สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานย้อนอดีตเมืองผู้ดีเก่าอ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

เมื่อเวลา 19.10น.ของวันที่3 กันยายน 2568 ณ.อาคารที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก(หลังเก่า) นาย.นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้มาเป็นประธานการจัดงาน

โดยทั้งนี้ นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก ได้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ โดยมีนาย สมรักษ์ ยกน้อยวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย นาย สมเจตน์ ลิมประพันธุ์ (อดีตที่ปรึกษา รมต.มหาดไทย )

พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผู้กำกับการ สภ.สวรรคโลกและหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านประชาชนได้เข้าร่วมพิธีเปิดด้วยอนึ่ง วัตถุประสงค์

การจัดงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาด้านสังคมตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณพ.ศ.2568ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมควบคู่กับการอนุรักษ์สถานที่สำคัญซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โดยเฉพาะอาคารที่ว่าการอำเภอสวรรคโลกหลังเก่าซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนานโครงการครั้งนี้เป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ทางประวัติศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนด้วย

ทั้งนี้ภายในงานได้จัดบูชโชว์ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองสวรรคโลกในอดีต การแสดงภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดผ่านจอโปรเจคเตอร์เวทีกลางมีการแสดงลิเก.การร่ายรำละเล่นพื้นบ้านของนักเรียนชาวสวรรคโลก การจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายในอดีตที่ผ่านมา.พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าโอทอป.อาหารพื้นถิ่น สินค้าทางการเกษตร วิสาหกิจชุมชน โดยทั้งนี้งานได้เริ่มจัดตั้งแต่วันที่3-5กันยายน2568โดยจะมีการแสดงบนเวที่หน้าที่ว่าการหลังเก่าทุกค่ำคืน
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.สต. โนนหัน ลงพื้นที่บ้านผู้ป่วยไข้เลือดออกที่ชุมชน หนองใส อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

วัน พุธ ที่ 3กันยายน พ.ศ.2568 “นายกหัวใจพัฒนา” นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายก อบต.โนนหัน อ.ชุมแพ จ. ขอนแก่น นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายฯ นางขนิษฐา เลิศอุดมโชค ผอ.รพ.สต. โนนหัน

ลงพื้นที่บ้านผู้ป่วยไข้เลือดออก หมู่7 บ้านหนองม่วง และจัดเจ้าหน้าที่พ่นหมอกควันยากำจัดยุงพาหะนำไข้มาสู่คน ด้วยความห่วงใย ไส่ใจต้องการให้ชุมชนเราปลอดภัย

วันพุธ ที่ 3 กันยายน พ.ศ.2568 เมื่อเวลา 14.00 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรืองนายอำเภอชุมแพ/นายกกิ่งกาชาดอำเภอชุมแพ มอบหมายให้นางสาวยุภา จันทวงษ์ หัวหน้างาน งานทะเบียนราษฎร์ ปลัดอำเภอชุมแพ พร้อมด้วย ผศ. ดร.พรเทพ โฆษิตวรวุฒิ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอชุมแพ นายอัมรินทร์ อารัมภวิโรจน์ รองนายกสโมสรไลออนชุมแพ

นางทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ นางธนัญญา กงสะเด็น กรรมการกิ่งกาชาด ลงพื้นที่ช่วยเหลือ เบื้องต้น มอบสิ่งของให้นายสุธน วิเศษหวาน ชาวบ้านชุมชนหนองใส่
ตำบลไชยสอ อำชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ที่ประสบเหตุไฟไหม้บ้านทั้งหลัง เมื่อวันที่ วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 10.30 น.ที่ผ่านมา.

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรกรแห่กดเงินไร่ละพันคึกคัก ขณะที่เกษตรกรบางรายไม่อยากให้ยุบสภา บางรายพร้อมเลือกตั้งใหม่ / เปิดใจทหารกล้าหน่วยบินโดรมทิ้งระเบิด หลังออกไปทำภารกิจ 4 นาย ตาย 3 รอด 1 นาย

***ผู้สื่อข่าวรายนงานว่า จากกรณีที่ทางธนาคาร ธกส ได้ประกาศเริ่มโอนเงิน ไร่ละ 1,000 บาท ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังและนาปี ไร่ละ 1,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร ให้สามารถปลูกข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากขึ้นโดยจะแบ่งเป็นเกษตรกรที่อยู่ในแต่ละภูมิภาค ดังนี้
1 ก.ย. 68 โครงการนาปรัง ปี 2568 เกษตรกร 769,461 ราย 6,280 ล้านบาท (ทั่วประเทศ)
2 ก.ย. 68 โครงการนาปี 2568 เกษตรกร 286,831 ราย 2,459 ล้านบาท (ภาคเหนือ)
3 ก.ย. 68 โครงการนาปี 2568 เกษตรกร 1,291,298 ราย 10,586 ล้านบาท (ภาคอีสาน)
4 ก.ย. 68 โครงการนาปี 2568 เกษตรกร 137,478 ราย 1,254 ล้านบาท (ภาคอื่น ๆ)


***ล่าสุดวันนี้ (3 ก.ย. 68) บรรยากาศที่หน้าตู้เอทีเอ็ม และหน้าตู้ปรับสมุดบัญชีธนาคาร ธกส. สาขาอำเภอเมืองศรีสะเกษ คึกคักเต็มไปด้วยชาวเกษตรกรที่มาต่อคิวยาว เพื่อรอปรับสมุดเงินฝาก ธกส. และกดเงินจากตู้กดเงินธนาคาร ธกส. โดยผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับเกษตรกรรายหนึ่งได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนมากดเงินไร่ละ 1,000 บาท ถ้าได้เงินตัวไปตนจะนำไปซื้อปุ๋ยจ่ายค่าไถหว่านข้าว ปีนี้ถือว่าได้เร็วกว่าทุกๆปี

ต้องขอขอบคุณรัฐบาลอยากให้รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือแบบนี้ทุกๆปีจะได้ช่วยเหลือชาวนา ส่วนความเห็นเรื่องการเมืองตนไม่อยากให้ยุบสภา เพราะเศรษฐกิจไม่เหมือนเดิมแล้วถึงใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็คงเหมือนเดิม ตนอยากให้รัฐบาลชุดเก่าทำหน้าที่ต่อไป เหลืออีก 2 ปี รัฐบาลก็ต้องหมดวาระลงแล้วอยากให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยบริหารต่อไปอีก ถ้าเสื้อส้มกับเสื้อน้ำเงินจับมือกันโหวตนายกคนใหม่ตนไม่เห็นด้วย

***ด้าน นางไพบูลย์ ลาทุลี อายุ 70 ปี วันนี้ตนมาดูเงินไร่ละ 1,000 บาทที่รัฐบาลช่วยค่าปุ๋ยค่าเก็บเกี่ยววันนี้เงินเข้าบัญชีแล้ว ตนได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกไว้ 13 ไร่ ตนได้รับเงินทั้งหมด 10,000 บาท ตนรู้สึกดีใจและชื่นใจสุดๆตนขอขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือประชาชนตนจะเอาเงินนี้ไปซื้อปุ๋ยซื้อของใช้ใส่บ้านตนอยากให้รัฐบาลทำแบบนี้ตลอดทุกๆปี

ปีนี้ถือว่ารัฐบาลให้เงินเร็วมากไม่เหมือนปีที่ผ่านๆมาจ่ายล่าช้า ส่วนความคิดเห็นเรื่องการเมืองตนขอเป็นใครก็ได้ขอแค่ให้เข้ามาพัฒนาให้เศรษฐกิจดีอยู่ดีกินดีก็พอ
***เช่นเดียวกับวินมอเตอร์ที่อยู่หน้าธนาคาร เปิดเผยว่า ส่วนตัวถ้ามีการยุบสภาจริง ก็ถือว่าดี จะได้คืนอำนาจให้กับประชาชน และพวกตนก็พร้อมเลือกตั้งนายกคนใหม่ เพื่อให้เข้ามาพัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

เปิดใจทหารกล้าหน่วยบินโดรมทิ้งระเบิด หลังออกไปทำภารกิจ 4 นาย ตาย 3 รอด 1 นาย

***เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านอีปาด ตำบลอีปาด อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ทราบข่าวว่า ส.อ.สุทธิชัย เรื่อเรือง สังกัด กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ได้กลับบ้านมารักษาตัวแล้ว หลังออกไปปฏิบัติหน้าที่บินโดรนทิ้งระเบิกใส่ทหารกัมพูชา แล้วบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิด โดยพอไปถึง ส.อ.สุทธิชัย เรื่อเรือง หรือ เอก ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันนั้นเป็นวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมาตนได้รับภารกิจบินโดรมทิ้งระเบิดที่ปราสาทตาควายจังหวัดสุรินทร์ ภารกิจในวันนั้นจะมีทหารออิกปฏิบัติการทั้งหมด 10 นาย ซึ่งในนั้น 4 นาย จะเป็นของหน่วยตนที่มีหน้าที่นำโดรมออกไปทิ้งระเบิก

***โดยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้นมีการยิงปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งจุดที่ตนอยู่จะห่างจากจุดปะทะฝั่งกัมพูชาประมาณ 500 เมตร โดยจังหวะที่ตนกำลังก้มลงเก็บ notebook ได้มีระเบิดที่ยิงมาจากฝั่งกัมพูชาได้ตกลงข้างๆที่พวกคนอยู่ ทำให้สะเก็ดระเบิดโดนเพื่อนทหารและตนจนทำให้เพื่อนเสียชีวิตทั้ง 3 นาย และตนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็เท่ากับว่าไป 4 นาย ตาย 3 รอด 1 นาย

***ตนโดนสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลูกตาทั้ง 2 ข้าง จนตนรู้สึกมองเห็นฝ้ามัวไปหมด และแขนข้างขวาโดนสะเก็ดระเบิดจนกระดูกหักตอนแรกตนคิดว่าแขนขาไปแล้ว ตนตั้งสติได้จึงร้องบอกให้เพื่อนๆดึงตัวเข้าที่กำบังจากนั้นเรียกหน่วยพยาบาลเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล อาการตอนนี้ดีขึ้นแล้วหมอให้ออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวที่บ้านตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา หมอได้ผ่าตัดเอาสะเก็ดระเบิดออกจากตาทั้ง 2 ข้างได้อย่างปลอดภัยตาข้างขวามองเห็น 100% แล้วแต่ตาข้างซ้ายยังมัวอยู่นิดหน่อยต้องใช้น้ำตาเทียมหยอด ส่วนแขนหมอได้ทำการผ่าตัดใช้เหล็กดามกระดูกหมอได้ผ่าตัดเย็บถึง 3 ชั้น เย็บกว่า 100 เข็ม ตอนนี้ก็เริ่มแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ

***ส.อ.สุทธิชัย เรื่อเรือง กล่าวต่อไปว่า จากการดูแม่ทัพภาคที่ 2 เล่าถึงตนและทหารทุกนายที่ได้รับบาดเจ็บตนรู้สึกภาคภูมิใจและขอขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ให้เกียรติและให้การดูแลพร้อมเข้ามาให้กำลังลูกน้องทุกนายที่ได้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ถ้าตนหายเป็นปกติแล้วถึงร่างกายจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ตนก็ยังจะขอกลับไปรับใช้ชาติต่อไป ถ้าในภารกิจแนวหน้ามีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตนไปปฏิบัติหน้าที่ตนก็ยังจะไปเหมือนเดิม ตนขอฝากเป็นกำลังใจให้กับพี่ๆน้องๆทหารแนวหน้าทุกนายที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ และอยากให้ทหารทุกนายมีแว่นไว้ป้องกันสายตาเพราะสายตาเป็นจุดที่สำคัญและเป็นจุดที่อ่อนโยนที่สุดถ้าเกิดเหตุเหมือนตนจะได้มีแว่นไว้ป้องกันภัยอันตรายที่จะเกิดกับดวงตาเราได้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่อมก๋อย มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนควบคู่การอนุรักษ์ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาไฟป่าอย่างเป็นรูปธรรม

3 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น. – #นายอรรถพล #เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช #พร้อมด้วยนายกริชสยาม #คงสตรี #ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นายชัยชาญ ศรียงค์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) และนายวิวัฒน์ ขุนฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สบอ.16 ได้ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พร้อมเน้นย้ำนโยบายและมาตรการป้องกันไฟป่าที่เข้มงวด โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นโยบายสำคัญคือการขับเคลื่อนมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โดยให้ความสำคัญกับสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างแท้จริง โดยจะมีการจัดตั้ง “หน่วยพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์” หน่วยพัฒนาชุมชนเหล่านี้เป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชุมชน เพื่อให้การสนับสนุนและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังได้มอบนโยบายสำคัญพร้อมกำชับให้หัวหน้าหน่วยพัฒนาฯ เร่งดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ได้แก่

  1. การจัดการที่ดิน ให้หัวหน้าหน่วยพัฒนาฯ สำรวจข้อมูลพื้นฐาน เพื่อทำความเข้าใจชุมชนและกำหนดขอบเขตที่ดินทำกินให้ชัดเจนตามมาตรา 121 พร้อมทั้งหยุดยั้งการขยายพื้นที่ทำกินเพิ่มเติม
  2. การส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยสำรวจและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสม เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชน
  3. การบังคับใช้กฎหมาย ให้ดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดที่บุกรุกพื้นที่ตามมาตรา 121 อย่างจริงจัง หากพบการกระทำผิดจะตรวจสอบสิทธิ์และดำเนินการยกเลิกสิทธิ์การทำกินทันที
  4. การป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ให้ร่วมหารือกับชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดมาตรการป้องกันไฟป่าร่วมกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงควบคุมการเก็บหาของป่า หากพบการฝ่าฝืนว่ามีการเผาป่าเพื่อหาของป่าในพื้นที่ ให้ตัดสิทธิ์ในการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวทันที

นอกจากนี้นายครินทร์ หิรัญไกรลาส หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ได้นำเสนอสรุปผลการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย โครงการป่าไม้เพื่อชีวิต, การติดตามสถานการณ์การตัดไม้มีค่า, รายงานสรุปผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่าประจำปีงบประมาณ 2568, แผนงานด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติบนดอยม่อนจอง และการดำเนินงานด้านการจัดตั้งหน่วยจัดการต้นน้ำและพัฒนาชุมชน

โอกาสนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังได้มอบเสบียงอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานอีกด้วยนายอรรถพล กล่าวสรุปว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และชุมชนอย่างแท้จริง เพื่อให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตเดินหน้าไปพร้อมกัน โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยจะทำหน้าที่เป็น “ต้นแบบ” ในการบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์สำหรับพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

สมจิตร แสงบันลังค์ DNP1362

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /อบจ.ชุมพร กำหนดแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธงคลองในหลวงประจำปี 2568 / เด็ก 3 ขวบเล่นน้ำคลองจมหายไปต่อหน้าต่อตาของยาย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 กันยายน 2568 ที่อาคารโรงอาหาร ริมแก้มลิงหนองใหญ่ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร

พร้อมด้วย นายอภิชัย อินทนาคม ประธานสภา อบจ.ชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร นายสัญชัย หนูสุด นายกเทศมนตรีตำบลนาชะอัง พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธง จังหวัดชุมพร ประจำปี 2568

สรุปได้ว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร กำหนดจัดการแข่งขันดังกล่าว ระหว่างวันที่ 10 – 14 กันยายน 2568 คลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก (คลองในหลวง) หน้าโรงเรียนศรียาภัย 2 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ฯและคลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจนทำให้ตัวเมืองชุมพรรอดพ้นจากอุทกภัยมาตั้งแต่ปี 2541 และแก้ปัญหาภัยแล้ง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง ตลอดจนเป็นการธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมความรัก ความสามัคคีในหมู่ประชาชน และสนับสนุน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดชุมพร

กิจกรรมดังกล่าว อบจ.ชุมพร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันที่พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 32 ฝีพายผู้นำ และประเภท 16 ฝีพายทั่วไป สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 32 ฝีพายทั่วไปภายในจังหวัดชุมพร และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 8 ฝีพาย

ส่วนกิจกรรมประกอบด้วย การแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ประเภท 32 ฝีพายผู้นำ ประเภท 32 ฝีพายทั่วไปภายใน จังหวัดชุมพร, ประเภท 16 ฝีพายทั่วไป และประเภท 8 ฝีพาย พิธีเปิดงานการแข่งขันเรือยาวประเพณีฯ ในวันที่ 11 กันยายน 2568 พร้อมขบวนอัญเชิญ ถ้วยพระราชทาน และการแสดงรำถวายประกอบขบวนแห่ นิทรรศการแสดงถึงพระราชกรณียกิจงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล

อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ขบวนอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน ประกวดกองเชียร์แข่งขันเรือยาว การแสดงลานวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงกิจกรรมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ โดยคาดว่าคงมีชาวชุมพรและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาชมการแข่งขันทั้ง 5 วันจำนวนหลายหมื่นคน

เด็ก 3 ขวบเล่นน้ำคลองจมหายไปต่อหน้าต่อตาของยาย ลอยหายไปไกล 2-3 กิโลเมตร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ ๑๐.๓๕ น. กู้ภัยสว่างศรัทธาอารีย์ โดยนายสราวุธ สุขศรี อายุ 48 กับพวก ออกตามหาเด็กชายที่ถูกกระแสน้ำแรงพัดหายในวันที่ 1 กันยายน 2568 และได้มาพบผู้ตายใต้กองไม้ในคลองป่องห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ ๓ กิโลเมตร

จากกรณี วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.พ.ต.ท.พิสัณห์ ศรีสวัสดิ์วัฒนา พงส.เวรฯ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ละแม เหตุมีคนจมน้ำ เดินทางไปเกิดเหตุร่วมกับ ส.ต.ท.ชาญณรงค์ พรหมเรือง ผู้ช่วย พงส.ฯ
ที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 153 ม.11 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร รอง ผกก.(ป.)ฯกับพวก พบ ร.ต.อ.อุดร ทองคง สายตรวจเขตรับผิดชอบ พบนางอุษา หรือยาย อายุ 53 ปี ชาว ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร

ให้การว่าเป็นยายของ ด.ช.ธนภูมิหรือกัน นามอาษา ผู้ตาย อายุ ๓ ขวบเศษ เป็นบุตรของนางสาวฐณิตร์ฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ที่อยู่เดียวกันลูกสาวของตนเอง ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายอยู่ร่วมกับนางอุษาฯและสามี เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๘ เวลาประมาณ 15.00 น.สามีของนางอุษาฯออกไปนอกบ้าน นางอุษาฯเล่นกับผู้ตาย ผู้ตายเดินไปที่ริมคลองป่องอย่างเร็ว ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เป็นคลองข้างบ้านที่ผู้ตายเคยลงเล่นน้ำเป็นประจำ นางอุษาฯเดินตามไปไม่ทัน ผู้ตายกระโดดน้ำ

นางอุษาฯกระโดดตามไม่ทัน น้ำลึกเกือบ ๒ เมตรไหลเชี่ยวพาผู้ตายไปตามน้ำ นางอุษาฯ ไปบอกคนข้างบ้านและตามสามีมาช่วย ต่อมาในวันเดียวกันเวลาประมาณ 15.00 น.เศษ พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รองผกก.ป.สภ.ละแม ดร. ศิลปชัย จันทร์มีศรี ปลัดอาวุโส อำเภอละแม นายสมศักดิ์ ศรียุภักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 ตำบลละแม อำเภอละแม

ร่วมกับ กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันหาผู้ตายในคลอง ออกตามหา ได้ประมาณ 2-3 กม. มาพบร่างและอุ้มผู้ตายขึ้นมาพบบาดแผลที่บริเวณเหนือคิ้วขวา สันนิษฐานว่าร่างกายของผู้ตายน่าจะกระแทกกับหินที่อยู่ในคลอง ได้นำศพผู้ตายมาแพทย์

โรงพยาบาลละแมร่วมกับพนักงานสอบสวนชันสูตรพลิกศพที่บ้านนางอุษาฯ นางอุษา หรือยาย นางสาวฐณิตร์ฎา ฯ ไม่ติดใจในการตายของผู้ตายแต่อย่างใด และได้รับศพของผู้ตายจากโรงพยาบาลไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดเหตุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย รร.บ้านปางอุ๋ง แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว #ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม #ให้ #นายพลากร #สุวรรณรัฐ #องคมนตรีและนายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ #ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 1 กันยายน 2568 ณ โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีและนายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย

โดยมี นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองประธานฝ่ายบรรเทาทุกข์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เข้าร่วมเดินทาง พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนเข้าร่วมพิธี โดยนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้กล่าวรายงาน

จากนั้น นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในการประชุมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัด

รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รายงานสถานการณ์ โดยข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

หลังจากการประชุม นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมลงพื้นที่มอบสิ่งของพระราชทานแก่บ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งสำรวจบ้านเรือนที่พังเสียหาย พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด อีกทั้งยัง ร่วมให้กำลังใจกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน กับภารกิจคืนบ้านให้กับผู้เสียหายจากสาเหตุอุทกภัยในครั้งนี้….
กรมการปกครองฟื้นฟูแม่แจ่มสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ร่วม สภาสังคมสงเคราะห์ ฯ และกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ในโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” และ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”เพื่อส่งมอบโอกาสดี ๆ ให้กับน้อง ๆ นักเรียน

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และกรรมการบริหารสลากกินแบ่งรัฐบาล

พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อมอบอุปกรณ์การศึกษาและจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 49 ตราด (โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตราด) อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจและมอบความอบอุ่นให้แก่นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

วันที่ 1 กันยายน 2568 ✨มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ร่วมกับ
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดินหน้าสานต่อโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” และ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”เพื่อส่งมอบโอกาสดี ๆ ให้กับน้อง ๆ นักเรียน

🤝 นำโดย🇹🇭 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิฯ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ🇹🇭 พันโท หนุน ศันสนาคมผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล🇹🇭 นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด🇹🇭 ดร.ธนวัชร์ วัฒนา เลขาประธานมูลนิธิฯ✨ พร้อมด้วยทีมจิตอาสา MOL และ “เก้ากุมาร เพื่อน ดร.แอม”

📚 ได้จัดเตรียมอาหารปรุงสุก มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์การเรียน เพื่อช่วยเสริมทักษะการเรียนรู้ของน้อง ๆ โดยมี ผู้อำนวยการโรงเรียนเพียงหลวง 6 ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น📍

ณ โรงเรียนเพียงหลวง 6 อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราดเพราะ “การศึกษา” คือของขวัญล้ำค่าที่จะเปลี่ยนอนาคตของเด็ก ๆ ได้ ✨มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์หนึ่งใจให้การศึกษาตราด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค5 แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญพร้อมของกลางยาบ้า 8 ล้านกว่าเม็ด ไอซ์ 4 ร้อยกว่ากิโลกรัม

วันจันทร์ที่1 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.ตามนโยบายรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพเสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา และ พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ฝ่ายปกครอง โดย นายชรินทร์ ทองสุข นายรัฐพล นราดิศร นายชุติเดช มีจันทร์ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่อง มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ผวจ.เชียงราย ผวจ.พะเยา ผวจ.ลำปาง ผอ.ปปส.ภาค 5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี รวมของกลางยาบ้า จำนวน 8,600,000 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 450 กก.
1.สภ.แม่กา จว.พะเยา บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,600,000 เม็ด
  2. สภ.สบปราบ จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,000,000 เม็ด
  3. สภ.แม่พริก จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางไอซ์จำนวน 450 กก.
    คดีที่ 1 วันที่ 27 ก.ค.2568 เวลาประมาณ 01.00 น. สถานที่จับกุม ด่านตรวจยาเสพติดแม่กา สภ.แม่กา ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จว.พะเยา ต่อเนื่อง บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านห้วยเคียนม.2 ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จว.พะเยา ผู้ต้องหา 3 คน (1.นายก้องกังวาลฯ อายุ 60 ปี อ.สอง จว.แพร่, 2.นายนาถจักษ์ฯ อายุ 47 ปี อ.สอง จว.แพร่, 3.นายเหรียญทอง อายุ 40 ปีอ.เวียงแก่น จว.เชียงราย
    พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 26 ก.ค.68 เวลาประมาณ 23.00 น. ภ.จว.พะเยา ได้รับการประสานจากส่วนสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศอ.ปส.ภ.5 ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนพื้นที่ จว.เชียงราย เข้ามายังพื้นที่ จว.พะเยา และจะส่งต่อยาเสพติดไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยขบวนการลักลอบใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีเทา ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม เป็นพาหนะในการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติด โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียน กน 616 แพร่ ทำหน้าที่เป็นรถนำสำรวจเส้นทาง จึงวางแผนจับกุม โดยมีพล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา ควบคุมการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 27 ก.ค.68 เวลาประมาณ 00.50 น. พบรถยนต์เก๋ง ทะเบียน กน 616 แพร่ และ รถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม ขับติดตามกันไปผ่านพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ อ.เมืองพะเยา จึงสะกดรอยติดตามไปจนถึงด่านตรวจแม่กา จึงได้แสดงตัวและแสดงสัญญาณให้รถยนต์เก๋ง ทะเบียน กน 616 แพร่ หยุดรถและขอทำการตรวจค้นพบนายก้องกังวาน เป็นผู้ขับขี่ และมีนายนาถจักษ์ เป็นผู้โดยสาร จึงควบคุมตัวไว้ส่วนรถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม ได้หยุดจอดรถห่างจากด่านตรวจประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ที่ติดตามจึงได้เข้าแสดงตัวและขอตรวจค้นแต่คนขับรถยนต์คันดังกล่าว ได้พยายามขับขี่รถหลบหนีจึงได้ติดตามไปจนถึงบริเวณถนนพหลโยธิน สายพะเยา-ลำปาง รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้หยุดรถและคนขับได้วิ่งหลบหนีจึงได้วิ่งติดตามไปและสามารถควบคุมตัวนายเหรียญทอง จึงได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 16 กระสอบ จำนวนประมาณ 4,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง จากนั้นจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่กา จว.พะเยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 วันที่ 27 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 21.00 น. สถานที่จับกุม ผู้ต้องหา ถนนพหลโยธิน (สายบ้านโป่ง-บ้านห้วยไคร้) พื้นที่บ้านสันต้นปุย หมู่ที่ 5 ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จว.เชียงราย1 คน (นายลีซัง อายุ 33 ปี อ.แม่จัน จว.เชียงราย
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.แม่สาย ไปส่งต่อให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่จะลำเลียงยาเสพติดไปสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและได้สั่งการให้จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. พบรถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน สีเทา ทะเบียน บษ – 9680 เชียงราย ใช้หน้ากากอนามัยสีดำปิดอำพรางป้ายทะเบียนรถขับขี่รถมาตามถนนพหลโยธินสาย แม่จัน–แม่สาย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำพรางอยู่ตามเส้นทางจึงได้สะกดรอยติดตาม จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้หยุดรถและจอดอยู่ข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้ใช้รถยนต์ปิดด้านหน้า-ท้ายรถและด้านข้างป้องกันการหลบหนีและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว ในรถพบนายลีซัง เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 8 กระสอบ รวมประมาณ 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารหลังผู้ขับขี่ จากนั้นจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมาย

คดีที่ 3 วันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 06.00 น. สถานที่จับกุม ด่านสบปราบ ต.สบปราบ อ.สบปราบ จว.ลำปางผู้ต้องหา 5 คน (1.นายธราดล อายุ 34 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, 2. นายดนัย อายุ 24 ปี เขตราษฎรบูรณะกรุงเทพมหานคร, 3.นายถนอมศักดิ์ อายุ 26 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, 4.นายอดิศร อายุ 30 ปีอ.นายูง จว.อุดรธานี, 5. นางสาวดุษณี อายุ 31 ปี เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ ศอ.ปส.ภ.5 ได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมรถยนต์ 2 คัน ยาบ้า 4 ล้านเม็ด เหตุเกิดพื้นที่สภ.แม่กา จว.พะเยา เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2568 พบว่าไปรับยาเสพติดจากลุ่มลำเลียงยาเสพติดพื้นที่แนวชายแดนด้าน อ.เชียงแสน จว.เชียงราย จากการสืบสวนพบว่ามีนาย ป.(นามสมมุติ) เป็นคนสั่งการส่งมอบยาเสพติด และมีอีกหลายกลุ่มติดต่อรับมอบยาเสพติดจากนาย ป. จึงทำการสืบสวนติดตามเรื่อยมาต่อมาในห้วงวันที่ 24 – 25 ส.ค.68 พบรถยนต์กลุ่มลำเลียงยาเสพติดเคลื่อนตัวจากพื้นที่ตอนในขึ้นมายังพื้นที่ จว.เชียงรายโดยใช้รถยนต์บรรทุก 6 ล้อตู้ทึบและรถยนต์เก๋ง เป็นพาหนะ เชื่อว่าจะมารับยาเสพติดจาก นาย ป. ศอ.ปส.ภ.5 จึงบูรณาการร่วมกับ บก.สส.ภ.5และ ภ.จว.ในสังกัด ออกสืบสวนจับกุม โดยมี พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 ความคุมการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลากลางคืน พบรถบรรทุก 6 ล้อ ตู้ทึบ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กทม. ออกจากพื้นที่ จว.เชียงรายมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ จว.พะเยา – ลำปาง จึงสะกดรอยติดตามจนพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาท และ รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงราย ผลัดกันนำ / ตามรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ จึงได้ประสาน ด่านตรวจสบปราบ จว.ลำปาง เพื่อสกัดตรวจค้นจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 06.00 น. สามารถสกัดจับกุมนายธราดล อายุ 34 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ และนายดนัย อายุ 24 ปี เขตราษฎรบูรณะ กรุงเทพมหานคร พร้อมรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กทม. ตรวจค้นภายในกระบะตู้ทึบ พบยาเสพติดใหโทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบา) จำนวน 30 แพ็ค รวมประมาณ 3,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถบรรทุกคันดังกล่าวซึ่งทำการดัดแปลงทำเป็นช่องลับบริเวณด้านหน้าของตู้ ส่วนรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สึบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาทและรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงราย ได้กลับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปยัง อ.เมืองลำปาง จึงออกสืบสวนติดตามจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 12.30 น. พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาท และรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงรายจอดทิ้งไว้บริเวณสถานีรถไฟลำปาง จึงตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารจำนวน 3 คน คือนายถนอมศักดิ์อายุ 26 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, นายอดิศร อายุ 30 ปี อ.นายูง จว.อุดรธานีและนางสาวดุษณี อายุ 31 ปี เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานครหลบหนีขึ้นรถไฟเที่ยว 102 ออกจากสถานีรถไฟลำปาง เวลาประมาณ 08.50 น. เพื่อไปลงสถานีปลายทางที่ กทม. และรถไฟขบวนดังกล่าว อยู่ระหว่างการเดินทางระหว่างพื้นที่ จว.อุตรดิตถ์ – พิษณุโลก จึงได้ประสาน บก.สส.ภ.6, สภ.เมืองพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ก. ที่อยู่บนขบวนรถไฟออกสืบสวนจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 13.30 น.สามารถควบคุมตัว นายถนอมศักดิ์, นายอดิศรและนางสาวดุษณี บนขบวนรถไฟ 102 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ จว.ลำปาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 4 วันที่ 28 ก.ค.68 เวลาประมาณ 15.30 น. สถานที่จับกุม อุโมงค์ X-ray ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จว.ลําปาง ผู้ต้องหา 1 คน (นายสิทธิพล อายุ 25 ปี อ.พบพระ จว.ตาก)พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบลําเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในโดยจะใช้รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่สีขาว ทะเบียน ผร 6263 กทม. และรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุรุ่นมิวเอ็กซ์สีขาวทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้สั่งการให้จับกุมตัว ต่อมาวันที่ 25 ส.ค.68 เวลา ประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจฯ ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนสายรองบ้านแม่เชียงรายลุ่มอ.แม่พริก จว.ลําปาง พบรถต้องสงสัยลักษณะตรงกับที่สายลับแจ้งและสังเกตเห็นว่าภายในรถมีกระสอบจํานวนหลายใบอยู่ภายในรถ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถทั้งสองคันไม่หยุด และได้เร่งเครื่องขับฝ่าจุดตรวจจุสกัดหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตํารวจฯ จึงติดตามรถคันดังกล่าวไปจนสามารถสกัดรถยนต์ ทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์ ได้พบนายสิทธิพล เป็นผู้ขับขี่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ สอบถามนายสิทธิพล ได้แสดงอาการพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น จึงได้เชิญตัวนายสิทธิพล และนํารถยนต์คันดังกล่าวมาที่ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริกฯ เพื่อตรวจสอบโดยอุโมงค์ X-ray ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก อ.แม่พริก จว.ลําปาง พบเป็นถุงพลาสติกสีดํา จํานวน 15 ใบ และได้ทำการตรวจสอบภายในถุงพลาสติกโดยละเอียดอีกครั้งพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไอโดรคลอไรหรือไอซ์) จำนวนถุงละ 30 ก้อน อยู่ภายในถุงพลาสติดสีดำ น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 450 กก. จากนั้นจึงได้ทําการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนําส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ดําเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สรุปผลการจบั กุมยาเสพติด ของ ตํารวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 31 ส.ค.68
จับกุมคดียาเสพติด

  • จํานวน 24,292 คดี – คดียาเสพติดรายสำคัญ 241 คดี

ตรวจยึดของกลางยาเสพติด

  • ยาบา้ 257 ล้านเม็ด
  • ไอซ์ 11,800 กิโลกรัม
  • เฮโรอีน 209 กิโลกรัม
  • เคตามีน 1,840 กิโลกรัม
  • ฝิ่น 155 กิโลกรัม

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เศร้า…ปลัดอำเภอนั่งเสียชีวิตบนเก้าอี้บริเวณลานจอดรถหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ พบจดหมายสั่งเสีย 3 ฉบับ คาดปัญหาความเครียดส่วนตัว

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น พ.ต.อ.เจด็จ​ ปรีพลู​ ผกก.สภ.หว้านใหญ่​ จ.มุกดาหาร​ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนลูกซองในลานจอดรถด้านหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.​ชัชวาล​ มัคคะรม รองสารวัตร(สอบสวน)​ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตคือ นายสุภาพ เมืองโคตร อายุ 53 ปี ปลัดอำเภอนิคมคำสร้อย และเป็นอดีตปลัดอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เสียชีวิตในสภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีบาดแผลจากการยิงที่ศีรษะ ใกล้ตัวพบอาวุธปืนลูกซองยาววางบนหน้าตัก ขณะเดียวกันยังเปิดเสียงธรรมะสอนใจไว้ในที่เกิดเหตุ ใกล้กันพบรถยนต์เก๋ง MG สีแดงของผู้ตายจอดอยู่

พยานในพื้นที่ให้การว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนได้ยินเสียงดังคล้ายประทัดหนึ่งครั้ง แต่เข้าใจว่าเป็นเสียงหม้อไฟระเบิดจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งเช้า พบรถเก๋งคันคุ้นตาจอดอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบและพบผู้เสียชีวิต

ญาติผู้ตายเผยว่า นายสุภาพอาจมีความเครียดส่วนตัว โดยตำรวจตรวจค้นห้องพักพบจดหมายสั่งเสียจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งครอบครัวยังไม่ขอเปิดเผยเนื้อหา ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตเพิ่งย้ายจากอำเภอหว้านใหญ่ บ้านเกิด ไปประจำอำเภอนิคมคำสร้อยราว 5 เดือน และมักกลับบ้านในช่วงวันหยุด ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตในพื้นที่บ้านเกิด

ปลัดอำเภอเสียชีวิต #ยิงตัวตาย #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวเศร้า #จดหมายสั่งเสีย #หว้านใหญ่ #นิคมคำสร้อย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บางกลอยแจกทุเรียนกินฟรีพร้อมจัดแข่งขันชิงแชมป์ มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร่ 14 จังหวัดภาคใต้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ชุมพร มอบหมายให้นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายก อบจ. ชุมพร เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันกีฬาจักรยานยนต์วิบาก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมี นายสุรพศ สุวรรณรักษา ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยหมู่ที่ 9 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันดำเนินงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ.ชุมพร

นายสุรพศ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาจักรยานยนต์ วิบาก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ครั้งนี้ มีการจัดระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 ณ สนามกีฬาประจำหมู่บ้านบางกลอย มีการจัดการแข่งขัน จำนวน 16 รุ่น มีนักแข่งจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมทำการแข่งขันกว่า 300 คันวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด เพื่อส่งเสริมสุขนิสัยในการออกกำลังกายแก่เยาวชนและ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัย ให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย มาเล่นกีฬา

เพื่อสุขภาพ ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมและชุมชนอย่างมีความสุข อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร และ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร ซึ่งการจัดแข่งขันกีฬากีฬาจักรยานยนต์วิบาก อำเภอท่าแซะ ในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร โดยกองการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งทั้งพี่น้องประชาชน บ้านบางกลอย และพื้นที่ใกล้เคียงในการสนับสนุนให้ใช้พื้นที่จัดการแข่งขันตลอดเส้นทาง รวม 55 กิโลเมตร

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เป็นมิติใหม่ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน และเป็น การรวมพลของคนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นให้เกิดผลสำเร็จ รวมทั้งเป็นการสร้างความสมานฉันท์ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นและสังคมไทย ในปัจจุบันมีปัจจัยหลายด้านที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชน ให้ดีขึ้น เช่นปัญหาอบายมุข และปัญหายาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมที่ภาครัฐทั้งระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ ต่างคิดค้นหาวิธีการในการ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชนรวมทั้งประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะขจัดปัญหาต่างๆ ให้หมดไปจากชุมชนให้สำเร็จ โดยการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชน มาสนใจเล่นกีฬารูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจสมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่ออบายมุขต่างๆ และที่สำคัญคือ การเล่นกีฬาก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชนและสังคม ได้เป็นอย่างดีผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในการจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากแอนดรูโร่ในครั้งนี้ ชาวบ้านบางกลอย ได้นำทุเรียนจำนวนมาก มาแกะและแจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันและผู้ที่เดินทางมาเที่ยวได้รับประทานฟรีอย่างเต็มที่อีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ. ส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชนขยายธุรกิจสู่ท้องถิ่น ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคีเครือข่าย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 18.00 น วันที่ 30 ส.ค 68 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ชุมพร เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ณ พรผู้สร้าง ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมีนายพิศิษฐ์ ฤทธิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดระดับอำเภอ ฝ่ายปกครองท้องที่ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน และพี่น้องประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

นายชนะ นาคภู่ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนอำเภอท่าแซะ กล่าวว่า ต้องขอบคุณ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ที่ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม
การท่องเที่ยวเชิงการเกษตร และผลักดันให้เกิดการจัดงาน”โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร”

ขึ้นเพราะ อำเภอท่าแซะพรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรท่องเที่ยวหลักที่มีความโดดเด่นด้านการเกษตรเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ผลผลิตทางการเกษตร ปัจจุบันมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่เป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยว ชนบท การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงเล็งเห็นถึงจุดเด่นจากภาคการเกษตรนำมาผสมผสานให้เกิดการท่องเที่ยวเที่ยวเชิงเกษตร

จึงร่วมกันจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแชะ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวชุมชน กระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการ

เกษตร เพิ่มกิจกรรมการมีส่วนร่วมให้ประชาชนได้รู้จักการ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการเรียนรู้ การทำการเกษตรที่หลากหลาย การทำการเกษตรที่ปลอดภัย และสร้างความเข้มแข็ง ให้กับท้องถิ่นชุมชน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม

โดยจัดให้มีกิจกรรมทั้งหมด 10 กิจกรรม ประกอบด้วย บูธ ร้าน อาหารจากเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน 2. กิจกรรมพาชมสวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน 3. กิจกรรมสาธิตการดำนา 4. กิจกรรมการติดตาทุเรียน 5. กิจกรรมสาธิตการทำขนมไทย 6. กิจกรรมสาธิตการคั่วกาแฟ

7. กิจกรรมสาธิตกางเต็นท์ 8. การแสดงศิลปวัฒนธรรมชุมชน และการแสดงดนตรี 9. กิจกรรมเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยว 10. กิจกรรมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการขยายตัวของการท่องเที่ยวโดยชุมชน นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้ติดภารกิจสำคัญ

จึงได้มอบหมายให้ ตนเองมาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานซึ่งขอชื่นชม เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรท่าแซะ หม่อนไหมชุมพร

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรชุมพร อำเภอท่าแซะ
สำนักงานพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอท่าแชะ ภาคีเครือข่าย และผู้นำชมชนในอำเภอท่าแซะ ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ในการผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ

เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ของอำเภอท่าแซะ สำหรับการจัดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะครั้งนี้โดยคาดหวังว่า จะสามารถสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ได้รู้จักการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของอำเภอท่าแชะ และจังหวัดชุมพร เพิ่มมากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครองดงหลวง บุกสกัดแก๊งค้ายา โดดน้ำหนี – ยึดยาบ้า ปืน รถจักรยานยนต์ได้ครบ พร้อมเร่งขยายผลล่าตัวผู้ต้องหา

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers”

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถพบผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย ขณะทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณจุดนัดหมายซื้อขายยาบ้า ริมห้วยบางทราย หมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่แสดงตน นาย สิงห์ เชื้อคำฮด อายุ 36 ปี ชาวหมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า พร้อมพวกอีก 3 คน ได้กระโดดลงลำน้ำห้วยบางทรายเพื่อหลบหนี

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้ คือ ยาบ้า 115 เม็ด เงินสด 2,897 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ปืนแก๊บ 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์ 2 คัน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล และจะขออนุมัติศาลจังหวัดมุกดาหารเพื่อออกหมายจับ นายสิงห์ เชื้อคำฮด และผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ปราบยาเสพติด #NoDrugsNoDealers #ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง #ดงหลวง #มุกดาหาร #ศปปส #หยุดยาเสพติด #ปกครองเข้มแข็ง ///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พายุดีเปรสชันถล่มมุกดาหาร ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมหลายจุด เขตเทศบาลอ่วม! – ระดับน้ำสูงถึงเอว

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 4 (227/2568) ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น.

ของวันที่ 30 สิงหาคม 2568 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัดมุกดาหารนับเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ทำให้หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะบริเวณชุมชนและซอยที่อยู่ใกล้แนวคลองระบายน้ำ

เวลา 06.00 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนในซอยศรีประเสริฐ 3 และ 4

ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านเรือนชั่วคราว ขณะเดียวกันถนนศรีบุญเรืองบริเวณด้านข้างร้านเบียร์สดถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้

ที่ชุมชนศรีบุญเรือง ซอย 7 เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ส่วนในซอยศรีประเสริฐ 2, 3 และ 4 ซึ่งอยู่ติดคลองระบายน้ำโยธาธิการ น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคลองดังกล่าวรับน้ำจากคลองหินอ่างและคลองร่องปอ ก่อนจะไหลลงสู่ห้วยแข้ด้านหลังสำนักสงฆ์หนองพุทธโคตร แต่ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่สูงขึ้นทำให้น้ำเอ่อเข้าห้วยแข้ ส่งผลให้การระบายน้ำช้าลงและเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ชุมชน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ ได้นำกระสอบทรายกั้นรอบบ้านเรือนและจัดทำแนวกั้นชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมยานพาหนะ พร้อมทั้งประสานขอเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งช่วยเหลือ

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองมุกดาหารได้จัดตั้งทีมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากฝนยังตกต่อเนื่องมีความเป็นไปได้ที่ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก และได้ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

น้ำท่วมมุกดาหาร #ฝนตกหนัก #พายุดีเปรสชัน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ จัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิกสัญจร” สัปดาห์สุดท้าย สร้างแรงบันดาลใจและเสริมทักษะสุขภาพกีฬาแก่เยาวชน

เมื่อวันที่ 30–31 สิงหาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬได้จัดกิจกรรมโครงการ “จังหวัดบึงกาฬฟุตบอลคลินิกสัญจร” สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการดำเนินโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินบริจาคของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีกิจกรรมจัดขึ้นในพื้นที่อำเภอศรีวิไล และอำเภอบึงโขงหลง เพื่อเสริมสร้างทักษะการเล่นกีฬา ส่งเสริมสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่

พิธีเปิดกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมโรงเรียนศรีวิไลวิทยา โดยมีนายไพรวัลย์ อรกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนศรีวิไลวิทยา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ และโรงพยาบาลศรีวิไล ซึ่งได้จัดทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ มาร่วมให้ความรู้แก่นักเรียนและเยาวชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ตลอดจนแนวทางการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา

ในโอกาสนี้ นายรัชชานนท์ ศรีนอก อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทั้งในระดับประเทศและระดับสโมสร เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนและเยาวชน พร้อมร่วมทำกิจกรรมฝึกทักษะและการลงเล่นฟุตบอลในภาคสนามอย่างใกล้ชิด

นอกจากนั้น ในวันเดียวกัน โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง ได้จัดกิจกรรมควบคู่กัน โดยมีนายจักรพงศ์ หมื่นรัตน์ อดีตนักฟุตบอลสโมสรหนองคาย เอฟซี และศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มาร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดทักษะการเล่นฟุตบอล พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเส้นทางลูกหนังให้กับเยาวชนในพื้นที่

ในโอกาสนี้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่เยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเล่นกีฬาในการพัฒนาทักษะชีวิต ความมีระเบียบวินัย การทำงานเป็นทีม และการสร้างโอกาสในอนาคต พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ากิจกรรมฟุตบอลคลินิกสัญจรครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของจังหวัดบึงกาฬให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป

การดำเนินกิจกรรมโครงการ “จังหวัดบึงกาฬฟุตบอลคลินิกสัญจร” ตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจและการตอบรับจากเยาวชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ถือเป็นกิจกรรมที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างทักษะกีฬา พัฒนาสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน พร้อมทั้งช่วยปลูกฝังวินัยการออกกำลังกายและการทำงานเป็นทีม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม

ทั้งนี้ เยาวชนที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ จะนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปต่อยอดในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–15 กันยายน 2568 อันเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะด้านกีฬาอย่างยั่งยืน

ฟุตบอลคลินิกสัญจร #จังหวัดบึงกาฬ #กีฬาเยาวชน #สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธนา นภาดล เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ พัทยา-มอเตอร์เวย์” ชูทำเลทองแห่งอนาคต

บริษัท ธนา นภาดล จำกัด โดย คุณภาค ธนาอัครชล ประธานกรรมการบริษัทฯ และคุณญดา จิรฉัตรบวรกุล กรรมการผู้จัดการ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ตลาดบ้านหรูพัทยา ด้วยการประกาศเปิดตัวโครงการ “เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้” (The Palm Grandio’s Pattaya-Motorway) มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้าน เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับมาสเตอร์พีซ นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยเหนือระดับ ท่ามกลางสังคมคุณภาพจำนวนเพียง 117 ครอบครัว บนทำเลที่ผสานความสงบเงียบและความสะดวกสบาย

เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ เป็นโครงการที่พักอาศัยที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากแนวคิด ” Modern Classic” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสแกนดิเนเวียและสไตล์ยุโรป เพื่อให้บ้านทุกหลังสะท้อนถึงรสนิยมอันโดดเด่นของผู้อยู่อาศัย ภายในบ้านถูกออกแบบให้มีเพดานสูง (High Ceilings) ที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย และเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ด้วยหน้าต่างบานใหญ่ พร้อมเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับสวนสไตล์อังกฤษภายนอก ด้วยดีไซน์ “Inside Out – Outside In” เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น และมีชีวิตชีวาเสมือนการพักผ่อนที่เหนือไปอีกระดับ

โครงการมีขนาดที่ดินประมาณ 40 ไร่ และนำเสนอแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้นถึง 3 แบบ (Type A – C) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกขนาดครอบครัวอย่างแท้จริง ทั้งในด้านพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันที่ครบครัน เริ่มต้นพื้นที่ 221-352 ตร.ม. โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7 – 14 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับบ้านระดับนี้ เกิดกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 50% และขณะนี้บริษัทกำลังเร่งดำเนินงานก่อสร้างเพื่อส่งมอบบ้านใน 2 เฟสแรก ให้แก่ลูกค้าโดยเร็ว
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบองค์รวม

นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่น เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่คลับเฮาส์หรู, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่พร้อมจากุซซี่ และพื้นที่พักผ่อนแบบซันเคน สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โครงการมีทั้งห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ห้องโยคะ และลู่วิ่งออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกคนในครอบครัว เช่น สวนส่วนกลางและสวนหลังบ้าน สนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้ รวมถึงพื้นที่ Co-Working Space ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ และที่สำคัญ โครงการยังติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charge Point) เพื่อรองรับเทรนด์พลังงานสะอาด

ในด้านความปลอดภัย โครงการยกระดับมาตรฐานด้วย “Premium Security System” ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Easy Pass และกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนอุ่นใจได้อย่างสูงสุด
ทำเลทองแห่งการเชื่อมต่อและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการถือเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่า ด้วยศักยภาพการเดินทางที่เชื่อมต่อกับถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-พัทยาได้ภายใน 5 นาที

ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำอย่าง Terminal 21 และ Central Pattaya ที่ใช้เวลาเพียง 10 นาที รวมถึงใกล้กับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เช่น Regent’s International School, Rugby School Thailand และ Mooltripakdee International School ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมืองและธรรมชาติ รวมทั้งสนามบินนาชาติหัวใจของของ ECC

บริษัท ธนา นภาดล จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน และการเปิดตัวโครงการ เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดไฮเอนด์ และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์โครงการคุณภาพสูงสุด โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างบ้านหรูที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับบน และขยายไปสู่การพัฒนาในมิติใหม่ ๆ ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และบริการอื่น ๆ ขึ้นมาเพื่อโฟกัสการเติบโตในอนาคต

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การประกวดแข่งขันอาหาร เพื่อคัดสรรสุดยอดฝีมือ “สาจ้อย”อาหารชนเผ่าลาหู่ สู่เมนูหลากหลายไอเดียรังสรรค์เพื่อโกอินเตอร์ / จับวัยรุ่นไทใหญ่เลือดร้อน ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ณ สนามแข่งขันอบต.แม่พริก อำเภอแม่สวย จังหวัดเชียงรายที่สนับสนุนการจัดการแข่งขันโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำเนินงานโดยหมวดคริสตจักรบ้านห้วยมะแกงภายใต้โครงการเทศกาลอาหารและภูมิปัญญาอาหารลาหู่ สู่เมืองสร้างสรรค์ เป็นการประกวดอาหาร”ลาหู่เชฟ ซาเรนจ์ “ได้เห็นภาพถึงการพัฒนาฝีมือที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน สังคมยุคใหม่ ยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการกินควบคู่ไปกับ การยกระดับมาตรฐานความเป็นอัตลักษณ์ของอาหารที่ได้รับการพัฒนาต่อยอด

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมานาย นายปุณทีต อิ่น ปลัดอำเภอแม่สวยจังหวัดเชียงราย นางสิริกัลพัชร จอมสว่าง พัฒนาการอำเภอแม่สวยจังหวัดเชียงราย นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายก อบจ.เชียงราย ร่วมกันเปิดงานเทศกาลอาหารและภูมิปัญญาลาหู่ “ลาหู่เชฟ ชาเลนจ์ “งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาอาหารดั้งเดิมของชนเผ่าลาหู่

เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอาหาร กับเยาวชนและชุมชนของท้องถิ่น กิจกรรมประกอบด้วยการประกวดอาหารลาหู่หลากหลายเมนู การนำเสนอเรื่องราวภูมิปัญญาอาหารและสร้างสรรค์เมนูใหม่รากฐานวัฒนธรรมดั้งเดิมโดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายชุมชนในพื้นที่ซึ่งเป็นการแสดงถึงความงดงามของภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของพื้นที่ ซึ่งเป็นการแสดงถึงความงดงามของภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ต่อสังคม

ในการแข่งขันอาหารครั้งนี้ใช้ส้าจ้อย หมู่บดสับผสมเครื่องเทศลาหู่และราชู เป็นตัวตั้งเพื่อ บังคับ เพื่อให้รังสรรค์หลากหลายเมนูอันมีส่วนผสมของรากชูให้ความหอม และแต่ทีมแข่งขัน สามารถแปลงเมนู ได้ตามไอเดียร์ สำหรับผลการประกวดอาหารดังกล่าวทีมแข่งขันบ้านห้วยหญ้าไซ เป็นชนะเลิศ รับโลห์และเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ2รับโล่และเงินรางวัล 7,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 3ได้แก่ทีมเอ็มเอสมีโปรรับโลห์และเวินรางวัล จำนวน5,000 บาทรางวัลชมเชย จำนวน3รางวัลๆละ 3,000 บาทได้แก่ทีมบ้านห้วยน้ำขุ่น ทีมบ้านห้วยมะแกง และทีมบ้านห้วยทรายขาว ส่วนรางวัล Popular โหวตได้แก่ทีมงานบ้านห้วยทรายขาวรับเงินรางวัล 5,000 บาท สิ้นสุดการแข่งขันได้ถ่ายรูปบันทึกภาพเป็นที่ระลึก.
นายธนกฤต วรรณมณี รายงาน

จับวัยรุ่นไทใหญ่เลือดร้อน #ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

#วัยรุ่นไทใหญ่ #ก่อเหตุใช้อาวุธมีดไล่ฟัน #กลุ่มนักศึกษาบริเวณสะพานจันทร์สม #ตลาดวโรรส (กาดหลวง) มี นศ.ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ส.ค.68 เวลาประมาณ 03.20 น. ได้รับแจ้งจากทางศูนย์วิทยุ 191 มีเหตุทะเลาะวิวาท บริเวณ สะพานจันทร์สม หน้าตลาดวโรรส ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สายตรวจและชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พบ ผู้เสียหายชื่อ นายสุติธิปัญญ์ จีระสุพงศ์ อายุ19 ปี พร้อมพวกรวม 6 คน ซึ่งตนได้รับบาดเจ็บ มีแผลถูกมีดฟันบริเวณด้านข้างลำตัว ลักษณะรอยถลอก ไม่ได้รับอันตรายสาหัส ผู้เสียหายได้แจ้งว่า ถูกกลุ่มวัยรุ่นชาวไทใหญ่จำนวน 6 คน ได้เดินมาจากทางตลาดวโรรส และจากนั้นได้ถือมีดดาบวิ่งไล่ฟันตนพร้อมพวก และได้วิ่งหนีกันไปทางตลาดวโรรส ซึ่งตนได้ยืนยันว่ามิได้รู้จักหรือมีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้มาก่อน จากนั้นได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนและทำการรักษาบาดแผล
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ รับรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวกับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ,พ.ต.ท.ชุวาพล ชัยสาร รอง ผกก.สส.ฯ,พ.ต.ต.พูนศักดิ์ พักตร์ผ่องศรี สว.สส.ฯ,พ.ต.ต.วุฒิ ไกรทาหอม สว.สส.ฯ และชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทำการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 หลังจากชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ทำการติดตามเส้นทางหลบหนีและจากการสอบถามพยานโดยรอบ จนสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ทั้งหมด 6 คน
และสามารภจับกุมได้เเล้ว จำนวน 5 คน ดังนี้
1.นายจายอ่องเงิน อายุ 20 ปีสัญชาติเมียนมาร์ 2.นายไซนัมเค อายุ 19 ปี
สัญชาติเมียนมาร์ 3.นายจายโท้ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 4.นายหาร อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 5.นายเจงหาร หรือจอมแสง อายุ19ปี สัญชาติเมินมาร์
6.นายจอมใหม่ความมะ(หลบหนี) หรือดำอายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมาร์
พร้อมด้วยของกลางที่ใช้ก่อเหตุ คือ

อาวุธมีด 1 เล่มรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้ารุ่นPCXสีดำ ป้ายทะเบียน 3กด 2717 ชม จำนวน1คันรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้ารุ่นPCXสีเทา ไม่มีป้ายทะเบียนจำนวน1คันเสื้อผ้าที่ผู้ก่อเหตุสวมใส่ในส่วนคนที่ 6 อยู่ระหว่างการติดตามตัวและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

     พ.ต.อ.ปรัชญา  ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้สอบถามผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพว่า ในคืนที่ก่อนพวกตนไปก่อเหตุ ได้กินเลี้ยงสังสรรค์ และเกิดอาการเมา จึงเกิดอารมณ์คึกคะนอง ได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ออกมายังบริเวณสะพานจันทร์สม เพื่อที่จะเดินเล่น จนกระทั่งมาพบกับกลุ่มผู้เสียหายที่เป็นนักศึกษา มีด้วยกัน 6 คน ตนจึงคิดว่ากลุ่มนักศึกษาจะมาหาเรื่องตนกับพวก จึงได้ทำการดึงมีดดาบที่ติดตัวมาด้วย วิ่งไล่เข้าฟัน จนผู้เสียหายและพวกหนีไปยังตลาดวโรรส จนทำให้ผู้เสียหาย 1 ใน กลุ่มนักศึกษา ได้รับบาดเจ็บบริเวณด้านข้างลำตัว จากนั้นตนและพวกได้พากันหลบหนีไป ส่วนแรงจูงใจที่ก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากความเมา และคึกคะนองเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ก่อเหตุ ในข้อหา 

    1.ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ2.พกพาอาวุธมีดไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”ควบคุมตัวทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ต่อไป///

    สมจิตร แสงบันลังค์ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธรรม 31โคราชแจกข้าวสารกว่า4พันถุงในเทศกาลทิ้งทานแจกข้าวสารอาหารแห้ง

    เมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีพรรคชาติพัฒนาและดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศลนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกฯเทศมนตรีนครนคราชสีมา

    ได้เดินทางมายังมูลนิธิฯพุทธธรรม31นครราชสีถนนบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมาเพื่อมาเป็นประธานในเทศกาลชิวโกวทิ้งทานแจกข้าวสารอาหารแห้งของมูลนิธิฯพุทธธรรม31นครราชสีมา(ฮุก31)ประจำปี2568ณสำนักงานมูลนิธิฯโดยมีนายประวิทย์ อัศวินชัย ประธานมูลนิธิฯพร้อมคณะกรรมการร่วมให้การต้อนรับ

    ซึ่งในปีนี้นายประวิทย์กล่าวว่าได้เตรียมข้าวสารจำนวนถุงละ20กิโลกรัมจำนวนกว่า4.000พันชุดเอาไว้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมารับมอบในครั้งนี้และตนยังได้เตรียมข้าวสารอีก2.000พันชุดเอาไว้แจกแก่องค์กรและมูลนิธิต่างๆในจังหวัดนคราชสีมาอีกด้วย

    นอกจากนี้ทางมูลนิธิยังได้เชิญชวนผู้มีจิตศัทธามาออกโรงทานให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานกว่า5.000พันคนได้รับประทานอีกด้วยโดยมีผู้ใจบุญมาร่วมออกโรงทานกว่า100ราย

    ประธานมูลนิธิฯกล่าวต่อไปอีกว่านอกจากจะแจกข้าวสารแลเวทางมูลนิธิฯยังมีปลากระป๋องและมาม่าร่วมแจกให้กับพี่น้องที่มาอีกด้วยทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณบรรดาโรงสีข้าวต่างๆองค์กรภาคเอกชนนักธุรกิจองค์กรมูลนิธิต่างๆที่มาร่วมบริจาคในครั้งนี้และในวันที่20ตุลาคม2568นี้

    ทางมูลนิธิจะมีการจัดเทศกาลกินเขขึ้นจำนวน10วันขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมงานบุญในครั้งนี้เพื่ออมาสร้างบุญสร้างกุศลงดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วยการมาถือศิลกินเจร่วมกันในปีนี้นายประวิทย์กล่าว

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 ร่วมกับ ตร.เชียงใหม่ และ สภ.แม่โจ้ จับกุมเหตุร่วมกันฆ่าและเผาอำพรางศพ เหตุเกิดเขตพื้นที่ สภ.แม่โจ้ ต่อเนื่อง สภ.ดอยสะเก็ด

    เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ
    พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.มนิต มณีตระกูลทอง ผู้ทรงคุณวุฒิ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.สุรชัย ท่างาม ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ไกรศรี จุฬพรรค์ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.พลจักร บุนนาค ผกก.สภ.แม่โจ้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้, สภ.ดอยสะเก็ด, สภ.จอมทอง, กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 และ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่
    เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา

    นายวชิรวิทย์ หรือเสือ หรือเจมส์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1737/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 (ได้รับบาดเจ็บอายัดตัวไว้ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่)

    นายดำรงฤทธิ์ หรือต้น อายุ 33 ปี ที่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1738/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568
    ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยตรองไว้ก่อน , ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ” ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย

      รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ (ของผู้ตาย)รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน จฉ-1508 เชียงใหม่ เสื้อผ้าและรองเท้าขณะก่อเหตุของนายวชิรวิทย์ฯและนายดำรงฤทธิ์ฯวัน เดือน ปี และสถานที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายฯ เกี่ยวพันกับบริเวณถนนปางไฮ-แม่ตอน ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ดฯ วันที่ 28 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 15.13 น.ถึงเวลาประมาณ 22.30 น.แผนประทุษกรรมของคนร้าย:

      นายวชิรวิทย์ฯ และนายดำรงฤทธิ์ฯทั้งสองได้วางแผนร่วมกันฆ่านายคุณาสินฯ หรือกอล์ฟ (ผู้ตาย) โดยนายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ และนายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น ได้ลวงผู้ตาย เข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายฯ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 14.47 น.ผู้ตายได้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ มาที่บ้านหลังดังกล่าว นายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น ก็หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านอยู่ก่อนแล้ว

      โดยนายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ จึงได้เดินออกไปรับผู้ตาย พาผู้ตายเข้าไปภายในบ้าน ทั้งสองจึงได้ลงมือฆ่าผู้ตายโดยใช้ค้อนทุบบริเวณศีรษะและร่างกายของผู้ตายจนถึงแก่ความตาย จากนั้นทั้งสองก็ได้ช่วยกันทำลายหลักฐานโดยนำโซฟาภายในบ้านที่เบื้อนเลือดมาล้างบริเวณหน้าบ้านฯลฯ และทั้งสองนำศพผู้ตายขึ้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ ของผู้ตาย

      โดยนายวชิรวิทย์ฯหรือเสือเป็นผู้ขับขี่ และนายดำรงฤทธิ์ฯหรือต้น เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน จฉ-1508 เชียงใหม่ ขับขี่ออกจากบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อนำศพไปเผาทิ้งอำพราง ที่บริเวณถนนปางไฮ-แม่ตอน ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จว.เชียงใหม่

      โดยใช้นำมันราดรถยนต์เก๋งของผู้ตายเพื่ออำพรางศพ และให้รถไถลลงเนินเขาเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ระหว่างนั้นพลาดพลั้งรถเฉี่ยวชนทำให้นายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ ได้รับบาดเจ็บ นายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น จึงได้นำตัวส่ง รพ.ดอยสะเก็ด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้แล้ว
      ..#สมจิตร แสงบันลังค์รายงาน

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “กิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ” “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ อำเภอชุมแพ

        วันที่ 27 ส.ค 68 เมื่อเวลา 09:30น. นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน

        โครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในรูปแบบกิจกรรม “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ณ วัดแจ้งสว่างใน ต.โนนหัน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

        ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วม อาทิเช่น เวทีแสดง ความคิดเห็น แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ชองผู้สูงอายุ ร่วมกันรับประทานอาหาร สร้างความ สัมพันธ์

        รวมไปถึง การดูแล สุขภาพกาย 3 อ.(อาหาร, ออกกำลังกาย, อารมณ์) การดูแล สุขภาพในช่องปาก และ สุขภาพใจ ของผู้สูงอายุ. มีผู้สูงอายุร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 250 คน

        ชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ อำเภอชุมแพ และจับกุมผู้ทำความผิดตามบัญชีและนอกบัญชีผู้ค้า ผู้เสพ (Re x ray)

        วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ตัั้งแต่เวลา 14.30 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย

        และจับกุมผู้ทำความผิดตามบัญชีและนอกบัญชีผู้ค้า ผู้เสพ (Re x ray) ดังนี้ 1) นางสาวแนน (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี หมู่ 2 ตำบลบ้านใหม่สุขเกษม อำเภอกงไกรลาส จังหวัดสุโขทัย ของกลางยาบ้า 34 เม็ด

        2) นางนวลจันทร์ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี หมู่ 7 ตำบลหนองคู อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ของกลาง ยาบ้า 5 เม็ด 3) นายวันเฉลิม (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี หมู่ 9 ตำบลหนองแดง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ของกลางยาบ้า 2 เม็ด

        4) นางสาวดวงเดือน (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี หมู่ 13 ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้า 2 เม็ด
        5) นายหนูเวียง (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี หมู่ 15 ตำบลศรีสุข อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ของกลางอุปกรณ์เสพและผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

        6) นางนันทา (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี หมู่ 9 ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ ของกลางผลตรวจปัสสาวะ1 ชุด 7) นายเมษา (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี หมู่ 9 ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

        จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

        วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลังงานจังหวัดชุมพร สร้างความเข้าใจ เดินหน้ามาตรการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ/ คลังชุมพร จัดฝึกอบรม หลักสูตร “การเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 09.30 น. นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม โครงการส่งเสริมการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้หน่วยงานภาครัฐในจังหวัด สามารถดำเนินการลดใช้พลังงานในหน่วยงานให้ได้ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของแต่ละกลุ่มประเภทหน่วยงานตามที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกำหนด

        โดยมี พันเอก โชติ ยิกุสังข์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (ฝ่ายทหาร) นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมลตรีเมืองชุมพร นายเกรียงไกร บัวมี พลังงานจังหวัดชุมพร นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ คลังจังหวัดชุมพร นายทรงชัย ชูทิพย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชุมพร นางสาว ปานนภา สุภาพรเหมินทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชุมพร นางสาวยุพาพร สวัสดี พาณิชย์จังหวัดชุมพร นางสาวประดับ ชูดำ พัฒนาการจังหวัดชุมพร นางสุนทรี โพธิ์ทักษิณ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร นางสาวสิริกานต์ กองทอง นักวิชาการพลังงานชำนาญการพิเศษ

        สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่ มาเป็นวิทยากร และ ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ที่ว่าการอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดชุมพร เข้าร่วมอบรม ณ ห้องปทุมทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมมรกตทวิน ชุมพร นายเกรียงไกร บัวมี กล่าว สำนักงานพลังงานจังหวัดชุมพร ดำเนินโครงการส่งเสริมการลดใช้พลังงานในภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความรู้ความเข้าใจให้หน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย หน่วยงานราชการ ที่ว่าการอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถดำเนินการลดใช้พลังงานในหน่วยงานให้ได้ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของแต่ละกลุ่มประเภทหน่วย

        งานตามที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกำหนด สามารถบันทึกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.e-report.energy.go.th ได้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ผลการลดใช้พลังงานของหน่วยงานภาครัฐจังหวัดชุมพร มีหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 28 หน่วยงาน สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงของแต่ละองค์กร และผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

        ได้มอบประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง และชื่นชม หน่วยงานทั้ง 28 หน่วยงานดังกล่าวไปแล้ว สำหรับในงบประมาณ พ.ศ. 2568 นี้ สำนักงานพลังงานจังหวัดชุมพรจะได้สรุปผลการลดใช้พลังงานของหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดชุมพร เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรพิจารณามอบประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง และชื่นชมหน่วยงานที่ผ่านการประเมินในโอกาสต่อไป

        สำหรับโครงการส่งเสริมการลดใช้พลังงานในภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับหน่วยงานภาครัฐ ในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน ตลอดจนมาตรการและแนวทางการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ ส่งเสริม สนับสนุน และให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐ ในการดำเนินงานตามมาตรการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ และการบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานบนเว็บไซต์ www.e-report.energy.go.th และเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ ให้หน่วยงานภาครัฐ ในการเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำภาคส่วนอื่น ๆ ในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพต่อไปอีกด้วย

        นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ กล่าวว่า มาตรการที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงของแต่ละองค์กร เป็นอีกมาตรการที่ทุกคนคุ้นเคยและปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ส่วนราชการต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้น คือ การลดการใช้พลังงานร้อยละ 20 มิใช่ร้อยละของการใช้พลังงานในปัจจุบัน แต่เป็นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของแต่ละกลุ่มประเภทหน่วยงานตามที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกำหนด

        โดยที่ค่ามาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันจะแตกต่างกันไปตามประเภทหน่วยงาน ขนาดของหน่วยงาน และลักษณะการปฏิบัติงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน จึงจะส่งผลให้การคำนวณค่ามาตรฐานตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด ในส่วนแนวทางการประหยัดไฟฟ้าและน้ำมันในเบื้องต้น เชื่อว่าทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่จะสามารถปฏิบัติได้ตามแนวทางนั้น ๆ ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการความมุ่งมั่นของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจุดเริ่มต้นอยู่ที่ตัวบุคลากร ก่อนจะขยายผลไปยังระดับหน่วยงาน และทุกหน่วยงานสามารถลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันบรรลุเป้าหมายร้อยละ 20 ได้อย่างแน่นอน

        คลังจังหวัดชุมพร จัดฝึกอบรม หลักสูตร “การเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ


        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00น ณ ห้องพุทธรักษา ชั้น ๒ โรงแรมมรกต ทวิน ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ได้รับเกียรติจากนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรม หลักสูตร “การเพิ่ม ประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังจังหวัดชุมพร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘”

        ร่วมกับ พันเอก โชติ ยิกุสังข์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (ฝ่ายทหาร) นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ คลังจังหวัดชุมพร นายทรงชัย ชูทิพย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชุมพร นางสาว ปานนภา สุภาพรเหมินทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชุมพร นางสาวยุพาพร สวัสดี พาณิชย์จังหวัดชุมพร นายคณิต กายสอน อุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร นางสาวประดับ ชูดำ พัฒนาการจังหวัดชุมพร นางสุนทรี โพธิ์ทักษิณ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร

        ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ดร.อนันต์ รามพันธ์ นายกสมาคม ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นายจาฏุพจน์ ไกรมาก ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพรและท่านวิทยากร และผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมทุกท่านท นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ กล่าว

        โครงการฝึกอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้าง องค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพ บุคลากรหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดชุมพร ผู้สนับสนุนข้อมูลการจัดทำรายงาน ภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัด และรายงานประมาณการเศรษฐกิจ จังหวัดของจังหวัดชุมพร มีความรู้ ความเข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจ

        มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อคิดเห็น เพิ่มทักษะในการวิเคราะห์ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจให้มีความแม่นยำ ทันสมัย น่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์ ในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงการกำหนดนโยบายในการ พัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถ นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานต่อไป

        กิจกรรมในโครงการประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับแนวทาง การวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ประเด็นสำคัญของเศรษฐกิจ จังหวัดในช่วงที่ผ่านมา และการประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจ ในอนาคต

        ตลอดจนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยกลุ่มเป้าหมาย ในการอบรมครั้งนี้ ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในจังหวัดชุมพร จำนวน 70 คน ทั้งนี้ ได้รับความกรุณาจากท่าน อาจารย์สุวิทย์ สรรพวิทยศิริ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบาย เศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เป็นวิทยากร

        ในวันนี้นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าว่า สำนักงานคลังจังหวัดชุมพร ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้าง องค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพของบุคลากร ในด้านการวิเคราะห์ ข้อมูลเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง และรายงานประมาณการเศรษฐกิจระดับจังหวัด ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐาน สำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ และใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ของภาครัฐและเอกชนในจังหวัด การจัดโครงการฝึกอบรม

        ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทักษะ และพัฒนาความรู้ให้แก่บุคลากรผู้สนับสนุน ผู้จัดทำ สามารถ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ จัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง และรายงานประมาณการ เศรษฐกิจระดับจังหวัด ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ ทันสมัย และน่าเชื่อถือ เป็นข้อมูลที่สำคัญของจังหวัด อันจะนำไปสู่การพัฒนา จังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และเกิดประโยชน์

        สูงสุดกับประชาชน กระผมขอขอบคุณสำนักงานคลังจังหวัดชุมพร ที่ดำเนินการ จัดโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ ขอขอบคุณอาจารย์สุวิทย์ สรรพวิทยศิริ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ที่ได้สละเวลาให้เกียรติ มาถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์อันมีค่า ขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมทุกท่านที่ให้ความสนใจ

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง.ผบ.ตร.แถลงข่าวการจัดแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทย – มาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2568

        วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานการจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย

        พร้อมด้วย มูฮัมหมัด ฮาฟิซ อาบู บาการ์ เลขานุการเอก/ผู้ช่วยทูตตำรวจ ประจำสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย และ พล.ต.ต.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ แถลงข่าวการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2568 ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

        สำหรับการแข่งขันกีฬารักบี้ประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจมาเลเซียอย่างแน่นแฟ้น ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่จะมา

        คุกคามประชาชนระหว่างสองประเทศ โดยการจัดการแข่งขันครั้งแรก เมื่อปีพุทธศักราช 2504 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในยุคสมัยของ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ ได้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลานานกว่า 64 ปี มีการจัดการแข่งขันมาแล้ว 32 ครั้ง โดยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

        การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 36 สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 3 – 6 กันยายน 2568 และจะมีการแข่งขันจริงในวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ สนามกีฬารักบี้ฟุตบอล โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

        1. การแข่งขันชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ประเภทอายุไม่เกิน 45 ปี
        2. การแข่งขันชิงถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภทอาวุโส อายุเกิน 45 ปีขึ้นไป

        พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้มุ่งเน้นความสัมพันธ์ มิตรภาพของหน่วยงานระหว่างประเทศ โดยทีมสโมสรรักบี้ฟุตบอลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย มีความพร้อมร่วมการแข่งขัน นักกีฬารักบี้ฟุตบอลทุกคนได้ฝึกซ้อมและมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการแข่งขันแพ้ชนะ ไม่ได้เป็นการบ่งชี้มากไปกว่าความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจทั้งสองประเทศที่จะยั่งยืนตลอดไป

        ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนและข้าราชการตำรวจ ร่วมรับชมและส่งกำลังใจแก่นักกีฬาตำรวจไทย ในการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 36 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ สนามกีฬารักบี้ฟุตบอล โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หรือผ่านช่องทาง Facebook : Royal Thai Police Rugby Club

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โก๊ะตี๋” ซุ่มซ้อมรำมโนราห์เพียง 1 ชั่วโมง เข้าฉากปะทะ ครูไข่เหลี้ยมครูมโนราห์ชื่อดังงัดภูมิ “ลิเกเก่า” เทคเดียวผ่านฉลุยในซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน”

        “โก๊ะตี๋ ชัยกฤต อ่อนละม้าย” ศิลปินนักแสดงชื่อดังเปิดประสบการณ์เรียน “รำมโนราห์” อย่างจริงจังกับ “ครูไข่เหลี้ยม” ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านชื่อดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช เผยแรงบันดาลใจอยากสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย เพื่อส่งต่อคุณค่าศิลปะให้เข้าถึงผู้ชมทุกวัย การเรียนรำมโนราห์ครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ถ่ายทอดแก่นแท้และกริยาของมโนราห์ และความเคารพต่อครูบาอาจารย์เริ่มจากขั้นตอนพิธีไหว้ครู,จังหวะและท่วงท่าพื้นฐาน ไปจนถึงรายละเอียดการวางมือ ปลายเท้า ลมหายใจ และสมาธิในขณะรำ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงจิตวิญญาณของศิลปะ ไม่ใช่เพียงจำท่าเท่านั้น ซึ่งเพราะความเป็นลิเกเก่าของ โก๊ะตี๋ จึงทำให้ใช้เวลาในการเรียนเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ก็สามารถร่ายรำท่วงท่าของมโนราห์ออกมาได้อย่างสวยงามจนครูไข่เหลี้ยมถึงกับปรบมือให้กับลูกศิษย์คนนี้“การก้าวจากเวทีบันเทิงสู่เวทีศิลปะพื้นบ้านเป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องอาศัยวินัย ความอดทน และความตั้งใจจริง แต่กลับทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งในความงามและคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยมากยิ่งขึ้น

        ผมมีความตั้งใจมากที่จะใช้พลังของสื่อและฐานแฟนคลับเพื่อชักชวนให้สังคมหันมาสนใจในมโนราห์มากขึ้น ยิ่งเมื่อได้มาร่วมแสดงในซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” ที่มีเรื่องราวในภาคใต้ เราซึ่งเป็นน้องของครูสอนมโนราห์ คือ มโนราห์ไข่เหลี้ยม ก็ต้องรำให้เป็นก็เลยถือโอกาสเรียนซะเลย ซึ่งปรากฏว่าทุกท่วงท่าการรำ มีความคล้ายคลึงกับลิเกมากๆ ไม่ว่าจะจีบ จะรำ เพียงแต่จะต้องวาดแขน การจีบ การวางมืออีกแบบหนึ่ง ผมรู้สึกชอบมากๆ และที่สำคัญผมถ่ายฉากรำนี้แค่เทคเดียวผ่านเลย ก็ตะลึงกับตัวเองเหมือนกันครับ” โก๊ะตี๋กล่าว ด้านครูไข่เหลี้ยม (คุณภูมิพัฒน์ อนุวัฒนวงศ์) กล่าวว่า “การมีบุคคลสาธารณะเข้ามาเรียนรู้และสื่อสารอย่างถูกต้อง ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนและสังคมวงกว้าง ที่สำคัญคือการรักษามาตรฐานทางศิลปะ ตลอดจนความถูกต้องของแบบแผน และการเคารพรากเหง้าทางวัฒนธรรมควบคู่กันไปด้วยครับ ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากๆที่ได้มีโอกาสสอนคุณโก๊ะตี๋ที่เป็นคนที่เก่งและมีพรสวรรค์ด้านศิลปะทุกรูปแบบจริงๆครับคนนี้ ” โดยฉากการรำมโนราห์ ของ โก๊ะตี๋ ปะทะ ครูไข่เหลี้ยม นี้ จะออนแอร์ในคืนวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม เวลา 22.25-23.25 น. ทาง ช่อง 3HD

        ”คู่เตะแข้งบิน” นำเสนอเรื่องราวของเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ที่กล้าจะก้าวเพื่อไปตามหาและคว้าความฝันในกีฬาฟุตบอลที่เขารัก กำกับฯ โดย บอมบ์ อัศจรรย์ สัตโกวิท (แห่ง ถอดรหัสวิญญาณ และ มึง กู เพื่อนกันจนวันตาย) โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่เป็นกองหลังในการผลักดันให้เกิดการสร้างซีรีส์สร้างสรรค์สังคม แนว Sport and Inspiration นี้ขึ้นมา นำแสดงโดย โก๊ะตี๋ ชัยกฤต อ่อนละม้าย ร่วมด้วย จิ้ม ชวนชื่น, ต็อก ศุภกร,จุ๊บแจง ชาลีจังหาญ,เอ-วีระชัย หัตถโกวิท, อาเกรียง-พันธมิตร,สนธยา ชิดมณี,แจ็ค ไอเฟล ,ปู-ปริศนา ,โก้-ธีระศักดิ์ ,คุณภูมิพัฒน์ อนุวัฒนวงศ์ และยังได้รับเกียรติจาก “โจนาธาร เข็มดี” กองหลังทีมชาติไทยจากสโมสร Ratchaburi FC พร้อมดาวเด่นจากทีมบอลเยาวชนทั่วประเทศมาร่วมแสดงอาทิ วีเซนเต้-จรัสรวี วุฒิเจริญสุข รับบทพลุ (นักฟุตบอลเยาวชน ทีม การท่าเรือ) ,อิท- ขจรศักดิ์ สักกะณรงค์(นักฟุตบอลโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี), พีค-พิชญะ ชัยวรางกุล นักฟุตบอลเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกร่วมทีมชาติไทย U17, สแนค-ธีรเดช ชนะสุวรรณดำรง ฯลฯ และนางเอกดาวรุ่งหน้าใหม่ ไข่มุก-ชนัญญา เลิศวัฒนามงคล

        “คู่เตะแข้งบิน” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 22.25- 23.25 น. ทางช่อง 33 และทางแอพพลิเคชั่น 3Plus

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คัดเลือกศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ

        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้(28 ส.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มอบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดชุมพร

        ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร ด้วยกรมการปกครองกำหนดโครงการสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภารกิจหลักด้าน 1 การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ โดยส่ง

        เสริมศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบให้เป็นแหล่งการเรียนรู้สำคัญ และเพื่อให้อำเภอมีผลการดำเนินงานเป็นรูปธรรม เป็นต้นแบบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่

        โดยให้ที่ทำการปกครองจังหวัดชุมพร ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ จังหวัดชุมพร ผลปรากฏ ดังนี้ 1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนชีวิต โคก หนอง นา บายใจ บ้านเขาหมาแหงน หมู่ที่ 2

        ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก 2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล บ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอละแม 3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านห้วยบอน หมู่ที่ 4 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร

        กรมการปกครอง มอบประกาศเกียรติคุณให้ไว้เพื่อแสดงว่า รงเรียนชีวิต โคก หนอง นา บายใจ บ้านเขาหมาแหงน หมู่ที่ 2 ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ได้รับรางวัล ชนะเลิศ ระดับจังหวัด

        ตามโครงการ 1 จังหวัด 1 ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้ไว้ ณ วันที่ 30 เดือน มิถุนายน 2568 โดย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงษ์ อธิบดีกรมการปกครอง

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และเสบียงช่วยเหลือทหารในพื้นที่ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

        เมื่อวันที่(28 สิงหาคม 2568) นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้นำทีมร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด, รายการข่าวสามมิติ และสำนักข่าวออนไลน์ The Reporters ลงพื้นที่ส่งมอบสิ่งของเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 โดยมีพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ค่ายสุรนารี ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือด้านการประสานงานจากนางสาวปภิญญา ทองสมจิตร แรงงานจังหวัดนครราชสีมา

        สำหรับสิ่งของที่นำไปมอบ ได้แก่ ขนมเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า 100 ลัง เมล็ดแตงโม 100 ลัง และข้าวโอ๊ต 50 ลัง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด นอกจากนี้ยังมียางรถยนต์จำนวน 100 เส้น จากบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด โดยได้รับความร่วมมือด้านการขนส่งจากบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สิ่งของทั้งหมดนี้จัดเตรียมไว้เพื่อเป็นเสบียงและของว่างสำหรับเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่สำหรับยางรถยนต์ที่มอบในครั้งนี้ บางส่วนจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ปฏิบัติการของ หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสร้างเกราะป้องกัน และเสริมความปลอดภัยในภารกิจสร้างหลุมหลบภัยและเส้นทางยุทธวิธีสำคัญ

        นางเธียรรัตน์ เปิดเผยว่า การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจในการเสริมสร้างความพร้อมและขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สำคัญ เพื่อให้สามารถดำเนินภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราได้ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทกองทัพในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งเล็งเห็นถึงความทุ่มเทและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกคน จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

        ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยืนยันว่าจะเดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคมและสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนและประชาชน

        กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

        กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
        ร่วมกับ สถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานแสดงเทคโนโลยีเกษตรและเครื่องจักรแปรรูปทางการเกษตรแห่งปี!

        วันที่ 9 กันยายน 2568เวลา 08:30 – 16:00 น.AgriTech & Agro-Processing Machinery Fair 2025 ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมาไฮไลต์ภายในงาน ชมเทคโนโลยีและเครื่องจักรเกษตรรุ่นใหม่ล่าสุด
        เสวนาเจาะลึกอนาคตเกษตรไทยยุคเปลี่ยนผ่าน
        แนวทางสู่ “ เกษตรอัจฉริยะ” ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมพิเศษ! เข้าชมงาน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายพร้อมสิทธิ์ลุ้นรับ เครื่องจักรแปรรูปสุดพรีเมียม ภายในงานลงทะเบียนล่วงหน้า ผ่าน QR Code หรือลิ้งก์ลงทะเบียนได้ที่https://forms.cloud.microsoft/r/u9nZwJYrtk

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.ห้วยยาง ได้รับการตรวจประเมิน ได้ลำดับที่ 1จาก ภ.จว. ประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568

        วันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ศาลาประชาคมบ้านไร่ใน ม.1 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ (สส./ปส.) มอบหมายสั่ง

        การให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและผู้นำชุมชน ประกอบด้วย

        นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นาย ภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณนายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณนายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก

        น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะแก (กศน.) นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก ผญ.บ้านไร่ใน ม.1และ ผญ.บ้านแสงทอง ม.2 ต.แสงอรุณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,อสม.,ชรบ.,อส., และคณะกรรมการหมู่บ้าน

        ร่วมรับการตรวจประเมินผลการปฎิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2568 ของ ตำรวจภูธรภาค 7โดยมี พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.จรรยวรรธน์ วิเศษชูชาติกุลรอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.(สอบสวน)ฯบก.สส.ภ.7 พร้อมคณะตรวจประเมิน ภ.7

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภ.ห้วยยาง ได้ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568 มาอย่างต่อเนื่อง ที่บ้านไร่ใน ม.1 และ บ้านแสงทอง ม.2 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแกโดยได้รับการตรวจประเมิน จาก ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นลำดับที่ 1 และ

        เข้ารับการตรวจประเมินจากคณะตรวจประเมินของตำรวจภูธรภาค 7 ในวันนี้ ผลการดำเนินการ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับชุมชนของตนเอง ส่งเสริมการศึกษาให้ผู้บำบัดได้เรียนต่อ ส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้และมีเงินเหลือใช้เพิ่มมากขึ้น
        //////////////////////////////
        ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ลูกสาวสุดทน! พ่อแม่บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ รถคู่กรณีไร้การเยียวยา – คดีเงียบเกือบ 3 เดือน วอน ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร – ผกก.คำชะอี เร่งรัดความยุติธรรม”

        เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 นางสาวลลาวัลย์ ฤทธิวงค์ ได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว สำนักข่าว CIA ประเทศไทย ประจำจังหวัดมุกดาหาร ว่า บิดาและมารดาของตนประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์พุ่งข้ามเลนมาชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

        ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2568 แต่จนถึงปัจจุบันคดียังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งฝ่ายผู้ก่อเหตุยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี และไม่เคยเข้ามาให้การช่วยเหลือหรือเยียวยาความเสียหายแต่อย่างใด

        เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสาย มุกดาหาร–กุฉินารายณ์ บริเวณหน้า อบต.คำชะอี ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 โดยรถยนต์โตโยต้า สีเทา–ดำ ทะเบียน กจ 5415 มุกดาหาร ซึ่งมี นายประพง คนซื่อ ขับมาจาก อ.หนองสูง มุ่งหน้าไป อ.คำชะอี

        ได้ข้ามเลนไปชนอย่างแรงกับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน กท 7596 สกลนคร ที่ขับสวนทางมาแรงกระแทกทำให้รถทั้งสองคันพังเสียหาย และผู้ที่นั่งมาในรถกระบะคือ นายอนันต์ โลหะสาร คนขับ และ นางเพลินฉวี โลหะสาร ภรรยา ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาและนิ้วหัก ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้

        นางสาวลลาวัลย์เผยว่า ครอบครัวได้รับความทุกข์ร้อนอย่างมาก ทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลและความเสียหายของรถยนต์ที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร และ พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.คำชะอี กำชับพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอี เจ้าของคดี เร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรมโดยด่วนด้วย

        คดีล่าช้า #คดีไม่คืบหน้า #มุกดาหาร #อุบัติเหตุ #ความยุติธรรม #รถชนข้ามเลน #ตำรวจคำชะอี #สถานีตำรวจภูธรคำชะอี #กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #สตช #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​มุกดาหาร​ รายงาน​

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 8/2568

        วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน

        จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 8/2568

        โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา

        จังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น 6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน


        โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
        1.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 27 โครงการ

        2.พิจารณาการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 – 27 สิงหาคม 2568 จำนวน 169 ราย

        จำนวน 518 บัญชี มูลหนี้ 83,108,363.74บาท (แปดสิบสามล้านหนึ่งแสนแปดพันสามร้อยหกสิบสามบาทเจ็ดสิบสี่สตางค์)

        3.พิจารณาการอุทธรณ์การขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน 1 ราย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

        วัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย พระไพศาลประชาทร วิ. หลวงพ่อพบโชค.เป็นเจ้าอาวาส (ท่องไปกับเอกสิทธิ์)

        วัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย พระไพศาลประชาทร วิ. หลวงพ่อพบโชค.เป็นเจ้าอาวาส

        https://youtu.be/TltlQ6ds82A

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำหลังสวน ปล่อยนักโทษ 200 คน ตามเงื่อนไข ราชกิจจานุเบกษา / ตร.จับยาบ้า 2 หมื่นเม็ด คาด่านบ้านพละ อ.ประทิว จ.ชุมพร

        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น. เรือนจำอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ถนนหลังสวน ตำบล หลังสวน อำเภอหลังสวน ชุมพร นายสมชบ แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอหลังสวนเป็นประธานในพิธี อภัยโทษ ปล่อยนักโทษ 200 คน เบื้องต้นดำเนินการในวันนี้ จำนวน 44 คน ตามเงื่อนไข ราชกิจจานุเบกษา ได้ลงประกาศพระราชกฤษฎีกา

        เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า  โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป
        นายสมชบ แก้วภราดัย  เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แก่พสกนิกรที่เป็นผู้ก้าวพลาด ให้ได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่และประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของสังคม กรมราชทัณฑ์พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ทุกคนที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ และจะพ้นโทษในคราวเดียวกันตามพระราชกฤษฎีกานี้จะต้องผ่านการอบรมโครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ที่มีการอบรมในหลักสูตรฝึกปฏิบัติการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็กให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้มีความรู้ติดตัว สามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้ รวมทั้งร่วมมือกับเครือข่ายภาคสังคมและชุมชน ในการติดตามดูแลและให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้ผู้ก้าวพลาดได้สร้างคุณค่าในตนเอง สามารถประกอบอาชีพสุจริต โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิด ซ้ำอีก อันถือเป็นการป้องกันและคุ้มครองสังคม ดังคำว่า  "ราชทัณฑ์แก้ไข คนไทยให้โอกาส" เป็นแนวคิดและโครงการของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและแก้ไขผู้ต้องขัง เพื่อให้พวกเขากลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ให้มีความปลอดภัยอย่างยั่งยืนต่อไป

        ตำรวจจับคาด่านตรวจบ้านพละ จับยาบ้า 20,000 เม็ด

        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 03.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้จับกุมผู้ต้องหาชาย 2 ราย พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 20,000 เม็ด ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้แก่ นายวนัส (ลี่) อายุ 33 ปี และ นายสุริยา (เอ็ม) อายุ 36 ปี ถูกจับกุมพร้อมรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ เอสเตท สีดำ ทะเบียน กร 1846 พระนครศรีอยุธยา ที่ใช้ในการขนลำเลียงยาเสพติด ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารประจำด่าน ตรวจบ้านพละร่วมกันตั้งด่านตรวจอยู่บนถนนเพชรเกษม ม.๓. ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จว.ชุมพร จากการสืบสวน – ของ ร.ต.ต.ภาณุวัฒน์ เกตุสะอาด เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจบ้านพละ

        ทราบว่ามีรถส่วนบุคคล(รถเก๋ง)ยี่ห้อมิตซูบิชิ สี ดำ รุ่น ATTRAGE ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กร 1846 พระนครศรีอยุธยา มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าจะเป็นรถที่ นำยาเสพติดมาส่งมอบให้บุคคลในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยใช้เส้นทางเพชรเกษมผ่านด่านตรวจความมั่นคงบ้าน พละ จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางของรถคันดังกล่าวผ่านระบบกล้อง LICENSR PLATE RECOGNITION(LPR) ทำให้ทราบประวัติเส้นทางการเดินรถของคันดังกล่าวโดยในเดือนกรกฎาคมและเดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ รถคันดังกล่าวได้ผ่านด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละจำนวน๓ครั้ง ในครั้งแรกวันที่๓ กรกฎษ คม ๒๕๖๘ ครั้งที่๒ วันที่๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ และครั้งที่๓ วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจ บ้านพละจึงได้วางแผนเพื่อทำการตรวจสอบรถคันดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๐๐.๕๐ น.ร.ต.ต.ภานุวัฒน์ฯ

        ได้ทำการตรวจสอบรถคันดังกล่าวผ่านระบบกล้อง LICENSR PLATE RECOGNITION(LPR) พบว่ารถคันดังกล่าวได้ผ่านถนนเพชรเกษม อ.บ้านลาดท่าเสน จ.เพชรบุรี ขาล่องใต้ เวลา ประมาณ ๐๐.๓๙น. ของวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจบ้านพละพร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ วางแผนตั้งด่านเพื่อตรวจสอบรถคันดังกล่าว บริเวณหน้าด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ ๐๓.๒๐น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจด่าตรวจความมั่นคงบ้านพละและเจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการตั้งด่านตรวจพบรถคัน ดังกล่าววิ่งมาบนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้จึงได้ส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อทำการตรวจค้น แต่รถคัน ดังกล่าวได้ขับผ่านไปโดยไม่ได้หยุดรถให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละจึง ได้ขับรถติดตามรถคันดังกล่าวไป จนกระทั่งถึงบริเวณริมถนนเพชรเกษมทางเข้าวัดพรุตะเคียน ม.๒ ต.สลุย อ.ท่า แซะ จ.ชุมพร จึงได้ส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุดรถ จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบนายสุริยา (เอ็ม) อายุ ๓๖ ปี ชาว ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ. สระบุรี เป็นผู้ขับขี่ และมีนายวนัส(สี่) อายุ๓๓ปี ชาว ต.ลุมพลี

        อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้นั่งโดยสารตอนหน้า จากการตรวจค้นเบื้องต้น ณ ที่สั่งให้ทำการ หยุดรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่นายวนัสฯและนายสุริยาฯท่าทางมีพิรุท ต้องสงสัยว่าในรถคันดังกล่าวมีสิ่งของผิด กฎหมายและยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงได้นำรถคันดังกล่าวพร้อมผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั้ง๒คน มาทำการ ตรวจค้นโดยละเอียดที่ด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ เมื่อถึงที่ทำการด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ ได้ตรวจค้นโดย ละเอียดต่อหน้านายสุริยาฯและนายวนัสฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นบริเวณฝากระโปรงท้ายรถ พบแผ่น พลาสติกสีดำปิดกั้นบริเวณเบาะผู้โดยสารตอนหลัง จึง

        ได้น้าแผ่นพลาสติกสีดำดังกล่าวออก พบถุงพลาสติกสีเหลือง จำนวน ๒ ถุง ซุกซ่อนอยู่ที่หลังเบาะที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง จึงได้นำออกมาเปิดดู ภายในถุงพลาสติกสีเหลืองนั้นมี วัตถุก้อนสีเหลืองรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าห่อด้วยกระดาษไขสีเหลือง มีตัวเลขอาราบิกสีน้ำเงิน เลข ๙๙๙ และรูปดาว ๕ แฉก จำนวนสดวง อยู่ด้านบนของตัวเลขอาราบิกสีนำเงิน เลข ๙๙๙ ประทับอยู่บนวัตถุก้อนสีเหลืองรูปทรง สี่เหลี่ยมผืนผ้าห่อด้วยกระดาษไขสีเหลือง จำนวน ๒ ก้อน แยกบรรจุถุงละ ๑ ก้อน ภายใน ๑ ก้อน บรรจุก้อนละ ๕ มัด มัดละ ๒,๐๐๐เม็ด รวมยาบ้า ๒ ก้อน ประมาณ ๒๐,๐๐๐ เม็ด จากประสบการณ์การจับกุมยาเสพติดและกลิ่น ของวัตถุดังกล่าวทำให้ทราบว่า

        วัตถุดังกล่าวคือเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด(ยาบ้า) จึงได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้กับ นายสุริยาฯและนายวนัสฯทราบและเข้าใจดีแล้ว ทั้ง๒คนรับว่าได้นำยาเสพติดดังกล่าวมาจาก จ.สระบุรีเพื่อไปส่งที่ อ ท่าแซะ จ.ชุมพร จากการ สอบถามนายวนัสฯ รับสารภาพว่ายาบ้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละตรวจค้นพบ เป็นของ ตน และกำลังจะนำไปส่งที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และให้การต่อไปว่าตนได้รับยาบ้ามาจากนายบูมไม่ทราบชื่อสกุลจริง โดยการใช้โทรศัพท์หมายเลข๐๘๒-๐๗๕-๑๙๖๖

        ส่งข้อความไปหานาย บูมผ่าน แอปพลิเคชั่นไลน์ และได้มีการนัดรับ ของที่ถนนตากฟ้า เขต จังหวัด นครสวรรค์ ในวันที่ ๒๕ ส.ค.๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น. ตนได้เดินทางไปรับ ยาบ้าเพียงคนเดียวโดยใช้รถคันดังกล่าวในการไปรับยาบ้าที่วางไว้ ณ จุดนัดหมายริมถนนตากฟ้า เขต จ.นครสวรรค์ และนำเงินสดจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ใส่ถุงวางไว้ ณ จุดที่นัดรับยาบ้า เมื่อได้รับยาบ้าแล้วตนได้นำยาบ้าซุกซ่อนใส่ใน ฝากระโปรงท้ายรถคันดังกล่าว จึงได้ขับรถกลับมายังที่บ้านพัก ต่อมาในวันที่๒๖ ส.ค.๒๕๖๘ นายวนัสฯได้ไปทำงาน ที่บริษัทขนส่งพัสดุเจแอนต์ทีเอ็กซ์เพรส (J&T EXPRESS)เลิกงานประมาณ๑๙.๐๐น.

        จึงได้กลับไปยังที่บ้านพักและ ได้ใช้โทรศัพท์หมายเลข๐๘๒-๐๓๗๕-๑๙๖๖ โทรผ่านแอปพลิเคชั่น MESSENGER ชักชวนนายสุริยาฯ ให้ร่วมเดินทาง ไปส่งยาบ้าที่จ.ชุมพร นายสุริยาฯตอบตกลงว่าจะไปด้วย ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ ๒๓.๐๐น.ของวันที่ ๒๖ ส.ค. ๒๕๖๘ นายวนัสฯได้ขับรถคันดังกล่าวออกจากที่พักเพื่อไปรับนายสุริยาฯ เมื่อไปถึงบ้านนายสุริยาฯได้ให้นายสุริยาฯ เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจนมาถึงจ.ชุมพร โดยใช้เส้นทางมาชุมพรโดยผ่าน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา อ.บาง บัวทอง จ.นนทบุรี

        ถนนพระราม๒ ถนนเพชรเกษมจนกระทั่งมาถึงด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขับรถติดตามและแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสัญญาณให้จอดรถและนำรถคันดังกล่าวมาตรวจค้นที่ด่านตรวจ ความมั่นคงบ้านพละ พบยาเสพติดดังกล่าวที่ซุกซ่อนมาภายในรถ จากการสอบถามนายวนัสฯ ให้การเพิ่มเติมว่าใน เดือนส.ค.๒๕๖๘ ตนและนายสุริยาฯได้นำยาบ้ามาส่งที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จำนวน ๒ ครั้ง และได้กำไรจากการ จำหน่ายยาบ้าดังกล่าว ครั้งละประมาณ ๑๐,๐๐๐บาท และได้แบ่งเงินให้นายสุริยาฯครั้งละ ๓,๐๐๐ บาท

        จากการสอบถามนายสุริยาฯ รับสารภาพว่าเมื่อวันที่ ๒๖ส.ค.๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น.นายวนัสฯได้ ใช้โทรศัพท์หมยเลข ๐๘๗๒-๐๗๕-๑๙๖๖ โทรผ่านแอปพลิเคชั่น MESSENGER มาหาโทรศัพท์ของตนหมายเลข๐๙๐-๓๓๓-๘๗๓๖ เพื่อชักชวนไปส่งยาบ้าที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตนได้ตอบตกลงให้มารับที่บ้านพัก เมื่อถึงเวลาประมาณ ๒๑.๓๐น. นายวนัสฯได้เดินทางมารับตนที่บ้านพัก และได้ให้ตนเป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวจนกระทั่งถึง จ.ชุมพร เมื่อได้ ทำการส่งยาบ้าเสร็จ จะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการจำหน่ายยาบ้า ครั้งละ๓,๐๐๐ บาท จากการสอบถามนายสุริยาฯ ถึงพฤติกรรมในการส่งยาบ้า นายสุริยาฯจะเป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวทุกครั้ง โดยมีนายวนัสฯเป็นผู้นั่งอยู่เบาะโดยสาร ข้างคนขับ เมื่อถึงจุดนัดส่งยาบ้า นายวนัสฯจะเป็นผู้ลงไปนำยาบ้าออกจากรถและวางไว้ในจุดที่นัดหมาย โดยที่นาย สุริยาฯไม่ได้ลงจากรถ
        จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตัวจึงได้ควบคุมตัวและแจ้งข้อหาให้นายวนัสฯและนายสุริยาฯทราบว่ามี

        ความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยเป็น การกระทำที่มีลักษณะกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชา รับทราบ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้เพื่อการค้า ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน” ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรง จากนั้นเจ้าพนักงานผู้จับได้นำตัวผู้ต้องหา/ผู้ถูกจับพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบ อำมฤต ดำเนินคดีตามกฎหมายในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา 13.30 น.

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เหนือ-ดิสรยา” นำทีมบวงสรวงซีรีส์แซฟฟิกโรแมนติกดราม่าเรื่อง “Dangerous Queen The Series คนโปรดของควีน”รั้งตำแหน่ง “ผู้จัดฯ หน้าใหม่ ” ในนาม “แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์”

        เรียกได้ว่าเป็น “ลูกไม้หล่นใต้ต้น” จริงๆ สำหรับลูกสาวคนสวยของผู้จัดฯ คนเก่ง กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ แห่งค่ายปภัสราโปรดักชั่น อย่าง เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ เดินตามรอยคุณแม่มาติดๆ ด้วยการขึ้นแท่นเป็น “ผู้จัดฯ ป้ายแดง” เปิดบริษัทผลิตซีรีส์แซฟฟิกแนวโรแมนติกดราม่าเรื่องแรก “Dangerous Queen The Series คนโปรดของควีน” ในนาม บริษัท แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด”

        “แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ถือฤกษ์ดีจัดงานบวงสรวงซีรีส์เรื่องแรกของบริษัทฯ “Dangerous Queen The Series คนโปรดของควีน” จากปลายปากกา “คุณผู้หญิง” บทโทรทัศน์โดย เทวรินทร์ ศิริเลิศ / ทิพย์ทิวา วะเท กำกับการแสดงโดย กษมา นิสสัยพันธุ์ จำนวนออกอากาศ 8 ตอน

        งานนี้มีนักแสดงนำและทีมงานเข้าร่วมพิธีบวงสรวง ณ ลานพระพิฆเนศวร ห้างสรรพสินค้ายู เนี่ยนมอลล์ พร้อมด้วยสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมทำข่าวอย่างคับคั่ง นำทีมโดย เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ ที่มาพร้อมคุณแม่ กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ อั๋น-อัครพรรฒ บุนนาค, เอี๊ยง-สิทธา สภานุชาติ, แทน-บุรันช์รัตน์ หอมบุตร, ชาลี กรีชัย

        ขอแนะนำนักแสดงหน้าใหม่ แตงกวา-พิญญาเนศวร์ อั้งสุวรรณ กับงานแสดงครั้งแรกของเธอ และการกำเนิด Girl Love คู่ใหม่ของวงการบันเทิง “เหนือ-แตงกวา” ที่จะมาทำให้แฟนๆ ตกหลุมรักในความน่ารักและความฟินเฟร่อ…ของเธอทั้งคู่!!!
        โดย “เหนือ-ดิสรยา” เผยถึงที่มาของการผลิตซีรีส์แซฟฟิกเรื่องแรกของบริษัทฯ ว่า

        “หลังจบละคร สองทระนง แล้วว่าง แล้วรู้สึกว่าตัวเองชอบการแสดง แล้วก็อยากจะทำซีรีส์แนวแซฟฟิก ก็เริ่มจากการหาเรื่องมาทำก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็อ่านนิยายเยอะมาก จนกระทั่งมาถึงเรื่องนี้ อ่านแล้วชอบมาก ก็เลยเล่นเองด้วยค่ะ

        พอมาได้มาทำจริงๆ อยากจะบอกว่าเหนื่อยมาก คือตอนที่เปิดกล้องวันแรก ตอนนั้นคือเหนื่อยมากแล้ว ยังแยกไม่ออกคือเหมือนแยกตัวเองไม่ออกว่า ตอนนี้เรากำลังเป็นนักแสดงนะ เราไม่ใช่ผู้จัดฯ แล้วก็คือจะมึนๆ พอวันนั้นคือเหมือนถ่ายวันแรกไปเหนือก็ต้องกลับบ้านไป เหมือนมานั่งแบบสมาธิแบบตอนนี้

        เหมือนมีหมวกหลายใบแล้วนะ ซึ่งเราก็ต้องใส่ทีละใบ พอเราเข้าซีนตอนนี้เราเป็นนักแสดง เราฟังผู้กำกับฯ เราทำงาน พอในมุมที่เรากลับมาเป็นผู้จัดฯ เราก็จะมีการไปเช็คงาน ไปดูหน้ามอนิเตอร์บ้างว่า อยากได้แบบนี้นะ ขออันนี้เพิ่มได้ไหม แล้วก็ต้องแยกแยะให้มันขาดจริงๆ

        ไม่งั้นพอเราไปแสดงมันจะกลายเป็นว่าเราจะกังวลตลอดเวลา ด้วยความพอเราเป็นผู้จัดฯ เราก็อยากให้งานออกมาดี แล้วต้องไว้ใจทีมงานทุกคนว่า เค้าจะทำให้งานออกมาดีแน่นอน เราไม่ต้องห่วงเลย เพราะทุกคนเต็มที่มากๆ แล้วก็สามารถทำหน้าที่นักแสดงได้อย่างเต็มที่”

        แม้จะมีฐานะเป็น “ลูกผู้จัดฯ” อย่าง กบ-ปภัสรา แน่นอนว่า คุณแม่ต้องช่วยซัพพอร์ตในด้านต่างๆ ด้วย แต่เธอกลับบอกว่า
        “ขอนับว่าคุณแม่ซัก 2 เปอร์เซ็นต์แล้วกันในการช่วยซัพพอร์ตหรือว่าแบบตบๆ รวมถึงคุณพ่อ (เอ๋-พรเทพ เตชะไพบูลย์) ด้วยให้อีก 2 เปอร์เซ็นต์ในการที่ให้กำลังใจอยู่ที่บ้าน แล้วทั้งพ่อทั้งแม่ก็มากองบ่อยมากมาคอยให้กำลังใจ บางทีถ่ายไกลมากก็ยัง

        อุตส่าห์มาหาที่กอง เราก็แบบสบายใจมากเลยที่มีพ่อกับแม่คอยซัพพอร์ต คือเราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปได้ถึงขนาดไหน แต่ในเมื่อเราทำเต็มที่สุดๆ แล้วพ่อกับแม่เค้าก็จะคอยหนุนหลังเราตลอด ก็รู้สึกอุ่นใจแล้วก็รู้สึกเซฟว่าอย่างน้อยถ้าสมมติว่าเราล้มขึ้นมา เค้าก็จะช่วยดันเราขึ้นมาเพื่อให้เราก้าวต่อไป”

        ถือได้ว่าเป็น “ลูกไม้” ที่สวยและเก่งตามรอยคุณแม่แบบไม่ผิดเพี้ยน ตามไปเป็นกำลังใจให้กับ เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ ในฐานะ “ผู้จัดฯ หน้าใหม่” และ “นักแสดงซีรีส์แซฟฟิก” เรื่องแรกของเธอได้ใน “Dangerous Queen The Series คนโปรดของควีน” ทางช่อง Youtube : S.nur entertainment เร็วๆ นี้nurdesorayaTKphinyanechTKNurDangerousQueenTheSeriesคนโปรดของควีน Snurentertainment

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชน ผู้สูงวัย และคนไทยพลัดถิ่น

        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ส.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงเรียนศรียาภัย 2 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร มอบหมายให้ ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือสร้างหุ้นส่วนทางสังคมจังหวัดชุมพร พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยพลัดถิ่นและประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยมี ผศ.ดร.
        ชุมพล อังคณานนท์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร

        นางสาวจีรดา ธรรมาภิมุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร สมาคมประชาสังคมชุมพร สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ทีมพลังชุมพร และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัด “เวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์และวางแนวทางดำเนินงาน เพื่อยกระดับเครือข่ายการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัวกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น จังหวัดชุมพร”

        สืบเนื่องจากจังหวัดชุมพรเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางประชากร และเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรกลุ่มเปราะบาง รวมถึงกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่ยังคงเผชิญกับปัญหาด้านสิทธิสถานะ ส่งผลให้การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานด้านการศึกษาและสุขภาพยังไม่ทั่วถึง การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงจำเป็นต้องเริ่มจากรากฐานที่มั่นคง นั่นคือการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในระยะยาว ทั้งนี้จึงเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม 
        โดยมีวัตถุประสงค์หลัก  
        
        1. เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้นำชุมชน และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และสวัสดิการที่ประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนพึงได้รับ 
        
        2. เพื่อเป็นเวทีซักซ้อมและสร้างแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การช่วยเหลือและการส่งต่อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น 
        
        3. เพื่อยืนยันหลักการสำคัญว่า “เด็กทุกคนในแผ่นดินไทยต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าจะมีสถานะทางทะเบียนเป็นอย่างไร” โดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาและสุขภาพเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกลไกการทำงานเชิงบูรณาการที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัวกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นอย่างยั่งยืน 
        4.
        การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหลายภาคส่วน ที่จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันวางแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า จะไม่มีเด็กหรือเยาวชนคนใดในจังหวัดชุมพรต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ การปกครองระบอบประชาธิ ปไตย เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ (รุ่นที่ 1)

          วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมน่านกรีนเลค วิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายโชคดี ด้วงแป้น ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน กล่าวรายงานต่อนายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

          ประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ กิจกรรมที่ 4 อบรมเสริมสร้างความรู้หลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพ(รุ่นที่1 )ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินโครงการ

          เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
          ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกรรมการสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด สมาชิกพรรคการเมือง

          และประชาชนทั่วไป โดยมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเป็นพลเมืองคุณภาพ และการเป็นพรรคการเมืองคุณภาพ จากทีมวิทยากรพรรคการเมืองคุณภาพ

          ที่ผ่านการอบรมจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
          เพื่อให้การดำเนินโครงการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครอง
          ในระบอบประชาธิบไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมที่ 4
          อบรมเสริมสร้างความรู้หลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพ

          เป็นไปตามวัตถุประสงค์มีความมุ่งหวังให้เกิดการมแพร่ควายแพร่ความรั
          สร้างความเข้าใจและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินกิจกรรม
          ทางการเมือง ให้เป็นไปตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรระ
          ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

          สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน มีสาขาพรรคการเมือง
          และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ รวมจำนวน 9 สาขาพรรคการเมือง 4 ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด จึงได้กำหนดให้มีการดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ ดังกล่าว แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่นๆ ละ 100 คน

          รวม 200 คน ดังนี้ รุ่นที่ 1 วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมน่านกรีนเลค วิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จำนวน 100 คน รุ่นที่ 2 วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมดิ อิมเพรส น่านอำเภอเมืองน่าน จำนวน 100 คน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าวการจัดงาน เทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ( Gastronomy Tourism ) เพื่อนกระตุ้นเศรษกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว

          ช่วงค่ำ วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมเวอร์โซ หัวหิน อะวิรันดา คอลเลคชัน ตำบลหนองแก อำเ ภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน เทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ( Gastronomy Tourism ) เพื่อกระตุ้นเศรษกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว ให้กับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          โดยมี นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี ร.ท.สิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เชฟนพดล นุชเจริญ ประธานที่ปรึกษาชมรมพ่อครัว ชะอำ/หัวหิน นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศบาลตำบลบ้านกรูด พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน ร่วมกิจกรรม

          สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ เพื่อยกระดับฯ มาตรฐานอาหารไทยจากระดับชุมชนสู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายในงาน รวม เมนูอาหารคาว- หวานกว่า 100 เหนู อร่อยกับอาหารทะเลปลอดภัย IG OTOP อาหารสายสุขภาพ ฮาลาล Food Truck กับบรรยากาศบนชายหาดริมทะเลสุดชิลล์ ทั้ง 8 อำเภอ ในจังหวัดประจวบ ย๊าวยาว!! จุกๆไปเลย! กับงานดีๆ 2 ครั้ง

          ครั้งที่ 1 “จากคลื่นสู่ครัว” 29-31 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณ หาดเขากะโหลก อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบ ฟังเพลงเพราะๆกับศิลปิน เอ๊ะ จิรากร หน้ากากอีกาดำ” จากรายการ The Mask Singer อินฟูเอ็นเซอร์สายอาหาร โหน่งโชว์ ปรุงเมนู “กุ้งผัดกะปีตะไคร่” แจกชิมฟรี!! และพูดคุยกับอินฟูเอ็นเซอร์สายสุขภาพ “ฟิตกับแพม” คุณปาเมลา ปาสิเนตดี หรือ เปมิกา ปาสิเนตตี้ ชื่อ เล่น แพม มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017

          พิธีกรรายการ สามแซ็ป ช่อง 3 รวมชิมเมนูรังสรรค์ กับกิจกรรม แข่งขันทำอาหาร รางวัลรวมกว่า 3 หมื่นบาท จำนวน 10 ทีมครั้งที่ 2 “รสมือแม่” 12-14 กันยายน 2568 ณ บริเวณชายหาดบ้านกรูด อำเภอบางสะพานฟังเพลงจากหนุ่มประมงเสียงเล็ก “เล็ก-รัชเมศฐ์” นักร้องสักลาย ร้อยล้านวิวอินฟูเอ็นเซอร์สายอาหาร ชื่อดัง ปรุงอาหาร แจกซิมฟรี!!รู้จักกับเมนูอาหารชุมชนรสดังเดิม

          จากการโชว์ 8 ชุมชนทั้งสองครั้ง ชมไฮไลท์ควงกระบองไฟทุกค่ำคืน เวลา 20.40 น. ดนตรี การแสดง เกมรับของที่ระลึก สัมผัสอาหารแบบ Fine Dining และซมพลุสุดอรังการพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมบูรณาการ จัดกิจกรรมนาทีทอง โดยจำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไมสด จำนวน 1,100 กิโลกรัม นำมาจำหน่ายราคาพิเศษ ไม่ต่ำกว่า 150 กิโลกรัมต่อวัน มีทั้งปรุงสุก และสดกลับบ้านงานเริ่ม 16.00-24.00 น. ทุกวัน

          ////////////////////

          ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.38 ตรวจความพร้อมรับมือพายุ “คาจิกิ” จัดกำลัง 60 ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน

          เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ หน้าค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานตรวจความพร้อมกำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องมือ

          เพื่อเตรียมการรับมือกับสถานการณ์อิทธิพลพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดน่าน อาจก่อให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

          ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 ได้จัดกำลัง 60 ชุดปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติที่รวดเร็ว รอบคอบ และปลอดภัย รวมถึงการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพสูงสุด

          การตรวจความพร้อมครั้งนี้ มีหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ กำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 38, กรมทหารพรานที่ 32, กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2, กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2, กองพลพัฒนาที่ 3, โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดน่าน

          พลตรีบุญญฤทธิ์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมครั้งนี้ว่า มทบ.38 มีหน่วยรับผิดชอบในพื้นที่โดยตรง หากเกิดสถานการณ์วิกฤต จะต้องรีบเคลื่อนย้ายประชาชนและผู้ป่วยไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่กองพันทหารม้าที่ 2 กรมทหารม้าที่ 15 ซึ่งสามารถรองรับได้กว่า 150 เตียง เพื่อดูแลประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าทุกกำลังพลต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน รอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

          พลตรีบุญญฤทธิ์ ยังกล่าวชื่นชมกำลังพลและทุกหน่วยงานที่เข้าร่วม พร้อมยืนยันว่าการเตรียมการครั้งนี้จะสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนจังหวัดน่านว่า หากเกิดภัยพิบัติขึ้น หน่วยงานภาครัฐจะสามารถเข้าถึงพื้นที่และให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขายแอลกอฮอล์ ในวันทางศาสนาได้ กำหนดโซนนิ่ง 5 ตำบลใน อ.เมือง / สภ.ละแมจับกุมผู้ต้องตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน 1ราย

          ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตามที่จังหวัดชุมพร แจ้งให้อำเภอเมืองชุมพร พิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ตามข้อ 3 ของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2568 โดยให้คำนึงถึงสภาพสังคม วัฒนธรรม และประเพณีของพื้นที่ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาจังหวัด หรือแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว เช่น ข้อมูลสถานการณ์พักแรม จำนวนผู้เยี่ยมเยือน รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งคำนึงถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่เป็นสำคัญ และวิเคราะห์ข้อดีที่จะได้รับและข้อเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกมิติ และจัดทำแผนมาตรการป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมาย เพื่อรองรับการกำหนดพื้นที่หรือบริเวณดังกล่าว ตลอดจนรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้น

          เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร นายเจริญโชค พรหมชุติมา นายอำเภอเมืองชุมพร ได้เชิญคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะในกรณีดังกล่าวผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจาก สภ.เมืองชุมพร สภ.ปากน้ำชุมพร สภ.บ้านวิสัยเหนือ สาธารณสุข อ.เมืองชุมพร พัฒนาการ อ.เมืองชุมพร ท้องถิ่น อ.เมืองชุมพร ผู้แทนจากเทศบาลเมืองชุมพร เทศบาลเมืองท่ายาง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ผู้แทนสมาคมโรงแรมจังหวัดชุมพร ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดชุมพร ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพร ผู้แทนสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ราชการ อ.เมืองชุมพรที่เกี่ยวข้อง

          ที่ประชุมใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีมติให้กำหนดพื้นที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาจำนวน 5 พื้นที่คือ 1.เขตเทศบาลเมืองชุมพร (ต.ท่าตะเภา) 2.ตำบลนาทุ่ง 3.ตำบลนาชะอัง 4.ตำบลท่ายาง และ 5.ตำบลปากน้ำ โดยสถานที่สามารถจำหน่ายแอลกอฮอล์ในสำคัญทางศาสนาทั้ง 5 วัน ในพื้นที่ 5 ตำบล จะต้องเป็นสถานประกอบการที่เปิดให้บรืการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และร้านอาหารจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ฎ.กำหนดพื้นที่ (Zonning), คำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558, ปว.50 กฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์

          กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (กรณีที่มีการแสดงมหรสพ การแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองเง็ง ดิสโกเธค คาราโอเกะ ตู้เพลง หรือการแสดงอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอนึ่ง ในการลงมติมีกรรมการงดออกเสียง 2 คนคือ นายอำเภอเมืองชุมพร (ประธานการประชุม) และ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ซึ่งอำเภอเมืองชุมพรจะนำมติของที่ประชุมเสนอต่อที่ประชุมในระดับจังหวัดต่อไป

          สภ.ละแมจับกุมผู้ต้องตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน 1ราย
          ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
          วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน จ.153/2568 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอก” มอบหมายให้
          พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รอง ผกก.ป.สภ.ละแม, พ.ต.ท.สุชาติ สิงหา รอง ผกก.สส.สภ.ละแม, พ.ต.ท.โตษณ พันธุ์ทอง,พ.ต.ท.วรรณโน จิตภิบาล สวป.สภ.ละแม ประกอบด้วย ร.ต.อ.สุชาติ หนูชัยแก้ว รอง สวป.สภ.ละแม,ร.ต.ท.ธรรมนูญ นกเขา, จ.ส.ต.อาทิตย์ อิศเรนทร์. จ.ส.ต.อภิชัย เผือกเกิด
          เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 36 ม.6 ต.สวนแตง อ.ละแม จว.ชุมพร
          ชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ออกสืบสวนจับกุมความผิดต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ในห้วงระดมกวาด ล้างอาชญากรรมระยะแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 จากการสืบสวนและสายลับแจ้งว่า บ้านเลขที่ 239 หมู่ที่ 9 ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นและมักมีกลุ่มวัยรุ่นมา มั่วสุมเสพยาเสพติด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบมาโดยตลอด และวันนี้ 24 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 11.00 น.ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมจำหน่ายและเสพยาเสพติด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เรียก และแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ได้พบเจ้าของบ้าน และ นางสาว วัดนาหรือหนู (สงวนนามสกุล) ทราบชื่อภายหลัง อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สอบถามว่ามา ทำอะไร นางสาว รัตนาหรือหนู แจ้งว่าตนเป็นคนดูแลทำความสะอาดบ้าน จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เห็น นางสาวรัตนาฯ แสดงอาการทำที่มีพิรุธกระวนกระวายตลอดเวลา ต่อมา นางสาวรัตนาฯขอเข้าห้องน้ำอ้างว่าจะขอเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากที่ผู้ต้องหาออกมาจากห้องน้ำเป็นคนแรกและคนสุดท้ายในเวลานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย พ.ต.ต.โดษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม เจ้าพนักงาน ปปส.เลขที่ ๖๗๐๓๒๙๐ ได้แสดงบัตร และได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ขอทำการทดสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะเบื้องต้น พบว่าให้ผลบวก (เป็นสีม่วง) แสดงว่ามีสาร เสพติดในตัวอย่างแต่ดูลักษณะท่าทางของผู้ต้องหา ท่าทางมีพิรุธสั่นกลัว ชุดจับกุมเชื่อว่าภายในบ้านอาจมียาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายอื่นซุกซ่อนอยู่หากเนิ่นช้ากว่าจะขอหมายค้นมาทำการตรวจค้นทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดอาจถูก โยกย้าย ซุกซ่อน ทำลายทำให้เสื่อมสภาพไปหรือบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่ บุคคลนั้นจะหลบหนีไปหรือมีทรัพย์สินได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ในการกระทำความผิดหรืออาจจะใช้เป็น พยานหลักฐานสิ้นสภาพไปจากเดิมเมื่อแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นให้ผู้ต้องหาทราบ และ พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง ได้แสดงบัตร พร้อมตรวจสอบเอกสารบัตร ปปส.เข้าใจ และพอใจแล้วยินยอมให้ตรวจค้น และนำตรวจค้นตลอด โดย ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบดินทร์ เป็นผู้ตรวจค้น และผู้ต้องหานำตรวจค้น จากการตรวจค้นภายในห้องน้ำที่ผู้ต้องหาเข้าเป็นคนสุดท้ายพบของ กลางข้างต้น สอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและขอให้คำให้การตามข้างต้น จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้นำตัว ผู้ต้องหามา สภ.ฯ และได้ตรวจเก็บปัสสาวะโดยนำปัสสาวะใส่ขวดปิดฉลาก ระบุชื่อ และเซ็นชื่อกำกับที่ฝ่าขวดเรียบร้อย และ ได้ทำหนังสือส่งโรงพยาบาลละแม เพื่อตรวจผลหาสารเสพติดยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลการตรวจจากโรงพยาบาลละแม แพทย์ ยืนกันว่าพบสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ต้องหาตามหนังสือข้างต้น จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ เมื่อผู้ต้องหา ทราบ สิทธิ์ และข้อกล่าวหาดีแล้วให้การรับสารภาพตามรายละเอียดข้างต้น จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พง ส.สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2

          กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2 โดยมอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษาให้แก่ นักเรียน

          โรงเรียน ตชด.พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและเชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ทหารอากาศกอง

          บิน 41 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ ตำรวจตระเวนชายแดน กก.33 เชียงใหม่ และตำรวจภูธรสิงห์บุรีระหว่างวันที่ 22-25 สิงหาคม 2568

          เมื่อวันศุกร์ ที่ 22 - 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568 คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นางจุรีภรณ์ เมฆินไกรราช ในฐานะผู้แทนนักศึกษา วชส.1 ร่วมกับ สมาคมตำรวจ, และ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 2 พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รุดเยี่ยมให้กำลังใจ บำรุงขวัญมอบถุงยังชีพ และ เครื่องตัดหญ้า เครื่องกีฬา ให้แก่ทหารอากาศ กองบิน 41 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และตำรวจภูธรสิงห์บุรี พร้อมจัดทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม  โดยการมอบถุงยังชีพให้แก่ชาวบ้านที่ขาดโอกาส พร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬา ให้แก่นักเรียนและพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี - จ.เชียงใหม่ รวม 500 ชุด อุปกรณ์การศึกษาการกีฬาทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน 150 ชุด โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

          ตำรวจภูธรภาค 1 เตือนภัย นักดื่มแอลกอกอฮออล์พึงระวัง พลาดถูกจับ นอนคุก ขึ้นศาล เสียเวลา เสียเงิน เสียประวัติ พร้อมกับแจงข้อกฎหมายและโทษ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากเมาแล้วขับ…” ตำรวจภูธร ภาค 1

          เตือนประชาชน ที่อยู่หรือเข้ามาทำภารกิจ ในเขตพื้นที่ 9 จังหวัดซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 รับผิดชอบ เมาแลัวขับ โดนเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอลล์ เสี่ยงติดคุกและถูกปรับเงินพร้อมโทษทางอาญา ยังเช็คตัวอย่างที่กำลังเป็นข่าวดัง….”

          พลตำรวจตรี ภัคพงศ์สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งควบคุมงานประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวเปิดเผยว่า

          พลตำรวจโท สุรพลเปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ มีความห่วงใย ในการขับรถ ของประชาชนซึ่งเดิมแอลกอฮอล์ซึ่งอาจ จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ ตนเองและ ประชาชนที่ใช้ ท้องถนนและ พื้นที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน อาจก่อให้เกิด อันตรายและเสียชีวิตได้

          จึงให้ งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 เรื่อง คือ1.) 🚨รู้หรือไม่ หากปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า “เมาแล้วขับ””เมาขับ“ อันตรายถึงชีวิต ผิดกฎหมาย อาจต้องโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี 🚨

          🌡️ เช็กเลย ปริมาณ ”แอลกอฮอล์“ แค่ไหน = เมาแล้วขับ
          ▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัม % ( สำหรับบุคคลทั่วไป )
          ▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัม % ( สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือ มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ) 📍กฎหมายเกี่ยวกับเมาแล้วขับ ขับขี่ขณะดื่ม – เมาสุรา

          เมาแล้วขับ – กระทำผิดครั้งแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 5,000 – 20,000 บาทเมาแล้วขับ – หากทำผิดซ้ำ ภายใน 2 ปี นับแต่กระทำผิดครั้งแรก เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 – 100,000 บาท ( ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ )

          เมาแล้วขับ – หากทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต โทษสูงสุด 10 ปี ปรับ 200,000 บาท เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ❗️ทั้งนี้หากต่อสู้ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ❗️

          จะเข้าข่ายความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ถ้าใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ( ป.อาญา ม.138 ) “เมาไม่ขับ“ ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมาไม่ขับ #ขับขี่ปลอดภัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติRoyalthaipolice

          2.) สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา🚨⛑⛑ สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน⛑⛑⛑ 👮🚨🪖 ตำรวจ สภ.นครหลวง ร่วมกับนายก อบต.แม่ลา รับมอบหมวกกันน็อก จำนวน 70 ใบ

          จากบริษัทโรงผลิตไฟฟ้าเอกชน นิคมนครหลวง เพื่อสนับสนุนโครงการ “ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน” แจกจ่ายให้ประชาชน ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนความปลอดภัยบนท้องถนน👮🚨🪖 Cr.#ตำรวจทำดี

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก ประจำปี งบประมาณ 2568 งบสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ ต.โนนหัน

          วันจันทร์ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวเปิดงาน โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก ประจำงบประมาณ 2568

          ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคลอง กล่าวรายงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปาก ให้แก่ ครู/ ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวถึงโครงการ ได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโนนหัน มีวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปาก

          ให้กับผู้ปกครอง บุคคลากร ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นโรคติดต่อในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และอบรมความรู้เรื่องการเฝ้าระวังในครั้งนี้ มีกิจกรรมฝึกปฏิบัติทักษะการล้างมือที่ถูกวิธี
          นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์

          ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กล่าวขอบคุณผู้ปกครอง และเด็กในศูนย์พัฒนาจำนวน 60 คน ที่พาบุตรหลานร่วมกิจกรรมฯครั้งนี้
          ผู้มีเกียรติ ทั้งท้องที่ และท้องถิ่น ร่วมงานครั้งนี้ เช่น

          นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายก อบต โนนหัน-นายกิตพศ นามนัย เลขานุการนายก อบต โนนหัน-นางขนิษฐา เลิศอุดมโชค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมประจำตำบลโนนหัน-นางสาวจตุรภัทร จันหา รองปลัด อ.บ.ต.โนนหัน
          -นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
          -นางสาวรุ่งศริ ภูมิคอนสาร

          นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก มีการฝึกทักษะการล้างมือที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองและเด็ก ร่วมกันทำความสะอาด อาคาร สถานที่อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และของเล่นต่างๆ ภายในศูนย์ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง

          ขอนแก่นเมืองหัตกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 5 แถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.ลำปาง และ ภ.จว.น่าน

          วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติคดีรายสำคัญ ของ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง และ สภ.เวียงสา จว.น่าน ดังนี้

          1. วันที่ 23 ส.ค.68 – สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 2 คน, รถยนต์บรรทุก 1 คัน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 8,000,000 เม็ด
          2. วันที่ 24 ส.ค.68 – สภ.เวียงสา จว.น่าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน, รถยนต์กระบะ 1 คัน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 200,000 เม็ด

          โดยมี พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , น.ส.นิตยา พงษ์พาณิช รอง ผวจ.ลำปาง, พ.อ.กวิน ยาวิชัย รอง ผบ.มทบ.32, พ.อ.สันทัด ภัทรกิตตินนท์ ผู้แทน กอ.รมน.ลำปาง, ผู้แทน ผอ.ปปส.ภาค 5, รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง, รอง ผบก.ภ.จว.น่าน, ผกก.สภ.แม่พริก, ผกก.สภ.เวียงสา ร่วมแถลงผลการจับกุม

          ณ ลานแถลงข่าวตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ถ.ลำปาง – แจ้ห่ม ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง จว.ลำปางสรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจฎธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 24 ส.ค.68จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 22,734คดีรายสำคัญ 232 คดี
          ยึดของกลางยาเสพติด

          ยาบ้า 240 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 11,400 กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 197 กิโลกรัมเศษเคตามีน 1,840 กิโลกรัมเศษ ฝิ่น 155 กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด ประมาณ 1,130 ล้านบาทเศษ….

          สมจิตร แสงบันลังค์ รายงาน

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวง รวบหนุ่มเมียนมา ลักลอบขนแรงงานเถื่อน อัดแน่นกระบะ 13 ชีวิต

          ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 24 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. ปฏิบัติราชกาา บก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง, พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล.

           เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กล้า  สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ด.ต.วงศ์วริศ ทรัพย์คนาสกุล ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., จ.ส.ต.สราวุธ กรรณสุรางค์ ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.,
          สถานที่จับกุม บริเวณเหตุเกิด ทล.41 (เอเชีย) กม.24 ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร     ร่วมกันจับกุมตัว  1. นายจอ ตู ยะ อายุ 42 ปี เชื้อชาติ มอญ  สัญชาติ เมียนมา 2. บุคคลต่างด้าวสัญชาติ เมียนมา ชาย 7 คน หญิง 6 คน รวมทั้งหมด 13 คน  พร้อมยึดของกลาง 1 รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ MAZDA สีเทา   2. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO หมายเลขโทรศัพท์ (ซิม2)

          วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.68 เวลา 05 : 55 น. น. ขณะเจ้าหน้าที่รวจทางหลวงชุมพร ขับรถวิทยุ 2408 ออกตรวจบนถนนเอเชีย (ทล.41) กม.24 ต.ครน อ.สวี เจอรถมาสด้า สีเทา ทะเบียน ผก 4743 นครปฐม ขับแซงขึ้นมาช่องขวา กระจกติดฟิล์มทึบ และท้ายรถปิดคลุมมิดชิด จึงใช้ไฟฉายส่อง พบมีคนนั่งเต็มคัน
          เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจ พบผู้ขับคือ นายจอ ตู ยะ ชาวเมียนมา ภายในรถมีแรงงานต่างด้าวเพื่อนร่วมชาติ 13 คน (ชาย 7 หญิง 6) ไม่มีเอกสารอนุญาตเข้าประเทศ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาที่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

          สอบสวน นายจอ ตู ยะ รับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าคนมอญในชุมพร ติดต่อผ่านเบอร์โทร ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวที่ ต.ขุนกระทิง อ.เมือง ชุมพร ช่วงตี 2 วันที่ 24 ส.ค. 68 แล้วจะขนไปส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ค่าจ้าง 12,000 บาท

          ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย” ในความผิดฐาน ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใด เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม, เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอานาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวผู้ต้องหา พร้อมแรงงานต่างด้าว และรถของกลาง ให้พนักงานสอบสวน สภ.สวี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

          สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ก๊วนกอล์ฟชุมพรระดมทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธี มทบ.44 ได้ยอดบริจาครวม 336,180 บาท

          ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ณ คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44) จังหวัดชุมพร มีพิธีมอบรางวัลการแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยรางวัลแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธีประจำค่ายเขตอุดมศักดิ์ พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (ผบ.มทบ.44) เป็น

          ประธานในพิธี พร้อมด้วยนางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานจริยธรรมจังหวัดชุมพร และนักธุรกิจชื่อดังในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้างศาลาพลับพลาฯ ดังนี้:

          นางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานจริยธรรมจังหวัดชุมพร มอบเงิน 100,000 บาทนายนิษกัณฐ์ ยังสุข โดยมีนายนันพิพัฒน์ ดวงธิราช เป็นผู้แทนมอบเงิน 100,000 บาทดร.ธน บุญเกิด

          โดยมีนายสุธานน บุญเกิด เป็นผู้แทนมอบเงิน 36,180 บาทโปรอวย ศิริธร นาแพง มอบเงิน 60,000 บาทนายอนุวัติ วัชรพงษ์ เจ้าของบริษัท อีซูซุสุพรภัณฑ์ชุมพร จำกัด มอบเงิน 20,000 บาทนายสรไกร เมืองเทียน มอบเงิน 10,000 บาท

          นายภาคย์ นวษุกร มอบเงิน 10,000 บาท ยอดบริจาคในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 336,180 บาท ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างศาลาพลับพลาพิธีเพื่อประโยชน์ของค่ายเขตอุดมศักดิ์และชุมชนต่อไป

          พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เห็นบรรยากาศนักกอล์ฟอยู่ในกิจกรรมจนวินาทีสุดท้ายถือว่าทุกท่านทุกคนให้ความเป็นกันเองกับ มทบ.44 บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก และในโอกาสครั้งต่อๆไปคง

          จะได้มีโอกาสจัดงานในลักษณะนี้อีก แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากนักกอล์ฟในจังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพัทลุงแล้วก็จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          มาให้มากยิ่งขึ้นไป ในวันนี้ประสบความสำเร็จที่ได้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากกำลังพลและครอบครัวของมณฑลทหารบกที่ 44 แล้วก็นักกอล์ฟทุกท่านที่ได้มาร่วมกันในวันนี้ขอขอบคุณมากๆครับผม

          สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง