#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง แนะเมืองพัทยาจี้กรมที่ดินถามความคืบหน้าคอนโดฯเจ้าปัญหา ดีกว่าปล่อยให้ชาวบ้านรอคำตอบ

จากกรณีปัญหาการก่อสร้างคอนโดมิเนี่ยมสุดหรูภายใต้ชื่อวอเตอร์ฟร้อนท์ คอนโดมิเนี่ยม ซึ่งตั้งอยู่ริมแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จนมีการการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบดบังทัศนียภาพและการสร้างบนพื้นที่สาธารณะจนเป็นปัญหาคาราซังต่อสังคมมาอย่างยาวนานนั้น

นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ได้แสดงความคิดเห็นพร้อมแนะแนวทางต่อเมืองพัทยาผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า“วอเตอร์ฟร้อนท์” ค้างคากว่า 10 ปี
คนพัทยาต้องรอคำตอบอีกนานแค่ไหน?ตึกวอเตอร์ฟร้อนท์บริเวณแหลมบาลีฮาย กลายเป็นภาพที่คนพัทยาและนักท่องเที่ยวเห็นมานานกว่าสิบปี แต่จนถึงวันนี้ปัญหายังไม่มีข้อยุติว่าจะ “รื้อถอน” หรือ “ปรับแก้อาคารให้ถูกกฎหมาย”

ล่าสุด เมืองพัทยาชี้แจงว่ายังรอกรมที่ดินวินิจฉัยเรื่องความถูกต้องของโฉนด หากออกโดยมิชอบต้องเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนโฉนดและรื้อถอนอาคาร แต่หากออกโดยชอบ เจ้าของโครงการต้องปรับแก้อาคารให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร รายละเอียดสถานะล่าสุด⁠

ขณะเดียวกัน ยังพบการนำพื้นที่บริเวณอาคารไปใช้จอดรถและเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว ทั้งที่ตัวอาคารมีคำสั่งห้ามใช้ เมืองพัทยาจึงติดป้ายห้ามและแนะนำให้ประชาชนใช้ “ลานสีฟ้า” ซึ่งจอดรถฟรีผมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนรออย่างไม่มีกรอบเวลา เมืองต้องเป็นเจ้าภาพต้องเร่งดำเนินการและเปิดเผยความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องว่า

กรมที่ดินพิจารณาถึงขั้นตอนไหนแล้ว ต้องถามไปยังกรมที่ดินว่าพิจารณาไปถึงไหนแล้วทำไมจึงพิจารณาไม่แล้วเสร็จเสียทึ ชาวบ้านต้องการคำตอบจะได้ความจริงจากกรมที่ดินเมื่อใดมีหนังสือเร่งรัดไปเป็นระยะครับใครรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยระหว่างรอผล

เหตุใดพื้นที่ที่มีคำสั่งห้ามใช้จึงยังถูกนำไปแสวงหาประโยชน์ได้วอเตอร์ฟร้อนท์ไม่ใช่เพียงตึกร้าง แต่เป็นบททดสอบความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายของเมืองพัทยา ถึงเวลาต้องมีคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และกำหนดเวลาที่ประชาชนตรวจสอบได้ ซึ่งหลังจากโพสต์ไปแล้วมีชาวเน็ตเข้ามากดถูกใจกันเป็นจำนวนมาก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ ชลบุรีเยี่ยมชม “USS Abraham Lincoln” เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ระดับโลก กลางท่าเรือแหลมฉบัง

วันที่ 3 กันยายน 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พลตรีประเสริฐ ใจกล้า ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 และนายอำเภอในพื้นที่ เดินทางเข้าเยี่ยมชม USS Abraham Lincoln (CVN-72)

เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Nimitz ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเข้าจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อคุ้มครองและเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

สำหรับ USS Abraham Lincoln (CVN-72) ยักษ์ใหญ่แห่งมหาสมุทร ขับเคลื่อนด้วยเตาปฏิกรณ์ปรมาณู 2 เครื่อง ทำให้สามารถเดินทางต่อเนื่องได้ยาวนานกว่า 20 ปีโดยไม่ต้องแวะเติมเชื้อเพลิง ตัวเรือยาวกว่า 333 เมตร (ยาวกว่าสนามฟุตบอล 3

สนามต่อกัน) สูงเทียบเท่าตึก 20 ชั้น รองรับลูกเรือและเจ้าหน้าที่ประจำการรวมกันมากกว่า 5,000 นาย
สามารถบรรทุกอากาศยานได้มากกว่า 80 ลำ ทั้งเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ Helicopters และเครื่องบินแจ้งเตือนภัยทางอากาศ

การเดินทางมาเยือนของยักษ์ใหญ่แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงทางทะเลเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มีมาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยประสานกำลังร่วมระหว่างตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จัดตั้งจุดตรวจและสายตรวจดูแลความเรียบร้อยทั้งทางบกและทางน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง โดยจัดระบบการจราจรและการขนส่งรอบพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังและจุดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้ลูกเรือและทหารสหรัฐฯ ทุกนายสามารถเดินทางพักผ่อนได้อย่างราบรื่น

และจังหวัดชลบุรีพร้อมให้การต้อนรับด้วยมิตรภาพและความประทับใจ ส่งเสริมให้ร้านค้า ผู้ประกอบการ และชาวชลบุรีร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการให้การต้อนรับ สร้างภาพลักษณ์ความอุ่นใจและประทับใจตลอดช่วงเวลาที่ลูกเรือพักผ่อนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ตร.นครราชสีมาฯ จับยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 7 คน ขยายผลถึงเครือข่ายภาคใต้

ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก สนองนโยบายรัฐบาลและแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด โดย “ผู้การโคราช” สั่งเพิ่มความเข้มจุดตรวจ-จุดสกัด โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 7 คน จาก 4 คดี พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ก่อนขยายผลถึงเครือข่ายที่เตรียมส่งต่อพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่ตำรวจภูธรภาค 3 มีการแถลงผลปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาลและแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด โดยตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

การปฏิบัติอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ซึ่งสั่งการให้สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับ บก.สส.ภ.3 ฝ่ายปกครองจังหวัดนครราชสีมา มณฑลทหารบกที่ 21 สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 3 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมกันตรวจยึด จับกุม และขยายผลตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด

ผลการปฏิบัติช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ผู้ต้องหารวม 7 คน โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 2 กันยายน ตำรวจ สภ.บัวลายตั้งจุดตรวจบนถนนมิตรภาพ ขาเข้า จ.นครราชสีมา พบรถกระบะมาสด้า ทะเบียน บย 8048 เลย มีนายโกสินทร์ บัวใหญ่ อายุ 44 ปี เป็นผู้ขับขี่ และนางสมถวิล ชมที อายุ 48 ปี เป็นผู้โดยสาร ตรวจค้นพบยาบ้าซุกอยู่ในถุงกระสอบ 8 กระสอบ บริเวณกระบะท้ายรถ รวมประมาณ 2,640,000 เม็ด ทั้งสองรับว่าได้รับการว่าจ้างจากบุคคลชื่อ “ดำเกริง” ให้ขนยาเสพติดจาก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา โดยจะได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท

ต่อมาวันที่ 3 กันยายน ตำรวจ สภ.โนนสูงตั้งจุดตรวจบริเวณจุดบริการประชาชนดอนหวาย ถนนมิตรภาพ พบรถ Toyota Ativ สีแดง ทะเบียน กจ 8979 หนองบัวลำภู มีนายจิระวัฒน์ สาขา อายุ 36 ปี เป็นผู้ขับขี่ ตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย และค้นพบยาบ้า 9 เม็ดในตัว ก่อนตรวจค้นรถพบยาบ้าอีกประมาณ 384,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณช่องเก็บของประตูท้ายรถ ภายในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ โดยผู้ต้องหาให้การว่ารับจ้างขนยาเสพติดไปส่งที่ปั๊ม ปตท.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

ตำรวจจึงขยายผลร่วมกับ บก.สส.ภ.3 สามารถจับกุม “นายบอย” ผู้ติดต่อรับงานได้ที่ปั๊ม ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย พร้อมยึดรถ Nissan Teana ก่อนขยายผลจับกุมนายอับดุลลาเตะและนางสาวนูรูลฮูดา พร้อมรถ Toyota Corolla Altis ขณะเดินทางมารับยาบ้า โดยตำรวจพบข้อมูลว่าเครือข่ายดังกล่าวเตรียมนำยาเสพติดส่งต่อผ่านพัสดุไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ และอยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน วันที่ 30 สิงหาคม ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางร่วมกับ สภ.สูงเนิน ขยายผลจากคดียาเสพติดในพื้นที่ เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายใน อ.สูงเนิน พบชายต้องสงสัยวิ่งหลบหนีออกทางด้านหลังบ้าน ก่อนตรวจค้นพบยาบ้าประมาณ 54,000 เม็ด โดยนางสาวอุทุมพร ปลั่งกลาง อายุ 33 ปี ให้การว่ายาเสพติดเป็นของแฟนชื่อ นายกัมพล แข็งขัน อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นชายที่หลบหนี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขอศาลออกหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินคดี

ตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันจะเพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก พร้อมเดินหน้าขยายผลจากผู้ลำเลียงไปถึงผู้สั่งการและเครือข่าย เพื่อป้องกันยาเสพติดแพร่เข้าสู่ชุมชน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 191, 1386 หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว
กันตินันท์ เรืองประโคน

อธิบดีสรรพสามิตแถลงตรวจยึดบุหรี่หนีภาษีกว่าแสนซองที่จังหวัดนครราชสีมา เดินหน้ามาตรการเชิงรุกสกัดกั้นตัดวงจรก่อนถึงมือผู้บริโภค

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายสรรพสามิตในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยสามารถตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต จำนวนกว่า 100,000 ซอง

และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1,553 ชิ้น คิดเป็นความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐกว่า 6 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับมากกว่า 94 ล้านบาท โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นายอดิศักดิ์ แพงมาลา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานไปรษณีย์เขต 3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการแถลงข่าว

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่ตรวจยึดได้นี้ กรมสรรพสามิตได้ประสานเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ โดยกรมสรรพสามิตเดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยนำข้อมูลจากการจับกุม

ข้อมูลพื้นที่ เส้นทางการลำเลียงสินค้า รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์รูปแบบ และประเมินความเสี่ยงให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ตามแนวทาง “Data Driven Enforcement” มุ่งเปลี่ยนจากการบังคับใช้กฎหมายภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่การทำงานเชิงรุก เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างเส้นทางลำเลียง และก่อนเข้าสู่พื้นที่ปลายทาง

ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และศูนย์กระจายสินค้าของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุในการติดตาม และตรวจสอบการลักลอบขนส่งสินค้ายาสูบผ่านช่องทางการขนส่งพัสดุ ตั้งแต่วันที่ 10–31 สิงหาคม 2569 การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการวิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงเชิงลึกในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งด้านการค้า การเดินทาง และการขนส่งสินค้าไปยังหลายพื้นที่ หรือที่เรียกว่า

พื้นที่กลางน้ำ โดยสามารถตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิตได้มากกว่า 1 แสนซอง และตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้อีกกว่า 1,500 ชิ้น คิดเป็นความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐกว่า 6 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับกว่า 94 ล้านบาท ทั้งนี้กรมสรรพสามิตจะติดตามเส้นทางการกระจายสินค้า และเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบจุดที่มีความเสี่ยง พร้อมยกระดับการป้องกัน และปราบปราม รวมถึงขยายผลไปยังผู้ส่ง ผู้รับ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาด
////////////////

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / มรภ.วไลยอลงกรณ์ สระแก้ว จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารผสานศิลป์ “Eat & Art Unlimited” ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

วันนี้ (4 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสระแก้ว จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารผสานศิลป์ “Eat & Art Unlimited : สระแก้วชายแดนเบื้องบูรพา สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ สระแก้ว เพื่อส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยวุฒิ เทโพธิ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงาน

‎การจัดงานมุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และองค์ความรู้สมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด 5F ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fight และ Festival เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้สามารถสร้างมูลค่าและตอบโจทย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การวิ่งการกุศล ,การประกวดไก่พื้นถิ่น ,การประกวดและสาธิตอาหารพื้นถิ่น ,การประกวดศิลปะมวยไทย ,การประกวดหนังสั้นและสารคดี นิทรรศการภาพยนตร์ฟิล์มเก่า และการฉายภาพยนตร์กลางแปลง การประกวดแฟชั่นผ้าขาวม้า การแข่งขันดนตรีสากลนักเรียน การเสวนา “หนังเปลี่ยนเมือง” การแสดงดนตรีและหมอลำชื่อดัง รวมถึงพื้นที่จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น

งาน “Eat & Art Unlimited” ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้นำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว สู่สายตาประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน

‎ทั้งนี้ การจัดงานสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ ในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” โดยนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยมาร่วมขับเคลื่อนชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนจังหวัดสระแก้วอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.

เปิดตัว! “มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์” ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น 12–13 กันยายน นี้

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ โรงแรมเดอะ เวโล โฮเทล แอนด์ บีเอ็มเอ็กซ์ ปั๊ม แทร็ค ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว

จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว เดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน เตรียมจัดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ จังหวัดสระแก้ว” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 ณ ลานสยามมินทร์ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้วมุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายตามวิสัยทัศน์เมืองชายแดนแห่งความสุข โดยนำทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย ปี 2569 ในการสร้างคุณค่าและการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจรากหญ้าตามนโยบายของจังหวัด

ด้าน ดร.นภสร โศรกศรี วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ เพื่อสืบสานและเผยแพร่วิถีชุมชนชาติพันธุ์ เพื่อส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนคุณธรรมที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โดยภายในงานแถลงข่าวเริ่มต้นด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุด “รากชาติพันธุ์ ร่มเดียวกัน”

หลังจากนั้นผู้ร่วมแถลงข่าวนำเสนอรายละเอียดการจัดงาน โดยมีรองนายกเทศมนตรีเมืองอรัญประเทศ กล่าวถึงความพร้อมของพื้นที่และความโดดเด่นด้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยว, นางกัญญา มโนเสงี่ยม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก กล่าวถึงบทบาทการสนับสนุนการท่องเที่ยว, และ นายธนโชค เชียรรุ่งโรจน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว ร่วมกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว

สำหรับงาน“มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์” จังหวัดสระแก้ว จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กันยายน เวลา 18.30 น. ชมการแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม: ชุด “ชาติพันธุ์สระแก้ว งามพราวรังสี ธำรงศรีใต้ร่มบารมี” จัดแสดงเวลา 19.00 – 20.00 น. บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ญ้อ จีน และเวียดนาม การแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ชมความสามารถของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เวลา 20.00 – 22.00 น. การเดินแบบชาติพันธุ์ วันที่ 13 กันยายน เวลา 20.00 – 21.00 น. พร้อมตลาดวัฒนธรรมชาติพันธุ์และของดีจังหวัดสระแก้วเพลิดเพลินกับสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น สินค้า CPOT และ OTOP มากกว่า 50 ร้านค้า เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น.

จังหวัดสระแก้วจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสความงดงามของวิถีชีวิต ชาติพันธุ์ และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในวันที่ 12 และ 13 กันยายน 2569 ณ ลานสยามมินทร์ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ศุลกากร ลุยตรวจเส้นทางขนส่งสินค้ายึดบุหรี่เถื่อน 695,000 มวน ของหนีภาษี มูลค่ารวมทะลุ 8.18 ล้านบาท

ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14) พนักงานฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์) ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์

เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ณ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ถนนเพชรเกษม และบริษัทขนส่งในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้นเป้าหมายต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 2 และ 3 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษีหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ดังนี้1 บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษี จำนวน 1,622 แท่ง (ประมาณ 16,220 ซอง หรือ 324,400 มวน มูลค่าและภาษี 3,784,571 บาท)2 บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 18 ชิ้น (มูลค่าและภาษี 10,015 บาท)3 น้ำอัดลม จำนวน 744 ขวด (มูลค่าและภาษี 9,526 บาท)รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระทั้งสิ้น 3,804,112 บาท

ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติการ (1-3 ก.ย.2569) ประกอบด้วย บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษี จำนวน 3,475 แท่ง (ประมาณ 34,750 ซอง หรือ 695,000 มวน มูลค่าและภาษี 7,986,067 บาท), กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 23 ใบ (มูลค่าและภาษี 132,894 บาท), บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 73 ชิ้น (มูลค่าและภาษี 31,515 บาท), น้ำอัดลม จำนวน 744 ขวด (มูลค่าและภาษี 9,526 บาท) และน้ำหอมต่างประเทศ จำนวน 53 ขวด (มูลค่าและภาษี 20,380 บาท) รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระทั้งสิ้น 8,180,382 บาท

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

โดย นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “ตลาดน้ำยะกัง” ขนม 100 ปี นราธิวาส คึกคัก! รับนักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์ หนุนสืบสานวิถีชุมชน ดันเศรษฐกิจชายแดนใต้

วันที่6ก.ย.69 ณ ตลาดน้ำยะกัง ขนม 100 ปี ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกัง ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส โดยมี นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส ได้รับอนุมัติงบประมาณจากทางจังหวัด เพื่อเนรมิตพื้นที่ริมน้ำให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) ระหว่างวันที่ 4 – 5 กันยายน 2569 เพื่อมุ่งยกระดับศักยภาพการจัดการท่องเที่ยว รักษาวิถีชีวิต อัตลักษณ์ดั้งเดิม และสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
จัดเต็มกิจกรรมไฮไลท์ 2 วันเต็ม เสน่ห์แห่งวิถีริมน้ำ

โดยภายในงานได้รวบรวมกิจกรรมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและความสนุกสนานไว้อย่างครบครัน ได้แก่ กิจกรรมการแข่งขันสุดมันส์ การแข่งขันเรือพายยอกอง และการแข่งขันมวยทะเลที่สร้างรอยยิ้มและเสียงเชียร์ตลอดสายน้ำ การสาธิตมรดกทางวัฒนธรรม สาธิตการทำขนมโบราณและอาหารพื้นบ้านหาทานยากล้ำค่า การสาธิตศิลปะการเขียนลวดลายผ้าบาติกเอกลักษณ์ชายแดนใต้ การเปิดโลกการท่องเที่ยวและบันเทิง บริการล่องเรือนำเที่ยวชมธรรมชาติริมน้ำยะกัง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นตระการตา พร้อมการออกร้านจำหน่ายอาหารและขนมโบราณกว่าร้อยปีให้ได้ชิมและช้อปกันอย่างจุใจ

นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้รับผลประโยชน์โดยตรง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ววัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ชุมชนได้แสดงศักยภาพในการต้อนรับผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่แล้ว ยังสร้างความประทับใจจนเกิดการเดินทางท่องเที่ยวซ้ำอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงานในวันนี้ได้ดำเนินขึ้นภายใต้แนวคิด “มหกรรมวิถีทะเล สืบสานวัฒนธรรม สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยว” โดยเปิดฉากความตื่นเต้นเร้าใจตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยการแข่งขันต่อยมวยทะเลและการแข่งขันเรือยอกอง รอบคัดเลือก เดินเยี่ยมชมพื้นที่กิจกรรมวิถีชุมชน การแสดงชุดพิเศษที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น ต่อด้วยไฮไลท์สำคัญในการชมศึกมวยทะเลและปล่อยตัวการแข่งขันเรือยอกอง รอบชิงชนะเลิศ รวมถึงการสาธิตเขียนลวดลายผ้าบาติกเอกลักษณ์ชายแดนใต้ ตลอดจนการสาธิตทำขนมโบราณสัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น

ต่อด้วยกิจกรรมล่องเรือนำเที่ยวรับประทานอาหารพื้นถิ่น ลิ้มรสชาติความอร่อยพร้อมชมทัศนียภาพวิถีชีวิตริมสายน้ำและชมพระอาทิตย์ตก โดยออกเดินทางจากตลาดน้ำยะกังขนม 100 ปี ล่องไปยังประตูระบายน้ำบางนราตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการชลประทานนราธิวาส และล่องเรือกลับมายังตลาดน้ำยะกัง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงค่ำที่เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้ดื่มด่ำบรรยากาศ รับชมการแสดงดนตรี กิจกรรมความบันเทิง และเลือกซื้ออาหาร สินค้าชุมชน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างคึกคัก
////////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รวบหนุ่มลาวสุดแสบ! ซิ่ง จยย. แหกด่านสะพานมิตรภาพ 2 สวนเลนฝั่งไทย ก่อนทิ้งรถขโมย จยย. ชาวบ้านหวังหนีไปหาอดีตนายจ้างที่กาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 กันยายน ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร นำโดย พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับการประสานงานด่วนจาก ตม.มุกดาหาร ว่ามีบุคคลต้องสงสัยเป็นชายชาวลาว สวมหมวกแก๊ปลายพรางทหาร เสื้อกันหนาวสีชมพู ก่อเหตุลักลอบขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ หมายเลขทะเบียน จล 4602 จำปาสัก

ผ่านช่องทางขาออกจากฝั่ง สปป.ลาว บริเวณด่านสากลสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (สะหวันนะเขต-มุกดาหาร) เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนจะเร่งเครื่องขับขี่ย้อนศร (สวนเลน) ข้ามสะพานมิตรภาพฯ เข้ามายังฝั่งประเทศไทยอย่างเร่งรีบ และพุ่งฝ่าไม้กั้นของด่านศุลกากรมุกดาหาร เข้ามาในพื้นที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร ประเทศไทย โดยไม่ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เร่งออกสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะหลบหนี จนกระทั่งพบชายที่มีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง และสามารถสกัดจับกุมตัวไว้ได้ที่บริเวณตำบลน้ำเที่ยง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องหาคือ นายแอ วันนะไซ อายุ 26 ปี ที่อยู่บ้านโพนสะหวัน เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก สปป.ลาว

ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ทะเบียน จล 4602 จำปาสัก ลักลอบแหกด่านมาจากเมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต จริง โดยเมื่อเข้ามาถึงฝั่งไทย ได้นำรถจักรยานยนต์คันแรกไปจอดทิ้งไว้ที่บริเวณบ้านแก่นเต่า ตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร จากนั้นได้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ หมายเลขทะเบียน 6กจ 5637 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าว แล้วขับขี่ต่อเพื่อมุ่งหน้าไปหาอดีตนายจ้างที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ติดตามจับกุมได้ในที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ไว้เป็นของกลาง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์” และ “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯเชียงราย ตะลึงกองไม้สักประดู่ มหาศาล อายัดตรวจสอบ อธิบดีกรมอุทยานสั่งขยายผล เฉียบขาด

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงรายบูรณาการกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 

ร่วมกับ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พล.ต.ต.อเนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.), นายญาณวุฒิ สุดพิมศรี นายอำเภอเมือง

เชียงราย, นายองอาจ คณุตม์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย และ นายเจษฎา เงินทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจค้นและดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย

สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการ ขยายผลจากคดีลักลอบตัดไม้หวงห้าม ซึ่งเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องได้เข้าจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้บริเวณป่าห้วยไม้แดง เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วยไม้ประดู่ท่อน เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก จากข้อมูลการสืบสวนและการขยายผล

 เจ้าหน้าที่จึงนำไปสู่การตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดเชียงราย กระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น โรงงานแปรรูปไม้ภายในบ้านโป่งฮึ้ง ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงรายผลการตรวจค้นพบ ไม้แปรรูปและไม้ท่อนจำนวนมหาศาล เบื้องต้นไม่สามารถนำเอกสารเกี่ยวกับโรงงานแสดงแก่เจ้าหน้าที่ ได้และขณะทำการตรวจค้น ภายในสถานที่ดังกล่าวพบอุปกรณ์การแปรรูปไม้จำนวนหลายรายการ ทั้งนี้ ยังพบบุคคลซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าของจำนวน 1 ราย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต”ได้ทำการตรวจยึดอายัด อายัดไม้แปรรูปและไม้ท่อนทั้งหมดไว้ตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ทราบแหล่งที่มา เอกสารการครอบครอง และความถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบตัดไม้ที่อยู่ระหว่างการขยายผล การเชื่อมโยงและที่สำคัญโรงงานนี้ตั้งขึ้นหลุดรอดสายตาเจ้าหน้าที่ได้อย่างไรตามข้อสังเกตุเจ้าหน้าที่ขณะนำหมายศาลเข้าตรวจค้นครั้งนี้

สำหรับการนำหมายศาลเข้าตรวจยึดไม้ดังกล่าวเป็นการขยายผลมาจากคดีนายทุนลักลอบตัดไม้ประดู่ ในเขตอุทยานพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งทางกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืช ไ้ด้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเำ้นินการเร่งขยายผลกวาดล้างให้สิ้นซากอย่างต่อเนื่อง  สำหรับในพื้นที่เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย เนื่องจากขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ อาศัยช่องโว่ของกฎหมาย ลักลอบค้าไม่ผิดกฎหมาย  โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิมธิพล

ที่มีข้าราชการบางคนหนุนหลัง คอยรับส่วยช่วยเหลือให้หลุดรอดสายตาหน่วยงานเบื้องบน รวมทั้งเรื่องของการขุดดินในพื้นที่ป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเสียหายต่อรัฐ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย จะกำชับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เร่งปราบปรามหากมีเจ้าหน้าที่คนใด เข้าไปร่วมสนับสนุนการกระทำผิดจะถูกดำเนินการเอาผิด ทั้งซินัยและอาญา อย่างไม่มีละเว้นจะตำแหน่งใหญ่เพียงใดก็ถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เตรียมเปิดศึกชิงเจ้าลำน้ำโขง แข่งเรือยาวประเพณี ไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานฯ 11-13 ก.ย.นี้

บึงกาฬ – เทศบาลเมืองบึงกาฬแถลงข่าวเตรียมจัดงาน แข่งขันเรือยาวประเพณีไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 ณ บริเวณริมโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พร้อมเปิดพื้นที่ออกร้านจำหน่ายสินค้า

ตั้งแต่วันที่ 1-13 กันยายน 2569 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น. นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน ณ ถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมงานแถลงข่าว

การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนไทยและ สปป.ลาว โดยการแข่งขันเรือยาวเป็นกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำโขง พร้อมสร้างสีสันและความคึกคักให้กับจังหวัดบึงกาฬ

เปิดไฮไลต์ “มวยดีวิถีไทย” 12 ก.ย. เพิ่มความมันริมโขงนอกจากการแข่งขันเรือยาวแล้ว วันที่ 12 กันยายน 2569 ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ คือ “มวยไทย มวยดีวิถีไทย” โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมาร่วมสร้างสีสันและความสนุกให้กับงาน เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมการแข่งขันมวยไทยควบคู่กับกิจกรรมประเพณีเรือยาว

ภายในงานยังมีการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการนำสินค้า อาหาร และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาจำหน่าย โดยมีร้านค้าตั้งแต่วันที่ 1-13 กันยายน 2569 เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

เทศบาลเมืองบึงกาฬขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและเชียร์ การแข่งขันเรือยาวประเพณีไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานฯ ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 พร้อมชมไฮไลต์ “มวยไทย มวยดีวิถีไทย” ในวันที่ 12 กันยายน ณ บริเวณริมโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ

ร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย-ลาว ชมกีฬา สืบสานประเพณี และเที่ยวชมร้านค้าริมโขงในงานเดียวณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พัทยาแต่งไทยรับคณะทหารเรือสหรัฐฯ นายกเบียร์ชูซอฟต์เพาเวอร์มอบมาลัยผ้าไทยต้อนรับ คาดเงินสะพัด 100 ล้านบาท

วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่โรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับนาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln –

CVN-72) พร้อมกำลังพล โดยมีเจ้าหน้าที่แต่งชุดไทยรอต้อนรับ จากนั้นนายกเมืองพัทยา ได้มอบพวงมาลัยผ้าไทย ให้นาวาเอก แดน คีเลอร์ และกำลังพลบางส่วน ขณะที่นาวาเอก แดน คีเลอร์ ก็ได้มอบแบบจำลองเรือ ซึ่งมีการสลักชื่อนายปรเมศวร์ ให้ไว้เป็นของระลึก

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า การมาต้อนรับในครั้งนี้แทนที่จะให้เป็นพวงมาลัยดอกมะลิใช้แล้วต้องทิ้ง จึงมีการประสานไปทางประธานสภาพัฒนาสตรีเมืองพัทยา ซึ่งมีการทำสินค้าชุมชนผ้าไทยอยู่แล้วให้จัดทำมาลัยผ้าไทย โดยเมื่อแกะออกสามารถใช้ประโยชน์เป็นผ้าพันคอได้ ซึ่งเป็นการสะท้อนซอฟพาวเวอร์ผ้าไทยได้อีกด้วย

นายกเมืองพัทยา ยังได้กล่าวยินดีต้อนรับ พร้อมขอให้กำลังพลที่มาพักผ่อนท่องเที่ยวมีช่วงเวลาที่ดีที่เมืองพัทยา เมืองพัทยาความผูกพันกับทหารเรือสหรัฐฯ มายาวนาน และมีการมาพักผ่อนเป็นระยะ

แต่ครั้งนี้มีความพิเศษเพราะเป็นเรือรบเรือบรรทุกเครื่องบินที่ไปปฏิบัติการและใช้เวลายาวนานในทะเล ซึ่งช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ใช้จ่ายจึงหวังว่าการมาขึ้นฝั่งในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งโรงแรมที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว และนวดสปา

“วันนี้สปอตไลต์ทั้งจากไทยและต่างชาติ มองมาที่เมืองพัทยา ซึ่งจะเกิดการกระจายรายได้ในเมืองพัทยา ทหารหนึ่งคนใช้จ่ายประมาณ 100-150 เหรียญ ต่อวัน คาดว่ามีรายได้กระจายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทในทริปนี้“ นายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา ระบุ

ด้าน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เผยว่า ช่วงที่ผ่านมาผู้ช่วยทูตทหาร และกองทัพเรือสหรัฐ ได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งในส่วนตำรวจได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา รวมถึงทุกภาค

ส่วน ในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ที่คิดว่ากำลังพลจะไปท่องเที่ยว ขอให้เชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะดูแลกำลังพลที่มาท่องเที่ยวให้ดีที่สุด รวมถึงนักท่องเที่ยวท่านอื่นด้วย เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยบูรณาการดูแลตลอด 24 ชม.

ขณะที่ นาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln – CVN-72) ได้กล่าวยินดีที่ได้มาเยือนเมืองพัทยาในครั้งนี้ ขอบคุณนายกเมืองพัทยาที่ให้การต้อนรับกำลังพลซึ่งทั้งหมดมีความตั้งใจที่จะมาพักผ่อนที่เมืองพัทยา การต้อนรับสู่เมืองพัทยาที่ยอดเยี่ยม ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ต.บางภาษี คุมเข้มอาวุธปืน ยาเสพติด และป้องกันเหตุรุนแรงแล อาชญากรรมในพื้นที่”

ตำบลบางภาษี คุมเข้มอาวุธปืน ยาเสพติด และป้องกันเหตุรุนแรงและอาชญากรรมในพื้นที่” เพื่อตอบสนองนโยบายการปฏิบัติการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ในห้วงเดือนสิงหาคม – กันยายน

​ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย แพทย์ สารวัตรกำนัน ตำบลบางภาษี นำโดย กำนัน ดร.อลงกรณ์ เพชรดี กำนันตำบลบางภาษี ได้ร่วมกันปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว โดยดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นย้ำการกวดขัน ๒ มาตรการสำคัญ ได้แก่

การควบคุมและสกัดกั้นการพกพาอาวุธปืน ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายในที่สาธารณะการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ ในพื้นที่เสี่ยง

​ในการนี้ ได้รับเกียรติและการสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดจากฝ่ายปกครองอำเภอบางเลนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย:นายอำนาจ ทองดอนสังข์ ปลัดอาวุโสอำเภอบางเลนนายนนท์ ศรีวัฒนตระกูล ปลัดอำเภอบางเลน ฝ่ายความมั่นคงร้อยตำรวจตรี เอกชัย เสนาะคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมตำรวจตำบลบางภาษี

ที่ได้ลงพื้นที่ร่วมบูรณาการ อำนวยความสะดวก และร่วมตั้งจุดสกัดเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อยในครั้งนี้ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ตำบลบาง ภาษี ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชา ฝ่ายปกครอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่ได้ร่วมมือร่วมใจเสียสละเวลาปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลบางภาษีอย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อบจ.นครปฐม.เปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครู “ราชาวดีเกมส์” รร.ราชินีบูรณะปีการศึกษา 2569

วันพุธที่ 2 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนราชินีบูรณะ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เป็นประธานกล่าวเปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครู “ราชาวดีเกมส์” โรงเรียนราชินีบูรณะประจำปีการศึกษา 2569

โดยมีว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์การจัดแข่งขัน การจัดการแข่งขันได้แบ่งคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา ออกเป็น 4 สี คือ สีม่วง สีแดง สีเขียว และสีเหลือง รายการกีฬาที่แข่งขันประกอบด้วยวอลเล่ย์บอล, แชร์บอล, สนุกเกอร์, วิ่งเปี้ยวฮูลาฮูบ, เดินลูกโป่ง,

วอลเล่ย์บอลยักษ์, ปาเป้า และชู้ตบาส ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่ดีให้แก่คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ‘อัศจรรย์วันทอง’ เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่อิ้งค์-หมาก-กลัฟ นำขบวนกระหึ่มรอบแรกของโลก

ศึกตัดสินชะตารักท็อกซิกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อ “แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” เตรียมส่งผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก “อัศจรรย์วันทอง” ลงจอให้ได้สัมผัสกับตำนานรัก “วันทองสองใจ” ในรูปแบบใหม่ โดยเบิกฤกษ์โลกวรรณคดีสุดอัศจรรย์กันด้วยงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ ที่จัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ที่เนรมิตให้เหมือนอยู่ท่ามกลางวรรณคดี พร้อมฟังขับเสภาสุดไพเราะ นำโดย คุณจูเลี่ยน จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบล็ค ดรากอน เตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ในฐานะโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ และ ผู้กำกับมากฝีมือ มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ

เริ่มต้นเปิดงานกันด้วยพิธีกร โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล กล่าวต้อนรับเหล่าดารา เซเลบริตี้ ที่จัดเต็มความหล่อสวยสุดเฉิดฉายมาร่วมเดินพรมแดงกันอย่างคึกคัก ได้แก่ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, พอลล่า เทเลอร์, พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ที่ควงคู่มากับ ต๊อด-ศิณะ อุ่นทรพันธ์, ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์, อานิต้า วิภา, แจ็ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณ

ก่อนที่จะเปิดตัว ขุนช้าง-ขุนแผน หมาก-ปริญ สุภารัตน์ รับบท “ขุนแผน” และ กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ รับบท “ขุนช้าง” ที่ความหล่อสูสีตีคู่กันมาแบบมงลง ยืนรอต้อนรับ “วันทอง” อิ้งค์-วรันธร เปานิล นางเอกของงานนี้ซึ่งมาในเวอร์ชั่นใหม่ที่หลายคนรอคอย เสริมทัพด้วย ปริมมี่-วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ รับบทเป็น “สายทอง” และ เฟย-ภัทร เอกแสงกุล รับบทเป็น “จันสอน”

จากนั้นทีมโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และนักแสดงขึ้นเวทีพูดคุยถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง “อัศจรรย์วันทอง” ในทุกมิติ จนออกมาได้สมบูรณ์แบบ และปิดท้ายด้วยการเชิญผู้บริหาร คุณณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณภัคพล งามลักษณ์ ประธาน

คณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณจูเลี่ยน จอง ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ อัศจรรย์วันทอง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบล็ค ดรากอน เตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณกัญญาณัฐ

กรพชระ กรรมการบริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณพัทธนิษฐ์ สุวรรณสิงห์ ที่ปรึกษากรรมการบริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, คุณปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายและชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์,

พร้อมด้วยผู้กำกับ และนักแสดง โดยมี อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา ร่วมแสดงความยินดีและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมรับชมภาพยนตร์รอบกาล่าพรีเมียร์ร่วมกันไปร่วมพิสูจน์ความตระการตาของโลกวรรณคดีสุดอัศจรรย์ คู่ขนานไปกับเส้นทางชะตากรรมที่ต้องพลิกผันของวันทองคนใหม่ 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ศุลกากรประจวบฯ ตรวจรถไฟสายใต้-ด่านทางบก ยึดบุหรี่เถื่อน-แบรนด์เนม-บุหรี่ไฟฟ้า รวมภาษีทะลุ 4.37 ล้านบาท

ประจวบคีรีขันธ์ – กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “พิทักษ์คีรีขันธ์” สกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี บุกตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้และตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ขนส่งทางบก ยึดของกลางหลายรายการ ทั้งบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 3.7 แสนมวน กระเป๋าแบรนด์เนม บุหรี่ไฟฟ้า และน้ำหอม รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระกว่า 4.37 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14) พนักงานฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์) ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์

เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ณ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ บริเวณด่านตรวจห้วยยาง ถนนเพชรเกษม อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษีหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศลักลอบหนีภาษี: จำนวน 1,853 แท่ง (18,530 ซอง หรือประมาณ 370,600 มวน) ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 4,201,496 บาทกระเป๋าแบรนด์เนม: จำนวน 23 ใบ ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 132,894 บาท

บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งและหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า: รวม 55 ชิ้น ราคาของรวมภาษีทั้งสิ้น 21,500 บาทน้ำหอมต่างประเทศ: จำนวน 53 ขวด ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 20,380 บาทรวมมูลค่าราคาของและภาษีอากรทั้งสิ้น 4,376,270 บาทการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

    ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป
    /////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ประชุมปัจฉิมโครงการ Final Meeting ศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร มุ่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมรองรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุม Grand 1 โรงแรมบีเค เพลส จังหวัดบึงกาฬ มีการประชุมปัจฉิมโครงการ (Final Meeting) โครงการศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุม

    โอกาสนี้ นายลิขิต แก้วศิริ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาของโครงการ ตลอดจนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่

    ภายในงานมี นายชานนท์ ศักดิ์บูรณาเพชร วิศวกรโครงการ ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการศึกษาในด้านวิศวกรรมและแนวทางการพัฒนาเส้นทาง ขณะที่ คุณจิติมา จิตรวรนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดข้อมูลและข้อเสนอแนะด้านการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว

    การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางแนวทางพัฒนา “เส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร” ให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬอย่างเป็นระบบ เพิ่มศักยภาพด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ตลอดจนสนับสนุนเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ในระยะยาว

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พลังบุญตบเท้าร่วมบริจาคของใช้ให้คนพิการยากไร้ ผ่านงานวันคล้ายวันเกิด “เสี่ยเอ้-มีชัย” คนดังเมืองพัทยา อายุครบ 54 ปี

    วันที่ 31 ส.ค.69 เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี บริบูรณ์ ของนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ นักธุรกิจชื่อดัง ได้มีการจัดงานวันคล้ายวันเกิดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด โดยในครั้งนี้เจ้าภาพได้กำหนดไม่รับของขวัญขอความร่วมมือผู้ร่วมงานนำสิ่งจองและเครื่องใช้จำเป็นสำหรับคนพิการยากไร้เพื่อส่งต่อให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ภายใต้การดำเนินการของกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง

    ในงานพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น มิตรสสาย รวมทั้งบุคคลที่ให้การนับถือเข้าร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี ในปีนี้ โดยนำสิ่งของมาร่วมบริจาคจำนวนมาก อาทิ รถวีลแชร์ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับผู้ป่วยพิการจำนวนหลายรายการ พร้อมกันนี้ในงานได้มีบริการอาหารเครื่องดื่มนานาชนิดให้ผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าของวัน

    สำหรับ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เสี่ยเอ้” เป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าและบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมและการเมืองท้องถิ่นของเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บทบาทหน้าที่ทางสังคมและการเมืองนั้น ปัจจุบันเสี่ยเอ้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการร่วมพัฒนาท้องถิ่นเมืองพัทยา ดังนี้ 1.ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา (ภายใต้การนำของนายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา) 2.ประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยเมืองพัทยา และ 3.ประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ

    ในส่วนธุรกิจและการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในภาคเอกชน เสี่ยเอ้ถือเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จสูงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิงคครบวงจรโดยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เมนท์ จำกัด และผู้บริหารแลนด์มาร์คและโครงการท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Pattaya Water Space แหล่งท่องเที่ยวธีมสายน้ำขนาดใหญ่ และบริการเฮลิคอปเตอร์บินชมวิวเมืองพัทยา 360 องศาภายใต้ชื่อ PATTAYA SKY RIDE (บริษัท เน็กซ์ เจ็น เอวิเอชั่น)

    นอกจากงานบริหารและธุรกิจแล้ว นายมีชัยยังเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนในชุมชน และเป็นแกนหลักในการประสานงานเพื่อจัดระเบียบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยาอยู่เสมอ จนเป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นที่รักใคร่ของคนจำนวนมาก

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ โครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

    วันที่ 30 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
    นาย บุญนาค พันธ์คง นายกองค์การบริหารส่วนตําบล บ้านหลวง พร้อมพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทนทุกภาคส่วน ชาวบ้านภายในตำบลบ้านหลวง ร่วมปิดโครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านหรือระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

    โดยมี พันเอกสุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จ.นครปฐม ได้เดินทางมาเป็นประธานในการปิดงาน
    พร้อมด้วยท่าน สจ. เกียรติศักดิ์ ท่าน สจ อำนาจ ท่าน สจ. บรรทูล
    สมาชิกสภาจังหวัดกลุ่มชาวบ้านโดยมี คณะผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ทุกท่าน ให้การต้อนรับ

    ตลอดการแข่งขัน ทุกทีมได้ร่วมกันแสดงพลังแห่งความสามัคคี และที่สำคัญคือการได้ใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และมิตรภาพ กับงานการแข่งขันกีฬา
    ณ สนามโรงเรียนบ้านหลวงวิทยา
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เป้ากระบะต้องสงสัย! สกัดกลางสะพาน ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด–แฮปปี้วอเตอร์ 100 ซอง ตะลึงพบวัย 14 ร่วมขบวนการ

    มุกดาหารเดินหน้าสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร วางกำลังตามข้อมูลสายลับ ก่อนพบรถกระบะต้องสงสัยตรงตามตำหนิ ขับผ่านเส้นทางเมืองมุกดาหาร–นิคมคำสร้อย จึงติดตามสกัดจับกลางทาง ตรวจค้นพบยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด พร้อมแฮปปี้วอเตอร์อีก 100 ซอง จับกุมผู้เกี่ยวข้อง 5 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กชายอายุ 14 ปีรวมอยู่ด้วย

    เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ สอนจันทร์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.00–22.00 น. จะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก ใช้เส้นทางจากพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร–บ้านป่งแดง อ.นิคมคำสร้อย–บ้านนาโด่ อ.เมืองมุกดาหาร โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่น TFR สีเทา ทะเบียน บท 210 มุกดาหาร เป็นพาหนะ

    หลังรับแจ้ง พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ฯ ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนวางแผนและจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามตามเส้นทางที่ได้รับแจ้งกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะแคป ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น TFR สีเทา ทะเบียนตรงตามข้อมูล ขับเข้าทางบ้านป่งแดง มุ่งหน้าไปทางบ้านนาโด่ โดยมีบุคคลนั่งอยู่บริเวณท้ายกระบะจำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่จึงขับรถติดตามอย่างใกล้ชิด

    ต่อมารถคันดังกล่าวถูกติดตามไปจนถึงบริเวณ สะพานห้วยกะหลอง ต.นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถ ก่อนเข้าตรวจสอบ พบผู้โดยสารบริเวณด้านหน้ารถ 2 คน และบุคคลที่นั่งบริเวณท้ายกระบะอีก 3 คน รวมทั้งหมด 5 คนประกอบด้วย นายแสงประทีป อายุ 40 ปี นางสาวแซว อายุ 34 ปี นายไพโรจน์ อายุ 21 ปี นายไชยเพชร อายุ 37 ปี และ ด.ช.เอ อายุ 14 ปี

    จากการตรวจค้นบริเวณท้ายกระบะ เจ้าหน้าที่พบ ยาบ้าจำนวน 1 กระสอบ ประมาณ 200,000 เม็ด และภายในกระสอบยังพบ ซองแฮปปี้วอเตอร์สีเหลือง จำนวน 100 ซอง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวบุคคลทั้ง 5 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สถ.เมืองมุกดาหาร

    ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน, แฮปปี้วอเตอร์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เพื่อก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

    ส่วนผู้ต้องหาอายุ 14 ปี เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกระบวนการและมาตรการกฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนกำหนดต่อไป
    ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
    #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #ยาเสพติด #ยาบ้า #ตำรวจมุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สโมสรฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด จัดงานเปิดตัวสโมสรและทีมฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด ฤดูกาลใหม่ “AWAKEN THE TIGER ปลุกพลังเสือป่า”

    วันนี้ (29 สิงหาคม 2569) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม สโมสรฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด โดย ดร.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ประธานสโมสร และ ดร.ชุตินันศ์ สะสมทรัพย์ รองประธานสโมสร ได้จัดงานเปิดตัวสโมสรและทีมฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2026/27

    โดยมี นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวให้กำลังใจกับทีมขุนพลนักกีฬา พร้อมด้วย คุณวีร์ธิดา วัฒนาผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้า เซ็นทรัลนครปฐม คุณธเนศร์เศียร หิมะทองคำ กรรมการผู้จัดการบริษัทฟุตบอลทองคำ จำกัด (HUMMEL)

    ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวและสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนคลับ รวมถึงประชาชนชาวนครปฐม ก่อนเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ “ไทยลีก 2” รายการ BYD SEAL 5 LEAGUE 2 ฤดูกาล 2026/27 ซึ่งมีกำหนดเปิดฤดูกาลในวันที่ 5 กันยายน 2569

    สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด ยังคงเดินหน้าสร้างทีมภายใต้แบรนด์ Hummel พร้อมเปิดตัวชุดแข่งขันและชุดแข่งฤดูกาลใหม่ รวมถึงเปิดตัวนักกีฬาและชุดแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยใช้แนวคิด “AWAKEN THE TIGER – ปลุกพลังเสือป่า” สะท้อนความมุ่งมั่นของทีมในการไล่ล่าทุกแต้ม ทุกชัยชนะ และเป้าหมายความสำเร็จในฤดูกาลใหม่

    ภายในงานแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กิจกรรมภายในศูนย์การค้า ชั้น G ตั้งแต่เวลา 10.00–22.00 น. เปิดจำหน่ายเสื้อแข่งขันฤดูกาลใหม่และของที่ระลึก พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกและรับของรางวัลจากผู้สนับสนุน
    ส่วนกิจกรรมภายนอกศูนย์การค้า เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00–24.00 น. เป็นงานเปิดตัวชุดแข่งขัน

    พบกับขวัญกำลังใจจากแฟนบอลและผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ พร้อมเติมเต็มความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน “ตู่ ภพธร” และกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลจากสโมสรการเปิดตัวครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณความ

    พร้อมของ นครปฐม ยูไนเต็ด ก่อนลงสนามสู้ศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 พร้อมเชิญชวนแฟนบอลชาวนครปฐมร่วมส่งกำลังใจและเป็นพลังสำคัญให้ทัพ “เสือป่า” เดินหน้าสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในฤดูกาลนี้
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดแล้ว “ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา” ชุมชนท่องเที่ยว นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ” ศาลากลางน้ำ ชุมชนบ้านยางพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

    โดยมี ดร.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม เขต 3 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเปิดตลาดอย่างคึกคักอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแห่งใหม่ ชวนมาสัมผัส วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่กำแพงแสน

    และในครั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งกระพังโหม ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน นำโดยนายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสนเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตลาดน้ำชุมชน บ้านยางพัฒนา ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น ม.7 ต.ทุ่งกระพังโหม
    อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

    และยังได้จัดหน่วยปฐมพยาบาลให้บริการให้ผู้ร่วมงาน และ คัดกรองไวรัสตับอักเสบให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้้งนี้ด้วย
    และวันนี้บรรยากาศวันเปิดตลาดเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความคึกคัก และความอบอุ่นของคนในชุมชนทั้งอาหารพื้นบ้าน ของดีจากชุมชน และเสน่ห์ของวิถีชีวิตไทยทรงดำ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้เข้ามาสัมผัส

    ขอเชิญมาเที่ยวทั้งที อย่าลืมแวะชิมของอร่อย ๆ จากชุมชน
    เดินเล่นริมคลอง รับลม ชมบรรยากาศเรียบง่าย
    เลือกซื้อสินค้าชุมชน พร้อมสนับสนุนภูมิปัญญาและฝีมือของคนบ้านยางพัฒนาตลาดน้ำแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ของกินของดี

    แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราว วิถีชีวิต และความภาคภูมิใจของชุมชนเอาไว้ด้วยกัน ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนาอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมเปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00–15:00 น.

    ล่องคลอง จ้องนา กินปลาบ้านยาง
    แล้วมาสัมผัสความสุขเรียบง่ายที่ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /มอบอุปโภคบริโภค ให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านดอนเจริญ บ้านห้วยไฮ และสมาชิกโรงสีข้าวพระราชทานท่าวังผา จ.น่าน

    เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมบ้านดอนเจริญ หมู่ที่ 6 ตำลกองควาย อำเภอเมืองน่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลจังหวัดน่าน ร่วมกับคุณศิริพร เสถียรลักนา ผู้จัดการบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน พ.อ.พยอม บุญทร ผู้แทน

    บริษัทกรีนบัส เชียงใหม่ ที่ปรึกษาสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ผู้สื่อข่าวช่อง 5 นายธงชัย สว่างวงษ์ อุปนายกสมาคมฯร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม คณะกรรมการสมาคมฯ นายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน และพนักงานบิ๊กซีฯที่ได้นำของอุปโภคบริโภคไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านดอนเจริญ หมูที่ 6 ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน

    โดยมี นายธวัช ปันวงศ์ ผญบ.ดอนเจริญ นายทเวทย์ บุญตา ประธานสภา เทศบาลตำบลกองควาย ผช.อุมาพร สมรักษ์ ผช.บุญส่ง ปัญญาสา ภรษ.นิวัฒน์ กุณากิติ และพี่น้องชาวบ้านรับมอบ ต่อจากนั้นเดินทางไปมอบน้ำดื่มและเสื้อผ้า ที่บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง โดยมีตัวแทนคุณนัทยา ปันปันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ นายถวิล อินภูธร ประธานกลุ่มสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด และชาวบ้านร่วมกันรับมอบบ้านห้วยไฮได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

    ได้รับความเสียหายจำนวน 52 หลังคาเรือนบ้านห้วยไฮมี 109 หลังคาเรือนประชากร 400 คน ต่อจากนั้นเดินทางไปมอบน้ำดื่มและเสื้อผ้าที่โรงสีพระราชทานบ้านห้วยเดื่อต.ศรีศรีภูมิ อ.ท่าวังผา โดยมีนายจำนงค์ ราชภัณฑ์ ผจก.โรงสีข้าวพระราชทานและคณะกรรมการรับมอบ จากใจสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านขอขอบพระคุณ #บริษัทกรีนบัส เชียงใหม่ #บิ๊กซีซุปเปร์เซ็นเตอร์ สาขาน่านขอบคุณคุณศิริพร เสถียรลัคนาผจก.บิ๊กซี สาขาน่าน

    พล.เอกชัยนรงค์ แกล้วกล้า ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก และผู้มีส่วนร่วมทุกๆท่านที่ร่วมบริจาค ของอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นในครัวเรือน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่านน้ำใจและความห่วงใยของท่าน คือกำลังสำคัญที่ช่วยให้พี่น้องผู้ประสบภัยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกันขอขอบพระคุณสำหรับน้ำใจและการแบ่งปันในครั้งนี้สำหรับทุกท่านที่มอบให้ครับ#สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน#เพื่อคนเมืองน่านน่าน#จิตอาสาดูแลประชาชน#และช่วยเหลือภัยพิบัติ

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดการอบรมรุ่นที่ 1 ยกระดับคนทำหนัง ละคร และซีรีส์ไทย สู่ผู้ประกอบการคอนเทนต์มืออาชีพ

    EXCEL Academy ปิดหลักสูตรรุ่นที่ 1 มุ่งยกระดับคนทำหนัง ละคร และซีรีส์ไทย สู่ผู้ประกอบการคอนเทนต์มืออาชีพโครงการ EXCEL Academy – Excellence in Creative Entertainment Leadership จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดการอบรมรุ่นที่ 1 อย่างเป็นทางการ

    โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม พร้อมด้วย นายจตุรงค์ ภักดิ์ประไพ เลขานุการรองอธิบดี และ นางสาวสาริศา ภู่สว่าง ผู้รับผิดชอบโครงการและผู้ประสานงาน เข้าร่วมงาน เพื่อแสดงความยินดีกับผู้ผ่านการอบรมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรม

    ภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ไทย EXCEL Academy จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสำคัญคือ “ปั้นคนทำหนัง ละคร และซีรีส์ ให้คิดเป็นธุรกิจ โตได้ในตลาดโลก” โดยมุ่งพัฒนาผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ให้มีความรู้และทักษะเชิงธุรกิจควบคู่กับความคิดสร้างสรรค์ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การสร้างนวัตกรรมจาก

    วัฒนธรรมท้องถิ่น การเข้าใจคุณค่าที่ผู้ชมได้รับ การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและ Customer Insights การวางแผนงบประมาณและควบคุมต้นทุน การเจรจาธุรกิจ การนำเสนอแผนธุรกิจต่อผู้ลงทุนและแพลตฟอร์ม กฎหมายลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

    ภายในงาน ผู้เข้าร่วมอบรมได้นำเสนอผลงานและแนวคิดการพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ เพื่อสะท้อนการเรียนรู้จากหลักสูตร โดยมีการมอบรางวัลแก่ผลงานที่โดดเด่น รวมถึงการมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม เพื่อเป็นกำลังใจในการนำความรู้ไป

    ต่อยอดสู่การพัฒนาโปรเจกต์จริงในอนาคตโครงการนี้สะท้อนความสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในมิติใหม่ ที่ไม่ได้มองภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์เป็นเพียงผลงานสร้างสรรค์ แต่เป็น ทรัพย์สินทางธุรกิจ ที่สามารถสร้างรายได้ ขยายตลาด และต่อยอดสู่โอกาสใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้

    หากผู้ผลิตมีความเข้าใจเรื่องผู้ชม การตลาด แพลตฟอร์ม ลิขสิทธิ์ การเงิน และโมเดลธุรกิจอย่างเป็นระบบEXCEL Academy รุ่นที่ 1 จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ให้สามารถเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความสามารถทางธุรกิจ และร่วมผลักดันให้หนัง ละคร ซีรีส์ และคอนเทนต์ไทย เติบโตอย่างมีคุณภาพและแข่งขันได้ในเวทีสากล

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ แฟชั่นโลกสะเทือนกลางกรุง! “THAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026” รวมดีไซเนอร์–นายแบบ–นางแบบนานาชาติ

    แฟชั่นโลกสะเทือนกลางกรุง! “THAILANDINTERNATIONAL FASHION WEEK 2026” รวมดีไซเนอร์–นายแบบ–นางแบบนานาชาติ สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นระดับโลก ปักหมุดกรุงเทพฯ สู่เวทีแฟชั่นนานาชาติกรุงเทพมหานคร – 22 สิงหาคม 2569 — เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย สำหรับ “THAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026” หรือ TIFW 2026 เวทีแฟชั่นระดับนานาชาติที่รวบรวมเหล่าดีไซเนอร์ แบรนด์แฟชั่น นายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย บุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่น แขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนสื่อมวลชนจากประเทศไทยและนานาประเทศ มาร่วมกันสร้างสีสันและปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการแฟชั่นใจกลางกรุงเทพมหานคร

    งานจัดขึ้น ณ Baiyoke Sky Hotel กรุงเทพฯ ภายใต้การบริหารและขับเคลื่อนของ Dr. Chirawan Lewis เจ้าของ TIFW Production ผู้มุ่งผลักดันประเทศไทยให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับนานาชาติ พร้อมสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้กับดีไซเนอร์ไทย ดีไซเนอร์ต่างประเทศ นายแบบ นางแบบ เยาวชน และบุคลากรรุ่นใหม่ ได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงเครือข่าย และก้าวสู่โอกาสใหม่ ๆ ในระดับสากลตั้งแต่ช่วง Guest & Media Arrival บรรยากาศภายในงานก็เต็มไปด้วยความคึกคัก แขกผู้มีเกียรติได้รับการต้อนรับด้วย Welcome Drinks ก่อนเข้าสู่ช่วง Red Carpet TV Interviews & Photography ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ บุคคลสำคัญ และสื่อมวลชนได้ร่วมถ่ายภาพและสัมภาษณ์บนพรมแดง ก่อนเปิดประตูเข้าสู่ค่ำคืนแห่งแฟชั่นอย่างเป็นทางการ

    เปิดม่าน TIFW 2026 ผสานเสน่ห์ไทยสู่สายตาโลก พิธีเปิดของ TIFW 2026 ถ่ายทอดเอกลักษณ์และเสน่ห์ของประเทศไทยผ่าน Opening Ceremony – Thai พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และ Muay Thai Showcase by Govan ที่นำศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาผสมผสานเข้ากับเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของงานจากนั้นเพิ่มสีสันด้วย Juli & Nico Performance ที่นำพลังของศิลปะการแสดงและความบันเทิงมาสร้างบรรยากาศให้เวทีมีความหลากหลายและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

    ค่ำคืนดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากพิธีกร Fongbeercia Sasithorn Satimai และ Keatbuncha Ketsuwan ร่วมสร้างสีสันและดำเนินช่วงสำคัญของงาน ก่อนเข้าสู่ Opening Remarks by M.L. Panwad โดยได้รับเกียรติจาก ท่านหม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์ จากประเทศไทย ร่วมเปิดงานอย่างสง่างามนอกจากนี้ TIFW 2026 ยังได้รับเกียรติจากผู้แทนและบุคคลจาก รัฐบาลประเทศอินเดียและดูไบ เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความสนใจและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติผ่านพลังของแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์17 ดีไซเนอร์ แบรนด์ และผู้ร่วมพรีเซนต์ บนรันเวย์แห่งโลกแฟชั่นหัวใจสำคัญของ TIFW 2026 คือรันเวย์ที่เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากหลากหลายแนวคิดและวัฒนธรรมได้นำเสนอผลงานต่อหน้าผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน โดยมีรายชื่อผู้ร่วมสร้างสีสันบนรันเวย์ ได้แก่

    1. Eanian478
    2. Chantacha Saewang
    3. Dipti Chandra
    4. Chompooh.000
    5. Nguyen Minh Truc
    6. Celeb Kidz
    7. Tran Huynh Ngan Ha
    8. Phan Xuan Giau
    9. Huynh Ly Thien Nhi
    10. Nguyen Ngoc Khanh Linh
    11. Raison d’Être
    12. Méthode Cachée
    13. TIFW Swimwear
    14. TIFW Academy
    15. Lord Marcuss Watts
    16. Rainbow Thailand Designer Pla
    17. Special Fashion Presentation แต่ละคอลเลกชันถ่ายทอดตัวตนและแนวคิดของผู้สร้างสรรค์ผ่านเสื้อผ้า การเดินแบบ การจัดแสง เสียง และองค์ประกอบของรันเวย์ ทำให้เวที TIFW 2026 เต็มไปด้วยความหลากหลายทางแฟชั่นและวัฒนธรรมนอกเหนือจากแฟชั่นโชว์ ยังมีช่วง Special Talks ได้แก่ Talk with Dr. Kanthicha และ Talk with Lord Marcuss เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้รับฟังมุมมอง เรื่องราว และประสบการณ์จากบุคคลสำคัญGLOBAL MODELS — โลกแฟชั่นรวมตัวบนรันเวย์เดียว

    อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการรวมตัวของ นายแบบและนางแบบอินเตอร์จากทั่วทุกมุมโลก ที่เดินทางมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ TIFW 2026 พร้อมผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้เวทีแห่งนี้สะท้อนภาพของ International Fashion Week อย่างเต็มรูปแบบขณะเดียวกัน TIFW 2026 ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้กับ เยาวชนไทย โดยมี คุณบิว จาก Rainbow Modelling เป็นผู้นำทีมเยาวชนไทยเข้าร่วมงาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ

    ด้านโครงการ “เยาวชนไทยโกอินเตอร์” ได้รับการขับเคลื่อนโดย TIFW Production เพื่อส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนไทยและเปิดประตูสู่โอกาสในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับนานาชาติเกียรติยศจากบุคคลสำคัญ ไทย–อินเดีย–ดูไบค่ำคืนแห่งแฟชั่นได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะ ท่านหม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์ จากประเทศไทย ซึ่งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งแฟชั่นครั้งสำคัญ

    พร้อมด้วยผู้แทนและบุคคลจาก รัฐบาลประเทศอินเดียและดูไบ ที่เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเทศผ่านอุตสาหกรรมแฟชั่นและความคิดสร้างสรรค์อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือการได้รับเกียรติจาก คุณยุ้ย – Dr. Kanthicha Chimsiri ที่ร่วมเดินแบบบนรันเวย์ TIFW 2026 เพิ่มความสง่างามและสร้างความโดดเด่นให้กับค่ำคืนแห่งแฟชั่นINTERNATIONAL HOSTตลอดค่ำคืน TIFW 2026 ได้รับเกียรติจากพิธีกร Fongbeercia Sasithorn Satimai และ Keatbuncha Ketsuwan ทำหน้าที่ดำเนินรายการและสร้างสีสัน พร้อมเชื่อมโยงผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ และผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายประเทศเข้าด้วยกัน

    THE TEAM BEHIND THE GLAMOURเบื้องหลังความสวยงามและความสมบูรณ์แบบของรันเวย์เกิดจากการทำงานของทีมมืออาชีพหลายฝ่าย โดยเฉพาะทีม Makeup & Hairstyling จาก Rosy Buddha Academy และ Coolcut Barber โดย คุณอารีรัตน์ จามิกรณ์พร้อมด้วย Makeup Artists ได้แก่ Nitaa S., Jyoti Chandra, Katrena Nyo Ci Cien และ Ghulam AbbasMakeup Partner: Rosy Buddha AcademyProduction: Thailand International Fashion WeekShow Director: Eakachai Selim
    Executive Management Team: Bew

    นอกจากนี้ยังมีทีมงาน Production, Stage, Lighting, LED, Sound, Hair & Makeup, Models และทีมงานเบื้องหลังทุกฝ่าย ที่ร่วมกันสร้างสรรค์รายละเอียดตั้งแต่หลังเวทีจนถึงช่วง Grand Finale ให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบพลังจากพันธมิตรและผู้สนับสนุนหลักTIFW 2026 ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรและสปอนเซอร์หลัก ได้แก่Sheikh Ayash Group of CompaniesZaap FactorySummit Core

    พันธมิตรเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการจัดงานและร่วมผลักดันเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมสร้างโอกาสให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งไทยและต่างประเทศTIFW ACADEMY — ปั้นคนรุ่นใหม่สู่โลกแฟชั่นอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ TIFW Production คือ TIFW Academy ซึ่งมุ่งสร้างพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในสายงาน Modeling, Acting, Fashion, TV & Media และ Castingเป้าหมายคือการสร้างประสบการณ์และทักษะให้คนรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้การทำงานจริงในอุตสาหกรรม พร้อมต่อยอดสู่โอกาสในระดับประเทศและระดับนานาชาติGRAND FINALE — ปิดฉากอย่างยิ่งใหญช่วงท้ายของค่ำคืน รันเวย์ถูกส่งต่อให้กับ Grand Finale by Rainbow Thailand ซึ่งรวมนายแบบ นางแบบ และผู้ร่วมงานมาสร้างโมเมนต์แห่งความประทับใจ ก่อนเข้าสู่ช่วง TIFW 2026 Closing

    จากนั้นเป็นช่วง Closing Remarks & Thank You เพื่อกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย สื่อมวลชน พันธมิตร ผู้สนับสนุน ทีมงาน และทุกฝ่ายที่ร่วมสร้างสรรค์ TIFW 2026ปิดท้ายด้วย Official Group Photo & Event Conclusion ภาพแห่งความทรงจำที่รวมผู้คนจากหลากหลายประเทศไว้ในเฟรมเดียว ถ่ายทอดแนวคิดของ TIFW ที่ต้องการเชื่อมโลกแฟชั่นเข้าด้วยกันโดยไร้พรมแดนTIFW 2026 — มากกว่าแฟชั่นโชว์ คือ “เวทีแห่งโอกาส”Thailand International Fashion Week 2026 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นแฟชั่นโชว์ แต่มีเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น International Fashion Platform ที่เชื่อมโยง Fashion, Culture, Talent, Media, Business และ International Networking เข้าไว้ด้วยกันภายใต้การขับเคลื่อนของ Dr. Chirawan Lewis และ TIFW Production เวทีแห่งนี้มุ่งเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ไทยได้แสดงศักยภาพสู่สายตานานาชาติ พร้อมผลักดันนายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย และบุคลากรรุ่นใหม่ ให้ได้สัมผัสประสบการณ์และโอกาสในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก

    จากกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย สู่สายตาของผู้คนจากทั่วโลก — TIFW 2026 กำลังสร้างภาพใหม่ให้กับประเทศไทยในฐานะพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยง Thai Fashion กับ Global Fashion Networkพร้อมเดินหน้าผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนแผนที่แฟชั่นนานาชาติ และสร้างพื้นที่ให้ “Thai Talent” ได้พบกับ “Global Opportunity”เพราะแฟชั่นในวันนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของเสื้อผ้า แต่ยังหมายถึง โอกาส เครือข่าย วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกและเมื่อม่านรันเวย์ของ TIFW 2026 ปิดลง สิ่งที่วงการแฟชั่นยังคงจับตามองต่อไปคือ—ดีไซเนอร์คนไหน แบรนด์ไหน หรือนายแบบ–นางแบบคนใด จะสามารถใช้เวทีแห่งนี้เป็นก้าวสำคัญในการแจ้งเกิด และก้าวขึ้นเป็นดาวดวงใหม่ของวงการแฟชั่นโลกTHAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026FASHION • CULTURE • TALENT • GLOBAL CONNECTIONWhere Thai Fashion Meets the World.Baiyoke Sky Hotel, Bangkok, Thailand 22 August 2026

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มรภ.ราชนครินทร์ ขับเคลื่อน “โพธิ์-บางปะกง × Aroma City” ยกระดับฉะเชิงเทราสู่เมืองสุขภาพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    ต่อยอด MOU เมืองสมุนไพร–เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อม “นวดไทย–สมุนไพร–กลิ่น–อาหาร–ท่องเที่ยว” ผ่านอัตลักษณ์ 5 สัมผัส สร้างเศรษฐกิจใหม่จากทุนลุ่มน้ำบางปะกงฉะเชิงเทรา – มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Chachoengsao Aroma City” เชื่อมการพัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal City)

    เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness City) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ากับทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรของลุ่มน้ำบางปะกง พร้อมพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง” ให้เป็นอัตลักษณ์ด้านนวดไทยและ Wellness ของจังหวัด เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

    การขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และหน่วยงานภาคีของจังหวัด ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อร่วมพัฒนาฉะเชิงเทราสู่การเป็น “เมืองสมุนไพร” และ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำทรัพยากร ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของพื้นที่มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ได้จัดโครงการส่งเสริมศักยภาพชุมชนและสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ชุมชนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สู่การเป็นเมืองอโรม่า หรือ “Aroma City” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายกรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ชุมชน และภาคธุรกิจเข้าร่วม

    หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้ คือการทำให้คำว่า “Aroma City” ไม่ได้หมายถึงเพียงเมืองแห่งกลิ่นหอม แต่เป็นแนวคิดการพัฒนาเมืองผ่านประสบการณ์และอัตลักษณ์ของพื้นที่ โดยนำต้นทุนที่ฉะเชิงเทรามีอยู่แล้ว ทั้งสมุนไพร พืชหอม อาหารพื้นถิ่น การแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาชุมชน สายน้ำบางปะกง ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต มาพัฒนาด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการออกแบบสร้างสรรค์ ก่อนเชื่อมโยงสู่สินค้า บริการ และเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้จริง

    หนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญที่กำลังได้รับการพัฒนาคือ “นวดโพธิ์-บางปะกง” ซึ่งนำแนวคิดจากภูมิปัญญาการนวดไทยมาผสมผสานกับเรื่องราวและวิถีชีวิตของลุ่มน้ำบางปะกง เพื่อพัฒนาเป็นรูปแบบบริการ Wellness ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฉะเชิงเทรา โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ต่อยอดไปสู่การพัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการ สปา และบริการสุขภาพในพื้นที่

    แนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง Academy” เพื่อยกระดับทักษะด้านนวดไทยและการแพทย์แผนไทย รวมถึงการสร้างระบบองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดและพัฒนากำลังคนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่หยุดอยู่เพียงการอนุรักษ์ แต่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพ บริการ และเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดได้

    ขณะเดียวกัน แนวคิด 5 Senses of Bang Pakong – รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จะเป็นกรอบสำคัญในการสร้างประสบการณ์ของเมือง ตั้งแต่ “กลิ่น” จากพืชหอมและสมุนไพร “รส” จากอาหารและวัตถุดิบพื้นถิ่น “สัมผัส” จากนวดไทยและ Wellness “รูป” จากภูมิทัศน์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชน ไปจนถึง “เสียง” ที่สะท้อนเรื่องราวของผู้คนและสายน้ำบางปะกง

    โมเดลดังกล่าวเปิดโอกาสให้แต่ละอำเภอของฉะเชิงเทราสามารถค้นหาและพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเอง แล้วเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายสินค้า บริการ อาหาร สุขภาพ และเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้ภาพใหญ่เดียวกันของ Chachoengsao Aroma City ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจจากตัวเมืองไปสู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

    รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ระบุถึงแนวทางการขับเคลื่อนว่า มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ในจังหวัดให้เกิดมูลค่าใหม่ พร้อมผลักดันฉะเชิงเทราไปสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบด้าน Green & Wellness Hub ของภาคตะวันออก

    จากจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้าน Herbal City และ Wellness City สู่การพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง” และ “Aroma City” จึงสะท้อนทิศทางใหม่ของการพัฒนาฉะเชิงเทราที่ไม่ได้มองสุขภาพ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนแยกออกจากกัน แต่กำลังนำทุกองค์ประกอบมาสร้างเป็นระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มี “อัตลักษณ์ของพื้นที่” เป็นหัวใจ

    เป้าหมายระยะต่อไปคือการเปลี่ยนองค์ความรู้และอัตลักษณ์เหล่านี้ให้เกิดเป็น ผลิตภัณฑ์ บริการ บุคลากร มาตรฐาน เส้นทางท่องเที่ยว และธุรกิจ Wellness ที่สามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน พร้อมสร้างภาพจำใหม่ให้ฉะเชิงเทราเป็นมากกว่าเมืองอุตสาหกรรมหรือเมืองทางผ่าน แต่เป็น “เมืองแห่งประสบการณ์สุขภาวะของลุ่มน้ำบางปะกง” ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างและสามารถพัฒนาไปสู่ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต

    #ChachoengsaoAromaCity #ฉะเชิงเทราอโรมาเมืองแห่งกลิ่น #AromaCity #The5SensesOfBangPakong #โพธิ์บางปะกง #นวดโพธิ์บางปะกง #นวดไทย #WellnessThailand #WellnessCity #HerbalCity #สมุนไพรไทย #เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #บางปะกง #ฉะเชิงเทรา #มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ #mrglobalstategymaven #onevisionmanyroles

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ระดมสมองวางแผนความพร้อมจัด “งานมหาเทศกาลคเณศจตุรถี พัทยา 2569” ริมชายหาดเมืองพัทยา

    วันที่ 28 ส.ค.69 ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี พร้อมด้วยอาจารย์พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว ประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม ร่วมนำเสนอข้อมูลและรูปแบบการจัด “งานมหาเทศกาลคเณศจตุรถี พัทยา 2569“

    เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่มีนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยาเป็นประธานการประชุม

    สำหรับงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถี พัทยา 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ริมชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    เพื่อสืบสานอนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม ตลอดจนส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีกรรมและวัฒนธรรมจามขนมธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองพัทยา

    ทั้งนี้ ภายในงานกำหนดจัดขึ้นในรูปแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในงานมีการแสดงวัฒนธรรมบนเวทีกลาง การจัดซุ้มสักการะองค์พระพิฆเนศขนาดความสูง 1.5 เมตร โรงทานแจกอาหารเจทั้งอาหารไทยและอินเดีย ซุ้มพิธีกรรม ซุ้มกิจกรรม ลานอารตีบูชาไฟ และซุ้มคัดแยกขยะ นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่พระพิฆเนศรอบวงกลมเมืองพัทยาอีกด้วย

    อย่างไรก็ดี ในที่ประชุมได้หารือในวาระการเตรียมความพร้อมและการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งด้านสถานที่ เรื่องระบบไฟ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกการจราจร ด้านการพยาบาล

    เรื่องเจ้าหน้าที่ รถพยาบาลและรถฉุกเฉิน ด้านการรักษาความสะอาด เรื่องรถสุขาเคลื่อนที่และการจัดการขยะมูลฝอย ด้านการขออนุญาตใช้เสียง ด้านประชาสัมพันธ์ และด้านอื่นๆ เพื่อให้งานออกมาอย่างดีที่สุด

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ พิธีปิดการแข่งกีฬาตาม โครงการส่งเสริมการแข่งขันกีฬาและกรีฑานักเรียนต้านภัยยาเสพติด กลุ่มโรงเรียนเพชรบัวงาม “ “เพชรบัวงามเกมส์”

    วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยโท อรรถชล ทรัพย์ทวี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

    เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งกีฬาตาม โครงการส่งเสริมการแข่งขันกีฬาและกรีฑานักเรียนต้านภัยยาเสพติด กลุ่มโรงเรียนเพชรบัวงาม “เพชรบัวงามเกมส์”

    โดยได้รับเกียรติจาก พันเอก สุขชาติ สะสมทรัพย์ สส.จังหวัดนครปฐม มาร่วมเป็นประธานในพิธี ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลไทรงาม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการดังกล่าว

    เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้มีการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เสริมสร้างทักษะทางการกีฬา

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่ดอนตาล เยี่ยม “สิบโทฐากูร” ทหารกล้าบาดเจ็บจากภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา มอบสิ่งของเติมขวัญกำลังใจครอบครัว

    มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ ผู้แทนนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2)

    รุ่นที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 5 บ้านนายอ ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่ สิบโท ฐากูร ปัญญาดี กำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุยกับสิบโท ฐากูร และครอบครัวอย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความห่วงใยและส่งต่อกำลังใจแก่กำลังพลและญาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีตัวแทนจากภาคเอกชนและสมาชิก พสบ.ทภ.2 ร่วมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว

    สำหรับ สิบโท ฐากูร ปัญญาดี เป็นนายทหารสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 (ร.6 พัน.2) ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะและสมองจากสะเก็ดระเบิดของปืนใหญ่ ระหว่างเข้าปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของประเทศ บริเวณ เนิน 677 ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

    การเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่มีต่อกำลังพลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า รวมถึงการสนับสนุนจากเครือข่ายภาคเอกชนและ พสบ.ทภ.2 ที่ร่วมกันดูแลและให้กำลังใจครอบครัวของทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติภารกิจ

    ทั้งนี้ การให้กำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัวถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากภารกิจรักษาความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวรับรู้ว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และยังมีหน่วยงานรวมถึงเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

    ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
    #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #กองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #ทหารกล้า #มุกดาหาร #ดอนตาล #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน677 #ช่องอานม้า

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/วงการแฟชั่นระดับโลกต้องสั่นสะเทือน! “เบญญาดา โซใต้หยิน” นำทัพโมเดลระดับท็อปผงาดรันเวย์ “Thailand International Fashion Week 2026”

    ปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นอีกครั้งในวงการแฟชั่นเมืองไทย เมื่อคุณเบญญาดา โซใต้หยิน หรือที่รู้จักกันดีในนาม “Bew Rainbow” ผู้บริหารและครีเอทีฟทรงอิทธิพลแห่ง Rainbow Entertainment Thailand ได้นำทัพซุปเปอร์โมเดลเยาวชนและดาวรุ่งชั้นนำของเมืองไทย ก้าวขึ้นสู่รันเวย์ระดับนานาชาติในงาน “Thailand International Fashion Week 2026” (TIFW 2026) ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และตระการตา


    งานในครั้งนี้ถือเป็นศูนย์รวมแห่งสไตล์และศิลปะการออกแบบอย่างแท้จริง โดยได้รับเกียรติจากเหล่าดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมด้วยนายแบบ-นางแบบระดับอินเตอร์เนชันแนลและสื่อมวลชนจากทุกทิศทาง ที่มาร่วมสร้างปรากฏการณ์และบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการแฟชั่นไทย ซึ่งเต็มไปด้วยแสง สี เสียง และคอลเลกชันสุดตระการตาที่สะกดทุกสายตาของผู้ชมทั่วทั้งฮอลล์
    รายชื่อโมเดลสุดฮอตผู้เนรมิตความสว่างไสวบนรันเวย์ TIFW 2026:

    Supermodels & Rising Stars: มาริซ่า, มาแตร, ฟ้าใสใหญ่, ฟ้าใสเล็ก, โซเฟีย, โกวาน, แองจี้, บาบาร่า, พอร์ช, เขมมี่, แยมมี่, เจ้าทรัพย์, หญิง, เกรท, ไบร์ท, ไอดอล อาย, แก้มใส และมะลิ
    การปรากฏตัวของทัพนางแบบและนายแบบในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงศักยภาพของโมเดลไทยที่ก้าวไกลสู่สากล แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “Thailand​ International​Fashion Week​” รันเวย์​ Thailand​ ที่ต้องจับตามอง

    #เบญญาดาโซใต้หยิน #bewrainbow #RainbowEntertainmentTH #Awards2026 #TIFW2026 #ThailandInternationalFashionWeek #GettyImages #FashionPhotography #InternationalFashion #FashionWeek #BangkokFashion #ThailandFashion #FashionMedia #TIFW

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /บต.อ่างทอง จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนตำบล

    วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการเปิดกิจกรรมภายใต้ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และพนักงานส่วนตำบล โดยมี นายอำนวย จันทร์เจ็ก รองนายกอบต.อ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิด นายธานินทร์ บุญนี ปลัด อบต.อ่างทอง กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาอบต. และบุคลากรทุกฝ่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อยกระดับความรู้ ความสามารถ และทักษะการทำงานให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

    วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความชำนาญในขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งการเตรียมความพร้อม การเฝ้าระวัง การช่วยเหลือ และการฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี ความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพสูงสุด

    กิจกรรมภายในโครงการภายในงานได้มีการบรรยายให้ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และฝึกปฏิบัติจริงในหัวข้อที่สำคัญ อาทิ หลักการและแนวทางการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดภัยและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปลอดภัย การเสริมสร้างทีมงานและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

    อบต.อ่างทอง มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคลากรให้เป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะปกป้องและดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ขอให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเจริญรุ่งเรืองของตำบลอ่างทองต่อไป

     ///////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน 0623644468

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ โค้งสุดท้าย…ยื่นทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน สั่งการฝ่ายปกครองลงพื้นที่โค้งสุดท้าย สนับสนุนกลุ่มทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และอำนวยความสะดวกกลุ่มยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง

    โดยสถานะปัจจุบันอำเภอกำแพงแสน มีจำนวนผู้ที่ยืนยันตัวตนแล้วจำนวนทั้งสิ้น 16,156 ราย คิดเป็นร้อยละ 94.12 และกลุ่มทบทวนสิทธิที่ดำเนินการแล้วจำนวน 10,820 ราย คิดเป็นร้อยละ 67.00 ทั้งนี้นายอำเภอกำแพงแสน

    ได้กำชับฝ่ายปกครองอำเภอกำแพงแสนเร่งอำนวยความสะดวก ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านกลุ่มทบทวนสิทธิ ในรายที่รอการดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

    พร้อมทั้งได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำปลามามอบให้ ทางผู้ใหญ่ พงษ์ศักดิ์ ศรีทันดร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่13 บ้านแหลมพัฒนา ตำบล สระพัฒนา อำเภอกำแพงแสน เป็นตัวแทนส่งมอบให้กับลุงแสง เป็นที่เรียบร้อย
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/”กิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา ณ วัดวังน้ำเขียว

    นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน นางสาวรัติยาพร คล้ายมาลา ปลัดอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่

    จากที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน และบุคลากรจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และ นักเรียน

    สโมสรอินเทอร์แรคท์โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ได้ลงพื้นที่ตำบลวังน้ำเขียว เพื่อร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา

    ณ วัดวังน้ำเขียว โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูโกศลธรรมรัตน์ ดร. รองเจ้าคณะอำเภอกำแพงแสน เจ้าอาวาสวัดวังน้ำเขียว

    ร่วมกิจกรรมและให้ความเอื้อเฟื้อสถานที่ โดยมี นายยุทธนา สิริปรีชาชาญ นายก อบต.วังน้ำเขียว คณะผู้บริหาร ประธานสภา สมาชิก อบต. และเจ้าหน้าที่ อบต.วังน้ำเขียว ร่วมกับ กำนัน

    ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่รพ.สต.วังน้ำเขียว คณะครูและนักเรียนโรงเรียนในเขตพื้นที่ ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / “เมย์-พิชญา มุ้ยแก้ว” เป็น Winemaker (ผู้ผลิตไวน์) หญิงไทยคนแรก!! และคนเดียวในย่านบอร์กโดซ์ Bordeaux

    สร้างประวัติศาสตร์วงการไวน์! “เมย์-พิชญา มุ้ยแก้ว” หญิงไทยผู้ก้าวขึ้นเป็น Winemaker (ผู้ผลิตไวน์) คนแรกและคนเดียวของไทยในย่าน บอร์กโดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส
    ‎เบื้องหลังไวน์ระดับโลก‎เธอมีส่วนอยู่เบื้องหลังการผลิตไวน์ชื่อดังระดับโลก อาทิ “Château Pape Clément” และ “Château La Tour Carnet”

    จากความหลงใหล สู่เส้นทางมืออาชีพจุดเริ่มต้นมาจากความชื่นชอบในการดื่ม และความหลงใหลในเสน่ห์และความซับซ้อนของไวน์ ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท หลักสูตร 2 ปี ที่ L’Institut Agro Montpellier ประเทศฝรั่งเศสจากนั้นเริ่มต้นทำงานในวงการไวน์ตั้งแต่ตำแหน่ง Cellar Hand ค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์และไต่ระดับ จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Winemaker อย่างเต็มตัวในประเทศฝรั่งเศส

    จากหญิงไทยผู้หลงใหลในไวน์ สู่ผู้ผลิตไวน์ในดินแดนระดับโลก
    ‎เรื่องราวของ “เมย์-พิชญา” จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย ที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและสร้างชื่อในอุตสาหกรรมไวน์ระดับโลก ณ ดินแดนบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส‎“ผู้หญิงไทยคนหนึ่ง…ที่ทำให้ชื่อประเทศไทยปรากฏอยู่บนเส้นทางไวน์ระดับโลก”

    “ฟูล แบ็ค” หล่อเกินต้าน! โชว์ซิกแพคแน่น ‎นักร้องสายเอ็นเตอร์เทน เสิร์ฟความมันบนเวที จน FC ใจละลาย
    ‎ฮือฮาโลกโซเชียล! “ฟูล แบ็ค” ศิลปินหนุ่มวัย 27 ปี สุดเฟรนลี่ โชว์ลีลาร้องเพลงและเอนเตอร์เทนเต็มพิกัด พร้อมถอดเสื้อโชว์ซิกแพคกลางเวที ทำ FC และแฟนคลับแห่แชร์สนั่น

    จากชีวิตครูอัตราจ้าง สู่ความฝันบนเส้นทางศิลปิน เจ้าตัวเผยว่า ตั้งใจเรียนดนตรีเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ก่อนเดินหน้าตามฝันอยากมีเพลงดัง มีงานจ้าง และสามารถปลดหนี้ให้ครอบครัวได้.• ติดตามผลงานFacebook : ฟูล แบ็ค
    ‎แฟนเพจ : ฟูลแบ็ค นักร้องครับIG : Rattanatrai7
    TikTok : fullback_officialสถานะ : โสดติดต่อการแสดงได้ที่
    โทร.064-223-5519

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกเปิดร้านจิตอาสา เติมรอยยิ้มให้น้องๆ ‘มูลนิธิคุณพ่อเรย์’ เสิร์ฟอาหารฟรี 1,000 ชุด

    มีรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยการเข้าร่วมออกร้านจิตอาสาประกอบอาหารแจกฟรี จำนวน 1,000 ชุด ส่งต่อรอยยิ้มให้น้องๆ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา จ.ชลบุรี

    ด้วยฉวีวรรณกรุ๊ปร่วมกับมูลนิธิคุณพ่อเรย์ จัดในโครงการ “เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา” โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไต

    ในงานมีจิตอาสาทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้สนับสนุนที่มาร่วมออกร้านจิตอาสากันอย่างคึกคัก โดยทีมเชฟจิตอาสาจากสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดทำเมนูภายใต้คอนเซปต์ "ฮักน้อง" เพื่อจัดเลี้ยงแก่เด็ก เยาวชนพิการ และผู้เข้าร่วมงาน เป็นข้าวเหนียวย้อนยุค-หมูปิ้งโบราณจิ้มแจ่ว และข้าวหมกหมูทอด ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจเพื่อสังคมที่สะท้อนถึงความร่วมมือได้เป็นอย่างดี

    97 Kitchen ก้าวย่างแห่งการเดินทาง สู่ร้านกะเพราปลา-ตามสั่ง สตรีทฟู้ดพัทยา

    ธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ เจ้าของร้าน 97 Kitchen ตั้งอยู่ในซอยเขาตาโล เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ให้ข้อมูลในการทำร้านแห่งนี้ หลังจากได้ผ่านประสบการณ์ธุรกิจร้านอาหารมาแล้วหลายประเภท ด้วยความรักและความชอบในการทำอาหารผ่านการเดินทางในอดีตที่เคยได้ใช้ชีวิตและเรียนรู้ด้านการทำอาหารในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ด้วยครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหารไทยออร์คิดที่เมืองเพิร์ช จึงได้เดินทางไปเรียนรู้ด้วยตนเองตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น

    แบงค์ ธีรพงศ์ เล่าด้วยว่า โชคดีที่มีญาติพี่น้องคอยสอนวิธีการทำหารอาหารประเภทต่างๆ ทั้งอาหารไทยและยุโรป ได้เดินทางไปวนเวียนไปทั้งออสเตรเลีย อังกฤษ และไทยอยู่เป็นแรมปี นอกจากได้ความรู้ด้านการทำอาหารจากครอบครัวแล้ว ยังมีเพื่อนๆ ของญาติพี่น้องที่ชอบทำอาหารมาคอยสอน ด้วยความชอบส่วนตัวด้วยเลยจำหลักการทำอาหารได้ และนำประสบการณ์มาเปิดร้านที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นบ้านเกิด จึงคิดว่าความรู้การทำอาหารที่มีจะเป็นอาชีพได้

    ส่วนตัวแล้วสามารถทำอาหารได้หลายเมนู ทั้งอาหารไทย นานาชาติ อาหารตามสั่ง เบอร์เกอร์ สเต้ก อาหารยุโรป ที่ผ่านมาได้เปิดร้านมาแล้ว แต่ด้วยการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทำร้านแห่งนี้ที่ชื่อ 97 Kitchen กะเพราปลา อาหารตามสั่งสตรีทฟู้ดเมืองพัทยา รสชาติแห่งการเดินทางที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสรสชาติของคนพัทยาแท้ๆร้าน 97 Kitchen เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่ 11.00-22.00 น. ทางร้านยังบริการรับจัดทำชุดอาหารกล่องสำหรับผู้สนใจในวาระต่างๆ ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 093-003 7545

    ของฝากจากพัทยา! ”อาลัวอัดพิมพ์“ ขนมไทยโบราณแปลงโฉม สวยหวาน-ทันสมัย

    “ขนมอาลัว” ขนมไทยโบราณที่คุ้นตาในงานมงคล ปัจจุบันถูกนำมาปรับโฉมให้ทันสมัย ด้วยการอัดพิมพ์เป็นรูปดอกไม้หลากหลายแบบ สีสันสดใส สวยหวานน่ารักน่ารับประทาน จนกลายเป็นอีกหนึ่งขนมยอดนิยมสำหรับมอบเป็นของขวัญและของฝากในโอกาสพิเศษน.ส.ศศิร์พัฒกรณ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หรือคุณหนิง เจ้าของร้านขนมหวาน เปิดเผยจุดเริ่มต้นของ “อาลัวอัดพิมพ์” มาจากความชอบส่วนตัวและความอยากทำขนมไทยที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะอาลัว ซึ่งเป็นขนมที่อยู่คู่กับงานมงคลของไทยมานาน

    ขนมอาลัวถือเป็นขนมที่มีความหมายเป็นมงคล จึงมักพบในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานขึ้นบ้านใหม่ งานบวช หรืองานวันเกิด และด้วยความเชื่อและความหมายดีๆ นี้ ทำให้อาลัวกลายเป็นขนมที่เหมาะสำหรับนำไปมอบให้แก่ผู้ใหญ่หรือคนที่รักในโอกาสสำคัญด้วยเช่นกันแต่เพื่อให้ขนมไทยชนิดนี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทางร้านคุณหนิงจึงนำขนมอาลัวมาพัฒนาปรับเปลี่ยนให้มีหน้าตาที่ทันสมัยขึ้น โดยใช้การอัดพิมพ์ขึ้นรูปเป็นลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะ รูปดอกไม้ ที่ทั้งสวยและสื่อถึงความสดใสเป็นมงคล และเหมาะกับการนำไปใช้ในงานสำคัญต่างๆ อย่างแท้จริงความพิเศษอยู่ที่ เมื่อเปิดกล่องออกมา จะพบขนมอาลัวดอกเล็กๆ เรียงตัวกันอย่างสวยงาม สีสันหวานละมุน มองแล้วคล้ายของประดับมากกว่าจะเป็นขนมหวานรุ่นลึกที่มีรากเหง้ายาวนานมาจากโปรตุเกส เช่นเดียวกับขนมฝอยทอง จึงเหมาะทั้งสำหรับรับประทานเองและซื้อเป็นของขวัญ

    ด้วยหน้าตาที่สวยงาม ทำให้อาลัวอัดพิมพ์ได้รับความนิยมจากลูกค้า โดยมีการสั่งซื้อเพื่อเป็นของขวัญและของฝาก ในเทศกาลสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันแม่ สงกรานต์ และวันคริสต์มาส รวมถึงใช้มอบให้ผู้ใหญ่หรือคนพิเศษเพื่อสื่อความหมายดีๆสำหรับส่วนผสมของขนมอาลัว ประกอบด้วย แป้งสาลี กะทิ และน้ำตาล แม้จะเป็นส่วนผสมที่ไม่ซับซ้อน แต่กว่าจะออกมาเป็นอาลัวชิ้นสวยๆ ต้องอาศัยทั้งเวลาและความพิถีพิถัน โดยเฉพาะขั้นตอนการอบที่ต้องใช้เวลานานกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรอบนอก นุ่มใน และมีกลิ่นหอมกำลังดี

    หัวใจสำคัญอีกอย่างคือการควบคุมไฟอบให้พอดี เพราะหากไฟแรงเกินไป ขนมอาจเสียรูปหรือสีไม่สวย ขณะที่การอัดพิมพ์ก็ต้องใช้ความใจเย็นและความละเอียด เพราะดอกอาลัวแต่ละดอกต้องขึ้นรูปอย่างประณีต กว่าจะได้ขนมพร้อมจำหน่ายจึงต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยเฉพาะออเดอร์จำนวนมากที่ต้องสั่งล่วงหน้าคุณหนิง ศศิร์พัฒกรณ์ เจ้าของร้าน ยังบอกด้วยว่า ความสุขของการทำอาลัวไม่ได้อยู่เพียงการได้ทำขนมที่ตัวเองชอบ แต่ยังอยู่ที่การได้เห็นขนมไทยโบราณถูกนำมาต่อยอดจนกลายเป็นของขวัญที่คนรุ่นใหม่อยากซื้อและอยากมอบให้กัน

    ส่วนราคาจำหน่ายจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดเซ็ต ยิ่งจัดเป็นกล่องสวยงามก็ยิ่งเหมาะกับการนำไปมอบในโอกาสพิเศษ โดยทางร้านเน้นอาลัวรูปดอกไม้เป็นหลัก เพราะสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายโอกาส ทั้งงานมงคล ของฝาก หรือของขวัญสำหรับผู้ใหญ่อาลัวอัดพิมพ์จึงไม่ใช่แค่ขนมหวานชิ้นเล็กๆ แต่เป็นขนมไทยที่ใส่ทั้งความหมาย ความสวยงาม และความตั้งใจลงไปในทุกดอก เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาของฝากหน้าตาดี มีความหมาย และเมื่อเปิดกล่องแล้วสามารถสร้างรอยยิ้มให้ทั้งคนให้และคนรับได้ในทันที สนใจสอบถามรายละเอียด หรือสั่งซื้อได้ที่เฟซบุ๊ก ศศิร์พัฒกรณ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ 081-293 8487

    โรงเรียนมารีวิทย์ เปิดค่ายลูกเสือชั่วคราว ปี 69 สร้าง 7 ฐานปฏิบัติการการเรียนรู้ เสริมทักษะนักเรียน

    วันที่ 27 ส.ค.69 ที่สนามกีฬาโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี นายสมพงษ์ อ่อนคำ ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ เป็นประธานเปิดค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2569 โดย มีนักเรียนลูกเสือสำรองและเนตรนารีระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และครูผู้กำกับฐานปฏิบัติการลูกเสือและครูผู้ดูแลรวมกว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมด้วยบรรยากาศที่คึกคัก

    ด้วยฝ่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนาวรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้เข้าร่วมและผ่านกิจกรรมตามหลักสูตร และเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในหมู่คณะ ฝึกความมีระเบียบวินัย การช่วยเหลือดนเอง การเสียสละ ตลอดจนการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

    นายสมพงษ์ อ่อนคำ ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ เผยว่า กิจกรรมค่ายค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2569 จัดขึ้น โดยมีกิจกรรมฐานปฏิบัติการลูกเสือเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้รวมทั้งสิ้น 7 ฐานปฏิบัติการ โดยในวันนี้จะเป็นในส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และพรุ่งนี้จะเป็น ป.4-6 สิ่งสำคัญที่สุดที่นักเรียนลูกเสือจะได้รับนอกจากความสนุกสนานจากทักษะการเรียนรู้คือความปลอดภัย

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สทนช.จัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง ที่จังหวัดนราธิวาส

    วันนี้ (26 ส.ค.69) นายอนิรุทธ์ บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ.2566-2580) ที่ห้องประชุม โรงแรมตันหยง อำเภอเมืองนราธิวาส โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนภาคประชาชนจากพื้นที่ 13 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส เข้าร่วม

    นายอนิรุทธ์ บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต การเกษตร อุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศ การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติกับการดำเนินงานในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชน

    พร้อมกันนี้ ได้ชื่นชมการดำเนินงานที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางพัฒนา โดยข้อมูลจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ จะเป็นส่วนสำคัญในการปรับปรุงแผนแม่บทให้มีความสมบูรณ์ สามารถแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างยั่งยืน

    นางสาวดวงฤทัย มงคลเคหา ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง สังกัดสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับแผนแม่บททรัพยากรน้ำ 20 ปี และบริบทปัจจุบันของพื้นที่

    หลังจากจัดประชุมปฐมนิเทศและรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นแล้ว สทนช. ได้จัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการ ข้อมูลสภาพปัญหา ศักยภาพ และทิศทางการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งเปิดเวทีให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาทั้งนี้ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนจะถูกนำไปปรับปรุงแผนและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างยั่งยืน

    ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์พยอม รัตนมณี ผู้จัดการโครงการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมปฐมนิเทศที่ผ่านมา คณะผู้ดำเนินงานได้รวบรวมข้อมูลและศึกษาความก้าวหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมครั้งนี้เป็นเวทีนำเสนอผลการดำเนินงาน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาจากทุกภาคส่วนในพื้นที่โดยข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำไปบูรณาการร่วมกับการศึกษาทางวิชาการ เพื่อจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

    นางสาวดวงฤทัย มงคลเคหา ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง สังกัดสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่าวันนี้เป็นการประชุมกลุ่มย่อยที่ 1 ของโครงการจัดทำแผนแม่บทของพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ 2 ล่าง โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการจัดทำ “แผนแม่บท” เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

    เป้าหมายสำคัญของการจัดทำแผนแม่บท คือการนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยพื้นที่ที่อยู่ในขอบเขตการศึกษาครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา รวมถึงพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อยการดำเนินงานครั้งนี้ต้องการมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำให้ครอบคลุมทุกระบบและทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงปัญหาด้านคุณภาพน้ำ เพื่อให้สามารถวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องมองไปถึงการบริหารจัดการในระยะยาว เพื่อให้เกิดประโยชน์และความยั่งยืนกับประชาชนในพื้นที่

    สำหรับการจัดทำแผนแม่บทในครั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา คือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้เข้ามาดำเนินการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบริบทของลุ่มน้ำในพื้นที่อย่างรอบด้าน เพื่อให้การจัดทำแผนแม่บทมีข้อมูลที่ครบถ้วนและครอบคลุมทุกมิติสิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ มิติการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่ เพราะการบริหารจัดการน้ำจะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่และได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำโดยตรง

    ดังนั้น ในการจัดทำแผนแม่บทครั้งนี้ จึงต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสะท้อนปัญหา ความต้องการ และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการหรือแนวทางต่าง ๆ ที่จะนำเข้ามาดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาด้านน้ำไม่ว่าจะเป็น ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาภัยแล้ง หรือปัญหาด้านคุณภาพน้ำ ประชาชนในพื้นที่จะมีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอย่างไร ก็สามารถสะท้อนข้อมูลเหล่านั้นเข้ามา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการพิจารณาและออกแบบแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่

    การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนจึงถือเป็นส่วนสำคัญของการศึกษา เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทและปัญหาที่แตกต่างกัน การนำข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่มาประกอบการจัดทำแผน จะช่วยให้แผนแม่บทที่ออกมามีความเหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนท้ายที่สุด เป้าหมายของการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำภาคใต้ 2 ล่าง คือการสร้างกรอบการบริหารจัดการน้ำที่ครอบคลุมทุกระบบ ทุกมิติ และสามารถตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง เพื่อให้การพัฒนาด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ 2 ล่าง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป
    ////////////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส/0896579170

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดโครงการธนาคารขยะ ทอดผ้าป่าผสานศรัทธาและธรรมชาติ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาคุณภาพชีวิตชุมชน

    เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่หน้าศูนย์ท่องเที่ยวหาดบ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบตีรีขันธ์ พร้อมด้วย ดร.สมไทย วงศ์เจริญ ประธานผู้ก่อตั้งกลุ่มวงศ์พาณิชย์กรุ๊ป พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลฯบ้านกรูด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ในเขตเทศบาลบ้านกรูด ภาคประชาชน และภาคเอกชน

    ได้ร่วมเดินขบวนรณรงค์ ขบวนขยะผ้าป่ารีไซเคิล มายังที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านกรูด เนื่องในกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทาง ภายใต้โครงการธนาคารขยะ ประจำปี 2569 “ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล”โดยมี นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายสมไช เสียงใหญ่ ท้องถิ่นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย น.ส.สมหญิง ปานทอง นายกอบต.ธงชัย นายประวิทย์ รัตนพงศ์ นายกอบต.พงษ์ประศาสตร์ คณะผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบางสะพาน ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิกสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ( สจ.) สมาชิกสภาเทศบาล เครือสหวิริยา และผู้นำชุมชน และภาคประชาชน ครู นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

    นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า ปัจจุบันเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีจำนวนประชากรห้าพันกว่าคน ซึ่งยังมิได้รวมประชากรแฝงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีนักท่องเทึ่ยวเช้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีจำนวนขยะเพิ่มขึ้น โดยมีขยะในเขตเทศบาลฯเฉลี่ยเดือนละประมาณ 90-100 ตัน มีค่าใช้จ่ายค่าบริหารจัดการขยะประมาณเดือนละกว่า 280,000 บาท อีกทั้งประชาชนยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกหลักวิชาการสุขาภิบาล และการบริหาร

    จัดการขยะยังไม่ดีจากเหตุผลดังกล่าวเทศบาลตำบลบ้านกรูด จึงได้จัดทำกิจกรรมรณรงค์คัดแยกขยะต้นทาง “ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล” ภายใต้โครงการธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด โดยนำหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้ในการจัดการขยะ อันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำขยะที่คัดแยกแล้วไปจำหน่ายสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

    นอกจากนี้ยังได้มีการทำบันทึกข้อตกลงด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ระหว่าง เทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมกับ วัด สถานศึกษา ชุมชน ผู้ประกอบการท่องเทึ่ยว กลุ่มเหล็กสหวิริยา และ เอสวีแอลกรุุ๊ป ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมขยะให้เป็นมูลค่า สร้างวินัยการคัดแยกขยะจากต้นทาง และมุ่งหวังให้บ้านเมืองมีความสะอาด

    เทศบาลบ้านกรูด ยังเล็งเห็นคุณค่าของการทำบุญด้วยทุนทรัพย์อันบริสุทธิ์ และความสำคัญของการจัดการขยะอย่างมีระบบ กิจกรรมทอดผ้าป่าขยะนี้ เปิดโอกาสให้ทุกท่านนำขยะรีไซเคิล—อาทิ ขวดน้ำ กระดาษ กระป๋อง และวัสดุเหลือใช้ที่ยังมีมูลค่า—มาบริจาคเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นทุนบุญ สมทบทุนพัฒนาพื้นที่ และถวายเป็นพุทธบูชา ดุจดังการถวายผ้าป่าที่บริสุทธิ์และงดงาม

    “ขยะไม่ใช่ของไร้ค่า หากเรารู้จักแยกแยะ มันจะกลายเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่” กิจกรรมนี้จึงมิเพียงแต่เป็นการร่วมกุศลเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม ร่วมกันสร้างบ้านเมืองที่สะอาด สวยงาม และเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนสืบไป

    //////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ลงพื้นที่เชิงรุกพบปะผู้นำชุมชน รับฟังทุกข์ชาวบ้าน ลดความเหลื่อมล้ำเชิงระบบ

    วันที่26 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะ ลงพื้นที่จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วม พบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งในการป้องกันปัญหาภัยสังคม ณ บริเวณอาคารปฏิบัติการ (โดมอาคารหอพักนิสิต) สถานีวิจัยและพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

    โดยมี นายนิรันดร์ คำล้าน นายอำเภอโคกสำรอง กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อวางแนวปฏิบัติเสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้งกลุ่มผู้นำชุมชน พร้อมรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การร่วมกันแก้ไขปัญหาจากทุกภาคส่วน ตลอดจนมุ่งบูรณาการธรรมาภิบาล

    ภาครัฐสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
    ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ โดยเน้นการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสมานฉันท์และสันติวิธี เพื่อลดความขขัดแย้งและขจัดความทุกข์ร้อนให้แก่ประชาชน

    พร้อมกันนี้ยังมุ่งส่งเสริมธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้หลักการทำงานที่เปิดเผย โปร่งใส มีส่วนร่วม ป้องกันการทุจริต และยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด

    เพื่อพัฒนาสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมที่สามารถสานความร่วมมือกับประชาชนในการสอดส่องดูแลพื้นที่ด้วยความเป็นธรรม กิจกรรมในวันนี้ได้รับเกียรติจาก พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวแนวนโยบายการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน

    และให้ความรู้ด้านกฎหมายและความโปร่งใสในการดำเนินงานเพื่อป้องกันการทุจริตที่ส่งผลต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ต่อด้วยการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนวัตกรรมการให้บริการและการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 200 คน

    จากนั้น มีกิจกรรมเพื่อสาธณประโยชน์ “ผู้ตรวจการแผ่นดินเราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กและอุปกรณ์การกีฬา ให้กับโรงเรียนจังหวัดลพบุรี จำนวน 3 แห่ง เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาการเรียนการสอนและการศึกษาเรียนรู้แก่เยาวชนในพื้นที่ โดยมี พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานในพิธีมอบแก่ผู้แทนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษา ประกอบด้วย

    นายมารวย คลังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเพนียด นางสาวจิตติมา ธรรมราชา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านเพนียด และนายประเสริฐ สุดโลก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า จากนั้น เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลเพนียด อีกด้วย  

    นอกจากนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้นำรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ (Mobile Unit) ออกหน่วยให้คำปรึกษาข้อกฎหมายและรับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสำเร็จของการสร้างองค์กรธรรมาภิบาล จะเป็นปราการสำคัญที่ช่วยป้องกันความไม่โปร่งใส ลดปัญหาการร้องเรียน และสนับสนุนให้ท้องถิ่นพัฒนางานบริการได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำพาสังคมไทยก้าวสู่สังคมที่เข้มแข็ง ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และมีความยุติธรรมอย่างยั่งยืน

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ภาพ / ข่าว

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายกฯสั่ง พล.ต.อ.สำราญฯ ปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ”กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร ทุกพื้นที่

    ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงาน ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เพื่อกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ร่วมกับ คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าว สวมบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) เป็นการออกบัตรให้แก่ กลุ่มบุคคลที่ไม่เคยมีประวัติในทะเบียนราษฎรมาก่อน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนตามแนวตะเข็บชายแดน คนพลัดถิ่น คนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การรักษาพยาบาลการทำงาน และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อพัฒนาไปสู่การได้รับสัญชาติไทยต่อไปได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พ.ร.บ.สัญชาติ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

    วันนี้ (26 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะประกอบด้วย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ”

    การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากอำเภอไชยปราการ ร่วมกับชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. ได้ดำเนินการตรวจสอบการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) ในเขตพื้นที่ อ.ไชยปราการ พบว่าในห้วงปี พ.ศ. 2561 – 2565 มีการออกบัตรทะเบียน 0 จำนวน 5,044 คน ซึ่งมีรายละเอียดที่ผิดปกติ ดังนี้​

    1. การใช้บ้านเลขที่ที่ไม่มีอยู่จริง (บ้านผี), บ้านเลขที่สมมุติ, สภาพบ้านพักอาศัยไม่ได้ หรือไม่ได้พักอยู่จริง เป็นจุดรวมรายชื่อ
    2. การจงใจเก็บลายนิ้วมือให้ไม่สมบูรณ์ (พิมพ์เอียง,พิมพ์ครึ่งนิ้ว) เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบอัตลักษณ์
    3. การรับรองเอกสารเท็จ
    4. เอกสารต้นเรื่องสูญหายจํานวนมาก
      จากการสืบสวนเชิงลึกพบคนต่างด้าวที่ทำบัตรทะเบียน 0 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายชัดเจนจำนวน 23 คน

    จึงได้ดำเนินการส่งตรวจสอบอัตลักษณ์ภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ กับฐานข้อมูลคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผลการตรวจเปรียบเทียบปรากฏว่าคนต่างด้าวทั้ง 23 คน เป็นบุคคลที่มีหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา 22 คน และ จีน 1 คน พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 137, 162, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง รวม 37 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน (เสียชีวิตแล้ว 2 คน), อดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าบ้าน ผู้เป็นพยานรับรอง 11 คน และ บุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 23 คน จากนั้นพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 และ ศาลจังหวัดฝาง โดยศาลอนุมัติหมายจับ บุคคล 3 กลุ่ม 36 หมาย ดังนี้

    ​1. กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 1 คน / 2 หมาย คือ นายพงษ์ อดีตปลัดอำเภอไชยปราการ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอําเภอ ใน จว.เชียงราย ผู้อนุมัติทะเบียนให้กับคนต่างด้าว ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือ มีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50

    ​2. กลุ่มผู้รับรอง จำนวน 11 คน / 11 หมาย ได้แก่
    ​2.1 อดีตกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้รับรอง จำนวน 8 คน / 8 หมาย
    ​2.2 เจ้าบ้าน ผู้รับรอง จำนวน 3 คน / 3 หมาย​
    ​ซึ่งได้รับรองให้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ทั้งที่ไม่มีบ้านอันจะอยู่อาศัยได้จริง ในบ้านมีจำนวนคนต่างด้าวมากผิดปกติ และเอกสารหลักฐานสูญหายเป็นจำนวนมาก ในความผิดฐาน “สนับสนุนหรือช่วยเหลือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือ มีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157, 83, 137, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50

    1. กลุ่มบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 23 คน / 23 หมาย ในความผิดฐาน “เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือ มีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50 วรรคสองศาลอนุมัติหมายค้น จำนวน 12 หมาย ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของบุคคลที่ถูกออกหมายจับ​ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ 20 คน ได้แก่ 1. นายพงษ์ อดีตปลัดอำเภอไชยปราการ 2. กลุ่มอดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าบ้าน ผู้รับรอง จับกุมได้ 10 คน และ 3. กลุ่มบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จับกุมได้ 9 คน (สัญชาติ จีน 1 คน และ เมียนมา 8 คน)
    2. ​จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญของสำนักทะเบียนอําเภอไชยปราการ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จว.เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) หรือเรียกว่าขบวนการฟอกแรงงาน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณ กรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ปปง. และทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว
    3. ​สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเรียนต่อพี่น้องประชาชน และชาวต่างชาติทุกท่านว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ภายใต้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยยึดพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือสถานะของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

    ทั้งนี้ หากประชาชนที่พบความผิดปกติหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการ สวมสิทธิทางทะเบียน เช่น มีการจัดหาคนต่างด้าวมาทำบัตรโดยผิดปกติ มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน มีการใช้ชื่อบุคคลไทยถือครองธุรกิจแทนคนต่างด้าว มีการเปิดบัญชีจำนวนมากโดยผิดปกติ หรือมีการใช้เอกสารประจำตัวที่สงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการยกระดับความมั่นคงทางทะเบียน เพราะข้อมูลทะเบียนราษฎรที่ถูกต้องเป็นรากฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประชาชน และเป็นด่านแรกในการป้องกันอาชญากรรมหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสวมสิทธิ บัญชีม้า นอมินี ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการปิดช่อง ความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อายุวัฒนมงคล ๕๐ ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอ.เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อ.นครชัยศรี จ.ครปฐม

    นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมทีมงาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และคณะศิษยานุศิษย์ กราบถวายมุทิตาสักการะ เนื่องในโอกาสมหามงคล อายุวัฒนมงคล ๕๐ ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

    วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น. มุทิตาสักการะ อายุวัฒนมงคล 50 ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมกราบถวายมุทิตาสักการะ นำโดย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี

    พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับ สภ.นครชัยศรี , นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี , นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี , ปลัดอำเภอนครชัยศรี , คุณสุรภาพร จิรักษา ประธาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี พร้อมทีมงาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และคณะศิษยานุศิษย์ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

    ร่วมแจกข้าวสารแจกทานบารมี ให้กับประชาชน จำนวน 1,000 ชุดน้อมกราบ นมัสการดร.(พระอาจารย์เต่า)กราบถวายมุทิตาสักการะ แด่พระคุณเจ้า เนื่องในโอกาสมหามงคลนี้ ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้พระคุณเจ้าเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณคุณยิ่งๆขึ้นไป เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ศิษยานุศิษย์ สืบนานเทอญ
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/รพ.หลวงพ่อเปิ่น โชว์ผลงานเด่น คว้ารางวัลเวทีประชุมวิชาการผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) เขตสุขภาพที่ 5

    นายแพทย์วิศว ศรีณัษฐพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น นำทีมคณะทำงานระบบการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) ของโรงพยาบาล เข้าร่วมงานประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำเสนอผลงานเด่น และนวัตกรรมการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง เขตสุขภาพที่ 5 ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมทวารวดี 1 โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม

    งานนี้จัดใหญ่อัดแน่นด้วยสาระความรู้ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ทั้ง นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5, นพ.สุรชัย โชคครรเชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม และ นพ.วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

    โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care) แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ พร้อมทั้งนำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI มาช่วยสนับสนุนงานวิจัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ

    และที่น่าภูมิใจที่สุดในงานนี้… โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากการเข้าร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมเด่นถึง 2 ผลงานด้วยกัน ได้แก่ผลงาน: ศูนย์การแพทย์บูรณาการสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยระยะกลางแบบครบวงจรไร้รอยต่อผลงาน: Curalink เชื่อมโยงเครือข่ายการดูแลด้วยความใส่ใจ

    ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและก้าวสำคัญที่ยืนยันว่า พวกเราทีมงานโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะคิดค้นและพัฒนาระบบบริการ เพื่อส่งมอบการดูแลรักษาฟื้นฟูที่ดีที่สุดและไร้รอยต่อให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ ฝากส่งกำลังใจให้ทีมงาน IMC คนเก่งของเราด้วยนะ
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    โรงพยาบาลนครปฐม รับการเยี่ยมสำรวจเพื่อรับรองมาตรฐาน โรคหลอดเลือดสมอง

    น.ท.เยาวมาลย์ เหลืองอร่าม รศ.พญ. อรอุมา ชุติเนตร และ ผศ.นพ. อิทธิชัย ศักดิ์อรุณชัย จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)ในการเยี่ยมสำรวจ การรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic Stroke) โดยมี นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล ต้อนรับ เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ ณ ห้องประชุมจตุภัทร โรงพยาบาลนครปฐม

    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / จัดแข่งขันกีฬานักเรียนประจำจังหวัดและอำเภอ ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนมัธยมเทศบาล 4 อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

    วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานกิจกรรม พร้อมด้วยนายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี

    นายณัฏฐ์กร ศิริผ่องแผ้ว นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี นายประจบ จันทร์กู่ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสิงห์บุรี และ ดร.จิราธิวัฒน์ มะโนวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ อาทิ

    ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี เทศบาลเมืองสิงห์บุรี อบจจังหวัดสิงห์บุรี ปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสิงห์บุรี

    การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสิงห์บุรี ท้องถิ่นจังหวัดสิงห์บุรี ป้องกันจังหวัดสิงห์บุรี ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ฝึกสอน นักกีฬา คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี จัดพิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬานักเรียนประจำจังหวัดและอำเภอ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของเด็กและเยาวชน เปิดโอกาสให้นักเรียน

    ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และน้ำใจนักกีฬาไฮไลท์สำคัญภายในงานพิธีเปิด ด้วยขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่จากทัพนักกีฬาประเภทต่างๆการแสดง “คีตมวยไทย” ที่สวยงามและพร้อมเพรียงจากนักเรียนโรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก

    และพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณเพื่อแสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานและบุคคลที่ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันในครั้งนี้โอกาสนี้ นางสาวณทิพย์รดา ทองสุข ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมเทศบาล 4

    กล่าวต้อนรับประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติ พร้อมกล่าวถึงความพร้อมของโรงเรียนในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเปตองและเซปักตะกร้อ โดยได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ บุคลากร และการอำนวยความสะดวก เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีมาตรฐาน

    นอกจากนี้ นายสหรัฐ อร่ามรส นักเรียนโรงเรียนมัธยมเทศบาล 4 และนักกีฬาเปตองเยาวชนผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดสิงห์บุรี ได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำกล่าวคำปฏิญาณตนนักกีฬาเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันด้วยความสุจริต เคารพกติกา มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างนักกีฬาจากสถานศึกษาต่าง ๆ

    ด้าน ดร.จิราธิวัฒน์ มะโนวรรณ กล่าวถึงการจัดการแข่งขันว่า โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและนักศึกษามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้ง

    พัฒนาทักษะและประสบการณ์ด้านกีฬา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาที่มีศักยภาพในระดับที่สูงขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬานักเรียนประจำจังหวัดและอำเภอ ประจำปี 2569 มีนักเรียนและนักศึกษาจากสถานศึกษาภายในจังหวัดสิงห์บุรีเข้าร่วมประมาณ 500 คน ครอบคลุมการแข่งขัน 5 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล วอลเลย์บอล วอลเลย์บอลชายหาด เซปักตะกร้อ และเปตอง

    การจัดการแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน โดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นสื่อในการส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ห่างไกลจากยาเสพติด พร้อม

    ปลูกฝังคุณธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ทั้งความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสามัคคี การทำงานเป็นทีม และการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยจังหวัดสิงห์บุรีขอขอบคุณกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานภาครัฐ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผู้

    บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ฝึกสอน นักกีฬา คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และผู้สนับสนุนทุกฝ่าย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการแข่งขันให้บรรลุวัตถุประสงค์ และร่วมสร้างโอกาสให้เยาวชนจังหวัดสิงห์บุรีได้พัฒนาศักยภาพด้านกีฬา

    ควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดี มีคุณธรรม และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและจังหวัดสิงห์บุรีต่อไป#สิงห์บุรี #กีฬานักเรียน2569 #ส่งเสริมกีฬาเยาวชน #การท่องเที่ยวและกีฬาสิงห์บุรี #เด็กและเยาวชน #ห่างไกลยาเสพติด #รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง