คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว PR

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สงวนวงษ์อุตสาหกรรม” โชว์ศักยภาพมันสำปะหลังไทยในเวทีโลก ในงาน WTC 2025

แชร์เนื้อหานี้

เดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากกลุ่มบริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศไทย บนเวทีระดับนานาชาติ ด้วยการเข้าร่วมงาน World Tapioca Conference 2025 (WTC 2025) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Thailand Tapioca Next: Go Global Go Together”

งานประชุมในครั้งนี้จัดโดย กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับดูแลของ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และได้รับเกียรติจาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จาก 16 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก

กลุ่มบริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม โดย คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ และ คุณโชติมา ลีอังกูร กรรมการผู้จัดการ ได้นำเสนอศักยภาพและเทคโนโลยีการแปรรูปมันสำปะหลังของบริษัท ผ่านนิทรรศการสุดล้ำ พร้อมลงนาม สัญญาซื้อขายและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติ รวมมูลค่าการค้ากว่า 10,900 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณมันสำปะหลังกว่า 1.48 ล้านตัน และสามารถใช้หัวมันสดในประเทศได้สูงถึง 3.57 ล้านตัน

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การลงนามความร่วมมือระหว่าง บริษัท สงวนวงษ์สตาร์ช จำกัด โดย คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ กับคู่ค้าต่างชาติ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดของผลิตภัณฑ์แปรรูปมันสำปะหลังไทยสู่ระดับสากล

การเข้าร่วม WTC 2025 ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทสงวนวงษ์ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมผลักดันเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง และยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติและศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.30 น. นางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) จังหวัดนครราชสีมา ณ ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมา โดยมี
นางสาวนงลักษณ์ ยะสูงเนิน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ4 พร้อมด้วยนางกันตา ดีเติม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมาร่วมรับฟังข้อราชการในการตรวจเยี่ยมดังกล่าว

นางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า”พม.นครราชสีมา” ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายวราวุธ ศิลปอาชา) โดยเปิดศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) ดูแลช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อประสานการดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ที่เข้าพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวของจังหวัดนครราชสีมาโดยทีม พม.หนึ่งเดียวจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลกลุ่มเปราะบาง

เพื่อประสานส่งต่อข้อมูลให้กับส่วนกลางและจังหวัดต้นทาง พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งในระหว่างที่เข้าพักอาศัยในศูนย์พักพิงได้มีการจัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อผ่อนคลายและลดความวิตกกังวลของกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมทั้งช่วยจัดหาสิ่งของที่จำเป็น และให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องสิทธิสวัสดิการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

จากนั้นนางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมคณะเดินทางไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเกราพัฒนาราม ต.ใหม่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมาเพื่อพบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวทุกคนยังมีกำลังใจที่ดีและไม่มีความวิตกกังวลใดๆพร้อมกับขอบคุณเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานทุกคนที่ดูแลความเป็นอยู่อย่างดี

นางสาวนภาพร กล่าวอีกว่า กระทรวง พม. ขอเป็นสื่อกลางในการประสานเชิญชวนพี่น้อง ประชาชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลส่งความห่วงใยแก่พี่น้องผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยสามารถบริจาคสิ่งของหรือเงินผ่านบัญชี “ศูนย์รับบริจาค กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” ธนาคารกรุงไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขบัญชี 021-6-05940-2 (ผู้บริจาคมีสิทธินำเงินบริจาคลดหย่อนภาษีได้) หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-659 6418-9

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯโปรดเกล้าให้ผู้ว่าฯนครราชสีมา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานและกระเช้าดอกไม้พระราชทานให้ทหารชายแดนไทยกัมพูชา จำนวน 5 นาย ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2568 ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากกรณี เหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ส่งผลให้มี นายทหาร จากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์จาก จ.ลพบุรี จำนวน 1 นาย กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 จ.บุรีรัมย์ จำนวน 4 นาย ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 5 นาย

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานและกระเช้าดอกไม้พระราชทานให้ทหาร ด้าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่าย สุรนารี พลตรีณรงค์ ภักดีศุภผล กล่าวว่า นายทหารทั้ง 5 นาย

เข้ารับการรักษาตัว ณ หอผู้ป่วยราชการสนาม ชั้น 8 รพ.ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในระดับสีเขียวจาก สะเก็ดระเบิด ในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้แสดงความขอบคุณ ในความเสียสละของทหารไทย เพื่อ ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร จ.นครราชสีมา แถลงการจับกุมผู้ต้องหา 13 คน พร้อมของกลางน้ำกระท่อม เกือบ 1000 ลิตร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ วันที่ 23 ก.ค.2568 ณ สภ.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา โดย พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา แถลงการจับกุมผู้ต้องหา 13 คน พร้อมของกลาง น้ำกระท่อม 840 ลิตร

สภ.โชคชัย บูรณาการร่วม อำเภอโชคชัย โดย นายพิชาญ ตราผักแว่น นายอำเภอโชคชัย พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัยได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คน พร้อมของกลาง

1.น้ำกระท่อมบรรจุขวดพลาสติกขนาด 1 ลิตรจำนวน 840 ขวด
2.ยาแก้ไอ จำนวน 17 ลัง (50ขวด)
3.น้ำอัดลม 48 ขวด
4.น้ำตาลสด 30 ขวด
5.ใบกระท่อมสด 7 กก.
6.หม้อต้มสแตนเลส 8 ใบ
7.เตาแก๊ส 4 ใบ
8.ถังแก๊ส 2 ใบ
9.กะละมังพลาสติก 4 ใบ
10.ตะแกรง 6 อัน
11.ขวดพลาสติกเปล่า 200 ขวด

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 สภ.โชคชัยได้บูรณาการร่วมกับ อำเภอโชคชัย และ สาธารณสุขโชคชัย เข้าปิดล้อม ตรวจค้นบ้านเลขที่ 267 บ้านหนองสำโรง หมู่ 11 ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นคนราชสีมา ได้มีนายตระการ ชื่นกระโทก อายุ 39 ปี ผู้เช่าแสดงตนเป็นเจ้าของ และผู้ดูแล

จากการตรวจค้นพบว่ากำลังผลิตน้ำกระท่อมกันอยู่ สอบถามนายตระการ ฯ แจ้งว่าตนเป็นผู้ว่าจ้างลูกจ้างทั้งหมด 10 คน โดยจ่ายค่าจ้างคนละ 400 บ. ต่อวัน ต่อคน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมของกลางทั้งหมด ส่ง พงส.สภ.โชคชัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เหตุเกิด บ้านเลขที่ 267 บ้านหนองสำโรง หมู่ 11 ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

ภาพ/ข่าว : กันตินันท์ เรืองประโคน ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจดำน้ำเก็บขยะตามแนวปะการัง 30 กิโลกรัม คืนความสะอาดให้ทะเลไทย ที่เกาะง่ามน้อย จ.ชุมพร / หวั่นโรคร้ายเร่งตรวจสอบซากสุนัขจรจัดตายหลายตัว

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ร่วมกับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 ชุมพร

ลงพื้นที่ทำความสะอาดเก็บขยะตามแนวปะการัง ตรวจสอบการวางลอบ อวน และอุปกรณ์ทำการประมงอื่นๆ ที่ทำลายทรัพยากรในทะเล บริเวณเกาะง่ามน้อย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร

ซึ่งการดำน้ำเก็บขยะในครั้งนี้ สามารถจำแนกขยะได้เป็น เศษเชือก เศษอวนจำนวน 20 กิโลกรัม และขวดพลาสติก จำนวน 10 กิโลกรัม โดยสามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น 30 กิโลกรัม

ขยะในท้องทะเลยังคงเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำร้ายทั้งสัตว์และทรัพยากรใต้ท้องทะเล ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจ ไม่ทิ้ง หรือทิ้งขยะให้ถูกที่ เพื่อให้ท้องทะเลไทยยังคงสดใสและงดงามเหมือนเดิม

ที่มา : อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร #ขยะทะเล #ดำน้ำเก็บขยะ #อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร #ทะเล #ทรัพยากรธรรมชาติ #ชุมพร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยายอายุ 71 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรม!! สมาคม อสมช.ภาคประชาชน หลานยื้มรถคนอื่นไปซื้อยา โดนผู้ใหญ่บ้าน ดักซ้อมกลางทาง

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (14 ก.ค.68) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางทองมา แกว่นไกร อายุ 71 เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) เนื่องจาก นายเจริญชัย อาทิตย์วงศ์ อายุ 33 ปี เป็นผู้บาดเจ็บ จากการโดน ผู้ช่วยและผู้ใหญ่บ้าน ได้รุมซ้อมตีในพื้นที่ บ้านหนองไผ่ หมู่ 5 ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว

สืบเนื่องมาจากวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. นายเจริญชัย อาทิตย์วงศ์ (นายเข้ม) ได้ยืมรถ..นายจวน ได้ขับรถไปซื้อยาเสพติด จำนวน 14 เม็ด โดยไม่บอกว่าจะยืมรถไปใช้อะไร ทางเจ้าของรถได้แจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้าน ว่านายเจริญชัย หรือ เข้ม ได้ขับรถออกไปซื้อยา เสร็จแล้วได้เอารถไปคืนยังบ้าน ออกมาจากบ้านนายจวน ถึงสามแยก ทางผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วย จึงดักจับรุมซ้อมตี จนบาดเจ็บที่หลังช้ำตามร่างกาย นายจวน ได้เอาไม้ตีพลาดไปโดน แขนข้างซ้ายของผู้ช่วย ทางผู้เป็นย่าบอกว่า ถ้าผู้ช่วยไม่เอาแขนรับไว้อาจจะบาดเจ็บสาหัสมากกว่านี้.ยายเล่าว่า หลานได้ยอมรับสารภาพผิดจริง ว่าได้ยืมรถเขาไปไม่ได้บอก เพื่อขับไปซื้อยาจำนวน 14 เม็ด แล้วตอนนี้ หลานตนก็ได้ถูกฝากขังเพื่อรอสืบสวนสอบสวนที่เรือนจำสระแก้วแล้ว จึงอยากมาร้องขอความเป็นธรรมกับสมาคมฯ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมดังกล่าว

ทางนายกสมาคมฯ ได้เปิดเผยว่า ทางเราได้จะทำเอกสารส่งถึงสำนักนายกรัฐมนตรี และถึงผู้ว่าฯจังหวัดสระแก้ว เพื่อได้สืบหาข้อเท็จจริงต่อไป เพราะเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าราชการทางการเมือง ไม่มีสิทธิ์ที่จะซ้อมตีหรือลงมือทำร้ายร่างกายกับประชาชน จึงส่งผลเกิดการเจ็บตัวและช้ำตามร่างกาย ทางสมาคมฯเราจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย อย่างแน่นอนสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) “ศูนย์ช่วยเหลือ เป็นสื่อกลาง ให้คำปรึกษา ปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน” โทร.087-054-9954

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปปส.ภาค7 นำสื่อมวลชน ภาคตะวันตก 8 จังหวัด ศึกษาดูงาน การแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยกลไกร ชรบ. ณ เทศบาลตำบลหนองตากยา ท่าม่วง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ที่เทศบาลตำบลหนองตากยา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 7 ( ป.ป.ส.ภาค 7 ) มอบหมายให้ นางมนัญญา ไวอัมภา ผอ.ส่วนยุทธศาสตร์และอำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 7

นำคณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 7 และคณะสื่อมวลชนทั้ง สื่อโทรทัศน์ท้องถิ่น สื่อวิทยุ สื่อหนังสือพิมพ์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 8 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด เจ้าหน้าที่จาก ศอ.ปส.ทั้ง 8 จังหวัดภาคตะวันตก มี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ศึกษาดูงาน การแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยกลไกร ชรบ. เทศบาลตำบลหนองตากยา

โดยมี พ.ต.อ.ฐิติกร วันเจริญพันธ์ ผกก.สภ.สำรอง อำเภอท่าม่วง นายธาราพงษ์ ทองจรัส ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอท่าม่วง นายต้อง ว่องไวกริยา นายกเทศมนตรีตำบลหนองตายา นายสายชล ตันมันทอง กำนันตำบลหนองตากยา พร้อม ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และ ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยหมู่บ้าน ( ชรบ.) ให้การต้อนรับ

สำหรับการก่อตั้ง ชรบ.ตำบลหนองตากยา เนื่องจากตำบลหนองตากยาเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดราชบุรี และยังเป็นทางผ่านไปยังหลายพื้นที่ได้ จึงทำให้มียาเสพติดผ่านเข้ามาในพื้นที่ตำบลหนองตากยา รวมทั้งการกระทำผิดตามกฎหมาย เช่น ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว ตำบลหนองตากยา

จึงได้มีการฝึกอบรม ชุดรักษาความปลอดภัยขึ้น ในปี พ.ศ.2558 โดยมีนายอำเภอท่าม่วง ปลัดอำเภอ ทหาร ตำรวจ เข้ามาฝึกอบรมให้กับชุดรักษาความปลอดภัยตำบลหนองตากยา ตำบลหนองตากยาได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากภาครัฐ ภาคเอกชน และกองทุนหมู่บ้านในการฝึกอบรม และตัดชุดให้กับ ชรบ..ทั้ง 16 หมู่บ้าน

สำหรับอำนาจหน้าที่ของ ชรบ.ตำบลหนองตากยา 1.อยู่เวรยามรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน 2.ตรวจตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อย 3.สืบสวนหาข่าว 4.เฝ้าระวังสถานการณ์สำคัญ 5.รายงานการเกิดเหตุ 6.ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา 7.จับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า ตามป.วิอาญา 8.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 9.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายชุมชนการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot spot) และฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดน่าน”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายชุมชนการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot spot) และฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดน่าน”

ได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแนวทางการลด PM2.5 ผ่านการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยหมักจากวัสดุเศษเหลือทางการเกษตร ณ บ้านท่าลี่ ตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 30 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในพื้นที่

กิจกรรมในครั้งนี้นำโดย นายนคร สอนสมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการวิจัย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ทีมงานได้ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตปุ๋ยหมักโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 พด.2 และ พด.3 ซึ่งเป็นนวัตกรรมชีวภาพที่ช่วยเร่งการย่อยสลายเศษพืช เศษฟาง และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ลดระยะเวลาการหมักและเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลาย
นอกจากนี้ยังมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ

เพื่อหลีกเลี่ยงการเผาที่เป็นสาเหตุสำคัญของจุดความร้อน (Hot spot) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุเหล่านี้และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านปุ๋ยอินทรีย์ในระดับครัวเรือนและชุมชน โดยหลังสิ้นสุดการอบรม เกษตรกรผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงในการผสมวัสดุ เศษฟาง ใบไม้แห้ง และเศษข้าวโพดร่วมกับสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 พด.2 และ พด.3 จนได้กองปุ๋ยหมักต้นแบบประจำหมู่บ้าน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลแนวทางการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรแบบ “Zero Burn” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่วิจัย เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับชุมชนในจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน/ เครดิต/สรรเพชญ์ ปุละ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดพรหมทินใต้ อ.โคกสำโรง จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีและวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปประดิษฐาน “พระพนัสบดี ศรีทวารวดี” อายุกว่า 1,400 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 ณ วัดพรหมทินใต้ ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีและวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปจตุรมุข เพื่อประดิษฐาน “พระพนัสบดี ศรีทวารวดี” พระพุทธรูปศิลปะทวารวดี อายุเก่าแก่กว่า 1,400 ปี

ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดลพบุรีและมีคุณค่าทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง พิธีเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 08.09 น. มีพิธีบวงสรวงก่อสร้างมณฑป จากนั้น เวลา 10.09 น. เป็นพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนการก่อสร้าง และในเวลา 13.09 น. มีพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปจตุรมุขอย่างเป็นทางการ

โดยพลโทชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมี พระอธิการสนทร โอกาโส เจ้าอาวาสวัดพรหมทินใต้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

การก่อสร้างมณฑปในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์โบราณวัตถุสำคัญของชาติ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสร้างศาสนสถานเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลพบุรีและผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้จัดงานได้เชิญชวนร่วมอนุโมทนาบุญ โดยอานิสงส์ของการร่วมบุญครั้งนี้ เชื่อกันว่าจะส่งผลให้ชีวิตมั่นคงดั่งฐานพระ เกิดสิริมงคล ปกป้องคุ้มภัย เสริมบารมี และนำพาความเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิตและครอบครัว

“การสร้างศาสนสถาน คือ การวางรากฐานของความดี ความมั่นคง และสันติสุขให้บ้านเมือง”บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในพื้นที่และผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

สนอง แท่นสูงเนินผอ.ศูนย์ข่าวฯ
และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

นายปรัชญา เปปะตัง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีโชว์ลีลาผัดไทย พร้อมร่วมงานโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” ณ ที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โน้ต-ชิสนุ” แท็กมือ “เล้งแสตมป์” ร่วมพิธีพุทธาภิเษก “คุณแม่บุญเรือน” ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ศาลาคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม วัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร คุณโน๊ต-ชิสนุ เริงสังข์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพศาลเจริญพฤกษาพรรณไทย จำกัด และเจ้าของ

แบรนด์ “CHISANU” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสกินแคร์ชื่อดัง ได้เดินทางมาร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเต็ม ชุด “เจริญพร ๑๖๘” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในสายวัดปากน้ำสายตรง โดยมีเกจิชื่อดังร่วมปลุกเสกมากมาย

ภายในงาน คุณชิสนุ ได้ชวน “เล้ง – ณัฐพล นิลดอนหวาย” และ “แสตมป์ – พรวศิน เรืองนุกูล” สองนักแสดงนำจากซีรีส์วายย้อนยุคชื่อดัง “ลอยแก้ว First Love” เข้าร่วมกราบไหว้ขอพรคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ซึ่งเป็นสถานที่ที่ คุณโน๊ต เคยมากราบขอพรเมื่อหลายวันก่อน และได้รับผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ จึงกลับมาทำบุญ และขอร่วมบุญในพิธีใหญ่อีกครั้ง

"โน๊ตได้มาไหว้ขอพร คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม และสมหวังที่มาขอพร พอทางวัดมีพิธีใหญ่ โน๊ตก็เลยชวน เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย และ แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล นักแสดงนำ จากซีรีส์วาย ลอยแก้ว กลับมากราบท่านอีกครั้ง และบอกกล่าว สิ่งที่ขอพรไว้ว่า สำเร็จ สมปรารถนาแล้วนะ และในวันนี้ ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกที่ทางวัดจัดขึ้นด้วย แล้วโน๊ตก็จะนำเหรียญคุณแม่บุญเรือนที่ผ่านการปลุกเสกแล้ว ไปแจกให้ลูกค้าของโน๊ตด้วยครับ" 

ร้านชิสนุ วัตถุมงคล ยังเปิดให้บริการทั้งจัดจำหน่ายวัตถุมงคล พระเครื่อง และเครื่องราง มงคลต่าง ๆ ทั้งปลีกและส่ง โดยมีจุดยืนในการคัดสรรวัตถุมงคลแท้ ศักดิ์สิทธิ์ และมีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมศรัทธาอย่างแท้จริง

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของพลังศรัทธา ความเชื่อ และการสืบสานพุทธศิลป์และ Soft Power ของไทยผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน LOVE PRIDE PARADE BANGKOK 2025 เฉลิมฉลองส่งท้ายเดือนแห่งความภาคภูมิใจ ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (29 มิถุนายน 2568) ‘จิราพร สินธุไพร’ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE 2025” ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย และร่วมเดินขบวนพาเหรด โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นางศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นด้วยความร่วมมือของภาคีภาครัฐและเอกชนกว่า 200 องค์กร ที่ร่วมกันจัดขบวนพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนพลังความหลากหลายและความเท่าเทียมในสังคมไทย

รมต.จิราพร กล่าวตอนหนึ่งว่า “ปีนี้ถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งได้ประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ โดยไทยนับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพในมิติอื่น ๆ ของประชาชนทุกกลุ่มในสังคม

โดยรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร พร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ส่งเสริมความเท่าเทียม โดยเฉพาะกิจกรรมในช่วงเดือน

มิถุนายน หรือ Pride Month ที่ถือเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองสิทธิเสรีภาพของความเสมอภาคเท่าเทียม และสิทธิเสรีภาพในการที่จะมีโอกาสได้เลือก ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ตลอดทั้งเดือน”

รมต.จิราพร ย้ำว่า “กิจกรรมที่จัดขึ้นในช่วง Pride Month นั้น นอกจากจะเป็นการสนับสนุนความ เท่าเทียม และหลากหลายที่เป็นบริบทสำคัญในสังคมไทยแล้ว ยังเป็นการย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในการจัดงานเทศกาลระดับโลกของ

ประเทศไทยในภูมิภาค ที่นำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก ช่วยส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย โดยการจัดงานต่าง ๆ ในเดือนนี้ ถือเป็นสิ่งสะท้อนความภาคภูมิใจของคนไทยในการก้าวเข้าสู่สังคมที่เปิดกว้างและเท่าเทียมอย่างแท้จริง“

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”นายกป๊อก-วิทยา“ นายก อบจ.ชลบุรี ทำบุญแซยิดวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มิ.ย.68 ที่วัดเมืองใหม่ จ.ชลบุรี ครอบครัวคุณปลื้ม โดย นายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี และ นางสิริลดา คุณปลื้ม ภรรยา ได้จัดพิธีทำบุญแซยิดวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปีบริบูรณ์ โดยพบว่ามีมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดนายก อบจ.ชลบุรี กันเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีการออกร้านให้บริการอาหาร ทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมาให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานกัน ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอย่างมาก ทั้ง ตัวแทนภาครัฐ เอกชน ประชาชน นักการเมืองท้องถิ่น และพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทีวา เวนเจอร์ จับมือ นิฮอน เอ็มแอนด์เอ.แห่งญี่ปุ่นยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอี.(SMEs)ไทยพร้อมแข่งขันในเวทีโลก

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ทีวา เวนเจอร์ จำกัด (TVA Venture) และบริษัท นิฮอน เอ็มแอนด์เอ เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Nihon M&A Center (Thailand)) ได้ลงนามใน MOU เพื่อร่วมมือกันสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีเป้าหมายในการขยายกิจการ ควบรวม หรือแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งในประเทศและระดับสากล

ทีวา เวนเจอร์ เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการควบรวมกิจการ การระดมทุน การปรับโครงสร้างธุรกิจและการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “Respect, Trust & Collaboration (RT&C) นาย ชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานบริษัท ทีวา เวนเจอร์ กล่าวว่า
“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเชื่อมโยงระหว่างไทยกับญี่ปุ่น แต่คือการสร้างโครงสร้างสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดทางทุนและโอกาส ความเชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ผสานกับความเข้าใจเชิงลึกของ ทีวา เวนเจอร์ ต่อบริบทธุรกิจไทย จะช่วยผลักดัน SMEs ให้กลายเป็นกิจการที่นักลงทุนต่างชาติพร้อมร่วมมือในระยะยาว”

ในโอกาสนี้ยังมีการเปิดตัวพันธมิตรด้านการลงทุนจากญี่ปุ่น “A to G Capital” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเข้าลงทุนในกิจการกลุ่มประเทศ ASEAN ที่มีศักยภาพ โดยจะเข้าถือหุ้น ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างมีระบบ ก่อนส่งต่อให้กับนักลงทุนรายใหญ่ในระยะต่อไป ซึ่งถือเป็นเครื่องมือเร่งการเติบโตของกิจการไทยให้เข้าสู่ระดับสากลได้เร็วและมั่นคงยิ่งขึ้น

นางสาว รมนต์อร บุญเรือง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวา เวนเจอร์ เเละเลขาธิการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอีไทย) กล่าวว่า “ผู้ประกอบการ SMEs ไทยจำนวนมากมีสินค้าที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีนวัตกรรมที่แข่งขันได้ และทีมผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนหรือการจับมือกับพันธมิตรระดับสากล ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูสำคัญให้กับธุรกิจเหล่านี้สามารถเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างแท้จริง และจากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับภาคธุรกิจ SME มาโดยตลอด พบว่าหลายกิจการมีศักยภาพอย่างชัดเจน สิ่งที่ต้องการมากที่สุดในวันนี้ คือเครื่องมือที่สามารถแปลงศักยภาพนั้นให้กลายเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน ซึ่งโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มในจุดนั้นได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรม”

นิฮอน เอ็มแอนด์เอ เซ็นเตอร์ เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการควบรวมและซื้อกิจการจากประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2534 และมีประสบการณ์ดำเนินธุรกรรม M&A มากกว่า 10,000 รายทั่วญี่ปุ่น โดยในช่วงปี 2564–2567 ยังได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็นบริษัทที่ให้บริการที่ปรึกษา M&A สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากที่สุดในโลก นาย ทากะโนะซุเกะ คิกาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิฮอน เอ็มแอนด์เอ เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า
“การทำ M&A ไม่ใช่เพียงการจับคู่ธุรกิจ แต่คือการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งการเงิน กลยุทธ์ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้กิจการสามารถเติบโตได้จริง ความร่วมมือกับทีวา เวนเจอร์ จะทำให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงความเชี่ยวชาญและเครือข่ายจากนักลงทุนทั้งญี่ปุ่นและยุโรปได้อย่างเป็นระบบ”

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงนักลงทุนกับกิจการไทย แต่ยังถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง และยกระดับศักยภาพของ SMEs ไทยให้พร้อมแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การอบรมเชิงลึก และกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในปี 2568 เพื่อร่วมยกระดับศักยภาพของ SMEs ไทยให้เตรียมความพร้อมสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ทีวาเวนเจอร์ #รมนต์อร #MA&P #ที่ปรึกษาการลงทุน #เอสเอ็มอี #สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย #นิฮอนเอ็มแอนด์เอ #NihonM&A

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษเปิดงานทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2568 เชิญชวนให้มา ลิ้มรส “ทุเรียนภูเขาไฟ หอมหวานละมุนลิ้นกลิ่นไม่ฉุน

แชร์เนื้อหานี้

เชิญเที่ยวชม ลิ้มรส “ทุเรียนภูเขาไฟ หวานมัน เนียนนุ่ม” ไม่เหมือนใคร กับเต็นท์ติดแอร์ขนาดใหญ่ บรรยากาศที่เย็นฉ่ำ กับเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มิถุนายน 2568 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
***เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มิถุนายน 2568 เพื่อประชาสัมพันธ์ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณภาพ เพิ่มช่องทางการการตลาด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษด้วย มี นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานฯ ในครั้งนี้

***นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษถือได้ว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของอีสานใต้ เพราะนอกจากเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ หอมแดง กระเทียม ที่มีคุณภาพมาตรฐานจนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งปลูกผลไม้คุณภาพดี โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เนื่องจากปลูกในพื้นที่ที่มีดินอุดมสมบูรณ์จากดินลาวา และความชุ่มชื้นแนวป่าเทือกเขาพนมดงรัก ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ และศรีรัตนะ ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทุเรียนภูเขาไฟจึงเปรียบเสมือนหัวรถจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนภาคการเกษตร รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและการบริการ เช่น ที่พัก ร้านอาหาร และอื่นๆ ให้ได้รับประโยชน์ไปด้วย โดยในปี 2568 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 20,550 ตัน มูลค่าผลผลิต 2,856,450,000 ล้านบาท จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดจัดงานเพื่อประชาสัมพันธ์ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณภาพ เพิ่มช่องทางการการตลาด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษอีกด้วย

***นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้ขับเคลื่อนวาระจังหวัดเพื่อเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน บรรลุวิสัยทัศน์ “ดินแดนเกษตรปลอดภัย การค้า การท่องเที่ยวครบวงจร” ซึ่งจังหวัดได้ให้ความสำคัญกับสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะทุเรียนภูเขาไฟจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผลไม้ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่มีรสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมปานกลาง เนื้อละเอียด เนียนนุ่ม แห้ง สีเนื้อเหลืองสม่ำเสมอทั้งผล ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ให้กับเกษตรกร และทุกภาคส่วนในจังหวัดอย่างทั่วถึง

***สำหรับกิจกรรม ภายในงานประกอบด้วย การจำหน่ายผลผลิต ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีคุณภาพและมาตรฐาน จากเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ กลุ่ม OTOP วิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer และกลุ่มองค์กรเกษตรกร นำมาจำหน่ายโดยตรงให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร อาหารจากทุเรียน และสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากทุเรียนและสิ่งเหลือใช้จากทุเรียน และจุดที่สำคัญคือ ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนจัดในปีนี้ ทางจังหวัดได้มีการจัดเต็นท์ขนาดใหญ่ ติดแอร์ ดั่งให้นักท่องเที่ยวทุกท่าน ได้เที่ยว ชม ชิมทุเรียนภูเขาไฟ ในห้างสรรพสินค้า แอร์ที่เย็นฉ่ำ สัมผัสกลิ่นอายของชาวศรีสะเกษ ผ่านสินค้าโอท็อป งานนี้พลาดไม่ได้
/////////////////////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมคณะ นำพวงมาลัยสักการะ หลวงพ่อเต๋ คงทอง เพื่อเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 09.09 น. เนื่องในโอกาส เข้ารับตำแหน่งวันแรก หลังจาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสามง่าม นายสมรัก มีใจดี

นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมด้วย นาย จิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเทศบาลสามง่ามพร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล นำพวงมาลัยมา

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม และมณฑปหลวงพ่อเต๋ คงทอง บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอดอนตูม เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันแรก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ว่าฯ แพร่ ลงพื้นที่ฝายแม่ยมติดตามสถานการณ์น้ำ สั่งการเข้มทุกหน่วยวางแผนจัดการป้องกันน้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 #นายสมชัย #เลิศประสิทธิพันธุ์ #ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำยม ณ โครงการฝาย

แม่ยม ตำบลบ้านหนุน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดที่มีแนวโน้มปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลำน้ำยมที่มีต้นน้ำมาจากจังหวัดพะเยา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดแพร่ในช่วงฤดูฝนนี้

นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่าได้มาติดตามสถานการณ์น้ำที่ฝายแม่ยม เพื่อประเมินศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดแพร่ โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะฝ่ายชลประทาน ดำเนินการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และแผนเผชิญ

เหตุในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น การขุดลอกลำเหมือง ลำคลอง และท่อระบายน้ำในชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่ม

“อย่างไรก็ตามในส่วนของโครงการระยะยาวที่เกี่ยวกับการแก้ไขสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ ก็จะมีการจัดทำโครงการเสนอของบประมาณจากหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยจะประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใน

การใช้ระบบเตือนภัยผ่านเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้จังหวัดแพร่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยมีแผนการรับมือในทุกระดับ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยม

“สมจิตร แสงบัลลังก์ รายงาน ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ ภาพ/ข่าว 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในการแผนปฏิบัติการเฉพาะกิจการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังหวัดศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 มิ.ย. 68 ที่ห้องประชุมโครงการชลประทานศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในการแผนปฏิบัติการเฉพาะกิจการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเป็นการซักซ่อมการทำงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพื้นที่ส่วนหลัง เพื่อให้แต่ละส่วนมีความพร้อมในทุกๆด้านเมื่อเกิดเหตุการความไม่สงบในชายไทย-กัมพูชา ของจังหวัดศรีสะเกษ ขึ้นมา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี***หลังจบการประชุม นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ภาพรวมในพื้นที่ชายแดนของจังหวัดศรีสะเกษยังคงปกติดี โดยมี 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษณ์ อำเภอภูสิงห์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอขุขันธ์ เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยกลุ่มที่ 1 ที่ใกล้พื้นที่ชายแดนมากที่สุด ซึ่งจากการลงพื้นที่ชายแดนพี่น้องประชาชนด้านชายแดนทุกคนยังมีขวัญและกำลังที่ดี ชาวบ้านทุกคนรู้หน้าที่ที่ดีว่าจะทำอะไรเมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น พี่น้องในพื้นที่ชายแดนต่างตื่นรู้ แต่ไม่ตื่นกลัวกับเหตุการ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางจังหวัดศรีสะเกษของเราพร้อมที่เข้าไปช่วย และสนับสนุนในสิ่งที่พี่น้องประชาชนขาดในทุกๆด้าน


***ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของหลุมหลบภัยในพื้นที่ตอนนี้ ได้มีการสั่งการให้นายอำเภอ ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ เข้าไปตรวจดู ว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน จุดไหนยังไม่พร้อม ก็จะได้ส่งกำลัง เครื่องจักร เข้าไปช่วยเหลือ โดยตอนนี้มี อบจ.ศรีสะเกษ ได้ส่งชุดเครื่องจักรกลหนัก เข้าพื้นที่ชายแดนแล้ว เพื่อช่วยปรับปรุงพื้นที่ ซ้อมแซ่ม หลุ่มหลบภัยที่พัง ชำรุดเสียหาย แต่ยังไม่มีการสร้างหลุมหลบภัยเพิ่มเติม ทั้งนี้อย่างจะฝากถึงพี่น้องตามแนวชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ว่า ไม่ต้องห่วงเพราะทางจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมที่จะช่วยเหลือ สนับสนุน พี่น้องประชาชนทุกคน นอกจากนี้พี่น้องที่อยู่นอกพื้นที่ก็ห่วงใย และพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกเมื่อ ดังคำว่า พี่น้องศรีสะเกษ ไม่ทิ้งกัน
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จ.แพร่-ประจวบ”เชื่อมโยง” เศรษฐกิจ 2 จังหวัด ชู Soft Power งานหัตถกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่ นางสาวนิสา สังข์ศร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่
เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยว “แพร่ชาร์มมิ่ง Phrae Charming” ซึ่งถือเป็นโครง การที่ส่งเสริม Soft Power ตามนโยบายของรัฐบาล ช่วงค่ำวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่ชิเคด้ามาร์ เก็ต อ.หัวหิน จ.ประจวบ
คีรีขันธ์ โดยมี น.ส. ทัศนีย์ ดอนเนตร์ วัฒนธรรม จ.แพร่

นายโชคชัชกาญ ราชฟู ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.แพร่ และหัวส่วนราชการ จ.แพร่ ร่วมในพิธี พร้อมด้วย นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบฯ นายถนัดศิลป์ วุฒิวงศ์อังคณา ประธานสภาหอการค้า จ.ประจวบฯ นางสาวจิราวรรณ บุญฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนัก งานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชร เกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2568 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ จ.แพร่ และผู้ประกอบการ จ.ประจวบฯ จะได้มีโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจสานสัมพันธ์ เชื่อมโยงธุรกิจระหว่าง 2 จังหวัด ส่งเสริมเศรษฐ กิจการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยมีการนำเสนออัตลักษณ์ของ จ.แพร่ สู่สายตานักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ด้วยกิจกรรมร่วมสมัย

มีการออกบูธจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานฝีมือ งานผ้า งานหัตถกรรม ผลงานศิลปะจาก จ.แพร่ รวมกว่า 30 บูธ มีกิจกรรมสาธิต ลานพื้นที่สร้างสรรค์ และมีการแสดงดนตรีกลุ่มเยาวชน การแสดงศิลปวัฒน ธรรม การสาธิตด้านศิลปะ การแสดงบนเวที รวมถึงการเจรจาธุรกิจ โดยมีการเชิญผู้ประกอบการธุรกิจใน จ.ประจวบฯ มาเยี่ยมชมสินค้า และร่วมลงนามความร่วมมือธุรกิจร่วมกันด้วย

“ทั้งนี้ จ.แพร่ เป็นประตูสู่ล้านนา ในปี พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้าน 2 แสนคนต่อปี โดยการใช้ทุนทางวัฒนธรรม และทุนด้านการท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม และการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากภูมิปัญญา เช่น ผ้าหม้อห้อม ผ้าทอตีนจก รวมถึงผลิตภัณฑ์ไม้สัก และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีอาหารการกิน ที่มีความหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถนำมาต่อยอดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีของทั้งผู้ประกอบการจาก จ.แพร่ และผู้ประกอบการจ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่จะได้มีโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจสานสัมพันธ์ สานต่อการท่องเที่ยวระหว่าง 2 จังหวัด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น
..#ทีข่าวบกรายงาน

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวกาแฟจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568–สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์มูลค่าสูง สู่การพัฒนากาแฟน่าน ภายไต้โครงการเกษตรปลอดภัย และมูลค่าสูง (กาแฟ)จังหวัดน่าน

ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2568 ณ จังหวัดน่าน โดยเชิญ Influencer และสื่อมวลชนจากภาคเหนือ ร่วมเดินทางท่องเที่ยว ชิม และเรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟคุณภาพสูงของจังหวัดน่าน

ภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมนี้มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกาแฟน่านและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ณ โรงคั่วกาแฟ น.น่าน อำเภอเสียงสา ร้าน 29 base บนถนน สายอำเภอสันติสุข บ่อเกลือ จังหวัดน่าน

กิจกรรมประกอบด้วยเรียนรู้วิธีการคั่วกาแฟ เรียนรู้การแปรูปผลิตภัณฑ์จากกาแฟ เรียนรู้เกี่ยวกับกาแฟพิเศษน่าน ร่วมเวิร์กชอฟเกลือสปาผิวที่รฤกบ่อเกลือ ซึ่งในช่วงเช้าสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน

ได้นำคณะขึ้นรถรางชมความงดงามนเส้นทางท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองน่าน จุดที่ 1 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน จุดที่ 2 วัดมิ่งเมือง จุดที่ 3 วัดศรีพันต้น จุดที่ 4 วัดไผ่เหลือง จุดที่ 5 วัดหัวข่วง จุดที่ 6 วัดมงคล จุดที่ 7 กำแพงเมือง จุดที่ 8 ตลาดโต้รุ่ง

จุดที่ 9 วัดสวนตาล จุดที่ 10 แยกช้างเผือก จุดที่ 11 วัดสถารส จุดที่ 12 มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาน่าน จุดที่ 13 ตลาดเชียงแข็ง จุดที่ ที่14 วัดน้ำล้อม จุดที่ 15 โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา จุดที่ 16 วัดหัวเวียงไต้ จุดที่ 17 ศาลเจ้าปึงเถ่ากง จุดที่ 18 วัดกู่คำ จุดที่ 19 วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต.อำนวย หมื่นภูเขียว ณ.เมรุวัดแจ้งสว่างใน ต.โนนหัน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 16.45 น.พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร อดีตรองจเรตำรวจแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธาน พิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต.อำนวย หมื่นภูเขียว ศิริอายุ 78 ปี โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ คหบดีเมืองชุมแพ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ ครอบครัว คณะญาติให้การต้อนรับและร่วมกันประกอบพิธีส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่ภพภูมิที่ดี เสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 4/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 4/2568

โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น 6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 7 มีนาคม 2568 – 22 เมษายน 2568 จำนวน 142 ราย จำนวน 447 บัญชี มูลหนี้ 80,287,422.64 บาท (แปดสิบล้านสองแสนแปดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยยี่สิบสองบาทหกสิบสี่สตางค์)

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (องค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 53 ราย

3.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 2 องค์กร

4.พิจารณาการอุทธรณ์การขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน 2 ราย/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ จัดงาน”นาหูกวาง สตรีทอาร์ต 2025″ (Na HuKwang Street Art 2025) หาดแหลมกุ่ม 14 – 15 เมษายน 2568 ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 เม.ย. 2568 ที่หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง ได้จัดงานแถลงข่าวการจัดโครงการ “นาหูกวาง สตรีทอาร์ต 2025” (Na Hu Kwang Street Art 2025) โดยมี นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว

พร้อม นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขต 3 อำเภอทับสะแก นายเชาว์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายสายชล ชนะภัย น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ รองนายก อบต.นาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง น.ส.แอนนา ศิลปินชาวรัสเซีย นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาอบต.ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชน พนักงาน เข้าร่วมกิจกรรม

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นงานศิลปะมหาชนที่ตื่นตาตื่นใจ โดยนำเอาศิลปะร่วมสมัยมาผสมผสานกับแนวคิดการรีไซเคิลและ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีหาดแหลมกุ่มเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ ภายใต้ธีม “นาหูกวาง อัพไซเคิล” เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน สร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาขยะและความสำคัญของการรึไซเคิล

กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวและการจำหน่ายสินค้า สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทาดแหลมกุ่มและตำบลนาหูกวาง ซึ่งกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2568 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก โดยพิธีเปิดช่วงเย็นวันที่ 14 เมษายน มีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด

ไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน1) การออกร้านจำหน่ายลาหารที่สด สะอาด และอร่อย พบกับร้านอาการหลากหลายที่คัดสรรเมนูคุณภาพ ทั้งอาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้านรสเด็ด และของหวานท้องถิ่นสุดอร่อย ทุกเมนูผ่านการคัดเลือกเพื่อความสะอาด ปรุงสดใหม่ พร้อมเสิร์ฟให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลองรสชาติที่หลากหลายและประทับใจ ไปกับความอร่อยแบบต้นตำรับของตำบลนาหูกวาวาง
2) ร่วมลงสีสันบนสตรีทอาร์ตใหญ่ที่สุดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ : ภาพ Street Art ออกแบบโดย “Miss Anna” ศิลปินอิสระชาวรัสเซีย รังสรรค์ผลงงานที่สร้าง

จากเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ของตำบลนาหูกวาง ศิลปินจะทำการร่างโครงแล้วให้นักท่องเที่ยว ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ศิลปินพื้นที่ร่วมกันลงสีเพื่อแสดงถึงพลังความสามัคคี ที่พร้อมต้อนรับการท่องเที่ยวตำบลนาหูกาง 3) ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน นั่งฟังสบาย ๆ ริมทะเล ผ่อนคลายไปกับเพลงที่คุณชื่นชอบในบรรยากาศชิลล์ ๆ ริมทะเล รับลมเย็น ๆ เพลิดเพลินกับบทเพลงสบาย ๆ ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะมากับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนฝูงก็สามารถนั่งฟังและตื่นด่ำไปกับช่วงเวลาพิเศษได้

4) ชมประติมากรรมจากขยะพลาสติก ประติมากรรมสุดสร้างสรรค์ที่รังสรรค์ขึ้นจากขยะพลาสติกในชุมชน เปลี่ยนสิ่งของไร้ค่าให้กลายเป็นผลงานทรงคุณค่า แฝงแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกระตุ้นจิตสำนึกในการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

5) มุมถ่ายภาพเก๋ ๆ จากขยะเป็นงานศิลป์ พบกับจุดถ่ายภาพสุดครีเอทีฟที่นำขยะมาเปลี่ยนเป็นงานศิลป์สุดชิค ไม่ว่าจะเป็นฉากหลัง หรือโครงสร้างที่สร้างจากวัสดุเหลือใช้ กลายเป็นสถานที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มาถ่ายรูป เช็คอิน และแชร์ความประทับใจลงโชเชียล พร้อมทั้งเรียนรู้แนวคิดรีไซเคิลและเห็นคุณค่าของสิ่งของรอบตัวในมุมมองใหม่ ซึ่งกิจกรรมจะมีทุกเย็น
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

รถพ่วงวูบหลับใน เสียหลักพลิกคว่ำขวางถนน รถติดยาวนับ 10 กิโล

เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 10 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำขวางถนนเหตุเกิด ช่วงระหว่าง หลัก กม.ที่ 352 – 353 หมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จึงพร้อมด้วยสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทับสะแก กู้ภัยทางหลวง หมวดการทางทับสะแก มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทับสะแก รุดไปตรวจสอบ

พบที่เกิดเหตุ บริเวณขาขึ้น กทม.ช่วงก่อนถึงโค้ง โรงพยาบาลทับสะแก พบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ สีแดงชมพู ตัวแม่ หมายเลขทะเบียน 70-0684 พังงา ตัวลูก 80-6689 พังงา บรรทุก พลิกคว่ำขวางถนน กะลาปาล์มสับที่บรรทุกมาตกกะจายเกลื่อนถนน โดยตัวลูกหลุดจากหางลากตัวแม่ ข้างทางพบลอยรถเสียหลักชนเสาไฟขาดสะบั้น ด้านหน้ารถกระจกแตกได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องประสานรถแบคโฮมากวาดไกล่เกลี่ยกะลาปาล์มและยกรถขึ้นลากไปโรงพักเพื่อเปิดการจราจรให้รถวิ่งเพียง 1 ช่องทางก่อน

จากการสอบถาม นายจักรกฤษ มากละม้าย อายุ 31 ชาว ต.รัชฎา อ.เมือง ภูเก็ต ผู้ขับขี่ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่า ตนเองขับรถบรรทุกคันดังกล่าวบรรทุกกะลาปาล์มจากจังหวัดกระบี่จะไปส่งที่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดอาการวูบหลับในทำให้รถเสียหลักตกลงข้างทางและชนเสาไฟฟ้าจากถนนตนจึงหักรถขึ้นมาพลิกคว่ำอยู่บนถนนกีดขวางการจราจรซึ่งหลังจากเกิดอุบัติเหตุพบว่าบนถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้น กทม.มีรถสัญจรจำนวนมากทำให้รถติดสะสมยาวนับ 10 กิโล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รีบยกรถออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อเร่งระบายรถดังกล่าว

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ จัดงานบ้านเกิดถิ่นกำเนิดพระยาพิชัยดาบหักประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณอนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก บ้านห้วยคา หมู่ที่ 9 ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุบผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานบ้านเกิดถิ่นกำเนิดพระยาพิชัยดาบหัก ประจำปี 2568

พร้อมด้วยนางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และหน่วยานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยอำเภอพิชัย และส่วนราชการในท้องที่อำเภอพิชัยร่วมจัดงานขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหักทหารเอกคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเป็นวีรบุรุษร่วมกอบกู้เอกราชของชาติไทย

นายนิตย์นิชัย บุญสุวรรณ นายอำเภอพิชัย กล่าวว่า พระยาพิชัยดาบหัก มีถิ่นกำเนิดที่บ้านห้วยคา อำเภอพิชัยจังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาได้รับราชการจนเป็นทหารเอกคู่พระทัยของ

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเป็นวีรบุรุษร่วมกอบกู้เอกราชของชาติไทย ด้วยความกล้าหาญ และเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง โดยต่อสู้กับข้าศึกแบบตะลุมบอนจนดาบในมือหัก

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2315 และต่อมาประชาชนชาวอำเภอพิชัยได้ร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์ขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของพระยาพิชัยดาบหัก เพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญรักชาติ เสียสละของพระยาพิชัยดาบหัก

ในการจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหัก การอนุรักษ์สืบสานประเพณีท้องถิ่น การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอพิชัยและจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจัดขึ้นระหว่าง

วันที่ 7 – 9 เมษายน 2568 รวม 3 วัน 3 คืนภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การรำมงคละ ,รำมวยไทย, การประกวดไก่เขียวพาลีและไก่พื้นเมือง, การจัดประกวดสาวงามเมืองพิชัย ,การประกวดร้องเพลงท้องที่ท้องถิ่นเสียงทอง, การจัดแสดงของดีประจำตำบลและ

การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนอำเภอพิชัย ทุกภาคส่วน
นาคา คะเลิศรัมย์/รายงา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สุสานคนเป็น” ปล่อยตัวอย่างเต็มสุดสะพรึง นุ่น-ก้อย-แก๊ป เชือดเฉือนเต็มสูบ ”คนเป็น“ และ “คนตาย” 24 เมษายนนี้ /“PEA” คืนกำไรให้ผู้ใช้ไฟรับสงกรานต์ผ่านบริการ “Watt-D point”

แชร์เนื้อหานี้

ตราบใดที่ฉันยังอยู่ เขาก็จะกลับมาหาฉันอยู่ดี! นับถอยหลังต่อจากนี้ ความรัก ความริษยา จะพาทั้งคู่ไปเจอกับ แรงอาฆาต ที่ไม่มีวันลืม กับตัวอย่างเต็ม ล่าสุดของ ภาพยนตร์ “สุสานคนเป็น” ภาพยนตร์เรื่องล่าสุด จาก เอ็ม สตูดิโอ, โกลบอล อิงค์ สตูดิโอส์ และ ช่อง 7HD ที่จะพาไปพบกับบทสรุปสุดท้าย ของ ”คนเป็น“ และ “คนตาย” กับ วังวนของ ‘ราคะ’

ที่จะถูกจองจำด้วย ‘ความแค้น’ กับคำสัญญาที่มาพร้อมคำโกหกของ “ชีพ” ความตายของ “ลั่นทม” จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแก้แค้น” โดยฝีมือผู้กำกับ วทัญญู อิงควิวัฒน์ นำแสดงโดย นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี มารับบทเป็น “คุณนายลั่นทม” ก้อย อรัชพร โภคินภากร รับบท “รสสุคนธ์” และ แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล รับบท “ชีพ”

การล้างแค้นอันน่าสะพรึง ‘ความรัก’ ที่กลับกลายเป็น ‘สุสานของคนเป็น และคนตาย’ ไปพิสูจน์บทสรุปของรักสามเส้าครั้งนี้ได้ใน “สุสานคนเป็น” 24 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่างภาพยนตร์ “สุสานคนเป็น”
Link : https://drive.google.com/drive/folders/1GEWxuXOAI03cUCOMhO6zjSLOq4KynE1G?usp=sharing (16:9)

“PEA” คืนกำไรให้ผู้ใช้ไฟรับสงกรานต์ผ่านบริการ “Watt-D point”
พร้อมจัดทำคลิปวิดีโอเพื่อเพิ่มความเข้าใจและประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชน

​PEA ขอคืนกำไรให้ผู้ใช้ไฟรับเทศกาลสงกรานต์ แบบจัดเต็มผ่านแอปพลิเคชั่น PEA Smart Plus หนึ่งในบริการ ดิจิทัลของ PEA ภายใต้แคมเปญ PEA SABUY SERVICE สบายทุกเรื่องไฟฟ้า กับบริการ “Watt-D point” บริการที่จะให้ ประชาชนสามารถสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกสิทธิประโยชน์ได้มากมาย เช่น แลกคะแนนเป็นเงินคืนค่าไฟฟ้า เป็นต้น พิเศษ!! สำหรับช่วงหน้าร้อนนี้ สมาชิก Watt-D Point ที่ชำระค่าไฟฟ้าภายในกำหนด ในเดือน เมษายน, พฤษภาคม และมิถุนายน คะแนนพิเศษเพิ่มจำนวนเดือนละ 50 คะแนน สำหรับทุกช่องทางอีกด้วย

โดย งานนี้ทาง PEA ได้จัดทำคลิปวิดีโอเพื่อนำเสนอประโยชน์และสิทธิประโยชน์ต่างๆจากบริการ “Watt-D Point” ขึ้น เพื่อทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถรับทราบ รับรู้ และเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับบริการนี้ได้อย่างดียิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งในคลิปวิดีโอนี้ประกอบไปด้วย 5 ep. ในหัวข้อต่างๆเกี่ยวกับ “Watt-D point” ดังนี้

  1. Watt-D Point คืออะไร
  2. ประโยชน์ของWatt-D Point
  3. วิธีการสะสมพ้อยท์ และไปแลกเงินคืนค่าไฟฟ้า
  4. วิธีการชำระเงินอย่างไรเพื่อให้ได้พ้อยท์สูงสุด
  5. วิธีการสมัครบริการ “Watt-D Point” บนแอป PEA Smart Plus
    ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกท่านสามารถติดตามรับชมวิดีโอดังกล่าวได้เร็วๆนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ของทาง PEA ไม่ว่าจะเป็น Facebook Fanpage : PEA Brand ,Youtube : PEA Brand, Tiktok : PEA Brand ที่สำคัญ งานนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้ประโยชน์จากการสมัครบริการนี้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ทาง PEA ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่ชวนเพื่อนเข้ามาสมัคร “Watt-D Point” บนแอป PEA Smart Plus จะได้รับคะแนนสูงสุดถึง 500 คะแนนอีกด้วย
    สามารถติดตามรายละเอียด เงื่อนไขต่างๆ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ “Watt-D point” ได้ทาง www.pea.co.th/watt-d-point หรือติดต่อ 1129 PEA Contact Center

PEA #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค # PEASabuyService #WattDpointรวมทุกบริการเรื่องไฟฟ้าบนออนไลน์จากPEA

สื่อรัฐทีวี-สื่อรับนิวส์ / อ.โคกสำโรงประชุมผู้ใหญ่บ้านกำนันมอบนโยบาย “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 8:30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานที่ประชุม นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง จัดประชุมประจำเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอโคกสำโรง โดยในช่วงเช้า มีพิธี ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน และรับธรรมะ 15 นาที จากพระครูภัทรปัญญาวุธ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี

โดยในที่ประชุม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อำเภอโคกสำโรง 13 ตำบล นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ได้เน้นย้ำ การเตรียมความพร้อม ดำเนินการ ป้องกันและลดอุบัติเหตุ ทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พุทธศักราช 2568
ประกอบด้วย จัดตั้งศูนย์ ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล และช่วงวันหยุด 2568

จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล บูรณาการดำเนินงาน ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล ได้กำหนดช่วงควบคุม เข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 โดยใช้ชื่อในการรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ได้เน้นย้ำ มาตรการป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบด้วย 5 มาตรการ

ด้านการบริหารจัดการ ด้านลดปัจจัยเสี่ยง ด้านถนนและสิ่งแวดล้อมด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ด้านผู้ใช้ถนนอย่างปลอดภัย และ ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ได้แจ้งเตือน ในที่ประชุม และให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลได้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับรู้ ถึงในโทษช่วง คุมเข้ม 7 วัน

โดยเน้นย้ำ ให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกท่านประชาสัมพันธ์ ให้เยาวชน เฉพาะผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับ ให้รู้ถึงโทษ และอันตราย ในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ รถยนต์

โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ควรสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ และการตั้งด่านตรวจอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชน ทุกตำบล

ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่รถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และทางด้าน ในอำเภอโคกสำโรง จะออกเยี่ยมจุดตรวจ ติดตามการปฏิบัติงาน ป้องกันลดอุบัติเหตุ ทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

ทุกจุดตรวจเป็นระยะ จากนั้นนายอำเภอโคกสำโรงได้เชิญนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) เชิญชวนให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน 13 ตำบล ประชาชนปลูกป่าให้มากๆ

โครงการส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว เพื่ออุตสาหกรรม และลดมลพิษ โลกร้อน รวมถึง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคกลางจังหวัดลพบุรี โดยจะได้รับการสนับสนุน กล้าไม้ จากสวนป่าภาคเอกชนจังหวัดลพบุรี จำกัด

และตำรวจสภ.โคกสำโรง ร่วมใจโครงการนี้ด้วย กล้าไม้ 300 ต้น/ไร่ จะได้รับเงิน 4,000 บาทต่อไร่ โดยแบ่งจ่าย 3 ปี ปีที่ 1. จะได้รับเงิน 2,500 บาท ปีที่ 2. จะได้รับ 800 บาท และปีที่ 3. จะได้รับ 700 บาท

วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มผลผลิตไม้โตเร็ว ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ และใช้วัตถุดิบรองรับอุตสาหกรรมไม้ประเภทต่างๆ ที่ดินต้องเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน

หรือที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ ประเภทใดประเภทหนึ่ง คุณสมบัติบุคคลธรรมดาบรรลุนิติภาวะแล้ว มีสัญชาติไทย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือ สิทธิครอบครอง ตามกฎหมาย หรือเป็นผู้มี สิทธิ์ใช้ประโยชน์ในที่ดินเท่านั้น

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี/อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ข้าราชการพลเรือน จ.ประจวบฯ เข้าพิธีรับมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติ จากนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2568 ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ กทม. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบเกียรติบัตร และเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี 2567 จำนวน 624 ท่าน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการจัดงานวันข้าราชการพลเรือน มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการครองตน ครองคน และครองงาน

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบสารแก่ข้าราชการพลเรือน โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งดังนี้ “เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน วันที่ 1 เมษายน 2568 ดิฉันขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังข้าราชการพลเรือนทุกท่าน และขอแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2567 ทุกคน ข้าราชการมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล โดยนำนโยบายไปสู่การๅปฏิบัติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”

“ข้าราชการที่ดีจึงต้องเป็นผู้ที่มีความสง่างาม เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ ความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความชื่อสัตย์สุจริต โดยยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรมอันเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นข้าราชการที่ดี เกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่นที่ท่านได้รับเป็นผลจากความวิริยอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อันเป็นคุณประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ดิฉันขอให้ข้าราชการพลเรือนดีเด่นทุกคนรักษาคุณงามความดีและเกียรติภูมิอันสง่างามยิ่งที่ท่านได้รับในวันนี้ พร้อมทั้งดำรงตนเป็นแบบอย่างแห่งความดีให้ข้าราชการรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตามสืบไป”

สำหรับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีข้าราชการพลเรือนที่ได้เข้ารับ มอบเกียรติบัตร และเข็มเชิดชูเกียรติ จากนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ได้แก่ พันตำรวจเอกวีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเชิดชาย ชยวัฑโฒ ผอ.โรงพยาบาลบางสะพาน และนางสาวเบญจพร มีจิตร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนปากน้ำปราณวิทยา อำเภอปราณบุรี

////////////

ณัฐธภพ พันสาย / ผู้สื่อข่าวพิเศษจ.ประจวบคีรีขันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช่วยทันที มูลนิธิพุทธภูมิธรรม พร้อมจิตอาสา มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ลงพื้นที่จตุจักร , โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

มอบน้ำร่วมช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว… มอบน้ำ สื่อแทนน้ำใจ ของ พุทธภูมิธรรม และเพื่อนกัลยาณมิตร …มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขอส่งกำลังใจ ให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย และขอตั้งอธิษฐานจิตถึงผลบุญบารมีทั้งปวงที่ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้เป็นสื่อกลางกระทำบำเพ็ญ ให้กำลังแห่งผลบุญนี้เป็นกำลังบารมีและเหตุปัจจัยคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งปวง เทอญ…ขอชื่นชม และเชิญชวนผู้ใจบุญ เตรียมการและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ ทุกมิติ … ใกล้พื้นที่ไหนช่วยพื้นที่นั้นขอขอบคุณ ทีมจิตอาสามูลนิธิพุทธภูมิธรรม และส่วนเกี่ยวข้องทั้งปวง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เลขเด็ด!! พิธีบวงสรวงอัญเชิญ เจ้าที่ขึ้นศาลใหม่ ที่ ตำหนักพระอิศวร / เปิดประวัติ โบราณสถาน!! “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” บ้านนางาม ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (27 มี.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพิศมัย มีคุณ ตำหนักพระอิศวร ต.หนองบอน อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ได้ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระภูมิเจ้าที่ ขึ้นศาลใหม่ หลังจากได้โชคลาภถูกหลายงวดจึงตั้งศาลใหม่เนื่องจากศาลเก่าได้เก่าและผุพังไป

ภายในพิธีมีนางรำจาก (บ้านหนองกะพ้อ) นำทีมโดย ครูปู นางฐิติรัตน์ สักยะพรต ได้ร่ายรำถวายด้วยกัน 3 เพลงแถมระหว่างรำมีนางรำองค์ลง ท่าทางแปลกๆ

ต่อมาทาง..แม่พิศมัย ตำหนักพระอิศวร ได้จุดประทัดขอโชคขอลาภเลขเด็ดได้เลข [ ๒๓ ๖๖๘ ]

เปิดประวัติ โบราณสถาน!! “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” บ้านนางาม ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

โบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นคลองศิลาแลงชาวบ้านเรียกว่า “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” ตั้งอยู่บริเวณบ้านนางาม ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับคลองหินสิ่ว มีลักษณะเป็นหินบริเวณรอบขอบอ่างศิลานั้นเป็นอ่างศิลาแลงขนาดใหญ่มีเส้นรอบวงประมาณ ๑๐ เมตร ลักษณะกลมได้สัดส่วนสวยงาม มีหลุมอีกประมาณ ๗-๘ หลุมซึ่งเป็นโพรงศิลาแลง บริเวณใกล้เคียงมีคลองหินศิลาแลง ที่มีลักษณะตัดหินศิลาแลงทำเป็นคลอง ชาวบ้านเรียกว่า “คลองหินสิ่ว” มีความยาวถึง ๓,๔๐๐ เมตร ลึก ๑.๕๐ เมตร เป็นคลองระบายน้ำ ในอ่างศิลาแลงมีโพรงศิลาจำนวนถึง ๘ สายด้วยกัน สามารถทะลุถึงกันได้หมดทุกสาย

จากการบอกเล่าของนายบุญมี วะโรง อายุ ๗๘ ปี และ นายปิ่น ดาประสงค์ อายุ ๗๕ ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้เล่าว่า “ตั้งแต่ตนเกิดมาก็พบกับอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ตนมีความเชื่อเกี่ยวกับอ่างศิลาว่ามีความศักดิ์สิทธิ์จริง โดยมีเหตุการณ์ประหลาดหลายเหตุการณ์ เช่นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านคนหนึ่งได้ฝันถึงชายลักษณะร่างกายกำยำสวมชุดโบราณ ประมาณ ๑๐–๑๒ คนอาศัยอยู่บริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ มาบอกให้ไปนำของมีค่าที่เก็บไว้บริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านคนนั้นก็ได้พบเหรียญโบราณ และได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากอ่างศิลามาเก็บไว้บูชา ปัจจุบันก็ยังคงเก็บเหรียญโบราณนั้นไว้ เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าจะช่วยปกปักรักษาตนให้พ้นจากภัยอันตรายต่าง ๆ

เหตุการณ์ที่เล่าขานกันต่อมาว่าชาวบ้านได้ไปหาของป่าในบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ และนำสัตว์ไปเลี้ยงบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏว่าเห็นสัตว์เลี้ยงตกไปอยู่ในอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แต่พยายามหาอย่างไรก็หาไม่พบ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาพรางตา ไม่มีใครพบเห็นฝูงสัตว์เลี้ยง จึงต้องไปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนอยู่ในอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ชาวบ้านบริเวณนั้นเล่าขานถึงความลึกลับ และอีกเหตุการณ์หนึ่งมีชาวบ้านเก็บหินที่อยู่ในบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ มาเก็บไว้

ปรากฏว่ามีชายสวมชุดโบราณมาเข้าฝันทวงถามหินที่เก็บมา ให้นำกลับไปไว้คืนที่เดิม พอรุ่งสางปรากฏว่าชาวบ้านคนดังกล่าวไม่สบายหนักถึงขั้นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่อคนในครอบครัวทราบเรื่อง จึงรีบนำหินศิลาแลงที่เก็บมา เอาไปไว้ที่เดิมและขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมนำน้ำจากบ่อน้ำอ่างศักดิ์สิทธิ์มาล้างหน้าให้ชาวบ้านคนดังกล่าวหลังจากนั้นชาวบ้านคนดังกล่าวก็มีอาการดีขึ้นอย่างไม่เชื่อ และก็พบว่าตนเองมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม แคล้วคลาดจากอันตรายต่าง ๆ”

เพราะเหตุนี้ชาวบ้านละแวกนั้นจึงมีความเชื่อว่าอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หากใครได้นำน้ำในบ่อนี้มาเก็บไว้และตั้งจิตอธิฐานจะมีสติปัญญาดี มีบุญวาสนาสูง ได้เป็นเจ้าใหญ่นายโต หรือใครก็ตามที่มาอาศัยอยู่ ตำบลท่าเกวียน แล้วมีนิมิตถึงอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ขอขอบคุณ ข้อมูลภาพ : website // อบต.ท่าเกวียน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บ้านสุขาวดีพร้อมจัดเต็ม! เทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 แต่งชุดไทย-เล่นน้ำ-ปาร์ตี้โฟมสุดมันส์

แชร์เนื้อหานี้

มีรานงานว่า บ้านสุขาวดี จ.ชลบุรี เตรียมต้อนรับเทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 นี้ โดยเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสบรรยากาศไทยแท้ กับกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย

โดยไฮไลต์เด่นของงาน เปิดให้แต่งชุดไทยฟรี มีค่าบริการเพียงวางค่ามัดจำ 250 บาท พร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยแต่งตัวให้สวยงาม ก่อนเดินถ่ายภาพในบรรยากาศไทยโบราณที่ ลานวัฒนธรรมไทย กิจกรรมสรงน้ำพระแก้วมรกต ครบทั้ง 3 ฤดู เสริมสิริมงคลตลอดปี พร้อมเล่นน้ำสงกรานต์สุดชุ่มฉ่ำ กับม่านสายน้ำ สาดน้ำอบไทยหอมละมุน และกลีบดอกไม้ เพิ่มความสนุกโดยสาวสวยบ้านสุขาวดี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปาร์ตี้โฟมสุดมันส์ พร้อมกิจกรรมพื้นบ้าน เช่น หนุ่มน้อยตกน้ำ ยิงปืน ปาลูกโป่ง ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
บ้านสุขาวดีชวนมาร่วมเช็กอิน-แชร์ภาพ กด Like & Share เพจบ้านสุขาวดี รับของชำร่วยกลับบ้านฟรี

นอกจากนี้ บ้านสุขาวดีได้ปรับปรุงเมนูอาหารบุฟเฟ่ต์ให้เป็นเมนูที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลมากขึ้น ขอเชิญชวนมาลิ้มรสชาติ อาหารบ้านสุขาวดีในราคาคนไทยเพียง 200 บาท พร้อมทั้งเยี่ยมชมบ้าน ทานอาหาร รวมถึงการละเล่นทุกอย่างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สืบสานประเพณี สงกรานต์หรือปีใหม่เมือง ในการดำหัวผู้สูงอายุและผู้นำชุมชนแม่ออนจ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ในวันนี้ (วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568) นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์/ประธานคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ นายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์/รองประธานคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน

ได้ประชุมหารือคณะกรรมการเกี่ยวกับการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์หรือปีใหม่เมือง ในการดำหัวผู้สูงอายุและผู้นำชุมชน โดยจะจัดกิจกรรมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ ในวันที่ 11 เมษายน 2568 ณ ลานองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์สามแยกน้ำพุร้อน โดยใช้งบประมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ จำนวน 200,000 บาท

สำหรับกิจกรรม ประกอบด้วย การแข่งขันทำอาหาร ได้แก่ ลาบลีลา ส้มตำลีลา การตัดตุง และการประกวดร้องเพลงผู้สูงอายุ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชนและการส่งเสริมการศึกษา นอกจากนี้กองทุนยังมีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมในชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในพื้นที่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ สามารถติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ได้ที่:
• ที่อยู่: 127/1 หมู่ 2 ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130
• โทรศัพท์: 053-929044
• โทรสาร: 053-929122
• อีเมล: [email protected]
• เว็บไซต์: https://www.bansahakorn.go.th/

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มติเอกฉันท์ เลือก ‘ภูวนารถ ณ สงขลา’ เป็นนายกสมาคมวารสารศาสตร์ ต่อเนื่องสมัยที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 โดยในวาระเลือกตั้งนายกสมาคม ที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ เลือกนายภูวนารถ ณ สงขลา เป็นนายกสมาคม ต่อเนื่องอีก 1 วาระ

สำหรับคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดใหม่ จากการประชุมใหญ่ในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคม ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ อุปนายก นางสุดจิตตรา คำดี อุปนายก นางสาวเกียรติญา สายสนั่น กรรมการ
นางปิยาพัชร คนชม กรรมการ นายวินิจ รังผึ้ง กรรมการและนายทะเบียน

นางสาวระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ กรรมการและฝ่ายวิชาการ นายจิรศักดิ์ ก้อนพรหม กรรมการและฝ่ายประชาสัมพันธ์ นายอลงกรณ์ เหมือนดาว กรรมการและปฏิคม
นางพัชรา แสงวิชัย กรรมการและเหรัญญิก นางสาวทิติภา ตั้งใจในธรรม กรรมการและเลขานุการ นางสาวธนัญญา อิสระนุกูลธรรม กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานย่าโม ปี 68 ยิ่งใหญ่ สตรีโคราช 7,272 ร่วมรำบวงสรวง / กิจกรรม Media Day การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ของการฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(17 มีค68) ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางสุฐิดา วิริยะกุลนันท์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายไพบูลย์ พฤกพนาเวช ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครราชสีมา และนายมนัสวิน นันทเสน หรือติ๊ก ชิโร่ นักร้องและนักดนตรี ชื่อดัง ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรืองานย่าโม ประจำปี 2568

ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่23 มีนาคม –3 เมษายน 2568 รวม 12 วัน 12 คืน เพื่อเป็นการเทิดทูนวีรกรรมท่านท้าวสุรนารีวีรสตรีของชาวจังหวัดนครราชสีมาและชาวไทยทั้งประเทศ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เอกลักษณ์ของดีของชาวจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปีนี้มีสาวงามผู้ถือคบไฟ งานฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารีประจําปี2568 “นางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว” รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ร.ต.อ.หญิงอาทิตยา เบ็ญจะปักรองอันดับ 2 นางสาวไทยปี 2567 น.ส.กมลชนก โลนุช(พุฒตาล) มิสแกรนด์นครราชสีมา 2019 ตํานานชุดผัดหมี่โคราช (ได้รางวัล ชุดประจําจังหวัดปี2019) นางสาวปุณนิศา ประสิทธิ์ นางสาวนครราชสีมา 2567 ชมการรําบวงสรวงท้าวสุรนารีในพิธีเปิดงาน โดยสตรีลูกหลานย่าโม จํานวน 7,272 คน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 นี้ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา สวนสุรนารีถนนราชดําเนิน และถนนกําแหงสงคราม นายชัยวัฒน์ กล่าว

ในโอกาสนี้ พี่ติ๊ก ชิโร่ กล่าวว่า โครงการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาแบบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราช และบทเพลงโคราชได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ประจำปี 2567 ได้จัดทำการแต่งเพลงร่วมสมัย ที่ผสมผสานภาษาถื่นในโคราช และจัดทำมิวสิควิดิโอ ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ขนบทำเนียมของชุมชนแหล่งท่องเที่ยว และมำมิวสิควิดิโอ โดยกลุ่มผู้กำกับภาพยนต์ระดับโลก ชาวโคราช อาทิ ปรัญชา ปิ่นแก้ว จำนวน 5 เพลง จัดการแสดงคอร์นเสริตนคนเพลง 1 ครั้ง สร้างคริป โคราชวันละคำ โปรโมททาง ติ๊กตอก หรือ แพลตฟอร์มอื่นๆ

ทั้งนี้ พี่ติ๊ก ชิโร่ ได้กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดกิจกรรมการแสดงคอนเสริ์ต ชื่องานคอนเสริ์ตนครหลวง โคราชมรดกโลก ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 27 มีนาคม 2568 มีศิลปินมาสร้างความสุขได้แก่ กำปั่นบ้านแท่น ,สุนารี ราชสีมา ,เจเนต เขียว ,ขิม พิชชาพร , ขุนสมาน เอส เดอะวอยซ์, โจ เดอะวอยซ์ และ วงมหาหิงส์ เป็นต้น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

กิจกรรม Media Day การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ของการฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 2568 (COPE TIGER 2025)

เมื่อวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2568 ที่กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา กองทัพอากาศ พร้อมกองทัพอากาศสิงคโปร์ และกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ได้มีการฝึกผสมร่วมกัน ภายใต้รหัส COPE TIGER 2025 ซึ่งถือเป็นการฝึกผสมทางอากาศ ที่มีการสนธิกำลังทางอากาศจากมิตรประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนำกำลังทางอากาศจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา

รวมไปถึงหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้นของกองทัพอากาศสิงคโปร์ กองทัพอากาศ กองทัพบก และกองทัพเรือเข้าร่วมการฝึกฯ โดยพัฒนารูปแบบการฝึกให้เข้ากับสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบัน ได้แก่ การสมมติสถานการณ์เสมือนจริง ทั้งด้านการควบคุมและสั่งการ การฝึกยุทธวิธีการรบระหว่างเครื่องบินรบต่างแบบ การฝึกโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายภาคพื้นดินที่มีการต่อต้านจากอาวุธของหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้น การฝึกด้านการข่าวกรองยุทธวิธี โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ และการให้การสนับสนุนของหน่วยสนับสนุนต่าง ๆสำหรับวัตถุประสงค์ในการฝึกครั้งนี้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยบินรวมถึงหน่วยต่อสู้อากาศยานที่เข้าร่วมการฝึก และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศผสม และเพิ่มทักษะของผู้เข้าร่วมการฝึก ไม่ว่าจะเป็นด้านยุทธวิธีและการสื่อสาร รวมไปถึงการดำเนินกลยุทธ์ โดยเฉพาะการวางแผนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

การฝึกผสม COPE TIGER 2025 ในครั้งนี้มี นาวาอากาศเอก กฤษณะ เปี่ยมศรี รองผู้อำนวยสำนักยุทธการและการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายไทย, Colonel Lee Yew Chern Benjamin เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายสาธารณรัฐสิงคโปร์ และ Lieutenant Colonel Daniel Trueblood เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายสหรัฐอเมริกา
สำหรับในวันนี้นั้นเป็นการบินหมู่ร่วมกันของทั้ง 3 ชาติ โดยมีผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมฯ ฝ่ายกองทัพอากาศ, ฝ่ายกองทัพอากาศสิงคโปร์ และ ผู้แทนฝ่ายกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาทำการบินร่วมกัน

สำหรับประเทศไทยนอกจากส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพอากาศแล้ว ยังได้จัดเจ้าหน้าที่จากกองทัพบก กองทัพเรือ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการฝึก
สำหรับการฝึกในครั้งนี้แบ่งเป็น การประชุมวางแผนขั้นต้น (IPC) ระหว่าง 8-11 ตุลาคม 2567 ณ จังหวัดนครราชสีมา การประชุมวางแผนขั้นสุดท้าย (FPC) ระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2567 ณ MOEC ฐานทัพเรือ Changi สาธารณรัฐสิงคโปร์ พิธีเปิดการฝึกผสมโคปไทเกอร์ 2025 ณ ฐานทัพอากาศ Paya Lebar สาธารณรัฐสิงคโปร์ ใน 18 ธันวาคม 2567 โดยมีผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานร่วมในพิธี และจัดให้มีการฝึกภาคสนาม (FTX) ระหว่างวันที่ 16-28 มีนาคม 2568 ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา กองบิน 2 สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
และเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา กองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ทั้ง 3 ชาติ

ได้ลงพื้นพบปะและจัดกิจกรรมร่วมกับประชาชน รอบที่ตั้ง กองบิน 1 พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์การศึกษา และกล่องยาสามัญประจำบ้านให้โรงเรียน และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และประชาชนในชุมชน
นอกจากนั้นยังได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าร่วมการฝึกทั้ง 3 ประเทศ และประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ จัดให้มีบริการทางการแพทย์ บริการตัดผม การมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา พิธีส่งมอบโรงอาหาร การแสดงเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ โรงเรียนบ้านเขาขวาง จังหวัดลพบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม 2568 และจัดให้มีบริการทางการแพทย์ บริการตัดผม การมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมถึงการปรับปรุงโรงอาหารและอ่างแปรงฟัน ให้กับโรงเรียนบ้านโป่งแมลงวัน จังหวัดนครราชสีมา ในวันอังคารที่ 25 มีนาคม 2568

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

งานแถลงข่าว The 74th Miss Universe มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74/ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้องอย่างเป็นทางการ/ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย

แชร์เนื้อหานี้

ประเทศไทยเปิดฉากประวัติศาสตร์การประกวด The 74th Miss Universe
MGI ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการ เตรียมงานยิ่งใหญ่ “กรุงเทพ-ภูเก็ต-ชลบุรี” เจ้าภาพเก็บตัว The Grand Universe The Power of Love The Power of Thailand พร้อมกระหึ่มเมือง บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จในการได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางงามระดับเวิลด์คลาส มิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe) ครั้งที่ 74 อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนนางงามทั่วโลก เมื่อประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในปี 2568 หรือนับเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์จัดการประกวด เตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับผู้เข้าประกวด 130 ประเทศทั่วโลก อย่างยิ่งใหญ่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand” ซึ่งงานแถลงข่าว The 74th Miss Universe ครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นที่ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 โดย 3 ผู้บริหารยักษ์ใหญ่แห่งวงการนางงามโลก มร.ราอูล โรชา คานตู (Mr.RAUL ROCHA CANTU : President of Miss Universe Org.) คุณแอน จักราจุฑาธิบดิ์ CEO of Miss Universe Organization และ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ ประธานกองประกวด มิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ 2025 พร้อมต้อนรับการมาเยือนไทยของ วิคตอเรีย เคียร์ เธลวิก มิสยูนิเวิร์ส 2024 (Victoria Kjaer Theilvig : Miss Universe 2024)โดย 3 ผู้บริหารได้กล่าวถึงการเตรียมการจัดการประกวด Miss Universeในไทยที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 โดยกิจกรรมต่างๆ จะมีขึ้นใน 3 หัวเมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และ พัทยา จังหวัดชลบุรี เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับโลก รวมถึงการประกวดรอบตัดสินสุดยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี (Challenger Hall 2)ขข

คุณราอูล โรชา คานตู ได้กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดการประกวด Miss Universe ในครั้งที่ผ่านมาและแสดงความยินดีที่ได้กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง “ยินดีต้อนรับ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้บริหาร MGI ผู้ได้สิทธิ์จัดการประกวด Miss Universe Thailand และเป็นผู้จัดงาน Miss Universe ครั้งที่ 74 อย่างเป็นทางการ ผมยินดีที่ได้ร่วมงานกับผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และเก่งเช่นนี้ ขอบคุณแฟนนางงามและผู้สนับสนุนที่น่าทึ่งทุกคนในประเทศไทยและทั่วโลก ความรักและความทุ่มเทของคุณทำให้เราก้าวต่อไปได้ พวกคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Miss Universe ของเราเสมอ ขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนการจัดการประกวดในครั้งนี้ ยืนยันว่า Miss Universe ครั้งที่ 74 จะเป็นการเฉลิมฉลองความงดงามและความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยที่คุณจะต้องจดจำไปอีกนาน” ทางด้าน คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล หลังได้รับมอบโทฟี่สัญลักษณ์ MU ครั้งที่ 74 กล่าวว่า “ผมในฐานะผู้บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดการประกวด มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทย ทุกท่านทราบดีว่า MISS UNIVERSE คือการประกวดนางงามระดับเวิร์ลคลาส ประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำของแฟนนางงามทั่วโลก และปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดนับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว เมื่อมาจัดที่ไทย เราจึงเน้นความเป็นไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand ดังที่ทุกท่านได้เห็นในงานแถลงข่าววันนี้ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

เราเตรียมต้อนรับผู้เข้าประกวดทั่วโลกกว่า 130 ประเทศอย่างยิ่งใหญ่ ที่จะมาทำกิจกรรมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ และภาพลักษณ์ที่งดงามของประเทศไทยกับ มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 กับ 3 เมืองหลักทั้ง กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และ พัทยา มาพร้อมกิจกรรมมากมาย และรอบการประกวดหลักที่ทั่วโลกต่างรอคอยกับ The 74th Miss Universe : The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand”หมายเหตุ : ภาพข่าวทั้งหมดอยู่ในลิงค์นี้นะคะ https://drive.google.com/drive/folders/1uxOthjeEGWTXoVOhWT5Gup2Z6q0xHQvc?usp=sharing ติดตามกิจกรรม MISS UNIVERSE ครั้งที่ 74 ได้จากทุกช่องทาง Facebook : The 74th Miss Universe – Thailand
Instagram : The 74th Miss Universe – Thailand และ TikTok : The 74th Miss Universe – Thailand ชมการประกวดได้ทาง YouTube Chanel : Grand TV#The74thMissUniverse #MissUniverse สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 เนตรดาว จตุพงษา (เต้ย PR) 0623955642 Line ID : toey_pr

ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้องอย่างเป็นทางการพร้อมเสิร์ฟความน่ารักของเด็กๆ นักแสดงแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้อง เป็นที่เรียบร้อย ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม EP1.ตอนโตขึ้นอยากเป็นอะไร

ควบคุมการผลิตกำกับการแสดงโดย. ฮ.นกเอี้ยงตาโตเกตน์ศิรณี บุญมาผู้อำนวยการสร้าง คุณณัฐกัญภรณ์ ธนันพัฒนวงษ์ (พิ้งค์) นำเสนอละครสำหรับเด็กและเยาวชน เสริมสร้าง สร้างสรรค์ คุณธรรมความดี ความน่ารัก นำเสนอ ความสามารถ ของเด็กๆ นักแสดง เหล่าบรรดาแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม

โดยการเปิดกล้อง ครั้งแรก ของนักแสดงเด็ก คุณนกเอี้ยง กล่าวว่า ” ขอชื่นชมความสามารถ ของเด็กๆ นักแสดงทุกคนมีการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านเสื้อผ้า ฝึกซ้อม บทละคร มาเป็นอย่างดี เด็กๆ

มีความอดทน ความกล้า และ พร้อมจะเรียนรู้การแสดง ไปกับผู้กำกับ ก็ขอให้ ตอนต่อไป น้องๆ เด็กๆ จงพัฒนา และ ฝึกฝนทักษะ ด้านการแสดงต่อไป เพื่อความเป็นมืออาชีพ ขอขอบคุณ ท่านผู้ปกครอง ที่ให้ความร่วมมือ ในการถ่ายทำเป็นอย่างดี “

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากน้องๆเด็กๆ ท่านใดสนใจอยากเรียนรู้ด้านการแสดงและลงแสดงจริง ถ่ายทำจริง กับ ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม

สามารถติดต่อ คุณพิ้งค์ โทร.0889784453 คุณ ฮ.นกเอี้ยงตาโต
โทร 0863791138

ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย นำคณะนักแสดงพื้นบ้านนานาชาติเยือนไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 6-11 มีนาคม 2568 ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเชิญนักแสดงพื้นบ้านจาก รัสเซีย ลัตเวีย และสโลวาเกีย กว่า 120 คน มาร่วมเดินทางสัมผัสวิถีชีวิตและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ จังหวัดราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม

นักแสดงพื้นบ้านนานาชาติได้เข้าชมและร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมในสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ อนุบาลราชบุรี, บ้านคลองสวน โฮมสเตย์, วัดสามพราน, พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย, ตลาดน้ำลำพญา, ศูนย์วัฒนธรรมบ้านไทยทรงดำ, ชุมชนบ้านบางพลับ และ Somdul Bee Sanctuary นอกจากนี้ ยังได้ร่วมฝึกซ้อมการแสดงพื้นบ้านไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดง

การสนับสนุนจากหน่วยงานและบุคคลสำคัญ
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน นำโดย ดร.บุษราภรณ์ ปรากฏรัตน์ ประธานชมรม CIFA ประเทศไทย และคุณทรงสิทธา จันทรา รองประธานชมรมฯ พร้อมด้วยที่ปรึกษาและผู้มีอุปการะคุณจากทั้งภาครัฐและเอกชน ดังรายนามต่อไปนี้

  1. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
  2. นายศศิน ดิศวนนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม
  3. คุณสุรัตน์ ศรีเบญจโชติ รองเลขาธิการฝ่ายเขต ประธานกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเจ้าของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
  4. คุณวรินทร ทองพูน ประธานสภาท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม และผู้บริหารบ้านคลองสวน โฮมสเตย์
  5. คุณดวงรัตน์ รุ่งโรจน์ ประธานสภาวัฒนธรรม อ.บางเลน จังหวัดนครปฐม
  6. ว่าที่ร้อยโท อรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอสามพราน
  7. คุณพรรณพิลาส เหมือนจันทร์เชย ผู้อำนวยการโรงเรียนสกลวิทยา
  8. อาจารย์สมหมาย จันทรา ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรม อ.บางเลน จังหวัดนครปฐม
  9. นายอิทธิพงศ์ จักษ์ตรีมงคล นายอำเภอพุทธมณฑล
  10. นายขจรเกียรติ นิพัฒน์โภคัย นายกเทศมนตรีตำบลลำพญา
  11. คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วน จิสประพัจน์ จำกัด
  12. พระครูสังฆรักษ์กิจจา สิริจนฺโท เจ้าอาวาสวัดสามพราน
  13. พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์
  14. นายชิตณรงค์ จูมัจฉะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหลวง
  15. พระอธิการโกเมท อินทปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวนาราม (วัดไผ่คอกเนื้อ)
  16. สภาวัฒนธรรมตำบลลำพญา
  17. กำนันทวีศักดิ์ เอี้ยวรัตนวดี
  18. ตลาดน้ำวัดลำพญา
  19. วัดลำพญา
  20. บริษัท สุนทร ออร์คิด จำกัด
  21. คุณเอกนัฏฐ์ คูเจริญชัยมานที ผู้บริหาร มานะออร์คิดฟาร์ม
  22. ชุมชนบ้านหัวอ่าว
  23. ชุมชนบ้านบางพลับ
  24. อน. กัลยากร มณีโชติ สโมสรโรตารี่บางเลน
  25. คุณวารี เค้าภูไทย ประธานสภาวัฒนธรรมเทศบาลตำบลบางเลน
  26. นย. Jin Zoo Lee นายกสโมสรโรตารี่บางเลน
  27. อน. อัมพร เจริญณัฐพงศ์ สโมสรโรตารี่บางเลน (ร้านสมชัยโกเท้าบางเลน)
  28. อน. กังวาลย์ นาคศรีสังข์ สโมสรโรตารี่บางเลน (ร้านขนมเปี๊ยะครูสมทรง)
  29. อน. เอนก เกตุพันธ์ สโมสรโรตารี่บางเลน (เอนกฟาร์ม)
  30. อน. เกษม ศรมยุรา สโมสรโรตารี่บางเลน (บริษัท เกษมชัยฟูดส์ จำกัด)
  31. อน. ธณัชพงศ์ เพชรดี สโมสรโรตารี่บางเลน (สถานีบริการ ปตท.บางเลน)
  32. นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล อดีตรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
  33. คุณณิชาพัฏฐ์ พรหมจรรย์ กรรมการที่ปรึกษาของ บีเอ็นไอ (ประเทศไทย)
  34. นายวิชัย เกตุแก้ว ประธานชมรมผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลบางหลวง
  35. คุณบุญส่ง ห้อยมาลา ชมรมผู้ไทดำ บ้านสระยายโสม จังหวัดสุพรรณบุรี
  36. นายสมหมาย แขวงสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 21 ตำบลบางหลวง
  37. นายสมชาย ยอดแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลบางหลวง
  38. นายสุภาษิต อรรถนันท์ กำนันตำบลบางหลวง
  39. นายเกรียงวิทย์ เกรียงบูรณนันท์ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอบางเลน
  40. นายไสว เพชรรุณ ประธานมูลนิธิไทยทรงดำประเทศไทย
  41. นายบุญเลิศ ยอดแก้ว นายกสมาคมไทยทรงดำประเทศไทย
  42. ดร.บุญเส็ง จูมัจฉะ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหลวง
  43. ดร.อนวัช นกดารา ประธานศูนย์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยบ้านลำเหย จังหวัดนครปฐม
  44. คุณธัชมาส ไทรชมภู ผู้บริหารบริษัท ธัชสรชัยพงศ์ จำกัด
  45. คุณสุทธิลักณ์ โตกทอง ผู้บริหารร้านข้าวใหม่ปลามัน เจ้าของรางวัลเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ
    คณะผู้บริหารโครงการ
  • คุณชลิตเอก คงกาญน์กุล
  • คุณชาติณัชสิทธิ์ วงษ์นาคเพชร
  • คุณรชต ลาตีฟี
  • คุณสุรีย์ญา ศรีวิทัศน์
    โครงการครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประเทศ และสร้างการรับรู้ถึงความงดงามของศิลปะพื้นบ้านไทยในระดับนานาชาติ

CIFA2025 #การแสดงพื้นบ้านนานาชาติ #ท่องเที่ยวไทย #วัฒนธรรมพื้นบ้าน #ประเทศไทย #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #บ้านคลองสวนโฮมสเตย์ #โรงเรียนสกลวิทยา #วัดพระปฐมเจดีย์ #พระปฐมเจดีย์ #วัดสามพราน #ตึกมังกร #ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ #ColorInternationalFolkArts #CIFA #CIFA2025 #การแสดงพื้นบ้านนานาชาติ #การท่องเที่ยว #ประเทศไทย

รัสเซีย #ลัตเวีย #สโลวาเกีย #Russia #Latvia #Slovakia #ยาดมเฌอเอม #เฌอเอม #สถานีปาท่องโก๋

บ้านไทยทรงดำ #เดอะศาลายา #เดอะศาลายาเลเซอร์ปาร์ค #TheSalayaLeisurePark

SomdulBeeSanctuary #ร้านข้าวใหม่ปลามันสมุทรสงคราม #มานะออร์คิด #มานะออร์คิดฟาร์ม #กล้วยไม้สีดำ #เทศบาลตำบลบางเลน #เทศบาลตำบลลำพญา #ตลาดน้ำลำพญา #ชุมชนบ้านหัวอ่าว #ชุมชนบ้านบางพลับ #สะพานแขวนบางเลนแห่งที่2 #สะพานแขวนบางเลน #PMTMediaNews #รอบรั้วข่าวไทย #Thaifencenews

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงวัฒนธรรม จับมือ สจล. ขับเคลื่อน “1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์” ปลุก Soft Power ไทยสู่เวทีโลก!/กองทัพภาคที่ 2 ส่งเสริมทหารกองประจำการที่จะปลด ให้มีงานทำ มีรายได้ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

แชร์เนื้อหานี้

กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์” (One Family One Soft Power – OFOS) หวังยกระดับแรงงานไทยสู่ทักษะสูง พร้อมปั้น Soft Power ไทย ให้แข็งแกร่ง ผ่าน 11 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 นางแสงเพชร ลําไธสง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช

อบรมเข้ม! 4 อุตสาหกรรม Soft Power ดันไทยสู่ตลาดโลก กิจกรรมอบรมครั้งนี้เน้นการ Upskill และ Reskill ให้แก่ ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน โดยมี ผู้เชี่ยวชาญ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคเชิงปฏิบัติใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยว – ออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ศิลปะ – ต่อยอดศิลปะพื้นบ้านสู่ระดับสากล ดนตรี – ผลักดันดนตรีไทยร่วมสมัยให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ อาหาร – พัฒนาเมนูอาหารไทยให้โดดเด่นในตลาดโลก

เป้าหมาย 2,400 คนทั่วประเทศ ปั้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้เติบโตโครงการมีแผน คัดเลือกผู้เข้าร่วมจาก 20 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้าอบรม 2,400 คน หวังปูทางให้ไทยก้าวขึ้นเป็น ผู้นำ Soft Power ระดับโลก Soft Power ไทย พร้อมสู่เวทีโลก! Soft Power กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรม เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ “ญี่ปุ่นฟีเวอร์” ในยุค Gen X และ “เกาหลีฟีเวอร์” ในยุค Gen Z โครงการนี้มุ่ง สร้างอัตลักษณ์ Soft Power ไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

โครงการ “1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์” ถือเป็น ก้าวสำคัญ ในการเสริมสร้างศักยภาพคนไทยผ่าน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมผลักดัน Soft Power ไทยสู่ระดับโลก โดยใช้ วัฒนธรรม ศิลปะ และนวัตกรรม เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่าง ยั่งยืน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 ส่งเสริมทหารกองประจำการที่จะปลด ให้มีงานทำ มีรายได้ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

พลตรี นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการมีงานทำให้ทหารกองประจำการที่จะปลดเป็นทหารกองหนุน ประจำปี 2568 ที่ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา โดยมี นางนิธิอร บุญญานุสิทธิ์ จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ผู้บังคับหน่วย ทหารกองประจำการ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การบรรยายในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมเช้าสู่ตลาดแรงานและแนะนำภารกิจกรมการจัดหางาน” การรับสมัครสอบคัดเลือกผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านองค์กร IM JAPAN การให้ความรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ 6 แห่ง การสาธิตอาชีพอิสระ จำนวน 4 อาชีพ ได้แก่ การทำขั่วหมี่โคราชกรอบซอสมัลเบอรี่, การทำหมี่คลุกไก่ฉีก, การทำกิมจิ ผักดองสูตรเกาหลี, การทำพุดดิ้งเต้าฮวยนมสด การรับสมัครงานจากสถานประกอบการ 4 แห่ง 1) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

  • สาขาโคราช 2 (แม็คโครหัวทะเล)
  • สาขานครราชสีมา (แม็คโครเซฟวัน)
    2) บริษัท นครชัย 21 จำกัด และบริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด
    3) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
    4) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
    การแนะแนวการศึกษาต่อระบบทวิภาคี
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีชนะพลขันธ์ นครราชสีมา (C-TECH)
    การให้คำแนะนำด้านสุขอนามัย การป้องกันโรคติดต่อ ความรู้เกี่ยวกับ HIV และตรวจคัดกรองสุขภาพ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เบื้องต้น
    *มูลนิธิเอ็มพลัส สาขานครราชสีมา
    ชมนิทรรศการโลกอาชีพ
    กิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหม โดยกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี และกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ได้คำนึงถึงความสำคัญ และอนาคตของทหารกองประจำการที่จะปลดเป็นทหารกองหนุน ได้มีงานทำ มีรายได้ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเจริญก้าวหน้า และช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในสถานประกอบการ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / การ ประกวด PNU Music Contest 2025 การประกวดขับร้องอนาชีดประสานเสียงระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

สู่เทคโนโลยี นวัตกรรมระบบราง และชมกิจกรรม PNU Fair 2025 การแสดงของนักศึกษา การแข่งขัน E-Sport: E – FOOTBALL BY PNU การ ประกวด PNU Music Contest 2025 การประกวดขับร้องอนาชีดประสานเสียงระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การ ประกวดดาว – เดือน PNU 2025 และการจัดจำหน่ายสินค้าและอาหาร

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า ในการจัดงานฯจะมีการจัดแสดงผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฯ ที่หลากหลาย และโดดเด่นอาทิเช่นงานวิจัย ที่มหาวิทยาลัยฯ ได้เข้าไป ส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ

และการพัฒนาวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาสร้างให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น ภาพรวมได้ ดำเนินการในหลายชุมชน ที่สำคัญได้พัฒนาให้สินค้าบางรายการ ได้มาตรฐาน อย. และมาตรฐานฮาลาล ทั้งหมดนี้เป็นบทบาทของนักวิจัยส่วนหนึ่งที่ได้นำองค์ความรู้ไปช่วยประชาชนในพื้นที่ให้มีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ

สำหรับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาลำดับที่ 77 ของประเทศไทย จัดตั้งเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียงเข้ารับการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากขึ้น อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน อีกทั้งการพัฒนาให้จังหวัดนราธิวาส เป็นศูนย์กลางทาง

การศึกษาและวิจัย โดยเฉพาะด้านอิสลามศึกษาในภูมิภาค และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างเอกภาพและความมั่นคงของชาติ การเชื่อมโยงการศึกษากับศาสนาเข้าสู่ชีวิตของประชาชน สร้างสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม วัฒนธรรม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน
///////////////////
ข่าวกรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คณะผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เข้าพบผู้ว่าฯชลบุรี-นายกพัทยา/พัทยาเมืองสวรรค์สายเขียว

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า คณะผู้บริหาร บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าในประเทศไทย นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”,  นายกิตติชัย เจริญชัยวาณิชย์ ผู้จัดการทั่วไป “ดีพอล ไพรม์มัส”, นายภูวสิษฐ์  ฐิติธนภานุพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย และคุณปาลิดา สาทิสสะรัต ผู้จัดการ “เอ็มจี เบส ไพรม์มัส/ไอออน ไพรม์มัส/ไอทีโอเอ ไพรม์มัส” เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง และนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เนื่องในศุภวาระขึ้นปีใหม่ 2568 และรับฟังนโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวมของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี พร้อมกันนี้ ทางคณะผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้เรียนเสนอเรื่องการขยายธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์สู่แบรนด์รถยนต์จีนระดับพรีเมี่ยม ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 7 แบรนด์ ได้แก่ MERCEDES-BENZ, MG, DEEPAL, ZEEKR, OMOD&JAECOO, AION และ SUZUKI โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ MERCEDES-BENZ จำนวน 1 แห่ง,รถยนต์ MG จำนวน 3 แห่ง, รถยนต์ AION จำนวน 1 แห่ง และรถยนต์ SUZUKI จำนวน 1 แห่ง  รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง


พัทยาเมืองสวรรค์สายเขีย
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา  จ.ชลบุรี พบผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายสิค้ากัญชากันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างดังถนนเลียบชายหาดพัทยาใต้ พบมีการตั้งร้านให้บริการจำหน่ายกันริมฟุตปาธ ใกล้กันมีซุ้มฟู้ดทรักซ์ ให้บริการเครื่องดื่มริมทะเลพัทยา โดยมีนักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมา
ด้วยปัจจุบันธุรกิจจำหน่ายกัญชาได้เปิดให้บริการอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากรวมถึงเมืองพัทยา หลังจากรัฐบาลปลดล็อกกัญชาเสรีก็มีผู้ประกอบการมากขึ้น จึงขอความร่วมมือภาครัฐให้ตรวจสอบไม่ให้มีแรงงานต่างด้าวมาทำงาน เพราะทุกวันนี้นังพบว่าคนขายยังเป็นต่างด้าว
ทั้งนี้ เมืองพัทยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งความหลากหลานที่ครบวงจร โดยทุกปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสาคทิศมาพักผ่อนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สร้างความคึกคักด้านเศรษฐกิจให้สังคม ภาครัฐจึงควรมีวิธีการปฏิบัติงานที่เหมาะสมและเท่าทัน เพื่อรองรับการแก้ปัญหากลุ่มมิจฉาชีพชาวต่างด้าวทึ่แอบแฝงตัวมาในธุรกิจดังกล่าวด้วย จึงของวอนนายอำเภอบางละมุงช่วยให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / สิ้นเทพเจ้าแห่งเขาพรานธูป “หลวงปู่นน” ฉายา “ปลัดขิกดิ้นได้” นักเสี่ยงโชคคึกคัก/รอง ผบ.ตร. เน้นย้ำ ตร.หัวหิน ต้องดูแลนักท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 ม.ค.68 ที่สำนักสงฆ์เขาพรานธูป ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานงานบำเพ็ญกุศลพิธีสรงน้ำศพ “พระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร” หรือ หลวงปู่นน จันทวิโร อายุ 94 ปี พรรษา 23 พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เขาพรานธูป มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พระเถระชั้นผู้ใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศิษยานุศิษย์และประชาชนจำนวนมากร่วมในพิธี พร้อมกันนี้นักเสี่ยงโชคต่างนำอายุ “หลวงปู่นน” ไปเสี่ยงโชคลาภงวดที่จะถึงนี้กันอย่างคึกคัก

สำหรับประวัติของ หลวงปู่นน จันทวิโร สำนักสงฆ์เขาพรานธูป พระเกจิอาจารย์เรืองอาคมแห่งหัวหิน น้องชายแท้ ๆ ของหลวงพ่อยิด อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถเสกปลัดขิกดิ้นได้เช่นเดียวกับหลวงพ่อยิด ท่านเกิดในตระกูล “กล่ำเรือง” เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2474 ปีมะแม ที่บ้านนาพรม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก เมื่ออายุ 21 ปีได้อุปสมบทที่วัดประดิษฐวนาราม(วัดนาพรม) จ.เพชรบุรี โดยมี หลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังบวชได้อยู่ปรนนิบัติ “หลวงพ่อหวล จันทสิริ” เจ้าอาวาสวัดนาพรม ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงพร้อมๆกับหลวงพ่อยิด ซึ่งหลวงพ่อหวลได้ถ่ายทอดวิชาทางด้าน สมุนไพร วิชาทำปลัดขิก และการลงจารอักขระให้

ทั้งนี้ หลวงพ่อหวลมีศักดิ์เป็นน้าและพระกรรมวาจาจารย์ของหลวงยิด อีกทั้งเป็นอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทถ่ายทอดวิชาทำปลัดขิกให้กับหลวงพ่อยิด จนมีชื่อเสียงโด่งดังกล่าวขานอยู่จนถึงทุกวันนี้อีกด้วย
หลวงพ่อนนได้จาริกแสวงบุญอยู่นาน จึงได้กลับมาที่วัดหนองจอก ซึ่งในขณะนั้น หลวงพ่อยิดท่านมีชื่อเสียงด้านปลัดขิกและมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ด้วยความที่มั่นใจในความแก่กล้าทางวิชาคมของหลวงพ่อนน และเป็นศิษย์รุ่นน้องร่วมอาจารย์เดียวกันหลวงพ่อยิด จึงให้หลวงพ่อนนช่วยลงอักขระลงบนปลัดขิก ซึ่งการลงอักขระนี้ หลวงพ่อยิดต้องเลือกเฟ้นคนที่ไว้ใจได้และมีความสามารถ เพื่อให้วัตถุมงคลมีความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากหลวงพ่อยิดมรณภาพ หลวงพ่อนนจึงออกธุดงค์ต่อและได้ร่ำเรียนศึกษาวิชา รักษากระดูก และวิชาแก้คุณไสย จากนั้นได้มาจำพรรษาที่วัดมาลัยทับใต้ หัวหิน และที่วัดนี้เอง ท่านได้สร้างปลัดขิกในนามของท่านเอง เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน

โดยท่านได้อยู่พัฒนาวัดมาลัยทับใต้ต่อมาอีกหลายปีจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ จึงได้เตรียมตัวจาริกอีกครั้ง ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมาขอให้ท่านมาอยู่เป็นประธานช่วยจัดสร้างสำนักสงฆ์เขาพรานธูป หลวงพ่อนนท์จึงได้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์เขาพรานธูป ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา จนเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.58 พระราชภัทรญานฯ มอบตราตั้งฐานานุกรมและพัดยศเป็น “พระครูสังฆรักษ์” ให้แก่หลวงปู่นน เจ้าสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ให้เป็น “พระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร” โดยมีพิธีมอบขึ้นภายในอุโบสถของสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ระยะหลัง 3-5 ปี ที่ผ่านมา หลวงปู่นนได้อาพาธจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ก่อนเข้ารักษาตัวอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมรณภาพคืนวันที่ 23 ม.ค.68 ที่ รพ.หัวหิน โดยทางวัดจะตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่สำนักสงฆ์ฯ เป็นเวลา 30 วัน ก่อนบรรจุสรีรสังขารไว้ในโลงแก้วต่อไป

หลวงปู่นน ท่านสามารถเสกปลัดขิกดิ้นได้เช่นเดียวกับหลวงพ่อยิด ด้วยกิตติศัพท์อันเลื่องลือ ทำให้ท่านได้รับกิจนิมนต์ร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์มากมาย มีผู้คนเข้าไปกราบท่านไม่ขาดสาย ผู้คนต่างได้รับประสบการณ์ดี ๆ ที่เกิดจากท่าน พระเครื่องของท่านมากมาย และเครื่องรางของท่านเป็นที่นิยมอย่างแผ่กว้างไปเรื่อยๆ ถึงต่างประเทศ วัตถุมงคลของหลวงปู่นนที่ขึ้นชื่อคือ ปลัดขิก ที่สร้างปาฏิหาริย์บินได้ เป็นที่นิยมกว้างขวางในหมู่ทหารและตำรวจ เพราะเชื่อกันว่าใครมีปลัดขิกของหลวงปู่นนติดตัวแล้วจะดีเด่นในด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง อีกทั้งมีผู้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งแคล้วคลาดและโชคลาภ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

รอง ผบ.ตร. เน้นย้ำตำรวจหัวหิน ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน
เมื่อวันที่ 24 ม.ค.68 พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน จ.ประจวบฯเพื่อประชุมติดตามการปฏิบัติการนำร่องในการขับเคลื่อนและยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยมี พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิธ ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.พนิช อ่วมสอาด รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ

พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 (ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน) นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมวางแนวทางและมาตรการด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 68 ที่ใกล้จะถึง ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว รอง ผบ.ตร. ได้มอบสิ่งของให้แก่ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาล

สำหรับเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ เป็นปีที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับนโยบายการท่องเที่ยวเที่ยวปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ได้นำแอพพลิเคชั่น Thailand Tourist Police ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถดาวโหลดเพื่อใช้งานทางโทรศัพท์ได้ทุกระบบ เป็นทางเลือกให้สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สส.ทรงศักดิ์ ร่วมรับรมว.สาธารณสุข งานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ พร้อมรณรงค์ “ตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs” นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ยกระดับอาหารสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน SAN Plus พร้อมแนะวิธีการเลือกซื้ออาหารไหว้เจ้าและเลือกกินอาหาร Low Carb รวมทั้งการลดฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการประกอบพิธีกรรมในเทศกาลตรุษจีน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2568 ที่เวทีวัฒนธรรมตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยสส.ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย รองประธานกรรมาธิการตำรวจ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเฉลิมเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ 109 ปี โดยมีนางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานประเพณีฯ หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรณรงค์ “ตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs”

พร้อมกันนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีนเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีน เพราะเป็นเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ มีการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตและคนในครอบครัว มีการยึดถือปฏิบัติกันมาอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว ซึ่งการจัดงานเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลตรุษจีนของจังหวัดนครสวรรค์ มีประชาชนมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยสุขภาพประชาชน แนะประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงเทศกาลตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs ประกอบด้วย 3 มาตรการ คือ มาตรการที่ 1 ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน SAN และ SAN Plus (Sanitation, Accountability, Network) สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อให้สถานประกอบกิจการด้านอาหารในพื้นที่ท่องเที่ยวมีคุณภาพ มีศักยภาพในการแข่งขันในเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นต่อการให้บริการด้านอาหารแก่นักท่องเที่ยว  มาตรการที่ 2 การเลือกซื้อของไหว้ตรุษจีนให้สะอาด ปลอดภัย โดยยึดหลัก 4 ล. ดังนี้ ได้แก่

1) ล. เลือก เลือกซื้ออาหาร
2) ล. ล้าง ล้างผัก-ผลไม้ และเนื้อสัตว์ให้สะอาด
3) ล. เลี่ยง เลี่ยงปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันหรือไขมันมากปรุงประกอบอาหารให้สุก
4) ล. ลด อาหารที่มาจากแป้งและน้ำตาล ควรทานอาหารไหว้เจ้าประเภท Low Carb หรือคาร์โบไฮเดรตต่ำเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง และมาตรการที่ 3 การลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 และ PM2.5 จากการประกอบพิธีกรรมในเทศกาลตรุษจีน โดยรณรงค์ให้ใช้ธูปขนาดสั้น หรือใช้ธูปไฟฟ้า เผากระดาษเงินกระดาษทองทีละน้อย ๆ และควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันด้วย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดี และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด จัดโดยคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แชร์เนื้อหานี้

โครงการเพื่อสังคม เพื่อน้องๆสี่ขาหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด ร่วมถึง ส่งเสริมการฝึกและ การเลี้ยงสุนัขอย่างถูกวิธี ตะหนักถึงคุณค่า และความสามารถของสุนัขกลุ่มนี้ และลดการทอดทิ้งขอเชิญร่วมงานและส่งสุนัขเข้าประกวด ในการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง 🐕

📢 ขอเชิญร่วมงานและส่งสุนัขเข้าประกวด ในการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง🏆 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

📍ในงานเกษตรแฟร์ 2568 วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ภายในงานเกษตรแฟร์ 2568 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
🔷โดยพบกับการแข่งขันทั้ง 4 ประเภท

  1. ประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทางเชื่อฟังคำสั่ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ🦮
  2. ประกวดความสามารถพิเศษสุนัขพันธุ์ไทย พันธุ์ทาง ชิงถ้วยพระราชทานฯ
    ⭐️ไม่จำกัดสายพันธุ์
  3. ประกวดภาพถ่ายความรักความผูกพันระหว่างเจ้าของและสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง
    🦮
  4. ประกวดแฟนซีสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ
    ⭐ไม่จำกัดสายพันธุ์

📜 สามารถอ่านกติกาการประกวด และเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่
🔗Link : https://sites.google.com/ku.th/find-new-home-ku/Home

📋สามารถสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ที่
แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทางเชื่อฟังคำสั่ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ, ประกวดความสามารถพิเศษสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ, ประกวดแฟนซีสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ
🔗Link : https://forms.gle/qkpnEq6zTBbQids6A

แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมการประกวดถ่ายความรักความผูกพันระหว่างเจ้าของและสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง 🔗Link : https://kasets.art/eASPKs 🔍สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
🌐Facebook : โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด มก.
☎️เบอร์โทรศัพท์ : 089-676-9295 (คุณอ๊อบ)
089-516-6811 (คุณฟิล์ม)

โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัดคณะเทคนิคการสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Balloon_PR

🦮🙏🏻

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Provincial Director Miss Grand Samut Prakan มิสแกรนด์สมุทรปราการ2024

แชร์เนื้อหานี้

คุณใหม่ ภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์สมุทรปราการ ขอบคุณทางสปอนเซอร์ทุกท่าน งานจะดำเนินไม่ได้หากขาดสปอนเซอร์ไป ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ สถานที่จัดงาน ราชพฤกษ์ฮอล์ ครัวบุญเลิศ บางปู จังหวัด สมุทรปราการ ผู้สนับสนุนหลักสถานที่ในการจัดงาน ประกวดรอบไฟนอลมิสแกรนด์สมุทรปราการ ปี 2025 ครั้งนี้

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ คลินิกทันตกรรมรอยยิ้มMaybis Hotel เมืองโบราณ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการMadam Emma Glow Delight ครีมกันแดด Moon-Ar และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอีกมากมายวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อหาตัวแทนมิสแกรนด์จังหวัดสมุทรปราการ ไปสู้ต่อในอีก 76 จังหวัด

และทำการประชาสัมพันธ์ให้จังหวัด นำเอกลักษณ์วัฒนธรรมไปเผยแพร่ทำชื่อเสียงให้พี่น้องชาวสมุทรปราการคิม จิราพัชร ดาทุมมา ผู้ชนะเลิศมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025แทมมี่ นุชนาฎ แก้วเกตุสังข์ รองชนะเลิศอันดับหนึ่งมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025มิว พาณิภัค เขียวหวาน รองชนะเลิศอันดับสองมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025แคนดี้ ทรัพย์ศิริ อภิชาติโชติ มิสแกรนด์ขวัญใจสมุทรปราการ2025

Provincial Director Miss Grand Samut Prakan คุณใหม่ ภาติยะ นิ่มน้อย ทิยา กิติยา ละอายทุกข์ มิกซ์ พงศกร โยธาทิพย์ มิสแกรนด์สมุทรปราการ2023 รถเบนซ์ สุภาพร ยมรักษ์ มิสแกรนด์สมุทรปราการ2024 พั้นซ์ เจสิตา อร่ามคำ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มกราคม เวลา 07.30 น. ที่หอ ประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พร้อมด้วยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายพระราชกุศล

พร้อมด้วยผู้นำศาสนาอิสลามประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร ผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568

เนื่องในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 26,469 วัน เป็นวันสมมงคลเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง การบําเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบูรพการี เป็นราชประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบกันมาช้านาน

พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จะทรงอนุสรณ์คํานึงถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบูรพการีในวาระต่าง ๆ เช่น ในวันที่ตรงกับการครองราชย์ มีทั้งโอกาสที่เวียนมาเป็นครั้งแรกมักเรียกว่า “สมมงคล” หมายถึง เสมอกัน หรือ “สมภาคา” บ้าง ถ้าเวียนมาเป็นครั้งที่สองก็เรียกว่า “ทวิภาคา” บ้าง หรือ “ทวีธาภิเษก” บ้าง จะปรากฏแนวปฏิบัติเกี่ยวกับพระราชพิธีลักษณะนี้ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 พระราชกุศลที่บําเพ็ญถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบูรพการีของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์

นอกจากโอกาสวันดํารงสิริราชสมบัติเวียนมาพ้องกับวันสําคัญดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีพระราชประเพณีที่ทรงถือปฏิบัติในอีกหลายวาระ และวาระหนึ่งที่สําคัญ คือ วันที่พระชนมพรรษาเวียนไปเสมอเท่ากัน และวันที่พระชนมพรรษามากกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในรัชกาลที่ล่วงไปแล้วด้วย

ถือเป็นภาพลักษณ์แสดงวัฒนธรรมที่ดีงามของพระมหากษัตริย์ของชาติไทยในการที่ทรงสร้างแบบอย่างความกตัญญูกตเวทิตา แสดงความเคารพรําลึกถึงบรรพชนปู่ย่าตายายที่ประกอบคุณความดีไว้แก่บ้านเมืองให้ราษฎรยึดถือเป็นแบบแผน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี / ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว