คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฟุตซอลหญิง 12 ปี อนุบาลเมืองหนองปรือ การันตีมีเหรียญติดมือกลับเมืองพัทยาแน่นอน

แชร์เนื้อหานี้

       มีรายงานจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสุราษฎร์ธานี (เทคโนบางกุ้ง) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตซอลหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี กีฬานักเรียนปกครองส่วนท้องถิ่น เมืองคนดีดีเกมส์ ครั้งที่ 39 สุราษฎร์ธานี ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นการพบกันระหว่าง ทีมเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พบกับทีมโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ซึ่งเทศบาลเมืองกาญจนบุรีเป็นที่หนึ่ง ส่วนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือเป็นที่สอง 

ผลการแข่งขันปรากฏว่า โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ สามารถเอาชนะเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ไปด้วยประตูรวม 2 ประตูต่อ 1 ส่งผลทำให้โรงเรือนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ผ่านเข้าไปรอบรองชนะเลิศไปพบกับกรุงเทพมหานครฯ

     ซึ่งการันตีว่าทีมฟุตซอลหญิงรุ่น 12 ปี สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้แล้วอย่างน้อยเหรียญทองแดงกลับมายังเมืองพัทยา ส่วนทีมฟุตซอลหญิง 12 ปี ทีมเมืองพัทยา ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทีมฟุตซอลหญิงอายุ 12 ปี  โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ขอบคุณนายกิตติศักดิ์ ศิริเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียน รวมทั้งครูบาส-วิษรุต เย็นฉ่ำ และโค้ชตุ๋ม-อาคม แจ่มจำรัส รวมทั้งผู้ปกครองที่ติดตามไปเชียร์ถึงขอบสนาม และที่ส่งกำลังใจจากทางบ้าน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มวยมหากุศล ศึกเจ้าพ่อเจ้าแม่ดาบทองตากฟ้า ณ.สนามมวยชั่วคราวตลาดสดตากฟ้า ต.ตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์

แชร์เนื้อหานี้

ศึกมหากุศลศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ดาบทองตากฟ้า ประธานกล่าวเปิดงาน นาย สิรศักดิ์ ทัศยาพันธุ์ (นายอำเภอตากฟ้า)

วันที่ 21 มกราคม 2568 ศึกมหากุศลศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ดาบทองตากฟ้า ประธานกล่าวเปิดงานศึกมหากุศล นาย สิรศักดิ์ ทัศยาพันธุ์ นายอำเภอตากฟ้า

ดำเนินงานโดย ผู้ใหญ่รุ่งชัย พิณเสนาะ และคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ดาบทองตากฟ้า ผู้สนับสนุน ส.ส. พีระเดช ศิริวัณสาณฑ์ ส.ส.เขต.5 นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย

นาย ดนุ ธนกิจวรบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สุขสำราญ นายนิรันดร์ ดิสา ผู้ใหญ่หมู่ 3 ตำบลสุขสำราญ นายมนต์ชัย วิรธนานันท์ (เฮีย ป๋อง ) ร้านตากฟ้าการยาง นายกิติภพ วิกิจการโกศล ร้านพีระศักดิ์ปุ๋ยยาปราบศัตรูพืช,เมล็ดพันธุ์พืช

นายอำนาจ เอี่ยมสุภา กำนันตำบลสุขสำราญ คุณไพโรจน์ มั่งทอง ( ช่างเรียนรถไถฟอร์ด ) และได้ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย และผู้สนับสนุนอีกมากมายที่ไม่ได้เอ่ยนาม

ณ.สนามมวยชั่วคราวตลาดสดตากฟ้า ต.ตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์
ประกบคู่มวยโดย หมอเต้น ขุนหมื่นฟาร์ม +จักรกฤษณ์ นิลฉ่ำ
เอ.คนข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อนุฯซอฟต์พาวเวอร์ เตรียมจัดงาน “รากเหง้าภูมิปัญญามวยไทย เกรียงไกรสู่ชาวโลก” ที่อุทยานราชภักดิ์ 5-6 ก.พ.นี้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.68 ที่ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกมวยไทยลุมพินี กรุงเทพฯ ดร.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา เป็นประธานการแถลงข่าวงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 “Amazing MuayThai World Festival 2025” ในวันที่ 5 – 6 ก.พ.68 ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ  พร้อมด้วย นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ, นางพัชรินทร์ สิทธิพรรณโยธา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม ฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, พล.ต.พิพัฒน์ จงวัฒนาไพศาล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก และผู้ให้การสนับสนุนร่วมการแถลงข่าว

ทั้งนี้ กองทัพบก ได้ประสานความร่วมมือกับ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง รวมทั้งภาคเอกชน และส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ กำหนดจัดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 “Amazing MuayThai World Festival 2025” ในวันที่ 5 – 6 ก.พ. 2568 ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) องค์พระบิดามวยไทย ในโอกาสครบ 323 ปีแห่งวันขึ้นครองราชย์ (ในวันที่ 6 ก.พ. 2568) เพื่อส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติไทยและมรดกของชาติไทย

รวมทั้งเป็นการแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าของศิลปะทางปัญญาของบรรพบุรุษไทย ในการต่อสู้ในระยะประชิด ซึ่งเป็นวิชาการป้องกันตัวของนักรบไทย อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย “ปัญญา” และ “สร้างสรรค์“ เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้ประสบความสำเร็จ และผลักดัน “Soft Power” ไทย ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอด สร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง
โดยมีกิจกรรมที่สำคัญที่เน้นไปถึงการย้อนอดีตในแง่ ประวัติศาสตร์ จารีต ประเพณี และวัฒนธรรม ที่ใช้นักแสดงกว่า 2,000 คน ประกอบด้วย 1. พิธีย้อนประวัติศาสตร์รากเหง้าสู่ความยิ่งใหญ่มวยไทย ของบรรพบุรุษไทยโบราณที่ได้คิดค้น ฝึกฝนและพัฒนาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า

เพื่อใช้ในการป้องกันตัว และปกป้องประเทศชาติจากการทำศึกสงคราม 2. การแปรรูปขบวนทหารเป็นตัวเลขไทย 323 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงบิดามวยไทย 3. การแสดงผลสัมฤทธิ์ของกีฬามวยไทยไปสู่ความเป็นสากล และการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยและรำไหว้ครู อันงดงามยิ่งใหญ่ของคนที่มาร่วมในพิธีทั้งคนไทยและต่างชาติ ประกอบแสง สี เสียง และการจุดพลุเฉลิมฉลองประเพณีมวยไทยอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

สำหรับในปีนี้จะมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ พิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพ-กษัตริย์ 7 พระองค์ และสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ), การถวายพระราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, การจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์มวยไทย, การแข่งขันชกมวยไทย, กิจกรรมส่งเสริมในอุตสาหกรรมมวยไทย, การจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมืองของจังหวัดประจวบฯ กว่า 60 ร้านจากร้านดังทั่วจังหวัด และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีเมืองประจวบฯ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน จากสมาชิกทั่วทุกมุมโลกที่จะมาเข้าร่วมในการจัดงานฯ ครั้งนี้.

ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยคำแนะนำแนวทางปฏิบัติให้กับทางวัดธรรมิการามวรวิหาร หลังรองปลัดมหาดไทยเซ็นเพิกถอนที่ดินอัลไพน์ ชี้ยังรอหนังสือทางการจากกรมที่ดินเพื่อเปลี่ยนแปลงชื่อโฉนด  เชื่อทางออกการให้เช่าตามระเบียบจะไม่เข้าข่ายโลกติเตียน พร้อมปฏิเสธไม่ได้ห้ามเจ้าอาวาสวัดเปิดเผยข้อมูลกับสื่อตามที่ไวยวัจกรวัดกล่าวอ้าง หลังจาก นายชํานาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เซ็นเพิกถอนการจดทะเบียนฯ และนิติกรรมต่างๆ ในที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา และเตรียมส่งเรื่องไปให้กรมที่ดินดำเนินการต่อไปนั้น

ล่าสุดวันนี้ (21 ม.ค. 68) ความคืบหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ผอ.สำนักพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงการเข้าไปกำกับดูแลให้คำแนะนำกับทางวัดธรรมิการามวรวิหาร โดยในเบื้องต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสืออย่างเป็นทางการจากกรมที่ดิน เพื่อแจ้งไปยังกรมที่ดินส่วนกลางก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร และหลังจากนั้นทางกรมที่ดินส่วนกลางก็จะประสานทางวัดธรรมิการามวรวิหาร เพื่อเปลี่ยนโฉนดเป็นชื่อวัดธรรมิการามวรวิหาร หลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของทางวัดธรรมิการามวรวิหาร ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ จะให้เช่าหรือว่าอย่างไร หากให้เช่าจะให้เช่าระยะยาวหรือไม่ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากทางมหาเถรสมาคมก่อน ในส่วนความรับผิดชอบของทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจ.ประจวบคีรีขันธ์ก็จะมีหน้าที่ โดยมีกลุ่มนิติการที่จะคอยให้คำแนะนำในเรื่องของกฎหมายการปฏิบัติ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับทางวัดธรรมิการามวรวิหาร ว่าทางเจ้าอาวาสวัดจะเลือกแนวทางไหน เช่น การให้เช่าระยะยาว หรือการให้เช่าตามระเบียบ 

สำหรับเจตนาของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ที่บริจาคที่ดินแห่งนี้ให้เป็นธรณีสงฆ์ด้วย เพื่อใช้สำหรับกิจของสงฆ์ จะส่งผลย้อนแย้งกันหรือไม่ โดยผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มองว่ากิจของสงฆ์คือการจัดประโยชน์ ก็จะรวมถึงการเช่าที่ดินตามที่วัดดำเนินการมาด้วย ส่วนพฤติกรรมของคณะสงฆ์จะเป็นสารตั้งต้นของประเด็นดังกล่าวที่มอบที่ดินให้กับมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ในฐานะผู้จัดการมรดก จะขัดแย้งต่อกฎของมหาเถรสมาคม ที่ดำเนินการทำการขายที่ดินธรณีสงฆ์ ประเด็นตรงนี้ตนยังไม่ทราบรายละเอียดอย่างลึกซึ้ง  แต่ตามหลักการแล้ว การขายที่ดินธรณีสงฆ์นั้นไม่สามารถทำได้ผอ.สำนักพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังบอกด้วยว่าตอนนี้ ยังไม่ได้เข้าหารือกับพระเทพวชิรสุธี เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร และ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธรรมยุต) แต่อย่างใด  ส่วนเมื่อวานนี้ตามที่ไวยาวัจกรอ้างว่าทางสำนักพุทธจะมาพบท่านเจ้าอาวาสวัดนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อวานนี้ตนไปปฏิบัติภารกิจที่อำเภอหัวหิน กลับมาก็ดึก 20.00 น. แล้ว ส่วนที่มีประเด็นว่าทางสำนักพุทธห้ามให้เจ้าอาวาสวัด ให้ข้อมูลกับสื่อนั้นไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้ห้ามใดๆ สำหรับประเด็นที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหม่ที่ทางสำนักพุทธยังไม่เคยเจอ ส่วนระยะเวลาในการแก้ปัญหาก็ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการของทางกฎหมายด้วย เพราะมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนได้ส่วนเสียกว่าหลายราย

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781


สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / นักกีฬานับพันร่วมวิ่งเทรลครั้งแรกของหัวหิน “The Legendary Trail Series HUAHIN50”

แชร์เนื้อหานี้

การแข่งขันวิ่งเทรลครั้งแรกของหัวหิน “The Legendary Trail Series HUAHIN50” ในปี 2024 ได้ปิดฉากลงอย่างน่าประทับใจ โดยสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานและตอกย้ำให้สนามนี้เป็นหนึ่งในสนามเทรลที่โดดเด่นในปฏิทินงานวิ่งเทรลของประเทศไทย โดยมีนักวิ่งจากทั่วประเทศได้เดินทางมาที่หัวหินเพื่อร่วมแข่งขันในระยะทาง 3 กิโลเมตร, 11 กิโลเมตร, 25 กิโลเมตร และ 50 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอันน่าตื่นเต้นของการเปิดตัวการแข่งขันเป็นครั้งแรกของสนามนี้ผู้เข้าร่วมงานต่างชื่นชมในด้านการจัดการที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะมาตรการดูแลเรื่องความปลอดภัย เส้นทางที่มีเครื่องหมายและป้ายบอกทางชัดเจน จุดบริการน้ำและอาหารที่มากมาย อาสาสมัครและทีมงานที่ดูแลและให้กำลังใจตลอดเส้นทางและทุกจุดเช็คพอยท์

The Legendary Trail Series 2024 HUAHIN50 ได้ต้อนรับนักวิ่งราว 1,000 คน ร่วมผจญภัยบนเส้นทางธรรมชาติอันงดงามรอบเมืองหัวหิน โดยไฮไลท์ของงานได้แก่ทิวทัศน์อันตระการตาบน 3 ภูเขา รอบเมือง ได้แก่ เขาหินเหล็กไฟ, เขาหินเทิน และเขาใหญ่ (เขาบันยัน) เริ่มต้นด้วยการวิ่ง Family Fun Run ระยะ 3 กิโลเมตร ที่สวนสาธารณะบ้านทับใต้ งานนี้มีนักวิ่งทุกเพศทุกวัยมาร่วมสนุกสนาน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันหลักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มิตรภาพ และการผจญภัย โดยกิจกรรมตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รักการเดินป่าชมธรรมชาติ หรือผู้เข้าแข่งขันวิ่งระยะไกลระดับมืออาชีพ

นักวิ่งต่างชื่นชมเส้นทางที่สวยงาม โดยหลายได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในการเดินป่าและวิ่งเทรลที่หัวหิน งานนี้ยังช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงให้หัวหินเป็นมากกว่าแค่เมืองท่องเที่ยวชายหาดและทะเล แต่ยังเป็นจุดหมายของคนรักกิจกรรมกลางแจ้งและเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา “นี่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคนที่ได้มาร่วมวิ่งในสนามนี้ และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเส้นทางเทรลอันน่าทึ่งในหัวหินให้กับนักวิ่งได้รู้จัก เรารอคอยที่จะได้ต้อนรับนักวิ่งเทรลจากทั่วประเทศและทั่วโลกอีกครั้งในปีหน้า” เซิร์จ เฮนเก็นส์ ผู้จัดการแข่งขันกล่าว

สำหรับผลการแข่งขัน อันดับ 1 ระยะทาง 11 กม. มิสเตอร์ อเล็กซานเดอร์ เมลนิก / อันดับ 1 ระยะทาง 25 กม. มิสเตอร์ ดุยาคาร์ บาฮาร์ ดูว์ / อันดับ 1 ระยะทาง 50 กม. นายสัญญา คานชัย งานวิ่งเทรล สนามหัวหิน 50 ครั้งนี้ได้ตั้งมาตรฐานใหม่สำหรับงานวิ่งเทรลในประเทศไทย และเราเริ่มวางแผนสำหรับการแข่งขันปี 2025 ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม อย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติม แล้วพบกันบนเส้นทางวิ่งในปีหน้า! ได้ที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/TheLegendaryTrailSeries/ 

โจ๋17 ห้าวฟันแขนอดีตพ่อเลี้ยงขาดแม่เผยด่าพ่อบังเกิดเกล้า

5 ม.ค.68 คลิปเหตุการณ์จากกล้องวีดีโอมือถือในร้านขายของชำแห่งหนึ่ง บันทึกเหตุการณ์ขณะชายวัยกลางคนจำนวนสองคนกำลังมีปากเสียกับคู่กรณีอยู่บริเวณด้านหน้าร้านแห่งหนึ่ง ก่อนที่อีกคนจะถูกคู่กรณีฟันเข้าอย่างจังไปที่ต้นแขนซ้ายจนขาดกระเด็นตกลงอยู่บนพื้นกลางถนน โดยในคลิปจะมีเสียงโวยวายตะโกนว่า”มึงว่าพ่อกูเรื่องไร” จากนั้นชายวัยกลางคนที่ถูกคู่กรณีฟันจนแขนขาดก็เดินวนไปมาก่อนจะล้มตัวนั่งลงบริเวณหน้าร้านชำ เหตุเกิดบริเวณริมถนนเทศบาลเมือง ถ.ประจวบศิริ อเมือง จ.ประจวบฯ

จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามเจ้าของร้านขายของชำกรณีตามคลิปหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เกิดเหตุ โดยบริเวณฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุเป็นตึกสองชั้น ภายในเปิดเป็นร้านอาหารชื่อร้าน”หนุงหนิง จิ้มจุ่ม” ขณะที่เจ้าของร้านชำชื่อ คุณป้าเล็กเล่าว่า เหตุการณ์ก่อนหน้าขณะนั้นได้ยินเสียงชายวัยกลางคนทั้งสองราย กำลังนั่งดื่มสุราพูดจาเสียดังอยู่บริเวณร้านฝั่งตรงข้าม จากนั้นตนเดินเข้าไปหลังบ้านก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายคล้ายเสียงทะเลาะวิวาทกัน กลับออกมาอีกทีก็เห็นเหตุการณ์ขณะลูกชายเจ้าของร้านกำลังใช้มืดไร่ฟัน ส่วนคนที่ถูกฟันตนไม่ทราบชื่อ หลังจากนั้นชายวัยกลางคนที่ถูกฟันก็เดินโซซัดโซเซมาล้มลงอยู่บริเวณภายในร้านของตน มีรอยถูกฟันต้นแขนข้างซ้ายขาดหายเลือดนองเต็มพื้น ตนตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้จึงโทรเรียกรถพยาบาลก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 ด้านคุณหนิง อายุ 47 ปี เจ้าของร้าน”หนุงหนิง จิ้มจุ่ม”เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ผู้ก่อเหตุใช้มีดตัดสับปะรดฟันแขนขาดเป็นลูกชายตนเองชื่อน้องต๊ะ อายุ 18 ปี ส่วนคนที่ถูกฟันจนแขนขาดกระเด็นเป็นอดีตสามีเก่าที่เลิกกันไปนานแล้ว โดยคุณหนิงเล่าต่อไปว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณสองโมงเช้า อดีตสามีเก่าที่เลิกกันไปนานแล้ว มานั่งดื่มสุราอยู่บริเวณโต๊ะด้านหน้าร้านกับเพื่อนรวมสองคน ขณะนั้นตนกำลังจะออกไปจ่ายตลาด เมื่อเห็นตนเขาจึงขอเข้าไปนั่งโต๊ะดื่มต่อภายในร้าน ระหว่างนั้นตนยังไม่เปิดให้บริการ แต่เห็นว่าเป็นลูกค้าเคยมานั่งดื่ม จึงอนุญาตให้เข้าไปนั่งดื่มต่อภานในร้าน หลังจากนั้นเมื่อตนกลับมาก็เห็นลูกชายมีเรื่อง

โดยตนก็ยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไร จากนั้นลูกชายเดินมาหาแล้วบอกกับตนว่า”แม่ผมขอโทษ”ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังว่า ระหว่างที่เขานั่งดื่มสุรากันอยู่พูดคุยเสียงดังมาก ขณะนั้นต๊ะ(ลูกชาย)นอนอยู่บนชั้นสอง มาบอกให้ใช้เสียงเบ่าๆหน่อย แต่เขากลับด่าทอยั่วยุว่าร้ายเสียหายแก่บิดาของต๊ะ ก่อนจะมีปากเสียงท้าทายระหว่างกัน เป็นเหตุให้น้องต๊ะสุดทนบันดาลโทสะคว้าเอามีดตัดสับปะรด ฟันไปที่แขนจนขาดกระเด็นตกลงพื้นกลางถนน  หลังทราบเหตุการณ์ตนจึงพาลูกชายซ้อนมอเตอร์ไซด์พร้อมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองโดยเล่าเหตุการณ์ให้ร้อยเวรทราบก่อนจะควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำต่อ

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย ปิดการแข่งขันจักรยานปั้นขึ้นดอย กอย 4 มุมเมืองล้านนาตะวันออกเชียงราย-พะเยา-แพร่-น่าน มอบรางวัลใหญ่ หน้าด่านพรมแดน อ.แม่สาย

แชร์เนื้อหานี้

บ่ายวันที่ 30ธันวาคม67ก่อนสิ้นปีเก่าต้อนรับปีใหม่นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและทำการปิดสนามการแข่งขัน Tour of Lana 2024 ที่หน้าด่านพรมแดนอำเภอแม่สาย โดยมีนายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย

นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีแม่สาย พร้อมด้วยตัวแทนนายอำเภอแม่สาย หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ได้ทำการมอบรางวัลทุกประเภท ทุกรายการแข่งขัน อันมีมูลค่ากว่า 1,147,000 บาท

โดยมีนักกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขันเป็นการแข่งขัน ท่องเที่ยวเชิงกีฬา Sport TOurism เพื่อส่งเสริมให้กับเด็กและเยาวชน และผู้เข้าร่วมหลายรุ่น ทั้งสุภาพสตรีและบุรุษ เข้าแข่งขัน8สนามภาคเหนือ ที่ผ่านมาและเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันที่ได้ประโยชน์สูงสุด หลังจากเปิดมหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ

ซึ่งบรรยากาศแข่งขันครั้งนี้เป็นสร้างสีสันการท่องเที่ยวอำเภอแม่สายกลับมาคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวแอ่วเหนือ แอ่วหนาวชายแดนแม่สายโดยผู้เข้าการแข่งขันได้ถ่ายรูปกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียง และการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย

และการท่องเที่ยวและกีฬาผู้ร่วมจัดเป็นที่ระลึกเป็นภาพประวัติศาสตร์ชายแดนแม่สายอีกด้วย
พิชานันท์ วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกูวาเอล ยาวอหะซัน ได้นายกสมาคมกีฬาทางน้ำฯ คนใหม่ วาระระหว่างปี 2568-2572

แชร์เนื้อหานี้

ด้านนายกูวาเอล ยาวอหะซัน กล่าวว่าทั้งนี้นโยบายหลักๆที่จะมาทำโดยจะสานต่อนโยบายของ”นายกอาร์ม”ในเรื่องของสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาสที่ยังสร้างไม่เสร็จ เราก็จะมาผลักดันในส่วนนี้ ซึ่งเห็นว่างบประมาณได้ลงมาแล้ว ซึ่งคาดว่าปลายปีนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ และในส่วนของการพัฒนาทางด้านกีฬาในจังหวัดนราธิวาสนั้น เราจะมีการสนับสนุนทุกประเภทกีฬา แต่เราจะมีการเน้นในเรื่องของฟุตบอลปัญจมวย ซึ่งจะให้เป็นกีฬาทำเหรียญให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะไม่ลืมกีฬาที่เพิ่งเริ่มต้น

โดยจะผลักดันและส่งเสริม รวมถึงกีฬาคนพิการด้วย รวมถึงสนับสนุนเยาวชน ซึ่งในจังหวัดนราธิวาสของเราในส่วนของนักกีฬามีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตนักกีฬา แต่ด้วยความที่ว่าทางเราไม่มีงบประมาณเพียงพอ ทำให้จังหวัดอื่นซื้อตัวนักกีฬาเพื่อไปเล่นของจังหวัดนั้น กลายเป็นว่าสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอื่น แต่ในปีนี้เราจะมีการดึงตัวนักกีฬาจังหวัดนราธิวาส กลับมาสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดนราธิวาสของเรา อย่างไรก็ตามพร้อมที่จะสนับสนุนกีฬาประเภทใหม่ๆ และพร้อมที่จะรับข้อเสนอกีฬาใหม่ๆต่างๆมาเข้าชมรมเพื่อพัฒนากีฬาของจังหวัดนราธิวาสต่อไป

ขณะที่นายวัชระ ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 1 เผยว่าต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ได้เลือกนายกูวาแอล ยาวอหะซัน ซึ่งตัวผมเองก็อยู่ที่นี่มาหลาย 10 ปีแล้ว โดยเฉพาะกีฬาอาชีพซึ่งเป็นกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาอาชีพที่เป็นเลิศของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่มีงบประมาณเข้ามายังสมาคม ซึ่งในวันนี้นายกูวาแอล ยาวอหะซัน เองนั้นได้อยู่กับวงการกีฬามาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ซึ่งเขาเองรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำทีม ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็แล้วแต่สิ่งสำคัญคือต้องใช้งบประมาณ

ซึ่งพอมาอยู่ตรงจุดนี้ความได้เปรียบของนายกูวาแอล คือได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาสก่อนหน้านี้ว่าจะมีการผลักดันงบประมาณขึ้นมา เพราะสมาคมฯต้องใช้งบประมาณเยอะ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่างบประมาณที่สนับสนุนสมาคมมีน้อย โดยเฉพาะตัวผมเองก็เป็น สส.ด้วยแล้ว เราจะพยายามหาเม็ดเงินเข้ามาสนับสนุนมาให้ได้ ซึ่งรับประกันได้ว่าวงการกีฬาจะเป็นนิมิตใหม่ในการพัฒนาสู่กีฬาอาชีพต่อไป
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยมหากุศล ต้านภัยยาเสพติด ในงานพิธีฉลองหนังสือแต่งตั้งวัดและตราตั้งเจ้าอาวาสวัดเนินกระบก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 มกราคม 2568 ศึกมวยไทยมหากุศล ต้านภัยยาเสพติด ในงานพิธีฉลองหนังสือแต่งตั้งวัดและลับตาตั้งเจ้าอาวาสวัดเนินกระบก ประธานพิธีเปิดงาน นายบุญมี บัวรุ่ง รองนายก อบต.ท่าตะเกียบกล่าวเปิดงานและให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย

รายชื่อผู้สนับสนุนและให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัย นาย ผลปรางมาศ เลขานายก อบต.ท่าตะเกียบ และนาย ฐิติโชติ สาธุชาติ รองนายก อบต.ท่าตะเกียบ
นาย ภานุวัฒน์ อาจรักษา ปลัดอำเภอ นายายอาม จ.จันทบุรี คุณสามารถ ทะบาง
เสี่ยแม็ก รถตู้ท่าตะเกียบ โขง สนามชัย ครูเจี๊ยบ

ไฟต์ เรซซิ่งช็อป คุณวิศวะ กัอ่ำ (เสี่ยเบิร์ด) คุณศิริพงษ์ รัศมี (อดีตส.สเขต หนองจอก) ได้ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัย และคาดเข็มขัดแชมป์ให้กับนักมวยและขาดไม่ได้บุคคลนี้ คุณไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา

ประกบคู่มวย และผู้ใหญ่แพง ศรีมณี คุณเอ๋ โชคปรีชา งานนี้คุณไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา จัดมวย 2 เวทีให้ชมฟรีกันอย่างสุขใจ
เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานปั่นเชื่อมโยง4 จ.เมืองเหนือล้านนาตะวันออก ชิงเงินรางวัลมูลค่า 1,147,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมนายเสริฐ ไชยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นายวิภูช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและะกีฬาจังหวัดกระบี่ และนายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงราย นักปั่นจำนวนกว่า200 คนเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน Tour of Lanna 2024Stage ณ จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม2567 สนามแข่งขัน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอย่างคึกคักนายนรศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน2เพื่อพัฒนาเศรษฐในกิจในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน2ผ่านกิจกรรมที่เที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นเศรษกิจ

ในพื้นที่ที่ได้รับจากมหาอุทกภัยใน 4จังหวัด ได้แก่เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ซึ่งเป็นจังหวัดกลุ่มล้านนาตะวันออก กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไดดีขึ้น เป็นการช่วยเหลือฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการน้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับรูปแบบกิจกรรมครั้งนี้เป็นการแข่งขันจักยานทางไกล Tour of Lanna 2024 ภายใต้กิจกรรมปั่นขึ้นดอยกอย 4เมืองล้านนาตะวันออก ในกลุ่มภาคเหนือตอน2(เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ในวันที่23-30ธันวาคม 2567 จำนวน 8วัน8สนาม ซึ่งการแข่งขันตามกติกามาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ(UIC) รับรองการแข่งขันโดยสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อให้เป็นการแข่งขันตามมาตรฐานสากล

โดยมีนักปั่นทั่งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขันจำนวนกล่า 200คน
รูปแบบของการแข่งขันระบบทางไกล จะแบ่งออกสองประเภทคือแบบเซอร์กิตเรซ เป็นการแข่งขันเน้นสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดซึ่งมีระยะทางประมาณ1.5-3กิโลเมตร/รอบและประเภท2 การแข่งขันแบบโรดเรชเป็นแบบทางไกล ซึ่งใช้เส้นทางแต่ละจังหวัดทั้ง4จังหวัดโดยเริ่มจากจังหวัดแพร่ ไปน่านเข้าจ.พะเยา และไปสิ้นสุดอ.แม่สายจ.เชียงราย.
พิชานันท์ วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทัวร์ ออฟ ล้านนา จับมือจัดงานปั่นเชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ชิงเงินรางวัล 1,147,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จับมือจัดงานปั่นเชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ทัวร์ ออฟ ล้านนา ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 1,147,000 บาท
างวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางสาวพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ จังหวัดนำน นายายวิภช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ , พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดแพร่ สื่อมวลชน และ นักปั่นจำนานกว่า 200 คน เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน Tour of Lanna 2024 Stage 3 ณ จังหวัด น่าน

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 อย่างคึกคัก งวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ พี่ ท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ผ่าน กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระพบจากมหา อุทกภัย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.พะเยา จ.แพร่ จ.น่าน จ.เชียงราย ต่างก็ประสบกับอุทกภัยในพื้นที่อย่างมาก ทางกลุ่ม จังหวัดก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ และมี

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ได้ดีขึ้น เป็นการช่วยฟื้นฟูหลังอุทกภัยในอีกทางหนึ่ง
สำหรับรูปแบบกิจกรรมจะจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา คือการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ อออฟ ล้านนา กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) วันที่ 23 – 30 ธันวาคม 2567 จำนวน 8 วัน 8 สนาม ซึ่งเป็นการดำเนินการแข่งขันตามกติกา มาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) รับรองการจัดแข่งขัน

โดยจากสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้การแข่งขันได้มาตรฐานเป็นสากล และจะมีนักปั่นทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม
แข่งขัน จำนวนกว่า 200 คน ส่วนรูปแบบการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบเซอร์กิต เรช เป็นการแข่งขันโดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1.5 – 3 กิโลเมตร/รอบ และ ประเภทที่ 2 คือการแข่งขันแบบ โรดเรช เป็นรูปแบบการแข่งขันบนถนน แบบทางไกล ซึ่งใช้เส้นทางแต่ละจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด โดยเริ่มจาก จ.แพร่ ไป จ.น่าน เข้า จ.พะเยา และไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

สำหรับเส้นทางแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา ทั้ง 8 สเตจ มีดังนี้วันที่ 23 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 1 (Prologue) รอบเมืองแพร่ ,วันที่ 24 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 2 (Road Race) แพร่ – น่าน, วันที่ 25 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 3 (Circuit Race) รอบเมืองน่าน, วันที่ 26 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 4 (Road Race) น่าน – พะเยา วันที่ 27 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 5 (Circuit Race) รอบเมืองพะเยา, วันที่ 28 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 6 (Road Race) พะเขา – เชียงราย,วันที่ 29 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 7 (Circult Race) รอบเมืองเชียงราย และ วันที่ 30 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 8 (Road Race) เชียงราย-อำเภอแม่สาย ชิงเงินรางวัลรวม 1,147,000 บาท ซึ่งมีทั้งเงิน รางวัลประจำ Stage และ รางวัล Over All

ในทุกรุ่น มีรุ่นการแข่งขันดังนี้ ชาย รุ่น A ชาย open ,รุ่น B ชาย (อายุ 30 ปีขึ้นไป +เยาวชน) , รุ่น C 40 ปี ขึ้นไป , รุ่น D ชาย อายุ 50 ปี ขึ้นไป หญิงมี 2 รุ่นดังนี้ รุ่น E หญิง A (เยาวชน) และ รุ่น F หญิง B (ทั่วไป สำหรับทำนที่สนใจสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขั้นได้ที่เพจเฟสบุ๊ค Tourofhttps:/www.facebook.com/touroflanna20177mibextid=ZbWKw./ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานวิ่งเลาะเวียงล้านนาตะวันออก สนามที่ 3 วิ่งเวียงสา จ.น่าน 4 สนาม รางวัลกว่า 720,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณข่วงเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เวลา 06.30 น. นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน และผู้แทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดน่าน เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม วิ่งเลาะเวียงล้านนาตะวันออก กิจกรรมวิ่งเวียงสา

ภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (พะเยา เชียงราย น่าน แพร่) ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (พะเยา เชียงราย น่าน แพร่) โดยสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ได้กำหนดจัดโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด กิจกรรมหลัก “วิ่งเลาะเวียง ล้านนาตะวันออก” กิจกรรมวิ่งเวียงสา ณ บริเวณข่วงเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ขึ้นมาในครั้งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่ง

สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาตามความถนัด ตามความสมัครใจ พัฒนาส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ในกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก ส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพของผู้มาเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งเป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จัดกิจกรรมได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมด้านการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว มีแนวโน้มและทิศทางที่ได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกายกันมากขึ้น ขณะเดียวกันการจัดกิจกรรมด้านการกีฬาเพื่อการ ท่องเที่ยว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการท่องเที่ยวของแต่ละจุดหมายปลายทางที่จัดกิจกรรม ทั้งยังเป็นการ พัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระจายรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของชุมชน และกระตุ้นภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมวิ่งเวียงสาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 750 คน โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ มาราธอน ระยะทาง 42 กิโลเมตร จำนวน 10 รุ่น ,ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร จำนวน 10 รุ่น และ วิ่ง Fun RUN ระยะทางไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร จำนวน 2 รุ่น การแข่งขันวิ่งเลาะเวียงสานี้ เป็นสนามที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค. 67

โดยมีจุดสตาร์ทและเส้นชัยที่ ณ บริเวณข่วงเวียงสา ทั้งนี้ ในระยะ 42 กม. ผู้ชนะลำดับที่ 1-3 ในแต่ละรุ่น จะได้รับเงินรางวัลรวม 120,000 บาท ในระยะ 21กม. ผู้ชนะในลำดับที่ 1-3 ในแต่ละรุ่น จะได้รับเงินรางวัลรวม 60,000 บาท รวมเงินรางวัลในสนามที่ 3 วิ่งเวียงสาเป็นจำนวน 180,000 บาท สำหรับนักกีฬาที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ FB: วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024”

แชร์เนื้อหานี้

ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024 ระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม 2567 มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024” โดยมี ส.ส.บัญชา. เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกับ มี คำกล่าวดังต่อไป

“ท่านผู้มีเกียรติ และนักกีฬาทุกท่านผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปิด โครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันนี้. การแข่งขันกีฬาวันนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว บรรฤวัตถุประสงค์ทุกประการแพ้ ชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้พวกเราตระหนักว่า การมาแข่งขันกีฬากันในครั้งนี้ จุดมุ่งหมาย สูงสุดไม่ได้อยู่ ที่ได้ชัยชนะ แต่สิ่งที่เราจะได้จากการแข่งขันกีฬา คือเราได้แสดงออกซึ่ง

ความสามารถ ความสามัคคี ความอดทน เสียสละ การเล่นอย่างมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ความสนุกสนานและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นั่นคือสิ่งที่เราหวังจะ ให้เกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬาทุกครั้งขอให้ทุกท่าน ได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้และปลูกฝังให้มีขึ้น ในจิตใจของตนเองอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณท่านผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้การจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อยและขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา และผู้มีเกียรติทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพบัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอปิดการโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ บัดนี้”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กีฬา ต้านยาเสพติด ประจำปี 2567 นายวัฒนา ช่างเหลา อบจ.ขอนแก่น ประธาน ส่งเสริมสุขภาพปลูกจิต รัก สามัคคี ในท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 น.นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานโครงการการแข่งขันกีฬาเยาวชน ประชาชน ต้านยาเสพติดประจำปี 2567

และประธานได้พบปะคณะที่คอยต้อนรับซึ่งประกอบด้วยนายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 ขอนแก่น นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน คณะแม่บ้านและนักกีฬา ประธานได้มอบของที่ระลึกให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

เจ้าของโครงการเพื่อเป็นกำลังใจ โดยมีนายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวรายงานรายละเอียดและวัตถุประสงค์ การกีฬาทำให้เยาวชน ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด

ปลูกจิตสำนึกให้เกินความรักความสามัคคีในหมู่คณะการแข่งขันแบ่งออกเป็น5ประเภทได้แก่ฟุตบอลชาย ตะกร้อชาย วอลเลย์หญิง-ชายและเปตองทีมผสมหญิง-ชาย การแข่งขันระหว่าง 8-9 ธันวาคม 2567 ณ.สนามโรงเรียนหนองม่วงประชานุกูล ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.โคกสำโรงจัดกิจกรรม “สิงห์คูยาง Running ครั้งที่ 3 เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ดูแลผู้ป่วย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลา 05.30 น. ณ วัดสิงห์คูยาง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด “สิงห์คูยาง Running ครั้งที่ 3 วิ่งเพื่อโรงพยาบาล”

โดยมี นายนุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต 4 พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง พ.ต.ท.เสริญราษฎร์ แก้วปนทอง สว.อก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.สภ.โคกสำโรง นางสมฤดี ชมญาติ

ประธานมูลนิธิหลวงปู่บุญตา นางอารีย์ ฤกษ์สภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี นายเชาว์ งามรัตนกาญจน์ กรรมการบริหาร รพ.โคกสำโรง และนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ ที่ปรึกษา รพ.โคกสำโรง พร้อมด้วยประชาชน เยาวชน นักกีฬา หน่วยราชการ และบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เป็นจำนวน 1,350 คน เข้าร่วม

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสร้างศูนย์ฟอกไต โรงพยาบาลโคกสำโรงเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วย ให้ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนด้วยการออกกำลังกาย รวมถึงเป็นการสร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของชุมชน

โดยการวิ่งในครั้งนี้ แบ่งการวิ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ระยะทาง 3 กิโลเมตร, 5 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร และ23 กิโลเมตร โเดยได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากเจ้าคณะอำเภอโคกสำโรง คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่บุญตาประชารวมใจ, คณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลโคกสำโรง และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะ วัดสิงห์คูยาง ที่เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงาน

ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นโอกาส ให้ประชาชนได้ร่วมกันออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์ฟอกไต โรงพยาบาลโคกสำโรง

ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ป่วย ทำให้ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาอย่างมีคุณภาพ และยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมโดยรวมอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ
.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี นันทบุรีเกมส์ รร.นันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ /เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ สนามกีฬาโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อดร.พัทธนันท์ พิพิชธนวงศ์ รองผอ.สพม.น่าน ประธานในพิธีเปิดการแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุคราะห์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
๑. เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
๒. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด
๙. เพื่อฝึกการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี มีน้ำใจใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็น ประชาธิปไตย
๔. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วนร่วมกับผู้อื่นได้
๕. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน

การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี ๔ สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและ สีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง และการแข่งขันกีฬาเปตองเชื่อมสัมพันธ์ ภาคีเครือข่าย ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย
๑. คณะกรรมการสถานศึกษา
๒. มทบ. ๓๘
๓. สพม. น่าน
๔. โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในการจัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบรีเกมส์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากว่าที่ ร.ต.สมเดช อภิชยกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา นายราเชนทร์ กาบคำ นายบุญยงค์ สดสอาด คณะกรรมการสถานศึกษา ร.ร.นันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

นายธีระพล ปะโปตินัง(โค้ชเต้ย)ร้านT 20 และคุณวัชรินทร์ สมจิต(โค้ชแต้ม)ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ พ.ท.นิรุต พรมมินทร์ ผบ.หน่วยฝึกทหาร นศท.มทบ.38 พร้อมกำลังพล คณะครูและบุคลากรโรงเรียนนันทบุรีวิทยาร่วมพิธีเปิด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล

ที่ข่วงน้อย เทศบาลเมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 กิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจังหวัดน่าน ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน เชื่อมโยงการผลิตและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล หนุนสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ธุรกิจกาแฟจังหวัดน่านทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยวผู้ชื่อชอบกาแฟเข้าร่วมกิจกรรม”กาแฟ” นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีอนาคตอีกๆชนิดหนึ่ง โดยจังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศไทย

เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกกาแฟ ซึ่งจังหวัดน่านมีพื้นที่ปลูกกาแฟ จำนวน 13,448 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก จำนวน 1,533 ราย มีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอท่าวังผา สองแคว บ่อเกลือ แม่จริม ทุ่งช้าง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์อาราบิกา รองลงมา คือ พันธุ์โรบัสต้า และสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนไม้ผล ไม้ยืนต้น และพื้นที่ป่าชุมชนต้นน้ำ ปัจจุบันการปลูกกาแฟในจังหวัดน่าน ได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ

โดยมีการสร้างเครือข่ายการผลิตกาแฟภายในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ไห้แก่ชุมชน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟน่าน ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาคุณภาพให้เป็นกาแฟ ในระดับพรีเมียม ทำให้ได้รับ รางวัลชนะเลิศจากการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนการประกวดของ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเวทีของสมาคมระดับประเทศและนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563-2567 ถือเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่านและชาวจังหวัดน่าน และยังเป็นการตอกย้ำในเรื่องคุณภาพของกาแฟน่านเป็นอย่างดี

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและยกระดับการตลาดของผลิตภัณฑ์กาแฟในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะกาแฟที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งมีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในท้องถิ่นให้เติบโต และขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านกิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ จุดเด่นกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน

ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมเกษตรตรกร – ผู้ผลิต – ผู้จำหน่าย – ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง สามารถต่อยอดในการขยายช่องทางการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี67 ชิงถ้วยพระราชทาน ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ระหว่าง 17 ธ.ค. 2567-8 ม.ค. 2568 ณ.รร.เทศบาล 1(สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)

แชร์เนื้อหานี้

20:19 จ่ากบ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10,00 น. นายคำพันธ์ ศรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ ให้เกียรตินั่งหัวโต๊ะเป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายไชยศิริ สอนนำ

คณะกรรมการตัดสิน ฝ่ายบริหาร ประธานสภาฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพและส่วนราชการร่วมกันจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567

ณ.หอประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมแพ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทประชาชนทั่วไปและประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี วัตถุประสงค์การจัดแข่งขันเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย ทำให้สุภาพแข็งแรง

การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เจริญยั่งยืน แบ่งสายการแข่งขันระหว่าง 17 ธันวาคม 2567- 8 มกราคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1 เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น,
จ่ากบ ภาพ/ข่าว เอนก เค้าสุวรรณกุล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ดูแลนักท่องเที่ยวรับเทศกาลแห่งความสุข/40 ปท. พร้อมแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 หาดจอมเทียน พัทยา

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงเดือนเทศกาลแห่งความสุข ที่เมืองพัทยาและภาคส่วนอื่นๆ กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งการเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติริมชายหาด กิจกรรมเทศกาลคริสต์มาส รวมทั้งงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนในเมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก

พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ นิ่มสุวรรณ์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมวางแผนการปฏิบัติงานรองรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอีเว้นต์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนธันวาคม 2567 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา มีความพร้อมรับเทศกาลต่างๆ มาโดยตลอดทั้งเชิงรุกและรับ

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติงานเชิงรุก ได้จัดอัตรากำลังการเข้าเวรใหม่ พร้อมจัดการกวดขันจับกุมรถจอดตามจุดห้ามต่างๆ รวมทั้งจับกุมรถผิดกฎหมาย ในส่วนของเชิงรับได้จัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ กรวยจราจร แผงกั้นจราจร และเครื่องบังคับล้อ และการเตรียมความพร้อมของบุคคล ได้จัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสัมธ์นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องด้วย

จ้าวความเร็วบนผิวน้ำ 40 ปท. พร้อมชิงชัยแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา

มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 นี้ ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองกีฬา (Sports City) ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดอีเว้นต์เวิลด์คลาสทัวร์นาเม้นท์ที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันเจ็ตสกีนานาชาติ รายการ “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024”

การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวอร์เตอร์เจ็ตนานาชาติแชมป์โลก สนามชิงชนะเลิศตัดสินตำแหน่งแชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เวิลด์ซีรี่ส์ และแชมป์เอเชีย ประจำปี 2024

ที่สำคัญการแข่งขันชิงชัยหาสุดยอดจ้าวแห่งความเร็วบนผิวน้ำระดับโลกในครั้งนี้มีเงินรางวัลมากที่สุด โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 300 คนพร้อมชิงชัย ซึ่งการแข่งขันเจ็ตสกีทุกปีที่ผ่านมาที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา พบว่ามีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยวันลอยกระทงเขื่อนสียัดพัฒนา จัดโดย.อบต.ท่าตะเกียบ/และศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

15 พฤศจิกายน 2567 ประธานเปิดงานการแข่งขันนายบุญมี บัวรุ่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบและนายสมศักดิ์ พรมภิบาล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบน้าแดงให้เกียรติคล้องพวงมาลัยเป็นกำลังใจให้กับนักมวยในศึกนี้ และชิงถ้วยรางวัลดุเดือดจาก

นายทวี สาธุชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ และชิงถ้วยรางวัลไหว้ครูสวยงาม ศิลปะมวยไทยยอดเยี่ยม จากผู้ใหญ่แพง ศรีมณี และชิงถ้วยรางวัลชิงแชมป์จาก ท่านศิริพงษ์ รัศมี (อดีตสส. เขตหนองจอก ) ประกบคู่มวย

โดย ไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา ผู้ใหญ่เเพง ศรีมณี ฟรีซ์ ระยองเอ๋ โชคปรีชา โขง ฉลามชัย ครูเจี๊ยบ ศึกนี้ชมฟรีตลอดงาน ณ.เวทีมวยชั่วคราว เขื่อนสียัดพัฒนา ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
เอ.คนข่าวรายงาน

ศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด ประธานกล่าวเปิดงานการแข่งขัน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ดร.พีระพงษ์ ไพรินทร์ และให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวยทั้งคู่ สนับสนุนโดย รศ.ดร.ณัฐพงศ์ บุญเหลือ
คุณ นัทธี สุวรรณมาโจ คุณชัยพยัพ หอมกลิ่น PTT สงวนสิน
คุณสมจิตร แว่นแก้ว คุณกฤษ คุ้มพรรค์

นายกโก๊ะ ท่าทราย บูม เด็กเซียน คุณชัยยนต์ สมภูงา เสี่ยโห บางพลี แดง เขาทราย แซม บางบัวทอง ดร.ศรายุทธ แสนมี เสี่ยสมหมาย สกุลเมตตา เสี่ยชาย ทุ่งสง รายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันชกมวยศึกครั้งนี้ ณ.สนามมวยชั่วคราวข้างวัดเขาบายศรี ต.เขาบายศรี อ.ท่าไหม จ.จันทบุรี


เอ คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเดินวิ่ง “แคแสดรัน ครั้งที่ 2” ณ​ สะพานมิตรภาพไทย- ลาวแห่งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ประธานในงานแถลงข่าวกิจกรรมเดินวิ่ง “แคแสดรัน ครั้งที่ 2” โดยมีนายกิตติกร พันธ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร เภสัชกรอัฐพร กิจนิธิวรวริศ นายกสมาคมผู้ปกครองครู และศิษย์เก่า โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

สำหรับกิจกรรมแคแสดรัน ครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2567 เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร เพื่อนำรายได้สร้างโดมกีฬาอเนกประสงค์ โดยได้รับความร่วมมือจากศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และศิษย์ปัจจุบัน ผู้ว่าราชการฯ ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม ผ่านกิจกรรม

การวิ่งเพื่อสุขภาพ และได้ร่วมทำดีเพื่อสังคมด้วย โดยเฉพาะเส้นทางที่วิ่งทำกิจกรรมในครั้งที่เป็นถนนตัดใหม่ ทางหลวงชนบทสาย มห.3019 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 ถึง บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอ เมืองจังหวัดมุกดาหาร​ เป็นเส้นทางสนับสนุน SEZ รองรับการเจริญเติบโตของเมืองมุกดาหารในอนาคตแล้ว ยังเป็นเส้นทางที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับ

สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 สู่ประเทศลาวรวมทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดในตัวเมืองให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยอย่างยั่งยืนอีกด้วย เส้นทางวิ่งที่สวยงามด้วยทิวทัศน์ เหมาะสำหรับวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ในอนาคตจะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวแบ่งการวิ่งเป็น สองระยะ วิ่ง FUN RUN ระยะทาง 5 KM. อัตราค่าสมัคร 399 บาท MINI MARATHON ระยะทาง 10 KM. อัตราค่าสมัคร 499 บาท และ VIP RUN เลือกวิ่งได้ทุกระยะ อัตราค่าสมัคร 999 บาท ทั้งนี้นักวิ่ง 2 ระยะจะได้รับเสื้อเหรียญและถ้วยรางวัล ส่วน VIP RUN จะได้รับเสื้อและเหรียญทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ เฟซบุ๊ก แคแสดรัน ครั้งที่ 2#2024

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตราเมืองนนท์สัญจร ประธานจัดงาน นาย วิบูลย์ สุนทรวัฒน์ นายกเทศมนตรี และทีมงาน นายเกริทฤทธิ์ รัตมงคล รองนายกเทศมนตรี นายจตุพล สุนทวัฒน์ รองนายกเทศมนตรี นายสุรชัย วงค์เวทย์เสถืยร เลขานุการนายกเทศมนตรี นายมณท์ธรรม์ บุญใจเพชร ที่ปรึกษา และ อบต.พีท คิว โชควิทยา

ประธานเปิดการแข่งขันถ่ายทอดสด นาย จิรวุฒิ สิงโตทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเเปิดงานศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร ณ.เวทีมวยชั่วคราวเทศบาลหนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ถ่ายทอดสดช่อง JKN 18 ยูทูป jitmuangnongym live เวลา 17.00น.เป็นต้นไป
เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดมันส์ “ศึกมวยรองครองแชมป์” รอบ 8 คนสุดท้าย เพื่อคว้าแชมป์พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท/ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), Thai Smile Bus และ Thybrid Training Centre ปลุกกระแสมวยกับเวที “Legend Fighting Championship ศึกมวยรองครองแชมป์” เข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย ที่เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาด อ.หัวหิน, นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ,

นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นายธนัท ปภพธนานนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ, นายจัตุชัย จำปาหอม อนุกรรมการแข่งขันกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ประจวบฯ, นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด, นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน, วิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิง เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2004 โปรโมเตอร์ผู้จัดการแข่งขัน, ทวี อัมพรมหา (ขาวผ่อง สิทธิชูชัย) นักกีฬาโอลิมปิก เหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่น ปี 1984 และมนัส บุญจำนงค์ เหรียญทองโอลิมปิก มวยสากลสมัครเล่น ปี 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิก ปี 2008 เข้าร่วมชมการแข่งขันท่ามกลางแฟนมวยจำนวนมากร่วมส่งเสียงเชียร์

นายพลกฤต พวงวลัยสิน กล่าวว่า “การแข่งขันในวันนี้ต้องขอขอบคุณทุกๆ ฝ่าย ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของกีฬาเพื่อเป็นหนึ่งใน Soft power ที่จะผลักดันในเรื่องของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ สร้างแรงผลักดันรวมไปถึงช่วยส่งเสริมการกีฬาให้กับเยาวชน พร้อมทั้งยังเป็นการมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ในเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองไทยไปพร้อมๆ กันอีกด้วย และที่สำคัญการจัดแข่งขัน รายการ “ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ” ที่หัวหินในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา และเป็นการตอกย้ำให้เมืองหัวหินและ จ.ประจวบฯ ว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่ง destination ที่สำคัญทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย”

สำหรับผลการชก เกมส์บอนด์ ส.สุวรรณรัณย์ ชนะคะแนน มงคลชัย เกียรติชายเล็ก / ฤทธิชัย ช.วชิระ ชนะน็อค ชัยวัฒน์ เหน่งซับใหญ่ / สิงห์พยัคฆ์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะน็อค ปราบอัศวิน ภูวนาแก้วขวัญการ์ด / สามล้าน ลูกพ่อพระยาเสือ ชนะน็อค Phoe Zaw (เมียนมา) ส่วนในรอบ Superfight ก็ดุเดือดเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยมีผลการแข่งขันดังนี้ ลมฝน ส.ศิลารักษ์ ชนะ ฟ้าสดใส The Legend Arena / ซุปเปอร์บอล น้ำแพรลูกสาวกำนันกุ้ง ชนะ AMMAD MASOUMINIA (อิหร่าน) / สายน้ำเพชร Wildcard gym ชนะ เสาร์ห้า หนุ่มธรณ์เทพ และคู่สุดท้าย เพชรนรินทร์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะ HLA WIN (เมียนมา)

มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอย่างต่อเนื่องกับการแข่งขันรายการ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ในรอบ SEMI FINAL 4 คนสุดท้าย ว่าใครจะสู่ตำแหน่งแชมป์หนึ่งเดียวของรายการนี้พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.67 โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดการแข่งขัน ณ เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน หรือ สามารถชมถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ผ่านทางช่องอมรินทร์ทีวี HD 34 และนอกจากนี้ยังสามารถติดตามได้ที่ Youtube : Legend Fc และ Facebook : Legend FC ได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวบริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบ้านโป่งลึกบางกลอย หลังปิดไปนาน 3 เดือน เพื่อให้ป่ามีการฟื้นฟูของระบบนิเวศ ระหว่างนั้นทางอุทยานฯได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ด้านการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติทะเลหมอกช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวที่บริเวณเขาพะเนินทุ่งแหล่งชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากและยังมีสัตว์ป่านานาชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย ซึ่งหลังจากเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวที่เขาพะเนินทุ่งมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 67 ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมกันจำนวนมาก


อย่างไรก็ตามบริเวณพะเนินทุ่งจะเปิดอนุญาตให้พักแรมเฉพาะกางเต็นท์เท่านั้น ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ 150 คนต่อคืน และจะไม่มีการจองผ่านระบบออนไลน์ แต่ให้ไปติดต่อขออนุญาตพักค้างแรมที่จุดที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สำหรับการเดินทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เราสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวไปได้ ทางอุทยานฯจะอนุญาตเฉพาะรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สมรรถนะดี โดยจะอนุญาตให้นำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่งไป 2 เวลาคือ 05.00 – 08.00 น. และ 13.00 – 15.00 น. และขาลงอีก 2 ช่วง

ได้แก่ ช่วงเวลา 09.00 – 11.30 น. และ 16.00 – 17.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่มีรถสามารถติดต่อกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อใช้บริการรถรับจ้างหรือรถกระบะเช่าขึ้นไปได้ ทั้งนี้ จุดกางเต็นท์พะเนินทุ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพะเนินทุ่งมีลักษณะเป็นลานกว้าง มีทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าเขาและทะเลหมอก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ เป็นต้น และมีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์เฉพาะเครือข่ายเอไอเอส ขณะที่การเดินทางไปท่องเที่ยวที่บ้านโป่งลึกบางกลอย ก็สามารถติดต่อสอบถามได้บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อขออนุญาตเดินทางเข้าไปพักแรมเช่นกัน


นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ฤดูหนาวนี้ ทาง ททท.เพชรบุรี ก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวรับลมหนาวกันที่เขาพะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย โดยยูเนสโก (UNESCO) ตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงภาคเหนือแล้ว จ.เพชรบุรีเรามีทะเลหมอกใกล้ๆ กรุงเทพฯ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสลมหนาวกันเหมือนได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือ

ได้ที่เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เบอร์โทร 0 3277 2312, 091 050 4461 หรือที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี เบอร์โทร 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.อ่างทอง จัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง / กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 พ.ย.67 ที่สนามหน้าโรงเรียนบ้านสีดางาม ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง สั่งการให้ นายอุดมทรัพย์ เดชะกุลกำจร เลขานายกฯ นายธานินทร์ บุญนี ปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ภัณฑ์ธิมา รังสิกุล รองปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ทิพวรรณ ปัญญาหาร หัวหน้าสำนักปลัด พร้อม ข้าราชการ พนักงาน ร่วมจัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 โดยมี นางวันวิษา ลิ้มไล้ รก.ผอ.โรงเรียนบ้านสีดางาม คณะครู นักเรียน ร่วมกิจกรรม

น.ส.สุดารัตน์ สังข์ฤทธิ์ วิทยากรอิสระบรรยายขยะแนวไร้ถัง กล่าวว่า การจัดการขยะต้นทางก็คือแค่ทำทุกอย่าง ตัด ล้าง ตาก หรือทำอย่างไรก็ได้ให้สะอาด เก็บรวบรวมตากให้แห้ง และนำส่งให้ อบต.หรือหน่วยงาน สำหรับที่นี่โรงเรียน หลายๆโรงเรียน ก็ดำเนินการอยู่โดยเฉพาะที่นี่ อบต.อ่างทอง ได้ดำเนินการอยู่โครงการขับเคลื่อนของกองสาธารณสุข อบต.อ่างทอง ทำตรงนี้คือ ผู้ปกครอง และเด็กๆเริ่มมีการจัดการขยะได้ด้วยตัวเองที่บ้านแล้วนำมารวมโรงเรียน อบต. อ่างทอง ก็มารับซื้อส่วนที่ซื้อก็ซื้อส่วนที่ขายก็ขายส่วนที่บริจาคก็มีเยอะ

โดยบริจาคเข้ากองทุนชมรมผู้สูงอายุ อบต.อ่างทอง ก็อยากให้ อบต.ทุกแห่ง ทำโดยเฉพาะ อบต.อ่างทอง ขับเคลื่อนโครงการ พอช.ของอำเภอทับสะแก โดยอยากให้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประกาศเป็นจังหวัดใร้ถังขยะ เพราะฉะนั้นอย่าให้ทำทุกๆ แห่งทุกๆ พื้นที่ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินโครงการขับเคลื่อนโรงเรียนไร้ถังขยะ อยากให้โรงเรียนหลายๆ โรงเรียนมาร่วมมือร่วมใจกันทำตรงนี้เพื่อเป็นการปลูกฝังเด็กให้รู้จักวิธีการจัดการขยะด้วยตัวเองโดยไม่ทิ้งเป็นภาระให้ใคร จัดการให้จบด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการขยะของ อบต.อ่างทอง นอกจากจะดำเนินโครงการธนาคารขยะชุมชน และรับบริจาคขยะเพื่อนำรายได้เข้าช่วยเหลือผู้ป่ายติดเตียงแล้ว ก็ยังมีกิจกรรม ถุงพลาสติกแลกไข่ โดยถุงพลาสติก 1 กิโลกรัม แลกไข่ได้ 3 ฟอง รับซื้อขยะด้วยเงินสด หรือจะนำเข้าฝาก ธนาคารขยะตำบล ครบ 1 ปี มีดอกเบี้ย

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนพรรษา 6 รอบ 28 กค. 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 08.30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์งานวิ่ง สิงห์คูยาง Running วิ่งเพื่อโรงพยาบาลโคกสำโรง ประจำปี 2567

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประชุมเตรียมความพร้อมและมอบหน้าที่รับผิดชอบ รวมทั้งขอให้กำนันทุกตำบล ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านในอำเภอโคกสำโรง เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานเดิน วิ่ง ปั่น เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบันทึกสถิติโลก กิจกรรมโครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จังหวัดลพบุรี

ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2567 เวลา 05.00 น. พร้อมเพียงกันที่สนามโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา คาดว่าประชาชนอำเภอโคกสำโรง เดินทางร่วมงานไม่น้อย การเดิน วิ่ง ปั่น ทางจังหวัดลพบุรี ได้จัดให้มีการเดิน วิ่ง ปั่นทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี 11 สนามของการเดิน วิ่ง ปั่น ที่แต่ละอำเภอได้กำหนดไว้ ส่วนอำเภอโคกสำโรง กำหนดจะเดิน วิ่ง ปั่น ออกจากโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา ตามจุดเส้นทางที่ได้กำหนดไว้แล้ว

และในโอกาสเดียวกันนี้ นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ก็ได้เชิญชวนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรม “สิงห์คูยางค์ Running 3 วิ่งเพื่อโรงพยาบาลโคกสำโรง” โดยจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม 2567 จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์ฟอกไต ให้แก่โรงพบาลโคกสำโรง เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องได้รับการรักษาด้วยการฟอกไต ในอำเภอโคกสำโรง ตลอดทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดลพบุรี ได้เข้าถึงบริการได้รับการดูแลรักษาที่ดี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกคน ในส่วนของความพร้อมในการต้อนรับผู้ร่วมงานวิ่งในวันอาทิตย์ ที่8 ธันวาคม 2567 สิงคูยาง Running วิ่งเพื่อโรงพยาบาลโคกสำโรง

ทุกท่านที่จะมาร่วมงาน ขอให้ทุกท่านได้มั่นใจได้ว่าทุกภาคส่วนและชาวอำเภอโคกสำโรง มีความยินดีอย่างยิ่งในการต้อนรับ และได้เตรียมการอย่างเต็มที่ในเรื่องความสะดวก และปลอดภัย นอกจากผู้ร่วมวิ่งทุกท่านจะได้ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ทัศนียภาพตลอดสองฝั่งเส้นทางในที่วิ่งแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในตำนานเล่าขานมานานที่น่าสนใจของอำเภอโคกสำโรง และจังหวัดลพบุรี อีกมากมายที่นักวิ่งจะวิ่งผ่านได้ชมเห็นเทือกเขาที่สวยงามยามเช้า เช่น เขาวงพระจันทร์ เขานมนาง เขาตะเภา เขาจระเข้ สถานที่วัด ธรรมชาติ ทุ่งทานตะวัน วิธีชีวิตชุมชน ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติของท้องถิ่นอำเภอโคกสำโรง

ซึ่งจะทำให้การมาวิ่งครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งในด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติท้องถิ่น ให้ทุกท่านประทับใจไปอีกนาน โดยโครงการนี้ยังจะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมากในการสร้างศูนย์ฟอกไต จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมวิ่ง เพื่อสร้างสุขภาพ และสร้างบุญไปด้วยกัน เพราะยังต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมากจึงจะเกิดผลสำเร็จได้ เปิดรับสมัครวิ่งตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป วิ่งในระยะทาง 3 กม. 400 บาทรับเสื้อ1ตัว ระยะทาง 5 กม. 400 บาทรับเสื้อ 1 ตัว ระยะทาง 10 กม. 500 บาทรับเสื้อ 1 ตัว ระยะทางวิ่ง 23 กม. 700 บาทรับเสื้อ 1ตัว และวีไอพี 1,000 บาทรับเสื้อ 2 ตัว ท่านสามารถ สแกน QR Code สมัครได้ทันที่ และรับเสื้อได้ที่โรงพยาบาลโคกสำโรง
“สิงห์คูยางค์ Running 3 วิ่งเพื่อโรงพยาบาลโคกสำโรง” ในวันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม 2567
โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เพื่อระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์ฟอกไต โรงพยาบาลโคกสำโรง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีมีคุณภาพและสะดวก ลดภาระค่าใช้จ่ายและความลำบากในการเดินทางไปรักษาที่อื่น
  2. เพื่อส่งเสริมสุขภาพและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไตในชุมชม
    เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย และใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น
  3. สร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของชุมชน การจัดงามวิ่งครั้งนี้ เปิด
    โอกาสให้ทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการทำบุญและสนับสนุน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และร่วมกันสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่สังคม

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมใจชาวหนองปรือ และ ศึกวัน อบต.พีท + จิตรเมืองนนท์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 ศึกรวมใจชาวหนองปรือ ประธานจัดการแข่งขัน นายสุเมธ วิทยะประสาท(ผู้ใหญ่โขง) และผู้สนับสนุน นายกมล ธันยาวาท และนายพิสิษฐ์ ธนบุญเกียรติ และขาดไม่ได้ถ้าไม่มี 2โปรโมเตอร์ อบต.พีท คิวโชควิทยา จัดมวยมันๆ15คู่ให้ชมฟรี ศึกรวมใจชาวหนองปรือ และทีมงานผู้ใหญ่บ้านได้นำกับข้าวขนมจีนมาให้รับประทานเฟรีอีกด้วย ณ ตลาดหนองปรือ ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

วันที่ 25 ตุลาคม 2567
ศึกวัน อบต.พีท + จิตรเมืองนนท์
นายจิรวัฒน์ ลออรุ่งเรืองกิจ (กำนันตำบลหนองไผ่แก้ว)
ประธานจัดการแข่งขัน และผู้สนับสนุน นายทนงศักดิ์ ผลเจริญสมบูรณ์ นายก อบต.หนองไผ่แก้วและ สมจิตร แว่นแก้ว เจ้าของค่ายมวยจิตเมืองนนท์ และซ้อเอ๋ จิตเมืองนนท์ ได้นำมวยดีๆมาชกในรายการนี้ให้แฟนมวยรับชม และศึกครั้งนี้ขาดไม่ได้ถ้าไม่มี 2 โปรโมเตอร์นี้ คิว โชควิทยา และอบต พีท จัดรายการมวยดีๆให้(ชมฟรี 15 คู่)ให้แฟนมวยได้รับชมกันอย่างจุใจและแฟนมวยมาชมศึกนี้กันอย่างมากมายในการจัดงานในครั้งนี้ ณ.เวทีมวยชั่วคราวป่ายุบนอก ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
เอ คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแก จัดโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ

แชร์เนื้อหานี้

ประจวบคีรีขันธ์ _ อำเภอทับสะแก จัดโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ สนาม 2 โซนใต้ รณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของโรคหลอดเลือดสมอง

วันที่ 26 ต.ค. 67 ที่ลานกิจกรรมอ่างเก็บน้ำคลองช่องลม นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฏาคม 2567 ที่อ่างเก็บน้ำคลองช่องลม สนามที่ 2 โซนใต้

โดยมี นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นพ.สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทรภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว กำนันตำบลเขาล้าน พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ชาวทับสะแก ร่วมออกกำลังกายเดิน วิ่ง

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ได้มีการจัดกิจกรรมสนามแรก โซนเหนือไปแล้วบนเส้นทางเลียบชายหาดสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของโรคหลอดเลือดสมอง

โดยกิจกรรมในวันนี้มีการเดิน วิ่ง ระยะทาง 5 กม. เส้นทางบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองช่องลม เพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลโรค โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองที่พบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ขณะที่ในวันที่ 2 พ.ย.67 จ.ประจวบฯ จะมีการจัดกิจกรรมโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติฯ สนามจังหวัด พร้อมกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้เส้นทางเลียบอ่าวประจวบฯ และในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ซึ่งประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยขอให้สวมใส่เสื้อสีเหลืองมาร่วมกิจกรรม

/////////////////////////ขอบคุณ Cr.ภาพ พันธศักดิ์ ตั้งสุขสันต์
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมฟุตซอล อนุบาลหนองปรือ ขอพรศาลตายาย สู้ศึกกีฬา นร.ท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09:00 น. วันนี้ ( 17 ต.ค. ) ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ เตรียมตัวออกเดินทางไปสู้ศึกการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 39 ที่ อำเภอวังน้ำเย็นน้ำ จังหวัดสระแก้ว ในรายการ “ วังน้ำเย็นเกมส์” โดยก่อนออกเดินทางนักกีฬาฟุตซอลได้จุดธูปเทียน กราบขอพรศาลตายาย ไหว้พระประจำโรงเรียนเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางตลอดจนการแข่งขันในครั้งนี้

นอกจากนั้นนายประวิทย์ สอนลา รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้ให้ โอวาทและ กำลังใจ ให้กับนักกีฬาฟุตซอลทั้งประเภทชายและหญิง รวมถึงนักกีฬาประเภทอื่นๆอีกด้วย โดยเน้นย้ำการแข่งขันต้องมีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะให้อภัย และขอให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อก้าวต่อไประดับประเทศที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะแข่งขันประมาณปลายเดือนมกราคม 2568 

นักกีฬาฟุตซอลที่ส่งเข้าร่วมแข่งขันมีนักกีฬาทั้งสิ้น 46 คน โดยส่งแข่งขันระดับอายุ 12 ปี 14 ปี ทั้งชายและหญิง โดยมีนายวิศรุต เย็นฉ่ำ หรือครูบาส นำทีมไปสู้กันครั้งนี้ นอกจากนั้นยังมีโค้ชจุ๋ม  ครูมานะ และอาจารย์ท่านอื่นร่วมเดินทางไปดูแลตลอดการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นท่าดาวออกครั้งที่ 39 วังน้ำเย็นเกมส์ จังหวัดสระแก้ว ทางโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวนกว่า 80ฑา แบตมินตัน และ กีฬาสาธิต

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประเพณีแข่งเรือ ชิงถ้วยพระราชทาน วันออกพรรษา ตานก๋วยสลาก วัดบุญยืน พระอารามหลวง อ.เวียงสา จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้


16/10/2567 จังหวัดน่าน จัดงานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง อำเภอเวียงสา ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี พ.ศ. 2567

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 ณ สะพานข้ามแม่น้ำน่าน (ท่าน้ำบ้านป่ากล้วย) อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณี แข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง อำเภอเวียงสาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี พ.ศ. 2567

โดยมี นายอำเภอเวียงสา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสา นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน นายกสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน ประธานชมรมเรือแข่งอำเภอเวียงสา คณะกรรมการจัดงาน ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมพิธีฯ

งานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง อำเภอเวียงสาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี พ.ศ. 2567 ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาในวันออกพรรษาเป็นระยะเวลายาวนานนับร้อยปี มีเอกลักษณ์เป็นลักษณะเรือขุดจากไม้ท่อนแกะสลักหัวเป็นรูปพญานาค อ้าปาก ชูคอ มีเขี้ยวโง้งอน สง่างาม การแข่งเรือและทานสลากภัตจึงถือเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดน่าน และเป็นความภาคภูมิใจของชาวอำเภอเวียงสา ที่ได้จัดให้มีขึ้นทุกๆ ปี

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป และเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ความมีวินัย ในหมู่คณะ ส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี และมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ซนะ รู้อภัย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเสริมสร้างเอกลักษณ์ของอำเภอเวียงสา ตลอดจนจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปและชาวต่างชาติ

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งมีหมู่บ้านในเขตอำเภอเวียงสาและอำเภอใกล้เคียง ได้ส่งเรือยาวเข้าร่วมแข่งขันรวมทั้งสิ้น 18 ลำ โดยแยกประเภทการแข่งขันออกเป็น ประเภทเรือเล็ก 5 ลำ ประเภทเรือกลาง จำนวน 4 ลำ ประเภทเรือใหญ่ จำนวน 5 ลำ และประเภทเรือเอกลักษณ์น่าน จำนวน 4 ลำ นอกจากนี้ ยังมีการโชว์เรือสวยงาม จำนวน 4 ลำ และกองเชียร์ 3 หมู่บ้าน

โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงาน เทศบาลตำบลเวียงสา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สสส. และพ่อค้า ประชาชน หน่วยงานอื่นๆ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1,000,000 บาท/บุญยวค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรฟุตบอลซีเนียร์ไทยแลนด์ VIP SENIOR THAILAND เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอล เกาหลีโลกครั้งที่ 17 ณ เมืองฮงชอนกุน คังวอนโดเกาหลีใต้

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 1-6 ตุลาคม 2567 นายบุญเลิศ ผลอุดม ผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลซีเนียร์ Thailand ได้นำคณะนักกีฬาฟุตบอล ไทยเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอล พร้อมคณะ โดยมี นายยรรยง ทองประยูร อดีตนักบอลทีมชาติไทย เป็นเฮทโค้ช ในรายการ แข่งขันฟุตบอล VIP เกาหลีโลก ครั้งที่ 17

กำหนดเดินทาง วันที่ 1 ตุลาคม 2567 นำคณะโดยมิสเตอร์คิม นัดพบรับตั๊วเครื่องบิน เช็คเอกสารพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 21.00 น ขึ้นเครื่อง เวลา 01.20 น สายการบิน.ทีดับเบิลยู ทีเวย์แอร์ ช่อง G ถึงอินชอน เช้า เวลา 08.30 นตามเวลาเกาหลี วันที่ 2 ตุลาคม 2567 ทานอาหารเช้า ขึ้นรถทัวร์ที่มารอรับที่สนามบินอินชอนเดินทางไปยัง ที่พักAlps Motel ในฮงชอน จังหวัดคังวอนโด ทานอาหารเย็นเสร็จ

เข้าร่วมชมการแสดงพิธีเปิดการต้อนรับนักกีฬาทุกประเทศ เช้าวันที่ 3 ตุลาคม ทานอาหารเช้า ขึ้นรถทัวร์เดินทาง เข้าสนามทำการแข่งขันฟุตบอล World Overseas Korean Football Federaation2024 WORLD FOOTBALL FESTIVAL “2024” 전 세계 한민족 축구대회 대회기간 : 2024, 10.3 ~ 10.6 (4일간)장 소 : 강원도 종합운동장 외4개 구장
참가국 : 35 개

주최:사)세계한민족축구협회
후 원 : 문화체육관광부. 국민체육진흥공단.
강원도 홍천군.대한체육회 WKFA2024 ฟุตบอลโลก งานเทศกาล “2024” ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเกาหลีทั่วโลก ระยะเวลาการแข่งขัน: 2024, 10.3 ~ 10.6 (4 วัน) สถานที่: สนามกีฬาคังวอนโด และสนามกีฬาอื่นอีก 4 สนาม
ประเทศที่เข้าร่วม: 35 ประเทศ เจ้าภาพ : สมาคมฟุตบอลเกาหลีโลก
ผู้สนับสนุน: กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว มูลนิธิส่งเสริมกีฬาเกาหลี ฮงชอนกุน คังวอนโด สภากีฬาเกาหลี

ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 รุ่นอายุ รุ่นประชาชนทั่วไป จำนวน 8 ทีม รุ่นอายุ 40 ปี จำนวน 16 ทีม ขึ้นรุ่นอายุ 50 ปีขึ้น จำนวน 8 ทีม วัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ไทยเกาหลี และประเทศสมาชิก ที่เข้าร่วมทำการแข่งขัน ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการออกกำลังกายมีประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมทำการแข่งขันทั้งโซนเอเซียและยุโรป ทำการแข่งขันพร้อมกันสี่สนาม ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2567

สรวัชร สรรเพ็ชร์
รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.อุตรดิตถ์ แถลงข่าวการจัดงานแข่งขัน อุตรดิตถ์โตโยไทร์ เอ็กซ์พลอร่าร์ เรซซิ่งคาร์ไทยแลนด์ เฟสติวัล ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 กันยายน 2567 เวลา 13.00 น. นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันรถยนต์ “UTTARADIT RACING CAR THAILAND FESTIVAL” เก็บสะสมคะแนนชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 1 ณ ศาลาประชมคมจังหวัดอุตรดิตถ์
การแข่งขัน “อุตรดิตถ์โตโยไทร์ เอ็กซ์พลอร่าร์ เรซซิ่งคาร์ไทยแลนด์ เฟสติวัล ครั้งที่ 1” ที่จะจัดขึ้นขึ้นในวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2568 ร่วมกับชมรมกีฬามอเตอร์สปอร์ตและทีมบริหารฝ่ายต่าง ๆ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้งภาครัฐและเอกชนจับมือกับ บริษัทฟาอีสยูในเต็ดมอเตอร์สปอร์ต จำกัด โดยใช้เส้นทางแข่งขันถนนโดยรอบสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหักและสวนสาธารณะเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ให้เป็น CITY STREET CIRCUIT ครั้งแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์

สถานที่จัดการแข่งขัน
บริเวณโดยรอบสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก – สวนสาธารณะเทศบาลจังหวัดอุตรดิตถ์ซึงมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ดังนี้
1. เพื่อเป็นการยกระดับด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์
2. เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุตรดิตถ์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
3. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่
4. เพื่อเปิดโลกทรรศน์การเรียนรู้ โดยการอบรมการขับขี่ให้กับคนในพื้นที่
5. จัดหารายได้มอบให้กับมูลนิธิศาลหลักเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์
6. เพื่อสร้างความสามัคคีร่วมมือร่วมใจในทุกภาคส่วน

การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเก็บคะแนนสะสม ชิงถ้วยพระราชทาน และถ้วยประทานแชมป์ประจำปีประกอบด้วยกิจกรรมที่จัดขึ้นในงานได้แก่ COFFEE CRAFTมีการออกร้านขายอาหาร สินค้า และผลไม้ตามฤดูกาลมีการจัดกิจกรรมฟรีคอนเสิร์ต วง TIME MACHINE & วงไม้เลื้อยมีกิจกรรมโชว์รถยนต์แนวตกแต่งมีกิจกกรรมประกวดกองเชียร์ของโรงเรียนในพื้นที่มีการออกบูธสินค้าต่าง ๆ ของผู้สนับสนุน นอกจากนี้ประชาชนในจังหวัดสามารถมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ได้แก่

  1. ฝึกอบรมเข้าร่วมเป็นกรรมการตามจุดต่างๆ
  2. จัดการแข่งขันให้กับนักแข่งในจังหวัดและภาคเหนือเป็นรุ่น รุ่นพิเศษ
  3. จัดขบวนพาเหรดรถยนต์ให้กับคนในจังหวัดได้สัมผัสการแข่งขัน
  4. เปิดโอกาสให้นักแข่งในจังหวัดได้มีโอกาสลงทำการแข่งขันกับรายการ
  5. เปิดโอกาสให้นักศึกษาในจังหวัดได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ กิจกรรมนี้มีรถที่เข้าร่วมทำการแข่งขันมากกว่า 300 คัน มีรุ่นการแข่งขันมากกว่า 20 รุ่น นอกจากนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าขมงานกว่า 30,000 คน จากนั้นประธานได้เน้นย้ำถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจภายในจังหวัดอุตรดิตถ์อย่างรอบด้าน
  1. โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดอุตรดิตถ์มีศักยภาพและพร้อมในการเป็นสถานที่จัดแข่งขันสอดคล้องกับช่วงการจัดแข่งขันตรงกับฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อของจังหวัด อาทิ ทุเรียน ซึ่งจะถือเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าของจังหวัดอีกทางหนึ่ง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

เลย -​เปิดกิจกรรมกีฬาวิ่งครอสคันทรี “อุทยานเทิดพระเกียรติฯ บ้านหมากแข้ง เคล้า สายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย”

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 22 กันยายน 2567 ที่อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ร่วมกิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เคล้าสายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย” พร้อมด้วย พันเอก ประเสริฐ สิงขรเขียว เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 28 นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายธนายุทธ ใยแก้ว นายอำเภอด่านซ้าย นายปฐม ศันสนะพิทยาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ และนักวิ่ง เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรม

พลโท บญุสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2 กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพถือเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิต เพราะมีส่วนช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมกีฬาที่สามารถบูรณาการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้ เนื่องจากเป็นกิจกรรมกีฬาที่สามารถช่วยเพิ่มรายได้ หมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่จัด กิจกรรมจากการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวในรูปแบบนักกีฬาที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี กิจกรรมวิ่งครอสคัน ทรี ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราช พิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 6 รอบ ตามที่รัฐบาลได้มีแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวาระนี้อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศอีกด้วp


นายปฐม ศันสนะพิทยาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย กล่าวว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นว่าเพื่อให้เป็นการสนับสนุนแนวทางการจัดกิจกรรม พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 6 รอบ ของรัฐบาลดังกล่าว และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม อันเป็น การสร้างความสามัคคี ให้แก่ประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย จึงได้พิจารณาดำเนินการ “จัดกิจกรรม กีฬาวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสปีมหามงคล พระชนมพรรษาครบ 6รอบ 72 พรรษา” ขึ้นในเส้นทางโดยรอบ “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย” ซึ่งสถานที่ดังกล่าวได้ชื่อว่าเป็น “สมรภูมิพระราชา” และปัจจุบันสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก ได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนา บริเวณพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง” โดยได้ ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ และเส้นทางคมนาคมโดยรอบให้มีความสะดวกปลอดภัย เพื่อให้ ประชาชนทั่วไปสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวชมสถานที่ได้โดยสะดวก

การดำเนินการได้บูรณาการร่วมกับอำเภอด่านซ้าย, จังหวัดเลย, สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว และกีฬากองทัพบก และชาวบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จัดกิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วยกิจกรรมกีฬา ตลอดจน ก่อให้เกิดความจงรักภักดี และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหมู่พสกนิกรชาวไทย การกีฬาแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า กิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ภายใต้แนวคิด “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เคล้าสายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย” นี้ จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย กิจกรรมกีฬา ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเล่นกีฬา และออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง ตลอดจนสร้างความจงรักภักดี และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า สร้างโอกาสในการพัฒนาความสามารถทางการกีฬาของเยาวชนในพื้นที่

ภาพ : ปชส.จ.เลย
ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
้เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​