คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด1เดียวใน 3 จ.ใต้ที่นราฯ ที่ ศอ.บต.สนองนโยบายรัฐมนตรีทวี ปราบกระท่อม 120 วันสิ้นซากในชายแดนใต้

แชร์เนื้อหานี้

การแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะพืชกระท่อมทุกหน่วยให้ความสำคัญ ทาง ศอ.บต.เองรับนโยบายเพื่อสู่การปฏิบัติ ส่วนสถานฟื้นฟูสภาพทางสังคม จ.นราธิวาส เป็นหนึ่งในสถานฟื้นฟู 1 เดียวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราเห็นว่าสถานฟื้นฟูแห่งนี้สามารถเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ นี่คือเสียงจากปาก นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต.

ที่ได้ถือโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชม สถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กรมการปกครอง กองร้อย อส.จ.นราธิวาส ที่ 1 (บ้านนราภราดร ) ซึ่งตั้งอยู่ศูนย์ราชการ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ที่มีนายชัยเจริญ มูสิกิ้ม หน.ศูนย์ยาเสพติด จ.นราธิวาส เป็นผู้ดูแลผู้ติดยาเสพติดจากสารเสพติดต่างๆ ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ ใบกระท่อม และอื่นๆ จำนวน 40 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 15 ปี ถึง 59 ปี แถมยังมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งฝ่ายปกครอง ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง

ซึ่งการเดินทางของนายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. ในครั้งนี้ ได้มีการเดินพบปะพูดคุยอย่างเป็นกันเองแบบตัวต่อตัวพร้อมทั้งให้กำลังใจ ซึ่งทั้งหมดมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเลิกเสพยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ที่ส่วนใหญ่ทราบว่าที่ติดยาเสพติดเพราะเพื่อนๆชวนให้ลอง และไม่กล้าปฏิเสธเกรงเพื่อนๆในกลุ่มจะไม่มีคนคบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ตกเป็นทาสของยาเสพติด ที่ทำให้สมาชิกครอบครัวรวมทั้งผู้บังเกิดเกล้าต้องเสียน้ำตา

นอกจากนี้นายชัยเจริญ มูสิกิ้ม หน.ศูนย์ยาเสพติด จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ดูแลผู้ติดยาเสพติด ได้นำนายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต.และคณะ ไปเยี่ยมชมแปลงเศรษฐกิจพอเพียง ที่ใช้เป็นสถานที่ให้ผู้ติดยาเสพติดได้มีทักษะในการเลี้ยงหอยขม ไก่ไข่ เป็ด ปลา

รวมทั้งปลูกพืชผักชนิดต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความฟุ้งซ่านที่ต้องการเสพยาเสพติดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งจะเรียกกันง่ายๆคือ การฆ่าเวลาให้ผู้เสพยาเสพติดที่สถานฟื้นฟูแห่งนี้ เลิกหรือต้องการยาเสพติดให้ลดน้อยลงและเลิกไปโดยปริยาย
ด้านชัยเจริญ มูสิกิ้ม หน.ศูนย์ยาเสพติด จ.นราธิวาส

ซึ่งเป็นผู้ดูแลผู้ติดยาเสพติด กล่าวว่า นราโมเดลในการดูแลผู้ป่วยทางการใช้ยาเสพติดระยะยาว 120 วัน เราเน้นในเรื่องของศาสนบำบัดทุกๆวันต้องปฏิบัติศาสนกิจครบ กลางคืนจะมีการอ่านอัลกุรอานเพื่อกลบเกลาจิตใจ นราโมเดลหมายความว่าดูแลพี่น้องดุจญาติมิตร เราจะให้ความอบอุ่นใช้หลักของความมีเหตุมีผล ในการเข้ามาดูแลผู้ป่วยหลักการคิดหลักวิชาการ ด้านสาธารณสุขหลักวิชาการทางสังคม เพื่อใหผู้ป่วยทั้งหมดนี้ที่อยู่ที่นี่เมื่ออกไปแล้วสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขในสังคม

ซึ่งผลการเยี่ยมชมสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่นราธิวาสที่ถือว่าเป็น 1 เดียวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แห่งนี้ คาดหวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปเป็นต้นแบบหรือรูปแบบในการฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ จ.ยะลาและปัตตานี ได้มากน้อยเพียงใดก็ถือว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่ง

ที่ภาครัฐจะนำไปขับเคลื่อนให้ได้ผู้ติดยาเสพติดให้ลดน้อยลง ซึ่งถือว่าเป็นปลายเหตุในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด แต่การแก้ปัญหาต้นเหตุคือผู้ค้าหรือเอเย่นต์ค้ายาเสพติด ผู้ปกครองหรือพ่อแม่ของผู้ติดยาเสพติด ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ทางการปราบปรามอย่างจริงจังให้หมดไปเสียที
//////////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ “สส.เพื่อไทยเปิดงานทุเรียนครบุรีครั้งที่3”

แชร์เนื้อหานี้

นายประยูร ทองบอน ประธานชมมรมผู้ปลูกทุเรียน อำเภอครบุรีและกำนัน ที่ พร้อมด้วยกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกทุเรียน อำเภอครบุรี ในฐานะผู้จัดการเทศกาลทุเรียนต้นน้ำมูลครั้งที่3 ขึ้น ณ หน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี ระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 รวม2วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรฐกิจของอำเภอครบุรีและยังเป็นงานทุเรียนประจำปีของอำเภอครบุรี อีกทั้งเป็นการรวมชาวสวนทุเรียนของอำเภอให้มีพื้นที่จำหน่ายทุเรียนออกสู่ตลาด

ในวงกว้างอีกด้วย ประธานชมรมฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ในปีนี้ทางชมรมฯได้รับความร่วมมือจากอำเภอครบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมองค์การประกวดผลผลิตทุเรียนสายพันธ์ุต่างๆ การแข่งขันการกินทุเรียน การแข่งขันส้มตำลีลา การออกบูธสินค้าทางการเกษตรและอื่นๆ

โดยปีนี้ มีสวนทุเรียนต่างๆเข้าร่วมมากกว่า 35ล้าน นำผลผลิตออกมาให้ชาวไทยและจังหวัดใกล้เคียงได้ลิ้มลองความอร่อย เพราะทุกเรียนครบุรีจะมีรสชาติ”หวานน้อย เนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น” สโลแกนทุเรียนครบุรี บอกว่า
“ทุเรียนครบุรีอร่อย แถะๆ” พิธีเปิดในปีนี้ได้รับเกียรติจาก

ส.ส. อภิชา เลิศพัชรกมล สส.เขตอำเภอครบุรี โชคชัยและหนองบุญมาก และ ส.ส. อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล สส.เขตอำเภอเสิงสางและครบุรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดในครั้งนี้พร้อมทั้งร่วมประมูลทุเรียน ที่ได้รับการแข่งขันอันดับ1,2และ3

เพื่อนำรายได้เข้าสู่ชมรมฯเพื่อใช้ในกิจกรรมต่อไป ซึ่งทุเรียนรางวัลที่1 ผู้ประมูลได้คือ นายชัยวัฒน์ ชู้กระโทก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ประมูลไปในราคา15,000บาท นายประยูรกล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลไคสี จัดอบรมป้องกันยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เทศบาลตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จัดโครงการรณรงค์ฝึกอบรมป้องกันยาเสพติด ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลไคสี โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ

พร้อมด้วย นายชยพล โพธิ์สว่าง นายกเทศมนตรีตำบลไคสี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ว่าที่

ร.ต.นิคม ลุนเพ็ง ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นและรักษาการหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สนง.ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนทั้ง 10 หมู่บ้าน ผู้บริหารและเยาวชนโรงเรียนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลไคสี ร่วมในพิธี

โครงการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ พร้อมสร้างเครือข่ายป้องกันยาเสพติดในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และนักเรียนจำนวนมาก

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการแสดงบทบาทสมมุติ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการปฏิเสธยาเสพติดอย่างได้ผล
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนน่าน ร่วมกับบิ๊กซีและผู้ใจบุญมอบน้ำดื่มให้ชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจำนวน 2.400 ขวด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขาสมาคม ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นางสาวอรประภา พุฒหมื่น กรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน และอดีต สอบจ.น่าน เขต อำเภอท่าวังผา ร่วมกับบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน โดยคุณศิริพร เสถียรลัคนา ผจก.บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน

ได้มอบหมายให้คุณพิมพ์สุดา อินวงศ์ คุณกรกช คำคะณา คุณวรัญชนนท์ ชราชิต คุณชลธิชา จันทร์คำ คุณวิทยา กาวิชัย คุณนันทวิช ไชยศิลป์ ร่วมมอบน้ำดื่มให้ชาวบ้านผู้ประสบอุทุกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลศรีภูมิ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ประกอบด้วยจุดที่1บ้านดอนตันหมู่ที่ 4 โดยมีนายเดโชพล คำเขียว ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รพ.สต.และชาวบ้านร่วมกันรับมอบ

จุดที่ 2 บ้านดอนตัน หมู่ 12 โดยมีนายเศวต นันท์ชัย ผญบ.หมู่12 พร้อมด้วย ผช.ผญ.คณะกรรมการหมู่บ้านรับมอบ จุดที่ 3 บ้านสบหนอง โดยมีนายสมานหนองแก้ว ผญบ.สบหนอง พร้อมด้วยผช.ผญบ.คณะกรรมการหมู่บ้านรับมอบ จุดที่ 4 บ้านหนองบัว

โดยมีนายวีรวัฒน์ และจนท.อบต.ป่าคารับมอบ จุดที่ 5 ดอนแก้ว โดยมีนายสุขสันต์ ยากับ ผช.ผญบ.แบะคณะรับมอบ จุดที่ 6 บ้านดอยตันหมู่ที่10 โดยมีนายอดุลย์ คำแดง ผญบ.พร้อมด้วยคณะกรรมการเป็นผู้รับมอบ จุดที่ 7 มอบให้วัดดอนตัน จุดที่ 8 มอบให้ผู้ป่วยติดเตียง รวมน้ำทั้งหมดที่มอบ 200 แพ็คจำนวน 2.400 ขวด

ด้านนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน กล่าวว่าต้องขอขอบพระคุณผู้ใจบุญที่มอบเงินให้มาซื้อน้ำดื่มเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน ประประกอบด้วยคุณสิริกาญจน์ ตั้งจิตนุสรณ์ ผจก.ตลาดตั้งจิตนุสรณ์ จำนวนเงิน 3,000 บาท คุณสรศักดิ์ ตั้งจินุสรณ์ โชวร์รูมฟอร์ตน่าน จำนวน 1.000 บาท คุณกิติ สุบิน เจ้าของผู้ผลิตและจำหน่ายกระจก 1.000 บาท

คุณสุชาติ คนการณ์ 200 บาท บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน น้ำดื่ม 600 ขวด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างยิ่ง ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรงครับ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา ได้แก่ บ้านสบหนอง บ้านหนองบัว บ้านดอนมูล และบ้านดอนแก้ว ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องส่วนในเขตเทศบาลตำบลท่าวังผา ระดับน้ำได้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของธุรกิจให้เช่าสินสอดสุดช้ำ! ถูกหญิงสาวหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน ก่อนเชิดหนี – พบเคยก่อเหตุซ้ำที่ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดในจังหวัดขอนแก่น ว่ามารดาของตนตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพชาย-หญิง

ชื่อ น.ส.พรทิพย์ หรือ แป้ง นายปั๊ก และ น.ส.หมวย โดย น.ส.พรทิพย์ ได้หลอกเช่าเงินจำนวน จำนวน 5,500,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปถ่ายรูปคู่กับเงินเพื่อสร้างเครดิตให้ดูน่าเชื่อถือ โดยจะนำไปแสดงต่อนายทุน คือ นายปั๊ก และ น.ส.หมวย เพื่อร่วมลงทุนทำธุรกิจเต้นท์รถกัน แต่ภายหลังกลับหลอกล่อให้ทั้ง 2 คน นำเงินจำนวน 5,500,000 บาท หลบหนีไป

จากการสอบถาม ลูกสาวของผู้เสียหายเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย น.ส.พรทิพย์ ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเช่าเงินจำนวน 8 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายมีเงินไม่พอจึงลดลงมาเหลือจำนวน 5,500,000 บาท ตกลงจะจ่ายค่าเช่าเป็นเงิน 76,500 บาท

โดย น.ส.พรทิพย์ ได้เงินโอนเงินมัดจำมาให้ก่อนเป็นจำนวน 5,000 บาท และได้มีการนัดส่งมอบเงินกันในเวลา 14:00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งในวันดังกล่าว น.ส.พรทิพย์ มารับเงินด้วยตนเองที่ร้านข้าวเปียกช็อปเปอร์ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ก่อนส่งต่อเงินให้เพื่อนร่วมแก๊งที่มาด้วยกันสองคน คือ นายปั๊ก และ น.ส.หมวย นำขึ้นรถหลบหนีไป โดยอ้างว่านำไป “นับเงิน” แล้วจะกลับมา แต่สุดท้ายทั้งสองก็หายตัวไปเลย

ขณะที่ผู้เสียหายพยายามสอบถาม น.ส.พรทิพย์ เจ้าตัวกลับอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือยักยอก และจะพยายามติดตามเงินกลับมาให้ จึงได้มีการพาตัวน.ส.พรทิพย์ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองมุกดาหาร และนัดหมายว่าจะนำเงินมาคืนภายในวันที่ 16 กรกฎาคม แต่เมื่อถึงวันนัดกลับไม่มาตามที่ใดมีการลงบันทึกประจำวันตกลงกันไว้

ต่อมา ผู้เสียหายตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นชาวตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร และเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ได้ใช้วิธีหลอกเช่าเงินแบบเดียวกัน และมีชื่อ น.ส.พรทิพย์ เป็นผู้ติดต่อในทั้งสองกรณีเบื้องต้นผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลอกเช่าสินสอด #เชิดเงิน5ล้าน #มุกดาหาร #พรทิพย์ #มิจฉาชีพหญิง #ให้เช่าสินสอดขอนแก่น #อาชญากรรม #เตือนภัย #หลอกลงทุน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหา​ร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บริหารส่วนตำบลตินแดง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ได้ดำเนินกิจกรรมโครงการคลองสวยน้ำใส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ.คลองอีสานเขียว หมู่ที่ 5 บ้านดองดึง ตำบลดินแดนแดง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษได้ดำเนินกิจกรรมโครงการคลองสวยน้ำใส อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนตำบลดินแดง โดยมี
ประชาชนเข้าร่วม 60 คน

กิจกรรมดังกล่าว มีนายฉลาด ชิดชม นายอำเภอไพรบึง เป็นประธานในพิธี และร่วมลอกคลองกับชาวบ้าน ร้อยตำรวจเอกปธิวัฒน์ พลเหลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดงได้ดำเนินการจัด โครงการคลองสวยน้ำใส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

โดยมี นางวิลาสินี ไพรสิน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง นำพาพี่น้องประชาชน และเจ้าที่ร่วมกิจกรรม โดยได้รับความร่วมมือจาก กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในตำบลดินแดงเข้าร่วมกิจกรรมผลที่ได้รับ
๑. เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานในพื้นที่และประชาชนในการกำจัด

วัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ และเพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีสภาพที่สะอาดและสวยงามสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้อย่างคุ้มค่า
๒. ชาวบ้านมีความเข้าใจถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรในแม่น้ำ ล้ำ ลำคลอง

๓. ชาวบ้านมีแหล่งน้ำสาธารมะที่ขอาดและมีคุณภาพในการใช้ประโยรน์ใต้อย่างคุ้มค่า
๔. ชาวบ้านมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเวียงสา”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 68 เวลา 1300 กองพลทหารม้าที่ 1 โดยกองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ และฟื้นฟูบ้านเรือนที่อยู่อาศัยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ บ้านน้ำมวบ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ได้รับความเสียหาย

เนื่องจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ และทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ปัจจุบันอยู่ในระหว่างเข้าให้การช่วยเหลือ ประชาชนปลอดภัย ระดับน้ำลดลง ทั้งนี้ หน่วยจะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมเข้าร่วมให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

กองพลทหารม้าที่1กรมทหารม้าที่2กองพันทหารม้าที่15กองพันทหารม้าที่15กรมทหารม้าที่2/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมงลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สคล.สวรรคโลก จ.สุโขทัยจัดกิจกรรมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา.

แชร์เนื้อหานี้

สคล.สวรรคโลก จ.สุโขทัยจัดกิจกรรมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา.
โดย.สำนักงานกองทุนสนับสนุนเสริมสุขภาพ(สสส.)และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.)พร้อมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.สุโขทัย

พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา ผศ.ดร. ผกจ.สุโขทัยเป็นผู้จัดกิจกรรมทั้งนี้เมื่อเวลา 14.30น.ของวันที่ 10กรกฎาคม2568 ณ.ศาลาการเปรียญ ณ. วัดทุ่งพล้อ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย นาย เอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์

นายอำเภอศรีสัชนาลัย มาเป็นประธานพิธี เปิดกิจกรรมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งนี้ได้มี นาย ฉลวย นามกร นายก อบต.ป่างิ้ว นาย วิเชียร นิระโทษะ กำนันตำบลป่างิ้วพร้อมผู้ใหญ่บ้าน

และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมนี้ประมาณ200คนโดยมีพิธีทางสงฆ์คือมีการเทศนาธรรมเรื่องการงดเหล้า1กรรพร้อมการบรรยายพิเศษ เข้าพรรษา ฤดูกาลฝึกสติ ภายใต้สโลแกน ฝึกสติ มีสุข ทุกโอกาส

และร่วมปฏิญาณตนงดเหล้าโดยนายอำเภอได้นำคำปฏิณาญตน จากนั้นได้ร่วมกันเวียนเทียนตามประเพณีณ.พระอุโบสถของวัดเป็นเสร็จพิธีของกิจกรรมทำความดีของอำเภอศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
กิตติ พรดวงจันทร์สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน เทศบาลตำบลป่งไฮ สืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ (10 กรกฎาคม 2568) ชาวบ้านตำบลป่งไฮ และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมใจร่วมสืบสาน ประเพณีแห่เทียนพรรษา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา ประจำปี 2568 โดยมีพระครูสิทธิธรรมประโชติ เจ้าอาวาสวัดธรรมาธิปไตย เจ้าคณะตำบลโป่งไฮ เขต 1 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

นายปรีชา กุมภิโร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลป่งไฮ เป็นประธานในพิธีนำเทียนพรรษาอันประณีต รวมถึงคณะผู้บริหาร เครือข่ายงดเหล้าตำบลป่งไฮ และพุทธศาสนิกชนร่วมในกิจกรรมแห่เทียนครั้งนี้จำนวนมาก ถวาย ณ วัดธรรมาธิปไตย ต.ป่งไฮ อ.เซกา จ.บึงกาฬ

กิจกรรมในงาน ขบวนแห่เทียนพรรษางดงามประดับด้วยดอกไม้และผ้าไทย คณะขบวนฟ้อนรำอย่างสวยงามเดินขบวนตามถนนกลางชุมชนตำบลป่งไฮ และแห่รอบวัดเพื่อความเป็นสิริมงคล

การจัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีแห่เทียนพรรษา เนื่องในเทศาล วันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ น้อมรำลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย สืบสานพระพุทธศาสนา รักษาประเพณีและวัฒนธรรมที่ดี

งามด้วยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา น้อมนำหลักธรรมที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการดำเนินชีวิต รวมทั้งรักษาศีล ลด ละ เลิกอบายมุข เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาโดยภายในงานได้มีการกล่าวคำปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา พร้อมทั้งได้มีการจัดริ้วขบวนแห่เทียนพรรษาและขบวนรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา

กิจกรรมครั้งนี้นอกจากเป็นการรักษาประเพณีดั้งเดิม ยังช่วยสร้างความสามัคคีภายในชุมชน นำไปสู่ความสงบสุข และต่อยอดศรัทธาต่อพระรัตนตรัยประเพณีแห่เทียนพรรษาที่จัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลป่งไฮถือเป็นการแสดงพลังร่วมใจของคนในชุมชน รวมถึงผลงานศิลป์จากช่างท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายทอดและสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง

นายปรีชา กุมภิโร นายกเทศมนตรี กล่าวว่า “ขอเชิญพ่อแม่พี่น้องร่วมสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา” เพื่อรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นและฟื้นฟูจิตใจด้านศรัทธาให้กลับมาเข้มแข็ง

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสัชนาลัยโชว์ของขบวนแห่อลังกาลงานสร้าง“วันของดีศรีสัชนาลัย เทศกาลอาหารและผลไม้ ทุเรียนหมอนพระร่วงสุโขทัย ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.30น.ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 บริเวณปะรำพิธีชมขบวนหน้าศาลเจ้าปึงเฒ่ากง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ร่วมชมขบวนแห่วัฒนธรรม 10 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

วันของดีศรีสัชนาลัย เทศกาลอาหารและผลไม้ ทุเรียนหมอนพระร่วงสุโขทัย ประจำปี 2568 บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย ในการนี้ หัวหน้าส่วน

ราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมงาน โดย นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–13 กรกฎาคม 2568 ซึ่งตรงกับช่วงวันหยุดเทศกาลวันเข้าพรรษา

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน และเผยแพร่ Soft Power วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอศรีสัชนาลัย

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย เทศกาลอาหารอร่อยจากทุกตำบล สินค้า OTOP และผลไม้ขึ้นชื่อของศรีสัชนาลัย โดยเฉพาะ ทุเรียนหมอนพระร่วงสุโขทัย

การแสดงวิถีชีวิตชาติพันธุ์ของชาวศรีสัชนาลัย การประกวด “เทพีศรีสัชนาลัย” ประจำปี 2568 การแสดงดนตรีสุดพิเศษจากศิลปินอารมณ์ดี “พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง” และ “พี่นิค ลายสือ”

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีถิ่นศรีสัชนาลัย ในงาน “วันของดีศรีสัชนาลัย เทศกาลอาหารและผลไม้ ทุเรียน

หมอนพระร่วงสุโขทัย ประจำปี 2568 ตลอดระยะเวลา 5 วันเต็ม บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยเป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นในทุกๆปี.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการปศุสัตว์ร่วมใจ กำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (8 ก.ค. 68) ณ ลานอเนกประสงค์หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร เวลา 09.00 น. นายอภิชาต สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีสดุดีเทิดพระเกียรติและพิธีเปิดโครงการโครงการปศุสัตว์ร่วมใจ กำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ

กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ร่วมด้วย นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร นายยศวริศ เขตอนันต์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดชุมพร

นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมตรีเมืองชุมพร นายวิบูลย์ศักดิ์ โพธารส รองนายกเทศมนตรีเมืองชุมพร และหัวหน้าส่วนการงานเทศบาลเมืองชุมพร พร้อมด้วย อสม. เทศบาลเมืองชุมพร ร่วมเป็นเกียรตินายสัตวแพทย์เดชา จิตรภิรมย์

ปศุสัตว์จังหวัดชุมพร กล่าวว่า เนื่องจากวันที่ 4 กรกฎาคม ของทุกปี ถือเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานเกี่ยวที่ข้องในการควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จึงได้จัดโครงการปศุสัตว์ร่วมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖8 ขึ้น เพื่อร่วม

เทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกร การดำเนินการตามโครงการฯ ในครั้งนี้ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ร่วมกับสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว การให้คำปรึกษา การเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธีและการรักษาสัตว์ป่วยเบื้องต้น คาดว่าจะมีประชาชนนำสัตว์เลี้ยงมารับบริการ จำนวนไม่

น้อยกว่า 300 ราย โดยในวันนี้มีเป้าหมายการดำเนินการผ่าตัดทำหมัน 50 ตัว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สุนัขและแมวจำนวน 100 ตัว และให้บริการในพื้นที่อื่นๆ ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568

โครงการดังกล่าวนี้จะเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค และลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะส่งผลให้ไม่พบผู้เสียชีวิต ด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ทั้งยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชนเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมลดปัญหาการนำสุนัขและแมวไปปล่อยในที่สาธารณะ จนกลายเป็นสุนัขและแมวจรจัด

ภายในงานได้จัดให้มีนิทรรศการการดำเนินงานของหน่วยงาน และภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กิจกรรมประกอบด้วย
1.การผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว
2.ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์
3.การรักษาพยาบาลสัตว์ การให้ความรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าและกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของเทศบาลเมืองชุมพร โดยนายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ได้มอบหมายให้งานสัตวแพทย์ ฝ่ายบริการสาธารณสุข กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ในสุนัขและ

แมว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคพิษสุนัขบ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย ในพื้นที่ชุมชนทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ ให้ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 80 เพื่อเป็นการป้องกันโรคในพื้นที่ โดยการออกสำรวจและขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวในพื้นที่เทศบาลเมืองชุมพร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ใหญ่บ้านแจกฟรีหมวกกันน๊อคให้กับลูกบ้าน รณรงค์การขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย100เปอร์เซ็นต์”.

แชร์เนื้อหานี้

สุโขทัย ผู้ใหญ่บ้านแจกฟรีหมวกกันน๊อคให้กับลูกบ้าน รณรงค์การขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยเพื่อลดอุบัติเหตุจราจรทางบก สนับสนุนการสวมหมวกนิรภัย100เปอร์เซ็นต์

6 ก.ค.2568 ที่ศาลาประชาคมหมู่ที่ 9 บ้านคุกเหนือ นายธนกฤต ท้าวบุญยืน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เป็นประธานในพิธีมอบหมวกนิรภัยให้กับราษฎรที่เข้าร่วมประชุม การแจกหมวกกันน็อคให้กับราษฎรนี้เป็น”โครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100%”

ของชุมชน จุดประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนได้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่มีวินัยจราจรโดยการสวมหมวกนิรภัยไม่ขับขี่ย้อนศรไม่ครับคีย์ด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเป็นสังคมต้นแบบในการปฏิบัติตามกฎจราจรสวมหมวกนิรภัย 100% รู้รับผิดชอบต่อสังคมเป็นการป้องกันการสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุ

นายธนกฤต ท้าวบุญยืน กล่าวว่าตามที่อำเภอศรีสัชนาลัยมีการขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ)โดยมีคณะกรรมการ คณะทำงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อกำหนดประเด็น และร่วมจัดทำแผนงานขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ของอำเภอศรีสัชนาลัย

โดยยึดพื้นที่เป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทุกภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ผมจึงจัดประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านปรึกษาหารือในการสนองนโยบายของหน่วยงานราชการประกอบกับพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 122 ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือโดยสาร

หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และหากผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัย คนขับจะถูกปรับเพิ่มเป็น 2 เท่า เริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชนผมและคณะกรรมการหมู่บ้านได้อนุมัติเงินจัดซื้อหมวกกันน๊อคสนับสนุน”โครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100%” ของชุมชน นายธนกฤต ท้าวบุญยืน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 บ้านคุกเหนือ ต.สารจิตร

รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมการหมู่บ้านได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหมวกกันน็อคและเป็นการสนับสนุนการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนและการสูญเสียจากอุบัติเหตุของพี่น้องในชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้านทุกคนให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพของคนในชุมชนอยากให้ทุกครอบครัวมีการกินอยู่ที่ดีชีวีปลอดภัยจากอุบัติเหตุ
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร กอ” การเงินร่ำรวย อำนวยโชคลาภ ” บรรยากาศเป็นด้วยความคึกคัก ยอดประมูลรวมทะลุ 10 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี เปิดประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร กอ” การเงินร่ำรวย อำนวยโชคลาภ ” บรรยากาศเป็นด้วยความคึกคัก ยอดประมูลรวมทะลุ 10 ล้านบาท โดยรายได้จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ที่ โรงแรมโอทู อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดประมูลทะเบียนรถเลขสวยจังหวัดลพบุรี ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หมวดอักษร กอ

ครั้งที่ 15 “การเงินร่ำรวย อำนวยโชคลาภ” (301 หมายเลข) และเลขเสริม หมวดอักษร กพ กม กย กล กว (12 หมายเลข) โดยมี นางสาวอารีย์ ธัญญเจริญ ขนส่งจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้เข้าร่วมการประมูล เข้าร่วมภายในงานเป็นจำนวนมาก

สำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี ได้มีการนำหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน (รย.1) หมวดอักษร กอ มีความหมายที่ดีคือ ” การเงินร่ำรวย อำนวยโชคลาภ ” จำนวน 301 หมายเลข โดยมีตัวเดียว 1 ถึง 9 , เลขเบิ้ล, เลขตอง, เลข 4 ตัวเหมือนกัน, เลขเรียง โดยในป้ายมีกราฟฟิกเป็นภาพ

ประตูพระนารายณ์นิเวศน์ พระปรางค์สามยอด เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทุ่งดอกทานตะวัน และลิงลพบุรี ซึ่งจะรวมโบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี รวมถึงอัตลักษณ์ที่สำคัญของความเป็นจังหวัดลพบุรีอยู่ภายในป้าย มีการจัดวางตำแหน่งอย่างสวยงาม

สำหรับการประมูลเลขทะเบียนรถสวย ในวันนี้เปิดให้ประมูลได้ 2 ช่องทาง คือ ผ่านระบบออนไลน์ อินเตอร์เน็ต และ ประมูลด้วยวาจาควบคู่กันซึ่งการประมูลใน

ครั้งถือว่าคึกคัก ซึ่งเลขมงคลแต่ละเลขสู้กันอย่างดุเดือดอาทิ เลขทะเบียน กอ 9999 ลพบุรี จบการประมูลที่ 800,000 บาท และ เลขทะเบียน กอ 8888 ลพบุรีจบการประมูลที่ 315,000 บาท สรุปยอดรวมการประมูลในครั้งนี้ 10,271,937 บาท

ซึ่งรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวยจะนำเข้า “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน” (กปถ.) เพื่อนำไปสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและให้ความช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการ

ประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนเป็นเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการฯ ดังนั้น ผู้ที่ประมูลทะเบียนรถเลขสวย นอกจากจะมีโอกาสได้ครอบครองหมายเลขทะเบียนรถที่ตนเองชื่นชอบแล้วยังมีโอกาสได้ร่วมทำบุญกุศลและสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวมอีกทาง หนึ่งด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
/ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.ธน บุญเกิด บรรยายเกษตรทฤษฎี ใหม่ไม่ใช้ สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพืชและเกษตรกร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น.ถึง 16.30 น. ดร.ธน บุญเกิด บรรยายพิเศษ ณ เพื่อนใจรีสอร์ทจังหวัดชุมพร

หัวข้อการสังเคราะห์แสงของพืชทำทุเรียนไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกันรักษาวัยท็อปเทอร่าป้องกันรักษาใบร่วงยางตายนึ่งป้องกันรักษาเห็ดปาล์มน้ำมันปาล์มทะลายดกป้องกันรักษามะพร้าวและพืชทุกชนิด

เกษตรทฤษฎีใหม่โดยใช้ยิปซัมผลิตจากแร่ธรรมชาติสามชนิดปลอดสาร 100% ยิปซัม ดีที 1 Dr.Thon มีคุณสมบัติ มีแคลเซียมออกซิเจน

กำมะถันช่วยสร้างคลอโรฟิลล์ ช่วยสร้างจุลินทรีย์ ดินและอินทรียวัตถุ ทำให้รากพืชแข็งแรง เร่งการแตก

ยอดของพืช ออกดอกง่าย ติดดอกไว ผลโต ขั้วเหนียว ได้น้ำหนัก บำรุงราก หัว ต้น ใบ ดอก ผล เนื้อหนา รสชาติดี และป้องกันเชื้อราราก

เน่าโคนเน่าไฟท็อปเทอร่า และ ไวรัส พร้อมยังต่อสู้แมลงสตูพืชรบกวน เก็บผลผลิตได้นาน วันนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมรับฟัง เกษตรทฤษฎี ใหม่ จำนวนมาก

ดร.ธน บุญเกิดกล่าว่า ในตอนนี้ผมก็ได้มาสอน แนะนำให้ เกษตรกร คือไม่ให้ใช้ปุ๋ยเคมีไม่ต้องฉีดพ่นทางใบในปัจจุบันนี้เกษตรกรจะเข้าใจผิด

ว่าปุ๋ย NPK เป็นอาหารของพืชจริงๆแล้วมันไม่ใช่ในธรรมชาติของพืชจะใช้ใบสังเคราะห์แสงเป็นสารอาหารเราถูกสอนมาห้า 60 ปีแล้วว่าปุ๋ย NPK ที่ใส่สูตรเสมอ มันเป็นอาหารพืชซึ่งเราใส่ใน

ระยะนานนานจะทำให้ทุเรียนป่วยแล้วก็ตายผมก็เลยคิดค้น ยิปซัม เพื่อช่วยให้ต้นทุเรียนหายป่วยโดยจดสิทธิบัตร ยิปซัมเพื่อช่วย การเกษตรแล้วก็ยับยั้งไม่ให้พืชป่วยในวันนี้ได้มาที่จังหวัดชุมพรเป็นบ้านเกิดของ

ผมอยากมาช่วยแนะนำแล้วก็บอกวิธีการปลูกต้นทุเรียนโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงอย่างไร เพระสิ่งเหล่านี้มีแต่โทษไม่มีประโยชนในระยะยาว จึงอย่างให้เกษตรกรรู้เท่าทันผลร้ายของปุ๋ยเคมี

หลังจากจบบรรยาย ผู้ลงทะเบียน เข้ารับฟังก็ได้รับ ยิปซัมเพื่อการเกษตร Dr.Thon เป็นนวัตกรรม ใหม่ เพื่อพี่น้องเกษตร ไปใช้เพื่อให้พืชสังเคราะห์แสง และช่วยการสร้างอาหารของพืช ฟรี 25 กม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับคาราวาน “แวะ ชิม ช้อป ชม” ชมแหล่งท่องเที่ยวตามลำน้ำโขง สัมผัสวัฒนธรรม ดูวิถีชีวิต ชุมชนริมโขงตลอดเส้นทาง 5 จังหวัดริมโขง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ ดารานาคี (กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ) ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

นายธนิต รามัญวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ นายอนุชิต บุญชม ผอ.สวท.บึงกาฬ ผู้แทนพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ผู้บริหารเทศบาลตำบลหอคำ นายสหรัถ พิศาลเศรษฐพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ และสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ ให้การต้อนรับ

โครงการคาราวานรถยนต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเส้นทาง “แวะ ชิม ช็อป ชม” แหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมชุมชนในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) และประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและระดับอาเซียน

กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม 2568 บนเส้นทางเชื่อมโยง 5 จังหวัดริมโขง ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งจากต้นทุนธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเขตลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เกิดราย

ได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี เพื่อยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในเขตลุ่มแม่น้ำโขงให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงกับแนวคิด Soft Power ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ไทย จีน เวียดนาม และ สปป.ลาว เครือข่ายชุมชนท่องเที่ยว จากพื้นที่ 5 จังหวัดในเขตลุ่มแม่น้ำโขง ร่วมเดินทางกับคณะคาราวานในครั้งนี้

สำหรับ “ดารานาคี” สินค้าผ้าคุณภาพดีที่บึงกาฬ ผ้าหมักโคลนแม่น้ำโขง ย้อมสีจากเปลือกไม้ “กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ” ตั้งอยู่เลขที่ เลขที่ 91 หมู่ที่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ มีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเป็นงานผ้าขาวม้าทอมือที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ที่มีในชุมชน แล้วนำไปหมักโคลนแม่น้ำโขงช่วยทำให้ผ้านุ่ม สีเข้มสวย มีความทนทาน กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ

มีแม่สมพรทำหน้าที่ประธานกลุ่ม มีสมาชิกประจำจำนวน 35 คน กับสมาชิกเครือข่ายอีกเป็นจำนวนมากทั่วบึงกาฬ ถ้านับจำนวนทั้งหมดประมาณ 70 กว่ากี่ กลุ่มนี้รวบรวมสาวโรงงานตัดเย็บผ้าที่มีประสบการณ์มายาวนานในโรงงานใหญ่หลายแห่งมาร่วมงานเพื่อต้องการยกระดับการตัดเย็บผ้าให้เป็นมืออาชีพได้มาตรฐาน จนได้รับรางวัลด้านการออกแบบจากกรมพัฒนาชุมชน อีกทั้งยังได้รับมาตรฐาน 5 ดาวทางด้านคุณภาพเนื้อผ้าประจำจังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าประจวบฯ ร่วมคัดเลือก ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลนาหูกวาง

แชร์เนื้อหานี้

ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการคัดสรรพัฒนาชุมชนดีเด่นพร้อมด้วย นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์

พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะกรรมการฯ จากส่วนราชการ ได้แก่ ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ท้องถิ่นจังหวัด, ผู้แทนเกษตรจังหวัด และคณะทำงานจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง

โดยมี นายสิทธิชัย คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก นายสายชล ชนะภัย น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ รองนายกอบต.นาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อม เกษตรอำเภอ

ประมงอำเภอ สาธารสุขอำเภอ สัสดีอำเภอ และภาคีเครือข่ายการพัฒนาทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนตำบลนาหูกวาง ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

การนำเสนอผลงานวันนี้ พระครูวินัยธรเสรี อตฺตสาโร เจ้าคณะตำบลอ่างทอง เขต 2 เจ้าอาวาสวัดเขาบ้านกลาง ร่วมรับฟัง นับเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้นำเสนอ ซึ่งอำเภอทับสะแก มีกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น รวม 5 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

1. ตำบลนาหูกวาง ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองกลางดง หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง
3. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตน้ำมันมะพร้าวบ้านประดู่ลาย
4. นายไพรัช ทองมาก ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ​(ผู้นำ อช.) ชาย
5. นางสาวน้ำฝน คีรีศรี ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ​(ผู้นำ อช.) หญิง

ภายในบริเวณงานมีการจัดนิทรรศการ ซึ่งมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทินิทรรศการจากสำนักงานเกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

พร้อมชมการจัดนิทรรศการแหล่งท่องเที่ยวหาดแหลมกุ่ม ป่าสนเหมืองแร่ การจัดการขยะ การฝึกอาชีพ การทำกระถางปลูกผักใช้น้ำน้อย การทำหมวกเจล การทำไม้กวาด การทำผ้ามัดย้อม และการแสดง ผลิตภัณฑ์ ด้านการ เกษตรจากชาวบ้านเป็นต้น

/////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นร.รร.ศรีสวัสดิ์วิทยาคารน่าน ได้รับรางวัลเหรียญทอง Gold Award ทั้ง 2 ทีม / สามสโมสรโรตารีน่าน ร่วมจัดพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหาร ประจำปี 2568–2569

แชร์เนื้อหานี้

โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่านขอแสดงความยินดีกับครูและนักเรียน ที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง Gold Award ทั้ง 2 ทีม จากการนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ ในการประชุมวิชาการระดับโลก The 20th Asian Chemical Congress (ACC20) หรือ ASIACHEM2525

วันที่ 23 – 27 มิถุนายน 2568 ที่ Bangkok Thailand จัดโดยสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ และ The Federation of Asian Chemical Societies (FACS)

ทีมที่ 1 Science Project: Cleaning silver jewelry from everyday Items using the principles of electrochemistry
นักเรียนที่นำเสนอผลงาน คือ

  1. นายชัชชัย กันทะวงค์ ม.6/10
  2. นางสาวราชิดา สุขภิรมย์ ม.6/10
  3. นางสาวณัฐวลัณช์ สารเถื่อนแก้ว ม.6/9
  4. นางสาวธวัลรัตน์ อุตมีมั่ง ม.4/10
    ครูที่ปรึกษา นางรัตนาพรรณ อุตมีมั่ง

ทีมที่ 2 Science Project: Production of rayon fibers from used cotton wool and tissue, compared with cellulose fibers from cotton using a small-scale chemical technique นักเรียนที่นำเสนอผลงาน คือ

  1. นางสาววรดา กุศล ม.6/9
  2. นางสาวจอมสุรางค์ ธีรภาพวิเศษพงษ์ ม.6/10
  3. นางสาวชวัลญา เปี่ยมอริยธน ม.6/10
  4. นางสาวธวัลรัตน์ อุตมีมั่ง ม.4/10
    ครูที่ปรึกษา นางรัตนาพรรณ อุตมีมั่ง

ขอขอบคุณ คณะครู ผู้ปกครองนักเรียนและโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่านที่ให้การสนับสนุนในการนำเสนอโครงงานครั้งนี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่าน สามสโมสรโรตารีในจังหวัดน่าน ร่วมจัดพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหาร ประจำปี 2568–2569

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สโมสรโรตารีจังหวัดน่าน ประกอบด้วย 3 สโมสร ได้แก่ สโมสรโรตารีน่าน สโมสรโรตารีปัว และสโมสรโรตารีเวียงสา

ได้ร่วมกันจัดงานพิธี สถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีจังหวัดน่าน ประจำปี 2568–2569 อย่างยิ่งใหญ่

งานพิธีในครั้งนี้จัดขึ้นตามธรรมเนียมปฏิบัติของโรตารี เพื่อเป็นการส่งมอบตำแหน่งนายกสโมสรและคณะกรรมการบริหารจากชุดเดิมไปยังคณะกรรมการ

ชุดใหม่ ซึ่งจะรับหน้าที่ดำเนินกิจกรรมด้านจิตอาสาและบำเพ็ญประโยชน์ในชุมชนต่อไป

ในโอกาสอันสำคัญนี้ ได้รับเกียรติจาก นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีและกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ พร้อมทั้งสมาชิก

โรตารีจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของสโมสรโรตารีน่าน

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยมิตรภาพ โดยมีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกโรตารีจากหลากหลายพื้นที่ ตอกย้ำ

เจตนารมณ์ของโรตารีในการ “บำเพ็ญประโยชน์เหนือความมุ่งหมายส่วนตน
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมโภชและบวงสรวง ศาลหลักเมืองจังหวัดชุมพร สืบสานประเพณี เสริมขวัญกำลังใจประชาชน

แชร์เนื้อหานี้


ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514
วันนี้ (27 มิ.ย.68) เวลา 09.30 น. นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและสมโภชศาลหลักเมืองจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร

ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร โดยมี ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดชุมพร เข้าร่วมประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา และพิธีทางศาสนาพราหมณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวชุมพร ณ บริเวณศาลหลักเมืองชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

สำหรับศาลหลักเมืองจังหวัดชุมพร ตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร เป็นอาคารทรงปราสาท หลังคาจัตุรมุข ยอดปรางค์ ภายในประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งทำจากไม้ราชพฤกษ์อายุกว่า 100 ปี ที่ขึ้นอยู่บริเวณวัดถ้ำรับร่อ อำเภอท่าแซะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองชุมพรในอดีต ทั้งนี้ เสาหลักเมืองชุมพรได้ประกอบพิธีตัดไม้เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2535

และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จฯ วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2535 อีกทั้งได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสรงน้ำ ทรงเจิม และทรงบรรจุแผ่นยันต์ยอดเสา ก่อนที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดศาลหลักเมืองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2535

โดยภายในงานมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาและพิธีพราหมณ์ รับชมชุดการแสดงรำบวงสรวง ศาลหลักเมืองชุมพร โดยกลุ่มพัฒนาสตรีเทศบาลเมืองชุมพร ชมการบรรเลงเพลงดนตรีไทย“วงอังศุสิงห์” จากนักเรียนโรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา

เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่จังหวัดและประชาชนชาวชุมพร ศาลหลักเมืองชุมพรถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน อีกทั้งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงของบ้านเมือง ซึ่งการจัดพิธีในครั้งนี้ สะท้อนถึงความศรัทธาและการแสดงความกตัญญูต่อแผ่นดิน อีกทั้งเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น อันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวชุมพรตลอดมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568 วันเข้าพรรษาเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ณ มณฑลพิธีข่วงเมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (27 มิ.ย.2568) เวลา 8.30 น. ณ ข่วงเมืองน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีดังกล่าว โดยมีพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่านเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ด้านนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568

พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองน่าน นายวิสุทธิ์ ไชยวงศ์ ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน นายชลิน วิชาญ ประธานชมรมประธานกรรมการชุมชนและผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน พุทธศาสนิกชน ชุมชน นักท่องเที่ยว ตลอดจนคณะครูและนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองน่านร่วมพิธี

ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ได้กำหนดจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม 2568 ณ มณฑลพิธีข่วงเมืองน่าน และวัดต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองน่าน โดยกำหนดให้มีการประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษา ในวันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 8.30 น.เป็นต้นไป ณ ข่วงเมืองน่าน จากนั้นเทศบาลเมืองน่านจัดสถานที่อำนวยความสะดวกให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568

ณ ข่วงเมืองน่าน พุทธศาสนิกชนร่วมบูชาแผ่นเทียนและเครื่องอัฐบริขารตามจิตศรัทธา และกำหนดการถวายเทียนพรรษาไปยังวัดต่าง ๆ จำนวน 26 วัด ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2568 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้ทำบุญร่วมกัน มีส่วนร่วมสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดี

งามของท้องถิ่นให้คงอยู่ถาวรสืบไป รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านอานิสงค์ของการหล่อเทียนและถวายเทียนพรรษาเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งปัญญา เจริญด้วยสติ ปัญญา อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ทุกประการ เทอญ

งานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ
สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองน่าน โทร 0 54710 234 ต่อ 119
facebook เทศบาลเมืองน่าน www.nancity.go.th/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชุม” ผลักดันการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นการต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบสร้างวัฒนธรรมจังหวัดแพร่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ห้องประชุม จดหมายเหตุ ศาลากลางจังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานการ ประชุมคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบ จังหวัดแพร่ โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จังหวัดแพร่ จัดขึ้น เพื่อรายงานผลการขับเคลื่อนแผน ปฏิบัติกาฯ และผลการดำเนินงานโครงการเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐประจำปี 2568

น ายศรัณ อภิสิทธิเวช ผูู้อำนวยการสำนักงางานป.ป.ช.แพร่ รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานในปี 2568 จังหวัดแพร่มีเรื่องกล่าวหาร้องเรียน 52 เรื่อง ร้องเรียน
หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค 27 เรื่อง องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น 21 เรื่อง สถานศึกษา 3 เรื่อง และโรงพยาบาล 1 เรื่อง ซึ่งข้อกล่าวหาทีถูกต้องเรียนมากสุดคือ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจ ในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบหรือสุจริต 36 เรื่อง การจัดซื้อจัดจ้าง 10 เรื่อง ร่ำรวยผิดปกติ 3 เรื่อง การ ขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วน รวม 2 เรื่อง และเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ 1 เรื่อง

“ในปี 2567 ผลการประเมินคะแนนความโปร่งใสและการทุจริตในภาพรวมของทั้งประเทศ โดยองค์กรระหว่างประเทศที่น่าเชื่อถือ พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนต่ำสุดในรอบ 10 ปี แสดงให้เห็นว่า ในสายตาของต่างชาติมองประเทศไทยเรื่องการทุจริตในด้านลบค่อนข้างมากได้คะแนน 34 คะแนน อยู่ในอันดับ 107 จาก 180 ประเทศ”

ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ปัจจุบันมีหน่วยงานภาคประชาชน ตั้งองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบการทำงานของนักการเมือง และส่วนราชการ
จำนวนมาก ดังนั้น ขอให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดแพร่ได้
ยึดมั่น ทำงานในอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ด้วยความ
ชื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสและเป็นธรรม สร้างวัฒนธรรมค่า
นิยมสุจริต มีทัศนคติและพฤติกรรมในการต่อต้านการ
ทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อน
ระดับจังหวัดให้บรรลุเป้าหมายต่อไป

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พัทยาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มความสมดุลทางธรรมชาติชายหาดจอมเทียน ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มิ.ย.68 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ร่วมกับกรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง และกลุ่มประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน โดยมี นายปรีชา ค้าขาย ที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา ดร.พิทยา ภิรมย์อ้น ผู้ช่วยเลขานุการ

นายกเมืองพัทยา นายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น รองประธานสภาเมืองพัทยา พร้อมสมาชิกสภาเมืองพัทยา และผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน ประธานชุมชนชัยพฤกษ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรม ที่บริเวณกลุ่มประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง และกลุ่มประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียน จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์อนุบาลสัตว์น้ำ ประกอบด้วยกุ้งแชบ๊วย จำนวน 100,000 ตัว และหอย

หวาน จำนวน 1,000 ตัว เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอยหวานนั้นเพาะพันธุ์ได้ยากกว่าสัตว์น้ำอื่นๆ เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างที่ต้องควบคุม เช่น คุณภาพน้ำทะเล ความสะอาดของน้ำ ซึ่งคุณภาพน้ำทะเลที่มีความเค็มไม่คงที่ และการเกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบูมอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและอัตราการรอดของหอย 

ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จะร่วมกันนั่งเรือเล็กของกลุ่มประมงพื้นบ้านหาดจอมเทียนนำไปปล่อยที่แนวปะการังกลางทะเล ทั้งนี้เมืองพัทยานอกจากจะมีการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีเรื่องของอาหารซีฟู้ดด้วย ดังนั้นเรื่องของการอนุบาลสัตว์น้ำก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตระหนัก เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำให้มีปริมาณมากขึ้น และรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท. จัดยิ่งใหญ่ “คาราวานตามรอยตำนานพิชิต 17 จ.ภาคเหนือ” นำขบวนผู้ประกอบการ-สื่อมวลชนจีน/ไทย เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

ททท. จัดยิ่งใหญ่ “คาราวานตามรอยตำนานพิชิต 17 จังหวัดภาคเหนือ” นำขบวนผู้ประกอบการ-สื่อมวลชนจีน/ไทย เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือทางรถยนต์ โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวภาคเหนือผ่านตำนานและ Grand Moment เมืองหลัก – เมืองน่าเที่ยว 17 จังหวัด มุ่งสู่การกระตุ้นเป้านักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 26.5 ล้านคน-ครั้ง ดันรายได้ท่องเที่ยวโตไม่ต่ำกว่า 1.74 ล้านบาท
วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ ร้านอาหารเคียงน้ำ จังหวัดตาก

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ต้อนรับคณะคาราวานตามรอยตำนานพิชิต 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมี ททท.สำนักงานตาก ผู้แทนภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตากร่วมต้อนรับ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตากกล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มาต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวทุกท่านอย่างเป็นทางการจังหวัดตากเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทั้งทางด้านภูมิประเทศ วัฒนธรรมประเพณี และแหล่ง

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรีและความอบอุ่นจากคนในท้องถิ่น ทุกท่านจะได้เห็นศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดตากในการต้อนรับนักท่องเที่ยวบนมาตรฐานความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกระผมเชื่อมั่นว่าหลังจากที่ท่านได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดแล้วจักช่วยทำให้ท่านสามารถประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวและแบ่งปันความสุข บอกเล่าประสบการณ์ที่มีคุณค่าของจังหวัดตากต่อไปได้ สุขทันทีที่เที่ยวตาก

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน จัดกิจกรรม “คาราวานตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ” ระหว่างวันที่ 10-26 มิถุนายน 2568 โดยในครั้งนี้ ททท. ได้นำคณะคาราวานฯ จำนวน 150 คน พร้อมด้วยรถยนต์จำนวน 35 คัน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าสู่ประเทศไทย ณ ด่านพรมแดนเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อเดินทางสัมผัสประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่น่าประทับใจในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

กิจกรรมคาราวานในครั้งนี้ ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่น่าจดจำและแตกต่างออกไปจากเดิม ผ่านการบอกเล่าเรื่องราว (story telling) 17 ตำนานอันน่าประทับใจ ในเส้นทางท่องเที่ยว 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ตำนานพระแก้วมรกต จังหวัดเชียงราย ตำนานไทลื้อ จังหวัดพะเยา ตำนานกระซิบรัก

ปู่ม่าน ย่าม่าน จังหวัดน่าน ตำนานบ้านเก่า เมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ตำนานเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำนานพระอจนะพูดได้ จังหวัดสุโขทัย ตำนานเมืองสองแคว จังหวัดพิษณุโลก ตำนานเมืองชาละวัน จังหวัดพิจิตร ตำนานเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตำนานปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ตำนานแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ตำนานชั่วฟ้าดินสลาย จังหวัดกำแพงเพชร ตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดตาก ตำนานเขลางค์นคร จังหวัดลำปาง ตำนานพระนางจามเทวี จังหวัดลำพูน ตำนานสมเด็จพระสุพรรณกัลยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน และตำนานเจ้าดารารัศมี จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ภูมิภาคภาคเหนือยังได้นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทาง Grand Momentที่มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำและมีความหมายสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก แหล่งท่องเที่ยวชุมชน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ความหลากหลายของอาหารพื้นเมือง สินค้าหัตถกรรมฝีมือประณีตรวมทั้งไมตรีจิตอันอบอุ่นของผู้คนในภาคเหนือ

นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก กล่าวว่าคาราวานตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าพื้นที่จังหวัดตากใน วันที่ 22-23 มิถุนายน 2568 โดยจังหวัดตากนำเสนอตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วัดดอยข่อยเขาแก้ว) ในงานเลี้ยง ททท.สำนักงานตากได้นำสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวมาเสนอขาย เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ รวมไปถึงเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของจังหวัดตากให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างซึ่งถือได้ว่าเป็นการเพิ่มวันพักค้างและกระจายรายได้สู่จังหวัดตากต่อไป

เที่ยวตากหน้าฝน #TATTAK #คาราวานตามรอยตำนาน17จังหวัดภาคเหนือGoNorthThailand #amazingthailand/ข่าวชวลิต วิกุล ชัยกิจ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ เปิดงานมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา”ดัน Soft power 21-22 มิถุนายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 เวลา 17.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดใหญ่ท่าเสา ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและ

มวยท่าเสาพร้อมด้วยนางสายสมร ทองกองทุน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารสถานศึกษาและสื่อมวลชน ร่วมพิธี

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การจัดงานพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณและ

วีรกรรมที่กล้าหาญของพระยาพิชัยดาบหัก รวมทั้งเพื่อสืบสาน รักษา และพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาด้านมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนคนอุตรดิตถ์

โดยภายในงานประกอบด้วย พิธีบวงสรวง พิธีรำไหว้ครู และการจัดนิทรรศการมวย การออกบูธของค่ายมวยเพื่อเรียนรู้และฝึกทักษะ เทคนิค จากค่ายมวยสายท่าเสาและพระยาพิชัยดาบหัก การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรี การชกมวย และการชม ชิม ช้อป

อาหารพื้นถิ่น สินค้าทางวัฒนธรรม ของดี ของเด่น ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2568 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรม

ส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นฝ่ายเลขานุการจัดงาน

จึงขอเชิญชวน นักท่องเที่ยว ผู้สนใจ หรือประชาชนทั่วไป มาเที่ยวงานมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา ระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2568 ณ วัดใหญ่ท่าเสา ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ มาตื่นตา ตื่นใจ

เรียนรู้มวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา และยังอิ่มกายกับอาหารพื้นถิ่นของดีจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อน Soft Power มวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา ของจังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกันต่อไป

ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 จัดกิจกรรมจิตอาสาประกอบเลี้ยงอาหารและขนมให้กับเด็กนักเรียนและบุคลากร รร.สอนคนตาบอดภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

20 มิถุนายน 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5 นำคณะข้าราชการตำรวจจิตอาสา ประกอบด้วย พ.ต.อ.ฐาปนพงษ์ ชัยรังษี รอง ผบก.อก.ภ.5 , พ.ต.อ.หญิงสุธิดา สมิทธิไกร ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ภ.5 และข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.อก.ภ.5 จำนวน 20 นาย

พร้อมด้วยภาคเอกชน ประกอบด้วย คุณภัทรวัลย์​ อวดตัว​, คุณจินดารัตน์ นันตัง ,คุณอารีย์ ศรีวิชัย และ มูลนิธิสายใยความหวัง โดยคุณนาธาน อึนบิน คิม, คุณโจอัน คิยงฮวา ลี, คุณโจแช คิม ได้ร่วมกันกิจกรรมจิตอาสาประกอบเลี้ยงอาหารและขนมให้กับเด็กนักเรียนและบุคลากร รร.สอนคนตาบอดภาคเหนือ เพื่อเทิดพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

โดยมี คุณสุวิทย์ สุทาลา
ผอ.โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ และบุคลากรในสังกัดร่วมให้การต้อนรับและร่วมจัดทำขนม Frence Toast เสิร์ฟพร้อมผลไม้ นม ไอศกรีม ยาคูลย์ และขนมขบเคี้ยว ให้กับเด็กนักเรียน รวมจำนวน 50 คน และมอบสลัดผักสด ให้กับบุคลากรของโรงเรียน จำนวน 60 กล่อง โดยการประกอบการจัดทำขนมเมนูดังกล่าว เป็นการต่อยอดของโครงการส่งเสริมการฝึกอาชีพของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภาค 5

ซึ่งข้าราชการตำรวจและครอบครัว ตลอดจนสมาชิกและประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ทุกวันพุธของทุกสัปดาห์ เวลา 11.30 – 13.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ ห้องชมรม English Corner@Police 5 ทั้งนี้การจัดกิจกรรมจิตอาสาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อเทิดพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568////

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมชาวอีสานพัทยา จัดงาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” สร้างความกลมเกลียวพี่น้องที่ราบสูง

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 21 มิ.ย.68 สมาคมชาวอีสานพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดปัจจุบัน ได้จัดงาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” ที่ลานปิติ THE BAY ชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ด้วยสมาคมชาวอีสานพัทยา ซึ่งเป็นสมาคมที่ดำเนินกิจกรรมทางด้านการกุศลและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาโดยตลอด ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนอีสานที่มาประกอบกิจการหรือมาทำงานในเขตเมืองพัทยาและสมาชิกทั่วไป

กิจกรรมดังกล่าวจึงเกิดความร่วมมือกันจัดขึ้นเพื่อเป็นการ เปิดโอกาสให้สมาชิก คณะกรรมการ ที่ปรึกษา และแขกผู้มีเกียรติ ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ ภายใต้ชื่องาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” ขึ้น โดยพบว่าบรรยากาศของกิจกรรมเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนาน

ช่างสักกว่า 27 ประเทศ เตรียมกระหึ่มร่วมงานประกวดรอยสักนานาชาติ “TATTOO AMAZING FEST PATTAYA 2025”

มีรายงานว่า นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรมศวร์ งามพิเชษฐ์  นายกเมืองพัทยา, นางสาวสุนิสา ลี ผู้จัดงานฯ, พล.ต.ต.เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล​ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนภาคกลางและภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) TCEB และ นายนิติกร นิลศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้า รอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา ร่วมแถลงข่าว “International Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025“ ครั้งที่ 2  ภายใต้แนวคิดใหม่ "THE RISE OF EASTERN"  โดยมี กลุ่มช่างสักลายในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งที่บริเวณลานน้ำพุ ชั้น G ศูนย์การค้า รอยัลการ์เด้น พลาซ่า พัทยา จ.ชลบุรี  เมืองพัทยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้นพลาช่า พัทยา และ กลุ่มช่างสักลายในพื้นที่เมืองพัทยา เตรียม จัดงานประกวดรอยสัก Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025 ภายใต้แนวคิดใหม่ "THE RISE OF EASTERN" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่น พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองพัทยาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง อีกทั้งเพื่อเป็นเวทีสำคัญในการผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีนานาชาติ และเป็นการพัฒนาทักษะการ สักลาย ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งการจัดงานประกวดรอยสัก “International Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025“ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิดใหม่ “THE RISE OF EASTERN” ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การค้า รอยัลการ์เด้น พลาซ่า พัทยา จะเป็นการรวบรวมช่างสักที่มีฝีมือระดับนานาชาติ มากกว่า 27 ประเทศ ซึ่งภายในงานจะ มีกิจกรรมประกอบด้วย การประกวดรอยสัก การออกบูธกิจกรรม การแลกเปลี่ยนเทคนิคความรู้เกี่ยวกับรอยสัก นับว่าเป็นการสร้างกระแสของกลุ่ม Tattoo ต่อไป

มวลมิตรร่วมงานสุขสันต์วันคล้ายวันเกิด “ลิซ่า” นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา อบอุ่นและครื้นเครง

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้จัดเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 50 ปีบริบูรณ์ ที่ร้านกาฬเวลา ถนนเฉลิมพระเกียรติ พัทยาสายสาม

โดยภายในงานมีแขกเหรื่อยร่วมแสดงความยินดีและอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของคุณลิซ่ากันอย่างคับคั่ง ทั้งตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน นักธุรกิจ นักการเมือง ตลอดจนข้าราชการ และมิตรสหาย เข้าร่วมสังสรรค์กันอย่างอบอุ่นและครื้นเครง

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ถือเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ทำงานอย่างหนักเพื่อปากเสียงของพี่น้องธุรกิจท่องเที่ยว มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการแสดงจุดยืนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองพัทยามาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นคนใจบุญที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคมบ่อยครั้งจนเป็นที่รู้จักอย่างดีในเมืองพัทยา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงานมหัศจรรย์ทุเรียนเมืองพระยาพิชัย ระหว่างวันที่ 20-22 มิ.ย นี้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจิรญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานมหัศจรรย์ทุเรียนเมืองพระยาพิชัย

พร้อมด้วยนางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศสำนักงาน แพร่-อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานในครั้งนึ้

ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวว่า จากความพิเศษของทุเรียน GI หลง หลิน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งปัจจุบันสามารถปลูกได้หลายอำเภอมากขึ้นทั้ง อำเภอลับแล อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอท่าปลา

และอีกหลายพื้นที่ของจังหวัด สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปีละ 2 พันกว่าล้านบาทและผู้คนทุกภูมิภาคได้กล่าวถึงความอร่อยว่ารสชาติไม่เหมือนที่อื่น แม้จะนำไปปลูกภาคตะวันออก หรือภาคกลาง ความเป็นที่หนึ่ง

ของเนื้อและรสชาติ ยังเป็นของจังหวัดอุตรดิตถ์ดังนั้นเราต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และช่วยกันเปิดพื้นที่ ดังเช่นการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร รวมทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจ

เข้ามาสัมผัสบรรยากาศงาน มาชิม มาฟิน ทุเรียน หลง หลิน ของจังหวัดอุตรดิตถ์ และสินค้า อาหารผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย ในช่วงวันที่ 20 – 22 มิถุนายน 2568 นี้ โดยในวันนี้มีกิจกรรมนาทีทองลดราคาทุเรียนกิโลกรัมละ 50 บาท มีจำนวนจำกัด 100 กิโลกรัมเท่านั้นซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์ อุตรดิตถ์
.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มีดแรกของฤดูกาลตัดทุเรียนชุมพร ผู้ว่าฯ ชุมพร เปิดงานวันเก็บเกี่ยวทุเรียนคึกคัก กงสุลจีนร่วมยินดี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์ หมู่ที่ 1 อำเภอเมืองชุมพร ได้มีการจัด “งานวันเปิดฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด

งานนี้ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี นายคลองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร มาร่วมเป็นเกียรติในงาน และที่สำคัญคือได้รับเกียรติจาก นายวัง จื้อเจียง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ที่ได้เดินทางมาร่วมงานและพบปะกับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุเรียนชุมพรในตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะตลาดจีน การจัดงานในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดชุมพร พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคักอีกด้วย นายปรีชา เสนแก้ว ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ ในนามพี่น้องเกษตรกร ชาวบ้านควนจำปา ตำบลถ้ำสิงห์

มีความยินดีอย่างยิ่งที่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ท่านกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ท่านหัวหน้าส่วนราชการ และท่านผู้มีเกียรติ ที่ได้ให้เกียรติ มาเยี่ยมเยือนตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร ในวันนี้ครับ วันนี้เป็นวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ของ จังหวัดชุมพร ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญยิ่งต่อชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ของเรา

ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น ถือเป็นผลแห่งความอุตสาหะ ความขยันหมั่นเพียร
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ชาวสวนทุกท่าน ได้ดูแลการผลิตทุเรียนด้วยความเอาใจใส่ตั้งแต่การเตรียมดิน การใส่ปุ๋ย การรดน้ำ การป้องกันศัตรูพืช จนกระทั่งให้ผลผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด และถึงมือผู้บริโภค

ทุเรียนถ้ำสิงห์ของเราได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ รสชาติหวานหอม เนื้อเหลือง และส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่นี้ที่มีดินดี และสภาพอากาศเหมาะสม ผลผลิตของเราไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น แต่ยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ และสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย และความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งชาวสวน สถาบันเกษตรกร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และเอกชน ที่ได้ทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้เกิด

ห่วงโซ่มูลค่าของทุเรียนที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตำบลถ้ำสิงห์ และตำบลวังใหม่ได้รวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ทุเรียนขึ้น ในปี 2567 ในนาม แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ โดยมีกระผมเป็นประธานของกลุ่ม

ปัจจุบันมีสมาชิก 53 คน พื้นที่รวมกว่า 730 ไร่ โดยมีเป้าหมายมุ่งเน้นพัฒนาด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและการบริหารจัดการด้านการตลาดร่วมกัน สมาชิกมีการผลิตทุเรียนตามมาตรฐานเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทุเรียนทุกผล มีอายุการเก็บเกี่ยวที่ 120 วัน หลังดอกบาน ทำให้มั่นใจได้ว่า เป็นทุเรียนแก่จัด มีคุณภาพ หวาน มัน เหมาะแก่การบริโภค

นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร ยินดีและเป็นเกียรติ
อย่างยิ่ง ที่ท่านได้กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน วันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 จังหวัดชุมพรนับเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญของประเทศไทย มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของผลไม้ในเขตเมืองร้อน

เนื่องมาจากดินอุดมสมบูรณ์ และสภาพภูมิอากาศ เหมาะสมในการผลิตทุเรียน จึงทำให้ปัจจุบันจังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งผลิตไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งเกษตรกรมีประสบการณ์ในการผลิตทุเรียน และมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนจังหวัดชุมพรเป็นที่รู้จักในด้านรสชาติและคุณภาพ นอกจากนี้ จังหวัดชุมพรยังเป็น
แหล่งรวบรวมผลผลิตที่สำคัญสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศและในประเทศอีกด้วย


การผลิตทุเรียนของจังหวัดชุมพร มีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 มีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นจากการปลูกทดแทนพืชชนิดอื่น และจากความต้องการบริโภคทุเรียนของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ คือ สาธารณรัฐประชาชน

จีน ซึ่งนำเข้าทุเรียนผลสดจากประเทศไทยมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยปัจจุบันจังหวัดชุมพร มีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 334,576 ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตแล้ว 240,775 ไร่ และคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด 302,739 ตัน ซึ่งให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม และกระจายถึงเดือนธันวาคม ส่วนช่วงที่ผลผลิตออกมากคือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชุมพรมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท

เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการผลิต และประชาสัมพันธ์คุณภาพของผลผลิตทุเรียนจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นไม้ผล อัตลักษณ์ที่สำคัญ รวมถึงเป็นมาตรการในการควบคุมป้องกัน แก้ไขปัญหาการตัดทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด เพื่อให้ทุเรียนที่ออกจาก สวนเกษตรกร ได้คุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ได้รับประทานทุเรียนที่อร่อย และพึงพอใจต่อสินค้าทุเรียนของ จังหวัดชุมพร

จึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม การเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน (ตัดทุเรียนลูกแรก) การชิมทุเรียนและผลิตภัณฑ์จากทุเรียน นอกจากนี้ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนตำบลถ้ำสิงห์

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ จังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพที่สำคัญของภาคใต้และของประเทศไทย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนชุมพรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสชาติหวานมัน เนื้อละเอียด และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนมีการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทุเรียน มีกระบวนการส่งออกที่รักษาคุณภาพจนถึงผู้บริโภค และมีมาตรการป้องกันควบคุม ป้องกัน แก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ จนได้รับการยอมรับให้เป็นสินค้าเกษตรที่เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

จังหวัดชุมพรจึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดชุมพร ได้รับทราบถึงการเริ่มฤดูกาลทุเรียนของจังหวัดชุมพร และเป็นการสร้างมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ว่า จังหวัดชุมพรของเราผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ มีรสชาติหวานมัน กรอบอร่อย ท้ายที่สุดนี้ กระผมขอขอบคุณคณะผู้จัดทุกคน และขออวยพรให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สส. อนุชา สะสมทรัพย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

นครปฐม(กลุ่มชาวบ้าน) และผู้นำส่วนท้องถิ่น ได้เข้าเยี่ยมโรงพยาบาลนครชัยศรี เพื่อร่วมกันหารือในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบโรงพยาบาล พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาฯ

พร้อมกันนี้ กลุ่มคนรักอนุชา ทีมงานคุณหนิงชัยศรี และ สจ. บรรทูล สนน้อย ( สจ.จั้น) ได้ร่วมกันนำอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล ซึ่งมีจำนวนมาก

และขอขอบคุณโรงพยาบาลนครชัยศรี ที่อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม และขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนครับ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองประจวบฯ รณรงค์ให้คนไทยดื่มนมเพิ่มขึ้นในวันดื่มนมโลก 2568/ ตร.สันติบาลจัดโครงการ ปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.68 ที่ลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์บริโภคนมประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2568

เนื่องในวันดื่มนมโลก ( World Milk Day 2025) เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่าประโยชน์ของการบริโภคนมและมีการบริโภคมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทางด้านสุขภาพของประชาชน และช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมี นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ

นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดฯ พร้อมด้วย สหกรณ์โคนมภายในจังหวัดจำนวน 6 สหกรณ์ อาทิ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่จำกัด / สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คประจวบคีรีขันธ์ จำกัด /สหกรณ์โคนมกุยบุรี จำกัด/ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด /

สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์คบ้านเนินดินแดง จำกัด และสหกรณ์โคนมบางสะพาน จำกัด องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.ภาคใต้ ปราณบุรี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งรูปแบบการจัดกิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นมไทยก้าวไกล มีคุณค่า ดื่มง่าย สุขภาพดี เริ่มที่ประจวบส่งถึงทุกครอบครัว Next Move Prachuap นมโคประจวบต้องไปต่อ”

ภายในงานมีการแจกนมให้กับเด็กนักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ดื่มฟรี และมีบูธจำหน่ายนมและผลิตภัณฑ์นมราคาถูกจากสหกรณ์โคนมในจังหวัดประจวบฯ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันดื่มนมโลก ( World Milk Day) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบฯ

จึงได้ร่วมกับสหกรณ์โคนมภายในจังหวัดจำนวน 6 สหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค. ภาคใต้ ปราณบุรี) คณะครู นักเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม เนื่องในวันดื่มนมโลก ประจำปี 2568 ขึ้น

เพื่อรณรงค์ให้คนประจวบฯและประชาชนคนไทยทั่วประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดื่มนม เกิดการรับรู้และเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของนมอันส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย อีกทั้งเป็นส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีความมั่นคงทางด้านอาชีพอีกทางหนึ่งด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.สันติบาลจัดโครงการ ปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 พ.ต.อ.วีรชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 พร้อมข้าราชการตำรวจสันติบาลจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสงคราม

ร่วมกับข้าราชการครู อาจารย์ และนักเรียน กว่า100รายณ.โรงเรียนคุณหญิงเนื่องบุรี จัดกิจกรรมปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง โดยมีการสร้างเยาวชนสู่อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)

ประกวดสื่อโซเชียลสร้างสรรค์ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ในกิจกรรมมีนักเรียนจัดทำวิโอสั้นในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์ วิดีโอสั้น

การทำความดีเพื่อสังคม และมีการมอบรางวัลให้วิดิโอสั้น จำนวน 4 รางวัล และรางวัล รางวัล Popular Vote อีก 1 รางวัล
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดเมืองแห่งสุขภาพ ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร พานักท่องเที่ยวแอ่วเชียงราย ตามโครงการพัฒนาเมืองเชียงราย เมืองแห่งสุขภาพ 2025

แชร์เนื้อหานี้

เชียงรายเปิดเมืองแห่งสุขภาพ #ให้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร #พานักท่องเที่ยวแอ่วเชียงราย ตามโครงการพัฒนาเมืองเชียงราย เมืองแห่งสุขภาพ 2025 เชื่อมั่นเป็นมิติการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพกระตุ้น เศรษฐกิจชุมชนโดยมี เป้าหมายสุขภาพควบคู่กับการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่14มิถุนายน68 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานเปิดงานเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ ณ อุทยานศิลปวัฒนธรรมไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีนายเสริฐ นันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และตัวแทนอุตสหกรรมการท่องเที่ยว ภาคเหนือ17จังหวัด ร่วมเทน้ำอบสมุนไพรอโรมา ลงในอ่างพิธีเปิดโครงการเชียงราย เมืองแห่งสุขภาพ chaingrai wellness city 2025

ท่ามกลางผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร่วมงานและสื่อมวลชน ที่เป็นอินฟลู เอ็นเซอร์ จากภาคส่วนต่างๆจำนวนกว่า200คน โดยทางนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเปิดโครงการเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ ควบคู่การท่องเที่ยวอันเกิดประโยชน์กระตุ้นการท่องเที่ยวแบบรักสุขภาพ เป็นการท่องเที่ยวซึ่งจะได้ประโยชน์ต่อภาพรวมของการจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยนำเสนอการใช้สมุนไพรบำบัดร่างกาย ให้เมืองเชียงรายแห่งสุขภาพและให้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพตนเองในสภาวะสังคมผู้สูงอายุ

ในงานมีการออกบูธส์สินค้าเพื่อสุขภาพ สาธิตการนวดน้ำมัน ตอกเส้นคลายกล้ามเนื้อ สปาผ่อนคลาย ด้วยผลิตภัณฑ์น้ำมันสกัดจากสมุนไพรพื้นบ้าน ตลอดถึงอาหารพื้นบ้านที่ทำจากสมุนไพรซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ของการใช้นวรรตกรรมสมัยใหม่เข้าไปพัฒนาสมุนไพรไทย มีการสกัดสมุนไพรเป็นน้ำมัน หรืออบบดละเอียด เพื่อสะดวกกับการใช้ สปา บำบัดสุขภาพและคณะผู้ประกอบการด้านการท่อง

เที่ยวคณะสื่อมวลชนเชียงรายจะเริ่มออกฟร์ามทริปทัวร์ ไปยังสถานที่ต่างๆตามโปรแกรมการท่องเที่ยวและกีฬาได้วางไว้คลอบคลุมทุกจุดทั้งนี้เพื่อเป็นการแนะนำเส้นทางและเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวด้านสุขภาพแห่งเมืองเชียงรายโดยเริ่มที่ออนเซ็น สปาเท้าที่น้ำพุร้อนโป่งพระบาท ตำบลบ้านดู่เป็นต้นและอีกหลายจุดทั่วจังหวัดเชียงราย.

นายธกฤต #วรรมณี #รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่มพลังสตรี อบจ.ชุมพร รวบร่วมธารน้ำใจส่งต่อพี่น้องชาวตำบลสะพลี 300 คน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00น. นายนพพร อุสิทธิ์นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรร่วมกับ ประธานกลุ่มพลังสตรี อบจ.ชุมพร ตำบล สะพลี จัดกิจกรรมรวบร่วมธารน้ำใจสู่พี่น้องชาวตำบลสะพลี กลุ่มพลังสตรีตำบลสะพลี มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 300คน

นางเพ็ญศรี จันทร์สุริย์ เลขา พลังสตรี อบจ. กล่าว ได้รับความร่วมมือจาก กลุ่มพลังสตรี อบจ.ชุมพร ร่วมกับ กลุ่มพี่น้อง พลังสตรี อบจ.ชุมพร ตำบลสะพลี มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในตำบลสะพลี ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าสิ่งของที่นำมาในครั้งนี้

จะไม่มีค่ามากมายแต่เต็มไปด้วยน้ำใจ และความปรารถนาดีจาก กลุ่มพลังสตรี อบจ.ชุมพร ตำบลสะพลี ที่จะมอบให้ได้รวบรวมข้าวสารจำนวน 250 ถุง น้ำดื่ม 250 แพค และผงซักฟอกจำนวน 250 ถุงเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลสะพลี

นาย นพพร อุสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่นจะประสานงานเข้ามาให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้รับรู้รับทราบแต่วันนี้ในส่วนของผู้นำยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิมแต่เราเพิ่มเติมกลุ่มพลังสตรีซึ่งวันนี้กลุ่มพลังสตรีจะมีเกือบทุกหมู่บ้านทุกตำบลในจังหวัดชุมพรเพราะฉะนั้นก็จะไม่แปลก

ที่จะร่วมกันส่งข่าวสารความเดือดร้อนต่างๆของพี่น้องประชาชนให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้เข้าดูแลและในวันนี้ก็มาที่นี่ตำบลสำลีวันนี้ก็ได้มีของแจกให้กับพวกเรามูลค่าคงไม่มากแต่ว่าน้ำจิตน้ำใจมีความประสงค์ที่จะช่วยกัน

วันนี้ปัญหาความเดือดร้อนบ้านเราโดยเฉพาะปัญหาของเรื่องเศรษฐกิจ จะเป็นปัญหาของพวกเราได้รับผลกระทบในวันนี้ผมขออนุญาตบอกพวกเรา ว่า วันนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเรา

ได้ตั้งศูนย์ยืมศูนย์ซ่อมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพราะฉะนั้นเวลาเรามีปัญหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีลแชร์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเตียงนอนของผู้ป่วยจะเป็นถังออกซิเจนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆเมื่อก่อนเราอาจจะขอ

รอพ.ศ. ตอโดยตรงวันนี้ก็ได้โอนภารกิจมาอยู่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับเรื่องของสาธารณสุขจะมีปัญหาว่าบางครั้งบางคราวในชุมชนบางรพ.ศ. ตอไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์พวกเราก็จะเจอปัญหาว่าจะนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่

ไหนอย่างไรมาช่วยอันนี้ผมเลยตัดสินใจพระองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรร่วมกับ สปสช.ทำในเรื่องซุ้มยืมศูนย์ซ่อม อุปกรณ์ทางการแพทย์คาดการณ์ว่าไม่น่าเกินเดือนกันยาทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเพราะฉะนั้นเรามีปัญหาต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ถ้าเราไปหาหน่วยงานที่เราเคยใช้บริการแล้วปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จท่านก็หวนกลับมาที่เรา รพสต

ของเราหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของเราจะพิจารณาสิ่งที่เราร้องขอมันตรงกับความต้องการเหมาะกับ พฤติกรรมที่เราจะต้องเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้หรือไม่ รพสต.จะเป็นหน่วยงานกรองแล้วก็ส่งเรื่องมายังที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรหลังจากนั้น อบจ.ชุมพร

ก็จะดำเนินการส่งอุปกรณ์เหล่านั้นไปถึงบ้านเรือนของพวกเราที่ร้องขอเป็นการเติมเต็มอีกเรื่องหนึ่ง จะเป็นการบอกให้กับพี่น้องชาวตำบลสะพลีในวันนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องระบบสาธารณสุขของพี่น้องในพื้นที่ตำบลสะพล

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีบุญบั้งไฟ ปี46 ประจำปี 2568 ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน สืบสานประเพณีโบราณ คนอีสาน มาอาศัยปลายด้ามขวาน นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 14 มิ.ย.68 ณ ลานอเนกประสงค์บ้านโต๊ะโมะ หมู่ที่ 3 ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2568 ตามโครงการส่งเสริมและ

พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่จัดต่อเนื่องมาอย่างยาวนานปีที่ 46 ซึ่งมี หัวหน้าส่วนราชการนายอำเภอสุคิริน รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมฯ

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า
งานประเพณีบุญบั้งไฟสุคิริน หนึ่งเดียว ที่เดียวในภาคใต้ เป็นงานที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต่างพร้อมใจมาสัมผัสกับเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอีสานของไทยด้วยตนเอง เป็นยกระดับการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ขณะที่ จังหวัดนราธิวาสพร้อมสนับสนุนให้จัดกิจกรรมดีๆอย่างนี้ ต่อเนื่อง

สำหรับงานประเพณีบุญบั้งไฟ กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13 -15 มิ.ย. 68 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ขบวนแห่บั้งไฟ ของแต่ละชุมชน มีการแสดงฟ้อนของภาคอีสาน การรำวงเวียนครก การจุดบั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน บั้งไฟตะไล

และไฮไลท์ของงาน คือการแข่งขันบั้งไฟที่หาชมได้ยากในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนพื้นถิ่น ส่งผลให้บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างสนุกสนาน อบอวลด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมทางภาคอีสานในพื้นที่ปลายด้ามขวาน และรอยยิ้มของชาวบ้านที่ร่วมกันสืบสานประเพณีฯ

โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง ที่ทำการปกครองอำเภอสุคิริน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ขึ้น เพื่อสืบสานประเพณีโบราณของ ประชาชนภาคอีสาน 8 หมู่บ้าน ที่มาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อำเภอสุคิริน มาเป็นเวลานานสำหรับประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลภูเขาทอง

นับตั้งแต่ชาวภาคอีสานได้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2518 โดยประชากรร้อยละ 98 เปอร์เซ็นเป็นชาวไทยจากภาคอีสาน โดยได้นำประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษติดตัวมาด้วย ปัจจุบันประเพณีบุญบั้งไฟที่นี่ได้รับการส่งเสริมจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะชาวบ้านตำบลภูเขาทองได้ร่วมกันอนุรักษ์และสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นงานบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่แห่งเดียวในภาคใต้
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”บิ๊กแป๊ะ-สนธยา“ จัดงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งประชาชน” วางกรอบ “บางละมุงโมเดล“ บูรณาการทำงานพัฒนาท้องถิ่นร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 14 มิ.ย.68 นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งประชาชน” ซึ่งเป็นงานเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารค่ำและความบันเทิงเพื่อแสดงความยินดีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอบางละมุงทั้งหมดทุกเทศบาลรวมเมืองพัทยา ที่ได้รับการเลือกตั้งและได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อย่างเป็นทางการ และเพื่อบูรณาการทำงานพัฒนาท้องถิ่นร่วมกันอย่างไร้รอยต่อโดยมีคณะผู้บริหารและสมาชิกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเครือบ้านใหญ่ชลบุรี เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย เทศบาลเมืองหนองปรือ นำโดย นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ, เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ นำโดย นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยใหญ่, เทศบาลตำบลหนองปลาไหล นำโดย นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองปลาไหล,

เทศบาลตำบลโป่ง นำโดย นายอนุชา เพียรใจ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโป่ง, เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย นำโดย นายมิตชัย ประกอบธรรม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย, เทศบาลตำบลบางละมุง นำโดย นายนราธิป ฟักฤกษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางละมุง, เมืองพัทยา นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ตลอดจนตัวแทนองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว ที่กำลังจะเปลี่ยนฐานะเป็นเทศบาลในเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ นักธุรกิจชื่อดังเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา และนายชาญยุทธ เฮงตระกูล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมสนับสนุนและแสดงความยินดี

รวมทั้ง คณะกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และอำเภอบางละมุง นำโดย นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง คณะจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และข้าราชการในพื้นที่อำเภอบางละมุง เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยสถานที่จัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยง โรงแรมทรีซิกตี้ไฟว์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งบรรยากาศของงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

นายสนธยา คุณปลื้ม ในฐานะประธานจัดงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งประชาชน” กล่าวว่า คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเข้ามาทำงานพัฒนาท้องถิ่นรับใช้ประชาชนชาวอำเภอบางละมุง ทุกเทศบาลรวมทั้งเมืองพัทยา โดยจะมีการร่วมมือกันบูรณาการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นภาพรวมสู่การเป็นบางละมุงโมเดลที่มีการทำงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อพัฒนาอำเภอบางละมุง และจังหวัดชลบุรี ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ​เหล่ากาชาดมุกดาหาร จัดโครงการวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2568 รณรงค์และเสริมสร้างพลังคนรุ่นใหม่ / เตือนภัย!!​ อย่าหลงเชื่อหมอดูแขก อาละวาด ดูดวงแลกเงิน 599 บาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดโครงการวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2568 ด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร

ร่วมกับโรงพยาบาลมุกดาหาร ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตตามโครงการวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการรณรงค์และเสริมสร้างพลังคนรุ่น

ใหม่ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นผู้บริจาคโลหิต โดยโลหิตที่ได้จะต้องเป็นโลหิตที่ปลอดภัย และเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย รวมทั้งยังเสริมสร้างคนรุ่นใหม่ เป็นผู้บริจาคโลหิตเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

ทั้งนี้ในวันที่ 14 มิถุนายน องค์กรต่างๆ ทั่วโลกจะร่วมกันเฉลิมฉลองวันผู้บริจาคโลหิตโลก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตต่ออุตสาหกรรมสุขภาพ

เนื่องจากโลหิตสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดด้วยพลาสมา การวิจัย หรือการใช้ในกรณีฉุกเฉิน การบริจาคโลหิตถือเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเหลือโลกมาหลายครั้งแล้ว เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร-เตือนภัย!!​ อย่าหลงเชื่อหมอดูแขก อาละวาด ดูดวงแลกเงิน 599 บาท

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568​ เฟสบุ๊คกลุ่ม ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก จังหวัดมุกดาหารได้โพสต์เตือนภัยโดยระบุข้อความว่า ทุกคน เจอคนลักษณะหน้าตาออกไปทางแขก อย่าอนุญาตให้เข้าบ้าน,ร้านค้าเด็ดขาดนะคะ แจ้งความอย่างเดียว ซึ่งต่อมาได้มีคนเข้ามาชี้เบาะแสพร้อมกับโพสต์แจ้งเกี่ยวเรื่องดังกล่าวโดยระบุว่าตอนนี้มีกลุ่มชายคล้ายแขกเดินไปทั่วเมืองมุกดาหาร เพื่อดูดวงพร้อมกับแรกค่าครูดูดวง

ผู้สื่อข่าวได้กล้องวงจรปิดจากร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งเผยให้เห็นพฤติกรรมของชายคนหนึ่งหน้าตาคล้ายแขกชาวต่างชาติไว้หนวดเค้า ผมยาวมัดจุก ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีดำ ซึ่งเข้าไปในร้านแล้วได้พูดคุยกับ

พนักงาน โดยทางพนักงานเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.43 น. ของวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะที่เธออยู่ในร้านมีชายต่างด้าวลักษณะเหมือนคนแขก รูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในร้าน ก่อนจะมาทำทีจะสั่งเครื่องดื่มหน้า เคาน์เตอร์โต๊ะคิดเงิน พร้อมกับทักทายแนะนำตัวเองบอกว่าเป็นอาจารย์ ต่อมาก็ได้ทำการพูด

คุยเกี่ยวกับเรื่องโหงวเฮ้งบนใบหน้าชมไปต่างๆนานา เรื่องราวในอดีตย้อนหลังเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ จนทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยต่อมาก็ขอดูลายมือ พร้อมกับให้วางมือใส่ของชายคนนั้น​ และได้ทำการท่องคาถา สวดมนต์ของเขา อะไรไม่รู้

ต่อไปจะค้าขายเจริญรุ่งเรือง อวยพรให้หมดหนี้หมดสิน มีโชคมีลาภถูกหวย แต่ต้องให้ทำบุญ พอพูด​เสร็จก็ทำการเรียกเงินค่าครู ให้อาจารย์ได้เลย แต่เจ้าของร้านบอกว่าไม่มีเงินสดโอนได้ไหม​ ชายคนนั้นอึ้ง​อยู่พักนึง ก็บอกว่าไม่มีบัญชีโอน ก่อนที่หมอดูจะเดินกลับออกไปด้วยท่าทีไม่พอใจ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนอีกว่าตอนนี้มีชายที่หน้าตาคล้ายแขกออกเดินตามซอยต่างๆในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 68 ที่ผ่านมาโดยมีประมาณ 3 คนแยกกันเดินไปคนละเส้นทางซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกันคือหลอกให้ดูดวงแล้วเรียกเก็บเงิน บางรายเรียกสูงถึง 599 บาท

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมช.คลัง มอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” สร้างความมั่นคงด้านที่ดินให้ประชาชนแม่สาย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชร.1154 ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ตามโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์”

ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ภายในงานมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัด

เชียงราย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในพิธี และร่วมมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับประชาชนในพื้นที่

ในการนี้ มีประชาชนผู้ถือครองที่ดินในเขตอำเภอแม่สาย จำนวน 196 ราย ได้รับสัญญาเช่าอย่างเป็นทางการ รวมถึงมีการมอบเพิ่มเติมอีก 4 ราย รวมทั้งสิ้น 200

ราย คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 31 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์”

เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินราชพัสดุ โดยเฉพาะในกลุ่มราษฎรที่มีการครอบครองก่อนวันที่ 4 ตุลาคม 2546

และยินยอมเข้าสู่กระบวนการเช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้อัตราที่เหมาะสม ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความมั่นคงของประชาชน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและท้องถิ่น ที่ร่วมผลักดันโครงการให้สำเร็จลุล่วง พร้อมเน้นย้ำ

เจตนารมณ์ของกระทรวงการคลังในการบริหารจัดการที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยเฉพาะในด้านการอยู่อาศัย การเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน และโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง

ในโอกาสเดียวกัน นายเผ่าภูมิ และคณะยังได้ลงพื้นที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพื่อติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้องกันและลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในระยะยาว

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯโคราช สานพลังภาครัฐ บ้าน วัด โรงเรียน รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100 %

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (13 มิ.ย.68) เวลา 08.30 น. ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการมอบหมวกนิรภัยให้กับประชาชน โดยมี พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และนักเรียน เข้าร่วม

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า อำเภอวังน้ำเขียวได้จัดทำโครงการ “อำเภอวังน้ำเขียวห่วงใย สวมหมวกนิรภัย 100%” ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาหมวกนิรภัยให้กับผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,471 ใบ ได้รับการบริจาคจากประชาชนชาวอำเภอวังน้ำเขียว จำนวน 530 ใบ กรมการขนส่งทางบกสนับสนุน จำนวน 200 ใบ

ได้รับความอนุเคราะห์จากหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมราม จำนวน 741 ใบ โดยมีผู้เข้ารับมอบหมวกนิรภัยเป็นประชาชนจาก 5 ตำบล 83 หมู่บ้าน ของอำเภอวังน้ำเขียว จำนวน 852 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาและประถมศึกษา จำนวน 419 คน นักเรียนมัธยมศึกษาสังกัด อบจ.นม. จำนวน 200 คนอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์

เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และนำไปสู่การสูญเสียต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยร่วมกับการสวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งอย่างหมวกนิรภัยหรือหมวกกันน็อกในทุกการเดินทาง ทั้งระยะใกล้และไกล เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรให้ความสำคัญ

เพราะช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ เพราะหมวกนิรภัย ถูกออกแบบมาสำหรับรองรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การสวมหมวกนิรภัยช่วยลดการบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเป็นการสานพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ บ้าน วัด โรงเรียน ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100 %

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารฝึกซ้อมเสมือนจริงเผชิญเหตุเพลิงไหม้และอพยพหนีไฟ ณ ศาลากลาง จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 12 มิ.ย.68 เวลา 14.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟศาลกลางจังหวัดมุกดาหาร

การยกระดับการพัฒนาการดำเนินการป้องกันและระงับอัคคีภัยภายในสำนักงานระดับจังหวัด และการขับเคลื่อนโครงการมหาดไทย แรงงาน ต้านอัคคีภัยภาครัฐ และสถานประกอบกิจการ

โดยมีนายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะผู้อำนวยการดับเพลิงตามแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยของศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร มีหน่วยงานราชการที่อยู่ภายในศาลากลางจังหวัดมุกดาหารและหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

เข้าร่วมการฝึกซ้อมฯ โดยมีการฝึกซ้อมเสมือนจริงตามสถานการณ์จำลอง เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้น 4 ศาลากลางจังหวัด ห้องสำนักงานคลังจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นมีประกาศแจ้งภายในอาคารให้หน่วยงานในศาลากลาง อพยพหนีไฟตามแผนไปยังจุดรวมพล

ขณะเดียวกันมีหน่วยงานดับเพลิง เทศบาลเมืองมุกดาหารเข้าระงับเหตุ หน่วยงานสนับสนุน (อปท.ข้างเคียง) สนับสนุนรถน้ำ จำนวน 6 คัน ปฏิบัติการดับเพลิง พร้อมทั้งรถพยาบาล 1 คัน เตรียมรับผู้บาดเจ็บ และรถตรวจการ 2 คัน ซึ่งสรุปสถานการณ์

สามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ไว้ได้และช่วยเหลือผู้ติดอยู่ภายในอาคารลงมาได้ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้เพื่อบูรณาการทำงานในการป้องกันและระงับอัคคีภัยทั้งก่อนเกิดเหตุ จนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ในสถานประกอบกิจการ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินและร่างกาย

ไฟไหม้​ #อพยพไฟไหม้​ #มุกดาหาร​ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร​ #ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดมุกดาหาร​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแก ต่อยอดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ปีงบประมาณ 2568 กฟผ.สร้างห้องน้ำให้ผู้ป่วยติดเตียง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ที่หมู่บ้านสีดางาม หมู่ที่ 3 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ได้จัดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” หรือ โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ.ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา และได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านผู้พิการราย นายธงทิว ภูยศ

พบว่าห้องน้ำชำรุดเสียหายและไม่ถูกสุขลักษณะ จึงได้มอบหมายให้อำเภอทับสะแกโดย นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก และนายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง เพื่อประมาณการในการก่อสร้าง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือผู้พิการรายดังกล่าวต่อไป นั้น

อำเภอทับสะแกพิจารณาแล้ว เพื่อให้การซ่อมสร้างห้องน้ำให้แก่ นายธงทิว ภูยศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงมีความประสงค์ที่จะขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.)

จากราคาประมาณการ จำนวน 39,500 บาท จาก น.ส.ชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนา เครือข่ายภาครัฐ ( หพร-พ.) ตัวแทนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์มามอบให้เพื่อดำเนินการก่อสร้างในทันที
/////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน แถลง 7 นโยบายสำคัญต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน เพื่อประโยชน์สุขสู่ประชาชนและบูรณาการความร่วมมือเพื่อทำให้ “เทศบาลเมืองน่าน เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน”

แชร์เนื้อหานี้

12 มิถุนายน 2568 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองน่าน นายวิสุทธิ์ ไชยวงศ์ ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน เป็นประธานการประชุมสภาเทศบาลเมืองน่าน สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน นายปกฤษณ์ คำเหลือง ปลัดเทศบาลเมืองน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ

การประชุมสภาฯ ในครั้งนี้ มีวาระสำคัญคือ การแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรี เมืองน่านต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน ตามที่ได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองน่าน ไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา และคณะ

กรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จนถึง
ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2562 กำหนดให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติก่อนเข้ารับหน้าที่

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน แถลง 7 นโยบายสำคัญ ต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน เพื่อประโยชน์สุขสู่ประชาชนมุ่งเน้นบูรณาการความร่วมมือ เพื่อทำให้ “เทศบาล เมืองน่านเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย นโยบายเทศบาลของประชาชน ด้วยการบริหารจัดการที่ดี โปร่งใสและมีส่วนร่วม นโยบายด้านสาธารณสุข สร้างสังคมสุขภาวะ


เมืองแห่งคนอายุยืน นโยบายด้านเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก นโยบายด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มุ่งเป็นชุมชนแห่งปัญญาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน นโยบายด้านคุณภาพชีวิตและสังคมคุณภาพนโยบายด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายด้านเมืองอัจฉริยะ Smart City


“ชีวิตอัจฉริยะเพื่อน่านนครแห่งความสุข เมืองเก่าที่มีชีวิต”ด้วยวิสัยทัศน์ เทศบาลเมืองน่าน เมืองแห่งคนอายุยืน คืนถิ่นเอกลักษณ์เมืองเก่า เรามุ่งเป็นชุมชนแห่งปัญญา ปรารถนาสู่สังคมคุณภาพ

งานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองน่าน
โทร 0 54710 234 ต่อ 110,119 www.nancity.go.th/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.โคราชขนยางรถยนต์กว่า 500 เส้นมอบทหารพรานที่ 26 อำเภอกาบเชิง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ ชูกระโทก รอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ให้ช่วยระดมยางรถยนต์เพื่อนำไปมอบให้กับทหารตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นความห่วงใยจากพี่น้องชาวโคราชและองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาสู่พี่น้องทหารที่ปกป้องอธิปไตยของชาวไทยทุกคน

โดยทาง รองนายกฯชัยวัฒน์ ได้ดำเนินการประสานกลุ่มเพื่อนๆและพันธมิตร ทั้ง พ่อค้า ประชาชน นักธุรกิจ และเพื่อนนักการเมืองประกอบไปด้วย สจ.อภิชัย อุไรรัมย์ ส.อบจ.อำเภอประคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ใหญ่เล็กจาก บริษัท ยาริศารีไซเคิล จำกัด หจก.ปรีดาโชค คอนสตรัคชั่น (เจ้น1) เฮียเกียรติ จากโรงโม่หินศิลา ทุ่งอรุณ อำเภอโชคชัย

บริษัทชัยสิทธิ์ รุ่งเรืองจำกัด บริษัท เชิดพงษ์การโยธา จำกัด และอีกหลายแห่งที่ได้ร่วมบริจาคยางรถยนต์ จำนวนรวมกันกว่า500 เส้นในครั้งนี้
ทางด้านรองนายกฯชัยวัฒน์ กล่าวต่อไปอีกว่า ทางตนได้เดินทางนำยางรถยนต์ จำนวน 500เส้น ไปมอบให้กับ พันเอกกิตติศักดิ์ บังพิมาย สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26

จังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้มารับมอบยางจำนวนดังกล่าวที่ทาง อบจ.นครราชสีมา ได้เดินทางนำมามอบที่ด่านชายแดน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อนำไปทำบังเกอร์ตามตะเข็บแนวชายแดนต่อไป และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ต้องขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ร่วมบริจาค มาในครั้งนี้ รองชัยวัฒน์กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน