สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และ การท่องเที่ยวใน จ.ชุมพร /เร่งช่วยชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชุมพร ร่วมกันเป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทยชุมพร มีหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย

รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนผู้ที่รักและชื่นชอบการออกกำลังกาย ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน โดยเริ่มต้นวิ่งที่ท่าเทียบเรือฯ ไปรอบตัวเมืองปากน้ำชุมพร กลับมาสิ้นสุดที่ท่าเทียบเรือฯ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ยังมีโอกาสถ่ายภาพสวยๆ ที่ชุมชนปากน้ำชุมพร ชม Street Art แลนด์มาร์กใหม่ของเมือง เที่ยว, ชม, ชิม, ช้อป ที่ “หลาดแค่เล” (ตลาดริมทะเล) และสามารถร่วมสนุก (ลุ้นรางวัล) ด้วยการสวมเสื้อ

โครงการฯ ออกไป วิ่งหรือเดิน ที่แลนด์มาร์ก/สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดชุมพร แล้วโพสต์ภาพลงใน Facebook ส่วนตัว (ตั้งค่าเป็น สาธารณะ) ติด แฮชแท็ก ให้ครบ #วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย #สถานที่วิ่ง

จังหวัดที่วิ่ง เพื่อร่วมลุ้นรางวัลเที่ยวฟรี! ช่วงเวลาลุ้นรางวัลตั้งแต่วันนี้ – 26 ตุลาคม 2568 ถือเป็นโอกาสที่ดีในการออกกำลังกายและโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรไปพร้อม ๆ กันเลย

เร่งช่วยชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514ชาวไทยพลัดถิ่น ขอภาครัฐเร่งแก้ปัญหาสิทธิคนไทย หลังตกอยู่ฝั่งพม่าจากการถูกปันเขตแดนสยาม เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 ต.ค 68 ที่โรงเรียนบ้านร้านตัดผม หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

นายหนูไกร วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง พร้อมด้วย นายชาญณรงค์ เสนเผื่อก อดีตกำนัน นายสายัณห์ สุธานินทร์ อดีตกำนัน นายสมพูล มีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านทรายขาวหมู่ 1 ต.สองพี่น้อง นายสุชน สินสมบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยผู้ประสานงานนายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร นายปรีชา มีสุวรรณ นายก อบต.สองพี่น้อง พร้อมด้วยคณะบริหารและสมาชิกสภา ฯ นายทวีวัฒน์ เครือสาย นายกสมาคมประชาสังคมจังหวัดชุมพร

ได้ร่วมประชุมกับ ชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทย เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และ ร่วมกัน แก้ไขปัญหา โดยมีชาวไทยพลัดถิ่นที่เดินทางมาร่วมประชุม ในส่วนที่มีบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 0 เลข 6 เลข 077 และอื่นๆ จำนวน 250 คน คนที่ยังไม่มีบัตรอะไรเลยจำนวน 289 คน และบัตรตัว G ที่เป็นนักเรียนนักศึกษา 4 คน ที่ เข้าร่วมประชุม โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐออกเอกสารบัตรประชาชนเพื่อจะได้รับสิทธิคนไทยโดยเท่าเทียมกัน

สำหรับความเป็นของของชาวไทยพลัดถิ่น เมื่อปี พ.ศ.2411 ยุคล่าอาณานิคมอังกฤษได้เข้าครอบครองพม่าโดยขอดินแดนตอนใต้ฝั่งตะวันตกของสยามคือ มะริด ทวาย ตะนาวศรี ให้เป็นของอังกฤษ ทำสนธิสัญญาแบ่งแยกดินแดน ทำให้สยามเสียดินแดนบริเวณดังกล่าวไป ส่งผลให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในดินแดนนั้นติดไปกับดินแดน แต่คนไทยพลัดถิ่นไม่ได้สูญเสียความเป็นไทย บรรพบุรุษปลูกฝังความเป็นไทยอย่างเหนียวแน่นมาหลายชั่วอายุคน

แต่หลังจากประเทศพม่าได้อิสรภาพจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2491 และเกิดรัฐบาลทหารพม่าปกครองแบบเผด็จการทหาร ส่งผลด้านลบต่อชนกลุ่มน้อยของประเทศพม่าทุกกลุ่ม กลุ่มคนไทยที่ติดแผ่นดินอยู่ในฝั่งพม่าได้รับความลำบาก บางส่วนจึงอพยพโยกย้ายกลับเข้ามายังแผ่นดินไทย มาอยู่กับญาติพี่น้องในฝั่งไทย ในพื้นที่จังหวัดระนอง ชุมพร

และ ประจวบคีรีขันธ์ พวกเขาพูดไทยปักษ์ใต้ มีวัฒนธรรมประเพณีเหมือนไทยปักษ์ใต้ แต่ปัญหาของการไม่มีบัตรประชาชนไทย ทำให้คนไทยพลัดถิ่น ไม่สิทธิตามความเป็นพลเมืองไทยในแง่ของกฎหมาย บางครั้งถูกจับกุม คุมขังข้อหาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เผชิญปัญหาสารพัน แต่บางส่วนมีญาติพี่น้องที่สามารถยืนยันผังเครือญาติได้ ก็ได้รับสิทธิ์เป็นคนไทย

อย่างไรก็ดีในครั้งนี้ได้มีการสะท้อนปัญหาต่างๆที่เกิดกับชาวไทยพลัดถิ่นเช่น การไม่ได้รับสิทธิ์ต่างๆจากทางภาครัฐ การมีบ้านไม่สามารถขอบ้านเลขที่ได้ มีที่ดินก็ไม่มีสิทธิครอบครอง เจ็บป่ายก็ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง ลูกเรียนหนังสือก็ไม่มีสิทธิ์รับในปริญญา เรียนจบไม่สามารถสอบเข้างานราชการ หรืองานบริษัทได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชน และยังขาดสิทธิต่างๆอีกมายมาย

ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร้องขอการขอมีบัตรประชาชนกับสำนักทะเบียนอำเภอท่าแซะ และได้รับบัตรประชาชนไปแล้วกว่า 1,000 คน แต่ส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับ เนื่องจากมีชาวไทยพลัดถิ่นจำนวนมาก ที่ต้องรอสอบผังเครือญาติ รอการตรวจ ดีเอ็นเอ จากสำนักนิติวิทยาศาสตร์ ล่าสุด

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร จึงมอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขา นายก อบจ.ชุมพร นำลูกจ้างจำนวน 2 คน เข้าช่วยงานสำนักทะเบียนอำเภอท่าแซะ เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการจัดเรียงเอกสารให้กับสำนักทะเบียนในการเรียกผู้ที่มีรายชื่ออยู่มาสอบปากคำดำเนินการตามขั้นตอนการขอรับสิทธิ์คนไทยได้เร็วยิ่งขึ้น


สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับชมรมโฮปฯ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิด คุณแม่ธัญยธรณ์ ฯ แจกข้าวสารอาหารแห้ง จำนวน 1,000 ชุด ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ และผู้พิการ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ วัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิด

คุณแม่ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา คหบดีผู้ใจบุญ แจกข้าวสาร ถุงละ 5 กิโลกรัม และอาหารแห้ง

ประกอบไปด้วยปลากระป๋อง 1 แพ็ค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 แพ็ค และขนมปังปิ๊บ 1 ปิ๊บ ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ และผู้พิการ ในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 1,000 ชุด

โดยมีนายอัครนันท์ พาณิชย์พิศาล นางสาวปิยนุชพาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา นายธนิตพงษ์-นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ

พร้อมด้วยกัลยาณมิตร ผู้ใจบุญ ตลอดจนคณะกรรมการ อาสาสมัครชมรมโฮปฯ และสมาคมกู้ภัยจังหวัดสมุทรปราการ

ร่วมกันแจกข้าวสาร และอาหารแห้ง และไอศรีม ให้กับผู้ยากไร้ และผู้พิการ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขทั้งผู้รับและผู้ให้

จากนั้น เป็นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสมุทรวชิรธรรม (สราวุฒิ โรจนธมฺโม) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระอาจารย์สวย แห่งวัดกลางวรวิหาร นำคณะพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์

คุณแม่ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล พร้อมครอบครัวพาณิชย์พิศาล ชมรมโฮปฯ และกัลยาณมิตร ผู้ใจบุญ ร่วมกันถวายภัตตาหารเพล จตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์

พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำ รับพร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล * ปล่อยเสียง**นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.สมุทรปราการ จัดแข่งกีฬาสานสัมพันธ์การแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว คณะผู้บริหารอบจ. หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน สมุทรปราการ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

อบจ.สมุทรปราการ จัดแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดการแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรัก และความสามัคคี ระหว่างคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.หัวหน้าส่วนราชการ และฝ่ายกองงานต่างๆ ของ อบจ.สมุทรปราการ

วันที่ 4 ตุลาคม 2568 ที่สนามกีฬา อบจ.สมุทรปราการ ซอยวัดราษฎร์โพธิ์ทอง ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ ประจำปี 2568

โดยมีนายสุนทร ปานแสงทอง นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธาน เปิดงาน และมี นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ กล่าวรายงาน โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.หัวหน้าส่วนราชการ และฝ่ายกองงานต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรม

เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรัก และความสามัคคี ความผูกพัน และการทำงานเป็นทีมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ภายในงานมีขบวนพาเหรดที่สวยงาม เข้าสู่สนามกีฬา อบจ.ประกอบไปด้วย สีเหลือง ภายใต้การดูแลของ

นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ. สมุทรปราการ สีฟ้า นายวรพร อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ สีเขียว นายอัครวัตน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ และ สีชมพู ภายใต้การดูแลของนายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

จากนั้น เป็นการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง การแข่งชันแชร์บอลหญิง การแช่งกีฬาพื้นบ้าน ประเภทกีฬาตีกอล์ฟมะเขือยาว กีฬาปิดตาตีปี๊บ และกีฬากินวิบาก

และการแข่งขันฟุตชอลหญิง การแข่งขันประเภทกองเชียร์ การแข่งขันฟุตซอลชาย การแช่งกีฬาพื้นบ้าน ประเภทวิ่ง 3 ขา การแข่งขันกีฬาชักเย่อ และการแข่งขันกีฬาฟุตซอล VIP

โดยมีคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ. หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายกองงานต่างๆ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้งบประมาณส่วนตัวของนายสุนทร ปานแสงทอง นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

ส่วนช่วงเย็นได้มีงานเลี้ยงสังสรรค์สานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน

ผู้ใหญ่บ้าน แขกผู้มีเกียรติ โดยมี นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานเลี้ยงสังสรรค์

พร้อมด้วย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายวรพร อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต

ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และนายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ ได้ร่วมขึ้นร้องเพลงภายในงานบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / พิธีรับมอบหน้าที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ รับมอบหน้าที่​ และมอบนโยบาย​ พร้อมปฏิญานตนต่อธงประจำหน่วย​ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์​ และปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเที่ยงธรรม

ที่บริเวณลานด้านหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ อ.เมือง​บึงกาฬ​ จ.บึงกาฬ​ พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์​ เยื้อนสงวนชัย​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ เข้ารับมอบหน้าที่​ และมอบนโยบาย​ แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา​

โดยมี พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ (บก.2), พ.ต.อ.พีระวุฒิ สุวรรณประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ (บก.3), พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ (บก.4),

พ.ต.อ.ชิษณุพงษ์ พรมมีเดช รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ (บก.5), ผกก.หัวหน้าสถานีตำรวจฯทั้ง 13 สภ., ​แม่บ้านตำรวจฯ​ และข้าราชการตำรวจ​ ร่วมให้การต้อนรับ​ และรับมอบนโยบาย​

โดยในเวลา​ 10.30​ น.​ พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์​ เยื้อนสงวนชัย​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ รับความเคารพ​ และตรวจแถวกองเกียรติยศ

จากนั้นทำพิธีส่งมอบธงประจำหน่วย​ โดย​มี พ.ต.อ.​อารักษ์​ มะสาธานัง​ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ ส่งมอบธงประจำหน่วย​ และส่งมอบหน้าที่​ ต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​

พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์​ เยื้อนสงวนชัย​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ กล่าวว่า​ “​… ผมขอปฏิญานตน​ต่อธงประจำหน่วย​ พี่น้องข้าราชการตำรวจ​ และพี่น้องประชาชนว่า​ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ความซื่อสัตย์สุจริต​ ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา​ด้วยความเที่ยงธรรม​ ยุติธรรม​ สิ่งไหนที่ดีอยู่แล้ว​ จะสานต่อ​ สิ่งไหนที่ไม่ดี​ จะปรับปรุงแก้ไข… “

นอกจากนี้​ ภายหลังพิธีรับมอบหน้าที่เรียบร้อยแล้ว​ ยังมีประชาชน​ และผู้ใต้บังคับบัญชา​ จากทั้งจังหวัดร้อยเอ็ด​ กาฬสินธุ์​ และบึงกาฬ​ ร่วมให้กำลังใจ​ และมอบดอกกุหลาบ​ ให้กับ​

พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์​ เยื้อนสงวนชัย​ ผู้บังคับการตำรวจ​ภูธรจังหวัด​บึงกาฬ​ และนางจุรีพร​ สินธุไพร​ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธร​จังหวัด​บึงกาฬ​ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น​ และอบอุ่น
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีรับ-มอบหน้าที่ พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผบ.ราบที่ 15 ให้ พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ท่านใหม่)

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ต.ค.68) พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ท่านเก่า) และพลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ท่านใหม่)

ร่วมพิธีรับ-มอบ หน้าที่ และการบังคับบัญชาของผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีนาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ พันตำรวจเอก ธัญ ศิริขันธ์ ผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ท่านเก่า) กล่าวว่า ตามที่ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้อนุมัติแนวคิดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรอบโครงสร้างการจัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปี 2569 และกำหนดหน่วยรับผิดชอบจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้หน่วยต่าง ๆ ยึดถือปฏิบัติ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

โดยให้กองพลทหารราบที่ 15 รับผิดชอบจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี โดยมีผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี และกองทัพภาคที่ 1 รับผิดชอบจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส โดยมีรองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 จนถึงวันนี้ รวมเวลา 6 เดือน ขอขอบคุณความร่วมมือ มุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละจากผู้บังคับหน่วยทุกระดับชั้น และกำลังพลทุกนาย ตลอดจนกลุ่มสมาชิกมวลชนในพื้นที่

ซึ่งส่งผลให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส มีผลการดำเนินงานเจริญก้าวหน้าจนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับจากผู้บังคับบัญชา ตลอดจนหน่วยงานราชการในทุกระดับ รวมถึงฝ่ายอำนวยการสำนักต่าง ๆ //สำหรับผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ท่านใหม่ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จึงเชื่อมั่นและมั่นใจได้ว่าจะขับเคลื่อนพัฒนาและนำพาหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ให้เป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาต่อไป

ด้านพลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า ตลอดระยเวลา 6 เดือน ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ภายใต้การนำของพลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ได้ดำเนินการตามแผนงานของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา เพื่อส่งผลให้การปฏิบัติงานมีความต่อเนื่อง

เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งยังน้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาตามเจตนารมณ์ คือ การสืบสาน รักษา และต่อยอด จนเป็นที่ประจักษ์แก่หน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส //ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า จะดำรงรักษาเจตนารมณ์ของอดีตผู้บังคับบัญชาในการที่จะมุ่งมั่นพัฒนาและทำให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส คงเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รัก และเชื่อมั่นศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่สืบต่อไป
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่น ยกระดับสู่อาหารเพื่อสุขภาพ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร Gastronomy tourism

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 จังหวัดน่าน โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม การประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่นจังหวัดน่าน ระดับจังหวัด ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการ

ท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) อำเภอเมืองน่าน โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ให้การต้อนรับ

การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เพื่อยกระดับอาหารพื้นบ้านสู่อาหารเพื่อสุขภาพ (อาหารเป็นยา) ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เมนูร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่วิถีชีวิต วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัดน่าน

อีกทั้งเพื่อยกระดับอาหารพื้นเมืองสู่อาหารเพื่อสุขภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างมาตรฐานด้านความสะอาด ปลอดภัย และโภชนาการในเมนูพื้นบ้าน พัฒนาอาหารพื้นถิ่นให้เป็นสินค้าวัฒนธรรมที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

การประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่นระดับจังหวัด โดยมีทีมผู้ชนะจากระดับอำเภอทั้ง 14 ทีมเข้าร่วม นำเสนอเมนูอัตลักษณ์ อาทิ แกงแคไก่บ้าน, น้ำพริกรวมเห็ดหมูสับ, เมี่ยงคำปลา 3 รส, ลาบไก่ประดู่หางดำ, แกงหยวกกล้วยใส่ไก่บ้าน และเมนูพื้นบ้านอีกหลากหลาย ซึ่งการประกวดครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านของชาวน่าน แต่ยังเป็นเวทีสำคัญ

ในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอาหารท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดในอนาคตต่อไปผลการประกวดชนะเลิศ อำเภอเวียงสา ทีมส้านสร้างสุข ล๊ำลำ เมนูเมี่ยงคำปลา 3 รสรองชนะเลิศอันดับที่ 1 อำเภอสองแคว ทีมตำบลยอด เมนูแกงแคไก่รองชนะเลิศอันดับที่ 2 อำเภอสันติสุข

ทีมแม่ครัวตำบลดู่พงษ์ เมนูแกงแคไก่บ้านชมเชย อำเภอเมืองน่าน ทีมแม่บ้านผาตูบหมู่ 7เมนูแกงแคไก่บ้านชมเชย อำเภอปัว ทีมบ้านเสี้ยว เมนูแกงแคไก่เมนูยอดนิยม อำเภอนาหมื่น ทีมกลุ่มทำอาหารบ้านวังน้ำเย็น เมนูแกงยอดต๋าวใส่ไก่เมือง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว The Iconic Star Serch การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาดาวดวงใหม่ สู่การเป็นนักแสดง ซีรีส์..วาย เข้าสู่วงการบันเทิง เงินรางวัล กว่า 600,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

2 ตุลาคม 2568 (กรุงเทพมหานครฯ) “คุณสมชัย รัตนวรางกูร ผู้จัดการประกวด พร้อมด้วย คุณหนุ่ม นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม ,คุณสถาพร นาควิไลโรจน์ ผู้กำกับภาพยนต์ ละคร และ คุณขิง ชัญญานุช Project Manager “แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อค้นหาหนุ่มหล่อ นักแสดงซีรีส์..วาย The Icon Star Serch เวทีการประกวดที่มีเป้าหมาย เพียงหนึ่งเดียว คือ ค้นหานักแสดงซีรีส์

The search for a new star begins now : ถึงเวลาตามหาดาวดวงใหม่!การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาดาวดวงใหม่ สู่การเป็นนักแสดง

ซีรีส์วายกับ Project : The Iconic Star Search หากคุณคือคนที่มีความฝันอยากเข้าสู่วงการบันเทิง พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานซีรีส์วาย

บรรยากาศงานแถลงข่าวการประกวด The Iconic Star Search เวทีการประกวดด้วยเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว คือการค้นหานักแสดงซีรีส์หน้าใหม่ โดยปลายทางคือการได้มีโอกาสเป็นเป็นนักแสดง และโอกาสอีกมากมายในวงการบันเทิง

โดยงานแถลงข่าวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก สองหนุ่มนักแสดง ต๋อง ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา,น็อต ณัฐสิทธิ์ ปัญญางาม และ ท่านเปา อนุชา ศรีเหรา ศรีเอเตอร์ ชื่อดัง เข้าร่วมงานแถลงข่าว

และถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Boys’ Love Series ที่เราจะมาร่วมกันเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ ที่มีความฝันพร้อม Passion อันแรงกล้า ที่จะมาร่วมเดินบนเส้นทาง นี้ไปด้วยกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่า Project : The Iconic Star Search

ในครั้งนี้ทางทีม ผู้จัดตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่จะนำพาน้องๆ รุ่นใหม่ไปสู่ความสำเร็จในวงการบันเทิง พร้อมชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท และต่อยอดเข้าสู่วงการบันเทิง

Overall Timeline5 พฤศจิกายน 2568 ประกาศผลผู้ที่ผ่านเข้ารอบ20 พฤศจิกายน 2568 Voice Class /Modeling Class
21 พฤศจิกายน 2568 Acting Class22 พฤศจิกายน 2568 Black Room Interview23 พฤศจิกายน 2568 Final Competitionเตรียมตัวให้พร้อมแล้วกรอกใบสมัครมาได้เลย : https://forms.gle/r2YwGUxdb3Yftgmv6

theiconicstarsearchติดตามรายละเอียดได้ที่
The lconic Star Search

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมช.อามินทร์ เปิดโครงการเร่งรัดทำหมันสุนัข-แมว จ.นราธิวาส คุมโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เสี่ยง จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่โรงเรียนนราสิกขาลัย ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เปิดโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวเพื่อควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดนราธิวาส

ปีงบประมาณ 2569 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมีนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายจักรพงษ์ ขานโบ ปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว เพื่อควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เสี่ยง จังหวัดนราธิวาสประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ

กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ว่าปัญหาประชากรสุนัขและแมวจรจัด เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านสุขอนามัย ความปลอดภัยของประชาชน และที่สำคัญคือความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ และเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องเฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด แม้ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสยังไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิตก็ตาม

ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง และได้น้อมนำพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว

เพื่อควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ไม่ใช่แค่การควบคุมประชากรสัตว์ แต่ยังเป็นการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน และช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและสัตว์ ซึ่งจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในชุมชน โดยตั้งเป้าหมายขยายผลโครงการดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 30% ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้านนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนิน

โครงการในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย การควบคุมประชากรสัตว์จรจัดอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงที่สามารถติดต่อสู่คนได้ และกรมปศุสัตว์จะยังคงเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาประชากรสุนัขและแมว และการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้นายอามินทร์ ได้มีการมอบนโยบายในการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน พบปะประชาชน และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร อีกทั้งได้รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ โดยภายในงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ พบปะประชาชน และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ประกอบด้วย มอบ ส.ป.ก. 4-01 จำนวน 41 ราย มอบพันธุ์สัตว์ (โคพื้นเมือง, กระบือ, แพะ ฯลฯ) และเวชภัณฑ์ให้เกษตรกร


มอบพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 100 กก. และหญ้าอาหารสัตว์ 70 กก.แจกอาหารสุนัข-แมว จำนวน 500 กก.และแจกไข่ไก่เพื่อรณรงค์การบริโภค จำนวน 1,000 ฟองพร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับการผ่าตัดทำหมันสัตว์เลี้ยง การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ปลอดโรค เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นราธิวาสคึกคัก! เปิดฉากงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ดันเศรษฐกิจ ชวนประชาชน-นักท่องเที่ยว ช็อป ชิม ชม สินค้า

แชร์เนื้อหานี้

นราธิวาสคึกคัก! เปิดฉากงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ดันเศรษฐกิจชายแดน เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการ ชวนประชาชน-นักท่องเที่ยว ช็อป ชิม ชม สินค้าและการแสดงตลอดที่บริเวณลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมมหกรรมการค้าชายแดน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนจังหวัดนราธิวาส ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนางนฤมล แก้วมุกดากุล พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นางนฤมล กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างรายได้และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างความมั่นใจในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจังหวัด

โดยภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 100 คูหา แบ่งเป็นผู้ประกอบการจากจังหวัดนราธิวาส 58 ราย ปัตตานีและยะลา 18 ราย และจากจังหวัดอื่น ๆ อีก 24 ราย ครอบคลุมทั้งสินค้า OTOP, SMEs, วิสาหกิจชุมชน และร้านอาหารท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างความคึกคัก อาทิ จุดถ่ายภาพเช็คอิน การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงร่วมสมัย

รวมถึงโชว์พิเศษจากศิลปินนักร้อง การแจกคูปองเงินสด และลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและทองคำตลอดการจัดงานนายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นการต่อยอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบประมาณเหลือจ่ายประจำปี 2568 เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด ยกระดับรายได้ผู้ประกอบการ สนับสนุนภาพลักษณ์สินค้า และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม 2568 ณ ถนนภูผาภักดี โซนถนนคนเดิน และลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย อำเภอเมืองนราธิวาส โดยมีการประดับแสงไฟสีสันสวยงามตลอดงาน ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนเต็มไปด้วยสีสันและความคึกคักจากผู้คนที่หลั่งไหลมาเที่ยวชมสินค้า ชิมอาหาร และร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นงานสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนของจังหวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงานประเพณีรับบัว หนึ่งเดียวในโลก

แชร์เนื้อหานี้

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2568 สืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก แห่งเดียวในประเทศไทย สืบสานประเพณีท้องถิ่นของอำเภอบางพลี

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2568 ณ วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นของอำเภอบางพลี ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรปราการ

ประเพณีรับบัว เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณของชาวอำเภอบางพลี ที่แสดงถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนต่างถิ่นที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในอำเภอบางพลี และแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความผูกพันกับสายน้ำของชาวอำเภอบางพลี ที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ประเพณีรับบัว อำเภอบางพลี

ได้รับการประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติโดยกระทรวงวัฒนธรรม ประเพณีรับบัว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม 2568 จะมีการอัญเชิญหลวงพ่อโตจำลอง ลงเรือแห่ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณสองฝั่งคลอง และที่มาร่วมพิธีได้ร่วมสักการบูชา

โดยการโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ มีความเชื่อกันว่า หากสามารถโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ได้แล้ว อธิษฐานสิ่งใดไว้ก็จะประสบความสำเร็จดังหวังทุกอย่าง

สำหรับหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร) ศิลปะสมัยสุโขทัย ลักษณะเบิกเนตร ขัดสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ตามตำนานกล่าวว่า ประมาณ 200 กว่าปี

หลวงพ่อโตลอยน้ำมาจากทางเหนือ พร้อมหลวงพ่อพุทธโสธร และหลวงพ่อบ้านแหลม โดยหลวงพ่อโตลอยเข้ามาตามคลองสำโรง ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดใกล้เคียง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับนายโอนรับจ่างตัดปาล์มผันตัวมาเป็นพ่อค้ายาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ชาวบ้านเอื้อมระอาพฤติกรรมมีการมั่วสุมและจำหน่ายยาเสพติดกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน จาก นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว อำเภอปะทิวขอรายงานผลการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers“ ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดชุมพร ปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น ผู้ติด/ผู้เสพ และจับกุมผู้ค้ายาเสพติด
มอบหมายให้ นายอำเภอปะทิว นายกิติพงศ์ โสมณะ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง สั่งการให้ นายธีระวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ปะทิว ที่ 4 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านมาบอำมฤต นำโดย

พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินการตามปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ ในซอย ตรงข้ามศาลาหมู่บ้าน ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้รับการแจ้งเบาะแสของประชาชน บริเวณบ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมยาเสพติด และยังมีการจำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย

จากการเข้าตรวจสอบ ได้จับกุม นายธนวัฒน์ (สงวนนามสกุล)อายุ 31 ปี ชาว ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดประเภท1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) รวม 1,158 เม็ด 2.ยาเสพติดประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) รวม 14 กรัม 3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวหาว่า “จำหน่ายโดยมียาเสพติดให้โทษประเภท 1เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต"จากการสอบสวนนายธนวัฒน์ฯให้การรับสารภาพทุข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.บ้านมาบอำมฤต เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปฏิบัติการทดสอบยิงพลุปรับสภาพอากาศขึ้นสู่ท้องฟ้าแก้ไขปัญหาภัยแล้วให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ครั้งแรกในประเทศ เปิด ปฏิบัติการทดสอบ พลุปรับสภาพอากาศฝนหลวง โดยกรมฝนหลวง และการบินเกษตรจับมือกองทัพอากาศ ทำวิจัย ใช้พลุปรับสภาพอากาศแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ประชาชน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาวาอากาศโท สุรสิทธิ์ วารี หัวหน้าแผนก 2 กองโรงงานสรรพาวุธ 4 กรมสรรพาวุธทหารอากาศ นาวากาศตรี นรพงษ์ เอกหาญกมล รอง หน.ผวรบ.กสย.ศวอ.ทหารอากาศ นายปิ่นพงษ์ คงชนะ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้

นางสาวอรุณโรจน์ ศรีเจริญโชติ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวง ฯ และ ทหารอากาศ ได้ร่วมปฏิบัติการทดสอบยิงพลุปรับสภาพอากาศขึ้นสู่ท้องฟ้า ที่ ด้านบนของ ยอดเขาป่าชุมชนหมู่ที่ 2 บ้านห้วยใหญ่ ตำบลสองพี่น้องอำเภอท่าแซะจังหวัดชุมพร

โดยการประสานงานจาก สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร อำเภอท่าแซะ เขต 3 ได้รับความร่วมมือจาก นายปรีชา มีสุวรรณ นายก อบต.สองพี่น้อง นายนิยม คล้ายอักษร ส.อบต.ม.2 น.ส.ปุญญิศา บัวเกิด ผญบ.ม.2 ผช.ผญบ. และ คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชนเป็นอย่างดี

การดำเนินงานในวันนี้ชุดปฏิบัติการได้ยิงพลุ จำนวน 20 ลูกพร้อมกันในเวลา 10.20 น.ขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อให้เมฆรวมตัวกัน สามารถดำเนินการได้สำเร็จ โดยใช้เครื่องบินกรมฝนหลวง ฯ วัดสภาพอากาศก่อนการปฏิบัติงาน ในขณะปฏิบัติงาน และหลังปฏิบัติงาน เพื่อเก็บความชื้นในอากาศเทียบเคียงกับการใช้แท่นตรวจอากาศเคลื่อนที่วิเคราะห์อากาศพื้นล่าง ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ห่างจากจุดยิงพลุประมาณ 3 กม.วิเคราะห์ร่วมกับการบินตรวจอากาศตามหลักวิชาการของกรมฝนหลวง

นาวาอากาศโท สุรสิทธิ์ วารี หัวหน้าแผนก 2 กองโรงงานสรรพาวุธ 4 กรมสรรพาวุธทหารอากาศ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ยิงพลุดัดแปลงสภาพอากาศ ทำหน้าที่ส่งสารแคลเซียมคลอไรด์ ขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกันจำนวน 20 ลูก ที่ความสูงประมาณ 1,500 ฟุต จากฐานยิงบนยอดเขา เชื่อว่าผลการวิจัยในครั้งนี้จะสำเร็จได้ ซึ่งกองทัพอากาศเกิดความภูมิใจที่ได้ร่วมกับกรมฝนหลวง ซึ่งจะแก้ไขปัญหาภัยแล้วให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆได้

ด้านนายนพรัตน์ สัมฤทธิ์ กรรมการป่าชุมชนบ้านห้วยใหญ่ เปิดเผยว่า จุดชมวิวป่าชุมชนบ้านห้วยใหญ่ มีความสูง 1,053 ฟุต มีการอนุรักษ์ต้นไม้ขนาดใหญ่ไว้จำนวนมาก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ โดยในช่วงเทศกาลต่างๆจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมากางเต็นท์ ชมธรรมชาติทะเลหมอกในช่วงเช้า มีความชื้นสูง จึงเหมาะที่จะเป็น จุดที่จะ ทดสอบยิงพลุปรับสภาพอากาศ ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้ จะมีประโยชน์มาก ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัดชุมพรและไกล้เคียง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานบุญสืบสานประเพณี “เทศน์มหาชาติ 73 พรรษา” และห่มผ้าพระธาตุ ประจำ12 นักกษัตริย์ และพระธาตุสำคัญ อีก 8 แห่ง

แชร์เนื้อหานี้

🔹สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพและร่วมงานบุญสืบสานประเพณี “เทศน์มหาชาติ 73 พรรษา” และห่มผ้าพระธาตุ ประจำ12 นักกษัตริย์ และพระธาตุสำคัญ อีก 8 แห่ง

🔹พบกับมหกรรมอาหารอร่อยจากครัวคุณต๋อย
🔹โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหารายได้สมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สนับสนุนการดำเนินงานของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนทั่วประเทศ

🔹โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร. มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี
🔹ดร.วรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล เป็นประธานจัดงาน และร่วมกับคณะทำงานทุกท่าน
🔹ในวันพุธที่ 1 – วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม2568

ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ
🔹ติดต่อสอบถามรายละเอียด ที่สำนักหารายได้
โทรศัพท์ 095 – 958 – 2849 สภาสังคมสงเคราะห์

คณะผู้บริหาร สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพ เทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 7 กัณฑ์มหาพน12:39 Aoi ๕๖๕ ♾📡📸 1 ตุลาคม 2568 : 11.00-12.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ร.อ.พนม เปียอยู่ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายทหารผ่านศึกเพื่อความมั่นคง อ.ท่าวุ้ง,นางถุงเงิน เพ็ชรเจริญสุข ประธาน อสม.ม.5 ต.บางลี่ และคณะ :

ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษากรณีเรียนพิเศษสำหรับเด็กยากจน พร้อมมอบชุดเยี่ยมให้กับนักเรียนยากจน คนพิการ ผู้สูงอายุ [อายุ 100 ปี] และผู้ยากไร้ จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ต.บางลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี*** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***- สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 3 ชุด

– น.ส.เจนจิรา เอี่ยมแจ่ม : บริจาคทุนการศึกษากรณีเรียนพิเศษสำหรับเด็กยากจน จำนวน 1 ทุน#สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ #สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล#ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1 #ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4#เครือข่ายทหารผ่านศึกเพื่อความมั่นคงอำเภอท่าวุ้น



สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.ดงหลวงเข้ม! กวาดล้างยานรก บุกจับผู้ค้า – ผู้เสพ ต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายจำนวน 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายเอกวัฒน์ เชื้อคำจันทร์ อายุ 32 ปี ราษฎรบ้านโพนไฮ หมู่ 3 ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมของกลางยาบ้า 35 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำ ขยายผลเครือข่ายเพิ่มเติม และจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดงหลวงดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นผู้เสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตามระบบ เพื่อให้สามารถกลับตัวเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป

นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดมุกดาหาร ที่มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกระดับ ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ พร้อมยืนยันว่าอำเภอดงหลวงจะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ปกครองดงหลวงเ #มุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด #ไม่เอายาเสพติด #สังคมปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวงชุมพร ตรวจจับรถแช่ขวา พบหนุ่มใหญ่พกปืนลูกโม่เถื่อนซุกใต้เบาะกระบะ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ขณะออกตรวจพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 41 ขาล่องใต้ ช่วง กม.7-8 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ได้พบรถกระบะขับแซงช่องทางขวาอย่างผิดกฎหมาย จึงเรียกตรวจ จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ความยาวลำกล้อง 3 นิ้ว

ซุกอยู่ใต้เบาะคนขับ พร้อมเครื่องกระสุนปืน 6 นัด และซองพกหนังสีดำ 1 ซอง โดยปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีทะเบียน และไม่มีเอกสารอนุญาตครอบครอง วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

มีการจับกุม “พ.ร.บ.อาวุธปืน” จำนวน 1 ราย เจ้าพนักงานที่ทำการจับกุม ร.ต.ต.ใจเทพ สาลี รอง สว.(ป) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.กิตติชัย ช่วยเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.สมหวัง ส่องแสง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. จ.ส.ต.มาตุภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม นายสิทธิพงษ์ (สงวนนามสกุล) สถานที่จับกุม ริมถนน ทล.41 ขาล่องใต้ บริเวณ กม.7-8 ม.6 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพร้อม รถวิทยุฯ 2409 ออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้พบรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทรตัน

ได้ขับรถแซงรถวิทยุฯ 2409 ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มาในช่องทางเดินรถทางขวา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อเรียกรถคันดังกล่าว เมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดขอบทางด้านซ้าย พบ นายสิทธิพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ จากการตรวจสอบ พบ อาวุธปืนสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก อยู่

บริเวณใต้เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย จึงได้เชิญตัว นายสิทธิพงษ์ฯ พร้อมด้วยของกลางที่ถูกตรวจพบ มาทำบันทึกการจับกุมที่ สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร จากการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง พบว่า อาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลขทะเบียนปืน และ ไม่มีเอกสารใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่า 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร พร้อมด้วยของกลาง

1.อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลข ทะเบียนปืน จำนวน 1 กระบอก 2.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 6 นัด 3.ซองพกหนังสีดำ 1 ซองเจ้าหน้าที่ทำบันทึกการจับกุมให้ผู้ถูกจับกุมรับสำเนาไว้เรียบร้อยแล้ว นำส่ง พงส. สภ.บ้านวิสัยเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยจังหวัดน่าน ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘ จังหวัดน่านจัดประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยจังหวัดน่าน ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมสิริศึกษา

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้มอบหมายให้นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เป็นประธานการประชุมฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัดในปีงบประมาณ 2568 และแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยในระดับพื้นที่ 6 อำเภอในจังหวัดน่าน

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนจาก กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา

วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สถาบันรักลูก (เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีศึกษาธิการจัหวัดน่านเป็นคณะอนุกรรมการและเลขาฯ มติที่ประชุมขอให้จังหวัดนำนโยบาย 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม

และการส่งเสริมพัฒนาทักษะสมอง EF เด็กปฐมวัย เป็นวาระของจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุกอาจ! ตั้งวงไฮโลข้างถนนเย้ยกฎหมาย กลางวันแสกๆ สุดท้ายถูก ปค.ดงหลวง บุกทลาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงอำเภอดงหลวง พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8

ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโล โดยมีการนำทรัพย์สินมาเดิมพันกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในบ้านร้างริมถนนสาธารณะ บ้านก้านเหลืองดง ต.หนองแคน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตนเข้าตรวจสอบ พบว่ามีผู้เล่นการพนันเป็นจำนวนมากหลายสิบคน ต่างพากันแตกตื่นลุกฮือและวิ่งแยกย้ายหลบหนีไปคนละทิศทาง เบื้องต้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 5 ราย

นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปบ่อนไฮโลดงหลวง #ก้านเหลืองดง #มุกดาหาร #ดงหลวง #จับนักพนัน #ฝ่ายความมั่นคงดงหลวง #อสดงหลวง #สถานีตำรวจภูธรดงหลวง #กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าวเด่น #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / SVL กรุ๊ป สานพลังรัฐ-ชุมชน ดูแลสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้กว่า 600 ต้น ปลูกป่าเพิ่มเย็น อ.บางสะพาน

แชร์เนื้อหานี้

เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) จัดโครงการ “ปลูกป่าเพิ่มเย็น” ปี 2568 ร่วมกับภาครัฐและชุมชน ปลูกต้นไม้ทั้งป่าบกและป่าชายเลนรวมกว่า 600 ต้น

สร้างสมดุลธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าเพิ่มเย็น” ปี 2568 ณ พื้นที่สาธารณะ หมู่ 7 บ้านหนองมงคล ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความสมดุลทางธรรมชาติ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรกับชุมชนในพื้นที่โดยได้รับเกียรติจาก นายจิรศักดิ์ ติณสุวรรณ

ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง (ปลัดอาวุโส) อำเภอบางสะพาน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารจาก เอสวีแอล กรุ๊ป นำโดย นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บจก.ไลน์ ทรานสปอร์ต และ นายชัชวาลย์ อิ่มบัญชร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมภายนอก

รวมถึงทีมพนักงาน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 150 คน พร้อมร่วมกันปลูกต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งในพื้นที่ป่าบกและป่าชายเลน โดยได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้จากศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และศูนย์เพาะชำกล้าไม้จังหวัดชุมพร

การปลูกป่าในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ แต่ยังช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำในอนาคต โครงการ “ปลูกป่าเพิ่มเย็น” ตอกย้ำพันธกิจของ เอสวีแอล กรุ๊ป ที่มุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน

ให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ โดยเชื่อว่าการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคมให้เติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติอย่างสมดุล
///////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดโครงการ Chumphon Street Art คิงภูมิพล 25.2 ผลงานลำดับที่ 37

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา08.30 น ณ ตึก NT ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน

พิธีเปิดโครงการ Chumphon Street Art คิงภูมิพล ร่วมกับ นายชวัส จำปาแสน (ครูอะไหล่) ศิลปินผู้ก่อตั้งโครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล นายศรีชัย วีระนรพานิชนายกเทศมลตรีเมืองชุมพร ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษมประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นายจาฏุพจน์ ไกรมาก

ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ คลังจังหวัดชุมพร นายพิทยา มินชาติ โทรคมนาคมจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มธนาคารสมองชุมพร นายธรรมนูญ เศวตเวชประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดชุมพร นายพิทยา วงศ์สัมฤทธิ์ ประธาน กลุ่มสุมหัวรักบ้านพ่อ และพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร

เนื่องในวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปวงชนชาวไทยต่าง น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยเฉพาะชาวชุมพร ที่ได้รับพระราชทานพระราชดำริ

“โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ แก้มลิงชุมพร” ซึ่งช่วย ป้องกันภัยน้ำท่วม สร้างประโยชน์ให้เกษตรกร และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจนถึงทุกวันนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ชาวชุมพร มูลนิธิสานต่อที่พ่อ ทำ ร่วมกับจังหวัดชุมพร ภาครัฐ

ภาคเอกชน และประชาชน/ได้จัดทำ โครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล จังหวัดที่ 25.2 ผลงานลำดับที่ 37 บนผนังอาคาร NT ถนนศาลาแดงตำบลท่าตะเภา จังหวัดชุมพร โดยภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ครั้งนี้มีชื่อว่า “น้ำพระทัย ปราบภัยน้ำท่วม”
นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์

ในนามของจังหวัดชุมพร ขอต้อนรับและขอบคุณศิลปินทุกท่านจากมูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ และทีมงานโครงการสตรีทอาร์ต คิงภูมิพล ที่ได้มาร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังอาคาร NT ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร ในครั้งนี้ การสร้างสรรค์ภาพวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ครั้งนี้ เป็นรูปที่ ๒ ของจังหวัดชุมพร ภายใต้ชื่อภาพ “แก้มลิง”

ภาพนี้ไม่เพียงถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในการคิดค้น “โครงการแก้มลิง” เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนหากยังสะท้อนพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ที่เคยประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำจาก ให้ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนจากแนวพระราชดำริดังกล่าวอย่างแท้จริง จังหวัดชุมพร

ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะชิ้นสำคัญนี้ซึ่งมีใช่เพียงสร้างความสวยงามให้แก่เมือง แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจและหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่๙ ให้ปรากฏสู่สายตาชาชนและเยาวชนรุ่นหลัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียงและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล

ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ ต่อคณะศิลปินและทีมงานทุกท่าน ที่ได้มอบคุณค่าและความหมายผ่านงานศิลป์อันทรงพลังนี้และหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกพลังหนึ่งในการสืบสาน รักษา และต่อยอด สิ่งที่พ่อได้ทำ เพื่อความผาสุกของประชาชนตลอดไป

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / พิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส โดย นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับบัญชาคนใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณลานกองบังคับการกองพันทหารราบที่ 9 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา ระหว่าง นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน

กองทัพเรือ/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ (คนเก่า) กับ นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา (คนใหม่) ตามคำสั่งปรับย้ายนายทหารประจำปีของกองทัพเรือ โดยมีการลงนามเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ และมอบธงประจำหน่วย ท่ามกลางผู้บังคับบัญชาระดับรอง ผู้ใต้บังคับบัญชา และกำลังพลจากหน่วยนาวิกโยธิน หน่วยทหารพรานนาวิกโยธิน และหน่วยรบพิเศษนาวิกโยธิน ร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา กล่าวอำลาตำแหน่ง โดยขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการถวายความปลอดภัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์ การดูแลบุคคลสำคัญ ตลอดจนการปกป้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ให้มีความสงบสุข พร้อมฝากข้อคิดให้ทุกนายรักษาวินัยและความมุ่งมั่น พร้อมเชื่อมั่นว่าผู้บังคับบัญชาคนใหม่จะนำหน่วยไปสู่ความสำเร็จและเป็นที่พึ่งพาของประชาชนเช่นเดิม

ด้าน นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 คนใหม่ ยืนยันว่า แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้บังคับบัญชา แต่ภารกิจหลักของนาวิกโยธินในพื้นที่จะยังคงเดินหน้าด้วยความเข้มแข็งเช่นเดิม โดยเน้นการบูรณา

การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน สร้างความเข้าใจกับประชาชน และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด พร้อมประกาศเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ เพื่อให้กองทัพเรือเป็นที่พึ่งของประชาชนและสร้างความภาคภูมิใจแก่กำลังพล

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กำลังพลของนาวิกโยธินและกองทัพเรือที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนการปฏิบัติงานในภาพรวม และปฏิบัติตามคำสั่งจากกองทัพภาคที่ 4 รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสอย่างเคร่งครัด

ส่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติ คงต้องขึ้นอยู่กับหน่วยเหนือว่าจะมีคำสั่งเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ในระดับหน่วย เรายังคงดำรงภารกิจหลัก คือดูแลประชาชน และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม

ซึ่งความปลอดภัยของกำลังพลอยู่ที่การทำงานเป็นทีม การรักษาวินัย และความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทหารเพียงลำพังไม่สามารถทำงานได้สำเร็จ จำเป็นต้องบูรณาการร่วมกับประชาชนและทุกภาคส่วน ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อความสำเร็จของภารกิจ สำหรับหน่วยเอง เรามุ่งเน้นดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงคุ้มครองพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ

และกลไกความร่วมมือกับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องสร้างความเข้าใจและเข้าถึงประชาชน รวมถึงการทำงานและพัฒนาพื้นที่ไปพร้อมกัน สิ่งเหล่านี้คือกุญแจสู่ความสำเร็จตามแนวทางที่หน่วยเหนือกำหนดไว้ ผมตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้นาวิกโยธินเป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็น
กองทัพเรือที่ประชาชนยึดมั่นและไว้วางใจได้อย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของเรา
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าฯจ.ลพบุรี นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดลพบุรี เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ผู้ว่าลพบุรี คนที่ 51

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี เดินทางสักการะพระเถระชั้นผู้ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดลพบุรี โดยได้กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

ซึ่งประกอบด้วย พระพุทธรูปประจำจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ศาลพระภูมิ จากนั้นเดินทางไปกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลพบุรี

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนเทพสตรี และ กราบลาเจ้าพ่อพระกาฬ เทพอารักษ์ประจำเมืองลพบุรี ณ ศาลพระกาฬ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดลพบุรี

โดยในเวลาต่อมา ได้เดินทางไปกราบลา พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร และ พระภาวนาวชิรมงคล วิ. รองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมโสภณ โดยก่อนเดินทางออกจากจังหวัดลพบุรี มีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนและนักเรียนโรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ แห่งที่ 2 ร่วมมอบดอกกุหลาบแสดงมุทิตาจิต

นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประวัติด้านการศึกษา เข้าศึกษาคณะรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจบการศึกษาได้รับ (เกียรตินิยมอันดับสอง) ประวัติการทำงาน เริ่มบรรจุเข้ารับราชการตำแหน่งปลัดอำเภอจังหวัดนครสวรรค์ ปี พ.ศ.2531 จากนั้นได้ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี

และผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 2 โดยใน ปี พ.ศ. 2563 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565

จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี คนที่ 51 ที่ผ่านมานายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าฯ ที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนลิงรบกวนในเขตเมืองเก่าลพบุรี อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งสมรภูมิโคราชเดือด “บุญจง ภูมิใจไทย” หวังกวาดที่นั่ง สส. โคราช

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอหนองบุนมาก จ.นครราชสีมา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเลือกตั้งสมัยหน้าที่จะมาถึงนี้ พรรคภูมิใจไทย หวังว่าที่นั่งในพื้นที่โคราชเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

พร้อมทั้งได้เตรียมตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่ดีมีคุณภาพเอาไว้พร้อมแล้ว เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนในนามพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่อำเภอหนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะกำนันผู้ใหญ่บ้าน กว่า 400 คน

ให้แนวทางนโยบายโครงการคนละครึ่ง ตามนโยบายรัฐบาล ยุคนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบโครงการคนละครึ่งคนละ 2,000 บาทให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้ให้ความรู้ความเข้าใจ

ให้กับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เป็นตัวแทนไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอหนองบุญมาก ที่จะได้เงินคนละครึ่ง เพื่อเป็นเงินช่วยเหลืือรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยังกล่าวต่อไปว่ารัฐบาลชุดนี้มีเวลาทำงานได้เพียง 4 เดือน หรือ120 วันก็จะทำการยุบสภา และ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตนเองในฐานะอดีต สส.นครราชสีมา และ สังกัดพรรคภูมิใจไทย คงอาสาพี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองบุญมาก

เพื่อให้สนับสนุนตนอีกครั้ง และขณะนี้มีผู้ประสงค์เข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พร้อมส่งลงเลือกตั้ง สส.นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต มีความคาดหวังว่าพรรคภูมิใจไทย จะสามารถกวาด สส.นครราชสีมาเข้ามาได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และจะพัฒนาโคราชให้เจริญเติบโตต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี ร่วมพิธีวันพระราชทานธงชาติไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 29 ก.ย.68 เวลา 08.00 น. ณ ที่หน้าว่าการอำเภอโคกสำโรง
นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธี พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง

พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.ฯ พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส.)ฯ พร้อมข้าราชการ
ตำรวจ ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน 2568

28 กันยายน วันพระราชทานธงชาติไทย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ในพุทธศักราช 2460 เนื่องจากในสมัยนั้นไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งส่วนใหญ่ธงจะมีสามสี ธงชาติไทยในสมัยนั้นจึงเป็นรูปสี่เหลี่ยมรี ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน

มีแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 3 ของขนาดกว้างแห่งธงอยู่กลาง มีแถบขาวกว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 6 ของขนาดความกว้างแห่งธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่าแถบขาวประกอบชั้นนอกอีกข้างละแถบ และเรียกธงนี้ว่า “ธงไตรรงค์” และทรงกำหนดความหมายของสีธงชาติไว้ว่า สีแดง หมายถึง ชาติ คือประชาชน สีขาว หมายถึง ศาสนา

และสีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ซึ่งธงไตรรงค์ หรือธงชาติไทย ถือเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติเป็นสิ่งเตือนใจให้อนุชนได้รำลึกถึงการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษเพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดิน และร้อยดวงใจคนทั้งชาติให้เป็นหนึ่ง หล่อหลอมความรักสามัคคี สร้างเสริมความภูมิใจในความเป็นชาติ ก่อเกิดเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทยให้วัฒนาสถาพร

คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 ได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) และเริ่มในวันที่ 28 กันยายน 2560 เป็นวันแรก

(โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ) รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติและเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย

และวันที่ 28 กันยายน 2563 นับเป็นวันครบรอบ 103 ปีของการพระราชทานธงชาติไทย สำหรับประเทศไทยนั้นถือเป็นประเทศที่ 54 ของโลก ที่มีวันธงชาติ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เทศกาลหนัง 3 วัย” เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนตร์ ณ วัดใหญ่ท่าเสา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่ 29 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดใหญ่ท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลหนัง 3 วัย : เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนตร์ (งานวัดกลางเมืองอุตรดิตถ์)

โดยมีนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงาน และนาย เฉลิมพงษ์ เรือนเย็น ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงการสนับสนุนงบประมาณ พร้อมด้วยผู้บริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และห้างหุ้นส่วนจำกัด ดัมมี่ ไอเดีย

โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเทศกาลหนัง 3 วัย เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนต์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
    ให้ผู้ชมทุกช่วงวัยได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำความเข้าใจมุมมองที่แตกต่างกัน
  2. ส่งเสริมการชมภาพยนตร์คุณภาพ :
    คัดสรรภาพยนตร์หลากหลายแนว ทั้งภาพยนตร์คลาสสิกภาพยนตร์ร่วมสมัย ภาพยนตร์จากต่างประเทศและภาพยนตร์ไทย ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์และส่งเสริมคุณค่าทาสังคม
  3. กระตุ้นการสร้างสรรค์และวิพากษ์วิจารณ์ : ส่งเสริมให้ผู้ชม โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การวิพากษ์วิจารณ์ และการนำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์
  4. สร้างความบันเทิงและสันทนาการ :
    จัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนานควบคู่ไปกับการฉายภาพยนตร์เพื่อให้เทศกาลเป็นแหล่งรวมตัวของคนรัหนัง
  5. เชื่อมโยงชุมชน : ส่งเสริมความร่วมมีอระหว่างภาคส่วนต่างๆในการจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของชุมชน
    กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
  6. การฉายภาพยนตร์ 3 วัย
  7. กิจกรรม SHOWCASE
    ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์
  8. การประกวดคอสเพลย์ตัวละครจากภาพยนตร์และการจัดทำโปสเตอร์หนัง
  9. การเสวนาเกี่ยวภาพยนตร์
    เวิร์คช็อปการสร้างภาพยนตร์เบื้องต้น
    และการเล่าเรื่องจากภาพยนตร์
  10. การจัดนิทรรศการโปสเตอร์ภาพยนตร์ย้อนยุค และอุกรณ์เกี่ยวกับ
    การสร้างภาพยนตร์
  11. การแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีประกอบภาพยนตร์
  12. กิจกรรมการออกร้านค้าของเครือข่ายทางวัฒนธรรม ในจังหวัดอุตรดิตถ์
  13. กิจกรรมแนะนำพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การฉายภาพยนตร์ 3 วัย การประกวดคอสเพลย์และการทำโปสเตอร์หนัง เวิร์กช็อปการสร้างภาพยนตร์และการเสวนา การแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีประกอบภาพยนตร์ นิทรรศการโปสเตอร์ภาพยนตร์ย้อนยุคและอุปกรณ์ถ่ายทำ

งาน “เทศกาลหนัง 3 วัย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 ณ วัดใหญ่ท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็น Soft Power เชื่อมโยงทุกช่วงวัย และสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศ

ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคัดเลือกครอบครัวส่งเสริมคุณธรรม วัยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดพิธีทอดผ้าป่า และมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 08.00 น. ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ รับมอบเงินจำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)

เพื่อดำเนินโครงการคัดเลือกครอบครัวส่งเสริมคุณธรรมในวัยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

โดย คุณมีนา ศุภวิวรรธน์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ

ณ ห้องรับรอง ห้องพลังไทย 1 อาคาร 1 ชั้น 3 สำนักงานใหญ่ ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต จตุจักร กรุงเทพฯ

บุญของท่านสำเร็จแล้ว! สาธุๆๆ! ✨ทอดผ้าป่ากับหลวงปู่คลาด ครุธัมโม 2 กองบุญใหญ่ เพื่อการกุศลอันยิ่งใหญ่ ส่งเสริมพุทธศาสนา และช่วยเหลือชีวิต 🕊️
​🟡 ซ่อมแซมเสนาสนะวัดป่าบ้านใหม่
​🤝 ร่วมสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม

​📅 วันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 มูลนิธิพุทธภูมิธรรม จัดพิธีทอดผ้าป่า และมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม ได้เป็นตัวแทนท่านใส่บาตร, ถวายภัตตาหาร, ถวายพระพุทธรูป, ผ้าไตรจีวร, สังฆทาน แด่ หลวงปู่คลาด ครุธัมโม และคณะสงฆ์ วัดป่าบ้านใหม่ จ.อุดรธานีเพื่อร่วมบุญกับวัดป่าบ้านใหม่และสมทบทุน

การดำเนินงานสาธารณกุศลของ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม โดย:
​😇 ถวายผ้าป่า ซ่อมแซมเสนาสนะวัดป่าบ้านใหม่ 50,540 บาท
​🌍 ร่วมสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม เพื่อขับเคลื่อนสาธารณกุศล 30,000 บาท

พร้อมรายชื่อผู้ร่วมบุญ ซึ่งหลวงปู่คลาด ครุธัมโม เมตตาอำนวยอวยพรทุกท่าน และแสดงธรรม พร้อมเจิมป้ายเปิดศูนย์อำนวยการ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคล
​โดยมี ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ประธานมูลนิธิฯ เลขานุการมูลนิธิฯ และคณะทำงาน ตลอดจนกลุ่มบุญภาคีเครือข่าย ร่วมถวายผ้าป่า

​📍 ณ ศูนย์อำนวยการมูลนิธิพุทธภูมิธรรม
ซอยพหลโยธิน 48 แยก 17/1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

กราบอนุโมทนาสาธุบุญกับทุกๆท่านที่ร่วมบุญ และนำบุญฝากกัลยาณมิตรทุกๆท่าน สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ 🙏

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.ไร้รอยต่อ ส่งมอบหน้าที่ “ช้างศึก 1”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีพิธีรับ – ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

โดย พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด.ให้แก่ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็น ผบช.ตชด.คนใหม่

โดยมีพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ ส่งมอบธงประจำตำแหน่ง และแสดงมุทิตาจิตแก่ พล.ต.ท.นิตินัย และ คุณสุวรรณยา หลังยา

หน่าย ประธานชมรมแม่บ้าน ตชด. โดยมี รอง ผบช.ตชด., ผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมพิธี

ตํารวจตระเวนชายแดน///ภาพ/ข่าว ร.ต.ท.พุทธกาล ไชยบุบผา ////เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สภ.เมืองชุมพร และ ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงาน ผบก.ภ.จว.ชุมพร จัดงานแด่ข้าราชการตำรวจ ที่เกษียณ สายสัมพันธ์ไม่สิ้นสุด สุภาพบุรุษ เมืองชุมพร ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 วันที่ 30 กันยายน 2568 พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานร่วมแสดงมุทิตาจิตแด่ ข้าราชการตำรวจ สภ.เมือง

ชุมพร ที่เกษียณอายุราชการ และเข้าโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร

นายธนากร โกศลเมธี กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง

สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สว.ฝอ.ภ.จว.ชุมพร/ปฏิบัติหน้าที่สวป.ฯ พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สวป.สภ.เมืองชุมพร/ปฏิบัติหน้าที่ด้านงานสืบสวน พ.ต.ต.ประคอง แก้วประสม สวป.(ชส.)สภ.เมืองชุมพร

และข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมเป็นเกียรติในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมชั้น 4 และบริเวณลานหน้าอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร รายชื่อข้าราชการตำรวจเกษียน ที่ร่วมงาน 1 ร.ต.อ. สุไลมานง มะยี่แต นางกัลยา มะยีแต 2

ร.ต.อ..เพิ่มยศ มังคละเสถียร นางสุภาจรรณ 3 ร.ต.อ. ภิญโญ พรหมเรือง 4 ร.ต.อ .มโน นาควิเธียร 5 ร.ต.อ. สุเมธ สุพรรณธนพงษ์ 6 ร.ต.อ ทนงศักดิ์ ภู่ขันเงิน นางลักษพร 7 ร.ต.ท.ศุภภณ แสงสุริย์ 8 ร.ต.อ. มาโนช กาลพัฒน์ นาง สุชาดา

กำลังพลร่วมพิธีไหว้พระภูมิเจ้าที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ หน้าศาลภูมิ และอนุสาวรีย์ ส.ต.ท.เต็ม ศรีสุวรรณ หลังจากนั้น ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป ณ หน้า สภ.เมืองชุมพร ร่วมกันรับฟังพระธรรมเทศนา และรับพร พร้อมวัตถุมงคล จากเจ้าอาวาสวัดดอนทรายแก้ว ณ ห้องประชุมชั้น 4 สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี มอบรางวัล และของที่ระลึก แก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการประจำปี 2568 และมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจดีเด่นประจำปี 2568 หลังจาดเสร็จพิธีอำลาเกษียณอายุราชการตำรวจ เข้าร่วมกันรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน

ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 30 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน จาก พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ภ.จว.ชุมพร ในวันที่ 29 ก.ย.68 เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร และคุณดรุณี โพธิ์ศรี ประธานแม่บ้านตำรวจ เดินทางมาทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร

และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ส่งมอบธงนายพลตำรวจ และธงราชเดช ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร

ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงวันที่ 21 มีนาคมพ.ศ. 2568 แจ้งรายชื่อข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรที่มีมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณพุทธศักราช 2568 จำนวน 43 นาย

และโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลรุ่นที่ 27 มีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมโครงการ 11 นายมีผลทั้งนี้ตั้งแต่วันที่หนึ่งตุลาคมพ.ศ. 2568 รวมมีข้าราชการตำรวจที่จะต้องพ้นจากราชการ 54 นายโดยมีข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการและผู้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลมาร่วม

ในวันนี้ 28 นายและคู่สมรส 17 ราย รวมทั้งหมด 45 รายจากกันจัดงานให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการและผู้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลของตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร

มีการดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปีวัดวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการขอบคุณทุกๆท่านที่ได้ปฏิบัติงานมาเป็นระยะเวลานานจนกระทั่งครบเกษียณอายุราชการนับเป็นผู้มีความ

แข็งแกร่งมีความมานะบากบั่นและปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยซึ่งสมควรได้รับการยกย่องและถือเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับราชการตำรวจที่ยังรับราชการอยู่สืบไป

จากนั้น พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร และเริ่มพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

และมอบธงพิทักษ์สันติราษฎร์ ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ร่วมร้องเพลงมาร์ช ตำรวจและร่วมถ่ายรูปที่ระลึก โดยมี พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร,

พ.ต.อ.วิทย์ทวี ภริตานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร, หน.สภ.ในสังกัด, ข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมพิธี ณ ลานที่ทำการ ภ.จว.ชุมพร