#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เมาแล้วขับทั้งผ้าเหลือง! ตำรวจจราจรมุกดาหารสกัดรถส่ายกลางถนน ตรวจวัดแอลกอฮอล์พุ่ง 166 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองมุกดาหาร ตรวจพบพระสงฆ์ขับรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า สีเขียว ทะเบียน กต 3379 นครปฐม มีลักษณะขับส่ายไปมาคล้ายคนมึนเมา บนถนนมุกดาหาร-ดอนตาล (ขาเข้าเมือง) บริเวณตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191

พ.ต.ต.ณัฐพล โชติประเดิม สว.สส.สภ.กกตูม ช่วยราชการ กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร รักษาราชการแทน สว.จร.สภ.เมืองมุกดาหาร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าตรวจสอบ เมื่อเดินทางถึงบริเวณที่ได้รับแจ้ง พบรถยนต์ต้องสงสัยตรงตามลักษณะที่แจ้งไว้ โดยบริเวณกระจกหน้ารถและกระจกหลังติดสติกเกอร์ข้อความว่า “ที่พักสงฆ์ภูถ้ำพระ”

เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้รถหยุดเพื่อขอตรวจสอบและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ก่อนทราบว่าผู้ขับขี่คือ พระเหลี่ยน ผิวทอง พักอยู่ที่พักสงฆ์ภูถ้ำพระ ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยขณะตรวจสอบพบว่ามีลักษณะคล้ายคนมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมรถไปยัง สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด

ต่อมาเจ้าหน้าที่พยายามขอให้พระเหลี่ยนเข้ารับการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่เจ้าตัวบ่ายเบี่ยงและไม่ยินยอมเป่าในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมจนในที่สุดยอมเข้ารับการตรวจ ผลปรากฏว่าพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 166 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวพระเหลี่ยน ผิวทอง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #พระเมาแล้วขับ #ตำรวจจราจร #ตรวจวัดแอลกอฮอล์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นราธิวาสคึกคัก! ประชาชนกว่า 1.2 หมื่นคน รวมพลังเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศจังหวัดนราธิวาสคึกคักตั้งแต่รุ่งสาง ประชาชนจากทุกกลุ่มวัยกว่า 12,000 คน พร้อมใจสวมเสื้อโครงการร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ ภายใต้โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ สะท้อนพลังแห่งความสามัคคีและความจงรักภักดี ควบคู่การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (แห่งที่ 2) ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ปั่น ภายใต้โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ

เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนราธิวาส โดยมีนายแพทย์กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ภาคีเครือข่าย และประชาชนจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โดยก่อนเข้าสู่พิธีเปิดผู้เข้าร่วมกิจกรรมและแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีด้วยความปลาบปลื้มสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นายแพทย์กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและลดอัตราการเจ็บป่วย ความพิการ ตลอดจนการสูญเสียชีวิต

ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาสมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 12,108 คน โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การเดินและวิ่ง ระยะทาง 5 กิโลเมตร และการปั่นจักรยาน ระยะทาง 17 กิโลเมตรนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแล้ว ยังเป็นการรวมพลังของชาวจังหวัดนราธิวาสในการสร้างเสริมสุขภาพ

และรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรม ตลอดจนประชาชนทั้ง 12,108 คน ที่สมัครเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ และขอให้ทุกคนนำพลังจากกิจกรรมไปต่อยอดสู่การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างสังคมสุขภาพดีและลดความสูญเสียจากโรคหลอดเลือดสมองอย่างยั่งยืน

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ผู้เข้าร่วมเดิน วิ่ง ปั่น ได้ทยอยกลับเข้าสู่จุดจัดงาน ก่อนร่วมพิธีมอบรางวัล TOP 100 ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้รับการคัดเลือกในแต่ละประเภท รวมถึงร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน ท่ามกลางความประทับใจและความภาคภูมิใจของชาวนราธิวาสที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี

อย่างไรก็ตามการรวมพลังของประชาชนกว่า 1.2 หมื่นคนในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จของการจัดกิจกรรมระดับจังหวัด แต่ยังเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการออกกำลังกาย ปลูกฝังการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และร่วมกันลดความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนจังหวัดนราธิวาสอย่างยั่งยืน
////////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / น่าน เปิดงานวิ่งใหญ่ “Amazing NAN Marathon 2026” ดึงนักวิ่งทั่วสารทิศสัมผัสเสน่ห์เมืองน่านยามเช้าจังหวัดน่าน,

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 05.00 น. นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานกล่าวต้อนรับและให้สัญญาณปล่อยตัวนักวิ่ง

ในการแข่งขันวิ่งมินิ-ฮาล์ฟมาราธอนรายการใหญ่แห่งปี “Amazing NAN Marathon 2026” ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน หน้าแยกวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามและอากาศที่เย็นสบายยามเช้าของเมืองน่าน
เส้นทางวิ่งของการแข่งขัน ได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่งสัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองเก่าน่าน

โดยผ่านจุดแลนด์มาร์กสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ อาทิ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ข่วงเมืองน่าน และย่านชุมชนโบราณ ซึ่งนอกจากสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักวิ่งแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้กระจายสู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า โรงแรม และชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดน่านอีกด้วย

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวแสดงความยินดีและอวยพรให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนได้รับความสุข ความประทับใจ และวิ่งเข้าสู่เส้นชัยด้วยความปลอดภัย พร้อมทั้งขอขอบคุณทุกภาคส่วน

ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชาวจังหวัดน่าน ที่ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศในครั้งนี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจีงหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมฯรายงาน