คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการสำรวจบุคคลไร้สถานะและตกหล่นทางทะเบียนให้มีสิทธิเข้าถึงบริการของรัฐ ด้วยการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) อำเภอเมืองชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 9.30 น. ณ ห้องไข่มุขไพลิน โรงแรมชุมพรการ์เดนส์ อ.เมือง จ.ชุมพร นพ.อธิคม บัวเลิศ รอง. ผอ.รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ นายอดิศร วิลาศ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ สสจ.ชุมพร นายอนรรฆ พิทักษ์ธานินท์ ประธานคณะทำงานพัฒนาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของกลุ่มคน ไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายไอศูนย์ ภาสยะวรรณ์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และ นางพัชพัภรณ์ ชุมสูข ผอ.สวท.จ.ชุมพร ผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนสุขภาพ และผู้แทนจาก สปสช., นักสังคมสงเคราะห์ ตัวแทน อปท.ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ จ.ชุมพร เข้าร่วมการสัมมนา

โครงการสำรวจบุคคลไร้สถานะและตกหล่นทางทะเบียนให้มีสิทธิเข้าถึงบริการของรัฐด้วยการตรวจ สารพันธุกรรม (DNA) อำเภอเมืองชุมพร เป็นโครงการที่ดำเนินการภายได้ “โครงการการพัฒนาและหนุนเสริม เครือข่ายวิชาการและวิชาชีพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพของกลุ่มประชากร เฉพาะ” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือบุคคลไร้สถานะ และตกหล่นทางทะเบียนในเขตอำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนในระบบทะเบียน ราษฎร์ และมีสิทธิเข้าถึงบริการของรัฐอย่างเท่าเทียม

นางพัลลภา ระสุโส๊ะ ศูนย์คุ้มครองสิทธิ์ บัตรทอง จ.ชุมพร จากการสำรวจพื้นที่ท่าแซะพบคนไทยพักถิ่นจำนวนมากจากอดีตเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเราเจอประมาณ 300 กว่า LINE ปัจจุบันเค้าเกิดลูกหลานเกิดเป็นสอง 3000 รายอาทิตย์ที่แล้วเราไปเก็บข้อมูลเพื่อจะยื่นให้กับท่านผู้ว่าให้มาจัดการเหล่านี้ให้มีสิทธิ์ได้ถูกต้อง เราไปเจอเราเก็บแคหมู่ 1 หมู่ 4 เราเจอคนที่มีบัตรเลขศูนย์ประมาณ 193 รายที่เค้า

ยังถืออยู่เราเข้าไปตรวจสอบในระบบของสำนักงานทะเบียนเราว่าคนเหล่านี้ถูกขึ้นทะเบียนได้รับเอกสารตั้งแต่เดือนสิงหาประมาณ 10 กว่าปีแต่ยังไม่มีการขับเคลื่อนเพราะ ถึงเวลาคนเหล่านี้เจ็บป่วยขอรับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ส่งต่อมาโรงพยาบาลชุมพรจะมีปัญหากับเขาที่ไม่สามารถไม่มีงบประมาณเค้าไม่มีสิทธิ์ในการรักษาคือไม่มีเลข 13 หลักถูกต้องของระเบียบเค้าจะรอจนป่วยหนักจริงๆ

ถึงจะเดินทางมาหาหมอเพราะหนักแล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายที่มากมาปรึกษาเรา เราต้องโทรมาทุกครั้งคุยกับคุณมานะแสงทองเราอยากจะให้นักสังคมสงเคราะห์ในทุกที่ให้เหมือนกับคุณวรรณะแสงทองเค้าจะมีความรู้สึกว่าเห็นอกเห็นใจคนด้วยกันว่าเป็นมนุษย์เหมือนกันจะหาแนวทางในการช่วยทุกครั้งที่ทางศูนย์โทรเข้ามาขอความช่วยเหลือแกจะมาใช้เงินกองทุนเศษเอามาในการช่วยเหลือ เป็นสิ่งหนึ่ง

ที่เราคิดว่าเป็นการผลักดันให้คนเหล่านี้เข้าถึงสิทธิ์สามารถมีบัตรประชาชนได้สามารถพิสูจน์สิทธิ์เขาว่าเขาคือคนไทยคนหนึ่งจะทำให้กองทุนสิสามารถเก็บไว้ให้กับคนคนอื่นใช้อีกเยอะนะปัจจุบันนี้กองทุนสิทธิ์ก็อยู่ใช้ในคนไทยที่อยู่ระหว่างกึ่งกลาง กับการรอตรวจสอบทำให้กระบวนการนี้เงินกองทุนเศษนี้จึงใช้หมดไปอย่างเยอะสิ่งหนึ่งที่เราจะฝากบอกทุกคนในสื่อว่าหรือทุกหน่วยงานจริงๆมันมีคนเหล่านี้อยู่ที่เขาสามารถที่จะมีเอกสารการแสดงสิทธิ์การรักษาของเค้าให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลมาตรวจสอบเขาเพื่อทำให้เขาถูกต้องอันนี้คือสิ่งที่เราอยากฝาก

นายอนรรฆ พิทักษ์ธานินท์ กล่าว กิจกรรมวันนี้ก็มีที่มาจากสามส่วนหลัก ส่วนแรกก็คือทาง สสส.กองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ แล้วก็ (สปสช.) แล้วก็ทางจุฬาหน่วยงานต่างๆโดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่มาร่วม ให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายแกนนำต่างๆเพื่อให้เกิดการพัฒนาสิทธิ์แล้วก็การพิสูจน์สิทธิ์ ต้องเน้นคนไทยที่ตกหล่นจากสิทธิ์ สถานะการตกหล่นจากสิทธิ์

สถานะส่งผลอยู่สองสามประการประเด็นแรกก็คือคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ตกหล่นจริงๆแล้วเค้าก็คือคนไทยคนที่เติบโตในประเทศไทยอาจจะเกิดการตกหล่นในการแจ้งเกิดหรือการย้ายถิ่นต่างๆก็ทำให้เขาไม่สามารถจะเข้าถึงสวัสดิการโดยเฉพาะเรื่องของการรักษาพยาบาล อันที่สองก็เป็นการช่วยของหน่วยบริการเองที่จะต้องรับผิดชอบการรักษา โรงพยาบาลหลายหลายแห่งใจดีจะช่วย ซัพพอร์ต การรักษาพยาบาลต่างๆพอเค้าไม่มีสิทธิ์ก็ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องใช้งบส่วนตัวของตัวเองในการ ซัพพอร์ต ตอนนี้ตัวเลขยังไม่ชัดเจนเพราะกลุ่มคน

ไทยที่ตกหล่นเราก็ยังไม่ทราบเราก็เลยต้องมาทำงานกัน กับโรงพยาบาลเรามองว่าโรงพยาบาลเป็นหน้าต่าง เราจะรู้ว่าจำนวนคนที่ตกหล่นจะมีอยู่สักเท่าไหร่เพราะว่าเค้าจะต้องมารักษาพยาบาลคือคนคนเรายังไงก็ต้องป่วยเค้าจะต้องมารักษาพยาบาลเราก็จะทราบว่าเค้าเป็นคนตกหล่นไม่มีสิทธิ์พอย้อนกลับมาพอรักษาพยาบาลโรงพยาบาลก็ไม่มีเงินก็ต้องควักเนื้อตัวเองในกรณีที่จะทำให้เขามีสิทธิ์พิสูจน์สิทธิ์ ก็จะทำให้โรงพยาบาล ไม่ต้องรับภาระในส่วนตรงนี้นอกจากคุณภาพชีวิตที่ดีแล้วนี่ทำให้ระบบบริการสุขภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับผม
นพ.อธิคม บัวเลิศ รอง. ผอ.รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

โครงการนี้จริงๆแล้วต้องท้าวความกลุ่มคนพวกนี้เป็นกลุ่มคนที่น่าสงสารเพราะว่าเราไม่รู้หรอกเพราะว่าเรามีบัตรประชาชนเรามีเลข 13 หลักมันมีความสำคัญขนาดไหนเราจะรู้ความสำคัญก็ต่อเมื่อเราขาดเลข 13 หลักไปทำอะไรไม่ได้เลยจะเข้าโรงพยาบาลก็ไม่มีสิทธิ์รักษาไปอำเภอไปติดต่อธนาคารก็ไม่สามารถ ทำ

อะไรได้เลยกลุ่มคนพวกนี้เป็นกลุ่มที่เป็นกลุ่มค่อนข้างจะเก็บตัวจากนิสัยเค้าเองด้วยจากการที่เขาไม่สามารถเข้าสังคมได้เค้าสามารถที่จะทำอะไรได้มั่งเป็นปัญหาเรื้อรังในวันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่มีกลุ่มที่จะมาช่วยเหลือให้สามารถมีบัตรประชาชนอยู่ได้ลืมตาอ้าปากได้ อย่างน้อยน้อยก็เป็นสิทธิ์ของเขาเรื่องสิทธิ์การรักษาพยาบาลการทำ ทุรกรรมกับทางธนาคารติดต่อกับทางอำเภอทุกอย่างได้สิทธิ์ตรงนั้น

ทั้งนี้การทำสิทธิ์เหล่านี้ในอดีตก็อาจจะเกิดความยุ่งยากในปัจจุบันก็พยามทำให้ง่ายขึ้นทางโรงพยาบาลชุมพรคล้ายๆกับเป็นจุดเจาะเลือดเป็นจุดตรวจเค้าสามารถพิสูจน์ดีเอ็นเอในการเจาะก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงในกลุ่มวันนี้ค่าใช้จ่ายไม่มีเพราะทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มีงบประมาณสนับสนุนอยู่ให้ เป็นการแบ่งเบาภาระบาง เคส ง่ายง่ายมีพี่ชายเป็นมีสิทธิ์บัตรตัวเองไม่มีสิทธิ์บัตรอย่างง่ายเจาะทีเดียวก็จบบางคนผ่านไปทั่วอายุคนต้องค่อยค่อยไล่ไปทีละนิดทีละนิดกว่าจะถึงตัวก็ไม่ใช่ง่ายปีแรกสามารถทำได้ประมาณ 10 กว่าเคสในปีพ.ศ. 2566

ส่วนปีที่แล้วก็เพิ่มขึ้นประมาณ 20 เคสเราก็ประสานงานกับทางอำเภอได้ดีขึ้นโดยเฉพาะอำเภอท่าแซะอำเภอเมืองเทศบาลเมืองชุมพรประสานงานได้ดีขึ้นมันก็เริ่มดีขึ้นถามว่ายุ่งยากไหมก็พอสมควรเหมือนกันเพราะเริ่มแรกจะต้องไปที่อำเภอตรวจสอบประวัติโรงพยาบาลเป็นเพียงจุดเจาะเลือดเท่านั้นเพื่อดำเนินการต่อไป ที่อำเภอท่าแซะก็จะมีจำนวนเยอะเกือบทั้งหมู่บ้านเลยก็มี จุดแรกที่จะติดต่อก็คือที่อำเภอมีอำเภอเมืองอำเภอท่าแซะคิดว่าควรไปอำเภอและไม่ได้รับความสะดวกก็ให้มาที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ยินดีที่จะเป็นตัวกลางให้เพราะก็สามารถทำติดต่อให้ได้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น

ธนากร โกศลเมธี ภาพ*ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอ.โคกสำโรง เปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 10.30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ.

โคกสำโรง พ. ต. อ. มาโนช จันเที่ยง ผกก. สภ. เพนียด นายกองตรี กรวี กิจรัตนกาญจน์ พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์ รอง สวป.(ชส.)ฯ ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย ผบ.หมู่(ป.)ฯ ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพ ผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ

พร้อมด้วยส่วนราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียน นายกเทศมนตรีตำบลโคกสำโรง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกตำบล ประธาน กต.ตร. พร้อมคณะ กต. ตร. สถานีตำรวจภูธธรโคกสำโรง และประธาน กต.ตร. สถานีตำรวจเพนียด
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ด้วยอำเภอโคกสำโรง ภายใต้การดำเนินการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศป.ปส.อ.โคกสำโรง) จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่อให้สถานศึกษามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง เพื่อเป็นกระบวนการการแก้ไขปัญหาแบบองค์รวมในการป้องกันเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักเรียนเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอโคกสำโรง
จังหวัดลพบุรี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร ตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิตและจำหน่ายด้วยการร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหาผู้เสพในชุมชนและสถานศึกษาเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ตลอดจนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด อำเภอโคกสำโรง จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา และดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา กำหนดมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยงไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด รู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่น มั่วสุ่มกับยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และอบายมุขอื่นฯ โดยได้กำหนดการอบรม ในห้วงเดือนมิถุนายน 2568 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้นจำนวน 2,030 คน จำนวน 6 รุ่น โดยมาจาก นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง จำนวน 5 โรงเรียนประกอบด้วย
  1. โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา จำนวน 1,000 คน
  2. วิทยาเทคนิคลพบุรี จำนวน 300 คน
  3. วิทยาเทคนิคโคกสำโรง จำนวน 400 คน
  4. โรงเรียนบ้านสะแกราบ จำนวน 130 คน
  5. โรงเรียนโคกสำโรง จำนวน 200 คน
    รวมทั้งสิ้น 2,030 คน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เเถลงข่าวกิจกรรมวัฒนธรรมสองเเผ่นดิน ไทย-มาเลเซีย เชื่อมสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ที่โรงเเรมเก็นติ้ง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานงาน เเถลงข่าวโครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ กิจกรรมวัฒนธรรมสองเเผ่นดิน ไทย-มาเลเซีย

โดยมี นายอำเภอระเเงะ นายกสมาคมการท่องเที่ยวศิลปะและวัฒนธรรมรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส และผู้เเทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่ากิจกรรมวัฒนธรรมสองเเผ่นดิน ไทย-มาเลเซีย จัดขึ้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ที่ถือเป็นเมืองหน้าด่าน ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ให้เดินทางเข้ามาเยือนในพื้นที่มากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กิจกรรมลักษณะนี้ไม่เพียงแค่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ยังเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศ และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย อีกด้วย

สำหรับโครงการฯ ดังกล่าว กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 19-21 มิ.ย 68 ณ สวนสิรินธร อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ภายในงานพบกับการเเสดงแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมและศิลปะพื้นบ้านอันทรงคุณค่าจากทั้งสองประเทศ ร่วมสนุกกับศิลปินชื่อดัง อาทิ Jugg Chawin, ปราโมทย์ วิเลปะนะ, แอ๊นท์ Emotion Town, R-Leaf Pandora, คาร์มัส คาร์มัรร์อาลี บินดาโอ๊ะ, วงFin และ Z.Zamri อิ่มอร่อยกับอาหารฮาลาล อาหารจานเด็ด และร่วมช็อปสินค้า OTOP ของดีชายเเดนใต้ ด้วย

นอกจากนี้ วันที่ 20-22 มิ.ย.68 มีการจัดกิจกรรมการเเข่งขัน OFFROAD ณ ชุมชนตันหยงมัสเก่า อ.ระเเงะ จ.นราธิวาส กำหนดจัดการเเข่งขันใน 2 ประเภท คือ ประเภท 3 คันและประเภทปีกนก ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 เเสนบาท เพื่อมอบความสุขแก่ชาวนราธิวาส ตลอดทั้งการจัดงาน
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าเงาะป่าทำถึง สีสันขบวนแห่งานบุญบั้งไฟ อบต.ตาโกน ด้านชาวบ้านแห่ส่องเลขธูปหลังพิธีไหว้ หลักบ้าน อายุกว่า 200 ปี ก่อนทำพิธีจุดบั้งไฟ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 68 ที่วัดตาโกน ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ นายทวีศักดิ์ ทรงอยู่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานบุญประเพณีบุญบั้งไฟ อำเภอเมืองจันทร์ ซึ่ง อบต.ตาโกน ร่วม ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้าน จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 7-9 มิ.ย. 68 เพื่อเป็นการบวงสรวง สร้างความสนุกสนาน และสร้างความสมัครสมานสามัคคีของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

เป็นการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอีสาน เอาไว้ให้สืบทอดถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และสื่อสานประเพณีความเชื่อในเรื่องขอฝนของชาวอีสานที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรในการทำเกษตร โดยมี นายสมศักดิ์ เอ่งฉ้วน นายอำเภอเมืองจันทร์ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย นายเเท่ง สุระ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาโกน และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

***ทั้งนี้งานบุญประเพณีบั้งไฟ นับเป็นประเพณีความเชื่อ ที่มีความสำคัญ สำหรับชาวตำบลตาโกน และนิยมทำกันในเดือน 6 ของทุกทุกปี ดังนั้น ชาวตำบลตาโกน จึงถือว่าประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญมาก เพราะมีความเชื่อแต่ตั้งเดิมจวบจนปัจจุบันว่า หากไม่จัดงานบุญบั้งไฟก็อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติ ในการจุดบั้งไฟเป็นพิธีกรรมเพื่อบูชาขอพรพญาแถน เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ พืชไร่ พืชสวนเจริญงอกงาม มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

***โดยกิจกรรมวันนี้มีการขบวนแห่แต่ละชุมชน ที่แต่ละขบวนประดับประดาไปผลผลิต พืชพันธ์ ต่างๆ โดยเฉพาะส้มโอหวาน ของดีอำเภอเมืองจันทร์ ขบวนนางรำที่แต่ละขบวนจัดเต็มทั้งชุด และการแสดง นอกจากนี้แต่เจ้าเงาะป่า ผมขาว ทาตัวสีดำ เดินหารจนา (สาวงาม) ตามขบวนแห่ โดยจะมีคนค่อยเต็ม (เต็มสีดำตามตัว) อยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นสีสันของขบวนแห่งานบุญบั้งไฟในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีพิธีไหว้และผูกผ้า 7 สี

ที่เป็นสิมหรือเสาเอกของอุโบสถเก่า ที่มีอายุมากกว่า 200 ปีที่ชาวบ้านเชื่อถือกราบไหว้ถือเป็นภูมิบ้านที่สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ก่อนที่ นายก อบต.ตาโกง จะจุดธูปเลขเสี่ยดวง ให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมได้นำไปเสี่ยโชคที่จะถึงนี้ ซึ่งเลขที่ได้คือเลข 469 โดยมีชาวบ้านต่างพากันแห่มาดูเลขเด็ดกันคึกคัด ทั้งนี้การจุดบั้งไฟจะมีการจุดขึ้นในวันที่ 8-9 มิ.ย. 68 ซึ่งเป็นบั้งไฟขนาดท่อ 2-3 โดยมีการขออนุญาติถูกต้องตามระบบ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 35;

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /แถลงข่าวกิจกรรมงานบุญบั้งไฟ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ปีที่ 46 สืบสานประเพณีโบราณอันดีงามของชาวภาคอีสานที่ปลายด้ามขวาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ที่โรงแรมเก็นติ้ง อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาสว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อ.สุคิริน จ.นราธิวาส(กิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิริน) โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายอนิรุทร บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส นายธีรศักดิ์ สังขโชติ นายอำเภอสุคิริน นายมนัส ตั้งใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง นางสาวภาชินี พฤกษาพิทักษ์ รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส นางสาวนวพร ชัวชมเกตุ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนราธิวาส ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า กิจกรรมงานบุญ บั้งไฟสุคิริน หนึ่งเดียวในภาคใต้ เป็นงานที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาจากกรุงเทพ และพื้นที่ใกล้เคียง และท่อและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย อาทิ ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 500 คน ซึ่งจะได้มาสัมผัสกับเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอีสานของไทย โดยในพื้นที่ดังกล่าวเป็นคนจากภาคอีสานที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จำนวน 8 หมู่บ้าน

โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะผลักดันให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดนราธิวาส เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งในช่วงวันหยุดยาว การจัดกิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิรินนั้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดีให้แก่จังหวัด นราธิวาส และหวังว่าจะเกิดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ต่อเนื่องไป

ทั้งนี้กิจกรรมงานบุญบั้งไฟไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมทางวัฒนธรรมธรรมดา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน เพราะไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง แต่รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ซึ่งมีกำหนดจัดงาน 3 วัน คาดการณ์เงินสะพัดประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งจะมีบริการที่พักและสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นรายได้เสริมที่สำคัญสำหรับครัวเรือน และในส่วนของความปลอดภัยจะมีการ บูรณาการระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาความปลอดภัยโดยจะมีการตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัดอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาร่วมงานบุญบ้านไฟในครั้งนี้

สำหรับงานประเพณีบุญบั้งไฟ ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน ได้จัดติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 46 ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อเป็นการบูชาเทพแห่งฝน ขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และเป็นการสืบสานประเพณีโบราณของประชาชนภาคอีสานที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส โดยชาวอีสานได้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2518 โดยประชากรร้อยละ 98 เป็นชาวไทยจากภาคอีสาน และได้นำประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษติดตัวมาด้วย ปัจจุบันประเพณีบุญบั้งไฟตำบลภูเขาทอง ได้รับการส่งเสริมจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะชาวบ้านตำบลภูเขาทองได้ร่วมกันอนุรักษ์และสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เด็กรุ่นหลังไม่ลืมร้างเหง้าของตนเอง นับเป็นงานบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่แห่งเดียวในภาคใต้

โดยกิจกรรมงานบุญบั้งไฟ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน กำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2568 โดยในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เป็นวันรับลงทะเบียนหางบั้งไฟ จุดบั้งไฟแข่งขัน กำหนดพิธีเปิดงานยิ่งใหญ่ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ผู้ที่ไปเที่ยวชม “กิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิริน” นอกจากชมประเพณีวิถีชีวิตถิ่นอีสานแล้ว ยังได้สัมผัสธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ท่ามกลางหุบเขาชายแดนใต้ ที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอ สุคิริน จังหวัดนราธิวาส อีกด้วย
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนชัยถวาย

พระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ

ข้าราชการทั้งท้องที่และท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ องค์กรประชาชน

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.น่าน จัดประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบสาธารณูปโภค

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ครั้งที่ 2/2568

โดยมีวาระสำคัญหลายวาระ ประกอบด้วยแนวทางการเสนอผลงาน/โครงการ ที่จะขอรับการจัดสรรงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2570 นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาการกำหนดแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ในปีงบประมาณ 2568 รวมทั้งการติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา อ.บ่อเกลือ

ทั้งโครงการปรับปรุงระบบน้ำประปาภูเขาจุดห้วยกลาง – ห้วยแคะ (บ้านป่าก๋อ) และบ้านสะปัน หมู่ที่ 1 และโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำพร้อมฝาตะแกรงเหล็ก บ้านสะปัน หมู่ที่ 1 (บริเวณแยกทางเข้าวัดสะปัน – ที่พักสะปันออนเซน) ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานโครงการซ่อมแซม/

ปรับปรุงถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กทั้ง 5 หมู่บ้านในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสกาด อ.ปัว จ.น่าน นอกจากนี้ยังติดตามผลการดำเนินงานงานก่อสร้างเพิ่มไหล่ทาง งานเสริมผิวแอสฟัลต์ทางหลวง งานติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและงานติดตั้งราวกันอันตรายในเขตทางหลวงสายต่างๆ จากแขวงทางหลวงน่าน ที่ 2 ส่วนโครงการชลประทานน่าน ได้รายงานความคืบหน้าและผลการดำเนินงานโครงการฝายบ้านห้วยโทนพร้อมระบบส่งน้ำ

จัดหาน้ำเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงบ่อเกลือ ส่วนในช่วงท้ายของการประชุมมีการแจ้งผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาตและยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตภายในระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการต่างๆ อย่างสูงสุด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังกวคดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพชรบุรี” จัดใหญ่! แข่งขันวัวเทียมเกวียนบ้านลาด 108 ปี หนึ่งเดียวในโลก

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 28 พ.ค.68 ที่บริเวณศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านโป่งสลอด หมู่ 6 ต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วย นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล ส.ส.เพชรบุรี นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี, นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี

พร้อมร่วมขบวนแห่วัวเทียมเกวียน 108 เล่ม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 108 ปี ของอำเภอบ้านลาด ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเทียวจำนวนมากร่วมชมงาน

จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ อำเภอบ้านลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่าย จัดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ขึ้น ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย.68

เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก สานต่อประเพณีที่สำคัญไม่ให้เลือนหายไป โดยวัวเทียมเกวียนเป็นประเพณีท้องถิ่นโบราณของชาวเพชรบุรี ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ระหว่างคนกับวัวในอดีต อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานตลอด 5 วันเต็ม

พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันวัวเทียมเกวียนทั้งประเภทความเร็วและประเภทสวยงาม การแข่งขันวัววิ่งลู่ การแข่งขันล้มวัวด้วยมือเปล่า สนุกกับการแข่งขันพื้นบ้านอย่างเช่น การจับหมู การเฉาะตาล การกินตาล การประกวดทะลายตาล นอกจากนี้ยังมีซุ้มแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตบ้านลาด รวมถึงลานของกิน ของดีบ้านลาด ที่รวบรวมสินค้าและอาหารอร่อย ๆ จากชุมชนมาให้ได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างเต็มที่ และพลาดไม่ได้กับการแสดงพื้นบ้าน

“ไทยทรงดำ” ที่สวยงาม รวมถึงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัวเทียมเกวียนให้ได้เรียนรู้กันด้วย ในช่วงค่ำคืนยังมีการแสดงให้ได้ชมทั้งการแข่งขันวัวลาน รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรี และมหรสพต่าง ๆ อีกมากมาย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมชมการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ได้ตามวันดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ แปลกใหม่เย็นฉ่ำ พร้อมชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจ ทุเรียนภูเขา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 29 พ.ค.68) ที่บริเวณสวนทุเรียนจันหอม ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้จับมือส่วนราชการและภาคเอกชน ประกอบด้วย นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ และ นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและผู้สนใจได้รับรู้ถึงความพร้อม

เตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปีนี้จัดแปลกใหม่ภายในโดมเย็นฉ่ำ พร้อมชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจกับอัตลักษณ์และรสชาติทุเรียนภูเขาไฟ GI ศรีสะเกษแท้ๆ เนื้อทุเรียนแห้ง เส้นใยละเอียด หวานละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมาก คาดการณ์ว่าปีนี้ จะมีทุเรียนเกือบ 20,000 ตัน โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 8,000 ตัน หรือมากกว่าร้อยละ 60

โดยผลผลิตทุเรียนหากเฉลี่ยต่อไร่จะอยู่ที่ 1,500 กิโลกรัม ผลผลิตทุเรียนจะตัดออกตลาดแบ่งเป็นหลายรุ่น เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงปลายเดือนสิงหาคม ผลผลิตจะออกมากที่สุด ในช่วงเดือนปลายเดือนมิถุนายน ประมาณร้อยละ 30 และ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมอีกราวๆ ร้อยละ 20 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2534 และจัดมาอย่างต่อเนื่องมาทุกปี สร้างรายได้ให้ชาวสวน และ สร้างรายได้เข้าจังหวัดศรีสะเกษปีละหลายร้อยล้านบาท

สำหรับปีนี้จังหวัดศรีสะเกษกำหนดจัดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2568” ระหว่างวันที่ 19 – 23 มิถุนายน 2568 รวม 5 วัน ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ความพิเศษเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟปีนี้ โดมจะติดแอร์เย็นชุมฉ่ำ ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจได้ “ ชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจ”

พร้อมการต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวชมงาน รับประกันความปลอดภัย พร้อมความสุขใจ และประทับใจ ที่สำคัญ เมื่อเกิดประทับใจแล้ว อย่าลืมนำไปบอกต่อความประทับใจแก่กับคนที่เรารู้จัก เป็นการช่วยเชิญชวนให้เขาได้มาเที่ยวชมเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษด้วยตัวเองให้ได้นั่นเองขณะเดียวกัน

ภายในงาน ยังมีเจ้าหน้าที่สารวัตรทุเรียนคอยอำนวยความสะดวก และ ให้คำแนะนำในการเลือกซื้อทุเรียนแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ยังไม่พอ ยังมีบริการรับส่งทุเรียนของบริษัท ไปรษณีย์ไทย สาขาศรีสะเกษ สามารถจัดส่งทุเรียนไปทั่วประเทศได้อย่างมั่นใจอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หมอเดว เข้ารับประทานรางวัล พระเกี้ยวธรรมจักร ประจำปี 2568 / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

27 พฤษภาคม 2568 รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เข้ารับประทานรางวัล จาก พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จเป็นองค์ประธาน พิธีประทานรางวัล “พระเกี้ยวธรรมจักร” ประจำปี 2568 ณ หอประชุม มวก 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รางวัลพระเกี้ยวธรรมจักร จัดขึ้นโดยมูลนิธิศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อเป็นการยกย่องให้กำลังใจ และประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลผู้ที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงานและการดำรงตน ส่งเสริมพระพุทศาสนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม และเป็น

บุคคลผู้นำหลักพุทธธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนาให้ปรากฎสืบไป
.ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคมศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรมติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

สภาสังคมสงเคราะห์ฯมอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

26 พฤษภาคม 2568 : 16.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ร่วมกับ

พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หส.ผศ.ลบ. และคณะ,พ.อ.พิเศษ สมภพ สีสมุทร หน.เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง และคณะ,พ.ต.เฉลิม อินจำปา รอง หน.เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง

ผู้ประสานงาน,จิตอาสาทหารปืนใหญ่ รุ่น 8/25 : ลงพื้นที่มอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

*** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 6 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรีสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3 ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / นอภ.นิคมคำสร้อย นำ จนท. ร่วมให้กำลังใจครอบครัว “ภูมิลา” หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับรถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่ครอบครัว “ภูมิลา” ณ บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 บ้านหนองนกเขียน ตำบลร่มเกล้า

หลังเกิดเหตุสลดใจจากอุบัติเหตุต้นไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์ช่วงเช้าของวันเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ได้แก่ นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และนางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของครอบครัว ขณะที่ลูกสาว นางสาวศิริรัตน์ ภูมิลา อายุ 17 ปีซึ่งนั่งอยู่ในแคปด้านหลังของรถยนต์คันเกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นและยังคงมีอาการโศกเศร้าจากการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว

โดยนายอำเภอนิคมคำสร้อยได้เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมกระเช้าสิ่งของให้แก่นางสาวศิริรัตน์ เพื่อเป็นการปลอบขวัญและเยียวยาจิตใจในเบื้องต้น ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลดของญาติพี่น้องและชาวบ้านในชุมชนทั้งนี้ ครอบครัวของผู้สูญเสียมีอยู่ด้วยกัน 4 คนประกอบด้วย นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี นางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี เป็นพ่อและแม่ นายอาทร ภูมิลา อายุ 29 ปี ลูกชายปัจจุบันมีครอบครัวและพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ

และนางสาวศิริรัตน์ ภูมิลา อายุ 17 ปี ลูกสาวซึ่งอยู่ในรถคันเกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บด้วย ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนร่มเกล้าพิทยาสรรค์ ทั้งนี้ชาวบ้านต่างแสดงความชื่นชมนายอำเภอนิคมคำสร้อยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข -โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ที่ออกปลอบขวัญให้กำลังใจ เยียวยาแก่ ครอบครัวผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างรวดเร็วอุบัติเหตุต้นไม้ล้ม #ส่งกำลังใจให้น้องศิริรัตน์ #นิคมคำสร้อย #ข่าวเศร้า #ร่วมแสดงความเสียใจ #เยียวยาจิตใจ #เราจะไม่ทิ้งกัน #น้ำใจชาวมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ตรวจสภาพบ้าน เพื่อปรับปรุงให้คนพิการอยู่อาศัย ณ ชุมชนสลิดทอง หนองจอก กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

26 พฤษภาคม 2568 : 09.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบ

หมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,จนท.สภาสังคมสงเคราะห์ฯ,จนท.ทหารช่าง ช.พัน.2 จ.ฉะเชิงเทรา,จนท.กระทรวง

พม.,อส.พก.,ประธานชุมชน,คณะจิตอาสาชุมชน และจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” : ลงพื้นที่ตรวจประเมินสภาพบ้านเพื่อปรับปรุงให้คนพิการอยู่อาศัย และมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการ จำนวน 1 ราย ณ ชุมชนสลิดทอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

*** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 1 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ ช่วยเหลือนักเรียน แนวชายแดน จ.สระแก้ว/กิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)” สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

แชร์เนื้อหานี้

23 พ.ค.68 , มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองกำลังบูรพา นำโดย พลเอกปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิพุทธภูมิธรรม , พันเอกปฏิวัติ เฟื่องประภัสสร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ,

คุณสาธิมา ทานาเบ้ รองประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม , หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมคณะจิตอาสา ได้เดินทาง มาที่โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน แนวชายแดน จังหวัดสระแก้ว 3 โรงเรียนประกอบด้วย โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก โรงเรียนบ้านคลองหาด สาขาเขาช่องแคบ โรงเรียนทับทิมสยาม 05

สร้างรอยยิ้ม สนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล
มอบชุดนักเรียนพร้อมปักชื่อ มอบอุปกรณ์เครื่องเขียน จัดให้มีการตรวจสุขภาพ ตรวจสายตา นัดตัดแว่นและลงฟูลออไลน์กันฟันผุ ให้เด็กทุกคนจำนวน 153 คน

กิจกรรม วันนี้ ทำให้พวกเราใจฟูมาก เพราะเรารู้ว่าการให้ด้วยใจที่เมตตา มีค่ามหาศาลกับผู้รับ และพวกเราได้เปลี่ยนแปลง สร้างรอยยิ้ม สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหลายคน เติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติ

เด็กๆทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุข และรอคอยที่จะได้ใส่ชุดใหม่ รวมทั้งได้อร่อยกับข้าวไก่ทอด แกงจืดเต้าหู้และนมยูเอชทีที่เราจัดเลี้ยงแบบไม่อั้นในวันนี้

ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับทุกกุศลจิตของท่านที่ได้สนับสนุนให้เราสามารถเข้ามาช่วยเหลือน้องๆในพื้นที่ห่างไกล และช่วยกันเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กๆให้ดีขึ้นค่ะ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม จัดกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)”

อนุโมทนาสาธุการสามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้ที่Line Official Account กด :https://lin.ee/AlxR8XfLine ID : @bbdfPage #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรมhttps://web.facebook.com/bbdf.orgสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

🏃‍♀️🩷สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)” ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 05.00 – 09.00 น.

ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนจากภูผาสู่มหานที และสวนจตุจักร กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

🏃‍♂️🩷กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีรวมถึงเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์

ระหว่างองค์กรสมาชิกของทางสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และร่วมสมทบทุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในการดำเนินงานช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ ตลอดจนการพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ

🏃‍♂️🏃‍♀️การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมาก อาทิ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล /

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) / บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) / บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และอีกหลากหลายองค์กร

🩷🙏สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ขอขอบคุณหน่วยงานและองค์กรภาคเอกชนทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง ความร่วมมือและน้ำใจจากทุกท่านเป็นพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน

กิจกรรมเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน ขอขอบคุณทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together – สองหัวใจ ไปด้วยกัน” ทุกการสมัครคืออีก
หนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยผลักดันให้ภารกิจเพื่อสังคมเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

25 พฤษภาคม 2568 : 11.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,

น.ส.จุฑามาศ ฉันทะ ผช.ผญบ.ม.2,นางพัชรินทร์ ดีผิว ผช.ผญบ.ม.5,นางสุภาพร โพธิ์เย็น อสม.ม.2,นายอำนาจ มานาก ผรส.ม.2,นายสิรภพ สุนะศรี จิตอาสาสมาคมคนพิการฯ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

*** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 3 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สามร้อยยอด เตรียมจัดงาน มหกรรมอาหารทะเล @ สามร้อยยอด ช๊อป ชิม อาหารจากแม่ครัวฝีมือเด็ด ชมฟรีคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย ได้นำ

ผู้แทนส่วนราชการทุกหน่วยงานในพื้นที่ ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อตรวจความพร้อมการจัดงาน มหกรรมอาหารทะเล @ สามร้อยยอด
ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 30- พฤษภาคม – วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ที่จะถึงนี้

โดยผู้จัดงานได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ จัดงานมหกรรมอาหารทะเล@สามร้อยยอด โดยอยู่ภายใต้ระเบียบกฎเกณฑ์ตามข้อกำหนดแห่งกฎหมาย ซึ่งคาดว่าภายในงานจะมีเหล่าบรรดาแม่ครัวฝีมือเด็ด

ร่วมการแข่งขันทำอาหาร (แกงป่าปลาทราย) ชิงเงินรางวัล ที่ 1 จำนวน 10,000 บาท ที่ 2 จำนวน 5,000 บาทและที่ 3 จำนวน 3,000บาท รวมไปถึงการออกบูธจากร้านค้าต่างๆ กับอาหารทะเลสดๆ ที่

ได้จากชาวประมงในพื้นที่ และแม่ค้าในพื้นที่มาจำหน่ายอาหารหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง กว่า 100 ร้านค้า และฟู๊ดทรัค พร้อมกิจกรรมสนุกๆ กับการแข่งขันวิ่งเพื่อสุขภาพ กิจกรรม แลนรี่ จากกาญจนบุรีFamily Car Rally 2025 และ Big Concert สุดมันส์ จากศิลปินชื่อดัง 30 พ.ค. ไก่กะละมัง – ไชโย ธนวัฒน์, 31 พ.ค. เสือสองเล และ วันที่ 1 มิ.ย. พบกับมาลีฮวนน่า เต็มวง สอบถามเพิ่มเติม หรือจองบูธได้ที่ คุณธนธร 093-496-6484 / Line โดยจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 นี้

////////////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยราชภัฏ เปิดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 68 ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้และทักษะในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และบุคลากรที่อาจประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จำนวน 180 คน

***โดยกิจกรรมจะเน้นการอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งเนื้อหาหลักในการอบรมประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉิน เช่น หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลมชัก ภาวะแพ้รุนแรง การประเมินสถานการณ์และการปฐมพยาบาลเบื้องตัน การช่วยฟื้นคืนชีพทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก

การใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจชนิดอัตโนมัติ อย่างถูกต้อง การปฐมพยาบาลผู้บาคเจ็บจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น กระดูกหัก แผลไหม้ และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การฝึกเวียนฐานเพื่อปฏิบัติจริงกับอุปกรณ์และสถานการณ์จำลอง
ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษเปิดงานเทศกาลอาหารพืชผักปลอดสารหมู่บ้านยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 68 ที่บริเวณโดมหน้าที่ว่าการอำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน 23 ปี อำเภอเบญจลักษ์ เทศกาลอาหารพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 22-28 พ.ค. 68

เพื่อกระตุ้นการท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตร และให้ความสําคัญในการขับเคลื่อน และสร้างกลไกการทํางานร่วมกัน ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีอาชีพ มีรายได้ สร้างความเข้มแข็งและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่น ร่วมเป็นในพิธี มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

*** นายธนเดช พระอารักษ์ นายอําเภอเบญจลักษ์ เปิดเผยว่า อำเภอเบญจลักษ์ มี 5 ตาบล 67 หมู่บ้าน 5 องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น มีพื้นที่ 331.31 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 207,062.50ไร่ (สองแสนเจ็ดพันหกสิบสองจุดห้าสิบไร) ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบ เกษตรกรรม ทํานา ทําไร่มันสําปะหลัง ทําสวนยางพารา อาชีพเสริม

พีซผักสวนครัว การปศุสัต์ เลี้ยงโคพันธ์เนื้อ เลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อ – ไข่ เลี้ยงสุกร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม พื้นที่ส่วนใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิต ทางการเกษตรในพื้นที่เป็นจํานวนมาก รวมถึงการปศุสัตว์ มีศักยภาพด้าน การท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตรดมสมบูรณ์ ทำให้อำเภอเบญจลักษ์ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น

***ทั้งนี้จัดกิจกรรมภายในงาน มีการจัดจำหน่ายสินค้าพืชผลทางการเกษตรต่างๆมากมาย เช่น มะม่วง มะละกอ กล้วย ขนุน ทุเรียน ข้าวโพน หอมแดง โดยเน้นเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ปลอดสาร ปลอดภัยต่อผู้รับประทาน นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่งจาก 5 ตำบล ซึ่งขบวนแห่แต่ละขบวนจะประกอบด้วยนางรำ ป้ายรณรงค์ต่างๆ และรถแห่ โดยเฉพาะรถขบวนแห่แต่ละตำบลจะประดับประดาไปด้วยพืชผัก ผลไม้ ที่ปลอดสาร ของดีในแต่ละตำบล และยังมีสาวงามนั่งประจำแต่ละขบวนอีกด้วย

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 38;

***นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประกวดตำส้มลีลา ที่ปีนี้มีทีมลงประกวดอยู่ 4 ทีม ซึ่งหัวข้อและหลักเกณฑ์การให้คะแนนมีอยู่ 2 อย่า คือ ลีลาการตำต้องเด็ด รสชาติส้มตำที่ตำออกมาต้องอร่อยด้วย โดยทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันแต่ละทีมต่างงัดลีลาการตำส้มตำออกมาสู้กันอย่างสนุก ทั้งเต้น ทั้งเด้ง ทั้งตำ ทำเอากองเชียร์แต่ละทีมอดใจไม่อยู่ต่างออกมาเต้นเชียร์กันอย่างสนุก
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง บูรณาการ ร่วมขับเคลื่อนพลังท้องถิ่นผ่านชมรมผู้สูงอายุ ทต.โคกสำโรง จว.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22- 23 พฤษภาคม 2568 ณ หอประชุม ทต. โคกสำโรง นายเจตพงษ์ โชคสวัดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธีขับเคลื่อน พลังท้องถิ่น ผ่าน ชมรมผู้สูงอายุ ทต.โคกสำโรง

โดยมี นายสมบูรณ์ ตรีฤกษ์งาม ปลัดเทศบาล นายแพทย์ นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผอ. โรงพยาบาลโคกสำโรง นางนิสา ร่มจำปา ประธานชมรม นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ นางสมพิศ เตชวานิช รองประธานฯ น ส อัยชา ปฎิเวช วณิช เลขาชมรมฯ

โดยกิจกรรมนี้เน้นให้ความรู้โดย นายธนิต ล้ออุดมสมเจริญ และทีมป้องกัน บรรเทาสาธารณภัย บรรยาย เรื่อง อัคคีภัย วาตภัย และภัยอื่นๆ สาธิต การดับไฟ เบื้องต้น

น ส จุทารัตน์ ภู่เงินงาม เจ้าหน้าที่ รพ โคกสำโรง บรรยาย เรื่อง ภัยจากสารเคมี วัตถุอันตราย การช่วยเหลือ ผู้ป่วย ผู้ประสพภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิตพื้นฐาน ทั้งนี้ด้วยควานร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคม จังหวัดลพบุรี

ให้ความรู้ ผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 160คน สามารถถ่ายทอดต่อผู้ใกล้ชิด และสมาชิก ในครอบครัว นักศึกษา ที่ร่วมอบรม ได้ความรู้ บำเพ็ญประโยชน์ เป็น

พลเมืองดี จะเป็นผู้นำกำลังสำคัญ ขับเคลื่อน สังคมไทย เพื่อประเทศชาติ ทางคณะกรรมการผู้จัดงาน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะมีประโยชน์ ต่อสังคม ชุมชนสืบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ /อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ว่าฯชลบุรี เปิดงานแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา คนใจบุญแห่ร่วมงานคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา ร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา PNBA Bowling Charity 2025 ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ที่ SF Strike Bowl เซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน นายสนธยา คุณปลื้ม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.อเเอ สระทองอยู่ ผกก.สภาพ.เมืองพัทยา นายกฤษณ์ จิระมงคล นายกสมาคม at สมาคผู้บริหารงานอาหารและเครื่องดื่มภาคตะวะออก แห่งประเทศไทย และนายบุญอนันต์ พัฒนสิน อดีตนายกสมาคมนักธรกิจแบบการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธไมตรี โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศลต่างๆของทางสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา การแข่งขันเป็นประเภททีม 3 คน

ไม่จำกัดเพศและวัย แข่งขันทั้งหมด 2 เกมส์ แข่งขันแบบคู่สไตรค์ คี่สแปร์ นับคะแนนพินล้มสูงสุดเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน โดยมีผู้สนใจส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันกระชับมิตรรวมกว่า 120 ทีม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมา เปิดตัวลูกเต่ายักษ์ อัลดาบรา เต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

แชร์เนื้อหานี้

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ต้อนรับฤดูฝน เปิดตัวสมาชิกใหม่ลูกเต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 11 ตัว ซึ่งฟักออกจากไข่ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยลูกเต่าทั้ง 11 ตัว (ยังไม่ทราบเพศ) มีสุขภาพแข็งแรงดี ตอนนี้ อยู่ในช่วงการอนุบาลสัตว์ และได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ และ ผู้เลี้ยง (Keeper) อย่างใกล้ชิด ซึ่งสวนสัตว์นครราชสีมา มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 3 ตัว เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 2 ตัว และถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง ที่สวนสัตว์นครราชสีมา เป็นสวนสัตว์แรก ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์เต่ายักษ์อัลดาบราได้ประสบผลสำเร็จ และมีแผนที่จะนำลูกเต่าที่เกิดใหม่ ทั้ง 11 ตัว นำเข้าสู่ส่วนแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักอย่างแน่นอน

ด้านนายสุนทร จองกลาง หัวหน้างานบำรุงสัตว์เลื้อยคลาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเต่ายักษ์อัลดาบรา เป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับสองของโลก รองจากเต่ายักษ์กาลาปากอส มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะ Aldabar ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะเกาะเซเชลส์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ ลำตัวมีความยาวมากกว่าหนึ่งเมตร เกล็ดกระดองหนาเป็นรูปโดม สีเทาเข็มจนถึงดำ มีน้ำหนักตัวได้ถึง 250 กิโลกรัม และมีอายุได้ถึง 150 ปี กินอาหารหลัก ได้แก่ หญ้า ผลไม้ พืชสมุนไพร ใบไม้ เป็นต้น ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ออกไข่ครั้งละประมาณ 9 – 25 ฟอง

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีมอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) ตามโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” ณ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (บ้านห้วยสะแตง) อ.ทุ่งช้าง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (บ้านห้วยสะแตง)ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) จำนวน 100 ชุด ตามโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” โดยมีนายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง คณะครูโรงเรียนเพียงหลวง 7 หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานโครงการจิตอาสา เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยความห่วงใยของพระองค์ท่าน และเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า มีความรัก ความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน อันจะนำมาซึ่งความผาสุก ของประชาชนชาวไทย

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และหน่วยงานทุกภาคส่วนจังหวัดน่าน ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

จึงได้จัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน”ขึ้น พร้อมทั้งนำสิ่งของมามอบให้กับประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยมุ่งหวังว่า โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อน สร้างขวัญ และกำลังใจ ให้แก่พี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี

สำหรับโรงเรียนเพียงหลวง 7 ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตั้งอยู่หมู่บ้านห้วยสะแตง หมู่ 2 ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ปีการศึกษา 2568 มีนักเรียน 33 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 10 คน มีพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 7 ไร่

พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 1 ไร่ สภาพทั่วไปโรงเรียนยังมีความต้องการระบบน้ำดื่ม สำหรับนักเรียน และบุคลากร ต้องการเครื่องพิมพ์ อุปกรณ์ ใช้สำหรับการจัดการจัดการเรียนการสอน และใช้ในสำนักงาน และต้องการสนามเด็กเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กนักเรียนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สานสัมพันธ์ สัญจร องค์กรสมาชิก ภาค 4″ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ณ ห้องศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ อ.เมือง จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

20 พฤษภาคม 2568 : 10.00-15.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ :

เข้าร่วมประชุม “โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สานสัมพันธ์ สัญจร องค์กรสมาชิก ภาค 4” สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ณ ห้องศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

กล่าวต้อนรับ และมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งคณะกรรมการบริหารสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ยากไร้ เพื่อมอบถุงยังชีพพระราชทาน

ในพื้นที่ ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ส่วนภูมิภาค ภาค 4สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าว “ย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้ว”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ โรงแรม เดอะเวโล บีเอ็มเอ็กซ์ แทร็ค ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานแสดง แสง สี เสียง “ย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้ว” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

โดยนายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว นายอำเภออรัญประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครนายก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ จังหวัดสระแก้ว ร่วมแถลงข่าว โดยภายในงานย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้วจะขึ้นระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568

ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายในงานมีกิจกรรม ตลาดวัฒนธรรม 5 ชาติพันธุ์ และ ของดีจังหวัดสระแก้ว เป็นการออกร้านจำหน่ายสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชนของ 5 ชาติพันธุ์ อาหาร 5 ชาติพันธุ์ และอาหารอร่อยของจังหวัดสระแก้ว มากกว่า 50 ร้านค้า ชมขบวนแห่ ขบวนพาเหรด 5 ชาติพันธุ์ การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม เรื่อง “ย้อนรอย เล่าขาน 5 ชาติพันธุ์ จังหวัดสระแก้ว” การแสดงศิลปวัฒนธรรม 5 ชาติพันธุ์ (ญ้อ ลาว เขมร เวียดนาม จีน)

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้วได้เห็นถึงความสำคัญของนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/การท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ชาติพันธุ์ ของอำเภออรัญประเทศชายแดนเบื้องบูรพาที่มีชนเผ่า 5 ชาติพันธุ์อาศัยอยู่ มีหลากหลายวัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหารพื้นถิ่นหลากหลาย

จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่จังหวัดสระแก้ว เมืองแห่งอารยธรรมที่หลากหลาย ซึ่งจังหวัดสระแก้วเรามีจุดเด่นคือมีชนชาติ 5 ชาติพันธ์ุและแหล่งท่องเที่ยวสวยงามมากมาย แหล่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย และ ขอเชิญชวนให้มาสัมผัสวิถีชุมชนทั้ง 5 ชาติพันธุ์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลังคนปรางค์กู่ ศรีสะเกษ ให้กำลังใจ น้ำใจ สู่แนวหน้า ปกป้องปราสาทตาเมือนธม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันเสาร์ที่17พฤษภาคม 2568 นาย ทองสุข คำมานายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิมายเหนือ นายสมบัติกอกหวาน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอปรางค์กู่ นายทวีชัย คำแพง รองประธานสภาวัฒนธรรมฯชมข้าราชการบำนาญอำเภอปรางค์กู่ นายวรวิทย์ เสริมศรี คหบดี ดร.วิลดา

อินฉัตร ส.ส.เขต7จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันบริจาคสิ่งของ อาหาร อาหารเสริม เครื่องดื่ม น้ำดื่ม.ฯ นำไปมอบให้ทหารที่ปราสาทตาเมือนธม โดยมี ร้อยโท
ไวคิด ศรีพรหม ผบ.กองร้อย ร.พัน 4

พร้อมเหล่าหาร หาญรอการต้อนรับ โดยมีนายทองสุข คำมา กล่าวแสดงความรู้สึกเป็นห่วงชาติแผ่นดินและเป็นห่วงทหาร หาญ ที่เป็นรั้วของชาติอยู่แนวหน้า และได้ย้ำว่าคนปรางค์กู่ ที่อยู่แนวหลังจะให้กำลังใจ พร้อมให้การสนับสนุนตลอดเวลา

การรวมพลัง เดินทางไปคราวนี้ไปด้วยรถปิ๊คอัพ ส่วนตัว พร้อมบรรทุกสิ่งของที่รวบรวมได้จากการบริจาค เป็นจำนวนมาก เพ่ื่อนำไปมอบ โดยมี ร้อยโทไวคิด ศรีพรหม เป็นผู้รับมอบ หลังจากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมปราสาท ภายในภายนอกบริเวณปราสาท พบทหารต่างชาติ อยู่ร่วมปะปนกับทหารไทยเป็นจำนวนมาก

ทั้งที่พื้นที่นี้เป็นของประเทศไทย ไทยได้ครอบครองและทำกิจกรรมอยู่นี่มาเป็นเวลานานแล้วทำไมต้องให้ทหารต่างชาติมาอยู่ในผืนแผ่นดินไทยได้อย่างไรหรือปล่อยให้เป็นประเด็น อย่างนี้อยูร่าไป ตลอดอดไปไช่ไหม จึงฝากฝากความเห็นไปยังผู้รับผิดชอบไปยังผู้นำระดับประเทศ นั่งอยู่สุขได้อย่างไร ไม่ร้อนไม่หนาว ไม่มีความเป็นห่วงบ้างหรือ

อยากให้ไปดูด้วยตนเอง ว่าสถานการณ์เบ้านเมืองแนวเขตแดนป็นอย่างไร รอบปราสาทก็ไม่มีแนวเขตกั้น กอร์ปกับมีช่องทาง ให้คนต่างชาติ ขึ้นเข้ามาในตัวปราสาทได้อย่างไร หรือจะปล่อยให้คนต่างชาติขี้นมายึดครองก่อนหรือจึงจะ

แก้ไข จะเข้าทำนอง วัวหายแล้วล้อมคอก เช่นนั้นหรือ การเดินทางไปครั้งนี้จำนวน10 คัน 30 คน เป็นตัวแทนของ คนปรางค์กู่.ไม่ทิ้งแนวหน้า พร้อมที่จะต่อสู้ เคียงข้างกับเหล่าทหาร หาญ อย่างไม่มีถอยครับ
นายทองสุข คำมา/เขียน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมมอบของกินของใช้ให้ผู้ป่วยติดเตียงบริเวณชุมชนย่านวัดอรุุณราชวราราม /ร่วมสร้าง “หอระฆังทรงนาคปรก ” ณ วัดพรานนกจ.พระนครศรีอยุธยา

แชร์เนื้อหานี้

16 พค 2568 เวลา 14.30 น โดยประมาณ บริเวณชุมชนย่านวัดอรุุณราชวรารามมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมมอบของกินของใช้ให้ผู้ป่วยติดเตียงและผู้มีความจำเป็นด้วยความเมตตาของ ทางวัดอรุณราชวราราม และคณะสงฆ์ ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานให้แด่ทุกท่าน อย่าเจ็บ อย่าจน อย่าอด อย่ายาก ให้มากให้มี สุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…

ชื่อเสียงก้องกังวาน ประกาศชัยมงคล #ร่วมสร้างหอระฆัง #วัดสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ #เสริมสิริมงคลชีวิตมั่นคง

อานุภาพแห่งศรัทธา ก้องกังวานนาม ประกาศชัยมงคล ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “หอระฆังทรงนาคปรก” ณ วัดพรานนก จ.พระนครศรีอยุธยา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งสัตยาธิษฐานต่อหน้า “หลวงพ่อแดง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอพระบารมีนำชัยชนะมาสู่การกู้ชาติ ซึ่งเป็น “ชัยชนะแรก” ของพระองค์อันสำคัญยิ่ง ก่อนที่พระองค์จะนำทัพตีฝ่าวงล้อมข้าศึก

กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วม “ทอดผ้าป่าสามัคคี” เพื่อสืบสานปณิธานแห่งความกตัญญูต่อแผ่นดิน และร่วมสร้างหอระฆังอันเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความเจริญรุ่งเรืองวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568 ณ วัดพรานนก ต.โพสาวหาญ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 7.00 – 12.00น.ร่วมสร้างบุญบารมีได้ที่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาสนามเสือป่า [ttb] ชื่อบัญชี: พล.1รอ. เพื่อรองรับเงินการกุศล
เลขที่: 046 – 2 – 88043 – 6

วัดพรานนก: ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่จารึกประวัติศาสตร์ชาติไทย สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2300 เป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงจุดประกายแห่งความหวังและนำทัพ 500 นาย “ชนะศึก 2,000” ทหารพม่าได้อย่างน่าอัศจรรย์ ก่อเกิดขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้เอกราชอานิสงส์

  • ชื่อเสียงก้องกังวาล: ดุจเสียงระฆังที่ดังก้องกังวานไปทั่วสารทิศ เกียรติคุณและความดีงามของท่านจะขจรขจาย เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั้งหลาย
  • ชีวิตมั่นคง: ฐานะความเป็นอยู่จะมั่นคง ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากอุปสรรคและภัยอันตราย ดุจความแข็งแกร่งของแผ่นดินที่ได้รับการกอบกู้
  • เสริมสร้างบารมีแห่งชัยชนะ: จิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ เอาชนะอุปสรรคทั้งปวงในชีวิต ดุจวีรกรรมอันเกรียงไกรของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
  • ความเป็นสิริมงคล: นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และความเป็นสิริมงคลในทุกด้านของชีวิต
  • ความภาคภูมิใจ: ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความกตัญญูและประวัติศาสตร์ชาติไทย

โปรดส่งชื่อ-สกุล และหลักฐานการร่วมบุญมาที่ Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กดเลย 👇 https://lin.ee/VDGS28Xเพื่อนำไปอธิษฐานจิตในพิธีทอดผ้าป่าฯ ต่อหน้า “หลวงพ่อแดง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งสัตยาธิษฐานจนได้รับชัยชนะ ได้ที่ไลน์มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่ท่านได้ร่วมสร้าง จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ รุ่งเรือง ก้องกังวานด้วยชื่อเสียง และมีชีวิตที่มั่นคงตลอดไปเทอญ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วช.เลือกพัทยา เปิดเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ศิลปะ “นีโอศิลปะพัทธยา” คณะศิลปินแห่งชาติแห่ร่วมงานคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 พ.ค.68 ที่ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya โรงแรมฟลิปเปอร์ ลอร์ด พัทยา จ.ชลบุรี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะ ภายใต้โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา

โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งมีนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ผู้บริหารโรงแรมฯ นายฉัตร จะยะวงศ์ ภัณฑารักษ์ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya

และนายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับ คณะศิลปินแห่งชาติ นำโดย ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติอาวุโส ให้เกียรติเข้าร่วมงาน

สำหรับงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะ ภายใต้โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา จัดขึ้นโดยมุ่งหวังให้เยาวชน และนักเรียนในสถานศึกษาได้มีความรู้องค์ความรู้ด้านงานศิลปะมากขึ้น

โดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (สาธิตพัทยา) นำนักเรียนที่มีความสนใจเข้าร่วมอบรมสัมมนา ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ค.68 ก่อนนำผลงานศิลปะของนักเรียนที่ร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการมาจัดแสดงที่ ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya แห่งนี้

ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา ถือเป็นโครงการวิจัยงานศิลปะที่มีความน่าสนใจ และมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการต่อยอดองค์ความรู้ให้กับนักเรียนนักศึกษาได้ศึกษาและเรียนรู้งานด้านศิลปะสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น อันจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเยาวชนที่ชื่นชอบศิลปะได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้โดยตรงจากศิลปินแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบมอบทุนสงเคราะห์การศึกษาผู้ถูกคุมพร้อมจับมือ สกร.ยกระดับความรู้ ส่งเสริมต่อยอดจนสำเร็จการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 พ.ค.2568 ที่สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานประพฤติ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นางวิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระดับอำเภอเมืองประจวบฯ นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ คณะครู กศน. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติฯ ร่วมมอบทุนสงเคราะห์ด้านการส่งเสริมการศึกษา เพื่อไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนและชุดนักศึกษา

รวมเป็นจำนวนเงิน 1,200 บาท ให้แก่ผู้กระทำผิดในคดีในคดีขับรถประมาทหวาดเสียว ซึ่งได้สมัครเรียนในระดับชั้น ม.ต้น ในปีการศึกษา2568 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ซึ่งผ่านการอบรมการส่งเสริมการศึกษา ที่ทางสำนักงานคุมประพฤติ จ.ประจวบฯได้จัดอบรมให้ความรู้ ให้แก่ผู้กระทำผิดมาตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองประจวบฯ ได้สนับสนุนวิทยากรมาให้ความรู้ดังกล่าวแก่ผู้กระทำผิดด้วย โดยทำให้ผู้กระทำผิดมีความสนใจที่จะสมัครศึกษาต่อในระดับ ม.ต้น ตามที่กรมคุมประพฤติมีนโยบายในการส่งเสริมและยกระดับการศึกษาแก่ผู้กระทำผิด ในระบบบงานคุมประพฤติ

ด้าน นายวสันต์ เภรีวิค ผอ.สนง.คุมประพฤติฯ กล่าวว่า ตามที่กรมคุมประพฤติ มีนโยบายในการส่งเสริมและยกระดับการศึกษา แก่ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติ โดยได้มีการจัดทำบันทึกตกลงความร่วมมือ ( MOU ) การจัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 เพื่อยกระดับการศึกษาให้แก่ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติ โดยได้ส่งเสริมการศึกษาให้กับผู้กระทำผิดที่เข้ารับการศึกษา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งในวันนี้ ได้มีผู้กระทำผิดในคดีในคดีขับรถประมาท หวาดเสียว ซึ่งได้สมัครเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในปีการศึกษา 2568 ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ซึ่งผ่านการอบรมการส่งเสริมการศึกษาที่ทางสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้จัดอบรมให้ความรู้ ให้แก่ผู้กระทำผิดในวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ โดยได้ประสานงานกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ( สกร.) อำเภอเมืองประจวบฯ ซึ่งได้สนับสนุนวิทยากรมาให้ความรู้ดังกล่าวแก่ผู้กระทำผิด โดยทำให้ผู้กระทำผิดมีความสนใจที่จะสมัครศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยในวันนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยกลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติได้ประสานบูรณาการความร่วมมือ กับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองฯ โดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองฯ

ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน และให้คำแนะนำ พร้อมกับให้กำลังใจกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้สงเคราะห์ทุนในการส่งเสริมการศึกษา อุปกรณ์การศึกษาและชุดนักศึกษา ให้กับบุคคลดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ในการ ส่งเสริมด้านการการศึกษา และให้กำลังใจแก่ผู้กระทำผิดดังกล่าวอีกด้วย////////

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปปท.เขต6-ตำรวจ บุกรวบเจ้าหน้าที่กองคลังเทศบาลเบียดบังเงินภาษี. / กอ.รมน.จังหวัด สุโขทัย ร่วมปลูกต้นไม้ “วันต้นไม้แห่งชาติ 2568”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ10.30น.ของวันที่16 พฤษภาคม 2568. ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายณรงวิทย์ สุวรรณสิทธิ์ ผอ.ปปท. เขต 6 และ พ.ต.ท.สราวุธ คำเหลือง ผอ. กอท.พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปท. เขต 6 นำโดย ร.ต.อ.สมบูรณ์ อินทร์ทับ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ
และ ร.ต.อ.อัศวิน เบญจโอฬาร นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำคู้ จ.พิษณุโลก ปฏิบัติการตามหมายจับศาลอาญา
คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๖ ที่ 7/2568 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ทำการจับกุมนาย ส. (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ขณะเกิดเหตุตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ ๕ กองคลัง เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บ รับชำระภาษีของเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่เบียดบังเอาเงินค่าภาษีที่ตนเองรับไว้เป็นของตนเองโดยทุจริตไม่นำส่งเป็นรายได้ของเทศบาล และเพื่อเป็นการปกปิดการกระทำความผิดได้ปลอมเลขที่และเล่มที่ใบเสร็จรับเงินค่าภาษี และฉีกทำลายใบเสร็จรับเงินบางฉบับ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14๗ มาตรา 157 มาตรา ๑๖๑ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒๓/๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ ขณะกระทำความผิด
ทั้งนี้ เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 22/2 หมู่ที่ 2 ต.วังน้ำคู้ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก และได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหา ส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๖ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด” กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

เรียน ผู้บังคับบัญชาเพื่อกรุณาทราบ กอ.รมน.จังหวัด สุโขทัย ร่วมปลูกต้นไม้ “วันต้นไม้แห่งชาติ 2568”

เมื่อ เวลา 13.30น.ของวันที่16 พค.2568 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท.(ท.) พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท.

ร่วมกับ จนท.อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, ประชาชนจิตอาสา, จนท.ดับไฟป่า, ชป.ลว.พัน.ซบร.23 บชร.3, ชป,ลว.พัน.ขส.23 บชร.3, ผู้นำท่องที่ท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ ดำเนินการปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ 2568 เพื่อฟื้นฟูป่าไม้ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว

ซึ่งช่วยในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนให้กับโลก ต้นไม้ยังมีบทบาทสำคัญในการลดมลพิษป้องกันการพังทลายของดิน และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพการปลูกต้นไม้ใน

วันนี้จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ดำเนินปลูก ต้นสัก, ต้นมะค่า, ต้นมะคึก, ต้นพยุง และต้นไผ่ จำนวน 500 ต้น ในพืัน 3 ไร่ ณ พื้นที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ม.7 บ้านหนองหญ้าไซร ต.ศรีคีรีมาศ อ.คีรีมาศ จังหวัด.สุโขทัย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเปิดตัวงานเทศกาลประติมากรรมแห่งศรัทธา “ วิถีคล้า วิถีคน” กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า เล่าขานตำนานพญานาค

แชร์เนื้อหานี้

สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “สะพานกะปอม” ณ ชุมชนคุณธรรมบ้านบุ่งคล้า กลายเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะ ความศรัทธา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568 ที่บริเวณสะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว (สะพานกะปอม) ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าวเปิดตัวงานเทศกาลประติมากรรมแห่งศรัทธา “ วิถีคล้า วิถีคน” กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า

เล่าขานตำนานพญานาค สู่อัตลักษณ์ท่องเที่ยวบึงกาฬ” ภายใต้โครงการส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี,

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ, นายณรงค์ ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ, อาจารย์สัติยะพันธ์ คชมิตร รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี,

นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ, นายคมกฤต บุญกอง นายอำเภอบุ่งคล้า และน.ส.กนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ,

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, ผู้บริหารจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมในงาน ที่พร้อมใจกันขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนโครงการ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ,

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ และพื้นที่อำเภอบุ่งคล้า ที่ร่วมกันบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านวิชาการ ศิลปวัฒนธรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการสร้างเศรษฐกิจฐานราก สู่กิจกรรมที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่

กิจกรรมไฮไลต์ของโครงการ คือการจัด ประกวดประติมากรรมแห่งศรัทธา “วิถีคล้า วิถีคน” ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน ชุมชน และผู้มีใจรักในงานหัตถศิลป์จากต้นคล้า ส่งผลงานเข้าร่วม โดยผลงานต้องมีขนาด 2 x 2 เมตร และจัดทีมประกวดไม่เกิน 10 คนต่อกลุ่ม เพื่อชิงรางวัล แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท รองชนะเลิศ 6,000 และ 5,000 บาท พร้อมรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท

นอกจากจะเป็นเวทีแสดงพลังสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่แล้ว โครงการยังถือเป็นการบ่มเพาะความรู้ ความภาคภูมิใจใน “ต้นคล้า” ซึ่งเป็นทั้งทรัพยากรธรรมชาติ

และมรดกทางวัฒนธรรมของบึงกาฬ ที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางศิลปะที่ผูกโยงกับ “ความเชื่อ ความศรัทธา” อันลึกซึ้งของชาวริมโขง

ภายในงานยังมีการแสดงศิลปะร่วมสมัย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของคนในพื้นที่ และนิทรรศการ “Soft Power บึงกาฬ” ที่เปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อิงตำนาน และใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด “นี่ไม่ใช่แค่งานแถลงข่าว แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังท้องถิ่นด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่จับต้องได้”

โครงการนี้สะท้อนถึงการบูรณาการระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้น “คุณค่าและความยั่งยืน” จากตำนานสู่ศิลป์ จากศิลป์สู่สินค้า และจากสินค้า สู่โลก—บึงกาฬกำลังใช้ “ต้นคล้า” และ “ความเชื่อ” เป็นสะพานแห่ง Soft Power ที่ก้าวไกลกว่าที่เคย
ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านเร่งผลักดันดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมให้ปลอดภัย ใช้ 7 ตำบลในอ.ภูเพียงนำร่อง

แชร์เนื้อหานี้

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่13-14 พ.ค.2568 ณ โรงแรมดิอิมเพรสน่าน “สภาผู้บริโภค ผลักดันนโยบายการจัดระเบียบสายสี่คมนาคมให้ปลอดภัย พื้นที่นำร่อง อำเภอภูเพียง จ.น่าน สู่ Nan-Model การจัดระเบียบสายสื่อสารมิตรและปลอดภัย จับมือทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค

สถานการณ์ปัญหาสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาไฟฟ้ารกรุงรัง ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นปัญหาซ้ำซาก ที่สะสมมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีระเบียบ กฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ตาม จากสภาพสายสื่อสารที่ไม่ได้รับการจัดการ ระเบียบนี้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหสัดน่านและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว

สภาผู้บริโภคจังหวัดน่าน Kick Off โครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร นำร่องอำเภอภูเพียงสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค “Nan-Model” ต้นแบบเมืองสวยงาม ปลอดภัย โดยมี นายประจักร์จังหวัดน่าน เป็นประธาน และกล่าวต้อนรับชี้แจงวัตถุประสงค์ โดย นางสาวบุญยืน สิริธรรม ประธานสภาองค์กรผู้บริโภค ในการประชุม ครั้งนี้มีหน่วยงานจากทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง , หน่วยงานประจำจังหวัดภาคเหนือ ,จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ สภาผู้บริโภค , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประกอบไปด้วย

สำนักงาน กสทช.34(เชียงราย) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต2(พิษณุโลก) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน , บ.โทรคมนาคมแห่งชาติสาขาน่าน , สนง.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจ.น่าน , สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดน่าน , สภาทนายความจังหวัดน่าน ท้องถิ่นอำเภอภูเพียง ,ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอภูเพียง,ศูนย์ดำรงธรรรมอำเภอเมืองน่าน,สถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน , สถานีตำรวจภูธรเวียงสา , สภาองค์กรของผู้บริโภค ,ตัวแทนนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , ตัวแทนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสายสื่อสาร , สมาชิกองค์กรผู้บริโภค ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน

หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภ จากการเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ปัญหาสายสื่อสารในพื้นที่จังหวัดน่าน ของ นายวุฒิกร พุทธิกุลหัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค พบว่า 70เปอร์เซ็นต์ เป็นสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้การแล้ว แต่ไม่ได้ถูกรื้อถอนออก ในขณะที่สายสื่อสารแบบใหม่ก็มีการพาดสายอย่างไร้ระเบียบ ส่วนหนึ่ง เกิดจาก บริษัทที่มารับเหมาช่วงต่อของการเดินสายให้กับบริษัทเจ้าของสัญญาณ ไม่ได้ใส่

ในขณะเดียวกันบริษัทโทรคนาคมเจ้าของสัญญาณก็ไม่ได้มีการใส่ใจในการพาดสายให้ถูกต้องตามระเบียบ ในขณะเดียวกันบริษัทโทรคมนาคมเจ้าของสัญญานก็ไม่ได้มีการ ตรวจสอบ ว่าสายที่บริษัทรับเหมาได้ดำเนินการนั้นถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ (ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน ก็ไม่ทราบว่าจะไปไล่เบี้ยกับบริษัทใด จุดสำคัญในการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดน่าน คือ การลงนามตกลงความร่วมมือ MOU การจัดระเบียบสายสื่อสารที่เป็นมิตรและปลอดภัยอำเภอภูเพียง โดยมีทุกภาคส่วนเป็นภาคีเครือข่าย อาทิ กสทช., กฟภ., สถานีตำรวจ, อบต. ทั้ง 7 ตำบล และผู้ให้บริการโทรคม

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้การจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยเป้าหมายหลักมุ่งรื้อถอนสายที่ไม่ได้ใช้งาน จัดระบบสายให้เป็นระเบียบ เพิ่มความความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างภาพลักษณ์เมืองน่านให้สวยงามส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมจากชุมชน เช่นการนำสายที่

รื้อถอนมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โครงการนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของจังหวัดน่านในการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างเมืองที่ “ปลอดภัย มีระเบียบ และน่าอยู่ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาวในการขับเคลื่อนต่อไป/ข่าว/ ณัฐชานันท์ สิริธัญโรจน์ /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวี ลงใต้ เปิดมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่น อ.ศรีสาคร เยี่ยมเยียนกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง หนุนรายได้ ให้พี่น้องประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีพลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 นายกูพ่า รอเซ็ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต ตลอดจนตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมมหกรรมในครั้งนี้

สำหรับโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสสัมพันธ์ สู่ความเป็น เลิศประจำปีงบประมาณ 2568 นี้ เป็นโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาคร ซึ่งประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสาคร องค์การบริหารส่วนตำบลกาหลง องค์การบริหาร ส่วนตำบลเชิงคีรี องค์การบริหารส่วนตำบลตะมะยูง องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ เทศบาลตำบลศรีสาคร และชมรมตาดีการะดับอำเภอ ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับในปีนี้องค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ

ทั้งนี้ด้วยโรงเรียนตาดีกาเป็นองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทต่อสังคม โดยเฉพาะ ในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเด็กๆในพื้นที่ต้องเรียนในวันเสาร์ – อาทิตย์ ปัจจุบันมีการรวมตัวจัดตั้งเป็นชมรมขึ้น ทั้งในระดับอำเภอและจังหวัด มีการจัดกิจกรรมต่างๆทุกปี ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือและยกระดับโรงเรียนตาดีกาให้มีการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเสริมสร้างจริยธรรมอิสลาม เพื่อปลูกฝังให้ทุกคนถือปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งใช้กีฬาและกิจกรรมต่างๆ เป็นสื่อกลางในการป้องกัน ให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากปัญหายาเสพติด ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการเล่นกีฬาและทักษะทางวิชาการแก่เด็กและเยาวชน ส่งเสริมกิจกรรมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กและเยาวชน และเพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบไปด้วยโรงเรียนตาดีกาในเขตอำเภอศรีสาคร และมีนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการต่างๆ โดยการจัดงานในครั้งนี้มีหลากหลายกิจกรรม อาทิเช่น การประกวดขบวนพาเหรด การแข่งขันกีฬา การประกวดกิจกรรมบนเวที และการประกวดภาควิชาการ เป็นต้น

ด้านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าวันนี้ต้องขอชมเชยคณะกรรมการจัดโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา นักเรียนตาดีกา และพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและการเล่นกีฬา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีๆให้ลูกหลานของเราได้แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง โครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ ในวันนี้ถือเป็นโครงการหนึ่งที่สามารถสร้างความสมัครสมานสามัคคี ของคนในพื้นที่ ทุกกลุ่มวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของพ่อบ้าน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มของเด็กและเยาวชน ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มของเยาวชน เชื่อว่าเยาวชนมีบทบาทอย่างมากที่ช่วยทำให้โครงการนี้สำเร็จได้ลุล่วง ซึ่งในปัจจุบันเราต้องช่วยกันดูแลเอาใจใส่เยาวชน อย่างจริงจัง และกิจกรรมใน ลักษณะนี้ก็สามารถช่วยได้อีกทางหนึ่ง และใหทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลต่อสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่ อาจจะเกิดขึ้นในชุมชน ทุกคนก็มีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างสังคมให้น่าอยู่ ปลอดจากอบายมุขเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะน้องๆเยาวชนในวันนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน ตำบล และประเทศชาติต่อไป

จากนั้นพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางไปยังวัดกาหลงคีรีธรรมาราม หมู่ที่ 1 ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ตรวจเยี่ยมการทำผ้าทอพื้นเมือง เพื่อหาแนวทางให้กับชาวบ้านที่ทอผ้า หาตลาดเพื่อกระจายสินค้าให้กลุ่มทอผ้า รวมถึงงบประมาณเพื่อทำนุบำรุงอาคารลานทอผ้า อันเป็นการมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไทยพุทธและมุสลิม เพื่อที่จะได้นำกลับไปหาทางเพื่อแก้ไขปัญหา สำหรับการมาพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในครั้งนี้มีความรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างยิ่งสำหรับการต้อนรับเป็นอย่างดี
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กยศ. เปิดทางปรับลดยอดหักเงินเดือน พ.ค.-มิ.ย.68

แชร์เนื้อหานี้

CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v62), quality = 100

         กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดทางช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบจากการหักเงินเดือนเป็นการชั่วคราว โดยให้นายจ้างสามารถลดจำนวนการหักเงินเดือนให้กับผู้กู้ยืมในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 หรือสามารถขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มผ่อนชำระใหม่เป็นรายเดือนในอัตราที่ลดลง ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “จากการที่กยศ. ได้มีการหักเงินเดือนเพิ่มเติม 3,000 บาท กับผู้กู้ยืมที่มียอดค้างชำระ ซึ่งก่อนหน้า กยศ. ได้มีการติดตามหนี้ครอบคลุมผู้กู้ยืมทุกคน รวมถึงผู้ที่ถูกหักเงินเดือน ให้ไปชำระยอดค้างส่วนนี้ด้วยตนเอง แต่เนื่องจากผู้กู้ยืมส่วนหนึ่งไม่ชำระยอดที่ค้าง ทำให้ กยศ. จำเป็นต้องเพิ่มวงเงินหักรายเดือนอีก 3,000 บาทต่อบัญชี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568

       โดย กยศ.ได้มีการแจ้งทั้งผู้กู้และนายจ้างแล้วนั้น ทั้งนี้ หากผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถให้หักเงินเดือนได้ตามที่ กยศ.แจ้ง ให้ติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มต้นการผ่อนชำระใหม่ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายเดือนในอัตราที่ลดลง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้กู้ยืมเงินดังกล่าวได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. แล้วกว่า 200,000 ราย สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังคงมียอดค้างชำระ และยังไม่ได้ติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ยังคงต้องแจ้งให้หักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาทต่อบัญชี ในเดือนพฤษภาคม 2568 และเดือนต่อไปจนกว่าจะไม่มียอดค้างชำระ

ดังนั้น กยศ. ขอให้ผู้กู้ยืมชำระยอดหนี้ที่ค้างหรือติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์โดยเร็ว ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดชำระของงวดปี 2568 ทั้งนี้ ในระหว่างรอการปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ได้เพิ่มเงื่อนไขการปรับลดการหักและนำส่งเงินของนายจ้างชั่วคราว โดยให้นายจ้างสามารถลดจำนวนการหักเงินเดือนให้กับผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบด้านการดำรงชีพในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 ได้เท่านั้น กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมทุกท่านที่ชำระเงินคืนกยศ. อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมรุ่นน้องต่อไป”
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว เที่ยวสวนส้มโอศรีสะเกษ ที่บ้านตาด อ.เมืองจันทร์ ทิปทัวร์สวน 450 ไร่ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 จังหวัดศรีสะเกษ ภูมิใจนำเสนอ สวนส้มโอบ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ ( ภาพมุมสูง โดรน ) ในการนำทัวร์สวนส้มโอ กว่า 450 ไร่ และกำลังปลูกเพิ่ม ขยายเพิ่ม ตามความต้องการของตลาด โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้แหล่งชุมชนท่องเที่ยวบ้านตาด อำเภอเมืองจันทร์ ที่ผลิตส้มโอ ของจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 3,000 ไร่

เป็นการส่งเสริมวิสาหกิจของชุมชน ตามตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผลผลิตตามความต้องการของตลาด จากที่เกษตรกรไปเที่ยวภาคกลาง แล้วซื้อส้มโอมาเพาะ มาทดลองปลูก 1 ต้น ก่อนที่พัฒนาแยกสายพันธุ์ จนปัจจุบันนี้ มีส้มโอที่บ้านตาด จำนวน 7 สายพันธุ์ คือ พันธ์ขาวน้ำผึ้ง, พันธ์ทับทิมสยาม, พันธุ์ทองดี, พันธุ์ขาวแตงกวา, พันธุ์ขาวใหญ่ และพันธุ์แดงเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งวันนี้เกษตรกรรวมตัวกัน

เตรียมจัดงาน วันส้มโอศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.บริเวณสวนแห่งนี้ โดยในงานจะมี การแสดงของกลุ่มแม่บ้าน ต้อนรับนักท่องเที่ยว ในสวนส้มโอ ที่กำลังออกลูกเต็มต้น การทำเมนูจากส้มโอ ที่แซบที่สุดนั้นก็คือ ยำส้มโอสด ซึ่งเครื่องก็จะประกอบด้วย ส้มโอ ในทุกสายพันธ์ กะทิ, มะพร้าวคั่ว, ถั่วลิลงคั่ว, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์, กระเทียมทอด, หอมแดงศรีสะเกษเจียว, น้ำพริกเผาสูตรบ้านตาด และน้ำปรุงรสสูตรบ้านตาด นำมาคลุกเคล้าตามสูตร

ก็จะได้ยำส้มโอที่สุดอร่อย สุดแซบแบบไทยๆ ไม่เผ็ด แต่กลมกล่อมพอดี นอกนั้นยังมีผลิตภัณฑ์จากส้มโอ อธิ ขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้ง วันนี้นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่าของเปลือกส้มโอ นับเป็นแห่งแรกของศรีสะเกษ และของไทย ที่นำเปลือกมาพัฒนาต่อยอด ด้วย

นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายแท่ง สุระ นายก อบต.ตาโกน เจ้าของพื้นที่ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกขยายผลผลิตส้มโอบ้านตาด พร้อมด้วยหอการค้าจังหวัด, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวศรีสะเกษ, เกษตรจังหวัด, นายณัฎฐพงษ์ บุดดี เจ้าของสวนส้มโอรายแรก และนายอำเภอเมืองจันทร์ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว แก่สื่อมวลชน พร้อมนำทำเมนู ยำส้มโอศรีสะเกษ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้งเปลือกเป็นขยะ

วันนี้นำเปลือกส้มโอ ทั้งหมด มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่า วันนี้สวนส้มโอพร้อมแล้ว จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาเที่ยวงาน “ส้มโอศรีสะเกษ” ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ถึงวันนี้ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.สวนส้มส้มโอ บ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นี้ กับพาทัวร์สวนส้มโอ ครั้งของของศรีสะเกษ ด้วย
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา.น่าน กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ และ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ลงพื้นที่ อำเภอเวียงสา เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

1.กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผู้เลี้ยงสัตว์ บ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ชื่อโครงการ”จัดซื้อวัวแม่พันธุ์ลูกผสมบราห์มันให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

2.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านชื่นใหม่ ชื่อโครงการ”จัดชื้อแม่พันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านชื่นใหม่ หมู่ 5 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ นายอุไร สารถ้อย และนายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน เปิดเวที “NAN CREATOR” จุดประกาย Soft Power วิถีน่าน สู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ให้เกียรติเป็นประธานเปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เชื่อมโยงวัฒนธรรม ผ่าน Soft Power วิถีน่าน สู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ผ่านสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (NAN CREATOR)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ อิมเพรส จังหวัดน่าน โดยมีครูและนักเรียนในสังกัดเข้าร่วมจำนวน 135 คน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน, วิทยากรจากกลุ่ม ออริจิน่าน

และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาทักษะอาชีพแห่งอนาคต สู่การสร้างรายได้ระหว่างเรียน ภายใต้แนวคิด “SPARK 3 วิ เชิงลุก (LOOK)” พร้อมผลักดัน “น่านเมืองสร้างสรรค์ (Nan Creative City of Crafts and Folk Arts)” ให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านพลังของครูและเยาวชนรุ่นใหม่



วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2568

  1. บรรยายเชิงปฏิบัติการ เรื่อง นำตั๋วเมือง เรียนรู้สู่วิถีน่าน โดยวิทยากร นายบุญโชติ สลีอ่อน
  2. บรรยายเชิงปฏิบัติการ การสร้างแรงบันดาลใจ เทคนิคการเล่าเรื่องการถ่ายภาพ และการถ่ายคลิปวิดีโอ และ Workshop การออกแบบการจัดการเรียนรู้
    2.1) เทคนิค และการเขียนเล่าเรื่อง สู่การนำเสนอเรื่องราวเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์จากวัฒนธรรมวิถีน่าน โดยกิจกรรมกลุ่ม
    2.2) การสร้างแรงบันดาลใจ สู่การลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างรายได้ผ่านรูปแบบออนไลน์
    วิทยากร คุณนันทวัฒน์ ศักยะธนาสิทธิ์ เจ้าของเพจ บาสทิ้งกรุงเข้าป่า
  3. กิจกรรมแบ่งกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้
    3.1) นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ต่อยอดผลิตภัณฑ์
    3.2 )การทำงานร่วมกับชุมชนหัตกรรมจังหวัดน่าน
    3.3) การลงมือทำ และประสบการณ์การสร้างสรรค์ผลงานจากอัตลักษณ์ศิลปะพื้นบ้านเมืองน่าน
  1. การสร้างแรงบันดาลใจการนำอัตลักษณ์น่านสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์
  2. การแบ่งปันประสบการณ์การสร้างสรรค์สินค้าประเภท Art Toy การผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมกับของเล่น
    วิทยากรโดย คุณณัฐกร เงินวงค์นัย ประธานกรรมการ หจก. เดอะทรีซัคเซส และ คุณพงศกร บูรณเทศ เจ้าของแบรนด์ Yak Kiku Studio (Art toy)

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568
1.แบ่งกลุ่มอภิปราย ประเด็น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปให้พร้อมสำหรับการออกสู่ตลาด

  1. การแบ่งปันประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การขายสินค้าออนไลน์ และออนไซด์ (บ้านถั่วลิสง)
  2. แนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและตลาดสินค้าชุมชน โดยวิทยากร จำนวน 2 คน นายธีรยุทธ จันทร์คล้าย ประธานคลัสเตอร์เกษตรแปรรูปน่านอะโกร และนางสาวอารีย์ เพ็ชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการบ้านถั่วลิสง จำกัด
  1. กิจกรรมแบ่งกลุ่ม สัมภาษณ์/เก็บข้อมูล / ประเมินความพร้อม และพัฒนา ผลิตภัณฑ์ของโรงเรียนเป็นฐานการเรียนรู้ วิทยากรโดย กลุ่มผู้ประกอบการ ออริจิน่าน
    ฐานที่ 1 ผลิตสื่อนำเสนอสินค้าอย่างสร้างสรรค์
    ฐานที่ 2 สร้างผลิตภัณฑ์สร้างแบรนด์ให้ทันสมัย
    ฐานที่ 3 เพิ่มมูลค่าสินค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. เชื่อมโยงพหุปัญญาวิถีน่าน สู่การบูรณาการจัดการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้นำสู่ การปฏิบัติ ในสถานศึกษา โดย คณะผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พิธิปิดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมกับผู้ใหญ่ใจดีมอบผ้าห่มกันหนาวให้ผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน ผู้สูงอายุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมกับผู้นำชุมชนประกอบด้วยนายธงชัย พุฒนา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านไชยสถาน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา

นายกมล อินถา ผู้ใหญ่บ้านไชยสถาน นายธนาชัย อินปัน อดีต ผอ.กองช่าง อบต.สะเนียน นางธัญนันท์ อุรา ผญบ.บ้านก้อด นายนิรันดิ์ สิทธิมงคล อดีต ผญบ.บ้านนาท่อ นายบูรณาศัดิ์ ณ ไชย นายสมพร สุทธิ ผช.ผญบ.บ้านปางค่า นางลำดวน เลาเหล็ก นางวีระ น้อยคง อสม.บ้านนาท่อ

นางจันทร์ตา สกุลแก้ว จิตอาสาบ้านค่าใหม่ไชยเจริญ มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน และผู้สูงอายุบ้านก้อด บ้านนาท่อหมู่1 บ้านนาท่อหมู่10 บ้านค้าใหม่ไชยเจริญ และบ้านปางค่า ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน กล่าวว่าเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้ครอบครัวผู้ป่วยนอกจากนั้นยังได้ให้กำลังใจครอบครัวของผู้ป่วย และผู้ป่วยบางรายที่ยังสื่อสารกันรู้เรื่องถึงกับดีใจจนน้ำตาซึมที่มีคนมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่ใจดี

ท่านพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน คุณพิษณุ สุเทปิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)หจก.แพร่ธำรงวิทย์(น่าน)จำกัด ที่มอบผ้าห่มให้กับสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านเป็นตัวแทนนำไปมอบต่อให้ผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้านและผู้สูงอายุ มา ณ โอกาสนี้ เป็นอย่างสูงครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักศึกษา ผู้บริหาร ด้านบูรณาการพัฒนากรุงเทพฯ (SIMD 1-2) รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 วพน.12 พอช.1 และ ISAB 8 /สภาสังคมสงเคราะห์ มอบชุดยังชีพคนพิการ 10 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 คณะนักศึกษาหลักสูตร ผู้บริหารระดับสูงด้านบูรณาการพัฒนากรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน (SIMD 1-2) รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 วพน.12 พอช.1 และ ISAB 8

พร้อมด้วยหน่วยราชการ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บช.ตชด. ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นำโดย คุณพินิจ จารุสมบัติ ประธานรุ่น วพน.12 พอช.1 พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ประธานรุ่น SIMD 1 พลเอกรุจ กสิวุฒิ พลเรือเอกชัยโรจน์ เพชร์รัตน์ พล.ต.ต.พินิจ มณีรัตน์

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล คุณวัฒน์ชชัย มงคลศรีสวัสด์ นาวาอากาศเอก พิเศษ อรกูลนาวาอากาศเอก(หญิง) จิรายุ ด้วงนุ้ย ผู้แทนกองทัพอากาศ คุณศรัณร์กษ์ ประสานพรรณ ผู้แทน SIMD 2 คุณอณุษา โย้จิ้ว ผู้แทน ISAB 8

และพล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบก.ภ.จว.ตรังได้ร่วมกันเป็นจิตอาสาจัดกิจกรรมตอบแทนสังคม (CSR) โดยได้มอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬาพร้อมทุนการศึกษาให้กับน้องๆ โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดน ภายในจังหวัดตรัง 2 โรงเรียน เด็กนักเรียน 200 คน

และ โรงเรียนบ้านคลองย่าหนัด ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ พร้อมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค ปันน้ำใจให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่ยากไร้ ในพื้นที่ จังหวัดตรัง จำนวน 100 ครอบครัว ถุงยังชีพ 100 ชุด

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม

1 พฤษภาคม 2568 : 13.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายอุดม พาขุนทด กำนัน ต.หนองบัวตะเกียด,นางรัตนา เหิมขุนทด

ผอ.กองสวัสดิการสังคม ทต.หนองบัวตะเกียด,น.ส.ชญานันท์ คุณปิติวัฒน์ ผอ.รพ.สต.,นายสุกิจ เปียสันเทียะ ผญบ.ม.10,นางลักขณา ชนะเกียรติ แพทย์ประจำตำบล,นางวาสนา ผดุงตาล กรรมการบริหารสมาคมส่งเสริมผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส,นายสมศักดิ์ ฤาชา

ตัวแทนทหารผ่านศึก อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ,นางศศิธร อาจกล้า จิตอาสา อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ : ลงพื้นที่มอบชุดยังชีพ และบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ให้กับคนพิการ จำนวน 10 ราย ณ ศาลากลางบ้าน ม.10 ต.หนองบัวตะเกียด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

*** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล บริจาคชุดยังชีพ จำนวน 10 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “พลเอก ประยุทธ์ องคมนตรี” ประธาน ปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการกองทุนการศึกษา เครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม แพร่ – น่าน

แชร์เนื้อหานี้

“พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี” เป็นประธานปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา และโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการฯ

เข้าร่วมพิธีปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา และโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ณ โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธี กล่าวให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้เข้าอบรม มอบวุฒิบัตร และกล่าวปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ


การอบรมครั้งนี้จัดโดย ศูนย์ประสานงานโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 เพื่อพัฒนาทักษะครูและผู้บริหารในการจัดกิจกรรมบูรณาการ “ตัวชี้วัดคุณธรรม 12 ประการ” ร่วมกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล และเหมาะสมกับบริบทพื้นที

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาก นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมอบรม “วิถีคล้า วิถีคน” ใช้ต้นคล้าสร้างประติมากรรมแห่งศรัทธา เชื่อมโยงตำนานพญานาค สู่การขับเคลื่อน Soft Power ด้านการท่องเที่ยว-โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “การใช้ต้นคล้าในการสร้างสรรค์ประติมากรรมแห่งศรัทธา วิถีคล้า วิถีคน” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยว ให้เกิดการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่” ภายใต้กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า เล่าขานตำนานพญานาค สู่อัตลักษณ์ท่องเที่ยวบึงกาฬ”


ภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี และ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของโครงการ พร้อมด้วยนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ นายนริศ อาจหาญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งคล้า นายสันทัศน์ ทันนิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนจากชุมชน และผู้ประกอบการ ร่วมพิธี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน โดยกิจกรรมมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้สามารถนำไปต่อยอดในเชิงอาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ การใช้ทรัพยากรพื้นบ้านอย่างต้นคล้า ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความยืดหยุ่นและความคงทน มาใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างสรรค์ “ประติมากรรมแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมโยงกับตำนานพญานาค ซึ่งเป็นความเชื่อสำคัญของประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขงและถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ

วัตถุประสงค์ของการอบรมในครั้งนี้ ได้แก่

  1. เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ต้นคล้าในการสร้างสรรค์ผลงาน
  2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการออกแบบและเทคนิคการสร้างประติมากรรม
  3. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น
  4. เพื่อพัฒนาอาชีพและต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมสู่ตลาดในอนาคต

ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่

  • ดร.ธรรมศาสตร์ ศรีสารคาม อาจารย์ประจำสาขาทัศนศิลป์และการออกแบบ
  • นายณัฐวัชร เดชมาลา อาจารย์จากสำนักวิชาศึกษาทั่วไป
    .
    ทั้งสองท่านได้ร่วมถ่ายทอดทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้แก่ผู้เข้าอบรมอย่างเข้มข้น โดยเนื้อหาครอบคลุมการเลือกใช้วัสดุ เทคนิคการสร้างสรรค์งานศิลป์ การออกแบบรูปทรงที่สะท้อนความเชื่อทางวัฒนธรรม ตลอดจนแนวทางในการพัฒนาผลงานให้สามารถตอบโจทย์ตลาดด้านศิลปะและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต
    กิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬในการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยทุนทางวัฒนธรรมพื้นถิ่น สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างภาครัฐ นักวิชาการ และชุมชน อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง ..

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

บึงกาฬจัดกิจกรรม โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กระตุ้นประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง 11 พฤษภาคม 2568

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมือบึงกาฬ พร้อมด้วย นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมงานโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์

การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ภายใต้กิจกรรม “โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ” ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลเมืองบึงกาฬ ที่บริเวณรอบเมืองบึงกาฬ และถนนข้าวเม่าริมโขง จังหวัดบึงกาฬ

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงสื่อมวลชน ร่วมมือกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมทั้งปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของ

การใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตและโปร่งใส และเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬอย่างพร้อมเพรียงกันในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่ออยู่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นทท.ปลื้มชุดการแสดง “หัวหินบ้านพ่อ” ท่องเที่ยวประจวบฯ  มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว/ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและคดียาเสพติดตามหมายจับ 2 คดี จ.ประจวบคีรีขันธ์

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 30 เม.ย.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง  นายอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากร่วมรับชมชุดการแสดงจากอำเภอหัวหิน ชื่อชุดการแสดง “หัวหินบ้านพ่อ” ที่จัดแสดงในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี พ.ศ. 2568 ด้วยความสวยงามตระการจากนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยแหวนรังสรรค์) ประจวบฯ

โดยนายอำเภอหัวหิน กล่าวบรรยายถึง “หัวหิน” เมืองแห่งเรื่องราวและประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน วัฒนธรรมที่เรียบง่าย ผู้คนอบอุ่น และเสน่ห์ที่ยังคงอยู่ ไม่เสื่อมคลาย ทุกย่างก้าวในหัวหิน ล้วนอบอวลด้วยความทรงจำอันงดงาม ทั้งเสียงรถไฟเก่า ร้านรวงโบราณ และบรรยากาศสงบร่มรื่น ที่บอกเล่าเรื่องราวของกาลเวลาอย่างแผ่วเบา ช่วงที่ 2 เป็นการแสดงรวมแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอ ตั้งแต่ หัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี เมืองฯ ทับสะแก บางสะพานใหญ่ บางสะพานน้อย

ช่วงที่ 3 ตอนท้องทะเล “หัวหิน” ถิ่นมนต์ขลังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และประวัติศาสตร์ อัดแน่นด้วยความงามของท้องทะเล และธรรมชาติ มอบความสงบและร่มเย็นให้กับทุกผู้คนที่มาเยือน ที่นี่ไม่เพียงเป็นเมืองพักผ่อน แต่ยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ เรื่องราวของวันวานยังคงก้องอยู่ในสายลม ทุกย่างก้าวบนผืนทรายเต็มไปด้วยความหมายและกลิ่นอายของกาลเวลา ช่วงที่ 4 ตอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บุญประจำอำเภอ “หัวหิน” เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ และความศรัทธา ศาลเจ้าแม่ทับทิม หลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล และวัดเขาตะเกียบ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ที่ชาวหัวหินต่างเคารพนับถือขอพรให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข และปิดท้าย นายอำเภอหัวหิน

กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องราวของ“พระราชวังไกลกังวล” คือบ้านแห่งแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 สถานที่ที่พระองค์ทรงใช้เวลาร่วมกับประชาชน อย่างเรียบง่ายและเปี่ยมด้วยรักและห่วงใย พระองค์ทรงงานไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ใกล้ชิดชีวิตชาวบ้าน ดั่งเงาแห่งร่มไม้ใหญ่ ที่แผ่ความร่มเย็นให้แก่ชาวเมืองหัวหินตราบนิรันดร์ จนชาวหัวหินขนานนามว่า “บ้านของพ่อ” จนทุกวันนี้.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

จ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและคดียาเสพติดตามหมายจับ 2 คดี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อยพ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยต่าง ๆ ได้แก่ชุดจับกุม สภ.อ่าวน้อยชุดจับกุม กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม ชป.ขยายผล ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม นปพ. กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
ได้ร่วมกันจับกุมนาย อาทิตย์ หรือเทค เลขสิทธิ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับ 2 คดี ได้แก่

หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.25/2568 ลงวันที่ 23 มกราคม 2568 ในข้อหา “พยายามฆ่า และมีวัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครอง”หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.15/2568 ลงวันที่ 15 มกราคม 2568 ในข้อหา “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต”
เหตุการณ์การจับกุม

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปยังเพิงพักไม่มีเลขที่ หลังบ้านเลขที่ 24/2 หมู่ 10 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสืบทราบว่านายอาทิตย์ฯ พักอาศัยอยู่ ณ ที่ดังกล่าว
เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าที่พัก จึงเรียกให้เข้ามาพบ แต่นายอาทิตย์ฯ ได้ถือวัตถุคล้ายระเบิดในมือ และขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่จึงทำการเจรจา ต่อรอง จนเกิดเหตุวัตถุดังกล่าวระเบิดขึ้น แต่เนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพ จึงไม่ก่อให้เกิดอันตราย นายอาทิตย์ฯ ไม่ได้รับบาดเจ็บ และได้ยินยอมมอบตัวในที่สุด

เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับทั้งสองฉบับต่อผู้ต้องหา ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลตรงกับตนเอง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้ดำเนินการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา และนำส่งพนักงานสอบสวน ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รอง สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการนวดและสปาเพื่อสุขภาพ” [รุ่นที่ 1]

แชร์เนื้อหานี้

30 เมษายน 2568 : 15.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ::

ร่วมพิธีปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการนวดและสปาเพื่อสุขภาพ” [รุ่นที่ 1] สำหรับคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ/คนในครอบครัวของคนพิการ จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2568 ซึ่งมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีปิด ณ ห้องประชุม 307 ตึกมหิดล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1