู้มาร่วมงาน

จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ ที่เคยสั่งสอนมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย และไปศึกษาต่อ จนจบการศึกษาออกมาทำงาน บางคนก็เป็นครู ตำรวจ ทหาร และรับราชการในหน่วยงานต่างๆ

จึงรู้สึกสำนึกในบุญคุณครูบาอาจารย์ที่เคยสั่งสอนมา จึงจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรเนื่องในวันสงกรานต์เป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดต่อกันมา โดยลูกศิษย์แต่ละคนมอบมาลัยกร รดน้ำขอพร ครูอาจารย์

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และถวายอาหารพระเพล ณ วัดศรีบุญเรือง อำเภอเมือง​ จังหวัดมุกดาหาร เสร็จ กิจกรรมรับประทานอาหารร่วมกัน ที่จัดขึ้น โดยมีน้ำเป็นสัญลักษณ์ของความชุ่มชื่นเย็นฉ่ำ เด็กๆ รดน้ำผู้ใหญ่​เพื่อแสดงความรำลึก ความกตัญญูกตเวทิตา และผู้ใหญ่ก็จะให้พรกลับไป

นายสมบูรณ์ พรหมสุ้ย ตัวแทนครูอาจารย์กล่าว ให้พรอันประเสริฐใดๆ ในหล้าโลก ขอจงมีแก่ลูกศิษย์ทุกคน ทั้งตัวแทนและคนที่ไม่ได้มาในวันนี้ ขอให้ทุกหนทางที่ก้าวเดินไป ราบรื่น สุข สมหวัง สมดังใจปรารถทุกๆ ประการ และทุกๆ คนเทอญ​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.บึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุแห่งชาติและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเทศบาลเมืองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เทศบาลเมืองบึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 พร้อมร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ โดยได้รับเกียรติจาก

นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธี มีนางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศบาลเมืองบึงกาฬ

กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสุพรรณี กุลสุวรรณ รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองบึงกาฬ และผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ เข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุแสดงบทบาทสูงวัยอย่างมีพลัง แสดงศักยภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทั้ง24ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จำนวน 350 คน

อันเป็นการส่งเสริมและแสดงความเคารพ แสดงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อผู้สูงอายุ รณรงค์ให้สังคมตระหนักเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุ ตลอดจนการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้สูงอายุที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการเผยแพร่ บำรุงศิลปะ และส่งเสริมวัฒนธรรมจารีตประเพณีอันดีของท้องถิ่น ให้คงอยู่สืบไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โคกสำโรงจัดยิ่งใหญ่ “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568” พร้อมประกวดเทพีสงกรานต์และคอนเสิร์ต EDM ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 ณ สนามที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมเทศกาล “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568”

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต 4 นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ สภ.โคกสำโรง พ.ต.อ.มาโนช จันทร์เที่ยง

ผกก.สภ.เพนียด นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พร้อมประชาชนร่วมงานมากกว่าหนึ่งพันคน โดยร่วมขบวนแห่งานเทศกาลมหาสงกรานต์บ้านโคก 2568

มีกิจกรรมตลอดทั้งวัน อาทิ การประกวดเทพีสงกรานต์ ขบวนแห่สรงน้ำพระ และคอนเสิร์ต EDM จากดีเจชื่อดัง ไฮไลต์ของงาน เวลา 13.00 น. เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าประกวดเทพีสงกรานต์ประจำปี 2568

กิจกรรมการประกวดเทพีสงกรานต์ และพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการขบวนแห่สรงน้ำพระเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ไปยังตลาดโคกสำโรง เวลา 19.00 – 23.00 น.

สนุกสุดมันส์กับคอนเสิร์ต EDM โดย DJ Baslay และ DJ Fronk Frank
หลักเกณฑ์การประกวดเทพีสงกรานต์รับสมัครผู้เข้าประกวดที่มีคุณสมบัติเป็นเพศหญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป มีสุขภาพแข็งแรง

และไม่จำกัดสัญชาติ โดยจะต้องแต่งกายด้วยชุดไทยจักรี หรือชุดไทยประยุกต์ที่สุภาพ ค่าสมัคร 300 บาท ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินสดมูลค่า 6,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนน์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

ลพบุรี รองผวจ.ลพบุรี ออกเยี่ยมจุดตรวจและสำนักทะเบียนอำเภอที่เปิดให้บริการประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568

วันที่ 13 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจและจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่กำลังเดินทาง ณ จุดบริการประชาชน อำเภอโคกสำโรง

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง รอให้การต้อนรับ และอำเภอบ้านหมี่ โดยนำน้ำดื่ม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง มอบให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละจุดตรวจและจุดบริการประชาชน โดยแต่ละจุดได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ มูลนิธิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร. มาคอยอำนวยความสะดวก การจราจร และเฝ้าระวังผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน

โดยได้พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานประจำจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน ให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำการอำนวยความสะดวกการจราจรให้น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จากนั้น ได้ไปตรวจเยี่ยม สำนักทะเบียนอำเภอโคกสำโรง และอำเภอพัฒนานิคม ที่ได้เปิดให้บริการด้านทะเบียนและบัตรประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2568 เพื่อมอบนโยบาย แนวทางในการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เน้นย้ำประชาสัมพันธ์ รณรงค์ เมาไม่ขับ โทษของการเมาแล้วขับหลังถูกจับกุม นอกจากนี้ให้สร้างการตระหนักรู้ในด่านตรวจต่าง ๆ ในเรื่องอุบัติเหตุให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ถึงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงมารยาทในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงของ

การเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งจะมีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณรถหนาแน่นมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง ที่มีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี / จนท.ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาสงกรานต์โคราช อัญเชิญพระคันธารราฐ อายุกว่า 300 ปี แห่ไปประดิษฐานลานย่าโม ให้ปชช.ได้สรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญพระคันธารราฐ พระคู่บ้านคู่เมืองนครราชสีมา อายุกว่า 300 ปี ออกจากพระเจดีย์ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เคลื่อนลงมาบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประดิษฐานบนราชรถ

โดยมีริ้วขบวนแห่อัญเชิญพระคันธารราฐ ขบวนแห่สงกรานต์ แห่ไปตามเส้นทางถนนจอมพล เลี้ยวซ้ายเข้าถนนชุมพล เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนิน เพื่อไปประดิษฐานยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม ให้พี่น้องประชาชนได้กราบสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพระคันธารราฐจะประดิษฐานอยู่ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถึงวันที่ 13 เม.ย.68 เพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะ

ในเวลาต่อมา 17.00 น ได้แห่อัญเชิญลอดซุ้มประตูชุมพล กลับไปประดิษฐานที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร โดยในขบวนแห่อัญเชิญกลับจะมีผ้าเงินผ้าทองขนาดความยาว 557 เมตร ให้ประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมกันลากจูงไปตามถนนสายต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

มูลนิธิการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จ.นครราชสีมา จัดสร้างเหรียญมงคล รุ่น รวยพิเศษ ปลุกเสกโดย หลวงปู่ศิลา ศิริจน์โท

มูลนิธิการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา นำโดย ดร.รังสิสวุฒิ สุวรรณ์โรจน ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา จัดสร้างเหรียญมงคลรุ่นรวยพิเศษ ปลุกเสกโดยพระราชวัชธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา ศิริจน์โท) พระวชิรญาณวิศิษฎ์ วิ. (หลวงพ่อสุริยันต์ โฆสปญโญ) พร้อมด้วยพระสงฆ์สมณศักดิ์ เมตตาอธิษฐานจิต และมอบเหรียญรุ่นรวยพิเศษด้านหน้าเป็นรูปท้าวสุรนารี(ย่าโม)ยืนเต็มองค์ ด้านหลังเป็นรูปครุฑ มีทองแดง 399 ลองเช่าบูชา 399บาท ทองแดงเลขเหรียญมงคล 599บาท จัดสร้าง 500เหรียญ เหรียญกะไหล่เงิน เลขเหรียญมงคล 799บาท จัดสร้าง 500เหรียญ เหรียญทองแดงชุบทองคำแท้เลขเหรียญมงคล 1,099บาท จัดสร้าง 500เหรียญ ชุดไตรมงคล เลขเหรียญมงคลประกอบด้วย เหรียญทองแดง เหรียญกะไหล่เงิน เหรียญทองแดงชุบทองคำแท้ 1,999 บาท จัดสร้าง 500เหรียญพิธีกรรมปลุกเสก วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่า เพื่อการศึกษาสร้างความตระหนักรู้ สู่การพัฒนาเด็กพิเศษ และร่วมออกร้านโรงบุญหมายเหตุ ลำดับที่ 2,3,4 พร้อมกล่องกำมะหยี่ ส่วนลำดับที่ 1 กล่องพลาสติก เหรียญที่ได้และเลขเหรียญทุกเหรียญ ค่าจัดส่ง 49บาท/ 1-5เหรียญ สอบถามลายละเอียด โทร 044-952078 / 081-7907400

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล เทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 07.00 น. นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีสรงน้ำพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ เนื่องในงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 ณ วัดสวนตาล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน คณะศรัทธาชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ เข้าร่วมพิธีฯ

โดยในช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เทศบาลเมืองน่าน จัดพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมกันนี้ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพญาภู พระอารามหลวง กล่าวอวยพรปีใหม่ไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2568 โดยพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในวันสงกรานต์ 13 เมษายน เป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณให้คงสืบไว้ต่อไป

สำหรับพระเจ้าทองทิพย์ มีอายุกว่า 575 ปี พงศาวดารเมืองน่าน บันทึกว่า ปี พ.ศ.1993 พญาติโลกราชแห่งนครพิงค์เชียงใหม่ได้ยกทัพมาตีเมืองน่าน โดยตั้งค่ายอยู่นอกกำแพงเมือง บริเวณวัดสวนตาลที่มีดงป่าต้นตาลขนาดใหญ่ และยึดเมืองน่านได้ในเวลาต่อมา พระองค์จึงดำริสร้างพระพุทธรูปให้เป็นอนุสรณ์สักขีพยานในชัยชนะจากทองคำ และโลหะมีค่าทั้งหลาย หนักกว่า 12 ตื้อ พระประธานองค์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และสร้างด้วยน้ำหนักทองคำมากที่สุด

ในยุคล้านนาของพระองค์ ในพิธีหลอมทองหล่อเทองค์พระ ช่างได้เททองเข้าเบ้าพิมพ์หลายหนก็ไม่สำเร็จ เบ้าพิมพ์แตกเสียทุกครั้ง จวบจนมีชายแปลกหน้า นุ่งขาวมาช่วยเททองหล่อองค์พระ จึงสำเร็จ ส่วนชายชราผู้นั้นก็หายไปไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย ชาวเมืองต่างโจษขานกันว่าเป็นเทวดา จึงขนานนามพระพุทธรูปว่า พระเจ้าทองทิพย์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2568 ที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมน์ จังหวะดศรีสะเกษ นายวิจิตร บัวจูม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม เปิดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยให้คงอยู่สืบไป เพื่อส่งเสริมการแสดงออกถึงความเคารพ ความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ

เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เพื่อให้ชุมชนเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและมีการแสดงออกในสิ่งที่ดี

และเพื่อส่งเสริมให้ผู้สงอายุมีปฏิสัมพันธ์ ได้พบปะพูดคุยและได้ร่วมแสดงออก ทำให้เกิดการผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการพัฒนาจิตใจผู้สูงอายุ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุในตำบลเดินทางมาร่วมกิจกรรม และร่วมแสดงกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน

***ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานมีสรงพระพุทธรูป รดน้ำผู้สูงอายุเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ นอบน้อมแก่ผู้สูงอายุ การแสดงความสามารถต่างจากผู้สูงอายุในตำบล ทั้งร้อง ทั้งรำ ทั้งเต้น และมีหมอแคนวัย 76 ปี มาเป่าแคนให้นักร้องหอมลำ วัย 70 กว่าปี ได้ขับร้อง

ให้ผู้มาร่วมงานได้ชมได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปิดตาผู้สูงอายุแต่งหน้า ปิดตาผู้สูงอายุตีหม้อ วัดพลังผู้สูงอายุ เตะปี๊บโชว์อีกด้วย ซึ่งสร้างความบันเทิง ความสนุกสนาน ให้กับคนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 4; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 43;

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สงกรานต์ศรีนครจัดงานถนนคนเดินต้อนรับปีใหม่ไทย2568.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่12เมษายน2568ณ. บริเวณตลาดหลังสถานีรถไฟคลองมะพลับ ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานถนนคนเดินของเทศบาลตำบลศรีนคร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568

โดยมี นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมในพิธีเปิดในการนี้ นายนิพัฒน์ เปรมพล นายอำเภอศรีนคร กล่าวต้อนรับ นายสมาน สาสิงห์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีนคร กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์การจัดงาน เทศบาลตำบลศรีนคร จัดโครงการถนนคนเดิน ประจำปีงบประมาณ 2568 ครั้งแรก

ในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2568 เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ช่วยเหลือประชาชน

ให้สามารถลดรายจ่ายจากการซื้อสินค้าราคาประหยัด รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด) จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค (ราคาต้นทุน)

จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย) การจัดจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 40 ร้าน

กิจกรรมก่อเจดีย์ทราย การแสดงดนตรี และศิลปินรับเชิญ เกมส์ อภิวัฒน์ ไมค์หมดหนี้
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์ / สื่อรัฐทีวี / กองทัพภาค2 จัดการประชุมแก้ไขปัญหาโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครโคราช / จัดงานพืชสวนโลก KORAT EXPO 2029 – 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมระยะเวลา 110 วัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ณ ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

เพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการดำเนินชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้.-
1. ความเป็นมา : เทศบาลนครนครราชสีมา และกองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง การใช้พื้นที่ในครอบครองของกองทัพบก เพื่อจัดทำโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 โดยแบ่งพื้นที่ ออกเป็น 4 ส่วน

– พื้นที่ A1 พื้นที่กองขยะและฝังกลบเดิม ขนาดพื้นที่ 41-0-58 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ. 2550 – 2567 และ เทศบาลฯ จะดำเนินการดูแลพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2589- พื้นที่ A2 พื้นที่ตั้งโรงงานปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานเดิม ขนาดพื้นที่ 31-3-42 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2550 – 2589 – พื้นที่ B พื้นที่ตั้งโรงงานเตาเผาขยะเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดพื้นที่ 121-0-58 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2561 – 2589 – พื้นที่ C พื้นที่บ่อฝังกลบขยะมูลฝอยชั่วคราว ขนาดพื้นที่ 50-0-0 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2561 – 2567 และเทศบาลฯ จะดำเนินการดูแลพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2589 2. สาเหตุที่ทางกองทัพภาคที่ 2 ให้เทศบาลนครนครราชสีมา งดเว้นการนำขยะมาทิ้ง (ในพื้นที่ C)

เนื่องจากการดำเนินโครงการฯ ของเทศบาลนครนครราชสีมา ไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง และในพื้นที่ C มีปริมาณขยะสะสม 334,863 ตัน ซึ่งเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในด้านสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ จากกลิ่นอันไม่พึงประสงค์และน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากขยะ และเทศบาลฯ ยังไม่มีแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ชัดเจน (ซึ่งไม่เป็นไปตามการประชุมหารือในวันที่ 17 ม.ค. 68) อีกทั้ง กองทัพภาคที่ 2 ได้มีหนังสือขอให้เทศบาลฯ เร่งรัดในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วนั้น กองทัพภาคที่ 2 จึงขอให้เทศบาลดำเนินการดังนี้

1) พื้นที่ A1.1 และ A1.2 ให้เทศบาลฯ รีบดำเนินการให้เรียบร้อย
2) พื้นที่ A2 ยังสามารถดำเนินโครงการฯ ได้เหมือนเดิมตามบันทึกข้อตกลงฯ รถขนขยะอินทรีย์ สามารถนำขยะอินทรีย์มาส่งให้แก่โรงงานได้ แต่ขยะที่นอกเหนือจากขยะอินทรีย์ ให้เทศบาลฯ วางแผนขนย้ายขยะไปพื้นที่อื่น ที่ไม่ใช่พื้นที่ C
3) พื้นที่ B หลังจากศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งจนถึงที่สุดแล้ว เทศบาลฯ และกองทัพภาคที่ 2 จะมาหารือร่วมกันอีกครั้ง 4) พื้นที่ C

– ให้งดเว้นการนำขยะมูลฝอยมาทิ้งในพื้นที่ C ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 68 เป็นต้นไป
– ให้เทศบาลฯ ดำเนินการในการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ C เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฯ และสรุปประชุมในวันที่ 17 ม.ค.68 – ให้เทศบาลฯ ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และประชาชนให้งดเว้นการเข้ามาทิ้งขยะในพื้นที่ C พร้อมทั้งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ฯ 3. สรุปการประชุมหารือในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน จังหวัดนครราชสีมา และกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงการดำเนินชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ซึ่งสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ดังนี้.- 1) พื้นที่ C

– ให้เทศบาลฯ งดเว้นการนำขยะมาทิ้ง ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 68 เวลา 1800 เป็นต้นไป- ให้เทศบาลฯ ดำเนินการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ C เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง2) พื้นที่ B อนุโลมให้เทศบาลฯ นำขยะมาทิ้งพักไว้ในพื้นที่ B ได้ ไม่เกินวันละ 350 ตัน- เริ่มนำขยะมาทิ้งได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 21 เม.ย. 68 (อนุโลมให้ยังไม่ต้องขนขยะออก เนื่องจากติดเรื่องการห้ามรถบรรทุกวิ่ง ช่วงสงกรานต์)- ตั้งแต่วันที่ 22–30 เม.ย.68 สามารถนำขยะมาทิ้งได้และต้องดำเนินการขนขยะออกจากพื้นที่ B (รวมถึงขยะที่นำมาทิ้งในห้วงวันที่ 12-21 เม.ย.68) ให้หมดภายในวันที่ 30 เม.ย. 68- ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 68 สามารถนำขยะมาพักในพื้นที่ B ได้ แต่ต้องดำเนินการขนย้ายขยะออกให้หมดเป็นประจำทุกวัน

ภาพ/ข่าว :กองทัพภาคที่ 2 กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

งานพืชสวนโลก KORAT EXPO 2029 จัดงาน ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมระยะเวลา 110 วัน

การมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดย นายนพวิทย์ ควรขุนทด ส.อบจ.จังหวัดนครราชสีมา 1.จัดตั้งศูนย์อุบัติเหตุ รพ.สต.บ้านวัด 2.ระบบโครงสร้างพื้นฐานบริเวณงาน 3.การประชาสัมพันธ์พื้นที่จัดงาน อยู่พื้นที่สาธารณประโยชน์ โคกหนองรังกา ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา เนื้อที่จัดงาน 678 ไร่การแบ่งพื้นที่จัดงาน

  1. พื้นที่ลานจอดรถและพื้นที่บริการ 2.พื้นที่ลานพืชพันธุ์นานาชาติ 3.พื้นที่ลานพืชพันธุ์ของไทย 4.พื้นที่ลานแกนหลักเชื่อมโยงพื้นที่การจัดงานทั้งหมด
  2. การเดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมา ระบบขนส่งสาธารณะ

1.รถไฟรางคู่ ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 1 ชม.2 นาที ระยะทาง 68.7 กม.
2.รถโดยสารประจำทางใช้เวลาในการเดินทาง 57 นาที ระยะทาง 67.7 กม.
3.รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางไปยังพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 68 กม.ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที 4.จากท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ไปยังพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 135 กม.ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. 5. จากท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ไปพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 120 กม.ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. 40 นาที

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน