เรื่องทั้งหมดโดย admin

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตร.มุกดาหารไล่สกัดรถต้องสงสัย คนขับทิ้งรถหนีเข้าป่า พบ “ไอซ์” กว่า 400 กก.

แชร์เนื้อหานี้

ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร ประสานกำลังสกัดรถเก๋งโตโยต้า ยาริส หลังได้รับข้อมูลจากชุดการข่าว บช.ตชด.ภ.2 ขับหลบหนีจากพื้นที่ อ.หว้านใหญ่ ก่อนจอดรถทิ้งในป่าละเมาะแล้วหลบหนี ตรวจค้นพบไอซ์บรรจุห่อจำนวนมาก รวมประมาณ 400 กิโลกรัม พร้อมรถและแผ่นป้ายทะเบียนอีกชุด

มุกดาหาร – เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 23 กันยายน 2569 ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด และชุดตรวจตู้ยาม 82 พรรษา สภ.เมืองมุกดาหาร

ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่การข่าว บช.ตชด.ภ.2 ให้สกัดจับรถยนต์ต้องสงสัย โตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 6 กว 9029 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับหลบหนีการติดตามมาตามถนนเลียบชายโขง จากพื้นที่ อ.หว้านใหญ่ เข้าสู่เขต อ.เมืองมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่ติดตามจนรถคันดังกล่าวพยายามหลบหนีโดยใช้เส้นทางรอง ก่อนคนขับจะตัดสินใจจอดรถทิ้งไว้ในพื้นที่ป่าละเมาะ ห่างจากหมู่บ้านคำเขือง ต.คำอาฮวน แล้วหลบหนีไปในความมืด เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบรถและพื้นที่

โดยรอบ จากการตรวจค้นพบ ถุงพลาสติกสีดำจำนวน 8 ถุง ภายในบรรจุห่อวัตถุต้องสงสัย ลักษณะคล้าย ยาไอซ์ ห่อเป็นก้อน น้ำหนักประมาณก้อนละ 1 กิโลกรัม รวมเบื้องต้นประมาณ 400 กิโลกรัม

นอกจากนี้ยังพบ แผ่นป้ายทะเบียน งพ 7862 ชลบุรี และเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนรถอีกหลายรายการ
เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดรถยนต์และของกลางทั้งหมด นำไปเก็บรักษาและตรวจยึดตามขั้นตอนที่กองร้อย ตชด.234 ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมาย และเร่งติดตามตัวผู้ขับขี่ที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กฟผ.ทับสะแก ผนึกกำลังทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 251,500 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทะเลไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ กฟผ. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก

จัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ทะเลไทย” ณ ชายหาดแหลมกุ่ม ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก โดยมี นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง นายสายชล ชนะภัย รองนายกอบต นาหูกวาง นางส่งศรี สุขบุญรักษา

ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 หัวหน้าส่วนราชการผู้นำท้องที่และท้องถิ่น คณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. นำโดย นายวิมลไชย มงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ

นายวัชระ ถาวรวงศ์ หัวหน้ากองพัฒนาศักยภาพชุมชน
นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก
นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก
นางสาวกัณฐิกา วชิรธาราภาดร หัวหน้าแผนกพัฒนาชุมชนและ

สังคม นายพิษณุ คล้ายชัง หัวหน้าแผนกประเมินคุณภาพชุมชน นางสาวพรทิพา เชยงาม หัวหน้าแผนกพัฒนาส่งเสริมอาชีพ
นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ รวมถึงประชาชน ครู นักเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สร้างแหล่งอาหารและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนประมงท้องถิ่น รวมถึงร่วมกันส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวนทั้งสิ้น 251,500 ตัว

ประกอบด้วย กุ้งกุลาดำ จำนวน 250,000 ตัว และปลาตะกรับ จำนวน 1,500 ตัว นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำความสะอาดชายหาด เพื่อรักษาความสะอาดและความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของท้องถิ่นต่อไป

การจัดกิจกรรมดังกล่าว สอดคล้องกับภารกิจของ กฟผ. ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานด้านพลังงานควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรกับชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

///////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ..ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อำเภอกำแพงแสน…พึ่งได้ “แก้จน คนกำแพงแสน”

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ.2569นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้
นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน นำถุงยังชีพ ของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม มอบแก่กลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วย ปลัดอาวุโส ปลัดอำเภอกำแพงแสน นายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน

นายกสุนทร สมัยนิยม นายก อบต. ทุ่งขวาง และพัฒนาชุมชนอำเภอกำแพงแสนพร้อมด้วย กำนันวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และอปท.ทุ่งขวาง ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ กลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ตำบลทุ่งขวาง จำนวน ๑๐ ราย ตามนโยบายกรมการปกครอง อำเภอพึ่งได้ ตามโครงการ “แก้จน คนกำแพงแสน” นายอำเภอไปหาถึงที่ เติมสุขถึงบ้าน

ทั้งนี้อำเภอกำแพงแสนมีแผนในการลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทสบาลตำบลสามง่าม ได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาวะทางสายตา

แชร์เนื้อหานี้

กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทสบาลตำบลสามง่าม ได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาวะทางสายตา เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กวัยเรียน ประจำปีงบประมาณ 2569
เทศบาลตำบลสามง่าม

นำโดย นายอานนท์ มีใจดี ผ.ศ ด.ร. อภิชา พรเจริญกิจกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลสามง่าม ร่วมเป็นประธานในการมอบแว่นสายตาให้กับนักเรียนในเขตเทศบาล จำนวน 6 โรงเรียน สำหรับมีวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางสายตาในเด็กนักเรียน

สนับสนุนแว่นสายตาให้แก่เด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติอย่างทั่วถึง เนื่องจากดวงตาและการมองเห็นเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว และเพื่อเพิ่มศักยภาพและลดผลกระทบในเชิงลบต่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

พิธีมอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมวิสัญญีพยาบาล รุ่นที่ 11 โรงพยาบาลนครปฐม

วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานในพิธี มอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมวิสัญญีพยาบาล รุ่นที่ 11 ปีการศึกษา 2568-2569 จำนวน 6 ท่าน

โดยมี แพทย์หญิงชนิดา เอี่ยมแสงชัยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร อาจารย์แพทย์ พยาบาล ร่วมแสดง ความยินดี ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ประกอบการชายหาดพัทยารวมตัวเรียกร้อง เพิ่มที่จอดรถ หลังจัดระเบียบ “คุณจอด เราจับ!” ทำลูกค้าหายวูบ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 ก.ย.69 ที่หน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี บรรดากลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่นชายหาดพัทยา ทั้งผู้ประกอบการร่มเตียง ร้านค้าชายหาด และกลุ่มหมอนวดชายหาด ได้นัดหมายรวมตัวกันเรียกร้องให้เมืองพัทยาพิจารณาผ่อนปรนเพิ่มจุดรถรถ หลังที่ผ่านมาได้ผลกระทบจากการตัดระเบียบ “คุณจอด เราจับ!” จนลูกค้าหดหาย

โเข้าดยทางตัวแทนผู้ประกอบการได้เข้าพบนายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายพรภิรมย์ เสือแดง ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา เพื่อชี้แจงความเดือดร้อนก่อนจะยื่นรับหนังสือขอร้องเรียนของกลุ่มผู้ประกอบการชายหาดให้เมืองพัทยาพิจารณา

ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ เผยว่า ทางผู้ประกอบการชายหาดทุกคนได้ให้ที่ความร่วมมือกับเมืองพัทยาเป็นอย่างดีเพื่อให้สังคมมีระเบียบขึ้น หน่วยงานต่างๆ ก็ได้วางแนวทางจัดระเบียบมาโดยตลอด แต่หลังมีโครงการคุณจอด เราจับ! ไม่มีที่จอดรถในช่วงต้นหาด ทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสและขาดรายได้ ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ จึงรวมตัวกันเรียกร้องให้เมืองพัทยาช่วยเหลือดังกล่าว

ทั้งนี้ นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา ได้รับมอบหนังสือและรับฟังปัญหาจากกลุ่มผู้ประกอบการ พร้อมเสนอแนะให้ผู้ประกอบการส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมหารือกับทางเมืองพัทยา เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ และภาพรวมของสังคมก็เป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อยต่อไปด้วย

”อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว“ ตั้งโต๊ะแถลงความโปร่งใสจัดงานคเณศจตุรีพัทยา 2569

ประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคมแห่งประเทศไทยแจงผลการจัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ประสบความสำเร็จด้วยดี ขอบคุณทุกภาคส่วน พร้อมแจงความโปร่งใสตลอดการทำงาน

ตามที่กลุ่มคนรักพระพิฆเนศทั่วประเทศได้ร่วมกับเมืองพัทยาจัดงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ระหว่างวันที่ 13-16 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชายหาดพัทยา ซึ่งพบว่ามีผู้ศรัทธาเข้าร่วมจำนวนมาก สะท้อนภาพความร่วมมือทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดีนั้น

อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา ในฐานะประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม และแกนนำจัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ในครั้งนี้ ได้ตั้งโต๊ะแถลงผลการจัดงานเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ กับสื่อมวลชน โดยได้กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนโดยเฉพาะเมืองพัทยา ทำให้การจัดสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยนี้

ทั้งนี้ ทางเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคมแห่งประเทศไทยได้ตั้งใจจัดงานดังกล่าวตามความศรัทธาในองค์พ่อพระพิฆเนศ และได้มีการส่งเอกสารชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานเพื่อแสดงความชัดเจนให้กับสื่อมวลชนได้เป็นพยานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งเรื่องรายละเอียดการจัดงาน รายละเอียดการสนับสนุนจากสปอนเซอร์และค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างโปร่งใสในทุกรายละเอียด

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคมแห่งประเทศไทยจะได้เตรียมความพร้อมเพื่อวางแผนการจัดงานคเณศจตุรถีพัทยาในปีต่อไป โดยเอาประสบการณ์และข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ได้รับคำแนะนำจากทุกภาคส่วนที่ได้ในการจัดงานปีนี้ มาปรับปรุงแก้ไขและต่อยอดเพื่อให้เกิดการจัดงานที่ดีขึ้นยิ่งๆ ขึ้นในปีต่อไปอีกด้วย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตร.จอหอโคราช โชว์ฝีมือ จับโจรเก่าพ้นคุก 10 ปี ไม่กี่เดือน ลักทรัพย์ซ้ำ /สาวโคราชร้องตำรวจ ถูกหญิงรู้จักกันนำหินและเต่ามงคลมาขาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 01.00 วันที่ 23 กันยายน 2569 พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.จอหอ สั่งการให้ พ.ต.ท.สมโชค คัดสูงเนิน รอง ผกก.สส.สภ.จอหอ และ พ.ต.ท.ขัตติยะ เขียวอุตสา สว.สส.สภ.จอหอ ร.ต.อ.เมธี ปะวิโน รอง สว.สส.สภ.จอหอ
พร้อมกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่เร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในพื้นที่รับผิดชอบ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายพรศักดิ์ หรือเอ็กซ์ โพธิ์แก้ว อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามคดีลักทรัพย์ หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์จำนวน 2 คดี ในพื้นที่ตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลาง 1.ไอแพด พร้อมปากกา จำนวน 2 เครื่อง 2.หมวกกันน็อค ยี่ห้อ AVEX รุ่น boco สีเหลือง ด้านข้างมีหมายเลข 8 จำนวน 1 ใบ

3.พัดลมพกพา สีขาว ยี่ห้อ JisuLife จำนวน 1 ตัว
4.พัดลมพกพา สีเทา ยี่ห้อ JisuLife จำนวน 1 ตัว
5.สายชาร์จ+หัวชาร์จ Xiaomi จำนวน 1 ชุด
6.สายชาร์จ+หัวชาร์จ Apple Lightning จำนวน 1 ชุด
7.เสื้อกีฬาแขนสั้นคอปก สีน้ำเงิน จำนวน 1 ตัว
8.โน๊ตบุ้ค ยี่ห้อ Lenovo พร้อมกระเป๋า+สายชาร์จ+เม้าส์ จำนวน 1 ชุด9.เสื้อเชิ้ตแขนยาวคอปก สีขาว-ดำ จำนวน 1 ตัว
10.กางเกงยีนส์ขายาว สีดำ จำนวน 1 ตัว
11.รองเท้าแตะ ยี่ห้อ CROCS สีขาว จำนวน 1 คู่
12.กระเป๋าสะพายข้าง ยี่ห้อ L-ATTENTION สีเขียว จำนวน 1 ใบ 13.ตัวสกัดปูน สีส้ม (ด้ามจับเป็นยาง) จำนวน 1 อัน

คดีนี้สืบเนื่องจากเกิดเหตุลักทรัพย์ในเคหสถานหลายครั้งในพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์ จนพบเบาะแสเชื่อมโยงไปถึงนายพรศักดิ์จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์ในเคหสถานมาแล้วหลายครั้ง โดยก่อนหน้านี้เคยต้องโทษจำคุกเป็นเวลานานถึง 10 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียงไม่กี่เดือน ก่อนจะกลับมาก่อเหตุลักทรัพย์อีกครั้ง โดยประวัติที่ผ่านมาเคยก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วมากกว่า 20 ครั้ง

เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและรับของโจร”ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ. นครราชสีมา

สาวโคราชร้องตำรวจ ถูกหญิงรู้จักกันนำหินและเต่ามงคลมาขาย อ้างขโมยพ่อแม่มา ก่อนเรียกเงินรวมกว่า 2 แสนบาท เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีรับของโจร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นางก้อย นามสมมุติ อายุ 44 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา หลังได้รับความเสียหายจากกรณีซื้อหินมงคลจากหญิงรายหนึ่งชื่อน้ำ ก่อนถูกเรียกเงินเพิ่มเติม โดยอ้างว่าหินดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ขโมยมาจากพ่อแม่ของผู้ขาย เหตุเกิดบริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถนนจอมสุรางค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา

ผู้เสียหาย ระบุว่า รู้จักหญิงรายดังกล่าว ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า น.ส.น้ำ โดยช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 น.ส.น้ำ ได้นำหินมงคลมาเสนอขายให้ผู้เสียหายที่บ้าน โดยระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน 2569 มีการซื้อขายหินมงคลรวม 7 ชิ้น รวมเต่ามงคล 2 ตัวคิดเป็นเงิน 13,970 บาท พร้อมมีหินแถมเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง

ต่อมา น.ส.น้ำ แจ้งกับผู้เสียหายว่า หินมงคลที่นำมาขายนั้นขโมยมาจากพ่อและแม่ของตนเอง พร้อมอ้างว่าครอบครัวจะดำเนินคดีกับผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลกลัวจะถูกดำเนินคดี และมีการจ่ายเงินให้ น.ส.น้ำ อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดี

ผู้เสียหายระบุว่า ได้จ่ายเงินไปแล้วรวมทั้งสิ้น 212,483 บาท โดยมีสลิปโอนเงินชัดเจน ก่อนจะไม่มีเงินจ่ายเพิ่มเติม ต่อมา น.ส.น้ำ แจ้งว่าสามารถผ่อนชำระเป็นรายวันได้ ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายเหมือนถูกคุกคาม จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.น้ำ และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นักศึกษาโคราช ตาม เทรนด์ มาลัยรัดเกล้า แฟชั่นไทยสุดชิค แห่ถ่ายรูปแลนด์มาร์กหน้าย่าโม ประตูชุมพล

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสแฟชั่น มาลัยรัดเกล้า กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษา หลังมีการนำพวงมาลัยซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยอันประณีตมาประยุกต์เป็นเครื่องประดับผม ก่อนสวมใส่ไปถ่ายภาพตามสถานที่สำคัญและย่านเก่าแก่ จนกลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียล มีสาวๆ และอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากนำไปทำตาม

พวงมาลัยถือเป็นงานฝีมือที่เกิดจากการนำกลีบดอกไม้และใบไม้มาร้อยเรียงอย่างประณีต จนกลายเป็นงานศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์และความงดงามของวัฒนธรรมไทย แม้รูปแบบจะดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของช่างผู้ร้อยมาลัย

ล่าสุด ที่ ตลาดแม่กิมเฮง อำเภอเมืองนครราชสีมา พบกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษาเดินทางมาเลือกซื้อดอกไม้และมาลัยรัดเกล้า จากร้านค้าภายในตลาด เพื่อนำไปผูกกับเส้นผมและใช้เป็นเครื่องประดับ ก่อนเดินทางไปถ่ายภาพตามสถานที่สำคัญต่างๆ ในเขตตัวเมืองนครราชสีมา ส่งผลให้ร้านดอกไม้และผู้จำหน่ายมาลัยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้ค้าระบุว่ายอดซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 30%

โดยเฉพาะบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ ลานย่าโม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครราชสีมา พบกลุ่มนักศึกษาและวัยรุ่นนำมาลัยรัดเกล้ามาสวมใส่ พร้อมใช้บริเวณลานย่าโมและประตูชุมพลเป็นโลเคชันถ่ายภาพ ทำให้เกิดภาพที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นร่วมสมัยกับสถาปัตยกรรมและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองโคราชอย่างลงตัว

ด้าน นางสาวศยามล แย่งใจรัก แฟรี่ คณะศึกษาศาสตร์ ปี3 และนางสาวธนพร ชมภูทัศ พลอยใส คณะศึกษาศาสตร์ ปี3 น้องชมพู่ นักศึกษามหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล เปิดเผยว่า ช่วงนี้มาลัยเกล้าผมกำลังเป็นกระแสได้รับความนิยมในกรุงเทพมหานคร ส่วนในโคราชก็อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระแส จึงเลือกมาถ่ายภาพตามจุดสำคัญของนครราชสีมา เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งต้องการมีส่วนช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย

ทั้งนี้ ยังอยากเชิญชวนวัยรุ่นและประชาชนให้ลองนำมาลัยไทยมาประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆ และร่วมกันสร้างกระแสแฟชั่นที่ยังคงสะท้อนความเป็นไทย ให้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยยังคงอยู่ต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน จ. นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /การแข่งขันทักษะวิชาชีพอาชีวะสร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบสระดับชาติ ครั้งที่ 6

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 กันยายน 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยการอาชีพเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล ลักษณลม้าย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันทักษะวิชาชีพอาชีวะสร้างช่างฝีมือ

ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ระดับชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–23 กันยายน 2569 โดยมีนางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้การต้อนรับ ทั้งผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการดำเนินงาน และนักเรียนในสังกัดอาชีวศึกษาจากทั่วประเทศ

ในการนี้ ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล ลักษณลม้าย กล่าวว่า โครงการอาชีวะสร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะวิชาชีพให้แก่เยาวชนและผู้ที่ต้องการโอกาส

พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย และเจตคติที่ดีในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถดำรงชีวิต พึ่งพาตนเอง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยื

การจัดการแข่งขันในครั้งนี้มุ่งเน้นการค้นหาผู้ที่มีความสามารถเป็นเลิศ และเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพทางวิชาชีพ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ต่อยอดทักษะการปฏิบัติงานจริง ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานศึกษาและผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากทั่วประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพกำลังคนอาชีวศึกษา และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่การพัฒนาประเทศในอนาคต

จังหวัดน่าน เปิดบ้าน เจ้าภาพจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพอาชีวะสร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ระดับชาติ ครั้งที่ 6 พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ทักษะการประกอบอาชีพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมืองร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตชด.234 บุกจับชายวัย 40 ยึดยาบ้า 1,093 เม็ด–ปืนเถื่อน 3 กระบอก พร้อมกระสุน 65 นัด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 กันยายน 2569 ก่อนจับกุมนายณัฐธีน์ ศิริเลิศรัตน์ อายุ 40 ปี และขยายผลตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเป็น ยาบ้า 1,093 เม็ด แบ่งเป็นเม็ดสีแดง 1,081 เม็ด และสีเขียว 12 เม็ด พร้อม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 3 กระบอก ได้แก่ ปืนสั้นขนาด .38 ปืนยาวขนาด .22 และปืนสั้นขนาด 9 มม. รวมทั้งกระสุนปืนหลายขนาด 65 นัด และอุปกรณ์เก็บเสียงอีก 1 ชิ้น

นอกจากนี้ยังตรวจยึด รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีเขียว 1 คัน เป็นของกลาง โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองยาเสพติด อาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงข้อกล่าวหาอื่นตามพฤติการณ์ของคดี

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสอบสวนขยายผลหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทหารพรานลุยสกัดยา! พบยาบ้ากระสอบเขียว 52 ก้อน รวมกว่า 1.04 แสนเม็ด คนส่งไหวตัวทันขี่ จยย.หนี

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 ฉก.ทพ.21 ขยายผลเครือข่ายยาเสพติด หลังได้รับข้อมูลว่าจะมีการนัดหมายส่งมอบยาเสพติดบริเวณรอยต่อ อ.ดงหลวง กับ อ.เมืองมุกดาหาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการนำยาเสพติดมาส่งมอบบริเวณ ถนนหลวงชนบทหมายเลข 3008 คำป่าหลาย–ดงหลวง เขตบ้านคำป่าหลาย หมู่ 1 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จึงวางกำลังเฝ้าติดตาม

กระทั่งพบชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำ กระสอบสีเขียว ไปวางทิ้งไว้บริเวณป้ายเตือนข้างทาง เมื่อสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ ชายดังกล่าวได้เร่งเครื่องยนต์ขี่รถหลบหนีไปโดยอาศัยความชำนาญในพื้นที่

เจ้าหน้าที่จึงประสาน ตำรวจ สภ.คำป่าหลาย ร้อย ตชด.234 และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร ร่วมตรวจสอบกระสอบดังกล่าว พบภายในเป็น ยาบ้าซุกซ่อนจำนวน 52 ก้อน ประมาณ 104,000 เม็ด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางนำไปเก็บรักษาไว้ที่ ทก.ร้อย.ฉก.ทพ.2103 พร้อมประสานหน่วยงานความมั่นคงร่วมตรวจนับอย่างละเอียด และเร่งติดตามตัวผู้ที่นำยาเสพติดมาวางไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อบต.อ่างทอง ศึกษาดูงาน อบต.ชัยเกษม ยกระดับงานกู้ชีพ-กู้ภัย และการแพทย์ฉุกเฉินสู่มาตรฐาน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก นำทีมโดย นายอำนวย จันทร์เจ็ก รองนายกอบต.อ่างทอง เจ้าหน้าที่ พนักงาน และทีมงานกู้ชีพ-กู้ภัย เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการจัดการงานกู้ชีพ กู้ภัย และการแพทย์ฉุกเฉิน

ณ องค์การบริหารส่วนตำบลชัยเกษม โดยมีนายสมปอง วงค์เณร นายกอบต.ชัยเกษม พ.จ.อ.ดอน แดงเครือ ปลัด อบต.ชัยเกษม พร้อมเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข กู้ชีพ-กู้ภัย ให้การต้อนรับ เพื่อเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ นำมาปรับใช้และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการด้านสาธารณภัยและการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่รับผิดชอบ

การศึกษาดูงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเทคนิคการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ระบบการรับแจ้งเหตุ การจัดสรรทรัพยากร อุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน ไปจนถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดระยะเวลาในการเข้าช่วยเหลือ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ทาง อบต.อ่างทอง คาดหวังว่าความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน จะนำมาพัฒนาและปรับปรุงระบบงานกู้ชีพ-กู้ภัย และการแพทย์ฉุกเฉินของ อบต.อ่างทอง ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนตำบลอ่างทองอย่างแท้จริง

 /////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาร่วมใจ จัดทำดอกไม้จันทน์ ถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาร่วมใจ จัดทำดอกไม้จันทน์ ถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาร่วมใจ จัดทำดอกไม้จันทน์ ถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยมี ข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ลูกจ้าง กลุ่มสตรีอำเภอดอนตูม และประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่อำเภอดอนตูม ร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กกต.บึงกาฬ จัดประชุมสร้างแหล่งข่าวและประสานงานข่าว เพิ่มประสิทธิภาพป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมแลโขงวิว อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง การสืบสวน ไต่สวน และการดำเนินคดีในศาล กิจกรรมย่อยที่ 2 การประชุมเพื่อสร้างแหล่งข่าวและประสานงานข่าวให้มีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนากระบวนการประสานงานด้านข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ตลอดจนสร้างเครือข่ายแหล่งข่าวในพื้นที่ เพื่อให้การติดตาม ตรวจสอบ และป้องปรามการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

โดยมี นายไพรัต คัณทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วย นายอดุลย์วัฒน์ เสียงหวาน รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ นายรพีภัทร เถื่อนโทสาร พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวน และผู้เข้าร่วมการประชุมที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การสร้างเครือข่ายแหล่งข่าวและการประสานงานข้อมูลอย่างเป็นระบบ ถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ โดยมุ่งเน้นการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถนำไปใช้ประกอบการปฏิบัติงานด้านการป้องปราม สืบสวน และดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้งได้อย่างเหมาะสม

บึงกาฬนิวส์ รายงาน บึงกาฬนิวส์ กกตบึงกาฬ กกต เลือกตั้ง กฎหมายเลือกตั้ง ข่าวบึงกาฬ บึงกาฬ #สำนักงานกกต #การเลือกตั้ง ข่าวประชาสัมพันธ์ บึงกาฬบ้านเฮา การดำเนินโครงการดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรและเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมตามหลักการของกฎหมายต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 096146432

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สทนช1.จัดการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยม คร้งที่5/2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา13.30น.ของวันที่21กันยายน2569ณ.ห้องประชุม1ชั้น3โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โดยมี.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์.ได้มาเป็นประธานการจัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยม ครั้งที่ 5/2569ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค1(สทนช.)รวม5วาระการประชุม.โดยมี นาง วชิรญาณ์ สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำยม กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำยมได้ดำเนินรายการประชุม.

ทั้งนี้ได้มีคณะกรรมการจากภาคส่วนราชการและภาคประชาชนเข้าร่วมประชุม ในห้องประชุมและทางออนไลน์ผ่านสื่ออิเลคทรอนิคครบองค์ประชุมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจราณา อาทิเช่น.การบริหารจัดการน้ำทุ่งบางระกำ.ปี2569เพื่อรองรับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำยม แผนงานโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2569งบกลาง ฯลฯเป็นต้น.จนถึงเวลา16.30น.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาในโอกาสวันสำคัญของไทย ประจำปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

เนื่องในวันมหิดล 24 กันยายน (วันคล้ายวันสวรรคต ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก)นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาในโอกาสวันสำคัญของไทย ประจำปีงบประมาณ 2569 เนื่องในวันมหิดล 24 กันยายน (วันคล้ายวันสวรรคต ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก)โดยมี นาย บุญนาค พันธ์คง นายกองค์การบริหารส่วนตําบล บ้านหลวง และ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ตำบลบ้านหลวง และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้โดยพร้อมเพียงกัน พร้อมทั้งมีกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์และกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ บริเวณหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม

มมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน มอบเงินช่วยเหลือให้สมาชิกสหกรณ์และผู้ประสบอุทกภัยน้ำป่าพัดบ้านเรือนและพืชผลการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 กันยาย2569 ณ บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายทัตธน หาดพรม ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด นายชูศักดิ์ อุ่นเรือน ผู้จัดการสหกรณ์ฯ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

ร่วมกันมอบเงินให้กับสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากบ้านเรือนและพืชผลการเกษตรได้รับความเสียหายโดยมีนางสาวนัทยา ปันปันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ นายถวิล อินภูธร ประธานกลุ่มสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด( ประธานกลุ่มบ้านห้วยไฮ)

โดยมีสมาชิกสหกรณ์การเกษตรฯบ้านห้วยไฮที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน 1 ครัวเรือน ได้รับมอบเงินจำนวน 5,000 บาท เสียหายบางส่วน 2 ครัวเรือนๆละ 3,000 บาท เสียหายเล็กน้อย 2 ครัวเรือนๆละ 2,000 บาท พืชผลการเกษตรที่ได้รับความเสียหายรวมเงินที่ช่วยเหลือสมาชิกทั้งสิ้น 53,200 บาท (ห้าหมื่นสามพันสองร้อยบาทถ้วน)

จากใจสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด
ขอขอบพระคุณคณะกรรมการ ผจก.เจ้าหน้าที่สหกรณฯทุกๆท่านที่ร่วมกันเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยบ้านห้วยไฮและพื้นที่อื่นๆเช่นเขตอำเภอเมืองน่านและอำเภอภูเพียง

น้ำใจและความห่วงใยของท่าน คือกำลังสำคัญที่ช่วยให้พี่น้องผู้ประสบภัยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกันขขอบพระคุณสำหรับน้ำใจและการแบ่งปันในครั้งนี้สำหรับทุกท่านที่มอบให้ครับนายทัตทน หาดพรม ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อบต.รางพิกุล จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการป้องกันเด็กจมน้ำและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)

แชร์เนื้อหานี้

ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลรางพิกุล และสระว่ายน้ำ Gusjang Family (สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ) ตำบลทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสายชล พูสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางพิกุล เป็นประธาน

ในพิธีเปิดโครงการ พร้อมด้วย นายสุรินทร์ ท่าน้ำตื้น ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลรางพิกุล เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการในครั้งนี้

วัตถุประสงค์ของโครงการเสริมสร้างทักษะผู้ปกครอง: เพื่อให้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลรางพิกุล

และผู้ปกครองเด็กอายุ 2-4 ปี ในพื้นที่ มีความรู้และทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ให้แก่บุตรหลานได้อย่างถูกต้อง

เพิ่มศักยภาพครูและผู้ดูแลเด็ก: เพื่อให้ครูและผู้ดูแลเด็กสามารถปฐมพยาบาลผู้ประสบเหตุจมน้ำในเบื้องต้นได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัย

📞 ช่องทางการติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลรางพิกุล
☎️ โทรศัพท์: 034-966535, 086-1708998

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม พิธีมอบบ้านตามโครงการ “บ้านกาชาดรวมใจ” ของเหล่ากาชาดจ.นครปฐม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น. ณ ม.3 ตำบลวัดละมุด อำเภอนครขัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ร่วมพิธีมอบบ้านตามโครงการ “บ้านกาชาดรวมใจ” ของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายอาทร สูญจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด

นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี พัฒนาการอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ ผู้แทนเกษตรอำเภอ ผู้แทนสาธารณสุขอำเภอ ผู้แทน สภ.นครชัยศรี นายฉัตรชัย นาคละมัย กำนันตำบลวัดละมุด ผู้ใหญ่บ้านตำบลวัดละมุด ปลัดอำเภอนครชัยศรี บุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด ส่วนราชการ รพ.สต. อสม. อพม. ตลอดจนประชาขนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีฯ

โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม เป็นประธานมอบบ้านกาชาดรวมใจ ของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พื้นที่อำเภอนครชัยศรี โดยมี นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล ปลัดจังหวัดนครปฐม/เลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานโครงการฯ พร้อมด้วย

นางศิริลักษณ์ พึ่งเนียม นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ นางกัญจนา สร้อยอินทรากุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมเข้าร่วมพิธี ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ได้จัดทำโครงการ “บ้านกาชาดรวมใจ” เพื่อมอบให้กับผู้ยากไร้ กลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จำนวน 7 หลัง งบประมาณ หลังละ 200,000 บาท ได้แก่ อำเภอเมืองนครปฐม อำเภอดอนตูม อำเภอนครชัยศรีอำเภอกำแพงแสน อำเภอสามพราน และอำเภอบางเลน

สำหรับวันนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ได้จัดให้มีพิธีมอบบ้าน ให้กับ ราย นายสมชาย มะลิทอง อายุ 63 ปี ณ บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ที่ 1 ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งที่พักอาศัยเดิมมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับมีมีรายได้น้อย ไม่แน่นอน

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และภารกิจของสภากาชาดไทย และเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม

ได้รับความร่วมมือจาก อำเภอนครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำในพื้นที่ ได้ร่วมกันสละแรงกาย สมบททุนช่วยเหลือสนับสนุนโครงการสร้างบ้านหลังนี้ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความเรียบร้อยมีความสวยงามเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ทำให้ผู้รับมอบบ้านในครั้งนี้ มีบ้านเป็นของตนเอง มีความรักความอบอุ่นในครอบครัวต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์ชายแดน” บูรณาการความมั่นคง สกัดกั้นภัยคุกคาม ชายแดนไทย–เมียนมาร์ ระยะทาง 212 กม.

แชร์เนื้อหานี้

เดินหน้าเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนอย่างเข้มข้น โดยการผนึกกำลังเปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์ชายแดน” บูรณาการความมั่นคง สกัดกั้นภัยคุกคามตลอดแนวชายแดนไทย–เมียนมาร์ ระยะทางกว่า 212 กิโลเมตรเมตร

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครอบคลุมช่องทางธรรมชาติถึง 47 ช่องทาง เพื่อปิดช่องโหว่การกระทำผิดกฎหมายข้ามแดน ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้าเมือง ขบวนการค้ามนุษย์ ยาเสพติด อาวุธปืน สินค้าหนีภาษี และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันความสงบสุขให้แก่ชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน การขับเคลื่อนภารกิจครั้งนี้เป็นไป

ตามนโยบายเชิงรุกของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมาร์ ที่ได้แต่งตั้ง “ชุดปฏิบัติการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย–เมียนมาร์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” โดยมี นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ รับหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ นำความเชี่ยวชาญประสานพลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายความมั่นคงอย่างเป็นเอกภาพ ได้แก่

ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์, ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.14), ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, ฝ่ายปกครองอำเภอบางสะพาน ตลอดจนชุดปฏิบัติการประจำตำบลในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์ค

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ได้มีพิธีปล่อยแถวสนธิกำลัง 7 หน่วยงานความมั่นคง รวมกำลังพล 58 นาย พร้อมสุนัขตรวจค้นยาเสพติด K9 จำนวน 1 ตัว ณ บริเวณหน้าอาคาร CIQ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

โดยได้กระจายกำลังออกเป็น 3 ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งการออกลาดตระเวนปิดกั้นช่องทางธรรมชาติบริเวณช่องสปริงเวย์ การตรวจตราความเรียบร้อยและสุ่มตรวจยานพาหนะกับสินค้าบริเวณย่านร้านค้าด่านสิงขร ตลอดจนการลาดตระเวนเส้นทางสุ่มเสี่ยงบริเวณช่องทางด้านหลังอาคารที่พัก ซึ่งการปฏิบัติงานเต็มไปด้วยความเข้มแข็งและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากชาวบ้านในพื้นที่

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ เน้นย้ำว่าการทำงานมุ่งเน้นเชิงรุก ทั้งการสืบสวนหาข่าวและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อตัดวงจรสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วตั้งจุดตรวจจุดสกัดในจุดผ่านแดนสำคัญ อาทิ

จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ช่องทางชี และช่องทางคลองลอย อำเภอบางสะพาน การร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายตามระเบียบ แต่ยังเป็นก้าวย่างสำคัญที่แสดงถึงความตั้งใจจริงในการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้ดำเนินชีวิตด้วยความอุ่นใจและมีความสุขอย่างแท้จริงครับ

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สส.เขต3 ประจวบฯ นำกรรมาธิการการบริหารจักการทรัพยากรน้ำสภาผู้แทนราษฏร บุกบางสะพานน้อย แก้ภัยแล้ง น้ำกัดเซาะชายฝั่งทะเล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 20 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานที่หอประชุมโรงเรียนบางสะพานน้อยวิทยาคม อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฏร นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ นายวิโรจน์ ชูแล้ว นายอำเภอบางสะพานน้อย นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน นายสถาพร สมจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากแพรก นายพนม ศรีซ้อน

สมาชิกสภาจังหวัด(สจ.)เขต อำเภอบางสะพานน้อย พร้อมผู้เกี่ยวข้องและชาวบ้านกว่า 700 คน ร่วมสัมมนาเรื่อง การเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยนายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อปริมาณและการกระจายตัวของน้ำในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจโดยมีพื้นที่เกษตรกรรมแหล่งชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความต้องการใช้น้ำในหลายภาคส่วน

ขณะเดียวกันลักษณะทางภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศของพื้นที่ทำให้บางช่วงเวลามีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในการจัดสรรน้ำระหว่างผู้ใช้น้ำในแต่ละภาคส่วน

หากไม่มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมจะเกิดปัญหาระยะยาว ส่วนปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเกือบตลอดแนว เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข ป้องกันและฟื้นฟู โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลจึงมีความจำเป็น ส่วนปัญหาภัยแล้งนั้นก็ต้องรีบหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะแหล่งน้ำสำรองต้องมีอย่างเพียงพอ

“การสัมมนาครั้งนี้เพื่อสงเสริมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทุกปี “นายพงษ์พันธ์ กล่าว

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีมอบ อ.อเนกประสงค์และเปิดป้าย อ.โตชิชิเกะ-คุณมาริ อารามากิ เพื่อมอบเป็นสมบัติสาธารณะ งบ 2 ล้านกว่าบาท

แชร์เนื้อหานี้

23:14 จ่ากบ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 07.15 น.พ.ต.อ รัฐพล เหลาพรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดป้ายอาคารคุณโตชิชิเกะ-คุณมาริ อาณามากิ ผู้มีกิจอันเป็นกุศล

เสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมซึ่งมี พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรน้ำโสม จังหวัดอุดร ในฐานะผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้จัดการมรดกได้มองความสำคัญอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้ในการประชุมหรือการพิธีต่างๆ

จึงได้บริจาคทุนทรัพย์เพื่อก่อสร้างด้วยงบประมาณ 2,950,000 บาท(สองล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาท) ประธานพิธีได้กล่าวขอบคุณที่ท่านได้เสียสละทุนทรัพย์ถือเป็นแบบอย่างที่งดงามที่อุทิศตนเพื่อการกุศลและประโยชน์ส่วนรวม

โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีนายนคร สุพรรณ์ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ)ปลัดอาวุโสอำเภอชุมแพ พ.ต.ท.ชาญศักดิ์ สุนทะโรจน์ รองผู้กำกับการ(สอบสวน)สถานีตำรวจภูธรชุมแพ

นายสมคิด ชำนิกูล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอชุมแพ หัวหน้าส่วนราชการ คหบดี ข้าราชการตำรวจ กต.ตร.และประชาชนชาวชุมแพร่วมพิธีมากมาย ณ.สถานีตำรวจภูธรชุมแพ จังหวัดขอนแก่น.
23:14 จ่ากบ ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา จัดกิจกรรมเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ร่วมกับสโมสรโรตารีกำแพงแสน

แชร์เนื้อหานี้

โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนสโมสรอินเทอร์แรคท์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ร่วมกับสโมสรโรตารีกำแพงแสน โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา นำโดยท่าน ผอ.ธีระ วรรณเกตุศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา

พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนสโมสรอินเทอร์แรคท์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ร่วมกับสโมสรโรตารีกำแพงแสน นำโดยท่าน ผชภ.สุเทพ แสงงาม อน.อนิรุธ สุขจิตต์ อน.ศักดิเดช อุบลสิงห์ และสมาคมศิษย์เก่ากำแพงแสนวิทยา

โดยท่านนายกวรกฤษณ์ ทองเต่าหมก พตท.รณฤทธิ์ สุขเกษม ร่วมจัดกิจกรรมวันเยาวชนแห่งชาติ โดยมีกิจกรรมบริจาคโลหิต “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” ณ ที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน
กิจกรรมปล่อยปลา ณ โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา
กิจกรรมปลูกกล้วยไม้ จำนวน 100 ต้น ณ โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา

และทางโรงเรียนต้องขอขอบพระคุณท่าน อน.อนิรุธ สุขจิตต์ สโมสรโรตารีกำแพงแสน ที่มอบกล้วยไม้พันธุ์มอคคาร่า จำนวน 100 ต้น ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้
สโมสรอินเทอร์แรคท์โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด”ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนาใฝ่หาสันติ” (Youth Power Month)

แชร์เนื้อหานี้

โดยมี นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
เป็นประธานเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา
ใฝ่หาสันติ” (Youth Power Month) และมอบเกียรติบัตรให้นักเรียนที่ชนะการประกวด tiktok เยาวชนรุ่นใหม่
ไร้นิโคติน (Nicotine Free Generation) และในงานนี้ได้มี

พ.ต.อ. วรัญญู กุลดิลกรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมได้ เข้าร่วมงานนี้ด้วย และทางด้าน นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุลนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐมได้มอบหมายให้นางดรุณี โพธิ์ศรี
นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ(ด้านบริการทางวิชาการ)
รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

ได้ร่วมในพิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด”ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา
ใฝ่หาสันติ” (Youth Power Month) และมอบเกียรติบัตรให้นักเรียนที่ชนะการประกวด tiktok เยาวชนรุ่นใหม่
ไร้นิโคติน (Nicotine Free Generation)

พร้อมนี้งานป้องกันและควบคุมการบริโภคสุราและยาสูบ และกลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อฯ ได้ร่วมออกบู๊ตนิทรรศการภายในงานณ ห้องประชุมฟ้าประทานพรโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย
(ในพระบรมราชูปถัมภ์) อ.เมือง จ.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เบนซ์หรูฝ่าวงล้อม! “เบิ้ม มุกดาหาร” วัยรุ่นสร้างตัวจากนิคมคำสร้อยซิ่งหนีทหารพรานชนรถราชการ สุดท้ายจนมุมพร้อมของยาบ้า 1.2 หมื่นเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 พ.ต.ธนากร นผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 นำกำลังบูรณาการร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ ฉก.ทพ.21 วางแผนขยายผลจับกุม นายวัชรพล ชาติชนา หรือ “เบิ้ม” อายุ 28 ปี ชาว ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร พร้อมของกลางยาบ้า 12,120 เม็ด หลังสืบสวนขยายผลจากผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายก่อนหน้า

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายณัทพงศ์ รุ่งปริยศรีสกุล และได้ขยายผล โดยนายณัทพงศ์สมัครใจให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการติดต่อล่อซื้อยาเสพติดและชี้เป้าหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาลดหย่อนโทษตามกฎหมายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงนำข้อมูลมาวางแผนจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

กระทั่งเวลา 06.30 น. วันที่ 16 กันยายน เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถเก๋ง Mercedes-Benz สีขาว ทะเบียน กฉ 9284 มุกดาหาร ซึ่งเป็นรถที่นายวัชรพลใช้เดินทางนำยาบ้ามาส่งตามนัดหมาย บริเวณสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค สาขามุกดาหาร ซอยคำมุกดา ถนนเมืองใหม่ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

เมื่อรถคันดังกล่าวเดินทางมาถึงจุดนัดหมายและจอดตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าตรวจซึ่งกระจายกำลังอยู่ในพื้นที่ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบ แต่นายวัชรพลมีท่าทีตกใจและพยายามขับรถหลบหนี โดยขับฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่จนพุ่งชนรถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหาย 1 คัน

เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์แล้วเกรงว่าการปล่อยให้รถหลบหนีอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงใช้ยุทธวิธีเพื่อหยุดรถและสามารถควบคุมตัวนายวัชรพลไว้ได้ ก่อนเข้าตรวจค้นภายในรถยนต์ผลการตรวจค้นพบยาบ้าเม็ดสีแดงจำนวน 12,000 เม็ด และยาบ้าเม็ดสีเขียวจำนวน 120 เม็ด รวมทั้งสิ้น 12,120 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องกระดาษสีน้ำตาลภายในรถยนต์

จากการสอบถามเบื้องต้น นายวัชรพลรับว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองและเตรียมนำมาส่งให้ลูกค้าตามที่นัดหมายไว้ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งการจับกุมและข้อกล่าวหาเบื้องต้น ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางมายังที่ทำการกองร้อย ฉก.ทพ.2103 เพื่อสอบสวนขยายผลและตรวจนับของกลางอย่างละเอียด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกจับกุม ก่อนนำตัวนายวัชรพลพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / น่านอบรมอาสาสมัครนำเที่ยวผู้สูงอายุ เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่โรงแรมน่านกรีนเลควิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ

ประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการเป็นอาสาสมัครนำเที่ยวของผู้สูงอายุในระดับท้องถิ่น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน วิทยากร และผู้เข้าร่วมโครงการ ร่วมพิธี

การอบรมมีผู้เข้าร่วม 100 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชนและผู้สูงอายุจากแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน ทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ผลิตภัณฑ์และวิสาหกิจชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อพัฒนาทักษะการต้อนรับ ช่วยเหลือ และให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว

จังหวัดน่านมีทุนด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ขณะที่ผู้สูงอายุมีความรู้และประสบการณ์ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนสู่นักท่องเที่ยว การส่งเสริมให้เข้ามามีบทบาทเป็นอาสาสมัครนำเที่ยว จึงเป็นการใช้ศักยภาพผู้สูงอายุให้เกิดประโยชน์ พร้อมสร้างคุณค่าแก่แหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน

การอบรมได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติด้านการนำเที่ยว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญา และผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้และพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมฯ รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ชุด ปส..ตชด.14 ร่วมกับ ชุดปราบปรามยาเสพติด จ.ประจวบฯ และสุนัข K9. ตรวจยึดยาบ้า 20,000 เม็ด หลังโยนยาบ้าทิ้งรอดหวุดหวิด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ก.ย. 2569 ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ นายสิทธิชัย สวัสแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ( ผกก ตชด.14 ) นายเนรมิตร เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และ พ.อ.ชูพงษ์ สายอุบล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพล พลอยท้วม ผู้บังคับกองร้อย ตชด.144/หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.14, นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายอุดร ผโรประการณ์ ปลัดอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด ชปข./ชปส.กก.ตชด.14 ตำรวจทางหลวงประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันสืบสวนปราบปรามผู้ต้อวหาเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า จะมีผู้ต้องสงสัยขนลำเลียงยาเสพติด (ยาบ้า) จากพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ MITSUBISHI รุ่น TRITON สีดำ ไม่ทราบทะเบียน จึงได้เฝ้าสืบสวนหาข่าว ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามเส้นทาง จนกระทั่งในวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 06.20 น. พ.ต.ท.ณัฐพลฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้พบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นกระบะยี่ห้อ MITSUBISHI รุ่น TRITON สีดำ ตรงตามที่รับแจ้ง ขับมาด้วยความเร็วบนถนนบายพาสขาล่องใต้ ในพื้นที่ตำบลวังก์พง อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าภายในมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงได้ประสานกำลังไล่ติดตามมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงตลาดปราณบุรี และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงเกาะหลัก ถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้น แต่ผู้ขับขี่ได้เร่งเครื่องขับหลบหนีไปตามถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาถึงบริเวณพื้นที่หมู่ 2 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากสถานีบริการน้ำมันบางจากประมาณ 100 เมตร ผู้ขับขี่ได้ลดกระจกฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับลง แล้วโยนวัตถุห่อหุ้มด้วยกระดาษสีขาวขุ่นจำนวน 2 ห่อ ทิ้งลงบริเวณชายป่าข้างทาง จากนั้นได้ขับรถหลบหนีต่อไปจนถึงพื้นที่หมู่ 9 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเลี้ยวเข้าไปในทางสาธารณะทิศตะวันตก และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ต่อมาเวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุด ปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.14 พร้อม ชปส.ประจวบฯ และสุนัขสงคราม K9.ได้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยบริเวณชายป่าจุดเกิดเหตุ พบห่อกระดาษสีขาวขุ่นชุบเทียนไข ประทับตราสัญลักษณ์ “999” จำนวน 2 ห่อ จากการตรวจสอบภายในพบยาเสพติด (ยาบ้า) บรรจุอยู่ห่อละ 5 มัด มัดละ 10 ถุง (ถุงละประมาณ 200 เม็ด) รวม 20,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจพิสูจน์และเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จะ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /กลุ่มเหล็กสหวิริยาหนุนอบรมเกษตรอินทรีย์ ยกระดับอาชีพเกษตรกรบางสะพานสู่ความยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

กลุ่มเหล็กสหวิริยา (SSI-TCRSS-BSBM-PPC-WCE) สนับสนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์พื้นที่บางสะพานสู่ความยั่งยืน โดยร่วมมือกับสำนักงานเกษตรอำเภอบางสะพาน จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์เพื่อพัฒนาและต่อยอดเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางสะพาน มุ่งเสริม
สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการผลิตที่ปลอดภัย พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดการอบรม โดยมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม จำนวน 30 คน และมี นางสาวจุติพร ผลทวีทรัพย์ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายชิติสรรค์ องอาจ เกษตรกร เป็นวิทยากร ถ่ายทอดความรู้และแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่หลักการผลิต การดูแลจัดการพื้นที่ การเลือกใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม ตลอดจนแนวทางการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและปลอดภัย

การดำเนินโครงการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนของกลุ่มเหล็กสหวิริยา โดยมุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพของเกษตรกรในพื้นที่ ควบคู่กับการส่งเสริมการประกอบอาชีพที่คำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบางสะพานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ต๋อง-ปายฟ้า มอบรางวัลทีมแชมป์ แข่งขันฟุตซอลการกุศล ชุมชน 9 ไร่พัฒนา เพื่อน้อง 4 ขา ”มะม๋า“ นะจ๊ะ

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็น วันที่ 18 กันยายน 2569 นายปายฟ้า มีบุญมาก ตัวแทนนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลการกุศล ชุมชน 9 ไร่พัฒนา เพื่อน้อง 4 ขา ”มะม๋า“ นะจ๊ะ ให้กับทีมชุมชน 9 ไร่ ก่อนถ่ายภาพที่ระลึก

การแข่งขันฟุตซอลการกุศลรายการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อเป็นตัวอย่างของกิจกรรมชุมชนเพื่อตอบแทนสังคม หาผู้ใจบุญร่วมสนับสนุนมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัยจิตอาสาเพื่อมวลชน โดยคุณหมอสมชาย บ้านกง หนองเรือ จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ มีทีมฟุตซอลท้องถิ่นส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันรวม 4 ทีม ประกอบด้วย ทีมรัน 93, ทีมสยาม, ทีมชุมชน 9 ไร่ และทีม UD แข่งขันแบบพบกันหมดเพื่อเก็บคะแนนหาผู้ชนะเลิศ โดยใช้สนานฟุตซอล 9 ไร่ ซอยเฉลิมพระเกียรติฯ 14 ถนนพัทยาสายสาม เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งปรากฏว่าทีมชุมชน 9 ไร่ ทำคะแนนสูงสุดคว้าถ้วยชนะเลิศไปครอง

สำหรับกิจกรรมการกุศลเพื่อสังคมที่จัดขึ้นโดยภาคส่วนต่างๆ ในเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา จะร่วมสนับสนุนการจัดงานมาโดยตลอดเพราะหวังให้บ้านเมืองมีการพัฒนาหลากหลายมิติ โดยจะมอบหมายให้นายปายฟ้า มีบุญมาก เป็นตัวแทนลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมและช่วยเหลือสังคมเสมอมา

Cansa Cafe ชูค็อนเซ็ปต์เมนูอาหารเช้าตลอดทั้งวัน พร้อมแนะเมนูซิกเนเจอร์สุดฮิต รองรับนทท.ไทย-เทศ

นางสาวนิตยา ภูมิโคกรักษ์ ผู้จัดการร้าน Cansa Cafe ปากซอย 5 พระตำหนัก พัทยา ได้แนะนำข้อมูลเปิดตัวร้าน Cansa Cafe ที่พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการ รองรับผู้มาใช้บริการทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติร้าน Cansa Cafe ตกแต่งเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสไตล์โมเดิร็น ชูคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจคือทางร้านพร้อมบริการเสิร์ฟอาหารเช้าตลอดทั้งวัน ด้วยวัตถุดิบใหม่สดที่เน้นคุณภาพ และเครื่องดื่มกาแฟและแซนด์วิสจะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่หาทานที่ไหนไม่ได้

พร้อมเมนูแนะนำสุดฮิต Cansa Cafe ที่ต้องมาลิ้มลองสักครั้ง อาทิ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ที่ปรุงด้วยไข่ พาร์เมซาน พริกไทยดำ เบคอนและเห็ด, ไข่เจียวแคนซา ไข่คนกับมะเขือเทศ พริกหวาน หัวหอม ผัดในกระทะ เสิร์ฟกับขนมปังสด, ซาวร์โดว์เบคอนอะโวคาโด เบคอนหั่นหนากรอบ บนอะโวคาโดบด, พานีนีไก่คาเพรเซ่ ไก่ยาง มะเขือเทศ มอสซาเรลลา และใบโหระพา อบร้อน, แซนด์วิชไก่เพสโต้พาเมซานอบร้อน ไก่ย่าง เพสโต้ใบโหระพา และพาร์เมซาน อบร้อน และพาสต้าโบโลเนส ซอสเนื้อบดตุ๋นกับมะเขือเทศ โรยพาร์เมซาน ซึ่งทุกเมนูอาหารจะบอกแคลลอรี่อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มแนะนำที่รสชาติหาตัวจับยาก ที่ทางร้าน Cansa Cafe อยากนำเสนอ ได้แก่ อเมริกาโน่ยูสุ, น้ำแตงโมปั่น และยูสุโซดา ที่รังสรรค์รสชาติความพิเศษพร้อมส่งต่อด้วยความประทับใจ โดยร้านสามารถรองรับได้มากถึง 50 ที่นั่ง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ปัจจุบันมาใช้บริการในอัตราส่วน 50/50สำหรับโปโมชั่นเปิดร้านใหม่ ลูกค้าที่ไปใช้บริการสามารถเช็คอินที่ร้าน Cansa Cafe พร้อมรับส่วนลดทันที 10% ร้าน Cansa Cafe ตั้งอยู่เลขที่ 338/31 ปากซอย 5 พระตำหนัก พัทยา ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มท.2 พลพีร์ สุวรรณฉวี นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกทลาย 2 บ่อนพนันเปิด 24 ชั่วโมง กลางเมืองเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์” มท.2 พลพีร์ สุวรรณฉวี นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกทลาย 2 บ่อนพนันเปิด 24 ชั่วโมง กลางเมืองเชียงใหม่ ลุยปิดเกมแหล่งอบายมุข ปราบปรามบ่อนการพนัน คืนความสุข สร้าเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัยพบพนักงานบ่อนเป็นคนต่างด้าวล้วน
รวบนักพนันพร้อมเจ้ามือกว่า 100 คน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการเน้นย้ำนโยบายจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล กวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายที่สร้างความเดือนร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน มอบหมายให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายสิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการ

สอบสวนและนิติการ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสํานักอํานวยการกองอาสารักษาดินแดน นายปองพล อุทัยวัฒนเดช ผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากกรมการปกครอง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน (ขอปกปิดนาม) ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากบ่อนการพนันมอมเมาประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ฝ่ายปกครองจึงส่งชุดสืบสวน สำนักการสอบสวนและนิติการ ลงพื้นที่เอ็กซเรย์และเข้าแฝงตัวสืบสวนเชิงลึก จนพบเบาะแสชัดเจนว่ามีการเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่ฝังตัวอยู่ในแหล่งชุมชนและย่านเศรษฐกิจ 2 แห่ง ได้แก่

  1. “บ่อนภัทรวัลย์” (ย่านสันติธรรม) บริเวณชั้น 1 อาคารภัทรวัลย์เพลส ซอยถนนเสริมสุข ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ดัดแปลงเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในเปิดเล่นการพนันหลายประเภท ทั้ง ไฮโล ตู้ยิงปลา และบาการ่า มีการตั้งเคาน์เตอร์ยึดโทรศัพท์มือถือและตรวจค้นร่างกายก่อนเข้าเล่นเพื่อระวังป้องกันอย่างแน่นหนา
  1. “บ่อนศรีปิงเมือง” (ย่านหายยา) บริเวณศูนย์อาหาร กาดเวียงพิงค์ ถนนศรีปิงเมือง ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว มีทางเข้าออกทางเดียว มีพนักงานรักษาความปลอดภัยยึดอุปกรณ์สื่อสารเคร่งครัด ภายในเปิดให้เล่นการพนันทายภาพสัตว์ น้ำเต้าปูปลา (มะโขกโหลก/บักโตคอน) บนโต๊ะขนาดใหญ่ ใช้ลูกเต๋ารูปสัตว์ 4 ลูก โดยมีแรงงานต่างด้าวเป็นพนักงานคอยบริการรับแทง-จ่ายเงิน มีนักพนันเข้าหมุนเวียนเล่นตลอดทั้งวัน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

จากการสืบสวนพบว่า ทั้ง 2 บ่อน มีระบบรักษาความปลอดภัยและการป้องกันเจ้าหน้าที่อย่างรัดกุม มีการติดกล้องวงจรปิดรวมกันนับสิบตัว มีพนักงานการ์ดคอยเฝ้าระวัง และพบพฤติกรรมเจ้ามือคอยจัดเก็บเงินสดใส่กระเป๋าถือขนาดใหญ่เพื่อเตรียมส่งมอบต่อผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง มีพนักงานเป็นชาวกัมพูชา เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 อย่างชัดเจน

วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 20.00 น.ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำกำลังเข้าปิดล้อมจู่โจมพร้อมกันทั้ง 2 จุด เพื่อตัดเส้นทางหลบหนีและเข้าควบคุมสถานการณ์ทันทีผลการดำเนินการผู้จับกุมนักพนันกว่า 100 ราย

(ต่างด้าว 2ราย)ผู้จัดให้มีการเล่น 14 ราย (ต่างด้าว 8ราย)ผู้สนับสนุนให้มีการเล่น 4 รายยึดของกลาง เช่น เงินสด และชิปแทนเงินสด รวมกว่า 2 ล้านบาท อุปกรณ์การเล่นจำนวนมาก บัญชีเงินหมุนเวียน เอกสารการเช่าสถานที่ เป็นต้น

กรมการปกครองย้ำชัด พร้อมเดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและแหล่งอบายมุขทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความมั่นใจ ความปลอดภัย และส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวให้กับเชียงใหม่หากประชาชนพบเห็นเบาะแสบ่อนการพนัน หรือสิ่งผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ/จังหวัด หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรมกรมการปกครอง หมายเลข 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ปราบเซียนนครพิงค์
#กรมการปกครอง //

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สคอ.ร่วมหนุน “Brake Station” ยกระดับสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ต้อง “สอบผ่าน” ควบคู่ “ขับขี่ปลอดภัย”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 ณ สนามทดสอบขับรถ อาคาร 8 กรมการขนส่งทางบก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดกิจกรรมสาธิตการทดสอบขับรถจักรยานยนต์ “สถานีเบรก” (Brake Station) พร้อมด้วย นายปิยะ โยมา และนายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และคณะผู้บริหาร โดยมีภาคีเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน และสื่อมวลชน ร่วมชมการสาธิตและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สำนักสวัสดิภาพ กรมการขนส่งทางบก และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อศึกษาและพัฒนาแนวคิดการทดสอบทักษะการเบรก การควบคุมรถ และการหลีกเลี่ยงการชน (Collision Avoidance) สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกมีภารกิจในการกำกับดูแลและพัฒนากระบวนการออกใบอนุญาตขับรถ เพื่อคัดกรองและสร้างผู้ขับรถให้มีคุณภาพ โดยผู้ขับรถต้องมีทั้งสมรรถภาพร่างกาย ความรู้ และที่สำคัญคือ ทักษะในการควบคุมยานพาหนะ โดยเฉพาะการใช้เบรกอย่างถูกวิธี ซึ่งสามารถช่วยป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งการศึกษาแนวคิดและรูปแบบการทดสอบขับรถ

จักรยานยนต์ที่สอดคล้องกับสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ จึงเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความรู้และทักษะของผู้ขับขี่ พร้อมคาดหวังว่าผลจากการสาธิตและข้อคิดเห็นที่ได้รับ จะเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนากระบวนการอบรมและทดสอบสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ในอนาคต โดยคำนึงถึงประสิทธิผลด้านความปลอดภัย ความพร้อมของสถานที่ และความเหมาะสมในการนำไปปฏิบัติจริง

นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า โครงการสาธิตการทดสอบสถานีเบรกครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของสมาคมฯ และสำนักสวัสดิภาพ กรมการขนส่งทางบก เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการขับขี่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะทักษะการเบรกและการหลีกเลี่ยงการชน โดยข้อมูล จากศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) พบว่า 48% ของกรณีอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิต มีลักษณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สามารถเบรกหรือหักหลบเพื่อหลีกเลี่ยงการชนได้ สมาคมฯ จึงหารือกับกรมการขนส่งทางบกถึงแนวทางการศึกษาและพัฒนา Brake Station เพื่อประเมินว่าผู้ทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถมีทักษะในการใช้เบรกได้ถูกต้องหรือไม่ และหวังว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการส่งเสริมทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย และต่อยอดสู่การสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับขี่ปลอดภัย ไม่ใช่แค่ขับรถเป็น แต่ต้องมีทักษะในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย โดยเฉพาะการเบรก ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ พร้อมย้ำว่า ใบขับขี่ไม่ควรหมายถึงแค่สอบผ่าน แต่ต้องสะท้อนว่าผู้ขับขี่มีทักษะในการรับมือเหตุฉุกเฉินจริงบนถนน โดยเฉพาะการเบรกอย่างถูกต้อง พร้อมมองว่า Brake Station เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ เพราะนำทักษะที่จำเป็นในการเอาตัวรอดบนถนนมาทดสอบและฝึกปฏิบัติจริง
ทั้งนี้ การสาธิต Brake Station ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม โดยจะนำข้อคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่าย และผู้เชี่ยวชาญ มาประกอบการทบทวนและปรับปรุงรูปแบบ ทั้งด้านความปลอดภัย ความเหมาะสมของพื้นที่ กฎและระเบียบ รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอเมืองนครปฐม ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และ ประชุมสถานบริการ สถานประกอบการ

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอเมืองนครปฐม เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และแนวทางการพิจารณาร่างข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา

นายอำเภอเมืองนครปฐม เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และแนวทางการพิจารณาร่างข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ตามนโยบายสำคัญของรนัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย ต่อไป

นายอำเภอเมืองนครปฐม เป็นประธานการประชุมสถานบริการ สถานประกอบการที่เปิดให้บริการคล้ายสถานบริการ

ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐมเป็นประธานการประชุมสถานบริการ สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการ โดยมีผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองนครปฐม พนักงานส่วนท้องถิ่นเทศบาลนครนครปฐมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการฯในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐมเพื่อเน้นย้ำ กวดขันมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานประกอบการ สถานบริการ สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการ

โดยอำเภอเมืองนครปฐมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำ เรื่องความปลอดภัย การยกระดับมาตราการ ป้องกัน ให้ผู้ประกอบการทุกแห่งตระหนักและเพิ่มความเอาใจใส่ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้มาใช้บริการ โดยจะต้องตรวจสอบอาคาร อุปกรณ์ และระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบไฟส่องสว่างสำรอง ป้ายบอกทางหนีไฟ และระบบความปลอดภัยด้านอื่นๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ รวมทั้งใบอนุญาตและการใช้อาคาร,ความถูกต้องของการใช้อาคารตามกฎหมาย,และการขออนุญาตก่อสร้างและการใช้

อาคารสถานบริการให้ถูกต้องตามประเภทอาคารที่ได้รับอนุญาต ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ ใบอนุญาตจำหน่ายและสะสมอาหาร การประกอบกิจการที่เป็นอันตราย ฯลฯ หากตรวจพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไรวมทั้งได้เน้นย้ำการดำเนินการตามมาตรการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบรการตามคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ 46/2559 ตลอดจนระเบียบกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด

เพื่อการกำกับดูแลสถานบริการ และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการคล้ายกับสถานบริการ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การดำเนินการตามกฎหมาย พรบ.ควบคุมอาคาร และการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการแก้ไขปัญหาความความเดือดร้อนรำคาญทางเสียงแก่ผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงสถานบริการ อีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สตมวาร)ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์วัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

การประกอบพิธีฯ ในวันนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม/เจ้าอาวาสวัดสำโรง และคณะสงฆ์ พร้อมกันนี้ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี สัสดีอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนภัทรญาณวิทยา ประมงอำเภอนครชัยศรี ท้องถิ่นอำเภอนครชัยศรี ผู้แทน สภ.นครชัยศรี ผู้แทนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขานครชัยศรี ผู้แทน

สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ผู้แทนเกษตรอำเภอนครชัยศรี ผู้แทน สพป.นฐ 2 โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี ผู้แทนนายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง กำนันตำบลวัดสำโรง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนส่วนราชการ ฯลฯ บุคลากร เจ้าหน้าที่ ฯลฯ ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมพิธีฯ

คณะสงฆ์อำเภอนครชัยศรี ร่วมกับอำเภอนครชัยศรี และองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าพ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประเทศในทุกๆ ด้าน ถือเป็นแบบอย่างในการเสียสละ ความเมตตา ความห่วงใย ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหา ที่สุดมิได้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อพท.จัดการรวมพลังเครือข่ายสื่อมวลชนสุโขทัยขับเคลื่อนท่องเที่ยวชมชนยั่งยืน สุ่มาตรฐาน GSTC ประจําปี 2569.

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 10.15น.ณ. ร้านอาหาร พร้อมจันทร์ คาเฟ่.ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สูโขทัย.พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการสํานักงานพื้นที่พิเศษเพี่อ การท่องเที่ยวอย่าง ยังยืนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย กําแพงเพชรการได้จัดประชุมเครือข่ายสื่อสารมวลชน

เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดย ชุมชนจังหวัดสุโขทัย ประจ๋าปีงบประมาณ 2569 เพื่อหารือแนวทางการตรวจสอบข้อมูลการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจและรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ เมืองมรดกโลก เกิดความภาคภูมีใจและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่ง ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเกิดการบูรณาการการทํางานร่วมกัน

ตามเกณฑ์ มาตราฐาน GSTC. วางแผนแนวทางการบูรณาการร่วมกัน พร้อมบูรณาการการทํางานร่วม เครือข่ายสื่อมวลชน จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ได้มีสื่อสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ มาร่วมประชุมวันนี้กันอย่างเนื่องแน่น .ทั้งนี้ได้ร่วมกันรับประทานอาหารร่วมกัน.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผงะ ..!! หนุ่มเหยียบรถตู้หนีตำรวจชนกำแพง เจอไอซ์ 464 กิโลกรัม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 พ.ต.ท.สุรนันท์ มีพันธ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับเหตุรถตู้ชนกำแพงรั้วหัวมุมสี่แยกดอนทรายทางไปถนนสุขจิต ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อไปถึงพบรถตรวจการณ์ของตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ 3 คัน มี ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รองสารวัตร ส.ทล.3 กก.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติต บก.ปส. ชุดสืบสวนตำรวจ

ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลายสิบนายยืนรายล้อมตัวรถ และควบคุมตัวคนขับขี่ นายมินธาฎา มาป้อ อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาเป็นชาวจังหวัดกาญจบุรี สวมเสือแจ๊กเก็ตสีดำมีฮูดและกางเกงยีนส์สีดำ มือไพล่หลังถูกใส่กุญแจมือ มีตำรวจยืนประกบ ขณะที่กำแพงรั้วข้างบ้านถูกรถตู้ฮุนไดรุ่นทัวริ่ง สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮอ 6169 กรุงเทพมหานคร ชนทะลุรั่วพังไป 2 ช่วงเสา เคราะห์ดีมีต้นไม้ข้างรั้วรับกระแทก มิเช่นนั้นรถอาจชนถึงตัวอาคารได้

เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูทั้งสองข้าง พบกระสอบจำนวนหลายสิบใบ ภายในมีถุงบรรจุยาเสพติดหลายถุง โดยสภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน เจ้าหน้าที่ต้องนำรถสไลด์ยกรถตู้ขึ้นไปตรวจสอบของกลางที่สถานีตำรวจ 3 กองกำกับการ 2 ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้น พ.ต.อ.ประสงค์ พันธ์สวัสดิ์ ผกก.กก.4 บก.สกส. บก.ปส. พ.อ.ประกาศ จันจะนะ รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ร่วมตรวจสอบของกลาง

นำของกลางเป็นกระสอบออกจากห้องโดยสารรถนับได้จำนวน 23 กระสอบ เมื่อแกะออกดูแต่ละกระสอบมีจำนวนยาเสพติดห่อละ 1 กิโลกรัม จำนวน 20 ห่อ รวมทั้ง 464 ห่อ หรือ 464 กิโลกรัม มีมูลค่า 464 ล้านบาทเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดเปิดเผยว่า ได้สืบทราบว่าคนร้ายไปรับยาจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อไปส่งที่จังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่พยายามติดตามเส้นทางคนร้าย กระทั่งมาถึงบริเวณตำบลบ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ประสานตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ช่วยสกัดรถของคนร้าย

กระทั่งคนร้ายเริ่มรู้ตัวว่ามีผู้ติดตาม และพยายามทำความเร็วเหยียบหนีรถของเจ้าหน้าที่ เมื่อผ่านสี่แยกประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางหลักเข้าตัวเมือง คนร้ายบึ่งรถเพื่อเข้าเส้นทางรองโดยไปยังแยกเกาะหลักเข้าสู่ถนนเกาะหลัก เพื่อจะหลบสายตาเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากไม่ใช้คนพื้นที่และไม่คุ้นชินเส้นทาง คนร้ายได้หักเลี้ยวที่สี่แยกดอนทราย ระหว่างถนนเกาะหลักตัดกับถนนสุขจิต แต่เนื่องจากเป็นทางโค้ง ทำให้รถเสียหลักชนเข้ากับกำแพงรั้วบ้านอย่างจังและถูกจับกุมในที่สุด

นายมินธาฎา มาป้อ คนขับรถตู้พร้อมยาไอซ์ กล่าวว่า ตนรับจ้างขนยามาแล้ว 2 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 1.5 แสนบาท และครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 3 ได้ค่าจ้าง 5 แสนบาท เนื่องจากเป็นเส้นทางไกลเหนือสุดใต้สุด ต้นทางจากแม่สายตนขับรถตู้โตโยต้าคอมมิวเตอร์ลำเลียงยาไอซ์มาในรถ และแวะพักที่จังหวัดลำปางโดยเปลี่ยนเป็นรถฮุนไดเอช 1 จากนั้นเดินทางลงใต้ ก่อนแวะค้างคืนที่โรงแรมในจังหวัดราชบุรี ก่อนมาถูกจับดังกล่าว สำหรับค่าจ้าง 500,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่ตนเองเตรียมไปจัดพิธีแต่งงานกับแฟนสาวเจ้าหน้า ปส.จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางไปยัง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลและดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468


#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เมืองพัทยารับฟังปัญหาแม่ค้าตลาดใหม่นาเกลือ สั่งแก้ไฟส่องสว่าง-ระบบความปลอดภัยทันที

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตลาดใหม่นาเกลือ เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของพ่อค้าแม่ค้า พร้อมตรวจสอบสภาพพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในตลาด โดยมีสมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่ตลาดใหม่นาเกลือถือเป็นตลาดสดสำคัญของเมืองพัทยา เป็นศูนย์รวมอาหารสด อาหารแห้ง และอาหารพื้นถิ่นที่อยู่คู่ชุมชนนาเกลือมาอย่างยาวนาน และมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนและภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม

ปัจจุบันโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคบางส่วนมีสภาพชำรุดจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งานจากการลงพื้นที่ เมืองพัทยาได้รับฟังข้อเสนอจากพ่อค้าแม่ค้าในหลายประเด็น อาทิ ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง ซึ่งมีการใช้งานมาเป็นเวลานาน สายสลิงและอุปกรณ์บางส่วนเกิดสนิม รวมถึงปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์สูง ตลอดจนการจัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย การดูแลความสะอาด จุดทิ้งขยะ ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ การจัดระเบียบทางขึ้น–ลง และการดูแลความปลอดภัยภายในตลาด

นอกจากนี้ พ่อค้าแม่ค้ายังเสนอให้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาการลักขโมย การรบกวนจากบุคคลเร่ร่อนหรือการเรี่ยไร รวมถึงขอให้เมืองพัทยาปรับปรุงป้ายตลาด ธงชาติ และภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความเป็นระเบียบ สวยงาม สอดคล้องกับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พร้อมทั้งจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์จากล็อกที่ไม่ได้ใช้งานออกจากพื้นที่ เพื่อเพิ่มความเป็นระเบียบภายในตลาดด้านนายวุฒิศักดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ค้าและประชาชนที่มาใช้บริการตลาด

โดยเบื้องต้นได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่าง จำนวน 30 ชุด หากภายหลังดำเนินการแล้วมีแสงสว่างเพียงพอ ก็จะไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้ดำเนินการปรับปรุงระบบสายไฟ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานสำหรับการปรับปรุงตลาดในระยะยาว ได้มอบหมายส่วนงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับปรับปรุงภูมิทัศน์และโครงสร้างตลาด รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงหลังคาและองค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีความสวยงาม เป็นระเบียบ และเหมาะสมกับการเป็นตลาดสำคัญของเมืองพัทยา

ทั้งนี้ เมืองพัทยาจะประสานงานกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งานจริง และร่วมกันพัฒนาตลาดใหม่นาเกลือให้มีความสะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบ และเป็นพื้นที่ค้าขายที่สร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

งานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย-อินเดีย ปิดฉากสวยงาม!

วันที่ 16 ก.ย.69 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ในวันสุดท้าย บรรยากาศงานในวันนี้ได้จัดพิธีพราหมณ์สักการะพระพิฆเนศอารตีบูชาไฟ ก่อนจัดการบวนแห่องค์พระพิฆเนศรอบเมืองพัทยาให้ประชาชนได้สักการะ

ในพิธีการดังกล่าว แกนนำจัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ประกอบด้วย อ.ชัยวัฒน์ เดชนที ประธานชมรมคนรักพระพิฆเณศแห่งประเทศไทย อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา และประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม และ ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี และรองนายกสมาคมฮินดูโลก VHP Thailand ร่วมนำพิธี

จากนั้นทางคณะผู้จัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ได้เปิดให้มีการสรงน้ำพระพิฆเนศ โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้เคารพศรัทธาองค์พระพิฆเนศเข้าร่วมพิธีการเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งกิจกรรมในปีนี้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์การส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมสมัยและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย-อินเดียได้เป็นอย่างดี

“ชลบุรีปวดหัว” ปัญหาลิง! ระดมสมองแก้ไขมีรายงานว่า นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง ครั้งที่ 1/2569 ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการ วางแนวทางบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อทรัพย์สินและการดำรงชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการดูแลสัตว์ป่าตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันปัญหาลิงเป็นหนึ่งในปัญหาสัตว์ป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี โดยจำนวนประชากรลิงที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่ลดลง ส่งผลให้ลิงออกมาหากินนอกพื้นที่ธรรมชาติ และมีประชาชนร้องเรียนถึงความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง จังหวัดชลบุรีจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนกับการดูแลสวัสดิภาพของลิง
ก่อนหน้านี้ จังหวัดชลบุรีได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง” และ “คณะทำงานบริหารจัดการลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง จังหวัดชลบุรี” เพื่อเป็นกลไกกลางในการกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการส่วนราชการ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสุข ปศุสัตว์ สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบกรอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าที่สร้างผลกระทบหรือความเดือดร้อนแก่ประชาชน รวมถึงกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านสัตว์ป่าคุ้มครอง ตลอดจนข้อมูลสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของประชากรลิงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา)

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแผนการบริหารจัดการปัญหาลิงในระดับพื้นที่ เพื่อใช้เป็นกรอบดำเนินงานร่วมกัน โดยแนวทางสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและนับจำนวนประชากรลิงอย่างเป็นระบบ การควบคุมประชากรด้วยการทำหมัน การเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อระหว่างคนกับลิง การดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของลิง ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศและจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมหรือพื้นที่รองรับใหม่ให้มีความเหมาะสม

ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานหรือโครงการแก้ไขปัญหา รวบรวมและติดตามสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชน จัดระบบเฝ้าระวัง ตลอดจนประสานการดำเนินงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

จังหวัดชลบุรีมุ่งให้การแก้ไขปัญหาลิงดำเนินไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลสถานการณ์จริงของแต่ละพื้นที่และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมจำนวนประชากรลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดความเดือดร้อนและความเสียหายที่เกิดกับประชาชน พร้อมดูแลลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ เพื่อให้ “คนกับลิง” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและปลอดภัย

‘ซูเปอร์ตุ้ม’ ซ้อมจริงครั้งแรก! กระโดดร่มเชิญธงชาติไทยลงหาดพัทยาทำสถิติโลก

วันที่ 17 ก.ย.69 คณะเมืองพัทยา นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และประชาชนชาวเมืองพัทยาให้การต้อนรับ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม นักกระโดดร่มชาวไทย เจ้าของสถิติโลกจาก Guinness World Records ในฐานะผู้ริเริ่มและเจ้าของโครงการ “One Flag One Nation One World Record” พร้อมทีมงาน ที่เดินทางมาซ้อมกระโดดร่มในสถานที่จริงครั้งแรก ที่หาดพัทยา จ.ชลบุรี

โดยเช้าวันนี้ ทีมงาน One Flag Thailand ได้ลงพื้นที่ซ้อมกระโดดร่ม เพื่อทดสอบและเตรียมความพร้อมของ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม นักกระโดดร่มชาวไทย ที่จะทำลายสถิติโลกครั้งที่ 4 ในการกระโดดร่มพร้อมอัญเชิญธงชาติไทยขนาดใหญ่เหนือท้องฟ้าเมืองพัทยา และร่อนลงยังจุดหมายบริเวณชายหาดเมืองพัทยา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาติไทย

ก่อนที่ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม ได้ทำการซ้อมตามกำหนด 2 รอบ รอบแรกเครื่องขึ้นบินเวลา 07.30 น. และกระโดมร่มลงสู่ชายหาดในเวลาประมาณ 08.00 น. และรอบที่ 2 เครื่องขึ้นเวลา 09.30 น. ก่อนซูเปอร์ตุ้มลงสู่ชายหาดพัทยาในเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งพบว่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

การซ้อมครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการซ้อมกระโดดร่มครั้งแรกของโครงการ One Flag Thailand เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ก่อนสู่ภารกิจจริงในการสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยในการนำธงไตรรงค์ ขึ้นสู่ท้องฟ้า และสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์บนแผ่นดินไทย ขอให้คนไทยร่วมส่งกำลังใจในการทำภารกิจครั้งสำคัญของผู้สร้างแรงบันดาลใจระดับโลกในครั้งนี้

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มุกดาหาร กวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้ากว่า 2.8 หมื่นเม็ด และไม้พะยูงหวงห้าม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 กันยายน 2569 ณ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้

นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานแถลงข่าวผลการจับกุมผู้กระทำผิดคดียาเสพติดและตรวจยึดไม้หวงห้าม ซึ่งเป็นผลงานร่วมกันของกองร้อยทหารพรานที่ 2103 (หน่วยงานหลัก), นรข.เขตนครพนม และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายแรก พร้อมยาบ้า 1,836 เม็ด ก่อนเปิดปฏิบัติการขยายผลอย่างต่อเนื่องจนถึง

วันที่ 16 กันยายน สามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายเพิ่มอีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ นายชูวงศ์ อายุ 34 ปี, นายพัทธพล อายุ 44 ปี, นายณัทพงศ์ อายุ 49 ปี และนายวัชรพล อายุ 28 ปี

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดไม้พะยูงหวงห้ามจำนวน 3 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตรราว 0.197 ลบ.ม. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา โดยสรุปรายการของกลางทั้งหมด ยาบ้า รวมทั้งสิ้น 28,096 เม็ด (เม็ดสีแดง 27,823 เม็ด และสีเขียว 273 เม็ด) รถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ 1 คัน, รถยนต์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า โซนิค (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) 1 คัน ไม้พะยูง 3 ท่อน/เหลี่ยมเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้บันทึกการจับกุมและรวบรวมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / แกะรอยโจร จยย. จากกล้องวงจรปิด! ตร.คำป่าหลาย รวบ 4 ผู้ต้องหาต่างวัย หลังตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์จากรีสอร์ทมุกดาหาร ข้ามไปซุกนครพนม

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คำป่าหลาย แกะรอยกล้องวงจรปิดตามเส้นทางถนนชยางกูร หลังได้รับแจ้งรถจักรยานยนต์ถูกขโมยจากรีสอร์ทกลางดึก พบกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันเข้ามาจอด ก่อนแบ่งหน้าที่ดูรถเป้าหมายและนำรถออกจากที่เกิดเหตุ กระทั่งขับรถรวม 3 คันมุ่งหน้าไปทาง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ตำรวจประสานชุดสืบสวนหลายพื้นที่ ก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมของกลางและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 06.30 น. นายประทีป ใจเพชร อายุ 51 ปี ชาว ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย ว่า รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1กย 9545 มุกดาหาร ของตนถูกคนร้ายขโมยไปจากรีสอร์ทสวนปาล์มในช่วงกลางคืน

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คำป่าหลาย ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณรีสอร์ทและตามเส้นทางโดยละเอียด พบว่าเหตุเกิดเวลาประมาณ 04.50 น. มีกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ โดยคันแรกเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีขาว-แดง มีผู้ขับขี่ 1 คน ส่วนอีกคันเป็นฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน ลักษณะแต่งซิ่ง มีผู้ซ้อนท้ายมาด้วย 2 คน

จากภาพวงจรปิดพบว่า รถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้ารีสอร์ท ก่อนหนึ่งในผู้ก่อเหตุเดินเข้าไปบริเวณลานจอดรถเพื่อสังเกตและเลือกรถจักรยานยนต์เป้าหมาย จากนั้นเดินกลับออกไปส่งสัญญาณให้พวกที่เหลือเข้ามาดำเนินการ โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุใช้เท้ายันบริเวณคอรถจักรยานยนต์ที่จอดล็อกอยู่ ขณะที่อีกคนช่วยเข็นรถออกจากจุดจอด ก่อนขับรถหลบหนีออกไป

ต่อมาเวลาประมาณ 05.00 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์รวม 3 คัน ซึ่งรวมถึงรถที่ถูกขโมย มุ่งหน้าไปทาง อ.ธาตุพนม ตามเส้นทางถนนชยางกูร และปรากฏผ่านกล้องวงจรปิดบริเวณตู้ยาม สภ.คำป่าหลาย เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจุดอื่น ๆ ต่อเนื่อง พบว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนยังคงขับขี่รถจักรยานยนต์เกาะกลุ่มกันไปตามเส้นทางดังกล่าว

ชุดสืบสวนจึงรวบรวมคลิปจากกล้องวงจรปิดแต่ละจุด พร้อมภาพรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุและรถของผู้เสียหาย ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตุพนม สภ.เมืองนครพนม และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุและรถจักรยานยนต์ที่สูญหาย

จากการประสานข้อมูล เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี เคยมีกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงที่มีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยากัน และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม มีพฤติการณ์ตระเวนก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการสืบสวนและตรวจสอบความเชื่อมโยง

กระทั่งวันที่ 15 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ วงชารี สว.สภ.คำป่าหลาย ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.อภิชาติ ศรีสุโคตร์ รอง สว.สส.สภ.คำป่าหลาย พร้อมชุดสืบสวน ดำเนินการติดตามและจับกุมผู้ต้องหา ได้แก่ นายอนุสรณ์ คัณทะชัย อายุ 20 ปี, นายณัฐวุฒฆ์ อายุ 16 ปี ชาว ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม, น.ส.พรรณศร ชอบธรรม อายุ 20 ปี ชาว ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม และนายณัฐพนธ์ สิทธิ์ขุนทด อายุ 20 ปี ชาว ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์” พร้อมตรวจยึดของกลางและพยานหลักฐานหลายรายการ ประกอบด้วย หมวกกันน็อค Spacecrown สีดำ 1 ใบ, รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 1 กฐ 6337 นครพนม 1 คัน, ใบคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1 กย 9545 มุกดาหาร 1 เล่ม, หมวกกันน็อค Spacecrown สีดำมีลาย 1 ใบ,

เสื้อฮูดแขนยาวสีดำ-ขาวมีตัวอักษร MC 1 ตัว, เสื้อฮูดแขนยาวสีแดงมีตัวอักษร Ferari 1 ตัว, กางเกงยีนส์ขายาว 1 ตัว, กางเกงขายาวสีขาว 1 ตัว และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone, realme, Infinix และ Redmi อย่างละ 1 เครื่องภายหลังจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมสอบสวนขยายผลตรวจสอบว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่อื่นเพิ่มเติมหรือไม่

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ร้องเรียนไม่ปล่อยผ่าน! ฝ่ายปกครองมุกดาหารลงตรวจบ้านพักสวนยางหลังได้รับเรื่องร้องเรียน จับหนุ่มวัย 49 พร้อมยาบ้า 6,173 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – ฝ่ายปกครองสนองข้อร้องเรียนชาวบ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักภายในสวนยางพาราด้านทิศตะวันออก บ้านหนองแวง หมู่ 8 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกับการเสพและจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนและความหวาดกังวลให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ก่อนจับกุมชายวัย 49 ปี พร้อมยาบ้ากว่า 6,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร และนายพรชัย ไผ่ล้อม ป้องกันจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้นายจิรวัฒน์ ใจสำราญ ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหารที่ 1 (ผบ.ร้อย อส.จ.มห.1) พร้อมด้วยนายศักดิ์สิทธิ์ วงศ์ศรีทา รองผู้บังคับกองร้อย อส.จ.มห.1 นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณบ้านพักภายในสวนยางพาราด้านทิศตะวันออก บ้านหนองแวง หมู่ 8 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หลังได้รับแจ้งว่ามีบุคคลมีพฤติการณ์เสพและจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนภายในหมู่บ้าน

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายขจรศักดิ์ ล้ำเลิศ อายุ 49 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6,173 เม็ด จึงควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางไปจัดทำบันทึกจับกุมที่กองร้อย อส.จ.มห.1 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #ยาบ้า #ฝ่ายปกครองมุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นครปฐมขับเคลื่อนการบูรณาการแผนพัฒนาพื้นที่ในลักษณะ One Plan เชื่อมโยงทุกระดับ สู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่อังคารที่ 15 กันยายน 2569 ณ อาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธาน

ในพิธีเปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบูรณาการเชื่อมโยงแผนพัฒนาพื้นที่ในลักษณะแผนเดียว (One Plan) จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ, นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม และนายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ร่วมโครงการในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การบริหารราชการในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เพื่อให้การพัฒนาในทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด มีความเชื่อมโยงและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง จังหวัดนครปฐมจึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน One Plan เพื่อเชื่อมโยงแผนพัฒนาของทุกระดับให้สอดคล้องกัน ลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การจัดทำแผนงาน โครงการ และการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการนี้ นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี และ ปลัดอำเภอกำแพงแสน หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯอำเภอกำแพงแสน ในฐานะประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน

ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอกำแพงแสน คณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอกำแพงแสน ข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ทับสะแก กฟผ.จัดพิธีทำบุญ มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ ครบรอบ 10 ปี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยโรงไฟฟ้าทับสะแก เขื่อนวชิราลงกรณ ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาส ครบรอบ 10 ปี การขนานเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก เข้าสู่ระบบและเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2559 ณ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทน นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี ภายในงานประกอบด้วย พิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล การปลูกไม้มงคลต้นจันทร์หอม สัญลักษณ์แห่งการเติบโตและความยั่งยืน และ มอบทุนการศึกษา

ให้กับนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนทับสะแกวิทยา โรงเรียนบ้านดอนทราย โรงเรียนบ้านอ่างทอง และโรงเรียนอ่างทองพัฒนา โดย นายสมชาย จันทร์เย็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ-1 เป็นผู้มอบทุนการศึกษา

นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก ร่วมให้การต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ นางสาวทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอทับสะแก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหูกวาง

ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตำบลนาหูกวาง รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภายใน กฟผ. จากฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโรงไฟฟ้า และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนตลอดไป

 //////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดแล้ว! งานคเณศจตุรถีพัทยา ปีที่ 19 จัดยิ่งใหญ่ นักท่องเที่ยวกระหึ่มริมทะเลพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 ก.ย.69 ที่ปะรำพิธีงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถีพัทยา 2569 บริเวณชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นการจัดงานปีที่ 19 บรรยากาศงานบริเวณริมชายหาดพัทยากลางเป็นไปอย่างคึกคัก นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ท่ามกลางคนรักพระพิฆเนศจากทั่วโลกเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ในพิธีได้รับเกียรติจาก นางสาวคนึง ไข่ลืองาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นายสกล ผู้ลูกอินทร์ รองประธานสภา อบจ.ชลบุรี นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายเตชวัศ กลิ่นภักดี รองผอ.ททท.สำนักงานพัทยา นายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนภาคกลาง-ตะวันออก สสปน. นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดียพัทยา ในฐานะประธานชุมชนวอล์กกิ้งสตรึท นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และผู้แทนจากตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เข้าร่วม

ภายในงาน อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา ในฐานะประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม และ ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี ในฐานะรองนายกสมาคมฮินดูโลก VHP Thailand สองแกนนำผู้จัดงาน ได้นำร่วมพิธีสักการะบูชาองค์พระพิฆเนศ

พร้อมปั้นดินเหนียวองค์พระพิฆเนศเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนมีการศิลปวัฒนธรรมและประเพณีโขนของไทยและการแสดงวัฒนธรรมของอินเดียเพื่อสร้างสีสัน พร้อมกันนี้มีการออกร้านโรงทายอาหารเจแจกจ่ายผู้เข้าร่วมงานที่ทยอยกันมาตลอดช่วงค่ำของการจัดกิจกรรม

การจัดงานคเณศจตุรถี ครั้งที่ 19 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่เมืองพัทยาร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของอินเดีย ควบคู่กับการสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยว และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้

ร่วมสัมผัสวิถีแห่งศรัทธาและวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด อันจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมร่วมสมัย และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยงานกำหนดจัดขึ้น 3 วันคือ วันที่ 14-16 กันยายน 2569 นี้