
นครราชสีมา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจโทอาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ โดยมี พลตำรวจตรี ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจเอกพงษ์พันธ์ บรรจงจิตร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจเอกศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา พร้อมข้าราชการตำรวจร่วมให้การต้อนรับ

พลตำรวจโทอาทิชา ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานต่างๆ ทั้งงานสอบสวน งานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน และงานจราจร พร้อมพูดคุยสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และพบปะประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการภายในสถานีตำรวจ โดยกำชับให้ตำรวจให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

จากนั้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้ชมการสาธิตจำลองสถานการณ์เหตุวัยรุ่น 2 คนมีอาวุธปืนอยู่ภายในห้องเช่า หลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุจึงเดินทางเข้าตรวจสอบ แต่ระหว่างเข้าระงับเหตุ ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประเมินสถานการณ์และร้องขอกำลังสนับสนุน ก่อนวางแผนเข้าควบคุมพื้นที่และจับกุมผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามหลักยุทธวิธีอย่างเป็นขั้นตอน จนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างปลอดภัย

การจำลองเหตุการณ์ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อทดสอบความพร้อมของกำลังพลในการเผชิญเหตุจริง โดยเฉพาะเหตุบุคคลมีอาวุธปืน เหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง และเหตุที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี มีการประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าระงับเหตุ และประสานกำลังสนับสนุนอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ

พลตำรวจโท อาทิชา เปาอินทร์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมาในครั้งนี้ เพื่อดูความพร้อมในการให้บริการประชาชนในทุกด้าน ทั้งงานสอบสวน งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การระงับเหตุ การตรวจค้นจับกุมเกี่ยวกับอาวุธปืนและยาเสพติด รวมถึงงานสืบสวนและงานจราจร โดยภาพรวมสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมามีความพร้อมในระดับดีมาก อีกทั้งยังมีการจัดกำลังชุดปฏิบัติการสำหรับเข้าระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งหรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับข้าราชการตำรวจให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การควบคุมและป้องกันเหตุเกี่ยวกับอาวุธปืน การตั้งจุดตรวจและจุดสกัด การป้องกันปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนการยกระดับงานสอบสวนและการให้บริการประชาชน โดยต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นมิตรและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

พลตำรวจโท อาทิชา กล่าวด้วยว่า ตำรวจภูธรภาค 3 มีความพร้อมในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและให้บริการประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมขอให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจและเชื่อมั่นว่า หากเกิดเหตุหรือได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเข้าระงับเหตุและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกและการรักษาความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

บุกทลายแหล่งซุกบุหรี่เถื่อนกลางชุมชนโคราช ยึด 6,970 ซอง มูลค่าภาษีรัฐเสียหายกว่า 3.5 แสนบาท คาดค่าปรับสูงสุด 5.3 ล้านบาท

นครราชสีมา เจ้าหน้าสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปราม นายจิตตพัฒน์ บุตรดี นักวิชาการสรรพสามิตปฏิบัติการร่วมบูรณาการกับงานป้องกันและปราบปราม สภ เมืองนครราชสีมา พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก. สภ.เมืองนครราชสีมา พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ โคขุนทด
รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครราชสีมา

พ.ต.ท.อนนต์ มีมานะ สวป.สภ.เมืองนครราชสีมาเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 จำนวน 1 ราย พร้อมตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่มิชอบด้วยกฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายยี่ห้อ รวม 6,970 ซอง หรือ 139,200 มวน คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐเสียหายรวม 359,617.96 บาท และประมาณการค่าปรับสูงสุด 5,394,269 บาท โดยแจ้งข้อกล่าวหามีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตรา 204(1) และมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตรา 203(1)

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากโครงการสายตรวจ 5G เจ้าหน้าที่พบการโฆษณาจำหน่ายบุหรี่ในราคาถูกกว่าท้องตลาดผ่านสื่อออนไลน์ จึงติดต่อล่อซื้อจนสามารถซื้อสินค้าได้สำเร็จ ก่อนขยายผลติดตามจนพบแหล่งเก็บบุหรี่ดังกล่าวภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในชุมชนย่านชานเมืองนครราชสีมา เมื่อเข้าตรวจสอบพบกล่องพัสดุจำนวนมากที่เตรียมไว้สำหรับบรรจุและจัดส่งสินค้า

รวมถึงฉลากปิดหน้ากล่องพัสดุที่ยังไม่ได้ใช้งานหลายชิ้น โดยระบุสถานที่จัดส่งจากจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่งพักและบรรจุสินค้าเพื่อจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และอำพรางเส้นทางการจัดส่งเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ. นครราชสีมา

