คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เด็กชายไทย อ.หลังสวน จ.ชุมพร คว้าเหรียญทองแดงประเภททีม จากการแข่งขันกีฬาระดับโลก UIPM 2025

แชร์เนื้อหานี้

โรงเรียนวัดชุมชนวัดขันเงิน ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการศึกษาและวงการกีฬาของจังหวัด เมื่อ เด็กชายธนากร แซ่หลาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4 สามารถคว้า เหรียญทองแดงประเภททีม จากการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ UIPM 2025 Biathle/Triathle World Championships ณ เมืองมอสเซลเบย์ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 4–16 ธันวาคม 2568

นางภนิดา นพชำนาญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชุมชนวัดขันเงิน เปิดเผยว่า การแข่งขันดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญระดับโลก เด็กชายธนากร แซ่หลาย ได้รับการคัดเลือกเป็น ตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี (U13) เข้าร่วมการแข่งขันกับนักกีฬาจากหลายประเทศทั่วโลก และสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยม จนคว้าเหรียญทองแดงกลับมาสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย โรงเรียน และชุมชน

สำหรับรายการแข่งขันที่เข้าร่วมประกอบด้วย
Biathle U13 วิ่ง 300 เมตร / ว่ายน้ำ 50 เมตร จำนวน 3 รอบ
Triathle U13 วิ่ง 300 เมตร / ว่ายน้ำ 50 เมตร / ยิงปืน ระยะ 5 เมตร จำนวน 3 รอบLaser Run U13 วิ่ง 300 เมตร / ยิงปืน ระยะ 5 เมตร จำนวน 3 รอบทีมชาติไทยมี นางสาวประภาพรรณ กระแสร์ภาค และ นางสาวอภิชญา พิศวง ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอน พร้อมนักกีฬาทั้งหมด 8 คน ได้แก่

นางสาวธนภร แกล้วกล้า, เด็กหญิงภคพร แกล้วกล้า, เด็กหญิงภิญญาดา อินโต, เด็กชายธนากร แซ่หลาย, เด็กหญิงวัชราวลี ศรีสดใส, เด็กหญิงวเรณยา ทนาวัน, เด็กชายภูมิพัตน์ พละสินธุ์ และเด็กชายภูภูมิ กุลอาจศรี

ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความมุ่งมั่น อดทน และมีวินัยในการฝึกซ้อมของนักเรียน รวมถึงการสนับสนุนอย่างดีจากผู้ปกครอง ครู ผู้ฝึกสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมหวังว่าความสำเร็จของเด็กชายธนากรจะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย

หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการกีฬา ควบคู่กับการศึกษา เพื่อพัฒนาตนเองก้าวสู่เวทีระดับชาติและนานาชาติต่อไป
ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดเป็นทางการ พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน”ชุมแพคัพ” ครั้งที่ 33 ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 18.30 น. นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานพิธีการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ชุมแพคัพ” ครั้งที่ 33″ ประจำปี 2568 โดยมีนายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ นายเกรียงไกร วิริยะอาชา และนายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ

ให้การต้อนรับ นางสาวรติมา สิริวรพิทักษ์ รองนายกเทศมนตรี กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ในการจัดแข่งขัน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทอายุไม่เกิน 12 ปีและประเภทประชาชนทั่วไป

การแข่งขันระหว่าง 9-29 ธันวาคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1(สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)มี วัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการกีฬาให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้ออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำให้สุขภาพแข็งแรงและมีน้ำใจนักกีฬา

เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกีฬา เศรษฐกิจให้เจริญยั่งยืนตลอดไป แขกผู้มีเกียรติร่วมงาน นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 ขอนแก่น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมแพ อัยการจังหวัดชุมแพ

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ ผู้แทนกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ นายวิศรุต ปู่เพ็ง

รึกษารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายบริหาร สมาชิก สภาเทศบาลเมืองชุมแพ ส่วนราชการและประชาชน ร่วมพิธีมากมาย เสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

ภาพ-ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภจว.นครปฐม จนท.การกีฬาฯ ตรวจ รร.ไมด้า แกรนด์ ทราวดี ที่พัก นักกีฬาซีเกมส์ เพื่อความปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

ผบก.ภจว.นครปฐมพร้อมด้วย จนท.การกีฬาแห่งประเทศไทย
เดินทางไปตรวจที่ทำการ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทราวดี ของนักกีฬาซีเกมส์ เพื่อกำกับดูแลด้านความปลอดภัย ความเรียบร้อยภายในบริเวณที่พัก

วันที่ 8 ธ.ค. 2568 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์
ผกก.สภ.เมืองนครปฐม จนท.การกีฬาแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เดินทางไปตรวจที่ทำการ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทราวดี ของนักกีฬาซีเกมส์ เพื่อกำกับดูแลด้านความปลอดภัย

ความเรียบร้อยภายในบริเวณที่พัก รวมทั้งสำรวจจุดสำคัญ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย ทางเข้า–ออก พื้นที่ส่วนกลาง และบริเวณโดยรอบโรงแรม โดยมี นักกีฬาเดินทางมาพัก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า ในระหว่างตรวจเยี่ยมมีนักกีฬาจากประเทศไทย มาเลเซีย พม่า เข้ามาพักแล้ว และภายในวันนี้จะมีนักกีฬา อีก 1ประเทศ คือ สิงคโปร์

ทั้งนี้ได้พบปะและพูดคุยกับนักกีฬาที่เข้าพัก เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ รับฟังข้อเสนอแนะ ตลอดจนให้กำลังใจก่อนทำการแข่งขัน นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการ

จราจร พร้อมจัดรถนำขบวนสำหรับนักกีฬาประเทศมาเลเซียที่ออกเดินทางไปซักซ้อม เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย รวดเร็ว และไม่ติดขัด การตรวจพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ทั่วไปปกติ ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทราวดี อ.เมือง จว.นครปฐม
น.ส. ลาวัลย์ แสงสว่าง ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รร.นันทบุรีวิทยา จัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบุรีเกมส์ ปีการศึกษา 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคาระห์บ้านปางค่า ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายเสรี พิมพ์มาศ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์ประจำปีการศึกษา 2568

โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
โดยมีนางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชาชานุเคราะห์กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะ

ครู นักเรียน ตลอดจนคณะกรรมการจัดการแข่งชัน นักกีฬาและผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
การแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” ของโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖๘ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงเพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติดเพื่อฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจเป็นป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็นประชาธิปไตย

เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี 4 สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและสีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง

การจัดงานวันนี้ได้รับเกียรติจากนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ร.ต.อ.สุิตย์ ศรีประสม คณะกรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมพิธีเปิดงานคณะครู บุคลาการทางการศึกษา

ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬาสีภายในขึ้นโดยมีคณะครูเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสร่วมแข่งขันกีฬาอันจะก่อให้เกิดความสามัคคีและมีพลานามัยที่สมบูรณ์ สามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ปากคาดคึกคัก! จัดกีฬาเยาวชนฉลองครบรอบ 47 ปี / ศรัทธารวมใจ 50 ปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จะจัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3” อ.บุ่งคล้าจ.บึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    เป็นไปตามคาด…บรรยากาศความสุขล้นอำเภอปากคาด เมื่อ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด เป็นประธานให้โอวาทแก่นักกีฬา

    ในการแข่งขัน วอลเลย์บอลเยาวชนประชาชนหญิง และ ฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เนื่องในโอกาสวันสถาปนาอำเภอปากคาด ครบรอบ 47 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 ธันวาคม 2568

    กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีกีฬาที่สร้างทั้ง คุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ให้กับพื้นที่อย่างแท้จริง ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน

    ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อำเภอพรเจริญ ก็ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการแข่งขันกีฬาฉลองวันสถาปนาอำเภออย่างคึกคักเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของพื้นที่ในการพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง

    ด้าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเจ้าหน้าที่พลศึกษาลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจของนายอำเภอทั้งสองอำเภอ เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาชุมชนและ

    เยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย สอดคล้องกับ แผนพัฒนาการกีฬาชาติ ฉบับที่ 7 ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    ประชุมศรัทธารวมใจ 50 ปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3”อ.บุ่งคล้าจ.บึงกาฬ

    วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมศรัทธารวมใจ 50 ปีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ นายคมกฤต บุญทอง นายอำเภอบุ่งคล้า เป็นประธานประชุมเตรียมความ

    พร้อมการจัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะทำงานแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินโดย คณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากช้างป่าอำเภอบุ่งคล้า และภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุช้างป่า พร้อมส่งเสริมการรับรู้ด้านการอนุรักษ์และอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าอย่างสมดุล

    กิจกรรม เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณ สะพานกิ้งกำ – เสาค้ำบ้านชูเมือง อำเภอบุ่งคล้า ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบุ่งคล้า ตำบลบุ่งคล้า และที่ สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านขามเปี้ย ตำบลบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ

    โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางบริหารจัดการเส้นทางวิ่ง มาตรการด้านความปลอดภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การอำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ เตรียมเปิดศึกแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40

    แชร์เนื้อหานี้

    ***เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 ที่ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 มกราคม 2569

    โดยมี ดร.ฉัฐมงตล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ,ประธานหอการค้าจังหวัด ,ผอ.กกท.จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ารวมประชุม

    ***เบื้องต้น การแข่งขันดังกล่าว เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนในครั้งนี้ขึ้น โดยกำหนดจัดการแข่งขัน จำนวน 14 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา เทเบิลเทนนิสวอลเลย์บอลในร่ม วอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอล เซปักตะกร้อ

    ฟุตซอล เปตอง แบดมินตัน หมากรุกไทย หมากฮอสไทย จักรยานขาไถ อีสปอร์ต เทคบอลและ 2 ชนิดกีฬาสาธิต ได้แก่ ว่ายน้ำ หมากล้อม มีการชิงชนะเลิศทั้งสิ้น จำนวน 276 เหรียญทอง มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันฯ กว่า 20,000 คน

    ***ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย พัฒนาทักษะด้านกีฬา สร้างเสริมความสามัคคี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดศรีสะเกษ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธี อัญเชิญไฟพระฤกษ์ การแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2025 จังหวัดนครราชสีมา

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่(15พย.68)ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา อัญเชิญไฟพระฤกษ์

    ส่งมอบต่อให้กับนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเก็บรักษาไว้ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์การแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ครั้งที่ 13 ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

    โดยกำหนดจัดวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยมี ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมด้วยส่วนราชการ เข้าร่วมพิธีรับส่งมอบไฟพระฤกษ์

    สำหรับการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทยและจังหวัดนครราชสีมา ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยมีการชิงชัยใน 19 ชนิดกีฬา และกำหนดจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ที่ จ.นครราชสีมา

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”หนูน้อยต้นอ้อ“ ฟุตซอล อปท.ครั้งที่ 40 ตากสินระยองเกมส์ / “CPR on the Beach” ยกระดับท่องเที่ยว/วิริยะประกันภัย มอบหมวกนิรภัยให้นักเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล

    แชร์เนื้อหานี้

    มีรายงานการแข่งขันกีฬาฟุตซอล ในการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก “ตากสินระยองเกมส์” จัดโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เจ้าภาพจัดการแข่งขันที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง เป็นการแข่งขันฟุตซอลนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี ทีมฟุตซอลเทศบาลเมืองหนองปรือ พบกับทีมฟุตซอล อบจ.ระยอง แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ครึ่งๆ ละ 15 นาที

    สุดท้ายจบการแข่งขันไปสุดสนุก ทีมเทศบาลเมืองหนองปรือเอาชนะทีม อบจ.ระยองไป 1-0 ด้วยการยิงของหนูน้อยต้นอ้อ รวิ หอมชื่น สไตรค์เกอร์ตัวความหวังของทีม ทำให้เก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จก่อนแข่งขันกับทีมเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายในครั้งต่อไป

    พัทยาจับมือภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าว “CPR on the Beach” ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยว

    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี ดร.พิเรษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, พญ.ปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา, นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และ ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา ร่วมงานแถลงข่าวโครงการอบรมจิตอาสากู้ชีพฉุกเฉิน “CPR on the Beach” ร่วมแถลงข่าวโครงการดังกล่าว ซึ่งมี ร.ต.อ.หญิงพรพนา โชคไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ร่วมกับโรงพยาบาลเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว ประชาสัมประสัมพันธ์โครงการอบรมจิตอาสากู้ชีพฉุกเฉิน “CPR on the Beach” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 – 19.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา เพื่อสร้างจิตอาสาด้านการช่วยชีวิตเบื้องต้นในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจเฉียบพลัน ซึ่งการทำ CPR จะช่วยรักษาการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังสมองและอวัยวะสำคัญได้อย่างทันท่วงที

    การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 2,000 คน จากหลากหลายกลุ่มอาชีพ รวมถึงนักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้มีทักษะและความเข้าใจในการปฏิบัติจริง สามารถช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทันเวลา เสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ “อุ่นใจ ปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง”

    วิริยะประกันภัย มอบหมวกนิรภัยให้นักเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ส่งเสริมวินัยการใส่หมวกกันน็อคทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองปลาไหล จ.ชลบุรี นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ ผู้แทนจากบริษัท วิริยะประกันภัย นำโดย นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 ที่ในวันนี้นำคณะจากบริษัท วิริยะประกันภัย ร่วมกิจกรรม

    ตามที่อุบัติเหตุจราจรประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ปัจจัยสำคัญเกิดจากพฤติกรรมของคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรม เมาแล้วขับ และ พฤติกรรมการขับขี่ หรือ ซ้อนรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมใส่หมวกนิรภัย ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการสูญเสีย โดยจากการสำรวจพบว่าปัจจุบันอัตราการสวมหมวกกันน็อคในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีเพียงร้อยละ 7

    ซึ่งมีสาเหตุมากจา 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1. พ่อแม่ผู้ปกครองเลยไม่ใส่ใจ มีความเชื่อที่ว่าการนำลูกนั่งรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกนิรภัยเป็นสิ่งที่ไม่อันตรายอะไร 2.การบังคับใช้กฎหมายกับเด็กและเยาวชนที่ไม่สวมใส่หมวกนิรภัยเป็นเรื่องที่ยากในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และในทางปฏิบัติหวั่นเกรงเกิดปัญหากับภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้บังคับใช้กฎหมายและกระแสต่อต้านจากสังคม เพื่อเป็นการต่อยอดการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนมูลนิธิเมาไม่ขับจึงได้ร่วมกับ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จัดโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสวมหมวกนิรภัย 100% ส่งเสริมการรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนขึ้น

    โดยในวันนี้ทางบริษัทวิริยะประกันภัยได้นำหมวกนิรภัย กว่า 150 ใบมามอบให้กับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลเพื่อนำไปใช้ในการใส่มาโรงเรียนเพื่อเสริมความปลอดภัยในการเดินทางมาโรงเรียนอีกด้วย สำหรับโครงการดังกล่าวทาง บริษัทวิริยะประกันภัย และ มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการขึ้นมากว่า 30 ปีแล้วด้วยกัน

    สืบภาค 2 จับมือ สสจ.ชลบุรี บุกจับคลินิกเถื่อนกลางพัทยาสุดอันตราย

    ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 และ นพ.กฤษณ์ สกุลแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ที่สั่งกวาดล้างสถานพยาบาลและคลินิกเถื่อนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะในเขตเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ซึ่งอาจก่ออันตรายถึงชีวิตหากได้รับการรักษาโดยผู้ไม่มีใบอนุญาต

    ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 พร้อม นายจิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต เภสัชกรชำนาญการพิเศษ นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบ เซ็นเตอร์ พัทยา คลินิกเวชกรรม เลขที่ 202/109 ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และมี “หมอเถื่อน” เป็นผู้ทำการรักษา

    ชุดสืบสวนวางแผนส่งตำรวจปลอมตัวเป็นผู้ป่วยเข้ารักษาอาการปวดท้อง แต่หมอภายในคลินิกมีท่าทีระแวงและปฏิเสธการรักษาโดยอ้างว่า “หมอไม่อยู่” เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนใหม่ ส่งสายลับหญิงปลอมตัวเป็นสาวทำงานกลางคืนเข้ารักษาอีกครั้ง คราวนี้เมื่อสายลับส่งสัญญาณ ทีมตำรวจที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่หมอเถื่อนไหวตัวทัน ถอดเสื้อกาวน์ ถอดรองเท้าคัชชู วิ่งหนีออกหลังร้าน ก่อนขับรถยนต์เผ่นหนีอย่างรวดเร็ว

    จากการตรวจค้นภายใน พบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ชั้นล่างถูกดัดแปลงเป็นคลินิกเวชกรรม มีเคาน์เตอร์พยาบาล ห้องตรวจโรค และป้ายแสดงราคาค่ารักษา เหมือนคลินิกทั่วไป โดยตำรวจตรวจยึดยาอันตราย ยากล่อมประสาท และเครื่องมือแพทย์จำนวนมาก รวมถึงปฏิทินตั้งโต๊ะที่จดบันทึกรายรับรายวัน-รายเดือน ยอดรวมต่อเดือนสูงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

    สอบสวนพบว่า คลินิกดังกล่าวเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และหมอที่ทำการรักษาเป็น “หมอเถื่อน” ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ขณะเดียวกัน เจ้าของตึกให้การว่า มีชายคนหนึ่งมาเช่าชั้นล่างเปิดคลินิก รู้เพียงว่าเป็นหมอ แต่ไม่ทราบว่าเป็นหมอปลอม จนกระทั่งตำรวจบุกจับถึงรู้ความจริง

    หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า เคยมารักษาอาการท่อปัสสาวะอักเสบที่คลินิกแห่งนี้ถึง 4 ครั้ง หมอทำการฉีดยา ตรวจเลือดและปัสสาวะ พร้อมจ่ายยากลับไปกิน โดยคิดค่ารักษากว่า 6,000 บาท แต่กลับไม่หาย จึงนำผลตรวจไปให้แพทย์โรงพยาบาลดู ก่อนถูกชี้ว่า “ผลตรวจมั่วมาก” จึงสงสัยและมาทราบภายหลังว่าคลินิกนี้เปิดโดยหมอเถื่อน

    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องสงสัยคือ นายพรหมเทพ อายุ 46 ปี เป็นผู้ลักลอบเปิดคลินิกและแอบอ้างเป็นแพทย์ โดยคลินิกจะเปิดให้บริการช่วงบ่ายถึงเย็น กลุ่มลูกค้าหลักคือสาวทำงานกลางคืนและชาวต่างชาติ ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

    พร้อมฝากเตือนประชาชน หากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในคลินิก ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และแพทย์ผู้รักษามีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง โดยสามารถตรวจดูได้จากป้ายรายชื่อแพทย์ที่ติดอยู่หน้าห้องตรวจ และหากพบเบาะแสคลินิกเถื่อน สามารถแจ้งได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ในวันและเวลาราชการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านจัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก : สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อมโยง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบูรณาการการท่อง

    เที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 พัฒนาเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์คุณภาพสูงบนฐานวัฒนธรรมและความยั่งยืน
    โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

    พร้อมด้วย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน นายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ นักวิ่ง นักท่องเที่ยว และประชาชนชาวจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง
    นางวิไลวรรณ บุดาสา กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในกลุ่ม

    จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นในฐานะ “เมืองเก่าที่มีชีวิต” เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนา ผสมผสานกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนที่อบอุ่นและเป็นมิตร อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย เช่น วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดมิ่งเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน บ้านนาก๋างโต้ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติดอยภูคา และอุทยานแห่งชาตินันทบุรี

    กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียงน่าน” ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 782 คน โดยแบ่งเป็นชาวไทย 777 คน และชาวต่างชาติ 5 คน จากประเทศเคนยา ฟิลิปปินส์ ซิมบับเว สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย
    เส้นทางวิ่งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

    Kilo Run 2.5 กิโลเมตร Fun Run 5 กิโลเมตร Half Marathon 21 กิโลเมตรMarathon 42 กิโลเมตรจุด Start – Finish ตั้งอยู่ ณ ข่วงเมืองน่าน นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าน่าน เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความมีไมตรีของชาวเมืองตลอดเส้นทาง
    กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” จัดขึ้นทั้งหมด 4 สนาม ได้แก่

    สนามที่ 1 : วิ่งเลาะเวียงแพร่ จังหวัดแพร่ (25–26 ตุลาคม 2568)
    สนามที่ 2 : วิ่งเลาะเวียงน่าน จังหวัดน่าน (8–9 พฤศจิกายน 2568)โดยจะจัดต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในกลุ่มล้านนาตะวันออกกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างกระแสการออกกำลังกายเพื่อ

    สุขภาพ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 ให้เติบโตอย่างยั่งยืนดำเนินงานโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยาติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก
    /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แฟร์เท็กซ์” จุดไฟศึกกลาง MEGA BANGNA เปิดเวที ‘SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest’ รวมคนธรรมดาสายสู้ ขึ้นชกจริง พิสูจน์หัวใจนักสู้

    แชร์เนื้อหานี้

    ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ณ ลาน FOODWALK PLAZA ศูนย์การค้าเมกาบางนา บริษัท แฟร์เท็กซ์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬามวยไทยและศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของประเทศไทย จัดมหกรรมมวยไทยสมัครเล่น “Fairtex SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest” สานต่อกิจกรรม Fairtex Smoker ที่จัดต่อเนื่องมายาวนาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกอาชีพได้สัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีมวยระดับมืออาชีพ

    โดยมี คุณเปรม บุษราบวรวงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Fairtex Equipment, MD Fairtex Training Center และ CEO Fairtex Fight กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณพันธมิตรและผู้สนับสนุนที่ร่วมผลักดันให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

    พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ร.ต.นิธิโรจน์ บัวศรีธรานนท์ หรือ “กำไลเพชร อโยธยาไฟท์ยิม” อดีตนักมวยไทยชื่อดัง ร่วมแสดงรำไหว้ครูและศิลปะแม่ไม้มวยไทย ก่อนเข้าสู่การแข่งขันของเหล่านักชกสมัครเล่นจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งพยาบาล ครู ทนาย ช่างตัดผม นักเรียน และพนักงานออฟฟิศ ที่ต่างมาร่วมพิสูจน์หัวใจนักสู้บนสังเวียนจริง

    ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ศึกคนดัง ระหว่าง “แทค พงศกร” นักแสดงจากค่าย Idol Factory ดวลหมัดกับ โหงวเฮ้ง หรือ อัครพงษ์ศักดิ์ พงษสุวรรณ ลูกชายคนโตของพี่เท่ง เถิดเทิง ซึ่งเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมแน่นลานเมกาบางนา โดยมี คุณบรรจง บุษราคัมวงษ์ เจ้าของค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เดินทางมาร่วมเชียร์ให้กำลังใจผู้แข่งขันทุกท่านแบบเกาะติดขอบสนาม

    ภายในงานยังมีกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 3 วันเต็ม วันที่ 7 พ.ย. พบกับโชว์จาก “ตุ้ม ปริญญา” และเวิร์กช็อปมวยไทยโดย “ยอดไก่แก้ว แฟร์เท็กซ์” แชมป์ Max Stadium, วันที่ 8 พ.ย. พิธีเปิดงานและแมตช์พิเศษแทค–โหงวเฮ้ง และวันที่ 9 พ.ย. กิจกรรมสาธิตศิลปะการต่อสู้จาก Family BJJ Gym และอดีตฮีโร่โอลิมปิก “วรพจน์ เพชรขุ้ม” พร้อมเวิร์กช็อปมวยไทยและกิจกรรมพิเศษจากสองนักชกระดับโลก “ก้องธรณี ส.สมหมาย” และ “เจ้าเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” รวมถึงช่วง Meet & Greet แจกลายเซ็นและพูดคุยกับแฟนมวยอย่างใกล้ชิด

    กิจกรรม Fairtex Smoker ถือเป็นส่วนสำคัญของวงการมวยไทย ที่เปิดโอกาสให้นักสู้รุ่นใหม่ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบนเวทีจริง อีกทั้งเป็นพื้นที่แสดงพลังของชุมชนมวยไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากพัฒนาการของนักชกและการจัดงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นในทุกปีซึ่งงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำ

    ในวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ ONE Championship, น้ำมันมวย, G-Shock, กระทิงแดง, Royal Enfield และ Matter Makers“เวทีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับนักมวยอาชีพเท่านั้น แต่สำหรับคนธรรมดาที่กล้าฝัน กล้าสู้ และกล้าพิสูจน์ตัวเอง” แต่นี่คือจิตวิญญาณของ Fairtex SMOKER11: Cyber Santa Mega Fight Fest ที่แฟร์เท็กซ์ตั้งใจส่งต่อ เพราะบนสังเวียนนี้ ‘ความกล้า สำคัญกว่าชื่ออาชีพมา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ททท.น่าน จับมือพันธมิตร จัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025”ชวนวิ่งรับลมหนาวกลางข่วงเมืองน่าน ดึงนักท่องเที่ยวสุขภาพร่วมกว่า 4,000 คน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 31 ตุลาคม 2568เวลา 17.30 น. ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ โรงแรมดิ อิมเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน — จังหวัดน่านจัดการประชุม “ขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็น

    สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน” โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมประกาศเจตนารมณ์ “น่านเมืองสร้างสรรค์” อย่างเป็นทางการ

    ในการนี้ มี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน คณะทำงานขับเคลื่อนน่านเมืองสร้างสรรค์ สื่อมวลชน และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางพัฒนาจังหวัดน่านในมิติของหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน

    สู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ในวันนี้ (31 ตุลาคม 2568) จังหวัดน่านได้รับการคัดเลือกให้เป็น สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN)

    ในสาขา หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดในการยกระดับคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เวทีโลก ทั้งนี้ จังหวัดน่านได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ไว้ว่า“Living Crafts and Folk Art for Sustainability”หรือ “สืบสานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2566–2585)

    ภายใต้วิสัยทัศน์ “น่านเมืองสร้างสรรค์และเมืองอัจฉริยะ เชื่อมโยงอนุภูมิภาคสู่สากล ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ยั่งยืน”
    การได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน

    และจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการต่อยอดอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม หัตถกรรมพื้นบ้าน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้ “น่านเมืองสร้างสรรค์” เป็นเมืองแห่งคุณค่าที่ยั่งยืนต่อไป/ ข่าว/ พ.อ.พยอม บุญทร/ภาพ/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    ททท.สำนักงานน่าน จับมือพันธมิตร จัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025”ชวนวิ่งรับลมหนาวกลางข่วงเมืองน่าน ดึงนักท่องเที่ยวสุขภาพร่วมกว่า 4,000 คน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับบริษัท รูทแมพ จำกัด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน จัดกิจกรรม “Amazing Nan Marathon 2025” ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว

    ภายในงานมีการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ระยะทาง ได้แก่ Marathon 42 กิโลเมตรHalf Marathon 21 กิโลเมตรMini Marathon 10 กิโลเมตรFun Run 5 กิโลเมตรโดยมีนักวิ่งและผู้ติดตามเข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 4,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและคึกคักใจกลางเมืองน่าน

    กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการและภาคเอกชนร่วมในพิธี อาทิ เทศบาลเมืองน่าน, สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) น่าน, การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน (กกท.น่าน) รวมถึงพันธมิตรจากภาคเอกชนในพื้นที่

    การจัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ของจังหวัดน่านในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ ยังได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ “น่าน เมืองสร้างสรรค์แห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านของ UNESCO” ซึ่งจังหวัดน่าน น่าน…ก้าวสู่ “เมืองสร้างสรรค์แห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน” ของ UNESCOจังหวัดน่านยังได้รับข่าวดีระดับนานาชาติ เมื่อ องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศผลการคัดเลือกสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Network – UCCN) ประจำปี 2025 โดย “จังหวัดน่าน” ได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายในสาขา หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art)

    การนำเสนอของจังหวัดน่านโดดเด่นด้วยแนวคิด “ปราชญ์ท้องถิ่น – ชุมชน – ธรรมชาติ” (Artisans – Community – Nature) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองเก่าที่มีชีวิต (Living Old City) ซึ่งงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ไม่เพียงถูกอนุรักษ์ไว้ แต่ยังคงถูกผลิต ใช้ และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

    น่านมีความโดดเด่นทั้งด้าน ผ้าทอไทลื้อและลายน้ำไหลอันเป็นเอกลักษณ์, งานเครื่องเงินของชาวอิ้วเมี่ยน, งานจักสานและงานไม้แกะสลักหัวเรือแข่งพญานาค, รวมถึง มรดกเตาเผาโบราณบ่อสวก และ จิตรกรรมฝาผนัง “กระซิบรักบันลือโลก” อันเป็นที่รู้จักในระดับโลก ตลอดจนหัตถกรรมร่วมสมัยอย่าง ย่ามเถาวัลย์ป่าของชาวมละบริ (GI) ซึ่งเป็นตัวอย่างของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างกลมกลืน

    การได้รับการรับรองจากยูเนสโกในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดน่าน ในการยืนยันศักยภาพของเมืองเล็กที่มีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมและความยั่งยืน ต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และชุมชนอย่างมีคุณภาพ การจัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นกิจกรรมที่สะท้อนภาพลักษณ์ของ “น่าน” ได้อย่างสมบูรณ์ — เมืองแห่งสุขภาพ ศิลปะ และวัฒนธรรม ที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองสร้างสรรค์” ท่ามกลางธรรมชาติและรอยยิ้มของผู้คนเมืองน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พัทยาจัดยิ่งใหญ่ “DIWALI Festival 2025” ฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่าง สานสัมพันธ์ไทย–อินเดีย กระตุ้นการท่องเที่ยว/4 องค์กรจับมือแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน

    แชร์เนื้อหานี้

    ค่ำวันที่ 24 ต.ค.68 ที่บริเวณริมชายหาดเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลดิวาลี เฟสติวัล 2025 (DIWALI Festival 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 ตุลาคม 2568 โดยมีนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ผกก.สภ.เมืองพัทยา, นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย, นายประเสริฐ ศักดิ์จิระพงศ์ เลขาสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา คณะกรรมการจัดงาน สมาชิก อบจ.ชลบุรี ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

    เทศกาลดิวาลี พัทยา 2025 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ เมืองพัทยา สมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา และสมาคมอินเดีย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ยกระดับภาพลักษณ์เมืองพัทยาให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางวัฒนธรรมนานาชาติ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชุมชนไทยและอินเดีย

    ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าอินเดียหลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เช่น ส่าหรี ของตกแต่ง และอาหารอินเดียแท้ ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตสไตล์บอลลีวูด การแสดงศิลปวัฒนธรรมอินเดีย การประกวดแต่งกายสไตล์ภารตะ และซุ้มสักการะพระแม่ลักษณมี สร้างบรรยากาศแห่งสีสันและความศรัทธา

    สำหรับ เทศกาลดิวาลี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดีปวาลี” เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะของแสงเหนือความมืด ความรู้เหนือความไม่รู้ และความดีเหนือความชั่วร้าย ถือเป็นเทศกาลสำคัญทางจิตวิญญาณของชาวฮินดู ซิกข์ เชน และชาวอินเดียทั่วโลก ที่เฉลิมฉลองด้วยความปีติและความศรัทธาในทุกปี
    
    
    4 องค์กรจับมือแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน
    มีรายงานว่า ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร โดยมี 4 องค์กรเข้าร่วมแข่งขันเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง ประกอบด้วย ทีมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี, ทีมตำรวจท่องเที่ยวพัทยา, ทีมสมาคมนักข่าวพัทยา (ทีมเพื่อนต้น) และทีมชมรมผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ กิจกรรมกำหนดแข่งขันที่สนามฟุตบอลหญ้าจริง T.N.D. หรือสนามผู้ใหญ่ดอน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
    นายสุวัฒนชัย หอมชื่น กรรมการสมาคมนักข่าวพัทยา ในฐานะโต้โผใหญ่ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ บอกว่า ได้จัดกิจกรรมฟุตบอลกระชับมิตรเป็นประจำในทุกช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีด้วยเป็นเดือนเกิด เพื่อให้ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการร่วมกันทำงานเพื่อสังคมต่อไป โดยจะมีทีมฟุตบอลต่างๆ ส่งตัวแทนร่วมแข่งขัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
    
    อย่างไรก็ดี ในกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.บก.ทท.1 นายวิศรุต เย็นฉ่ำ อาจารย์ผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน คุณซันนี่ แวร์เนอร์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา เข้าร่วมงาน โดยหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันได้จัดเลี้ยงรับประทานอาหารร่วมกันด้วยความเป็นกันเอง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” จัดมวยมันส์ ‘LEGEND FIGHTING CHAMPIONSHIPS 2025’ ยกระดับนครหัวหินเป็นศูนย์กลาง “Sports Tourism”

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 24 ต.ค.68 การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า และศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมระเบิดศึกความยิ่งใหญ่กับการแข่งขันมวยไทยระดับนานาชาติ “Legend Fighting Championships 2025 – มวยไทยสร้างชาติ” ภายใต้แนวคิด “มวยไทยสร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจไทย สร้างคุณค่ามวยไทยสู่เวทีโลก” โดยมี “วิว เยาวภา บุรพลชัย” อดีตฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ เป็นผู้จัดการแข่งขันรายการนี้ เพื่อขับเคลื่อนพลัง “มวยไทย” ให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก และยกระดับนครหัวหินให้กลายเป็นศูนย์กลาง “Sports Tourism” เมืองแห่งกีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรมของประเทศไทย

    ศึกแห่งศักดิ์ศรีกำลังจะปะทุขึ้นที่หัวหิน เวทีแห่งเกียรติยศนี้จะเป็นการปะทะกันระหว่างทีมนักมวยไทยและทีมนักมวยต่างชาติ ในสังเวียนที่ผสานความดั้งเดิมของมวยไทยคาดเชือกกับความเข้มข้นของมวยไทยสวมนวม เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศแห่งพลัง “มวยไทยสร้างชาติ” ในวันเสาร์ที่ 25 ต.ค. นี้ เวลา 18.00 – 20.00 น. ณ เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ งานนี้เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายรายชื่อคู่มวยสุดเดือดทั้ง 7 คู่ คู่ที่ 1 (พิกัด 56.7 กก.) Akram Ouchibi (ประเทศโมร็อกโก)  ปะทะ เพชรสายรุ้ง ศ.เดชดำรงค์ (ประเทศไทย) คู่ที่ 2 (พิกัด 61 กก.) Ye Yint Nung

    (ประเทศเมียนมาร์)  ปะทะ สกัดเพชร พ.ประภัศร์ลูกพ่อโต (ประเทศไทย) คู่ที่ 3 (มวยหญิง พิกัด 53 กก.)  Negin Afshin Shahinfar (ประเทศอิหร่าน) ปะทะ หงส์พิรุณ ก.ประเสริฐยิม (ประเทศไทย) คู่ที่ 4 (พิกัด 58 กก.) Akdahe Boujamaa (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  นิเชาร์ ส.เพียรทอง (ประเทศไทย) คู่ที่ 5 (พิกัด 59 กก.) Othmane Irhouza (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  อุดมเล็ก ณุ ปราณบุรี (ประเทศไทย) คู่ที่ 6 (พิกัด 63.5 กก.)  Shokhzod Zafar Ugli Azamatov (ประเทศอุซเบกิสถาน) ปะทะ รัชชานนท์ เอกเมืองนนท์ (ประเทศไทย) คู่ที่ 7 (พิกัด 64 กก.) Younes Rhali (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  วันมีชัย ป.ศรสิงห์ (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทั่วประเทศทาง ช่อง 8 หมายเลข 27 ชมสดออนไลน์ได้ทาง Facebook / YouTube : LFC Legend Fighting Championships
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บังดุล” นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี วิ่งภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” 60 จังหวัด ใต้ – เหนือ – อีสาน กว่า 2,500 กิโล เข้าสู่วันที่ 23 การวิ่ง เข้าประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 2 แล้ว

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 22 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “บังดุล” หรือ นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ 51 ปี นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี ซึ่งออกวิ่งเป็นวันที่ 23 ของการวิ่ง และวันที่ 2 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านอำเภอทับสะแก เข้าสู่อำเภอเมืองประจวบฯ ตามภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” โดยเริ่มต้นจาก อ.มายอ จ.ปัตตานี มุ่งหน้าสู่ จังหวัดเชียงราย และจะวกกลับเข้าสู่ภาคอีสาน มุ่งหน้าสู่ ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ระยะทางรวมกว่า 2,500 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางร่วม 3 เดือน โดยหวังระดมเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปสนับสนุนการสร้างกำแพงกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงจัดหาสิ่งของจำเป็นมอบให้ทหารในพื้นที่

    สำหรับครั้งนี้ “บังดุล” เขาเริ่มต้นวิ่งโดยใช้เส้นทางสายเอเชีย ผ่านจังหวัดสงขลา สตูล ตรัง กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และจะเข้าสู่ภาคกลาง และ ราชบุรี สุพรรณ อ่างทอง นครสวรรค์ กำแพงเพชร เชียงใหม่ สุดที่เชียงราย ก่อนลงมาโซน อุตรดิตย์ เพชรบูรณ์ และเข้าสู่ภาคอีสาน ไปสิ้นสุดที่ศรีสะเกษ ซึ่งถือเป็นภารกิจวิ่งที่ยาวและเข้มข้นที่สุดของบังดุล โดยทุกวันจะวิ่งวันละราว 50 กิโลเมตร แบ่งเป็นเซตละ 10–15 กิโลเมตร

    ในการวิ่งครั้งนี้ บังดุลไลฟ์ผ่าน TikTok ชื่อ “นักวิ่ง จิตอาสา” พร้อมสะพายสัมภาระและติดตั้งโทรศัพท์บนโครงเหล็กอลูมิเนียมเพื่อถ่ายทอดสด ระหว่างทางมีประชาชนที่พบเห็นต่างร่วมให้กำลังใจและบริจาคเงินตลอดเส้นทาง สำหรับบังดุล เขาคือสัญลักษณ์ของการเสียสละเพื่อชาติ และยืนยันว่า การกลับมาวิ่งเพื่อชายแดนไทยครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนว่า “คนไทยจะไม่ยอมให้ใครรุกรานแผ่นดิน” สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่ บัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาปาลัส หมายเลข บ/ช 02-0088-256-366
    /////////////////////////
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดฉากสุดยิ่งใหญ่ Big Event รับทัพนักกีฬา 20 จว.ภาคอีสาน สู่ “โคราชเมืองกีฬา” ในศึก “ย่าโม โคราชเกมส์”

    แชร์เนื้อหานี้

    “เจ้าเหรียญทอง” จะเป็นใคร มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ไปพร้อมกัน 20 – 30 ต.ค. นี้ ที่โคราชไฟกระถางคบเพลิงถูกจุดขึ้น ระเบิดศึก “ย่าโม โคราชเกมส์” ศักดิ์ศรีแห่งกีฬานักเรียนท้องถิ่น รวมเหล่า ขุนพล 16 ชนิดกีฬา ตัวเต็ง จาก อปท. 20 จว.ภาคอีสาน ร่วมคว้าเจ้าเหรียญทองกันแบบดุเดือด ตลอดการแข่งขัน 10 วัน ด้าน อบจ.โคราช เจ้าภาพ เนรมิตพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่อลังการ สมศักดิ์ศรี “โคราชเมืองกีฬา”

    วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ เมนสเตเดียม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ. นครราชสีมา เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือก ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโม โคราชเกมส์” โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันกล่าวรายงาน พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีเปิด พร้อมส่งนักกีฬา เข้าร่วมการแข่งขัน

    ทั้งนี้ พิธีการเริ่ม เวลา 17.30 น. วงโยธวาทิตเข้าสู่สนามบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เปิดตัวด้วยการแสดงไฮไลท์ พิธีเปิดจากนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ก่อนที่ขบวนพาเหรดคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จาก 20 จังหวัด ภาคอีสาน เข้าสู่สนาม และชมการแสดงนาฏมวยไทย จากนั้นเป็นการเชิญธงชาติ ธงกีฬานักเรียน อปท. แห่งประเทศไทย ธงประจำ จ.นครราชสีมา ธง อบจ. 19 จังหวัด และ ธง อบจ.นครราชสีมา ขึ้นสู่เสาธง และ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าววัตถุประสงค์การจัดแข่งขันกีฬา ต่อประธานพิธีเปิด พร้อมกันนี้ ประธานในพิธีกล่าวต้อนรับคณะผู้บริหาร นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และกล่าวเปิดการแข่งขัน จากนั้น นักกีฬา ได้วิ่งคบเพลิงจุดไฟกระถางคบเพลิง และปิดท้ายด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ และสะกด อารมณ์ผู้ชมทั้งสนาม ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีเปิดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    “สามัคคีคือพลัง” มาร่วมชม ร่วมเชียร์ พร้อมให้กำลังใจทัพนักกีฬาทั้ง 16 ชนิดกีฬา จาก 20 จังหวัด ภาคอีสาน และร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีให้การต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ที่ได้เดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และยังถือ โอกาสเดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินสะพัด ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา 10 วันของการแข่งขัน ในศึก “ย่าโม โคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคมนี้ ณ สนามกีฬาภายในจังหวัดนครราชสีมา

    สำหรับกีฬาที่ใช้ทำการแข่งขัน จำนวน 16 ชนิดกีฬา ทั้งประเภทชาย – หญิง ประกอบด้วย (1) ฟุตบอลชาย
    ณ สนาม มทส. / สนามกีฬา รร.ศีรษะละเลิง (2) ฟุตบอลหญิง ณ สนามกีฬา ม.วงษ์ชวลิตกุล / สำนักช่าง อบจ. / วิทยาลัยนครราชสีมา และสนามกีฬา 80 พรรษาฯ (3) ฟุตซอล (ช/ญ) ณ สนามกีฬา ทต.บ้านใหม่ / สนามกีฬา สสจ.นม. / สนามกีฬา ม.วงษ์ชวลิตกุล / สนาม รร.ราชวิทยาลัย / อาคารลิปตพัลลภ – อาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (4) วอลเลย์บอลในร่ม ณ สนาม รร.สุรนารี / สนาม มทร.อีสาน / สนาม มทส. (5) วอลเลย์บอลชายหาด ณ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (6) เปตอง ณ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (7)

    หมากรุกไทย ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (8) หมากออสไทย ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (9) หมากล้อม ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (10) เทเบิลเทนนิส ณ หอประชุม รร.เตรียมน้อมฯ โคราช (11) เซปักตะกร้อ ณ MCC HALL เดอะมอลล์ โคราช (12) แบดมินตัน ณ สนามแบดฯ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 3 (13) E-SPORT ณ ห้องโคราชฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช (14) เทคบอล ณ MCC HALL เดอะมอลล์ โคราช (15) กรีฑา ณ เมนสเตเดียม สนามกีฬา 80 พรรษาฯ และ (16) จักรยานขาไถ ณ ห้องโคราชฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    หนุ่มโรงงานขับมอไซค์ชนสิบล้อดับติดใต้ท้องรถหนุ่มโรงงานขับมอเตอร์ไซด์ด้วยความเร็วสูงชนรถบรรทุกไก่ตัดหน้ากระทันหัน.เบรคไม่ทันชนอย่างแรงร่างกระเด็นอัดก็อปปี้อยู่ใต้ท้องรถตายคาที่ จุดเกิดเหตุ บริเวณ ถนน 224.หน้าโรงงานคาร์กิล อำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา

    เมื่อวันที่ 21ตุลาคม.2568 เวลา 7.50 น เกิดอุบัติเหตุพนักงานของโรงงานคาร์กิล ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย.จังหวัดนครราชสีมา ขับขี่รถมอเตอร์ไชด์ทะเบียน1กต.2399 สระบุรี ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกับรถบรรทุก10ล้อ หมายเลขทะเบียน 89-1967.นครราชสีมา คนขับสิบล้อ ทราบชื่อในเวลาต่อมา นายไพศาล ศรีสุข อยู่บัานเลขที่.30 หมู่1 บ้านโคกสะอาดตำบล อรพิม อำเภอ ครบุรี จังหวัดนครราชสีมาได้ขับรถบรรทุกมาส่งไก่ ของบริษัท คาร์กิล ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ช่วงเวลา 7.50น.ได้ขับรถกลับ ออกจากโรงงานดังกล่าวพนักงานรักษาความปลอดภัยได้โบกรถให้ตนเองขับออกไปช่วงจังหวะนั้นได้มีมอเตอร์ไชด์ของพนักงานโรงงานดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกลางรถบรรทุกเข้าอย่างแรงทำให้คนขับมอเตอร์ไชด์กระแทกกับตัวรถแล้วมุดไปคาอยู่ใต้ท้องรถเสียชีวิตทันที
    ซึ่งสภาพรถมอเตอร์ไซค์มีสภาพพังยับเยินหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าตนได้ยินเสียงดังมาจากกลางถนนเห็นรถบรรทุกวิ่งออกมาจากโรงงาน.และ รถมอไซค์โรงงานเดียวกัน วิ่งมาบนถนนสาย224 อำเภอโชคชัย-ครบุรีด้วยความเร็วสูง.พุ่งชนรถบรรทุกด้วยความแรงเป็นเหตุให้คนขับขี่มอไชด์เสียชีวิตทันที

    นายไพศาลคนขับขี่รถบรรทุกบอกว่าตนส่งไก่เสร็จแล้วกำลังจะกลับไปยังบริษัท เอสแอนด์พี ที่อยู่ห่างออกไป 30 กิโลเมตร ระหว่างขับรถกลับได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นชึ่งตนก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก พร้อมกันนีั.ตำรวจ สภ.โชคชัยเร่งสืบสวนหาสาเหตุ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายต่อไป

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ เดินทางกว่า 200 โล เพื่อมอบสิ่งของและความสุข ให้กับ นักเรียน โรงเรียน ตชด. / แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม

    แชร์เนื้อหานี้
    TTT

    เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 นายจุมพล ศรวิเศษ นายกสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ และ กำลังเจ้าหน้าที่ นำข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนม นม เครื่องปรุง เสื้อผ้า ผ้าห่ม เครื่องปริ้น และกระดาษ เดินทางกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อมอบสิ่งของ อุปโภค และ บริโภค ดังกล่าว ให้กับ คณะครู และ เด็กๆ

    โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะครูและเด็กๆ พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ และคณะครู

    ก่อนจะลงสนามทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ อาทิ แข่งฟุตซอล เล่นดีดลูกแก้ว ฯลฯ ก่อนจะถ่ายรูปหมู่แล้วเดินทางกลับสมุทรปราการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดน ไทย-พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร

    และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร หากต้องเดินทางไปกลับเพื่อซื้อสิ่งของจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยภายในโรงเรียน มี ครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน และมีนักเรียน จำนวนประมาณ 250 คน มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีนักเรียนบางส่วนพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียน

    นายจุมพล ศรวิเศษ นายกสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ กล่าวว่า วันนี้ทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ / ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา / และทีมภาคประชาชนที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำสิ่งของปัจจัยต่าง ๆ โดยทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ

    ได้มาเป็นตัวแทนมอบให้กับน้อง ๆ นักเรียน โรงเรียน ตชด. อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพื่อให้น้อง ๆ ได้รับความสุข ได้รับสิ่งที่ดี ๆ จากทางกลุ่มชมรมอาสาในพื้นที่สมุทรปราการ
    ครูประจำโรงเรียน กล่าวว่า ทางโรงเรียนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ยังเล็งเห็นความสำคัญของเด็กชายแดนตรงนี้ วันนี้เด็ก ๆ ก็มีความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจ และมีความสุขมาก


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต ร.9แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต ร.9

    วันที่ 13 ตุลาคม 2568 นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้นำทีม เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัคร นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด แจกตามประชาชน ตามชุมชน 5 แห่ง

    ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

    เนื่องในวาระครบ ๙ ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ “วันนวมินทรมหาราช”

    นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่มจำนวน 500 ชุด ไปแจกตามชุมชนต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

    เนื่องในวันครบรอบสวรรคต พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 โดยวันนี้ได้ไปแจกที่ ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศึกศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” เพื่อส่งเสริมเยาวชนและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณอาคารศูนย์กีฬา โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
    พลเอกชนินทร์ สิงหนาถนิติรักษ์ (ผู้ทรงคณวุฒิพิเศษกองทัพบก) ประธานจัดการแข่งขัน”ศึก ศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วลกุล (นายอำเภอโคกสำโรง)

    พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต (ผกก.สภ.โคกสำโรง) ผอ.ดร.ศักดิ์ดา คำโส (ผอ.รร.จุฬาภรณฯ ลพบุรี) นายกัณพงศ์ แช่ภู่ นายณัฏพงษ์ อารยางค์กูร

    (ประธาน กต.ตร.สภ. โคกสำโรง) นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ นายนิธิโรจน์ หงษ์ยนต์ พร้อมด้วยคณะกรรมจัดการแข่งขันชกมวย ประชนเข้าร่วมงานฯ

    “ศึกศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” การจัดงานในครั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

    1. สมทบทุนปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
    2. จัดซื้ออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยด้านการจราจรและอื่นๆให้กับสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง
    3. เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนการพัฒนาโรงพยาบาบาล
      โคกสำโรง และนอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญ ในการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย
    4. ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย ให้ยังคงอยู่ในสังคมไทย และส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ในอนาคต งานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์, โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬา
      ภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี, คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง, (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และวัดเขาลังพัฒนา

    งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการแสดงออกถึงความสามารถของนักมวยไทยทั้งรุ่นเยาว์และรุ่น ใหญ่ หากยังมีเจตนารมณ์อันงดงามในการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งในด้านการศึกษา ความปลอดภัยงานด้านจราจร งานของตำรวจ สภ.โคกสำโรง และการพัฒนาสาธารณสุของชุมชนอำเภอโคกสำโรงอีกด้วย

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
    อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / “ปั่นสู่นครนาคา” คึกคัก! อบจ.บึงกาฬ ชวนคนรักสุขภาพ ร่วมปั่นตามรอยเส้นทางพญานาค “นาคารูท” และร่วมงาน “14 ปี เปิดประตูสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ”

    แชร์เนื้อหานี้

    ที่ถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ปั่นสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ” ประจำปี 2568

    ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ “14 ปี เปิดประตูสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ” โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติพิธีเปิด

    ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2568 โดยมีกิจกรรมหลากหลายทั้งบันเทิง วัฒนธรรม และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “ปั่นสู่นครนาคา” กิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักปั่นทั่วประเทศได้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์เมืองบึงกาฬ ตามเส้นทางการท่อง

    เที่ยวแห่งความเชื่อความศรัทธา “นาคารูท” โดยนักปั่นจะได้สักการะหลวงพ่อใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ ที่อำเภอเมืองบึงกาฬ, สักการะปู่อือลือที่เกาะดอนโพธิ์ อ.บึงโขงหลง และตามรอยหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ที่วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือวัดภูทอก อำเภอศรีวิไล ฯลฯ

    นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ โดยนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และคนบึงกาฬ ยินดีต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวที่มาชมจังหวัดบึงกาฬ ตลอดจนนักปั่นจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งการจัดงานปั่นครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ จะจัดงานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป

    และนอกจาก กิจกรรมปั่นจักรยานแล้ว ระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2568 ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยความสนุกและสีสัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เสียงอีสาน, เวียง นฤมล, ไหมไทย หัวใจศิลป์ และสาวน้อยเพชรบ้านแพง ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชนในพื้นที่, การประกวดเต้น “บาสโลบ” และการประกวดธิดานาคา โดยตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน เปิดให้เข้าชมฟรี
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สองล้อหัวใจอาสา “โปลิสนรา” ปั่นน้ำใจ เติมรอยยิ้มให้เด็กกำพร้า เมืองนรา พร้อมกิจกรรมสันทนาการ เสียงหัวเราะ ประทับใจ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (5 ต.ค.68) ที่ สภ.เมืองนราธิวาส พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ในฐานะประธานกลุ่ม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา” นำสมาชิกกว่า 30 คน ร่วมจัดกิจกรรม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา ครั้งที่ 2” เดินหน้าทำความดีด้วยหัวใจ จัดทริปขับขี่มอเตอร์ไซค์เยี่ยมและมอบสิ่งของแก่บ้านเด็กกำพร้า 2 แห่งในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส ได้แก่ บ้านเด็กกำพร้ายะกัง และ มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมาน

    สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย เคารพกฎจราจร ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในกลุ่มผู้รักมอเตอร์ไซค์ พร้อมทั้งสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

    โดยบรรยากาศเริ่มต้นที่ลานอเนกประสงค์ สภ.เมืองนราธิวาส โดยมี พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ กล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ จากนั้นสมาชิกกลุ่มได้ตรวจสภาพรถและอุปกรณ์นิรภัย ก่อนออกเดินทางสู่บ้านเด็กกำพร้ายะกัง ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พร้อมร่วมมอบเงินทุนการศึกษาและสิ่งของจำเป็นให้แก่เด็ก ๆ

    ต่อมาคณะสองล้อรู้ใจฯได้เดินทางต่อไปยังมูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมาน ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส เพื่อมอบของบริจาค ร่วมแจกไอศกรีม สร้างรอยยิ้มด้วยกิจกรรมสันทนาการ และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเด็กๆในบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

    ทั้งนี้กิจกรรมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทั้งผู้ให้และผู้รับ สะท้อนพลังแห่งน้ำใจของกลุ่ม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา” ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ หากแต่ขับเคลื่อนด้วย หัวใจของความดีและจิตอาสา
    /////////
    ข่าว/กรียานราธิวาส

    สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / เปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 23 กันยายน 2568 นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน
    ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีประจำปีการศึกษา 2568 ร่วมกับ

    นายประชา วิโรจน์ทินกร ในฐานะ ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียน

    ฝวาหมินกงลิ ดร. มยุรีย์ ทิพย์ญาณ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหารโรงเรียน นักกีฬา กองเชียร์ที่รักทุกคน

    นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ กล่าว โรงเรียนฝวาหมินกงลิ การจัดการแข่งขันกีฬาสีทางโรงเรียนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อส่ง

    เสริมให้นักกีฬา มีทักษะด้านกีฬาพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคี ปลูกฝังให้นักกีฬาเล่นกีฬาด้วยน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้

    ชนะ รู้อภัย ห่างไกลยาเสพติด ดังคำขวัญที่ว่า เสียเหงื่อให้กับการกีฬาดีกว่าเสียน้ำตาให้กับยาเสพติด ในการแข่งขันกีฬา แบ่ง

    นักกีฬา กองเชียร์ออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง และ สีชมพู โดยมีนักกีฬาและกองเชียร์เข้าร่วมทั้งหมด 1,600 คน

    โรงเรียนได้รับการสนับสนุนวงดุริยางค์ 1. วงโยธวาทิตมณฑลทหารบกที่ 44 2. วงโยธวาทิตโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา 3. วงโย

    ธวาทิตโรงเรียนนิรมลชุมพร 4. วงโยธวาทิต โรงเรียนสวีวิทยา 5. วงโยธวาทิต โรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก ได้รับการสนับสนุน เจ้า

    หน้าที่จราจร การให้ความสะดวกปลอดภัยกับนักกีฬากองเชียร์ รับสนับสนุนรถพยาบาลจากมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์และ

    คณะผู้ปกครองทุกท่านในการ จัดริ้วขบวนกีฬาสีเป็นอย่างดี ทางโรงเรียนจึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

    
    นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์  ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568 ในครั้งนี้ ผมได้เห็นถึงความสามัคคีในการทำงานและได้เห็นถึงการปลูกฝังให้นักกีฬา กองเชียร์ มีน้ำใจนักกีฬา และมีทักษะในการเล่นกีฬาเสมอมา สี่สีที่แบ่งออกเพื่อความสะดวกในการ แข่งขันขอให้เด็กๆจำไว้ว่า สุดท้ายแล้วเราจะกลับมาเป็นสีเดียวกันคือขาวแดง ผมได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาหลายครั้ง เห็นถึงความพร้อมเพรียง ความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคี พัฒนาขึ้นทุกปี เป็นที่น่าชื่นชมยินดีนัก ขอให้นักกีฬา กองเชียร์เล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬา สนุกสนานและปลอดภัยกันทุกคน

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

    สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ศอ.บต.ขับเคลื่อนนโยบาย “120 วัน พืชกระท่อม” เห็นผลเป็นรูปธรรม สังคม-ชุมชนลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้า

    แชร์เนื้อหานี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนนราเปี่ยมสุข ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง

    เป็นประธานเปิดโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ต่อต้านพืชกระท่อม สร้างสังคมเข้มแข็งปลอดยาเสพติด” ประจำปีการศึกษา 2568 พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่นักเรียนผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมครั้งนี้

    สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนวาระ 120 วันพืชกระท่อม ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมีนักเรียนและเครือข่ายเยาวชนจากโรงเรียนอัต

    ตัรกียะห์อิสลามียะห์ เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปราศจากยาเสพติด

    นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง เปิดเผยว่า การดำเนินการตามวาระ 120 วันพืชกระท่อม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา และจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน 2568

    ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายมิติ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และชุมชน โดยพบว่ามีพลังจากกลุ่มผู้นำตามธรรมชาติ ผู้ปกครอง และประชาชนที่ลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้าพืชกระท่อม ขณะเดียวกันปรากฏชัดว่าการค้าขายตามเส้นทางหลักในพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

    อีกทั้งการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมถือเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนพลังและมุมมองใหม่ๆในการแก้ไขปัญหา ต่างจากเดิมที่การขับเคลื่อนแก้ปัญหายาเสพติดใช้กลไกภาครัฐเป็นหลัก ภาย

    ใต้การนำของพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ผลักดันให้เยาวชนคิดและลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

    ซึ่งโครงการในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการบ่มเพาะพลังคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมเข้มแข็ง ปลอดภัย และปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน
    ///////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เยี่ยมแค้มป์นักเตะอนุบาลหนองปรือ ตักศิลาหมากแข้งชลบุรี สถานที่ปลุกปั้น ’หนูน้อยต้นอ้อ‘ แข้งจิ๋วมหัศจรรย์

    แชร์เนื้อหานี้

    มีรายงานว่า ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เรียกตัวนักกีฬาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมเพื่อร่วมชิงชัยการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (ระดับภาคตะวันออก) ครั้งที่ 40 ประจำปี 2568 รายการตากสินระยองเกมส์ 2025

    โดยในประเภททีมเยาวชนหญิง นักกีฬาทั้งหมดต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกันตามระบบฝึกซ้อมที่เคร่งครัดและจริงจัง โดยในเวลา 05.00 น. จะเป็นเวลาตื่นนอนของนักกีฬา ในเวลา 05.15 น. จะมีการวิ่งและฝึกซ้อมประมาณ 1 ชม.กว่าๆ ก่อนเวลา 06.30 น. จะอาบน้ำแต่งตัว และรับประทานข้าวเช้าที่โรงเรียนจัดหามาให้ในเวลา 07.00 น.

    ในเวลา 08.00 น. จะเข้าเรียนตามปกติตามรายวิชาประจำวัน เมื่อเลิกเรียนเวลา 16.00 น. ก็จะฝึกซ้อมบอลต่อในเวลา 16.30 น. เวลาประมาณ 2 ชม. ก่อนทางผู้ฝึกสอนจะอนุญาตให้ทางบ้านมารับไปรับประทานอาหารเย็นในเวลา 18.30 น. โดยมีเวลาอยู่กับครอบครัว ประมาณ 2 ชม. ก่อนเวลา 20.30 น. ต้องกลับแค้มป์นักกีฬา เพื่อประชุมทีมในเวลา 20.50 น. และเข้านอนในเวลา 21.30 น. โดนห้ามนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียนโดยเด็ดขาด

    จากการพูดคุยกับ ด.ญ.รวิ หอมชื่น หรือ น้องต้นอ้อ อายุ 12 ปี นักเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ในฐานะนักฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ของโรงเรียน ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หรือ สไตรเกอร์ (Striker) ของทีม เผยว่า ได้มาอยู่กับเพื่อนนักฟุตบอลที่โรงเรียนเพื่อฝึกซ้อมเตรียมตัวแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. ที่ระยอง ในเดือนวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้

    โดยนักกีฬาทุกคนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเพื่อให้ได้รู้จักกัน ได้ฝึกซ้อมร่วมกันตามแผนการเล่นของโค้ชเพื่อสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ซึ่งทุกคนก็สนุกสนานที่ได้มาอยู่ด้วยกัน เพราะในแต่ละวันต้องทำกิจกรรมฝึกซ้อมหลายอย่าง ซึ่งคุณครูผู้ฝึกสอนก็ได้สอนในเรื่องการใช้ชีวิตที่สมถะ อยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง กินง่ายอยู่ง่าย แต่ถึงเวลาเราต้องฝึกซ้อมก็ต้องซ้อมแบบจริงจัง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทัพนักกีฬาภาคอีสาน” ย่าโมโคราชเกมส์”1.8หมื่นคนบุกโคราช คาดเงินสะพัด 60 ล้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    กองทัพนักกีฬาจาก อปท.ภาคอีสาน 1.8หมื่นคน เตรียมบุกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อแข่งขันกีฬา” นักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” แห่งประเทศไทย รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโมโคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคม 2568

    นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะพ่อเมืองโคราช กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬานักเรียน.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยรอบคัดเลือก ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่

    40 ว่า จังหวัด นครราชสีมา เรามีความพร้อมมาก ในการรองรับนักกีฬากว่า 1.8หมื่นคน ที่จะเดินทางมา 20 จังหวัด ภาคอีสาน เพื่อที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียน อปท.ถาคอีสานในครั้งนี้ โดยเฉพาะจังหวัดเรามีห้องพักเพียงพอรองรับ มีห้างสรรพ

    สินค้า ขนาดใหญ่ ถึง 3 ห้าง มีร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่บริการมากมาย มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว 3 มรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง สถานที่ท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว จุดเช็คอิน เขายายเที่ยง

    กังหันลมยักษ์ และอื่นๆอีกมากมาย จ.นครราชสีมา เรามีความพร้อมอย่างมาก ในการต้อนรับและเป็นเจ้าภาพที่ดี จึงขอเรียนเชิญ ทัพนักกีฬา อปท.ทั้ง 20 จังหวัด เดินทางมาอย่าง สะดวกสะบาย ไม่ต้องกังวลถึงการ เป็นเจ้าบ้าน ของโคราช ในครั้งนี้

    ด้าน ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าบ้านเตรียมต้อนรับ ทั้งสนามการแข่งขัน พิธีเปิดและดูแลผู้ที่ร่วมเดินทางมาร่วมการแข่งขัน กีฬา อปท.ภาคอีสาน 20 จังหวัดในครั้งนี้ ทาง อบจ.ได้เตรียมงบประมาณกว่า 35 ล้านบาท เอาไว้จัดการแข่งขันในครั้งนี้ อีกทั้งเตรียมสนามการแข่งขัน ที่มีมาตรฐานกว่า 20 สนาม

    รองรับ 16 ชนิดกีฬา ที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ และการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการเปิดบ้าน เปิดเมือง เพื่อต้อนรับ บรรดานักกีฬา พร้อมผู้ติดตามกว่า 1.8 หมื่น คนที่จะเข้ามา กิน เที่ยว และ พัก กว่า 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 – 30 ตุลาคม คาดว่าเงินสะพัดกว่า 60 ล้านบาท พร้อมเตรียมไฮไลท์ พิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ อลังการ สมเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน ดร.ยลดา กล่าว

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ ราชการ ปกครอง ส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ครั้งที่ 4

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 17 ก.ย.68 ที่ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละแมะนา อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานปิดการแข่งขัน “กีฬาสานสัมพันธ์ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอทุ่งยางแดง ครั้งที่ 4 ประจำปี 2568 มี

    นายมงคล สินยัง นายอำเภอทุ่งยางแดง หัวหน้าส่วนราชการ ประธานชมรม นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ

    ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ บุคลากรทางการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ชมรมตาดีกา ภาคีเครือข่าย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    และประชาชน เข้าร่วม เป็นจำนวนมาก สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรักความสามัคคี ระหว่างส่วน

    ราชการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สร้างบรรยากาศความผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดจากการทำงานและสถานการณ์ความรุนแรงในปัจจุบัน

    และเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬา โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้าง

    ความสัมพันธ์ โดยมี ประเภท ประกอบด้วย กีฬาฟุตซอล การแข่งขัน วิ่งผลัดโดยใส่ชุดเครื่องแบบของแต่ละหน่วยงาน และกีฬาพื้นบ้าน

    นายไชยพร นิยมแก็ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า กิจกรรมนี้ได้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

    ของอำเภอทุ่งยางแดง รวมทั้งประชาชนที่มีส่วนร่วม มีความตั้งใจ และทุ่มเทในการสนับสนุนการ

    จัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เป็นอย่างดี ได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน

    ผู้ใหญ่บ้าน การแข่งขันกีฬานอกจากจะทำให้ผู้ที่เล่นกีฬามีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง

    มีสุขภาพจิต ที่เข้มแข็ง และมีน้ำใจ เป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยแล้ว ยังเสริมสร้างให้เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะอีกด้วย

    ตอริก สหสันติวรกุล
    ผอ.บรรณาธิการข่าว /
    ศูนย์ข่าวภาคใต้ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโปรไฟล์ “หนูน้อยต้นอ้อ-รวิ หอมชื่น“ แข้งจิ๋วโต๊ะเล็กเมืองฉลาม ดาวจรัสแสงอนาคตไกล”เฮิร์บแลนด์“ เล็งปลุกกระแส “ต้นสาคู” พืชมากสรรพคุณแดนใต้ หวั่นถูกโลกยุคใหม่ลืมเลือน/ ระเบิดศึกชิงชัย “BGC Powerboat Grand Prix 2025” สนามที่ 2 ที่หาดบางเสร่ อัพสกิลนักกีฬาไทยสู่เวทีสากล

    แชร์เนื้อหานี้

    ”ฟุตซอล“ เป็นอีกประเภทกีฬาหมากแข้งที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลายไม่แพ้ฟุตบอล จนในปัจจุบันมีผู้สนใจหันมาเอาจริงเอาจังกับกีฬาประเภทนี้มากมายทั่วโลก ทั้งชายหญิง หนุ่มสาว รวมทั้งเด็กและเยาวชน จนมีการจัดการแข่งขันมากมายทั้งในระดับชุมชน ระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ความน่าสนใจคือมีนักกีฬาดาวรุ่งหน้าใหม่ผุดขึ้นราวดาวเห็ด หนึ่งในนั้นคือ ”ต้นอ้อ-รวิ หอมชื่น” นักกีฬาฟุตซอลหญิง อายุไม่เกิน14 ปี ประจำทีมโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ แข้งจิ๋วโต๊ะเล็กดาวจรัสแสงดวงใหม่จากจังหวัดชลบุรี

    ด.ญ.รวิ หอมชื่น ชื่อเล่น น้องต้นอ้อ เกิดวันที่ 7 เมษายน 2556 อายุ 12 ปี อยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปัจจุบันเป็นนักฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ของโรงเรียน โดยเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หรือ สไตรเกอร์ (Striker) มีพี่ชาย 1 คน คือ นายวีรภัทร หอมชื่น (เอิร์ธ) อยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนหัวถนนวิทยา อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และเป็นนักฟุตซอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ของโรงเรียนเช่นกัน โดย เริ่มเล่นฟุตซอลตั้งแต่อายุ 10 ปี หรือตอน ป.4 จากอดีตที่ไม่เคยสนใจกีฬาฟุตบอลเลย แต่ด้วยเห็นพี่ชายเป็นนักกีฬาฟุตซอล และบิดาชื่นชอบกีฬานี้เป็นพิเศษมักเล่นฟุตบอลและมีแข่งขันออกกำลังกายอยู่บ่อยครั้ง จึงเกิดความซึมซับ ก่อนเริ่มหัดเล่นจนชื่นชอบ และมุ่งมั่นจนได้เป็นนักกีฬาฟุตซอลประจำโรงเรียนในที่สุด

    ทั้งนี้ มีผลงานที่เป็นเกียรติแก่ครอบครัวตนเองและโรงเรียนมากมาย อาทิ ที่ 2 เหรียญเงิน รองแชมป์การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รายการกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ระดับภาคตะวันออก ประจำปี 2566 ก่อนได้สิทธิ์เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับประเทศ, ที่ 2 เหรียญเงิน รองแชมป์การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รายการกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ระดับภาคตะวันออก ประจำปี 2567 ก่อนได้สิทธิ์เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับประเทศ (เป็นรองแชมป์สองปีซ้อน ในรายการระดับภาค),

    ที่ 3 เหรียญทองแดง การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี กีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ระดับประเทศ ประจำปี 2566, ที่ 3 เหรียญทองแดง การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี กีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น( อปท.) ระดับประเทศ ประจำปี 2567 (ได้ที่ 3 สองปีซ้อนเช่นกัน ในรายการระดับประเทศ) ,ที่ 3 เหรียญทองแดง การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี รายการกีฬานักเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (อบจ.ชลบุรี) ประจำปี 2568 และเหรียญทอง ชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี รายการชิงแชมป์เยาวชนเมืองพัทยา ประจำปี 2568

    ขณะนี้ หนูน้อยต้นอ้อ-รวิ หอมชื่น กำลังเก็บตัวเพื่อไปสู้ศึกร่วมการแข่งขันรายการนักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ระดับภาคตะวันออก ประจำปี 2568 ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ที่จังหวัดระยอง โดยตลอดวันจันทร์-อาทิตย์ ได้เข้าแคมป์เก็บตัวนักกีฬากับทางโรงเรียน ที่มีนายวิศรุต เย็นฉ่ำ (ครูบาส) และนายอาคม แจ่มจำรัส (โค้ชตุ๋ม) เป็นผู้ฝึกสอน และจะได้กลับบ้านเฉพาะช่วงหลังซ้อมเสร็จตอนเย็นเท่านั้น เพื่อรับประทานอาหารและเตรียมสิ่งของส่วนตัว ก่อนจะกลับมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมที่โรงเรียนในเวลา 20.3

    ระเบิดศึกชิงชัย “BGC Powerboat Grand Prix 2025” สนามที่ 2 ที่หาดบางเสร่ อัพสกิลนักกีฬาไทยสู่เวทีสากล

    มีรายงานว่า นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอสัตหีบ และนางสาวรัตน์ฤดี ปิ่นแก้ว ผู้จัดการส่วนสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดในการแข่งขันเรือเร็วครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในรายการ “BGC Powerboat Grand Prix 2025” สนามที่ 2 ที่ชายหาดบางเสร่ จังหวัดชลบุรี

    สิงห์ วอเตอร์สปอร์ต (Singha Watersports) ได้จัดการแข่งขันเรือเร็วครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในรายการ “BGC Powerboat Grand Prix 2025” สนามที่ 2 โดย บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ในเครือกลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส หรือ BG ร่วมสนับสนุนการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

    ในพิธีได้รับเกียรติจาก นายสมหวัง เอี่ยมดี นายกเทศบาลตำบลบางเสร่, นายนัฐพงษ์ คงข่าน สมาชิกเทศบาลตำบลบางเสร่ และ นายเชาวลิต ละอองขวัญ ผู้จัดการฝ่ายดูแลอาคารและสถานที่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด พร้อมด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมงานกันอย่างคึกคัก

    ทั้งนี้ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ รุ่น F1 (Formula 1), F5s (Formula 5s), F5 (Formula 5), SPORT 40HP, F30HP (Formula 30HP) และ F3 (Formula 3) โดยผลการแข่งขันในรุ่น Formula 1 นายสราวุธ ขำดี นักแข่งจากทีม BGC สามารถคว้าชัยชนะอันดับ 1 ไปครอง โดยมี นางสาวภัณฑิดา วิทยาภาเลิศ ผู้อำนวยการสำนักกิจการเพื่อสังคมและสื่อสารองค์กร บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติมอบรางวัล

    การสนับสนุนของ BGC ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BGC ในการยกระดับกีฬาทางน้ำไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างเวทีให้นักกีฬาไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาและก้าวสู่การแข่งขันในเวทีนานาชาติในอนาคต นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของ BGC ยังตอกย้ำบทบาทองค์กรในฐานะผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาและการพัฒนาชุมชน ภายใต้แนวทางการเติบโตที่เคียงคู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    ”เฮิร์บแลนด์“ เล็งปลุกกระแส “ต้นสาคู” พืชมากสรรพคุณแดนใต้ หวั่นถูกโลกยุคใหม่ลืมเลือน

    น.ส.ณัฏฐ์นลิน เชี่ยวชาญธนกิจ ผู้บริหาร บจก.เฮิร์บแลนด์ โปรดักส์ และคณะ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับต้นสาคูกับนายชาญวิทย์ ดารามิตร ปราชญ์ท้องถิ่นและกูรูเรื่องต้นสาคูจากจังหวัดพัทลุง ที่ได้เดินทางมาออกบูธนำเสนอและจำหน่ายเม็ดสาคูต้น “สาคูใต้พัทลุง ของแท้ หาทานยาก” ในงานของดีชาวแดนใต้ OTOP ทั่วไทย และ SMEs ร่วมใจสู่เมืองระยอง ที่โดมแอร์สนามกีฬาจังหวัดระยอง ซึ่งจัดขึ้นโดยโอท็อปเพื่อสังคม และกรมการพัฒนาชุม กระทรวงมหาดไทย

    โดยทาง ผู้บริหาร บจก.เฮิร์บแลนด์ โปรดักส์ ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ของต้นสาคู พืชมากประโยชน์และมากสรรพคุณ ที่ปัจจุบันกำลังจะถูกลืมเลือนไปจากคนรุ่นใหม่และกระแสสังคม จึงมีแนวคิดจุดประกายในการส่งเสริม ต่อยอด สร้างมูลค่าช่วยเหลือชุมชนที่มีแหล่งป่าต้นสาคู และชาวบ้านที่สร้างรายได้จากประโยชน์ของต้นสาคูให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งสร้างความยั่งยืนในระบบนิเวศป่าต้นสาคูให้ขยายมากขึ้นและคงอยู่สืบไป

    อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้บริหาร บจก.เฮิร์บแลนด์ โปรดักส์ และคณะ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับทางกูรูเรื่องต้นสาคูจากจังหวัดพัทลุง ที่ได้เดินทางมาออกบูธในครั้งนี้พร้อมภรรยา ด้วยมิตรภาพและอัธยาศัยไมตรีที่ดีแล้ว ทั้งหมดจึงได้ร่วมกันถ่ายภาพที่ระลึก ก่อนที่ทางคณะเฮิร์บแลนด์ ได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าเม็ดสาคูต้น พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อสื่อสารร่วมกันเพื่อพูดคุยรายละเอียดเชิงลึกในการต่อยอดเรื่องต้นสาคูดังกล่าวร่วมกันในอนาคต

    อนึ่ง ต้นสาคู เป็นพืชตระกูลปาล์มขนาดกลางถึงใหญ่ ความสูงประมาณ 10–15 ม. ลำต้นตั้งตรงเส้นผ่านศูนย์กลาง 30–50 ซม. ใบยาวคล้ายใบมะพร้าวและใบจากใช้มุงหลังคา เส้นใบและก้านใช้จักสาน ลำต้นบางส่วนใช้เป็นฟืน รากช่วยยึดดินในพื้นที่ชุ่มน้ำ ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะที่ที่มีน้ำขังตลอดทั้งปี ริมน้ำ หนองคลองบึง และป่าพรุ พบมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนิวกินี และเป็นพืชเฉพาะถิ่นทางภาคใต้ของไทย

    ในส่วนของการใช้ประโยชน์จากต้นสาคู หลักๆ นั้น จะมีการนำไส้ต้นหรือแกนในของลำต้นสาคู ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 8-10 ปี มาทำเป็นแป้งสาคู เมื่อตัดต้นลงมาจะขูดแกนในออกมาล้างและร่อนจนเป็นเม็ดกลม ก่อนนำไปตากจนแห้ง จะได้แป้งสาคู หรือ “สาคูต้น” ซึ่งต้นสาคูแต่ละต้นจะให้สาคูต้นที่มีสีแตกต่างกันออกไป ทั้ง สีน้ำตาล สีชมพู หรือว่าส้มอมเหลือง ตามตามความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งที่ขึ้น โดยแป้งนี้สามารถนำไปทำขนม หรือเป็นอาหารหลักแทนข้าว

    ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับในท้องถิ่นบางแห่งของบางประเทศนั้น ต้นสาคูยังถือได้ว่าเป็นแหล่งอาหารหลักที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะแป้งจากต้นสาคูหนึ่งต้นสามารถเลี้ยงดูแลคนในครอบครัวหนึ่งได้หลายเดือน แต่ปัจจุบันนี้หา “สาคูต้น” หรือ ”แป้งสาคูแท้“ ได้ยากและค่อนข้างน้อยมาก เพราะมีการนำแป้งจากแหล่งอื่นหรือพืชอื่นมาทดแทน ซึ่งสามารถหาได้ง่ายกว่าและสะดวกมากกว่า อาทิ แป้งจากมันสำปะหลัง หรือแป้งจากข้าวเจ้า ดังที่ได้เห็นอยู่มากมาย

    นอกเหนือจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ต้นสาคูยังมีสรรพคุณมากมาย โดยเมล็ดสามารถนำมาบดใช้พอกรักษาอาการปวดหัว, หัวสามารถนำมาต้มน้ำใช้ดื่มแก้อาการท้องเสีย หรือนำมาตำให้ละเอียดรับประทานแก้โรคคุดทะราด หรือนำมาต้มเคี่ยวก่อนดื่มช่วยแก้โรคตับอักเสบ หรือนำหัวสดมาตำให้ละเอียดก่อนใช้ทาพอกรักษาแผล หรือนำหัวมาต้มดื่มใช้เป็นยาขับปัสสาวะ รวมถึงนำมาแช่น้ำ และตำให้ละเอียดใช้อุดจมูกเพื่อหยุดเลือดกำเดาได้ เป็นต้น

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ จัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิกสัญจร” สัปดาห์สุดท้าย สร้างแรงบันดาลใจและเสริมทักษะสุขภาพกีฬาแก่เยาวชน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 30–31 สิงหาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬได้จัดกิจกรรมโครงการ “จังหวัดบึงกาฬฟุตบอลคลินิกสัญจร” สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการดำเนินโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินบริจาคของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีกิจกรรมจัดขึ้นในพื้นที่อำเภอศรีวิไล และอำเภอบึงโขงหลง เพื่อเสริมสร้างทักษะการเล่นกีฬา ส่งเสริมสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่

    พิธีเปิดกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมโรงเรียนศรีวิไลวิทยา โดยมีนายไพรวัลย์ อรกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนศรีวิไลวิทยา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ และโรงพยาบาลศรีวิไล ซึ่งได้จัดทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ มาร่วมให้ความรู้แก่นักเรียนและเยาวชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ตลอดจนแนวทางการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา

    ในโอกาสนี้ นายรัชชานนท์ ศรีนอก อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทั้งในระดับประเทศและระดับสโมสร เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนและเยาวชน พร้อมร่วมทำกิจกรรมฝึกทักษะและการลงเล่นฟุตบอลในภาคสนามอย่างใกล้ชิด

    นอกจากนั้น ในวันเดียวกัน โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง ได้จัดกิจกรรมควบคู่กัน โดยมีนายจักรพงศ์ หมื่นรัตน์ อดีตนักฟุตบอลสโมสรหนองคาย เอฟซี และศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มาร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดทักษะการเล่นฟุตบอล พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเส้นทางลูกหนังให้กับเยาวชนในพื้นที่

    ในโอกาสนี้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่เยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเล่นกีฬาในการพัฒนาทักษะชีวิต ความมีระเบียบวินัย การทำงานเป็นทีม และการสร้างโอกาสในอนาคต พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ากิจกรรมฟุตบอลคลินิกสัญจรครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของจังหวัดบึงกาฬให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป

    การดำเนินกิจกรรมโครงการ “จังหวัดบึงกาฬฟุตบอลคลินิกสัญจร” ตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจและการตอบรับจากเยาวชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ถือเป็นกิจกรรมที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างทักษะกีฬา พัฒนาสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน พร้อมทั้งช่วยปลูกฝังวินัยการออกกำลังกายและการทำงานเป็นทีม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม

    ทั้งนี้ เยาวชนที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ จะนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปต่อยอดในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–15 กันยายน 2568 อันเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะด้านกีฬาอย่างยั่งยืน

    ฟุตบอลคลินิกสัญจร #จังหวัดบึงกาฬ #กีฬาเยาวชน #สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ทหารบก 44 การแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยเกียรติยศ พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 และนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าฯจ.ชุมพร

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 จะมีการแข่งขันกันในช่วงเช้าหนึ่งรอบ เวลา 07.00 น และช่วงบ่ายอีกหนึ่งรอบ เวลา 12.30 น ณ สนามกอล์ฟค่ายเขตอุดมศักดิ์ อ.เมือง จ.ชุมพการแข่งขัน เป็นการแข่งขันแบบ Stroke Play จำนวน 18 หลุม

    ในการแข่งขัน ประเภทบุคคลจำกัดไฟล์ท ใช้ Handicap มาแบ่งไฟล์ท ใช้กฎข้อบังคับ USGA. และ The Royal $ Ancient Golf Clup of St. Andrews ร่วมกับ Local Rules ของ สนามแข่งขัน ประเภทการแข่งขัน ประเภททีมทั่วไป

    ทีมละ 6 คน ใช้ผลคะแนนสุทธิ (Net Score) ผู้เล่นที่มีแต้มต่อสูงกว่า 18 ให้คิดแต้มต่อ 18 ประเภทบุคคล ผู้แข่งขันประเภททีม มีสิทธิรับรางวัล ประเภทบุคคลด้วย

    โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 Fight ดังนี้ – Flight A แต้มต่อ 0-12 Flight B แต้มต่อ 13-18 – Flight C แต้มต่อ 19 – 24 คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ต้องเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น

    ประเภทบุคคล – LOW GROSS ถ้าแต้ม GROSS เท่ากันให้ผู้ที่มีแต้ม ต่อมากกว่าเป็นผู้ชนะ ถ้าแต้มต่อเท่ากันให้เปรียบแต้ม หลุมต่อหลุม โดยเริ่มตั้งแต่หลุมที่ 18 ของสนามย้อนขึ้นไป

    ใครทำแต้มได้น้อยกว่าเป็นผู้ชนะ – LOW NET ถ้าแต้ม NET เท่ากันให้ผู้ที่มีแต้มต่อน้อยกว่า เป็นผู้ชนะ ถ้าแต้มต่อเท่ากันให้เปรียบเทียบแต้มหลุมต่อหลุม โดยเริ่มตั้งแต่หลุมที่ 18 ของสนามย้อนขึ้นไป ใครทำแต้ม ได้น้อยกว่าเป็นผู้ชนะ

    ผู้เล่นต้องส่ง SCORE CARD ให้กับคณะกรรมการจัดการ แข่งขัน เพื่อตรวจสอบภายใน 30 นาที หลังจากเสร็จการแข่งขัน – กรณีประท้วงผลการตัดสิน ต้องทำภายใน 30 นาที หลังจากตัดสินผลการแข่งขัน – การตัดสินของคณะกรรมการ ถือว่าสิ้นสุด

    หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน ขอเชิญผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกท่าน ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ และร่วมพิธีมอบรางวัลทุกประเภท ณ คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟค่ายเขตอุดมศักดิ์ ถ้วยรางวัล

    ประเภททีม รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากแม่ทัพภาคที่ 4ประเภทบุคคล Low gross รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากแม่ทัพภาคที่ 4 Flight A รับถ้วยฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร Flight B รับถ้วยฯ

    ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมพร Flight C รับถ้วยฯ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร อาวุโส (70 ปีขึ้นไป) และสุภาพสตรี รับถ้วยฯ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44

    เยาวชน อายุไม่เกิน 14 ปี รับถ้วยฯ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร
    วัตถุประสงค์การแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยเกียรติยศ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4

    และนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รายได้เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธี บริเวณลานพื้นแข็งค่ายเขตอุดมศักดิ์ และ เป็นสวัสดิการให้กับกำลังพลและครอบครัว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทีมเยาวชนศรีตรัง คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันฟุตบอล 7 คน โครงการคนละลูกคัพ ครั้งที่ 9 ฟุตบอลทำความดีเพื่อแม่

    แชร์เนื้อหานี้

    ทีมเยาวชนศรีตรัง คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันฟุตบอล 7 คน โครงการคนละลูกคัพ ครั้งที่ 9 ฟุตบอลทำความดีเพื่อแม่ ถ้วยเกียรติยศ คุณสุปราณี คุปตาสา อนุกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร อดีตผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สนามพอเพียงพอ จังหวัดตรัง นางวิณารัตน์ สุวรรรณมงคล ครูชำนาญการพิเศษ ประธานมอบรางวัล ผลการแข่งขัน

    ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเยาวชนศรีตรัง ทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมสิเกาสตาร์คิดส์ ทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมโรงเรียนธาดานุสรณ์ ทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 3 ได้แก่ ทีมพอเพียงพอ และนายวิโรจน์ นิตย์ใหม่ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดตรัง มอบรางวัล ดาวซัลโว และรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมตำแหน่งดาวซัลโว ได้แก่ เด็กชายกรวิชญ์ แก้วศรี

    ตำแหน่งนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ได้แก่ เด็กหญิงจิติภา บุญเต็ม การแข่งขันฟุตบอล 7 คน โครงการคนละลูกคัพ ครั้งที่ 9 รุ่นอายุ 13 ปี ชาย จัดการแข่งขันวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ จังหวัดตรังและจังหวัดปัตตานี โดยจัดการแข่งขันในรุ่น อายุ 13 ปี ชาย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนสนใจการเล่นฟุตบอล ห่างไกลยาเสพติด หวังเป็นอย่างยิ่งฟุตบอลรายการนี้

    จะเป็นที่สนใจสำหรับเยาวชน ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุน
    คุณสุปราณี คุปตาสา บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท ยาขมตราใบห่อ จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด บริษัท มิกาซ่าอินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เอเคพี ฟุตแวร์ จำกัด ผลิตภัณฑ์สนับแข้งJBN ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด Triple PJ และสำนักข่าวสื่อมวลชน ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าฯ.จ.ชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดกิจกรรมกิจกรรม Chumphon Night Run Lighting in the City

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2568 เวลา 18.50 น. ณ บริเวณเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
    นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดกิจกรรมกิจกรรม Chumphon Night Run Lighting in the City

    ร่วมกับ นายกรวิทย์ ช่วยดู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร พ.อ.สิทธิชัย โกศล รอง เสธ. มณฑลทหารบกที่ 44 ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นายจาฏุพจน์. ไกรมาก ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร นางสุนทรี โพธิ์ทักษิณ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร , หัวหน้าส่วนราชการ

    นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำชุมพร นักกีฬาผู้เข้าร่วม และสื่อมวลชน
    นายกรวิทย์ ช่วยดู กล่าวการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ1. เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม น่าสนใจ มีเอกลักษณ์โดดเด่นของจังหวัดชุมพร และความปลอดภัยด้านสุขอนามัยด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร 2. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเมือง ช่วยเพิ่มระยะเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยว 3. เพื่อใช้กิจกรรมกีฬากระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดชุมพร

    โดยนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 1,000 คน จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท Fun Run และประเภท Fancy ระยะทาง 5 กิโลเมตร ประเภท Mini Marathon ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร กิจกรรมครั้งนี้ ประสบความสำเร็จด้วยดี ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ประกอบด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,เทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร องค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำ,

    สถานีตำรวจภูธรปากน้ำชุมพร,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร,องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร,โรงพยาบาลวิรัชศิลป์, โรงพยาบาลธนบุรี-ชุมพร,อาสาสมัครทุกท่าน ในครั้งนี้และหน่วยงานที่มิได้เอ่ยนาม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันและ พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวที่มาร่วมเชียร์และให้กำลังใจในครั้งนี้ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

    นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์เปิดเผยว่า งานกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้ประชาชนรักสุขภาพผ่านการออกกำลังกาย แต่ยังเป็นเวทีที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความสามัคคีในชุมชนอีกด้วยจังหวัดชุมพรเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรมที่หลากหลาย และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่น่าหลงใหล งานไนท์รัน

    ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้แสดงศักยภาพของจังหวัดชุมพร ทั้งในด้านการจัดกิจกรรม การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร การต้อนรับนักท่องเที่ยว และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
    ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้

    ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงอาสาสมัครและพี่น้องประชาชนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จของกิจกรรมนี้ สุดท้ายนี้ ขอให้นักวิ่งทุกท่านมีความสุขกับการวิ่งในค่ำคืนนี้ ปลอดภัยตลอดเส้นทาง และเก็บเกี่ยวความประทับใจกลับไปอย่างเต็มเปี่ยม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“พีค-พิชญะ ชัยวรากุล” 1 ในนักแสดงนำของทีวีซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” โชว์ศักยภาพคว้าตำแหน่งกองหน้าทีมชาติไทย

    แชร์เนื้อหานี้

    ข่าวดีล่าสุดของนักฟุตบอลที่ก้าวเข้ามาเป็น 1 ในนักแสดงนำของทีวีซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” ผู้ได้รับคัดเลือกให้มาสวมบทเป็น ทีน นักฟุตบอลเยาวชนตัวหลักของทีมในต่างจังหวัด ที่มีความฝันจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะทีมชาติไทย ถึงแม้ว่าในซีรีส์ จะเป็นเพียงฝันที่เด็กๆอยากก้าวไปให้ถึง แต่ในชีวิตจริงนั้น ล่าสุดชื่อของ พีค-พิชญะ ชัยวรากุล ก็สามารถโชว์ศักยภาพจนก้าวมาเป็นหนึ่งใน 30 แข้ง ที่ได้รับการคัดเลือกให้มาเป็นนักฟุตบอลชายทีมชาติไทย U17 เพื่อเข้าไปเก็บตัวครั้งที่ 2 เตรียมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก

    โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อ 30 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการแข่งขันฟุตบอลชายชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (AFC U-17 Asian Cup 2025 Qualification) ระหว่างวันที่ 22-30 พฤศจิกายน 2568 สำหรับ ช้างศึก U17 ภายใต้การคุมทัพของ มาร์โค ก็อคเคิ่ล หัวหน้าผู้ฝึกสอน โดย พีค-พิชญะ ชัยวรากุล

    ซึ่งเป็นนักฟุตบอลจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว และเป็น 1 ในนักแสดงนำจากทีวีซีรีส์ คู่เตะแข้งบิน สำหรับการเก็บตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทีมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบคัดเลือก ซึ่งจะมีการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2568 นี้ นอกจากจะเห็นบทบาทนักแสดงของ พีค-พิชญะ ในบท “ทีน” ในซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน”แล้ว ยังจะได้เห็นนักฟุตบอลดาวรุ่งดวงใหม่ ที่จะมาเปล่งประกายในวงการกีฬาของไทยต่อไป

    ​”คู่เตะแข้งบิน” เป็นทีวีซีรีส์ส์ที่นำเอาเรื่องราวของเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่กล้าจะก้าวเพื่อไปตามหาและคว้าความฝันในกีฬาฟุตบอลที่เขารัก กำกับฯ โดย บอมบ์ อัศจรรย์ สัตโกวิท ผู้กำกับมากฝีมือที่เคยฝากผลงานเด่นอย่าง “ถอดรหัสวิญญาณ” และ “มึง กู เพื่อนกันจนวันตาย” โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

    มากกว่าความสนุก คือแรงบันดาลใจ “คู่เตะแข้งบิน” ไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์กีฬาทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวของความฝัน ความพยายาม และการต่อสู้ของเยาวชนไทยที่มุ่งมั่นเดินตามเส้นทางของตัวเอง “เพราะทุกความฝันมีค่า และทุกความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จ” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 นี้เวลา 22.25-23.25 นาที ทางช่อง 3HD กด 33

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ “ฟุตบอลคลินิกสัญจร” เพื่อจุดประกายฝันและพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ทุกอ. สนับสนุน สลากกินแบ่งรัฐบาล และการท่องเที่ยวและกีฬาจ.บึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเริ่มต้นสร้างพื้นฐานด้านกีฬาฟุตบอลแก่เยาวชนในชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากวิทยากรผู้มีประสบการณ์จริงในระดับชาติและอาชีพ ซึ่งต่างเป็นบุคคลต้นแบบที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดบึงกาฬ

    โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเข้าร่วมของ “เจ้าหมี” รัชชานนท์ ศรีนอก อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นเยาวชน และชุดปรีโอลิมปิก ผู้เคยค้าแข้งกับหลายสโมสรชั้นนำ อาทิ โอสถสภา, สุพรรณบุรี เอฟซี, การท่าเรือ เอฟซี และลำพูน วอริเออร์

    อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก ประธาน แม้นศิริ อดีตนักฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย สโมสร ปตท.ระยอง ซึ่งจะมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายความฝันให้กับน้อง ๆ รุ่นใหม่

    สำหรับโครงการฟุตบอลคลินิกสัญจร จะลงพื้นที่จัดกิจกรรมในทุกอำเภอของจังหวัดตลอดเดือนสิงหาคมนี้ โดยเปิดรับเยาวชนในท้องถิ่นเข้าร่วมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมส่งเสริมศักยภาพทางกีฬาอย่างยั่งยืน

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดการแข่งขันกีฬาฟุตซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร Supper cup

    แชร์เนื้อหานี้


    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2568 พันตำรวจเอก ปัญญา ท้วมศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมือง ชุมพรให้เกียรติมาเป็น

    ประธานปิดการแข่งขันกีฬาฟุตซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร Supper cup ครั้งที่ 1 ร่วมกับ นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร /กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร นายธนากร โกศลเมธี กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร

    การแข่งขันในครั้งนี้จำนวน ๓๕ ทีม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในพี้นที่ใกล้เคียงให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ รู้จักใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากอบายมุข และยาเสพติด ๒. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน

    ตระหนักถึงการออกกำลังกายโดยใช้ กีฬาเป็นสื่อในการ พัฒนาร่างกายและจิตใจ ๓. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้มีความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจนักกีฬา เกิดความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีภายในหมู่คณะ ๔. เพื่อให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล ” No Drugs No Dealers ”

    รวมพลังยับยั้งปัญหายาเสพติด ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 50,000 บาท ผลสรุปทีมที่เข้าชิงชนะเลิศ อายุไม่เกิน12 ปี ทีม อนุบาลสวี อันดับที่ 1 ทีม ฉลามน้อย ระนอง อันดับที่ 2 ทีม รร.บ้านเขาถล่ม อัยดับที่ 3 ทีม สวนศรี. 29 อันดับที่ 4 อายุไม่เกิน 18ปี รร.ละเเมวิทยา

    อันดับที่ 1 ทีม. 13. น้ำ อันดับที่ 2 ทีม. อาเเคร์ ออฟติค อันดับที่ 3 ทีม อื้อ . ฮือ อันดับที่ 4 พันตำรวจเอก ปัญญา ท้วมศรี กล่าวว่า การจัดการแข่งขันฟุตซอล ซุปเปอร์คัพ กต.ตร.สภ. เมืองชุมพรในครั้งนี้เป็นการต้านภัยยาเสพติด เป็นความมุ่งหวังว่าให้ น้องๆจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

    ในนามของ กต.ตร. สภ. เมืองชุมพรขอขอบคุณอาคณะจัดการแข่งขัน และน้องนักกีฬาฟุตซอลที่เข้ามาแข่งขัน รวมทั้งทีมงานโรงเรียนเทศบาล1บ้านท่าตะเภาที่ช่วยจัดการแข่งขัน

    ในครั้งนี้และหวังว่าน้องน้องจะมีใจรักในการเล่นกีฬา สร้างความสามัคคี ให้รู้รักสามัคคีรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย มีน้ำใจเป็นนักกีฬาและสุดท้ายนี้ก็ขอให้น้องน้องเดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.ดอนตาลจัดแข่งเปตอง “หมากบูน” เชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    แชร์เนื้อหานี้

    นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล เปิดเผยว่า อำเภอดอนตาลเตรียมจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาเปตอง หรือ “หมากบูน” เชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขง ระหว่างวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2568 ณ ลานอเนกประสงค์วัดท่าดอนตาล โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการขับเคลื่อนเมืองแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา (Tourism and Sports City)

    กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนกีฬาในพื้นที่ สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงออกผ่านกิจกรรมสร้างสุขภาพแบบ Go Green และ Soft Power

    📌 เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 20 สิงหาคม 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอดอนตาล ชั้น 2 ห้องปกครอง หรือเพจ Facebook: ที่ว่าการอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร
    ☎️ โทร. 098-146-2543

    ประเภทการแข่งขัน:
    🔸 คู่ประชาชนทั่วไป (Open) – ค่าสมัคร 500 บาท
    🔸 คู่ประชาชนทั่วไป ภายใน (เฉพาะผู้มีภูมิลำเนาหรือทำงานในเขตอำเภอดอนตาล) – ค่าสมัคร 300 บาท

    💰 รางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
    ประเภท Open
    🥇 รางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท
    🥈 รองชนะเลิศอันดับ 1 – 7,000 บาท
    🥉 รองชนะเลิศอันดับ 2 – 5,000 บาท
    🏅 รองชนะเลิศอันดับ 3 – 2,000 บาท
    ประเภท ภายใน
    🥇 รางวัลชนะเลิศ 5,000 บาท
    🥈 รองชนะเลิศอันดับ 1 – 3,000 บาท
    🥉 รองชนะเลิศอันดับ 2 – 2,000 บาท
    🏅 รองชนะเลิศอันดับ 3 – 1,000 บาท

    🏁 การแข่งขันจะใช้กติกาของสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย
    พร้อมข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับนักกีฬาทีมชาติ 100 รายชื่อ และแต้มต่อสำหรับผู้หญิง เพื่อความเท่าเทียมในการแข่งขัน

    🎯 “เปตองเชื่อมใจ สองฝั่งโขง รวมพลังคนรักกีฬา เพื่อพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน”เปตองหมากบูน #สองฝั่งโขงสัมพันธ์ดี #TourismSportCity #SoftPowerGoGreen #กีฬาเพื่อชุมชน #อำเภอดอนตาล #มุกดาหาร #กิจกรรมดีดีเพื่อท้องถิ่น #หมากบูน2568 #กีฬาเชื่อมใจคนสองฝั่ง #DonTanSportCity #ເປຕັງ #ເມືອງໄຊພູທອງ #ສະຫວັນນະເຂດ #ສປປລາວ #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ท

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันกีฬาฟุตซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร Supper cup ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 50,000 บาท

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร /กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดการแข่งขันกีฬาฟุต ซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร

    Supper cup ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านท่าตะเภา จังหวัดชุมพร แบ่งประเภทการแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี และประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร

    พันตำรวจเอก ปัญญา ท้วมศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมือง ชุมพร ได้กำหนดจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร Supper cup ชิงถ้วย ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร โดยกำหนด

    จัดการแข่งขัน ในวันเสาร์ที่ ๒ และ วันอาทิตย์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๘ โดยมีทีมเข้า ร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน ๓๕ ทีม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในพี้นที่ใกล้เคียงให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

    รู้จักใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากอบายมุข และยาเสพติด ๒. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงการออกกำลังกายโดยใช้ กีฬาเป็นสื่อในการ พัฒนาร่างกายและจิตใจ ๓. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้มีความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มี

    น้ำใจนักกีฬา เกิดความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีภายในหมู่คณะ ๔. เพื่อให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล ” No Drugs No Dealers ” รวมพลังยับยั้งปัญหายาเสพติด ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

    นายจรินทร์ ก๋งม้า การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เด็ก – และเยาวชน ได้หันมาเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพ ให้มีร่างกาย พลานามัยที่แข็งแรง สมบูรณ์ รู้จักการ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อลดปัญหาการยุ่งเกี่ยว

    กับยาเสพติด ทั้ง ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อสนองตามนโยบาย/ของ รัฐบาลอีกทางหนึ่งในการออกกำลังกาย ขอให้ทุกท่าน ที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้

    จงมีสุขภาพร่างกาย ที่ สมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยต่อกัน โอกาสนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย พร้อมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ตลอดจนเดชะบารมีอันแผ่ไพศาล แห่งองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ

    พระบรมราชินี ได้โปรดดล บันดาลพระราชทานพรให้ท่าน และครอบครัว จงประสพแต่. ความสุขความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจาก โรคาพยาธิ และภยันตรายทั้งปวง มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ตลอดไป

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม“ พร้อมชิงชัยเก็บแรงกิ้ง “เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8” ที่พัทยา

    แชร์เนื้อหานี้

    ตามที่สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ Heroes Taekwondo เลือกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นสถานที่จัดการแข่งขันเทควันโดระดับนานาชาติ รายการ เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 (The 8th Heroes Taekwondo International Championchip) วันที่ 9-10 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้

    ด้าน ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่ง ได้ร่วมลงแข่งขันรายการนี้ในประเภทต่อสู้ เยาวชนชาย รุ่นอายุ 15-17 ปี น้ำหนัก 45-48 กิโลกรัม โดยส่วนตัวมองรายการแข่งขันนี้เป็นรายการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีหลายประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ทำให้ได้เจอนักกีฬาเก่ง ๆ จากหลากหลายประเทศ

    อย่างไรก็ดี ที่สำคัญคือรายการนี้จะมีการเก็บคะแนน Ranking สำหรับนักกีฬาไทย ทำให้ส่วนตัวค่อนข้างกดดันพอสมควร แต่ก็มีการเตรียมความพร้อม ด้วยการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอตามโปรแกรมที่โค้ชกำหนด และก็จะไม่ประมาทคู่ต่อสู้ และตั้งใจจะทำผลงานอย่างดีที่สุด

    EEC EXPO 2025: Opportunity for Prosperity โอกาสการลงทุนในพื้นที่ศักยภาพสูงแห่งอนาคต

    งาน EEC EXPO 2025: Opportunity for Prosperity เป็นงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาค ที่แสดงศักยภาพความพร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและบริการแห่งอนาคตในพื้นที่ EEC ด้วยการบูรณาการระหว่างสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) – ทีเส็บ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน

    ภายในงาน จะได้พบกับการอัปเดตนโยบายการขับเคลื่อนพื้นที่ EEC โดยรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เจาะลึกสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนและมาตรการสนับสนุนพิเศษในพื้นที่ EEC โอกาสจับคู่ธุรกิจและขยายเครือข่ายกับผู้ประกอบการกว่า 100 หน่วยงาน บูธแสดงสินค้าจากภาคธุรกิจมากกว่า 100 บูธ และร่วมฟังเสวนากว่า 20 หัวข้อสำคัญ

    งาน EEC EXPO 2025: Opportunity for Prosperity จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 นี้ ที่ภิรัชฮอลล์ 1-3 ไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงาน >> https://ers-th.informa-info.com/eecx25 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://shorturl.asia/RLFwq

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลนักชกระดับประเทศ จัดกิจกรรมการกุศล “ไทยรวมใจชาติ สู้ภัยวิกฤติชายแดน” เลือกพัทยาจัดศึก เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 นักเตะ 29 ปท.ร่วมชิงชัย

    แชร์เนื้อหานี้

    ที่ร้านลานปิติ พัทยาเหนือ ถนนเลียบชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดกิจกรรมการกุศลครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ “ไทยรวมใจชาติ สู้ภัยวิกฤติชายแดน” เพื่อระดมทุนสนับสนุนโรงพยาบาลอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ และศูนย์อพยพตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน

    งานนี้นำทีมโดย “บัวขาว บัญชาเมฆ” ยอดนักมวยขวัญใจชาวไทย พร้อมด้วย “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”, “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” และศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง “แสนนากา” ที่ร่วมมือกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนจาก คุณอนา วงศ์สิงห์ ผู้บริหารร้านลานปิติ และผู้บริหารโครงการเดอะเบย์ พัทยา นายสิทธิพร ครุฑนาค อัยการอาวุโสภาค 2 อดีตอธิบดีอัยการภาค 2

    ภายในงานมีการประมูลของรักของหวงจากนักชกและศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นกางเกงมวยตัวโปรด, นวม, เสื้อกล้าม เสื้อนักมวย ไปจนถึงกีตาร์พร้อมลายเซ็นจาก ศิลปินนักร้อง เปิ้ล ปทุมราช ก้อง ห้วยไร่ รวมถึงนักมวยอีกมากมาย ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งแฟนคลับชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางรายการถูกประมูลไปในราคาสูงถึงหลักหมื่นบาท

    บัวขาว บัญชาเมฆ กล่าวระหว่างงานว่า รายได้ทั้งหมดจากกิจกรรมจะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลอำเภอสำโรงทาบ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา และจัดหาเครื่องยังชีพ ของใช้จำเป็นแก่ศูนย์อพยพในพื้นที่แนว

    ชายแดนที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤต อยากขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องทหารไทยทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศอยู่แนวหน้า เราจะไม่ทิ้งกัน และขอเป็นตัวแทนคนไทยอีกหลายล้านคนในการส่งต่อความช่วยเหลือครั้งนี้

    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังแห่งความสามัคคี มีทั้งประชาชนทั่วไป แฟนคลับนักมวย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้สนับสนุนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง รวมยอดบริจาคและรายได้จากการประมูลในงานรวมทั้งสิ้น 132,500 บาท ซึ่งจะถูกส่งตรงไปยังหน่วยงานเป้าหมายอย่างโปร่งใสและเร่งด่วน

    เลือกพัทยาจัดศึก เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 นักเตะ 29 ปท.ร่วมชิงชัย

    มีรายงานว่า สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ Heroes Taekwondo เตรียมจัดการแข่งขันเทควันโดระดับนานาชาติ รายการ เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 (The 8th Heroes Taekwondo International Championchip) ระหว่างวันที่เสาร์-อาทิตย์ที่ 9-10 สิงหาคม 2568 นี้ ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันรายการดังกล่าวเลือกจัดการแข่งขันขึ้นที่อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา ซึ่งถือเป็นการแข่งขันรายการระดับนานาชาติรายการใหญ่ ที่จะมีการเก็บคะแนนสะสม T1 Ranking ที่ได้รับการรับรองโดยสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ โดยปีนี้ถือเป็นพิเศษ เปิดรับนักกีฬาคนพิการจากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันอย่างเท่าเทียม

    จัดการแข่งขันด้วยมาตรฐานสากลรวม 15 สนามแข่งขันพร้อมอุปกรณ์ครบครัน มีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 29 ประเทศ รวมจำนวนผู้สมัครทั้งหมด 2,912 รายการ เป็นการต่อสู้ Kyorugi 1,734 รายการ และ Poomsae 1,178 รายการ รวมนักกีฬา 2,293 คน ทีมเข้าร่วมทั้งหมด 199 ทีม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โต๊ะเล็กอนุบาลหนองปรือคว้าแชมป์3รุ่นฟุตซอลเยาวชนเมืองพัทยา

    แชร์เนื้อหานี้

           วันนี้ ( 25 ก.ค. 68 ) โรงเรียนมัธยมสาธิตเมืองพัทยา ( เมืองพัทยา11)  ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ทำการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันฟุตซอลเยาวชนเมืองพัทยา ประจำปี 2568  โดย ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าชิงชนะเลิศกับเมืองพัทยา 7 ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่รุ่น 14 ปี หญิง และ 14 ปี ชาย
    
         ส่วนผลการแข่งขัน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 14 ปี หญิง สามารถชนะ โรงเรียนเมืองพัทยา 7 ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 2 รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมเงินสด 5,000 บาท ส่วน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 14 ปี ชาย สามารถเอาชนะโรงเรียนเมืองพัทยา 7 ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1  รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมเงินสด 5,000 บาท
    
        ส่วน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 10 ปี ทำการแข่งขันไปเมื่อวาน ( 24 ก.ค. ) โดยทำการแข่งขันที่โรงเรียนเมืองพัทยาท2 สามารถเอาโรงเรียนมารีวิทย์พัทยาไปด้วยสกอร์ 5 ประตูต่อ 1 
    
         ส่วนทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือมีนายกิตติศักดิ์ ศิริเลิศ ผอ.โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือให้การสนับสนุน โดยมีครูบาส ( วิศรุต เย็นฉ่ำ ) โค้ชตุ่ม ( อาคม แจ่มจำรัส ) ครูนะ ( มานะ พรมสุรินทร์ ) และตอนนี้กำลังเก็บตัวนักกีฬาฟุตซอลทั้งชายและหญิง เพื่อสู้ศึกกีฬานักเรียนองค์กรปกครองท้องถิ่นระดับภาค ที่จังหวัดระยอง ในเดือนพฤศจิกายนนี้

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรมเป็นประธานพิธีปิดการแข่งขันกีฬา “ท่าตะโกเกมส์ 2025”

    แชร์เนื้อหานี้


    วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 15:00 น. นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
    “ พรรคกล้าธรรม” เป็นประธานพิธีปิดงานการแข่งขันกีฬา “ท่าตะโก เกมส์ 2025”ณ. สนามการแข่งขันกีฬาโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม ตำบลดอนคา อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ การจัดการแข่งขันในครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาให้รู้รักสามัคคีและมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงห่างไกลจากยาเสพติด

    ทั้งนี้ ประธานได้กล่าวในพิธีปิดว่า “ต้องขอบพระคุณประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ นักกีฬาและผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธาน ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม “ท่าตะโกเกมส์ 2025” ประจำปีการศึกษา2568 ในวันนี้ผมขอแสดงความยินดีและชื่นชม กับคณะกรรมการจัดการแข่งขันเจ้าหน้าที่และ

    ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กองเชียร์และนักกีฬาทุกท่าน ที่ได้ประสานความสมัครสมานสามัคคี ระหว่างหมู่คณะ ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้การแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุด นักกีฬาทุกคนได้มีการพัฒนา
    ตนเองครบทั้ง 4 ด้าน คือด้านร่างกาย เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ด้านจิตใจ เป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็ง มานะ อดทน มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ด้านอารมณ์ เป็นผู้มีอารมณ์ดี ร่าเริง ยิ้มแย้ม แจ่มใส


    ด้านสังคม เป็นผู้ที่รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับสังคม เพื่อนฝูง และหมู่คณะ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขสุดท้ายนี้ ขอบคุณ คณะกรรมการตัดสินที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ขอบคุณกองเชียร์ที่เชียร์ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย

    และขอบคุณนักกีฬาทุกท่านที่ได้แสดงออกถึงความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ผมขออวยพรให้ทุกท่าน เจริญด้วยดุจตุรพิธพรชัย คิดประสงค์สิ่งในทางที่ถูกที่คาร ขอให้สมประสงค์ดังปรารถนา มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และขออวยพร
    ให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ “

    @นายวิวรรธน์ แพ่งสุภา โกดำ. ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนออนไลน์ภาคเหนือ 17 จังหวัด…รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลบ้านกรูด เปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

    แชร์เนื้อหานี้

    วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณหน้าชายหาด โรงแรมริมทะเลบ้านกรูด หมู่ที่ 3 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

    โดยมี นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด นายเอกนิรันดร์ จันทร์

    งาม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลร่อนทอง น.ส.สมหญิง ปานทอง นายกอบต.ธงชัย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิกสภาจังหวัด ( สจ. )เขตอำเภอบางสะพาน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกรูด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมนักวิ่งในพื้นที่อำเภอบางสะพานและใกล้เคียง กว่า 1,500 คน ร่วมกิจกรรม

    นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า ในนามของเทศบาลตำบลบ้านกรูด รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ
    ทุกท่านสู่ กิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025” ณ ชายหาดบ้านกรูด อำเภอ

    บางสะพาน ที่เต็มไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โครงการกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025” จัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลบ้านกรูด เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว และนันทนาการ

    มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการตลาด ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมการออกกำลังกาย อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองการขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” โดยได้มีการจัดทำเสื้อ บ้านกรูดรันเดอร์ นด์ 2025 เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การจัดกิจกรรมให้ทุกภาคส่วนได้ทราบอย่างทั่ว

    ถึง โดยรายได้จากการจัดกิจกรรม จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรือนโรงเรียนในเขตพื้นที่ ตำบลธงชัย และพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025 จะกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเป็นการสนับสนุน และสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในปีต่อๆ ไป หลังเสร็จกิจกรรมวิ่ง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมามอบรางวัลกับนักวิ่งผู้ชนะแต่ละรุ่น

    ////////////////////

    ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ส่งมอบความช่วยเหลือให้เด็กนักเรียน ที่แคลนทุนทรัพย์ โรงเรียนวัดเขาหนีบ จังหวัดลพบุรี

    แชร์เนื้อหานี้

    ส่งพลังใจจากพี่น้องไทยร่วมส่งเสริมอนาคตของชาติ … มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญกองทัพบก โดย กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ส่งมอบความช่วยเหลือให้เด็กนักเรียน ที่แคลนทุนทรัพย์ โรงเรียนวัดเขาหนีบ จังหวัดลพบุรี

    14 ก.ค. 68 ณ โรงเรียนวัดเขาหนีบ ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี , อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร ลงพื้นที่ สนับสนุนโครงการถุงยังชีพเพื่อการศึกษา,

    มอบอุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนและโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การศึกษา เพื่อเป็นการช่วยเหลือ ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียนให้เป็นบุคลากรที่ดีในอนาคตของชาติ

    โดยโครงการฯ ดังกล่าว กองทัพบก โดย กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ , กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ได้ริเริ่มและเล็งเห็นความสำคัญ ของเด็กเยาวชนและโรงเรียน

    ที่มีความเดือดร้อนจำเป็นขาดแคลนทุนทรัพย์ จึงส่งมอบความช่วยเหลือ พร้อมกำลังใจ ให้เด็กและเยาวชน เพื่อให้มีขวัญกำลังใจที่ดี เติบโต เป็นอนาคตที่ดีของชาติ สืบไป