คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings @สองสมุทร…สุดสาคร” ซึ่งจัดขึ้น 14–16 สิงหาคม 2569“เสน่ห์ไทย สองสมุทร-สุดสาคร”

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่14 สิงหาคม 2569ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings @สองสมุทร…สุดสาคร” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและนำเสนอเสน่ห์ของจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามในหลากหลายมิติโดยมีนางวรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกอบจ.นาย อภิชาต โพธิ์ถนอม รองนายกอบจ.สมุทรสาคร พร้อมด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมงาน

วัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิตชุมชน ประมงชายฝั่ง และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำเสนอผ่านแนวคิด 5 Must Do in Thailand ครบทั้งการกิน ช้อป ชม เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์ ดังนี้โซนที่ 1 “ตลาดสองสมุทร” อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูป และเมนูซิกเนเจอร์จากวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมเลือกซื้อสินค้า GI และของดีขึ้นชื่อจากทั้งสองจังหวัด อาทิ มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว เกลือสมุทร ส้มโอขาวใหญ่ ปลาทูแม่กลอง น้ำตาลมะพร้าว กะปิคลองโคน รวมถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่
โซนที่ 2 เปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำจริงกับกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดทั้งวัน อาทิ การเพ้นท์ลายเบญจรงค์จากดอนไก่ดี การประดิษฐ์ของที่ระลึกจากวัสดุเหลือใช้ การ

สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Paper Art Thai จากกระดาษเหลือใช้ การเรียนทำขนมไทยโบราณจากบ้านเตาตาล และการสาธิตการทำอาหารสำรับชาววังจากอุทยาน ร. โซนที่ 3 ชวนเรียนรู้เรื่องราวอันทรงคุณค่าของ “สองสมุทร” ผ่านนิทรรศการและการถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนต้นแบบ โดยเฉพาะบ้านท่าฉลอม พร้อมนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้จักและเข้าใจเสน่ห์ของพื้นที่มากยิ่งขึ้นโซนที่ 4 เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมตลอด 3 วัน อาทิ การแสดงเชิดสิงโตและมังกร โขนเด็กจากเยาวชนสมุทรสาคร และระบำสาวนาเกลือ ถ่ายทอดความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสองจังหวัดโซนที่ 5 จุดเช็กอินขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของสองสมุทร เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและแบ่งปันประสบการณ์แห่งความ

ประทับใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Passport สองสมุทร สำหรับสะสมตราประทับเพื่อรับของที่ระลึก และกิจกรรม Lucky Draw ลุ้นรับแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก และของรางวัลจากผู้ประกอบการในพื้นที่การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวบนเส้นทางถนนพระราม 2 ภายใต้แนวคิด “เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย ประหยัดพลังงาน เที่ยวได้เลย”
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /นายก อบจ.นครปฐม เปิดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของสตรี ต.ดอนตูม จ.นครปฐม ปีงบ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของสตรีตำบลดอนตูม จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมด้วย นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, สมาชิกสภาฯ, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม ณ อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา อ.เมืองนครปฐม โดย อบจ.นครปฐม จัดทำโครงการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้มีการรวมกลุ่มอันก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นและส่งเสริมประชาชนให้เห็นความสามารถของกลุ่มสตรี
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /นร.ตื่นเต้น ’วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ปี 69‘ /มารีวิทย์จัดเต็ม!“กลุ่มผลลูกอินทร์ปันสุข”ซื้อชุด นร.แจก 11 โรงเรียน/Alexface ลุยพัทยา โชว์ผลงานสตรีทอาร์ต

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ ได้เป็นประธานเปิดงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมีคณะครูผู้สอน และนักเรียนทุกระดับชั้นเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ทางโรงเรียนมารีวิทย์ได้จัดขึ้นทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระปรีชาสามารถด้านดาราศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในกิจกรรมดังกล่าว มีการแสดงบนเวที การสาธิตการทดลองทางวิทยาศาสตร์ การตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ การออกร้านจิตอาสา ซุ้มเล่นเกมวิทยาศาสตร์และฐานกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบว่านักเรียนต่างให้ความสนใจในกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

อนึ่ง วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันที่รำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ตำบลหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่วงหน้าถึง 2 ปีได้อย่างแม่นยำ พระองค์จึงได้รับการยกย่องเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”

“กลุ่มผลลูกอินทร์ปันสุข” หนุนการศึกษาท้องถิ่น 6.6 แสนบาท ซื้อชุด นร.แจก 11 โรงเรียนเมืองพัทยา

มีรายงานว่า ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ตัวแทนกลุ่มผลลูกอินทร์ปันสุข และทีมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ประกอบด้วย นายนคร ผลลูกอินทร์, ดร.วรพต พงษ์พาลี, นายสาธิต นุชประมูล และนายสิทธิไชย อาจทรง

ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษท้องถิ่น ด้วยการมอบชุดนักเรียนให้แก่นักเรียนโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาทั้ง 11 แห่ง จำนวน 440 ชุด รวมมูลค่า 660,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน มีตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาทั้ง 11 แห่ง เข้ารับมอบชุดนักเรียน ท่ามกลางคณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน

นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่อยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม โดยมองว่า “ชุดนักเรียน” เป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กวัยเรียน และเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบ การมอบชุดนักเรียนจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว พร้อมฝากถึงนักเรียนทุกคนให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ใช้โอกาสทางการศึกษาให้เกิดประโยชน์ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต

ด้าน นายศรชัย เข้มแข็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) เป็นตัวแทนสถานศึกษาในสังกัดเมืองพัทยาทั้ง 11 แห่ง กล่าวขอบคุณนายสกน ผลลูกอินทร์ พร้อมทีมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง กลุ่มผลลูกอินทร์ปันสุข และผู้ใหญ่ใจดีที่ร่วมกันสนับสนุนชุดนักเรียนในครั้งนี้ ซึ่งจะนำไปส่งต่อให้แก่นักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองโดยตรง ถือเป็นการร่วมกันส่งต่อสิ่งของที่จำเป็นต่อการศึกษา พร้อมเติมโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้มีความพร้อมในการเรียนมากยิ่งขึ้น

นทท.เมืองกรุงยิ้มไม่ออก เที่ยวพัทยาขากลับซื้อปูม้าไข่ตลาดลานโพธิ์นาเกลือ แต่เจอปูเน่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวชาวกรุงเทพมหานครฯ รายหนึ่ง แจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘สายตรงพี่เบียร์ พัทยา‘ หลังเดินทางมาเที่ยวเมืองพัทยา และได้ใช้บริการซื้ออาหารทะเลเป็นปูม้าไข่จำนวน 1 ก.ก. ในราคา 340 บาท จากร้านแห่งหนึ่งในตลาดลานโพธิ์นาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยพนักงานของร้านเป็นคนเลือกปูให้

เมื่อเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ เมื่อแกะออกมากลับพบว่าปูม้าไข่ที่ซื้อมาเป็นปูเน่าทั้งหมด แต่ของร้านอื่นยังสดอยู่ จึงอยากให้ตรวจสอบร้านดังกล่าวด้วย เพราะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเมืองพัทยา ด้วยความที่อยากได้เงินคืนแต่ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์จึงฝากเรื่องผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจดังกล่าวให้รับทราบ เพื่อติดต่อเจ้าของร้านให้แสดงความรับผิดชอบ จึงประสานเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาตรวจสอบเพราะทำให้เสียภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาอย่างมาก

ต่อมา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยามอบหมายฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักปลัดเมืองพัทยา, ฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข, ฝ่ายสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ลงตรวจสอบร้านขายปูดังกล่าวตามที่ผู้ร้องแจ้งมา เจ้าของร้านขายปูจึงได้ดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ร้อง และทางสาธารณสุขได้มีการคาดโทษไว้เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม หลังเฟซบุ๊กแฟนเพจ สานตรงนายกเบียร์ พัทยา ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก พบว่ามีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดเรื่องทำนองนี้หลายครั้ง จึงอยากเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังด้วยการเลือกซื้อาหารทะเลด้วยตนเอง อย่าปล่อยให้คนงานของร้านเลือกให้ อาจเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นได้ ซึ่งไม่น่าจะเกิดในเมืองพัทยา

ศิลปินกราฟฟิตี้ดัง Alexface ลุยพัทยา โชว์ผลงานสตรีทอาร์ต ปลุกสีสันตรอกโรงยา บ้านนาเกลือ

มีรายงานว่า กลุ่มศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังของไทย นำโดย Alex Face หรือพัชรพล แตงรื่น ศิลปินไทยเจ้าของคาแรกเตอร์เด็กหน้าบึ้งใส่ชุดกระต่ายที่มีผลงานดังไกลทั่วโลก ได้ลงพื้นที่บ้านนาเกลือ พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อรังสรรค์ผลงานศิลปะสร้างสีสันในเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความหลากหลาย

โดยทางคณะศิลปินได้เลือกกำแพงและผนังของอาคารภายในตรอกโรงยา ซึ่งเป็นซอยเก่าแก่ในชุมชนนาเกลือที่ยังมีเสน่ห์ความคลาสสิกหลงเหลือ เพื่อแสดงผลงานศิลปะสตรีทอาร์ท ไว้เป็นจุดเช็คอินหรือถ่ายภาพที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเดินทางยังเมืองพัทยา ซึ่งบ้านนาเกลือยังมีเอกลักษณ์น่าสนใจอีกหลายอย่าง

อนึ่ง ศิลปินกราฟฟิตี้ คือผู้สร้างสรรค์งานศิลปะบนพื้นที่สาธารณะหรือกำแพง โดยใช้สเปรย์หรือสีพ่นเพื่อสื่อสารเรื่องราว สังคม หรือตัวตน ผ่านงานศิลปะที่ผู้คนสามารถมองเห็นได้ในที่สาธารณะ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยทั่วไป ศิลปินกลุ่มนี้มีทั้งระดับโลกและศิลปินไทยที่สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /พิธีฉลองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกวด Line Dance ของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น.โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา อำเภอแม่สาย จังหวัด​เชียงราย​ ได้รับ รางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทาน​พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ​การประกวดไลน์แดนซ์กรมพลศึกษา 2569​

นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย มอบหมายให้นายจิรวัฒน์ ดีวะรัตน์ ปลัดอำเภอ เป็นประธานในพิธีฉลองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในการประกวด Line Dance ของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัย ได้ใช้กิจกรรมการออกกำลังกาย กีฬา และนันทนาการ เพื่อพัฒนาสุขภาพ และสมรรถภาพทางกาย

โดยผลการประกวดไลน์แดนซ์ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ปรากฏว่า ชมรมแอโรบิกเพื่อสุขภาพ รักดรุณฯ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลชนะเลิศ และได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลพระราชทาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จิตอาสาบึงกาฬรวมพลัง ลงแขกดำนา “ดำนาวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” สืบสานวิถีเกษตรไทย สร้างพลังสามัคคีชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรม “ดำนาวันแม่เกี่ยววันพ่อ” ณ แปลงนาสาธิต 15 ไร่ บ้านโพธิ์น้อย – บ้านหนองสิมพัฒนา ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย คณะทำงานจิตอาสาจากหลายจังหวัด และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานวิถีชีวิตและภูมิปัญญาการทำนาของคนไทย โดยเฉพาะประเพณี “ลงแขกดำนา” ซึ่งสะท้อนถึงความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลและความสามัคคีของคนในชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรตามแนวทาง เกษตรทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าต่อชุมชน เพราะไม่ได้เป็นเพียงการร่วมกันปลูกข้าว แต่ยังเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พร้อมชื่นชมคณะทำงานจิตอาสาและทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของชุมชน

สำหรับแปลงนาสาธิต 15 ไร่ ดำเนินงานในรูปแบบผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน เยาวชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 ในการขับเคลื่อนโครงการแปลงนาสาธิต โดยพื้นที่อำเภอเซกาดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และมีเป้าหมายขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างร่วมแรงร่วมใจกันลงแขกดำนา ท่ามกลางความสนุกสนานและความสามัคคี สะท้อนพลังของจิตอาสาและความร่วมมือของทุกภาคส่วน

ด้าน คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย คณะทำงานจิตอาสาจากทุกจังหวัด และพี่น้องประชาชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจนกิจกรรมสำเร็จลุล่วง พร้อมย้ำแนวคิดการทำงานของคณะทำงานว่า

“สิ่งไหนที่ทำด้วยใจ สิ่งนั้นยิ่งใหญ่เสมอ”กิจกรรม “ดำนาวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับวิถีเกษตรดั้งเดิม พร้อมสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งต่อพลังแห่งความสามัคคีให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในชุมชนจังหวัดบึงกาฬ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 36 ปี รำลึกกำลังพลผู้เสียสละ พร้อมเผยแพร่ภารกิจทหารเพื่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่สโมสรนายทหาร ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 36 ปี โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน พร้อมด้วยคุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ดร.ธาราทิพย์ วงษ์บรรณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 38 นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน อดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38

พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารในพื้นที่ กำลังพล และครอบครัว เข้าร่วมพิธภายในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยและกำลังพล พร้อมรำลึกถึงกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตลอดจนเชิดชูเกียรติและสานต่อภารกิจของหน่วยในการดูแลความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน

สำหรับมณฑลทหารบกที่ 38 มีประวัติการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน ย้อนไปเมื่อปี 2509 จังหวัดน่านได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงและการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ กองทัพบกจึงได้จัดกำลังเข้ามาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ต่อมาในปี 2512 ได้จัดตั้งหน่วย “จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ (ส่วนแยกน่าน)” เพื่อสนับสนุนหน่วยทหารในพื้นที่ ก่อนแปรสภาพเป็น “จังหวัดทหารบกน่าน” ในปี 2533 และเปลี่ยนเป็น “มณฑลทหารบกที่ 38” ในปี 2558 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 36 ปี

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มณฑลทหารบกที่ 38 ได้สนับสนุนกำลังพล สรรพกำลัง และยุทโธปกรณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะภารกิจด้านการบรรเทาสาธารณภัยและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในช่วงฤดูฝน

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากโครงการ “ทหารพันธุ์ดีน่าน” นำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ของหน่วยมาจัดแสดงและจำหน่าย สะท้อนแนวทางการพึ่งพาตนเองและการสร้างประโยชน์ให้แก่กำลังพลและประชาชน ขณะที่โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์นำชุดแพทย์เคลื่อนที่มาให้บริการ พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพและการป้องกันโรคเบื้องต้น

อีกทั้งยังมีการจัดแสดงภารกิจของชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 เพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงศักยภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และสาธารณภัยรูปแบบต่าง ๆ

การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 38 ในครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการรำลึกถึงประวัติศาสตร์และกำลังพลผู้เสียสละ ตลอดจนสะท้อนบทบาทของกองทัพในการดูแลประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การส่งเสริมอาชีพ การดูแลสุขภาพ และการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อความสงบสุขและประโยชน์ของประชาชนในจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง

มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 36 ปี รำลึกกำลังพลผู้เสียสละ พร้อมเผยแพร่ภารกิจทหารเพื่อประชาชน/บุญยงค์ สดสอาเ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม ฯรายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/จัดเสวนาใหญ่ “คิด พัฒนา สร้างมูลค่า สู่ความสำเร็จ” ดันแปรรูปสินค้าเกษตรพิกุลทองฯ เจาะตลาดไทย-อินเตอร์ ชู “ส้มแขก-ดาหลา-น้ำผึ้งชันโรง”

แชร์เนื้อหานี้

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปิดเวทีเสวนาถกทิศทางอนาคต “คิด พัฒนา สร้างมูลค่า สู่ความสำเร็จ” ในงานชมศูนย์ศึกษาฯ ครั้งที่ 27 ดึง กปร. มหาวิทยาลัย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยผนึกกำลัง ร่วมถอดรหัสยกระดับอัตลักษณ์ผลผลิตชายแดนใต้ ทั้งกิมจิผักกูด น้ำผึ้งชันโรง ชาดาหลา และเครื่องดื่มส้มแขกโซดา พร้อมอัดฉีดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และช่องทางตลาด หนุนเกษตรกรในพื้นที่เปลี่ยนสินค้าชุมชนสู่สินค้านวัตกรรมสร้างรายได้งดงาม

วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ได้มีการจัดเวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “คิด พัฒนา สร้างมูลค่า สู่ความสำเร็จ” ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญส่วนหนึ่งของงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชปณิธาน สานประโยชน์สุขสู่ปวงประชา”เพื่อหาแนวทางร่วมกันระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ในการพัฒนาอัตลักษณ์เกษตรแปรรูปชายแดนใต้ไปสู่ระดับสากล

โดยได้รับเกียรติจาก นายอภิศักดิ์ สุรวิสูตร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพื้นที่ 4 (ภาคใต้), นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ, ผศ.ดร.นิรันดร หนักแดง รองคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และ นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทิศทางการพัฒนาอย่างเข้มข้น โดยมี นางสาวปพิชญานันท์ เทพรักษ์ นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร ปราชญ์ชาวบ้าน ครู อาจารย์ ตลอดจนนักศึกษา เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก

ช่วงการเสวนาในรอบแรก นายอภิศักดิ์ สุรวิสูตร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพื้นที่ 4 (ภาคใต้) สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและการอนุมัติงบประมาณว่า ปัจจุบัน สำนักงาน กปร. มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ “กินได้จริง” และสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรโดยไม่อยู่เพียงแค่ขั้นตอนการวิจัยทดลอง แต่ต้องเชื่อมโยงไปถึงการส่งเสริมอาชีพเชิงพาณิชย์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ศูนย์ฯ พิกุลทองฯ สามารถเป็นต้นแบบในการสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ยึดหลักภูมิสังคมตามแนวพระราชดำริ

ด้าน นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ชี้แจงถึงการสนองพระราชดำริและนโยบาย กปร. ในยุคปัจจุบันว่า ศูนย์ฯได้ปรับบทบาทรุกหนักด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างตัวอย่างนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นของจังหวัดนราธิวาสและชายแดนใต้ อาทิเครื่องดื่มโซดารสส้มแขก และ เครื่องดื่มโซดารสดาหลา ที่ให้ความสดชื่นและคงคุณประโยชน์ทางสมุนไพร น้ำผึ้งชันโรง คุณภาพสูง กิมจิผักกูด และ กิมจิกระเจี๊ยบเขียว การฟิวชันเมนูสุขภาพตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ชาใบหม่อน และ ชาดาหลา ชาเพื่อสุขภาพกลิ่นหอมเฉพาะตัวนางสายหยุดระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เพียงเพื่อการสาธิต แต่เพื่อเป็นพิสูจน์ให้เห็นว่า พืชท้องถิ่นที่เคยถูกมองข้าม สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมหาศาล

ขณะที่ ผศ.ดร.นิรันดร หนักแดง รองคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มรน.) ได้วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์แปรรูปของศูนย์ฯ ในมุมมองนักวิชาการว่า จุดเด่นที่ชัดเจนคือ “อัตลักษณ์วัตถุดิบดิบพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์สูง” เช่น ส้มแขก ดอกดาหลา และผักกูด ซึ่งมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดสายสุขภาพอย่างไรก็ตาม ข้อที่ต้องเร่งปรับปรุงหรือเติมเต็ม (จุดด้อย) คือ เรื่องของ “อายุการเก็บรักษา (Shelf Life)” มาตรฐานกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้ดึงดูดใจ และการเล่าเรื่องราว (Storytelling) ผลิตภัณฑ์

โดยในรอบที่ 2 ผศ.ดร.นิรันดร ย้ำว่า มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมใช้ศักยภาพตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สำนักงาน กปร. ในการลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีการถนอมอาหาร การคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตลอดจนการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานความปลอดภัย ให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกัน เพื่อให้สินค้าชุมชนพร้อมออกสู่ตลาดในวงกว้างด้าน นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงบทบาทการเชื่อมโยงภาคการเกษตรกับภาคธุรกิจว่า สมาพันธ์ฯ พร้อมทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมการตลาด” โดยนำนวัตกรรมและเครือข่ายธุรกิจเข้ามาช่วยเกษตรกร ในส่วนของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถือเป็นพื้นที่ศักยภาพสูงมาก

กลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์และมีโอกาสเติบโตสูงทั้งในและต่างประเทศ คือ “อาหารฮาลาลนวัตกรรม” “เครื่องดื่มสุขภาพจากพืชอัตลักษณ์ชายแดนใต้” และ “สมุนไพรบำรุงสุขภาพ” เนื่องจากตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศกลุ่มมุสลิมและกลุ่มผู้บริโภคสายสุขภาพ มีความต้องการสินค้าเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง หากศูนย์ฯ พิกุลทองฯ และเกษตรกรสามารถควบคุมคุณภาพ ผลิตในปริมาณที่สม่ำเสมอ และมีการรับรองมาตรฐานฮาลาลที่ถูกต้อง สินค้าจากนราธิวาสก็พร้อมก้าวไปสู่ตลาดระดับสากลได้อย่างแน่นอน

สำหรับการเสวนาในครั้งนี้ทุกฝ่ายได้สรุปแนวทางร่วมกันว่า จะร่วมมือกันขับเคลื่อนแบบบูรณาการ โดย กปร. สนับสนุนงบประมาณและนโยบาย, ศูนย์ฯ พิกุลทองฯ เป็นฐานผลิตและต้นแบบวิจัย, มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เติมเต็มองค์ความรู้เทคโนโลยี และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ขยายช่องทางการตลาดนอกจากกิจกรรมเสวนาแล้ว ในวันเดียวกันศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ยังได้เปิดการอบรมหลักสูตรฝึกอาชีพระยะสั้นให้แก่ประชาชนทั่วไป ได้แก่ หลักสูตร “แหนมเห็ด อร่อย สร้างรายได้” โดย นางกัญญ์ชญา น้อยสร้าง และหลักสูตร “สบู่น้ำผึ้งชันโรง” โดย นางสาววิภารัตน์ กุลจรัสบรม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมฝึกปฏิบัติจริง เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดสร้างอาชีพเสริมและสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรมตามพระราชปณิธานต่อไป
//////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดยิ่งใหญ่! “Flow of Lanna Textile”ดันซอฟต์พาวเวอร์ผ้าทอล้านนาตะวันออก สู่เศรษฐกิจ และ การท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 นำโดย จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ได้จัดการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ
“Flow of Lanna Textile งานมหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนสัมพันธ์ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
2″ ขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อโชว์ศักยภาพของทุนทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะ “ผ้าทอล้านนา” ให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้วาราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีที่มาจากเป้าหมายการพัฒนาของกลุ่ม
จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่ และม่งเน้นการพัฒนาสู่การเป็น “ฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ” โดยยึดเป้าหมายหลักคือ “ท่องเที่ยวบนพื้นฐานวัฒนธรรมร่วมสมัย ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร สิ่งแวดล้อมยั่งยืนเศรษฐกิจมั่นคง”โดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 นี้มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยเฉพาะภูมิปัญญาวัฒนธรรมผ้าทอล้านนา ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่อ โครงการนี้จึงเป็นการผลักดัน นโยบาย Soft Power เปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมเป็นทุนทางเศรษฐกิจ และสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมผ้าทอให้เติบโต อย่างยั่งยืน

นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน กล่าวเสริมว่า โครงการนี้มุ่งพัฒนาผ้าทอล้านนาอย่างครบวงจร เริ่ม
ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านกิจกรรม Workshop และ Young Designer & Young Startup Camp 11 จนถึงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งผลิต ไฮไลด์สำคัญคือการจัดงาน “Flow of Lanna Textile งานมหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนสัมพันธ์ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2” ซึ่งจะหมุนเวียนจัดใน 4 จังหวัด ได้แก่

จังหวัดพะเยา: วันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ Top Plaza
จังหวัดแพร่: วันที่ 2-4 กันยายน 2569 ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9
จังหวัดเชียงราย: วันที่ 12-14 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย
จังหวัดน่าน: วันที่ 25-29 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน

ภายในงานมหกรรมฯ พบกับนิทรรศการผลงานการออกแบบผ้าทอแพรพรรณล้านนา นิทรรศการเส้นทางท่องเที่ยว
แพรพรรณผ้าทอล้านนา Fashion Show ผ้าทอล้านนาร่วมสมัย ผลิตภัณฑ์ชุมชนและงานอออกแบบจากผู้ประกอบการ 40 ราย จาก 4 จังหวัด และ Workshop สร้างสรรค์งานผ้า เติมแรงบันดาลใจ รวมถึงการประกวดออกแบบ
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั้นล้านนาตะวันออก ชิงเงินรางวัลรวม 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนนักออกแบบและ
ผู้ประกอบการ

ด้าน นางสาวธีรวรา ริพล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านหัตกรรมผ้า ตัวแทนภาคเอกชน เน้นย้ำถึงความสำคัญของการผสาน”การออกแบบเชิงสร้างสรรค์” และ “กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล” โดยนำเอกลักษณ์ลวดลายมาประยุกต์เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ หรือ Art Toy พร้อมวางโครงสร้างอีคอมเมิร์ซที่แข็งแกร่งและระบบ CRM เพื่อขยายฐานสู่คนรุ่นใหม่

ขณะที่ คุณอรรถพล ทวีสุนทร รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน เผยกลยุทธ์นำภูมิ
ปัญญาผ้าทอล้านนามาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความงามของผ้า งานศิลปหัตถกรรมจิตรกรรมฝาผนัง และเรียนรู้เทคนิคการทอผ้าในชุมชน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายประโยชน์สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

ท้ายนี้ ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของผ้าทอล้านนา และอุดหนุน
ผู้ประกอบการในงาน”Flow of Lanna Textile งานมหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนสัมพันธ์ 4
จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2″ ตามวันและสถานที่ดังกล่าว เพื่อร่วมผลักดันผ้าทอให้เป็น Soft Power ของไทยอย่างภาคภูมิ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /พาณิชย์นครพนม ยกทัพของดีบุกกรุงฯ จัดงานใหญ่ “นครพนมเทรดแฟร์ 2026” ชูจุดขาย 3 ที่สุด หวังเงินสะพัดกว่า 6 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

​กรุงเทพมหานคร – สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม เตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “นครพนมเทรดแฟร์ 2026” (Nakhon Phanom Trade Fair 2026) ระหว่างวันที่ 12 – 16 สิงหาคม 2569 ณ ลานชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ขยายช่องทางการตลาด และเพิ่มรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น. ซึ่งได้รับเกียรติจาก ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค นางสาวกวิสรา ฝ่ายศิลา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี

โดยมี นางสาว กมลขวัญ ตัณสถิตย์ พาณิชย์จังหวัดนครพนม จัดงานภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการค้าการลงทุนจังหวัดนครพนม เพื่อตอกย้ำศักยภาพของจังหวัดในฐานะเมืองหน้าด่าน และประตูการค้าที่เชื่อมโยงสู่ประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ทั้ง สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นอกจากนี้ยังเป็นการผสมผสานการส่งเสริมการค้าควบคู่กับการท่องเที่ยว โดยมีการจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของจังหวัดภายใต้แนวคิดอัตลักษณ์ “3 ที่สุดของนครพนม” ประกอบด้วย

ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด: ด้วยองค์พระธาตุพนมงามที่สุด: ด้วยทิวทัศน์ภาพริมฝั่งแม่น้ำโขงสวยที่สุด: ด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3ภายในงานได้รวบรวมสุดยอดผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดนครพนมและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ารวมกว่า 50 ราย นำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐานที่หลากหลาย

ครอบคลุมทุกหมวดหมู่การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป งานหัตถกรรม ผ้าพื้นเมือง สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าสุขภาพ/ความงาม โดยมีสินค้าอัตลักษณ์ชื่อดังของจังหวัด

นครพนมมาร่วมจำหน่าย อาทิ กาละแมธาตุพนม, สับปะรดท่าอุเทน, กระเป๋าจักสานจากกก บ้านเหล่าพัฒนา และผ้าทอจากอำเภอนาหว้า พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องตลอดการจัดงานทั้ง 5 วัน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม คาดการณ์ว่าการจัดงานครั้งนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าการจำหน่ายและมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าได้ไม่น้อยกว่า 6 ล้านบาท อันจะเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด ยกระดับขีดความสามารถ

ในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และสร้างการรับรู้สินค้าของจังหวัดนครพนมในระดับประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจ ร่วมชมงาน เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจังหวัดนครพนมและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรไทย ในงาน “นครพนมเทรดแฟร์ 2026” ระหว่างวันที่ 12 – 16 สิงหาคม 2569

ณ ลานชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค กรุงเทพมหานคร ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชนติดต่อ: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 213/1 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 โทรศัพท์: 042-511-117

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม – เหล่ากาชาด นครปฐม ประธานพิธีมอบบ้าน ตามโครงการบ้านกาชาดรวมใจ งบประมาณปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในฐานะนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีมอบบ้าน ตามโครงการบ้านกาชาดรวมใจ ของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ 2569

ให้แก่ นางสมจิตร แซ่ตั้น อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 10 ตำบลสามง่าม ซึ่งมีที่พักอาศัยเดิมมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว และมีรายได้น้อย จึงได้รับการพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เทศบาลตำบลสามง่าม

นำโดย ผศ.ดร อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล ประธานสภาเทศบาลฯ สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัด พร้อมด้วย ปลัดจังหวัดนครปฐม รองนายก/คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นายอำเภอดอนตูม ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.

และประชาชนในเขตพื้นที่ ร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมากสำหรับโครงการบ้านกาชาดรวมใจ จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย อันเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามภารกิจ

ด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย โดยในปีงบประมาณ 2569 เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมได้ดำเนินการก่อสร้างบ้านจำนวน 7 หลัง ครอบคลุมทั้ง 7 อำเภอของจังหวัด ด้วยงบประมาณหลังละ 200,000 บาท
สมคิด พรมมี ผู้ข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.เชียงราย เชิญผ้าไตรพระราชทานประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กค. 2569

แชร์เนื้อหานี้

นายกสมาคมสื่อมวลชน และนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ร่วมในพิธี 💥เชียงราย พิธีปิดและมอบใบประกาศนียบัตร โครงการส่งเสริมกีฬาที่มีศักยภาพอย่างเต็มระบบครบวงจร Domestic Power 2025 – 2026 ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” ระดับภาคเหนือ

✒วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธีปิดและมอบใบประกาศนียบัตร โครงการส่งเสริมกีฬาที่มีศักยภาพอย่างเต็มระบบครบวงจร Domestic Power 2025 – 2026

ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” ระดับภาคเหนือ💥จังหวัดเชียงราย ในฐานะเมืองกีฬา (Sports City) รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการจัด กิจกรรมกีฬาที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชนจากทั่วภูมิภาคได้เรียนรู้เทคนิค การฝึกซ้อมที่ถูกต้อง

และยังเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างมิตรภาพ และ พัฒนาเครือข่ายผู้ฝึกสอนจากทุกจังหวัดในภาคเหนือ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการ พัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงการก้าวสู่การเป็นนักกีฬา อาชีพและนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต

✒โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการดำเนินงาน เพื่อสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการส่งเสริมและพัฒนา เยาวชนของชาติผ่านการกีฬา อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างคนดี มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ

และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อีกทั้งยังนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาต💥ให้เชิญพระตราสัญลักษณ์ “โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรม ราชูปถัมภ์”

ประดิษฐานบนประกาศนียบัตรที่จะมอบแก่ผู้ผ่านการอบรมในวันนี้ นับเป็น เกียรติอันสูงยิ่ง ถือเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศ ทางการกีฬา

✒จากการรับฟังรายงานสรุปการดำเนินโครงการจากท่านเลขาธิการฯ ได้เห็นถึงความ มุ่งมั่นตั้งใจของนักกีฬาเยาวชนและผู้ฝึกสอนทุกคน ที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฝึกฝน ทักษะ และต่อยอดศักยภาพของตนเอง

ขออำนวยพรให้ผู้ฝึกสอนและนักกีฬาเยาวชน ทุกคน ได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการไปต่อยอดพัฒนาศักยภาพ ของตนเองให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ พร้อมทั้งเป็นกำลังสำคัญของวงการกีฬาวอลเลย์บอล ไทยในอนาคตต่อไป

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว “แข่งขันเรือยาวประเพณีเทศบาลตำบลโพสังโฆ” ครั้งที่ 21 ชิงถ้วยพระราชทานฯ สืบสานมรดกวัฒนธรรมสายน้ำ 100 ปี

แชร์เนื้อหานี้

สิงห์บุรี, 11 สิงหาคม 2569 – เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติเป็นประธานในการแถลงข่าวความพร้อมการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณี เทศบาลตำบลโพสังโฆ ประจำปี 2569 (ครั้งที่ 21)

โดยมี ดร.จีราธิวัฒน์ มะโนวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี, พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี, นายแสน สุรวิญญูวร นายอำเภอค่ายบางระจัน และ นายกิตติเชษฐ์ ทุ่งสะโร ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี

ร่วมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ​การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมจัดกิจกรรม “คืนความสุขให้ประชาชน” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569

ณ สนามแข่งขันลำแม่น้ำน้อย บริเวณหน้าวัดกลางท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (บริเวณท่าน้ำที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเคยเสด็จประทับเรือมาดจำปาทอง)​สืบสานตำนานสายน้ำ 100 ปี แห่งแม่น้ำน้อย
​จังหวัดสิงห์บุรีเป็นเมืองแห่งสายน้ำ

โดยมีแม่น้ำน้อยเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิต สร้างขนบธรรมเนียม และประเพณีอันดีงามมาอย่างยาวนาน ในอดีตช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและออกพรรษา ประชาชนริมน้ำจะพายเรือมาร่วมทำบุญทอดกฐิน นำไปสู่ “ประเพณีการแข่งขันเรือยาวของวัดกลางท่าข้าม” ที่สืบทอดมานานกว่า 100 ปี

แม้จะเคยหยุดจัดไปช่วงปี พ.ศ. 2530 แต่ทางเทศบาลตำบลโพสังโฆและชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูประเพณีนี้กลับมาอีกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนกลายเป็นการแข่งขันระดับมาตรฐานสากลในปัจจุบัน​ไฮไลต์การแข่งขันเรือยาว (22-23 สิงหาคม 2569)
​การแข่งขันในปีนี้ มีเรือยาวจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชันฝีพายไม่น้อยกว่า 22 ลำ

แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เรือยาวใหญ่ (55 ฝีพาย) เรือยาวกลาง (40 ฝีพาย) เรือยาวเล็ก (30 ฝีพาย)
​เรือดังที่เข้าร่วมแข่งขัน: นำทัพโดย เรือแม่ประดู่ทอง, เรือเจ้าแม่ประดู่เงิน, เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ, เรือพรพระแก้ว, เรือสิงห์ปทุม, เรือเทพฤทธิ์, เรือจักรนารายณ์, เรือเทพขุนอินทร์ และเรือเทพนรสิงห์มหกรรมบันเทิง “คืนความสุขให้ประชาชน” (21-23 สิงหาคม 2569)

นอกจากการแข่งขันสุดมันส์แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมสร้างสีสันและความสนุกสนานตลอด 3 คืนเต็ม ได้แก่
​วันที่ 21 สิงหาคม: ชมการแสดงลิเกคณะดัง “ศรราม น้ำเพชร”
​วันที่ 22 สิงหาคม: ชมการแสดงลิเก “พรเทพ พรทวี”
​วันที่ 23 สิงหาคม: สนุกเต็มพิกัดกับดนตรี “บังนัส ฟิวเจอร์แบนด์”

จังหวัดสิงห์บุรี และ เทศบาลตำบลโพสังโฆ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสบรรยากาศความสนุกสนาน วิถีชีวิตริมสายน้ำ และร่วมเชียร์ฝีพายจากทั่วประเทศ ในงานแข่งขันเรือยาวประเพณีครั้งที่ 21 ณ หน้าวัดกลางท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
สำนักงานเทศบาลตำบลโพสังโฆ ​โทรศัพท์: 0-3659-7123
​มือถือ: 096-249-9548

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ดร.ฉวีวรรณ-คุณชิน -หมอชลน่าน ร่วมมอบเงินทุน อุปโภค บริโภค ให้โรงพยาบาล.การศึกษาเด็กยากจน 600 กว่าชีวิต 8 แสนกว่าบาท วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2569 พระไพศาลประชาทร วิ.(เจ้าคุณพบโชค)เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง เชียงราย ได้เป็นประธานสืบชะตาให้กับ

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ คุณสุชิน รัตนประเสริฐ คล้ายวันเกิด ของท่าน ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภค ทุนการศึกษา พร้อมด้วยปัจจัย จำนวน 8 แสนกว่าบาท

ทำบุญวันเกิด พร้อมกับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กำลังมีแนวคิดหาทางออกเพื่อช่วยเหลือ โรงพยาบาลห้วยปลากั้ง ( รักษาฟรี) และอีกหลายๆโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนชาวเชียงรายและคน

ทั่วไป ทำเพื่อสังคม การรักษาคนไข้โดยไม่มีค่ารักษาพยาบาลใดๆ ท่านเจ้าคุณพบโชค ท่านต้องใช้ เงินเพื่อจ้างหมอ พยาบาล พนักงาน จำนวนมาก

ได้กล่าวว่าที่โรงพยาบาลนี้มีห้องรักษาทุกอย่าง ยกเว้นห้องเก็บเงิน และทางวัดมีเด็กจากชนเผ่าต่างๆและทางวัดดูแลมีจำนวน

เกือบพันคน และทางวัดยังมีการดูแลผู้สูงอายุอีกด้วย หากท่านใจมีวัตถุประสงค์จะร่วมทำบุญ มายังวัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย

กับท่านเจ้าคุณพบโชค ได้นำคณะศรัทธาไปชมโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคมอีกด้วย และดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรม

ราชูปถัมภ์ และ คุณสุชิน รัตนประเสริฐ พร้อมด้วยพนักงาน ได้ถวายถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ สามเณร และเด็กนักเรียนด้วย ตามลำดับ

การช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอและไร้ที่พึ่ง ถือเป็นการปฏิบัติธรรมที่งดงามที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะความเมตตาไม่ได้วัดจากคำพูดแต่สะท้อนผ่าน

การลงมือช่วยเหลือด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ เพราะทุกการให้ด้วยใจบริสุทธิ์ ย่อมเป็นบุญที่งอกงาม และเป็นพลังที่ทำให้โลกนี้อบอุ่นขึ้นเสมอ

ความอบอุ่นไม่ใช่สิ่งก่อสร้างจากไม้และปูน แต่คือรังแสงจากใจที่มั่นคงความอ้างว้างไม่ใช่ความว่างเปล่าของห้องโถงใหญ่ แต่คือเสียงสะท้อนของใจที่ยังหิวโหย

ท้ายที่สุดแล้ว บ้านที่แท้จริงของเราคือ “จิตใจที่พอดี”เมื่อนั้น แม้ในคืนหนาว ใต้หลังคาเก่าๆ

ก็ยังสว่างไสวด้วยแสงแห่งความเพียงพอ และนั่นคือความร่ำรวยที่ไม่มีอะไรมาพรากไปได้เลย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวสายบุญ…วัดห้วยปลากั้ง ขอเชิญชวนญาติโยมและศิษยานุศิษย์ทุกท่าน มาร่วม “เชื่อมบุญ” และ

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว รวมถึงงานบุญต่าง ๆ ของวัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย ได้ง่าย ๆ

และใกล้ชิดยิ่งขึ้น ผ่านทาง LINE Official Account ติดต่อสอบถามข้อมูล กับทางวัดได้โดยตรง วิธีการเพิ่มเพื่อนง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน:เปิดแอปพลิเคชัน LINE เลือกเมนู “เพิ่มเพื่อน” (Add Friend)สแกน QR Code

จากภาพ ⁠image.png⁠ นี้ได้เลย!หรือพิมพ์ค้นหาไอดี LINE ID: @HuayPlaKang (มี @ ข้างหน้าด้วยนะครับ)มาร่วมสะสมบุญ บำรุงจิตใจ และรับข่าวสารมงคลไปด้วยกันนะครับ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/’นายกเบียร์‘ ร่วมแสดงความยินดีร้าน Two Brothers Chill 90‘S สถานที่พบปะแห่งใหม่ริมหาดจอมเทียน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 8 ส.ค.69 ที่ร้าน Two Brothers Chill 90‘S ซอย 14 ถนนจอมเทียนสายสอง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีในโอกาสเปิดร้านให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยมี นายรุ่งศักดิ์ วงศ์ศิวาพร ผู้บริหารร้านและพนักงานให้การต้อนรับ

สำหรับร้าน Two Brothers Chill 90‘S สถานที่พบปะแห่งใหม่ริมหาดจอมเทียน ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 30 ล้านบาททบนพื้นที่ริมถาสจอมเทียนสายสองกว่า 2 ไร่ ตกแต่งเป็นสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ที่หวังให้เป็นมากกว่าร้านอาหารคือศูนย์กลางการพบปะสังสรรค์ที่รองรับลูกค้าได้ 100-200 คน

ภายในจะมีบริการอาหารนานาชนิด ทั้งอาหารนานาชาติสเต้ก พิซซ่า อาหารไทย ซีฟู้ด อาหารอีสาน และคาเฟ่ เสน่ห์ของร้านคือการขับกล่อมด้วยบทเพลงยุค 90 วงดนตรีแสดงสด การแสดงวัฒนธรรม โชว์กระบองไฟ และอื่นๆ ตามความเหมาะสม โดยจะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ถือเป็นร้านสาขาที่ 2 ของร้าน Two Brothers หลังจากเปิดสาขาแรกในวอล์กกิ้งสตรีทพัทยามาแล้ว

ทั้งนี้พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อาทิ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ร.ต.ท. ชัยนาม ไวยณางค์ ประธานชมรมฟุตบอล VIP หนองปรือ นายไพบูลย์ ตั้งธนวัฒน์ อดีตประธานสภาทนายความเมืองพัทยา และนายสุนทร กังศิริกุล อดีตประธานชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /วช. ผนึกจ.น่าน “รวมพลนวัตกรรม” รับมืออุทกภัย ระดมวิจัย–เทคโนโลยี ยกระดับเตือนภัยและช่วยประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดประชุมเตรียมการและแถลงข่าว “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดน่าน” ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ววน. ด้านการบริหารน้ำ วช. พร้อมผู้บริหารส่วนราชการ นักวิจัย เครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย และประชาชนเข้าร่วม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในจังหวัดน่าน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก วช. ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” มาสนับสนุนจังหวัด ได้แก่ “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” “Flood-Eye” “ฝายแกนดินซีเมนต์” “ดินซีเมนต์ป้องกันตลิ่งพัง”

“แพลตฟอร์มเสริมสร้างความพร้อมรับมืออุทกภัยจังหวัดน่าน” “ระบบโดรนรับมือภัยพิบัติ” และ “การจัดการความเสี่ยงและการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน” ครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวัง แจ้งเตือน ประเมินสถานการณ์ บริหารจัดการน้ำ ป้องกันพื้นที่เสี่ยง และสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชน

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ กล่าวว่า จังหวัดน่านยินดีร่วมกับ วช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาเสริมความพร้อมรับมืออุทกภัย แม้สถานการณ์น้ำโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ฝนที่เพิ่มขึ้นและภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขา ทำให้มีความเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก จังหวัดจึงเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ การเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์ และการนำองค์ความรู้จาก วช. และ อว. มาเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและปฏิบัติงาน

ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนแนวทางโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ พร้อมนักวิจัยและเครือข่ายจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ อบต.บ่อสวก และเครือข่ายทรัพยากรน้ำจังหวัดน่าน

โอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ส่งมอบ “แพลตฟอร์มเสริมสร้างความพร้อมรับมืออุทกภัยจังหวัดน่าน” ให้แก่ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ เพื่อใช้สนับสนุนการเฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์ และบริหารจัดการอุทกภัย พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนวัตกรรมรับมือภัยพิบัติ สะท้อนความร่วมมือของ วช. จังหวัดน่าน หน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และภาคีเครือข่าย

ในการนำงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อรับมืออุทกภัยอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และลดผลกระทบต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม วช. ผนึกจังหวัดน่าน “รวมพลนวัตกรรม” รับมืออุทกภัย ระดมวิจัย–เทคโนโลยี ยกระดับเตือนภัยและช่วยประชาชน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ม.กลันตัน ยึดโมเดล “พิกุลทอง” ขยายผลเกษตรยั่งยืนดึง นศ. มาเลเซีย ฝึกงานไทย ยกระดับแปรรูปสินค้าเกษตรชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ต้อนรับคณะผู้บริหารและนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยมาเลเซียแห่งรัฐกลันตัน (UMK) ในโอกาสเดินทางศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกษตรยั่งยืน หวังต่อยอดนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ พร้อมเล็งดึงความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเกษตรของมาเลเซีย ช่วยเกษตรกรไทยแปรรูปผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มและขยายช่องทาง

วันที่ 6ส.ค.69 ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) พร้อมด้วย นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และ นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

ร่วมให้การต้อนรับ นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู และ Dr. Raimi binti Mohamed Redwan คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยมาเลเซียแห่งรัฐกลันตัน (Universiti Malaysia Kelantan – UMK) พร้อมคณะบุคลากรและนักศึกษา

ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานระหว่างวันที่ 4–7 สิงหาคม 2569 โดยการศึกษาดูงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ โครงการเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ สิ่งแวดล้อม และแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรและการเกษตรยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

สำหรับการศึกษาดูงานในวันนี้ นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้บรรยายแนะนำภารกิจของศูนย์ฯ ก่อนนำคณะนั่งรถลากพ่วง

เยี่ยมชมกิจกรรมการดำเนินงานจริงภายในศูนย์ฯ โดยมี นายซาฟิก สารี ทำหน้าที่ล่ามแปลภาษา สำหรับช่วงบ่าย คณะจาก ม.กลันตัน ได้เข้าชมการสาธิตและทดลองชิมเครื่องดื่มโซดารสส้มแขก

ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรขึ้นชื่อของศูนย์ฯ เพื่อศึกษานวัตกรรมแปรรูปอาหารในพื้นที่ นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ สำนักงาน กปร. เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของการเยือนในครั้งนี้ว่า มหาวิทยาลัย

มาเลเซียกลันตันให้ความสนใจในแนวทางการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และมองเห็นประโยชน์จากการนำไปปฏิบัติจริงในเรื่องเกษตรยั่งยืน ซึ่งนำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสำนักงาน กปร.

“ทางมาเลเซียสนใจถึงขั้นที่อยากส่งนักศึกษาเดินทางมาฝึกงานจริงที่ศูนย์พิกุลทองฯ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ ขณะเดียวกัน ศูนย์พิกุลทองฯ ที่ดำเนินงานมากว่า 40 ปี มีความเข้มแข็งเรื่ององค์ความรู้และการผลิตของเกษตรกรในพื้นที่

แต่สิ่งที่ต้องทำต่อคือการเพิ่มมูลค่าและการหาช่องทางจำหน่าย ซึ่งคณะอุตสาหกรรมเกษตรจาก UMK มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหาร เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อช่วยกระจายสินค้าเกษตรของไทยให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น”

ด้าน นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู กล่าวเสริมว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างรัฐบาลไทยกับมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซีย สะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพด้านการเกษตรและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล
รัฐกลันตันให้ความสนใจเป็นพิเศษกับความก้าวหน้าและศักยภาพด้านการเกษตรของประเทศไทย เพราะมองว่าไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถตอบโจทย์สำคัญของประเทศเขาในเรื่อง ความมั่นคงทางอาหาร(Food Security) ได้เป็นอย่างดี
/////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “ซูเปอร์ตุ้ม” เตรียมสร้างสถิติกินเนสส์บุ๊กใหม่ ดิ่งพสุธาธงชาติไทยลงหาดพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 รศ.ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม นักกระโดดร่มชาวไทย เจ้าของสถิติโลกจาก Guinness World Records ในฐานะผู้ริเริ่มและเจ้าของโครงการ “One Flag One Nation One World Record” พร้อมคณะ ได้เข้าหารือกับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เพื่อพิจารณาโครงการ “One Flag One Nation One World Record” หารือแนวทางการจัดกิจกรรมสร้างสถิติโลกและความเป็นไปได้ในการที่เมืองพัทยาจะร่วมเป็นเจ้าภาพ ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยได้นำเสนอรายละเอียดรูปแบบการจัดกิจกรรม พร้อมขอรับการสนับสนุนการใช้พื้นที่บริเวณชายหาดเมืองพัทยา รวมถึงสื่อประชาสัมพันธ์ของเมืองพัทยา เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์และการฝึกซ้อมก่อนการจัดงาน โดยร่วมกับ บริษัท ไทยสกายแอดเวนเจอร์ จำกัด มีเป้าหมายจัดกิจกรรมสร้างสถิติโลก (Guinness World Records Attempt) ด้วยการกระโดดร่มพร้อมอัญเชิญธงชาติไทยขนาดใหญ่เหนือท้องฟ้าเมืองพัทยา และลลลลร่อนลงยังจุดหมายบริเวณชายหาดเมืองพัทยา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาติไทย

นอกจากการสร้างสถิติโลกแล้ว โครงการยังมุ่งส่งเสริมความรักชาติ ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมเชิญชวนคนไทยร่วมร้องเพลงชาติไทยพร้อมกัน เพื่อร่วมบันทึกช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของประเทศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในมิติด้านกีฬา การท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติคณะผู้จัดงานเปิดเผยว่า หลังจากพิจารณาพื้นที่หลายแห่งทั่วประเทศ เห็นว่าเมืองพัทยามีศักยภาพ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และประสบการณ์ในการรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติ จึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นสถานที่จัดกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์นี้ พร้อมเสนอให้เมืองพัทยาร่วมเป็น เจ้าภาพร่วมและพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Host City)

ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานได้ขอความอนุเคราะห์ใช้พื้นที่บริเวณชายหาดเมืองพัทยา เพื่อฝึกซ้อมการกระโดดร่มและเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย การประเมินสภาพแวดล้อม ทิศทางลม และการซักซ้อมแผนปฏิบัติการร่วมกับทุกหน่วยงาน โดยกำหนดฝึกซ้อมทุกวันอังคารและวันพุธ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.00–11.00 น. ก่อนการจัดกิจกรรมจริงในวันที่ 5 ธันวาคม 2569ด้านนายกเมืองพัทยาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดโครงการในทุกมิติ จึงได้มอบหมายส่วนที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการพื้นที่ และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและการท่องเที่ยว เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยาและประเทศไทยบนเวทีระดับโลกต่อไป

อนึ่ง รศ.ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือ “ซูเปอร์ตุ้ม” นักกระโดดร่มชาวไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์และได้รับการบันทึกสถิติโลกจาก Guinness World Records อย่างเป็นทางการในฐานะเจ้าของ 3 สถิติโลก จากการทำภารกิจกระโดดร่มระดับเอ็กซ์ตรีมเพื่อนำธงชาติไทยไปโบกสะบัดในพื้นที่สำคัญต่างๆ รวม 3 สถิติโลกที่ได้รับการรับรองคือ ภารกิจยอดเขาเอเวอเรสต์ กระโดดร่มโรยธงชาติไทยขนาดมหึมาถึง 150 ตารางเมตร เหนือยอดเขาเอเวอเรสต์ ประเทศเนปาล, ภารกิจทวีปแอนตาร์กติกา กระโดดร่มนำธงชาติไทยผืนใหญ่จากจุดที่สูงที่สุดเหนือยอดเขาแอนตาร์กติกา, ภารกิจภูเขาไฟที่สูงที่สุดในโลก กระโดดร่มลงจอดบนยอดภูเขาไฟ โอโฮส เดล ซาลาโด (Ojos del Salado) ประเทศชิลี ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่สูงที่สุดในโลกก่อนหน้านี้ เขายังเป็นคนไทยคนแรกที่ผ่านหลักสูตรการกระโดดร่มขั้นสูงแบบ HALO (High Altitude Low Opening) โดยได้ทำการกระโดดร่มปล่อยธงไตรรงค์เหนือน่านฟ้าแถบสแกนดิเนเวีย (ประเทศเดนมาร์ก) ที่ความสูงกว่า 25,000 ฟุต จนกลายเป็นกระแสฮือฮาและนำไปสู่การทุบสถิติโลกในเวลาต่อมา

แฟร์เท็กซ์จับมือศูนย์การเซ็นทรัลมารีน่า เปิดช็อปเอ้าท์เลทแห่งแรก รับการขยายตัวผู้ชื่นชอบกีฬามวย ลดสูงสุดกว่า 70%

วันที่ 1 ส.ค.69 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่าเอ้าท์เลท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายอริยะวัฏ บุษราบวรวงษ์ ผู้บริหารค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ Fairtex ค่ายมวยไทยและแบรนด์อุปกรณ์กีฬาการต่อสู้ระดับโลก และนายพลวัสน์ อัครนพรักษา ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการแฟร์เท็กซ์ นายณัชวุฒิ ม่วงดี ผู้จัดการฝ่ายร้านค้าแฟร์เท็กซ์ ได้เปิดตัว Fairtex Outlet บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การค้าฯ โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ผู้บริหารค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ Fairtex เปิดเผยว่า เป็นโอกาสอันดีที่แฟร์เท็กซ์ได้ร่วมกับศูนย์การค้าฯ เปิดให้บริการสินค้าและอุปกรณ์ออกกำลังกายในเครือของแฟร์เท็กซ์ เป็นร้านเอ้าท์เลทพื้นที่ให้บริการขนาด 142 ตร.ม. ที่มีสินค้าลดราคาทั้งร้านรวมกว่า 70% ด้วยส่วนลดสูงสุงสุดถึง 70%

ภายในบริการจำหน่ายอุปกรณ์ฝึกซ้อมกีฬามวยอย่างครบวงจรทั้งมวยไทย มวยสากล และ MMA พร้อมด้วยเสื้อแบรนด์รูปแบบเสื้อยืดแฟชั่นต่างๆ มากมาย โดยมุ่งกลุ่มลูกค้าชาวพัทยาและชาวต่างชาติที่ปัจจุบันชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยศิลปะป้องกันตัวมากขึ้น จึงร่วมกันทำเป็นเอ้าท์เลท์แห่งใหม่ ที่อยู่ร่วมกับศูนย์รวมแบรนด์กีฬาต่างๆ และถือเป็นการทำโปรโมชั่นลดราคาครั้งแรกของแฟร์เท็กซ์

สำหรับการเปิดให้บริการของร้าน Fairtex Outlet ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรับมารีน่าเอ้าท์เลทในครั้งนี้ในวันแรก ถือเป็นความร่วมมือที่ดีที่จะสร้างศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์กีฬาขื่อดังจากทั่วโลกมารวมไว้ในจุดเดียวแบบร้านขายสินค้าแบรนด์เนมโดยตรงจากผู้ผลิตในราคาลดพิเศษตลอดทั้งปี ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองพัทยาซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของแฟร์เท็กซ์ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ FAIRTEX OUTLET CENTRAL MARINA PATTAYA เปิดให้บริการทุกวัน ตามเวลาทำการของศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า เอาต์เล็ต ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. โดยตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 โซน Fashion & Sports พร้อมต้อนรับทั้งชาวพัทยา นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่ต้องการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพของแท้จากแฟร์เท็กซ์ในราคาสุดคุ้ม..

ส่งรพ.ด่วน! ’นายกเบียร์‘ สั่ง ’เลขาบอล‘ ช่วยน้องหมาหน้าเน่า ตระเวนทั่วเขาพระตำหนักพัทยา

นายบัญชา กุลละวณิชย์ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือสุนัขจรจัดเพศผู้ สีขาว ไม่ทราบอายุ ตัวหนึ่ง ที่อาศัยอยู่บริเวณเขาพระตำหนัก จุดชมวิว ส.ทร.5 หลังรายงานต่อนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา แล้วได้รับคำสั่งให้ช่วยเหลือในทันที เนื่องจากมีประชาชนร้องขอความช่วยเหลือสุนัขตัวดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเป็นแผลสาหัสมีแผลเน่าทั้งใบหน้า

จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้นำเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาไปตามหาสุนัขตัวที่ได้รับแจ้ง เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์ทำการรักษา ก่อนพบว่าสุนัขตัวดังกล่าวมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณใบหน้าจนเนื้อบางส่วนเริ่มตาย และเริ่มเป็นแผลเน่าเฟะ อยู่ในอาการหวาดกลัว ก่อนเจ้าหน้าที่ทำการหลอกล่อ และใช้เวลาไม่นานจึงสามารถจับตัวส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลสัตว์ในทันที

นายบัญชา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ได้สอบถามข้อมูลจากทาวสัตวแพทย์ผู้ทำการรักษา คาดว่าอาจโดนสุนัขตัวอื่นรุมทำร้าย หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุอย่างรุนแรงจนใบหน้ามีแผลเป็นรูขนาดใหญ่ จากนั้นก็เริ่มติดเชื้อและมีอาการน่าจนมีหนอนบริเวณบาดแผล เบื้องต้นได้ทำการรักษาตามขั้นตอน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งในกรณีที่นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา มีเป็นห่วงทุกชีวิตในเมืองพัทยา ที่ไม่เว้นแม้แต่สัตว์จรจัดที่ตกทุกข์ได้ยาก ทั้งลูกแมวที่ตกกลางถนนเลียบทางรถไฟ และหมาจรจัดติดท่อระบายน้ำ จะมีการสั่งให้ให้ปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในทันที ซึ่งเป็นที่น่าชมเชยถึงความมีจิตใจอารีของนายกเมืองพัทยาคนนี้เป็นอย่างยิ่ง

“เสี่ยบรรจง” ผนึกสนามมวยลุมพินี เปิดตัวคอลเล็กชัน “Fairtex x ลุมพินี”
ต่อยอดอุปกรณ์มวยไทยสู่ตลาดโลก

วันที่ 5 ส.ค.69 นายจงเดชา บุษราบวรวงษ์ ผู้ก่อตั้งค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ (Fairtex) ค่ายมวยไทยครบวงจรชื่อดังระดับโลก และ พล.อ.พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) ได้ลงนามข้อตกลงในการส่งเสริมและต่อยอดกีฬามวยไทยร่วมกันระหว่างค่ายมวยแฟร์เท็กซ์กับสนามมวยลุมพินี ที่ห้องรับรอง VVIP ชั้น 2 ของสำนักงานสนามมวยเวทีลุมพินี

นายจงเดชา บุษราบวรวงษ์ ผู้ก่อตั้งค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เปิดเผยว่า ตนเองได้คุ้นเคยกับสนามมวยลุมพินีมาตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 19-20 ปี และเคยเป็นโปรโมเตอร์มวยที่นี่มามากกว่า 20-30 ปี จนมีความผูกพันกับสนามมวยไทยแห่งนี้ที่ถือเป็นตำนานสนามมวยไทยของประเทศ และดีใจมากที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับลุมพินีทำ

แบรนด์อุปกรณ์มวยไทย ”Fairtex-สนามมวยลุมพินี“ เป็นเสื้อกีฬา และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวยไทยอย่างครบวงจร โดยจะเริ่มจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์คอลเลกชั่นนี้ อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมกันที่ช้อปแฟร์เท็กซ์ยิมทุกสาขา ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก

ด้าน พล.อ.พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) กล่าวเสริมว่า สนามมวยไทยเวทีลุมพินีอยู่คู่มากับประเทศไทยมาอย่างยาวนานจนครบรอบ 69 ปี และค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ก็นับได้ว่าเป็นค่ายมวยไทยที่สร้างตัวเองจนมีชื่อเสียงไปถึงระดับนานาชาติ การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะร่วมส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมศิลปะแม่ไม้มวยไทยซึ่งเป็นสมบัติของชาติให้ต่อยอดต่อไปได้ตราบนานเท่านาน

อย่างไรก็ตาม หลังจากพิธีการเสร็จสิ้นจากนั้นทางคณะแฟร์เท็กซ์และสนามมวยลุมพินี ได้เข้าเยี่ยมชมช้อปแฟร์เท็กซ์ บริเวณด้านหน้าสำนักงานสนามมวยเวทีลุมพินี พร้อมกับได้ทักทายและถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับนักท่องเที่ยวที่สนใจกีฬามวยไทยและเข้ามาดูสินค้าภายในช้อปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ..

ขุนพลสมาพันธ์เชฟ ตอ. ปักหมุดงาน Pattaya Hospitality Show 2026 เวทีแข่งขันให้บริการท่องเที่ยวใหญ่สุดในประเทศไทย

เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันเชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ ประชุมย่อยหารือการดำเนินการของสมาพันธ์ฯ พร้อมติดตามความคืบหน้าและวางแนวทางประชาสัมพันธ์งานของสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก

และในระหว่างวันที่ 17–18 กันยายน 2569 นี้ ขะได้มีการจัดงาน Pattaya Hospitality Show 2026 หรือมหกรรมคนโรงแรม ภายใต้แนวคิด “The Hidden Heroes – Behind Every Great Experience” ที่โรงแรม ⁠Brighton Grand Hotel & Convention Pattaya เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ทางสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้ร่วมงานมาทุกทุกปี และปีนี้ก็จะได้วางแผนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันการทำอาหารและงานบริการในเวทีนี้ด้วย เพราะถือเป็นเวทีการแข่งขันบริการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อรวมพลังคนโรงแรมและธุรกิจการท่องเที่ยวได้เพิ่มขีดความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาชาติ

นอกจากนี้ทางสมาพันธ์เชฟตะวันออกยังได้พูดคุยหารือกิจกรรมตอบแทนสังคมหรือกิจกรรม CSR ของสมาพันธ์ฯ โดยร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ซึ่งได้วางแผนจะจัดงานในช่วงปลายปี 2569 นี้ ส่วนรายละเอียดของกิจกรรมจะต้องมีการประชุมใหญ่เพื่อหารือจากสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกตามวาระต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เกษตรน่าน เดินหน้าจัดกระบวนการโรงเกษตรกร (ข้าวเหนียว สายพันธุ์ กข.6)

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน เดินหน้าจัดกระบวนการโรงเกษตรกร (ข้าวเหนียว สายพันธุ์ กข.6) ซึ่งข้าวเหนียวถือเป็นพืชสำคัญของของจังหวัดน่าน โดยชาวบ้านในจังหวัดน่านนิยมปลูกเพื่อบริโภคกันภายในครัวเรือน ทั้งยังนำไปจัดจำหน่าย และสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ข้าวแต๋น ข้าวซี่ ข้าวอัดสูญญากาศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร

จึงถือเป็นพืชสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของจังหวัดน่านโดยแท้จริง โดยกิจกรรมที่จัดขึ้น คือการเน้นย้ำ เพื่อฝึกให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง (Lenarning by doing) ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงเปรียบเทียบและทดสอบกับวิธีการดั้งเดิมที่เกษตรกรปฏิบัติอยู่ เพื่อให้เกิดการยอมรับนวัตกรรม/เทคโนโลยีการส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่ เช่น

การฝึกปฏิบัติทำสารชีวภัณฑ์ การใส่ปุ๋ยในนาข้าว การป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยหลักการ IPM โดยร่วมออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ร่วมกันกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอำเภอภูเพียง จำนวน 20 ราย ณ แปลงใหญ่ข้าวตำบลน้ำเกี๋ยน และแปลงใหญ่ข้าวตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ท่องเที่ยวและกีฬาประจวบฯ ร่วมกับ เทศบาลนครหัวหิน เตรียมจัดงาน ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์”ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสรายุทธ ไกรเกรอะ หัวหน้ากองจัดการเดินรถเขต 4 การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีแถลงข่าว การจัดงาน โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์”ใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ ในระหว่าง วันที่ 10-18 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน

วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัด แหล่งท่องเที่ยว และ กิจกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและ ประชาชนใน

พื้นที่ เพื่อสร้างกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนจากการเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า “ชวนคุณมาย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสเสน่ห์เมืองประจวบฯ กิจกรรมต่างๆ ชมฟรีดลอดงาน! ตระการตากับนิทรรศการ Next Move เล่าเรื่องราวศรีคีรีขันธ์ จาก8 อำเภอ ร่วมชมการแสดงคีตศิลป์นแห่งความภักดี และตระการตากับแฟชั่นโชว์ผ้าถิ่นไทยสุด

อลังการ” ไฟประดับตกแต่ง แบบจัดเต็ม ไฮไลท์ในงาน อาทิ
10 สิงหาคม พิธีเปิด พบกับดนตรี Jazz มิสเตอร์โก๋ แซกแมน และ เก่ง ธชย มาร่วมโชว์ ดนตรี JAZZ ผสมขลุ่ยแบบไทย11 สิงหาคม ศิลปินมีนตรา อินทิรา
12 สิงหาคม กิจกรรมจุดเทียนน้อมรำลึกฯ การแสดงสดอลังการ กิจกรรมรวมพลังจิตอาสาพระราชทาน และ ศิลปิน Moccagarden

15 สิงหาคม คนภัคดี ศรีคีรีขันธ์ ณ Hua Hin Convention center และ ศิลปินแพร ชนา16 สิงหาคม แฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก เส้นด้ายเดินทางครั้งที่ 9
17 สิงหาคม มันส์ให้สุดกับ วงกางเกง18 สิงหาคม เตรียมคู่มาให้พร้อมกับจังหวะดนตรีลีลาศการแสดงแสง สี เสียง 8 อำเภอ ชมฟรีดลอดงาน.! และ จองเที่ยวฟรี กับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เพียง 4 วัน 4 เส้นทาง (วันที่ 13-14,17-18 สิงหาคม) อร่อยกับร้านค้าในงานกว่า 100 ร้าน สอบถามเพิ่มเติม FMO ฟอร์ส แมเนีย ออแกไนเซอร์ 095 018 4555

พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ พัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการ ขยายช่องทางการค้า สู่การค้าระหว่างประเทศ

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน

เปิดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Prachuap Khiri Khan to Global Trada Business Matching 2026 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การค้าระหว่างประเทศปีงบประมาณพ.ศ 2569

โดยมี นางสาวศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.กนกกร เอี่ยมเพชร์ คลังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดประจวบให้การต้อนรับ

น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ “Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business Matching 2026” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายช่องทางการค้าจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ สู่การค้าระหว่างประเทศ

ปึงบประมาณ พ.ศ. 2569″ กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ ถือเป็นหัวใจสำคัญ และเป็นภาพตัวอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังจากที่คณะผู้จัดงาน ได้ดำเนินกิจกรรมอบรมยกระดับ องค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้เราได้เข้าสู่ “เวทีจริง ตลาดจริง” ที่จะเปลี่ยนความรู้ และศักยภาพของผู้ประการให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการซื้อขายจริง

อย่างที่ทราบกันดีว่า สินค้าจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าประมง อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลแห้งแปรรูป
ตลอดจนสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ สปา และสินค้า OTOP อัตลักษณ์ชุมชน ล้วนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานการผลิตที่สูง และมีเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดโอกาสในการเข้าถึง “ช่องทางการตลาด” และการพบปะกับ “ผู้ซื้อรายใหญ่” โดยตรง ทำให้สูญเสียโอกาสในการ
ขยายธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย คณะผู้จัดงานจึงได้ตั้งใจออกแบบ และขับเคลื่อนกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Prachuap Khiri Khan to Global Trade Business
Matching 2026″ ในวันนี้ขึ้น

โดยการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจในวันนี้ คณะผู้จัดงานได้ทำการคัดสรรผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และสินค้ามีศักยภาพสูง ของจังหวัดประจวบฯ
เข้าร่วมนำเสนอสินค้า จำนวนกว่า 30 รายการ และได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ซื้อ รายใหญ่ ทั้งจากกลุ่มโมเดิร์นเทรด

ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าจากต่างประเทศเช่น จีน, เวียดนาม, มาเลเซีย, ลาว และตะวันออกกลาง รวมกว่า 30 บริษัท มาร่วมเจรจาการค้าในวันนี้ ซึ่งคณะผู้จัดงานดาดการณ์ว่า จะเกิดการจับคู่สำเร็จไม่น้อยกว่า 30 คู่ และคาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขาย ทั้งใน ระยะสั้น และระยะยาว รวมกันเป็นมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

///////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / แถลงข่าวยิ่งใหญ่! “โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ปีที่ 14” ส่งโอกาสสู่เด็ก 1,700 คน จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งการแบ่งปัน เมื่อ โครงการ “ร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ปีที่ 14” จัดงานแถลงข่าวและประชุมใหญ่ในวันนี้ (2 สิงหาคม 2569) ณ ห้างบิ๊กซี สาขาสำโรง 2 ชั้น 2

ชมรมเทียนทิพย์โหรา เพื่อประกาศความพร้อมในการดำเนินโครงการ พร้อมเชิญคณะกรรมการ ที่ปรึกษา ผู้สนับสนุน สื่อมวลชน และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสให้แก่เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล การดำเนินงานครั้งนี้

นำโดย เกตน์ศิรณี บุญมา ประธานดำเนินงานโครงการ พร้อมด้วย คุณชัยยุทธ–คุณสุชาดา ทวีปวรเดช ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้แก่ อาจารย์คุณหญิงปารณีย์ ทัดรอง, ดร.วโรดม ศิริสุข, นายชัยสิทธิ์ อู่วิเชียร และนางจิดาภา อู่วิเชียร รวมถึงคณะรองประธานและคณะกรรมการจากหลากหลายภาคส่วน

โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นธุรกันดาร ปีที่14 รองประธาน ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์ ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ สุนทรี คำจุลลา อี๊ดที่รักสตูดิโอ แพรทอง โคชะดา กองเพชร โคชะดา ติณณภพ ครีมสวัสดิภาพ รัตนา บัณฑิตสอน
ดร.นันท์ชญาน์ ตะวันเที่ยง ดร.ศิริกฤช วสุวานิช นาย เกริกวุฒิ

สมอยู่ น.ส.รุ่งอรุณ แวงน้อย ดาด้า / น้ำฝนทวีพร / ลุงก้อง / สกาย / ไอซ์ กรรมการ ด.ญ.ธรรศกร วสุวานิช น้องพอดี / น้องมีนา / น้องเฌอเบลล์ / น้องสุดที่รัก / น้องเตโช / น้องไอเดียร์ / น้องทิวา/ปัทมานันท์ ตาลทอง / น้องผิงผิง / น้องหว่าหวา / น้องลัคกี้/ พี่จิ๋ม ที่ร่วมผนึกกำลังขับเคลื่อนโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชน สำหรับกิจกรรมหลักของ

โครงการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–21 กันยายน 2569 ณ ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หน่วยงานด้านสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายจิตอาสา รวม 23 หน่วยงาน เข้าร่วม เพื่อส่งมอบอุปกรณ์การเรียน เครื่องอุปโภคบริโภค กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชนกว่า 1,700 คน

โครงการได้รับความร่วมมือจาก นายวิทยา ภารจรัส นายกเทศมนตรีตำบลบึงโขงหลง, นายวิกร นาชัย รองนายกเทศมนตรีตำบลบึงโขงหลง และ นางสาวชฎาพร คุณสมบัติ รองปลัดเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ในการประสานงานพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างเรียบร้อยและเกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

การแถลงข่าวในครั้งนี้นับเป็นการประกาศความพร้อมของทุกภาคส่วน ที่จะร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ของโครงการ “ร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร” ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ด้วยความมุ่งหวังที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างโอกาสที่ดีให้แก่เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ” เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว เป็นประธานเปิด “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” และเป็นประธานในพิธีแห่เทียนพรรษา ประจำปี ๒๕๖๙

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (30 ก.ค.69) เวลา 10.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรมวังมัจฉา ตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี นำโดย พระครูปลัดปรีดา โชติกโร

หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติธรรมวังมัจฉา (ประธานฝ่ายสงฆ์) พร้อมด้วย ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร (ประธานในพิธี)

นายศุภวัชร ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ใน หม่อมหลวง วรานุชสรณ์ วัชรีวงศ์ (รองประธานในพิธี) นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) (ประธานฝ่ายดำเนินงาน) นายวงศกร ศรีสวัสดิ์

ประธานชมรมอาสาปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) (ประธานฝ่ายจัดกิจกรรม) นายทวีศักดิ์ คำดำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

เขต 3 พร้อมคณะกรรมการ “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” ร่วมพิธีเปิดป้ายที่ทำการสำนักงาน “มูลนิธิวังมัจฉาร่วมใจ” และบวงสรวงตั้งศาลใหม่ ศาลพระภูมิตายายเจ้าที่


ต่อมาเวลา 13.00 น. ประธานในพิธี พร้อมกับ สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) ร่วมกับ ชมรมอาสาปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) นำเทียนพรรษา ถวายเพื่อเป็นพุทธบูชานำทางแสงสว่าง โดยมี คณะ

ศิษย์ยานุศิษย์สายบุญ จากจังหวัดตราด นำผ้าป่าสามัคคีแห่มาร่วมสมทบ และมีคณะนางรำจาก ชมรมศิลปะรำพื้นบ้านไทย

เครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม นำทีมโดย นางฐิติรัตน์ สักนะพรต ประธานชมรม นำทีมนางรำขบวนแห่ในครั้งนี้.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เปิดแล้ว “Welcome to Chiang Rai Shop” และ Modaloom Cafe ที่โลตัสแม่สาย ดันสินค้าอัตลักษณ์–กาแฟเชียงราย สู่ตลาดไทยและต่างประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด Welcome to Chiang Rai Shop สาขา Lotus’s แม่สาย และ Modaloom Cafe ณ โลตัส สาขาแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมี นายวารายุทธ ค่อมบุญ

นายอำเภอแม่สาย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่สาย นายกสมาคมสื่อมวลชนแบะนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ผู้บริหารบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
นางสาวกนกพร (ผู้แทนบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน พร้อมระบุว่า โลตัสแม่สายมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าสถานที่จับจ่ายใช้สอย แต่เป็นพื้นที่ที่สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย โดยการเปิด Welcome to Chiang Rai Shop ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่

เพื่อรวบรวมสินค้าอัตลักษณ์ ของดี และผลิตภัณฑ์คุณภาพของจังหวัดเชียงรายให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายช่องทางการตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การจัดตั้ง Welcome to Chiang Rai Shop ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงราย ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ในการสร้างศูนย์รวมสินค้าคุณภาพของจังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยว ผู้บริโภค และผู้ที่เดินทางผ่านอำเภอแม่สาย ได้เลือกซื้อสินค้าอัตลักษณ์ ของฝาก และผลิตภัณฑ์ชุมชน

คุณภาพจากผู้ประกอบการจังหวัดเชียงรายในจุดเดียว
นอกจากนี้ การเปิดให้บริการ Modaloom Cafe ยังเป็นการต่อยอดคุณค่าของกาแฟเชียงราย ด้วยการนำเมล็ดกาแฟคุณภาพจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในจังหวัด มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มคุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต สนับสนุนเกษตรกร และผลักดันให้เชียงรายก้าวสู่การเป็นเมืองกาแฟคุณภาพของประเทศไทยและระดับสากล

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดเชียงรายเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการ Welcome to Chiang Rai Shop มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Lotus’s อำเภอเมืองเชียงราย

ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569, Lotus’s หางดง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 15 ธันวาคม 2569 และ Lotus’s รวมโชค จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 21 พฤษภาคม 2570 พร้อมตั้งเป้าขยายสู่เมืองกว่างโจว นครเซี่ยงไฮ้ และกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายในปี 2570 เพื่อผลักดันสินค้าของจังหวัดเชียงรายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวอีกว่า บริษัท Welcome to Chiang Rai (Trader Chiang Rai) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันผลักดันโครงการให้เกิดขึ้น พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว

ร่วมอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย รวมทั้งสัมผัสรสชาติกาแฟคุณภาพจาก Modaloom Cafe เพื่อร่วมกันสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งต่อความภาคภูมิใจของจังหวัดเชียงรายสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ชุ่มฉ่ำกับ ตักบาตรบาตรเป็งปุ๊ด ชาวเชียงแสนแห่ออกมาตักบาตร พระอุปคุตเที่ยงคืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 – 29 กรกฎาคม 2569 นางเกศสุดา สังขกร นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเชียงแสน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานเทศบาล

ตำบลเวียงเชียงแสน จัดพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำโขง และแห่อัญเชิญมาตามลำน้ำโขง ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสนไปประดิษฐานไว้ ณ วัดเจดีย์หลวง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา

โดยมี นายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอเชียงแสน เป็นประธานในพิธี และช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน (วันพุธ)ในเวลา 00.01 น. พระภิกษุสงฆ์จำนวน 89 รูป ออกรับบิณฑบาต จากหน้าวัดเจดีย์หลวง ผ่านตลาดเชียงแสน ถึงสามแยก สภ.เชียงแสน

นางเกศสุดา สังขกร นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเชียงแสน พร้อมด้วยคณะบริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสนร่วมประกอบพิธีทางศาสนา พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ร่วมรับฟัง การปาฐกถาธรรมประวัติพระมหาอุปคุต

พร้อมอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบก และร่วมตักบาตรเป็งปุ๊ด (ตักบาตรเที่ยงคืน) มีชาวเชียงแสนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวกิจกรรตักบาตรตอนเที่ยงคืนออกมาตักบาตรกันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ วัดเจดีย์หลวง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จนถึง สถานีตำรวจเชียงแสน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2569 ณ บริเวณหอประชุมอำเภอดอนตูม

แชร์เนื้อหานี้

นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล  ทั้งนี้ นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการแต่ละกอง/ฝ่าย พนักงานเทศบาลฯ เข้าร่วมพิธี พร้อมกับข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอดอนตูมเอกชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพียงกัน

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬเปิดฉากศึกวู๊ดบอลนานาชาติ! ไทย–ลาว ร่วมกระชับมิตรภาพ ในการแข่งขัน Woodball Mekong Championship 2026

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ สนามแข่งขันวู๊ดบอล สวนสาธารณะหนองโง้ว ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน Woodball Mekong Championship 2026 พร้อมกล่าวต้อนรับคณะนักกีฬาและผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

โอกาสนี้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างจังหวัดในลุ่มน้ำโขง

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคกีฬา เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

การแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาวู๊ดบอลจาก 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขงของประเทศไทยเข้าร่วม ได้แก่ จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดบึงกาฬ เจ้าภาพจัดการแข่งขัน

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณะนักกีฬาจากเมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว นำโดย ท่านบัวสัย ลุนนะวงสา ประธานคณะกรรมการปกครองเมืองหาดทรายฟอง เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อร่วมสร้างมิตรภาพและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านกีฬา อันเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

การแข่งขัน Woodball Mekong Championship 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 กรกฎาคม 2569 ณ สนามวู๊ดบอล สวนสาธารณะหนองโง้ว จังหวัดบึงกาฬ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

แชร์เนื้อหานี้

กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569
พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ (พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม (ประธานฝ่ายสงฆ์)
นายนรวีร์ ขันธหิรัญนายอำเภอนครชัยศรี(ประธานฝ่ายฆราวาส)
พร้อมด้วย นายปราโมทย์ มลคล้ำสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี
, นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกอบต.นครชัยศรี , กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลนครชัยศรี , นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมกิจกรรม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /รพ.นครปฐมจัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 กรกฎาคม 256 เวลา 08.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานใน พิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร และบุคลากร โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมพิธี โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ จากวัดไผ่ล้อม มารับบิณฑบาต จากนั้น มีพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ ผู้กระทำความดี ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.สิงห์บุรี มอบเงินรางวัลและโล่เกียรติยศ เชิดชูทัพนักกีฬาเยาวชนสร้างชื่อเสียงระดับชาติและนานาชาติ ด้านกีฬา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัล โล่เกียรติยศ และใบประกาศเกียรติคุณแก่เยาวชนนักกีฬาจังหวัดสิงห์บุรีที่สร้างผลงานอันโดดเด่นในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” รวมถึงนักกีฬาเยาวชนสายเลือดสิงห์บุรีที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนากีฬาจังหวัดสิงห์บุรี ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง และนักกีฬา เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง

การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนากีฬาของจังหวัด ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเล่นกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาตนเองสู่การเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนของจังหวัดสิงห์บุรี

จากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–17 พฤษภาคม 2569 จังหวัดสิงห์บุรีได้ส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันรวม 8 ชนิดกีฬา และสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าเหรียญรางวัลรวม 8 เหรียญ ประกอบด้วย 5 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง จบอันดับที่ 40 ของประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

ภายในพิธี มูลนิธิเพื่อการพัฒนากีฬาจังหวัดสิงห์บุรี ได้มอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ จำนวน 3 ชนิดกีฬา ได้แก่กีฬาเปตอง ซึ่งคว้า 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง โดยนายทัณฑ์ฐิ์ ปานโต นายพัฒน์กวินท์ เมฆอรุณ และนายกฤตธี แก้วทุ่ง รับเงินรางวัลรวม 4,500 บาท

กีฬาฟิกเกอร์สเก็ต เด็กหญิงกุลรดา โตสุวรรณถาวร เจ้าของเหรียญทอง รุ่น Junior D Ladies Open อายุ 10–14 ปี รับเงินรางวัล 2,000 บาทและกีฬาเรือพาย ซึ่งทำผลงานคว้า 3 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง โดยนายตรัยรัตน์ ปานทอง นางสาวญาณิศา สินประเสริฐ และนายพิชญุตม์ บุญวัฒน์ รับเงินรางวัลรวม 10,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่เยาวชนนักกีฬาที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย และสร้างผลงานโดดเด่นในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ ประกอบด้วย นางสาวเกศิณี สรมานะ นักกีฬาฮับกิโด โรงเรียนหัวไผ่วิทยาคม เจ้าของเหรียญทอง รุ่นไม่เกิน 55 กิโลกรัมจากการแข่งขัน SOUTH EAST ASIA HAPKIDO CHAMPIONSHIP 2025 ณ ประเทศอินโดนีเซีย นายสหรัฐ อร่ามรส นักกีฬาเปตอง โรงเรียนมัธยมเทศบาล 4 ผู้คว้าเหรียญเงินและเหรียญทองแดงจากการแข่งขันเปตองเยาวชนชิงแชมป์โลก ณ ประเทศสเปน

และเหรียญทองจากการแข่งขัน Asian Petanque Championships 2025 ณ ประเทศมาเลเซีย นายเบญจทิวตถ์ รีพลี นักกีฬาคิกบ็อกซิ่ง เจ้าของเหรียญทองแดง จากการแข่งขัน 2nd Thailand Kickboxing World Cup 2026และนักกีฬาเรือพายทีมชาติไทย ได้แก่ นายตรัยรัตน์ ปานทอง นางสาวพรณภา ศรีใส เด็กหญิงญาณิศา สินประเสริฐ และเด็กหญิงสิริวิภา ดวงดี ซึ่งสามารถคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน 2026 Asian Rowing Beach Sprint Championships ณ ชายหาดจอมเทียน สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวจังหวัดสิงห์บุรีและประเทศไทย

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ ผู้เข้าร่วมงานต่างร่วมแสดงความยินดี ชื่นชม และให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนที่ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักจนประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เพื่อบันทึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จของวงการกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี

โอกาสนี้ นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้กล่าวแสดงความชื่นชมในความมุ่งมั่น ความมีวินัย และความเสียสละของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้เยาวชนก้าวสู่ความสำเร็จ พร้อมย้ำว่าจังหวัดสิงห์บุรีจะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มความสามารถ และก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ รวมถึงสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดและประเทศชาติในเวทีระดับนานาชาติต่อไป

ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม สายข่าว สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ประจวบฯ อ.ทับสะแก รณรงค์แต่งผ้าไทย ร่วมประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2569 อย่างคึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาววันชัยนาอ์ วัฒนาวงศาน วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2569

โดยมี นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกอบต.ห้วยยาง นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน นายโชติ เงินแท่ง นายกอบต.ทับสะแก นายภัทรดนัย สมศรี นายกอบต.แสงอรุณ นางสาวทิฆัมพร ยอดใหญ่

นายกอบต.นาหูกวาง นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก พร้อม คณะผู้บริหารท้องถิ่น คณะผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาท้องถิ่น พนักงาน อปท. ผู้นำชุมชน นักเรียน และประชาชนชาวทับสะแก ร่วมเดินขบวนประเพณีแห่เทียนดังกล่าว

นางอวยพร คีรีวิเชียร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก กล่าวว่า สำหรับ วัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และสืบทอดประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา พร้อมยกระดับให้เป็น Soft Power ของไทยที่สามารถสื่อสารถึงสากล เพื่อยกระดับเทศกาลประเพณีท้องถิ่น ให้เป็นงานวัฒนธรรมที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาในระดับจังหวัด

ระดับชาติและต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ ตามนโยบายที่เน้นของกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น และร่วมเป็นพลังในการสืบสาน และสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานรากของอำเภอทับสะแก

โดยในปีนี้ได้เพิ่มจุดเด่นใหม่ คือ การนำเสนอหลากหลายทางวัฒนธรรมด้านอาหาร จากทุกตำบลในอำเภอ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นผ่านมิติอาหาร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เพื่อสร้างความรัก ความผูกพัน และความสามัคคีในชุมชน เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ

ประชาชนทุกกลุ่มในอำเภอทับสะแก การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากคณะสงฆ์อำเภอทับสะแก และงบประมาณจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบ รวมทั้งได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหน่วยงาน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาวัฒนธรรมทุกตำบล ตลอดจนภาคเอกชนและชาวทับสะแกอย่างดียิ่ง

จากนั้น นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก พร้อม นางอวยพร คีรีวิเชียร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก และ นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้านได้มอบต้นเทียนประจำพรรษาให้กับนายโชติ เงินแท่ง นายก อบต.ทับสะแก เพื่อเตรียมนำไปเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมที่ตำบลทับสะแก ในปี 2570 ต่อไป.
///////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน 0623644468

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สนง.พัฒนาชุมชน จ.น่าน เปิดงาน “Nan Smile Market 2026” หนุนเศรษฐกิจฐานราก ชวนช้อป OTOP ชิมของอร่อย สัมผัสเสน่ห์ชุมชนเมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมขยายรูปแบบตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในโอกาสและเทศกาลพิเศษ ภายใต้ชื่อ “Nan Smile Market 2026” เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 ณ โลตัส สาขาน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการอำเภอ ภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนร่วมพิธีอย่างคึกคัก
นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ กล่าวว่า

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดน่าน เปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และผู้ประกอบการตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพออกสู่ตลาด สร้างโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภค เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

พัฒนาการจังหวัดน่านกล่าวเพิ่มเติมว่า “Nan Smile Market 2026” ไม่ได้เป็นเพียงตลาดจำหน่ายสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่สะท้อนเสน่ห์ของจังหวัดน่าน ผ่านผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา งานหัตถกรรม อาหารพื้นถิ่น และวิถีชีวิตของคนเมืองน่าน ที่ผสมผสานการค้า การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมไว้อย่างลงตัว

ภายในงานพบกับร้านค้าคุณภาพกว่า 30 บูท จากผู้ประกอบการ OTOP และตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ ที่ขนสินค้าชุมชน ของกิน ของใช้ ของฝาก และผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดน่านมาให้เลือกซื้อ พร้อมกิจกรรมสร้างสีสันตลอดงาน อาทิ นาทีทอง โปรโมชั่นสุดพิเศษ การแสดงดนตรี และกิจกรรมสาธิตอาชีพที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้และต่อยอดสร้างรายได้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น

โอกาสนี้ นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ ได้กล่าวชื่นชมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่านและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันกิจกรรมดังกล่าวให้เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณผู้ประกอบการทุกคนที่ร่วมกันนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ สะท้อนอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของชุมชน ก่อนประกาศเปิดกิจกรรม “Nan Smile Market 2026” อย่างเป็นทางการ และอวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุข อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่น เลือกซื้อสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ พร้อมร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ในงาน “Nan Smile Market 2026” ระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00-21.00 น. ณ โลตัส สาขาน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพราะทุกการอุดหนุน คือการส่งต่อโอกาส สร้างรายได้ และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดน่านให้เติบโตอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ครู-นร.มารีวิทย์ทำบุญตักบาตรวันเข้าพรรษา-อาสาฬหบูชา ปี 69 ส่งต่อวัด-องค์กรการกุศลพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 07.00 น.วันที่ 21 ก.ค.69 โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี โดย ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมทำบุญวันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล และส่งเสริมการสืบทอดกิจกรรมพระพุทธศาสนา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย

ในพิธีทางโรงเรียนมารีวิทย์ได้นิมนต์คณะสงฆ์พระเถรานุเถระจากวัดช่องลม นาเกลือ จ.ชลบุรี จำนวน 9 รูป มาเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนบรรยายธรรมะให้โอวาท และให้นักเรียน ผู้ปกครอง รวมทั้งคณะครู ได้ร่วมทำบุญตักบาตรถวายสังฆทาน จากนั้นได้มีการคัดแยกสิ่งของทำบุญเพื่อความสะดวกในการส่งต่อและกระจายไปยังวัด ชุมชนและองค์กรการกุศลในพื้นที่ ประกอบด้วย

วัดช่องลม, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการการุณยเวศม์, มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา, โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยา, มูลนิธิคณะภคินีศรีชุมพาบาล, บ้านพักคนชราบางละมุง, ชุมชนนาเกลือ และร่วมทำบุญถวายสร้างพระเมตตา จ.เชียงราย

หลังเสร็จสิ้นพิธี นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พร้อมคณะครู ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนมารีวิทย์ เข้าร่วมถวายเทียนพรรษา และภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ที่วัดช่องลม ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

‘นายกลิซ่า‘ ควง ’ปธ.น้อย‘ ร่วมยินดีคณะผู้บริหารเมืองพัทยาชุดอัพเดท พร้อมขับเคลื่อนการเติบโต

ตามที่ได้มีการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมลงนามแต่งตั้งคณะผู้บริหารเมืองพัทยา ก่อนมอบนโยบายการทำงานด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก ภายใต้สโลแกน “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ Better Pattaya V.2”

มีรายงานว่า นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา พร้อมตัวแทนสมาชิกสมาคมฯ และคณะ กต.ตร.สภา.เมืองพัทยา ได้นำกระเช้าร่วมแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา รวมทั้งคณะผู้บริหารเมืองพัทยา รองนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เผยว่า ในนามตัวแทนภาคธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาได้ร่วมกับคณะ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ถือโอกาสเข้าร่วมแสดงความยินดีที่นายกเมืองพัทยาและคณะที่ได้เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ซึ่งสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาพร้อมให้ความร่วมมือกับคณะผู้บริหารเมืองพัทยาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้เข้าสู่เมืองพัทยา และจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันการท่องเที่ยวเมืองพัทยาให้เติบโตยิ่งๆ ขึ้นไป

ทำบุญครบรอบ 3 ปีการจากไป “ปุ๊ย-เมืองจำลองพัทยา“

วันที่ 22 ก.ค. 2569 ที่เมืองจำลองพัทยา จ.ชลบุรี คุณแม่อรุณี เกษมเกียรติสกุล พร้อมด้วยครอบครัวลูกหลาน ญาติพี่น้อง ได้ร่วมกันจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี สำหรับการจากไปของนายนิพิฌช์ เกตุน์พงศ์พัทธ หรือที่บุคคลแวดวงธุรกิจรู้จักกันดีในนาม “ปุ๊ย เมืองจำลอง” ซึ่งได้เสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัว เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา 

และอุทิศบุญกุศลให้กับ คุณพ่อ ดร.เกษม เกษมเกียรติสกุล อดีตผู้ก่อตั้งเมีองจำลองพัทยา ซึ่งในปีนี้ทางเจ้าภาพได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดหนองเกตุน้อย จำนวน 9 รูป มาทำการเจริญพระพุทธมนต์ นำโดยท่านพระครูธรรมสารนิวิฐ (หิน) เจ้าคณะตำบลบางละมุง เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ

ซึ่งภายในพิธีบุญ มีนายศุภณัฐ ชินวัฒน์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล นายเกรียงศักดิ์ เกตุแจ้ สมาชิก ทต.หนองปลาไหล นางสาวถิรชา เกษมเกียรติสกุล ประธานบริหารเมืองจำลอง นางพรพนา รัฐตนเชษฐ์ ผู้บริหารเครือLKกรุ๊ป ตลอดจนเพื่อนร่วมรุ่นศิษย์เก่าอัสสัมชัน พี่น้องกลุ่ม มินิสยาม เอ็มซี และญาติพี่น้อง ผู้ที่รักใคร่นับถือ ต่างเข้าร่วมในพิธีกันเป็นจำนวนมาก

 สำหรับประวัติของ นายนิพิฌช์ เกตุน์พงศ์พัทธ หรือ “ปุ๊ย เมืองจำลอง” นั้น เป็นบุตรของคุณพ่อเกษม-คุณแม่อรุณี เกษมเกียรติสกุล ผู้ก่อตั้งเมืองจำลองพัทยา เป็นบุตรคนโตจากพี่น้อง 3 คน จบการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปริญญาตรีและปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา เป็นนักธุรกิจที่ได้รับรางวัลโล่เกียรติคุณมากมาย เป็นผู้อุทิศตนเพี่อสังคมมาโดยตลอด 

อีกทั้งยังเป็นประธานกลุ่มไบค์เกอร์มินิสยามเอ็มซี ที่เป็นกำลังหลักในการเดินทางช่วยเหลืองานด้านสังคมด้วยดีเสมอมา ซึ่งบรรยากาศในงานบุญวันนี้ ก็เต็มไปด้วยความสุขอิ่มบุญอิ่มใจของทุกๆคน ที่ได้เข้าร่วมงานบุญวันนี้ ถึงแม้จะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ สามปีที่ผ่านมาแล้วนั้น ชื่อของ “ปุ๊ย เมืองจำลอง” ยังคงอยู่ในความทรงจำของทุกคนเสมอมา

“ครอบครัวผู้พัฒนพงษ์” ทำบุญครบ 1 ปี การจากไป “พี่ต่อ-ชัยยศ” ตำนานข่าวเคเบิ้ลพัทยา

วันที่ 23 ก.ค.69 ที่วัดกระทิงราย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวผู้พัฒนพงษ์ โดย นายพีรณัฐ ผู้พัฒนพงษ์ บุตรชาย และครอบครัว ได้จุดทำบุญสังฆทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้นายชัยยศ ผู้พัฒนพงษ์ หรือ “พี่ต่อ” อดีตบรรณาธิการและหัวหน้าฝ่ายข่าว บริษัท โสภณเคเบิ้ลทีวีและการสื่อสาร พัทยา ในวาระครบ 1 ปีแห่งการจากไป

บรรยากาศการทำบุญของครอบครัวผู้พัฒนพงษ์เป็นไปอย่างเป็นกันเอง โดยในพิธีการพระเถรานุเถระประจำวัดกระทิงรายจำนวน 3 รูป ได้เจริญพระพุทธมนต์ ก่อนถวายสังฆทาน กรวดน้ำ และกล่าวลาพระ ตามลำดับพิธีการ โดยมีญาติและผู้สื่อข่าวที่เคารพนับถือพี่ต่อ ร่วมพิธีอย่างเรียบง่าย

สำหรับ “พี่ต่อ” ชัยยศ ผู้พัฒนพงษ์ เป็นอดีตผู้สื่อข่าวประจำเมืองพัทยาที่มากฝีมือ มีผลงานต่างๆ มากมาย ในการนำเสนอข่าวเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเมืองพัทยามาหลายยุคสมัย และผู้บริหารเมืองพัทยาหลายคน จนได้รับความนับถือจากผู้คนในสังคมเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังถือเป็นอาจารย์และครูข่าวที่สั่งสอนการทำงานภายใต้จรรยาบรรณสื่อสารมวลชนให้นักข่าวเมืองพัทยามาแล้วจำนวนมากเช่นกัน

พัทยาบูม! ธุรกิจค่ายมวยเมืองท่องเที่ยวสดใส ทุ่ม 20 ล. เปิด ”แนท มวยไทย พัทยา“ ดึงผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม นั่งเก้าอี้ ปธ.ที่ปรึกษา ดันมวยซอฟเพาเวอร์ไทยให้เฟื่อง

วันที่ 23 ก.ค.69 พล.อ.ต. ชูเกียรติ พงษ์ถาวร ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม คณะทำงานการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ และคำสั่งศูนย์ข่าวสาร สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในฐานะประธานที่ปรึกษา สถาบันมวยไทย-มวยสากล “แนท มวยไทย พัทยา” เป็นประธานเปิดสถาบันมวยดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 20 ล้านบาท บนพื้นที่ 1 ไร่ ริมถนนจอมเทียนสายสอง ย่านซอยชัยพฤกษ์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการกระทรวงศึกษาธิการ และแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ พล.ร.ต.สุบรร ดีนอก ผู้บัญชาการศูนย์ฝึกนาวิกโยธิน ฐานทัพเรือสัตหีบ น.อ.วิชัย ราชานนท์ อดีตนักกีฬาเหรียญทองแดงโอลิมปิค น.อ.พิเศษ ยอดวันเผด็จ หรือสุวรรณวิจิตร ยอดวันเผด็จผู้ครองฟ้า อดีตนักมวยไทยแชมป์ลุมพินี 6 เส้น และอดีตแชมป์ราชดำเนิน ตลอดจนผู้สนใจชาวและชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับสถาบันมวยไทย-มวยสากล แนท มวยไทย พัทยา บริหารโดยคุณณัฐอร เวบบ์ สปีคเคิล และได้รับเกียรติจาก พล.อ.ต. ชูเกียรติ พงษ์ถาวร ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานที่ปรึกษาสถาบันมวยฯ และมีนายธีรศักดิ์ จตุพงษ์ รองปลัดเมืองพัทยา เป็นรองประธานที่ปรึกษาสถาบันมวยฯ

สำหรับ สถาบันสอนมวยไทย-มวยสากล แนท มวยไทย พัทยา แห่งนี้ มีระบบการฝึกซ้อมแบบมาตรฐานมืออาชีพ มีเวทีมวยมาตรฐานสากล มุ่งเน้นการสอนและการฝึกซ้อมโดยเทรนเนอร์มืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ในการแข่งขันและมีประสบการณ์ในการส่งนักมวยไปแข่งขันทั้งในระดับนานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาตินานาชาติประเทศและระดับนานาชาติ โดยตั้งเป้าปั้นดินให้เป็นดาว ก้าวสู่ประตูการเป็นนักมวยทีมชาติไทยและการแข่งขันระดับสากล เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

และด้วยเมืองพัทยาเป็นเมืองที่มีการเติบโตทางธุรกิจหลากหลายรูปแบบ การเปิดให้บริการฝึกสอนมวยไทย -มวยสากล ให้ชาวไทยและต่างประเทศในครั้ง ถือเป็นการส่งเสริมและผลักดันธุรกิจค่ายมายในเมืองท่องเที่ยว เปิดพื้นที่ซอร์ฟเพาเวอร์สืบสานศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้สร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยดำเนินการสอนและฝึกซ้อมอย่างครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานในระดับมือสมัครเล่นจนถึงระดับการแข่งขัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายและเรียนรู้ทักษะป้องกันตัว เปิดให้บริการ 08.00 น.-22.00 น.ของทุกวัน ซึ่งปัจจุบันมีนักมวยเข้ามาเรียนและฝึกซ้อมแล้วประมาณ 50 คน

อ.พยัคฆ์หารือนายกพัทยา ดึงเสน่ห์ไทยกระตุ้นการท่องเที่ยว

วันที่ 23 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์อันดับ 1 เมืองพัทยา ได้เข้าพบนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เพื่อปรึกษาหารือและขอคำชี้แนะแนวทางการจัดกิจกรรมกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ชลบุรี และจังหวัดภาคตะวันออก

อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว เผยว่า มีแนวคิดการจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเอาความเป็นไทยมาเป็นจุดขาย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ช่วยกันสนับสนุน เพื่อสร้างฐานการตลาดเรียกกระแสเศรษฐกิจที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวสายมูเตลู

ทั้งนี้ ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มนักเดินทางที่ท่องเที่ยวโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพร เสริมดวงชะตา โชคลาภ การงาน หรือความรัก ตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความสบายใจและความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ซึ่งเมืองพัทยาก็มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจรอยู่แล้ว

ด้าน นายกเมืองพัทยา เผยว่า เป็นเรื่องดีที่ทุกภาคส่วนมีความร่วมมือกันช่วยจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดขึ้นในเมืองพัทยาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้คึกคัก เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและมีพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกตลาด รวมทั้งมีศักยภาพด้านการจัดกิจกรรมหรืออีเว้นต์ต่างๆ มากมายด้วย ซึ่งต้องมีการดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนอย่างถูกต้องต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อว. ชูโมเดล ‘ทุ่งสง’ ปั้นเมืองรองสู่เศรษฐกิจวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นักวิจัยชี้ต้องเริ่มที่ ‘ปัญญา’ ไม่ใช่ ‘ปัญหา’ ลบภาพอีเวนต์ฉาบฉวย

แชร์เนื้อหานี้

คณะนักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิ ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 18 – 20 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยขับเคลื่อนโครงการ “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อ ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” นักวิจัยระดับนำประสานเสียง ย้ำการพัฒนาต้องเน้นความยั่งยืน ทิ้งรูปแบบการจัดอีเวนต์ระยะสั้น ชูการนำ “ต้นทุนทางวัฒนธรรม” มาสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมดึงเยาวชนร่วมสืบทอด

ด้าน ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญของแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (ววน.) กระทรวง อว. เปิดเผยถึงทิศทางการให้ทุนวิจัยว่า โครงการยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในปีนี้ ได้ขยายผลจากเดิมที่มีเพียง 1 โครงการ แตกออกเป็น 11 โครงการย่อย โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณ ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 ครอบคลุม 4 พื้นที่เมืองรองหลัก ได้แก่ ลำปาง กาฬสินธุ์ พนัสนิคม (ชลบุรี) และทุ่งสง (นครศรีธรรมราช)
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการวิจัยชุดนี้ ดร.ธนภณ ระบุว่า คือการสร้างสมดุลระหว่างการรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรม และการนำคุณค่าเหล่านั้นไปสร้างเป็นมูลค่าเพิ่ม โดยต้องก้าวข้ามการจัดงานในลักษณะ “อีเวนต์” ที่จัดเพียงไม่กี่วันแล้วจบไป
“เวลาเราพูดเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือทุนทางวัฒนธรรม ส่วนใหญ่มักจะเจอภาพของการทำในลักษณะเชิงอีเวนต์ จัดอยู่ 3-7 วันแล้วก็เลิก แต่ในงานวิจัยนี้ เราตั้งใจจะทำอย่างไรให้งานเหล่านี้เป็นงานระยะยาว เป็นงานยั่งยืน ไม่ใช่งานอีเวนต์” ดร.ธนภณ กล่าว ..

นอกจากนี้แล้ว ดร.ธนภณ ยังได้ยกตัวอย่างการสร้าง “เทศกาลใหม่” เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นปัจจุบัน โดยระบุว่า ที่ทุ่งสง นอกเหนือจากงานบุญเดือนสิบ (งานส่งตายาย) ที่มีมาแต่ดั้งเดิม ทีมวิจัยได้ริเริ่ม “งานเปตตะ” (เปรต) ซึ่งเป็นงานรับตายายในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยแปลงนัยยะของเปรตให้เป็นเรื่องของความกตัญญู ความสามัคคี และความเคารพผู้ใหญ่ ซึ่งถือเป็นการสร้างเทศกาลในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการพึ่งพาเทศกาลในอดีตเพียงอย่างเดียวดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ ชี้ให้เห็นถึงกระบวนการทำงานในพื้นที่ว่า การจะยกระดับไปสู่จุดหมายได้ ต้องเริ่มต้นจาก “รากฐาน” ของชุมชน หากคนในพื้นที่ไม่รู้จักรากของตนเอง ท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นการจัดอีเวนต์ที่สูญเปล่า
ขณะที่ ดร.ถวิลวดี เน้นย้ำถึงหลักคิดสำคัญของโครงการนี้ว่า เป็นการทำงานที่พลิกมุมมองการพัฒนาพื้นที่ โดยไม่เริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่าพื้นที่มีปัญหาอะไร แต่เริ่มจากการค้นหาว่าพื้นที่มีดีอะไร

“ประเด็นที่เราทำงานคือ เราเริ่มต้นจากปัญญา เราไม่เริ่มต้นจากปัญหาเลย เราไม่ได้บอกว่าทุ่งสงมีปัญหาอะไร แต่เรามองว่าทุ่งสงมีดีอะไร นี่คือการเริ่มต้นจากปัญญาแล้วพาปัญญาไปสู่จุดหมาย” ดร.ถวิลวดี ระบุ นอกจากนี้ ดร.ถวิลวดี ยังให้ความสำคัญกับการดึง “กลุ่มเยาวชน” เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะ “ยุววัฒนธรรม” เพื่อเป็นนักสื่อสารวัฒนธรรมในพื้นที่ของตนเอง โดยเยาวชนจะได้รับการฝึกฝนให้เห็นคุณค่าของสิ่งดีๆ ในชุมชน สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือออกแบบโครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของตนเองได้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงการสื่อสารตั้งแต่ระดับย่าน ไปจนถึงสื่อระดับชาติ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจจากระดับพื้นบ้านให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์

ผู้สื่อข่าวยังได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่า ในการลงพื้นที่ตลอด 3 วันที่ผ่านมานี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งคณะนักวิจัย ผู้นำชุมชน ตัวแทนเทศบาล และกลุ่มนักเรียน/เยาวชน โดยมีกิจกรรมสำคัญ 18 ก.ค. โดยการประชุมหารือร่วมกับประชาคมและภาคีเครือข่าย ณ อาคารสยามกัมมาจล และ การลงพื้นที่สำรวจต้นทุนวัฒนธรรมบริเวณสถานีรถไฟทุ่งสง
19 ก.ค. 69: การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ณ เทศบาลเมืองทุ่งสง ในหัวข้อ “การออกแบบการยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” และลงพื้นที่ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ตลาดชุมทางทุ่งสง (หลาดชุมทาง)

วันสุดท้าย 20 ก.ค. 69 ลงพื้นที่ศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสรุปแนวทางการพัฒนา ก่อนที่คณะวิจัยจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร เป้าหมายสูงสุดของเวทีนี้ คือการที่ชุมชนทุ่งสงพร้อมที่จะนำองค์ความรู้และงานวิจัยไปขับเคลื่อนต่อยอด ร่วมกับกลไกความเข้มแข็งของประชาคมท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนผ่าน “เมืองรอง” สู่ “เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ภาพข่าว – ตอริก สหสันติวรกุล (สำนักข่าวไทย อสมท.)

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.นครปฐม เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเป้าหมายการพัฒนา จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ ยูนิแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดนครปฐม 20ปี

และแผนพัฒนาจังหวัดนครปฐม (พ.ศ. 2571-2575) โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ และบรรยายพิเศษ เรื่องแนวทางการทบทวนเป้าหมายการพัฒนา จังหวัดนครปฐม 20 ปี และการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดนครปฐม

(พ.ศ. 2571 – 2575 ) พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ปลัดจังหวัดนครปฐม นายอำเภอและผู้แทนทั้ง ๗ อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดนครปฐม ผู้แทนภาคประชาสังคม หน่วยงานด้านการศึกษา ผู้แทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน วิทยากรเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมฯ

จังหวัดนครปฐมได้กำหนดจัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดนครปฐม (พ.ศ. 2571-2575) และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด 20ปี (พ.ศ. 2566- 2585

ช่วงที่ 2(พ.ศ. 2571-2575) ฉบับปรับปรุง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571และแผนพัฒนาจังหวัดนครปฐม (พ.ศ. 2571-2575) โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในระหว่างวันที่ 22- 23กรกฎาคม 2569ณ ยูนิแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นิกร ส่งที่ปรึกษา รมว.พม. นั่งมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างฝ่าทางลำบาก ลุยชุมชนริมรางรถไฟโคราช รับฟังปัญหาถึงบ้าน เร่งดันงบปี 2570 ช่วย 120 ครัวเรือน สานฝันมีบ้านมั่นคง

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – ภาพที่สร้างความประทับใจให้กับชาวชุมชนริมทางรถไฟ เมื่อ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตัดสินใจนั่ง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฝ่าเส้นทางแคบและคดเคี้ยวเข้าไปยังชุมชนริมทางรถไฟและชุมชนเบญจรงค์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนด้วยตนเอง หลังรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ สะท้อนการทำงานเชิงรุกที่มุ่งเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะผู้บริหารเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมด้วย นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และแกนนำชุมชน ร่วมลงพื้นที่ติดตามคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตามนโยบายของ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ผลักดันการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

สำหรับเป้าหมายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 กระทรวง พม. และ พอช. เตรียมผลักดันโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับ ชุมชนสองข้างทางรถไฟ จำนวน 44 ครัวเรือน และชุมชนเบญจรงค์ จำนวน 76 ครัวเรือน รวม 120 ครัวเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาระบบรางของภาครัฐ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนและเสนอของบประมาณ เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน

นายชนินทร์ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมามีต้นแบบความสำเร็จด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยจากโครงการรองรับผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งสามารถย้ายประชาชน 166 ครัวเรือน ไปยังพื้นที่รองรับแห่งใหม่ในเขตเทศบาลตำบลหัวทะเล ห่างจากพื้นที่เดิมเพียง 5 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนยังสามารถประกอบอาชีพและดำรงวิถีชีวิตเดิมได้ โดยโมเดลดังกล่าวจะถูกนำมาต่อยอดใช้กับชุมชนริมทางรถไฟและชุมชนเบญจรงค์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนในระยะยาว

ด้าน นางเดือน หรือ “ป้าดำ” อายุ 77 ปี ชาวชุมชน เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มานานกว่า 40 ปี จากเดิมเคยมีเพื่อนบ้านอยู่จำนวนมาก แต่ปัจจุบันเหลือบ้านเพียง 5 หลัง ทำให้รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ อย่างไรก็ตาม รู้สึกขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือและจัดหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ เพราะที่ผ่านมาอาศัยอยู่ในสภาพแออัด คับแคบ และไม่มีทางเลือก แม้จะผูกพันกับพื้นที่เดิม แต่การมีบ้านที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นความหวังครั้งใหม่ของครอบครัวและชาวชุมชนทุกคน.

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

#สื่อรัฐทีวี#สื่อรัฐนิวส์ /นราธิวาสสะบัดธงวัฒนธรรม! เปิดฉาก “ตาดีกาสัมพันธ์ 69”รวมพลังเยาวชน 13 อ. ชิงชัยสู่เวที 5 จ. ชายแดนใต้

แชร์เนื้อหานี้

นราธิวาสกระหึ่ม! อบจ. จับมือมูลนิธิศูนย์ตาดีกา เปิดฉากมหกรรม ‘ตาดีกาสัมพันธ์ ประจำปี 2569’ อย่างยิ่งใหญ่ ยกทัพเยาวชน ครู และบุคลากรกว่า 5,800 ชีวิต จาก 13 อำเภอ ร่วมประชันทักษะวิชาการ-กีฬา-วัฒนธรรม มุ่งเฟ้นหาสุดยอดตัวแทนชิงแชมป์ระดับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปัตตานี พร้อมปักหมุดสร้างสังคมเข้มแข็งด้วยคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น

วันที่18 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ได้เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการมหกรรมตาดีกาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส และ มูลนิธิศูนย์ตาดีกานราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนจากศูนย์ตาดีกาได้แสดงศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ และพัฒนาทักษะรอบด้าน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ สืบสานอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

“งานตาดีกาสัมพันธ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่คือเวทีสำคัญในการพัฒนาเยาวชนควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความสามัคคี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน”

สำหรับงานในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นอย่างเต็มอิ่ม 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งนักเรียน ครูผู้สอน และเจ้าหน้าที่จากชมรมตาดีกาทุกอำเภอรวมกว่า 5,800 คน มาร่วมสร้างสีสันและชิงชัยใน 4 ประเภทกิจกรรมหลัก ได้แก่การประกวดขบวนแห่ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นสะท้อนความร่วมมือของชุมชนและอัตลักษณ์อันทรงคุณค่า การประกวดภาคเวที การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์และการพูด

การประกวดและแข่งขันภาควิชาการ การทดสอบความรู้รวมถึงการอ่านอัลกุรอานการแข่งขันภาคสนาม กีฬาและการทดสอบทักษะทางกายภาพ ซึ่งเยาวชนผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับเกียรติเป็น “ตัวแทนจังหวัดนราธิวาส” เพื่อเดินทางไปร่วมแข่งขันใน มหกรรมตาดีกาสัมพันธ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 27 ซึ่งในปีนี้มี จังหวัดปัตตานี เป็นเจ้าภาพ

โดยบรรยากาศภาพรวมเป็นไปอย่างคึกคักและได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างล้นหลาม โดยพ่อแม่ผู้ปกครองต่างพร้อมใจกันส่งบุตรหลานเข้าร่วมแข่งขันทั้งในภาควิชาการและภาคสนาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “ตาดีกาสัมพันธ์” คือเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจที่คนในพื้นที่ให้ความสำคัญในการร่วมกันธำรงรักษาวัฒนธรรม และพร้อมผลักดันให้เยาวชนเติบโตเป็นกำลังหลักที่มีคุณภาพของท้องถิ่นต่อไป
/////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ชาวสบสาย “เดือดหนัก”หลังรถไฟทำเรื่องยุ่ง กรณีออกแบบถนนเข้าหมู่บ้านต่ำกว่าระดับน้ำในนาข้าว

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่ปัญหาน้ำท่วมขังบริเณเส้นทางลอดใต้ทางรถไฟ บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ มีระดับน้ำสูงถึง 1 เมตร จนชาวบ้านไม่สามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้ สาเหตุสำคัญมาจากการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ตัดเส้นทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อวางรางรถไฟ และมีการสร้างทางใหม่ลอดใต้ทางรถไฟ ซึ่งบริเวณจุดลอดใต้ทางรถไฟเนื่องจากมีลักษณะต่ำ โดยใช้ความสูงได้เพียง 2.50 เมตร ผิวถนนอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำในนาข้าว ปกติแล้วเมื่อเข้าฤดูฝน น้ำท่วมบริเวณดังกล่าวมีระดับสูงถึง 1 เมตร รถยนต์ผ่านไม่ได้ ทำให้ชาวบ้านออกมาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

อีกทั้งปัญหาช่องลอดมีระดับต่ำมากรถบรรทุกขนาดกลางไม่สามารถได้ และยิ่งเป็นสำคัญต่อชีวิตของพี่น้องชาวบ้าน คือ รถพยาบาล รถดับเพลิงไม่สามารถใช้เส้นทางได้จนทำให้ชาวบ้านเกือบทั้งตำบลได้รับความเดือดร้อนล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ทางนางสาวบุษบา เดือนดาว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร , สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย นางสาวิตรี รูปแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลสบสาย ผู้นำชุมชนตำบลสบสาย , นายปิยะวัฒน์ พูลสวัสดิ์ ส.อบจ.แพร่ ,

และสส.เบน นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ สส.แพร่ เขต 1 , พระมหานันทวัฒน์ฯ เจ้าอาวาสวัดสบสาย และชาวตำบลสบสาย โดยมี นายสุริยา รุจีฤกษ์ ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้าง กิจการร่วมค้า ITD เนาวรัตน์ ในฐานะ ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ นายช่างผู้ควบคุมงาน ร่วมประชุมปรึกษาหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณอุโมงค์ทางลอดรถไฟ และไม่ให้มีน้ำท่วมขัง ที่สำคัญต้องให้รถยนต์ที่มีความสูงเกิน 2.5 เมตร สัญจรไป – มาได้ด้วย

สำหรับผลของการหารือมีแนวทางแก้ไข ปัญหาร่วมกัน คือ 1. การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นทางการรถไฟแห่งประเทศไทยมอบให้ผู้รับเหมาดำเนินการติดตั้งปั๊มแช่ดูดโคลน ขนาด 3 แรงม้า ระบบออโต้ พร้อมระบบสั่งการผ่านมือถือ จำนวน 2 จุด ฝั่งตะวันออก – ตะวันตกของทางรถไฟ เพื่อดำเนินการสูบน้ำออก จากบริเวณอุโมงค์ทางลอดหากมีน้ำท่วมขัง และนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าบริเวณ อุโมงค์ทางลอด 2. การแก้ไขปัญหาระยะยาว การรถไฟแห่งประเทศไทยมอบให้ผู้รับเหมาดำเนินการ จะออกแบบในการป้องกันมิให้เกิด ปัญหาน้ำท่วมขัง โดยการก่อสร้างพนังคอน

กรีตเสริมเหล็ก ทั้งฝั่งทิศตะวันตกและตะวันออกของอุโมงค์ทางลอด ที่มีความสูงประมาณ 1.20 เมตร และทำรางระบายน้ำรูปตัวยูจากจุดอุโมงค์ทางลอดไปถึงห้วยร่องโป่งขนานกับทางรถไฟทั้งสองด้าน เพื่อป้องกันมิให้น้ำที่ทำการเกษตรไหลทะลักเข้าอุโมงค์ทางลอดรถไฟ ออกแบบก่อสร้างรางระบายน้ำ รูปตัวยูคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมติดตั้งบ่อพักและเครื่องปั๊มน้ำขนาด 3 แรงม้า แบบอัตโนมัติเพื่อสูบน้ำออกบริเวณที่ น้ำท่วมขัง

3. ข้อ เสนอแนะเพิ่มเติมที่ประชุมมีการเสนอให้โครงการ ฯ ดำเนินการก่อสร้างสะพาน (Overpass)ข้ามทางรถไฟ เส้นทางบ้านวังวน – สบสายเป็นการเชื่อมถนนเดิมเพื่อให้รถยนต์ที่มีความสูงเกิน 2.50 เมตร สัญจรไป – มาได้ก่อนที่ยังไม่ใช้ทางรถไฟ ให้โครงการฯ ถมดินถนนเดิมเป็น การชั่วคราวเพื่อใช้สัญจรไป – มา ช่วงที่ทำสะพานไม่แล้วเสร็จและก่อสร้างรางระบายน้ำจากบริเวณถนนทางเลียบทางรถไฟ ทั้งสองด้านเชื่อมต่อไป ไปยังห้วยร่องโป่ง เพื่อระบายน้ำลดปัญหา

น้ำไหลทะลักเข้าอุโมงค์ทางลอด และหมู่บ้านเวียงผาพิณในการนี้องค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย จะประสานและติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหากับ การรถไฟแห่งประเทศไทย ต่อไป”จากจุดที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังคือ จุดตัดทางเข้าหมู่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลสบสายตัดกับทางรถไฟสายใหม่มีปัญหามาก่อนหน้านี้แล้ว โดยชาวสบสายพยายามเรียกร้องในเวทีประชาคม และมีการร้องเรียนหลายครั้งในประเด็นรถยนต์ขนาดใหญ่ไม่สามารถ

สัญจรได้รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมเส้นทาง แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ให้ความสำคัญกับเสียงเรียกร้อง จนปัจจุบันการก่อสร้างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและสภาพปัญหาที่ชาวบ้านหวั่นกลัวก็เกิดขึ้น ถ้ามีการแก้ไขแบบแปลนการก่อสร้างในช่วงต้นๆของโครงการก็จะไม่เกิดปัญหาตามมาเช่นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ชาวสบสายยังคงต้องได้รับความเดือดร้อนต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ธีรพงษ์ #ธงออน/#แพร่รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /โคราชแห่ต้อนรับ วงโยธวาทิตราชสีมาวิทยาลัย คว้ารางวัลเหรียญทองระดับโลก แข่งขัน WMC 2006 ที่เนเธอร์แลนด์

แชร์เนื้อหานี้

โคราชแห่ต้อนรับ วงโยธวาทิตราชสีมาวิทยาลัย ที่คว้ารางวัลเหรียญทองระดับโลก จากการแข่งขัน WMC 2006 ที่เนเธอร์แลนด์ พร้อมโชว์เต็มวงสุดอลังการห้างวิชโก้ มอบเงินสนับสนุน 100,000 บาท ก่อนปิดร้านเลี้ยงสุกี้ตี๋น้อยฉลองชัย

นครราชสีมา เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศที่ห้างวิชโก้ สาขาหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เต็มไปด้วยความคึกคัก หลังจัดงานต้อนรับและแสดงความยินดีกับวงโยธวาทิตโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย เจ้าของผลงานคว้า 2 แชมป์ ประเภทประชันกลองและเดินแถวมาร์ชชิ่ง จากการแข่งขันโยธวาทิตนานาชาติที่ประเทศเยอรมนีและอีก 3 แชมป์ จากการแข่งขันWorld Music Contest (WMC) 2026 ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประกอบด้วยรางวัลผู้ทำคะแนนสูงถึง 95.750 คะแนน ได้รับ

รางวัลเหรียญทองเกียรติยศ , รางวัล Day Prize คะแนนสูงสุดประจำวัน และรางวัล Best Wind เครื่องเป่ายอดเยี่ยม บนเวทีที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในการแข่งขันวงโยธวาทิตที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดของโลก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ก่อนที่คณะนักเรียน ครู และทีมงาน จะร่วมฉลองความสำเร็จด้วยการรับประทานอาหารที่ร้านสุกี้ตี๋น้อย พลัส สาขาวิชโก้ หัวทะเล ซึ่งเปิดร้านต้อนรับเป็นกรณีพิเศษตามความต้องการของน้อง ๆ

นายจิรพนธ์ จันทร์ศิริ ประธานวงโยธวาทิตโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การคว้าแชมป์โลกทั้ง 4 รายการเป็นเหมือนความฝัน เพราะก่อนเดินทางแข่งขันทุกคนเพียงตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ได้คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จถึงระดับนี้ พร้อมขอบคุณกำลังใจและการสนับสนุนจากคนไทยทุกภาคส่วน ยืนยันว่าทุกคนลงแข่งขันด้วยหัวใจที่ต้องการสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนและประเทศไทย ไม่ได้หวังผลตอบแทน

สำหรับเหตุผลที่อยากรับประทานอาหารไทยหลังเดินทางกลับ เนื่องจากระหว่างอยู่ต่างประเทศส่วนใหญ่รับประทานขนมปังและอาหารตะวันตก จึงคิดถึงรสชาติอาหารไทยเป็นอย่างมาก แม้จะมีคนไทยในเยอรมนีนำอาหารไทยมาให้รับประทานจนรู้สึกอบอุ่นและหายคิดถึงบ้านก็ตาม

ด้านนายนิสิทธิ์ ส่งสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนทั้งกำลังใจและงบประมาณ จนทำให้คณะนักเรียนสามารถเดินทางไปแข่งขันในเวทีระดับโลกได้ พร้อมขอบคุณประชาชนชาวไทยที่ติดตาม ส่งแรงเชียร์ และร่วมภาคภูมิใจในความสำเร็จของเยาวชนไทย ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้สมาชิกวงทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้านดนตรีต่อไปในอนาคต

ขณะที่นายนิธิศ ฤทธิวัชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ห้างวิชโก้ โคราช เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นไปอย่างเร่งด่วน หลังได้รับการประสานจากทางโรงเรียนเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนก่อนจัดงาน จึงเร่งเตรียมเวที ระบบแสง สี เสียง และพื้นที่ทั้งหมดให้พร้อม โดยอาศัยลานกิจกรรมและเวทีหมอลำที่มีอยู่เดิม

เพื่อให้การต้อนรับเป็นไปอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนวงโยธวาทิตจำนวน 100,000 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายพันเลิศ วิชชาพิณประธานกรรมการบริษัท สยามวิชโก้ จำกัด นางวิชชุดา พรหโมบล รองประธานกรรมการ บริษัท สยามวิชโก้ จำกัด เพื่อเป็นกำลังใจแก่เยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดนครราชสีมาและประเทศไทย พร้อมชื่นชมความทุ่มเทของนักเรียนทุกคน และเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนเยาวชนไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลกต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว.กันตินันท์ เรืองประโคน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / น่านเปิดงาน “Northern Best Deal” เชื่อมโยงการค้า 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ดัน MOU มูลค่า 5.6 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณลานหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะผู้แทนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เป็นประธานเปิดงาน “Northern Best Deal” งานแสดงสินค้า

การค้าชายแดนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ภายใต้โครงการบูรณาการการค้า การลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้บริหารจากจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าร่วมงาน

การจัดงานครั้งนี้ มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างเครือข่ายทางการค้า และขยายโอกาสทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยนำสินค้าอัตลักษณ์และผลิตภัณฑ์คุณภาพจากทั้ง 4 จังหวัด มาจัดแสดงและจำหน่ายกว่า 100 คูหา ทั้งสินค้า GI ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าเกษตรแปรรูป ผ้าทอ งานหัตถกรรม ชา กาแฟ อาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือการลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขายสินค้า หรือ MOU ระหว่างผู้ประกอบการจากแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และบริษัท Kitoun Kitao LTD

รวมมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 5 ล้าน 6 แสนบาท แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิชนิดข้าวกล้อง จำนวน 10,200 ถุง มูลค่า 600,000 บาท และผลิตภัณฑ์สุรากลั่น มูลค่า 5 ล้านบาท ถือเป็นความสำเร็จในการเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการและพันธมิตรทางการค้าในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมสร้างเครือข่ายและขยายช่องทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรมงาน “Northern Best Deal”

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ถึง 19 กรกฎาคม 2569 ภายในงานมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา มินิคอนเสิร์ต และกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

โครงการตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางการค้าไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท และให้เกิดการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 20 คู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ การจ้างงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ในงาน “Northern Best Deal” ระหว่างวันที่ 15 ถึง 19 กรกฎาคมนี้ ณ ลานหนองน้ำครก อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน/บุญบงค์ สดสอาด นายกสมาคมสืาอใงลชนขังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ชรบ.อ.ท่าหลวงรับรางวัลจาก ผู้ว่าฯจ.ลพบุรี เนื่องในวันชุดรักษาความปลอดภัย หมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี พ.ศ. 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายพิษณุ ประภาธนานันท์

ปลัดจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าร่วมงานฯ จากนั้นประธานได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องในวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และนำกล่าวคำปฏิญาณตนของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

จากนั้นได้ทำการมอบรางวัล หมวด ชรบ. ดีเด่น ระดับจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจและ อดทน ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ได้แก่รางวัลชนะเลิศ หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านยางราก หมู่ที่ 2 ตำบลยางราก อำเภอโคกเจริญรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านคลองนางอั้ว หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านหนองแก หมู่ที่ 2 ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง
และรางวัลชมเชย หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านโคกขยาย หมู่ที่ 1ตำบลทะเลซุบศร อำเภอเมืองลพบุรีทั้งนี้นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวงได้เดินทางไปร่วมให้กำลังใจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ.อำเภอท่าหลวงที่ได้รับรางวัลในโอกาสนี้ด้วยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุดชรบ.ของอำเภอท่าหลวง

สำหรับที่มา ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯ ประกาศใช้ “กฎหมาย ลักษณะโจรห้าเส้น จุลศักราช 1199” ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2380 โดยเกณฑ์ราษฎรช่วยระงับการปล้น เนื่องจาก

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามมีกำลังไม่เพียงพอที่จะระงับเหตุถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในอดีต ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดที่มาของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ราษฎรอาสาสมัคร ที่เข้ามาช่วยเหลือราชการด้วยจิตสาธารณะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท โดยไม่มีค่าตอบแทนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. เป็นราษฎรอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด ได้รับการแต่งตั้งจากนายอำเภอให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน และทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือ

เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ ชรบ. ถือเป็นกำลังภาคประชาชนที่สำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างความมั่นคงภายในระดับฐานรากของประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน ทุ่มเทแรงกายแรงใจ

โดยมิได้หวังผลตอบแทนเพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทยจึงได้มีประกาศกำหนดให้วันที่ 16 กรกฎาคมของทุกปี เป็น “วันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” ขึ้นและในปีนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่กรมการปกครอง

ได้จัดงานวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อย่างเป็นทางการขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศอีกด้วยปัจจุบันจังหวัดลพบุรี ได้ดำเนินการจัดตั้ง ชรบ.ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 11 อำเภอ จำนวน 5,192 คน แบ่งเป็น ชาย 3,602 คน หญิง 1,590 คน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ
ประจำจังหวัดลพบุรี

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /คัดเลือกครูได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2569 ณ โรงเรียนปัว อำเภอปัว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 กรกฏาคม 2569 เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2569 จังหวัดน่าน ณ โรงเรียน ปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน ดร.ศิริโชค พิพัฒน์เสถียรกุล ศึกษาธิการจังหวัดน่านได้มอบหมายให้ ดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ รองศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธานประเมิน พร้อมด้วยนายเสรี พิมพ์มาศ ผู้ทรงคุณและคณะอนุกรรมการ เก็บข้อมูลเชิงลึก

ในครั้งนี้มีบุคคล และหน่วยงานเสนอรายชื่อครู ผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี 2569 โดยเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ ครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นางพรลภัส อ่ำหงษ์ โรงเรียนปัว (ลูกศิษ์เสนอ) นางสาวกัลยา เจนจิจะ โรงเรียนบ้านสบปืน(ลูกศิษย์เสนอ)นายสุริยน ธิเขียว

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาหมื่น(หน่วยงานเสนอ)เพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดการออกประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2569 จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่13-14 กรกฏาคม 2569

วันนี้เป็นการลงพื้นที่ประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ของนางพรลภัส อ่ำหงษ์ ซึ่งมีลูกศิษย์ คณะครู ผู้ปกครองเข้าร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คณะอนุกรรมการเป็นจำนวนมาก

สำหรับนางพรลภัส อ่ำหงษ์ตำแหน่งครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนปัว ปฏิบัติการสอนมาเป็นเวลา 26 ปี ครู วิชาเอกยี่ปุ่น เป็นครูผู้ได้รับการยกย่องจากทั้งลูกศิษย์ คณะครู และผู้ปกครอง ทั้งด้านเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และด้านผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีความมานะพยายามในการดูแลลูกศิษย์ทั้งในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน นอกจากครูพรลภัส ยังได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ

1ได้รับรางวัลโล่ รางวัลพระราชทานคุรุสภา ประจำปี 2567 ระดับดีเด่น ประเภทผู้ประกอบวิชาชีพครู2 รางวัลเข็มเชิดชูเกียรติ คุรุสดุดี ประจำปี 25663 รางวัลทรงคุณค่าสพฐ.ช(OBEC AWARDS)ชนะเลิศเหรียญทองระดับชาติทั้งในด้านวิชาการและด้านบริหารจัดการ

ติดต่อกันหลายปีการศึกษา4 เครื่องหมายคุณภาพพิเศษแห่งสพฐ.(OBEC Special) ระดับ 3 ดาวสาขายี่ปุ่น 5 ได้รับเลือกเป็นครูแกนนำการจัดการเรียนรู้ภาษายี่ปุ่นระดับภูมิภาคและระดับประเทศ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน