
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ภายใต้โครงการปฏิบัติการนำร่องแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) เพื่อสกัดกั้น ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบเบ็ดเสร็จ จังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ 2570

หลังเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้ประมาณ 2,620,000 เม็ด จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาทปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด โดย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนและชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดเร่งติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายค้ายาเสพติด รวมถึงเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนจังหวัดมุกดาหารอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งวันที่ 21 ตุลาคม 2569 พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ สอนจันทร์ หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 ว่า มีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเตรียมลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร มุ่งหน้าไปยัง จ.บุรีรัมย์ โดยใช้รถยนต์โตโยต้า แคมรี สีเทา ทะเบียน ชถ 4859 กรุงเทพมหานคร เป็นรถขนยาเสพติด และมีรถยนต์ MG สีแดง ทะเบียน 1กข 3996 กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง

หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร จึงเร่งตรวจสอบข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์ทั้งสองคันอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานตำรวจ สภ.นิคมคำสร้อย วางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ลำเลียงยาเสพติด

เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกนอกพื้นที่ต่อมาเวลา 05.30 น. วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัยทั้งสองคันขับผ่านพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร มุ่งหน้าไปทาง อ.นิคมคำสร้อย จึงกระจายกำลังตั้งจุดตรวจและจุดสกัดตามเส้นทางเป้าหมาย เพื่อเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์

เมื่อรถยนต์โตโยต้า แคมรี สีเทา ขับมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงหน้าสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่พยายามขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์เพื่อสกัดการหลบหนี ก่อนเข้าควบคุมตัวผู้ที่อยู่ภายในรถและตรวจค้นอย่างละเอียด

ผลการตรวจค้นพบกระสอบบรรจุยาบ้าวางอยู่บริเวณเบาะด้านหลังคนขับจำนวน 4 กระสอบ และภายในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถอีก 2 กระสอบ รวมทั้งหมด 6 กระสอบ ตรวจนับเบื้องต้นพบยาบ้าประมาณ 2,620,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดยาเสพติดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาที่อยู่ภายในรถยนต์แคมรี

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถยนต์ MG สีแดง ซึ่งทำหน้าที่เป็นรถนำทางอย่างต่อเนื่อง ก่อนสามารถสกัดจับได้บริเวณถนนบ้านกุดเชียงหมี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ส่งผลให้ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาจากรถยนต์ทั้งสองคันได้รวม 4 รายผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย 1. นายธิณณพัฒน์ หรือ “เตี้ย” สิงห์คำ อายุ 18 ปี

ผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า แคมรี ชาว อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ 2. นายมอส สถานเถื่อน อายุ 24 ปี ผู้โดยสารในรถยนต์แคมรี ชาว อ.ระหานทราย จ.บุรีรัมย์ 3. นายชินวัตร หรือ “ต่อ” เภสัชชะ อายุ 24 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์ MG ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ และ 4. นายสุพจน์ หรือ “เบียร์” เกลาเกลี้ยง อายุ 32 ปี ผู้โดยสารในรถยนต์ MG ชาว อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยังกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนขยายผล โดยของกลางประกอบด้วยยาบ้าประมาณ 2,620,000 เม็ด รถยนต์โตโยต้า แคมรี สีเทา จำนวน 1 คัน และรถยนต์ MG สีแดง จำนวน 1 คัน นอกจากนี้ ยังมีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดี รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไป ก่อนจัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะนี้ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดหายาเสพติด ผู้ว่าจ้าง และผู้สั่งการ เพื่อสืบสวนไปถึงเครือข่ายเบื้องหลังการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ พร้อมเดินหน้ามาตรการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดภายใต้โครงการ Sandbox จังหวัดมุกดาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในและแพร่กระจายไปยังประชาชนต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย
