คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “MUKDAHAN RUN 2026” ครั้งที่ 1 วิ่งขมวิวริมฝั่งโขง กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงกีฬา นักวิ่งไทย-ลาว ร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน

แชร์เนื้อหานี้

​มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ณ ลานริมโขง ตลาดอินโดจีน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้มีพิธีเปิดกิจกรรมการแข่งขันวิ่ง “MUKDAHAN RUN 2026” ครั้งที่ 1 ในโอกาสวันก่อตั้งจังหวัดมุกดาหาร ครบ 44 ปี

โดยมี นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และนายบุญส่ง บุญคุ้ม ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยตัวนักกีฬา

​นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดมุกดาหาร กระตุ้นให้เกิดการพักค้างคืน นำเสนอประสบการณ์

ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าบนพื้นฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายในพื้นที่ และสร้างฐานแฟนคลับให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวซ้ำในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor Activities)

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, จังหวัดมุกดาหาร, องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร, เทศบาลเมืองมุกดาหาร และบริษัท เรคเรช สปอร์ต จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระยะ

ได้แก่ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วม 460 คน
​มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วม 840 คนฟันรัน 4 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วม 700 คนรวมมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นมากกว่า 2,000 คน ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักวิ่งจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/“ศึกนาแกซุปเปอร์ไฟท์” เปิดสังเวียนมวยการกุศล ระดมทุนสร้างบ้านพักสารวัตรใหญ่ สภ.นาแก หลังใหม่

แชร์เนื้อหานี้

นครพนม – เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 20.00 น. ณ สนามมวยชั่วคราวบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม จัดการแข่งขันมวยไทยการกุศล “ศึกนาแกซุปเปอร์ไฟท์” โดยมี พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พร้อมคณะ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดย ไชยา วาริช โปรโมเตอร์มวยสมัครเล่นการกุศล มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับ ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักสารวัตรใหญ่ในตำนาน”วีรบุรุษนาแก ”

เพื่ออนุรักษ์แหล่งประวัติศาสตร์และกระตุ้นเศรษฐกิจ บ้านพักสารวัตรใหญ่ ในตำนานของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันจำนวนมาก

โดยก่อนการแข่งขัน นักมวยได้เข้าสู่พิธีตามขนบธรรมเนียมของมวยไทย ทั้งการไหว้ครูและรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่คณะผู้จัดและผู้สนับสนุนได้ร่วมให้กำลังใจนักมวยอย่างใกล้ชิด

นอกจากความสนุกสนานจากการแข่งขันมวยไทยแล้ว งานดังกล่าวยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมกันสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์

ทั้งนี้ การจัดงาน “ศึกนาแกซุปเปอร์ไฟท์” การกุศลครั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพื้นที่และสังคมเพื่ออนุรักษ์แหล่งประวัติศาสตร์และกระตุ้นเศรษฐกิจบ้านพักสารวัตรใหญ่นาแกในตำนานของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์เตมียเวส

โดยมีเป้าหมายปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นอนุสรณ์สถานแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การสู้รบและตรวจเช็คอินท่องเที่ยวของอำเภอนาแกจังหวัดนครพนมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /การแข่งขันทักษะวิชาชีพอาชีวะสร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบสระดับชาติ ครั้งที่ 6

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 กันยายน 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยการอาชีพเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล ลักษณลม้าย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันทักษะวิชาชีพอาชีวะสร้างช่างฝีมือ

ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ระดับชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–23 กันยายน 2569 โดยมีนางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้การต้อนรับ ทั้งผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการดำเนินงาน และนักเรียนในสังกัดอาชีวศึกษาจากทั่วประเทศ

ในการนี้ ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล ลักษณลม้าย กล่าวว่า โครงการอาชีวะสร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะวิชาชีพให้แก่เยาวชนและผู้ที่ต้องการโอกาส

พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย และเจตคติที่ดีในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถดำรงชีวิต พึ่งพาตนเอง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยื

การจัดการแข่งขันในครั้งนี้มุ่งเน้นการค้นหาผู้ที่มีความสามารถเป็นเลิศ และเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพทางวิชาชีพ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ต่อยอดทักษะการปฏิบัติงานจริง ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานศึกษาและผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากทั่วประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพกำลังคนอาชีวศึกษา และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่การพัฒนาประเทศในอนาคต

จังหวัดน่าน เปิดบ้าน เจ้าภาพจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพอาชีวะสร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ระดับชาติ ครั้งที่ 6 พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ทักษะการประกอบอาชีพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมืองร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ต๋อง-ปายฟ้า มอบรางวัลทีมแชมป์ แข่งขันฟุตซอลการกุศล ชุมชน 9 ไร่พัฒนา เพื่อน้อง 4 ขา ”มะม๋า“ นะจ๊ะ

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็น วันที่ 18 กันยายน 2569 นายปายฟ้า มีบุญมาก ตัวแทนนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลการกุศล ชุมชน 9 ไร่พัฒนา เพื่อน้อง 4 ขา ”มะม๋า“ นะจ๊ะ ให้กับทีมชุมชน 9 ไร่ ก่อนถ่ายภาพที่ระลึก

การแข่งขันฟุตซอลการกุศลรายการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อเป็นตัวอย่างของกิจกรรมชุมชนเพื่อตอบแทนสังคม หาผู้ใจบุญร่วมสนับสนุนมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัยจิตอาสาเพื่อมวลชน โดยคุณหมอสมชาย บ้านกง หนองเรือ จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ มีทีมฟุตซอลท้องถิ่นส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันรวม 4 ทีม ประกอบด้วย ทีมรัน 93, ทีมสยาม, ทีมชุมชน 9 ไร่ และทีม UD แข่งขันแบบพบกันหมดเพื่อเก็บคะแนนหาผู้ชนะเลิศ โดยใช้สนานฟุตซอล 9 ไร่ ซอยเฉลิมพระเกียรติฯ 14 ถนนพัทยาสายสาม เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งปรากฏว่าทีมชุมชน 9 ไร่ ทำคะแนนสูงสุดคว้าถ้วยชนะเลิศไปครอง

สำหรับกิจกรรมการกุศลเพื่อสังคมที่จัดขึ้นโดยภาคส่วนต่างๆ ในเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา จะร่วมสนับสนุนการจัดงานมาโดยตลอดเพราะหวังให้บ้านเมืองมีการพัฒนาหลากหลายมิติ โดยจะมอบหมายให้นายปายฟ้า มีบุญมาก เป็นตัวแทนลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมและช่วยเหลือสังคมเสมอมา

Cansa Cafe ชูค็อนเซ็ปต์เมนูอาหารเช้าตลอดทั้งวัน พร้อมแนะเมนูซิกเนเจอร์สุดฮิต รองรับนทท.ไทย-เทศ

นางสาวนิตยา ภูมิโคกรักษ์ ผู้จัดการร้าน Cansa Cafe ปากซอย 5 พระตำหนัก พัทยา ได้แนะนำข้อมูลเปิดตัวร้าน Cansa Cafe ที่พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการ รองรับผู้มาใช้บริการทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติร้าน Cansa Cafe ตกแต่งเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสไตล์โมเดิร็น ชูคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจคือทางร้านพร้อมบริการเสิร์ฟอาหารเช้าตลอดทั้งวัน ด้วยวัตถุดิบใหม่สดที่เน้นคุณภาพ และเครื่องดื่มกาแฟและแซนด์วิสจะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่หาทานที่ไหนไม่ได้

พร้อมเมนูแนะนำสุดฮิต Cansa Cafe ที่ต้องมาลิ้มลองสักครั้ง อาทิ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ที่ปรุงด้วยไข่ พาร์เมซาน พริกไทยดำ เบคอนและเห็ด, ไข่เจียวแคนซา ไข่คนกับมะเขือเทศ พริกหวาน หัวหอม ผัดในกระทะ เสิร์ฟกับขนมปังสด, ซาวร์โดว์เบคอนอะโวคาโด เบคอนหั่นหนากรอบ บนอะโวคาโดบด, พานีนีไก่คาเพรเซ่ ไก่ยาง มะเขือเทศ มอสซาเรลลา และใบโหระพา อบร้อน, แซนด์วิชไก่เพสโต้พาเมซานอบร้อน ไก่ย่าง เพสโต้ใบโหระพา และพาร์เมซาน อบร้อน และพาสต้าโบโลเนส ซอสเนื้อบดตุ๋นกับมะเขือเทศ โรยพาร์เมซาน ซึ่งทุกเมนูอาหารจะบอกแคลลอรี่อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มแนะนำที่รสชาติหาตัวจับยาก ที่ทางร้าน Cansa Cafe อยากนำเสนอ ได้แก่ อเมริกาโน่ยูสุ, น้ำแตงโมปั่น และยูสุโซดา ที่รังสรรค์รสชาติความพิเศษพร้อมส่งต่อด้วยความประทับใจ โดยร้านสามารถรองรับได้มากถึง 50 ที่นั่ง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ปัจจุบันมาใช้บริการในอัตราส่วน 50/50สำหรับโปโมชั่นเปิดร้านใหม่ ลูกค้าที่ไปใช้บริการสามารถเช็คอินที่ร้าน Cansa Cafe พร้อมรับส่วนลดทันที 10% ร้าน Cansa Cafe ตั้งอยู่เลขที่ 338/31 ปากซอย 5 พระตำหนัก พัทยา ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อบต.นครชัยศรี จัดโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด เพื่อมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี ได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ขึ้น

ในระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ โรงเรียนเพิ่มวิทยา เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลนครชัยศรี และประชาชนชาวตำบลนครชัยศรี เข้าร่วมพิธีและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพร้อมเพรียง

โครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติดดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และใช้การกีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน ช่วยให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข

ทั้งยังเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้แสดงศักยภาพทางด้านกีฬา ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และปลูกฝังความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า “เยาวชนที่เข้มแข็งในวันนี้ คือกำลังสำคัญของบ้านเราในวันข้างหน้า”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬคึกคัก! เปิดศึกมวยไทย “พลังแผ่นดิน” 12 คู่เดือด ริมโขง ส่งเสริมกีฬาเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – จังหวัดบึงกาฬเปิดเวทีมวยไทยรายการ “ศึกมวยไทย พลังแผ่นดิน” จัดเต็ม 12 คู่ สร้างสีสันและความคึกคักให้กับงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำโขง โดยมีประชาชนและแฟนกีฬาร่วมชมการแข่งขันอย่างคึกคัก

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. ณ เวทีมวยชั่วคราวริมโขง หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันชกมวยรายการ “ศึกมวยไทย พลังแผ่นดิน” โดยมี นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมือง

บึงกาฬ และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยคณะอุปนายกและคณะกรรมการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมพิธี

สำหรับการแข่งขัน “ศึกมวยไทย พลังแผ่นดิน” จัดการแข่งขันมวยไทยรวม 12 คู่ มอบความสนุกเร้าใจแก่แฟนกีฬาที่มาร่วมชม พร้อมสร้างสีสันให้กับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ โดยใช้พื้นที่ริมแม่น้ำโขงเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและการพักผ่อนในช่วงค่ำคืน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมกีฬามวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ ตลอดจนสนับสนุนให้ประชาชนและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ผ่านกิจกรรมกีฬา รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจกรรมสาธารณะและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองบึงกาฬขอเชิญชวนประชาชนและแฟนกีฬาร่วมติดตามกิจกรรมการแข่งขันมวยไทย พร้อมสัมผัสบรรยากาศความสนุกสนานของ “ศึกมวยไทย พลังแผ่นดิน” ท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำโขงและบรรยากาศงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว จังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / แข่งขันจานร่อนเยาวชนชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 7 สนามแข่งขัน สนามฟุตซอล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

10 กันยายน 2569 นักเรียนโรงเรียนวัดหนองปลาไหล(ปานพลอุปถัมภ์) นำโดย ผอ.ชุติสรา หาดแมน ร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนโรงเรียนวัดหนองปลาไหลที่ได้ร่วมการแข่งขันกีฬาจานร่อนเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศระดับภาค ภาค 2 (ภาคกลางและภาคตะวันตก) ประเภททีมผสมและประเภท Open รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ฝึกซ้อมโดยคุณครูปฏิพัทธ์ กุลจรัสอนันต์ และ คุณครูวาทินี ปรีสำเนียง

ทั้งนี้ ในช่วงการแข่ง โรงเรียนได้รับการสนับสนุนอุปการะคุณจากคุณวีรพงษ์ เพชรอำ และคุณบอย สวนอาหารชลธาร ที่สนับสนุนค่าสมัครการแข่งขันกีฬาจานร่อนให้กับนักกีฬาของโรงเรียน จำนวน 3,000 บาท / ร้านอาหารครัวชลธาร ร้านเตี๋ยวลุงตุ๋ง ร้านBanana sport(บานาน่าสปอร์ต)

และครอบครัวของเด็กหญิงพิมพ์ณิชา เพชรอำ สนับสนุนชุดแข่งขัน /คุณโสภา โพธิ์แจ่ม ผู้ปกครองของเด็กหญิงสุธิพร โพธิ์แจ่ม นักเรียนชั้น ป.5 ที่สนับสนุนน้ำดื่ม /ผู้ปกครองของเด็กชายจิรายุ บุญยะเกตุ สนับสนุนอาหารกลางวัน / ผู้ปกครองของเด็กชายจิรายุ โนนน้อยและเด็กหญิงพิมพ์ณิชา เพชรอำสนับสนุนขนมและน้ำดื่ม

     ทั้งนี้ โรงเรียนขอขอบพระคุณผู้ปกครองทุกท่านที่ให้การสนับสนุนให้นักเรียนได้ฝึกซ้อมและไปแข่งขันกีฬาจานร่อน ขอให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้องมีแต่ความสุขความเจริญตลอดปีตลอดไป  
ภาพ/ข่าว โดย.นายสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / มอเตอร์เวย์ MR5 สุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี / พลังกีฬา “ตชด.ภ.จว.ปทุมฯ”“ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.30 น นายแสน สุรวิญญวร นายอำเภอค่ายบางระจัน เป็นประธานเปิดการประชุม เสนอแนวคิดในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้นกลุ่มย่อย(ครั้งที่ 1) กลุ่มที่ 4 พื้นที่ตำบลโพทะเลตำบลหนองกระทุ่มอำเภอค่ายบางระจันจังหวัดสิงห์บุรี. พร้อมด้วย นายจินตวัฒน์ เจริญศรีศิริศิริพงษ์ วิศวกรโครงการ นายวินิจ เจียรสถาวงศ์ ผู้จัดการโครงการ นางสาวสุชานาถ เจริญชาติ วิศวกรโครงการ และนายกิตติภณเหล็กเพชร นายช่างโยธาอาวุโส รวมทั้งผู้แทนกรมทางหลวงและคณะที่ปรึกษาโครงการเข้าร่วมกรมทางหลวงจัดประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 เดินหน้าทบทวนการศึกษาความเหมาะสม สำรวจและออกแบบรายละเอียด พร้อมศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 (MR5) ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 เปิดโอกาสประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อประกอบการพัฒนาโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน. กรมทางหลวงจัดการประชุมเสนอแนวคิดในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้น (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 1) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 (MR5) ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1

นายกิติ ชื่นในธรรม วิศวกรโยธาชำนาญการ กรมทางหลวง ในนามตัวแทนกรมทางหลวงและคณะที่ปรึกษาโครงการ กล่าวรายงาน ถึงความเป็นมาและความจำเป็นของการศึกษา โดยปัจจุบันสภาพพื้นที่และปัจจัยด้านการจราจรมีการเปลี่ยนแปลงจากการศึกษาที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องทบทวนรูปแบบโครงการ ศึกษาปริมาณการจราจร ตลอดจนดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อให้แนวทางการพัฒนาโครงการสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และบริบทในปัจจุบัน

โครงการ MR5 ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองให้มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงกับระบบขนส่งรูปแบบอื่น รองรับการเดินทางและการขนส่งระหว่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมีแนวโน้มปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการดำเนินงาน กรมทางหลวงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสทูอาร์ คอนซัลติ้ง จำกัด และบริษัท กรีน พลาเน็ท คอนซัลแทนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษา โดยครอบคลุมการทบทวนรูปแบบทางเลือก การสำรวจและออกแบบรายละเอียด การศึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดทำมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ

การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาและความจำเป็นของโครงการ วัตถุประสงค์ พื้นที่และขอบเขตการศึกษา ขั้นตอนและแนวทางการศึกษา รวมถึงนำเสนอรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้นและหลักเกณฑ์การคัดเลือกรูปแบบ ตลอดจนแนวทางการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบข้อมูลอย่างรอบด้าน และเปิดโอกาสให้ร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวล เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการศึกษาในขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการระดับตำบลและอำเภอ องค์กรด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ ผู้รับผิดชอบจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ผู้นำชุมชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมรับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

โดยมี นายนพดล นุ่มน้อย วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กล่าวปิดการประชุม พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน ซึ่งกรมทางหลวงจะนำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลที่ได้รับจากเวทีประชุมไปประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ กรมทางหลวงมุ่งหวังให้การทบทวนและออกแบบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนตอบสนองความต้องการของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

พลังกีฬา “ตชด.ภ.จว.ปทุมฯ”“ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” รวมพลังวงการกีฬากรมพลศึกษาและพันธมิตร ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือสังคม ณ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย

วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ น. พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ ฐากูลปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” ครั้งที่ ๗ พร้อมด้วย ดร. กิตติพงษ์ โพธิ์มู อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา ดร.ปัญญา หาญลำยวง อดีตอธิบดีกรมรักษา นายอดุลยชาติ ขันธมะ (กรมพลศึกษา) พลตำรวจตรี มนัส รุ่งนาค พลเอก รัฐพล ธูปประสม ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ พันตำรวจเอก ดร.ทศพร ปทุมยา รองผู้บังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดนภาค2ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี. นายทรงเดช ภรนพดล กรรมการผู้จัดการบริษัทเวอร์ซุส รวมพลังผู้บริหาร ข้าราชการ นักกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลากหลายหน่วยงาน ร่วมใช้กีฬาเป็นสื่อกลางสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดี พร้อมระดมทุนช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม.

โดยมี พลตำรวจตรี พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีกล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีคณะผู้บริหารกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้แทนกรมพลศึกษา ผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนจากทุกภาคส่วน ตลอดจนผู้บริหารทีมฟุตบอล นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลตำรวจโท ณัฐ สิงห์อุดม พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูลปุณยสิริ. ผบช.ตชด. พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม. พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.วันชนะ ธรรมเสมา. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.พงษ์พิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์. รอง ผบช.ตชด.

พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.เจนณรงค์ สมเสถียร. ผบก.อก. พล.ต.ต.สกนธ์ อนนท์รัตน์ ผบก.สสน. พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ รอง.ผบก.ตชด.ภาค 1 พ.ต.อ.พงศ์พัชร นิคมภักดี รอง.ผบก.ตชก.ภาค 2 พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา รอง.ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้ารอง.ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง.ผบก.ตชด.ภาค 3. และ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รวมถึงผู้บังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ๖ ทีม ได้แก่ ทีม WORK (ทหารบก) ทีมชมรมฟุตบอลโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ทีมวีไอพีสรรพสามิต ทีมวีไอพีตำรวจตระเวนชายแดน ทีมวีไอพีกรมพลศึกษา และทีมวีไอพีตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พร้อมจัดการแข่งขันคู่พิเศษระหว่างทีมวีไอพี เวอร์ซุส all star เพื่อสร้างสีสันและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายพันธมิตรกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๗ มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย พัฒนาจิตใจและน้ำใจนักกีฬา ส่งเสริมจิตสาธารณะและการแบ่งปัน บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และขยายเครือข่ายกิจกรรมเพื่อสังคมให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

นอกจากนี้ รายได้จากการแข่งขันจะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือสังคม โดยมอบทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ระดับประถมศึกษา จำนวน ๙ ทุน ทุนละ ๑,๐๐๐ บาท และระดับมัธยมศึกษา จำนวน ๑๘ ทุน ทุนละ ๒,๐๐๐ บาท รวมทั้งมอบเงินสนับสนุนสถานสงเคราะห์และองค์กรที่ให้การดูแลผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ จำนวน ๓ แห่ง แห่งละ ๑๐,๐๐๐ บาท ได้แก่ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด รวมยอดเงินบริจาคทั้งสิ้น ๑๐๒,๐๐๐ บาท

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างกรมพลศึกษาและกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีความสัมพันธ์และทำกิจกรรมด้านกีฬาร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นจากความร่วมมือในการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ก่อนขยายความร่วมมือไปยังทีมพันธมิตรจากหน่วยงานต่าง ๆ และพัฒนาสู่กิจกรรมฟุตบอลการกุศลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๘. กิจกรรมฟุตบอล Charityได้จัดขึ่นอย่างต่อเนื่องปีละครั้งต่อเนื่องกัน (มีเว้นช่วงโควิต) โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๗ซึ่งเป็นความร่วมมือในการ เป็นเจ้าภาพรวมกันของทีม ที่เข้าร่วมแข่งขันเพื่อการกุศลโดยริเรื่มจากความร่วมมือกันระหว่างกรมพลศึกษากับกองบัญชาการตำรวจตระเวน

ชายแดนที่มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน จากการแข่งขันกีฬารร.ตชด.และต่อสานแผ่ขยายไปยังทีมที่เป็นพันธมิตรร่วมกัน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๖๘ ในยุคท่านดร.กิตติพงษ์โพธิมู อธิบดีกรมพลศึกษา ตามลำดับซึ่งทาง บช.ตชด.มีท่านพล.ต.ท.อรรถชัย เกิดมงคล เป็น ผบช.ตชด.ในตอนนั้นได้ร่วมกิจกรรมด้วยตนเองและทำกิจกรรมต่อเนื่องเรื่อยมา หลายท่านอธิบดีฯ อาทิ ดร.ปัญญา หาญลำยวง ดร.สันติ ป่าหวาย ดร.นิวัฒนลิ้มสุขนิรันด์ และอีกหลายท่าน จนกระทั่งถึงปัจจุบันท่านมงคล วิมลรัตน์ เป็นอธิบดีกรมพลศึกษา

ในโอกาสนี้ พันตำรวจเอกทศพร ปทุมยา รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 ผู้ประสานงานการจัดการแข่งขันได้กล่าวขอบคุณกรมพลศึกษาที่สนับสนุนและเอื้อเฟื้อสถานที่จัดการแข่งขันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงขอบคุณทีมพันธมิตรทุกทีมที่ร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนกิจกรรมการกุศลมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันสามารถดำเนินการระดมทุนเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้เป็นรูปธรรม

จากนั้น ประธานในพิธีได้กล่าวเปิดการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความสามัคคี และน้ำใจนักกีฬา สะท้อนให้เห็นถึงพลังของกีฬาในการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง“ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นเวทีแห่งมิตรภาพ การแบ่งปัน และการส่งต่อโอกาส สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการใช้กีฬาเป็นพลังสร้างสรรค์สังคม.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาภายใน “ราชาวดีเกมส์” โรงเรียนราชินีบูรณะ ปีการศึกษา 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนราชินีบูรณะ นายกองโทเอกพันธ์ คุปตวัช ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนราชินีบูรณะ เป็นประธานกล่าวเปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาภายใน “ราชาวดีเกมส์”

โรงเรียนราชินีบูรณะประจำปีการศึกษา 2569 และว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม

และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์การแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญาอารมณ์ และสังคม มีสุขภาพพลามัยแข็งแรงจากการเล่นกีฬา ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา

รู้จักแพ้ รู้จักชนะรู้จักอภัย ฝึกให้นักเรียนรู้จักการวางแผนในการทำงานและสามารถทำงานเป็นหมู่คณะได้ และเพื่อให้นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด การจัดการแข่งขันแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 สีแดง ปาริชาติ สีเขียว นิลุบล สีม่วง พวงคราม และสีเหลือง

ราชพฤกษ์ รายการแข่งขันกีฬาประกอบด้วยบาสเกตบอล เทเบิลเทนนิส กีฬาแชร์บอล กรีฑา ชักเย่อ เกมต่างๆ กิจกรรมเข้าจังหวะประกอบดนตรี ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีการประกวดกองเชียร์ เพลงเชียร์ดีเด่น ซุ้มกองเชียร์ และขบวนพาเหรด ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากคณะครูโรงเรียนเทศบาล 4 (เชาวนปรีชาอุทิศ) มาร่วมเป็นกรรมการกลางในการตัดสินให้คะแนนด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สโมสรฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด จัดงานเปิดตัวสโมสรและทีมฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด ฤดูกาลใหม่ “AWAKEN THE TIGER ปลุกพลังเสือป่า”

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (29 สิงหาคม 2569) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม สโมสรฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด โดย ดร.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ประธานสโมสร และ ดร.ชุตินันศ์ สะสมทรัพย์ รองประธานสโมสร ได้จัดงานเปิดตัวสโมสรและทีมฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2026/27

โดยมี นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวให้กำลังใจกับทีมขุนพลนักกีฬา พร้อมด้วย คุณวีร์ธิดา วัฒนาผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้า เซ็นทรัลนครปฐม คุณธเนศร์เศียร หิมะทองคำ กรรมการผู้จัดการบริษัทฟุตบอลทองคำ จำกัด (HUMMEL)

ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวและสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนคลับ รวมถึงประชาชนชาวนครปฐม ก่อนเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ “ไทยลีก 2” รายการ BYD SEAL 5 LEAGUE 2 ฤดูกาล 2026/27 ซึ่งมีกำหนดเปิดฤดูกาลในวันที่ 5 กันยายน 2569

สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด ยังคงเดินหน้าสร้างทีมภายใต้แบรนด์ Hummel พร้อมเปิดตัวชุดแข่งขันและชุดแข่งฤดูกาลใหม่ รวมถึงเปิดตัวนักกีฬาและชุดแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยใช้แนวคิด “AWAKEN THE TIGER – ปลุกพลังเสือป่า” สะท้อนความมุ่งมั่นของทีมในการไล่ล่าทุกแต้ม ทุกชัยชนะ และเป้าหมายความสำเร็จในฤดูกาลใหม่

ภายในงานแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กิจกรรมภายในศูนย์การค้า ชั้น G ตั้งแต่เวลา 10.00–22.00 น. เปิดจำหน่ายเสื้อแข่งขันฤดูกาลใหม่และของที่ระลึก พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกและรับของรางวัลจากผู้สนับสนุน
ส่วนกิจกรรมภายนอกศูนย์การค้า เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00–24.00 น. เป็นงานเปิดตัวชุดแข่งขัน

พบกับขวัญกำลังใจจากแฟนบอลและผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ พร้อมเติมเต็มความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน “ตู่ ภพธร” และกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลจากสโมสรการเปิดตัวครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณความ

พร้อมของ นครปฐม ยูไนเต็ด ก่อนลงสนามสู้ศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 พร้อมเชิญชวนแฟนบอลชาวนครปฐมร่วมส่งกำลังใจและเป็นพลังสำคัญให้ทัพ “เสือป่า” เดินหน้าสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในฤดูกาลนี้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / จัดแข่งขันกีฬานักเรียนประจำจังหวัดและอำเภอ ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนมัธยมเทศบาล 4 อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานกิจกรรม พร้อมด้วยนายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี

นายณัฏฐ์กร ศิริผ่องแผ้ว นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี นายประจบ จันทร์กู่ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสิงห์บุรี และ ดร.จิราธิวัฒน์ มะโนวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ อาทิ

ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี เทศบาลเมืองสิงห์บุรี อบจจังหวัดสิงห์บุรี ปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสิงห์บุรี

การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสิงห์บุรี ท้องถิ่นจังหวัดสิงห์บุรี ป้องกันจังหวัดสิงห์บุรี ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ฝึกสอน นักกีฬา คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี จัดพิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬานักเรียนประจำจังหวัดและอำเภอ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของเด็กและเยาวชน เปิดโอกาสให้นักเรียน

ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และน้ำใจนักกีฬาไฮไลท์สำคัญภายในงานพิธีเปิด ด้วยขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่จากทัพนักกีฬาประเภทต่างๆการแสดง “คีตมวยไทย” ที่สวยงามและพร้อมเพรียงจากนักเรียนโรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก

และพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณเพื่อแสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานและบุคคลที่ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันในครั้งนี้โอกาสนี้ นางสาวณทิพย์รดา ทองสุข ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมเทศบาล 4

กล่าวต้อนรับประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติ พร้อมกล่าวถึงความพร้อมของโรงเรียนในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเปตองและเซปักตะกร้อ โดยได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ บุคลากร และการอำนวยความสะดวก เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีมาตรฐาน

นอกจากนี้ นายสหรัฐ อร่ามรส นักเรียนโรงเรียนมัธยมเทศบาล 4 และนักกีฬาเปตองเยาวชนผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดสิงห์บุรี ได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำกล่าวคำปฏิญาณตนนักกีฬาเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันด้วยความสุจริต เคารพกติกา มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างนักกีฬาจากสถานศึกษาต่าง ๆ

ด้าน ดร.จิราธิวัฒน์ มะโนวรรณ กล่าวถึงการจัดการแข่งขันว่า โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและนักศึกษามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้ง

พัฒนาทักษะและประสบการณ์ด้านกีฬา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาที่มีศักยภาพในระดับที่สูงขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬานักเรียนประจำจังหวัดและอำเภอ ประจำปี 2569 มีนักเรียนและนักศึกษาจากสถานศึกษาภายในจังหวัดสิงห์บุรีเข้าร่วมประมาณ 500 คน ครอบคลุมการแข่งขัน 5 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล วอลเลย์บอล วอลเลย์บอลชายหาด เซปักตะกร้อ และเปตอง

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน โดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นสื่อในการส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ห่างไกลจากยาเสพติด พร้อม

ปลูกฝังคุณธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ทั้งความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสามัคคี การทำงานเป็นทีม และการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยจังหวัดสิงห์บุรีขอขอบคุณกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานภาครัฐ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผู้

บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ฝึกสอน นักกีฬา คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และผู้สนับสนุนทุกฝ่าย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการแข่งขันให้บรรลุวัตถุประสงค์ และร่วมสร้างโอกาสให้เยาวชนจังหวัดสิงห์บุรีได้พัฒนาศักยภาพด้านกีฬา

ควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดี มีคุณธรรม และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและจังหวัดสิงห์บุรีต่อไป#สิงห์บุรี #กีฬานักเรียน2569 #ส่งเสริมกีฬาเยาวชน #การท่องเที่ยวและกีฬาสิงห์บุรี #เด็กและเยาวชน #ห่างไกลยาเสพติด #รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” เปิดโครงการ “เพื่อนกันมันส์โนแอล” แข่งขันฟุตซอลรุ่น U-18 ต่อยอดจาก U-15 สู่ U-18 เปลี่ยนสนามกีฬา โรงเรียน ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ลงพื้นที่บึงกาฬ เปิดโครงการ “เพื่อนกันมันส์โนแอล” แข่งขันฟุตซอลรุ่น U-18 ต่อยอดจาก U-15 สู่ U-18 เปลี่ยนสนามกีฬา โรงเรียน ชุมชน เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ปลอดภัยให้เด็กเยาวชน ด้าน สสส.-สคล. ผนึก 8 สถาบันศึกษา ลงนาม MOU สร้างสถานศึกษาปลอดปัจจัยเสี่ยง เผยผลสำรวจเด็ก 90.5% ชี้ กีฬาช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงได้จริง อีก 69.6% รับมีวินัยมากขึ้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ส.ค. 2569 ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE 2026 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด ร่วมกับ สถานศึกษา 8 แห่ง และภาคีเครือข่าย

โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะชีวิต โดยการดูแลเด็กและเยาวชนไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสังคมโดยรวม โดยโครงการนี้ เป็นการส่งเสริมการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะชีวิต สร้างภูมิคุ้มกัน ถือเป็นการเปลี่ยน “สนามกีฬา” ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เปลี่ยน “สถานศึกษา” ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย และเชื่อม “ชุมชน” ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างอย่าสร้างสรรค์“การลงนาม MOU

สถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด จะต้องไม่เป็นเพียงพิธีการ แต่เป็นกลไกในการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องนำไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งด้านการป้องกัน การสร้างความรู้ การสร้างกิจกรรมทางเลือก และการจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ขอชื่นชมเครือข่ายสถานศึกษาทั้ง 8 แห่งที่เข้าร่วม สามารถขยายผลเป็นต้นแบบไปยังพื้นที่อื่นต่อไป และขอฝากไปถึงเด็กและเยาวชนให้รู้เท่าทัน รู้จักคิด กล้าปฏิเสธ และเป็นเพื่อนที่ดี ชวนกันทำสิ่งที่สร้างสรรค์ เพราะชัยชนะที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เพียงการชนะในสนามแข่งขัน แต่คือการชนะใจตนเอง และเลือกเส้นทางชีวิตที่ดีให้กับตัวเอง” รองนายกฯ กล่าว

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีสุขภาวะที่ดี มีทักษะชีวิต มีวินัย และเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมองว่ากีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน เพราะนอกจากช่วยส่งเสริมสุขภาพแล้ว ยังช่วยพัฒนาวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม การเคารพกติกา และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น โครงการ “เพื่อนกันมันส์โนแอล” จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันฟุตซอล แต่เป็นการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน” พร้อมเน้นย้ำว่า จังหวัดต้องการเห็นการทำงานร่วมกันของสถานศึกษา ชุมชน ครอบครัว และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็ก

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และเครือข่ายโค้ชฟุตซอล ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาเยาวชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาวะ ภูมิคุ้มกัน และทักษะชีวิตในการป้องกันและลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน และยาเสพติด ซึ่งโครงการนี้เป็นการเพิ่ม “โอกาส” และ “พื้นที่” ให้เยาวชนสามารถเติบโตต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และปลอดภัย จากการดำเนินงานที่เริ่มนำร่องในปี 2561 จากทีมเข้าร่วม 74 ทีม ปัจจุบันขยายตัวเป็นมากกว่า 1,000 ทีม จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีนักกีฬาและทีมงานเข้าร่วมมากกว่า 10,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในวงกว้าง

“จากการประเมินผลโครงการจากเยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขัน SDN Futsal No-L Cup 2026 จำนวน 1,144 คน จาก 11 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบว่า เยาวชน 30.3% หรือ 347 คน เคยมีพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเข้าสู่กิจกรรมกีฬา และหลังเข้าร่วมกิจกรรม เยาวชนกลุ่มดังกล่าว 90.5% หรือ 314 คน สามารถลดหรือเลิกพฤติกรรมเสี่ยงได้ ขณะที่ 69.6% ระบุว่าตนเองมีระเบียบวินัยมากขึ้น มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน และใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น

สะท้อนว่า ‘พื้นที่สร้างสรรค์’ ไม่ได้สร้างเพียงกิจกรรม แต่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม ทักษะชีวิต และภูมิคุ้มกันของเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว นายฉลอง นพคุณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ในฐานะเจ้าภาพและตัวแทนสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 8 แห่ง กล่าวว่า สถานศึกษาทั้ง 8 แห่ง มีความมุ่งมั่นที่จะใช้กีฬาเป็นฐานการเรียนรู้ หรือ Sport for Development เพื่อพัฒนาความรอบรู้ ทักษะชีวิต วินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำของเยาวชน และสร้างเครือข่ายและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง ผ่านกระบวนการทั้งการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ การอบรมแกนนำเยาวชน

นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน กล่าวว่า การขยายแนวคิดพื้นที่สร้างสรรค์จากสนามกีฬาไปสู่โรงเรียนและชุมชน โดยสถานศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนขยายโอกาสในจังหวัดบึงกาฬ อย่างโรงเรียนบ้านคำไผ่ มีบทบาทสำคัญช่วยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย พร้อมเชื่อมโยงการทำงานระหว่างครู ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันดูแลเด็ก เป็นการสร้าง

“ระบบนิเวศการดูแลเด็ก” เพราะการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไม่สามารถเกิดขึ้นจากกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งเพียงลำพัง ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมสร้างโอกาสและลดพื้นที่เสี่ยงไปพร้อมกัน ภายใต้เป้าหมาย สร้างคนรุ่นใหม่ ที่สุขภาพดี มีทักษะชีวิต ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง “เพื่อนกันมันส์โนแอล” จึงไม่ใช่เพียงคำขวัญของการแข่งขัน แต่เป็นแนวคิดการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของเยาวชนบึงกาฬ เพื่อนชวนเพื่อนทำสิ่งดี โรงเรียนเปิดพื้นที่ ชุมชนช่วยดูแล และทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างอนาคตให้เด็กและเยาวชน

สำหรับสถานศึกษาที่เข้าร่วมทั้ง 8 แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ โรงเรียนหนองเข็งวิทยาคม โรงเรียนศรีวิไลวิทยา โรงเรียนบุ่งคล้านคร โรงเรียนศรีชมภูวิทยา โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ซึ่งจะร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมและสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสถานศึกษา
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี พิธีประชุมประจำเดือน การบริหารงานตำรวจ สภ.โคกสำโรง (กต.ตร.) และเปิดใช้สนามเปตอง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 สิงหาคม 25569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรงนายณัฐพงษ์ อารยางกูร ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง (เป็นประธานประชุม)

โดยมี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ คณะกรรมการ กต.ตร. และที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้การประชุมประจำเดือนได้สรุปงานตำรวจและสถานการณ์อาชญากรรมในพื้นที่ สภ.โคกสำโรง รวมทั้งงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมรายงานผลการปฏิบัติในรอบ 6 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคม

ถึงเดือน มิถุนายน 2569งานสืบสวนรายงานผลการปฏิบัติการจับกุมในรอบ 6 เดือนเช่นเดียวกัน รวมถึงรับฟัง ปัญหาและอุปสรรค ในการปฏิบัติงาน และข้อเสนอแนะต่างๆ ในที่ประชุม

จากนั้นได้มีพิธีเปิดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาเปตองเชื่อมความสามัคคี ระหว่างคณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พบกับทีมผู้บังคับบัญชา สภ.โคกสำโรง อีกด้วย โดยแบ่งเป็นทีมผู้ชนะ ออกเป็น 3 ทีม

จะได้รับรางวัลที่ 1 รางวัลที่ 2 และรางวัลที่ 3 ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธร โคกสำโรง ได้มอบเครื่องทำน้ำเย็น ให้กับทางสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ไว้ใช้ จำนวน 1 เครื่อง

สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ได้จัดสร้างและเปิดใช้งานสนามเปตองแห่งใหม่นี้ ก็เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นสถานที่ออกกำลังกายและพัฒนาทักษะกีฬา ส่งเสริมให้ออกกำลังกายมีสุขภาพที่แข็งแรง พูดคุย

สร้างความคุ้นเคย และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพกติกา โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรงและคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.)

วัตถุประสงค์ที่สำคัญของการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจของข้าราชการตำรวจทุกช่วงวัย อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสามัคคี ความรักใคร่กลมเกลียว และความสัมพันธ์อันดีภายในหน่วยงานอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/“รองบอย-ดำรงค์เกียรติ” เปิดยิ่งใหญ่ HOPE GAMES 2026 ต้อนรับ 8 พันชีวิตร่วมค่ายเยาวชนและครอบครัว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 ก.ค.69 ที่อาคารกรีฑาในร่มเมืองพัทยา ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก จ.ชลบุรี นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงาน HOPE GAMES 2026 โครงการค่ายเยาวชนและครอบครัว ประจำปี 2569 โดยมูลนิธิโฮป อะคาเดมี่ และมอบถ้วยรางวัลการแข่งขันฟุตซอลการกุศล โดยมี สมาชิกพี่น้องคริสเตียนในสังกัดมูลนิธิฯ จากทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 8,000 คน

โดยในพิธีได้รับเกียรติจาก นายพีระวัฒณ์ มงคลศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้แทนผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) อาจารย์พรประภา เหล่าทวีกิจ ผู้แทน ดร.พิษณุนาท ศรีทะวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิโฮป อะคาเดมี่ นายอาทิตย์ สุขตน ผู้บริหารโครงการมูลนิธิโฮป อะคาเดมี่ และนายกรณ์ พัฒนสิน ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา เข้าร่วมพิธี

ด้วยมูลนิธิโฮป อะคาเดมี่ ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลไม่แสวงหากำไร มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคนและสังคมในด้านต่างๆ เช่น ดำเนินกิจการด้านสังคมสงเคราะห์เพื่อการสาธารณประโยชน์ ส่งเสริมสุขภาพและสาธารณสุข การพัฒนาศักยภาพให้ความรู้และเสริมสร้างทักษะทางด้านการศึกษา ผ่านกิจกรรมฝึกอบรม นันทนาการและกีฬา แก่เด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ตลอดจนมุ่งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัคร เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนและสังคมจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ

รวมทั้งสนับสนุนการสร้างความสัมพันธ์อันดี ส่งเสริมให้เกิดความผูกพันในสถาบันครอบครัวอย่างทั้มแข็งและยังแลงยืน ในการนี้จึงได้กำหนดจัดกิจกรรม “โครงการค่ายเยาวชนและครอบครัว และการแข่งขัน
การกุศล ประจำปี 2569″ ระหว่างวันที่ 25-28 กรกฎาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม กลุ่มครอบครัว เพื่อสร้าง ความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวอย่างยั่งยืน ปลูกฝังค่านิยมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม และความสามัคคี

กิจกรรมในงานประกอบไปด้วย พิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงพลังความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องโอกานโอกาสวันเผลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และจัดแข่งขันฟุตซอลการกุศล โดยชมรมฟุตชอลเครือข่ายจิตอาสาทุกภูมิภาคและเครือข่ายภาคตะวันออก

การสัมมนาวิชาการ การบรรยายให้ข้อคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเมื่ออยู่ร่วมกันใน
สังคม/ฝากชุมชนและครอบครัว, หลักคิดคุณธรรมจริยธรรมในการดำเนินชีวิต
ในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดชุมชน “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้สอดคล้องกับ
แนวทางวิสัยทัศน์นโยบายของรัฐบาล และแผนขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ
ด้วยโมเดล BCG ตลอดจนข้อคิดที่เป็นประโยชน์ในด้านต่าง ๆ แก่เด็กเยาวชน
ในทุกช่วงวัย

รวมทั้ง กิจกรรมนันทนาการ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม
การพัฒนาศักยภาพของผู้เข้าร่วมโครงการ ค่ายเด็กและเยาวชน เพื่อประโยชน์
ในการสร้างค่านิยมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้มแข็ง มีความเป็นเอกภาพ
สมัครสมานสามัคคี, พิธีมอบทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่เรียนดีมีจิตสาธารณะ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรักชุมชน และอาสาทำประโยชน์ให้สังคมของตนเองจำนวนกว่า
300 ทุน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ชาวชุมพรสุดภาคภูมิใจ! 5 นักเตะสาวชาวชุมพร พาทีมชาติไทยคว้าอันดับ 3 โลก ศึกฟุตบอลหญิงยูนิฟายด์ เวิลด์คัพ 2026

แชร์เนื้อหานี้

สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวจังหวัดชุมพรและคนไทยทั้งประเทศ เมื่อทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ประเภท 7 คน คว้าอันดับ 3 ของโลก ในการแข่งขัน Special Olympics Unified Football World Cup 2026 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–11 กรกฎาคม 2569 ทีมชาติไทยเป็นทีมเดียวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผ่านเข้าร่วมการแข่งขัน และสามารถสร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการคว้าเหรียญทองแดง พร้อมรับรางวัล Best Partner Team (ทีมพาร์ทเนอร์ยอดเยี่ยม) สะท้อนถึงการทำงานเป็นทีมและจิตวิญญาณแห่งกีฬาที่ยอดเยี่ยม

ผลการแข่งขันประเภททีมหญิง (7 คน) อันดับ 1 กัวเตมาลาอันดับ 2 คอสตาริกา อันดับ 3 ประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีนักกีฬาจากจังหวัดชุมพรร่วมสร้างประวัติศาสตร์ถึง 3 คน ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอุดมวิทยากร สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองหลังสวน ได้แก่ นางสาวณัฐธิดา สมชาติ
นางสาวธิดาทิพย์ ปานแก้ว กัปตันทีม นางสาวเสาวภาคย์ นาคสนิท

นางสาวเกวลิน ธรรมนิยม (น้องปิ่น)นักกีฬาพิเศษ
นางสาว เอกจิตตรา คงตะโก (น้องแซนตี้ )ผู้รักษาประตู (นักกีฬาพิเศษ)นักกีฬาทุกคนผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นภายใต้การดูแลของ นายรัฐเขต ชินชำ นาญ (โค้ชยอด), นางสาวอัจจิมา ทูลฉลอง (โค้ชป๋อ)  นางสาวมนัชญา ฤทธิเกษร (ครูนา)
นางสาวกัญญา สาหรี ผู้ฝึกสอน(โค้ชควบคุมทีมไปปารีส) และ นายเรวัติ หมู่โยธา (Home Coach)

ความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองหลังสวน นำโดย นายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองหลังสวน ดร.สุรภา นิลยกานนท์ ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนอุดมวิทยากร  และ นางฐิติมณฑ์ ฐิติไวฑูรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล  ซึ่งร่วมผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการแข่งขัน Special Olympics Unified Football World Cup ครั้งต่อไป มีกำหนดจัดขึ้นในปี 2571 ณ ประเทศปารากวัย โดยทีมชาติไทยตั้งเป้าสานต่อความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีกครั้งบนเวทีโลก.

///เอกชนะ นวนละมัย รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / งานแถลงข่าวการแข่งขัน “KORAT MARATHON 2026”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ณ อีเวนต์ฮอลล์ 2 ชั้น 2 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ โคราช จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดงานแถลงข่าวการแข่งขัน “โคราชมาราธอน 2026” (KORAT MARATHON 2026) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE MEMORABLE MARATHON” หรือ “มาราธอนแห่งความประทับใจ” โดยได้รับเกียรติจาก คุณมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2, คุณปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการ เดอะมอลล์ โคราช และคุณอลงกรณ์ เจียมอนุกูลกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด เข้าร่วมแถลงรายละเอียด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “ในปีนี้ชาวโคราชพร้อมใจรวมพลังจัดงานวิ่งมาราธอนสนามนี้อย่างเต็มที่ ให้เป็นงานวิ่งที่ยิ่งใหญ่ประจำจังหวัดนครราชสีมา พร้อมมาตรฐานระดับโลก จังหวัดนครราชสีมาได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เตรียมความพร้อมอย่างเต็มพิกัดในทุกด้าน ทั้งเส้นทางที่ได้รับรองมาตรฐาน การดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง และการอำนวยความสะดวกต้อนรับนักวิ่งจากทั่วประเทศ รวมถึงกองเชียร์วงดุริยางค์ดีกรีระดับโลกที่มาร่วมเชียร์เป็นกำลังใจตลอดเส้นทาง ผมเชื่อมั่นว่า KORAT MARATHON 2026 จะยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ด้วยเป้าหมายนักวิ่งกว่า 10,000 คน ตอกย้ำความพร้อมของโคราชในการเป็นเจ้าภาพมาราธอนระดับ World Athletics Road Race Label อย่างยั่งยืน”

พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า “กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมต้อนรับนักวิ่งและผู้มาเยือน เส้นทางโคราชมาราธอน 2026 วิ่งผ่านพื้นที่ของทางกองทัพ ซึ่งกองทัพพร้อมอำนวยความสะดวกทุกด้านทั้งเรื่องกำลังพลและการดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง เพื่อให้นักวิ่งทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีอย่างสูงสุด สะท้อนบทบาทของกองทัพในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน สังคม และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน”คุณปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการ เดอะมอลล์โคราช กล่าวว่า “เดอะมอลล์กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจรีเทลและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย มีความเชื่อมั่นเสมอว่าศูนย์การค้าไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แห่งการจับจ่ายใช้สอยเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้คน สร้างสรรค์กิจกรรมที่มีคุณค่า และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีที่ เดอะมอลล์ โคราช ได้เติบโตเคียงข้างชาวนครราชสีมา เราภาค

ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “KORAT MARATHON 2026” งานวิ่งมาตรฐานที่ไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย แต่ยังหลอมรวมเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยว วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวโคราชไว้อย่างงดงาม พิเศษสุดสำหรับนักวิ่งทุกท่าน เดอะมอลล์ โคราช ได้เตรียมความพร้อมสู่วันแข่งขันจริง กับสินค้าและอุปกรณ์วิ่งครบวงจรในงาน Korat Marathon Sports Fest ที่ EVENT HALL 2 ชั้น 2 รวมไปถึงใน SPORTS MALL และร้านค้ากีฬาในศูนย์การค้า เดอะมอลล์โคราช เพื่อให้ทุกก้าวของการ เตรียมตัวเป็นก้าวที่มั่นใจ พร้อมมุ่งสู่เส้นชัยแห่งความสำเร็จไปด้วยกัน “คุณอลงกรณ์ เจียมอนุกูลกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด ในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า”KORAT MARATHON 2026 จัดขึ้นเพื่อสร้างงานอีเวนต์กีฬามวลชนระดับนานาชาติประจำปีของจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งเป็นการสร้างงานวิ่งมาตรฐานสากลให้เป็นจุดหมายของนักวิ่งจากทั่วทุกมุมโลก และสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างมาราธอนที่สุดแสนประทับใจแห่งเมืองย่าโม ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับจังหวัดนครราชสีมา ไฮไลท์ของการแข่งขันครั้งนี้คือ The Memorable Marathon มาราธอนแห่งความประทับใจ ถ่ายทอดเอกลักษณ์วัฒนธรรมแห่งเมืองโคราช

รวมทั้ง Point to Point Route ปล่อยตัวบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) วิ่งผ่านแลนด์มาร์คเมืองโคราช Run Through Korat City และเข้าเส้นชัยวิวสวย Scenic Finish Venue ที่สวนน้ำบุ่งตาหล่วเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ภายใต้ World Class Race มาตรฐานงานวิ่งระดับโลก พร้อม World Class Cheering Team กองเชียร์และการแสดงระดับโลกตลอดเส้นทาง” สำหรับ “โคราชมาราธอน 2026” จะจัดการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2569 จุดปล่อยตัว ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) และเข้าเส้นชัยที่สวนน้ำบุ่งตาหลัวเฉลิมพระเกียรติ ร.9 การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะมาราธอน 42.195 กม., ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม., ระยะมินิมาราธอน 10 กม. และระยะไมโครมาราธอน 5 กม. กำหนดวันรับอุปกรณ์ (Expo Day) ในวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.30–19.00 น. ที่แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราช

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

#สื่อรัฐทีวี#สื่อรัฐนิวส์ /เปิดฉาก “NARATHIWAT TRIATHLON 2026” ปีที่ 2 นักกีฬากว่า 200 ชีวิต ร่วมชิงชัยริมอ่าวมะนาว ดัน “สปอร์ตทัวริซึม” ปลุกเศรษฐกิจชายแดนใต้ สู่จุดหมายกีฬาโลก

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (28 มิถุนายน 2569) เวลา 06.00 น. บริเวณชายหาดอุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เปิดฉากการแข่งขัน “NARATHIWAT TRIATHLON 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพส่งเสริมการกีฬาจังหวัดนราธิวาส ประจำปี 2569 โดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางขนิษฐา หอมยามเย็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส

หัวหน้าส่วนราชการ ทัพนักกีฬาจากทั่วสารทิศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ นิวซีแลนด์ แคนาดา เลบานอน และมาเลเซีย กว่า 200 คน หลั่งไหลเข้าร่วมการแข่งขัน ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของชายหาดอ่าวมะนาว

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม

โดยการแข่งขันไตรกีฬาในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่แล้ว ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด

ถ่ายทอดความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และแสดงศักยภาพความพร้อมในการรองรับการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติในอนาคตผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังกล่าวต้อนรับนักกีฬาและผู้ติดตามจากทุกพื้นที่

พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้การแข่งขันประสบความสำเร็จ และหวังว่าผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับทั้งสุขภาพที่แข็งแรง ความปลอดภัย และความประทับใจจากเสน่ห์ของจังหวัดนราธิวาสกลับไป

ด้าน นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มรายได้

กระจายเม็ดเงินสู่ชุมชน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้จังหวัดอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับระบบการกีฬาให้ครอบคลุมทั้งกีฬามวลชน กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ และกีฬาอาชีพ.

ร และวิ่ง 5 กิโลเมตร, ไตรกีฬาระยะสั้นประเภททีมผสม 3 คน (ชาย-หญิง) ในระยะเดียวกัน และการแข่งขันทวิกีฬา วิ่ง 2.5 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 20 กิโลเมตร และวิ่ง 5 กิโลเมตร
การจัดการแข่งขัน “NARATHIWAT TRIATHLON 2026” ถือ

เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับจังหวัดนราธิวาสสู่การเป็น “New Destination” ด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดนักกีฬาและนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
//////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ไฮเซ่นส์” ร่วมกับ “กกท.เปิดศึกดวลแข้งฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชน โครงการ HISENSEFOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3

แชร์เนื้อหานี้

เป็นการ สร้างจุดเริ่มต้นในการจุดประกายความฝันสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นเวทีแห่งโอกาสให้กับเยาวชนทุกคนได้เติบโต เป็ นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต กทท.เชียงราย ระเบิดศึกฟุตบอลเยาวชน HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3  ผู้ว่าเชียงราย ร่วมเปิดการแข่งขัน ขอบคุณ บริษัทไฮเซ่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดอัดฉีดงบลงพื้นที่เชียงรายหนุนเยาวชนก้าวสู่เส้นทางฟุตบอล อนาคตสดใส

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2569 เวลา11.00น.ณ สนามสิงห์เชียงรายสเตเดี่ยม  จังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จังหวัด เป็น ประธาน พิธี เปิด การ แข่ง ขัน ฟุตบอล 7คน ชิง แชมป์ เยาวชนแชมป์ โครงการ HISENSE FOOTBALLYOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3  ที่สนามสิงห์เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงรายไฮเซ่นส์(Hisense) แบรนด์ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก

ในฐานะออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์(OfficialPartner) กับ ฟีฟ่า (FIFA) ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมจัดโครงการการแข่งขันฟุตบอล 7 คน เยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปีในจังหวัดเชียงราย ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลและอุปกรณ์โสตทัศนศึกษา ในระหว่างวันที่30,31 พฤษภาคม และ1 มิถุนายน 2569 ที่สนามสิงห์เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์พร้อมจุดประกายฝันก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพต่อไป

นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มว่า “ไฮเซ่นส์(Hisense) แบรนด์ผู้น าเทคโนโลยีระดับโลก ในฐานะ ออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์(Official Partner) กับ ฟีฟ่า (FIFA) ให้ความส าคัญกับ อีเอสจี(ESG) คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างต้นแบบองค์กรยั่งยืน และแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม จาก กรีน แฟคตอรี่(Green factory),รีไซเคิล แมททีเรียลส์(recycle materials),

การประหยัดพลังงาน ผ่านสินค้าภาย ใต้คัสตอมเมอร์โอเรียนเต็ล เทคโนโลยี (Customer Oriented Technology) และ เอ็กซ์ตรีม ควอลิตี้(Extreme Quality)และส่งเสริมการสร้างสรรค์สังคม รวมถึงมองการสร้างอนาคตที่ดีผ่านการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน”จากวิสัยทัศน์ของเรา ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างคุณค่า และการเติบโตให้กับธุรกิจ โดยค านึงถึงการรักษาสมดุลตามแนวคิด อีเอสจี(ESG)

ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และหลัก บรรษัทภิบาลที่ดีจึงเป็นที่มาของการจัดโครงการร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมสร้างต้นแบบองค์กรที่ด าเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติและส่งเสริมเยาวชนในกีฬฟุตบอล”โครงการ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ในปีนี้ถือเป็นการจัดการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่3 และนับเป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสน าโครงการออกไปจัดในพื้นที่ต่างจังหวัด ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อขยายโอกาสและเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนในภูมิภาค ได้เข้าถึงเวทีการแข่งขันฟุตบอลที่มีมาตรฐานระดับสากลอย่างแท้จริง เรามองเห็นศักยภาพของเยาวชนไทยในทุกพื้นที่และเชื่อว่าเด็กๆ ในต่างจังหวัด ควรได้รับโอกาสไม่แตกต่างจากในเมืองใหญ่โครงการนี้

จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้แสดงความสามารถ พัฒนาทักษะ และสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันระดับมืออาชีพ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นส าคัญในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคตบริษัทฯ ขอขอบคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ให้ความร่วมมือด้วยดีเสมอมา และร่วมเดินหน้าพัฒนาโครงการร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่3 รวมถึงขอบคุณทุกหน่วยงาน พันธมิตร โรงเรียน ผู้ฝึกสอน และผู้ปกครองทุกท่าน ที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ส าหรับ

“การแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์เยาวชนรุ่น 12 ปี HISENSE FOOTBALLYOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3” เป็นหนึ่งในโครงการ อีเอสจี(ESG) ที่ตั้งใจจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมศักยภาพและความเป็นเลิศของเยาวชนไทยด้านกีฬาและเป็นเวทีส าคัญในการแสดงความสามารถ ที่ไร้ขีดจ ากัด พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนที่รักในการเล่นกีฬาฟุตบอล ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงเงินรางวัลอย่างยิ่งใหญ่การแข่งขันจะมีขึ้น ระหว่างวันที่30, 31พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2569

จะเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามสิงห์เชียงราย สเตเดียมจังหวัดเชียงราย”ด้าน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “จังหวัด เชียงราย ขอชื่นชมและขอบคุณ ไฮเซ่นส์(Hisense) ที่ได้ให้ความส าคัญกับ อีเอสจี(ESG) ทั้งยังส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาเสมอมา และล่าสุด คือ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3” เป็นโครงการจัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์ เยาวชน

ในจังหวัดเชียงราย ซึ่ง จังหวัดเชียงราย ยินดีให้การสนับสนุน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแข่งขันในครั้งนี้จะส าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและช่วยจุดประกายความฝันให้น้องๆ เยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอล ได้พัฒนาตนเอง ก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพต่อไปในอนาคต”HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3(HISENSE Football YouthCup Sponsorship 2026 at Chiang Rai) เป็นการแข่งขัน ประเภทฟุตบอลนักเรียน 7 คน ยุวชนและเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 12 ปี

โดยได้เปิดรับสมัครทีมเข้าร่วมการแข่งขันจ านวน 32 โรงเรียน จัดการแข่งขันทั้งหมด 3 วัน โดยรอบแรก เป็นการแข่งขันแบบแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม จ านวน 8 กลุ่ม ตั้งแต่รอบ16 ทีม แข่งแบบแพ้คัดออก เพื่อชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท ดังนี้- รางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโสตทัศนูปกรณ์จาก บริษัท ไฮเช่นส์อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จ ากัด มูลค่า 120,000 บาท

  • รางวัลรองชนะเลิศล าดับที่1 ได้รับเงินรางวัล บ ารุงทีม 20,000 บาท
  • รางวัสรองชนะเลิศล าดับที่2 ได้รับเงินรางวัล บ ารุงทีม 10,000 บาท
  • รางวัลรองขนะเลิศล าดับที่3 ได้รับเงินรางวัล บ ารุงทีม 7,000 บาท
  • รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมMVP ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลดาวซัลโว ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลทีมเชียร์ยอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท#hisense #InnovatingABrighterLife #technology #quality #hisenseyouthcup #ฟุตบอลU12

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / โตโยต้า คาร์ท แอดวานซ์ เทรนนิ่ง ปี 2026 ปั้นเยาวชนนักขับโกคาร์ทรุ่นใหม่ ด.ช.ภูวริช วงษ์สืบ 11 ขวบ

แชร์เนื้อหานี้

โตโยต้า คาร์ท แอดวานซ์ เทรนนิ่ง ปี2026 ปั้นเยาวชนนักขับโกคาร์ทรุ่นใหม่ ด.ช.ภูวริช วงษ์สืบ อายุ 11 ปี ขับขี่ทดสอบทำเวลาดีที่สุดของปีนี้ ปังปอนด์ อัครวุฒิ และ เจมส์ ภูริพรรธน์ ร่วมสร้างแรงบรรดาลใจให้กับน้องๆ

ทูดับเบิลยูคาร์ทติ้ง ได้ร่วมกับ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด , บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดโครงการฝึกอบรมรถคาร์ทเยาวชน “ทรูวิชั่นส์ – โตโยต้า จูเนียร์โกคาร์ท แอดวานซ์ เทรนนิ่ง 2026” โครงการดังกล่าว เป็นโครงการขั้นที่ 2 จาก 3

โครงการ ที่ช่วยพัฒนาวงการรถคาร์ทของประเทศไทยอย่างมีศักยภาพ ทั้งนี้เยาวชนอายุ 8-11 ปี ที่ทำผลงานดีที่สุด จากโครงการขั้นต้น จำนวน 60 คน จะได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนทั้งหมด เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมรถคาร์ทระดับสูง ใน

ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีคุณค่าที่สอนให้เยาวชนได้เรียนรู้ การใช้ความเร็วอย่างปลอดภัย , “การรู้จักพัฒนาตนเอง” และโครงการฯนี้ยังเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาเป็นนักกีฬารถคาร์ทอย่างเต็มตัว

โดยมี 2 นักขับรถแข่ง ปังปอนด์ อัครวุฒิ และ เจมส์ ภูริพรรธน์ ร่วมส่งกำลังใจให้น้องๆ พร้อมร่วมกิจกรรมขับรถโกคาร์ท และยังมี “น้องพายุ”

ได้เข้าร่วมกิจกรรมขับขี่ทดสอบจับเวลาในรุ่น 9 ปี ได้ตำแหน่งที่ 3 มาครองในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับปีนี้ได้รับเกียรติจาก คุณขจร เจียรวนนท์ ประธานโครงการ

พัฒนากีฬารถคาร์ทเยาวชน ทูดับเบิลยูคาร์ทติ้ง , คุณชรินทร์ ศิริอนันต์ชัย รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด , คุณธีระ เสริมภักดีกุล ผู้อำนวย

การอาวุโส ฝ่ายขายตรง บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมงานพิธีมอบรางวัลให้กับเยาวชน น้องๆที่ขับขี่ทำเวลาดีที่สุด 3 อันดับแรกมีดังนี้

กลุ่มอายุ 8 ปี อันดับที่ 1 ด.ช.ธีรดนย์ วนะภูติ ทำเวลาได้ 21.996 วินาที , อันดับที่ 2 ด.ช.ปริทัศน์ เพชรดี ทำเวลาได้ 22.037 วินาที , อันดับที่ 3 ด.ช.พีรกันต์ มงคลอริยนันท์ ทำเวลาได้ 22.512

วินาทีกลุ่มอายุ 9 ปี อันดับที่ 1 ด.ช.อภิภู รัตนเศรณี 22.034 วินาที , อันดับที่ 2 ด.ช.อลันวฤทธิ์ วงศ์พรหมินทร์ ทำเวลาได้ 22.367 วินาที , อันดับที่ 3 ด.ช.พายุ ทำเวลาได้รังสีสิงห์พิพัฒน์ ทำเวลาได้ 22.533 วินาที

กลุ่มอายุ 10 ปี อันดับที่ 1 ด.ช.ภพธรรม แตงอ่อน ทำเวลาได้ 22.016 วินาที , อันดับที่ 2 ด.ช.ธรรศปริชณ์ สวัสดิโสภากุล ทำเวลาได้ 22.202 วินาที , อันดับที่ 3 ด.ช.กฤติธี สรวงโกมล ทำเวลาได้ 22.613 วินาทีกลุ่มอายุ 11 ปี อันดับที่ 1 ด.ช.ภูวริช

วงษ์สืบ ทำเวลาได้ 21.768 วินาที , อันดับที่ 2 ด.ช.ภาคิณ สินธุฉายทำเวลาได้ 21.992 วินาที , อันดับที่ 3 ด.ช.ภูดิสพงศ์ เลิศวิวัฒน์กุล ทำเวลาได้ 22.079 วินาทีสามารถติดตามการรับสมัครเข้าร่วมโครงการในปีต่อไปได้ที่ ทางเพจเฟสบุ้ค 2W Karting / LINE ID : @2w19 / 085-1748800

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “วิ่งมูเตรัน วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา” สนาม 2 ที่น่านคึกคัก หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เกิดรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 น. ณ ลานกีฬาชุมชนบ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 8 ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งมูเตรัน วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา” สนามที่ 2 จังหวัดน่าน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จัดขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านมิติการท่องเที่ยว

ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพบนฐานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และกระตุ้นการท่องเที่ยวภาย

ในประเทศให้เกิดรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ภายในงานมีการแข่งขันวิ่ง 2 ระยะ ได้แก่ Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยเส้นทางวิ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่สำคัญของจังหวัดน่าน อาทิ พระธาตุจอมแจ้ง จุดศรัทธาสำคัญของอำเภอปัว บรรยากาศสงบ อิ่มบุญ อิ่มใจ วัดภูเก็ต

วัดสวยบนเนินเขา มองเห็นวิวทุ่งนาและภูเขาแบบเต็มตา ได้ทั้งไหว้พระและเช็กอินภาพสวย วัดปรางค์ + ต้นดิกเดียม อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของปัว

ที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์และเรื่องเล่าอันเป็นเอกลักษณ์ วัดร้องแง วัดเก่าแก่ศิลปะไทลื้อ งดงาม สงบ และเต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม และบ้านร้องแง ชุมชนไทลื้อดั้งเดิม

ที่ยังคงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และกลิ่นอายแห่งศรัทธาไว้อย่างงดงาม สะท้อนอัตลักษณ์เมืองเก่าที่มีชีวิตและความงดงามของวัฒนธรรมล้านนา พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่

ทั้งนี้กิจกรรม “วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา มูเตรัน” เป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยมีกำหนดจัดต่อเนื่องอีก 2 สนาม ได้แก่จังหวัดพะเยา วันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ณ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา อำเภอเมืองพะเยา และปิด

ท้ายจังหวัดเชียงราย วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสาธารณะเชียงแสน อำเภอเชียงแสน เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งสุขภาพ ความศรัทธา และวัฒนธรรมล้านนาในพื้นที่ภาคเหนือ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก เดินหน้าสร้างฝันเยาวชนไทย มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าให้โรงเรียนท่างิ้ว(ต.ช.ด.อุปถัมภ์)อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง

แชร์เนื้อหานี้

พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอล ​[ตรัง]– โครงการคนละลูกสานต่อภารกิจสร้างโอกาสทางกีฬาให้เยาวชนไทย จัดกิจกรรม ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569 มอบลูกฟุตบอลคุณภาพมาตรฐานสากลจาก “มิกาซ่า” (Mikasa) ให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศไทย พร้อมเปิดตัวกิจกรรมคลินิกฟุตบอลเพื่อฝึกสอนทักษะพื้นฐานและเทคนิคการเล่นฟุตบอลอย่างถูกวิธีให้กับเด็กๆ

นายวิโรจน์ นิตย์ใหม่ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดตรัง (คนที่ 3 ขวามือ) มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายเกรียงไกร ตันเจี่ย ผู้อำนวยการโรงเรียนท่างิ้ว(ต.ช.ด.อุปถัมภ์) จังหวัดตรัง
​โครงการคนละลูก ในฐานะผู้นำเยาวชนด้านกีฬา ได้เล็งเห็นถึง

ความสำคัญของการออกกำลังกายและการสร้างระเบียบวินัยผ่านการเล่นกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬายอดนิยม แต่ในหลายพื้นที่ยังคงขาดแคลนอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ในปีนี้ทางโครงการคนละลูก จึงได้จัดหาลูกฟุตบอลมิกาซ่าเพื่อส่งมอบให้แก่โรงเรียนต่างๆ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนและฝึกซ้อม

นอกจากการมอบอุปกรณ์แล้ว ไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมในปีนี้คือการจัด “คลินิกฟุตบอล” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ มุ่งหวังที่จะเป็นสะพานส่งต่อโอกาสเหล่านี้ให้กับเด็กไทยทุกคน ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม การสนับสนุนลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล จะช่วยให้เยาวชนมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีนี้เป็นปีที่ 8 ผมต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน บริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์)จำกัด บริษัท พี.เค.พี.เท็กซ์ไทล์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด ที่สนับสนุนโครงการคนละลูกมาโดยตลอดและสำนักสื่อมวลชนทุกสำนักที่ประชาสัมพันธ์ข่าวมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปากคาดเปิดศึกกีฬา “อำเภอปลอดภัย ชุมชนห่างไกลยาเสพติด” ครั้งที่ 1 รวมพลังเยาวชนต้านภัยยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลหนองยอง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ได้รับมอบหมายจาก นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโครงการ “อำเภอปลอดภัย ชุมชนห่างไกลยาเสพติด” ครั้งที่ 1

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด ผ่านการออกกำลังกายและการแข่งขันกีฬา

ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการสร้างความสามัคคีในชุมชน และปลูกจิตสำนึกในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ภายในงานมีขบวนพาเหรดของนักกีฬาจากแต่ละชุมชน การแข่งขันกีฬาหลากหลายประเภท ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก โดยมีประชาชนและผู้นำชุมชนร่วมให้กำลังใจนักกีฬาอย่างต่อ

เนื่อง สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน “อำเภอปลอดภัย” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล / รายงาน
จ.บึงกาฬ
โทร. 096-146-4326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดเกมสวย! ฟุตบอล “Mukdahan Connection Cup 2026” รวมพลังคนมุกดาหาร สร้างมิตรภาพ-เสริมความสามัคคีอย่างยิ่งใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer จ.มุกดาหาร วรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “Mukdahan Connection Cup 2026”

พร้อมมอบรางวัลให้แก่ทีมที่ชนะการแข่งขัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีและความประทับใจของผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร

นายกานต์ สุวรรณพันธ์ พลังงานจังหวัดมุกดาหาร นางจุฑามาศ กำจรเมนุกูล คลังจังหวัดมุกดาหาร นายศึกษา สุวรรณธาดา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร

นางวันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร นายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร และนายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ร่วมพิธีด้วย

ภายในพิธีมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน นักกีฬา และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความสำเร็จของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้

ผลการแข่งขันประเภทฟุตบอลชาย ปรากฏว่า ทีมยอดรักนักปกครอง คว้าแชมป์ไปครอง ขณะที่รองชนะเลิศ ได้แก่ ทีมสา’สุข มุก รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมสื่อมวลชนมุก และรองชนะเลิศอันดับ 3 ทีมหอการค้ามุกดาหาร

ส่วนประเภทฟุตบอลหญิง ทีมสา’สุข มุก คว้าแชมป์ไปครอง รองชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเทศบาลเมืองมุกดาหาร รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมยอดรักนักปกครอง และรองชนะเลิศอันดับ 3 ทีมกระทรวงเกษตรฯ

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้กล่าวแสดงความยินดีกับทุกทีม ชื่นชมในความมีน้ำใจนักกีฬา ความสามัคคี และความมุ่งมั่นของนักกีฬาทุกคน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้การแข่งขันสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การแข่งขัน “Mukdahan Connection Cup 2026” ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างความสัมพันธ์อันดี และการเชื่อมโยงเครือข่ายความ

ร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ก่อนปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

MukdahanConnectionCup2026 #มุกดาหาร #ข่าวกีฬา #ฟุตบอล #สามัคคี #กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ #ข่าววันนี้ #กีฬาไทย #ชุมชนเข้มแข็ง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกล.สุรศักดิ์มนตรี จับมือ “สื่อบึงกาฬ” สร้างเครือข่ายข่าวสารทันสมัย รวดเร็ว ถูกต้อง

แชร์เนื้อหานี้

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เดินหน้าบูรณาการด้านการประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรม “พบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปี 2569” ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เสริมสร้างเครือข่ายข่าวสารให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และถูกต้อง

โดย พล.ต.มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้ พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช เสนาธิการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทนหน่วย พร้อมด้วย พ.อ.อุดมการณ์ ศรีแขไตร รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 2 ร่วมจัดกิจกรรมกับส่วนราชการและสื่อมวลชนในพื้นที่

กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานความมั่นคงกับสื่อมวลชน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ทั้งการพบปะพูดคุย แนะนำภารกิจ และการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างหน่วยงานและสื่อมวลชน ณ สนามกีฬาอินเตอร์บึงกาฬนาบุญมา อำเภอเมืองบึงกาฬ

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นาย นคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และ ดร.บุญมา พันดวง ประธานกรรมการบริษัท พีบี อินเตอร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารช่องบุญมาทีวี (ช่อง 67) ร่วมเป็นประธาน พร้อมด้วยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ

ชมรมสื่อมวลชนจังหวัดบึงกาฬ สมาคมนักจัดรายการวิทยุจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงโอกาสนี้ ผู้แทนหน่วยได้มอบกระเป๋าเป้เป็นของที่ระลึก เพื่อขอบคุณเครือข่ายสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานด้านการสื่อสารของพื้นที่ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศึก “NAN CHAMPION CUP 2026” ฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด ชิงถ้วยพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านเดินหน้าส่งเสริมเยาวชนห่างไกลยาเสพติด จัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี “NAN CHAMPION CUP 2026” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทาน เพื่อสร้างสุขภาพและความสามัคคีในกลุ่มเยาวชน

นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลศึกชิงแชมป์ฟุตบอล 7 คน เยาวชนจังหวัดน่าน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ต้านภัยยาเสพติด “NAN CHAMPION CUP 2026” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทาน โดยมี

พันเอกทศพล ผ่องศรีสุข รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเยาวชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมกับสมาคมกีฬาจังหวัดน่าน และคณะกรรมการหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร (พคบ.) จังหวัดน่าน รุ่นที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–22 มีนาคม 2569 โดยมีทีมเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 24 ทีม

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด ปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา ความมีระเบียบวินัย และเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม อันจะนำไปสู่ความรัก ความสามัคคี และลดปัญหาความขัดแย้งในสังคม

นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาฟุตบอลของเยาวชนจังหวัดน่าน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในระดับภาค ระดับประเทศ และต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต

สำหรับรางวัลการแข่งขัน ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และเกียรติบัตร ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท อันดับ 2 รับ 5,000 บาท และอันดับ 3 รับ 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร นอกจากนี้ยังมีรางวัลดาวซัลโว และรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม เพื่อยกย่อง

ความสามารถและจิตวิญญาณนักกีฬาอีกด้วยการแข่งขัน “NAN CHAMPION CUP 2026” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการใช้กีฬาเป็นสื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน ห่างไกลยาเสพติด และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬจัดแข่งขัน “วู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์” ครั้งที่ 1 เชื่อมสัมพันธ์ 4 จังหวัดอีสานตอนบน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่สนามวู้ดบอลบึงกาฬ(หนองโง้ง) ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับชมรมกีฬาวู้ดบอล 4 จังหวัด จัดการแข่งขันกีฬา “วู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างความสามัคคี และเชื่อมความสัมพันธ์ของนักกีฬาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ และประธานชมรมกีฬาวู้ดบอล 4 จังหวัดอีสานตอนบน ร่วมในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

นายเฉลิมเกียรติ วงษ์หาบุศย์ ประธานชมรมกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานว่า การแข่งขันครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของชมรมกีฬาวู้ดบอลจาก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม และจังหวัดบึงกาฬ ที่มีมติร่วมกันจัดการแข่งขันขึ้น เพื่อให้กีฬาวู้ดบอลเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดี เกิดความรักความสามัคคี และเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีระหว่างนักกีฬาสำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ประเภทบุคคลชาย–หญิง อายุ 55 ปีขึ้นไป ประเภทบุคคลชาย–หญิง อายุไม่เกิน 54 ปี และประเภททีมผสม ชาย–หญิง จังหวัดละ 6 คน อายุ 55 ปีขึ้นไป โดยคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนดีที่สุด 4 คนของแต่ละจังหวัดมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 108 คน ประกอบด้วย จังหวัดมุกดาหาร 16 คน จังหวัดสกลนคร 22 คน จังหวัดนครพนม 37 คน และจังหวัดบึงกาฬ 33 คน บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยมิตรภาพของนักกีฬาทั้ง 4 จังหวัด

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาวู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์ครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมที่ดีในการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง อีกทั้งยังเป็นเวทีที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักกีฬาจากจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคอีสานตอนบน พร้อมทั้งช่วยกระชับความร่วมมือและมิตรภาพระหว่างเครือข่ายกีฬาของแต่ละจังหวัดให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจังหวัดบึงกาฬพร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมกีฬาที่เป็นประโยชน์

ต่อสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่องการจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ โดยนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และนักกีฬาที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงผู้มีจิตศรัทธาและบุคคลทั่วไปที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรม เพื่อร่วมกันผลักดันกีฬาวู้ดบอลให้เติบโตและเป็นกิจกรรมสร้างสุขภาพและความสามัคคีของประชาชนในภูมิภาคต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านชมเปาะ! เมืองพัทยาดึง 42 ชุมชน ร่วมงานกีฬาสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติดเพื่อสุขภาพ ช่วยลดภาระลูกหลาน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่8 มี.ค.69 คณะทำงานป้องกันปัญหายาเสพติดเมืองพัทยา โดยฝ่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่วนปกครอง สำนักปลัดเมืองพัทยา ได้จัดกิจกรรมพัทยาสานสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด (กีฬาต้านยาเสพติด) โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงานที่โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค) จ.ชลบุรี

ด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยาได้วางกรอบนโยบายพัฒนาท้องถิ่นภายใต้สโลแกน BETTER PATTAYA โดนปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญหลัก ที่จะต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา และให้การส่งเสริม สนับสนุน ตลอดจนการปฏิบัติการในการวางแผน การดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง โดยความร่วมมือ ร่วมใจของทุกส่วนในสังคมเมืองพัทยา

จึงได้จัดกิจกรรมพัทยาสานสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด (กีฬาต้านยาเสพติด) ขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการร่วมกันเป็นพลังในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีเครือข่ายด้านยาเสพติด ชุมชนเมืองพัทยา และอสม.เมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ร่วม 900 คน แบ่งออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีแดง และสีเขียว มีการแข่งขันกีฬาเปตอง โบว์ลิ่ง และกีฬามหาสนุก รวมทั้งมีขบวนพาเหรด และการสร้างสีสันของกองเชียร์ และเชียร์ลีดเดอร์จาก 42 ชุมชนทั่วเมืองพัทยา

นางเตือนใจ ดีรบรัมย์ ประธานชุมชนวัดธรรมสามัคคี ในฐานะหัวหน้าสีชมพู โดยมีสมาชิกจาก 10 ชุมชนเมืองพัทยา ประกอบด้วย 1.ชุมชนบงกช 2.ชุมชนอรุโณทัย 3.ชุมชนหนองใหญ่บ้านบน 4.ชุมชนหนองใหญ่บ้านล่าง 5.ชุมชนวัดธรรมสามัคคี 6.ชุมชนบ้านเนินรถไฟ 7.ชุมชนเพนียดช้าง 8.ชุมชนต้นกระบก 9.ชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท และ 10.ชุมชนเขาน้อย

สำหรับกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดในครั้งนี้ต้องขอบคุณที่เมืองพัทยาได้จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชน 42 ชุมชน ได้มีโอกาสที่จะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีไม่เป็นภาระของลูกหลาน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมประจำปีที่เมืองพัทยาดำเนินการจัดขึ้นมานาน นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนต่างๆ ในเมืองพัทยามาเจอกันและสนุกสนานร่วมกัน

ลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศแห่ร่วมงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ปี 69 ปู่ฤาษีนารอท ผู้ประกอบการพัทยาร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารฟรี

วันที่ 8 มี.ค.69 ที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนบ้านบึง วัดเทพบุตร จ.ชลบุรี สำนักสักยันต์ อ.ใหม่ บ้านงามประเสิรฐ (สักยันต์ไทยรามัญ) ได้จัดงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ประจำปี 2569 (ปีที่ 9) ปู่ฤาษีนารอท มหาจักรฤทธิมุณี โดยมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วประเทศเข้าร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ พบว่ามีผู้ประกอบการเมืองพัทยา น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Tree Time Cafe ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ได้ร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ-แห้งรวมกว่า 200 ชาม มาแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการร่วมทำบุญในการจัดงานไหว้ครูในปีนี้

ในพิธี อ.นก บ้านงามประเสริฐ อาจารย์ใหญ่ได้เบิกฤกษ์ด้วยการครอบครูเศียรฤาษีให้กับ อ.ใหม่ บ้านงามประเสริฐ เป็นประธานในการครอบครูให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกที่มาลงทะเบียนไว้ตามลำดับจำนวนหลายร้อยคน นอกจากนี้ในพิธียังได้มีพิธีการสักยันต์ เจิมมือ เปิดบูชาเครื่องราง เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้ศรัทธาอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก ปีที่ 8 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า เปิดคลินิกทักษะกีฬาฟุตบอล สานฝันเยาวชนไทยทั่วไทย

แชร์เนื้อหานี้

​[นครพนม] – โครงการ “คนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา” เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางกีฬาให้เด็กไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569” ยกขบวนมอบลูกฟุตบอลคุณภาพจาก Mikasa ให้แก่โรงเรียนโพนสวางหนองแหน อำเภอวังยางนายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ (เสื้อสีแดงที่ 4ซ้ายมือ)หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดนครพนม มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายธีระพงศ์ แสนคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพนสวางหนองแหน พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอลติวเข้มทักษะลูกหนังให้เยาวชน

​กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรผู้ใจดี ผลิตภัณฑ์มิกาซ่า ผลิตภัณฑ์เคซี ผลิตภัณฑ์ factive และบริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาจากระดับเยาวชน โดยภายในงานมีการส่งมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า มาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและการฝึกซ้อม พร้อมทั้งการจัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิก” ที่เน้นการสอนทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องจากพี่ๆ สู่น้อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด

​นายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูก จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า โครงการนี้ก้าวเข้าสู่ ปีที่ 8 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นสะพานบุญด้านกีฬา เราเชื่อว่าลูกฟุตบอลเพียงลูกเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ การมอบอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพอย่าง Mikasa พร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล คือการมอบโอกาสที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย

​สำหรับโครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายโอกาสทางการกีฬาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตามปณิธานการทำความดี “พี่ให้น้อง” ที่ยึดถือมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ปุ๋ง-สุดาวรรณ” เปิดสังเวียนเดือด THAI FIGHT มวยคาดเชือก!! เยือนถิ่นวีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ สดุดีวีรกรรม ครบ 200 ปีตำนานวีรสตรีคุณย่าโม และ ย่าเหลือ กอบกู้เมืองโคราช

แชร์เนื้อหานี้

“สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” อดีต รมว.อว. เปิดศึก THAI FIGHT ศึกนี้เดิมพันกันแบบหมัดต่อหมัด บนแผ่นดินวีรชนแห่งทุ่งสัมฤทธิ์ เหล่านักชกผู้กล้าร่วมย้อนตำนานรำลึกวีรกรรมและความกล้าหาญของท้าวสุรนารี (ย่าโม) และ นางสาวบุญเหลือ (ย่าเหลือ) ที่ได้กอบกู้เมืองโคราช จวบจนครบ 200 ปี

วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการแข่งขันชกมวยไทยโลก THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์ โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา เขต 8, นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สส.นครราชสีมา เขต 5, นางพัชราวรรณ ภิญโญ สส.นครราชสีมา เขต 6, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีม เขต 2

ร่วมด้วย ผู้แทนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารท้องถิ่น ที่สำคัญ “พี่น้องชาว จ.นครราชสีมา” ที่ได้เดินทางมาร่วมย้อนรำลึก 200 ปี วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ และ ร่วมชมศึก THAI FIGHT อย่างเนืองแน่น ย การจัดแข่งขันชกมวย ศึกมวยคาดเชือก “THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์” เยือนถิ่นเมืองวีรชน ร่วมฉลอง “200 ปี

วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” แสดงให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาวโคราช ของภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ประกาศให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้ว่า จ.นครราชสีมา พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้มาเยือนเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันน่าจดจำมาอย่างยาวนาน

โดย อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ ก็เป็นอีก 1 สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เราชาวโคราชภูมิใจ และขอร่วมกันน้อมรำลึกวีรกรรมอันกล้าหาญของคุณย่าโม ผู้นำชาวโคราชเข้าต่อสู้กับกองทัพผู้รุกรานแผ่นดิน โดยมี นางสาวบุญเหลือ หรือ ย่าเหลือ ซึ่งพลีชีพตนเองด้วยการจุดฟืนไฟเข้าทำลายเกวียนบรรทุกดินระเบิดของข้าศึก

จนชาวโคราชได้รับชัยชนะ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 รวมถึงเหล่าวีรชนชาวโคราชที่เสียสละชีพตนเองเพื่อปกป้องแผ่นดิน ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ “เวทีนี้จะเป็นเวที สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬามวยเยาวชนโคราช ที่จะได้เห็นท่วงท่า ลีลา และทักษะบนสังเวียนผ้าใบ

ระบบมวย THAI FIGHT และพร้อมที่จะนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปฝึกฝนพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นนักกีฬามวยไทยระดับประเทศ สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในฐานะนักมวยอาชีพในอนาคต”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สร้างประวัติศาสตร์! วู้ดบอลชายคู่คว้าเหรียญเงิน “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ครั้งที่ 45

แชร์เนื้อหานี้

นักเรียนโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก สร้างผลงานระดับชาติ คว้าเหรียญเงิน รองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันกีฬาวู้ดบอล ประเภทนับจำนวนประตู ชายคู่ ในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ณ จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นเหรียญแรกของกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬในมหกรรมระดับประเทศ

การแข่งขันจัดขึ้น ณ สนามกีฬาโรงเรียนภัทรบพิตร โดยเขตการแข่งขันกีฬาที่ 4 ส่งตัวแทนจากจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ นายธนพนธ์ สมสนุก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก จับคู่กับ นายอธิวัตร ศรีโย จากจังหวัดขอนแก่น ลงสนามอย่างมุ่งมั่นและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

รอบชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างเข้มข้น สูสีทุกจังหวะ ก่อนพ่ายให้กับทีมจากเขตการแข่งขันกีฬาที่ 10 กรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน ท่ามกลางความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศได้อย่างสง่างาม และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ในการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางกีฬา

ทั้งนี้ มีนายจิรศักดิ์ แก้ววันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย นายธีรนันท์ วัฒนะการกุล และ นายศุภัคษร มูลมี เป็นผู้ฝึกสอน ร่วมผลักดันนักกีฬาจนประสบความสำเร็จบนเวทีระดับชาติอย่างภาคภูมิ.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! มุกดาหารเปิดศึกแข้ง “Connection Cup 2026”ิ เชื่อมสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ-เอกชน เสริมแกร่งเครือข่ายจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “Mukdahan Connection Cup 2026”

โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นผู้กล่าวรายงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่านักกีฬาและบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงาน

การแข่งขันในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการ “สร้างเครือข่ายความร่วมมือ” (Connection) เพื่อให้การประสานราชการและการทำงานร่วมกันในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 17 มีนาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจาก 12 หน่วยงาน ส่งทีมเข้าร่วมชิงชัยทั้งประเภทชายและหญิง อาทิ ทีมตำรวจมุกดาหาร, ทีมสา’สุข มุก, ทีมเทศบาลเมืองมุกดาหาร และทีมหอการค้ามุกดาหาร เป็นต้น

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเน้นย้ำในพิธีเปิดว่า “คำว่า Connection คือหัวใจหลักของการทำงานในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จของจังหวัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่เกิดจากการประสานสอดคล้องและเครือข่ายที่เข้มแข็ง”

พร้อมฝากให้นักกีฬาทุกคนแข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

MukdahanConnectionCup2026 #มุกดาหาร #ฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ #ออกกำลังกาย #สร้างเครือข่าย #SmileSoccer #กีฬาจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนองหัวช้างวิทยา สร้างชื่อให้บึงกาฬ คว้า 2 เงิน 1 ทองแดง ศึกคาราเต้กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ “ฅนบุรีรัมย์เกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

นักเรียนจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา อำเภอพรเจริญ สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้กับจังหวัดบึงกาฬ จากการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ซึ่งจัดขึ้น ณ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะในประเภทกีฬาคาราเต้โด สามารถคว้ามาได้รวม 3 เหรียญ ประกอบด้วย 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

การแข่งขันดังกล่าวมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ โดยจังหวัดบึงกาฬมี นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางเข้าร่วมในพิธีเปิด พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาตัวแทนจังหวัด

ในวันเดียวกัน เวลา 13.00 น. นักกีฬาคาราเต้โดจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา ในนามตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 4 ลงทำการแข่งขัน โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมชมและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ภายใต้การควบคุมทีมของ อาจารย์ธารินทร์ ระศร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา

ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักกีฬาทั้งสองคนจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ลงแข่งขันด้วยความมั่นใจ ไม่หวั่นเกรงคู่ต่อสู้ สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และคว้ามาได้ 2 เหรียญเงิน ก่อนที่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 จะทำผลงานเพิ่มได้อีก 1 เหรียญทองแดง

สรุปผลการแข่งขันกีฬาคาราเต้โด กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ชมรมคาราเต้โดจังหวัดบึงกาฬ ในนามเขตการแข่งขันที่ 4 ได้รับรางวัลดังนี้นายสุริยะ โพธิ์จันทร์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรียญเงิน 🥈) ประเภทต่อสู้บุคคลชาย คลาส B รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 52 กิโลกรัม

นายทักษ์ดนัย ถุงเกษแก้ว รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรียญเงิน 🥈) ประเภทต่อสู้บุคคลชาย คลาส B รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กิโลกรัมนางสาวนิรมล อินกางเดช รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (เหรียญทองแดง 🥉) ประเภทต่อสู้บุคคลหญิง คลาส A รุ่นน้ำหนัก 59 กิโลกรัมขึ้นไปความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของจังหวัดบึงกาฬ ที่เยาวชนสามารถแสดงศักยภาพด้านกีฬาในระดับประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนและเยาวชนรุ่นต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -เปิดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ “MUKDAHAN CONNECTION CUP 2026”

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร ณ สนามหญ้าเทียม Smile Soccer นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน นัดพิเศษ

ระวางทีม VIPมุกดาหาร VS VIPตำรวจมุกดาหาร เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ก่อนที่จะมีการเริ่มแข่งขันจริง
โดยปกครองจังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดการแข่งขันฟุตบอล

รายการ “Mukdahan Connection Cup 2026” ประเภทชายและประเภทหญิง ในระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพบุคลากรภาครัฐและเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภายใน จังหวัดมุกดาหาร โดยมีทีมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมการแข่งขันฯ จำนวนทั้งสิ้น 12 ทีม

ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด จังหวัดจึงขอเชิญท่านและบุคลากรในสังกัดที่เข้าร่วมการแข่งขันฯ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอล

รายการ “Mukdahaก Connection Cup 2026” ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30 น. ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /โคราช เจ้าภาพหลักแถลงข่าว มหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

แชร์เนื้อหานี้

ศักยภาพ “โคราชเมืองกีฬา” เจ้าภาพหลัก เปิดบ้านรับทัพนักกีฬา 11 ประเทศกลุ่มอาเซียน “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” กีฬาคนพิการ “อาเซียนพาราเกมส์” ครั้งที่ 13 โคราช โชว์ศักยภาพเมืองกีฬา แถลงข่าวเปิดบ้าน ในฐานะเจ้าภาพจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” แล้วมาร่วมชม ร่วมเชียร์ ร่วมให้กำลังใจทัพนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราช นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา นายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ กรรมการสมาคมกีฬาแห่ง จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ตร.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ที่จะจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 โดยมี นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ปฏิบัติการ บ.เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด

กล่าวต้อนรับผู้ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมากการได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งนี้ 13 เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดย จ.นครราชสีมา จังหวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” นั้น มีความพร้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านคมนาคม การท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือ แม้กระทั่งอาหารพื้นถิ่น ที่พักและโรงแรม โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่จะทำหน้าที่ต้อนรับทัพนักกีฬาคนพิการจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย

ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ประเทศไทย (เจ้าภาพ), ติมอร์-เลสเต และ เวียดนาม เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์และส่งเสริมศักยภาพของ “เมืองกีฬาแห่งอีสาน” ให้ประจักษ์แก่สายตาประชาคมโลก เชื่อว่าจะสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา ให้กลับมาคึกคัก ส่วนชนิดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันจำนวน 19 ชนิดกีฬาหลัก และ 2 กีฬาสาธิต ครอบคลุมทั้งกีฬาสากลยอดนิยมและกีฬาที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัวสูง โดยสนามที่ใช้ทำการแข่งขันแต่ละชนิดกีฬา ประกอบด้วย

สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, ฟุตบอลคนตาบอด (5 คน), วอลเลย์บอลนั่ง, บอคเซีย, จักรยาน (ประเภทลู่), ยิงปืน, แบดมินตัน รวมถึงกีฬาสาธิตอย่าง วีลแชร์รักบี้ และลอนโบวล์สห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โคราช ทำการแข่งขันกีฬายูโด และ วีลแชร์ฟันดาบศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำการแข่งขันกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลโรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ทำการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ทำการแข่งขันกีฬาโกลบอล และ ยิงธนู

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ทำการแข่งขันกีฬา เทเบิลเทนนิส
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลผู้พิการทางสมอง (7 คน) และ กีฬาหมากรุกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทำการแข่งขันกีฬาจักรยาน (ประเภทถนน)
ส่วนกีฬา สำหรับกีฬาโบว์ลิ่ง ทำการแข่งขัน ที่กรุงเทพมหานคร ณ เอสพลานาด รัชดา (Esplanade Ratchada) โดยได้มีการวางระบบการจัดการสนามแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬา ซึ่งทุกสนามแข่งขันได้รับการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสากล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับนักกีฬาผู้พิการได้อย่างเท่าเทียมทุกสนามนอกจากนี้ ในส่วนของ อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อบจ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก จ.นครราชสีมา ดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ในการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดีของ จ.นครราชสีมา ให้สมกับที่ได้รับการประกาศให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” Korat Sport City
“ขอเชิญชวนชาว จ.นครราชสีมา ร่วมส่งแรงเชียร์ แรงใจ

ให้กับทัพนักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี พร้อมต้อนรับทุกภาคส่วนด้วยความอบอุ่น มีไมตรี อย่างสมเกียรติ เพื่อให้การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นี้ เป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจและรอยยิ้มสู่พี่น้องชาวอาเซียนทุกคนอย่างแท้จริง”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเปิดลานกีฬา “ลานพญานาค” อำเภอปากคาด จัดคลินิกสอนฟุตบอล–ฟุตซอล สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ ขับเคลื่อนโครงการ “จังหวัดบึงกาฬ 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” โดยกำหนดให้ ลานพญานาค อำเภอปากคาด เป็นลานสร้างสรรค์ด้านกีฬา จัดกิจกรรม คลินิกสอนฟุตบอลและฟุตซอล ให้แก่เด็ก เยาวชน และอนุชนในพื้นที่

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโครงการ พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน SDN FUTSAL NO-L 2026

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.68 เวลา 16.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอลงพื้นที่จัดกิจกรรมสอนฟุตบอลและฟุตซอลด้วยตนเอง ณ ลานพญานาค อำเภอปากคาด พร้อมถ่ายทอดเทคนิคพื้นฐานด้านกีฬา ปลูกฝังทัศนคติที่ดี และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก่อนเข้าสู่พิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน ฟุตซอล SDN FUTSAL NO-L 2026 รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 มกราคม 2569 ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนปากคาดพิทยาคม

ทั้งนี้ การจัดคลินิกฟุตซอลมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างค่านิยมป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด และการพนัน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตซอลอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างการทำงานเป็นทีม วินัย และภาวะผู้นำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกและสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน พร้อมขยายความร่วมมือเครือข่ายโค้ช โรงเรียน และชุมชน เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการป้องกันปัญหาสังคม และขับเคลื่อนแนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ให้เป็นวัฒนธรรมในกลุ่มเยาวชนอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่องเที่ยวและกีฬาบึงกาฬ ประชุมผู้จัดการทีมฟุตซอล U15 จับสลากประกบคู่ SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 รอบคัดเลือกจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 มกราคม 2569 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดประชุมผู้จัดการทีมกีฬาฟุตซอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รายการ SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ครั้งที่ 8 เพื่อเตรียมความพร้อมการแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ สู่การแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมดำเนินการจับสลากประกบคู่การแข่งขัน ซึ่งมีทีมจากสถานศึกษาภายในจังหวัดบึงกาฬเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 12 ทีม โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ ตลอดจนผู้นำท้องที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้นโยบายของจังหวัดบึงกาฬ ตามแนวทางของผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ภายใต้โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ ลานกีฬา เพื่อส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ของเยาวชน

สำหรับการแข่งขันฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ครั้งที่ 8 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนกันมันสโนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ระดับจังหวัด รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ประจำปี 2569 ณ สนามฟุตซอลโรงเรียนปากคาดพิทยาคม อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ

โดยมีทีมที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 12 ทีม ได้แก่
โรงเรียนศรีวิไลวิทยา, โรงเรียนประชานิมิตพิทยานุกูล, โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม, โรงเรียนโพธิ์ทองวิทยานุสรณ์, โรงเรียนบ้านห้วยลึก, โรงเรียนศรีชมภูวิทยา, โรงเรียนพรเจริญวิทยา, ทีม KP FC, โรงเรียนปากคาดพิทยาคม, โรงเรียนโนนคำพิทยาคม, โรงเรียนสมสนุกพิทยาคม และโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก

ทั้งนี้ การจัดการแข่งขันมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเยาวชนด้านทักษะกีฬา เสริมสร้างวินัยและน้ำใจนักกีฬา ตลอดจนเป็นเวทีคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมการแข่งขันในระดับประเทศต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานแถลงข่าว เตรียมจัดงานศรีเกษเกมส์ นักเรียน อปท.ครั้งที่ 40/พิธีรับศพ “จ่ามิน” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องชาติ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ที่ห้องศรีพฤเทศวงเรียเตอร์ ศูนยศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ นายอนุรัฒน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อม ดร.ฉัตรมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ดร. รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ นายสุริยนต์ หล่าคำ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ พ.ต.อ. นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ และนายสฤษฏ์ นาควารินทร์

อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวการจัดการแขางขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ม.ค. 69 เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะด้านกีฬาในชนิดกีฬาต่างๆ และก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ ตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดศรีสะเกษ

***ทั้งนี้การแข่งขันกีฬา ศรีเกษเกมส์ จะการแข่งขังทั้งหมด 14 ชนิดกีฬาบังคับ คือ 1. กรีฑา 2. เซปักตะกร้อ 3. วอลเลย์บอลในร่ม 4. วอลเลย์บอลชายหาด 5. ฟุตบอล 6. ฟุตซอล 7. เปตอง 8. เทเบิลเทนนิส 9. แบดมินตัน 10. หมากรุกไทย 11. หมากฮอสไทย 12. จักรยานขาไถ 13. อีสปอร์ต (ROV) 14. เทคบอล และมี 2 ชนิดกีฬาสาธิต คือ กีฬาหมากล้อม และกีฬาว่ายน้ำ รวมทั้งหมด 16 ชนิดกีฬา

***โดยจะนักเรียนจาก 248 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมชิงชัยในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด และจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนภายในจังหวัดศรีสะเกษ หลายล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทั้งโรงแรม ร้านค้า ผู้ประกอบการต่างๆ มีผู้เข้าไปใช้บริการกันอย่างหนาแน่น และสร้างความคึกคัดให้กับจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนความปลอดภัยโดยเฉพาะความปลอดภัยจากภัยสงครามของยืนยันในพื้นที่ที่จัดการแข่งขันปลอดภัย 100%
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

ศรีสะเกษ พิธีรับศพ “จ่ามิน” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องชาติ พ่อเผยคำพูดสุดท้าย ขอให้ไปอยู่บนสวรรค์ ขณะที่ เจ้ามาลิ สุนัขสุดรัก ร่วมส่งนายครั้งสุดท้าย

***เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มณฑลทหารบกที่ 25 (มทบ.25) ได้อำนวยการจัดกำลังพลและยานพาหนะประกอบพิธีรับศพ จ่าสิบเอกอนันดา อุดร หรือ “จ่ามิน” อายุ 39 ปี สังกัด ร.16 พัน.3 พล.ร.6 ค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ในเหตุปะทะบริเวณ สมรภูมิภูมะเขือ ฐานปฏิบัติการฟีนิกซ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนหน้านั้น จ่าสิบเอกอนันดาได้รับบาดเจ็บสาหัสจาก สะเก็ดระเบิด BM-21 ของทหารกัมพูชา ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

***ขณะที่ เมื่อเวลา 15.09 น. ขบวนรถเชิญศพออกจากโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิ จังหวัดสุรินทร์ มาถึงวัดไลย์ชัยมงคล กองทหารเกียรติได้ตั้งแถวเป่าแตรรับ เพื่อสดุดีวีรกรรมของผู้กล้า เป็นภาพอันสงบสำรวมและเปี่ยมด้วยความอาลัย จากญาติพี่น้อง ข้าราชการ และประชาชนที่มารอรับอย่างเนืองแน่น
***ต่อมาเวลา 16.00 น. นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาประธานในพิธีมอบกระเช่าพระราชทานให้แกครอบครัวของ จ.ส.อ. อนันดา อุดร เพื่อเชิดชูเกียรติคุณและความเสียสละอันทรงคุณค่า ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวของ จ.ส.อ. อนันดา อุดร
***ต่อมา พลตรี ณัฐ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมาเป็นประธาน รดน้ำหลวงอาบศพพาระราชทาน ตามด้วย นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานว่างพวงมาลาหลวง พระราชทานพวงมาลาหลวง ท่ามกลางเหล่าทหาร ข้าราชการ และประชาชน ที่ร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยอย่างพร้อมเพรียง


***นอกจากนี้ ในพิธีครั้งนี้ ยังได้มี “เจ้ามาลิ” สุนัขคู่ใจของจ่ามิน มาร่วมในพิธีศพอีกด้วย ทั้งนี้เจ้ามะลิ เป็นสุนัขที่แม่ของเจ้ามะลิหนีภัยสงครามในสมรภูมิรบครั้งแรก แล้วมาคลอดเจ้ามะลิ อยู่ใกล้กับที่พักหรือหลุมหลบภัย ก่อนที่ จ่ามิน จะเอามาเลี้ยงเหมือนลูก
***ด้าน นายเวียง อุดร อายุ 78 ปี บิดาของผู้วายชนม์ เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ลูกชายเป็นผู้มีความประพฤติดี ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยทำให้บิดามารดาเป็นกังวล ก่อนเกิดเหตุยังได้พูดคุยกัน และตนได้กำชับให้ลูกระมัดระวังตัว แต่เมื่อต้องพลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดิน แม้เต็มไปด้วยความเสียใจ ก็ยอมรับด้วยหัวใจของคนเป็นพ่อ
***นายเวียง เผย อีกว่า จ่าสิบเอกอนันดามีความฝันอยากศึกษาต่อเพื่อเติบโตในสายทหาร และหวังจะมียศใหญ่โตในอนาคต ก่อนทิ้งท้ายด้วยคำอธิษฐานให้ลูกชาย “ไปสู่สุคติ ณ สรวงสวรรค์”
***สำหรับกำหนดการสวดและพระราชทานเพลิง สวดอภิธรรม เวลา 18.00 น. ณ วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทุกวัน ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2568 และพิธีพระราชทานเพลิงศพ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งพิชิตหัวเขาถ่าน ปี 2568” คึกคัก นักวิ่งทั่วสารทิศร่วมทดสอบพลังใจ ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงกีฬา

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 “พิชิตเขา ชมทะเล ไหว้เสด็จเตี่ย ที่ชุมพร เมืองธรรมชาติแห่งการวิ่งและการท่องเที่ยว” “มาเที่ยวชุมพร สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวทะเลจากยอดเขา สัมผัสเสน่ห์เมืองสงบ เรียบง่าย และอบอุ่น ผ่านกิจกรรมกีฬาที่เชื่อมโยงวิถีชุมชนอย่างลงตัว”

เช้าวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2567 จังหวัดชุมพรจัดกิจกรรม “วิ่งเทิดพระเกียรติ พิชิตหัวเขาถ่าน ชุมพรมินิมาราธอน เทิดพระเกียรติ กรมหลวงชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีนักวิ่งจากหลายพื้นที่เข้าร่วมอย่างเนืองแน่น

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร และการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชุมพร เพื่อเทิดพระเกียรติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพของจังหวัด

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการแข่งขัน โดยมี นายนุกูล แก้วสวี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เป็นการผสานกิจกรรมกีฬาเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชุมพร เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

มินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร เริ่มต้นจากศาลพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณหาดอรุโณทัย ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก ไปสิ้นสุดที่ยอดเขาหัวเขาถ่าน ตำบลท่าหิน อำเภอสวีฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร รวมถึงประเภทนักเรียนในพื้นที่ เริ่มต้นจากโรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง ไปเข้าเส้นชัยบนยอดเขาหัวเขาถ่านเช่นเดียวกัน

ตลอดเส้นทางการแข่งขัน นักวิ่งได้สัมผัสความสวยงามของถนนเลียบชายฝั่งทะเล ผสานความท้าทายของเส้นทางเนินสลับทางราบ และช่วงไฮไลต์ก่อนเข้าเส้นชัยที่ต้องพิชิตทางขึ้นเขาหัวเขาถ่านซึ่งมีความลาดชันถึง 60–70 องศา ถือเป็นบททดสอบทั้งกำลังกายและพลังใจ ก่อนขึ้นไปสักการะพระรูปกรมหลวงชุมพร ณ ศาลเสด็จในกรมหลวงชุมพร บนยอดเขา พร้อมชมทัศนียภาพทะเลอันงดงามยามเช้า

บรรยากาศการแข่งขันปีนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสามัคคี โดยเฉพาะการเข้าร่วมของนักเรียนจากโรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา และโรงเรียนสวีวิทยา รวมถึงนักวิ่งสมัครเล่นและนักวิ่งสายท้าทายจากหลายจังหวัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดชุมพรในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน โรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ส่งผลให้กิจกรรมประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัด สพป.น่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 “สพป. น่าน เขต 1 เกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 15.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน จาการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1

ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน สมาคมครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 จัดให้มีการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา

ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ในระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2568 เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกฝนและพัฒนาตนเองและทีมให้เข้มแข็งในด้านกีฬา

มีโอกาสออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อส่งเสริมให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจอันเข้มแข็ง และมีน้ำใจของนักกีฬารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้รักสามัคคีในหมู่คณะ

ในพิธีปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัด สพป.น่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 “สพป. น่าน เขต 1 เกมส์”

ในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายปรีชา สุขรอด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานปิดการแข่งขันและมอบถ้วยรางวัลแก่นักกีฬา

โดยมี นายธวัชชัย ยวงคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 รองประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวสรุปผลการดำเนินจัดการ มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดทำการแข่งขัน อย่างเป็นทางการแล้ว การแข่งขันกรีฑานักเรียน สพป.น่าน เขต 1 เกมส์ ประจำปีการศึกษา 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ด้วยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด และสถานศึกษาเอกชนจังหวัดน่าน จัดให้มีการแข่งขันกรีฑานักเรียน ประจำปี 2568

ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2568 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสถานศึกษาได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนมาโดยตลอดจนสิ้นปีการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1

จึงได้จัดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ นักเรียนและเยาวชนได้พัฒนาการทางด้านทักษะกีฬา และทักษะด้านอารมณ์ รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย

ครูได้จัดการเรียนการสอนเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ส่งเสริมให้นักเรียนมีการพัฒนาความเป็นเลิศด้านการกีฬา เกิดความสมัครสมานสามัคคีทั้งในสังกัดและต่างสังกัดการแข่งขันในครั้งนี้ แบ่งรุ่นนักกีฬาเป็น 4 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และรุ่นอายุ 13 ปี ขึ้นไป กำหนดการแข่งขัน 2 วัน คือวันที่ 17 และ 18 ธันวาคม 2568 มีนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 1,500 คน

ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 500 คน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน จำนวน 300,000 บาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด จำนวน 10,000 และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 จำนวน 100,000 บาท บริษัทสยามสไมล์

โบรกเกอร์(ประเทศไทย) จำกัด 3,000 บาท และ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 500 บาท โรงพยาบาลน่าน สนับสนุนบุคลากรทางกสนแพทย์ จำนวน 10 ท่าน และได้รับเกียรติจาก นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการแข่งขัน โดยมี ดร.วิเชียร วาพัด

ไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันกรีฑานักเรียนประถมศึกษาน่าน เขต 1 เกมส์ กล่าวรายงาน มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน