คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ วุฒิสภารับฟังข้อคิดเห็นผู้นำศาสนา เสริมแนวทางพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้บนพื้นฐานคุณธรรม

แชร์เนื้อหานี้

ปัตตานี 31 ตค. 2569 -วุฒิสภารับฟังข้อคิดเห็นผู้นำศาสนา เสริมแนวทางพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้บนพื้นฐานคุณธรรมปัตตานี – ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานี รายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ ห้อง ประชขนาดกลาง (ห้องรูสะมีแล) ถนนหนองจิก โรงแรมซีเอส อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ และสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้เชิญนายอัศริ สุทธิศาสตร์สกุล อิหม่ามมัสยิดรายอฟาฏอนี ตำบลจะบังติกอ พร้อมคณะกรรมการมัสยิด เข้าร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาชุมชน

สำหรับการพูดคุยในเวที ขนาดเล็กหรือเค้าเรียกว่า หารือ พร้อมกับทาง คณะกรรมาธิการฯ จากรัฐบาลไทย ได้พูดถึงเรื่องของความตั้งใจและบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานมัสยิดรายอฟาฎอนี จะบังติกอ ซึ่งท่านก็ได้พูดถึงการทำงานเป็นหลักเป็นรูปธรรมมีความชัดเจน และ แสดงความชื่นชมต่อบทบาทของผู้นำศาสนาและคณะกรรมการมัสยิดรายอฟาฏอนี

คณะทำงานทั้งหมดนั้น ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมและนโยบายต่าง ๆ ในระดับชุมชนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ อันเป็นแบบอย่างที่ดีในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคม

นายอัศริ สุทธิศาสตร์สกุล เผยว่า คณะทำงานทุกท่าน ได้เล็งเห็นปัญหาอุปสรรคที่ผ่านมาเยอะพอสมควรและได้แก้ไขมาตลอดระยะเวลาเกือบ 20 30 ปี นอกจากนี้แล้วยังได้สะท้อน ถึง ในเรื่องของแนวคิด การทำงานวิธีการรวมไปถึงที่ทุกคนนั้นล้วนแล้ว มี ประสบการณ์ทุกคนที่ถูกคัดเลือก มาทำหน้าที่ในการบริหารจัดการชุมชน เป็นหลักโดยเน้นการปลูกฝังคุณธรรม ควบคู่ กับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างความสงบสุข ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในพื้นที่

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบ ถึงข้อความที่ได้พูดคุยในโต๊ะเจรจาเล็กๆและการออกความคิดเห็นต่างๆ โดย ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ รวมไปถึง แนวทางการพัฒนา ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักคุณธรรม จริยธรรม ของ การมีส่วนร่วมของ จาก ประชาชน ซึ่งปัจจุบันนี้ เยาวชนในตำบลจะบังติกอ นั้นได้ก่อตั้งชมรม เป็นกลุ่มชมรมเล็กๆซึ่งเปลี่ยนแปลงมาสู่กันและกัน ซึ่งจะได้นำไปประกอบการศึกษา พิจารณา และจัดทำข้อเสนอแนะเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดความมั่นคง ความสงบสุข และการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพข่าว /
คุณตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปัตตานี รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.ปะนาเระ ศูนย์สันติวิธี รวมใจเป็นหนึ่ง ด้วยจิตอาสา ในพื้นที่ต่างร่วมกันหาทางออกแก้ปัญหาน้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

ปัตตานี – 29 ตค.68 ที่ ห้องประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอปะนาเระ พร้อมศูนย์สันติวิธี รวมใจเป็นหนึ่ง พร้อมกันนี่เองได้เรียกหน่วยงานกลุ่มนึง
ที่ทางศูนย์สันติวิธีนั้นได้ร่วมกันก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจจริงด้วยจิตอาสาในพื้นที่ต่างร่วมกันหาทางออกแก้ปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้วันนี้ วันที่ 29 ตค. 69 ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานี ได้รายงานเข้ามาว่าเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เวลา 08.30 น. ในพื้นที่คลองระบายน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โดย ผลจากการประชุม

เตรียมการก่อนแล้วเมื่อวันที่ 6-7 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยได้บันทึก สรุป การประชุมในครั้งนี้ว่าทางอำเภออะนาเระนั้น ได้มีการ มีแผนและช่วยกันเตรียมการรับมือ กับสถานการณ์ที่อาจจะเกิด โดยที่ไม่คาดฝันได้ ซึ่งจะมีน้ำป่าไหลหลากมาจากเทือกเขา โดยเฉพาะเหตุการณ์ อุทกภัย น้ำท่วม จากการคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอ ปะนาเระ อย่างหนักหน่วงในช่วงปีนี้
คือ พ.ศ.2569

โดยทางด้านจังหวัดปัตตานี ป้องกันและบรรเทาของจังหวัดปัตตานีนั้น ไม่เคยนิ่งนอนใจ จึงได้รีบประชุมตั้งแต่วันที่ 6 ตค. 69 ที่ผ่านมา กระทั่ง เตรียมการให้ มีการเรียกหน่วยงานต่างๆ อาสาสมัคร รวมจิตอาสา ของหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ให้เข้ามามีส่วนร่วมโดยใช้จิตอาสา ที่มีอยู่จำนวนมากโดยมี ความพยายามและความ สามารถบริหารจัดการ ที่ตรงลุ่มต่ำ จะได้ช่วยกันพัฒนาปรับปรุง พื้นที่คลองระบายน้ำ ที่ชาวบ้านในพื้นที่นั้นต่างบ้านต่างออกมาคนละนิดคนละหน่อยผลไม้ เลยใช้ร่วม เป็นประจำโดยเฉพาะการทำเป็น พื้นที่ของ เกษตรกร และนอกจากนี้
ชาวบ้านในพื้นที่ก็ช่วยกัน กำจัดวัชพืช เศษขยะ ที่ชาวบ้านนั่นกังวลเป็นอย่างมากเกรงว่าจะ เป็นตัว ปัญหาที่ทำให้น้ำไหลช้า จนทำให้น้ำขังได้นานนับสัปดาห์ ซึ่งการมีสิ่งกีดขวางทางน้ำนั้น จะทำให้การระบายน้ำ ช้าลงซึ่งทางอำเภอปะนาเระและศูนย์สันติวิธีพร้อมด้วยจิตอาสาทั้งหมด ได้ประชุมอีกครั้ง เพื่อเป็นการเตรียมการสถานการณ์พร้อมรับมือ อย่างใกล้ชิด

ให้ประชาชนนั้นได้มีความรู้สึกว่า “ ศูนย์สันติวิธีไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ” โดยการนี้เป็นการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ในช่วงฤดูฝนนี้อาจจะเกิดขึ้น ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้่ถึง แม้ว่าระหว่างทาง ก่อนที่จะถึงเดือน ธันวาคม 2569 สิ้นปีนี้ซึ่งคนในพื้นที่นั้นรู้อยู่อยู่แล้วว่าน้ำท่วมแน่นอน แต่ปีนี้มีการบริหารจัดการที่ดีมีการประชุมล่วงหน้าก่อนเป็นสัปดาห์การเตือนภัยของศูนย์อุตุนิยม ซึ่งจากการ ประเมิน ทิศทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์สันติวิธี

ซึ่งนำโดย พันเอก เรวุฒิ ลงพื้นที่ในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชนจิตอาสาที่มาช่วยกัน พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่คลองระบายน้ำ แล้วยังได้รับการสนับสนุนเครื่องมือ คือ รถโกยตัก จากกรมชลประธานที่ 17
สายสรงน้ำที่ 2 มาช่วยปรับปรุงและขุดลอกคูคลองระบายน้ำ ที่มีวัชพืชปกคลุมและขยะที่ขวางทางปิดกันท่อระบายน้ำเพื่อให้มีความพร้อม ที่จะรับมือ จากวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัย ได้ทันท่วงที สามารถระบายน้ำได้รวดเร็วและไม่เอ่อล้นไปท่วมบ้านที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน เมื่อเกิดมีฝนตกหนักในพื้นที่ และ ได้รับการสนับสนุนน้ำและเครื่องดื่มจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ให้กับพี่น้อง ประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ตำบลท่าน้ำ อำเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานี

จาก ความร่วมมือร่วมใจการเตรียมการ เพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ก่อนที่จะเกิดน้ำท่วม ในครั้งนี้ เป็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะป้องกัน และให้การช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อน เมื่อเกิดอุทกภัย ได้อย่างทันท่วงที ไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินให้ได้มากที่สุดพวกเราทุกคนจะไม่ท้อแท้ในการทำดี เมื่อพวกเราไม่ย่อท้อทั้งนี้เองทหารและศูนย์สันติวิธี ก็จะเก็บเกี่ยว ประสบการณ์ต่างๆก้าวลงมาในที่นี้หากมีเวลา อันสมควรแล้วตั้งใจจะกลับมาอีกครั้งนึงแล้วได้เจอกันใหม่กับชาวบ้านถืออาสาทุกคน ที่ออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย กระผมจึงขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความร่วมมือเพราะท่านนายอำเภอและประชาชนอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี

ภาพข่าว /,ตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าว TOPNEWS รายงาน จาก พื้นที่อำเภอปะนาาเระ จ. ปัตตานี //่

ด่าน ตม.เบตง ร่วม สภ.เบตง ตรวจค้นสถานประกอบการ ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์คนต่างด้าว 38 ราย ไม่พบการกระทำความผิด พร้อมชี้แจงกฎหมายเสริมความเข้าใจ

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สว.ด่าน ตม.เบตง นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง ร่วมกับ ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเบตง ร่วมตรวจค้นสถานประกอบการเอกชน ในพื้นที่ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านการเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าวในพื้นที่ ตรวจค้นหาแรงงานต่างด้าวที่ทำงานผิดกฎหมาย ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ และผู้ที่ละเมิดกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่อำเภอเบตง
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด

พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวนทั้งสิ้น 38 ราย เมื่อตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ การพักอาศัย และสถานะการทำงานอย่างครบถ้วนแล้ว ไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำ ชี้แจง และส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องต่อไป

พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สว.ด่าน ตม.เบตง กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง มีความมุ่งมั่นพร้อมเฝ้าระวัง ดูแลความสงบเรียบร้อย และควบคุมการเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าวให้เป็นไปตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ละเลยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทุกรูปแบบ พร้อมให้ความรู้ คำแนะนำ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่กลุ่มคนต่างด้าว เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในอนาคต และรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยร่วมกันในพื้นที่ ภาพ/ข่าว อดินันท์ มะลี อ.เบตง จ.ยะลา 084-8559605

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รพ.นครปฐม ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สาขาการบริหารการพยาบาล รุ่นที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบานครปฐม กล่าวต้อนรับ รองศาสตราจารย์ ดร.อภิญญา จำปามูล ประธานหลักสูตรฯ พร้อมคณะอาจารย์และผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการบริหารการพยาบาล รุ่นที่ 1 จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการบริหารองค์กร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมทั้ง ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการ สู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ จัดกิจกรรมเกี่ยวข้าวโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรอง ช่วยเหลือเกษตรกรยามวิกฤติ ทางอาหาร พร้อมส่งต่อเมล็ดพันธุ์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณแปลงนา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าว ภายใต้โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรองเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในยามวิกฤติ โดยมีนางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวข้าวในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง

สำหรับโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรองเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในยามวิกฤติ เป็นโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาทั้ง 6 ศูนย์ ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรองสำหรับช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อประสบภัยธรรมชาติและสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงทางอาหาร และส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

สำหรับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมุ่งผลิตเมล็ดพันธุ์พืชที่เกษตรกรนิยมปลูกในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ครอบคลุมทั้งพืชผัก พืชไร่ และข้าว อาทิ พริกหยวก ถั่วพู ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ พริกขี้หนู และกระเจี๊ยบเขียว รวมถึงข้าวพันธุ์หอมกระดังงาและข้าวพันธุ์ซีบูกันตัง โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างงานวิชาการเกษตร งานส่งเสริมการเกษตร งานพัฒนาที่ดิน และศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ สามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อได้ และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรในระยะยาว

ข้าวทั้งสองสายพันธุ์มีลักษณะและช่วงเวลาการเพาะปลูกแตกต่างกัน โดยข้าวหอมกระดังงาปลูกเฉพาะนาปีในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ให้ผลผลิตประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ข้าวซีบูกันตังสามารถปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ให้ผลผลิตประมาณ 600 กิโลกรัมต่อไร่ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

สำหรับการบริหารจัดการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้วางแผนแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

  1. จัดเตรียมเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน
  2. สนับสนุนสำนักงาน กปร. เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาวะวิกฤติต่างๆ
  3. สนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ขยายผลของศูนย์ฯ และเกษตรกรทั่วไป

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของจังหวัด เป็นการสืบสานพระราชดำริที่ทรงให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชสำรองไว้ช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อประสบภัยพิบัติหรือสถานการณ์วิกฤติ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถฟื้นฟูการผลิตทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวว่า ข้าวเป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส การมีเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพสำรองไว้จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัยหรือภัยพิบัติรูปแบบอื่น ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรสูญเสียผลผลิตและขาดแคลนเมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป

พร้อมระบุว่า กิจกรรมเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแปลงนาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนในการผลิตและสำรองเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อเป็นหลักประกันในการช่วยเหลือเกษตรกรยามเดือดร้อน ตลอดจนส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบการเกษตรของจังหวัดนราธิวาสอย่างยั่งยืน

นายบุญช่วยยังได้กล่าวชื่นชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชดำริให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานสานต่อภารกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผลิตได้สามารถนำไปช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงและตรงตามความต้องการ โดยยึดประโยชน์ของเกษตรกรและประชาชนเป็นสำคัญ

โดยกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดนราธิวาสในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านการเกษตร เปลี่ยนเมล็ดพันธุ์สำรองให้เป็นความหวังและโอกาสในการฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกร เพื่อให้สามารถกลับมาผลิตอาหาร เลี้ยงดูครอบครัว และดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง แม้ต้องเผชิญกับวิกฤติภัยธรรมชาติในอนาคต
////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เวียงสา จัดประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลาก วัดบุญยืน พระอารามหลวง ปี 2569 สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ชิงถ้วยพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

25 ตุลาคม 2569 นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลาก วัดบุญยืน พระอารามหลวง ประจำปี พ.ศ. 2569 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ บริเวณ

สะพานข้ามแม่น้ำน่าน (ท่าน้ำบ้านป่ากล้วย) อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางสาวจันทิมา พัฒนางกูร อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต 2 ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีฯ เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ส่งเสริมความสามัคคีของประชาชน และกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน

นายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอเวียงสา ในนามคณะกรรมการจัดงานประเพณีแข่งเรืออำเภอเวียงสา กล่าวว่า ประเพณีแข่งเรือและการตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนับร้อยปี มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยเรือขุดจากไม้ท่อน แกะสลักหัวเรือเป็นรูปพญานาค อ้าปาก ชูคอ มีเขี้ยวโง้งงอน สวยงาม ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจของชาวอำเภอเวียงสาและจังหวัดน่าน

การจัดงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป เสริมสร้างความรักและความสามัคคีในชุมชน ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างเอกลักษณ์ของอำเภอเวียงสาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมทั้งรณรงค์การแข่งเรือปลอดเหล้าและเบียร์

สำหรับการแข่งขันในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ในระหว่างวันที่ 25-26 ตุลาคม 2569 โดยมีหมู่บ้านในอำเภอเวียงสาและพื้นที่ใกล้เคียงส่งเรือเข้าร่วมแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 23 ลำ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ เรือเล็ก ชิงถ้วยพระราชทานฯ จำนวน 4 ลำ เรือกลาง

ชิงรางวัลเกียรติยศ จำนวน 3 ลำ เรือกลางเอกลักษณ์น่าน ชิงถ้วยพระราชทานฯ จำนวน 6 ลำ เรือใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ จำนวน 4 ลำ และเรือใหญ่เอกลักษณ์น่าน ชิงถ้วยพระราชทานฯ จำนวน 6 ลำ นอกจากนี้ ยังมีการโชว์เรือสวยงาม จำนวน 3 ลำ และกองเชียร์จาก 4 หมู่บ้าน ร่วมสร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความสนุกสนาน

ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลตำบลเวียงสา องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สสส.) ตลอดจนพ่อค้า ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เหล่ากาชาดนครปฐม พร้อมด้วย ผอ.รพ.นครปฐม คณะผู้บริหาร และทีมรับบริจาค ดวงตา อวัยวะ

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 น. นางวรณัน สวนทอง รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม/รักษาการแทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม

นางกิลัญญา กัลชนาไกรกุล ที่ปรึกษาเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม คณะผู้บริหาร และทีมรับบริจาคดวงตา และอวัยวะโรงพยาบาลนครปฐม ร่วมรับบริจาคดวงตาและอวัยวะ พร้อมมอบพวงหรีด ประกาศนียบัตร

ให้กับ ผู้วายชนม์ อายุ 58 ปี เสียชีวิตด้วยภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ในเวลา 03.30 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2569 โดยได้รับบริจาค ดวงตาทั้งสองข้าง ไตทั้งสองข้าง หัวใจ ตับ และปอด เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการรักษาต่อไปในการนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม

มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท พร้อมทั้งให้กำลังใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ณ หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอายุรกรรม อาคารตติยภูมิ ชั้น 9 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ กิจกรรม “จิตอาสาอุตสาหกรรมรวมใจเราทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล”

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมกิจกรรม “จิตอาสาอุตสาหกรรมรวมใจเราทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล”

โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และ นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

พันเอก สุขชาต สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต 4 นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต 5 ตลอดจน ข้าราชการ บุคลากร กระทรวงอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม ส่วนราชการระดับ

จังหวัดนครปฐม ส่วนราชการในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี นายกนายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตเทศบาลตำบลนครชัยศรี ปลัดอำเภอ บุคลากรเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ด้วยกระทรวงอุตสาหกรรม กำหนดจัดกิจกรรมจิตอาสา “อุตสาหกรรมรวมใจ เราทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศล” บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

13 ตุลาคม 2569 วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2569 และวันคล้ายสวรรคตสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 24 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี กิจกรรมประกอบด้วย

  • การแจกถุงยังชีพจำนวน 500 ชุด ให้กับประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลนครชัยศรี ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
  • มอบหลอดไฟจำนวน 365 หลอด
  • มอบเครื่องซักผ้าให้แก่สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี
  • (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) จำนวน 1 เครื่อง
  • การจัดทำโรงครัวจิตอาสาพระราชทาน
  • การปรับปรุงทาสีบริเวณสะพานรวมเมฆ
  • การทำความสะอาดบริเวณพื้นที่

#อำเภอนครชัยศรี
#กิจกรรมจิตอาสา
#อุตสาหกรรมรวมใจเราทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นคปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / น่านเปิดกิจกรรม Slow Life Night Run วิ่งชมวิวเมืองน่าน ดึงนักวิ่งกว่า 2,200 คน สัมผัสเสน่ห์เมืองเก่ายามค่ำคืน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 20.00 น.นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “Slow Life Night Run วิ่งชมวิวเมืองน่าน”ณ ข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ วีระเชวงกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ดารานักแสดง นักกีฬา นักท่องเที่ยว และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,200 คน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่านภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

สร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และนำเสนอเสน่ห์ของเมืองน่าน ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน และสถาปัตยกรรมอันงดงามในยามค่ำคืน พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่มากยิ่งขึ้น

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะ 3.5 กิโลเมตร Family Runระยะ 5 กิโลเมตร Fun Run
และระยะ 10 กิโลเมตร Mini Marathon โดยนักวิ่งจะได้สัมผัสบรรยากาศเมืองน่านยามค่ำคืน ผ่านเส้นทางชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมจุดเช็กอินโคมไฟ 12 นักษัตร และกิจกรรมประกวดชุดแฟนซีสำหรับนักวิ่ง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง ได้แก่
ป๊อบ ปองกูล ตู่ ภพธร และวง Jetset’er สร้างสีสันและความสนุกสนานให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย “BIB มีค่า” เปิดโอกาสให้นักวิ่งนำหมายเลขประจำตัวนักวิ่งไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น

ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมวิ่งในจังหวัดน่าน ตลอดจนชุมชนตามเส้นทางวิ่ง 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านมิ่งเมือง ชุมชนหัวเวียงใต้ ชุมชนบ้านแสงดาว ชุมชนบ้านม่วงตี๊ด และชุมชนบ้านพญาภู รวมถึงหน่วยงานด้านการแพทย์และกู้ชีพที่ร่วมดูแลความปลอดภัยตลอดการจัดกิจกรรม

การจัดกิจกรรม “Slow Life Night Run วิ่งชมวิวเมืองน่าน” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ควบคู่กับการอนุรักษ์และนำเสนออัตลักษณ์ของเมืองน่าน มุ่งสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมยกระดับจังหวัดน่านสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /กรวีร์” นำทัพอ่างทองบุกสระบุรี! เปิดมหกรรม OTOP 60 บูท ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดจริง ปั้นผู้ประกอบการเป็น “นักธุรกิจชุมชน” สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

​วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00 น นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สระบุรี โดยจังหวัดอ่างทองเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ขนทัพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP

นำสินค้าคุณภาพมาจัดแสดงและจำหน่ายรวม 60 บูท ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 มุ่งเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างโอกาสทางธุรกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรร​นายไชยา พิมสิงห์ พัฒนาการจังหวัดอ่างทอง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายจากจังหวัดอ่างทองเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่

​นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองนายสุรพงษ์ เนตรพระ เกษตรจังหวัดอ่างทอง​นางสุภารัตน์ วิวัฒนานนท์ ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดอ่างทองนางสาวลฎาภา ช่วยพิทักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทองนายโชคาวิชญ์ วสุวิรักษ์โชติ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ จังหวัดสระบุรี ซึ่งให้การเอื้อเฟื้อสถานที่จัดงานและร่วมต้อนรับประธาน แขกผู้มีเกียรติ และผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

ยกระดับบุคลากรและผู้ประกอบการ สู่ “Smart OTOP Builder”นายไชยา พิมสิงห์ พัฒนาการจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า งานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการพัฒนาขีดความสามารถทักษะเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนสู่ที่ปรึกษานักธุรกิจชุมชน

(Consultant) และพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ระดับทั่วไป (Regular Level) สู่นักธุรกิจชุมชน ซึ่งจังหวัดอ่างทองจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ส่งเสริมธุรกิจและผู้ประกอบการท้องถิ่น ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการธุรกิจในยุคปัจจุบัน

เพื่อ​พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและภาคีเครือข่าย ให้สามารถทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาธุรกิจชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ. ​ยกระดับทักษะการบริหารจัดการธุรกิจของผู้ประกอบการ OTOP ผ่านกระบวนการพัฒนาทักษะใหม่และยกระดับทักษะเดิม (Upskilling & Reskilling)
​ส่งเสริมการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และมาตรฐานการจัดการสมัยใหม่ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการ OTOP สู่โมเดลนักธุรกิจชุมชน หรือ Smart OTOP Builder

​จังหวัดอ่างทองได้ดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง รวม 3 กิจกรรมหลักกิจกรรมที่ 1 (9–10 ตุลาคม 2569): พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและหน่วยงานภาคีเครือข่ายรวม 45 คน ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง, สำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอ่างทอง เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรในการเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการ

​กิจกรรมที่ 2 (8–10 ตุลาคม 2569): เสริมสร้างศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ในจังหวัดอ่างทอง จำนวน 150 ราย/กลุ่ม เน้นการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการธุรกิจ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้สามารถต่อยอดธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนกิจกรรมที่ 3 (23–25 ตุลาคม 2569): กิจกรรมไฮไลต์ในครั้งนี้ คือการจัด มหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สระบุรี เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรม นำสินค้ามาจัดแสดงและจำหน่ายจริงรวม 60 บูท

การจัดงาน ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สระบุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการได้นำความรู้จากการอบรมมาทดลองปฏิบัติจริงในตลาด ได้พบปะและรับฟังความต้องการจากผู้บริโภคโดยตรง เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาสินค้า เพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ. ช่วยเปลี่ยนผ่านผู้ประกอบการท้องถิ่นจาก “ผู้ผลิตสินค้า” ไปสู่การเป็น “นักธุรกิจชุมชน” ที่มีความรอบรู้ เข้าใจกลไกตลาด และ

สามารถนำเทคโนโลยีรวมถึงนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
​ความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และภาคเอกชน โดยเฉพาะศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ จังหวัดสระบุรี ถือเป็นกลไกสำคัญในการเปิดพื้นที่ทางการตลาด ช่วยให้สินค้าชุมชนของจังหวัดอ่างทองเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

​ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว: ร่วมเลือกซื้อและอุดหนุนผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าเด่นคุณภาพดีจากจังหวัดอ่างทอง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สระบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.นครชัยศรี มอบถุงยังชีพ500 ชุด ไข่ไก่ 500 แผง น้ำดื่ม 500 แพค ณ.วัดงิ้วราย ต.งิ้วราย จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 น. ณ วัดงิ้วราย ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือน

ในพื้นที่ตำลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโส อำเภอนครชัยศรี สาธารณสุขอำเภอ พัฒนาการอำเภอ เกษตรอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ ผู้แทน สภ.นครชัยศรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลงิ้วราย สมาชิกสภาเทศบาลตำบลงิ้วราย ผอ.และคณะครู รร.วัดงิ้วราย ปลัดอำเภอ สมาชิก อส. เข้าร่วมกิจกรรม

โดยได้รับความเมตตาจากพระครูขันตยาภิรัต เจ้าอาวาสวัดงิ้วราย ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลงิ้วราย นายกเทศมนตรีตำบลงิ้วราย สมาชิกสภาเทศบาลตำบลงิ้วราย ภาคเอกชน จัดทำถุงยังชีพจำนวน 500 ชุด ไข่ไก่จำนวน 500 แผง น้ำดื่มจำนวน 500 แพค เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนในพื้นที่

พร้อมกันนี้นายอำเภอนครชัยศรี ยังกล่าวเยี่ยมเยียน มอบกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือนที่กำลังประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม เน้นความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยการประสาน

ความร่วมมือกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบสถานการณ์ สำรวจความเสียหาย และพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่และหลักเกณฑ์ ระเบียบ และกฎหมาย ที่กำหนดต่อไป
สมคิด พรมมี ผูุ้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ม.นราธิวาสฯเปิดเวที SELATAN CREATIVE TRADE พลิก “ทุนวัฒนธรรมชายแดนใต้” สู่สินค้าแห่งอนาคต โชว์ 60 ผลงานสร้างสรรค์

แชร์เนื้อหานี้

ข่าว/กรียา/นราธิวาส/0896579170 ม.นราธิวาสฯเปิดเวที SELATAN CREATIVE TRADE พลิก “ทุนวัฒนธรรมชายแดนใต้” สู่สินค้าแห่งอนาคต โชว์ 60 ผลงานสร้างสรรค์ เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดจริง พร้อมปั้นโอกาสทางธุรกิจและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน จุดประกายพลังสร้างสรรค์ชายแดนใต้! จังหวัดนราธิวาสเปิดเวที SELATAN CREATIVE TRADE: Local Wisdom, New Markets ภายใต้แนวคิด “การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สู่สินค้าและโอกาสทางธุรกิจ” ระดมพลังภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ด้านการออกแบบ ยกระดับอัตลักษณ์ปัตตานี–นราธิวาส–ยะลา สู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ตลาด พร้อมจัดแสดง 60 ผลงานสร้างสรรค์จากผู้ผ่านการอบรม Upskills & Reskills กว่า 1,600 คน เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดผลงานสู่โอกาสทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงขยายโอกาสพัฒนาทักษะอาชีพแก่ผู้ต้องขังหญิง เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพและเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า

วันที่23ต.ค.69 ณ ห้องนราทัศน์ โรงแรมดิอิมพีเรียล นราธิวาส ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดงาน SELATAN CREATIVE TRADE: Local Wisdom, New Markets โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรสิริณัฐ โรจนวรรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เข้าร่วมงาน

สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดผลสำเร็จจากโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบภาคใต้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมรวมทั้งสิ้น 1,600 คน ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา โดยมุ่งพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถนำภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น มาผสานกับองค์ความรู้ด้านการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ มีความร่วมสมัย และสามารถแข่งขันในตลาดได้

อีกหนึ่งมิติสำคัญของโครงการ คือการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำหญิงนราธิวาส เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับคืนสู่สังคม สะท้อนให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้ด้านการออกแบบมาเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คนในพื้นที่อย่างทั่วถึง ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 60 ผลงาน จาก 3 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 10 ผลงาน สาขาเครื่องประดับ จำนวน 25 ผลงาน และสาขาหัตถอุตสาหกรรม จำนวน 25 ผลงาน ซึ่งแต่ละผลงานสะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาสินค้าของพื้นที่

นอกจากการจัดแสดงผลงานแล้ว งาน SELATAN CREATIVE TRADE ยังมุ่งสร้างพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างนักออกแบบ ผู้เรียน และผู้ประกอบการ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของผลงานได้นำเสนอแนวคิด รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจ ตลอดจนแสวงหาแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อก้าวข้ามจากผลงานการเรียนรู้ไปสู่สินค้าและโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้จริง

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ นิทรรศการแสดงผลงานสร้างสรรค์ที่ผ่านการคัดเลือก พื้นที่เจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกับเจ้าของผลงาน เวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่สินค้าในตลาดจริง” และบูธจัดแสดงพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมชมผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และค้นหาโอกาสในการสร้างความร่วมมือ
ทั้งนี้งานดังกล่าวยังเป็นเวทีนำเสนอผลสำเร็จและปิดโครงการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบ พร้อมผลักดันให้ผลลัพธ์จากการอบรมได้รับการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์กับภาคธุรกิจและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางการตลาด และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนในระยะยาว
นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา มีภูมิปัญญาและความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า การนำทุนเหล่านี้มาผสานกับทักษะด้านการออกแบบและความเข้าใจตลาด จะช่วยสร้างสรรค์

สินค้าที่มีเอกลักษณ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Upskills & Reskills ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรม 1,600 คน รวมถึงการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำหญิงนราธิวาส ถือเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพและสร้างพื้นฐานสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต ขณะที่ผลงานทั้ง 60 ผลงานที่นำมาจัดแสดงในวันนี้ จะเป็นโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ได้พบปะผู้ประกอบการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับข้อเสนอแนะ และแสวงหาแนวทางพัฒนาสินค้าร่วมกัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเวทีแห่งนี้จะช่วยเชื่อมโยงผลงานจากการอบรมเข้าสู่ตลาดจริง ก่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่สนับสนุนผู้สร้างสรรค์ให้สามารถสร้างอาชีพและรายได้ ควบคู่กับการสืบสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพื้นที่ให้คงอยู่และได้รับการต่อยอดอย่างมีคุณค่า

อย่างไรก็ตามการจัดงาน SELATAN CREATIVE TRADE: Local Wisdom, New Markets จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงผลงาน แต่เป็นเวทีเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมการออกแบบ และโอกาสทางการตลาด เพื่อผลักดันทุนทางวัฒนธรรมของชายแดนใต้ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ สร้างอาชีพและรายได้แก่คนในชุมชน และเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างยั่งยืน
/////////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รองผู้ว่าฯ มุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจเข้มจัดระเบียบเรือริมโขง เดินหน้าแผน SEAL ชายแดน สกัดลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการจัดระเบียบเรือตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง ณ จุดรวมเรือบ้านสองคอน หมู่ที่ 2 และ 3 ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน “ปฏิบัติการ SEAL ชายแดน ตามแผนพิทักษ์มุกดา” เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและดูแลความมั่นคงตลอดแนวชายแดนแม่น้ำโขงระยะทาง 72 กิโลเมตร ป้องกันการลักลอบนำเข้าสิ่งของและการขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย

ที่ผ่านมา อำเภอหว้านใหญ่ได้ดำเนินการกำหนดพื้นที่จอดเรือให้เป็นสัดส่วน พร้อมระบุพิกัดและติดตั้งป้ายแสดงจุดจอดเรือให้ชัดเจน รวมถึงจัดทำทะเบียนเรือที่สามารถตรวจสอบข้อมูลเรือและเจ้าของเรือได้ ตลอดจนส่งเสริมการติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดบริเวณจุดจอดเรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและเฝ้าระวัง

นายชลิตได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำป้ายทะเบียนเรือและรายละเอียดข้อมูลผู้ครอบครองเรือให้ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมการใช้เรือตามแนวชายแดนให้รัดกุมยิ่งขึ้น

จังหวัดมุกดาหารเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงาน เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเสริมความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พช.บึงกาฬ ชวนจิตอาสาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ณ โลตัสบึงกาฬ ถวายความอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ขยายผลกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเปิดจุดถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชนร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ณ ห้างสรรพสินค้าโลตัส จังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–15.00 น.

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในระดับพื้นที่ โดยผนึกกำลังองค์กรสตรี จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ด้วยความประณีต เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความอาลัย

ในการนี้ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอเมืองบึงกาฬ นางสาวณิชาทิพย์ อุบลบาลไชโรจน์ พัฒนาการอำเภอเมืองบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ร่วมดำเนินกิจกรรมต่อยอดจากพิธี Kick Off รวมพลังสตรีและจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ของจังหวัด โดยส่งเสริมเครือข่ายพัฒนาชุมชน กลุ่มสตรี และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ให้มีส่วนร่วมถ่ายทอดความรู้และร่วมจัดทำดอกไม้จันทน์สำหรับใช้ในพิธีถวายดอกไม้จันทน์

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองบึงกาฬ ร่วมกับห้างสรรพสินค้าโลตัส จังหวัดบึงกาฬ เปิดจุดถ่ายทอดความรู้และเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–15.00 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดี

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /พัฒนาการประจวบฯ ร่วมกับ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทั้ง 8 อำเภอ ส่งมอบดอกไม้จันทน์ 50,000 ดอก พร้อม ช่อดอกเกตุประจำจังหวัด 9 ช่อ ถวายเป็นราชสักการะ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานรับมอบดอกไม้จันทน์

โดยมี นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำคณะสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และคณะกรรมการพัฒนาสตรีทั้ง 8 อำเภอ ส่งมอบดอกไม้จันทน์จำนวนทั้งสิ้น 50,000 ดอก พร้อมด้วย ช่อดอกเกตุประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 9 ช่อ

ดอกไม้จันทน์ทั้งหมดจะนำไปใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีพันปีหลวง เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นการรวมใจพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแสดงความเคารพอย่างพร้อมเพรียง

/////////////////

ข่าว: ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผนึกกำลังจัด Roadshow “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” ชวนเที่ยว ชิม ช้อป ชม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ณ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กทม.

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยววิถีชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้งาน “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” (CHARMS OF THE CHAO PHRAYA) โดยมีนางสาวลฎาภา ช่วยพิทักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร

ภายในพิธีมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนเข้าร่วม ได้แก่ นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางอำไพ ศักดานกุลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี ดร.จีราริวัฒน์ มะโนวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี และนางสาวอนุชิดา อ้วนสกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี: นายวิจิตร เลิศไพบูลย์วงศ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดสิงห์บุรี: นางอรพรรณ รักถนอม. ร่วมขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด ทั้ง 6 จังหวัด

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน โดยจังหวัดอ่างทองผ่านสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง ดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เชิงนิเวศ สุขภาพ และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน บนพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนทั้ง 6 จังหวัด ได้แกพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี มีความโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาหาร และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน

การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม อาหาร และสินค้าของดีชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้พบปะผู้บริโภคโดยตรง

ภายในงานนำเสนออัตลักษณ์ของทั้ง 6 จังหวัด ภายใต้แนวคิด “1 สายน้ำ หลากหลายเรื่องราว” สะท้อนความเชื่อมโยงของผู้คน วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่เติบโตคู่กับสายน้ำเจ้าพระยา พร้อมเชื่อมโยงจุดเด่นของแต่ละจังหวัดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 3 วัน มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 60 บูธ นำสินค้า อาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม ของฝาก และของที่ระลึกมาจัดแสดงและจำหน่าย พร้อมกิจกรรมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางการเดินทาง การแสดงศิลปวัฒนธรรม การเสวนาด้านการท่องเที่ยว เกมส่งเสริมการขาย และการแสดงจากศิลปินรับเชิญ ได้แก่ วันที่ 19 ตุลาคม พบกับ กานดา อาร์สยาม เวลา 19.00 น.วันที่ 20 ตุลาคม พบกับ เอมปวีร์ แกรมมี่โกลด์ เวลาประมาณ 18.30 น. และวันที่ 21 ตุลาคม พบกับ ปาร์ค ภัทรพงศ์ GMM MUSIC เวลาประมาณ 18.30 น.

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของ 6 จังหวัด ในงาน “6 เสน่ห์ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” (CHARMS OF THE CHAO PHRAYA) ระหว่างวันที่ 19–21 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ร่วมเที่ยว ชิม ช้อป ชม เลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากชุมชน และสัมผัสวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคกลางตอนบน เพื่อร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน.

ภาพข่าว / บุญเลิศ ผลอุดม ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน รักษ์ป่าน่าน สืบสสานประเพณีถวายทานสลากภัต วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ครั้งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ มณฑลพิธีริมแม่น้ำน่าน บ้านแสงดาว ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จังหวัดน่าน โดยวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ภาคีการพัฒนาจังหวัดน่านและหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จัดการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน รักษ์ป่าน่าน ครั้งที่ 2 สืบสานประเพณีถวายทานสลากภัตวัดพระธาตุแช่แห้ง

พระอารามหลวง ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และยกระดับงานประเพณีแข่งขันเรือยาวจังหวัดน่านที่มีมาอย่างยาวนานให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศ ต่างประเทศ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน โดยมีพระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนางสาวอรนันท์ อังคณาวิศัลย์ อัยการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน นายอำเภอภูเพียง หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมพิธี
การแข่งขันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569

เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีการแข่งเรือ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวน่าน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ สำหรับการแข่งเรือประเพณีเมืองน่าน ในอดีต จะจัดการแข่งขันในงานประเพณีถวายทานสลากภัต หรือ ตานก๋วยสลาก คณะศรัทธาหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ

ที่มีเรือแข่ง จะนำเรือแข่งบรรทุกก๋วยสลากพร้อมชาวบ้านและพระภิกษุ สามเณร ที่รับกิจนิมนต์เดินทางไปยังวัดที่มีงานประเพณีตานก๋วยสลาก เนื่องจากต้องใช้เรือในการสัญจรในลำน้ำน่าน ในขณะที่พายเรือไปก็จะเล่นดนตรี เป็นทำนองเพลงล่องน่าน และฟ้อนรำซึ่งเป็นที่มาของท่าฟ้อน “ล่องน่าน” ที่มีเอกลักษณ์รูปแบบการฟ้อนเฉพาะตัว

เมื่อเสร็จพิธีในช่วงบ่ายก็จะนำเรือแข่งมาแข่งกันอย่างสนุกสนาน โดยในปีนี้มีเรือเข้าร่วมการแข่งขัน 4 ประเภท ได้แก่ประเภทเรือเล็ก 30 ฝีพาย โอเพ่น ( ทั่วประเทศและสปป.ลาว ) เรือกลาง 40 ฝีพาย ( ย้อนยุคน่าน )เรือใหญ่ 55 ฝีพาย ( ย้อนยุคน่าน ) และการแข่งขันเรือใหญ่ 55 ฝีพาย ( อนุรักษ์น่าน )

เข้าร่วมแข่งขัน พร้อมกิจกรรมการประกวดกองเชียร์จากชุมชนในจังหวัดน่าน 14 ชุมชน และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นน่าน สร้างความยิ่งใหญ่และคึกคักให้กับงานประเพณีถวายทานสลากภัต วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวงในปีนี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อใวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ยกทัพสินค้า GI และ BCG บุกกรุงเทพฯ เปิดงาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น.นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดงาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีนางอัจฉนา ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี

นายชัยรัตน์ ชื่นเจริญ พาณิชย์จังหวัดสระบุรี นางสุภารัตน์ วิวัฒนานนท์ พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง นายสมโภช นาคสุวรรณ พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมผู้แทนพาณิชย์จังหวัดลพบุรีและจังหวัดชัยนาท ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นางสาววีรวรรณ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานเมื่อวันที่ 4–8 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ซึ่งสร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 6.7 ล้านบาท กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

จึงมุ่งใช้เวทีดังกล่าวส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้า BCG สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้าเกษตรปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างโอกาสทางการค้า และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของผู้ประกอบการจาก 6 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี และชัยนาท รวมกว่า 40 ร้านค้า โดยนำสินค้าเกษตรคุณภาพ สินค้า GI และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีเอกลักษณ์มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงได้เลือกซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ประกอบการในท้องถิ่น

ทั้งนี้ งาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้า GI และผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีจาก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน.

ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม
#หัวหน้าผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี. #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“Slow Life Night Run ชมวิวเมืองน่าน” คาดดึงนักท่องเที่ยวกว่า 2,000 คน กระตุ้นเศรษฐกิจรับฤดูท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรม “Slow Life Night Run ชมวิวเมืองน่าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ชวนนักวิ่งสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่ายามค่ำคืน ผ่านเส้นทางแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ พร้อมกิจกรรมประกวดชุดแฟนซี จุดเช็กอินหุ่นโคมไฟ 12 นักษัตร และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว กระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ชุมชน

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมแก้วกัลยา โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายวรวิทย์ วีระเชวงกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน พ.อ.วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน นายภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ พระเอกชื่อดัง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน และภาคเอกชน ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเพิ่มสีสันการท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้จังหวัดน่าน

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมท่องเที่ยว พัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ และยกระดับ

จังหวัดน่านให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ใหม่ โดยนำเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และบรรยากาศยามค่ำคืนมาเป็นจุดขาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพักค้างคืนและใช้บริการที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้าชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ฃ

นายวรวิทย์ วีระเชวงกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า กิจกรรมแบ่งการแข่งขันเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 10 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร และ 3.5 กิโลเมตร โดยออกแบบเส้นทางผ่านสถานที่สำคัญและแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ อาทิ วัดภูมินทร์ วัดช้างค้ำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน วัดศรีพันต้น กำแพงเมืองเก่า สวนศรีเมือง วัดหัวเวียงใต้ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด วัดศรีบุญเรือง วัดม่วงตึ๊ด และเส้นทางเชื่อมไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง

ภายในงานมีการประกวดชุดแฟนซีสำหรับนักวิ่ง พร้อมเงินรางวัลและโล่รวมมูลค่า 5,500 บาท รวมถึงจุดเช็กอินถ่ายภาพหุ่นโคมไฟ 12 นักษัตร และการประดับไฟตลอดเส้นทาง เพื่อให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเมืองน่านในมุมมองที่แตกต่าง นอกจากนี้ ยังมีฟรีคอนเสิร์ตจาก ป๊อป ปองกูล ตู่ ภพธร และวง Jetset’er ระหว่างวันที่ 23–24 ตุลาคม 2569 พร้อมนักแสดงและพรีเซนเตอร์ ได้แก่ น้ำตาล พิจักขณา เขต ธาราเขต และปิ่น หทัยรัตน์ ร่วมสร้างสีสันภายในงาน

ด้าน พ.อ.วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการจัดงาน โดยประสานความร่วมมือกับสมาคมโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านที่พัก การบริการ และมาตรฐานสุขอนามัย รองรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านของฝาก บริการขนส่ง และร้านค้าชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้นำเสนอสินค้า อาหารพื้นถิ่น และอัตลักษณ์ของจังหวัดแก่นักท่องเที่ยวโดยตรง

ขณะที่นายณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ (ภณ) พระเอกชื่อดัง กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นตัวแทนของนักวิ่งในกิจกรรมครั้งนี้ พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมวิ่งและสัมผัสเสน่ห์เมืองน่านยามค่ำคืน โดยเชื่อว่าการมีนักแสดงและพรีเซนเตอร์ร่วมสร้างสีสันจะช่วยให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความอบอุ่น

ทั้งนี้ “Slow Life Night Run ชมวิวเมืองน่าน” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงการกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธุรกิจบริการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และต่อยอดภาพลักษณ์จังหวัดน่านให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Slow Life Night Run ชมวิวเมืองน่าน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดยิ่งใหญ่! ปีที่ 3 งานนวราตรี เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานนวราตรี ประจำปี 2569 เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี กิจกรรมเชื่อมวัฒนธรรมความศรัทธาของชาวฮิพี่น้องชาวฮินดู ที่จัดขึ้นต่อเนื่องปีที่ 3 ซึ่งพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี นางอำพร แก้วแสง หรือแม่น้อย รานี ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน

ในพิธีการพบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา คณะสมาชิก อบจ.ชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาคมอินเดียภาคตะวันออก และตัวแทนหน่วยงาน องค์กรต่างๆ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

กิจกรรมสำคัญในงานได้จัดพิธีบูชาและโฮมัม มีการสวดมนต์ ถวายเครื่องสักการะ (ดอกไม้ ผลไม้ ขนมอินเดีย) และจุดตะเกียงอารตีบูชาไฟ และจะมีขบวนแห่เทวรูปพระแม่อุมาเทวีรอบเมืองพัทยาให้ประชาชนได้สักการะในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ตามลำดับพิธีการ

สำหรับงานนวราตรี ถือเป็นเทศกาลสำคัญในศาสนาฮินดูที่จัดขึ้นเพื่อบูชาและเฉลิมฉลองแด่พระแม่อุมาเทวี (หรือในอีกพระนามคือ พระแม่ทุรคา และพระแม่ปารวตี) กินเวลาทั้งหมด 9 คืน 10 วัน โดยคำว่า “นว” แปลว่า เก้า และ “ราตรี” แปลว่า ค่ำคืน รวมกันจึงแปลว่า “เก้าค่ำคืน”

วันแรกงานนวราตรี เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี คึกคักต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ตามที่เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี โดย นางอำพร แก้วแสง (แม่น้อย รานี) ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ กำหนดจัดงานนวราตรี ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 11–19 ตุลาคม 2569 ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยแต่ละปีได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากนั้นฃ

ล่าสุด วันที่ 11 ตุลาคม 2569 สำหรับวันแรกของการจัดงานนวราตรี เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี ประจำปี 2569 พบว่าบรรยากาศมีสีสันตั้งแต่วันแรกของการจัดกิจกรรม โดยในพิธีการช่วงเช้าได้จัดบูชาอารตีไฟ โดยผู้เข้าร่วมงานราวทแต่งกายด้วยธีมสีแดงสดใส

ก่อนในช่วงเย็นจะมีการบูชาอารตีไฟในเวลา 18.00 น. ต่อด้วยการแสดงศิลปะวัฒนธรรมอินเดียจากวัดกฤษณะ และพิธีสวดบูชาบทไทย 108 พระนาม โดย นางอำพร แก้วแสง (แม่น้อย รานี) ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ เป็นประธานดำเนินการในพิธีต่างๆ ด้วยบรรยากาศที่คึกคัก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.นครชัยศรี บูรณาการร่วมเร่งแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียคลองบางแก้ว คลองบางกระเบา คลองเจดีย์บูชา ระดมทุกภาคส่วนฉีดจุลินทรีย์ ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนางสาวนรินทร์พร นาเมือง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางสาวอรอุมา อึ้งประเสริฐภรณ์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี นางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนครชัยศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีษะทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนัก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว ผอ.รพ.สต.บ้านห้วยตะโก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. ร้อย อส. อ.นครชัยศรี ที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บูรณาการจัดกิจกรรมฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองบางแก้ว คลองบางกระเบา และคลองเจดีย์บูชา โดยฉีดจุลินทรีย์ชนิดน้ำ เพื่อบำบัดน้ำเสียตลอดแนวคลองบางแก้ว คลองบางกระเบา และคลองเจดีย์บูชา
โดยมีนายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๕ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่นำทีมทำกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) สามารถช่วยบรรเทากลิ่นเหม็นจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ได้ โดยผสมน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) 1 ส่วน กับน้ำ 100 ส่วน แล้วนำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีน้ำขัง หรือบริเวณคราบขยะ ผนังบ้าน และทางเท้าที่มีกลิ่นเหม็นเน่าจากอินทรีย์วัตถุ ใช้ระยะเวลา 7 วัน จะทำปฏิกิริยาสลายกลิ่นรบกวนดังกล่าว ทั้งนี้ การใช้ EM เป็นมาตรการช่วยลดกลิ่นรบกวนในเบื้องต้นและเป็นการบรรเทาปัญหาชั่วคราว โดยจะดำเนินการควบคู่กับการจัดการขยะ การระบายน้ำท่วมขัง และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและเร่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองดังกล่าวให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

อำเภอนครชัยศรี ห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยจะเร่งเข้าไปดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะปัญหาน้ำเน่าเสียและกลิ่นรบกวน ซึ่งแม้จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังน้ำท่วม แต่ส่งผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน จึงต้องเร่งแก้ไขและบรรเทาปัญหาให้เร็วที่สุด พร้อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่และประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างต่อเนื่องและกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ชาวตำบลไทรงาม ขอขอบคุณมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม ที่ได้มอบข้าวกล่องและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม

นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม ต้องขอขอบคุณมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม ที่ได้มอบข้าวกล่องและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หมู่ที่ 1,2,3และ 4 ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

ต้องขอขอบคุณในน้ำใจและความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนในยามยากลำบาก ความช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ชุมชนของเราก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน
ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

ฝ่ายปกครองตำบลไทรงามมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมไทรงามไม่ทิ้งกัน
สนมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พัฒนาชุมชน จ.สิงห์บุรี จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน ครบรอบ 64 ปี มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน ครบรอบ 64 ปี (1 ตุลาคม 2569) เพื่อระลึกถึงความสำคัญ ความภาคภูมิใจในการทำงานพัฒนาชุมชน ตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรในการร่วมกันขับเคลื่อนงานเพื่อพี่น้องประชาชน

กิจกรรมในครั้งนี้ นำโดย นายกิตติเชษฐ์ ทุ่งสะโร ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยบุคลากรสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี และภาคีเครือข่ายการพัฒนา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยเริ่มจากพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล ต่อเนื่องด้วยการร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัด เพื่อสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะและร่วมทำนุบำรุงสถานที่สำคัญทางศาสนา

จากนั้น นายกิตติเชษฐ์ ทุ่งสะโร ได้เป็นตัวแทนอ่านสารแสดงความปรารถนาดีจาก นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ส่งตรงถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ซึ่งมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า
“ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมกันสร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากความเสียสละ หยาดเหงื่อ และ

ความตรากตรำของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกยุคทุกสมัย ที่ได้อุทิศตนลงพื้นที่ทำงานอย่างใกล้ชิด เคียงบ่าเคียงไหล่พี่น้องประชาชน เพื่อร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมแก้ปัญหาอย่างไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ท่ามกลางบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง ความมุ่งมั่นและการอุทิศตนเหล่านั้นได้หล่อหลอมจนเกิดเป็น ‘ความไว้วางใจของประชาชน’ และเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่ทำให้กรมการพัฒนาชุมชนยืนหยัดเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนเสมอมา”

ในการนี้ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน นายกิตติเชษฐ์ ทุ่งสะโร ได้ให้เกียรติเป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ทำคุณประโยชน์และหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ดังนี้

  1. ประกาศเกียรติบัตรข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น กรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569
    • ประเภทพัฒนาการอำเภอ: นางสาวนพรัตน์ ประทีปทอง พัฒนาการอำเภอค่ายบางระจัน
    • ประเภทวิชาการ: นายธนารัตน์ จันทร์มา นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
    • ประเภทพัฒนากรขวัญใจชุมชน: นางสาวเกศรา วงษ์วัฒน์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
  2. ประกาศเกียรติบัตรแก่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น
    • รางวัลชนะเลิศ: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าช้าง (สพอ.ท่าช้าง)
  1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออินทร์บุรี (สพอ.อินทร์บุรี)
  2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสิงห์บุรี (สพอ.เมืองสิงห์บุรี) และ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอค่ายบางระจัน (สพอ.ค่ายบางระจัน)
  3. รางวัลชมเชย: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพรหมบุรี (สพอ.พรหมบุรี) และ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางระจัน (สพอ.บางระจัน)
  4. วุฒิบัตรรับรองความรู้ความสามารถ อาสาพัฒนา (อสพ.) รุ่นที่ 7 จำนวน 1 ราย
    • นางสาวกัญญาวีร์ ใจดี ตำแหน่ง อาสาพัฒนาชุมชน อำเภอบางระจัน

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน และพร้อมที่จะมุ่งมั่นสืบสานอุดมการณ์การทำงานเคียงข้างประชาชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ ประจำจังหวัดสิงห์บุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อ.นครชัยศรี รับมอบถุงยังชีพ จากกองทุนฮอนด้า มูลนิธิฮอนด้า ผู้การนครปฐม’ กต.ตร.สภ.นครชัยศรี‘ ลุยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569. ตั้งแต่ เวลา 10.00 น.
นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายสมัชชา ทองสิมา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลงิ้วราย รับมอบถุงยังชีพ จากกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย

ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ด้วยความห่วงใยและเป็นขวัญกำลังใจ ประสงค์ส่งมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม)โดยมีนายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธาน รับมอบสิ่งของในครั้งนี้

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเปิดทางระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ อำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

นายอำเภอนครชัยศรี ผนึกกำลัง‘ผู้การนครปฐม’ประธาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี‘ ลุยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่ เวลา 16.00 น.
นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ลานตากฟ้า ร่วมลงพื้นมอบถุงยังชีพ ให้กับผู้ประสบอุกทกภัย ณ ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

ด้วยตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ สภ.นครชัยศรี โดย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี และกต.ตร.สภ.นครชัยศรี โดยคุณสุรภาพร จิรักษา(เจ๊หนิง ชัยศรี) ประธานกต.ตร.สภ.นครชัยศรี ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม)
โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม คุณปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้านตำรวจ ภ.จว.นครปฐม

นำคณะแม่บ้านตำรวจและข้าราชการตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยมุ่งหวังบรรเทาความเดือดร้อน ให้กำลังใจ และส่งต่อความห่วงใย โดยอำเภอนครชัยศรี ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี

พร้อมเคียงข้างให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติทั้งนี้ อำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.นครชัยศรี ยึดหลัก ”บวร“ ร่วมกับ วัดสำโรง ส่งมอบถุงยังชีพ ผ่านความห่วงใย สู่ผู้ประสบอุทกภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่ เวลา 09.00 น.
นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย
พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายชัยยุทธ
หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางสาวอรอุมา อึ้งประเสริฐภรณ์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี

นายอดิศร ทิ้งเหม ท้องถิ่นอำเภอนครชัยศรี นายอรัญ ชมภูพันธ์ ปศุสัตว์อำเภอนครชัยศรี นางจารุณี กาญจนวิริยะ ประมงอำเภอนครชัยศรี รอ.ปริภัทร์ บริบูรณ์ สัสดีอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนและบัตร กำนัน ผู้ใหญ่

บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง รพ.สต.วัดสำโรง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ซึ่งทางวัดสำโรงได้ให้การสนับสนุนข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) เขตพื้นที่ตำบลวัดสำโรง จำนวน 100 ชุด

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน
โดยมีพระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดสำโรง เป็นประธานในครั้งนี้ในส่วนของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเปิดทางระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ อำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เจ้าคณะอำเภอดอนตูม แจกทุนให้กับเด็กนักเรียนเรียนดีประพฤติดี มีจิตสาธารณะประโยชน์ ณ.รร.วัดบ้านฆ้องน้อยจำนวน 50 ทุน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พระราชวชิรเจดีย์ เจ้าอาวาสวัดพระประโทณเจดีย์ วรวิหาร พระอารามหลวง ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐมได้เดินทางไปแจกทุนการศึกษาแก่นักเรียนทุนละ500 บาท จำนวน 50 ทุน นักเรียนเรียนดี ประพฤติดี มีจิตสาธารณะประโยชน์โรงเรียนวัดบ้านฆ้องน้อย ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

โดยมี นางนันทพร สีนิล ผู้อำนวยการพร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดบ้านฆ้องน้อย ได้รอให้การต้อนรับ โดยมีนางสาว พรทิพย์ แสงเครือ ครูผู้ประสานงานการรับทุนในครั้งนี้
และวันนี้ได้มีนักเรียนรับทุน จำนวน 50 ทุนๆ ละ 500 บาท และนักเรียนโรงเรียนอุดมวิทยา จำนวน 3 ทุน และทางหลวงพ่อได้

แจกส้มโอแก่คณะคณาจารย์ นักการฯ ชาวบ้านและนักเรียน จำนวน 210 ลูกและทางโรงเรียนได้ขอขอบพระคุณกับทางหลวงพ่อที่ได้เดินทางมาแจกทุนและส้มโอให้กับทางคณะครูและนักเรียนในครั้งนี้ด้วย
สมดิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เจ้าคณะ อ.ดอนตูมมอบเกียรติบัตร ผู้ที่ทำความดี ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เจ้าคณะอำเภอดอนตูม เจ้าอาวาสวัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร ได้เดินทางมาเป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ที่มีในความตั้งใจและทำความดีที่ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและชุมชน

โดยมี พระปลัดอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ได้เข้าร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้ด้วย และ

ในครั้งนี้นายอานนท์ มีใจดีรองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่ามได้เข้ารับเกียรบัตรในครั้งนี้ด้วย และทางคณะสงฆ์อำเภอดอนตูม
ขอมอบเกียรติบัตรฉบับนี้เพื่อแสดงว่า ทุกๆท่าน เป็นผู้มีอุปการคุณและสนับสนุนการจัดกิจกรรมทำความดี

ในโอกาสที่คณะกรรมการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หนกลาง ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามประเมินผล“หมู่บ้านรักษาศีล ๕ บ้านหนองหนัง หมู่ที่ ๒ อำเภอดอนตูม”ตามโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ณ วัดสามง่าม (อรัญญิการาม) ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
ทางคณะสงฆ์อำเภอดอนตูม

ขออนุโมทนาในความตั้งใจและความดีที่ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและชุมชน
“คุณค่าของความดีอยู่ที่ใจของผู้กระทำ” ขอให้ความดีที่ได้กระทำ จงเป็นเหตุปัจจัยนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และความสำเร็จในชีวิตสืบไป

คณะสงฆ์อำเภอดอนตูมหมู่บ้านรักษาศีล5สร้างความปรองดองสมานฉันท์วัดสามง่ามนครปฐมทำความดีเพื่อชุมชนอนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วย สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สส.ฟิล์ม มอบ ถุงยังชีพและยาสามัญประจำบ้าน เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วม และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

(สส.ฟิล์ม) ส่งความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนชาวตำบลท่าตลาด พร้อมมอบ ถุงยังชีพและยาสามัญประจำบ้าน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่
นำโดย นายกทิพวรรณ หิรัญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด

ต้องขอขอบพระคุณ สส.ศุภโชค ศรีสุขจร (สส.ฟิล์ม) สำหรับความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนชาวตำบลท่าตลาด พร้อมมอบ ถุงยังชีพและยาสามัญประจำบ้าน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

โดยมีคณะร่วมลงพื้นที่ นำโดย นายกทิพวรรณ หิรัญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด, สจ.ดร.พิชญ์ หิรัญ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เขต ๔, กำนันนพเดช หิรัญ กำนันตำบลท่าตลาด และรองนายกสุพัตรา หิรัญ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด

พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมส่งมอบความช่วยเหลือถึงพี่น้องประชาชนองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด ขอขอบพระคุณทุกความห่วงใยและทุกการสนับสนุนที่มีให้แก่พี่น้องชาวตำบลท่าตลาดชาวท่าตลาดขอขอบคุณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาดเคียงข้างประชาชนไม่ทิ้งกันช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย พัฒนาการอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ ปลัดอำเภอ ร่วมรับมอบถุงยังชีพจำนวน 150 ชุด เป้าหมายมอบให้กับผู้ประสบอุกภัย(น้ำท่วม) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น.นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย พัฒนาการอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ ปลัดอำเภอ ร่วมรับมอบถุงยังชีพจำนวน 150 ชุด เป้าหมายมอบให้กับผู้ประสบอุกภัย(น้ำท่วม) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทย, สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม, สำนักงานคลังจังหวัดนครปฐม สำนักงาน คปภ.จังหวัดนครปฐม, โดยอำเภอนครชัยศรีจะนำไปมอบให้กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวในพื้นที่ต่อไป

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนางวรณัน สวนทอง, นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นางสาวสมัชญา เมฆบวร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม นางจันทนา ประสานศิลป์ คลังจังหวัดนครปฐม สำนักงาน คปภ.จังหวัดนครปฐม นายณัฐพล กลมศักดิ์กำจร ผู้อำนวยการฝ่ายผู้บริหารสำนักงานภาคตะวันตก ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ๅนายกิชเชษ จันทร์หวร ผู้จัดการสาขานครปฐม นายรัฐภูมิ สุชาติเวชภูมิ ผจก.สาขาศาลายา นางสาวศุภรัตน์ ศิริประทุม ผจก.สาขาสี่แยกสนามจันทร์ นางกมลทิพย์ วิมลศิวุฒิ ผจก.สาขานครชัยศรี ร่วมมอบและร่วมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ

จากนั้น ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุกภัย(น้ำท่วม) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยมี นายสมัชชา ทองสิมา นายก ทต.งิ้วราย สมาชิก ทต. บุคลากร เจ้าหน้าที่ ทต.งิ้วราย นายชาญ เที่ยงพูนวงศ์ กำนัน ต.งิ้วราย ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ต.งิ้วราย ร่วมลงพื้นที่ ณ ต.งิ้วราย จำนวน 5 หลังคาเรือน ดังนี้

  1. นางกำจัด หลงผาสุก ผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ
  2. นางสาววีณา ชุนอภิชาติ ผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ
  3. นางสนม พลรังสิต ผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ
  4. นายอุกฤษฎ์ แสงนิ่มนวล ผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ
  5. นางพนม คล่องรักสัตย์ ผู้พิการ/ผู้สูงอายุ

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ชมรมอาสาป้องกันภัยร่วมกับฝ่ายปกครองอ.กระทุ่มแบน ในโครงการไทยช่วยไทยคนไทยไม่ทิ้งกัน ที่ ร่มเกล้า กทม.

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอพิรุณโรจน์ และปลัดอำเภอฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบนได้ลงพื้นที่มาเยี่ยมชมจุดรับบริจาค ชมรมอาสาป้องกันภัยร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบนในโครงการไทยช่วยไทยคนไทยไม่ทิ้งกัน

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 อาสาป้องกันภัย ใด้เดินทางเข้าพื้นที่ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ เพื่อน้ำถุงยังชีพจำนวน 300 ถุง และน้ำดื่มจำนวน 1000 แพ็คไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาเบื่องต้น

วันที่2ตุลาคม2569 อาสาป้องกันภัย ใด้เดินทางเข้าพื้นที่
ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร่มเกล้า เพื่อน้ำถุงยังชีพจำนวน300ถุง
และน้ำดื่มจำนวน1200แพ็คไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาเบื่องต้น

วันที่4ตุลาคม2569 อาสาป้องกันภัย ใด้เดินทางเข้าพื้นที่ร่มเกล้าเพื่อน้ำเอาข้าวกล่องจำนวน500กล่องและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ในพื้นที่ร่มเกล้าเป็นการบรรเทาช่วยเหลือเบื่องต้นครับ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ผู้บริหารสาธารณสุข จังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม สาธารณสุขอำเภอ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ประเมินผลกระทบด้านการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมมอบยาสามัญประจำบ้าน และยาแก้น้ำกัดเท้าให้กับผู้บริหารหน่วยบริการสาธารณสุข ได้แก่ รพ.สต. บางแก้วฟ้า รพ.ห้วยพลู และ รพ.สต.วัดไทยาวาส เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย และสร้างขวัญและกำลังใจกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ คณะสงฆ์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอดอนตูม

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านตะโกสูง ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม คณะสงฆ์ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ พร้อมมอบ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสิ้น 45 ครัวเรือน
นำโดย พระครูปฐมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะตำบลสามง่าม เจ้าอาวาสวัดทุ่งสีหลง
พร้อมด้วย พระปลัดอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม และคณะทีมงานผู้ร่วมช่วยเหลือทุกท่าน ได้ร่วมกันลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือถึงพี่น้องประชาชน พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อน ในยามทุกข์ยาก น้ำใจและความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน คือพลังสำคัญที่ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน ขออนุโมทนาบุญกับคณะสงฆ์ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาและทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ และขอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายโดยเร็ว ทุกครอบครัวปลอดภัยและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในเร็ววัน
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอดอนตูม วัดสามง่าม วัดทุ่งสีหลง และ คณะสงฆ์ตำบลสามง่าม นครปฐม น้ำใจในยามทุกข์ร่วมด้วยช่วยกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า มอบปัํมน้ำให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านห้วยไฮ จำนวน 67 เครื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ณ บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม อดีตเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ โนทะ

สส.น่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู สส.ลำปาง เขต 4 พรรคกล้าธรรม นางสาววัชรี พรมทอง อดีตประธานหอหารค้าจังหวัดน่าน ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 1 พรรคกล้าธรรม นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานอาวุโส หอการค้าจังหวัดน่าน ประธานพรรคกล้าธรรมจังหวัดน่าน นางสาวปภินพิทย์ พงศ์ศิริเมธี

ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 3 พรรคกล้าธรรมได้เป็นผู้แทนมูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า นายอัครา พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม มอบปั๊มน้ำ ให้ผู้ประสบอุทกภัย ให้ราษฏรบ้านห้วยไฮ และโรงเรียนบ้านห้วยไฮ จำนวน 67 เครื่อง โดยมีนายวรายุุทธ เขียวปัญญา กำนันตำบลฝายแก้ว

นายอดุลย์ สิทธิยศ นายก อบต.ฝายแก้ว คณะบริหารเจ้าหน้าที่ อบต.ฝายแก้ว นางสาวนัทยา ปันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น คณะครูนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยไฮ และพี่น้องประชาชนบ้านห้วยไฮ รับมอบและร่วมให้การต้อนรับ ทางด้านดร.ธนกฤติ จิตอารีรัตน์ นายประสิทธิ์ โนทะ นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู พูดคุย นางสาววัชรี พรมทอง นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ได้พบปะพูดคุยและให้กำลังใจ

แก่ผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นพี่น้องชาวบ้านห้วยไฮได้พร้อมใจกันทำพิธีสู่ขวัญเพื่อเป็นการขอบคุณคณะมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้มามอบเครื่องปั๊มน้ำ และก่อนหน้านั้นทางมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ได้นำรถแมคโฮ จำนวน 2 คัน รถแท็กเตอร์ จำนวน 2 คัน รถ 6 ล้อ จำนวน 2 คัน เพื่อปรับพื้นที่ ดินโคลน ออกจากพื้นที่อุทกภัย พร้อมกับนำดินมาถมคอสะพาน

นอกจากนี้ยังได้มอบที่นอน ถังน้ำ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ถุงน้ำใจ จำนวน 109 ครัวเรือนและได้สูบส้วมให้อีก 67 ครัวเรือนในช่วงเวลาที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญกับความเดือดร้อน มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ และพร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องชาวบ้านห้วยไฮเพื่อร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน

#ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องบ้านห้วยไฮทุกท่าน ขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี#มูลนิธิิธรรมนัส พรหมเผ่า #ช่วยเหลือพี่น้องบ้านห้วยไฮ #อุทกภัย2569 #น้ำท่วมจังหวัดน่าน#วัชรี พรมทองว่าที่ผู้สมัครสส.น่าน เขต1 #พรรคกล้าธรรม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดการประชุมหารือการขับเคลื่อนสุโขทัยเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๙ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. และนายสุรกิจ ลิ้มสิทธิกุล รองผู้อำนวยการ อพท.(บริหาร) จัดการประชุมหารือการขับเคลื่อนสุโขทัยเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล

ผจก.อพท.สุโขทัย นายศราวุธ กลันทะกะสุวรรณ รอง ผจก.อพท.สุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ โดยมี นายไชยา บุญเกิด นายกเทศมนตรีเมืองศรีสัชนาลัย ให้การต้อนรับฯ วัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่

ให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ในโอกาสนี้ที่ประชุมได้หารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก ณ เทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผกก.ตชด.14 รับรางวัลเกียรติยศ “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” ประจำปี 2569 เชิดชูคุณงามความดี จากผู้ว่าฯ ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ — เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ณ ห้องพิธีการ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” ประจำปี 2569 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมพร้อมเพรียงกันแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น

ในครั้งนี้ พันตำรวจเอกอัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (ผกก.ตชด.14) ได้รับคัดเลือกเป็นผู้สมควรได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ เพื่อสดุดีเกียรติคุณ ความเสียสละ และการทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ตลอดจนอุทิศตนทำคุณประโยชน์แก่จังหวัดและประชาชนอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์

รางวัล “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” จัดสรรขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ บุคคล และองค์กรที่มีจิตอาสา มีความมุ่งมั่นเสียสละ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในทุกมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรม การพัฒนาพื้นที่ด่านสิงขร การบริหารจัดการน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของจังหวัด อาทิ Next Move Prachuap Wellness Economy, 10 ห้องเรียน และ PKN Wellness ให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กล่าวคำชื่นชมอย่างสูงสุด แหละแสดงความยินดีอย่างจริงใจแก่ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน พร้อมเน้นย้ำว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้จะเป็นกำลังใจสำคัญให้ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริง มาประยุกต์ใช้พัฒนาจังหวัดบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล และความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน เพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

 ///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มท.3 ลุยสระแก้ว! ติดตามสถานการณ์อุทกภัย กำชับวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมเร่งแก้ปัญหาน้ำประปา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (28 ก.ย. 69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากจังหวัดปราจีนบุรี มาลง ณ กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ตำบลท่าเกษม มี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่

ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดเตรียมแผน ฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์น้ำลด โดยให้หน่วยงานในพื้นที่กำหนดจุดสำหรับรวบรวมและกำจัดเศษวัสดุ ขยะ รวมถึงสิ่งของที่ได้รับความเสียหายหรือปนเปื้อนจากน้ำท่วม พร้อมประสานกำลังและเตรียมเครื่องมือ รถบรรทุก และอุปกรณ์จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเร่งขนย้ายและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เตรียมแผนด้าน ระบบประปาและการจัดหาน้ำสะอาด รองรับประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติและภายหลังน้ำลด โดยให้เตรียมรถบรรทุกน้ำสะอาดสำหรับสนับสนุนการอุปโภคบริโภค รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลศูนย์อพยพและวางแผนฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้รายงานปัญหาน้ำประปา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้การประปาประสานแก้ไขปัญหา หากมีข้อขัดข้องสามารถแจ้งเพื่อประสานการช่วยเหลือได้ พร้อมแนะนำให้พิจารณาจัดหารถบรรทุกน้ำจากภาคเอกชนมาเสริม เพื่อให้สามารถกระจายน้ำได้อย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ได้มอบแนวทางให้ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 สามารถประสานและนำเครื่องจักรของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาใช้สนับสนุนภารกิจบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตามความจำเป็น โดยเฉพาะภารกิจด้านการผลิตและจัดหาน้ำสำหรับประชาชน

ทั้งนี้ นายเจเศรษฐ์ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสระแก้วที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ ยังไม่พบข้อร้องเรียนจากประชาชนในกรณีแจ้งความเดือดร้อนแล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือ และขอให้ทุกหน่วยงานยังคงดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมและระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดกิจกรรมเนื่องใน “วันพระราชทานธงชาติไทย” 28 กันยายน รวมพลังแห่งความภาคภูมิใจและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

แชร์เนื้อหานี้

​วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น. ณ บริเวณหน้าเสาธง ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธาน

ในกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และกระตุ้นเตือนให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นเอกราชของชาติไทย

​ในการนี้ มีนางสาววีรวรรณ จันทนเสวี และนายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพนักงานลูกจ้าง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้นำคณะผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทยดังกึกก้อง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความรักสามัคคี และความเคารพต่อสัญลักษณ์สูงสุดอันเป็นตัวแทนของชาติ

สำหรับ “วันพระราชทานธงชาติไทย” ตรงกับวันที่ 28 กันยายน ของทุกปีสืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 กำหนดให้เป็นวันสำคัญของชาติ (โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ) ซึ่งเริ่มจัดกิจกรรมรณรงค์มาตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันชักและประดับธงชาติไทย อาคารสถานที่ และบ้านเรือน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของธงชาติ ตลอดจนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทาน “ธงไตรรงค์” ให้เป็นธงชาติไทยอันสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน

​ธงชาติไทย ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นชาติ แต่ยังเป็นสิ่งที่ร้อยรัดดวงใจของคนไทยทั้งประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว กิจกรรมในเช้าวันนี้จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงพลังแห่งความรักชาติและความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวจังหวัดสิงห์บุรีทุกคน

ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม หัวหน้าสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม สั่งการ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรีลงพื้นที่ สถานการณ์น้ำท่วมขัง และขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น.
ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย ผศ.ดร.วิรัตน์ ปิ่นแก้ว อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

พร้อมด้วยสมาชิก อส. ร้อย อส. อ.นครชัยศรี ที่ 4 กำนันตำบลบางระกำ กำนันตำบลโคกพระเจดีย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระยา และรองนายกองค์การบริการส่วนตำบล

บางระกำ ลงพื้นที่ ติดตาม สถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณมูลนิธิโพธิสัตว์เมตตาธรรม หมู่ที่ 1 ตำบลบางระกำ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังจากฝนตกหนัก

ปัจจุบันอำเภอนครชัยศรีร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางระกำบูรณาการร่วมกัน ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ระดับน้ำได้ลดจำนวนลงใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ในส่วนของต้นไม้ที่โค่นล้มริมถนน ได้ประสานให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระยา ดำเนินการแก้ไข เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เรียบร้อยแล้ว
รวมทั้ง

ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จากบึงกลุ่มบึงบางช้าง ที่บริเวณประตูน้ำบางระกำ ซึ่งขณะนี้มีการระบายน้ำค่อนข้างร้อยเปอร์เซ็นต์ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้เป็นอย่างมาก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

นายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง โดยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

พร้อมด้วยสมาชิก อส. ร้อย อส. อ.นครชัยศรี ที่ ๔ และกำนันตำบลวัดแค เจ้าหน้าที่ รพ.สต.วัดแค ลงพื้นที่ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง โดยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง เพศชาย อายุ ๘๒ ปี เนื่องจากบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่มีระดับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ไปยัง รพ.สต.วัดแค

นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยหน่วยงานดังกล่าวได้ดำเนินการขนย้ายผู้ป่วยไปยัง รพ.สต.วัดแค เรียบร้อยแล้ว โดยได้จัดให้มีเจ้าหน้าของสาธารณสุขคอยดูแลอย่างใกล้ชิดการขนย้ายผู้ป่วยดังกล่าว อำเภอนครชัยศรี ได้ใช้รถยนต์ตรวจการที่ได้รับ

การสนับสนุนกองอาสารักษาดิน กรมการปกครอง เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๙ นี้ เพื่อใช้ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งครั้งนี้ได้ดำเนินการอย่างดีเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬเปิดอาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลแห่งใหม่ เสริมความพร้อมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – หน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีทำบุญและเปิดอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจจากหน่วยตำรวจสันติบาลในพื้นที่ภาคอีสาน และแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

วันนี้ (28 กันยายน 2569) เวลา 09.30 น. ที่อาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีทำบุญและเปิดอาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬแห่งใหม่ โดยมี พ.ต.อ.ชัชวาลย์ หมั่นนอก อดีต ผกก.2 บก.ส.1 ร่วมพิธี

ในส่วนของกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 พ.ต.อ.ธวัชชัย สายกระสุน ผกก.2 บก.ส.1 มอบหมายให้ พ.ต.ท.กฤษฎิ์ แก้วมีศรี รอง ผกก.2 บก.ส.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สว.กก.2 บก.ส.1 และหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ร่วมพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดนครพนม อุดรธานี หนองคาย และสกลนคร ตลอดจนข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธี

เวลา 09.39 น. ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่ประธานในพิธี คณะผู้บังคับบัญชา และผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรมแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่สถานที่และผู้ปฏิบัติหน้าที่

จากนั้น ประธานสงฆ์ประกอบพิธีเจิมป้ายอาคารที่ทำการแห่งใหม่ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ขณะที่ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมพิธีร่วมกรวดน้ำรับพร ถือเป็นการประกอบพิธีตามประเพณีและหลักพระพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่ และสถานที่ปฏิบัติราชการแห่งใหม่

ต่อมา เวลา 10.49 น. นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาตำรวจ ข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมประกอบพิธีเปิดป้ายอาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬอย่างเป็นทางการ ก่อนร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

สำหรับอาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬแห่งใหม่ ดำเนินการจัดสร้างโดยกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 2,999,500 บาท เพื่อรองรับการปฏิบัติภารกิจของตำรวจสันติบาลในพื้นที่

การเปิดอาคารที่ทำการแห่งใหม่ครั้งนี้ นับเป็นการพัฒนาสถานที่และสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานของหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ให้มีความพร้อมและเหมาะสมต่อภารกิจ ตลอดจนสนับสนุนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดมหกรรมยิ่งใหญ่ ผู้ว่าฯ.จ.น่าน เป็นประธานเปิดงาน “NAN CREATIVE EXPO 2026” ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวมาตรฐานสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง
ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดน่าน ถนนน่าน-พะเยา ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน “NAN CREATIVE EXPO 2026” บูรณาการ 4 หน่วยงาน/องค์กรจัดมหกรรมยิ่งใหญ่“NAN CREATIVE EXPO 2026” โดยรวมงาน 4 งานเข้าด้วยกันประกอบด้วย “Flow of Lanna Textile มหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2” ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดน่าน

กิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับ ผลกระทบจากภัยพิบัติ โครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีวิถีน่าน พัฒนา ส่งเสริม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สนับสนุนและต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านศิลปะการแสดงและดนตรีพื้นเมืองน่าน และสร้างสรรค์ผลงาน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และเครือข่าย OTOP จังหวัด156 กลุ่ม/ราย ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP พร้อมมอบรางวัลการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ชิงเงินรางวัล รวม 100,000 บาท

โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน จัดกิจกรรม “Flow of Lanna Textile มหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2” ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดน่าน ดำเนินงานภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 กิจกรรมหลัก “Soft Power มรดกวัฒนธรรมผ้าทอล้านนา

ตะวันออกสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง” กิจกรรมย่อย “มหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนสัมพันธ์ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2” เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมด้านผ้าทอและการแต่งกายล้านนา สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 4 จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน

ในการพัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญาสิ่งทอพื้นเมือง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้มีความเหมาะสมและได้มาตรฐาน ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทินิทรรศการผลงานการออกแบบผ้าทอแพรพรรณ นิทรรศการเส้นทางท่องเที่ยวแพรพรรณผ้าทอล้านนา แฟชั่นโชว์ผ้าทอล้านนาร่วมสมัย เวิร์กช็อปสร้างสรรค์งานผ้า การจัดแสดงและจำหน่ายผลงานออกแบบผ้าทอล้านนาร่วมสมัย กิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน และการจำหน่ายสินค้านาทีทองพร้อมโปรโมชั่นพิเศษตลอดการจัดงาน เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญา วัฒนธรรม ผู้ประกอบการ และการท่องเที่ยว ให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

สำนักงานพาณิชจังหวัดน่านจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับ ผลกระทบจากภัยพิบัติ โครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าครองชีพผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน โดยมีสินค้าอุปโภค บริโภคมากหมาย อาทิเช่น น้ำมันพืช ข้าวสาร น้ำตาลทราย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ฯลฯ โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ประกอบด้วย ห้างนราไฮเปอร์มาร์ท

ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ร่วมจำหน่าย ด้านสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีวิถีน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่ารจัดขึ้นเพื่อเพื่อพัฒนา ส่งเสริม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สนับสนุนและต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านศิลปะการแสดงและดนตรีพื้นเมืองน่าน

และสร้างสรรค์ผลงาน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย การประกวดดนตรีพื้นเมืองน่าน การแสดงดนตรีพื้นเมือง ดนตรีพื้นบ้านร่วมสมัยและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแสดงและดนตรีพื้นเมืองน่าน และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสินค้าทางวัฒนธรรม

และเครือข่าย OTOP จังหวัดนครราชสีมา โดยการนำของ ประธานเครือข่าย OTOP จังหวัดนครราชสีมา นำผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จากทุกภูมิภาคทั่วไทย รวม 156 กลุ่ม/ราย ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP พบกับสินค้า OTOP คุณภาพจากทุกภูมิภาค เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจ ภายในเต็นท์ติดแอร์ อิ่มอร่อยกับอาหารและของฝากขึ้นชื่อจากทั่วไทย เลือกซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้าหัตถกรรมคุณภาพ ผ้าทอ ของใช้ งานคราฟต์เกรดพรีเมียม อาหารถิ่นรสเด็ด ทั้งผัดหมี่โคราช ขนมไทย และของฝากขึ้นชื่อเหนือ กลาง อีสาน ใต้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /2ครูดนตรีปั้นดินให้เป็นดาว เยาวชนคนเก่งศรีนครคว้าแชมป์ภาคเหนือ.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.20น.ของวันที่ 25กย.2569 ผู้สื่อได้รับรายงานข่าวจาก นาย ธานี เกิดศรี อาจารย์ ผู้สอนวิชาดนตรีโรงเรียน ศรีนคร อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย ว่า ตนเองมีลูกศิษย์ชื่อน.ส.ขวัญฤทัย วัดสิงห์ โรงเรียนศรีนคร กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 บ้านเลขที่ 21/4 หมู่ 2 ต.น้ำขุม อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย อาศัยอยู่กับบิดาและมารดามีบิดาชื่อ

นายบุญชอบ วัดสิงห์ มารดาชื่อน.ส.เข็ม.จิตต์กุศลมีความสามารถในทางวิชาดนตรี ในภาคร้องเพลง และมีพรสวรรค์มาก เสียงร้องไพเราะแก้วเสียงดี พร้อมกับมีความขยันขันแข็งมีความมุางมั่นในการฝึกซ้อมด้วยตนเลยชวนอาจารย์ ภิรมยา เกิดศรี มาช่วยกันสอนในแนวร้องเพลงอักขระ ท่วงทำนองให้เก่งและดีเพิ่มขึ้นจนสามารถส่งเข้าประกวดในรายการใหญ่

ชื่อโครงการเยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทยโดยสำนักงานพระคลังข้างที่ ซีซัน 3ประจำปี 2569ประเภทเพลงไทยลูกกรุง ลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัยและได้ประสบความสำเร็จ สามารถคว้าแชมป์ภาคเหนือ รางวัลชนะเลิศการแข่งขันประกวดร้องเพลงไทยลูกกรุง ระดับภาคเหนือ.ต่อไปก็ในระดับประเทศเพื่อหาที่หนึ่งต่อไป

ซึ่งทั้งนี้ก็ได้ความสนับสนุนจากนาย กฤษณธรรม ถาพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีนครดังกล่าว.ซึ่งเยาวชนคนเก่งก็จะได้เดินทางเป็นตัวแทนภาคเหนือเข้าร่วมแข่งรอบรองชนะเลิศในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เพื่อคัดเลือกเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศในระดับประเทศต่อไป. ทั้งนี้จึงขอกำลังใจจากคนอำเภอศรีนคร พร้อมในจังหวัดสุโขทัยเป็นกำลังใจและส่งเสริมเยาวชนคนเก่งคนนี้ให้ไปถึงคว้าแชมป์ระดับประเทศด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขท้ย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กฟผ.ทับสะแก ผนึกกำลังทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 251,500 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทะเลไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ กฟผ. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก

จัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ทะเลไทย” ณ ชายหาดแหลมกุ่ม ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก โดยมี นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง นายสายชล ชนะภัย รองนายกอบต นาหูกวาง นางส่งศรี สุขบุญรักษา

ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 หัวหน้าส่วนราชการผู้นำท้องที่และท้องถิ่น คณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. นำโดย นายวิมลไชย มงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ

นายวัชระ ถาวรวงศ์ หัวหน้ากองพัฒนาศักยภาพชุมชน
นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก
นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก
นางสาวกัณฐิกา วชิรธาราภาดร หัวหน้าแผนกพัฒนาชุมชนและ

สังคม นายพิษณุ คล้ายชัง หัวหน้าแผนกประเมินคุณภาพชุมชน นางสาวพรทิพา เชยงาม หัวหน้าแผนกพัฒนาส่งเสริมอาชีพ
นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ รวมถึงประชาชน ครู นักเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สร้างแหล่งอาหารและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนประมงท้องถิ่น รวมถึงร่วมกันส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวนทั้งสิ้น 251,500 ตัว

ประกอบด้วย กุ้งกุลาดำ จำนวน 250,000 ตัว และปลาตะกรับ จำนวน 1,500 ตัว นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำความสะอาดชายหาด เพื่อรักษาความสะอาดและความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของท้องถิ่นต่อไป

การจัดกิจกรรมดังกล่าว สอดคล้องกับภารกิจของ กฟผ. ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานด้านพลังงานควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรกับชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

///////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ..ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อำเภอกำแพงแสน…พึ่งได้ “แก้จน คนกำแพงแสน”

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ.2569นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้
นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน นำถุงยังชีพ ของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม มอบแก่กลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วย ปลัดอาวุโส ปลัดอำเภอกำแพงแสน นายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน

นายกสุนทร สมัยนิยม นายก อบต. ทุ่งขวาง และพัฒนาชุมชนอำเภอกำแพงแสนพร้อมด้วย กำนันวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และอปท.ทุ่งขวาง ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ กลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ตำบลทุ่งขวาง จำนวน ๑๐ ราย ตามนโยบายกรมการปกครอง อำเภอพึ่งได้ ตามโครงการ “แก้จน คนกำแพงแสน” นายอำเภอไปหาถึงที่ เติมสุขถึงบ้าน

ทั้งนี้อำเภอกำแพงแสนมีแผนในการลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม