#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มุกดาหารสกัดทัน! ลอบขนเครื่องในสัตว์จาก สปป.ลาว ข้ามโขง ยึด 62 กล่อง พร้อมไฟแช็ก 8 ลัง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – ช่วงกลางดึกวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 ภายใต้ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังเฝ้าตรวจบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ้านคอนสาย หมู่ 5 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าจาก สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งไทยโดยไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร

เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่พบเรือเหล็กบรรทุกสิ่งของต้องสงสัยแล่นมาตามแม่น้ำโขง ก่อนเข้าจอดบริเวณฝั่งไทย จากนั้นพบชายประมาณ 15–20 คน กำลังลำเลียงกล่องกระดาษจากเรือขึ้นฝั่งและนำขึ้นรถกระบะตู้ทึบ เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเจ้าหน้าที่ จึงทิ้งสิ่งของและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่พยายามติดตามแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้

จากการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบ เครื่องในสัตว์ หรือสะใบนาง/ผ้าขี้ริ้ว จำนวน 62 กล่อง น้ำหนักประมาณ 860 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 172,000 บาท นอกจากนี้ยังพบ ไฟแช็ก 8 ลัง รวม 160 กล่อง หรือประมาณ 8,000 ชิ้น

คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 48,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายของรัฐจากสินค้าทั้งสองรายการประมาณ 220,000 บาท
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึด รถยนต์กระบะตู้ทึบ Toyota Revo สีขาว ทะเบียน 3 ฒจ 2977 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ในการขนย้ายสินค้าไว้เป็นของกลาง โดยไม่มีผู้ต้องหาถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ

ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้ประสาน กรมปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมตรวจสอบและจัดทำเอกสารหลักฐาน ก่อนส่งมอบของกลางและเอกสารให้ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าสินค้าและการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558.

ทิ้งรถหนีความผิด! กระบะพลิกคว่ำพบไม้พะยูง 279 ท่อน ไร้เอกสาร คนขับเผ่นหนี

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.50 น. ร.ต.ท.ธรรมปพน ภูนาฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวร รับแจ้งเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบริเวณ บ้านโค้งสำราญ ถนนชยางกูร 212 สายอุบลราชธานี–มุกดาหาร ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จึงรายงาน พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บท 6541 มุกดาหาร พลิกคว่ำอยู่ริมถนน ภายในรถพบไม้แปรรูปและท่อนไม้จำนวนมาก แต่ ไม่พบตัวผู้ขับขี่ หรือผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ

เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้มุกดาหารเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ระบุว่าไม้ที่บรรทุกมาเป็น ไม้พะยูง และจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ประทับบริเวณหน้าตัดไม้ รวมทั้งไม่พบเอกสารหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้

จึงตรวจยึดรถและไม้ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำไปตรวจนับที่ หน่วยป้องกันรักษาป่ามุกดาหาร 4 พบไม้พะยูงรวมทั้งสิ้น 279 ท่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ครอบครองและผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

พบชายวัย 47 ปี เสียชีวิตปริศนาในกระท่อมริมลำห้วยมุกดาหารพบแผลบริเวณแขนคล้ายถูกยิง ญาติเผยได้ยินเสียงปืนก่อนพบศพ ตำรวจเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุชายเสียชีวิตภายในกระท่อมริมลำห้วย บริเวณบ้านเหล่าป่าเป้ ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากญาติที่เดินทางมาพบศพ

ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายสมศักดิ์ นาโศก อายุประมาณ 47 ปี เบื้องต้นพบร่างอยู่ภายในกระท่อมยกสูง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ลำห้วยและสวนยาง ห่างจากชุมชนประมาณ 3 กิโลเมตร และอยู่ใกล้วัดป่าสวนป่าสันติธรรม โดยพบ บาดแผลบริเวณแขน 1 แห่ง มีลักษณะคล้ายถูกยิง ขณะที่สภาพศพเริ่มขึ้นอืด ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุและช่วงเวลาการเสียชีวิตที่แน่ชัด ต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากแพทย์

ปริศนาเสียงปืนก่อนพบศพ ข้อมูลจากพระภายในวัดที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 14.00 น. ได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นจากบริเวณดังกล่าว แต่ในขณะนั้นเข้าใจว่าอาจเป็นเสียงคนยิงสัตว์ จึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ กระทั่งช่วงสายของวันที่ 30 กันยายน จึงทราบว่ามีชายเสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยัง ไม่ยืนยันว่าเสียงปืนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ลูกชายมาพบศพ ขณะเตรียมทำอาหารให้พ่อ นายวันชัย นาโศก อายุ 51 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันเกิดเหตุ นายธนากร อายุ 28 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เดินทางมายังกระท่อมเพื่อทำอาหารให้พ่อ แต่กลับพบว่าพ่อนอนเสียชีวิตอยู่ภายใน

จึงรีบแจ้งญาติและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบนายวันชัยระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 09.00 น. ยังเห็นน้องชายเข้าไปทำธุระในหมู่บ้าน จึงคาดว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตแยกทางกับภรรยาและพักอาศัยอยู่ตามลำพังมาหลายปี ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวและเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาเชื่อมโยงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้

ตำรวจเร่งคลี่ปม ตรวจหลักฐานทุกประเด็น หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบกระท่อมและพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำญาติ พระ และบุคคลที่อาจทราบเหตุการณ์ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตจากสาเหตุใด และบาดแผลที่พบเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนหรือไม่

เจ้าหน้าที่เตรียมนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้แพทย์ตรวจบาดแผลและหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ก่อนนำผลไปประกอบการสอบสวนต่อไปขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเหตุยิงหรือการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น เจ้าหน้าที่จะเร่งคลี่คลายข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานและผลชันสูตรต่อไป.

ช้าจนได้เรื่อง-ผลาญความเชื่อมั่น! การไฟฟ้ามุกดาหารดองเรื่องเปลี่ยนหม้อไฟเดือนกว่าเรื่องไม่เดิน เปิดช่องข้อมูลรั่วคอลเซ็นเตอร์โผล่สวมรอยเป๊ะ

มุกดาหาร – เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บริการ ณ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร หลังพบประชาชนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์เข้าสวมรอยฉวยโอกาสจากความล่าช้าของเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร (ขอสงวนนาม) เปิดเผยว่า ตนเองได้เดินทางไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนหม้อไฟที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเวลาล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือน เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ก็ยังไม่ได้เข้าดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ให้แต่อย่างใด

กระทั่งล่าสุด ได้มีมิจฉาชีพใช้หมายเลขโทรศัพท์ 081-854-4227 โทรศัพท์เข้ามาอ้างชื่อ “นายพงษ์ธวัช” โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่าจะเข้าดำเนินการเปลี่ยนหม้อไฟมิเตอร์ไฟฟ้าให้ พร้อมอ้างเรื่องการคืนเงินค่าประกันหม้อไฟตัวเก่า จากนั้นมิจฉาชีพได้บอกหมายเลขไอดีไลน์เพื่อให้แอดเพิ่มเพื่อน เพื่อหลอกลวงให้ส่งเอกสาร ข้อมูลส่วนบุคคล และบัญชีเงินฝากผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE

ความล่าช้าในการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหารที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาเกือบเดือน ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่ยังกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าสวมรอยได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ การที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรเข้าหมายเลขผู้เสียหายได้ตรงกับช่วงเวลาที่ผู้เสียหายกำลังรอคอยการเปลี่ยนหม้อไฟ จึงทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างหนักว่า ระบบฐานข้อมูลผู้ใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร มีการรั่วไหลออกไปสู่มือกลุ่มมิจฉาชีพหรือไม่

ทั้งนี้ ประชาชนจึงเรียกร้องให้ผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งตรวจสอบทั้งประเด็นความล่าช้าในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงเร่งตรวจสอบระบบความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กรโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากช่องโหว่การทำงานของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน #เตือนภัยเบอร์0818544227 #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #การไฟฟ้ามุกดาหาร #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #ทำงานล่าช้า #ข้อมูลรั่วไหล #หลอกเปลี่ยนหม้อไฟ #ภัยออนไลน์