คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีมอบ อ.อเนกประสงค์และเปิดป้าย อ.โตชิชิเกะ-คุณมาริ อารามากิ เพื่อมอบเป็นสมบัติสาธารณะ งบ 2 ล้านกว่าบาท

แชร์เนื้อหานี้

23:14 จ่ากบ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 07.15 น.พ.ต.อ รัฐพล เหลาพรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดป้ายอาคารคุณโตชิชิเกะ-คุณมาริ อาณามากิ ผู้มีกิจอันเป็นกุศล

เสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมซึ่งมี พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรน้ำโสม จังหวัดอุดร ในฐานะผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้จัดการมรดกได้มองความสำคัญอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้ในการประชุมหรือการพิธีต่างๆ

จึงได้บริจาคทุนทรัพย์เพื่อก่อสร้างด้วยงบประมาณ 2,950,000 บาท(สองล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาท) ประธานพิธีได้กล่าวขอบคุณที่ท่านได้เสียสละทุนทรัพย์ถือเป็นแบบอย่างที่งดงามที่อุทิศตนเพื่อการกุศลและประโยชน์ส่วนรวม

โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีนายนคร สุพรรณ์ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ)ปลัดอาวุโสอำเภอชุมแพ พ.ต.ท.ชาญศักดิ์ สุนทะโรจน์ รองผู้กำกับการ(สอบสวน)สถานีตำรวจภูธรชุมแพ

นายสมคิด ชำนิกูล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอชุมแพ หัวหน้าส่วนราชการ คหบดี ข้าราชการตำรวจ กต.ตร.และประชาชนชาวชุมแพร่วมพิธีมากมาย ณ.สถานีตำรวจภูธรชุมแพ จังหวัดขอนแก่น.
23:14 จ่ากบ ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด”ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนาใฝ่หาสันติ” (Youth Power Month)

แชร์เนื้อหานี้

โดยมี นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
เป็นประธานเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา
ใฝ่หาสันติ” (Youth Power Month) และมอบเกียรติบัตรให้นักเรียนที่ชนะการประกวด tiktok เยาวชนรุ่นใหม่
ไร้นิโคติน (Nicotine Free Generation) และในงานนี้ได้มี

พ.ต.อ. วรัญญู กุลดิลกรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมได้ เข้าร่วมงานนี้ด้วย และทางด้าน นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุลนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐมได้มอบหมายให้นางดรุณี โพธิ์ศรี
นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ(ด้านบริการทางวิชาการ)
รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

ได้ร่วมในพิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด”ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา
ใฝ่หาสันติ” (Youth Power Month) และมอบเกียรติบัตรให้นักเรียนที่ชนะการประกวด tiktok เยาวชนรุ่นใหม่
ไร้นิโคติน (Nicotine Free Generation)

พร้อมนี้งานป้องกันและควบคุมการบริโภคสุราและยาสูบ และกลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อฯ ได้ร่วมออกบู๊ตนิทรรศการภายในงานณ ห้องประชุมฟ้าประทานพรโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย
(ในพระบรมราชูปถัมภ์) อ.เมือง จ.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / น่านอบรมอาสาสมัครนำเที่ยวผู้สูงอายุ เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่โรงแรมน่านกรีนเลควิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ

ประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการเป็นอาสาสมัครนำเที่ยวของผู้สูงอายุในระดับท้องถิ่น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน วิทยากร และผู้เข้าร่วมโครงการ ร่วมพิธี

การอบรมมีผู้เข้าร่วม 100 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชนและผู้สูงอายุจากแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน ทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ผลิตภัณฑ์และวิสาหกิจชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อพัฒนาทักษะการต้อนรับ ช่วยเหลือ และให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว

จังหวัดน่านมีทุนด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ขณะที่ผู้สูงอายุมีความรู้และประสบการณ์ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนสู่นักท่องเที่ยว การส่งเสริมให้เข้ามามีบทบาทเป็นอาสาสมัครนำเที่ยว จึงเป็นการใช้ศักยภาพผู้สูงอายุให้เกิดประโยชน์ พร้อมสร้างคุณค่าแก่แหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน

การอบรมได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติด้านการนำเที่ยว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญา และผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้และพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมฯ รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สคอ.ร่วมหนุน “Brake Station” ยกระดับสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ต้อง “สอบผ่าน” ควบคู่ “ขับขี่ปลอดภัย”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 ณ สนามทดสอบขับรถ อาคาร 8 กรมการขนส่งทางบก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดกิจกรรมสาธิตการทดสอบขับรถจักรยานยนต์ “สถานีเบรก” (Brake Station) พร้อมด้วย นายปิยะ โยมา และนายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และคณะผู้บริหาร โดยมีภาคีเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน และสื่อมวลชน ร่วมชมการสาธิตและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สำนักสวัสดิภาพ กรมการขนส่งทางบก และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อศึกษาและพัฒนาแนวคิดการทดสอบทักษะการเบรก การควบคุมรถ และการหลีกเลี่ยงการชน (Collision Avoidance) สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกมีภารกิจในการกำกับดูแลและพัฒนากระบวนการออกใบอนุญาตขับรถ เพื่อคัดกรองและสร้างผู้ขับรถให้มีคุณภาพ โดยผู้ขับรถต้องมีทั้งสมรรถภาพร่างกาย ความรู้ และที่สำคัญคือ ทักษะในการควบคุมยานพาหนะ โดยเฉพาะการใช้เบรกอย่างถูกวิธี ซึ่งสามารถช่วยป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งการศึกษาแนวคิดและรูปแบบการทดสอบขับรถ

จักรยานยนต์ที่สอดคล้องกับสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ จึงเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความรู้และทักษะของผู้ขับขี่ พร้อมคาดหวังว่าผลจากการสาธิตและข้อคิดเห็นที่ได้รับ จะเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนากระบวนการอบรมและทดสอบสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ในอนาคต โดยคำนึงถึงประสิทธิผลด้านความปลอดภัย ความพร้อมของสถานที่ และความเหมาะสมในการนำไปปฏิบัติจริง

นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า โครงการสาธิตการทดสอบสถานีเบรกครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของสมาคมฯ และสำนักสวัสดิภาพ กรมการขนส่งทางบก เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการขับขี่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะทักษะการเบรกและการหลีกเลี่ยงการชน โดยข้อมูล จากศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) พบว่า 48% ของกรณีอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิต มีลักษณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สามารถเบรกหรือหักหลบเพื่อหลีกเลี่ยงการชนได้ สมาคมฯ จึงหารือกับกรมการขนส่งทางบกถึงแนวทางการศึกษาและพัฒนา Brake Station เพื่อประเมินว่าผู้ทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถมีทักษะในการใช้เบรกได้ถูกต้องหรือไม่ และหวังว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการส่งเสริมทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย และต่อยอดสู่การสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับขี่ปลอดภัย ไม่ใช่แค่ขับรถเป็น แต่ต้องมีทักษะในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย โดยเฉพาะการเบรก ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ พร้อมย้ำว่า ใบขับขี่ไม่ควรหมายถึงแค่สอบผ่าน แต่ต้องสะท้อนว่าผู้ขับขี่มีทักษะในการรับมือเหตุฉุกเฉินจริงบนถนน โดยเฉพาะการเบรกอย่างถูกต้อง พร้อมมองว่า Brake Station เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ เพราะนำทักษะที่จำเป็นในการเอาตัวรอดบนถนนมาทดสอบและฝึกปฏิบัติจริง
ทั้งนี้ การสาธิต Brake Station ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม โดยจะนำข้อคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่าย และผู้เชี่ยวชาญ มาประกอบการทบทวนและปรับปรุงรูปแบบ ทั้งด้านความปลอดภัย ความเหมาะสมของพื้นที่ กฎและระเบียบ รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อพท.จัดการรวมพลังเครือข่ายสื่อมวลชนสุโขทัยขับเคลื่อนท่องเที่ยวชมชนยั่งยืน สุ่มาตรฐาน GSTC ประจําปี 2569.

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 10.15น.ณ. ร้านอาหาร พร้อมจันทร์ คาเฟ่.ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สูโขทัย.พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการสํานักงานพื้นที่พิเศษเพี่อ การท่องเที่ยวอย่าง ยังยืนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย กําแพงเพชรการได้จัดประชุมเครือข่ายสื่อสารมวลชน

เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดย ชุมชนจังหวัดสุโขทัย ประจ๋าปีงบประมาณ 2569 เพื่อหารือแนวทางการตรวจสอบข้อมูลการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจและรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ เมืองมรดกโลก เกิดความภาคภูมีใจและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่ง ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเกิดการบูรณาการการทํางานร่วมกัน

ตามเกณฑ์ มาตราฐาน GSTC. วางแผนแนวทางการบูรณาการร่วมกัน พร้อมบูรณาการการทํางานร่วม เครือข่ายสื่อมวลชน จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ได้มีสื่อสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ มาร่วมประชุมวันนี้กันอย่างเนื่องแน่น .ทั้งนี้ได้ร่วมกันรับประทานอาหารร่วมกัน.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เมืองพัทยารับฟังปัญหาแม่ค้าตลาดใหม่นาเกลือ สั่งแก้ไฟส่องสว่าง-ระบบความปลอดภัยทันที

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตลาดใหม่นาเกลือ เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของพ่อค้าแม่ค้า พร้อมตรวจสอบสภาพพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในตลาด โดยมีสมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่ตลาดใหม่นาเกลือถือเป็นตลาดสดสำคัญของเมืองพัทยา เป็นศูนย์รวมอาหารสด อาหารแห้ง และอาหารพื้นถิ่นที่อยู่คู่ชุมชนนาเกลือมาอย่างยาวนาน และมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนและภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม

ปัจจุบันโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคบางส่วนมีสภาพชำรุดจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งานจากการลงพื้นที่ เมืองพัทยาได้รับฟังข้อเสนอจากพ่อค้าแม่ค้าในหลายประเด็น อาทิ ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง ซึ่งมีการใช้งานมาเป็นเวลานาน สายสลิงและอุปกรณ์บางส่วนเกิดสนิม รวมถึงปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์สูง ตลอดจนการจัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย การดูแลความสะอาด จุดทิ้งขยะ ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ การจัดระเบียบทางขึ้น–ลง และการดูแลความปลอดภัยภายในตลาด

นอกจากนี้ พ่อค้าแม่ค้ายังเสนอให้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาการลักขโมย การรบกวนจากบุคคลเร่ร่อนหรือการเรี่ยไร รวมถึงขอให้เมืองพัทยาปรับปรุงป้ายตลาด ธงชาติ และภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความเป็นระเบียบ สวยงาม สอดคล้องกับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พร้อมทั้งจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์จากล็อกที่ไม่ได้ใช้งานออกจากพื้นที่ เพื่อเพิ่มความเป็นระเบียบภายในตลาดด้านนายวุฒิศักดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ค้าและประชาชนที่มาใช้บริการตลาด

โดยเบื้องต้นได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่าง จำนวน 30 ชุด หากภายหลังดำเนินการแล้วมีแสงสว่างเพียงพอ ก็จะไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้ดำเนินการปรับปรุงระบบสายไฟ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานสำหรับการปรับปรุงตลาดในระยะยาว ได้มอบหมายส่วนงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับปรับปรุงภูมิทัศน์และโครงสร้างตลาด รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงหลังคาและองค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีความสวยงาม เป็นระเบียบ และเหมาะสมกับการเป็นตลาดสำคัญของเมืองพัทยา

ทั้งนี้ เมืองพัทยาจะประสานงานกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งานจริง และร่วมกันพัฒนาตลาดใหม่นาเกลือให้มีความสะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบ และเป็นพื้นที่ค้าขายที่สร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

งานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย-อินเดีย ปิดฉากสวยงาม!

วันที่ 16 ก.ย.69 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ในวันสุดท้าย บรรยากาศงานในวันนี้ได้จัดพิธีพราหมณ์สักการะพระพิฆเนศอารตีบูชาไฟ ก่อนจัดการบวนแห่องค์พระพิฆเนศรอบเมืองพัทยาให้ประชาชนได้สักการะ

ในพิธีการดังกล่าว แกนนำจัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ประกอบด้วย อ.ชัยวัฒน์ เดชนที ประธานชมรมคนรักพระพิฆเณศแห่งประเทศไทย อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา และประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม และ ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี และรองนายกสมาคมฮินดูโลก VHP Thailand ร่วมนำพิธี

จากนั้นทางคณะผู้จัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ได้เปิดให้มีการสรงน้ำพระพิฆเนศ โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้เคารพศรัทธาองค์พระพิฆเนศเข้าร่วมพิธีการเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งกิจกรรมในปีนี้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์การส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมสมัยและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย-อินเดียได้เป็นอย่างดี

“ชลบุรีปวดหัว” ปัญหาลิง! ระดมสมองแก้ไขมีรายงานว่า นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง ครั้งที่ 1/2569 ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการ วางแนวทางบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อทรัพย์สินและการดำรงชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการดูแลสัตว์ป่าตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันปัญหาลิงเป็นหนึ่งในปัญหาสัตว์ป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี โดยจำนวนประชากรลิงที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่ลดลง ส่งผลให้ลิงออกมาหากินนอกพื้นที่ธรรมชาติ และมีประชาชนร้องเรียนถึงความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง จังหวัดชลบุรีจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนกับการดูแลสวัสดิภาพของลิง
ก่อนหน้านี้ จังหวัดชลบุรีได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง” และ “คณะทำงานบริหารจัดการลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง จังหวัดชลบุรี” เพื่อเป็นกลไกกลางในการกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการส่วนราชการ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสุข ปศุสัตว์ สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบกรอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าที่สร้างผลกระทบหรือความเดือดร้อนแก่ประชาชน รวมถึงกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านสัตว์ป่าคุ้มครอง ตลอดจนข้อมูลสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของประชากรลิงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา)

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแผนการบริหารจัดการปัญหาลิงในระดับพื้นที่ เพื่อใช้เป็นกรอบดำเนินงานร่วมกัน โดยแนวทางสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและนับจำนวนประชากรลิงอย่างเป็นระบบ การควบคุมประชากรด้วยการทำหมัน การเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อระหว่างคนกับลิง การดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของลิง ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศและจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมหรือพื้นที่รองรับใหม่ให้มีความเหมาะสม

ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานหรือโครงการแก้ไขปัญหา รวบรวมและติดตามสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชน จัดระบบเฝ้าระวัง ตลอดจนประสานการดำเนินงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

จังหวัดชลบุรีมุ่งให้การแก้ไขปัญหาลิงดำเนินไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลสถานการณ์จริงของแต่ละพื้นที่และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมจำนวนประชากรลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดความเดือดร้อนและความเสียหายที่เกิดกับประชาชน พร้อมดูแลลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ เพื่อให้ “คนกับลิง” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและปลอดภัย

‘ซูเปอร์ตุ้ม’ ซ้อมจริงครั้งแรก! กระโดดร่มเชิญธงชาติไทยลงหาดพัทยาทำสถิติโลก

วันที่ 17 ก.ย.69 คณะเมืองพัทยา นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และประชาชนชาวเมืองพัทยาให้การต้อนรับ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม นักกระโดดร่มชาวไทย เจ้าของสถิติโลกจาก Guinness World Records ในฐานะผู้ริเริ่มและเจ้าของโครงการ “One Flag One Nation One World Record” พร้อมทีมงาน ที่เดินทางมาซ้อมกระโดดร่มในสถานที่จริงครั้งแรก ที่หาดพัทยา จ.ชลบุรี

โดยเช้าวันนี้ ทีมงาน One Flag Thailand ได้ลงพื้นที่ซ้อมกระโดดร่ม เพื่อทดสอบและเตรียมความพร้อมของ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม นักกระโดดร่มชาวไทย ที่จะทำลายสถิติโลกครั้งที่ 4 ในการกระโดดร่มพร้อมอัญเชิญธงชาติไทยขนาดใหญ่เหนือท้องฟ้าเมืองพัทยา และร่อนลงยังจุดหมายบริเวณชายหาดเมืองพัทยา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาติไทย

ก่อนที่ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม ได้ทำการซ้อมตามกำหนด 2 รอบ รอบแรกเครื่องขึ้นบินเวลา 07.30 น. และกระโดมร่มลงสู่ชายหาดในเวลาประมาณ 08.00 น. และรอบที่ 2 เครื่องขึ้นเวลา 09.30 น. ก่อนซูเปอร์ตุ้มลงสู่ชายหาดพัทยาในเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งพบว่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

การซ้อมครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการซ้อมกระโดดร่มครั้งแรกของโครงการ One Flag Thailand เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ก่อนสู่ภารกิจจริงในการสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยในการนำธงไตรรงค์ ขึ้นสู่ท้องฟ้า และสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์บนแผ่นดินไทย ขอให้คนไทยร่วมส่งกำลังใจในการทำภารกิจครั้งสำคัญของผู้สร้างแรงบันดาลใจระดับโลกในครั้งนี้

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อธิบดีกรมสรรพากรเป็นประธานเปิดสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน ยกระดับบริการประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมสรรพากร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธี

การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับการให้บริการด้านภาษีแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้เสียภาษีในพื้นที่อำเภอเมืองน่านและอำเภอภูเพียง หลังสถานที่ให้บริการเดิมอยู่ห่างจากชุมชน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการ โดยภายในพิธีมีการเจริญพระพุทธมนต์ เปิดป้ายอาคาร และปลูกต้นไม้

สำหรับอาคารสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน ได้รับการสนับสนุนจาก นายบัณฑูร ล่ำซำ นายพรชัย ยงนพคุณ และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดยเดิมมีแผนก่อสร้างอาคารพัสดุ ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงานเพื่อให้บริการประชาชน ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าน่าน และดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ก่อนส่งมอบให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่น่าน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569

นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า สำนักงานแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการยกระดับการให้บริการด้านภาษี ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงคำปรึกษาและบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และให้บริการประชาชนด้วยความเต็มใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการเสียภาษีโดยสมัครใจ

ทั้งนี้ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน จะเป็นศูนย์บริการด้านภาษีที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย รองรับการให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมกันนี้ได้ปลูกต้นพยุงไว้เป็นที่ระลึกและสนับสนุนการประกอบธุรกิจและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของจังหวัดน่านต่อไป/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อ.ท่าหลวง จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

แชร์เนื้อหานี้

ลพบุรี อำเภอท่าหลวง จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุและเสริมสร้างความพร้อมในการบูรณาการการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วงเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสาธารณภัยในพื้นที่

วันที่14 กันยาย 2569 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณสวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอท่าหลวง เทศบาลตำบลท่าหลวง องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหลวง สถานีตำรวจภูธรท่าหลวง มูลนิธิพุทไธสวรรย์ อำเภอท่าหลวง สาธารณสุขอำเภอท่าหลวง
โรงพยาบาลท่าหลวง บูรณาการร่วมกัน กรณีเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ที่น้ำตกวังกานเหลือง

โดยมีนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง เป็นหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมด้วย นางสาวประคอง สุระเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง (ชำนาญกาญพิเศษ) เป็นรองหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา องค์กรสาธารณกุศล อาสาสมัคร และภาคประชาชน จำนวน 150 คน เข้าร่วมการฝึกอย่างพร้อมเพรียง

การฝึกครั้งนี้ดำเนินการตามแนวทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อทดสอบแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แผนเผชิญเหตุ และแผนสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด รวมถึงเสริมสร้างความเข้าใจในระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับรูปแบบการฝึก ประกอบด้วย การฝึกบนโต๊ะ (Table Top Exercise : TTX)

การฝึกซ้อมเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise : FEX) การฝึกปฏิบัติ (Drill) การสถาปนาระบบเครื่องมือสื่อสาร การติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เรือเพื่อช่วยผู้ประสพภัยทางน้ำ และ ปฐมพยาบาลผู้ป่วยเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลตามขั้นตอน

ขั้นตอนอย่างถูกวิธี โดยจำลองสถานการณ์จากเหตุอุทกภัยขึ้นมา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้เรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการเหตุการณ์เสมือนจริงทุกขั้นตอน ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน ให้นำไปปรับใช้ในการปฏิบัติจริง เพื่อช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตร.ภูธรภาค 5 จัดกิจกรรมจิตอาสาแด่น้องผู้ห่างไกล ครั้งที่ 24 ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

12 กันยายน 2569 พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจิตอาสา ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมเดินทางจัดกิจกรรม “ตำรวจภูธรภาค 5 จิตอาสาแด่น้องผู้ห่างไกล ครั้งที่ 24” ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งต่อความห่วงใยและช่วยเหลือเด็กนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดาร

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คณะตำรวจจิตอาสาได้นำสิ่งของอุปโภคบริโภค ชุดนักเรียน อุปกรณ์การศึกษา ตลอดจนสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ไปมอบให้แก่เด็กนักเรียนและประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

โดยได้เดินทางไปมอบสิ่งของและจัดกิจกรรมให้แก่ 3 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่,
โรงเรียนขุนแม่นาย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ
โรงเรียนปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจภูธรภาค 5 ในการปฏิบัติหน้าที่ควบคู่กับการทำงานจิตอาสา โดยมุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคม ดูแลช่วยเหลือประชาชน และส่งต่อโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ภายใต้แนวคิด “ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน”..


#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นี่แหละ…คือความหมายของ ธนาคารแห่งกำลังใจ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์(หลวงพี่น้ำฝน)เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม

แชร์เนื้อหานี้

พร้อมด้วย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี และ นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศร นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอนครชัยศรี ดร.ชนาภัทท์ ชมภูนิชชภัทต์ กำนันตำบลขุนแก้ว

นางสาวอรอุมา อึ้งประเสริฐภรณ์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี
และนายชวลิต นิลพันธุ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม. 3 ตำบลขุนแก้ว
พร้อมผู้ช่วย แพทย์ สารวัตรกำรัน ทีมงานฝ่ายปกครองตำบลขุนแก้ว

ร่วมกันลงพื้นที่ส่งต่อความห่วงใยถึง น.ส.สุรีย์ ทิตย์ไสยาสน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1 หมู่ที่ 2 ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สิ่งที่เราได้มอบให้ อาจเป็นเพียงสิ่งของหรือความช่วยเหลือในช่วงเวลาหนึ่งแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือการทำให้เขารู้ว่า

ในวันที่ชีวิตลำบาก เขายังไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันดูแลและไม่ทอดทิ้งผู้ที่กำลังประสบความทุกข์เพราะสิ่งที่เรามอบให้อาจเป็นเพียงความช่วยเหลือในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้เขารู้ว่า…ในวันที่ชีวิตลำบาก เขายังไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง

ธนาคารแห่งกำลังใจ จึงไม่ใช่เพียงโครงการของใครคนหนึ่ง แต่คือพลังของทุกคนที่พร้อมแบ่งปัน จากความห่วงใย…สู่การช่วยเหลือ จากการช่วยเหลือ…สู่กำลังใจ และจากกำลังใจ…สู่พลังที่จะทำให้ใครสักคนลุกขึ้นสู้ต่อได้อีกครั้ง เพราะน้ำใจของคนหนึ่งคน อาจเป็นความหวังของอีกหนึ่งชีวิต
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในโอกาสและเทศกาลพิเศษ ภายใต้ชื่อ “Nan Smile Market 2026”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 กันยายน 2569 ณ โลตัส สาขาน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในโอกาสและเทศกาลพิเศษ ภายใต้ชื่อ “Nan Smile Market 2026”และกิจกรรมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดในการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย ในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดน่าน ผ่านการ

เปิดพื้นที่ตลาคสร้างสรรค์ให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มสัมมาชีพ และผู้ประกอบการตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในจังหวัดน่าน ได้มีโอกาสในการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นเวทีในการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการและส่งเสริมการเรียนรู้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับชุมชน และเพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยให้มีคุณภาพ และเชื่อมโยงช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัย โดยมี

นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่านเป็นผู้กล่าวรายงานฯ
โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย ความเป็นมิตร และความมีน้ำใจของคนในชุมชน โดยบูรณาการเข้ากับกิจกรรมวัฒนธรรม วิถีชีวิตพื้นถิ่น และการท่องเที่ยว

เพื่อสร้างความสุขให้แก่ทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดน่าน ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 43 กลุ่ม/ราย ดังนี้ กิจกรรมขยายรูปแบบคลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในโอกาสและเทศกาลพิเศษ “Nan Smile Market 2026” จำนวน 30 กลุ่ม/ราย

ประกอบด้วย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 20 บูทผู้ประกอบการตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ จำนวน 10 บูท และกิจกรรมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดในการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัย จำนวน 13 บูท โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยกิจกรรมจัด

จำหน่ายผลิตภัณฑ์OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ และกิจกรรมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดในการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย “นาทีทอง”, คูปองชิงรางวัล, กิจกรรมสาธิตสร้างอาชีพสร้างรายได้อีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดงานยิ่งใหญ่ “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” สินค้า OTOP นิทรรศการ 6 ชุมชนท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

พัฒนาชุมชนนครปฐม เปิดงานยิ่งใหญ่ “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” ขนทัพสินค้า OTOP และนิทรรศการ 6 ชุมชนท่องเที่ยว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคกลางและตะวันตกณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม พลาซ่า นครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” อย่างเป็นทางการ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ และ นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม ร่วมให้การต้อนรับและกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP

รวมถึงผู้ประกอบการชุมชน ให้มีความรู้ด้านการตลาด การบริหารจัดการ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐมได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ในการจัดโครงการพัฒนานครปฐม ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคกลางและภาคตะวันตก โดยการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ 1 ที่รวบรวมความโดดเด่นของจังหวัดนครปฐมมาไว้ในที่เดียว ประกอบด้วยคูหาแสดงและจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าจากชุมชนท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 48 คูหา พร้อมจัดแสดงนิทรรศการจากชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ 6 ชุมชน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop ฟรี ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มาร่วมลงมือทำและเรียนรู้ทักษะอาชีพ

ร่วมกับผู้ประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในจังหวัดนครปฐม มีชุมชนท่องเที่ยว ทั้งหกชุมชน ประกอบด้วย บ้านศาลาดิน อำเภอพุทธมณฑล , บ้านหัวอ่าว อำเภอสามพราน , เกาะลัดอีแท่น อำเภอสามพราน , ตลาดน้ำลำพญา อำเภอบางเลน , ตลาดบางหลวง อำเภอบางเลน และชุมชนห้วยม่วง อำเภอกำแพงแสน

ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะ ได้เดินเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน พร้อมทั้งพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมชม ช้อป และร่วมกิจกรรมรับความรู้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม

#OTOPพัฒนาชุมชนนครปฐม เปิดงานยิ่งใหญ่ “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” ขนทัพสินค้า OTOP และนิทรรศการ 6 ชุมชนท่องเที่ยว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคกลางและตะวันตกวันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม พลาซ่า นครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” อย่างเป็นทางการ

โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ และ นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม ร่วมให้การต้อนรับและกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP รวมถึงผู้ประกอบการชุมชน ให้มีความรู้ด้านการตลาด การบริหารจัดการ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐมได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในการจัดโครงการพัฒนานครปฐม ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคกลางและภาคตะวันตก โดยการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ 1 ที่รวบรวมความโดดเด่นของจังหวัดนครปฐมมาไว้ในที่เดียว ประกอบด้วยคูหาแสดงและจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าจากชุมชนท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 48 คูหา

พร้อมจัดแสดงนิทรรศการจากชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ 6 ชุมชน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop ฟรี ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มาร่วมลงมือทำและเรียนรู้ทักษะอาชีพร่วมกับผู้ประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ในจังหวัดนครปฐม มีชุมชนท่องเที่ยว ทั้งหกชุมชน ประกอบด้วย บ้านศาลาดิน อำเภอพุทธมณฑล , บ้านหัวอ่าว อำเภอสามพราน , เกาะลัดอีแท่น อำเภอสามพราน , ตลาดน้ำลำพญา อำเภอบางเลน , ตลาดบางหลวง อำเภอบางเลน และชุมชนห้วยม่วง อำเภอกำแพงแสน

ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะ ได้เดินเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน พร้อมทั้งพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมชม ช้อป และร่วมกิจกรรมรับความรู้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬเปิดยิ่งใหญ่! แข่งเรือยาวไทย-ลาว ครั้งที่ 26 ชิงถ้วยพระราชทาน “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ” เชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขง

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – วันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. จังหวัดบึงกาฬจัดพิธีเปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 26 ประจำปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชน นักท่องเที่ยว และคณะ สปป.ลาว เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ, นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และท่านสุดใจ คูนปะไซ รองประธานคณะกรรมการปกครองแขวงบอลิคไซ ผู้นำคณะจาก สปป.ลาว ร่วมพิธี ภายในพิธีเปิดมี ชุดการแสดงจากสองแผ่นดิน ไทย–ลาว ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของทั้งสองประเทศ ผ่านท่วงท่าการร่ายรำ ดนตรี และเครื่องแต่งกายที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน และสะท้อนถึงสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพของประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงที่มีมาอย่างยาวนาน

สำหรับงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว ครั้งที่ 26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 ณ บริเวณริมแม่น้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีกิจกรรมการแข่งขันเรือยาวจากฝีพายทั้งสองประเทศ เพื่อชิงถ้วยพระราชทานฯ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคีและมิตรภาพ การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีแข่งเรือยาว ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำโขง พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในจังหวัดบึงกาฬ

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว โดยใช้กีฬา ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงประชาชนสองฝั่งโขง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและความร่วมมือระหว่างกัน ผู้สนับสนุนหลัก การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ บริษัท โตโยต้าบึงกาฬ จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด น้ำก่ำก่อสร้าง บุญมาทีวี ช่อง 67 ห้างหุ้นส่วนจำกัด วีเอส88 การโยธา และธนาคารออมสิน เขตบึงกาฬ

เทศบาลเมืองบึงกาฬขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักทุกหน่วยงานและองค์กร ที่ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว ครั้งที่ 26 ให้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนไทยและ สปป.ลาว

ทั้งนี้ จังหวัดบึงกาฬขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมการแข่งขันเรือยาวและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 เพื่อร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ประเพณีริมแม่น้ำโขง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่จังหวัดบึงกาฬต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตัวงานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน หรือ “Nan Crafts Festival for All Districts”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ ร้านเฮือนฮังต่อกาแฟน่าน ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักของหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน เหล่าศิลปิน ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ได้ริเริ่มแนวคิดสุดสร้างสรรค์อย่าง “Craft x Café” โดยการนำคุณค่าทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันประณีตของช่างฝีมือชาวน่าน มาจัดแสดงและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับพื้นที่ร้านกาแฟและสเปซสมัยใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้งานหัตถกรรมพื้นบ้านสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างผู้ประกอบการงานคราฟต์ ร้านกาแฟ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน

นายดนัย ไทยดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ได้กล่าวรายงานถึงรายละเอียดการจัดงานว่า งานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน มีกำหนดจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม 2569 ในหลากหลายพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วจังหวัดน่าน เพื่อกระจายบรรยากาศแห่งความสุขและการท่องเที่ยวไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง ได้แก่

ครั้งที่ 1 วันที่ 11–12 กันยายน 2569 ณ เฮือนฮังต่อกาแฟน่าน อำเภอเมืองน่านครั้งที่ 2 วันที่ 19–20 กันยายน 2569 ณ จ๊างน่าน อำเภอเวียงสาครั้งที่ 3 วันที่ 26–27 กันยายน 2569 ณ ฉำฉา คาเฟ่ อำเภอปัวครั้งที่ 4 วันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ณ โรงบ่มปัว คาเฟ่ อำเภอปัวครั้งที่ 5 วันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ณ Brooklyn Coffee & Jazz Bar

สำหรับกิจกรรมประเดิมครั้งแรก ณ เฮือนฮังต่อกาแฟน่าน เต็มไปด้วยความคึกคักและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ โดยภายในงานมีการบูธจัดแสดงผลงานหัตถกรรมคัดสรรจากช่างฝีมือชั้นครู การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ นิทรรศการถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์งานคราฟต์เมืองน่าน กิจกรรมสาธิตชิ้นงาน ตลอดจนกิจกรรม Workshop ให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองลงมือทำด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด

นับเป็นการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษที่เชื่อมโยงกลิ่นอายกาแฟเข้ากับเสน่ห์ของงานหัตถกรรมได้อย่างลงตัว ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานรากอย่างเป็นรูปธรรมด้าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวเน้นย้ำในพิธีเปิดว่า การนำงานหัตถกรรมอันเป็นรากเหง้าทางปัญญามาเล่าใหม่ในพื้นที่ร่วมสมัยอย่างร้านกาแฟ

ถือเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันได้อย่างดียิ่ง พร้อมทั้งได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการดี ๆ และอวยพรให้การจัดงานทั้ง 5 ครั้งประสบความสำเร็จ สร้างความเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนให้แก่พี่น้องชาวจังหวัดน่านสืบไป

จังหวัดน่านเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ชูเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการเปิดตัวงานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน หรือ “Nan Crafts Festival for All Districts” อย่างเป็นทางการ /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมงลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ว่าราชฯจ.นครปฐม เป็นประธานกิจกรรม “ปั่นเลาะรั้ว ทัวร์รอบฐานบิน” เต้นแอโรบิค จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานกิจกรรม ผู้ว่าฯ พาออกกำลังกาย ครั้งที่ 3 “ปั่นเลาะรั้ว ทัวร์รอบฐานบิน” และกิจกรรม เต้นแอโรบิค ณ อาคารแสนเมือง โรงเรียนการบิน กำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

โดยมีนายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล ปลัดจังหวัดนครปฐม พลอากาศตรี ดิษฐพล ชูวงษ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เรือ

อากาศเอกหญิง นาตยา ชูวงษ์ ประธานชมรมคู่สมรสทหารอากาศโรงเรียนการบิน นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน ปลัดอำเภอกำแพงแสน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรมรวมกว่า 300 คน

โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วนเข้าถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัย ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายจนเป็นวิถีชีวิต

เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยใช้กิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นสื่อ ในการปลูกฝังความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รวมถึงพัฒนาเครือข่ายด้านการกีฬา ร่วมกับทุกระดับและทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “ผู้ว่าฯนครปฐม พาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า”

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก หมู่ที่ 2 ตําบลดอนแฝก อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี กล่าวต้อนรับประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า” โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ พร้อมกันนี้ นางพลัศริญญา อมรพันธุ์ศักดิ์ เกษตรจังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานฯ นายจำลอง ชัยชะนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแฝก เป็นผู้กล่าวข้อมูลพื้นที่ตำบลดอนแฝก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดนครปฐม ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดนครปฐม

ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดนครปฐม ผู้แทนศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครปฐม ผู้แทนสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำนักงานประมงจังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำงานตรวจบัญชีสหกรณ์นครปฐม ผู้แทนสหกรณ์จังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี นายอาทร สูญจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยพลู นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี สรรพากรอำเภอนครชัยศรี ปศุสัตว์อำเภอนครชัยศรี ประมงอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอนครชัยศรี ผู้แทนบริษัทผู้ส่งออกส้มโอนครชัยศรี เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อสม. ส่วนราชการ บุคลากร เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม

ด้วยอําเภอนครชัยศรี ร่วมกับสํานักงานเกษตรอําเภอนครชัยศรี และสํานักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม ตลอดจนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้ ร่วมกันจัดกิจกรรม “ผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า” ขึ้นในวันนี้ ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก หมู่ที่ 2 ตําบลดอนแฝก อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ส้มโอ นครชัยศรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถ เข้าถึงแหล่งผลิตส้มโอคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรของจังหวัดนครปฐม ส้มโอนครชัยศรี ถือเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของ จังหวัดนครปฐม มีความโดดเด่นทั้งด้านพันธุ์ คุณภาพ รสชาติ และภูมิปัญญา การผลิตของเกษตรกร

ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI อันเป็นการสะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของผลผลิตที่เชื่อมโยงกับพื้นที่และวิถีชีวิตของชุมชนชาวสวน ส้มโอ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่ง กลไกสําคัญในการนําเสนอเรื่องราวของ ส้มโอนครชัยศรี ตั้งแต่ภูมิปัญญาและ ประวัติสายพันธุ์ การผลิตและการคัดคุณภาพ ตลอดจนการแปรรูปและการ เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และเปิด โอกาสให้เกษตรกรได้พบกับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวโดยตรง อันจะนําไปสู่การ สร้างรายได้และการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม สําหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
การสัมภาษณ์ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อประชาสัมพันธ์ ส้มโอนครชัยศรี ตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพ ของจังหวัดนครปฐมในการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
การจัดนิทรรศการ จํานวน 3 เรื่อง ได้แก่

  1. ประวัติและสายพันธุ์ส้มโอที่สําคัญของอําเภอนครชัยศรี
  2. การแปรรูปส้มโอ พร้อมกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลองยําส้มโอและ หมี่กรอบรสส้มโอ
  3. การแนะนําสวนส้มโอและการเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร
    🍐การสาธิตการคัดคุณภาพส้มโอเพื่อการส่งออก เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานและคุณภาพของผลผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญใน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตร
    การจัดบูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน รวมถึง สินค้า OTOP ของอําเภอนครชัยศรี เพื่อเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่
    การนั่งเรือชมสวนและตัดส้มโอ ซึ่งถือเป็นกิจกรรม Highlight ของงาน โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมตัดส้มโอเพื่อสะท้อนถึง วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของเกษตรกรชาวสวนส้มโอ และเชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

อําเภอนครชัยศรี, สํานักงานเกษตรอําเภอนครชัยศรี, สํานักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม และทีมผู้จัดกิจกรรม ขอขอบคุณ นายมงคลวิทย์ ธนัตแก่นจันทร์ (ลุงเต่า) ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก และครอบครัว ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และการดำเนินการในการจัดกิจกรรมฯ ขอขอบคุณ นายอาทร สูญจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด นายจำลอง ชัยชะนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแฝก ผู้จัดการร้าน Pomelo Café พร้อมด้วยส่วนราชการ และทีมงานทุกท่าน ตลอดจนสื่อมวลชนจากสื่อสำนักต่างๆ ที่สนับสนุน อำนวยการ ให้กิจกรรมฯ ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปดียิ่ง ส่งผลให้ส้มโอนครชัยศรีเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรีของดีมีเรื่องเล่าอำเภอนครชัยศรี
กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อบจ.น่าน ร่วมเปิดการแข่งขัน “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” เวทีแสดงศักยภาพนักเรียนมัธยมศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 กันยายน 2569 ณ อาคารหอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน มีพิธีเปิด โครงการแข่งขันทักษะวิชาการศิลปหัตถกรรมนักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดน่าน “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” โดยมี นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี

การจัดการแข่งขันมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความรู้ ความสามารถ และความถนัดด้านต่าง ๆ ตลอดจนฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ สามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

การดำเนินงานขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “SPARK 3 วิ เชิงรุก” ประกอบด้วย วิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้านบนฐานพหุปัญญา เชื่อมโยงกับการส่งเสริม Soft Power วิถีน่าน และสอดคล้องกับนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน “น่านหนึ่งเดียว” สู่ 5 มิติ

การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2569 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน 150,000 บาท และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน 150,000 บาท รวมทั้งสิ้น 300,000 บาท

ภายในงานจัดการแข่งขันครอบคลุม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวม 173รายการแข่งขัน ใน 5 สนาม ได้แก่ โรงเรียนสตรีศรีน่าน โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน โรงเรียนสา โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ และโรงเรียนนันทบุรีวิทยาพระปริยัติธรรมวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

มีสถานศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันรวม 49 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน 29 โรงเรียน โรงเรียนในเครือข่ายมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน 4 โรงเรียน และโรงเรียนพระปริยัติธรรมในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน 16 โรงเรียน รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งนักเรียน ครูผู้ฝึกสอน และคณะกรรมการดำเนินงาน 6,264 คน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนจังหวัดน่านได้แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะและความสามารถอย่างเต็มที่ พร้อมสืบสานคุณค่าของงานศิลปหัตถกรรม และร่วมขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ของจังหวัดน่านสู่มาตรฐานสากล องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

น่าน อั้ม อธิชาติ” นำทีมดารา และชาวน่านวิ่งส่งต่อพลังดี ๆ ใน “Atis Run Club @ Nan” ร่วมสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้น้อง ๆ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)

วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 05.30 น. ที่ข่วงเมืองน่าน โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) นำโดย นายสถิตพงษ์ หมื่นโฮ้ง ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน และแฟนคลับ ร่วมกิจกรรม “Atis Run Club

Nan” นำโดย “อั้ม” อธิชาติ ชุมนานนท์ พร้อมทีมนักแสดง อาทิ โตส อัครัช, เทป วรชัย, โอ๊ต ภาสกร และโบ๊ท ยงค์ยุทธ ร่วมวิ่งเพื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และร่วมส่งต่อโอกาสดี ๆ ให้กับเด็กและเยาวชนในจังหวัดน่าน

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุน ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์แบบพิเศษ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) หลังโรงเรียนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปกรณ์และสิ่งของต่าง ๆ ของโรงเรียนได้รับความเสียหายและมีความจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ตลอดจนใช้ประโยชน์ด้านการเรียนรู้และกิจกรรมของนักเรียน

สำหรับกิจกรรม “Atis Run Club @ Nan” กำหนดจัดการวิ่งในพื้นที่บริเวณ ข่วงเมืองน่าน 2 ระยะ 4 กิโลเมตร และ 7 กิโลเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจได้ร่วมออกกำลังกาย พร้อมสัมผัสบรรยากาศและเสน่ห์ของเมืองน่านไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “Sriserm Run for Kids 2026” ในวันที่ 6 ธันวาคม 2569 ณ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) จังหวัดน่าน โดยเปิดรับสมัครระยะทาง 6 กิโลเมตร จำนวน 4 รุ่น

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 23.59 น. ผู้สนใจสามารถสมัครได้ทาง https://apps.sriserm.ac.th/run-for-kids/ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)

อั้ม อธิชาติ” นำทีมดารา และชาวน่านวิ่งส่งต่อพลังดี ๆ ใน “Atis Run Club @ Nan” ร่วมสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้น้อง ๆ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)บุญยงค์ สดสอาก นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมฯ รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / มรภ.วไลยอลงกรณ์ สระแก้ว จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารผสานศิลป์ “Eat & Art Unlimited” ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสระแก้ว จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารผสานศิลป์ “Eat & Art Unlimited : สระแก้วชายแดนเบื้องบูรพา สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ สระแก้ว เพื่อส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยวุฒิ เทโพธิ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงาน

‎การจัดงานมุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และองค์ความรู้สมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด 5F ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fight และ Festival เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้สามารถสร้างมูลค่าและตอบโจทย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การวิ่งการกุศล ,การประกวดไก่พื้นถิ่น ,การประกวดและสาธิตอาหารพื้นถิ่น ,การประกวดศิลปะมวยไทย ,การประกวดหนังสั้นและสารคดี นิทรรศการภาพยนตร์ฟิล์มเก่า และการฉายภาพยนตร์กลางแปลง การประกวดแฟชั่นผ้าขาวม้า การแข่งขันดนตรีสากลนักเรียน การเสวนา “หนังเปลี่ยนเมือง” การแสดงดนตรีและหมอลำชื่อดัง รวมถึงพื้นที่จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น

งาน “Eat & Art Unlimited” ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้นำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว สู่สายตาประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน

‎ทั้งนี้ การจัดงานสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ ในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” โดยนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยมาร่วมขับเคลื่อนชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนจังหวัดสระแก้วอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.

เปิดตัว! “มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์” ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น 12–13 กันยายน นี้

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ โรงแรมเดอะ เวโล โฮเทล แอนด์ บีเอ็มเอ็กซ์ ปั๊ม แทร็ค ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว

จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว เดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน เตรียมจัดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ จังหวัดสระแก้ว” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 ณ ลานสยามมินทร์ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้วมุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายตามวิสัยทัศน์เมืองชายแดนแห่งความสุข โดยนำทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย ปี 2569 ในการสร้างคุณค่าและการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจรากหญ้าตามนโยบายของจังหวัด

ด้าน ดร.นภสร โศรกศรี วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ เพื่อสืบสานและเผยแพร่วิถีชุมชนชาติพันธุ์ เพื่อส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนคุณธรรมที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โดยภายในงานแถลงข่าวเริ่มต้นด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุด “รากชาติพันธุ์ ร่มเดียวกัน”

หลังจากนั้นผู้ร่วมแถลงข่าวนำเสนอรายละเอียดการจัดงาน โดยมีรองนายกเทศมนตรีเมืองอรัญประเทศ กล่าวถึงความพร้อมของพื้นที่และความโดดเด่นด้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยว, นางกัญญา มโนเสงี่ยม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก กล่าวถึงบทบาทการสนับสนุนการท่องเที่ยว, และ นายธนโชค เชียรรุ่งโรจน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว ร่วมกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว

สำหรับงาน“มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์” จังหวัดสระแก้ว จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กันยายน เวลา 18.30 น. ชมการแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม: ชุด “ชาติพันธุ์สระแก้ว งามพราวรังสี ธำรงศรีใต้ร่มบารมี” จัดแสดงเวลา 19.00 – 20.00 น. บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ญ้อ จีน และเวียดนาม การแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ชมความสามารถของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เวลา 20.00 – 22.00 น. การเดินแบบชาติพันธุ์ วันที่ 13 กันยายน เวลา 20.00 – 21.00 น. พร้อมตลาดวัฒนธรรมชาติพันธุ์และของดีจังหวัดสระแก้วเพลิดเพลินกับสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น สินค้า CPOT และ OTOP มากกว่า 50 ร้านค้า เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น.

จังหวัดสระแก้วจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสความงดงามของวิถีชีวิต ชาติพันธุ์ และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในวันที่ 12 และ 13 กันยายน 2569 ณ ลานสยามมินทร์ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อบจ.นครปฐม.เปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครู “ราชาวดีเกมส์” รร.ราชินีบูรณะปีการศึกษา 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 2 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนราชินีบูรณะ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เป็นประธานกล่าวเปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครู “ราชาวดีเกมส์” โรงเรียนราชินีบูรณะประจำปีการศึกษา 2569

โดยมีว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์การจัดแข่งขัน การจัดการแข่งขันได้แบ่งคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา ออกเป็น 4 สี คือ สีม่วง สีแดง สีเขียว และสีเหลือง รายการกีฬาที่แข่งขันประกอบด้วยวอลเล่ย์บอล, แชร์บอล, สนุกเกอร์, วิ่งเปี้ยวฮูลาฮูบ, เดินลูกโป่ง,

วอลเล่ย์บอลยักษ์, ปาเป้า และชู้ตบาส ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่ดีให้แก่คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ประชุมปัจฉิมโครงการ Final Meeting ศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร มุ่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมรองรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุม Grand 1 โรงแรมบีเค เพลส จังหวัดบึงกาฬ มีการประชุมปัจฉิมโครงการ (Final Meeting) โครงการศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุม

โอกาสนี้ นายลิขิต แก้วศิริ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาของโครงการ ตลอดจนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่

ภายในงานมี นายชานนท์ ศักดิ์บูรณาเพชร วิศวกรโครงการ ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการศึกษาในด้านวิศวกรรมและแนวทางการพัฒนาเส้นทาง ขณะที่ คุณจิติมา จิตรวรนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดข้อมูลและข้อเสนอแนะด้านการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว

การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางแนวทางพัฒนา “เส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร” ให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬอย่างเป็นระบบ เพิ่มศักยภาพด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ตลอดจนสนับสนุนเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ในระยะยาว

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พลังบุญตบเท้าร่วมบริจาคของใช้ให้คนพิการยากไร้ ผ่านงานวันคล้ายวันเกิด “เสี่ยเอ้-มีชัย” คนดังเมืองพัทยา อายุครบ 54 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 ส.ค.69 เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี บริบูรณ์ ของนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ นักธุรกิจชื่อดัง ได้มีการจัดงานวันคล้ายวันเกิดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด โดยในครั้งนี้เจ้าภาพได้กำหนดไม่รับของขวัญขอความร่วมมือผู้ร่วมงานนำสิ่งจองและเครื่องใช้จำเป็นสำหรับคนพิการยากไร้เพื่อส่งต่อให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ภายใต้การดำเนินการของกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง

ในงานพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น มิตรสสาย รวมทั้งบุคคลที่ให้การนับถือเข้าร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี ในปีนี้ โดยนำสิ่งของมาร่วมบริจาคจำนวนมาก อาทิ รถวีลแชร์ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับผู้ป่วยพิการจำนวนหลายรายการ พร้อมกันนี้ในงานได้มีบริการอาหารเครื่องดื่มนานาชนิดให้ผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าของวัน

สำหรับ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เสี่ยเอ้” เป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าและบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมและการเมืองท้องถิ่นของเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บทบาทหน้าที่ทางสังคมและการเมืองนั้น ปัจจุบันเสี่ยเอ้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการร่วมพัฒนาท้องถิ่นเมืองพัทยา ดังนี้ 1.ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา (ภายใต้การนำของนายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา) 2.ประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยเมืองพัทยา และ 3.ประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ

ในส่วนธุรกิจและการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในภาคเอกชน เสี่ยเอ้ถือเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จสูงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิงคครบวงจรโดยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เมนท์ จำกัด และผู้บริหารแลนด์มาร์คและโครงการท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Pattaya Water Space แหล่งท่องเที่ยวธีมสายน้ำขนาดใหญ่ และบริการเฮลิคอปเตอร์บินชมวิวเมืองพัทยา 360 องศาภายใต้ชื่อ PATTAYA SKY RIDE (บริษัท เน็กซ์ เจ็น เอวิเอชั่น)

นอกจากงานบริหารและธุรกิจแล้ว นายมีชัยยังเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนในชุมชน และเป็นแกนหลักในการประสานงานเพื่อจัดระเบียบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยาอยู่เสมอ จนเป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นที่รักใคร่ของคนจำนวนมาก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ โครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
นาย บุญนาค พันธ์คง นายกองค์การบริหารส่วนตําบล บ้านหลวง พร้อมพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทนทุกภาคส่วน ชาวบ้านภายในตำบลบ้านหลวง ร่วมปิดโครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านหรือระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

โดยมี พันเอกสุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จ.นครปฐม ได้เดินทางมาเป็นประธานในการปิดงาน
พร้อมด้วยท่าน สจ. เกียรติศักดิ์ ท่าน สจ อำนาจ ท่าน สจ. บรรทูล
สมาชิกสภาจังหวัดกลุ่มชาวบ้านโดยมี คณะผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ทุกท่าน ให้การต้อนรับ

ตลอดการแข่งขัน ทุกทีมได้ร่วมกันแสดงพลังแห่งความสามัคคี และที่สำคัญคือการได้ใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และมิตรภาพ กับงานการแข่งขันกีฬา
ณ สนามโรงเรียนบ้านหลวงวิทยา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดแล้ว “ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา” ชุมชนท่องเที่ยว นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ” ศาลากลางน้ำ ชุมชนบ้านยางพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

โดยมี ดร.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม เขต 3 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเปิดตลาดอย่างคึกคักอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแห่งใหม่ ชวนมาสัมผัส วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่กำแพงแสน

และในครั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งกระพังโหม ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน นำโดยนายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสนเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตลาดน้ำชุมชน บ้านยางพัฒนา ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น ม.7 ต.ทุ่งกระพังโหม
อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

และยังได้จัดหน่วยปฐมพยาบาลให้บริการให้ผู้ร่วมงาน และ คัดกรองไวรัสตับอักเสบให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้้งนี้ด้วย
และวันนี้บรรยากาศวันเปิดตลาดเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความคึกคัก และความอบอุ่นของคนในชุมชนทั้งอาหารพื้นบ้าน ของดีจากชุมชน และเสน่ห์ของวิถีชีวิตไทยทรงดำ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้เข้ามาสัมผัส

ขอเชิญมาเที่ยวทั้งที อย่าลืมแวะชิมของอร่อย ๆ จากชุมชน
เดินเล่นริมคลอง รับลม ชมบรรยากาศเรียบง่าย
เลือกซื้อสินค้าชุมชน พร้อมสนับสนุนภูมิปัญญาและฝีมือของคนบ้านยางพัฒนาตลาดน้ำแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ของกินของดี

แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราว วิถีชีวิต และความภาคภูมิใจของชุมชนเอาไว้ด้วยกัน ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนาอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมเปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00–15:00 น.

ล่องคลอง จ้องนา กินปลาบ้านยาง
แล้วมาสัมผัสความสุขเรียบง่ายที่ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ พิธีปิดการแข่งกีฬาตาม โครงการส่งเสริมการแข่งขันกีฬาและกรีฑานักเรียนต้านภัยยาเสพติด กลุ่มโรงเรียนเพชรบัวงาม “ “เพชรบัวงามเกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยโท อรรถชล ทรัพย์ทวี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งกีฬาตาม โครงการส่งเสริมการแข่งขันกีฬาและกรีฑานักเรียนต้านภัยยาเสพติด กลุ่มโรงเรียนเพชรบัวงาม “เพชรบัวงามเกมส์”

โดยได้รับเกียรติจาก พันเอก สุขชาติ สะสมทรัพย์ สส.จังหวัดนครปฐม มาร่วมเป็นประธานในพิธี ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลไทรงาม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการดังกล่าว

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้มีการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เสริมสร้างทักษะทางการกีฬา

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่ดอนตาล เยี่ยม “สิบโทฐากูร” ทหารกล้าบาดเจ็บจากภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา มอบสิ่งของเติมขวัญกำลังใจครอบครัว

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ ผู้แทนนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2)

รุ่นที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 5 บ้านนายอ ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่ สิบโท ฐากูร ปัญญาดี กำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

การลงพื้นที่ครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุยกับสิบโท ฐากูร และครอบครัวอย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความห่วงใยและส่งต่อกำลังใจแก่กำลังพลและญาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีตัวแทนจากภาคเอกชนและสมาชิก พสบ.ทภ.2 ร่วมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว

สำหรับ สิบโท ฐากูร ปัญญาดี เป็นนายทหารสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 (ร.6 พัน.2) ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะและสมองจากสะเก็ดระเบิดของปืนใหญ่ ระหว่างเข้าปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของประเทศ บริเวณ เนิน 677 ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

การเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่มีต่อกำลังพลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า รวมถึงการสนับสนุนจากเครือข่ายภาคเอกชนและ พสบ.ทภ.2 ที่ร่วมกันดูแลและให้กำลังใจครอบครัวของทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติภารกิจ

ทั้งนี้ การให้กำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัวถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากภารกิจรักษาความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวรับรู้ว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และยังมีหน่วยงานรวมถึงเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #กองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #ทหารกล้า #มุกดาหาร #ดอนตาล #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน677 #ช่องอานม้า

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/”กิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา ณ วัดวังน้ำเขียว

แชร์เนื้อหานี้

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน นางสาวรัติยาพร คล้ายมาลา ปลัดอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่

จากที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน และบุคลากรจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และ นักเรียน

สโมสรอินเทอร์แรคท์โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ได้ลงพื้นที่ตำบลวังน้ำเขียว เพื่อร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา

ณ วัดวังน้ำเขียว โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูโกศลธรรมรัตน์ ดร. รองเจ้าคณะอำเภอกำแพงแสน เจ้าอาวาสวัดวังน้ำเขียว

ร่วมกิจกรรมและให้ความเอื้อเฟื้อสถานที่ โดยมี นายยุทธนา สิริปรีชาชาญ นายก อบต.วังน้ำเขียว คณะผู้บริหาร ประธานสภา สมาชิก อบต. และเจ้าหน้าที่ อบต.วังน้ำเขียว ร่วมกับ กำนัน

ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่รพ.สต.วังน้ำเขียว คณะครูและนักเรียนโรงเรียนในเขตพื้นที่ ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกเปิดร้านจิตอาสา เติมรอยยิ้มให้น้องๆ ‘มูลนิธิคุณพ่อเรย์’ เสิร์ฟอาหารฟรี 1,000 ชุด

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยการเข้าร่วมออกร้านจิตอาสาประกอบอาหารแจกฟรี จำนวน 1,000 ชุด ส่งต่อรอยยิ้มให้น้องๆ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา จ.ชลบุรี

ด้วยฉวีวรรณกรุ๊ปร่วมกับมูลนิธิคุณพ่อเรย์ จัดในโครงการ “เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา” โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไต

ในงานมีจิตอาสาทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้สนับสนุนที่มาร่วมออกร้านจิตอาสากันอย่างคึกคัก โดยทีมเชฟจิตอาสาจากสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดทำเมนูภายใต้คอนเซปต์ "ฮักน้อง" เพื่อจัดเลี้ยงแก่เด็ก เยาวชนพิการ และผู้เข้าร่วมงาน เป็นข้าวเหนียวย้อนยุค-หมูปิ้งโบราณจิ้มแจ่ว และข้าวหมกหมูทอด ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจเพื่อสังคมที่สะท้อนถึงความร่วมมือได้เป็นอย่างดี

97 Kitchen ก้าวย่างแห่งการเดินทาง สู่ร้านกะเพราปลา-ตามสั่ง สตรีทฟู้ดพัทยา

ธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ เจ้าของร้าน 97 Kitchen ตั้งอยู่ในซอยเขาตาโล เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ให้ข้อมูลในการทำร้านแห่งนี้ หลังจากได้ผ่านประสบการณ์ธุรกิจร้านอาหารมาแล้วหลายประเภท ด้วยความรักและความชอบในการทำอาหารผ่านการเดินทางในอดีตที่เคยได้ใช้ชีวิตและเรียนรู้ด้านการทำอาหารในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ด้วยครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหารไทยออร์คิดที่เมืองเพิร์ช จึงได้เดินทางไปเรียนรู้ด้วยตนเองตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น

แบงค์ ธีรพงศ์ เล่าด้วยว่า โชคดีที่มีญาติพี่น้องคอยสอนวิธีการทำหารอาหารประเภทต่างๆ ทั้งอาหารไทยและยุโรป ได้เดินทางไปวนเวียนไปทั้งออสเตรเลีย อังกฤษ และไทยอยู่เป็นแรมปี นอกจากได้ความรู้ด้านการทำอาหารจากครอบครัวแล้ว ยังมีเพื่อนๆ ของญาติพี่น้องที่ชอบทำอาหารมาคอยสอน ด้วยความชอบส่วนตัวด้วยเลยจำหลักการทำอาหารได้ และนำประสบการณ์มาเปิดร้านที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นบ้านเกิด จึงคิดว่าความรู้การทำอาหารที่มีจะเป็นอาชีพได้

ส่วนตัวแล้วสามารถทำอาหารได้หลายเมนู ทั้งอาหารไทย นานาชาติ อาหารตามสั่ง เบอร์เกอร์ สเต้ก อาหารยุโรป ที่ผ่านมาได้เปิดร้านมาแล้ว แต่ด้วยการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทำร้านแห่งนี้ที่ชื่อ 97 Kitchen กะเพราปลา อาหารตามสั่งสตรีทฟู้ดเมืองพัทยา รสชาติแห่งการเดินทางที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสรสชาติของคนพัทยาแท้ๆร้าน 97 Kitchen เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่ 11.00-22.00 น. ทางร้านยังบริการรับจัดทำชุดอาหารกล่องสำหรับผู้สนใจในวาระต่างๆ ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 093-003 7545

ของฝากจากพัทยา! ”อาลัวอัดพิมพ์“ ขนมไทยโบราณแปลงโฉม สวยหวาน-ทันสมัย

“ขนมอาลัว” ขนมไทยโบราณที่คุ้นตาในงานมงคล ปัจจุบันถูกนำมาปรับโฉมให้ทันสมัย ด้วยการอัดพิมพ์เป็นรูปดอกไม้หลากหลายแบบ สีสันสดใส สวยหวานน่ารักน่ารับประทาน จนกลายเป็นอีกหนึ่งขนมยอดนิยมสำหรับมอบเป็นของขวัญและของฝากในโอกาสพิเศษน.ส.ศศิร์พัฒกรณ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หรือคุณหนิง เจ้าของร้านขนมหวาน เปิดเผยจุดเริ่มต้นของ “อาลัวอัดพิมพ์” มาจากความชอบส่วนตัวและความอยากทำขนมไทยที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะอาลัว ซึ่งเป็นขนมที่อยู่คู่กับงานมงคลของไทยมานาน

ขนมอาลัวถือเป็นขนมที่มีความหมายเป็นมงคล จึงมักพบในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานขึ้นบ้านใหม่ งานบวช หรืองานวันเกิด และด้วยความเชื่อและความหมายดีๆ นี้ ทำให้อาลัวกลายเป็นขนมที่เหมาะสำหรับนำไปมอบให้แก่ผู้ใหญ่หรือคนที่รักในโอกาสสำคัญด้วยเช่นกันแต่เพื่อให้ขนมไทยชนิดนี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทางร้านคุณหนิงจึงนำขนมอาลัวมาพัฒนาปรับเปลี่ยนให้มีหน้าตาที่ทันสมัยขึ้น โดยใช้การอัดพิมพ์ขึ้นรูปเป็นลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะ รูปดอกไม้ ที่ทั้งสวยและสื่อถึงความสดใสเป็นมงคล และเหมาะกับการนำไปใช้ในงานสำคัญต่างๆ อย่างแท้จริงความพิเศษอยู่ที่ เมื่อเปิดกล่องออกมา จะพบขนมอาลัวดอกเล็กๆ เรียงตัวกันอย่างสวยงาม สีสันหวานละมุน มองแล้วคล้ายของประดับมากกว่าจะเป็นขนมหวานรุ่นลึกที่มีรากเหง้ายาวนานมาจากโปรตุเกส เช่นเดียวกับขนมฝอยทอง จึงเหมาะทั้งสำหรับรับประทานเองและซื้อเป็นของขวัญ

ด้วยหน้าตาที่สวยงาม ทำให้อาลัวอัดพิมพ์ได้รับความนิยมจากลูกค้า โดยมีการสั่งซื้อเพื่อเป็นของขวัญและของฝาก ในเทศกาลสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันแม่ สงกรานต์ และวันคริสต์มาส รวมถึงใช้มอบให้ผู้ใหญ่หรือคนพิเศษเพื่อสื่อความหมายดีๆสำหรับส่วนผสมของขนมอาลัว ประกอบด้วย แป้งสาลี กะทิ และน้ำตาล แม้จะเป็นส่วนผสมที่ไม่ซับซ้อน แต่กว่าจะออกมาเป็นอาลัวชิ้นสวยๆ ต้องอาศัยทั้งเวลาและความพิถีพิถัน โดยเฉพาะขั้นตอนการอบที่ต้องใช้เวลานานกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรอบนอก นุ่มใน และมีกลิ่นหอมกำลังดี

หัวใจสำคัญอีกอย่างคือการควบคุมไฟอบให้พอดี เพราะหากไฟแรงเกินไป ขนมอาจเสียรูปหรือสีไม่สวย ขณะที่การอัดพิมพ์ก็ต้องใช้ความใจเย็นและความละเอียด เพราะดอกอาลัวแต่ละดอกต้องขึ้นรูปอย่างประณีต กว่าจะได้ขนมพร้อมจำหน่ายจึงต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยเฉพาะออเดอร์จำนวนมากที่ต้องสั่งล่วงหน้าคุณหนิง ศศิร์พัฒกรณ์ เจ้าของร้าน ยังบอกด้วยว่า ความสุขของการทำอาลัวไม่ได้อยู่เพียงการได้ทำขนมที่ตัวเองชอบ แต่ยังอยู่ที่การได้เห็นขนมไทยโบราณถูกนำมาต่อยอดจนกลายเป็นของขวัญที่คนรุ่นใหม่อยากซื้อและอยากมอบให้กัน

ส่วนราคาจำหน่ายจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดเซ็ต ยิ่งจัดเป็นกล่องสวยงามก็ยิ่งเหมาะกับการนำไปมอบในโอกาสพิเศษ โดยทางร้านเน้นอาลัวรูปดอกไม้เป็นหลัก เพราะสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายโอกาส ทั้งงานมงคล ของฝาก หรือของขวัญสำหรับผู้ใหญ่อาลัวอัดพิมพ์จึงไม่ใช่แค่ขนมหวานชิ้นเล็กๆ แต่เป็นขนมไทยที่ใส่ทั้งความหมาย ความสวยงาม และความตั้งใจลงไปในทุกดอก เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาของฝากหน้าตาดี มีความหมาย และเมื่อเปิดกล่องแล้วสามารถสร้างรอยยิ้มให้ทั้งคนให้และคนรับได้ในทันที สนใจสอบถามรายละเอียด หรือสั่งซื้อได้ที่เฟซบุ๊ก ศศิร์พัฒกรณ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ 081-293 8487

โรงเรียนมารีวิทย์ เปิดค่ายลูกเสือชั่วคราว ปี 69 สร้าง 7 ฐานปฏิบัติการการเรียนรู้ เสริมทักษะนักเรียน

วันที่ 27 ส.ค.69 ที่สนามกีฬาโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี นายสมพงษ์ อ่อนคำ ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ เป็นประธานเปิดค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2569 โดย มีนักเรียนลูกเสือสำรองและเนตรนารีระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และครูผู้กำกับฐานปฏิบัติการลูกเสือและครูผู้ดูแลรวมกว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมด้วยบรรยากาศที่คึกคัก

ด้วยฝ่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนาวรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้เข้าร่วมและผ่านกิจกรรมตามหลักสูตร และเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในหมู่คณะ ฝึกความมีระเบียบวินัย การช่วยเหลือดนเอง การเสียสละ ตลอดจนการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

นายสมพงษ์ อ่อนคำ ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ เผยว่า กิจกรรมค่ายค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2569 จัดขึ้น โดยมีกิจกรรมฐานปฏิบัติการลูกเสือเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้รวมทั้งสิ้น 7 ฐานปฏิบัติการ โดยในวันนี้จะเป็นในส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และพรุ่งนี้จะเป็น ป.4-6 สิ่งสำคัญที่สุดที่นักเรียนลูกเสือจะได้รับนอกจากความสนุกสนานจากทักษะการเรียนรู้คือความปลอดภัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ลงพื้นที่เชิงรุกพบปะผู้นำชุมชน รับฟังทุกข์ชาวบ้าน ลดความเหลื่อมล้ำเชิงระบบ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่26 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะ ลงพื้นที่จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วม พบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งในการป้องกันปัญหาภัยสังคม ณ บริเวณอาคารปฏิบัติการ (โดมอาคารหอพักนิสิต) สถานีวิจัยและพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยมี นายนิรันดร์ คำล้าน นายอำเภอโคกสำรอง กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อวางแนวปฏิบัติเสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้งกลุ่มผู้นำชุมชน พร้อมรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การร่วมกันแก้ไขปัญหาจากทุกภาคส่วน ตลอดจนมุ่งบูรณาการธรรมาภิบาล

ภาครัฐสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ โดยเน้นการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสมานฉันท์และสันติวิธี เพื่อลดความขขัดแย้งและขจัดความทุกข์ร้อนให้แก่ประชาชน

พร้อมกันนี้ยังมุ่งส่งเสริมธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้หลักการทำงานที่เปิดเผย โปร่งใส มีส่วนร่วม ป้องกันการทุจริต และยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด

เพื่อพัฒนาสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมที่สามารถสานความร่วมมือกับประชาชนในการสอดส่องดูแลพื้นที่ด้วยความเป็นธรรม กิจกรรมในวันนี้ได้รับเกียรติจาก พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวแนวนโยบายการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน

และให้ความรู้ด้านกฎหมายและความโปร่งใสในการดำเนินงานเพื่อป้องกันการทุจริตที่ส่งผลต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ต่อด้วยการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนวัตกรรมการให้บริการและการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 200 คน

จากนั้น มีกิจกรรมเพื่อสาธณประโยชน์ “ผู้ตรวจการแผ่นดินเราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กและอุปกรณ์การกีฬา ให้กับโรงเรียนจังหวัดลพบุรี จำนวน 3 แห่ง เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาการเรียนการสอนและการศึกษาเรียนรู้แก่เยาวชนในพื้นที่ โดยมี พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานในพิธีมอบแก่ผู้แทนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษา ประกอบด้วย

นายมารวย คลังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเพนียด นางสาวจิตติมา ธรรมราชา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านเพนียด และนายประเสริฐ สุดโลก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า จากนั้น เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลเพนียด อีกด้วย  

นอกจากนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้นำรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ (Mobile Unit) ออกหน่วยให้คำปรึกษาข้อกฎหมายและรับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสำเร็จของการสร้างองค์กรธรรมาภิบาล จะเป็นปราการสำคัญที่ช่วยป้องกันความไม่โปร่งใส ลดปัญหาการร้องเรียน และสนับสนุนให้ท้องถิ่นพัฒนางานบริการได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำพาสังคมไทยก้าวสู่สังคมที่เข้มแข็ง ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และมีความยุติธรรมอย่างยั่งยืน

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ / ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อายุวัฒนมงคล ๕๐ ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอ.เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อ.นครชัยศรี จ.ครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมทีมงาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และคณะศิษยานุศิษย์ กราบถวายมุทิตาสักการะ เนื่องในโอกาสมหามงคล อายุวัฒนมงคล ๕๐ ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น. มุทิตาสักการะ อายุวัฒนมงคล 50 ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมกราบถวายมุทิตาสักการะ นำโดย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี

พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับ สภ.นครชัยศรี , นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี , นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี , ปลัดอำเภอนครชัยศรี , คุณสุรภาพร จิรักษา ประธาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี พร้อมทีมงาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และคณะศิษยานุศิษย์ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

ร่วมแจกข้าวสารแจกทานบารมี ให้กับประชาชน จำนวน 1,000 ชุดน้อมกราบ นมัสการดร.(พระอาจารย์เต่า)กราบถวายมุทิตาสักการะ แด่พระคุณเจ้า เนื่องในโอกาสมหามงคลนี้ ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้พระคุณเจ้าเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณคุณยิ่งๆขึ้นไป เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ศิษยานุศิษย์ สืบนานเทอญ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / หดหู่ ญาติรับร่าง “พี่เอ๋” อาสาภัยพิบัติฯ เสียชีวิตระหว่างภารกิจช่วยน้ำท่วมน่าน ทีม 10 คน กลับมา 9 คน ถึงโคราชแล้ว เตรียมเผา เสาร์ที่ 29 ส.ค.นี้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่วัดสามัคคี ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังร่างของ นายศุภมงคล รัตนจิตร หรือ “พี่เอ๋” อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภัยพิบัติ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ซึ่งเสียชีวิตระหว่างลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน ถูกนำกลับมายังภูมิลำเนา ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ญาติมิตร และเพื่อนร่วมทีมกู้ภัยที่มาร่วมจัดเตรียมสถานที่สำหรับประกอบพิธีศพ

ร่างของพี่เอ๋เดินทางถึงวัดในช่วงเวลาประมาณ 00.30 น. ก่อนนำเข้าสู่ห้องเย็น เพื่อเตรียมประกอบพิธีรดน้ำศพในช่วงเย็นวันนี้ ขณะที่กำหนดการฌาปนกิจศพเบื้องต้นกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น.เป็นต้นไปนางสาวรัชนี วิมาโคกกรวด อายุ 53 ปี แฟนของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าชุดแจ้งข่าวการเสียชีวิต ยอมรับว่าตกใจและทำอะไรไม่ถูก

เพราะก่อนหน้านั้นพี่เอ๋ยังปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือน้ำท่วมที่ จ.น่าน และส่งข้อความพร้อมภาพสถานการณ์มาให้ดู โดยบอกว่าพื้นที่มีความยากลำบากมากก่อนเกิดเหตุ พี่เอ๋กลับถึงโรงแรมประมาณ 20.00 น. และส่งข้อความมาบอกว่า “หมดแรง” เนื่องจากวันรุ่งขึ้นมีกำหนดฟอกไตตั้งแต่เวลา 05.00 น. แต่แฟนมาเห็นข้อความในช่วงดึก จึงไม่ได้โทรกลับ เพราะเกรงว่าจะพักผ่อนแล้ว กระทั่งรุ่งเช้าเพื่อนร่วมทีมเดินทางมารับเพื่อไปฟอกไต แต่เรียกเท่าไรก็ไม่มีการตอบรับ จึงขอกุญแจจากโรงแรมเปิดห้อง ก่อนพบร่างนอนอยู่ข้างเตียง

เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าอาจเกิดจากภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ทัน โดยพบการตีบของหลอดเลือดหัวใจ 2 เส้น และยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจอย่างละเอียด ทั้งนี้ พี่เอ๋มีโรคประจำตัวและเคยเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับหัวใจ รวมถึงต้องฟอกไตเป็นประจำ แต่ยังคงมุ่งมั่นทำงานจิตอาสาอย่างเต็มกำลังนางสาวรัชนีกล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่อยากให้พี่เอ๋เป็นห่วงครอบครัว เพราะเชื่อว่าเขาทำหน้าที่อย่างดีที่สุดและสมบูรณ์แบบแล้ว พร้อมขอให้หลับให้สบาย หลังทุ่มเททำงานจิตอาสาและช่วยเหลือผู้คนมาตลอด

ด้าน นายเสนอ ศรีจันอัด อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภัยพิบัติ เพื่อนร่วมทีม เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า พี่เอ๋ทุ่มเทกับภารกิจอย่างเต็มที่ โดยระหว่างลงพื้นที่ จ.น่าน มีหน้าที่นำอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคเข้าไปส่งให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย แม้สภาพร่างกายไม่แข็งแรง แต่ไม่เคยบ่นหรือแสดงความเหน็ดเหนื่อย และพร้อมทำงานทุกครั้ง

นายเสนอ กล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เพราะทีมเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.น่าน จำนวน 10 คน และตั้งใจว่าจะเดินทางกลับพร้อมกันทั้ง 10 คน แต่สุดท้ายต้องสูญเสียพี่เอ๋ไป 1 คน เหลือสมาชิกทีมกลับมาเพียง 9 คน“อยากให้พี่ไปสู่ภพภูมิที่ดี พวกเราจะสานต่องานของพี่เขาตลอดไป” นายเสนอ กล่าวการจากไปของพี่เอ๋จึงไม่เพียงสร้างความสูญเสียให้กับครอบครัว แต่ยังเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของเพื่อนร่วมอุดมการณ์

ที่เคยร่วมกันลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะภารกิจครั้งสุดท้ายที่ทุกคนหวังว่าจะได้กลับบ้านพร้อมกัน แต่สุดท้ายทีม 10 คน ต้องกลับมาเพียง 9 คน ทิ้งไว้เพียงความทรงจำของจิตอาสาผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นทั้งนี้ มีกำหนดฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ วัดสามัคคี ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ไทย-ลาวผนึกกำลัง 6 จังหวัด 6 แขวง ยกระดับสาธารณสุขชายแดน ลงนาม MOU เชื่อมระบบส่งต่อผู้ป่วย-คุมโรคสองฝั่งโขง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาระบบสาธารณสุขชายแดน และการจัดทำแผนการพัฒนาระบบสาธารณสุขชายแดน 6 จังหวัด 6 แขวง ระหว่างวันที่ 24–25 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมพลอย พาเลซ จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนางปณิดา พันธุ์โชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด ขณะที่นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงาน

ไฮไลต์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือด้านสาธารณสุขระดับจังหวัดชายแดน ระหว่าง 6 จังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี หนองคาย นครพนม และบึงกาฬ กับ 6 แขวงคู่มิตรของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้แก่ แขวงสะหวันนะเขต แขวงจำปาสัก แขวงสาละวัน นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงคำม่วน และแขวงบอลิคำไซ

ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเชื่อมโยงระบบสาธารณสุขของพื้นที่ชายแดนทั้งสองประเทศให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการส่งต่อผู้ป่วย การเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่อาจแพร่ระบาดข้ามพรมแดน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ

ภายในงานยังมีพิธีมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลแขวงสะหวันนะเขต โรงพยาบาลนครไกสอน พมวิหาร โรงพยาบาลเมืองไซบุลี และโรงพยาบาลเมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขต เพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขของพื้นที่ชายแดน สปป.ลาว

การประชุมได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานด้านสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายไทยมี สพ.ญ.ดร.เสาวพักตร์ ชิ้นจ้อย นายสัตวแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนอธิบดีกรมควบคุมโรค รวมถึงผู้แทนจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) เข้าร่วม ขณะที่ฝ่าย สปป.ลาว มี ดร.รัศมี วงคำซาว รองอธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ คณะแพทย์ และบุคลากรสาธารณสุขจาก 6 แขวงคู่มิตรเข้าร่วม

สำหรับสาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครอบคลุมแนวทางการพัฒนาระบบสาธารณสุขชายแดน การประสานงานด้านการรักษาพยาบาลและส่งต่อผู้ป่วยระหว่างประเทศ การเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อ ตลอดจนการกำหนดแนวทางความร่วมมือระยะต่อไป เพื่อให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขของทั้งสองประเทศสามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพในพื้นที่ชายแดนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ 150 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องจาก 6 จังหวัดชายแดนไทย และ 6 แขวงของ สปป.ลาว โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA)

การจับมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างไทยกับ สปป.ลาว โดยใช้พื้นที่ชายแดนเป็นจุดเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพและการป้องกันโรคระหว่างประเทศ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของประชาชนทั้งสองประเทศตามแนวชายแดนไทย–สปป.ลาว ให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตัวโครงการ “Feel All The Feelings @ Chonburi – The Sea of Feelings” เสน่ห์ริมเล x เก๋าริมทาง x อาร์ตสุดคูล ชู Street Art ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ชุมชนนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสน่ห์ไทย “Feel All The Feelings @ Chonburi – The Sea of Feelings” พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา เข้าร่วม ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยว

ด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ร่วมกับเมืองพัทยาจัดพิธีเปิดโครงการเสน่ห์ไทย “Feel All The Feelings @ Chonburi – The Sea of Feelings” ณ ชุมชนตลาดเก่านาเกลือ เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ชูแนวคิดผสานงานศิลปะร่วมสมัย เข้ากับวิถีชุมชนตั้งเดิม หวังสร้างแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี

โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Experience Economy” หรือเศรษฐกิจแห่งประสบการณ์ ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวไม่ได้แสวงหาเพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่โหยหาความรู้สึก และคุณค่าที่ได้รับจากการเดินทาง โดย ททท. นำ Street Art มาเป็นสื่อกลางในการบอกเล่าอัตลักษณ์ของพื้นที่ พร้อมจัดกิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ Street Food ที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นชื่นชื่อของชุมชนนาเกลือ, Street Art ได้ชมผลงานศิลปะบนกำแพงที่สะท้อนเรื่องราวของพื้นที่, กิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้เปิดประสบการณ์เดินสำรวจชุมชนนาเกลือเพื่อสร้างแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ พลิกโฉมและสร้างความโดดเด่นให้กับพื้นที่ชุมชนนาเกลือ จังหวัดชลบุรี

โดยผ่านผลงานการสร้างสรรค์งานศิลปะบนกำแพง (Street Art) ที่บอกเล่าเรื่องราวและดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสด้วยมุมมองใหม่ และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ ส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และเพิ่มอัตราการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด นำเสนอจังหวัดชลบุรีในมุมมองใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์และมีศิลปะ ตอกย้ำศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมเสมัย

นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า โครงการนี้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของ ททท.ในการส่งมอบ “ความรู้สึก” และ “ประสบการณ์” ที่มีคณค่าแก่นักท่องเทียว โดยการนำศิลปะร่วมสมัยอย่าง Street Art มาผสมสมสานกับวิถีชุมชนตั้งเดิม จะช่วยเนรมิตให้ชุมชนนาเกลือกลาย เป็นแลนต์มาร์กแห่งใหม่ของพัทยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างยังยืน

ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานพัทยา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าโครงการนี้มุ่งสร้างแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวแห่งไหมให้กับชุมชนนาเกลือ ผ่านงาน Street Art ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสพื้นที่ในมุมองใหม่พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีในเชิงไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมสมัย

ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวขอบคุณ ททท. ที่มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ และเลือกจัดโครงการดีๆ ให้เกิดขึ้นที่ชุมชนนาเกลือ พร้อมยืนยันว่าเมืองพัทยาจะร่วมมือ กับชุมชนในการดูแลรักษาผลงานศิลปะและแลนด์มาร์กแห่งนี้ให้คงความสวยงาม สะอาด และปลอดภัย และมีแผนต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับ ททท.ในอนาคต โดยจะเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนนาเกลือ เข้ากับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในพัทยาต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม กว่า 500 คน ร่วมฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันติดเชื้อ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ภายในศาลากลางจังหวัดนครปฐม กว่า 500 คน ร่วมฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของอาการป่วย
ที่ห้องประชุมสนามจันทร์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ

ร่วมกิจกรรมฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยมี นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการร่วมกิจกรรมครั้งนี้โดยในวันนี้ นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม นำคณะทีมแพทย์ พยาบาล ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ให้แก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ภายในศาลากลางจังหวัดนครปฐม กว่า 500 คน

เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของอาการป่วย ลดโอกาสภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น ปอดอักเสบ และลดอัตราการเสียชีวิตได้ โดยแนะนำให้ฉีดเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์และเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ใหม่ในทุกปี ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา การฉีดซ้ำช่วยกระตุ้นภูมิให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่กำลังระบาด นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อในกลุ่มบุคลากรภาครัฐ

ซึ่งสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 10 สิงหาคม 2569 พบผู้ป่วยป่วยเพิ่มขึ้น อัตราป่วย 495.36 ต่อแสนประชากรมีผู้ป่วยสะสม 4,584 ราย และไม่มีผู้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในช่วงที่โรคไข้หวัดใหญ่มีโอกาสแพร่ระบาดได้ง่าย

พร้อมทั้งเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของบุคลากร ตลอดจนการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการและดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ สุโขทัย ลงพื้นที่ 3 อ.ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ระบบไฮดรอลิค เร่งระบายน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา15.30น.ของวัคม 2569นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นำคณะส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจเยี่ยมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ระบบไฮดรอลิค เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดสุโขทัย, นางเนาวรัตน์ เอกภาพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก, นายฤทธิชัย ธรรมแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จากนั้น เวลา 15.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณคลองกลางนา (ทุ่งดาบลอ) ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก เพื่อตรวจติดตามการทำงานของเครื่องสูบน้ำสำหรับเร่งระบายน้ำท่วมขัง ซึ่งติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยระบบสามารถทำงานได้อย่างเรียบร้อย ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองกลางนาลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะลดลงได้มากยิ่งขึ้น หากไม่มีฝนตกหนักในพื้นที่ ทั้งนี้ นายโกเมณ ชาลี นายอำเภอสวรรคโลก ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วย

ต่อมา เวลา 16.10 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณคลองน้ำไหล (คลองยมน่าน) ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ระบบไฮดรอลิค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก โดยเครื่องสูบน้ำดังกล่าวมีศักยภาพในการเร่งระบายน้ำปริมาณมากจากพื้นที่ประสบอุทกภัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจุดที่มีน้ำท่วมขังและพื้นที่ที่เครื่องสูบน้ำทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงหรือระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว

และในเวลา 17.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณคลองแยกเนินปู และคลองหนองบัว ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ รับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ พร้อมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาผลกระทบและลดความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

เชิญท่องเที่ยวในงาน Feel all the feelings@Sukhothai “เสน่ห์ สีสัน สวรรคโลก” จ.สุโขทัย

สุโขทัยเมืองเมืองแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ จัดงานท่องเที่ยวยกระดับประดับย่านการค้าเก่าสตรีทอาร์ทเป็นจุดขาย ผนวกอาหารท้องถิ่น ผสานการแสดงหลากหลาย กระตุ้นการท่องเที่ยว 28 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ณ ย่านการค้าสตรีทอาร์ท อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เวลา 17.00 – 21.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย ร่วมกับเทศบาลเมืองสวรรคโลก มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนย่านเก่าสวรรคโลก กลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดสุโขทัย (YEC) จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ “เสน่ห์สีสัน สวรรคโลก” ภายใต้โครงการเสน่ห์ไทย Feel all the Feelings ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยสตกแต่งสีสันในบรรยากาศการท่องเที่ยวชุมชน ชูอัตลักษณ์ของสวรรคโลก นำเสนออาหารท้องถิ่น โดยนำผลการวิจัยการท่องเที่ยวของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามด้านมาตรฐานอาหารท้องถิ่นชุมชน ในด้านรสชาติที่จะหายไป รวมทั้งอาหารอร่อยหลากหลายเมนู

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การจำหน่ายอาหารท้องถิ่น Taste of Sawankhalok สินค้าของที่ระลึก เครื่องประดับ งานหัตถกรรม นิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่อง การรับฟังเรื่องราวที่น่าสนใจจากเจ้าบ้านในชุมชนได้ผ่านตู้โทรศัพท์แบบร่วมสมัย พร้อมจุดถ่ายรูปสวย และรับของที่ระลึกภายในงาน ท่ามกลางบรรยากาศร่วมสมัย พร้อมประดับตกแต่งแสงสีอาคารบริเวณย่านสตรีทอาร์ทให้มีความสวยงามวิจิตร และจัดให้มีการแสดงทางวัฒนธรรม และกิจกรรมร่วมสมัย อาทิ การแสดงสิงโตและลิเก การแสดงมายากล สลับกับการแสดงสดตามถนนการค้า Street Show ระหว่างเวลา 17.00 – 21.00 น.

ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานสุโขทัยกล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย และเพิ่มระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยว กระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเงินตราในระบบเศรษฐกิจ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ภายใต้โครงการเสน่ห์ไทย Feel all the feelings

ซึ่งจะนำเสนอขายแหล่งท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่ย่านการค้าเก่าสตรีทอาร์ท อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นจุดขายเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกในระดับนานาชาติทั้งอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตลอดจนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในแหล่งชุมชนที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ อาทิ การ Workshop ลงมือสาธิต ลงยาเครื่องเงิน-ทองโบราณ การทำผ้าตีนจก การทำพระพิมพ์ การทำพระพิมพ์ การทำเครื่องสังคโลก

การวาดลายเครื่องสังคโลก การทำเครื่องปั้นดินเผา การแต่งหน้าเค้ดลวดลายสังคโลก รวมทั้งการท่องเที่ยวสวนเกษตร ซึ่งในช่วงนี้มีผลไม้ทุเรียนหมอนพระร่วงกำลังออกสู่ตลาดจำนวนมาก ฯลฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ช่วยสืบสานอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้หลายด้านทั้งทางด้านอาหาร ศิลปะการแสดง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตแบบร่วมสมัย โดยเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม มีการคัดแยกขยะตามจุดต่าง ๆ พร้อมจัดการถึงปลายทาง และพยายามไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมทั้งด้านเสียง การจราจร

นักท่องเที่ยวผู้สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสุโขทัย โทรศัพท์ 0 5561 6228 – 9 ในวันเวลาราชการ เฟซบุ๊คเพจ: ททท. สำนักงานสุโขทัย กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /อบต.สะเนียน จัดงานของดีตำบลสะเนียน ผลผลิตแห่งขุนเขา หลากหลายชาติพันธุ์ มนต์ขลังสะเนียน น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ อาคารเอนกประสงค์ (โดม) องค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียนจัดงานของดีตำบลสะเนียน ตามโครงการส่งเสริมสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลสะเนียน ประจำปี 2569 โดยมี นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด และ นายอภิชัย พิบูลวิทยา นายก อบต.สะเนียน กล่าวรายงาน

ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่าย สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่น พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ชุมชน และเผยแพร่อัตลักษณ์อันโดดเด่นของตำบลสะเนียน ตำบลสะเนียน เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ

ชาติพันธุ์มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนมีองค์ความรู้ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าเกษตรกรรม และหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากมาย มีอาหารเป็นเอกลักษณ์พื้นที่หลากหลาย คณะผู้จัดงานจึงได้ร่วมใจกันจัดงานนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้

เพื่อประชาสัมพันธ์ สินค้าเกษตรในพื้นที่ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงาะโรงเรียนของกลุ่มแปลงใหญ่เงาะที่สูงสะเนียน อันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ตำบลสะเนียน ที่กำลังจะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูฝนนี้ ตลอดจนผลไม้อื่นๆ

เช่น ทุเรียน อโวคาโด และผลไม้อื่นๆเพื่อประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์ชุมชน ของตำบลสะเนียนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ได้แก่ เครื่องเงิน ผ้าปักชนเผ่า ผ้าเขียนเทียน การจักรสาน เป็นต้น เพื่อสร้างรายได้ และการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตในชุมชนโดยตรง

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงเกษตร เชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชนของตำบลสะเนียน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อสร้างความสามัคคี และร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับ

ความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งทุกภาคส่วนโดยภายในงานประกอบไปด้วย การจัดนิทรรศการแสดงของดีแต่ละชุมชน การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอันงดงาม

การจัดงานในวันนี้มีส่วนราชการต่างๆมาร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดจำนวนมากประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่สนง.วัฒนธรรมจังหวัดน่านเจ้าหน้าที่สนง.เกษตรจังหวัดน่าน จนท.สนง.เกษตรอำเภอเมืองน่านเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่สนง.พัฒนาชุมชนอำเภอเมืองน่าน นายกอบต.รองนายกอบต.

ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน รองนายกเทศมนตรีเมืองไชยสถาน กำน ผู้ใหญ่บ้านตำบลสะเนียน สมาชิก อบต.สะเนียนสนง.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดน่าน#ผลผลิตแห่งขุนเขา#หลากหลายชาติพันธ์ุ#มนต์ขลัง ตำบลสะเนียน บุญยงค์ิสดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /กกต.มุกดาหาร เปิดโครงการเสริมสร้างความรู้เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ ประจำปี พ.ศ.2569 กิจกรรมอบรมเสริมสร้างความรู้หลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพ

โดยมีผู้เข้ารับอบรม ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมุกดาหารและสมาชิกพรรคในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย พรรคเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปไตยใหม่ และประชาชนทั่วไป ณ ห้องประชุมพลอยบอลรูม โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 100 คน

กกต.มุกดาหาร ยกระดับสถาบันการเมือง จัดเสวนาสร้าง “พรรคการเมืองคุณภาพ” มุ่งขับเคลื่อนประชาธิปไตยยั่งยืน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เดินหน้าเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบการเมืองไทย จัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้แก่สมาชิกและตัวแทนพรรคการเมืองในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

การเสวนาในครั้งนี้จัดขึ้นเต็มวัน แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “ความหมายและมาตรฐานของพรรคการเมืองคุณภาพ” เพื่อวางรากฐานให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับหัวใจสำคัญของการเสวนา มุ่งเน้นไปที่ 3 มาตรฐานหลักในการพัฒนาพรรคการเมืองยุคใหม่ ได้แก่
การดำเนินกิจกรรมถูกต้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนและเคร่งครัด
การพัฒนาประชาธิปไตย

การส่งเสริมกระบวนการทางประชาธิปไตยทั้งภายในพรรคและในระดับโครงสร้างสังคมการส่งเสริมการมีส่วนร่วม การเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคการเมืองมีบทบาทสำคัญในการร่วมคิด ร่วมทำ และขับเคลื่อนทิศทางของพรรคอย่างเป็นรูปธรรม

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีตัวแทนและสมาชิกจากพรรคการเมืองต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมกันยกระดับมาตรฐานพรรคการเมืองไทยให้มีความเข้มแข็ง มีธรรมาภิบาล และพร้อมทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนต่อไป. ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าสุพรรณบุรีเปิดงาน “น้องเหน่อ OTOP Market Connect 2026” ปั้นแบรนด์ชุมชน หนุนผู้ประกอบการ OTOP ขยายตลาด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 17.30 น. นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “น้องเหน่อ OTOP Market Connect 2026” ภายใต้โครงการ “สร้างงาน สร้างอาชีพ ประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี” ณ ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนางเอกหทัย พนมอุปถัมภ์ พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงาน

พร้อมด้วยนางฉวี สงวนจิตร นายกเหล่ากาชาดสุพรรณบุรี นายวิชญพรรณ พลอยทับทิม อุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ว่าที่ร้อยเอก ภวัต ปั้นบำรุงกิตน์ คลังจังหวัดสุพรรณบุรีนายสุรศักดิ์ แหล่งหล้า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรีคุณโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่

ศูนย์การค้า อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ
รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุ
รี นางสาวสุดินา แก้วดี ท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้บริหารศูนย์การค้า ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การจัดงานครั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรีได้รับการจัดสรรงบประมาณจากจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อดำเนินโครงการมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มช่องทางการตลาด และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใต้แบรนด์ “น้องเหน่อ” ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พร้อมขยายตลาดออกสู่ภายนอกจังหวัด ทั้งในรูปแบบ On-site และ Online

ภายในงานมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP รวมถึงผู้ประกอบการชุมชน เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวม 50 กลุ่ม/ราย ประกอบด้วย ประเภทอาหาร 27 กลุ่ม/ราย เครื่องดื่ม 3 กลุ่ม/ราย ของใช้ 10 กลุ่ม/ราย ผ้าและเครื่องแต่งกาย 6 กลุ่ม/ราย และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 4 กลุ่ม/ราย โดยจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 20–24 สิงหาคม 2569

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP รวมถึงผู้ประกอบการชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนสามารถเข้าถึงผู้บริโภคและตลาดใหม่ได้อย่างกว้างขวาง

พร้อมกันนี้ ขอให้ผู้ประกอบการใช้โอกาสจากกิจกรรมครั้งนี้ในการประชาสัมพันธ์สินค้า ขยายฐานลูกค้า สร้างเครือข่ายทางการค้า และนำผลตอบรับจากผู้บริโภคไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และช่องทางการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการนำช่องทางดิจิทัลมาใช้ควบคู่กับการจำหน่ายในพื้นที่จริง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีมุ่งหวังให้ “น้องเหน่อ OTOP Market Connect 2026” เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางการตลาด ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดสุพรรณบุรี อันจะนำไปสู่การเติบโตของผู้ประกอบการและชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผบช.ภ.5 ลงพื้นที่จ.น่านเร่งฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ปัว และ อ.เมืองน่าน มอบถุงยังชีพประกอบเลี้ยงอาหารครัวพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและ

บรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตพื้นที่ อ.เมืองน่าน และ อ.ปัว จว.น่าน โดยได้ดำเนินการ ดังนี้

  1. ฟื้นฟูในพื้นที่เขต อ.เมืองน่าน จ.น่าน
  2. แจกของยังชีพให้กับชาวบ้าน อ.ปัว จำนวน 500 ชุด
  3. จัดตั้งครัวพระราชทาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชน จำนวน 2 วัน รวมประมาณ 1,000 กล่อง

ในขณะเดียวกันที่ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีพี่น้องประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนได้นำสิ่งของ เครื่องอุปโภค

บริโภคมาบริจาคอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านโดยในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นวันที่สอง

ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับการบริจาคจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นำไปส่งมอบให้กับ

พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านและยังคงเปิดรับสิ่งของจากประชาชน ถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านโทรศัพท์หมายเลข 053 140052

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รพ.นครปฐม รับการตรวจประเมิน คุณภาพการพยาบาล(NQA)จากกองการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ร่วมต้อนรับ อาจารย์สมจิตต์ วงศ์สุวรรณสิริ พร้อมด้วย ดร.อรรถยา อมรพรหมภักดี

อาจารย์ขวัญนภา ขวัญสถาพรกุล อาจารย์สุพัสตรา เสนสาย ดร.วชิรา โพธิ์ใส และอาจารย์ภราดร ยิ่งยวดในการตรวจประเมิน คุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล (Nursing Quality Assessment : NQA) ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม

ณ ศูนย์ฟอกไตวัดศีรษะทอง(โรงพยาบาลนครชัยศรี) ตำบลศรีษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดศีรษะทอง ที่สอบผ่านธรรมศึกษา ประจำปี พ.ศ.2568 พร้อมด้วยนายแพทย์นเรศ มณีเทศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ข้าราชการ บุคลากร เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมในพิธีฯ

ทั้งนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูปลัดสมาธิวัฒน์ (กาเหว่า ชาติสิริ ) เจ้าคณะตำบลศรีษะทอง เจ้าอาวาสวัดศรีษะทอง เป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่สอบผ่านธรรมศึกษา ประจำปี พ.ศ.2568 ดังนี้

ผู้สอบผ่านธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับชั้นประถมศึกษาจำนวน 16 คน /ระดับชั้นมัธยมศึกษา 24 คน รวมเป็น 40 คน
ทุนละ 500 บาท จำนวนเงิน 20,000 บาท

ผู้สอบผ่านธรรมศึกษาชั้นโท ระดับชั้นประถมศึกษา 16 คน /ระดับชั้นมัธยมศึกษา 30 คน รวมเป็น 46 คน ทุนละ 800 บาท รวมเป็นเงิน 36,800 บาทผู้สอบผ่านธรรมศึกษาชั้นเอกระดับ

ชั้นประถมศึกษา 13 คน /ระดับชั้นมัธยมศึกษา 8 คนรวมเป็น 21 คน ทุนละ 1000 บาท จำนวนเงิน 21,000 บาท ปีการศึกษา 2568รวมทั้งสิ้น 107 ทุน เป็นเงิน 77,800 บาท (เจ็ดหมื่นเจ๊ดพันแปดร้อยบาทถ้วน)
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองผู้ว่าฯจ.เชียงรายเปิดโครงการ”อำเภอยิ้ม อำเภอเคลื่อนที่”  ของจ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

ณ หอประชุมโรงเรียห้วยสักวิทยาคม ต.ห้วยสักอ.เมือง.จ.เชียงราย เวลา09.00 น. นายญาณวุฒิ สุดพิมพ์ศรี นายอำเภอเมือง เชียงราย ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงาน

โครงการ”อำเภอยิ้ม อำเภอเคลื่อนที่”  ของอำเภอเมืองเชียงราย ต่อนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานพิธีเปิดโครงการอำเภอยิ้ม เคลื่อนที่ของอำเภอเมืองเชียงรายที่เปิด ให้บริการประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยสักและตำบลดอยลาน
    

สำหรับอำเภอเคลื่อนที่ครั้งนี้มีหน่วยงานภาครัฐครบทุกหน่วยงาน ตั้งบูธให้บริการประชาชน ให้คำแนะนำปรึกษาปัญหา  บริการตรวจสุขภาพ เพื่อหาไวรัสตับอักเสบบี ตัดผมฟรีแก่ประชาชนที่เดินทางเข้างานเพื่อรับบริการ  มีหน่วยงานดังต่อไปนี้  

ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย สำนักงานพาณิชย์ จังหวัดเชียงราย สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดเชียงราย กรมการข้าวเชียงราย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เชียงราย กระทรวงแรงงาน ประกันสังคมจังหวัดชียงราย สำนักป้องกันภัยที่ 15 เชียงราย  

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 เชียงราย  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองเชียงราย   เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย สำนักงานประมงอำเภอเมืองเชียงราย สำนักงานโยธาธิการผังเมืองเชียงราย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย สภ.เมืองเขียงราย

สำนักงานเกษตรพื้นที่สูงเชียงราย  ซึ่งอำเภอเคลื่อนที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมากเข้ารับบริการ ซึ่งเป็นการลดปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางและลดปัญหาความแออัด ในสถานที่เข้ารับบริการจากหน่วยงานภาครัฐได้เป็นอย่างดี .